SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Honda CB500 Super Four 2026

หลังจากที่สาวกปีกนกต้องใจสลายกับการยุติสายการผลิตของตำนานที่ยังมีลมหายใจอย่าง CB400 Super Four ไปเมื่อช่วงปลายปี 2022 เนื่องจากมาตราฐานไอเสียที่เข้มงวดขึ้น ล่าสุดโลกโซเชียลและวงการมอเตอร์ไซค์ต้องลุกเป็นไฟอีกครั้งเมื่อมีข่าวคอนเฟิร์มว่า Honda ยักษ์ใหญ่จากแดนอาทิตย์อุทัยกำลังซุ่มพัฒนาและเตรียมส่ง Honda CB500 Super Four ญี่ปุ่น กลับมาทวงบัลลังก์รถ Naked คลาสสิกพิกัดกลางอย่างเป็นทางการในปี 2026 นี้ โดยครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปรับปรุงโฉมแบบเดิมๆ แต่เป็นการยกระดับพิกัดเครื่องยนต์ขึ้นสู่ 502cc เพื่อให้เป็น Global Model ที่พร้อมวางจำหน่ายทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่เฝ้ารอกันมาอย่างยาวนาน

ความน่าสนใจของการเปิดตัว Honda CB500 Super Four ญี่ปุ่น ในครั้งนี้ คือการฉีกหนีภาพลักษณ์เดิมของตระกูล 500 Series ที่เราคุ้นเคยกันในรูปแบบเครื่องยนต์ 2 สูบคู่ที่เน้นความประหยัดและการใช้งานทั่วไป แต่สำหรับ มอเตอร์ไซค์ Honda 4 สูบเรียง รุ่นใหม่นี้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถพรีเมียมสมรรถนะสูงที่มาพร้อมกับเสียงคำรามอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นจุดขายที่คู่แข่งหลายค่ายไม่สามารถเลียนแบบได้ การขยับขึ้นมาเป็นพิกัด 500cc ยังช่วยให้ Honda สามารถจัดการกับมาตราฐานไอเสีย Euro 5+ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยที่ไม่ต้องลดพละกำลังของเครื่องยนต์ลงเหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับรุ่น 400cc ในอดีต

Honda CB500 Super Four 2026

ขุมพลัง 4 สูบเรียง 502 ซีซี นวัตกรรมที่มาเพื่อฆ่าคู่แข่งในคลาส

หัวใจสำคัญที่เปรียบเสมือนจิตวิญญาณของ สเปก CB500SF ใหม่ล่าสุด คือเครื่องยนต์บล็อกใหม่แกะกล่องขนาด 502 ซีซี 4 สูบเรียง DOHC 16 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลทางเทคนิคเบื้องต้นคาดว่ามันจะสามารถรีดพละกำลังได้สูงสุดถึง 80 แรงม้า (BHP) ที่รอบเครื่องยนต์สูงถึง 12,500 รอบต่อนาที ซึ่งตัวเลขนี้สูงกว่า CB400SF รุ่นเดิมถึงเกือบ 25 แรงม้า และอยู่ในระดับที่สามารถท้าชนกับรถสปอร์ตในพิกัด 400-600cc ได้อย่างเต็มภาคภูมิ สิ่งที่น่าทึ่งคือการออกแบบช่วงชักที่สั้นลงเพื่อให้เครื่องยนต์สามารถหมุนรอบได้จัดจ้านตามสไตล์รถ 4 สูบแท้ๆ ของ Honda

นอกจากพละกำลังมหาศาลแล้ว Honda CB500 Super Four ญี่ปุ่น ยังมาพร้อมกับระบบคันเร่งไฟฟ้า (Ride-by-Wire) รุ่นใหม่ล่าสุดที่ประมวลผลผ่านเซนเซอร์ IMU 6 แกน ทำให้ระบบ Traction Control และระบบป้องกันล้อยกทำงานได้อย่างละเอียดและแม่นยำยิ่งขึ้น การที่ ฮอนด้า 4 สูบ 500cc ตัดสินใจบรรจุเทคโนโลยีจากสนามแข่งเหล่านี้ลงมาในรถทรงคลาสสิก แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่จะทำให้ Super Four รุ่นนี้กลายเป็น “Best in Class” ทั้งในด้านความสวยงามและความแรงที่สัมผัสได้จริงบนท้องถนน

ระบบ E-Clutch เจนเนอเรชันใหม่ จุดเปลี่ยนของโลกมอเตอร์ไซค์

หนึ่งในไฮไลท์ที่สำคัญที่สุดของ Honda CB500 Super Four ญี่ปุ่น คือการติดตั้งระบบ Honda E-Clutch เจนเนอเรชันที่ 2 มาให้เป็นออปชันมาตรฐานหรือออปชันเสริมในบางรุ่นย่อย ระบบนี้คือการผสานข้อดีของเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติเข้าด้วยกัน โดยผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลงได้ทันทีโดยไม่ต้องกำมือคลัตช์ แต่ยังคงความรู้สึกของการเข้าเกียร์ที่แม่นยำและสนุกสนานไว้ได้ ระบบนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วในรุ่น 650 Series ว่าทำงานได้ยอดเยี่ยมเพียงใด และการนำมาใส่ใน สเปก CB500SF ใหม่ล่าสุด ยิ่งจะช่วยให้การขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรติดขัดกลายเป็นเรื่องง่ายและไม่เหนื่อยล้าอีกต่อไป

ความพิเศษของ E-Clutch ใน Honda รุ่นปี 2026 นี้ คือการปรับจูนซอฟต์แวร์ใหม่ให้มีความนุ่มนวลมากขึ้นในช่วงการต่อเกียร์รอบต่ำ และมีความดุดันรวดเร็วเมื่ออยู่ในโหมดการแข่งขัน ซึ่งจะทำงานควบคู่กับ Quickshifter แบบ Two-way ที่ติดมาให้จากโรงงาน การผสมผสานเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้ Honda CB500 Super Four ญี่ปุ่น กลายเป็นรถที่ขี่ง่ายสำหรับมือใหม่ แต่ยังคงความเร้าใจระดับโปรสำหรับไบค์เกอร์มือเก๋าที่โหยหาการควบคุมที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด

Honda CB500 Super Four 2026

ตารางเปรียบเทียบรายละเอียดทางเทคนิค การก้าวกระโดดของตำนาน

หัวข้อทางเทคนิค CB400 Super Four (2022)  New CB500 Super Four (2026)
ความจุเครื่องยนต์ 399cc (VTEC Revo) 502cc (Next-Gen DOHC)
พละกำลังสูงสุด 56 แรงม้าที่ 11,000 รอบ 80 แรงม้า @ 12,500 rpm
ระบบคันเร่ง สายสลิงปกติ Throttle-by-Wire (คันเร่งไฟฟ้า)
เทคโนโลยีคลัตช์ Slipper Clutch ปกติ Honda E-Clutch Gen 2
ระบบกันสะเทือนหน้า Telescopic ปรับพรีโหลดได้ Showa SFF-BP Inverted Fork
หน้าจอแสดงผล Analog คู่ พร้อมจอ LCD เล็ก TFT Full Color 5 นิ้ว (RoadSync)
มาตรฐานไอเสีย Euro 4 Euro 5+ (Latest Standard)

ดีไซน์ย้อนยุคที่แฝงความทันสมัย (Neo Sports Café DNA)

งานดีไซน์ของ Honda CB500 Super Four ญี่ปุ่น ยังคงรักษา “สัดส่วนทองคำ” ของตระกูล SF ไว้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ไฟหน้าทรงกลมโตที่เป็นซิกเนเจอร์ แต่เปลี่ยนมาใช้ระบบไฟส่องสว่างแบบ Full LED รอบคันพร้อมระบบไฟ DRL ที่โดดเด่น ถังน้ำมันทรงหยดน้ำมีการปรับองศาใหม่ให้รับกับหัวเข่าและดูบึกบึนขึ้นคล้ายกับรุ่นพี่อย่าง CB1000F Hornet การเก็บรายละเอียดของสายไฟและทางเดินระบบหล่อเย็นทำได้อย่างสะอาดตาตามมาตราฐานงานประกอบญี่ปุ่นแท้ๆ

สิ่งที่น่าประทับใจคือเฟรมรถแบบ Diamond Frame ที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อรองรับเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงที่มีน้ำหนักมากกว่าเครื่อง 2 สูบ แต่ด้วยการใช้วัสดุเหล็กแรงดึงสูงชนิดพิเศษทำให้น้ำหนักรวมของรถรุ่นนี้ (Curb Weight) คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 195-200 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งถือว่าเบามากเมื่อเทียบกับพละกำลัง 80 แรงม้า นอกจากนี้ มอเตอร์ไซค์ Honda 4 สูบเรียง รุ่นนี้ยังได้อัปเกรดระบบเบรกเป็นดิสก์คู่หน้าพร้อมคาลิปเปอร์ Radial Mount 4 พอร์ต จากแบรนด์ชั้นนำ เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถหยุดความแรงระดับอสูรกายนี้ได้อย่างปลอดภัย

Honda CB500 Super Four 2026

สรุป ก้าวที่ยิ่งใหญ่และการทวงคืนบัลลังก์ Super Four

บทสรุปของการมาถึงของ Honda CB500 Super Four ญี่ปุ่น คือการประกาศศักดาว่า Honda ยังคงเป็นราชาแห่งเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงที่ไม่ยอมแพ้ต่อกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด การรวมเอาดีไซน์สุดคลาสสิกเข้ากับขุมพลัง 80 แรงม้า และเทคโนโลยี E-Clutch เจนใหม่ คือสูตรสำเร็จที่จะทำให้รถรุ่นนี้กลายเป็นรถที่ขี่ดีที่สุดในคลาส 500cc ทันทีที่เปิดตัว ใครที่กำลังมองหาบิ๊กไบค์ที่มีตัวตนชัดเจน ขี่ไปไหนก็มีแต่คนมอง และให้ความเร้าใจในทุกครั้งที่เปิดคันเร่ง เตรียมตัวเตรียมใจและเก็บเงินรอได้เลยช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2026 นี้คือช่วงเวลาของตำนานบทใหม่!

หากคุณเป็นสาวกปีกนกที่ไม่อยากพลาดอัปเดต สเปก CB500SF ใหม่ล่าสุด หรือตารางผ่อนดาวน์ที่จะตามมาในอนาคต อย่าลืมกดติดตามข่าวสารที่เข้มข้นและรวดเร็วที่สุดได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แล้วคุณจะรู้ว่าโลกสองล้อในปี 2026 มันร้อนแรงเพียงใด!

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

Honda CB500 Super Four 2026 เตรียมเปิดตัวญี่ปุ่น

Honda CB500 Super Four 2026

หลังจากที่สาวกปีกนกต้องใจสลายกับการยุติสายการผลิตของตำนานที่ยังมีลมหายใจอย่าง CB400 Super Four ไปเมื่อช่วงปลายปี 2022 เนื่องจากมาตราฐานไอเสียที่เข้มงวดขึ้น ล่าสุดโลกโซเชียลและวงการมอเตอร์ไซค์ต้องลุกเป็นไฟอีกครั้งเมื่อมีข่าวคอนเฟิร์มว่า Honda ยักษ์ใหญ่จากแดนอาทิตย์อุทัยกำลังซุ่มพัฒนาและเตรียมส่ง Honda CB500 Super Four ญี่ปุ่น กลับมาทวงบัลลังก์รถ Naked คลาสสิกพิกัดกลางอย่างเป็นทางการในปี 2026 นี้ โดยครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปรับปรุงโฉมแบบเดิมๆ แต่เป็นการยกระดับพิกัดเครื่องยนต์ขึ้นสู่ 502cc เพื่อให้เป็น Global Model ที่พร้อมวางจำหน่ายทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่เฝ้ารอกันมาอย่างยาวนาน

ความน่าสนใจของการเปิดตัว Honda CB500 Super Four ญี่ปุ่น ในครั้งนี้ คือการฉีกหนีภาพลักษณ์เดิมของตระกูล 500 Series ที่เราคุ้นเคยกันในรูปแบบเครื่องยนต์ 2 สูบคู่ที่เน้นความประหยัดและการใช้งานทั่วไป แต่สำหรับ มอเตอร์ไซค์ Honda 4 สูบเรียง รุ่นใหม่นี้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถพรีเมียมสมรรถนะสูงที่มาพร้อมกับเสียงคำรามอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นจุดขายที่คู่แข่งหลายค่ายไม่สามารถเลียนแบบได้ การขยับขึ้นมาเป็นพิกัด 500cc ยังช่วยให้ Honda สามารถจัดการกับมาตราฐานไอเสีย Euro 5+ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยที่ไม่ต้องลดพละกำลังของเครื่องยนต์ลงเหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับรุ่น 400cc ในอดีต

Honda CB500 Super Four 2026

ขุมพลัง 4 สูบเรียง 502 ซีซี นวัตกรรมที่มาเพื่อฆ่าคู่แข่งในคลาส

หัวใจสำคัญที่เปรียบเสมือนจิตวิญญาณของ สเปก CB500SF ใหม่ล่าสุด คือเครื่องยนต์บล็อกใหม่แกะกล่องขนาด 502 ซีซี 4 สูบเรียง DOHC 16 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลทางเทคนิคเบื้องต้นคาดว่ามันจะสามารถรีดพละกำลังได้สูงสุดถึง 80 แรงม้า (BHP) ที่รอบเครื่องยนต์สูงถึง 12,500 รอบต่อนาที ซึ่งตัวเลขนี้สูงกว่า CB400SF รุ่นเดิมถึงเกือบ 25 แรงม้า และอยู่ในระดับที่สามารถท้าชนกับรถสปอร์ตในพิกัด 400-600cc ได้อย่างเต็มภาคภูมิ สิ่งที่น่าทึ่งคือการออกแบบช่วงชักที่สั้นลงเพื่อให้เครื่องยนต์สามารถหมุนรอบได้จัดจ้านตามสไตล์รถ 4 สูบแท้ๆ ของ Honda

นอกจากพละกำลังมหาศาลแล้ว Honda CB500 Super Four ญี่ปุ่น ยังมาพร้อมกับระบบคันเร่งไฟฟ้า (Ride-by-Wire) รุ่นใหม่ล่าสุดที่ประมวลผลผ่านเซนเซอร์ IMU 6 แกน ทำให้ระบบ Traction Control และระบบป้องกันล้อยกทำงานได้อย่างละเอียดและแม่นยำยิ่งขึ้น การที่ ฮอนด้า 4 สูบ 500cc ตัดสินใจบรรจุเทคโนโลยีจากสนามแข่งเหล่านี้ลงมาในรถทรงคลาสสิก แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่จะทำให้ Super Four รุ่นนี้กลายเป็น “Best in Class” ทั้งในด้านความสวยงามและความแรงที่สัมผัสได้จริงบนท้องถนน

ระบบ E-Clutch เจนเนอเรชันใหม่ จุดเปลี่ยนของโลกมอเตอร์ไซค์

หนึ่งในไฮไลท์ที่สำคัญที่สุดของ Honda CB500 Super Four ญี่ปุ่น คือการติดตั้งระบบ Honda E-Clutch เจนเนอเรชันที่ 2 มาให้เป็นออปชันมาตรฐานหรือออปชันเสริมในบางรุ่นย่อย ระบบนี้คือการผสานข้อดีของเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติเข้าด้วยกัน โดยผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลงได้ทันทีโดยไม่ต้องกำมือคลัตช์ แต่ยังคงความรู้สึกของการเข้าเกียร์ที่แม่นยำและสนุกสนานไว้ได้ ระบบนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วในรุ่น 650 Series ว่าทำงานได้ยอดเยี่ยมเพียงใด และการนำมาใส่ใน สเปก CB500SF ใหม่ล่าสุด ยิ่งจะช่วยให้การขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรติดขัดกลายเป็นเรื่องง่ายและไม่เหนื่อยล้าอีกต่อไป

ความพิเศษของ E-Clutch ใน Honda รุ่นปี 2026 นี้ คือการปรับจูนซอฟต์แวร์ใหม่ให้มีความนุ่มนวลมากขึ้นในช่วงการต่อเกียร์รอบต่ำ และมีความดุดันรวดเร็วเมื่ออยู่ในโหมดการแข่งขัน ซึ่งจะทำงานควบคู่กับ Quickshifter แบบ Two-way ที่ติดมาให้จากโรงงาน การผสมผสานเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้ Honda CB500 Super Four ญี่ปุ่น กลายเป็นรถที่ขี่ง่ายสำหรับมือใหม่ แต่ยังคงความเร้าใจระดับโปรสำหรับไบค์เกอร์มือเก๋าที่โหยหาการควบคุมที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด

Honda CB500 Super Four 2026

ตารางเปรียบเทียบรายละเอียดทางเทคนิค การก้าวกระโดดของตำนาน

หัวข้อทางเทคนิค CB400 Super Four (2022)  New CB500 Super Four (2026)
ความจุเครื่องยนต์ 399cc (VTEC Revo) 502cc (Next-Gen DOHC)
พละกำลังสูงสุด 56 แรงม้าที่ 11,000 รอบ 80 แรงม้า @ 12,500 rpm
ระบบคันเร่ง สายสลิงปกติ Throttle-by-Wire (คันเร่งไฟฟ้า)
เทคโนโลยีคลัตช์ Slipper Clutch ปกติ Honda E-Clutch Gen 2
ระบบกันสะเทือนหน้า Telescopic ปรับพรีโหลดได้ Showa SFF-BP Inverted Fork
หน้าจอแสดงผล Analog คู่ พร้อมจอ LCD เล็ก TFT Full Color 5 นิ้ว (RoadSync)
มาตรฐานไอเสีย Euro 4 Euro 5+ (Latest Standard)

ดีไซน์ย้อนยุคที่แฝงความทันสมัย (Neo Sports Café DNA)

งานดีไซน์ของ Honda CB500 Super Four ญี่ปุ่น ยังคงรักษา “สัดส่วนทองคำ” ของตระกูล SF ไว้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ไฟหน้าทรงกลมโตที่เป็นซิกเนเจอร์ แต่เปลี่ยนมาใช้ระบบไฟส่องสว่างแบบ Full LED รอบคันพร้อมระบบไฟ DRL ที่โดดเด่น ถังน้ำมันทรงหยดน้ำมีการปรับองศาใหม่ให้รับกับหัวเข่าและดูบึกบึนขึ้นคล้ายกับรุ่นพี่อย่าง CB1000F Hornet การเก็บรายละเอียดของสายไฟและทางเดินระบบหล่อเย็นทำได้อย่างสะอาดตาตามมาตราฐานงานประกอบญี่ปุ่นแท้ๆ

สิ่งที่น่าประทับใจคือเฟรมรถแบบ Diamond Frame ที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อรองรับเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงที่มีน้ำหนักมากกว่าเครื่อง 2 สูบ แต่ด้วยการใช้วัสดุเหล็กแรงดึงสูงชนิดพิเศษทำให้น้ำหนักรวมของรถรุ่นนี้ (Curb Weight) คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 195-200 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งถือว่าเบามากเมื่อเทียบกับพละกำลัง 80 แรงม้า นอกจากนี้ มอเตอร์ไซค์ Honda 4 สูบเรียง รุ่นนี้ยังได้อัปเกรดระบบเบรกเป็นดิสก์คู่หน้าพร้อมคาลิปเปอร์ Radial Mount 4 พอร์ต จากแบรนด์ชั้นนำ เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถหยุดความแรงระดับอสูรกายนี้ได้อย่างปลอดภัย

Honda CB500 Super Four 2026

สรุป ก้าวที่ยิ่งใหญ่และการทวงคืนบัลลังก์ Super Four

บทสรุปของการมาถึงของ Honda CB500 Super Four ญี่ปุ่น คือการประกาศศักดาว่า Honda ยังคงเป็นราชาแห่งเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงที่ไม่ยอมแพ้ต่อกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด การรวมเอาดีไซน์สุดคลาสสิกเข้ากับขุมพลัง 80 แรงม้า และเทคโนโลยี E-Clutch เจนใหม่ คือสูตรสำเร็จที่จะทำให้รถรุ่นนี้กลายเป็นรถที่ขี่ดีที่สุดในคลาส 500cc ทันทีที่เปิดตัว ใครที่กำลังมองหาบิ๊กไบค์ที่มีตัวตนชัดเจน ขี่ไปไหนก็มีแต่คนมอง และให้ความเร้าใจในทุกครั้งที่เปิดคันเร่ง เตรียมตัวเตรียมใจและเก็บเงินรอได้เลยช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2026 นี้คือช่วงเวลาของตำนานบทใหม่!

หากคุณเป็นสาวกปีกนกที่ไม่อยากพลาดอัปเดต สเปก CB500SF ใหม่ล่าสุด หรือตารางผ่อนดาวน์ที่จะตามมาในอนาคต อย่าลืมกดติดตามข่าวสารที่เข้มข้นและรวดเร็วที่สุดได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แล้วคุณจะรู้ว่าโลกสองล้อในปี 2026 มันร้อนแรงเพียงใด!

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถไฟฟ้า