SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Pirelli ส่งยาง SCQ ให้นักแข่ง WSBK กดเวลาทำลายสถิติ ล่าสุดทางพีเรลลี่ผู้ผลิตยางสัญชาติอิตาลีก็ได้ประกาศเปิดยางตัวเลือกใหม่ที่นักแข่ง WSBK ได้เคยใช้ทดสอบในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล 2022 ให้เป็นยางคอมปาวด์นุ่มพิเศษพร้อมใช้ในการแข่งขันในรอบควอลิฟายและซูเปอร์โพลแล้ว หากนับตั้งแต่เริ่มต้นที่แบรนด์ยางตัวพียาวผู้สนับสนุนยางรายเดียวในการแข่งขัน WorldSBK ก็นับว่าเป็นเวลากว่า 19 ฤดูกาลติดต่อกันแล้ว และฤดูกาลนี้จะเป็นการแข่งขันปีที่ 53 แล้วของรายการนี้ โดยทางแบรนด์ได้ประกาศเปิดตัวอย่างคอมปาวด์พิเศษนี้อย่างเป็นทางการ โดยยางนี้จะออกแบบมาเพื่อใช้ในการแข่งในแบบที่มุ่งเน้นทำเวลาเป็นพิเศษ เนื่องจากมีคอมปาวด์ที่นุ่มเป็นพิเศษ สามารถทำเวลาได้ดียิ่งกว่า SCX ที่เคยเป็นคอมปาวด์ยอดนิยมจากฤดูกาลผที่ผ่านมา โดยจะใช้ยางนี้ในรอบควอลิฟายและรอบซูเปอร์โพลในช่วงเช้าของวันอาทิตย์เท่านั้น ในช่วงพักเบรกฤดูหนาวนั้นวิศวกรของทางแบรนด์ไม่ได้หยุดพักแต่อย่างใด ยังคงวิจัยและพัฒนาคิดค้นยางคอมปาวด์ใหม่นี้อยู่อย่างต่อเนื่องจนได้ยางคอมปาวด์ดังกล่าวมีรหัสพัฒนาว่า A1359 ซึ่งได้รับการทดสอบและยอมรับจากนักแข่งระดับซูเปอร์ไบค์มาแล้วหลายคน การทดสอบช่วงก่อนเปิดฤดูกาลที่สนาม MotorLand Aragon ที่ประเทศสเปนนั้นจะถูกใช้เป็นเวทีในการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของยางสูตรพิเศษแท็กสีชมพูนี้ โดยสนามนี้จะมีพื้นแทร็กที่คมซึ่งสร้างภาระให้กับยางหลังอย่างมาก นอกจากนี้ในวันที่ลมแรงยังอาจจะมีทรายที่ถูกพัดเข้ามาในแทร็ก ซึ่งทำให้ยางเสียการยึดเกาะและเสียอาการได้ ทางพีเรลลี่เองก็ได้ทำการปรับยางทั้งคอมปาวด์แบบซอฟต์และมีเดียมมาให้เพื่อรองรับสถานการณ์นี้ รวมไปถึงช่วงซ้อมในตอนเช้าที่มีอากาศเย็นอีกด้วย ยางหน้าจะสึกหรอมากขึ้นจากแทร็กที่คม และจะต้องทนแรงเบรกที่มหาศาลที่จะเกิดขึ้นที่สุดปลายทางตรงฝั่งตรงข้ามพิทและทางลงเนินชันซึ่งสองจุดนี้จะสร้างภาระให้ยางหน้าอย่างมาก นอกจากนี้โค้งความเร็วสูงและการเปลี่ยนแปลงทิศทางหลายครั้งนั้นบีบบังคับให้ยางจะต้องมีให้ความแม่นยำและการยึดเกาะในระดับสูงอีกด้วย งานนี้ Pirelli ส่งยาง SCQ ให้นักแข่ง WorldSBK ทดสอบ สูตรยางที่จะมีรองรับให้นักแข่งในรุ่น WorldSBK และ WorldSSP สำหรับรุ่น WorldSBK จะมียางสลิกให้เลือกทั้งหมด 8 สูตร แบ่งเป็นอย่างหน้า 3 สูตรและยางหลัง 5 สูตร โดยยางหน้าจะเป็นสูตรมาตรฐาน 2 สูตร คือ ยางซอฟต์ SC1 และยางมีเดียม SC2 และสูตรกำลังพัฒนาอีก 1 สูตร เป็น SC1 A0674 ซึ่งนักแข่งหลายคนให้การยอมรับและเลือกใช้ในการแข่งขันที่ Jerez และ Portimao เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งถ้าเทียบกับสูตรมาตรฐานแล้ว จะแตกต่างที่มีโครงสร้างใหม่ที่พัฒนามาเพื่อเพิ่มฟีลลิ่งที่ล้อหน้าให้กับนักแข่งมากขึ้น โดยเพิ่มพื้นที่รองรับเวลาเข้าโค้งและในช่วงกลางโค้ง ส่วนยางหลังจะมี 3 สูตรมาตรฐานได้แก่ ยางมีเดียม SC1 ยางซอฟต์ SC0 ยางซูเปอร์ซอฟต์ SCX A0557 ที่นักแข่งส่วนใหญ่เลือกใช้ในการแข่งขันที่ Misano ขณะที่ยางอีกสองสูตรที่เหลือจะเป็นยางที่กำลังพัฒนา โดยจะเป็นคอมปาวด์ SCQ ทั้ง 2 สูตร โดยจะเป็นสเปก SCQ A1359 ซึ่งเป็นสูตรแรกและได้รับการทดสอบไปบ้างแล้ว และ B0230 ซึ่งจะเป็นสูตรทางเลือกที่จะมีให้ทดลองใช้ในช่วงก่อนเปิดฤดูกาลเท่านั้น เพื่อเปิดโอกาสให้นักเทคนิคได้มีโอกาสพัฒนาและปรับปรุงยางคอมปาวด์ใหม่เพิ่มขึ้น ขณะที่ในรุ่น WorldSSP จะมี 5 สูตรสำหรับแทร็กแห้ง แบ่งเป็นยางหน้า 2 สูตรและยางหลัง 3 สูตร ซึ่งทั้งหมดจะเป็นยางสูตรมาตรฐาน โดยยางหน้าจะมียาง SC1 สูตรใหม่จากยางพัฒนา SC1 A0460 และอีกสูตรคือ SC2 ที่เป็นยางมีเดียมที่ทนทานมากกว่ายางตัวแรก ขณะที่ยางหลังจะมี SCX, SC0 และ SC1 ซึ่งพัฒนามาให้มีสมรรถนะและการสึกหรอที่คงที่ และสุดท้ายนักแข่งในทุกคลาสจะมียางแบบกึ่งฝน และยางฝนให้เลือกในกรณีมีฝนตก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

WorldSSP 2022 ปรับกติกาใหม่ อะไรยังไง เรามีคำตอบ จากกรณีที่ทาง FIM หรือสหพันธ์จักรยานยนต์ระหว่างประเทศได้ทำการปรับปรุงกฎกติกาของการแข่งขัน Supersport World Championship เรื่องของโฮโมโลเกชันเกี่ยวกับรถ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน เนื่องจากในตอนนี้รถสปอร์ตในพิกัดซูเปอร์สปอร์ตตามแบบที่สามารถใช้เป็น รถแข่ง WorldSSP ได้นั้น แทบจะไม่มีจำหน่ายแล้ว กลับกลายเป็นว่ามีการขยายความจุของเครื่องยนต์ในพิกัดเดิมให้มากขึ้นแทน ส่วนนึงก็เป็นเพราะเรื่องของมาตรฐานไอเสีย Euro5 WorldSSP 2022 ปรับกติกาใหม่ ดังนั้นทาง FIM ก็เลยปรับปรุงเรื่องโฮโมโลเกชันเสียใหม่เพื่อมีรถรุ่นใหม่ ๆ จากแบรนด์ต่าง ๆ สามารถเข้ามาทำการแข่งขันได้มากขึ้น เราก็เลยได้รวบรวมข้อมูลรุ่นรถที่สามารถใช้ลงแข่งในรายการนี้มาให้ พร้อมกับการจำกัดรอบเครื่องยนต์เบื้องต้นและน้ำหนักตัวรถมาให้อีกด้วยครับ โดยในปีนี้จะมีซูเปอร์สปอร์ตเจ็นฯ ใหม่ลงแข่งดังนี้ Ducati Panigale V2, MV Agusta F3 800, MV Agusta F3 Superveloce และ Triumph Street Triple RS ซึ่งก็จะลงแข่งร่วมกันกับรถรุ่นเดิมที่เคยทำการแข่งอยู่เดิม อาทิ Honda CBR600RR, Kawasaki ZX-6R, MV Agusta F3 675, Suzuki GSX-R600, Triumph Daytona 675R และ Yamaha YZF-R6 นอกจากนี้ในปี 2023 จะอนุญาตให้สามารถใช้ Kawasaki ZX-636R ลงแข่งได้อีกด้วย รวมไปถึงในอนาคตอาจจะมี Suzuki GSX-R750 มาลงแข่งได้ด้วยก็เป็นได้ ส่วนเรื่องของน้ำหนักจำกัดของรถแข่งทุกคันก็คือต้องไม่เบาไปกว่า 161 ก.ก.และไม่เกินไปกว่า 173 ก.ก. โดยทั้งรถและคนขับขี่จะต้องมีน้ำหนักรวมไม่เกิน 242 ก.ก. โดยแต่ละรุ่นจะมีการจำกัดรอบสูงสุดของเครื่องยนต์ไว้ดังตารางนี้ หมายเหตุ การจำกัดรอบเครื่องยนต์จะมีการพิจารณาและกำหนดขึ้นใหม่ทุก ๆ การแข่งขัน 3 สนาม อนึ่งกติกาคร่าว ๆ เพื่อให้เข้าใจการแข่งขันรายการนี้มากขึ้นคือรถแข่งทุกคันจะต้องใช้อะไหล่ของเดิมหลาย ๆ ส่วนที่ติดรถโปรดักชันมา เช่น ระบบกันสะเทือน เบรก และท่อไอเสีย เป็นต้น มาถึงตรงนี้ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะเข้าใจการแข่งขันรายการนี้มากขึ้น และสนุกไปกับการเชียร์การแข่งขันนี้ได้มากขึ้นนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

รู้หรือไม่ WorldSSP ไม่ได้มีแต่รถแข่ง 600 ซีซีนะ สำหรับคนที่ยังไม่รู้ WorldSSP คือการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลกรายการนึงที่ใช้รถโปรดักชันระดับกลางหรือที่นิยมเรียกกันว่ารถซูเปอร์สปอร์ต มีชื่อการแข่งขันเต็ม ๆ ว่า Supersport World Championship และเป็นรายการย่อยในการแข่งขันใหญ่อย่าง WorldSBK ซึ่งหลาย ๆ คนที่ขี่มอเตอร์ไซค์และชอบมอเตอร์สปอร์ตน่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว หลาย ๆ คนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่ารถที่ใช้ทำการแข่งขันนั้นโดยมากจะเป็นรถพิกัด 600 ซีซี แต่จริง ๆ แล้วมีเงื่อนไขเปิดกว้างมากกว่านั้น โดยแต่เดิมก่อนปี 2022 หรือปีก่อนหน้านี้ จะจำกัดไม่เกิน 600 ซีซี สำหรับเครื่อง 4 สูบหรือ 675 ซีซี สำหรับเครื่อง 3 สูบ และ 750 ซีซีสำหรับเครื่อง 2 สูบ แต่ปี 2022 นี้มันเปลี่ยนแปลงไปแล้วทาง FIM ได้มองถึงความเป็นไปได้ใหม่ของการแข่งขัน และความหลากหลายของแบรนด์รถ ทั้งนี้เป็นเพราะว่าในตลาดรถซูเปอร์สปอร์ต หรือสปอร์ตไบค์ระดับกลางนั้น มีการขยับซีซีขึ้นไปสูงกว่าเกณฑ์เดิมแทบทุกแบรนด์ โดยมีเพียงไม่กี่แบรนด์เท่านั้นที่สามารถลงแข่งได้ เช่น Yamaha YZF-R6, Honda CBR600R, MV Agusta F3 675, Kawasaki ZX-6R เป็นต้น ซึ่งจะสังเกตได้ว่ามีรถรุ่นใหม่ ๆ น้อยมาก ดังนั้นจึงได้มีการปรับปรุงเรื่องของโฮโมโลเกชันขึ้นมา เพื่อให้มีรถรุ่นใหม่ ๆ แบรนด์ใหม่ ๆ สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้มากขึ้น โดยจะมีเรื่องของการจำกัดรอบเครื่องยนต์เข้ามาบังคับเพิ่มเติมสำหรับเครื่องยนต์ที่มีขนาดความจุสูง ๆ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันมากที่สุด โดยตอนนี้เครื่อง 4 สูบจะมีความจุได้ถึง 750 ซีซี ก็สามารถลงได้ เช่น Suzuki GSX-R750 เป็นต้น เครื่อง 3 สูบจะมีความจุ 800 ซีซี เช่น MV Agusta F3 800 และเครื่อง 2 สูบจะได้มากถึง 955 ซีซี เช่น Ducati Panigale V2 เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่แปลกใหม่ที่สุดก็ถือการมาของ Triumph Street Triple 765 R ซึ่งปกติแล้วจะไม่สามารถลงแข่งได้เพราะเป็นเน็กเก็ดไบค์ แต่โมเดลนี้ถูกทำให้เป็นเวอร์ชันสปอร์ตจากการใส่แฟริ่งเพิ่ม ซึ่งทาง FIM ก็รับรองให้ลงแข่งขันได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นรถโปรดักชันหรือรถที่มีจำหน่ายทั่วไป ตรงจุดนี้อาจจะทำให้ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นรถเน็กเก็ดไบค์จากค่ายอื่น ๆ มาลงแข่งในรายการนี้เพิ่มเติมก็เป็นได้ครับ รู้หรือไม่ WorldSSP อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Dynavolt Triumph รับ Hannes Soomer เข้าร่วมทีมพร้อมลุยศึก WSSP 2022 Dynavolt Triumph เผยเซ็นสัญญา Hannes Soomer เข้าร่วมทีมเพื่อสู้ศึก World Supersport Championship ฤดูกาล 2022 Hannes คือชายที่สามารถคว้าชัยในศึก European Supersport Championship เมื่อปี 2017 โดยเขาจะเข้ามาร่วมทีม Dynavolt Triumph และเป็นการกลับเข้ามาสู่เวทีโลกอีกครั้งหลังจากที่การแข่งขัน FIM Supersport นั้นปรับเปลี่ยนกติกาโดยใช้ระบบ Balance of Performance ใหม่ นักแข่งชาวเอสโตเนียวัย 23 ปีรายนี้เริ่มต้นเส้นทางนักแข่งของเขาในรายการ ADAC Junior Cup ในปี 2011 และคว้าโพเดียมแรกของเขาได้ในปี 2012 และจบที่อันดับ 5 ในตารางคะแนนรวม ต่อมาในปี 2013 เขาก็ลงแข่ง European Junior Cup เป็นครั้งแรก และในปี 2015 เขาก็สามารถคว้าโพเดียมแรกในรายการนี้มาได้ และในปีถัดมาเขาก็สามารถคว้าชัยชนะแรกของเขามาได้ ในปีเดียวกันนั้นเอง Soomer ก็ได้เปิดตัวลงแข่งในศึก World Supersport อยู่ 3 สนาม ต่อมาปี 2017 เขาก็เข้าร่วมในศึก European WorldSSP championship และสามารถทำคะแนนไปได้ 28 คะแนน และกลายเป็นแชมป์ในปีนี้เอง จากนั้น Soomer ก็ได้เข้าร่วมการแข่งขันแบบเต็มฤดูกาลเป็นครั้งแรกกับศึก WorldSSP ในปีถัดมา และจากนั้นเขาก็กลายเป็นนักแข่งที่สามารถทำคะแนนได้สม่ำเสมอ เขามีความก้าวหน้ามากขึ้นในปี 2019 และสามารถจบการแข่งขันติดท็อป 10 อยู่บ่อยครั้ง เพียงพอที่จะทำให้เขามีหน้ามีตาและชื่อเสียงและย้ายไปอยู่ทีม Kallio Racing ในปี 2020 ซึ่งเป็นปีที่เขาสามารถคว้ามาได้ 3 โพเดียมจากการแข่งขัน 3 เรซท้ายสุด ต่อมาในปี 2021 ปีที่มีการแข่งขันน้อยลง เขาก็ได้ฉายาว่า เจ้าลูกกระสุนปืนจากบอลติก และตอนนี้เขาก็พร้อมที่จะออกลุยกับฤดูกาลที่ 5 ของเขาในพร้อมกับทีมที่มีโรงงานตั้งอยู่ที่สหราชอาณาจักรอย่าง Triumph Hannes Soomer เผยว่า “ผมดีใจมาก ๆ ที่ได้ร่วมงานกับทีม Dynavolt Triumph ในฤดูกาล 2022 ผมเชื่อในศักยภาพของรถและประสบการณ์ของทีม และผมมั่นใจว่าเราสามารถหาทางร่วมงานกันได้อย่างรวดเร็ว ปีนี้เราจะได้เห็นความท้าทายใหม่ ๆ จากกติกาใหม่ ๆ ซึ่งจะทำให้การแข่งขันนั้นยากที่จะคาดเดาและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ผมพูดได้แต่เพียงว่าเราจะทุ่มสุดกำลังของเรา และผมทนไม่ไหวแล้วที่จะได้เริ่มต้นการทดสอบและอยากที่จะลุยศึกในฤดูกาลนี้เต็มที่แล้ว” Simon Buckmaster ผู้จัดการทีม Dynavolt Triumph เผยว่า “เรายินดีอย่างยิ่งที่จะประกาศว่าเราได้ทำข้อตกลงร่วมกันกับ Hannes Soomer ให้เข้ามาร่วมทีม Dynavolt Triumph อย่างเป็นทางการ จริง ๆ แล้ว ผมเฝ้าดูพัฒนาการของ Hannes ในไม่กี่ปีให้หลังมานี้และเคยพูดคุยกับเขาในช่วงสองสามฤดูกาลหลังมากนี้ เกี่ยวกับเรื่องความเป็นไปได้ในการเซ็นสัญญาให้เขามาร่วมทีมของเรา ดังนั้นผมก็เลยดีใจที่ปีนี้เขาสามารถตกลงปลงใจกับเราได้” “Hannes นั้นเคยได้มาแล้วหลายโพเดียมในปี 2020 ปีที่แล้วเขาบาดเจ็บที่ขาในช่วงต้นฤดูกาลแต่ก็กลับมาโชว์ผลงานได้อย่างประทับใจ ผมเชื่อว่าเขามีศักยภาพ เขามีประสบการณ์และเขายังเชื่อมั่นในทีมของเรา เชื่อในโปรเจ็กต์ของไทรอัมพ์ เราตื่นเต้นที่จะได้เริ่มต้นการทดสอบรถและเฝ้ารอที่จะได้ร่วมการแข่งขัน เป้าหมายของเราคือต้องมุ่งไปข้างหน้าและเป้าสูงสุดคือโพเดียมและแชมป์ ผมคิดว่าเขาจะต้องทำให้ผู้คนต้องประหลาดใจ แต่ก็อาจจะไม่ถึงกับทุกคน เพราะมีคนไม่กี่คนที่เหมือนเรา ที่รับรู้ได้ถึงพรสวรรค์ของเขา แต่เขากำลังจะทำให้แปลกใจแน่ ๆ และผมก็เฝ้ารอวันนั้น” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก Dynavolt Triumph รับ Hannes Soomer

ค่ายยามาฮ่า กระหึ่มเวทีเวิลด์ซูเปอร์ไบค์ จากผลงานระดับท็อปของ TOPRAK RAZGATLIOGLU #54 ดาวบิดเติร์ก ที่แท็กทีมต้นสังกัดผงาดขึ้นครองบัลลังก์แชมป์โลก หลังผ่านการชิงชัยในนัดส่งท้ายฤดูกาล ที่ มันดาลิกา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ศึกซูเปอร์ไบค์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2021 สนามสุดท้ายของฤดูกาล ดวลความเร็วเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บนแทร็กป้ายแดงอย่าง เปอร์ตามิน่า มันดาลิกา เซอร์กิต ประเทศอินโดนีเซีย ระยะทางต่อรอบ 4.300 กิโลเมตร กำหนดชิงชัยทั้งสิ้น 2 เรซ ในรายการพิเรลลี่ อินโดนิเซีย ราวนด์ โดย โทปรัค ราซกัตลิโอกลู #54 ดาวบิดเติร์ก สังกัดพาต้า ยามาฮ่า วิท บริกซ์ เวิลด์เอสบีเค สามารถปิดจ็อบได้ในเรซแรกของการแข่งขัน หลังบิดเข้าเส้นชัยด้วยอันดับ 2 ทว่าเพียงพอที่จะคว้าแชมป์โลกสมัยแรกให้กับตนเอง ก่อนจะส่งท้ายฤดูกาลด้วยการซิ่งจบการแข่งขันอันดับ 4 ในเรซที่ 2 ด้าน อันเดรีย โลคาเทลลี่ #55 เพื่อนร่วมสังกัด บิดจบการแข่งขันด้วยอันดับ 4 และ 8 ตามลำดับจากผลการแข่งขันดังกล่าวส่งผลให้ ยามาฮ่า ผงาดขึ้นครองบัลลังก์แชมป์โลกประเภทค่ายผู้ผลิต รวมถึง พาต้า ยามาฮ่า วิท บริกซ์ เวิลด์เอสบีเค ในประเภททีม ขณะที่ อันเดรีย โลคาเทลลี่ ซิว รุกกี้ ออฟ เดอะเยียร์ ด้าน การ์เรต เกอร์ลอฟ และ จีอาร์ที ยามาฮ่า เวิลด์เอสบีเค ทีม คว้าแชมป์ประเภททีมอิสระ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

แชมป์โลก WorldSBK 2021 ตัดสินกันสนามนี้ ที่ Mandalika อินโดนีเซีย สุดสัปดาห์นี้้การแข่งขันเวิร์ลซูเปอร์ไบค์จะตัดสินว่าใครจะได้เป็น แชมป์โลก WorldSBK 2021 โดยการแข่งขันครั้งนี้จะเป็นสนามสุดท้ายแล้ว และจะไปจัดการแข่งขันกันที่สนามแห่งใหม่อย่าง Mandalika ที่แดนอิเหนาหรืออินโดนีเซียนั่นเอง เรียกได้ว่าเข้มข้นกันจนสนามสุดท้ายจริง ๆ การแข่งขันสนามนี้เมนสปอนเซอร์จะเป็นทาง Pirelli ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนยางที่ใช้ในการแข่งขันมาโดยตลอด ซึ่งแน่นอนว่าทางค่ายก็ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะลงทุนในการแข่งขันรถโปรดักชันที่เร็วที่สุดในโลกนี้ เพื่อที่จะใช้เวทีแห่งนี้พัฒนายางของพวกเขาและใช้เป็นแหล่งประชาสัมพันธ์ให้เห็นถึงคุณภาพของแบรนด์ต่อไป สำหรับการแข่งขันสนามนี้จะเป็นการแข่งขันแฟน ๆ นักบิดจะต้องจับตามองมากที่สุดในรอบไม่กี่ปีมานี้ เพราะนอกจากจะจัดในสนามแข่งแห่งใหม่ในเอเชียแล้ว จะยังเป็นการดวลแย่งแชมป์โลกระหว่าง Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) และ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) แชมป์โลก 6 สมัยและแชมป์โลกคนล่าสุด นอกจากนี้ยังมีจะมีการลุ้นแชมป์โลกประเภทผู้ผลิตอีกด้วย โดยตอนนี้เป็นฝ่ายยามาฮ่าที่มีแต้มสะสมเป็นอันดับ 1 ที่ 574 คะแนน นำหน้าค่ายแดง Ducati อยู่ 16 คะแนน สนาม Mandalika นี้จะเป็นสนามใหม่สำหรับนักแข่ง WorldSBK และ WorldSSP ทุกคน โดยสนามนั้นมีความยาว 4.310 กม. มีโค้งทั้งหมด 17 โค้ง แบ่งเป็นโค้งขวามากถึง 11 โค้ง และโค้งซ้าย 6 โค้งเท่านั้น ส่วนทางตรงหน้าเส้นชัยนั้นมีความยาวมากถึง 507 เมตรเลยทีเดียว และแน่นอนว่าเป็นโจทย์ที่ทาง Pirelli จะต้องรับมือให้ได้ สูตรยางสำหรับการแข่งขันในรุ่น WorldSBK และ WorldSSP นับว่าเป็นการยากมากทีเดียวสำหรับสนามใหม่ที่หลาย ๆ ฝ่ายล้วนขาดประสบการณ์ในการรับมือ แต่แน่นอนว่าทางพีเรลลี่ค่ายยางตัวพียาวเฟื้่อยก็ยังคงตั้งใจรับมือด้วยการเตรียมยางไปมากถึง 2039 เส้นเพื่อให้เพียงพอกับการแข่งขันทั้ง 2 คลาส และในทุกสภาพอากาศ ไม่ว่าจะแห้งหรือเปียก สำหรับพิกัดใหญ่อย่าง WorldSBK จะมียางสลิกให้ใช้ 5 สูตร แบ่งเป็นหน้า 2 สูตรและหลัง 3 สูตร โดยยางหน้าจะเป็น SC1 และ SC2 สูตรมาตรฐานทั้งคู่ ส่วนยางหลังจะเป็นยาง SCX, SC0 และ SC1 สูตรมาตรฐานทั้งหมด ส่วนในพิกัด WorldSSP นักแข่งจะได้ยางทั้งหมด 4 สูตร โดยเป็นยางหน้า 2 สูตรและยางหลัง 2 สูตร โดยยางหน้าจะเป็น SC1 และ SC2 สูตรมาตรฐานทั้งคู่ ส่วนยางหลังจะเป็นยาง SC0และ SC1 สูตรมาตรฐานทั้งคู่เช่นเดียวกัน และในกรณีที่สภาพอากาศย่ำแย่ทาง Pirelli ก็ยังได้เตรียมทั้งยางกึ่งและยางฝนไว้รองรับอีกด้วย งานนี้ร่วมไปลุ้นแชมป์โลกกับเราได้ในสุดสัปดาห์นี้กันนะครับ บอกเลยว่าห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง อ่านข่าวอื่น ๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ninja ZX-10RR ลายพิเศษ ของทีมโรงงาน เท่แค่ไหนไปชม Ninja ZX-10RR ลายพิเศษ ไม่ใช่รถขายจริง แต่ให้นักแข่งแข่งโชว์เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 125 ปีการก่อตั้งบริษัท Kawasaki และเป็นการเน้นย้ำให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของทาง Kawasaki โดยมีการนำโลโก้ River Mark มาใช้รวมไปถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของทางบริษัทที่จะมุ่งเน้นในธุรกิจมอเตอร์ไซค์มากยิ่งขึ้นในอนาคต ในโอกาสนี้ทาง Kawasaki Racing Team เลยเตรียมรถแข่ง Ninja ZX-10RR ลายพิเศษดังกล่าวให้กับทาง Jonathan Rea และ Alex Lowes ใช้ลงแข่งในศึก WSBK ที่อาร์เจนตินา ลืมเรื่องการใช้ชุดสีรถจากทางสปอนเซอร์ของทางทีมทั้งหมดไปก่อน แล้วทางค่ายยักษ์เขียวก็เปิดโอกาสให้นักแข่งทั้งคู่เลือกชุดสีรถในตำนานของทางค่ายในอดีตมา จากนั้นก็มีการใช้ดีไซน์ดังกล่าวถ่ายทอดมายังรถแข่งคันปัจจุบันของพวกเขาพร้อม ๆ กับโลโก้ River Mark ที่คุณจะเห็นได้ในเจ้า H2 ของทางค่าย นอกจากลวดลายพิเศษบนตัวรถแล้ว นักแข่งทั้งสองยังใส่ชุดแข่งและแว่นกัดแดดในสไตล์ย้อนยุคที่ทางสปอนเซอร์เตรียมไว้ให้อีกด้วย เพื่อให้ดูเข้ากันอย่างลงตัวที่สุด สำหรับการเลือกของ Jonathan นั้นไม่ยากอะไร โดยเขาเลือกรถต้นแบบเป็น ZXR750-H ตำนานจากต้นยุค 90 มาใช้ โดยตัวรถจะมาในชุดสีขาว น้ำเงินและเขียว ส่วนทางด้านของ Alex นั้นเป็นอะไรเรียบ ๆ ง่าย ๆ ในการที่จะแปลงมาใส่ในรถสมัยใหม่ โดยเขาเลือกรถในตำนานที่เป็นตัวเปลี่ยนเกมการแข่งขันของโลกสองล้ออย่างเจ้า GPz900R ที่เปิดตัวในอเมริกาในปี 1984 และเป็นรถคันแรกที่ใช้ชื่อนินจา 125 ปีที่ผ่านมาที่ Kawasaki ได้ออกเดินทางผจญภัยในโลกแห่งธุรกิจ ทางค่ายก็ได้พยายามพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลกด้วยการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่น่าตื่นเต้นและผลงานทางวิศวกรรมที่ยอดเยี่ยมซึ่งช่วยนำพาความสุขและสร้างความรู้สึกตื่นตาตื่นใจมาโดยตลอด และในตอนนี้ทางบริษัทก็ได้ตั้งใจที่จะทุ่มเทในเรื่องของมอเตอร์ไซค์เพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยตั้งบริษัท Kawasaki Motor Ltd ขึ้นมา โดยบริษัทใหม่นี้จะใช้โลโก้ River Mark เป็นสัญลักษณ์สื่อถึงคุณภาพพร้อมกับแท็กไลน์ใหม่ว่า “Let the Good Times Roll” ว่าแต่คุณล่ะครับชอบเจ้านินจาลายพิเศษคันไหน? อนาคตอาจจะมาเป็นเฉดสีพิเศษขายจริงก็เป็นได้ ลองส่องลองเลือกดูกันก่อนก็ได้นะครับ ส่วนตัวผมว่าน่าจะมีมาจำหน่ายแน่ ๆ แต่ถ้าไม่มาจริง ๆ อาจจะนำไปเป็นไอเดียในการแต่งรถของตัวเองก็ได้นะครับ ว่ามั้ยครับสาวกค่ายเขียว! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

วันของ Toprak หลังโชว์ฟอร์มคว้าชัย 2 เรซรวดที่ Jerez จบไปแล้วกับการแข่งขัน WorldSBK รอบ MOTUL Spanish Round ที่สนาม Jerez – Angel Nieto Circuitประเทศสเปนเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กับการแข่งขันสุดแน่น 4 เรซติดในวันเดียว เพราะมีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการการแข่งขันจากเหตุการณ์น่าเศร้าจากการจากไปของ Dean Berta Viñales นักแข่งหนุ่มชาวสเปนในพิกัด WorldSSP300 ที่เกิดอุบัติเหตุในเรซแรก การแข่งขันในช่วงบ่ายวันเสาร์ทั้งหมด ทำให้การแข่งขันวันอาทิตย์แน่นขนัด และต้องยกเลิกการแข่งขันรอบ Superpole race ออกไป ส่งผลให้สนามนี้แข่งขัน WorldSBK แค่เพียง 2 เรซเท่านั้น WorldSBK Race 1: การแข่งขันเรซแรกเริ่มต้นด้วยโพลแมนอย่าง Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) ออกสตาร์ทได้ดีที่สุด แต่เขาก็ต้องเผชิญบททดสอบหนักจาก Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) ทันที เพราะเขาสบช่องและแย่งตำแหน่งผู้นำได้ในช่วงปลายแล็ปแรก จากการโชว์ความเร็วในโค้งที่เหนือกว่า ด้านหลังของ Razgatlioglu คือทีมเมทของเขาเอง ซึ่งก็คือ Andrea Locatelli (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) และนักแข่งจากดูคาติอย่าง Scott Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) และ Michael Ruben Rinaldi (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) ที่ต่อมา Rinaldi ล้มในแล็ปที่ 5 และต้องรีไทร์ออกไป เมื่อมาถึงกลางเกม นักแข่งในกลุ่มนำ 4 คนแรกที่มาจาก 3 ค่ายผู้ผลิตต่างทิ้งห่างกันไม่ถึง 1 วินาที โดยมี Razgatlioglu ที่ไล่จี้ท่อของ Rea อยู่บ่อยครั้ง เพื่อมองหาโอกาสที่ดีที่สุดที่จะเปิดฉากรุกไล่ใส่เพื่อคว้าชัย และโอกาสนั้นก็มาถึงเมื่อมาถึงโค้งแรกของแล็ปที่ 13 นักแข่งตุรกีสามารถขึ้นนำได้ จากนั้นก็สามารถยืดระยะห่างจนได้ระยะปลอดภัยประมาณ 1 วินาที และในแล็ปสุดท้าย Redding ก็เพิ่มแรงกดดันให้กับมือใหม่อย่าง Locatelli และสบช่องแซงขึ้นมาจบเป็นอันดับ 3 ตามหลัง Rea ที่ได้ที่ 2 โดยมี Toprak Razgatlioglu จบเป็นอันดับ 1 คว้าชัยในเรซแรกไปครอง อันดับที่ 4 ตกเป็นของ Andrea Locatelli และ 5 เป็นของ Álvaro Bautista (Team HRC / Honda CBR1000 RR-R) ที่สามารถทำอันดับท็อป 5 คนแรกของเรซมา 5 เรซติดต่อกันแล้ว WorldSBK Race 1 Standings: อันดับ รายชื่อนักแข่ง 1 T. Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) 2 J. Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR)

Ducati ฟอร์มเดือดคว้า 2 ชัยจาก 3 เรซที่ Catalunya จบไปแล้วกับการแข่งขัน WorldSBK สนามที่ 9 กับการแข่งขันที่สนาม Barcelona Circuit – Catalunya ประเทศสเปน ซึ่งสำหรับการแข่งขันในรอบนี้ก็ถือว่าดุเดือดอีกเช่นกัน ได้เห็นหลายทีมเดินหน้าขึ้นโพเดียม และจบการแข่งขันสนามนี้ด้วยคะแนนที่ยังคงสูสีคู่คี่อีกเช่นเดิม ทำให้ต้องลุ้นแชมป์โลกกันไปอีกยาว ๆ เลยล่ะครับ WorldSBK Race 1: ในเรซแรกนั้นออกสตาร์ทกันในตอนช่วงบ่าย 3 โมง 15 นาทีตามเวลาท้องถิ่นท่ามกลางสายฝนโปรยปรายลงมาทำให้ทุกคนต้องเลือกใช้ยางฝนในการแข่งขัน Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) เป็นคนที่ออกสตาร์ทได้ดีที่สุดและขึ้นนำหน้า Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) ซึ่งพลาดตำแหน่งอันมีค่าไปในช่วงต้น ๆ ทั้งยังต้องมาดวลกับนักแข่งจากดูคาติ Axel Bassani (Motocorsa Racing / Ducati Panigale V4 R) แบบผลัดกันแซงไปมา นักแข่งอิตาเลียนกลับเป็นฝ่ายได้เปรียบและขึ้นเป็นที่ 2 นำหน้าผู้ครองหัวแถวตารางคะแนนสะสมและเริ่มไปไล่บี้ Rea ส่วนด้านหลังของกลุ่มนำเป็น Michael van der Mark (BMW Motorrad WorldSBK Team / BMW M 1000 RR), Alex Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) และ Michael Ruben Rinaldi (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) ที่ดวลกันแย่งอันดับที่ 5 ในช่วงครึ่งหลังของเรซตำแหน่งบนโพเดียมนั้นมี Rea จองอยู่แต่ร่วงลงมาที่อันดับ 3 หลังจากถูกแซงโดย Razgatlioglu และต่อมาก็ถูก Bassani อีกครั้ง แต่ระหว่างการแข่งขันในแล็ปที่ 15 นักแข่งยามาฮ่าก็ต้องรีไทร์ออกไปด้วยปัญหาทางเทคนิค หลัง จากนั้นอีก 3 แล็ปที่เหลือ นักแข่งดูคาติทั้ง 3 คนก็กลายเป็นฝ่ายขึ้นนำ โดยมี Bassani ขึ้นเป็นจ่าฝูงดวลกันกับ Scott Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) ซึ่งหลังจากที่ออกสตาร์ทไม่ดีนัก แต่ก็สามารถคัมแบ็กไล่แซงคืนมา 8 อันดับ และทำสถิติเวลาแล็ปเร็วที่สุดได้ในแล็ปที่ 17 ตามมาด้วย Rinaldi ที่แซง Rea ทำให้แชมป์โลกหล่นมาอันดับที่ 4 และถูกบังคับให้ต้องป้องกันการจู่โจมจาก Van der Mark และในแล็ปสุดท้าย นักแข่งดูคาติก็ต้องด้วยกันเองและเป็น Redding ที่เหนือกว่าและเข้าเส้นเป็นอันดับ 1 นำหน้า Bassani และ Rinaldi WorldSBK Race 1 Standings: อันดับ รายชื่อนักแข่ง 1 S. Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) 2 A. Bassani (Motocorsa Racing / Ducati Panigale V4 R) 3 M. Rinaldi (ARUBA.IT

Yamaha เตรียมแข่ง WSBK ด้วยรถแข่งลายใหม่ฉลองครบรอบ 60 ปี ล่าสุดยามาฮ่า มอเตอร์ ยุโรป ออกมาประกาศอย่างตื่นเต้นว่าเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสที่ทางค่ายได้เข้าร่วมการแข่งขันในระดับ Grand Prix ครบรอบ 60 ปี ก็เลยจะทำการลงแข่งในศึก 2021 FIM Superbike World Championship ในรอบ Barcelona Round ด้วยรถแข่งลายพิเศษ ที่การแข่งขัน French GP ปี 1961 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของยามาฮ่ากับการเข้าร่วมการแข่งขันระดับ Grand Prix และนับตั้งแต่นั้นมาก็กลายเป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักและประสบความสำเร็จมากที่สุดแบรนด์นึง หลังจากที่ชนะการแข่งขันระดับ GP ครั้งแรกในปี 1963 ยามาฮ่าก็แข่งขันมาตลอด และชนะรวมกันกว่า 517 ครั้งโดยนักแข่ง 82 คน รวมถึงชัยชนะประเภทผู้ผลิตและทีมอีกด้วย และช่วงต้นปีนี้ที่ผ่านมาก็ได้ประกาศว่าจะเข้าร่วมการแข่งขัน MotoGP ไปอีกจนถึงปี 2026 ทางค่ายยังเคยสร้างนักแข่งที่ประสบความสำเร็จในระดับโลกมาแล้วมากมาย ทั้ง Valentino Rossi, Kenny Roberts, Wayne Rainey, Phil Read และ Giacomo Agostini เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง 6 ทศวรรษของการเข้าร่วมการแข่งขันครบรอบ 60 ปีในระดับโลก ทีม Pata Yamaha with Brixx WorldSBK และทีม GRT Yamaha WorldSBK Team ก็ตัดสินใจจะลงแข่งขัน WolrdSBK ด้วยรถแข่งลวดลายพิเศษสีขาวและแดงในรอบ Barcelona Round นอกจากรถแข่งที่จะมาพร้อมลวดลายพิเศษ บรรดานักแข่งยังจะมาพร้อมชุดหนัง ถุงมือและรองเท้า ตลอดจนถึงของใช้อื่น ๆ ที่มาธีมสีขาวแดงเช่นเดียวกันกับรถแข่ง เรียกว่าหล่อมาก ๆ จริงครับ สำหรับนักแข่งและรถแข่งของ Yamaha เตรียมแข่ง WSBK ด้วยรถแข่งลายใหม่ฉลองครบรอบ 60 ปี แบบนี้ ก็มาดูกันว่าสีนี้จะช่วยนำชัยให้ทีมนักแข่งของยามาฮ่าคว้าชัยได้หรือไม่ อ่านข่าว Yamaha อื่นๆ คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pirelli เตรียมยางกว่า 10 สูตร ซัพพอร์ตนักแข่ง WSBK ที่ Catalunya ล่าสุดพีเรลลี่แบรนด์ยางตัว P ยาวเหยียดที่ขายยางหนึบ ๆ และเป็นผู้สนับสนุนยางให้การแข่งขัน WorldSBK ทั้งหมด เผยว่า Pirelli เตรียมยางกว่า 10 สูตร ซัพพอร์ตนักแข่ง WSBK ที่ Catalunya ประเทศสเปน การแข่งขันสนามที่ 9 กำลังจะมาถึงในช่วงสุดสัปดาห์นี้กับการแข่งรอบ The Hyundhai N Catalunya Round (17 – 19 กันยายนนี้) รับรองจะต้องสนุกสนานอย่างแน่นอน เข้าสู่ครึ่งหลังของฤดูกาลการแข่งขันแล้ว เป็นช่วงเวลาที่ทุกสนามทุกเรซมีความสำคัญต่อการคว้าแชมป์โลก นอกจากนี้ประตูในการเป็นแชมป์โลกในพิกัด WSBK หรือรุ่นใหญ่ในรายการยังเปิดอยู่ ไม่ว่าจะเป็น Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) หรือจะเป็นแชมป์โลก 6 สมัยอย่าง Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) ที่ห่างกันเพียง 7 คะแนน และยังเปิดให้กับนักแข่งจากดูคาติอย่าง Scott Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) อีกด้วย 1 ในไฮไลท์สำคัญของเมือง Catalan ก็คือสนาม Circuit of Catalunya-Barcelona ซึ่งเปิดให้ใช้ครั้งแรกในปี 1992 ในการแข่งขันโอลิมปิกเกม สนามแห่งนี้ยาว 4.627 กม. มีโค้งทั้งหมด 14 โค้ง แบ่งเป็นโค้งขวา 8 โค้งและโค้งซ้ายอีก 6 โค้ง ซึ่งโค้งส่วนใหญ่จะเป็นโค้งกว้าง ๆ สามารถทำความเร็วได้มาก ๆ และยังมีทางตรงที่เอื้อให้นักแข่งทำความเร็วถึง 320 กม./ชม. สนามแห่งนี้ยังมีส่วนที่เป็นลูกคลื่นและยังถูกมองว่าเป็นสนามที่ยากสูงมาก โดยหลาย ๆ จุดสามารถทำให้รถและนักแข่งต้องปวดหัวหรือเครียดได้ นอกจากนี้แล้วยังต้องระวังกับการเบรกที่สุดปลายทางตรงที่ยาวมาก ๆ ซึ่งจุดนี้จะได้เห็นรถเบรกกันหนัก ๆ ในระดับที่หนักมากที่สุดของปีเลยก็ว่าได้ สูตรยางที่เตรียมไว้สำหรับคลาส WorldSBK และ WorldSSP: สำหรับในรุ่น WorldSBK นักแข่งทุกคนจะมียางสูตรกำลังพัฒนา (ที่เคยใช้มาแล้วในสนามก่อนหน้านี้) และยางสูตรมาตรฐาน รวมกันมากถึง 10 สูตร โดยแบ่งเป็นยางหน้า 5 สูตรและยางหลัง 5 สูตร สำหรับยางหน้า จะมียางสลิกสูตรมาตรฐาน 1 สูตรและสูตรกำลังพัฒนา 2 สูตร โดยยางสูตรมาตรฐานจะเป็นสูตร SC1 ส่วนยางสูตรพัฒนาจะเป็น SC1 A0721 ซึ่งนุ่มกว่า SC1 ปกติ และอีกสูตรคือ SC1 A0508 ซึ่งเคยใช้มาในที่ Misano และที่ Assen ด้วย และใช้กันมากที่สุดที่ Navarra และ Magny-Cours สำหรับยางหลักสลิกก็จะมี 2 สูตรให้เลือก ตัวเลือกแรกเป็น SCX A0557 ที่เป็นยางสูตรกำลังพัฒนา ซึ่งจะเป็นยางที่นุ่มที่สุดที่มีให้เลือกที่สนามนี้ และตัวเลือกที่ 2 ก็จะเป็นสูตรสแตนดาร์ด SC0 นอกจากนี้ยังจะมียางสูตรกำลังพัฒนาในรอบซูเปอร์โพล เป็นสูตร Y0449 จะมีให้ใช้และคาดการณ์ว่าจะช่วยให้นักแข่งสามารถทำเวลาได้เร็วขึ้น และสามารถทำเวลาเพื่อควอลิฟายตัวเองเข้ากริดในตำแหน่งที่ดีที่สุด ส่วนในรุ่น WorldSSP จะมีสูตรยาง 5 สูตรเช่นกัน เป็นยางหน้า 3 สูตรและยางหลัง 2 สูตร โดยยางหน้าจะมีสูตรมาตรฐานอย่าง SC1 และ SC2 ให้เลือกใช้ อีก 1 สูตรเป็นยางสูตรกำลังพัฒนา

Toprak เกือบคว้าชัยทริปเปิ้ลเรซ ในศึก WorldSBK ที่ฝรั่งเศส จบกันไปแล้วกับศึกการแข่งขันรถโปรดักชันระดับโลกสุดเดือดอย่าง WorldSBK ที่สนาม Magny-Cours ประเทศฝรั่งเศสเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มาสรุปผลกันดีกว่าว่าแต่ละเรซใครเป็นอย่างไรกันบ้างครับ WorldSBK Race 1: การแข่งขันในเรซที่ 1 โพลแมน Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) ออกตัวได้ดีและรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้ในช่วงทางตรง แต่ไม่ทันไร Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) ก็เปิดฉากรุกไล่ทันที แต่ก็เสียจังหวะไปในตอนที่เขาถูกกดดันให้ต้องป้องกันไม่ให้ Alex Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) ที่อยู่อันดับ 3 ขณะนั้นเสียบเข้ามา กระทั่งในแล็ปที่ 4 Toprak ก็สามารถที่จะแซงแชมป์โลก 6 สมัยได้ ขณะเดียวกันนั้น Michael Ruben Rinaldi (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) ก็ไต่ไล่ขึ้นมาอันดับที่ 4 ตามหลัง Lowes ต่อมาเป็น Andrea Locatelli (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) ที่สามารถแซงนักแข่งของ Ducati ขึ้นมาในแล็ปที่ 13 โดยที่นักแข่งหน้าใหม่ชาวอิตาลีพยายามที่จะย่นระยะห่างกับกลุ่มที่รั้งตำแหน่งโพเดียมอยู่ก็สามารถทำได้ในที่สุด เนื่องมาจาก Alex Lowes เกิดล้มไปและทำให้ต้องรีไทร์ไปแม้ว่าจะเหลือการแข่งขันอีกเพียง 5 แล็ปเท่านั้น ด้าน Toprak รักษาตำแหน่งได้ดี และไม่มีอะไรผิดพลาดก็สามารถเข้าเส้นเป็นอันดับ 1 นำหน้า Jonathan อยู่ถึง 4.4 วินาที และมี Andrea Locatelli จบที่อันดับ 3 WorldSBK Race 1 Standings: อันดับ รายชื่อนักแข่ง 1 T. Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) 2 J. Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) 3 A. Locatelli (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) 4 M. Rinaldi (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) 5 M. van der Mark (BMW Motorrad WorldSBK Team / BMW M 1000 RR) 6 Á. Bautista (Team HRC / Honda CBR1000 RR-R) 7 A. Bassani (Motocorsa Racing / Ducati Panigale V4 R)

Pirelli เตรียมยางฝนสูตรใหม่ รับศึก WSBK ที่ Magny-Cours สุดสัปดาห์นี้เตรียมพบกับการแข่งขัน WorldSBK สนามที่ 8 ที่ Magny-Cours ประเทศฝรั่งเศส ค่ายยางตัว P ยาวเหยียดแจงชัด เตรียมยางฝนสำหรับล้อหน้าสูตรใหม่สำหรับการแข่งขันในรุ่น WorldSBK ไว้รอ ทั้งสูตรมาตรฐานและสูตรกำลังพัฒนา ขณะที่ในรุ่น WorldSSP จะมีเพียงสูตรมาตรฐานเท่านั้น หลังจากผ่านการแข่งขันไปแล้ว 21 เรซ ตารางคะแนนรวมในคลาส WorldSBK ก็เกิดปรากฎการณ์ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน จากการที่ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) และ Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) มีคะแนนเท่ากันที่ 311 คะแนน โดยอันดับถัดมาเป็นของ Scott Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) ที่มี 273 คะแนน ซึ่งไม่ห่างกันมาก และมีโอกาสลุ้นแชมป์ทุกคน ขณะที่ในพิกัด WorldSSP เป็น Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha / Yamaha YZF R6) นำหัวตารางด้วยคะแนน 257 คะแนน นำห่าง Steven Odendaal (Evan Bros. WorldSSP Yamaha Team / Yamaha YZF R6) ถึง 47 คะแนน ส่วนรุ่น WorldSSP300 มี Adrian Huertas (MTM Kawasaki / Kawasaki Ninja 400) นำเป็นอันดับ 1 ที่ 129 คะแนน นำอันดับ 2 อย่าง Tom Booth-Amos (Fusport – RT Motorsports by SKM – Kawasaki / Kawasaki Ninja 400) อยู่ 11 คะแนนเท่านั้น สำหรับสนาม Nevers Magny-Cours นั้นเป็นสนามที่เปิดให้ใช้มานานกว่า 60 ปีแล้ว โดยเปิดขึ้นครั้งแรกในปี 1960 ซึ่งเป็นสนามที่มีความยาว 4.411 กม. มีโค้งขวา 9 โค้งและโค้งซ้าย 8 โค้ง พร้อมกับโค้งแคบสุดที่รัศมีเพียง 5 เมตร และโค้งกว้างสุดที่ 474.45 ม. และทางตรงยาวหน้าเส้นวัดได้ 250 ม. ความชันสูงสุดของสโลปขึ้นอยู่ที่ 2.38% และลาดลงสูงสุดที่ 2.68% สนามแห่งนี้ยังมีจุดเด่นที่การที่นักแข่งต้องลดความเร็วกะทันหันจากนั้นเร่งความเร็วอีกครั้ง ทั้งตัวแทร็กยังมีทางตรงความยาวปานกลางกระจายตัวไปทั่วพร้อมกับความชันที่เปลี่ยนแปลงไปมาหลายจุด รวมถึงมีโค้งหักศอก (Adelaide) ซึ่งเป็นจุดที่ต้องใช้เบรกหนักที่สุดในบรรดาสนามแข่งระดับนานาชาติทั้งหลาย ที่ดันไปอยู่กับทางตรงที่ทำความเร็วได้มาก ตัวพื้นผิวแทร็กค่อนข้างเรียบเนียนแบบทั่ว ๆ ไป ให้การยึดเกาะไม่มากนัก โดยเฉพาะเวลาที่อุณหภูมิต่ำและเปียกชื้น ยิ่งไปกว่านั้นในบางจุดนักแข่งจะต้องเบรกในขณะที่กำลังลงเนินซึ่งทำให้ยางหน้านั้นรับความเครียดมากกว่าปกติอีกด้วย สูตรยางสำหรับการแข่งขันในรุ่น WorldSBK และ WorldSSP สำหรับพิกัด WorldSBK นักแข่งจะมียางหน้าและยางหลังให้เลือก 5 สูตรและ 6 สูตรตามลำดับ ซึ่งมีทั้งยางสลิก ยางกึ่ง และยางฝน ยางสลิกสำหรับยางหน้าจะมีให้เลือก 2 สูตรคือ ยาง SC1 สูตรมาตรฐานและยาง

Toprak มาแรง แซงขึ้นหัวตารางหลังจบศึก Navarra จบกันไปแล้วกับศึกดวลรถแข่งที่มีพื้นฐานมาจากรถโปรดักชันหรือการแข่งขัน WorldSBK กับสนามแห่งใหม่ Navarra (ประเทศสเปน) ที่จัดขึ้นเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งก็เป็นสนามที่ 7 แล้วของฤดูกาล 2021 ซึ่งถือว่าสนามนี้แข่งขันกันสนุกตื่นเต้นเร้าใจกว่าที่คิด เพราะทุกคนล้วนต้องเจอกับแทร็กแห่งใหม่ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครเคยเจอกับสนามนี้มาก่อน หนทางเดียวที่จะทำความคุ้นเคยกับแทร็กนี้ได้มีเพียงช่วงเวลาฝึกซ้อมเท่านั้น WorldSBK Race 1: เป็น Scott Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) ที่ออกตัวจากกริดที่ 2 และขึ้นนำทันที แต่ในช่วงแล็ปแรกนั้น Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) ที่ออกตัวจากโพลโพซิชันได้แซงเขาขึ้นมานำแทน ด้านหลังที่ตามมาเป็น Andrea Locatelli (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) กับเพื่อนร่วมทีม Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1), Alex Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR), Tom Sykes (BMW Motorrad WorldSBK Team / BMW M 1000 RR) และ Chaz Davies (Team GOELEVEN / Ducati Panigale V4 R) เกาะกลุ่มกันมา ในช่วงแล็ปที่ 6 เป็นนักแข่งจากดูคาติที่สามารถแซงขึ้นมานำและทิ้งห่างนักแข่งคู่หูจากยามาฮ่าเกือบ 3 วินาที และเมื่อการแข่งขันผ่านไปราว ๆ 2 ใน 3 ของเรซ Scott ก็ยังคงโชว์ความดุดันได้อยู่ แถมยังยืดระยะห่างจากอันดับ 2 และ 3 ที่ตอนนี้กลายเป็น Rea และ Toprak ที่เพิ่งจะ มาแรง แซงเพื่อนร่วมทีมมา กระทั่งแล็ปสุดท้ายอันดับโพเดียมก็ยังไม่เปลี่ยนไป จบเรซเป็น Scott Redding ขึ้นโพเดียมตำแหน่งสูงสุด ตามมาด้วย Jonathan Rea และ Toprak Razgatlioglu ทำให้คะแนนของแต่ละคนสูสีและทุกคนต่างมีสิทธิ์ลุ้นแชมป์โลกกันได้ทั้งนั้น WorldSBK Race 1 Standings: อันดับ รายชื่อนักแข่ง 1 S. Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) 2 J. Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) 3 T. Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) 4 A. Locatelli (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) 5 A. Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR)

สปอนเซอร์ทีม Pata Yamaha with Brixx ทีมแข่งสุดร้อนแรงใน WSBK เขาทำธุรกิจอะไรกันหลาย ๆ คนที่ชมการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตมาโดยตลอดจะเห็นได้ว่าทีมแข่งแต่ละทีมนั้นมีโลโก้สปอนเซอร์ที่เป็นผู้สนับสนุนอยู่บนตัวรถและชุดของนักแข่งอยู่เสมอ แน่นอนว่าส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบรนด์ของแต่งรถ หรือเป็นอะไรที่เกี่ยวกับรถ แต่บางครั้งบางแบรนด์ก็ไม่ได้เกี่ยวกันเลยก็มีเช่นกันมาวันนี้เราจะพามาดู สปอนเซอร์ทีม Pata Yamaha with Brixx ทีมแข่งสุดร้อนแรงใน WSBK กัน ถามว่าทำไมทางเราถึงทำทีมนี้ก็บอกเลยว่า นอกจากจะเป็นรถโปรดักชันแล้วยังเป็นทีมที่มีผลงานดีและมีแนวโน้มลุ้นแชมป์อย่างมากเลยสำหรับฤดูกาล 2021 นี้ มาถึงตรงนี้แล้ว เราไปดูกันดีกว่าว่าจะมีสปอนเซอร์อะไรกันบ้าง แบรนด์ไหนทำธุรกิจอะไร แบรนด์ไหนเกี่ยวกับรถ แบรนด์ไหนไม่เกี่ยว รู้แล้วจะได้เข้าใจว่ารถแข่งแต่ละคันใช้อะไรกันบ้าง เราจะได้แต่งตามได้แบบเฟี้ยว ๆ ได้ฟีลลิ่งรถแข่งระดับโลกอย่างแน่นอน แบรนด์ที่ไม่เกี่ยวกับรถ Pata แน่นอนว่าเราต้องเริ่มจากแบรนด์ ที่เป็นสปอนเซอร์ตัวใหญ่เป้งที่ด้านข้าง หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าแบรนด์นี้เขาน่าจะทำของแต่งรถ แต่จริง ๆ แล้วเป็นแบรนด์อิตาลีที่ทำธุรกิจขนมคบเคี้ยวและเส้นพาสต้า Brixx ก็เป็นแบรนด์ที่ไม่ใช่ของแต่ง กลับเป็นแบรนด์เกี่ยวกับซอฟต์แวร์วิเคราะห์แนวโน้มทางการเงินแทน BMP TAPPI ก็จะเป็นแบรนด์จากอิตาลีที่ผลิตฝาหรือปลั๊กพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรมต่าง ๆ Breeze Volkswagen เพื่อน ๆ น่าจะเดาไม่ยากนะครับว่าเกี่ยวกับอะไร สำหรับแบรนด์นี้ก็จะเป็นตัวแทนจำหน่าย Volkswagen ในอังกฤษครับ AFEX เป็นแบรนด์ที่เกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินและโซลูชันการบริหารความเสี่ยง Tysers ก็จะเป็นแบรนด์เกี่ยวกับประกันภัยในทุก ๆ รูปแบบครับ และก็จะมี Mc-AMS ที่จะคล้าย ๆ กัน แต่จะเป็นประกันภัยสำหรับมอเตอร์ไซค์โดยตรง Balance อันนี้ก็จะเป็นแบรยด์อาหารเสริมจากอังกฤษครับ Nasstar แบรนด์ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับดิจิทัลโซลูชันที่หลากหลายครับ DFDS แบรนด์ที่ทำธุรกิจการเดินเรือเฟอร์รี่สำหรับท่องเที่ยว Minoli แบรนด์ธุรกิจเกี่ยวกับหินอ่อนและโมเสก Optichrome แบรนด์ธุรกิจเกี่ยวกับการพิมพ์ Caffemonforte แบรนด์กาแฟจากอิตาลี Unibox แบรนด์จากอังกฤษ ที่ผลิตดิสเพลย์อลูมิเนียมสำหรับใช้งานอีเวนต์ต่าง ๆ NRC แบรนด์แว่น แบรนด์ที่เกี่ยวกับรถ ถัดมาอีกเป็นภาษาแปลก ๆ ที่ดู ๆ ก็พอจะรู้ว่าไม่ใช่ภาษาอังกฤษอย่างแน่นอน กับ SEMAKIN DI DEPAN จริง ๆ แล้วเป็นภาษาอินโดนีเซียแปลว่า ก้าวล้ำหน้าคนอื่น ซึ่งอาจจะไม่ใช่ชื่อแบรนด์ตรง ๆ แต่จริง ๆ แล้วเป็นยามาฮ่า อินโดนีเซียที่เป็นผู้สนับสนุนนั่นเองครับ Yamalube อันนี้หลาย ๆ คนน่าจะรู้จักกันดี ก็เป็นแบรนด์ที่ผลิตของเหลวสำหรับมอเตอร์ไซค์ของ Yamaha นั่นเองครับ Pirelli อันนี้ก็จะเป็นแบรนด์ยางพรีเมียมระดับโลกจากอิตาลีที่หลาย ๆ รายการแข่งต่างก็ใช้ยางแบรนด์นี้นะครับ และแบรนด์นี้ก็เป็นผู้สนับสนุนยางให้กับการแข่งขัน WorldSBK นั่นเอง รวมไปถึงรายการระดับโลกอย่าง F1 ด้วย HEL เป็นแบรนด์สายเบรกถักคุณภาพสูงจากอังกฤษ และยังเป็นสปอนเซอร์ในรายการแข่งอื่นๆ อย่าง British Superbike ด้วย Ferodo Racing แบรนด์ผ้าเบรกระดับโลกจากอิตาลีที่หลาย ๆ ทีมแข่งมั่นใจ D.I.D ก็เป็นแบรนด์โซ่และล้อคุณภาพสูงจากประเทศญี่ปุ่น GB Racing อันนี้ถือว่าเป็นของแต่งยอดนิยมเลยครับ มันคือการ์ดสำหรับมอเตอร์ไซค์จากอังกฤษนั่นเอง ซึ่งไม่ใช่แต่ยามาฮ่าที่ใช้นะครับ หลาย ๆ ค่ายก็มีใช้เช่นกัน Akrapovic สำหรับแบรนด์นี้ไม่ต้องพูดมากมันคือแบรนด์ท่อระดับโลกจากสโลเวเนีย GYTR เป็นของแต่งจากทาง Yamaha โดยย่อมาจากคำว่า Genuine Yamaha Technology Racing Kstools แบรนด์เครื่องมือช่างจากฝรั่งเศส Gilles ก็จะเป็นแบรนด์อะไหล่แต่ง CNC จากเยอรมัน เช่น เกียร์โยง มือเบรก แฮนด์ การ์ดต่างๆ เป็นต้น Alikiria เป็นแบรนด์ที่ทำธุรกิจรับผลิตอะไหล่ด้วยความแม่นยำสูงนั่นเอง Plastic Bike เป็นแบรนด์รับผลิตชิ้นส่วนไฟเบอร์กลาสในหลากหลายอุตสาหกรรม แน่นอนว่าสำหรับวงการสองล้อก็จะเป็นแฟริ่งนั่นเองครับ BMC Air Filter ก็ตามชื่อเลยครับเป็นแบรนด์กรองอากาศนั่นเอง Gandini Race เป็นแบรนด์สเตอร์มอเตอร์ไซค์จากอิตาลีโดยเฉพาะเลย โดดเด่นทั้งดีไซน์และสมรรถนะเลยล่ะครับ Suter Clutch ก็จะเป็นแบรนด์คลัตช์จากสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งอยู่ในเครือ Suter racing ที่ทำอะไหล่อื่น ๆ ของมอเตอร์ไซค์อีกด้วย Capit เป็นแบรนด์ของผ้าวอร์มยาง ซึ่งเป็นของใช้จำเป็นสำหรับการขับขี่ในสนามอย่างยิ่ง NGK

Pirelli ยันไม่หวั่น Navarra สนามใหม่ศึก WorldSBK ในสุดสัปดาห์นี้การแข่งขัน WorldSBK จะกลับไปแข่งขันกันที่ประเทศสเปน แต่เป็นการแข่งขันที่สนามแห่งใหม่อย่าง Circuit of Navarra ซึ่งจะเป็นการแข่งขันสนามที่ 7 ของรายการแข่งขันที่ใช้รถโปรดักชันเป็นพื้นฐาน แน่นอนว่าศึกครั้งนี้จะต้องมีอะไรแปลกใหม่รอทุก ๆ คนอยู่อย่างแน่นอน แม้กระทั่ง Pirelli ที่เป็นผู้ซัพพอร์ตในเรื่องของยางก็ตาม ในการแข่งขันรอบนี้ทาง Pirelli ไม่เพียงแต่จะเป็นสปอนเซอร์ในฐานะผู้สนับสนุนเรื่องยางที่ใช้ในการแข่งขันแต่ยังเป็นผู้สนับสนุนในฐานะสปอนเซอร์หลักของการแข่งขันในรอบนี้อีกด้วย ทำให้การแข่งขันสนามนี้มีชื่อว่า Pirelli Navarra Round และเป็นการคอนเฟิร์มถึงพันธะสัญญาว่าทางแบรนด์จะทุ่มทุนในการแข่งขันรายการนี้เพื่อพัฒนายางที่ยอดเยี่ยมออกมารวมถึงสร้างภาพลักษณ์ในระดับนานาชาติให้กับแบรนด์อีกด้วย สนาม Navarra แห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้เมือง Los Arcos ในเขต Navarra ซึ่งอยู่ในประเทศสเปน ตัวแทร็กมีความยาว 3.933 กม.และมีโค้งทั้งหมด 15 โค้ง แบ่งออกเป็นโค้งขวา 9 โค้งและโค้งซ้ายอีก 6 โค้ง เลย์เอาต์ของสนามแห่งนี้มีเซ็กชันแรกที่ขี่ทำความเร็วได้มาก เด่นที่มีโค้งความเร็วสูงหลายโค้งทั้งโค้งซ้ายและโค้งขวา ขณะเดียวกันก็มีปัญหาตรงที่ช่วงแรกของแทร็กจะมีพื้นผิวที่ไม่สมบูรณ์แบบซึ่งอาจจะเป็นเหมือนกับบททดสอบยางหน้าได้ แน่นอนว่ายางที่ดีก็จะต้องการันตีได้ว่ามีความเสถียรและส่งผ่านฟีลลิ่งให้กับนักแข่งได้ดี จึงจะช่วยให้นักแข่งทำเวลาได้ ส่วนที่สองของสนามเด่นที่โค้งหักศอกหลายโค้งซึ่งต้องใช้เกียร์ 1 และ 2 ในการขับขี่ ซึ่งสำหรับผู้พัฒนายางแล้ว ความคล่องตัวและการบังคับเลี้ยวที่ดีและง่ายที่ได้จากยางเป็นสิ่งสำคัญมากในจุดนี้ เพื่อที่จะให้นักแข่งสามารถเข้าโค้งได้รวดเร็วในโค้งแคบ ๆ แบบนี้ สูตรยางที่พีเรลลีเตรียมไว้สำหรับการแข่งขันในสนามนี้: สนามนี้ทางแบรนด์ยางอิตาลีเตรียมยางไว้มากถึง 3347 เส้น โดยในรุ่นใหญ่ WorldSBK จะมียางสลิกสำหรับด้านหน้า 4 สูตร และด้านหลังอีก 3 สูตรด้วยกัน เรียกว่า Pirelli ยันไม่หวั่น Navarra จริง สำหรับยางหน้าจะมีให้เลือกตั้งแต่ยางสูตรสแตนดาร์ดอย่าง SC2 และ SC1 และสูตรกำลังพัฒนาอย่าง SC1 A0721 ซึ่งเคยเปิดตัวใช้ครั้งแรกใน Assen และได้รับการยอมรับจากนักแข่งเป็นอย่างดี ซึ่งมีโครงสร้างเดียวกับยางสแตนดาร์ดแต่มีเนื้อคอมปาวด์ยางที่นุ่มกว่า ทำให้หนึบกว่า ส่วนสูตรกำลังพัฒนาอีกสูตรคือ SC1 A0508 ซึ่งเป็นอีกสูตรที่ได้รับการตอบรับอย่างดีที่สนาม Misano ในส่วนของยางหลัง มีสูตรสแตนดาร์ด 2 สูตรและสูตรกำลังพัฒนา 1 สูตร โดยจะมีสูตรสแตนดาร์ดอย่าง SCX ที่นุ่มพิเศษ และ SC0 ให้เลือก และสำหรับสูตรกำลังพัฒนาจะเป็น SCX A0557 ซึ่งเริ่มใช้ครั้งแรกที่ Misano และในเรซที่สองก็ทำให้นักแข่งก็ไว้วางใช้เลือกใช้กันทุกคน หากเกิดกรณีสภาพอากาศเลวร้ายทางค่ายยังมียางฝนให้เลือกใช้ โดยจะมีทั้งอย่างแบบ Intermediate และยาง Rain หรือยางฝนเต็มรูปแบบเลย ส่วนในรุ่น WorldSSP จะมียางสลิกให้เลือก 5 สูตรด้วยกัน แบ่งเป็นยางหน้า 2 สูตรและยางหลัง 3 สูตร โดยในยางหน้าจะเป็นสูตรสแตนดาร์ดได้แก่ SC1 และ SC2 ส่วน ยางหลังจะมียางสแตนดาร์ดให้เลือก 3 สูตร SCX, SC0 และ SC1 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สรุปผล WSBK ที่ Czech Toprak คว้าชัย 2 เรซ พร้อมชัยชนะของ Redding ในเรซ 2 สรุปผล WSBK ที่ Czech หรือที่สาธารณรัฐเช็คเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กับการแข่งขันที่สนาม Most ซึ่งจัดเป็นครั้งแรกกับสนามใหม่แห่งนี้ ผลการแข่งขันนั้นเป็นที่น่าตกใจอย่างยิ่ง เรียกได้ว่าหัวใจแทบหยุดเต้นกันเลยทีเดียว Race 1 Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF-R1) ออกสตาร์ทจากกริดที่ 2 ได้ดีมีแชมป์โลกอย่าง Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) และ Scott Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) ตามบี้แบบติด ๆ และกลายเป็นกลุ่มนำ 3 คน พร้อมผลัดกันขึ้นนำไปมา ห่างจากกลุ่มนำ 2 วินาที มี Michael Ruben Rinaldi (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) และ Andrea Locatelli (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) กำลังดวลกันเพื่อแย่งอันดับที่ 4 หลังจากนั้นไม่นาน Redding มีโอกาสขึ้นนำและเริ่มทิ้งห่างคู่แข่งอีก 2 คน จนกลายเป็นผู้ชมมานั่งลุ้นกันว่าใครจะได้โพเดียมอันดับที่ 2 แทน เมื่อการแข่งขันมาถึงช่วงกลางเรซ กลายเป็นว่านักแข่งชาวตุรกีหรือ Razgatlioglu สามารถแซง Rea ขึ้นมารั้งอันดับ 2 และจากนั้น Rea ก็ล้มไปที่สุดทางตรงก่อนจะกลับเข้าแข่งอีกครั้งในอันดับที่ 11 ตามหลัง นักแข่งเยอรมัน Marvin Fritz (IXS-YART Yamaha / Yamaha YZF R1) ที่ได้ไวลด์การ์ดเข้ามาแข่งในรอบนี้ ทำให้ตอนนี้ Andrea Locatelli เขยิบมาอยู่บนโพเดี้ยม โดยมี Rinaldi กับ Axel Bassani (Motocorsa Racing / Ducati Panigale V4 R) และ Garrett Gerloff (GRT Yamaha WorldSBK Team / Yamaha YZF R1) ที่ตามหลังอยู่ 3 วินาที พร้อมดวลกันแย่งอันดับที่ 4 และด้วยความเร็วของบัง Toprak ก็ทำให้ Redding ต้องลำบาก โดยทั้งคู่ต่างก็ทำให้คนดูแทบช็อกด้วยกันดวลกันจนแล็ปสุดท้ายก่อนที่ชัยชนะจะตกเป็นของ Razgatlioglu ที่เฉือนเอาชนะไปแบบเพียง 0.04 วินาทีเท่านั้น และอันดับที่ 3 เป็นของ Andrea Locatelli ผลการแข่งขัน Race 1: อันดับ นักแข่ง 1 T. Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) 2 S. Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale

R6 ผงาด WSBK 8 เรซติด “เอเกอร์เตอร์” เหมาแชมป์แท็กทีมยามาฮ่าจ่า WSSP โดมินิค เอเกอร์เตอร์ #77 ดาวบิดสวิสจาก เทน คาเตะ เรซซิ่ง ยามาฮ่า ควบรถแข่งยามาฮ่า YZF-R6 คว้าดับเบิ้ลแชมป์เกมเวิลด์ซูเปอร์สปอร์ต สนาม 5 ที่ แอสเซ่น เก็บแต้มรั้งจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพ ด้าน สตีเว่น โอเดนดาล #4 และ แรนดี้ ครุมเมนาเกอร์ #21 ซิ่งคว้าโพเดี้ยมในเกมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา การชิงชัยในสนามที่ 4 ศึกซูเปอร์สปอร์ต เวิลด์ เเชมเปี้ยนชิพ 2021 ดวลความเร็วเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ ทีที เซอร์กิต แอสเซ่น ประเทศเนเธอร์แลนด์ หลังเว้นวรรคไปราว 6 สัปดาห์ สำหรับการชิงชัยในคลาสซูเปอร์สปอร์ต ยังคงเป็นผลงานระดับท็อปของ รถแข่งยามาฮ่า YZF-R6 ที่เหมาแชมป์ที่ 8 ในฤดูกาล จากผลงานของ โดมินิค เอเกอร์เตอร์ #77 ดาวบิดสวิสจาก เทน คาเตะ เรซซิ่ง ยามาฮ่า ที่คว้าดับเบิ้ลแชมป์ไปครอง ด้าน สตีเว่น โอเดนดาล #4 นักบิดเซาท์แอฟริกา จาก อีแวน บรอส.เวิลด์ เอสเอสพี ทีม ควบ อาร์หก คว้าอันดับ 2 ในเรซแรก รวมถึง แรนดี้ ครุมเมนาเกอร์ #21 จาก อีเอบี เรซซิ่ง ทีม ที่บิดคว้าอันดับ 3 ในเรซที่ 2 ผ่านการแข่งขันในสนามที่ 5 เป็นทางด้าน เอเกอร์เตอร์ ที่รั้งจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพประเภทนักบิด ขณะที่ ยามาฮ่า นำโด่งในประเภทค่ายผู้ผลิต หลังกวาดแชมป์ใน 8 เรซแรกของฤดูกาลไปครอง ศึกซูเปอร์สปอร์ต เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2021 สนามถัดไป มีคิวดวลความเร็วระหว่างวันที่ 6-8 สิงหาคม นี้ ณ ออโตโดรม โมสต์ สาธารณรัฐเช็ก ในรายการเช็ก ราวนด์ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Rea ทำแฮตทริก ที่ Assen การันตีสมรรถนะยางสูตรใหม่จาก Pirelli ถือเป็นครั้งที่ 2 สำหรับการที่ Jonathan Rea ทำแฮตทริก ได้ในอาชีพการเป็นนักแข่งรถของเขา หลังจากที่สามารถคว้าชัยในเรซที่ 2 ในศึก WorldSBK ที่ TT Circuit of Assen ในเนเธอแลนด์ ซึ่งเป็นสนามที่ 5 ของฤดูกาล 2021 โดยการแข่งขันในเรซแรกนั้นชัยชนะตกเป็นของแชมป์โลก 6 สมัยซึ่งเลือกใช้ยางสูตรใหม่จาก Pirelli ที่ใช้โค้ดเนมว่า A0721 SC1 ในยางหน้า และยาง A0557 SCX ในยางหลัง ใส่ให้กับ Kawasaki ZX-10RR ของเขา และก็สามารถทำเวลาทิ้งห่างอันดับ 2 ถึง 2 วินาที โดยอันดับ 2 ตกเป็นของ Scott Redding จาก Ducati และอันดับ 3 คือ Toprak Razgatlioglu จาก Yamaha โดยเรซแรกมีสถิติที่น่าสนใจดังนี้ สถิติเวลาแล็ปที่ดีที่สุด : Scott Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) ทำเวลา 1’34.654 ในแล็ปที่ 2 สูตรยางหน้าที่มีคนเลือกใช้มากที่สุดคือ A0721 SC1 มีเลือกใช้ 9 คนจากนักแข่งทั้งหมด 20 คน สูตรยางหลังที่มีคนเลือกใช้มากที่สุดคือ A0557 SCX มีเลือกใช้ทั้งหมด 11 คนจากนักแข่ง 20 คน สถิติความเร็วสูงสุดที่ทำได้คือ 297.5 กม./ชม. โดย Álvaro Bautista (Team HRC / Honda CBR1000 RR-R) ในแล็ปแรก ชัยชนะที่ 2 ของ Jonathan มาจากการแข่งขันในรอบ Superpole ที่ค่อนข้างเข้มข้นจากการที่ต้องออกตัวเป็นผู้ตามและพยายามแซง Michael Ruben Rinaldi จาก Ducati ที่ออกตัวได้ดีอยู่หลายครั้งและทำสำเร็จได้ในแล็ปที่ 3 การแข่งขันนั้นดุเดือดมากในแล็ปสุดท้าย โดย Andrea Locatelli จาก Yamaha สามารถแซง Scott Redding ที่ตามเป็นอันดับ 3 ต่อหลัง Rinaldi จาก Ducati และ Razgatlioglu จาก Yamaha และดวลกันเพื่อแย่งที่ 2 อย่างเข้มข้นกระทั่งนักแข่งเข้าเส้นโดย Yamaha เป็นฝ่ายที่เข้าเส้นไปก่อนทั้งคู่ แต่ทว่านักแข่งจากยามาฮ่าทำผิดกฎแทร็กลิมิตเลยโดนปรับอันดับตกลงไป 1 อันดับ กลายเป็น Jonathan รั้งอันดับ 1 ตามมาด้วย Rinaldi และ Razgatlioglu และ Locatelli สถิติที่น่าสนใจในรอบ Superpole มีดังนี้ สถิติเวลาแล็ปที่ดีที่สุด : Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) ทำเวลา 1’34.634 ในแล็ปที่ 6 สูตรยางหน้าที่มีคนเลือกใช้มากที่สุดคือ A0721 SC1 มีเลือกใช้ 12 คนจากนักแข่งทั้งหมด 19 คน สูตรยางหลังที่มีคนเลือกใช้มากที่สุดคือ A0557 SC1 มีเลือกใช้ทั้งหมด 13 คนจากนักแข่ง 19 คน สถิติความเร็วสูงสุดที่ทำได้คือ 289.5 กม./ชม. โดย

Bautista ดาวบิดสแปนิชจาก ทีม เอชอาร์ซี เค้นฟอร์มเก่งควบรถแข่ง Honda CBR1000RR-R หมายเลข 19 จากกริดที่ 12 ไล่แซงเดือดคว้า Top 5 ในเรซที่สองของศึก WSBK Round 5 ที่สนามทีที เซอร์กิต แอสเซ่น ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2021 สนาม 5 ดวลความเร็วเรซสองเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ที่ ทีที เซอร์กิต แอสเซ่น ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดย ลีออน ฮาสลัม นักบิดจอมเก๋าชาวอังกฤษ เจ้าของหมายเลข 91 จาก ทีม เอชอาร์ซี ได้ออกตัวจากกริดที่ 10 ส่วนทีมเมทชาวสแปนิชอย่าง Bautista หมายเลข 19 ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 12 เกมเรซนี้มีจุดเปลี่ยนตั้งแต่ต้นเรซเมื่อกลุ่มหน้าชนกันตั้งแต่รอบแรก ขณะสองนักบิดฮอนด้ามาค้นพบเซ็ตติ้งที่ลงตัวในวันอาทิตย์ และค่อยๆ ควบรถแข่ง Honda CBR1000RR-R ขยับอันดับอย่างต่อเนื่อง โดย เบาติสต้า ไล่แซงคู่แข่งอย่างดุเดือดในช่วง 5 รอบสุดท้าย ก่อนจะคว้าอันดับ 5 ในเรซนี้ไปครองได้สำเร็จ ตามหลังผู้ชนะเพียง 9.584 วินาที ส่วน ฮาสลัม ตามเข้าป้ายในอันดับ 10 ตามหลังแชมป์ 19.629 วินาที ผ่านการแข่งขัน 5 สนาม (15 เรซ) เบาติสต้า รั้งอันดับ 11 บนตารางแชมเปี้ยนชิพประเภทนักบิดเก็บไปทั้งสิ้น 68 คะแนน ส่วน ฮาสลัม รั้งอันดับ 13 มี 55 คะแนน ขณะที่ ทีม เอชอาร์ซี รั้งอันดับ 6 บนตารางแชมเปี้ยนชิพประเภททีม มีทั้งสิ้น 123 คะแนน ทั้งนี้ ศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2021 สนามถัดไปจะมีขึ้นที่ “ออโตโดรม โมสต์” เซอร์กิตแห่งใหม่ในสาธารณรัฐเช็ก ระหว่างวันที่ 6-8 สิงหาคมนี้ แฟนความเร็วสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของนักบิดฮอนด้าได้ทาง fb.com/aphondaracingth อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ปั๊ม Brembo รุ่นใหม่จากสนามแข่ง WSBK มันอะไรยังไง ไปดู แบรนด์ต่างๆ ที่มีส่วนร่วมในการแข่งขัน Superbike World Championship นั้นล้วนแล้วแต่แสวงหาหนทางที่จะริเริ่มหรือพัฒนาสิ่งต่างๆ เพื่อที่จะรีดเอาสมรรถนะของรถออกมาให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะคว้าชัยชนะในศึกการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ที่ใช้รถโปรดักชันมาให้ได้นั่นเอง และเพื่อการนี้หลายๆ ค่ายจึงได้เลือกใช้ระบบเบรกจาก Brembo ระบบเบรกจากอิตาลีที่คอยซัพพอร์ตวัสดุและชิ้นส่วนต่างๆ ให้กับนักแข่งในรายการนี้มาเข้าสู่ปีที่ 34 แล้ว ในการทดสอบช่วงก่อนเริ่มฤดูกาลการแข่งขันนั้น หลายๆ ค่ายรถต่างขยับกริดขึ้นลงไปมา ไม่ว่าจะ Ducati, Kawasaki, Yamaha หรือ Honda ต่างก็พยายามที่จะทดลองคาลิเปอร์เบรกใหม่จากทาง Brembo เพื่อที่จะเพิ่มสมรรถนะด้านการเบรกในทุกๆ สภาวะ แต่ไม่ใช่แค่นั้น มันยังรวมไปถึงสมรรถนะในทางตรงอีกด้วย เนื่องจากคาลิเปอร์ใหม่นี้ออกแบบมาป้องกันแรงฉุดที่จะเกิดขึ้นจากการสัมผัสกันระหว่างผ้าเบรกและจานเบรก ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดแรงกระทำอันไม่พึงประสงค์จนมาลดความเร็วของรถลง นอกจากนี้คาลิเปอร์เบรกยังช่วยให้นักแข่งสามารถปรับแรงเบรกที่จะป้อนเข้าสู่ลูกสูบเบรกได้อีกด้วย ไม่ใช่แค่เพียง ปั๊ม Brembo รุ่นใหม่จากสนามแข่ง WSBK ยังมีนวัตกรรมในส่วนของจานเบรกอีกด้วย โดยมีการพัฒนาจานเบรกขึ้นมา 3 ประเภทเพื่อใช้ในการแข่งขันในปี 2021 โดยเฉพาะ ประเภทแรกเป็นจานโลหะขนาด 338.5 ม.ม.สำหรับการใช้งานในสนามที่ต้องการเบรกหนักๆ และ อีกประเภทเป็นจานโลหะขนาด 336 ม.ม.สำหรับใช้ในสนามที่ใช้เบรกน้อยลง นอกจากนี้ยังมีจานเพิ่มพิเศษอีกประเภทคือจานโลหะแบบเพิ่มตัวระบายอากาศไว้ เพื่อที่จะเพิ่มสมรรถนะในการระบายความร้อนของตัวจานเบรกโดยเพิ่มพื้นที่แลกเปลี่ยนความร้อนกับอากาศ ซึ่งจะเหมาะกับสนามที่ต้องเบรกหนักมากๆ อย่าง Donington Park, Circuit de Barcelona-Catalunya และ Circuit de Nevers Magny-Cours นั่นเอง ถัดมาสำหรับจุดสำคัญอย่างเรื่องการออกจากโค้งที่ถือว่าเป็นจุดสำคัญจุดนึงที่จะช่วยให้ทำเวลาได้ดีในการแข่งขัน WSBK หรือว่าการเตรียมตัวที่จะแซงคู่แข่งในสนามก็เป็นจุดที่สำคัญมากๆ เช่นกัน ในส่วนนี้ทางแบรนด์ระบบเบรกนั้นได้คำนึงถึงส่วนนี้เช่นกัน โดยมีการผลิตปั๊มบนซึ่งจะมีปุ่มที่แฮนด์บาร์ด้านซ้ายที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับการส่งกำลังแรงบิดของเครื่องยนต์ขณะเร่งความเร็ว นอกจากนี้ยังระบบอื่นๆ เช่นปั๊มแบบกดและดึง ซึ่งใช้นิ้วโป้งหรือนิ้วชี้ในการควบคุมขึ้นอยู่กับความต้องการของนักแข่ง ปั๊มเบรกนี้จะต้องติดต่างต่างออกเล็กน้อยหากต้องการการใช้งานด้วยนิ้วชี้ จะต้องหมุนไป 180 องศาเมื่อเทียบกับแบบที่ต้องใช้นิ้วโป้ง แต่ทั้งสองแบบมีเป้าหมายเดียวกันคือเพิ่มองศาการเบรกและกริพที่มือเบรกขณะกำลังลดความเร็ว นอกจากนี้ทางแบรนด์เองก็ไม่ได้พัฒนาแต่เรื่องของเบรก ในฤดูกาลนี้ล้อ Marchesini ที่อยู่ในเครือเดียวกันกับทางแบรนด์เอง มีนักแข่งเลือกใช้ลงสนามราว 70% ก็มีการพัฒนา ใช้ล้อฟอร์จอลูมิเนียมที่ช่วยลดน้ำหนักของรถแข่ง และยังช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุมทั้งในตอนเร่งความเร็วและเข้าโค้งอีกด้วย โดยล้อนั้นสำหรับด้านหน้าจะมีให้เลือก 2 แบบคือแบบ 5 ก้านตัว Y และแบบ 7 ก้าน ขณะที่ด้านหลังนั้นจะมีเพียงแบบเดียวคือแบบ 7 ก้าน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Rea กับแชมป์ 7 สมัยติด ไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน Rea กับแชมป์ 7 สมัยติด ในศึก WorldSBK ปี 2021 คงไม่ง่าย เพราะมีนักแข่งอีกมากมายที่มีสิทธิ์ต่อกรกับเขา ในปีนี้ทุกสายตาจากคู่แข่งในศึก WorldSBK จะต้องจับจ้องไปที่ Jonathan Rea จากทาง Kawasaki Racing Team WorldSBK เพื่อที่จะแย่งชัยชนะมา และป้องกันไม่ให้เขาได้แชมป์ติดต่อกัน 7 สมัยรวด แต่ใครบ้างที่มีสิทธิ์มีฝีมือมากพอที่จะต่อกรกับเขา? Scott Redding จากทีม Aruba.It Racing – Ducati นักแข่งเพื่อนร่วมชาติกับแชมป์โลก 6 สมัย เคยไล่บี้แชมป์มาแบบทุกสนามเมื่อฤดูกาลที่แล้วทั้งๆ ที่เป็นฤดูกาลแรกของเขา และในปีนี้เขาก็น่าจะดีกว่าเดิมอย่างแน่นอนจากประสบการณ์ที่มากขึ้น ปีที่แล้วเขาชนะมาได้ทั้งหมด 5 เรซ กับได้ยืนบนโพเดียมอีก 14 ครั้ง รวมถึงเคยได้สตาร์ทจากตำแหน่งโพล 1 ครั้ง ดังนั้น Redding ก็ถือว่ามีฝีไม้ลายมือมากพอแน่นอน ครับ คนต่อมาเป็น Michael Ruben Rinaldi เพื่อนร่วมทีมของ Redding ซึ่งเคยร่วมกันกับแชมป์โลก 6 สมัยอีกหนึ่งคนทำดวลเดือดในศึก Teruel Round ที่สนาม MotorLand Aragon ผลคือทั้งสามคนสูสีกันมากๆ และได้ยืนบนโพเดียมด้วยกัน และปีนี้เขาย้ายมาอยู่ทีมโรงงานกับทาง Ducati แล้ว แน่นอนว่าก็ต้องมีแนวโน้มที่จะสู้ในศึกครั้งนี้ได้ดีขึ้นแน่ ที่เหลือคือเขาจะรักษาความคงเส้นคงวาไว้ได้หรือไม่? ต่อมาคือ Toprak Razgatlioglu จากทาง Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK เจ้าหนูตัวแรงที่เคยฟัดกับ Jonathan มาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มเข้ามาแข่ง WorldSBK เขาเคยคว้าชัยชนะ 2 เรซแรกในชีวิตของเขาที่ Magny-Cours in 2019 และศึกดวลเดือดอีกครั้งในรอบ Estoril เมื่อปี 2020 ก็เป็นเขาที่สามารถเอาชนะมาได้ จากการดวลกันและสถิติเวลาการซ้อมของสองคนนี้ก็จะเห็นได้ว่านักแข่งตุรกีผู้นี้มีสิทธิ์ต่อกรกับแชมป์โลกอย่างแน่นอน ถัดมาถือเป็นม้ามืดตัวใหม่ เขาก็คือ Garrett Gerloff จาก GRT Yamaha WorldSBK Team หลังจากที่โชว์ฝีไม้ลายมือหวดคันเร่งในตอนทดสอบที่ Circuit de Barcelona-Catalunya ทำสถิติเวลาเร็วสุดในฐานะนักแข่งจากยามาฮ่า และกลายเป็นการดวลกันกับ Jonathan บนตารางเวลา แม้ว่าจะตกเป็นรองกลายเป็นอันดับที่ 2 ก็ตาม แต่นั่นก็เป็นการแสดงให้เห็นว่า Gerloff เองก็มีสิทธิ์ในศึกนี้ได้เช่นกัน ถัดมาอีก ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็น Alex Lowes เพื่อนร่วมทีมของเขาเอง นี่จะเป็นฤดูกาลที่ 2 ของเขากับทีมกรีนแล้ว นักแข่งอังกฤษผู้นี้เคยชนะมาแล้ว 1 เรซกับยืนโพเดียมมาอีก 4 ครั้งเมื่อปีที่แล้ว และจากการทดสอบกับ ZX-10RR คันใหม่นี้เขาก็ทำเวลาได้ดีมากๆ เลยทีเดียว ฤดูกาลนี้อาจจะเป็น Lowes ที่เข้ามาเบียดแบ่งแต้มไปจากแชมป์โลกก็เป็นได้ นอกจาก 5 คนนี้แล้ว ก็ยังมีนักแข่งคนอื่นๆ ที่น่าจับตามอง ไม่ว่าจะเป็น Alvaro Bautista จาก Team HRC ที่เคยบี้กับ Rea มาตลอดปี 2019 หรือจะเป็น Chaz Davies ที่ตอนนี้ย้ายทีมมาอยู่กับ Team GoEleven ก็เคยดวลกันมานานมากแล้ว และได้เป็นรองมาหลายครั้งหลายหน หรือจะเป็น Tom Sykes จากทาง BMW Motorrad WorldSBK Team ที่เคยเป็นทางเพื่อนร่วมทีมและเป็นคู่กัดกันมานาน งานนี้ก็ต้องมาลุ้นกันยาวๆ ครับว่าศึกในปี 2021 นี้ใครจะเป็นแชมป์ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ZX-10RR ทุบสถิติเวลาซูเปอร์โพลที่ Aragon ล่าสุด Jonathan Rea ควบ ZX-10RR (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ทุบสถิติแบบไม่เป็นทางการเร็วกว่าสถิติเวลาซูเปอร์โพลที่สนาม Aragon ในช่วงการทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล WorldSBK โดย Rea ทดสอบไป 147 แล็ปในช่วงการซ้อม 2 วันของเขาและสามารถทำสถิติเวลาไว้ที่ 1’48.528 นาที เร็วกว่าสถิติเวลาซูเปอร์โพลที่เขาเป็นคนทำไว้เอง 0.2 วินาที ส่วน Alex Lowes เพื่อนร่วมทีมสามารถทำเวลาซ้อมดีที่สุดที่ 1’49.182 นาที หลังจากหวดไป 186 แล็ป ทำสถิติเวลามาเป็นอันดับ 2 ในการซ้อมครั้งนี้ ส่วนสถิติเวลา 10 อันดับแรกในการซ้อมครั้งนี้มีดังนี้ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) 1’48.528s (147 แล็ป) Alex Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK) 1’49.182s (186 แล็ป) Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK) 1’49.763s (174 แล็ป) Tom Sykes (BMW Motorrad WorldSBK Team) 1’49.857s (187 แล็ป) Chaz Davies (Team GoEleven) 1’49.913s (149 แล็ป) Eugene Laverty (RC Squadra Corse) 1’50.604s (197 แล็ป) Andrea Locatelli (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK) 1’50.702s (172 แล็ป) Michael van der Mark (BMW Motorrad WorldSBK Team) 1’50.781s (173 แล็ป) Jonas Folger (Bonovo MGM Action) 1’50.815s (116 แล็ป) Isaac Viñales (Orelac Racing VerdNatura) 1’51.724s (139 แล็ป) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ส่อง Panigale V4R รถแข่ง WSBK 2021 มีอะไรใหม่บ้าง คราวนี้เรามาพาแฟนๆ ซูเปอร์ไบค์มา ส่อง Ducati Panigale V4 R รถแข่ง WSBK 2021 กันบ้างครับ หลังจากบทความที่แล้วพาไปส่องรถเยอรมันกันมา โดยคราวนี้เป็นรถของทางฝั่งดูคาติหลายๆ ทีมรวมๆ กันครับ โดยจะเป็นภาพการขับขี่ที่ทดสอบในสนาม Circuit de Barcelona-Catalunya ประเทศสเปน ก่อนที่การแข่งขันจะระเบิดศึกขึ้นจริงในเดือนพฤษภาคมนี้ หากดูในภาพชุดที่รวบรวมมานั้นจะเห็นได้ว่า รถจากทีมโรงงาน ระบบเบรกจาก Brembo ที่มีการใช้คาลิเปอร์เบรกหน้าแบบใหม่ที่มารพร้อมครีบที่คาดว่าน่าจะใช้ระบายความร้อนให้แก่ตัวคาลิเปอร์เบรก เป็นลักษณะเดียวกับที่ใช้ใน MotoGP เลย นอกจากนี้ยังมีการทดลองใช้สวิงอาร์มี่ออกแบบมาใหม่กับรถของ Scott Redding และ Michael Ruben Rinaldi ขณะที่ Axel Bassani จากทีม Motocorza Racing ได้มีการทดลองใช้ท่อไอเสียใหม่ และ Tito Rabat เองก็มีการเปลี่ยนระบบกันสะเทือนใหม่ โดยเปลี่ยนมาใช้ Ohlins แล้ว คราวนี้ก็ต้องมารอติดตามกันละครับว่าแข่งจริงแล้วผลงานจะเป็นอย่างไร ใครเป็นสาวกค่ายอิตาลีสีแดงค่ายนี้ก็ต้องตามลุ้นตามเชียร์กันครับผม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก