Hypermotard 698 Mono โมตาร์ดสูบเบิ้ม เปิดราคาไม่ถึง 5 แสน

Hypermotard 698 Mono โมตาร์ดสูบเบิ้ม เปิดราคาไม่ถึง 5 แสน

Hypermotard 698 Mono

ถ่ายทอดความเป็นตำนานจากรุ่นสู่รุ่น นับตั้งแต่การกำเนิดของเจ้าปีศาจทรงพลังอย่างรถไฮเปอร์โมตาร์ดที่มาพร้อมเครื่องยนต์ L-Twin ไม่ว่าจะเป็นรุ่น 1,100 ในเจ็นแรก ต่อด้วยรุ่น 821 รุ่น 937 และรุ่น 950 ที่เป็นโฉมเจ็นล่าสุดและคราวนี้ ทางค่ายปีศาจแดงก็พร้อมที่จะสานต่อจิตวิญญาณแห่งรถโมตาร์ดด้วยการเปิดตัวเจ้า Ducati Hypermotard 698 Mono รถไฮเปอร์โมตาร์ดที่ใช้เครื่องยนต์สูบเดียวที่ “แรงที่สุดในโลก” อย่าง Superquadro Mono

Hypermotard 698 Mono

สำหรับโมเดลรุ่นนี้ เรียกได้ว่า “พิเศษกว่าที่ผ่านมา” ด้วยรูปลักษณ์และเส้นสายการดีไซน์ที่ยังคงยึดความเป็นรถซูเปอร์โมโตโดยไม่ทิ้งเอกลักษณ์ความโดดเด่นในแบบดูคาติ ทั้งบังโคลนหน้าแบบยกสูง บังโคลนท้ายทรงรถวิบาก แฮนด์บาร์แทปเปอร์อลูมิเนียม แชสซี ท่อไอเสียแบบออกท้ายคู่ น่าจะเรียกได้ว่าเป็นอะไรที่แฟน ๆ ดูคาติน้ันคุ้นชินและถูกจริตอย่างแน่นอน 

Hypermotard 698 Mono

นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยทรวดทรงไฟหน้า พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์รูปทรง “Double C” และไฟท้ายเช่นเดียวกัน โดยใช้เป็นระบบส่องสว่างแบบ LED ให้ความสว่างชัดเจนรวมถึงฟังก์ชันไฟเบรก (Ducati Brake Light หรือ DBL) ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น ซึ่งระบบจะทำงานต่อเมื่อมีการเบรกหนัก ๆ จากความเร็วที่มากกว่า 55 กม./ชม. โดยไฟท้ายจะกระพริบอย่างรวดเร็วเพื่อเป็นสัญญาณเตือนรถคันหลังนั่นเอง 

Hypermotard 698 Mono

รวมถึงหน้าจอแบบดิจิทัล LCD ขนาดกระทัดรัดที่ 3.8 นิ้ว แสดงผลฟังก์ชันครบครัน สามารถอ่านค่าได้ง่ายและโดยปรับได้ที่ปุ่มบังคับที่ประกับฝั่งซ้าย ส่วนเฟรมและซับเฟรมเป็นแบบท่อเหล็กทรงกลม ให้ความแข็งแรงและน้ำหนักเบา โดยเคลมน้ำหนักตัวรถมาเพียง 151 กก.

เครื่องยนต์ Superquadro Mono สูบเดียวที่แรงที่สุดในโลกอยู่ในรุ่นนี้แล้ว

Hypermotard 698 Mono
เครื่องยนต์ Superquadro Mono

มาต่อด้วยในส่วนของไฮไลท์หลักกับขุมพลังที่เรียกได้ว่า สูบเดียวที่แรงที่สุดในโลกอย่าง Superquadro Mono เป็นเครื่องยนต์สูบเดียวแบบใหม่ที่พัฒนาจากเครื่องยนต์ Superquadro 1,285 ซีซี จาก Ducati Panigale 1299 นั่นเอง ด้วยขนาดลูกสูบเคลือบ DLC ขนาด 116 มม. ซึ่งเป็นลูกสูบประเภทรถแข่งแบบ “box in box”

และยังออกแบบวาล์วไอดีทำจากไทเทเนียมขนาด (46.8 มม.) วาล์วไอเสีย (38.2 มม.) และใช้ระบบวาล์วแบบ Desmodromic แค่นั้นยังไม่พอทั้งฝาครอบเครื่องยนต์ ฝาครอบคลัตช์ ฝาครอบชุดจานไฟ ยังทำจากแมกนีเซียมและแบตเตอร์รีลิเธียมไอออนซึ่งช่วยให้เครื่องยนต์มีน้ำหนักเบาอีกด้วย 

โดยมีปริมาตรกระบอกสูบขนาด 659 ซีซี ให้กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 77.5 แรงม้าที่ 9,750 รอบต่อนาที และแรงบิดขนาด 63 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบต่อนาที ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด โดยสามารถรองรับเรดไลน์ได้สูงสุดถึง 10,250 รอบต่อนาที รวมถึงเพิ่มกำลังแรงม้าได้อีก 4 ตัวบวกกับแรงบิดเพิ่มอีก  4 นิวตันเมตรเมื่อติดตั้งชุดท่อไอเสีย Termignoni Racing 

ขณะที่โช้คอัพด้านหน้าเป็นแบบหัวกลับขนาด 45 มม. จาก Marzocchi มีระยะยุบตัวถึง 215 มม. ปรับแต่งได้เต็มระบบ ด้านหน้าเป็นโช้คเดี่ยวพร้อมซับแทงค์ ให้ระยะยุบที่ 240 มม. ปรับแต่งได้เช่นเดียวกัน ส่วนระบบเบรกกับดิสก์เบรกหน้าขนาด 330 มม. ใส่คาลิเปอร์โมโนบล็อก Brembo M4.32 

ส่วนด้านหลังดิสก์เบรกขนาด 245 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดียว ต่อด้วยล้ออลูมิเนียมฟอร์จดีไซน์ 5 ก้านรูปทรงตัว Y และรัดยางสายฟ้าสัญชาติอิตาลีอย่าง Pirelli Diablo Rosso IV ขนาด 120/70 และ 160/60 

Hypermotard 698 Mono
คาลิเปอร์ Brembo M4.32 รัดด้วยยาง Pirelli Diablo Rosso IV

สำหรับระบบเทคโนโลยีที่มีมาให้ซึ่งนอกจากหน้าจอดิจิทัล LCD ระบบไฟ LED ที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ยังมีระบบอื่น ๆ มากมายทั้งระบบ IMU 6 แกนของ Bosch ระบบ Cornering ABS (ปรับได้ 4 ระดับ) ระบบเอ็นจิ้นเบรก
ระบบป้องกันล้อหน้าลอย (ปรับได้ 4 ระดับ) ระบบแทร็คชันคอนโทรล ระบบช่วยออกตัว โหมดการขับขี่ 4 โหมด (Spot, Road, Urban, Wet) และควิกชิฟเตอร์ (ติดตั้งมาให้เฉพาะรุ่น RVE สำหรับรุ่น 698 Mono ต้องซื้อเพิ่ม) 

และราคาเปิดจำหน่ายของโมเดลรุ่นนี้ มีให้เลือกถึง 2 รุ่นได้แก่รุ่น 698 Mono กับสี Ducati Red เปิดราคาที่ 449,000 บาท และรุ่น 698 Mono RVE ที่มาพร้อมสีสันลวดลายแบบใหม่ และติดตั้งควิกชิฟเตอร์มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานกับราคาเปิดตัวที่ 499,000 บาท โดยสามารถเข้าไปชมตัวจริง หรือลองขับขี่ได้ที่ศูนย์บริการและตัวแทนจำหน่าย Ducati ทั่วประเทศ 

อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่

รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

- Advertisement -
Joe Superbike
Joe Superbikehttp://www.superbikemag.com
นักเขียน "หัวใจสีเขียว" ที่ชื่นชอบรถมอเตอร์ไซค์คลาสสิกเป็นชีวิตจิตใจ และมาโลดแล่นในวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก

Related Articles

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่