Tesla จดสิทธิบัตร “ฝังวงจรในกระจก” เลิกใช้สายไฟลดต้นทุนผลิต แบบนี้ได้ไหมครับ
การพยายามลดความซับซ้อนในการผลิตรถยนต์ของ Tesla ยังคงเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ล่าสุดมีการเปิดเผยสิทธิบัตรใหม่ที่ชื่อว่า “Printed Circuit Glass” ซึ่งจะเปลี่ยนกระจกรถยนต์ธรรมดาให้กลายเป็นแผงวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ในตัว โดยมีเป้าหมายหลักคือการกำจัด “สายไฟ” ที่เกะกะและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบขับขี่อัตโนมัติ (FSD)

จากกระจกธรรมดา สู่ “Structural Circuit Board”
ปัญหาใหญ่ของการผลิตรถยนต์ในปัจจุบันคือ “ชุดสายไฟ” (Wiring Harness) ที่มีความยาวรวมหลายกิโลเมตร มีน้ำหนักมาก และต้องใช้แรงงานคนในการติดตั้งเป็นหลัก Tesla จึงได้คิดค้นวิธีการพิมพ์ลายวงจรนำไฟฟ้า (Conductive Traces) ลงบนแผ่นกระจกโดยตรง
กระบวนการนี้เริ่มจากการใช้หมึกที่มีส่วนผสมของเงินและเซรามิกสกรีนลงบนกระจก จากนั้นนำไปเผาที่อุณหภูมิสูงกว่า 600 องศาเซลเซียส จนลายวงจรหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับกระจก เทคโนโลยีนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อทำความร้อนเหมือนลวดละลายฝ้าแบบเดิม แต่ถูกออกแบบมาให้มี “ความต้านทานต่ำพิเศษ” เพื่อใช้ส่งไฟฟ้าและข้อมูลให้กับกล้อง เซนเซอร์ และอุปกรณ์ประมวลผลบนกระจกหน้า

ทำไม Tesla ต้องทำแบบนี้?
- เพิ่มความแม่นยำให้กล้อง FSD: ชุดกล้องบริเวณกระจกหน้าคือ “ดวงตา” ของระบบ Autopilot การที่ไม่มีสายไฟระโยงระยางช่วยลดสัญญาณรบกวน (EMI) และทำให้การรับส่งข้อมูลรวดเร็วขึ้น
- ลดน้ำหนักและพื้นที่: การกำจัดสายไฟหนาๆ ช่วยให้พื้นที่ภายในรถเพิ่มขึ้นและลดน้ำหนักโดยรวม ซึ่งส่งผลดีต่อระยะทางวิ่ง (Range) ของรถ EV
- การผลิตอัตโนมัติ 100%: สิทธิบัตรนี้ระบุชัดเจนว่าการเชื่อมต่อจะใช้ “หน้าสัมผัสแบบสปริง” (Spring Contacts) แทนการเสียบปลั๊กแบบเดิม ทำให้หุ่นยนต์ในโรงงานสามารถประกอบชิ้นส่วนกระจกเข้ากับตัวถังและเชื่อมต่อระบบไฟได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้คนช่วย
ก้าวสำคัญสู่ “รถรุ่นราคาประหยัด”
นวัตกรรมนี้สอดคล้องกับแนวทาง Unboxed Process ของ Tesla ที่ต้องการหั่นต้นทุนการผลิตลงครึ่งหนึ่ง การเปลี่ยนกระจกให้เป็นแผงวงจรอาจถูกนำมาใช้ครั้งแรกในรถยนต์รุ่นใหม่ปี 2025-2026 หรืออาจจะเป็น Robotaxi ที่เน้นความเรียบง่ายและประสิทธิภาพสูงสุด
นี่คือข้อพิสูจน์ว่า Tesla ไม่ได้มองรถยนต์เป็นเพียงแค่พาหนะ แต่มันคือ “คอมพิวเตอร์ติดล้อ” ที่ทุกชิ้นส่วนต้องทำงานประสานกันอย่างชาญฉลาดที่สุด
ขอบคุณแหล่งที่มา : notateslaapp

