SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า จักรยายนต์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

มอเตอร์ไซค์เข้าทางหลัก
ขอขอบคุณภาพจาก : @policefat

ปัญหาการจราจรในประเทศไทยโดยเฉพาะในเส้นทางสายหลักที่มีการแบ่งช่องจราจรเป็น “ทางหลัก” (Main Road) และ “ทางขนาน” (Frontage Road) มักจะเกิดข้อพิพาทระหว่างผู้ใช้รถใช้ถนนอยู่เสมอ ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือการที่ มอเตอร์ไซค์เข้าทางหลัก ทั้งที่มีป้ายประกาศห้ามชัดเจน สิ่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของวินัยจราจรเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงโครงสร้างพื้นฐานและการออกแบบถนนที่อาจไม่ตอบโจทย์ความปลอดภัยของทุกกลุ่มผู้ใช้งาน

ทำไมรถจักรยานยนต์ถึงยอมเสี่ยงเข้าทางหลัก

หากจะวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่แท้จริงว่าเหตุใดผู้ขับขี่ มอเตอร์ไซค์เข้าทางหลัก ที่ห้ามไว้ เราสามารถสรุปปัจจัยสำคัญได้ดังนี้:

  1. สภาพทางขนานที่ไม่เอื้ออำนวย: ในหลายเส้นทาง เช่น ถนนวิภาวดีรังสิต หรือถนนบางนา-ตราด ช่องทางขนานมักมีสภาพผิวจราจรที่เป็นหลุมเป็นบ่อ มีน้ำขัง หรือมีการก่อสร้างอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกว่าการใช้ทางหลักมีความปลอดภัยต่อช่วงล่างและเสถียรภาพของรถมากกว่า

  2. สิ่งกีดขวางในเลนซ้าย: กฎหมายบังคับให้รถจักรยานยนต์ชิดขอบทางด้านซ้าย แต่ในทางปฏิบัติ เลนซ้ายสุดคือพื้นที่ของรถเมล์เข้าป้าย รถแท็กซี่จอดรอรับผู้โดยสาร และรถบรรทุกที่จอดส่งของ การต้องเบี่ยงออกขวาเพื่อหลบรถเหล่านี้ตลอดเวลาสร้างความเสี่ยงต่อการถูกชนท้าย

  3. ความสะดวกรวดเร็ว: ทางหลักไม่มีจุดตัดทางแยกหรือจุดกลับรถที่ต้องชะลอตัวบ่อยเท่าทางขนาน ทำให้ผู้ขับขี่ที่ต้องการทำเวลา โดยเฉพาะกลุ่มไรเดอร์ส่งของ เลือกที่จะใช้เส้นทางนี้แม้จะรู้ว่าผิดกฎหมายก็ตาม

กฎหมายจราจรและโทษปรับกรณีเข้าทางหลักปี 2568

ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 (และที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงปี 2568) ได้มีการระบุโทษและข้อบังคับเกี่ยวกับ กฎจราจรรถจักรยานยนต์ ไว้อย่างชัดเจน:

  • มาตรา 35 รถที่มีความเร็วช้าหรือรถที่มีความเร็วต่ำกว่าความเร็วของรถคันอื่นที่ขับในทิศทางเดียวกัน ผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ใกล้ขอบทางเดินรถด้านซ้ายเท่าที่จะกระทำได้

  • การฝ่าฝืนป้ายจราจร การขับรถจักรยานยนต์เข้าไปในช่องทางหลักที่มีป้าย “ห้ามรถจักรยานยนต์เข้า” ถือเป็นการฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจรบนพื้นทาง หรือป้ายจราจรที่ติดตั้งไว้ มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท (ตามเกณฑ์การปรับใหม่ปี 2565-2568)

  • การขับรถในช่องทางด่วน หากเป็นกรณีทางพิเศษ (Expressway) จะมีบทลงโทษที่รุนแรงกว่าตามข้อกำหนดของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้เน้นเพียงการตั้งด่าน แต่มีการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด ที่สามารถตรวจจับป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่ฝ่าฝืนเข้าทางหลักได้โดยอัตโนมัติ และส่งใบสั่งไปยังที่อยู่ตามทะเบียนรถทันที

แนวทางการแก้ปัญหาเพื่อความปลอดภัยที่ยั่งยืน

การแก้ปัญหา มอเตอร์ไซค์วิ่งทางด่วน หรือทางหลัก ไม่สามารถจบลงได้เพียงแค่การกวดขันจับกุม แต่ต้องอาศัยการจัดการในหลายมิติ

  • การปรับปรุงคุณภาพทางขนาน หน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น กรมทางหลวง หรือกรมทางหลวงชนบท ต้องเข้มงวดกับการซ่อมแซมผิวจราจรทางขนานให้เทียบเท่าทางหลัก และจัดการรถที่จอดกีดขวางอย่างจริงจัง

  • การออกแบบเลนเฉพาะ (Motorcycle Lane) ในหลายประเทศมีการจัดสรรเลนสำหรับรถจักรยานยนต์โดยเฉพาะที่มีแนวกั้นชัดเจน ซึ่งช่วยลดอุบัติเหตุและลดการแฝงตัวเข้าไปในทางหลักได้

  • การทบทวนข้อกฎหมาย มีเสียงเรียกร้องจากภาคประชาชนให้พิจารณาอนุญาตให้รถจักรยานยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์สูง (Big Bike) สามารถใช้ทางหลักได้ในบางช่วงเวลาหรือบางเส้นทาง โดยพิจารณาจากสมรรถนะของรถที่สามารถทำความเร็วได้เท่ากับรถยนต์ ซึ่งประเด็นนี้ยังคงอยู่ระหว่างการถกเถียงในระดับนโยบาย

สุดท้ายแล้ว ความปลอดภัยบนท้องถนนจะเกิดขึ้นได้ไม่ใช่เพียงเพราะกฎหมายที่เข้มงวด แต่เกิดจากการเคารพสิทธิซึ่งกันและกันของผู้ใช้รถ และการมีโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อความปลอดภัยของทุกคนอย่างเท่าเทียม

อ้างอิงข้อมูลจาก : พระราชบัญญัติจราจรทางบก 2568

Big SuperBike

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

มอเตอร์ไซค์เข้าทางหลัก ปัญหาโลกแตกบนถนนไทยกับข้อกฎหมายที่ควรรู้

มอเตอร์ไซค์เข้าทางหลัก
ขอขอบคุณภาพจาก : @policefat

ปัญหาการจราจรในประเทศไทยโดยเฉพาะในเส้นทางสายหลักที่มีการแบ่งช่องจราจรเป็น “ทางหลัก” (Main Road) และ “ทางขนาน” (Frontage Road) มักจะเกิดข้อพิพาทระหว่างผู้ใช้รถใช้ถนนอยู่เสมอ ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือการที่ มอเตอร์ไซค์เข้าทางหลัก ทั้งที่มีป้ายประกาศห้ามชัดเจน สิ่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของวินัยจราจรเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงโครงสร้างพื้นฐานและการออกแบบถนนที่อาจไม่ตอบโจทย์ความปลอดภัยของทุกกลุ่มผู้ใช้งาน

ทำไมรถจักรยานยนต์ถึงยอมเสี่ยงเข้าทางหลัก

หากจะวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่แท้จริงว่าเหตุใดผู้ขับขี่ มอเตอร์ไซค์เข้าทางหลัก ที่ห้ามไว้ เราสามารถสรุปปัจจัยสำคัญได้ดังนี้:

  1. สภาพทางขนานที่ไม่เอื้ออำนวย: ในหลายเส้นทาง เช่น ถนนวิภาวดีรังสิต หรือถนนบางนา-ตราด ช่องทางขนานมักมีสภาพผิวจราจรที่เป็นหลุมเป็นบ่อ มีน้ำขัง หรือมีการก่อสร้างอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกว่าการใช้ทางหลักมีความปลอดภัยต่อช่วงล่างและเสถียรภาพของรถมากกว่า

  2. สิ่งกีดขวางในเลนซ้าย: กฎหมายบังคับให้รถจักรยานยนต์ชิดขอบทางด้านซ้าย แต่ในทางปฏิบัติ เลนซ้ายสุดคือพื้นที่ของรถเมล์เข้าป้าย รถแท็กซี่จอดรอรับผู้โดยสาร และรถบรรทุกที่จอดส่งของ การต้องเบี่ยงออกขวาเพื่อหลบรถเหล่านี้ตลอดเวลาสร้างความเสี่ยงต่อการถูกชนท้าย

  3. ความสะดวกรวดเร็ว: ทางหลักไม่มีจุดตัดทางแยกหรือจุดกลับรถที่ต้องชะลอตัวบ่อยเท่าทางขนาน ทำให้ผู้ขับขี่ที่ต้องการทำเวลา โดยเฉพาะกลุ่มไรเดอร์ส่งของ เลือกที่จะใช้เส้นทางนี้แม้จะรู้ว่าผิดกฎหมายก็ตาม

กฎหมายจราจรและโทษปรับกรณีเข้าทางหลักปี 2568

ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 (และที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงปี 2568) ได้มีการระบุโทษและข้อบังคับเกี่ยวกับ กฎจราจรรถจักรยานยนต์ ไว้อย่างชัดเจน:

  • มาตรา 35 รถที่มีความเร็วช้าหรือรถที่มีความเร็วต่ำกว่าความเร็วของรถคันอื่นที่ขับในทิศทางเดียวกัน ผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ใกล้ขอบทางเดินรถด้านซ้ายเท่าที่จะกระทำได้

  • การฝ่าฝืนป้ายจราจร การขับรถจักรยานยนต์เข้าไปในช่องทางหลักที่มีป้าย “ห้ามรถจักรยานยนต์เข้า” ถือเป็นการฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจรบนพื้นทาง หรือป้ายจราจรที่ติดตั้งไว้ มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท (ตามเกณฑ์การปรับใหม่ปี 2565-2568)

  • การขับรถในช่องทางด่วน หากเป็นกรณีทางพิเศษ (Expressway) จะมีบทลงโทษที่รุนแรงกว่าตามข้อกำหนดของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้เน้นเพียงการตั้งด่าน แต่มีการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด ที่สามารถตรวจจับป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่ฝ่าฝืนเข้าทางหลักได้โดยอัตโนมัติ และส่งใบสั่งไปยังที่อยู่ตามทะเบียนรถทันที

แนวทางการแก้ปัญหาเพื่อความปลอดภัยที่ยั่งยืน

การแก้ปัญหา มอเตอร์ไซค์วิ่งทางด่วน หรือทางหลัก ไม่สามารถจบลงได้เพียงแค่การกวดขันจับกุม แต่ต้องอาศัยการจัดการในหลายมิติ

  • การปรับปรุงคุณภาพทางขนาน หน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น กรมทางหลวง หรือกรมทางหลวงชนบท ต้องเข้มงวดกับการซ่อมแซมผิวจราจรทางขนานให้เทียบเท่าทางหลัก และจัดการรถที่จอดกีดขวางอย่างจริงจัง

  • การออกแบบเลนเฉพาะ (Motorcycle Lane) ในหลายประเทศมีการจัดสรรเลนสำหรับรถจักรยานยนต์โดยเฉพาะที่มีแนวกั้นชัดเจน ซึ่งช่วยลดอุบัติเหตุและลดการแฝงตัวเข้าไปในทางหลักได้

  • การทบทวนข้อกฎหมาย มีเสียงเรียกร้องจากภาคประชาชนให้พิจารณาอนุญาตให้รถจักรยานยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์สูง (Big Bike) สามารถใช้ทางหลักได้ในบางช่วงเวลาหรือบางเส้นทาง โดยพิจารณาจากสมรรถนะของรถที่สามารถทำความเร็วได้เท่ากับรถยนต์ ซึ่งประเด็นนี้ยังคงอยู่ระหว่างการถกเถียงในระดับนโยบาย

สุดท้ายแล้ว ความปลอดภัยบนท้องถนนจะเกิดขึ้นได้ไม่ใช่เพียงเพราะกฎหมายที่เข้มงวด แต่เกิดจากการเคารพสิทธิซึ่งกันและกันของผู้ใช้รถ และการมีโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อความปลอดภัยของทุกคนอย่างเท่าเทียม

อ้างอิงข้อมูลจาก : พระราชบัญญัติจราจรทางบก 2568

Big SuperBike

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถไฟฟ้า