
ฝ่าวิกฤตความตึงเครียดกับการอัปเดตข่าวสองล้อทางฝั่งมอเตอร์สปอร์ตในช่วงเดือนกรกฎาคม สำหรับการแข่งขัน WorldSBK ได้ดำเนินมาถึงควอเตอร์ 3 กับสนามที่ 8 ที่บาราตัน พาร์ค ประเทศฮังการี
SuperBikeMag.Com ข่าวรถยนต์ รีวิวรถใหม่ รถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถจักรยานยนต์

ฝ่าวิกฤตความตึงเครียดกับการอัปเดตข่าวสองล้อทางฝั่งมอเตอร์สปอร์ตในช่วงเดือนกรกฎาคม สำหรับการแข่งขัน WorldSBK ได้ดำเนินมาถึงควอเตอร์ 3 กับสนามที่ 8 ที่บาราตัน พาร์ค ประเทศฮังการี

Jonathan Rea จะไปต่อ..หรือพอแค่นี้ ? หลังมีสัญญาณ "ความเงียบ" กดดันไม่น้อยสำหรับแชมป์โลก 6 สมัย เขาลุยต่อ หรือแขวนหมวกกันน็อกหรือไม่?

Bimota jerez test ‘ความท้าทายครั้งใหม่และโอกาสพัฒนา’ ในการแข่งขัน World Superbike (WSBK) ฤดูกาล 2025 ที่จะมาถึง เราอาจจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของทีม Bimota กับการเปิดตัวรถใหม่ KB998 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อลุยสนามอย่างเต็มตัว โดยหนึ่งในนักแข่งที่รับหน้าที่ในการทดสอบและพัฒนารถแข่งคันใหม่อย่าง Axel Bassani พร้อมทำการลงซ้อมสนามแรกใน Bimota jerez test 2025 อักเซล บาสซานี ผู้ได้รับความไว้วางใจจากทีมบีโมต้า กล่าวถึงการทดสอบรถแข่งที่สนามเฆเรซในสเปน โดยทางทีมพยายามที่จะพัฒนาระบบต่าง ๆ ของตัวรถ แม้ว่าผลทดสอบจากการขี่ในสภาพอากาศที่แตกต่างกันจะเผยให้เห็นถึงจุดที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติมมากมาย Bimota jerez test 2025 การทดสอบครั้งแรกและข้อมูลที่ได้ @worldsbk Both Bimota by Kawasaki Racing Team riders Axel Bassani and Alex Lowes stormed into the TOP 3 this morning! 🔥 Day 2 of testing is halfway through ⏱️🛠️ #WorldSBK #motorcycle #motorsport #racing #sportsontiktok ♬ original sound – WorldSBK โดยการทดสอบที่เฆเรซ บาสซานีทำเวลาได้ดีที่สุดเป็นอันดับที่ 5 (Day1 แทร็กแห้ง) ด้วยผลเวลา 1.39.463 นาที (52 laps) และอันดับที่ 4 (Day2 แทร็กเปียก) กับผลเวลา 1.54.426 นาที (36 laps) ในท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน ซึ่งเขาสามารถนำหน้าเพื่อนร่วมทีมอย่าง Alex Lowes ได้ในการทดสอบครั้งนี้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาและทีมจะไม่เผชิญกับความท้าทายในปีนี้ หลังจากการทดสอบครั้งแรกของปี 2025 ที่เฆเรซ บาสซานี กล่าวว่ามีหลายจุดที่จักรยานยนต์ยังต้องพัฒนา โดยเฉพาะในด้านของการขับขี่ใน Wet Track เขาเน้นว่าการทดสอบในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ทีมสามารถรวบรวมข้อมูลและเข้าใจถึงข้อดีและข้อเสียของตัวรถในทุกสภาพการขี่ ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่มีค่ามากสำหรับการพัฒนาในระยะยาว “มันเป็นการทดสอบที่ดีสองวัน แต่เราได้ทำแค่ครึ่งวันในวันแรกและวันที่สอง..เราไม่ได้ทำรอบเยอะมาก แต่เราก็ได้รับข้อมูลบางอย่างซึ่งถือว่ามีความสำคัญมาก” “ในสภาพแห้งมันดีอยู่ แต่ก็มีความยากหน่อยเพราะลมแรงมาก ซึ่งทำให้การขี่ไม่ง่าย” เขากล่าวเสริม “แต่ในสภาพอากาศเปียกเราต้องทำงานหนักมาก เพราะมันเป็นครั้งแรกที่เราได้ทดสอบในสภาพนี้ เราต้องพัฒนาให้ดีขึ้นทุกด้าน เพราะมันยังใหม่หมดเลย” การขี่ในแทร็กเปียกจึงเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนารถจักรยานยนต์สำหรับการแข่งขัน เพราะสภาพแวดล้อมนี้มักเกิดขึ้นได้บ่อยในระหว่างการแข่งขันจริง ซึ่งสามารถส่งผลต่อประสิทธิภาพของตัวรถได้ ดังนั้นทางทีมจะต้องพัฒนาการเซ็ตติ้งของเจ้า KB998 ให้สามารถทำงานได้ดีทั้งในสภาพอากาศที่แตกต่างกัน ความท้าทายด้านการตั้งค่าช่วงล่าง การเซ็ตติ้งช่วงล่างเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่นักแข่งและทีมงานกำลังพัฒนา โดยเฉพาะโช้คหลัง ซึ่งเขาเผยว่าการปรับเซ็ตยังไม่เป็นไปที่ต้องการจากการขี่ในช่วงทดสอบที่ผ่านมา “ที่ด้านหลัง ผมยังไม่ได้ความรู้สึกที่ต้องการ..เราได้ลองอะไรหลายอย่างและร่วมกับ Showa เพื่อหาวิธีแก้ไข เพราะตอนนี้เรายังประสบปัญหามากในการขี่ให้เร็ว” แม้ว่าในช่วงทดสอบนี้จะยังมีหลายสิ่งที่ต้องปรับปรุง แต่เจ้าตัวมองบวกและมั่นใจว่าเขาและทีมบิโมต้าสามารถพัฒนาตัวแข่งได้อย่างเต็มที่ในอนาคต “พื้นฐานไม่เลวและเวลาในรอบก็ไม่เร็วมาก แต่ก็ไม่ช้าเกินไป ผมคิดว่าเรามีหลายจุดที่สามารถทำงานและพัฒนาได้” โดยการพัฒนาเจ้า KB998 ในการแข่งขันฤดูกาล 2025 จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับทั้งตัวนักแข่งและทีมที่จะพิสูจน์ศักยภาพของจักรยานยนต์รุ่นนี้ในการแข่งขันระดับโลก ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับทีมเท่านั้น แต่ยังเป็นการเพิ่มความมั่นใจในการต่อสู้เพื่อคว้าแชมป์ในอนาคต อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jonathan Rea โชว์จ่าฝูงแทร็กฝน ลุยเทสแพ็คเกจชิ้นใหม่ ต่อด้วยการเทสในวันที่สองของรอบการซ้อมครั้งแรกของฤดูกาล 2025 จากทางฝั่ง WorldSBK ซึ่งนอกเหนือจากนักบิดทางฝั่งดูคาติแล้ว อีกหนึ่งคนที่จะไม่กล่าวเลยก็ไม่ได้กับอดีตแชมป์โลก 6 สมัยอย่าง Jonathan Rea ก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมไม่น้อยเช่นเดียวกัน โดยทำเวลาต่อรอบดีที่สุดถึงแม้ฝนจะตกซึ่งเป็นอุปสรรคสำหรับการขับขี่ในสนามก็ตาม โดยผลการซ้อมที่ปรากฎอยู่ในไทม์ชีตกับเวลา Best Lap ที่ 1.53.058 นาที จากการซ้อมตลอดทั้งวันของเจ้าตัว (40 Lap) แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะที่ดีของตัวแข่งโปรดักท์ชันทางค่ายอย่าง Yamaha R1 “คุณต้องใช้วัตถุดิบที่ดีทั้งหมดเพื่อทำเค้กที่ดี ผมคิดว่าที่ดีที่สุดยังไม่ได้มา เรายังมีวัตถุดิบอื่นๆ ที่จะตามมาในสัปดาห์และเดือนต่อๆ ไปของฤดูกาล” “เรากำลังพยายามปรับปรุงมอเตอร์ไซค์ทั้งระบบ ซึ่งรวมถึงเครื่องยนต์ แชสซี อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนโดยรวม…เรื่องร่างกายก็เช่นกัน ผมพยายามลดน้ําหนักในช่วงพักการแข่งขันเพื่อรวมทุกอย่างปรับเข้าด้วยกัน” โจนาธานกล่าว ส่วนทีมเมทหนุ่มร่วมค่าย Andrea Locatelli นั้นประสบอุบัติเหตุตั้งแต่โค้ง 1 เมื่อช่วงเช้า แต่โชคดีที่เจ้าตัวไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร ยังสามารถลงซ้อมต่อได้และจบด้วยผลเวลาดีสุดเป็นอันดับที่ 10 ที่ 1.55.429 นาที (19 Lap) Paul Denning หัวหน้าทีมของยามาฮ่า ได้ออกมาเผยว่า แพ็กเกจชิ้นใหม่ที่นำมาปรับกับรถยามาฮ่านั้น สังเกตุได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง คาดว่าฤดูกาลนี้ทางทีมคงมีทิศทางที่ดีขึ้น ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีอีกหนึ่งค่าย หลังจากที่เงียบหายไปค่อนข้างนานสำหรับฤดูกาลที่ผ่านมา เรามาลุ้นกันว่าแชมป์โลกคนนี้จะสามารถกลับมาทวงบัลลังก์บนการแข่งขันได้อีกครั้งหรือไม่ ใคร ๆ ที่ติดตามสามารถชมการแข่งขันสนามแรกได้ในวันที่ 23-25 ก.พ. 68 นี้ ที่สนามแข่งขันฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Nicolo Bulega กดเวลาอันดับ 1 ซ้อมแรก ในเฆเรซ เมื่อฝั่งโมโตราดนั้นฉลองการเป็นแชมป์โลก WSBK อย่างสุดชื่นมื่น อีกฝากฝั่งหนึ่งนั้นก็ได้แอบซุ่มซ้อมอย่างเงียบ ๆ เพื่อรอแค้นชำระในศึกการแข่งขันที่กำลังมาถึง อย่าง Nicolo Bulega (Aruba.it Racing – Ducati) พ่อหนุ่มรูปงามจากอิตาลี รองแชมป์โลก WSBK เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา โดยล่าสุดเจ้าตัวได้ทำการลงซ้อมครั้งแรกที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปน พร้อมกดเวลาต่อรอบดีสุดด้วยเวลา 1.38.731 นาที กดเวลาโหด เหมือนโกรธใครมา Andrea Iannone Scott Redding’s @worldsbk New season, new upgrades, and plenty of work ahead! 💪 The first 2025 test is officially underway at Jerez! 🛠️ #WorldSBK #motorcycle #motorsport #racing #sportsontiktok ♬ original sound – WorldSBK ขึ้นสู่ตำแหน่งอันดับ 1 มาอย่างง่ายดาย และเป็นคนเดียวที่สามารถทำได้ (หรืออาจเป็นเพราะแรงแค้น) ต่อด้วยอันดับ 2 อย่าง Andrea Iannone (Team Pata GoEleven) 1’39.181 นาที และ Scott Redding’s (MGM BONOVO Racing) เวลา 1’39.280 นาที โดยสามอันดับบนหัวตารางในรอบซ้อม ล้วนเป็นทีมแข่งจาก Ducati ทั้งสิ้น ซ้อมแรก อันดับสวย ส่วนนักบิดทีมน้องใหม่ที่กำลังเป็นที่สนใจจากแฟน ๆ อย่าง Bimota by Kawasaki Racing Team โดย Axel Bassani สามารถปิดผลงานได้ดีด้วยผลอันดับการซ้อมที่ 5 กับเวลา 1’39.463 นาที และนับเป็นตัวแข่งพลังสูบเรียงรุ่นเดียวที่สามารถติดท็อป 5 ไปได้ ในขณะที่คู่หูทีมเมทแชมป์โลกอย่าง Alvaro Bautista จบเวลาการซ้อมเป็นอันดับที่ 8 ทำเวลาตีคู่มาพร้อมกับ Alex Lowes หรือเจ้าตัวแค่มาวอร์มในสนามเล่น ๆ อันนี้ก็ไม่แน่ใจเช่นกันครับ ผลอันดับการซ้อม Nicolo Bulega (Aruba.it Racing – Ducati) 1’38.731 นาที Andrea Iannone (Team Pata GoEleven) 1’39.181 นาที Scott Redding (MGM BONOVO Racing) 1’39.280 นาที Garrett Gerloff (Kawasaki WorldSBK Team) 1’39.332 นาที Axel Bassani (bimota by Kawasaki Racing Team) 1’39.463 นาที Danilo Petrucci (Barni Spark Racing Team) 1’39.548 นาที “แล้วบังโต..ไปไหน” หากใครกำลังถามหาแชมป์โลกคนปัจจุบันอย่าง โทปรัค ราซกัตลิโอกลู แล้วหล่ะก็ ต้องอาจรอถึงการแข่งขันสนามแรกเลยหล่ะครับ เพราะว่าเจ้าตัวนั้นพึ่งประสบอุบัติเหตุจากการลงขี่ทางฝุ่นไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และเข้ารับผ่าตัดรักษานิ้วชี้ข้างขวา ซึ่งต้องใช้ระยะเวลารักษาตัวซักพักทีเดียว ก็ภาวนาขอให้เจ้าตัวหายไว ๆ แล้วกลับมาลงสนามในเร็ว ๆ นี้ โดยการแข่งขันสนามแรกจะจัดขึ้นวันที่ 21-23 ก.พ. 68 ที่ฟิลิป ไอซ์แลนด์ ออสเตรเลีย เตรียมรอชมกันได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Subaru Solterra รับบท Safety Car ในการแข่ง WSBK2025 Subaru Solterra รถยนต์พลัง EV จากค่าย Subaru แบรนด์รถยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น จะเข้ามารับบทบาทของรถ Safety Car ของการแข่งขัน SUPERBIKE WORLD CHAMPIONSHIP แทนที่ของ Dodge Challenger SPTs ภายใต้ข้อตกลงในระยะเวลา 3 ปีตั้งแต่ปี 2025 ถึงปี 2027 ซึ่งหมายความว่ารถ SUV ไฟฟ้าคันนี้จะเข้ามารับหน้าที่ตั้งแต่ฤดูกาล 2025 เป็นต้นไป รายละเอียดสเปคเบื้องต้น รายละเอียดสเปคของรถ SUV ไฟฟ้าคันนี้มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ แบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (All-Wheel Drive) ขนาด 71.4 kWh ให้พละกำลังรวมกันสูงสุดอยู่ที่ 217 แรงม้าที่มาพร้อมแรงบิดอยู่ที่ 168 นิวตันเมตร โดยทางค่ายเคลมระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้งอยู่ที่ 228 ไมล์หรือ 366 กิโลเมตร อีกทั้งรถคันนี้ยังรองรับการใช้งานร่วมกับเครื่องชาร์จ DC แบบเร็ว (DC Fast Charger) ซึ่งช่วยให้ชาร์จไฟได้ถึง 80% ภายในระยะเวลาประมาณ 30 นาที ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อในรถโมเดลนี้มีการทำงานจับคู่กับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า จึงทำให้รถคันนี้มีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาพถนน ตั้งแต่ถนนในเมืองไปจนถึงเส้นทางโคลน ตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำจึงช่วยให้เพิ่มเสถียรภาพการควบคุม ทำให้การขับขี่มีความสนุกมากยิ่งขึ้น จับมือกับการแข่ง WSBK รถยนต์จากค่าย ‘ดาวลูกไก่’ จะมีบทบาทสำคัญในการรักษาความปลอดภัยบนสนามแข่งตลอดฤดูกาลแข่งขันรายการ WSBK โดยรถคันนี้มีหน้าที่ในการประเมินสภาพสนามก่อนเริ่มการแข่งขันในแต่ละรอบ ไม่เพียงแค่รักษาความปลอดภัยก่อนเริ่มการแข่งขัน แต่บริเวณโดยรอบสนามแข่งขันในแต่ละครั้งจะมีพื้นที่พิเศษในการจัดแสดงรถยนต์ของทางค่ายเพื่อให้สื่อและแฟน ๆ ของ WorldSBK ได้สัมผัสกับนวัตกรรมล่าสุดของ Subaru รวมถึงมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษ เช่น การทดลองขับบนสนามแข่ง การทดสอบรถ และกิจกรรมสนุกสนานอื่น ๆ อีกมากมาย Francesco Valentino (ฟรานเชสโก้ วาเลนติโน่) หัวหน้าฝ่ายการค้า และการตลาดของการแข่งขันรายการ WorldSBK ได้ออกมาแสดงความตื่นเต้นต่อความร่วมมือกับแบรนด์ Subaru ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Subaru ในฐานะพันธมิตรรถเซฟตี้คาร์อย่างเป็นทางการของ WorldSBK Solterra เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างนวัตกรรม สมรรถนะ และความน่าเชื่อถือ ทำให้มันเป็นรถที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการแข่งขันของเรา การมุ่งเน้นของแบรนด์รถยนต์ค่ายนี้ มีการเน้นในการผลิตรถยนต์คุณภาพสูงนั้นซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ WorldSBK ที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศ ความร่วมมือครั้งนี้ยังตอกย้ำถึงคุณค่าของการแข่งขันในฐานะแพลตฟอร์มการตลาดระดับโลกอีกด้วย” โดยรถ Safety Car จากค่าย ‘ดาวลูกไก่’ จะเริ่มปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยบนสนามแข่งในรายการ WSBK ตั้งแต่ฤดูกาล 2025 เป็นต้นไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW WSBK 2025 เปิดทีมแข่ง พร้อมล่าแชมป์โลก มาดูข่าวคราวของฝั่งรถโปรดักท์ชันกันบ้าง ล่าสุดทาง ROKiT BMW WSBK 2025 ทีมแข่งจากค่ายใบพัดสีฟ้า จัดอีเว้นต์สุดพิเศษแก่เหล่าสาวกแฟน ๆ ทั่วโลก ด้วยการเปิดตัวทีมแข่งเวิร์ลซูเปอร์ไบค์ปี 2025 พร้อมกับม้าศึกเวอร์ชันใหม่อย่าง BMW M1000RR ที่จะใช้ลงทำการแข่งขันในปีนี้ รถคันใหม่ คนขี่หน้าเดิม เพิ่มเติมคือแชมป์โลก พร้อมด้วยนักบิดระดับหัวแถวอย่าง Michael Van der Mark และแชมป์โลกชาวตุรกีคนปัจจุบัน Toprak Razgatlioglu ที่พึ่งรักษาอาการบาดบริเวณเจ็บนิ้วชี้ข้างขวา หลังจากการลงซ้อมทางฝุ่นไปเมื่อไม่นานมานี้ โทปรัค กับตัวแข่งหมายเลข 1 โดยสิ่งที่น่าสนใจก็คือ ตัวแข่งฉลามขาวอย่าง M1000RR เวอร์ชันใหม่ของโทปรัคพร้อมเปลี่ยนนัมเบอร์ประจำตัวมาใช้เป็นหมายเลข “1” ซึ่งเป็นลักกี้นัมเบอร์นำโชคของแชมป์โลกนั่นเอง “ปกติแล้วผมจะไม่ใช้หมายเลข 1 แต่ผมทำเพื่อ BMW นี่เป็นความสำเร็จยิ่งใหญ่ของทีม, พวกเราทำงานกันหนักมากและตอนนี้พวกเราคือแชมป์!!” “ผมรู้สึกว่าตัวรถยึดเกาะดีขึ้นแต่มันก็ไม่ได้แตกต่างมากนัก แต่ด้วยแฟริ่งใหม่เลยรู้สึกว่าตัวรถน่าจะคล่องตัวขึ้น ถือเป็นการพัฒนาที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว” Michael Van der Mark กับความท้าทายครั้งใหม่ สำหรับคู่หูทีมเมทอย่าง Michael Van der Mark ก็พร้อมคัมแบคครั้งใหม่ด้วยความตื่นเต้น หลังจากคว้าอันดับที่ 6 รวมถึงโพเดี้ยมอันดับ 1 ในการแข่งขันที่ฝรั่งเศส โพเดี้ยมอันดับ 3 ที่สเปน “เรามีโมเมนตัมที่ดีเมื่อปีที่ผ่านมา และสามารถจบฤดูกาลด้วยชัยชนะ ซึ่ง ณ ตอนนี้ด้วยรถใหม่และดีขึ้น เราควรสร้างตำแหน่งที่ดีในตั้งแต่ต้น” “ผมมีความรู้สึกมั่นใจมากขึ้น และแน่นอนว่าที่ฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์นั้นแตกต่างกัน แต่ผมคิดว่าเราแข็งแกร่งกว่าปีที่แล้วแน่นอน ต้องติดตามรอดูครับ” นอกเหนือดังกล่าว มีข่าวดีสำหรับทางค่ายแจ้งมาว่า สมรรถนะของตัวแข่งอย่าง M1000RR จะถูกถ่ายทอดลงสู่รุ่นเวอร์ชันใช้งานบนท้องถนน ทั้งในส่วนการปรับปรุงกำลังเพิ่มขึ้นถึง 6 แรงม้า แอโรไดนามิกออกแบบใหม่ แฟริ่งใหม่และระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเพิ่มศักยภาพในการปรับปรุงเพิ่มเติมได้อีก โดยสนามแรกของการแข่งขันจะจัดขึ้นวันที่ 21 – 23 ก.พ. 68 ที่ฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ใครที่เป็นแฟน ๆ โมโตราดหรือนักบิดแชมป์โลกชาวตุรกี สามารถติดตามรับชมได้ทุก ๆ ช่องทาง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak Razgatlioglu เตรียมย้ายซบ MotoGP? การรักษาแชมป์โลก WorldSBK 2025 ยังคงเป็นเป้าหมายหลักสำคัญในการคว้าบันลังก์แชมป์เวิร์ลซูเปอร์ไบค์ในสมัยที่ 3 ของนักบิดหนุ่มดาวรุ่งชาวตุรกี Toprak Razgatlioglu ซึ่งฤดูกาล 2025 เจ้าตัวยังคงมุ่งมั่นกับการทำงานร่วมกับต้นสังกัดใบพัดสีฟ้าอย่าง Rokit BMW แต่ทว่ามีข่าวอัปเดตล่าสุดว่าในปี 2026 เจ้าตัวมีแพลนอัปไซส์ไต่คลาสขึ้นมาหวดซิ่งในศึกโปรโตไทป์อย่าง MotoGP โดยแหล่งข้อมูลของบทสัมภาษณ์จากสำนักสื่อต่างประเทศอย่าง MotoSprint ได้ยิงคำถามในประเด็นความเป็นไปได้ที่โทปรัคจะมาแข่งขันในชั้นพรีเมียร์คลาส ซึ่งเจ้าตัวได้ทิ้งคำตอบแบบ “แอบ” ชวนลุ้นไปตาม ๆ กัน ดังนี้ ก็มีคุยนะ..แต่ขอโฟกัสกับการรักษาแชมป์ WSBK ก่อน “แน่นอน..ผมคิดเรื่องนั้น แต่ทว่าตอนนี้ยังคงโฟกัสกับการทำงานกับ BMW ซึ่งปีหน้าผมจะใช้หมายเลข 1 บนรถแข่ง M1000RR” “สำหรับในปี 2026 ตอนนั้นผมอาจคงเป็นฟรีเอเจ้นท์ไปแล้ว ซึ่งตอนนี้ก็มีคุย ๆ บ้างแล้ว” และมีโอกาสเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้มากยิ่งขึ้นที่เจ้าตัวจะขยับคลาสขึ้นมาแข่งใน MotoGP ซึ่งโทปรัคได้ให้ยืนยันแล้วว่า ตนมีความตั้งใจและปรารถนาที่จะขยับไปแข่งขันในชั้นพรีเมียร์คลาส เนื่องด้วยปัจจัยในเรื่องของอายุ (ตอนนี้ 28) และเป็นโอกาสจังหวะที่เหมาะสมที่สุดอีกด้วย “ใช่ครับ..อยากแข่งแน่นอน อย่างไรก็ดี ตอนนี้อยู่ในช่วง Finding แบรนด์ไหนซักแบรนด์ ซึ่งถ้าผมไม่ไปโมโตจีพีตอนนี้ เรื่องอายุบวกกับใจผมคงอาจจะแก่เกินไปที่จะคว้าแชมป์โลกแล้วครับ (ฮ่าๆ) อย่างไรก็รอดูกันต่อไป ถ้ามีค่ายไหนต้องการ มีข้อเสนอที่ดีและน่าสนใจก็ไปครับ แต่ถ้าไม่..ก็แข่ง WSBK ตามเดิม” แค่ได้ยินก็แอบลุ้นไปตาม ๆ กันสำหรับแฟน ๆ สาวกอย่างเรา ถ้าหากโทปรัคเข้ามามีบทบาทในการแข่งขันชิงแชมป์โลกโมโตจีพีคงน่าสนุกไม่น้อยทีเดียว ก็ภาวนาให้เจอค่ายที่ดีข้อตกลงที่น่าพอใจหรือไม่อาจจะเป็นค่ายใบพัดสีฟ้าเองที่จะขยับขึ้นมาร่วมแข่งขันระดับเวิร์ลคลาสด้วยตัวแข่งโปรโตไทป์ร่างทองรุ่นใหม่ก็เป็นไปได้ แต่อย่างไรเรามาเชียร์และเป็นกำลังใจให้เจ้าตัวในการรักษาแชมป์สมัยที่ 3 ในฤดูกาล 2025 ก่อนกันเลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW M RR WSBK รถแชมป์โลกแค่ 54 คันเท่านั้น BMW M RR WSBK โมเดลใหม่จากค่ายใบพัดที่ผลิตออกมาเพื่อฉลองผลงานอันยอดเยี่ยมให้กับ ‘โทปรัค ราซกัตลิโอกลู’ ที่ทำสำเร็จหลังจากพยายามมาหลายปีในศึก World Superbike Championship ในที่สุด BMW ก็ประสบความสำเร็จในปี 2024 โดย โทปรัค นักบิดจากทีม ROKiT BMW Motorrad WorldSBK คว้าแชมป์ประเภทนักแข่งได้อย่างงดงาม ฤดูกาลนี้ถือเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่โดดเด่นที่สุดที่เราเคยเห็นมา ราซกัตลิโอกลู จบปีด้วยชัยชนะ 18 ครั้ง และขึ้นโพเดียม 27 ครั้ง แม้จะต้องพักแข่งไปสองรอบกลางฤดูกาลเนื่องจากอาการบาดเจ็บ ตลอด 12 การแข่งขัน เขายังคว้าตำแหน่งโพลได้ 6 ครั้ง และทำเวลาเร็วที่สุดในรอบการแข่งขันอีก 13 ครั้ง หลังจากประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ BMW Motorrad ต้องการเฉลิมฉลองตำแหน่งแชมป์อย่างมีสไตล์ Markus Flasch ซีอีโอของ BMW Motorrad กล่าวเกี่ยวกับรถโมเดลใหม่นี้ว่า “ผลงานอันยอดเยี่ยมของโทปรัคที่คว้าแชมป์โลกมาครอง เป็นโอกาสที่น่ายินดีสำหรับเราที่จะสร้าง M 1000 RR รุ่นจำลองแชมป์โลกแบบแท้ ๆ เพื่อแฟน ๆ ของ BMW Motorrad ที่หลงใหลในมอเตอร์สปอร์ต โดยผลิตเพียง 54 คันเท่านั้น ซึ่งตรงกับหมายเลขประจำตัวของเขา” Champion Edition 2024 พัฒนามาจากรุ่น M1000RR M Competition ในโมเดลปี 2024 มาพร้อมโค้ดเปิดใช้งาน M GPS Laptrigger และสีตัวถัง M Motorsport ในโทน Blackstorm Metallic พร้อมโลโก้ผู้สนับสนุนทีม ROKiT BMW Motorrad WorldSBK รถทุกคันที่มีวางจำหน่ายจะไปพร้อมลายเซ็นจากโทปรัค นอกจากนี้ตัวรถยังมีการติดตั้งชิ้นส่วนคาร์บอนเสริม เช่น ฝาครอบถังน้ำมัน โครงรถ สวิงอาร์ม สายไฟ ฝาครอบคลัตช์ และแผ่นกันความร้อนท่อไอเสีย และผู้ซื้อจะได้รับบัตรกำนัลสำหรับแลกรับท่อไอเสีย Akrapovič Evolution Line ไทเทเนียมที่เข้าชุดไปเลยแบบฟรี ๆ (ซึ่งคาดว่าน่าจะรวมในราคารถเป็นที่เรียบร้อย) และสิทธิ์สุดพิเศษ ผู้ที่ซื้อรถคันนี้ในเยอรมนีจะมีโอกาสได้ MEET AND GREET พบปะกับ โทปรัค ราซกัตลิโอกลูแบบตัวต่อตัว ซึ่งเขาได้กล่าวปิดท้ายฤดูกาลอันสุดเร้าใจว่า “นี่เป็นฤดูกาลที่น่าทึ่ง และเราก็ได้เป็นแชมป์โลก ผมขอบคุณ BMW Motorrad ทีมของผม และทุกคนที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จอันยอดเยี่ยมนี้ และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ผมได้รับรถ Champion Edition 2024 หมายเลข 1 ซึ่งแน่นอนว่ามันจะได้อยู่จุดที่โดดเด่นในบ้านของผม” ในส่วนของราคาวางจำหน่ายในโมเดลสุดลิมิเต็ดนี้ รถจะผลิตทั้งหมด 54 คัน โดยหมายเลข 01/54 จะมอบให้กับโทปรัค และหมายเลข 54/54 จะเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ BMW ทำให้เหลือเพียง 52 คันสำหรับจำหน่ายเฉพาะในเยอรมนี ราคา 54,000 ยูโร คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,986,560 บาท BMW M1000RR MY 2024 BMW M RR WSBK 2024 เมื่อเทียบกับโฉมปกติอย่าง M1000RR 2024 มีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 30,960 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,136,800 บาท ซึ่งในตัวลิมิเต็ดนี้จะแพงกว่าประมาณ 20,040 ยูโร คิดเป็นเงินไทยประมาณ 735,760 บาท หากอ่านแล้วรู้สึกสนใจอยากจะครอบครองมาประดับโรงรถที่บ้าน สามารถติดต่อทาง BMW และอิมพอร์ตรถเข้ามาได้เลย คลิ๊กที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BIMOTA KB998 ตัวแข่งคันใหม่จาก Kawasaki Bimota KB998 ตัวแข่งคันใหม่ของ Kawasaki ในการแข่งขันรายการ 2025 Motul FIM WorldSBK Championship โดย Bimota แบรนด์รถจักรยานยนต์สัญชาติอิตาลี เป็นที่รู้จักในประเภทของรถจักรยานยนต์สมรรถนะสูง (แถมยังมีราคาแพง) อีกทั้งยังมีการออกแบบดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ทางแบรนด์กำลังจะเข้าสู่ยุคใหม่โดยการโดดเข้าร่วมการแข่งขันในรายการระดับโลก เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่า Kawasaki Racing Team (KRT) ในรายการแข่งขัน WorldSBK ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Bimota by Kawasaki Racing Team (BbRT) เพื่อสะท้อนความร่วมมือระหว่างสองบริษัท Bimota และ Kawasaki ได้ร่วมมือกันสร้าง และพัฒนามอเตอร์ไซค์ใหม่ทั้งหมดสำหรับการแข่งขัน ซึ่งผสมผสานจุดเด่นจากทั้งสองผู้ผลิต ที่ไม่ได้เป็นการนำ Kawasaki Ninja ZX-10RR มาเปลี่ยนชุดตกแต่งใหม่ แต่พัฒนารถแข่งรุ่นพิเศษขึ้นมาเอง 2025 Bimota KB998 2024 Kawasaki ZX-10R ซึ่งรายละเอียดสเปคยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่ามาพร้อมขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาด 998 ซีซี จาก Kawasaki ZX-10RR ที่มีกำลังมากกว่า 200 แรงม้า โช้คอัพหน้าจาก Showa คาลิเปอร์เบรกจาก Brembo (ถึงแม้ว่าจะแปะด้วยตัวอักษร J.JUAN ก็เถอะ) และระบบท่อไอเสียของ Akrapovič แฟริ่งถูกออกแบบใหม่ แม้ด้านหน้าจะยังคงมีเค้าโครงสไตล์ Kawasaki Ninja มาพร้อมปีกแอโรไดนามิกเช่นเดียวกับรถแข่งในสมัยใหม่ โดยตัวแข่งคันใหม่นี้ได้ทำการลงวิ่งทดสอบที่ Circuit de Jerez ประเทศสเปน ซึ่งเป็นสนามเดียวกับการแข่งขันในรอบสุดท้ายของฤดูกาล 2024 แม้โมเดลรถคันนี้จะถูกพัฒนามาได้ไม่นาน แต่ด้วยการขับขี่ของ Alex Lowes และ Axel Bassani สองนักบิดของทีม ทำให้ KB998 ได้แสดงศักยภาพของมันออกมาสามารถทำเวลาได้อย่างน่าประทับใจบนสนาม Jerez พร้อมกับการออกแบบที่โดดเด่น และสมรรถนะที่ดุดัน โดย Axel Bassani ทำเวลาได้ 1:38.478 นาที และ Alex Lowes ทำเวลาได้ 1:38.679 นาที แน่นอนว่า KB998 คันนี้จะผลิตออกมาแค่รุ่นสำหรับทำการแข่งขันเท่านั้น จะยังไม่มีการวางจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบของการแข่งขัน WorldSBK รถที่จะเข้าร่วมแข่งขันในรายการ จะต้องมีการผลิตในรูปแบบของ Production Bike วางจำหน่ายโดยมีจำนวนการผลิตอย่างน้อย 500 คันเป็นข้อบังคับมาตรฐาน อย่าง BMW M 1000 RR, Ducati Panigale V4 R และ Honda CBR1000RR-R Fireblade SP ที่มีวางจำหน่ายทั่วไป ซึ่งทาง Bimota ยังไม่มีการประกาศอย่างชัดเจนว่า จะมีรุ่น KB998 วางจำหน่ายต่อสาธารณะชน ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ Bimota จะผลิตออกมาแค่ในจำนวนที่กำหนดเพื่อให้ผ่านข้อพิจารณา หากผลิตออกมาแค่ตามยอดเกณฑ์ที่กำหนด โมเดลนี้อาจจะถูกยกเป็นรถที่โคตรแรร์อีกหนึ่งรุ่น และในโมเดลคันจริงนั้นอาจจะมีไปตั้งโชว์ให้แฟน ๆ ได้สัมผัสที่งาน EICMA 2024 sประเทศอิตาลีในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ หรือการร่วมมือของทั้งสองค่ายนี้จะเป็นสัญญาณอะไรบางอย่างสำหรับ Kawasaki ในการแข่งขัน 2025 Motul FIM WorldSBK Championship ฤดูกาลหน้าหรือเปล่า ? อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak แชมป์ WorldSBK 2024 ให้กับ BMW เป็นครั้งแรก เมื่อเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดในการแข่งขัน WorldSBK ฤดูกาล 2024 ศึกตัดสินแชมป์โลกที่สนาม Jerez ประเทศสเปน กับคู่ปรับไฮไลท์ของการแข่งขันที่ใคร ๆ ต่างจับตามอง ระหว่างอดีตแชมป์โลกที่พึ่งย้ายเข้ามาอยู่ทีม Rokit BMW Motorrad WorldSBK Team ในฤดูกาลแรกอย่าง Toprak Razgatlioglu และอดีตแชมป์ WorldSSP ฤดูกาล 2023 ม้ามืดจากทีม Aruba.it Racing – Ducati อย่าง Nicolo Bulega ที่ทั้งคู่ต่างมีคะแนนที่สามารถพลิกสถานการณ์แชมป์โลกในฤดูกาลนี้เลยก็ว่าได้ ด้วยสกอร์ของโทปรัคหลังจากจบแข่งขันที่ EstorillWorldSBK “เกือบ” ชนะแบบเอกฉันท์แต่ทว่า Bulega นั้นยังพอมีโอกาสที่แก้ตัวในสนามสุดท้ายด้วยคะแนนตามหลังแชมป์โลกถึง 46 คะแนน เพราะฉะนั้นโอกาสที่บูเรก้าจะสามารถพลิกสถานการณ์มาเป็นแชมป์โลกได้ คือต้องชนะอันดับ 1 ในทุกเรซของการแข่งขัน (เก็บ 62 คะแนน ทั้ง Race 1, Superpole Race และ Race 2) ในขณะที่โทปรัค ต้องเก็บคะแนนเพิ่มอย่างน้อย 16 คะแนน จึงจะสามารถคว้าแชมป์โลกในฤดูกาลนี้ไปได้ ซึ่งเท่ากับสถานการณ์ดังกล่าวบูเรก้าต้องพึ่งปฏิหารย์เท่านั้นหล่ะครับ ภาวนาให้บังโตอาจขี่ไม่จบทั้ง 3 เรซ จะทำให้ตนสามารถขึ้นมาแซงได้นั่นเอง SpanishWorldSBK 2024 ศึกสุดท้าย ตัดสินแชมป์โลก เมื่อการแข่งขันที่ทุกคนรอคอยมาถึง กับ SpanishWorldSBK ศึกสุดท้ายตัดสินแชมป์โลก ไม่ว่าจะเป็นทางฝั่งของ WorldSBK, WorldSSP, WorldSSP300, WorldWCR รวมถึงรุ่นอื่น ๆ ที่ Jerez Circuit ประเทศสเปน เปิดประเดิมกับรุ่นใหญ่ในช่วงการซ้อมในวันศุกร์ บูเรก้ากลับทำผลงานการซ้อมได้ดีกว่าโดยทำเวลาดีสุดเป็นอันดับหนึ่งในรอบซ้อมแรกที่ 1’39.744 นำอันดับสองอย่างโทปรัคที่ตามมาติด ๆ เพียง 0.022 วินาที ในขณะที่เวลาซ้อมดีที่สุดอันดับสามได้แก่ “เทพโจ” Andrea Iannone ทำเวลาไป 1’39.967 รวมถึงการซ้อมรอบ 2 และ 3 (Free Practice) บูเรก้าสามารถทำเวลาได้ดีกว่าตลอดทั้ง 3 รอบ Bulega คว้าโพล สตาร์ทกริดแรก @worldsbk Lap record OBLITERATED! 😮💨 The first 1’37s lap in Jerez 🔥 #SpanishWorldSBK 🇪🇸 #WorldSBK #motorcycle #motorsport #racing #sportsontiktok ♬ original sound – WorldSBK ด้วยรอบการซ้อมที่นักบิดชาวอิตาเลียนจากทีมโรงงาน Ducati สามารถทำได้ดีกว่า รวมถึงรอบ Superpole ที่สามารถคว้าโพลกริดแรก กับผลเวลาควอลิฟายดีสุด 1’37.596 นาที ทิ้งห่างกริดที่สองอย่างโทปรัคเกือบวินาทีที่ 1’38.202 นาทีขณะที่กริดที่สามตกเป็นของทีมโรงงานคาวาซากิอย่าง Alex Lowes 1’38.302 นาที นับเป็นการออกหมัดได้สวยสำหรับทีมดูคาติ แต่ทว่าทีมโรงงาน BMW ดูไม่กดดันมากมายอะไร เพราะต้องการคะแนนอีกเพียง 16 แต้มเท่านั้น ที่จะสามารถคว้าแชมป์ในครั้งนี้ไปได้ ผลการแข่งขัน Race 1 ด้วยสภาพอากาศช่วงบ่ายของวันเสาร์ของค่อนข้าง “เป็นใจ” ทำให้การแข่งขันดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยกริดสตาร์ทแถวหน้าประกอบไปด้วย Nicolo Bulega, Toprak Razgatlioglu และ Alex Lowes แถวสอง Danilo Petrucci, Iker Lecuona และ Locatelli ไล่ตามลำดับจากผลควอลิฟายในรอบซุปเปอร์โพลดังนี้ หลังไฟแดงดับลง บูเรก้าบิดออกตัวนำอย่างรวดเร็วคว้า Hole Shot ในขณะที่โทปรัคตามหลังติด ๆ ตามด้วย Locatelli ที่ออกสตาร์ทได้ดีจากกริดที่ 6 สามารถแซงไล่ขึ้นมาอันดับ 3 ได้ในเรซนี้

Andrea Iannone ต่อสัญญา ลุย WSBK 2025 Andrea Iannone ต่อสัญญา กับ Team GoEleven ไปอีก 1 ปี เตรียมพร้อมลุย WorldSBK ปี 2025 เป็นข่าวดีอีกหนึ่งข่าวสำหรับแฟน ๆ ชาวมอเตอร์สปอร์ต กับอดีตนักแข่งโมโตจีพีอย่าง โดย Andrea Iannone ประกาศเซ็นสัญญาแข่งต่อให้กับต้นสังกัดอย่าง GoEleven ต่อในฤดูกาล 2025 หลังเจ้าตัวโชว์ฟอร์มผลงานออกมาได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยการคว้าโพเดี้ยมอันดับสามของเรซแรกการแข่งขันตั้งแต่สนามแรกของการเปิดฤดูกาล การคว้าโพเดี้ยมอันดับสองรอบซุปเปอร์โพลที่ประเทศบาร์เซโลน่า และสนามอื่น ๆ จนกระทั่งชัยชนะสูงสุดกับตำแหน่งโพเดี้ยมอันดับ 1 รอบเรซแรกที่ อารากอน ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมใน WSBK ฤดูกาลนี้ Iannone เขาสามารถสร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจด้วยตำแหน่งท็อป 7 ของตารางคะแนนรวม กับการแข่งขันที่เหลืออีกหนึ่งสนามซึ่งเป็นสนามของการชิงแชมป์ WorldSBK ที่ประเทศสเปนนั่นเอง “ผมค่อนข้างแฮปปี้ที่ได้ร่วมสนุกต่อกับทีมและตัวแข่งอย่าง Ducati Panigale V2 โดยปีแรกของผมใน WorldSBK Championship เต็มไปด้วยความเซอร์ไพรส์และความพึงพอใจครับ และเราจะยังทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาตัวเองเพื่อเป้าหมายใหม่ ๆ” ถือว่าเป็นนักบิดตัวเต็งอีกคนนึงที่น่าจับตามองเลยไม่น้อย กับดีกรีฝีมือที่นับว่า “เคย” ลงแข่งขันในรายการใหญ่มาแล้ว ตอนนี้คงรอฟอร์มเก่ากลับมาปะทุอีกครั้ง และเชื่อว่าในฤดูกาลหน้าจะต้องสนุกขึ้นอย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

WorldSBK 2024 สนามสุดท้าย ชี้แชมป์ ใครจะได้ ระหว่าง Toprak Razgatlioglu กับ Nicolo Bulega จากปี 2023 ที่ความแรงของ Ducati ผนวกกับสไตล์การขับขี่ของ Álvaro Bautista ที่ทำให้ในหลายๆ Race สนุกปน น่าเบื่อ เพราะรู้ๆกันอยู่ว่า ยังไง Ducati ก็ฉีกทิ้งทุกค่าย แต่จะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับคนขี่ และลุ้นๆว่า Bautista บึ้มที่โค้งไหน ถ้าไม่บึ้ม ก็ชนะ เล่นเอาแฟนๆ ดูคาติ ดีใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะ ชนะทั้ง motoGP และ WorldSBK ซีซั่น 2024 ถือได้ว่าเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง เพราะ มีการเปลี่ยนย้ายค่าย และดูน่ามีความหวัง ถ้าจะไม่พูดถึง “บังโต” Toprak Razgatlioglu กับทีม BMW ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะ หลายๆ ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ BMW เปลี่ยนโฉมจาก S1000RR มาจนรุ่น M1000RR ก็ไม่มีใครสามารถยืน 1 ได้หลายๆสนาม เท่า “บังโต” Toprak Razgatlioglu ส่วนแชมป์เก่าอย่าง “น้าโจ” Jonathan Rea ในฤดูกาล 2024 ย้ายมาเข้าร่วมทีม Yamaha หลังจากออกจาก Kawasaki ซึ่งถือเป็นความท้าทายใหม่ เขาประสบปัญหาในการปรับตัวให้เข้ากับ Yamaha R1 และฟอร์มการขับขี่ไม่สม่ำเสมอเหมือนก่อน แม้ว่าเขาจะโชว์ฟอร์มได้บางสนาม เช่น การคว้าตำแหน่งโพลที่ Assen และติดอันดับ 5 ที่ Estoril แต่การหาจุดสมดุลที่ลงตัวกับรถยังต้องใช้เวลา ถือเป็นฤดูกาลที่ต้องปรับตัวและเรียนรู้สำหรับเขา อีกด้านหนึ่งคือ วัยรุ่น พุ่งแรง “นิคโก้” Nicolo Bulega ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2024 กับทีม Ducati หลังจากเปลี่ยนจากการแข่งขัน WorldSSP มาเป็น WorldSBK และเริ่มต้นฤดูกาลด้วยการคว้าชัยชนะในสนามแรกที่ Phillip Island ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่นักแข่งสามารถชนะได้ตั้งแต่การแข่งแรกของเขาใน และเป็นหนึ่งใน ม้ามืด ที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วในระดับการแข่งขันที่สูงขึ้นกว่าเดิม เรียกได้ว่า Rookie of the Year ก็ไม่พ้นคนนี้ ไฮไลท์การแข่งขัน WorldSBK 2024 1.Grand Ridge Brewery Australia Round (Phillip Island) การแข่งขันเปิดฤดูกาลที่ Phillip Island Alex Lowes โชว์ฟอร์มแกร่งด้วยการคว้าชัยใน Race 2 และ Superpole Race ส่วน Nicolo Bulega เอาชนะในการแข่งขัน Race 1 ท่ามกลางสภาพอากาศฝนตก ทำให้เกิดการแข่งขันที่เข้มข้นและดุเดือดตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล 2.Pirelli Catalunya Round (Barcelona) Bautista คว้าชัยใน Race 1 แต่ Nicolo Bulega สามารถคว้าชัยใน Superpole Race ได้อย่างน่าตื่นเต้น ส่วน Jonathan Rea กลับมาแข็งแกร่งใน Race 2 โดยคว้าชัยครั้งแรกของฤดูกาล 3.Pirelli Dutch Round (Assen) ใน Race 1 เกิดเหตุการณ์ขัดแย้งเมื่อ Razgatlioglu และ Bautista ชนกัน ส่วน Race 2 Michael van der Mark คว้าชัยชนะให้ทีม BMW สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ ชาวดัตช์ 4.Pirelli

Sam Lowes ต่อสัญญา Marc VDS Ducati พร้อมพิสูจน์ตัวเองใน WorldSBK 2025 Sam Lowes ต่อสัญญา Marc VDS Ducati เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมพิสูจน์ตัวเองสำหรับการแข่งขัน World Superbike Championship 2025 Sam Lowes (ELF Marc VDS Racing Team) จะยังคงอยู่ในการแข่งขัน MOTUL FIM Superbike World Championship ในปี 2025 นักแข่งชาวอังกฤษรายนี้ได้ลงแข่งขันเป็นครั้งแรกในปีนี้และทำผลงานได้ดี แต่ก็มีผลการแข่งขันที่ไม่คงเส้นคงวาในบางครั้ง เนื่องจากเขายังคงต้องปรับตัวกับรถแข่ง Ducati Panigale V4 R และสนามแข่งใหม่ ๆ ฝีมือขึ้น ๆ ลง ๆ เหมือนรถไฟเหาะ ผลการแข่งขันที่ดีที่สุดของ Lowes ในปี 2024 จนถึงตอนนี้คือการจบอันดับที่ 6 ในการแข่งขันเรซที่ 2 ที่ Assen แม้ว่าเขาจะได้ออกตัวจากแถวหน้าและเคยขึ้นนำในสนามบาร์เซโลนาก็ตาม เขาจบในอันดับท็อป 8 ได้ทั้งหมด 5 ครั้งในฤดูกาลเปิดตัว แต่ผลงานในรอบหลังกลับยากขึ้นเรื่อย ๆ อันเนื่องมาจากการล้มของเขาใต้การแข่งขันที่ปะทุดุเดือดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขามีปัญหาในการติดอันดับท็อป 10 โดยครั้งสุดท้ายที่เขาอยู่ในท็อป 10 คือการแข่งขัน Tissot Superpole Race ที่ Donington Park แซม โลว์ เคยประสบความสำเร็จ ในรุ่น Moto2 , WorldSSP และ British Supersport ก่อนที่จะเข้าร่วมทีมใน WorldSBK, Lowes ลงแข่งใน Moto2™ ทั้งหมด 155 เรซ โดยร่วมกับทีม Marc VDS 4 ฤดูกาลตั้งแต่ปี 2020 เขาจบอันดับ 3 ในตารางคะแนนในฤดูกาลแรกกับทีม ก่อนที่จะจบอันดับ 4 ในฤดูกาลถัดมา แม้ว่าจะมีสองฤดูกาลที่ยากลำบากตามมา แต่ทีมก็ยังคงสนับสนุน Lowes ต่อไปในปี 2024 โดยเปลี่ยนไปแข่ง WorldSBK ด้วยรถ Ducati Panigale V4 R นอกจากนี้เขายังเคยลงแข่งใน MotoGP™ หนึ่งฤดูกาล โดยลงแข่ง 18 Race และทำคะแนนได้ 5 คะแนน นักแข่งวัย 34 ปีคนนี้ เคยเป็นแชมป์โลกมาแล้ว โดยคว้าแชมป์ WorldSSP ในปี 2013 ก่อนที่จะย้ายไปแข่งใน MotoGP เขาชนะการแข่งขัน 6 ครั้งและขึ้นโพเดียมทั้งหมด 11 ครั้งในฤดูกาลแรกของเขากับ Yamaha ในรายการชิงแชมป์ ก่อนหน้านั้นเขาใช้เวลาสองฤดูกาลเต็มแข่งด้วยรถ Honda ซึ่งเป็นแบรนด์เดียวกับที่เขาคว้าแชมป์ British Supersport ในปี 2010 ด้วยชัยชนะ 5 ครั้งและขึ้นโพเดียม 10 ครั้ง การตั้งเป้าในปีฤดูกาล 2025 สำหรับปี 2025 ด้วยประสบการณ์การเรียนรู้หนึ่งปีที่ทั้งเขาและทีมได้สะสมมา และไม่ต้องปรับตัวกับรถหรือยางใหม่อีกต่อไป Lowes หวังว่าจะสามารถจบในอันดับท็อป 10 หรือแม้แต่ต่อสู้เพื่อขึ้นโพเดียมในฤดูกาลที่สองของเขา ขณะที่เขามุ่งหาความสำเร็จกับ Ducati ทีมอิสระ การเดินหน้าต่อไปนี้จะเป็นการสานต่อความสำเร็จของพวกเขาในฐานะคู่หู หลังจากที่เคยคว้าชัยชนะหลายครั้งใน Moto2 และต่อสู้เพื่อชิงแชมป์มาแล้ว Lowes หวังที่จะทำผลงานให้ดีในช่วงท้ายซีซั่น 2024 “ผมหวังว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีในช่วงท้ายของฤดูกาลนี้” “เมื่อพูดถึงการต่อสัญญากับทีม Lower กล่าวว่า: ‘ผมรู้สึกดีใจและภูมิใจมากที่ได้สานต่อกับทีม Elf Marc VDS Racing ใน WorldSBK ต่ออีกหนึ่งปี เป้าหมายของผมและทีมคือการวางแผนอย่างน้อยสองปีเนื่องจากความแตกต่างอย่างมากระหว่าง Moto2™ และ WorldSBK ช่วงหลังมานี้ผลการแข่งขันค่อนข้างซับซ้อนเพราะอาการบาดเจ็บที่ไหล่ของผม แต่การแข่งขันรอบแรก ๆ นั้นสนุกมากและเราได้พัฒนาผลงานไปในทางที่ดีขึ้น