SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

หากจะพูดถึงหมุดหมายปลายทางของคนรักความเร็วในประเทศไทย จังหวัดชลบุรีคือชื่อแรกที่ต้องถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งโดยเฉพาะในเดือนกรกฎาคมนี้ อุณหภูมิริมชายฝั่งตะวันออกกำลังจะพุ่งทะลุขีดจำกัด เมื่อเทศกาล มอเตอร์สปอร์ตชลบุรี ได้ระเบิดศึกใหญ่ระดับประเทศพร้อมกันถึง 2 รายการ ซึ่งจะพลิกโฉมเมืองท่องเที่ยวให้กลายเป็นสังเวียนความเร็วระดับเวิลด์คลาส

นี่ไม่ใช่แค่การจัดการแข่งขันกีฬาธรรมดา แต่คือการรวมตัวของสุดยอดเครื่องยนต์ นักแข่งฝีมือฉกาจ และเทคโนโลยีวิศวกรรมยานยนต์ขั้นสุด ที่พร้อมจะปลดปล่อยพละกำลังลงบนพื้นแทร็ก การปะทะกันระหว่างมนต์ขลังของสตรีทเซอร์กิตริมทะเลและสนามแข่งระดับตำนานบนภูเขา คือกำไรชิ้นโตของแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง การเจาะลึกข้อมูลสนามแข่ง รายละเอียดการแข่งขัน และวันเวลาสถานที่จัดงานอย่างละเอียด จะช่วยให้สายสปีดสามารถเตรียมตัวรับความมันส์ได้อย่างเต็มพิกัด

มหกรรมความเร็วเลียบชายหาด บางแสนกรังด์ปรีซ์ (Bangsaen Grand Prix 2026)

เริ่มต้นความยิ่งใหญ่ด้วยรายการแข่งรถยนต์ทางเรียบที่เนรมิตถนนริมชายหาดบางแสนให้กลายเป็นสนามสตรีทเซอร์กิต (Street Circuit) ที่ได้รับการยอมรับจากสมาพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (FIA) ว่าสวยงามและท้าทายที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย

  • สถานที่จัดงาน: สนามบางแสนสตรีทเซอร์กิต (เลียบชายหาดบางแสน แหลมแท่น เขาสามมุข) จังหวัดชลบุรี
  • วันที่แข่งขัน: 1 – 5 กรกฎาคม 2026

ความท้าทายทางวิศวกรรมบนสตรีทเซอร์กิต

ความโหดร้ายของสนามบางแสนคือเสน่ห์ที่ดึงดูดนักแข่งจากทั่วโลก ด้วยระยะทางต่อรอบประมาณ 3.7 กิโลเมตร และโค้งอันตรายถึง 20 โค้ง กำแพงคอนกรีตที่บีบแคบตลอดเส้นทาง โค้งหักศอกที่พร้อมจะลงโทษทุกความผิดพลาด และพื้นผิวถนนที่ไม่ราบเรียบเหมือนสนามปิด ทำให้การเซตอัปช่วงล่าง (Suspension Setup) และระบบเบรกคือหัวใจสำคัญของการคว้าชัยชนะ

นักแข่งต้องเผชิญกับอุณหภูมิพื้นแทร็กที่ร้อนระอุสลับกับลมทะเลที่พัดพาเอาฝุ่นทรายเข้ามาบนพื้นถนน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการยึดเกาะของยาง (Tire Grip) การปีนขึ้นเขาสามมุขต้องอาศัยแรงบิดมหาศาล ในขณะที่ทางลงเขาต้องใช้ระบบเบรกที่ทนทานต่อความร้อนขั้นสุด การได้ยินเสียงท่อไอเสียคำรามก้องกังวานตัดกับเสียงคลื่นทะเล คือบรรยากาศที่หาจากรายการแข่งขันอื่นไม่ได้อย่างแน่นอน

ไฮไลต์รุ่นการแข่งขันที่ต้องจับตา

งานนี้เป็นการรวมตัวของรายการแข่งขันระดับท็อปอย่าง Thailand Super Series ซึ่งมีรถแข่งครอบคลุมทุกเซกเมนต์

  • รุ่น GT3 และ GTM: รถซูเปอร์คาร์ระดับโลกมูลค่าหลายสิบล้านบาทที่ถูกปรับแต่งมาเพื่อการแข่งขันโดยเฉพาะ พละกำลังทะลุ 500 แรงม้า การควบคุมฝูงม้าเหล่านี้บนถนนแคบๆ คือศิลปะชั้นสูง
  • รุ่น TCR: รถทัวร์ริงคาร์ยอดฮิตที่ขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด แลกกันโค้งต่อโค้ง ชนเป็นชน ซึ่งเป็นรุ่นที่เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมได้มากที่สุด
  • รุ่น Super Pickup และ Eco Car: การนำรถกระบะและรถยนต์ขนาดเล็กที่คนไทยคุ้นเคยมาปรับแต่งแบบสุดตาราง สะท้อนให้เห็นถึงฝีมือของช่างไทยที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก

ขอขอบคุณภาพจาก : carallstyle.com

ขอขอบคุณภาพจาก : Carternative

 

สังเวียนสองล้อสุดเดือด SuperBikeMag Trackday & Trophy 2026 R.2

หลังจากเสพความมันส์จากรถยนต์ทางเรียบแล้ว อะดรีนาลีนจะถูกสูบฉีดอย่างต่อเนื่องด้วยการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ระดับแถวหน้าในรายการ SuperBikeMag Trackday & Trophy 2026 สนามที่ 2 ซึ่งย้ายสมรภูมิมาดวลกันบนภูเขา

  • สถานที่จัดงาน: สนามพีระอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต พัทยา จังหวัดชลบุรี
  • วันที่แข่งขัน: 3 – 5 กรกฎาคม 2026

มนต์ขลังของสนามพีระเซอร์กิต

สนามพีระเซอร์กิตถือเป็นสังเวียนศักดิ์สิทธิ์ที่เต็มไปด้วยความคลาสสิกและมนต์ขลัง ถือเป็นสนามแข่งรถแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองจาก FIA ด้วยระยะทาง 2.4 กิโลเมตร ผังสนามถูกออกแบบมาให้มีความท้าทายในทุกรูปแบบ โค้งลึกบนเนินเขา โค้งเอสต่อเนื่อง และโค้งร้อยอาร์ที่ต้องใช้ความกล้าหาญในการรักษาความเร็ว ถือเป็นบททดสอบทักษะการควบคุมรถของนักบิดสองล้ออย่างแท้จริง

กิจกรรม Trackday และการฟาดฟันในรุ่น Trophy

รายการนี้เปิดกว้างเพื่อส่งเสริมวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยในทุกระดับ

  • Trackday: เปิดโอกาสให้นักขับขี่ทั่วไปและมือสมัครเล่นได้นำรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจลงมาวิ่งในสถานที่ที่ปลอดภัย มีมาร์แชลคอยดูแล พร้อมผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำเรื่องไลน์การขับขี่และการจัดท่าทางที่ถูกต้อง ถือเป็นการลดปัญหาการแข่งรถบนถนนหลวงได้อย่างยั่งยืน
  • Trophy: การแข่งขันระดับโปรที่ฟาดฟันกันเพื่อแย่งชิงโพเดียม ความน่าสนใจอยู่ที่การต่อสู้ทางวิศวกรรมของแต่ละสำนักแต่ง การวิเคราะห์ Telemetry Data การเลือกใช้คอมปาวด์ยางให้เหมาะสมกับอุณหภูมิแทร็ก และการชิงจังหวะเบรกเสียบในโค้งอันตราย ซึ่งรับประกันความเดือดชนิดที่คนดูห้ามกะพริบตา

ผลกระทบเชิงบวก ยกระดับเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวด้วยความเร็ว

ปรากฏการณ์ความคึกคักของ มอเตอร์สปอร์ตชลบุรี ตลอดทั้งเดือนนี้ ไม่ได้มอบเพียงแค่ความบันเทิงให้กับแฟนๆ สายความเร็ว แต่ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในแนวทาง Sports Tourism ได้อย่างมหาศาล

เม็ดเงินสะพัดจากการจับจ่ายใช้สอย การจองโรงแรมที่พักที่ถูกจับจองจนเต็มล่วงหน้าหลายเดือน ร้านอาหารและธุรกิจท้องถิ่นมีรายได้พุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว นอกจากนี้ยังมีการจ้างงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งช่างเครื่อง ทีมงานจัดการแข่งขัน และพริตตี้มอเตอร์โชว์ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่ากีฬามอเตอร์สปอร์ตมีศักยภาพในการผลักดันเศรษฐกิจระดับมหภาค และตอกย้ำภาพลักษณ์ของชลบุรีในการเป็นศูนย์กลางการจัดอีเวนต์ระดับนานาชาติ

คู่มือเตรียมตัวสำหรับแฟนมอเตอร์สปอร์ต

สำหรับการเข้าร่วมชมความยิ่งใหญ่ของทั้ง 2 งาน การเตรียมตัวให้พร้อมคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด

  • การเดินทางและที่จอดรถ: ควรเผื่อเวลาในการเดินทางและศึกษาเส้นทางที่ถูกปิดการจราจร โดยเฉพาะในงานบางแสนกรังด์ปรีซ์ที่มีการจัดการจราจรใหม่ทั้งหมด แนะนำให้ใช้จุดจอดรถส่วนกลางและใช้บริการรถรับส่งของงาน
  • อุปกรณ์กันแดดและเสียง: สภาพอากาศริมทะเลและบนเขาค่อนข้างร้อนจัด ควรเตรียมร่ม แว่นตากันแดด ครีมกันแดด และที่สำคัญคือ “ที่อุดหู (Earplugs)” เนื่องจากเสียงเครื่องยนต์และท่อไอเสียของรถแข่งเมื่อรวมกันหลายคันจะมีความดังในระดับที่อาจเป็นอันตรายต่อแก้วหูได้
  • การเลือกจุดชมวิว: ในสนามสตรีทเซอร์กิต การเลือกอัฒจันทร์บริเวณโค้งแหลมแท่นหรือจุดสตาร์ทจะมองเห็นจังหวะแซงที่ดุดันที่สุด ส่วนที่สนามพีระเซอร์กิต บริเวณโค้งเอสและทางตรงแกรนด์สแตนด์คือจุดที่สามารถชมความเร็วสูงสุดได้ชัดเจนที่สุด

การหลอมรวมกันระหว่างมนต์เสน่ห์ของสถานที่ท่องเที่ยวและกลิ่นอายของน้ำมันเครื่อง ทำให้เดือนกรกฎาคมนี้เป็นช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับผู้ที่หลงใหลในศิลปะแห่งความเร็ว

หากต้องการเกาะติดความเคลื่อนไหวในวงการความเร็วแบบชิดติดขอบสนาม พร้อมบทวิเคราะห์ทางวิศวกรรมยานยนต์ที่เฉียบขาด สามารถติดตามเนื้อหาคุณภาพและอัปเดตข่าวสารแบบเรียลไทม์ได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมตัวของคนคลั่งไคล้ในเสียงเครื่องยนต์ตัวจริง

Peak SuperBikeMag

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

เดือนนี้มอเตอร์สปอร์ตชลบุรีลุกเป็นไฟ! 2 บิ๊กอีเวนต์ Bangsaen Grand Prix กับ SuperBikeMag

หากจะพูดถึงหมุดหมายปลายทางของคนรักความเร็วในประเทศไทย จังหวัดชลบุรีคือชื่อแรกที่ต้องถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งโดยเฉพาะในเดือนกรกฎาคมนี้ อุณหภูมิริมชายฝั่งตะวันออกกำลังจะพุ่งทะลุขีดจำกัด เมื่อเทศกาล มอเตอร์สปอร์ตชลบุรี ได้ระเบิดศึกใหญ่ระดับประเทศพร้อมกันถึง 2 รายการ ซึ่งจะพลิกโฉมเมืองท่องเที่ยวให้กลายเป็นสังเวียนความเร็วระดับเวิลด์คลาส

นี่ไม่ใช่แค่การจัดการแข่งขันกีฬาธรรมดา แต่คือการรวมตัวของสุดยอดเครื่องยนต์ นักแข่งฝีมือฉกาจ และเทคโนโลยีวิศวกรรมยานยนต์ขั้นสุด ที่พร้อมจะปลดปล่อยพละกำลังลงบนพื้นแทร็ก การปะทะกันระหว่างมนต์ขลังของสตรีทเซอร์กิตริมทะเลและสนามแข่งระดับตำนานบนภูเขา คือกำไรชิ้นโตของแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง การเจาะลึกข้อมูลสนามแข่ง รายละเอียดการแข่งขัน และวันเวลาสถานที่จัดงานอย่างละเอียด จะช่วยให้สายสปีดสามารถเตรียมตัวรับความมันส์ได้อย่างเต็มพิกัด

มหกรรมความเร็วเลียบชายหาด บางแสนกรังด์ปรีซ์ (Bangsaen Grand Prix 2026)

เริ่มต้นความยิ่งใหญ่ด้วยรายการแข่งรถยนต์ทางเรียบที่เนรมิตถนนริมชายหาดบางแสนให้กลายเป็นสนามสตรีทเซอร์กิต (Street Circuit) ที่ได้รับการยอมรับจากสมาพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (FIA) ว่าสวยงามและท้าทายที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย

  • สถานที่จัดงาน: สนามบางแสนสตรีทเซอร์กิต (เลียบชายหาดบางแสน แหลมแท่น เขาสามมุข) จังหวัดชลบุรี
  • วันที่แข่งขัน: 1 – 5 กรกฎาคม 2026

ความท้าทายทางวิศวกรรมบนสตรีทเซอร์กิต

ความโหดร้ายของสนามบางแสนคือเสน่ห์ที่ดึงดูดนักแข่งจากทั่วโลก ด้วยระยะทางต่อรอบประมาณ 3.7 กิโลเมตร และโค้งอันตรายถึง 20 โค้ง กำแพงคอนกรีตที่บีบแคบตลอดเส้นทาง โค้งหักศอกที่พร้อมจะลงโทษทุกความผิดพลาด และพื้นผิวถนนที่ไม่ราบเรียบเหมือนสนามปิด ทำให้การเซตอัปช่วงล่าง (Suspension Setup) และระบบเบรกคือหัวใจสำคัญของการคว้าชัยชนะ

นักแข่งต้องเผชิญกับอุณหภูมิพื้นแทร็กที่ร้อนระอุสลับกับลมทะเลที่พัดพาเอาฝุ่นทรายเข้ามาบนพื้นถนน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการยึดเกาะของยาง (Tire Grip) การปีนขึ้นเขาสามมุขต้องอาศัยแรงบิดมหาศาล ในขณะที่ทางลงเขาต้องใช้ระบบเบรกที่ทนทานต่อความร้อนขั้นสุด การได้ยินเสียงท่อไอเสียคำรามก้องกังวานตัดกับเสียงคลื่นทะเล คือบรรยากาศที่หาจากรายการแข่งขันอื่นไม่ได้อย่างแน่นอน

ไฮไลต์รุ่นการแข่งขันที่ต้องจับตา

งานนี้เป็นการรวมตัวของรายการแข่งขันระดับท็อปอย่าง Thailand Super Series ซึ่งมีรถแข่งครอบคลุมทุกเซกเมนต์

  • รุ่น GT3 และ GTM: รถซูเปอร์คาร์ระดับโลกมูลค่าหลายสิบล้านบาทที่ถูกปรับแต่งมาเพื่อการแข่งขันโดยเฉพาะ พละกำลังทะลุ 500 แรงม้า การควบคุมฝูงม้าเหล่านี้บนถนนแคบๆ คือศิลปะชั้นสูง
  • รุ่น TCR: รถทัวร์ริงคาร์ยอดฮิตที่ขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด แลกกันโค้งต่อโค้ง ชนเป็นชน ซึ่งเป็นรุ่นที่เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมได้มากที่สุด
  • รุ่น Super Pickup และ Eco Car: การนำรถกระบะและรถยนต์ขนาดเล็กที่คนไทยคุ้นเคยมาปรับแต่งแบบสุดตาราง สะท้อนให้เห็นถึงฝีมือของช่างไทยที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก

ขอขอบคุณภาพจาก : carallstyle.com

ขอขอบคุณภาพจาก : Carternative

 

สังเวียนสองล้อสุดเดือด SuperBikeMag Trackday & Trophy 2026 R.2

หลังจากเสพความมันส์จากรถยนต์ทางเรียบแล้ว อะดรีนาลีนจะถูกสูบฉีดอย่างต่อเนื่องด้วยการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ระดับแถวหน้าในรายการ SuperBikeMag Trackday & Trophy 2026 สนามที่ 2 ซึ่งย้ายสมรภูมิมาดวลกันบนภูเขา

  • สถานที่จัดงาน: สนามพีระอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต พัทยา จังหวัดชลบุรี
  • วันที่แข่งขัน: 3 – 5 กรกฎาคม 2026

มนต์ขลังของสนามพีระเซอร์กิต

สนามพีระเซอร์กิตถือเป็นสังเวียนศักดิ์สิทธิ์ที่เต็มไปด้วยความคลาสสิกและมนต์ขลัง ถือเป็นสนามแข่งรถแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองจาก FIA ด้วยระยะทาง 2.4 กิโลเมตร ผังสนามถูกออกแบบมาให้มีความท้าทายในทุกรูปแบบ โค้งลึกบนเนินเขา โค้งเอสต่อเนื่อง และโค้งร้อยอาร์ที่ต้องใช้ความกล้าหาญในการรักษาความเร็ว ถือเป็นบททดสอบทักษะการควบคุมรถของนักบิดสองล้ออย่างแท้จริง

กิจกรรม Trackday และการฟาดฟันในรุ่น Trophy

รายการนี้เปิดกว้างเพื่อส่งเสริมวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยในทุกระดับ

  • Trackday: เปิดโอกาสให้นักขับขี่ทั่วไปและมือสมัครเล่นได้นำรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจลงมาวิ่งในสถานที่ที่ปลอดภัย มีมาร์แชลคอยดูแล พร้อมผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำเรื่องไลน์การขับขี่และการจัดท่าทางที่ถูกต้อง ถือเป็นการลดปัญหาการแข่งรถบนถนนหลวงได้อย่างยั่งยืน
  • Trophy: การแข่งขันระดับโปรที่ฟาดฟันกันเพื่อแย่งชิงโพเดียม ความน่าสนใจอยู่ที่การต่อสู้ทางวิศวกรรมของแต่ละสำนักแต่ง การวิเคราะห์ Telemetry Data การเลือกใช้คอมปาวด์ยางให้เหมาะสมกับอุณหภูมิแทร็ก และการชิงจังหวะเบรกเสียบในโค้งอันตราย ซึ่งรับประกันความเดือดชนิดที่คนดูห้ามกะพริบตา

ผลกระทบเชิงบวก ยกระดับเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวด้วยความเร็ว

ปรากฏการณ์ความคึกคักของ มอเตอร์สปอร์ตชลบุรี ตลอดทั้งเดือนนี้ ไม่ได้มอบเพียงแค่ความบันเทิงให้กับแฟนๆ สายความเร็ว แต่ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในแนวทาง Sports Tourism ได้อย่างมหาศาล

เม็ดเงินสะพัดจากการจับจ่ายใช้สอย การจองโรงแรมที่พักที่ถูกจับจองจนเต็มล่วงหน้าหลายเดือน ร้านอาหารและธุรกิจท้องถิ่นมีรายได้พุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว นอกจากนี้ยังมีการจ้างงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งช่างเครื่อง ทีมงานจัดการแข่งขัน และพริตตี้มอเตอร์โชว์ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่ากีฬามอเตอร์สปอร์ตมีศักยภาพในการผลักดันเศรษฐกิจระดับมหภาค และตอกย้ำภาพลักษณ์ของชลบุรีในการเป็นศูนย์กลางการจัดอีเวนต์ระดับนานาชาติ

คู่มือเตรียมตัวสำหรับแฟนมอเตอร์สปอร์ต

สำหรับการเข้าร่วมชมความยิ่งใหญ่ของทั้ง 2 งาน การเตรียมตัวให้พร้อมคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด

  • การเดินทางและที่จอดรถ: ควรเผื่อเวลาในการเดินทางและศึกษาเส้นทางที่ถูกปิดการจราจร โดยเฉพาะในงานบางแสนกรังด์ปรีซ์ที่มีการจัดการจราจรใหม่ทั้งหมด แนะนำให้ใช้จุดจอดรถส่วนกลางและใช้บริการรถรับส่งของงาน
  • อุปกรณ์กันแดดและเสียง: สภาพอากาศริมทะเลและบนเขาค่อนข้างร้อนจัด ควรเตรียมร่ม แว่นตากันแดด ครีมกันแดด และที่สำคัญคือ “ที่อุดหู (Earplugs)” เนื่องจากเสียงเครื่องยนต์และท่อไอเสียของรถแข่งเมื่อรวมกันหลายคันจะมีความดังในระดับที่อาจเป็นอันตรายต่อแก้วหูได้
  • การเลือกจุดชมวิว: ในสนามสตรีทเซอร์กิต การเลือกอัฒจันทร์บริเวณโค้งแหลมแท่นหรือจุดสตาร์ทจะมองเห็นจังหวะแซงที่ดุดันที่สุด ส่วนที่สนามพีระเซอร์กิต บริเวณโค้งเอสและทางตรงแกรนด์สแตนด์คือจุดที่สามารถชมความเร็วสูงสุดได้ชัดเจนที่สุด

การหลอมรวมกันระหว่างมนต์เสน่ห์ของสถานที่ท่องเที่ยวและกลิ่นอายของน้ำมันเครื่อง ทำให้เดือนกรกฎาคมนี้เป็นช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับผู้ที่หลงใหลในศิลปะแห่งความเร็ว

หากต้องการเกาะติดความเคลื่อนไหวในวงการความเร็วแบบชิดติดขอบสนาม พร้อมบทวิเคราะห์ทางวิศวกรรมยานยนต์ที่เฉียบขาด สามารถติดตามเนื้อหาคุณภาพและอัปเดตข่าวสารแบบเรียลไทม์ได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมตัวของคนคลั่งไคล้ในเสียงเครื่องยนต์ตัวจริง

Peak SuperBikeMag

[email protected]