Skip to main content

SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Bentley Torcal

วงการรถยนต์ไฟฟ้ามักจะมาพร้อมกับการจำลองเสียงเครื่องยนต์แบบสังเคราะห์เพื่อชดเชยความเงียบ แต่ทว่า แบรนด์รถหรูระดับตำนานอย่าง Bentley กลับเลือกเดินในเส้นทางที่ต่างออกไปสำหรับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของค่ายที่มีชื่อว่า Torcal โดยพวกเขาเลือกที่จะสร้างสรรค์เสียงขับขี่ขึ้นมาใหม่ผ่านการบรรเลงของเครื่องดนตรีจริง เพื่อจำลองความรู้สึกและอารมณ์อันทรงพลังของเครื่องยนต์ V8 ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาอย่างยาวนาน

‘จังหวะ’ คือกุญแจสำคัญ ไม่ใช่แค่โทนเสียง

ทีมพัฒนาของ Bentley ได้นำเครื่องยนต์ V8 เข้าไปศึกษาอย่างละเอียดในสตูดิโอ และผลการวิเคราะห์พบว่า สิ่งที่ทำให้ผู้ขับขี่เกิดอารมณ์ร่วมนั้นไม่ใช่เพียงแค่โทนเสียงเชิงกล (Mechanical tone) เท่านั้น แต่คือ “จังหวะ” (Rhythm) ของเครื่องยนต์ที่เป็นเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างแท้จริง

เพื่อพิสูจน์ทฤษฎีนี้ พวกเขาได้ทำการทดลองสุดแปลกใหม่ดังนี้:

  • ติดตั้งลำโพงพาราโบลา (Parabolic speakers) สองตัวไว้คนละฝั่ง

  • ลำโพงฝั่งหนึ่งเปิดเสียงบันทึกการทำงานของเครื่องยนต์ V8

  • ลำโพงอีกฝั่งให้นักดนตรีตีกลองแบบสดๆ

  • เมื่อทีมวิศวกรเดินผ่านระหว่างจุดกำเนิดเสียงทั้งสองฝั่ง พวกเขาพบว่าเสียงทั้งสองมีความคล้ายคลึงกันอย่างมากทั้งในด้านของจังหวะ พลังงาน และผลกระทบทางอารมณ์

  • ความไม่สมบูรณ์แบบ (Imperfections) เล็กๆ น้อยๆ ของทั้งจังหวะการตีกลองและการทำงานของเครื่องยนต์สันดาป ช่วยสร้างประสบการณ์ที่สมจริงและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ขอขอบคุณภาพจาก : Bentley

กำเนิดระบบเสียง Bentley Dynamic Symphony

ด้วยข้อมูลเชิงลึกจากการทดลองดังกล่าว Bentley จึงได้ร่วมงานกับนักดนตรีมืออาชีพเพื่อสร้างซาวด์แทร็กต้นฉบับขึ้นมาสำหรับรถ EV รุ่นนี้โดยเฉพาะ ซึ่งระบบนี้ได้รับการตั้งชื่อว่า ‘Bentley Dynamic Symphony’

  • เครื่องดนตรีจริง: เสียงขับขี่ที่ผู้ใช้งานจะได้ยิน ถูกสร้างขึ้นจากการเล่นเครื่องดนตรีของจริง อาทิ กลอง วิโอลา และกีตาร์เบส

  • ตอบสนองตามการขับขี่: จังหวะของดนตรีจะถูกออกแบบให้สัมพันธ์กับการขับขี่ โดยจะเพิ่มความเร็วขึ้นเมื่อผู้ขับขี่เหยียบคันเร่ง และจะผ่อนจังหวะช้าลงเมื่อมีการถอนคันเร่ง

  • เป้าหมายหลัก: ระบบเสียงนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อ “เลียนแบบ” หรือทำซ้ำเสียงเครื่องยนต์ให้เหมือนเป๊ะ แต่มันถูกสร้างมาเพื่อ “กระตุ้นอารมณ์ความรู้สึก” แบบเดียวกันกับตอนที่ได้ขับรถเครื่องยนต์สันดาปรุ่นคลาสสิกของ Bentley

ขอขอบคุณภาพจาก : Bentley

สเปคที่เน้นการใช้งานจริง มากกว่าการทำลายสถิติ

นอกเหนือจากเรื่องของสุนทรียภาพทางเสียงแล้ว ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า Bentley Torcal จะมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบมอเตอร์คู่ (Dual-motor) รวมถึงการใช้แบตเตอรี่ความจุขนาด 113kWh ซึ่งสามารถรองรับการชาร์จไวด้วยความเร็วสูงสุดถึง 390kW

ในส่วนของระยะทางในการขับขี่นั้น ทางผู้บริหารของ Bentley อย่าง โรบิน เพจ (Robin Page) ผู้อำนวยการด้านการออกแบบ ได้ออกมาระบุว่า รถรุ่นนี้จะไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อทำลายสถิติระยะทางที่วิ่งได้ไกลที่สุด แต่จะเน้นไปที่จุดสมดุลของการใช้งานจริง ซึ่งคาดว่าจะวิ่งได้ระยะทางประมาณ 300 ถึง 350 ไมล์ต่อการชาร์จ เนื่องจากทางแบรนด์พบว่า หากลูกค้าต้องการเดินทางในระยะทางที่ไกลกว่านั้น พวกเขามักจะเลือกใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวแทนการขับรถยนต์นั่นเอง

อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com

Peak SuperBikeMag

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Bentley Torcal EV ฉีกกติการถไฟฟ้า ใช้เสียง “วงออร์เคสตราและกลอง” แทนความเร้าใจของ V8

Bentley Torcal

วงการรถยนต์ไฟฟ้ามักจะมาพร้อมกับการจำลองเสียงเครื่องยนต์แบบสังเคราะห์เพื่อชดเชยความเงียบ แต่ทว่า แบรนด์รถหรูระดับตำนานอย่าง Bentley กลับเลือกเดินในเส้นทางที่ต่างออกไปสำหรับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของค่ายที่มีชื่อว่า Torcal โดยพวกเขาเลือกที่จะสร้างสรรค์เสียงขับขี่ขึ้นมาใหม่ผ่านการบรรเลงของเครื่องดนตรีจริง เพื่อจำลองความรู้สึกและอารมณ์อันทรงพลังของเครื่องยนต์ V8 ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาอย่างยาวนาน

‘จังหวะ’ คือกุญแจสำคัญ ไม่ใช่แค่โทนเสียง

ทีมพัฒนาของ Bentley ได้นำเครื่องยนต์ V8 เข้าไปศึกษาอย่างละเอียดในสตูดิโอ และผลการวิเคราะห์พบว่า สิ่งที่ทำให้ผู้ขับขี่เกิดอารมณ์ร่วมนั้นไม่ใช่เพียงแค่โทนเสียงเชิงกล (Mechanical tone) เท่านั้น แต่คือ “จังหวะ” (Rhythm) ของเครื่องยนต์ที่เป็นเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างแท้จริง

เพื่อพิสูจน์ทฤษฎีนี้ พวกเขาได้ทำการทดลองสุดแปลกใหม่ดังนี้:

  • ติดตั้งลำโพงพาราโบลา (Parabolic speakers) สองตัวไว้คนละฝั่ง

  • ลำโพงฝั่งหนึ่งเปิดเสียงบันทึกการทำงานของเครื่องยนต์ V8

  • ลำโพงอีกฝั่งให้นักดนตรีตีกลองแบบสดๆ

  • เมื่อทีมวิศวกรเดินผ่านระหว่างจุดกำเนิดเสียงทั้งสองฝั่ง พวกเขาพบว่าเสียงทั้งสองมีความคล้ายคลึงกันอย่างมากทั้งในด้านของจังหวะ พลังงาน และผลกระทบทางอารมณ์

  • ความไม่สมบูรณ์แบบ (Imperfections) เล็กๆ น้อยๆ ของทั้งจังหวะการตีกลองและการทำงานของเครื่องยนต์สันดาป ช่วยสร้างประสบการณ์ที่สมจริงและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ขอขอบคุณภาพจาก : Bentley

กำเนิดระบบเสียง Bentley Dynamic Symphony

ด้วยข้อมูลเชิงลึกจากการทดลองดังกล่าว Bentley จึงได้ร่วมงานกับนักดนตรีมืออาชีพเพื่อสร้างซาวด์แทร็กต้นฉบับขึ้นมาสำหรับรถ EV รุ่นนี้โดยเฉพาะ ซึ่งระบบนี้ได้รับการตั้งชื่อว่า ‘Bentley Dynamic Symphony’

  • เครื่องดนตรีจริง: เสียงขับขี่ที่ผู้ใช้งานจะได้ยิน ถูกสร้างขึ้นจากการเล่นเครื่องดนตรีของจริง อาทิ กลอง วิโอลา และกีตาร์เบส

  • ตอบสนองตามการขับขี่: จังหวะของดนตรีจะถูกออกแบบให้สัมพันธ์กับการขับขี่ โดยจะเพิ่มความเร็วขึ้นเมื่อผู้ขับขี่เหยียบคันเร่ง และจะผ่อนจังหวะช้าลงเมื่อมีการถอนคันเร่ง

  • เป้าหมายหลัก: ระบบเสียงนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อ “เลียนแบบ” หรือทำซ้ำเสียงเครื่องยนต์ให้เหมือนเป๊ะ แต่มันถูกสร้างมาเพื่อ “กระตุ้นอารมณ์ความรู้สึก” แบบเดียวกันกับตอนที่ได้ขับรถเครื่องยนต์สันดาปรุ่นคลาสสิกของ Bentley

ขอขอบคุณภาพจาก : Bentley

สเปคที่เน้นการใช้งานจริง มากกว่าการทำลายสถิติ

นอกเหนือจากเรื่องของสุนทรียภาพทางเสียงแล้ว ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า Bentley Torcal จะมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบมอเตอร์คู่ (Dual-motor) รวมถึงการใช้แบตเตอรี่ความจุขนาด 113kWh ซึ่งสามารถรองรับการชาร์จไวด้วยความเร็วสูงสุดถึง 390kW

ในส่วนของระยะทางในการขับขี่นั้น ทางผู้บริหารของ Bentley อย่าง โรบิน เพจ (Robin Page) ผู้อำนวยการด้านการออกแบบ ได้ออกมาระบุว่า รถรุ่นนี้จะไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อทำลายสถิติระยะทางที่วิ่งได้ไกลที่สุด แต่จะเน้นไปที่จุดสมดุลของการใช้งานจริง ซึ่งคาดว่าจะวิ่งได้ระยะทางประมาณ 300 ถึง 350 ไมล์ต่อการชาร์จ เนื่องจากทางแบรนด์พบว่า หากลูกค้าต้องการเดินทางในระยะทางที่ไกลกว่านั้น พวกเขามักจะเลือกใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวแทนการขับรถยนต์นั่นเอง

อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com

Peak SuperBikeMag

[email protected]