SuperBikeMag.Com ข่าวรถยนต์ รีวิวรถใหม่ รถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถจักรยานยนต์

Mitsubishi E-Car EVO เอื้ออาทร
ขอขอบคุณภาพจาก : Grand Prix Online

หากจะกล่าวถึงรถยนต์ที่เป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมการแต่งรถในประเทศไทย ชื่อของ Mitsubishi Lancer E-Car หรือรหัสตัวถัง CB จะต้องถูกจารึกไว้ในฐานะ “จุดเริ่มต้นของความแรงที่จับต้องได้” แม้เวลาจะล่วงเลยมากว่า 30 ปี จนเราก้าวเข้าสู่ปี 2569 ที่กระแสรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังครองเมือง แต่เสน่ห์ของเครื่องยนต์สันดาปเทอร์โบและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อในร่างของ E-Car ก็ยังคงขลังไม่เสื่อมคลาย

รหัสตัวถังที่ “พิมพ์เดียวกัน” จุดเริ่มต้นของพันธุกรรมแรง

เหตุผลอันดับหนึ่งที่ทำให้ E-Car ถูกเรียกว่า “EVO เอื้ออาทร” คือความอัจฉริยะ (หรือความประหยัด) ในการออกแบบของ Mitsubishi ในยุคนั้น รถ Lancer Evolution รุ่นที่ 1, 2 และ 3 ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานตัวถังรหัส CD9A และ CE9A ซึ่งแท้จริงแล้วมันคือการนำโครงสร้างของ Lancer CB (E-Car บ้านเรา) มาเสริมความแข็งแกร่งและติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อลงไป

มิติตัวถังตั้งแต่ช่วงหน้ารถจนถึงเสา C มีความใกล้เคียงกันมากกว่า 90% จุดยึดแท่นเครื่องยนต์ จุดยึดช่วงล่าง และตำแหน่งของคอนโซลหน้าแทบจะวางทับกันได้พอดี สิ่งนี้ทำให้นักเลงรถชาวไทยสามารถไปซื้อ “หัวตัด-ท้ายตัด” ของ EVO 1-3 จากญี่ปุ่น มายกใส่ตัวถัง E-Car บ้านเราได้โดยไม่ต้องดัดแปลงโครงสร้างจนเสียรูปทรง นี่คือ “ทางลัด” สู่ความแรงที่สมบูรณ์แบบที่สุด

Mitsubishi E-Car EVO เอื้ออาทร
ขอขอบคุณภาพจาก Car From Japan

หัวใจมังกร 4G63 Turbo ตำนานที่ยังมีลมหายใจ

เครื่องยนต์รหัส 4G63 ที่ประจำการใน Evolution 1-3 คือเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทานและการโมดิฟายที่ไปได้ไกลมาก ในยุคปี 2569 นี้ แม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนไป แต่ความดิบของเทอร์โบยุคเก่าที่ดึงหนักๆ ยังคงเป็นเสน่ห์ที่หาไม่ได้ในรถสมัยใหม่

การวาง 4G63 ใน E-Car นั้นถือเป็นสูตรสำเร็จที่ “จบง่าย” ที่สุด เพราะห้องเครื่องของ E-Car ถูกออกแบบมาให้รองรับบล็อกเครื่องยนต์ขนาดนี้อยู่แล้ว สิ่งที่ท้าทายมีเพียงการ “เคาะอุโมงค์เกียร์” และการสร้างจุดยึดเพลากลางสำหรับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งช่างไทยในปัจจุบันมีความเชี่ยวชาญสูงมากจนสามารถทำงานออกมาได้เนียนเหมือนรถออกจากโรงงาน

ขั้นตอนการแปลงร่าง จากรถบ้านสู่สัตว์ร้ายบนถนน

การจะทำ EVO เอื้ออาทรให้สมบูรณ์ในปี 2569 ต้องเริ่มจากการหาตัวถัง E-Car ที่สภาพดี (ไม่ผุ) ซึ่งปัจจุบันราคาตลาดวนเวียนอยู่ที่ 35,000 – 70,000 บาท ขึ้นอยู่กับสภาพ จากนั้นคือการตามหา “หัวตัด” ของ EVO 1-3

  • Exterior: เปลี่ยนฝากระโปรงหน้ามีจมูก, กันชนหน้าพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ใบโต, โป่งล้อหลัง และสปอยเลอร์ทรงสูงอันเป็นเอกลักษณ์ของ EVO III

  • Interior: ยกชุดคอนโซลสีดำพร้อมเกจ์วัด 3 ช่อง, เบาะ Recaro ลายแตงโม และพวงมาลัย MOMO มาใส่

  • Performance: ติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-time ซึ่งต้องใช้ความชำนาญในการเชื่อมต่อเฟืองท้ายและเพลากลางให้ได้ศูนย์

Mitsubishi E-Car EVO เอื้ออาทร

ราคาตลาดในปี 2569 คุ้มค่าหรือไม่?

ปัจจุบันราคา “ของแต่ง” และ “หัวตัด” ของ EVO 1-3 เริ่มขยับสูงขึ้นเนื่องจากกลายเป็นของสะสม (Collector’s Item) ทั่วโลก การปั้น E-Car ให้เป็น EVO III แบบครบๆ อาจต้องเตรียมงบประมาณไว้ตั้งแต่ 300,000 ไปจนถึง 600,000 บาท (รวมค่าตัวรถและค่าแรง)

ถามว่าคุ้มไหม? หากมองในแง่สมรรถนะ รถเงินแสนในสเปกนี้สามารถไล่กวดรถยุโรปป้ายแดงราคาหลักล้านได้สบายๆ แต่ถ้ามองในแง่การลงทุน มันคือ “ความสุขทางใจ” ที่ราคาไม่มีวันตกตราบใดที่กระแส Retro Car ยังคงอยู่

กฎหมายจราจรและด่านตรวจ (Update ปี 2568-2569)

นี่คือส่วนที่ “จิกกัด” หัวใจคนเล่นรถเก่าที่สุด เพราะกฎหมายปัจจุบันมักจะมองรถดัดแปลงเป็นเป้าหมายหลัก แต่เราสามารถทำ “EVO เอื้ออาทร” ให้ถูกต้องได้โดย:

  1. แจ้งเปลี่ยนเครื่องยนต์: ต้องมีใบทวิ 08 จากเซียงกงเพื่อลงเล่มทะเบียน

  2. แจ้งเปลี่ยนระบบขับเคลื่อน: จาก 2 ล้อเป็น 4 ล้อ ต้องมีการรับรองจากวิศวกรเครื่องกล

  3. แจ้งเปลี่ยนสีและดัดแปลงตัวถัง: หากมีการใส่พาร์ทที่ทำให้มิติตัวรถเปลี่ยนไป

“ทำไมรถไฟฟ้าที่ดัดแปลงแบตเตอรี่ถึงดูเท่ แต่รถน้ำมันที่ดัดแปลงให้ขับสนุกขึ้นถึงถูกมองว่าเป็นขยะบนท้องถนน?” นี่คือคำถามที่คนเล่นรถยุค 90 มักจะฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะหากรถมีการรับรองจากวิศวกรและตรวจสภาพผ่าน การอนุรักษ์รถเก่าก็ถือเป็นการลดขยะอุตสาหกรรมในรูปแบบหนึ่งเช่นกัน

บทสรุป

Mitsubishi E-Car ยังคงเป็นสูตรสำเร็จของ EVO เอื้ออาทร เพราะมันคือความลงตัวของ “วิศวกรรมที่ใช้ร่วมกันได้” และ “สังคมที่แข็งแกร่ง” ในไทย ในปี 2569 นี้ การปั้นรถรุ่นนี้อาจไม่ใช่เรื่องของการมองหาความประหยัดอีกต่อไป แต่มันคือการครอบครอง “ประวัติศาสตร์” ที่ยังมีชีวิต และพร้อมจะคำรามทุกครั้งที่เหยียบคันเร่ง

อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่

รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

อ่านข่าวรถยนต์อื่น ๆ เพิ่มเติม คลิกที่นี่ 

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

Mitsubishi E-Car EVO เอื้ออาทร สูตรสำเร็จตลอดกาลของวัยรุ่นมิตซูบิชิ

Mitsubishi E-Car EVO เอื้ออาทร
ขอขอบคุณภาพจาก : Grand Prix Online

หากจะกล่าวถึงรถยนต์ที่เป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมการแต่งรถในประเทศไทย ชื่อของ Mitsubishi Lancer E-Car หรือรหัสตัวถัง CB จะต้องถูกจารึกไว้ในฐานะ “จุดเริ่มต้นของความแรงที่จับต้องได้” แม้เวลาจะล่วงเลยมากว่า 30 ปี จนเราก้าวเข้าสู่ปี 2569 ที่กระแสรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังครองเมือง แต่เสน่ห์ของเครื่องยนต์สันดาปเทอร์โบและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อในร่างของ E-Car ก็ยังคงขลังไม่เสื่อมคลาย

รหัสตัวถังที่ “พิมพ์เดียวกัน” จุดเริ่มต้นของพันธุกรรมแรง

เหตุผลอันดับหนึ่งที่ทำให้ E-Car ถูกเรียกว่า “EVO เอื้ออาทร” คือความอัจฉริยะ (หรือความประหยัด) ในการออกแบบของ Mitsubishi ในยุคนั้น รถ Lancer Evolution รุ่นที่ 1, 2 และ 3 ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานตัวถังรหัส CD9A และ CE9A ซึ่งแท้จริงแล้วมันคือการนำโครงสร้างของ Lancer CB (E-Car บ้านเรา) มาเสริมความแข็งแกร่งและติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อลงไป

มิติตัวถังตั้งแต่ช่วงหน้ารถจนถึงเสา C มีความใกล้เคียงกันมากกว่า 90% จุดยึดแท่นเครื่องยนต์ จุดยึดช่วงล่าง และตำแหน่งของคอนโซลหน้าแทบจะวางทับกันได้พอดี สิ่งนี้ทำให้นักเลงรถชาวไทยสามารถไปซื้อ “หัวตัด-ท้ายตัด” ของ EVO 1-3 จากญี่ปุ่น มายกใส่ตัวถัง E-Car บ้านเราได้โดยไม่ต้องดัดแปลงโครงสร้างจนเสียรูปทรง นี่คือ “ทางลัด” สู่ความแรงที่สมบูรณ์แบบที่สุด

Mitsubishi E-Car EVO เอื้ออาทร
ขอขอบคุณภาพจาก Car From Japan

หัวใจมังกร 4G63 Turbo ตำนานที่ยังมีลมหายใจ

เครื่องยนต์รหัส 4G63 ที่ประจำการใน Evolution 1-3 คือเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทานและการโมดิฟายที่ไปได้ไกลมาก ในยุคปี 2569 นี้ แม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนไป แต่ความดิบของเทอร์โบยุคเก่าที่ดึงหนักๆ ยังคงเป็นเสน่ห์ที่หาไม่ได้ในรถสมัยใหม่

การวาง 4G63 ใน E-Car นั้นถือเป็นสูตรสำเร็จที่ “จบง่าย” ที่สุด เพราะห้องเครื่องของ E-Car ถูกออกแบบมาให้รองรับบล็อกเครื่องยนต์ขนาดนี้อยู่แล้ว สิ่งที่ท้าทายมีเพียงการ “เคาะอุโมงค์เกียร์” และการสร้างจุดยึดเพลากลางสำหรับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งช่างไทยในปัจจุบันมีความเชี่ยวชาญสูงมากจนสามารถทำงานออกมาได้เนียนเหมือนรถออกจากโรงงาน

ขั้นตอนการแปลงร่าง จากรถบ้านสู่สัตว์ร้ายบนถนน

การจะทำ EVO เอื้ออาทรให้สมบูรณ์ในปี 2569 ต้องเริ่มจากการหาตัวถัง E-Car ที่สภาพดี (ไม่ผุ) ซึ่งปัจจุบันราคาตลาดวนเวียนอยู่ที่ 35,000 – 70,000 บาท ขึ้นอยู่กับสภาพ จากนั้นคือการตามหา “หัวตัด” ของ EVO 1-3

  • Exterior: เปลี่ยนฝากระโปรงหน้ามีจมูก, กันชนหน้าพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ใบโต, โป่งล้อหลัง และสปอยเลอร์ทรงสูงอันเป็นเอกลักษณ์ของ EVO III

  • Interior: ยกชุดคอนโซลสีดำพร้อมเกจ์วัด 3 ช่อง, เบาะ Recaro ลายแตงโม และพวงมาลัย MOMO มาใส่

  • Performance: ติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-time ซึ่งต้องใช้ความชำนาญในการเชื่อมต่อเฟืองท้ายและเพลากลางให้ได้ศูนย์

Mitsubishi E-Car EVO เอื้ออาทร

ราคาตลาดในปี 2569 คุ้มค่าหรือไม่?

ปัจจุบันราคา “ของแต่ง” และ “หัวตัด” ของ EVO 1-3 เริ่มขยับสูงขึ้นเนื่องจากกลายเป็นของสะสม (Collector’s Item) ทั่วโลก การปั้น E-Car ให้เป็น EVO III แบบครบๆ อาจต้องเตรียมงบประมาณไว้ตั้งแต่ 300,000 ไปจนถึง 600,000 บาท (รวมค่าตัวรถและค่าแรง)

ถามว่าคุ้มไหม? หากมองในแง่สมรรถนะ รถเงินแสนในสเปกนี้สามารถไล่กวดรถยุโรปป้ายแดงราคาหลักล้านได้สบายๆ แต่ถ้ามองในแง่การลงทุน มันคือ “ความสุขทางใจ” ที่ราคาไม่มีวันตกตราบใดที่กระแส Retro Car ยังคงอยู่

กฎหมายจราจรและด่านตรวจ (Update ปี 2568-2569)

นี่คือส่วนที่ “จิกกัด” หัวใจคนเล่นรถเก่าที่สุด เพราะกฎหมายปัจจุบันมักจะมองรถดัดแปลงเป็นเป้าหมายหลัก แต่เราสามารถทำ “EVO เอื้ออาทร” ให้ถูกต้องได้โดย:

  1. แจ้งเปลี่ยนเครื่องยนต์: ต้องมีใบทวิ 08 จากเซียงกงเพื่อลงเล่มทะเบียน

  2. แจ้งเปลี่ยนระบบขับเคลื่อน: จาก 2 ล้อเป็น 4 ล้อ ต้องมีการรับรองจากวิศวกรเครื่องกล

  3. แจ้งเปลี่ยนสีและดัดแปลงตัวถัง: หากมีการใส่พาร์ทที่ทำให้มิติตัวรถเปลี่ยนไป

“ทำไมรถไฟฟ้าที่ดัดแปลงแบตเตอรี่ถึงดูเท่ แต่รถน้ำมันที่ดัดแปลงให้ขับสนุกขึ้นถึงถูกมองว่าเป็นขยะบนท้องถนน?” นี่คือคำถามที่คนเล่นรถยุค 90 มักจะฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะหากรถมีการรับรองจากวิศวกรและตรวจสภาพผ่าน การอนุรักษ์รถเก่าก็ถือเป็นการลดขยะอุตสาหกรรมในรูปแบบหนึ่งเช่นกัน

บทสรุป

Mitsubishi E-Car ยังคงเป็นสูตรสำเร็จของ EVO เอื้ออาทร เพราะมันคือความลงตัวของ “วิศวกรรมที่ใช้ร่วมกันได้” และ “สังคมที่แข็งแกร่ง” ในไทย ในปี 2569 นี้ การปั้นรถรุ่นนี้อาจไม่ใช่เรื่องของการมองหาความประหยัดอีกต่อไป แต่มันคือการครอบครอง “ประวัติศาสตร์” ที่ยังมีชีวิต และพร้อมจะคำรามทุกครั้งที่เหยียบคันเร่ง

อ่านข่าวมอเตอร์ไซค์อื่นๆ คลิกที่นี่

รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

อ่านข่าวรถยนต์อื่น ๆ เพิ่มเติม คลิกที่นี่ 

Share It:

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถไฟฟ้า