กันชนละลาย! สถิติความเร็ว Corvette ZR1 วิ่งแช่สุดโหด

โลกของมอเตอร์สปอร์ตมักมีเรื่องราวบ้าบิ่นมาให้เราประหลาดใจเสมอ และครั้งนี้ความคลั่งไคล้ในความเร็วได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ต้องแลกมาด้วยความร้อนระอุระดับเตาหลอม การทำ สถิติความเร็ว Corvette ZR1 ในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเหยียบคันเร่งทางตรงสั้นๆ แบบควอเตอร์ไมล์ แต่มันคือการวิ่งแช่ด้วยความเร็วระดับซูเปอร์คาร์บนถนนหลวงที่ถูกปิดเป็นกรณีพิเศษ ระยะทางยาวไกลจนทำเอาชิ้นส่วนของตัวรถถึงกับทนไม่ไหวและละลายไปต่อหน้าต่อตา
ข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสไวรัลในกลุ่มคนรักความเร็วต่างประเทศตอนนี้ คือผลงานสุดระห่ำจาก รายการ Big Bend Open Road Race ประจำปีล่าสุด เมื่อ จอห์น อันฮอลต์ (John Anhalt) นักขับใจเด็ดได้ควบอาชาอเมริกันคู่ใจ ทะยานผ่านเส้นชัยพร้อมกับสร้างสถิติความเร็วเฉลี่ยสูงสุดตลอดกาล แต่สิ่งที่ขโมยซีนยิ่งกว่าถ้วยรางวัล คือสภาพด้านท้ายของตัวรถที่กลายเป็นหลักฐานชั้นดีว่า การรีดเค้นสมรรถนะเครื่องยนต์ V8 อย่างต่อเนื่องยาวนานนั้น สร้างความร้อนสะสมที่น่าสะพรึงกลัวขนาดไหน
โหดแค่ไหน? ขยี้กติกา การแข่งรถทางเรียบเท็กซัส
หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการแข่งขันในสนามปิดอย่าง F1 หรือการขับขี่แบบเซอร์กิตที่ต้องมีการเบรกและเร่งสลับกันไป แต่สำหรับ การแข่งรถทางเรียบเท็กซัส หรือที่รู้จักกันในชื่อย่อ BBORR นั้นแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง รูปแบบการแข่งขันคือการปิดถนนหลวงหมายเลข 285 ในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เป็นระยะทางไปกลับรวม 118 ไมล์ หรือประมาณ 190 กิโลเมตร ให้นักแข่งได้เหยียบมิดไมล์บนถนนที่พาดผ่านทะเลทรายและหุบเขา โดยมีเป้าหมายคือการทำเวลาให้เข้าใกล้ความเร็วเป้าหมายให้มากที่สุด หรือในคลาสสูงสุดคือการวิ่งให้เร็วกว่าใครเพื่อนแบบไร้ขีดจำกัด
ความยากของรายการนี้ไม่ใช่แค่การทำความเร็วท็อปสปีดในชั่วอึดใจ แต่เป็นการรักษา ความเร็วเฉลี่ย 173 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 278.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ตลอดระยะทางเกือบ 200 กิโลเมตร ลองจินตนาการดูว่าคุณต้องจับพวงมาลัยให้นิ่งที่สุด สมาธิต้องจดจ่ออยู่กับเส้นทางข้างหน้าซึ่งไม่ใช่ทางตรงยาวตลอดสาย แต่มีทางโค้ง เนินกระโดด และกระแสลมพัดขวางตลอดเวลา การจะทำความเร็วเฉลี่ยให้ได้สูงขนาดนี้ หมายความว่าในทางตรงนักแข่งจะต้องเหยียบทะลุ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพื่อชดเชยเวลาที่ต้องถอนคันเร่งในช่วงเข้าโค้ง
สมรรถนะขีดสุดของ เชฟโรเลต คอร์เวทท์ รหัส C7 ZR1
รถยนต์ที่ถูกจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ครั้งนี้ไม่ใช่ไฮเปอร์คาร์ราคาหลายร้อยล้าน แต่เป็น เชฟโรเลต คอร์เวทท์ รหัสตัวถัง C7 รุ่น ZR1 ซึ่งถือเป็นโมเดลส่งท้ายตำนานเครื่องยนต์วางหน้าของค่ายโบว์ไท ก่อนที่จะเปลี่ยนไปใช้แพลตฟอร์มเครื่องยนต์วางกลางในรุ่น C8 ขุมพลังที่ซ่อนอยู่ใต้ฝากระโปรงคือเครื่องยนต์เบนซินซูเปอร์ชาร์จ V8 ขนาด 6.2 ลิตร รหัส LT5 ที่รีดพละกำลังออกมาได้มหาศาลถึง 755 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 969 นิวตันเมตร พละกำลังทั้งหมดถูกส่งตรงไปยังล้อหลังคู่เดียว ซึ่งต้องอาศัยทักษะการควบคุมระดับพระกาฬเพื่อไม่ให้รถเสียอาการในย่านความเร็วสูง
แม้ว่าตัวรถจะถูกออกแบบมาให้มีระบบอากาศพลศาสตร์ที่ยอดเยี่ยมและมีช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่หลายจุด แต่การทำ สถิติวิ่งแช่ความเร็วสูง เป็นระยะเวลานานกว่า 40 นาทีโดยไม่ยกคันเร่งนั้น ถือเป็นการทรมานเครื่องจักรอย่างรุนแรง ระบบหล่อเย็นต้องทำงานหนักเพื่อรักษาอุณหภูมิของเครื่องยนต์และซูเปอร์ชาร์จเจอร์ให้ทำงานได้ปกติ ในขณะที่น้ำมันเชื้อเพลิงปริมาณมหาศาลถูกฉีดเข้าห้องเผาไหม้และคายออกมาเป็นไอเสียที่มีความร้อนสูงจัดอย่างต่อเนื่องจนชิ้นส่วนภายนอกเริ่มรับมือไม่ไหว
วีรบุรุษทางหลวง นักแข่ง จอห์น อันฮอลต์
ความสำเร็จในครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากความกล้าหาญและทักษะที่เหนือชั้นของ นักแข่ง จอห์น อันฮอลต์ การขับขี่รถยนต์ด้วยความเร็วระดับทะลุ 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนถนนสาธารณะที่ไม่ได้มีพื้นผิวเรียบเนียนเหมือนสนามแข่งรถระดับโลก ต้องอาศัยการตอบสนองที่ฉับไว สภาพร่างกายที่แข็งแรง และจิตใจที่นิ่งสงบดั่งน้ำแข็ง เพราะความผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาทีบนความเร็วระดับนี้ อาจหมายถึงอุบัติเหตุร้ายแรงที่ไม่อาจประเมินค่าได้
สิ่งหนึ่งที่ทีมงานและผู้เชี่ยวชาญด้านมอเตอร์สปอร์ตต้องยอมรับคือ ความดุดันในการเปิดคันเร่งของเขาที่แทบจะไม่มีการผ่อนปรน การรักษาจังหวะและรักษาโมเมนตัมของตัวรถให้ลอยลำผ่านกระแสลมต้านมหาศาล สะท้อนให้เห็นถึงการเตรียมตัวและปรับแต่งช่วงล่างมาเป็นอย่างดี ปัญหาความร้อนท่อไอเสีย ที่เกิดขึ้นจนชิ้นส่วนภายนอกละลายนั้น เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าคนขับได้รีดเร้นทุกหยาดหยดของสมรรถนะตัวรถออกมาจนเกินขีดจำกัดที่วิศวกรโรงงานได้ตั้งเอาไว้
บทวิเคราะห์สายฮาร์ดคอร์
ในมุมมองของคนทำข่าวการแข่งขัน หากวิเคราะห์ลึกลงไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องขอแซววิศวกรของทางค่ายอเมริกันสักเล็กน้อย ว่าตอนที่ออกแบบรถรุ่นนี้ พวกเขาคงคิดแค่ว่าลูกค้าน่าจะเอาไปขับลงแทร็กเดย์ ขับโชว์สาว หรืออย่างมากก็เหยียบมิดไมล์ในสนามทางตรงระยะทางแค่ไม่กี่ไมล์ คงไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีคนบ้าระห่ำเอามา วิ่งทางไกลทะลุ 278 กม./ชม. แบบแช่ยาวเกือบชั่วโมง ความร้อนจากปลายท่อไอเสียที่เป่ารดชุดกันชนหลังอย่างต่อเนื่อง จึงสะสมจนทำให้พลาสติกและชิ้นส่วนรอบๆ ถึงกับละลายย้อยลงมาเป็นสาย
นี่คือดราม่า กันชนท้ายละลาย ที่กลายเป็นตลกร้ายในวงการยานยนต์ เพราะมันสะท้อนให้เห็นว่าต่อให้เครื่องยนต์และระบบเกียร์จะทนทานต่อการเค้นสมรรถนะยาวนานได้แค่ไหน แต่อากาศพลศาสตร์บริเวณบั้นท้ายที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รีดเอาความร้อนจากท่อไอเสียออกไปอย่างรวดเร็วในย่านความเร็วสูงระดับสถิติโลก ก็ยังเป็นจุดอ่อนที่ต้องได้รับการปรับปรุง ถือเป็นบาดแผลแห่งความภาคภูมิใจที่เจ้าของรถคงไม่คิดจะซ่อม เพราะมันคือร่องรอยประวัติศาสตร์ที่เอาไปคุยข่มใครต่อใครได้อีกนานแสนนาน
สรุป
ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่ต้องแลกมาด้วยชิ้นส่วนบอดี้พาร์ทที่หลอมละลาย ถือเป็นสีสันที่ทำให้วงการมอเตอร์สปอร์ตมีเรื่องราวสนุกๆ มาให้เราได้พูดถึงกัน การทุบ สถิติความเร็ว Corvette ZR1 ในครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงขีดจำกัดของมนุษย์และเครื่องจักรที่ถูกท้าทายอยู่เสมอ หากคุณเป็นคนที่คลั่งไคล้ในความเร็ว รักเสียงคำรามของเครื่องยนต์ และไม่อยากพลาดทุกข่าวสารหรือประเด็นร้อนๆ ในวงการยานยนต์ระดับโลก อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยกันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive (https://www.facebook.com/SuperBikeMagazineTH) รับรองว่ามีเรื่องมันส์ๆ รออยู่อีกเพียบ
Source ที่มาของข่าว:
-
บทความ Road & Track อธิบายเหตุการณ์ C7 Corvette ZR1 กันชนละลาย: https://www.roadandtrack.com/news/a69109945/c7-chevrolet-corvette-zr1-averages-173-mph-for-118-miles-melts-rear-bumper/
- โพสต์สถิติรายการ Big Bend Open Road Race: https://www.facebook.com/share/p/17ksxEW3AE/

