สถานการณ์ตลาด รถยนต์ไฟฟ้า ในประเทศไทยปี 2569 กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญด้านการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค เมื่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ภายใต้การกำกับดูแลของ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาแถลงมาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อจัดการกับผู้ประกอบการที่เอารัดเอาเปรียบผู้ซื้อ สคบ. แก้ปัญหา EV หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนถล่มทลายกว่า 1,348 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 103.1 ล้านบาท โดยเน้นหนักไปที่ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ รถชำรุดบกพร่อง การถูกลอยแพจากศูนย์บริการ และราคาจำหน่ายที่ผันผวนอย่างรุนแรง
เจาะ 3 ปัญหาใหญ่ที่ทำผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าไทยหลังหัก
จากการเก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างปี 2567-2569 พบว่าปัญหาที่ผู้บริโภคต้องเผชิญไม่ได้มีเพียงเรื่องเทคโนโลยีใหม่ที่ไม่คุ้นเคย แต่รวมถึงจรรยาบรรณในการทำธุรกิจของค่ายรถบางรายที่เน้นยอดขายแต่ละเลยบริการหลังการขาย ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า ระบุสถิติข้อร้องเรียนที่น่าสนใจดังนี้:
-
รถชำรุดบกพร่องและมาตรฐานการผลิต (47.3%): ปัญหาด้านคุณภาพตัวรถ แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วกว่ากำหนด หรือระบบซอฟต์แวร์ทำงานผิดพลาด
-
การถูกลอยแพและขาดแคลนอะไหล่: กรณีศูนย์บริการปิดตัวลงตามบริษัทแม่ (เช่น กรณี NETA ที่มีปัญหาบริษัทแม่ในจีน) ส่งผลให้ไม่มีอะไหล่สำรองและรอการซ่อมแซมนานผิดปกติ
-
สงครามราคาและความผันผวนของมูลค่า: การปรับลดราคาหลักแสนบาทในระยะเวลาอันสั้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาขายต่อและมูลค่าทรัพย์สินของผู้ซื้อก่อนหน้า
มาตรการไม้แข็ง ฟ้องแพ่งเรียกคืนความเสียหาย 103 ล้านบาท
สคบ. ไม่ได้เพียงแค่ออกมาระบุปัญหา แต่ได้มีมติเดินหน้าดำเนินคดีแพ่งกับผู้ประกอบธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อเรียกค่าเสียหายคืนให้กับผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งถือเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ในตลาด ยานยนต์ไฟฟ้า ของไทย นอกจากนี้ยังมีการสั่งการให้ตรวจสอบฉลากสินค้าและเงื่อนไขการรับประกันให้ตรงตามความจริง หากพบการโฆษณาเกินจริงหรือปกปิดเงื่อนไขสำคัญ จะถูกดำเนินการตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคทันที
ตารางสรุปสถิติข้อร้องเรียนปัญหารถยนต์ไฟฟ้า (ปี 2567-2569)
| ประเภทปัญหา | สัดส่วนเปอร์เซ็นต์ | จำนวนเคส (ประมาณการ) |
| ความชำรุดบกพร่องของตัวรถ | 47.3% | 638 ราย |
| ไม่คืนเงินจอง / สัญญาไม่เป็นธรรม | 18.2% | 245 ราย |
| ราคาผันผวน (ลดราคาแรงหลังซื้อ) | 14.7% | 198 ราย |
| ไม่ส่งมอบของแถม / อุปกรณ์ตามโปรโมชัน | 13.1% | 176 ราย |
| อุบัติเหตุหรือการซ่อมล่าช้า (รออะไหล่) | 2.9% | 39 ราย |
มาตรการระยะยาว บังคับใช้ฉลาก EV และ e-Book เทียบสเปก
เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาในระยะยาว ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป สคบ. ได้ประกาศให้ รถยนต์ไฟฟ้า เป็นสินค้าควบคุมฉลากอย่างเคร่งครัด โดยผู้ผลิตและนำเข้าต้องระบุรายละเอียดข้อมูลเทคนิค แหล่งที่มาของแบตเตอรี่ เงื่อนไขการรับประกัน และการสำรองอะไหล่ให้ชัดเจน ณ จุดจำหน่าย รวมถึงการจัดทำ e-Book เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบข้อมูลรถแต่ละรุ่นได้อย่างเป็นธรรมก่อนตัดสินใจซื้อ
รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า หลายสำนักมองว่าการขยับตัวของ สคบ. ครั้งนี้จะช่วยคัดกรองค่ายรถที่ไม่มีความพร้อมออกไปจากตลาด และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการที่มีมาตรฐานแข็งแกร่งสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ขณะที่ผู้บริโภคเองก็จะมีเกราะป้องกันจากการถูกเอาเปรียบผ่านช่องโหว่ทางสัญญาหรือการโฆษณาชวนเชื่อ
ทิศทางตลาด EV ไทยหลังการกวาดล้างครั้งใหญ่
การที่ภาครัฐเข้ามาควบคุมดูแลอย่างจริงจังจะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อ ยานยนต์ไฟฟ้า ให้กลับมาอีกครั้ง หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากดราม่าลดราคาและการขาดแคลนอะไหล่ การยกระดับมาตรฐานศูนย์บริการให้เป็นระบบ และการฟ้องเรียกค่าเสียหายครั้งนี้ คือสัญญาณเตือนไปยังค่ายรถทุกค่ายว่า ตลาดไทยไม่ใช่พื้นที่สำหรับสินค้าด้อยคุณภาพหรือการทำธุรกิจที่ไม่รับผิดชอบต่อสังคม
สรุปบทบาทของ สคบ. ในการกู้ศรัทธาผู้ใช้ EV
การสั่งลุยของ สคบ. ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหาที่ค้างคามานานของผู้ใช้ รถยนต์ไฟฟ้า ทั้งเรื่องการเยียวยาความเสียหายกว่าร้อยล้านบาท สคบ. แก้ปัญหา EV และการออกกฎเหล็กคุมเข้มฉลากและราคาสินค้า หากมาตรการเหล่านี้สัมฤทธิ์ผล ตลาดรถยนต์ของไทยจะก้าวเข้าสู่ยุคพลังงานใหม่ได้อย่างมีคุณภาพและเป็นธรรมต่อผู้ซื้อมากที่สุด



