ก้าวย่างสำคัญของ MG ในปี 2569 เริ่มต้นอย่างดุเดือด เมื่อยักษ์ใหญ่ภายใต้ร่มเงาของ SAIC Motor ได้ปล่อยภาพทีเซอร์แรกของรถยนต์ซีดานพลังงานไฟฟ้า 100% (Pure Electric Sedan) รุ่นปริศนาที่แสดงให้เห็นถึงทิศทางการออกแบบใหม่ที่เน้นความสปอร์ตและความชาญฉลาดเป็นหลัก รถซีดานไฟฟ้า MG โดยการเผยโฉมครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เชิงรุกที่ MG ประกาศว่าจะส่งรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ลงสู่ตลาดถึง 13 รุ่น ภายในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า ครอบคลุมทั้งเซกเมนต์ซีดานและเอสยูวี
ดีไซน์ Fastback Coupe และการติดตั้ง LiDAR อัจฉริยะ
จากรูปทีเซอร์ที่ปล่อยออกมา รถซีดานไฟฟ้าลำใหม่นี้ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความสปอร์ตด้วยรูปทรง Fastback Coupe หลังคาลาดเอียงสไตล์สปอร์ตที่ดูคล้ายกับรถยุโรปหรู แต่สิ่งที่ทำให้รถรุ่นนี้โดดเด่นและแตกต่างจาก MG รุ่นก่อนๆ คือการติดตั้งหน่วย LiDAR ไว้บริเวณด้านบนของกระจกบังลมหน้า ซึ่งเป็นฮาร์ดแวร์สำคัญสำหรับระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะระดับสูง (Advanced ADAS) บ่งบอกว่า MG กำลังยกระดับเทคโนโลยีเพื่อต่อกรกับคู่แข่งอย่าง Xiaomi SU7 และ Saic Z7 ในตลาดประเทศจีน
รายละเอียดด้านข้างตัวรถเผยให้เห็นมือจับเปิดประตูแบบกึ่งซ่อน (Semi-hidden door handles) เพื่อลดแรงต้านอากาศ รวมถึงเส้นสายซุ้มล้อที่ดูบึกบึน เสริมด้วยสัญลักษณ์ตัวเลข “07” ที่ปรากฏบนบังโคนหน้า ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้นักวิเคราะห์เชื่อว่ารถรุ่นนี้คืออนุพันธ์หรือเวอร์ชันไฟฟ้าล้วนของ MG7 ที่ปัจจุบันวางจำหน่ายในรูปแบบเครื่องยนต์สันดาป (ICE)
คาดการณ์ขุมพลังและตำแหน่งทางการตลาด
แม้ว่าข้อมูลทางเทคนิคและ สมรรถนะ MG7 ไฟฟ้า รุ่นนี้จะยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่หากพิจารณาจากตำแหน่งทางการตลาดที่เป็นซีดานขนาดกลาง (Mid-size Sedan) คาดว่าจะถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มไฟฟ้าเจเนอเรชันใหม่ที่รองรับการชาร์จเร็วและความจุแบตเตอรี่ที่วิ่งได้ไกลกว่า 500-600 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน CLTC)
ในแง่ของราคาจำหน่าย มีการคาดการณ์ว่า MG จะตั้งราคารถรุ่นนี้อยู่ในช่วง 150,000 ถึง 200,000 หยวน (ประมาณ 750,000 – 1,000,000 บาท) เพื่ออุดช่องว่างในกลุ่มผลิตภัณฑ์รถสปอร์ตคูเป้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นกลุ่มราคาที่มีการแข่งขันสูงที่สุดในปัจจุบัน การขยับตัวครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า MG ไม่ได้ต้องการแค่การเป็นรถประหยัดพลังงาน แต่ต้องการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติด้วยเช่นกัน
โอกาสในการทำตลาดในประเทศไทยและอาเซียน
รถซีดานไฟฟ้า MG และสำหรับแฟนๆ MG ในประเทศไทย คำถามสำคัญคือรถรุ่นนี้จะมีสิทธิ์เข้ามาทำตลาดหรือไม่? หากมองจากการที่ MG ไทยนำเข้าทั้ง MG4 และ MG Maxus 7 มาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความนิยมในรถซีดานทรงสปอร์ตที่มีมากขึ้น โอกาสที่ไทยจะได้สัมผัสซีดานไฟฟ้าที่เป็นอนุพันธ์ของ MG7 รุ่นนี้จึงมีความเป็นไปได้สูงในปี 2569-2570 เพื่อเข้ามาเป็นเรือธงลำใหม่แทนที่ MG6 เดิมที่ทำตลาดมาอย่างยาวนาน
ท้ายที่สุดแล้ว การปล่อยทีเซอร์ในครั้งนี้เป็นเพียงการโหมโรงก่อนการเปิดตัวจริง ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในเร็วๆ นี้ภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 หาก MG สามารถทำราคาและสเปกออกมาได้น่าสนใจเหมือนกับที่เคยทำไว้ใน MG4 รถซีดานไฟฟ้าทรงคูเป้รุ่นนี้อาจกลายเป็นอีกหนึ่ง “Game Changer” ที่เปลี่ยนภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดูพรีเมียมและไฮเทคขึ้นไปอีกระดับในสายตาผู้ใช้รถทั่วโลก



