SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

จ่อลดราคาน้ำมัน
ขอขอบคุณภาพจาก : ข่าวสด

สถานการณ์วิกฤตพลังงานไทยในปี 2569 กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้ง เมื่อความพยายามของภาครัฐในการควบคุมราคาพลังงานเริ่มเข้มข้นขึ้นอย่างชัดเจน ล่าสุดมีรายงานสำคัญว่า ลดค่าการกลั่นราคาน้ำมัน กลายเป็นวาระเร่งด่วนที่นายเอกนัฏ เตรียมเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ในบ่ายวันนี้ (7 เมษายน 2569) เวลา 13.00 น. เพื่อพิจารณาแนวทางกดราคาหน้าโรงกลั่นให้ต่ำลง โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายพิเศษอย่าง พ.ร.ก. ป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ซึ่งถือเป็นมาตรการขั้นเด็ดขาดหลังจากที่ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งทะยานสูงถึง 50.54 บาทต่อลิตร และดีเซลพรีเมียมทะลุ 70.44 บาทต่อลิตรในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์

ปฏิบัติการ “รีดกำไรส่วนเกิน”: ทำไมต้องลดค่าการกลั่นในตอนนี้?

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ประเด็น ลดค่าการกลั่นราคาน้ำมัน ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นอาวุธหลักในการสู้กับวิกฤตพลังงาน คือสภาวะ “กำไรล้นมือ” ของกลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน ท่ามกลางภาวะที่ประชาชนกำลังแบกรับค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ค่าการกลั่น (Refining Margin) คือส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันดิบกับราคาน้ำมันสำเร็จรูปหน้าโรงกลั่น ซึ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่าค่าการกลั่นของไทยขยับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดสิงคโปร์แบบเกินควร ทำให้เกิดคำถามเรื่องธรรมาภิบาลและการแสวงหาผลประโยชน์บนความเดือดร้อนของผู้บริโภค

นายเอกนัฏได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่า หากการขอความร่วมมือจากกลุ่มโรงกลั่นไม่เป็นผล รัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. ปี 2516 เพื่อบังคับให้มีการส่งคืนกำไรบางส่วนกลับเข้าสู่ระบบกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นโดยตรง เพื่อให้ราคาน้ำมันขายปลีกหน้าปั๊มปรับตัวลดลงทันทีอย่างน้อย 1-2 บาทต่อลิตร เพื่อลดภาระค่าเดินทางให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีความต้องการใช้เชื้อเพลิงสูงสุดในรอบปี

ตารางราคาน้ำมันปัจจุบัน (7 เมษายน 2569) และเป้าหมายการปรับลดราคา

สถานการณ์ราคาน้ำมันปัจจุบันยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้รัฐบาลต้องเร่งตัดสินใจ:

ประเภทน้ำมัน ราคาปัจจุบัน (บาท/ลิตร) เป้าหมายหลังลดค่าการกลั่น แนวโน้ม
เบนซิน 95 52.54 51.00 – 51.50 ⬇️ คาดว่าลดลง
แก๊สโซฮอล์ 95 43.95 42.50 – 43.00 ⬇️ คาดว่าลดลง
แก๊สโซฮอล์ 91 43.58 42.00 – 42.50 ⬇️ คาดว่าลดลง
ดีเซล 50.54 48.50 – 49.50 ⚠️ ลดลงต่ำกว่า 50
ดีเซลพรีเมียม 70.44 68.00 – 69.00 ⬇️ ปรับฐานใหม่
NGV 16.66 16.00 ➡️ ทรงตัว

อำนาจ พ.ร.ก. 2516 ไม้ตายสุดท้ายของกระทรวงพลังงาน

การพิจารณาใช้ พ.ร.ก. ป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ถือเป็นการยกระดับมาตรการควบคุมราคาในระดับสูงสุด กฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจแก่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในการกำหนดเพดานราคา กำหนดอัตราผลตอบแทน และควบคุมปริมาณการสำรองน้ำมันอย่างเข้มงวด การที่ ลดค่าการกลั่นราคาน้ำมัน ถูกนำเข้ามาเชื่อมโยงกับ พ.ร.ก. ฉบับนี้ สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลมองพฤติการณ์ของกลุ่มโรงกลั่นในปัจจุบันว่าอาจเข้าข่ายการแสวงหาผลกำไรที่ส่งผลต่อความมั่นคงทางพลังงานของชาติ

การใช้กฎหมายพิเศษนี้จะช่วยตัดขั้นตอนการเจรจาที่ยืดเยื้อ และสามารถบังคับใช้เกณฑ์ราคาใหม่ได้ในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งเป็นกลยุทธ์ “Fast Track” ที่นายเอกนัฏต้องการนำมาใช้เพื่อลดกระแสต่อต้านและบอยคอตปั๊มน้ำมันบางค่ายที่กำลังลุกลามในโซเชียลมีเดีย รวมถึงเพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อการบริหารงานของทีมเศรษฐกิจชุดใหม่

วิเคราะห์ผลกระทบ โรงกลั่น vs ประชาชน

มาตรการ ลดค่าการกลั่นราคาน้ำมัน ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทโรงกลั่นน้ำมันที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งอาจนำไปสู่ความผันผวนของราคาหุ้นกลุ่มพลังงานในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ การปรับสมดุลกำไรของโรงกลั่นในยามวิกฤตถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคม (Social Responsibility) ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากรัฐบาลปล่อยให้ราคาน้ำมันดีเซลยืนเหนือ 50 บาทต่อไป จะส่งผลให้เกิดสภาวะเงินเฟ้อแบบ Cost-Push ที่รุนแรงจนยากจะควบคุมในครึ่งปีหลัง

สำหรับภาคประชาชน การปรับลดราคาจากการบีบค่าการกลั่นจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องในกระเป๋าเงินได้อย่างเห็นผลทันตา งบประมาณสำหรับการเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงสงกรานต์จะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และช่วยลดแรงกดดันต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่มักจะปรับตัวขึ้นตามราคาดีเซล

ปมน้ำมันหายและความเชื่อมโยงกับค่าการกลั่น

อีกหนึ่งมิติที่นายเอกนัฏต้องนำมาพิจารณาคือปัญหาระบบการขนส่งและการรั่วไหลของน้ำมัน กรณี น้ำมันหาย 57 ล้านลิตร ที่สุราษฎร์ธานี ชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างราคาและการควบคุมปริมาณในปัจจุบันมีช่องโหว่ขนาดใหญ่ การปรับลดค่าการกลั่นเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ปัญหาระยะยาวได้ หากไม่จัดการขบวนการกักตุนและลักลอบค้าน้ำมันมืดควบคู่ไปด้วย การใช้ พ.ร.ก. 2516 จึงอาจรวมไปถึงการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบปริมาณน้ำมันคงคลังของโรงกลั่นทุกแห่งเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการกักตุนน้ำมันไว้รอราคาใหม่

แนวโน้มหลังการประชุม กบง. บ่ายวันนี้

ผลการประชุม กบง. ในเวลา 13.00 น. ของวันนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทาง ลดค่าการกลั่นราคาน้ำมัน! ที่ชัดเจนที่สุด หากที่ประชุมมีมติเห็นชอบในการใช้อำนาจ พ.ร.ก. เราอาจจะได้เห็นการปรับลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มภายใน 24-48 ชั่วโมงข้างหน้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ทำให้บรรยากาศสงกรานต์ 2569 กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากที่ประชาชนจำนวนมากเริ่มถอดใจไม่กลับบ้านเนื่องจากแบกรับค่าน้ำมันไม่ไหว

บทสรุป การต่อสู้เพื่อสันติภาพทางพลังงานของคนไทย

บทสรุปของมาตรการ ลดค่าการกลั่นราคาน้ำมัน ภายใต้การนำของนายเอกนัฏ คือก้าวเดินที่กล้าหาญในการเผชิญหน้ากับกลุ่มทุนพลังงานเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชน การนำกฎหมายพิเศษมาใช้คือเครื่องมือยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับความเดือดร้อนของคนไทยมากกว่าผลกำไรของบริษัทมหาชนเพียงไม่กี่แห่ง ความสำเร็จของภารกิจนี้ไม่ได้วัดกันที่ยอดขายน้ำมันที่เพิ่มขึ้น แต่วัดกันที่ความสุขและความปลอดภัยในการเดินทางกลับไปหาครอบครัวของคนไทยในเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปี

สันติภาพทางพลังงานจะเกิดขึ้นได้จริง หากโครงสร้างราคาน้ำมันมีความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อผู้ใช้รถทุกคน และนี่คือบทพิสูจน์ฝีมือครั้งใหญ่ของทีมเศรษฐกิจในปี 2569 ที่จะเปลี่ยนผ่านความเดือดร้อนไปสู่ความหวังใหม่ของระบบพลังงานไทยในอนาคต ติดตามข่าวสารและบทวิเคราะห์เจาะลึกทุกเรื่องราวของวงการยานยนต์และพลังงานได้ที่เพจ Superbike X Superdrive ไม่พลาดทุกประเด็นร้อนที่คนใช้รถต้องรู้

Peak SuperBikeMag

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

ลดค่าการกลั่นราคาน้ำมัน เอกนัฏจ่อใช้ พ.ร.ก. รีดกำไรโรงกลั่นลดราคาหน้าปั๊ม 2569

จ่อลดราคาน้ำมัน
ขอขอบคุณภาพจาก : ข่าวสด

สถานการณ์วิกฤตพลังงานไทยในปี 2569 กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้ง เมื่อความพยายามของภาครัฐในการควบคุมราคาพลังงานเริ่มเข้มข้นขึ้นอย่างชัดเจน ล่าสุดมีรายงานสำคัญว่า ลดค่าการกลั่นราคาน้ำมัน กลายเป็นวาระเร่งด่วนที่นายเอกนัฏ เตรียมเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ในบ่ายวันนี้ (7 เมษายน 2569) เวลา 13.00 น. เพื่อพิจารณาแนวทางกดราคาหน้าโรงกลั่นให้ต่ำลง โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายพิเศษอย่าง พ.ร.ก. ป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ซึ่งถือเป็นมาตรการขั้นเด็ดขาดหลังจากที่ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งทะยานสูงถึง 50.54 บาทต่อลิตร และดีเซลพรีเมียมทะลุ 70.44 บาทต่อลิตรในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์

ปฏิบัติการ “รีดกำไรส่วนเกิน”: ทำไมต้องลดค่าการกลั่นในตอนนี้?

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ประเด็น ลดค่าการกลั่นราคาน้ำมัน ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นอาวุธหลักในการสู้กับวิกฤตพลังงาน คือสภาวะ “กำไรล้นมือ” ของกลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน ท่ามกลางภาวะที่ประชาชนกำลังแบกรับค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ค่าการกลั่น (Refining Margin) คือส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันดิบกับราคาน้ำมันสำเร็จรูปหน้าโรงกลั่น ซึ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่าค่าการกลั่นของไทยขยับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดสิงคโปร์แบบเกินควร ทำให้เกิดคำถามเรื่องธรรมาภิบาลและการแสวงหาผลประโยชน์บนความเดือดร้อนของผู้บริโภค

นายเอกนัฏได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่า หากการขอความร่วมมือจากกลุ่มโรงกลั่นไม่เป็นผล รัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. ปี 2516 เพื่อบังคับให้มีการส่งคืนกำไรบางส่วนกลับเข้าสู่ระบบกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นโดยตรง เพื่อให้ราคาน้ำมันขายปลีกหน้าปั๊มปรับตัวลดลงทันทีอย่างน้อย 1-2 บาทต่อลิตร เพื่อลดภาระค่าเดินทางให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีความต้องการใช้เชื้อเพลิงสูงสุดในรอบปี

ตารางราคาน้ำมันปัจจุบัน (7 เมษายน 2569) และเป้าหมายการปรับลดราคา

สถานการณ์ราคาน้ำมันปัจจุบันยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้รัฐบาลต้องเร่งตัดสินใจ:

ประเภทน้ำมัน ราคาปัจจุบัน (บาท/ลิตร) เป้าหมายหลังลดค่าการกลั่น แนวโน้ม
เบนซิน 95 52.54 51.00 – 51.50 ⬇️ คาดว่าลดลง
แก๊สโซฮอล์ 95 43.95 42.50 – 43.00 ⬇️ คาดว่าลดลง
แก๊สโซฮอล์ 91 43.58 42.00 – 42.50 ⬇️ คาดว่าลดลง
ดีเซล 50.54 48.50 – 49.50 ⚠️ ลดลงต่ำกว่า 50
ดีเซลพรีเมียม 70.44 68.00 – 69.00 ⬇️ ปรับฐานใหม่
NGV 16.66 16.00 ➡️ ทรงตัว

อำนาจ พ.ร.ก. 2516 ไม้ตายสุดท้ายของกระทรวงพลังงาน

การพิจารณาใช้ พ.ร.ก. ป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ถือเป็นการยกระดับมาตรการควบคุมราคาในระดับสูงสุด กฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจแก่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในการกำหนดเพดานราคา กำหนดอัตราผลตอบแทน และควบคุมปริมาณการสำรองน้ำมันอย่างเข้มงวด การที่ ลดค่าการกลั่นราคาน้ำมัน ถูกนำเข้ามาเชื่อมโยงกับ พ.ร.ก. ฉบับนี้ สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลมองพฤติการณ์ของกลุ่มโรงกลั่นในปัจจุบันว่าอาจเข้าข่ายการแสวงหาผลกำไรที่ส่งผลต่อความมั่นคงทางพลังงานของชาติ

การใช้กฎหมายพิเศษนี้จะช่วยตัดขั้นตอนการเจรจาที่ยืดเยื้อ และสามารถบังคับใช้เกณฑ์ราคาใหม่ได้ในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งเป็นกลยุทธ์ “Fast Track” ที่นายเอกนัฏต้องการนำมาใช้เพื่อลดกระแสต่อต้านและบอยคอตปั๊มน้ำมันบางค่ายที่กำลังลุกลามในโซเชียลมีเดีย รวมถึงเพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อการบริหารงานของทีมเศรษฐกิจชุดใหม่

วิเคราะห์ผลกระทบ โรงกลั่น vs ประชาชน

มาตรการ ลดค่าการกลั่นราคาน้ำมัน ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทโรงกลั่นน้ำมันที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งอาจนำไปสู่ความผันผวนของราคาหุ้นกลุ่มพลังงานในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ การปรับสมดุลกำไรของโรงกลั่นในยามวิกฤตถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคม (Social Responsibility) ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากรัฐบาลปล่อยให้ราคาน้ำมันดีเซลยืนเหนือ 50 บาทต่อไป จะส่งผลให้เกิดสภาวะเงินเฟ้อแบบ Cost-Push ที่รุนแรงจนยากจะควบคุมในครึ่งปีหลัง

สำหรับภาคประชาชน การปรับลดราคาจากการบีบค่าการกลั่นจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องในกระเป๋าเงินได้อย่างเห็นผลทันตา งบประมาณสำหรับการเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงสงกรานต์จะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และช่วยลดแรงกดดันต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่มักจะปรับตัวขึ้นตามราคาดีเซล

ปมน้ำมันหายและความเชื่อมโยงกับค่าการกลั่น

อีกหนึ่งมิติที่นายเอกนัฏต้องนำมาพิจารณาคือปัญหาระบบการขนส่งและการรั่วไหลของน้ำมัน กรณี น้ำมันหาย 57 ล้านลิตร ที่สุราษฎร์ธานี ชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างราคาและการควบคุมปริมาณในปัจจุบันมีช่องโหว่ขนาดใหญ่ การปรับลดค่าการกลั่นเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ปัญหาระยะยาวได้ หากไม่จัดการขบวนการกักตุนและลักลอบค้าน้ำมันมืดควบคู่ไปด้วย การใช้ พ.ร.ก. 2516 จึงอาจรวมไปถึงการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบปริมาณน้ำมันคงคลังของโรงกลั่นทุกแห่งเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการกักตุนน้ำมันไว้รอราคาใหม่

แนวโน้มหลังการประชุม กบง. บ่ายวันนี้

ผลการประชุม กบง. ในเวลา 13.00 น. ของวันนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทาง ลดค่าการกลั่นราคาน้ำมัน! ที่ชัดเจนที่สุด หากที่ประชุมมีมติเห็นชอบในการใช้อำนาจ พ.ร.ก. เราอาจจะได้เห็นการปรับลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มภายใน 24-48 ชั่วโมงข้างหน้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ทำให้บรรยากาศสงกรานต์ 2569 กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากที่ประชาชนจำนวนมากเริ่มถอดใจไม่กลับบ้านเนื่องจากแบกรับค่าน้ำมันไม่ไหว

บทสรุป การต่อสู้เพื่อสันติภาพทางพลังงานของคนไทย

บทสรุปของมาตรการ ลดค่าการกลั่นราคาน้ำมัน ภายใต้การนำของนายเอกนัฏ คือก้าวเดินที่กล้าหาญในการเผชิญหน้ากับกลุ่มทุนพลังงานเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชน การนำกฎหมายพิเศษมาใช้คือเครื่องมือยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับความเดือดร้อนของคนไทยมากกว่าผลกำไรของบริษัทมหาชนเพียงไม่กี่แห่ง ความสำเร็จของภารกิจนี้ไม่ได้วัดกันที่ยอดขายน้ำมันที่เพิ่มขึ้น แต่วัดกันที่ความสุขและความปลอดภัยในการเดินทางกลับไปหาครอบครัวของคนไทยในเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปี

สันติภาพทางพลังงานจะเกิดขึ้นได้จริง หากโครงสร้างราคาน้ำมันมีความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อผู้ใช้รถทุกคน และนี่คือบทพิสูจน์ฝีมือครั้งใหญ่ของทีมเศรษฐกิจในปี 2569 ที่จะเปลี่ยนผ่านความเดือดร้อนไปสู่ความหวังใหม่ของระบบพลังงานไทยในอนาคต ติดตามข่าวสารและบทวิเคราะห์เจาะลึกทุกเรื่องราวของวงการยานยนต์และพลังงานได้ที่เพจ Superbike X Superdrive ไม่พลาดทุกประเด็นร้อนที่คนใช้รถต้องรู้

Peak SuperBikeMag

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถยนต์ไฟฟ้า