SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าว MotoGP อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
Marquez-กำลังจะคัมแบค

Marquez กำลังจะคัมแบค หลังโผล่ซ้อมที่บาร์เซโลนา ล่าสุด Marc Marquez กำลังจะคัมแบค หลังจากนักแข่งชาวสเปนผู้นี้ได้ลงสนามขี่รถโปรดักชันตัวพันสุดแรงของ Honda อย่าง RC213V-S ที่เป็นเหมือนร่างจำแลงมาจากรถแข่ง MotoGP โดยไปซ้อมกันที่สนา ม Circuit de Catalunya ในเมือง Montmelo นับเป็นครั้งแรกเลยที่เจ้าหนูได้กลับมาขี่รถขนาดใหญ่อีกครั้ง หลังจากที่ต้องถอนตัวไปจากการแข่งขันในรอบ Andalusian ที่ Jerez ซึ่งในตอนนี้เขากำลังอยู่ในช่วงเร่งรีบฟื้นฟูตัวเองให้หายดีเพื่อกลับไปแข่งขันอีก โดยเจ้าหนูมดแดงได้ลงซ้อมกับ Honda RC213V-S ที่ผ่านการปรับแต่งให้พร้อมลงสนามแล้ว ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นรถที่ใกล้เคียงกับรถแข่ง MotoGP หรือ RC213V มากที่สุดแล้ว เป็นเสมือนสัญญาณอันดีว่า Marc มีอาการหลังผ่าตัดดีขึ้นมาก จนใกล้จะหายดี และพร้อมจะกลับมาลงสนามอีกครั้งแล้ว  งานนี้แฟนๆ เจ้าหนูน่าจะดีใจที่ขวัญใจของตัวเองกำลังจะกลับมาแข่งแล้ว ส่วนจะคัมแบคได้เมื่อไหร่ จะมีโอกาสแย่งแชมป์มาจาก Joan Mir ได้หรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไปครับผม อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW M 1000 RR

BMW M 1000 RR กลายเป็นเซฟตี้ไบค์คันแรกในศึก MotoGP BMW M 1000 RR จะได้เป็นเซฟตี้ไบค์ หนึ่งในขบวนรถเซฟตี้คาร์นั้นจะออกมานำนักแข่งในช่วงวอร์มอัพแล็ปตอนเริ่มต้นเรซ หรือออกมาเพื่อที่จะให้รถแข่งนั้นลดความเร็วหากมีการตีธงเหลืองขึ้น  มันอยากที่จะเชื่อครับ แต่ว่าเรซแรกของ MotoGP ฤดูกาล 2021 กำลังจะเริ่มต้นในปลายเดือนมีนาคมนี้ โดยจะเริ่มกันที่รายการ Grand Prix of Qatar ที่สนาม Losail International Circuit ประเทศกาตาร์ และถ้าหากคุณเป็นแฟนๆ การแข่งขันรถต่างๆ แล้วล่ะก็คุณก็จะสังเกตเห็นว่ามีการใช้รถเซฟตี้คาร์ในแทบจะทุกการแข่งขัน และปีนี้ก็จะมี BMW M 1000 RR เป็นหนึ่งในนั้นด้วย และในปีนี้ BMW ได้ทำการเปิดตัวขบวนเซฟตี้คาร์ในการแข่งขัน MotoGP แล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งค่ายรถจากเมืองบาวาเรียนั้นได้ทำการซับพอร์ตรถเซฟตี้คาร์ให้กับการแข่งขัน MotoGP มาตั้งแต่ปี 1999 แล้ว แต่ในปีนี้มันกับพิเศษแตกต่างกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา  โดยในปีนี้นอกจากจะมีเซฟตี้คาร์ 3 คัน อันได้แก่ M3, M4 และ M5 CS ยังมี M 1000 RR เป็นเซฟตี้ไบค์ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ ซึ่งเจ้านี่ยังนับเป็นมอเตอร์ไบค์คันแรกที่ได้รหัส M ซึ่งสื่อถึงมอเตอร์สปอร์ตอีกด้วย และรถคันนี้ในเวอร์ชันรถแข่งก็จะลงแข่งขันในศึก WSBK 2021 นี้ด้วย   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ชม YZR-M1 สีพิเศษ

ชม YZR-M1 สีพิเศษ ฉลองครบรอบ 60 ปีการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ เมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา Yamaha Motor ได้ทำการเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีกับการแข่งขันในระดับกรังด์ปรีซ์ด้วยการโชว์ให้เห็น YZR-M1 ในลวดลายพิเศษสีขาวตัดด้วยแถมสีแดงสุดคลาสสิคของทางค่าย  Cal Crutchlow อดีตนักแข่ง MotoGP ที่ต้อนนี้ได้ผันตัวมาเป็นนักทดสอบรถให้กับทาง Yamaha Factory Racing MotoGP แล้วได้ไปยังสนาม Losail International Circuit พร้อมกับเจ้ารถแข่ง MotoGP ในลวดลายพิเศษฉลองครบรอบ 60 ปีที่ทางค่ายได้เข้าร่วมการแข่งขันในระดับกรังด์ปรีซ์ ซึ่งเป็นรายการระดับสูงสุดนั่นเอง  โดยลวดลายสีขาวและแดงอันเป็นเอกลักษณ์ที่เลือกมาใช้นี้ก็เพื่อเป็นการระลึกถึงเรซแรกที่ยามาฮ่าได้เข้าร่วมการแข่งขันซึ่งก็ใช้รถแข่งเบอร์ 35 เช่นเดียวกับที่เห็นในตัวรถนั่นเอง นอกจากนี้ยังเป็นการให้เกียรติกับนักแข่งของยามาฮ่าทุกคนทั้งในอดีตเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันอีกด้วย  โดยเส้นทางการแข่งขันของยามาฮ่านั้นเริ่มต้นในปี 1961 ตอนที่ทีมยามาฮ่านั้นมีนักแข่งทั้งหมด 5 คน ซึ่งรวมถึง Fumio Ito และ Taneharu Nogushi ได้บินไปยุโรปด้วยกันพร้อมๆ กับรถแข่งสองสูบเรียงขนาด 250 ซีซี RD48 และ RA41 รถแข่งสูบเดียวขนาด 125 ซีซีเพื่อร่วมในการแข่งขัน World GP เป็นครั้งแรก โดยการแข่งขันเรซแรกของทางค่ายนั้นเริ่มต้นในศึก French GP เป็นสนามที่ 3 ในฤดูกาลนั้น นอกจากรถลวดลายพิเศษนี้แล้ว เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ Yamaha จะทำการจัดกิจกรรมต่างๆ อีกมากมายตลอดทั้งฤดูกาลนี้อีกด้วยครับ รอชมกันได้เลย  ส่วนสาวกก็ต้องมารอลุ้นกันว่าลายกราฟิกนี้จะถ่ายทอดมายังรถโปรดักชันมาให้คนธรรมดาอย่างเราๆ ได้เป็นเจ้าของด้วยหรือไม่ ผมเชื่อว่าสายคลาสสิคน่าจะชอบใจลวดลายนี้ไม่มากก็น้อยครับ อ่านบทความ Yamaha อื่นๆ คลิกที่นี่  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปิดตัวทีมแข่ง Monster Energy Yamaha MotoGP 2021 

เปิดตัวทีมแข่ง Monster Energy Yamaha MotoGP 2021  ได้ฤกษ์สักทีกับการที่ยามาฮ่า เปิดตัวทีมแข่ง Monster Energy Yamaha MotoGP 2021 ซึ่งแน่นอนว่าก็ต้องมาพร้อมกับรถในเฉดสีใหม่และแนะนำนักแข่ง โดยการเปิดตัวครั้งนี้เป็นไปในรูปแบบของออนไลน์โลกเสมือน เพราะปัญหาเรื่องโควิดยังไม่จางหายไป  โดยในปี 2021 นี้เป็นปีที่ยามาฮ่าครบรอบ 60 ปีในการเข้าร่วมการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ระดับกรังด์ปรีซ์ ดังนั้นเพื่อที่จะเริ่มต้นปีแห่งความทรงจำที่ดีนี้ทางค่ายจึงได้ทำการแนะนำนักแข่งของทีมประจำปีนี้ด้วย ซึ่งก็ได้แก่ Maverick Viñales และ and Fabio Quartararo  แฟนๆ ของค่ายส้อมเสียงน่าจะได้เห็นฝีไม้ลายมือของ Viñales ในฤดูกาลที่ผ่านๆ มาตั้งแต่ปี 2017 และก็น่าจะพอรู้กันว่าปีที่แล้วไม่ใช่ปีที่ดีของเขาเลย ถึงแม้ว่าเขาจะเริ่มต้นฤดูกาลได้ดีก็ตาม แต่เขาก็จบฤดูกาลได้เพียงแต่ลำดับที่ 6 เท่านั้น ซึ่งในปีนี้เราก็หวังว่าจะจบอันดับได้ดีกว่านี้  ขณะเดียวกันใครที่ติดตามการแข่งขัน MotoGP มาตลอดก็น่าจะจดจำเจ้าหนู Fabio Quartararo ได้เป็นอย่างดี โดยเขาเพิ่งจะเซ็นสัญญากับทาง Monster Energy Yamaha เมื่อต้นปีที่แล้ว แต่เขาก็ยังคงแข่งให้กับทีมอิสระของทาง Yamaha ตลอดปี 2020 ซึ่งเขาสามารถจบที่อันดับ 8 ในตารางคะแนนรวมได้ แม้ว่าเขาจะใช้รถ YZR-M1 สเปกเดียวกับทีมโรงงานก็ตาม  โดยในช่วงเดือนธันวาคมปี 2020 นั้นนักแข่งหนุ่มรายนี้ถือว่าโชคไม่ดีนัก เพราะดันติดเชื้อโควิดเข้า ซึ่งทำให้เขาต้องงดฝึกซ้อมไประยะนึง และจากการโพสต์ผ่านทาง Instagram ของเขาก็ทำให้เรารู้ได้ว่าเขาได้กลับมาเริ่มต้นออกกำลังกายได้ตามปกติแล้ว  ย้อนกลับไปตอนที่เจ้าหนูรายนี้ได้เซ็นสัญญากับทางทีมโรงงานนั้น เป็นช่วงเวลาที่ยังไม่ชัดเจนว่านักแข่งผู้จงรักภักดีกับยามาฮ่าอย่าง Valentino Rossi จะลงแข่ง MotoGP หลังจากปี 2020 อย่างไร ถ้าเขาเลือกที่จะแข่งต่อ ทางยามาฮ่าก็ให้สัญญาว่าทางค่ายจะเตรียมรถสเปกโรงงานไว้ให้แข่งในฤดูกาลหน้า แม้ว่าเขาจะย้ายไปยังทีมอิสระกับทาง Petronas ก็ตาม หรือหากยังอยู่ต่อเขาและ Quartararo จะต้องสลับกันลงแข่งในฤดูกาลใหม่นี้ แต่เมื่อผลออกมาก็อย่างที่เรารู้กันว่าพ่อหมอได้เลือกไปอยู่กับทีมอิสระแล้วนั่นเอง  สุดท้ายนี้ไม่มีทีมแข่งใดที่จะสมบูรณ์ไปได้หากขาดนักทดสอบมือฉมังไป แน่นอนว่าในปีนี้นักทดสอบของทีมก็คือ Cal Crutchlow โดยเขาจะเป็นคนแรกที่ได้ลองทดสอบ  YZR-M1 โมเดลใหม่ก่อนใคร โดยจะเริ่มต้นในช่วงต้นเดือนมีนาคม ที่ Losail International Circuit ในกาตาร์ อ่านบทความ Yamaha อื่นๆ คลิกที่นี่  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati Lenovo Team

Ducati Lenovo Team เปิดตัวทีมแข่ง ใหม่ทั้งรถ ทั้งนักแข่ง ล่าสุดทาง Ducati ก็ได้จัดงานเปิดตัวทีมแข่ง MotoGP ประจำปี 2021 ภายใต้ชื่อทีมอย่างเป็นทางการว่า 2021 Ducati Lenovo Team โดยเป็นการจัดงานออนไลน์และถ่ายทอดสดผ่านเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ต่างๆ ของทางค่ายเอง ทั้งทาง YouTube และ Facebook  โดยมี Claudio Domenicali ซีอีโอของดูคาติมอเตอร์โฮลดิงก์ เป็นคนเปิดผ้าคลุม Desmosedici GP รถแข่งโฉมใหม่ของทีม โดยจะมี Jack Miller นักแข่งชาวออสเตรเลียวัย 26 ปี และ Francesco Pecco Bagnaia นักแข่งวัย 24 ปีชาวอิตาลี ซึ่งทั้งคู่ล้วนแล้วแต่มาเป็นนักแข่งให้กับทีมโรงงานเป็นครั้งแรกในศึก MotoGP World Championship แม้ว่าฤดูกาล 2020 จะเป็นฤดูกาลที่แปลกและแตกต่างไปจากปกติ แต่ทีมดูคาติก็ทำผลงานได้ดี และทำให้ได้แชมป์ประเภททีมผู้ผลิตไป และปีนี้ก็ตั้งเป้าว่าจะป้องกันแชมป์นี้ไว้ให้ได้  โดยในปีนี้ Desmosedici GP รถแข่งของทางทีมโรงงานมาในธีมแดงล้วน ซึ่งปกติมักจะมีสีอื่นที่มาจากสปอนเซอร์มาปน แต่ครั้งนี้เป็นดูคาติเรดทั้งคัน ซึ่งก็สวยงามไม่เบา  เหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือนแล้วที่การเทสต์จะกลับมาอีกครั้งที่กาตาร์ในวันที่ 5 มีนาคมนี้ และในวันนั้นเองรุกกี้และเทสต์ไรเดอร์ทั้งหลายจะได้ลงแทร็กสลัดคราบสนิมที่ยังคงติดค้างจากการไม่ได้ลงสนามเป็นเวลานาน โดยทางค่ายจะมี Michele Pirro เป็นนักทดสอบ ส่วน Miller และ Bagnaia จะลงแทร็กในวันที่ 6 – 7 มีนาคม และหากปีนี้ไม่มีปัญหาอะไรการแข่งขัน MotoGP จะระเบิดขึ้นอีกครั้งในเดือนมีนาคมนี้นี่เองครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda Racing คอนเฟิร์ม Taka Nakagami ลุยต่อโมโตจีพี 2021

Honda Racing Corporation หรือ HRC ประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการ หลังบรรลุข้อตกลงการขยายสัญญากับยอดนักบิดเลือดซามูไร ทาคาอากิ นาคากามิ จะได้ร่วมทัพทีมแข่ง แอลซีอาร์ ฮอนด้า อิเดมิตสึ ทีม ออกไปอีกอย่างน้อย 1 ปี เพื่อลุยศึกดวลความเร็ว โมโตจีพี ต่อเนื่องในปี 2021 นาคากามิ กล่าวว่า “ผมมีความสุขเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมแข่งฮอนด้า ภายใต้สังกัด แอลซีอาร์ ฮอนด้า อิเดมิตสึ ทีม ต่อไปในปี 2021 และหลังจากนั้น ซึ่งผมรู้สึกยินดีมากและต้องขอขอบคุณฮอนด้า สำหรับการสนับสนุนต่างๆ ที่ทำให้ผมสามารถแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ในฤดูกาลนี้” “ผมจะพยายามทำผลงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไปกับการแข่งขันที่เหลืออยู่ และจะต้องยกระดับผลงานให้คงที่ต่อเนื่องถึงปีหน้า เพื่อเป้าหมายที่สูงขึ้นกับทีมแข่งฮอนด้า ขอบคุณและหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนที่ดีอย่างต่อเนื่อง” นักบิดพลังปลาดิบ วัย 28 ปี กำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงในรุ่นพรีเมียร์คลาส ปัจจุบันรั้งอันดับที่ 5 บนตารางเวิลด์แชมเปียนชิพ จากสถิติอันยอดเยี่ยมจบเรซติดอันดับท็อปเท็นตลอดการแข่งขัน 10 สนามที่ผ่านมา รวมถึงผลงานพีคสุดเข้าใกล้พื้นที่บนโพเดียมในอันดับที่ 4 โดยในปี 2021 จะได้จับคู่กับ อเล็กซ์ มาร์เกซ ทีมเมทชาวสแปนิช ซึ่งจรดปากกาเซ็นสัญญาไปก่อนหน้าและกำลังทำผลงานกับสุดยอดรถแข่ง Honda RC213V ได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทย สามารถติดตามข่าวสารของยอดทีมแข่ง Honda HRC ในศึกเวิลด์กรังด์ปรีซ์รุ่นโมโตจีพี ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม fb.com/aphondaracingth   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Marc

Marc Marquez ดอดเข้าแพ็ดด็อก MotoGP คุยแผนปี 2021 นับเป็นเวลานานถึง 2 เดือนที่แชมป์โลก 8 สมัยอย่าง Marc Marquez ที่ห่างหายไปจากแพ็ดด็อกของการแข่งขัน MotoGP 2020 ได้มีโอกาสดอดกลับไปพูดคุยกับและอัพเดตสภาพร่างกายของเขาให้กับทาง Repsol Honda Team หลังจาก Marc ได้ทดสอบ PCR ตรวจหาเชื้อโควิด-19 เสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็อยากที่จะกลับไปยังแพ็ดด็อกของทาง HRC และพบปะกับทีมงานหลังจากห่างหายไปนาน เจ้าหนูกลับไปพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้าหลังจากได้พูดคุยกับทีมงานและได้ไปเห็น RC213V รถศึกคู่ใจของเขาอีกครั้ง ทั้งนี้ Marc ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างๆ ก่อนจะกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านเกิดที่ Cervera อีกครั้งว่า “มันดีมากๆ เลยที่ได้กลับไปยังแพ็ดด็อก MotoGP และได้เห็นทีมงานและ HRC อีกครั้ง แน่นอนว่าเราพูดคุยกันผ่านทางโทรศัพท์ตลอด แต่ผมก็คิดถึงพวกเขามากจริงๆ และมันดีมากๆ เลยที่ได้ไปเจอพวกเขา แน่นอนรถของผมด้วย! ผมเองก็อยากจะกลับไปขี่อีกครั้ง โดยเฉพาะหลังจากที่ได้คร่อมรถอีกครั้ง แต่ตอนนี้มันเป็นช่วงเวลาที่ต้องอดทนรอ มันเป็นเรื่องดีที่ได้มาที่นี่และพูดคุยกัน แต่ไม่ใช่แค่กับทีมเพียงอย่างเดียว ผมยังได้พูดคุยกับทาง Honda เนื่องจากเราได้เริ่มที่จะวางแพลนในปี 2021 ผมหวังว่าผมจะได้ลงแข่งในรอบโฮมเรซในช่วงสุดสัปดาห์ แต่ผมก็คงต้องไปสนุกกับการชมการแข่งผ่านทางทีวีแทน” งานนี้ใครเป็นสาวกของ Marc Marquez แชมป์โลก 8 สมัย ก็คงต้องส่งกำลังใจให้เจ้าหนูหายไวๆ จะได้กลับไปสร้างสีสัน สร้างผลงานในศึก MotoGP อีกครั้งภายในเร็วๆ นี้ครับ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Rossi กับหมวก AGV

Rossi กับหมวก AGV Pista GP RR 2020 ลายใหม่สุดปั่น ล่าสุดในการแข่งขัน MotoGP ที่ Misano ซึ่งเพิ่งจะผ่านไปไม่นาน หลายๆ คนที่เป็นแฟนๆ ของพ่อหมอ Rossi น่าจะได้เห็นหมวกกันน็อก AGV Pista GP RR ลายใหม่ของเขากันแล้ว แน่นอนว่าลายมันทั้งปั่นทั้งกวนดีจริงๆ ว่ามั้ยล่ะครับ โดย The Doctor ได้เผยให้เห็นหมวกกันน็อกลายใหม่ให้เห็นประจำเวลาที่การแข่งขัน MotoGP วนมาจัดที่สนามเหย้าบ้านเกินของพ่อหมอที่สนาม Misano World Circuit Marco Simoncelli เมือง San Marino ประเทศอิตาลี ซึ่งมีดีไซน์มาในโทนสีสันสดใสตามสไตล์ของพ่อหมอ Rossi กับหมวก AGV ของเขาก็จะเป็นที่จับตามองทุกปีครับ แต่ที่ปั่นสุดกวนสุดก็จะเป็นรูปของยาเม็ดสีฟ้าที่ด้านบนหมวกในรูปทรงที่ดูคุ้นตาพร้อมกับตัวเม็ดยาปั๊มตราว่า VR46 ซึ่งก็เป็นการบ่งบอกถึงตัวเขาเอง และที่ท้ายหมวกยังมีแผงของยาที่ว่าพร้อมกับเม็ดยาที่หายไปหนึ่งเม็ด ซึ่งหลายคนน่าจะรู้จักกันดีว่ายาเม็ดสีฟ้า แผงนึงมี 4 เม็ดจัดวางในรูปแบบดังกล่าวมันคือยาไวอากร้าชัดๆ (ผมไม่เคยกินนะเออ ผมกินถั่งเช่า เอ้ย ผมยังแข็งดีอยู่ ฮา) เหมือนจะสื่อว่าพ่อหมอโด๊ปยาสูตรพิเศษของแกเข้าไปแล้วนะ สนามนี้รับรองจี๊ดจ๊าดแน่นอน จ๊วดๆ นอกจากนี้ตัวหมวกยังมีรายละเอียดอีกหลายอย่างเช่นข้อความภาษาอิตาลี “LA DOPPIA di Misano 46mg” ที่น่าจะตีความได้ว่าแรงสองเท่าเวลาแข่งที่มิซาโน่ ด้วยตัวยา 46 มิลลิกรัมของพ่อหมอ มีข้อความ “Da consumarsi preferibilmente entro il 20.09.2020” ประมาณว่าควรบริโภคก่อนวันที่ 20 กันยายนปีนี้อีก และยังมีโค้ดเหมือนเลขล็อตผลิต “Lotto n° MWC0000046” ถ้าแอดมินตีความไม่ผิดน่าจะสื่อถึงชื่อสนาม Misano World Circuit Marco Simoncelli และ 46 คือกิมมิคเป็นเบอร์ของเขานั่น แน่นอนว่าสาวกพ่อหมอก็คงจะอยากได้หมวกกันน็อกลายสุดปั่นนี้อย่างแน่นอน ผมเองก็เห็นผ่านโซเชียลแวบๆ ว่าจะขายในปีหน้าแต่จะไม่มีโลโก้ Monster Energy เพราะน่าจะติดปัญหาเรื่องเครื่องหมายการค้า งานนี้ใครชอบใครถูกใจก็ควรจะจัดสักใบนะครับพี่น้อง อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Yamaha คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

รถแข่ง KTM

รถแข่ง KTM ใน MotoGP ทำไมถึงได้ใช้ช่วงล่างต่างจากค่ายอื่น นับตั้งแต่เข้าร่วมแข่งขันในศึก MotoGP ค่ายรถสีส้มสัญชาติออสเตรียอย่าง KTM ก็มักจะถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการเลือกใช้งานชิ้นส่วนทางเทคนิคอยู่เสมอ เพราะเลือกใช้สิ่งที่ต่างออกไปจากค่ายรถอื่นๆ โดยเฉพาะในเรื่องของแชสซีและระบบกันสะเทือน คำตอบสั้นๆ คือเขายึดมั่นในหลักปรัชญาของแบรนด์ที่เป็นจุดกำเนิดของรถมอเตอร์ไซค์ทุกคันในค่าย ไม่ว่าจะเป็นรถโปรดักชั่นหรือรถแข่ง โดยเขาเลือกใช้แต่เฟรมเหล็กกล้าและระบบกันสะเทือนจากทาง WP ซึ่งเป็นแบรนด์ของพวกเขาเสมอ   แล้วคำอธิบายยาวๆ ล่ะ ก็อ่านกันต่อด้านล่างได้เลยครับ คนที่ใส่ใจในมอเตอร์สปอร์ตจะจำได้ว่า KTM นั้นเข้าแข่งขันในศึกชิงแชมป์โลกมาตั้งแต่ต้นยุค 2000 แล้ว โดยมีรถแข่งในพิกัด 125 ซีซีและ 250 ซีซีแบบ 2 จังหวะ โดยรถ 125 ซีซีนั้นเคยมี Marc Marquez ควบลงแข่งให้ด้วย ในขณะที่พิกัด 2 สูบ 250 ซีซีนั้น เป็น Mika Kallio ที่การแข่งขันในปี 2008 ด้วยอันดับที่ 3 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ Marco Simoncelli คว้าแชมป์ด้วยรถ Gilera/Aprilia ย้อนกลับไปตอนนั้นรถแข่งทั้ง 2 พิกัดใช้เฟรมอะลูมิเนียมอัลลอยเหมือนคันอื่นๆ ที่ลงแข่งในรุ่นเดียวกัน ซึ่งจริงๆ แล้วพวกมันไม่ใช่รถ KTM แท้ๆ เพราะมันถูกผลิตและพัฒนาโดย Harald Bartol ที่เคยทำงานให้กับ Yamaha และ Gilera ด้วย และเมื่อมีการแข่งขันด้วยรถ 4 จังหวะในศึงชิงแชมป์โลกในรุ่นที่รองลงมาด้วย KTM ก็ตัดสินใจว่าตั้งแต่ปี 2012 พวกเขาจะลงแข่งด้วยรถที่สร้างจากทีมงานภายใน KTM เอง โดยมี Pit Beirer อดีตนักแข่ง MX มาช่วยวางโครงสร้างให้ และที่คุณเห็นว่ารถแข่ง Moto2 ที่เป็นแบรนด์ KTM นั้นใช้เฟรมอลูมิเนียมนั้นก็มีเหตุเป็นเพราะว่าเฟรมที่ใช้เป็นของ Kalex และ KTM ตัดสินใจที่จะไม่ผลิตเฟรมให้กับรถแข่งในรุ่นนี้ ซึ่งในจุดนี้ก็เป็นที่วิจารณ์กันในแง่ลบอย่างมาก ตอนที่ KTM มีทีมโรงงานเข้าแข่งขันในคลาสรองแบบนี้ จากการที่ KTM พัฒนารถของตัวเองในแบบที่ซับซ้อน และไม่ยอมรับโอกาสที่จะได้แข่งกับคู่แข่งด้วยรถที่มีอุปกรณ์ที่ทัดเทียมกัน แต่เรื่องนี้มีคำอธิบายเพราะในส่วนของเฟรมนั้น เฟรมแบบเหล็กกล้านั้นง่ายต่อการทำงานด้วยมากกว่า และสองฤดูกาลล่าสุด KTM ก็ได้จ้างช่างเทคนิคจาก Ohlins มาหลายคน และมาช่วยพัฒนาโช้คและระบบกันสะบัดของพวกเขา จนเข้าใจว่าระบบกันสะเทือนที่ดีนั้นต้องเป็นอย่างไร ทำงานอย่างไร ปีนี้ KTM ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาค้นพบสูตรการเซ็ตรถที่ดีเพียงพอที่จะทำให้พวกเขาคว้าชัยชนะมาได้ถึง 2 ครั้งจากการแข่งขันที่ Brno และออสเตรีย จากฝีมือของสองนักแข่งหนุ่มที่หลายๆ คนคิดว่าพวกเขายังไม่พร้อมจะขึ้นมายืนบนแถวหน้าของโพเดียม สรุปว่าการเลือกใช้ช่วงล่างและระบบกันสะเทือนที่ต่างไปจากค่ายอื่นทำให้ รถแข่ง KTM คว้าชัยในศึก MotoGP มาได้อย่างนั้นหรือ? คำตอบก็น่าจะออกมาว่า ไม่ แต่ทำไมล่ะ? ก่อนอื่นต้องบอกให้ชัดเจนเลยว่าการที่จะชนะในศึก MotoGP ในยุคปัจจุบันนี้ชิ้นส่วนทุกอย่างในตัวรถจะต้องทำงานด้วยกันได้อย่างกลมกลืนทุกภาคส่วน ไม่ใช่ว่าทุ่มทุนไปแล้วจะได้อะไรที่เจ๋งออกมาง่ายๆ มันอาจจะทำให้รถไม่บาลานซ์หรือไม่สมดุลก็ได้ โดยเฉพาะกับยาง Michelin ที่อ่อนไหวมากๆ ด้วย หากว่าสามารถหาสูตรเซ็ตรถพื้นฐานที่ดีได้ และเริ่มต้นโชว์สมรรถนะของรถได้ดีตั้งแต่วันซ้อมในวันศุกร์ช่วงเช้าได้ เวลาส่วนใหญ่ที่เหลือก็สามารถที่จะเอาไปใส่ใจในเรื่องของยางได้มาก เป็นต้นว่าจะเลือกยางตัวไหนดี ต้องทำยังไงให้ยางมันทำหน้าที่ของมันได้ดี มาถึงจุดนี้การเลือกระบบกันสะเทือนหรือเลือกว่าจะใช้เฟรมที่ทำจากอะไรก็จะมีความสำคัญน้อยลงไป เว้นแต่ว่าจะมีผลต่อการปรับจูนรถ ตอนนี้เองก็ดูเหมือนว่า KTM จะจัดการปัญหาเรื่องระบบกันสะเทือนของพวกเขาได้แล้ว ในอนาคต Honda เองอาจจะตัดสินใจทิ้ง Showa ไป แต่ KTM ยังคงเลือกที่จะใช้ WP ต่อไปแน่ เพราะมันกินเวลาหลายฤดูกาลอย่างแน่นอนกว่าที่จะลงตัว และไม่ใช่ว่าค่ายรถทุกค่ายจะสามารถจ่ายเงินพัฒนาใหม่ไหวและอาจจะทนรอให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีไม่ไหวอีกด้วย   ข้อดีข้อเสียของเฟรมเหล็กกล้า   ในกรณีของเฟรมนั้นมันค่อนข้างจะซับซ้อน แชสซีของรถแข่งนั้นออกแบบมาให้แข็งแรงและแม่นยำ ซึ่งในแง่นี้เฟรมเหล็กกล้าต่างจากอลูมิเนียมอัลลอยอย่างมาก เหล็กกล้านั้นมีค่าโมดูลัสยืดหยุ่นมากกว่าอลูมิเนียมถึงเกือบ 3 เท่า (แม้จะหนักกว่า แต่แข็งแรงกว่ามาก) ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเฟรมเหล็กกล้าจึงมีลักษณะเล็กกว่าเฟรมอลิเนียมอยู่มาก ขณะที่ความแข็งแรงเชิงโครงสร้างนั้นใกล้เคียงกัน แต่อย่างไรก็ดีเฟรมทั้งสองรูปแบบนี้สามารถออกแบบและสร้างออกมาให้ได้ผลแบบเดียวกันได้ แต่ก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันออกไป เฟรมเหล็กหน้านั้นผลิตขึ้นง่ายกว่า ถูกกว่า ช่วยให้วิจัยและพัฒนาความแข็งแรงได้รวดเร็วกว่า เป็นต้นว่าเปลี่ยนความหนาของเหล็กกล้าก็มีผลลัพธ์ที่แตกต่างแล้ว ขณะที่เฟรมแบบอลูมิเนียมนั้นซับซ้อนกว่ามาก ยากต่อการผลิต ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ในการขึ้นรูป ขั้นตอนการเชื่อมมันติดเข้าด้วยกัน การพัฒนาจึงต้องทุ่มเทกำลังงานและเวลาไปมากกว่า แต่อย่างไรก็ตามด้วยการที่มันมีค่ามอดูลัสยืดหยุ่นที่น้อยกว่าเหล็ก ทำให้มันมีการคลาดเคลื่อนในเชิงโครงสร้างน้อยกว่ามาก จึงมีความแม่นยำสูงมากเฟรมอลูมิเนียมที่นำมาใช้ในทีมแข่งจึงใกล้เคียงกันมาก ทำให้ง่ายต่อการปรับเซ็ตรถในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่มีการแข่งขัน ปีที่แล้ว KTM มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของเฟรมไปขนานใหญ่ มีการดัดแปลงเฟรมที่ใช้ในรถโมโตครอสและมีการวางบีมเหล็กกล้าในลักษณะแนวทแยงมุม ซึ่งทดสอบแล้วว่าทำงานร่วมกันกับสวิงอาร์มคาร์บอนได้เป็นอย่างดี สามารถให้ความแข็งแรงที่เหมาะสมเพียงพอที่จะรีดสมรรถนะจากยาง Michelin ออกมาได้

Rossi เผย ความเป็นไปได้ของเขากับ MotoGP ในปี 2021

Rossi เผย ความเป็นไปได้ของเขากับ MotoGP ในปี 2021 MotoGP กำลังจะเริ่มต้นการแข่งขัน และเริ่มมีการทดสอบก่อนจะลงแข่งกันจริงๆ ในช่วงสุดสัปดาห์ เป็นสัญญาณตอบรับและแสดงถึงความพร้อมของแต่ละค่ายรถ หลังฤดูกาลการแข่งขันต้องเลื่อนไปหลายเดือนจากปกติอันมาจากโรคระบาด คีย์แมนคนสำคัญคนแรกอย่าง Marc Marquez ยังคงเป็นคนที่หวด Honda RC213V ได้ดีไม่ต่างไปจากปีก่อน และตอนนี้เขาจะกำลังไล่ตามสถิติของ Valentino Rossi (แชมป์โลก 9 สมัย) แต่ข่าวๆ ที่แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตทั่วทั้งโลกกำลังรอนั้นไม่ใช่ข่าวของเจ้าหนูระเบิด แต่เป็นฝ่ายหลังมากกว่า และล่าสุดเขาก็ยืนยันก่อนที่จะเริ่มการแข่งขันรอบเปิดฤดกาลที่ Jerez ประเทศสเปนว่าเขาจะลงแข่งต่อไปในปี 2021 ให้กับทางทีม Petronas Yamaha Sepang Racing และอาจจะในปี 2022 ด้วย การล็อคดาวน์เป็นระยะเวลายาวนานช่วยให้ Rossi สามารถที่จะเผชิญกับความกลัวที่เข้ามาพันแข้งพันขาแชมป์ทุกๆ คนในช่วงที่เวลาใกล้จะรีไทร์นั้นเข้ามาถึง พ่อหมอของพวกเรารู้ว่าการต่อสู้ในทุกๆ วันอาทิตย์กับนักแข่งรุ่นใหม่ๆ ที่มีอายุน้อยกว่าเขาครึ่งนึง (Fabio Quartararo นักแข่งวัย 20 ปีที่จะมาเสียบที่นั่งของ Rossi ในทีมโรงงานของ Yamaha ในปีหน้า) จะต้องใช้ความพยายามอย่างมหาศาล แต่ก็เป็นอีกครั้งนึงที่แชมป์โลก 9 สมัยเลือกที่จะทำตามหัวใจ โดย Rossi เผย ไว้ดังนี้ การล็อคดาวน์นั้นส่งผลต่อการตัดสินในการแข่งขันในปี 2021 ยังไงบ้าง? Valentino Rossi: การล็อคดาวน์เปลี่ยนแผนการของผมไป เพราะความคิดเดิมของผมคือจะลงแข่งไปอีก 4 – 5 เรซเพื่อดูว่าผมสามารถแข่งขันได้อย่างสูสีหรือไม่ แต่หลังจากนั้นผมก็ต้องตัดสินใจโดยที่ไม่มีโอกาสได้ลงแทร็ก ผมยังไม่ได้เซ็นสัญญา แต่ในใจของผมนั้นได้ตัดสินใจไปแล้วเรียบร้อย ผมอยากที่จะแข่งต่อไปอย่างน้อยอีก 1 ปี ตอนนี้ 99% แล้วที่ผมจะเริ่มต้นการแข่งขัน MotoGP 2021 กับทีม Petronas Yamaha อะไรคือจุดเปลี่ยนในการตัดสินใจในครั้งนี้? ตั้งแต่ที่ผมอายุได้ 15 ปี ผมก็ไม่เคยอยู่ติดบ้านเป็นเวลานานๆ เลย มันเป็นชีวิตผมมาตลอด ในทางนึงผมก็กังวลว่าผมควรจะอยู่บ้านและใช้ชีวิตแบบทั่วๆ ไปดีมั้ย ในช่วงล็อคดาวน์นี่เอง ผมได้มีเวลาที่จะคิดเกี่ยวกับอนาคตของผมและยังได้สำนึกถึงคุณค่าของการใช้ชีวิตประจำวันเหมือนคนทั่วๆ ไป พอจะรู้แล้วใช่มั้ยว่ามันเป็นไปได้ที่จะใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องแข่งรถ? ผมไม่ได้คิดถึงความกดดันจากการแข่งขัน แต่ผมคิดถึง Yamaha M1 ของผมรวมไปถึงการขี่รถมอเตอร์ไซค์ และในความเป็นจริงสิ่งแรกที่เราทำตอนที่ยกเลิกล็อคดาวน์คือการซ้อมใน Ranch ของผม แต่ผมก็ตระหนักได้ถึงสิ่งนึง ผมสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องมีความกดดันจากการแข่งขัน ช่วงที่กักตัวนั้นคุณเรียนรู้เรื่องอะไรมากที่สุด? ผมใช้เวลาในช่วงนั้นที่บ้านใน Tavullia กับแม่ของผม Stefania (ยอดกุ๊ด!) แฟนของผม และหมาอีก 2 ตัวของผม ในตอนแรกๆ มันค่อนข้างจะแปลกๆ เพราะเรามักจะคุ้นเคยกับอะดรีนาลีนจากการแข่งขัน และเราก็มักจะเตรียมตัวให้พร้อมที่จะแข่งขัน จากนั้นผมก็เริ่มที่จะสนุกไปกับมันมากขึ้นเรื่อยๆ ความจริงคือผมค่อนข้างจะรู้สึกดีที่ได้ทำหลายๆ อย่างกับทุกคนในครอบครัว รวมไปถึงการใช้ชีวิตบนเตียงในตอนเช้าด้วย ในการเซ็นสัญญานั้นมีอะไรขาดหายไป? ผมได้พูดคุยกับทาง Lin (Jarvis ผู้จัดการทั่วไปของ Yamaha) Razan Razlani และ Stiegefelt จากทาง Petronas ไปเยอะแล้วก็จริง แต่เราจำเป็นจะต้องกำหนดรายละเอียดสุดท้าย เกี่ยวกับเรื่องที่ว่าลูกทีมของผมจะต้องทำตามผม David (Munoz) หัวหน้าทีมช่างของผมจะมาด้วย แต่คนอื่นๆ จะต้องคอยดูกันต่อไป ความลับที่อยู่เบื้องหลังของ Valentino Rossi คืออะไร? ผมสนุกไปกับการขี่มอเตอร์ไซค์ ทันทีที่ล็อคดาวน์ถูกยกเลิก พวกเราก็ไปซ้อมกันที่ Ranch ของผม เราซ้อมกันเยอะมาก VR46 นั้นถูกจัดการคล้ายๆ กับสโมสรฟุตบอล ทุกๆ คนจะมีตำแหน่งของตัวเอง แต่พวกเราซ้อมด้วยกัน เราลงอแทร็กด้วยกัน และเรากินด้วยกัน ตอนนี้ผมจึงได้รู้ว่าผมมีความสุขกับการได้อยู่ที่บ้านมากแค่ไหน ผมสามารถแข่งต่อไปเรื่อยๆ ได้ แต่ต้องพึงระวังไว้ว่ามันจะต้องใช้ความพยายามทางกายอย่างหนักบรรยากาศในแพ็ดด็อกเป็นอย่างไรบ้าง?ผมไม่เคยใช้เวลานอกแพ็ดด็อกนานๆ มากนัก และการได้ขี่ M1 เป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ แพ็ดด็อกที่ผมประสบพบเจอนั้นแตกต่างจากที่เราจากไปนิดหน่อย เราต้องใส่แมสก์ระหว่างที่ประชุมกันและต้องระมัดระวัง เรื่องดีๆ เหรอ? แพ็ดด็อกนั้นเงียบมากๆ และผมสามารถเดินไปไหนมาไหนได้โดยไม่ต้องระวัง มันไม่เคยเกิดขึ้นกับผมเลยนับตั้งแต่ปี 1997 (Rossi หัวเลาะ) ในวันอาทิตย์มันจะกลายเป็นเรื่องแปลกที่ไม่มีบรรดาแฟนคลับ แต่มันเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ที่จะต้องกลับมาแข่งขันอีก และผมคิดว่านี่เป็นข่าวดีมากๆ สำหรับแฟนๆ กีฬาความรู้สึกแรกที่ได้สัมผัสรถ?เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ในที่สุดเราก็ได้กลับมาที่แทร็กอีกครั้งหลังจากห่างหายไป 5 เดือน ในตอนเช้าเรามีเพียงแค่ยางแบบซอฟต์เพียงอย่างเดียวเพื่อลองทำเวลา และผมก็จบในลำดับที่ 5 ส่วนในช่วงบ่ายเราต้องสู้กับอุณหภูมิแทร็กที่สูงมากๆ (57.7 องศา) เราจำเป็นจะต้องทำการบ้านเรื่องการเซ็ตรถและความเร็วในการแข่ง

เรือนไมล์รถแข่ง

เรือนไมล์รถแข่ง MotoGP บอกข้อมูลอะไรบ้าง? เรือนไมล์รถแข่ง คือบริเวณที่สำคัญมากจุดนึงทั้งสำหรับนักแข่งและวิศวกรหรือช่างเทคนิค ซึ่งจะเป็นส่วนที่บอกข้อมูลต่างๆ ของรถทุกอย่างที่พวกเขาจำเป็นต้องใช้ โดยจะขึ้นอยู่กับว่ารถนั้นอยู่ที่ไหน อยู่ในแทร็กหรืออยู่ในพิทเลน หน้าจอเรือนไมล์รถแข่ง จะสามารถแสดงผลข้อมูลต่างๆ ตามที่ผู้ใช้ต้องการได้ อย่างในรูปด้านบนคุณจะเห็นได้ว่ามีข้อมูลต่างๆ มากมาย อาทิเช่น ตำแหน่งของระบบกันสะเทือน อุณหภูมิน้ำมันเครื่อง และแรงดันเบรก ขณะที่รถกำลังวอร์มเครื่อง ช่างเทคนิคก็จะเช็คระบบต่างๆ รวมถึงอุณหภูมิต่างๆ ของรถเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างทำงานได้ดีอย่างที่มันควรจะเป็น ส่วนด้านซ้ายที่เป็นสีๆ นั้นจะเห็นได้ว่าเป็นการเซ็ตค่าของระบบต่างๆ อาทิ เอ็นจิ้นเบรกและแทร็คชั่นคอนโทรล โดยนักแข่งสามารถที่จะปรับเปลี่ยนโหมดต่างๆ โดยใช้ปุ่มที่แฮนด์ด้านซ้ายหรือด้านขวาแล้วแต่ว่าออกแบบติดตั้งไว้อย่างไร แต่ละคัน แต่ละคนอาจจะใช้ไม่เหมือนกันได้ เมื่อนักแข่งขับขี่อยู่ในสนาม ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ซ้อม ควอลิฟายหรือต้อนแข่งจริง หน้าจอเรือนไมล์นี้จะแสดงผลต่างออกไป ข้อมูลที่แสดงผลมักจะเป็นตำแหน่งเกียร์ วัดรอบ และตัวจับเวลาแล็ป ซึ่งจะถูกแสดงผลออกมาให้เห็นเด่นชัดมากกว่า ข้อมูลจำพวกแรงดันเบรกและอุณหภูมิของเครื่องยนต์จะมีความสำคัญน้อยลงเวลาที่ขับขี่ ดังนั้นข้อมูลที่แสดงออกมาจะถูกปรับแต่งให้แสดงเท่าที่นักแข่งต้องการและในสถานการณ์ที่จำเป็น สิ่งสุดท้ายที่ เรือนไมล์รถแข่ง ต่างออกไปจากรถทั่วไปคือ ทีมแข่งสามารถส่งข้อความถึงนักแข่งที่ควบรถคันดังกล่าวอยู่ได้ระหว่างที่นักแข่งขับขี่รถอยู่ โดยข้อมูลที่จะส่งเข้ามาก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการลงโทษที่อาจจะเกิดขึ้นเพราะการขับขี่ที่ผิดกติกา ระยะเวลาส่วนต่างของคันที่นำอยู่ด้านหน้าหรือคันที่อยู่ด้านหลัง หรือข้อมูลอื่นๆ ที่ทีมคิดว่าจำเป็น และนี่เป็นอีกวิธีที่ทีมแข่งจะสามารถติดต่อประสานการให้กับนักแข่งของตัวเองได้นอกเหนือไปจากการใช้พิทบอร์ด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

แม็กนีเซียม ไทเทเนียม คืออะไร วัสดุไม่หมูที่อยู่ในวงการระดับโลก

แม็กนีเซียม ไทเทเนียม คืออะไร วัสดุไม่หมูในวงการแข่งรถ การแข่งขันมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลกมักจะเป็นเสมือนเวทีสำหรับไว้โชว์ของหรือเทคโนโลยีเสมอ อย่างไรก็ตามการแข่งขันแต่ละรายการก็จะมีการจำกัดการใช้วัสดุบางอย่างเอาไว้ อย่างในคราวนี้เราจะพูดถึงการแข่งขัน MotoGP ซึ่งมีการใช้วัสดุหลากหลายและมีคุณสมบัติที่พิเศษกว่าวัสดุทั่วๆ ไป และในครั้งนี้เราจะยกตัวอย่างขึ้นมา 2 ชนิดด้วย คือ แม็กนีเซียม และไทเทเนียม แม็กนีเซียม คืออะไร เป็นโลหะที่รู้จักกันทั่วไป มีทั้งในชีวิตประจำวันและในธรรมชาติ เหมือนๆ กับอลูมิเนียม มันเป็นธาตุที่พบมากเป็นอันดับ 8 บนเปลือกโลก โดยปกติแล้วการที่เราจะพบแม็กนีเซียมในรูปของโลหะนั้นยากมาก ซึ่งเป็นสาเหตุว่าจะต้องมีการผ่านกระบวนการทางเคมี หลักๆ ก็คือวิธีอิเล็กโทรไลซิส เพื่อให้ได้เป็นโลหะออกมา เมื่อนำมาผสมเป็นโลหะอัลลอยหรือโลหะผสมแล้ว มันจะเหมาะกับการใช้ทำเป็นชิ้นส่วนที่ต้องการความแข็งแรงและความเบา ดังนั้นมันจึงเป็นที่นิยมในอุตสาหกรรมยานยนต์และอากาศยานมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 ด้วยคุณสมบัติที่มีความหนาแน่นน้อยกว่าอลูมิเนียม โดยมีความหนาแน่นแค่เพียง 1.73 กรัมต่อลบ.ซม. และจุดหลอมเหลวสูงถึง 650 องศา ต่ำที่สุดในบรรดานโลหะอัลคาไลน์เอิร์ธ ในการแข่งขันนั้นแม็กนีเซียมมักจะถูกนำไปใช้ทำชิ้นส่วนบางชิ้นของเครื่องยนต์ แต่ส่วนใหญ่แล้วเรามักจะเห็นได้ชัดมากที่สุดก็คือวงล้อ ความแตกต่างระหว่างน้ำหนักของล้อที่ผลิตมาจากอลูมิเนียมและแม็กนีเซียมนั้นต่างกันอย่างมาก โดยล้อแม็กนีเซียม 1 คู่จะหนักเพียง 7.4 กก. ซึ่งเป็นน้ำหนักประมาณครึ่งนึงของล้ออลูมิเนียมหล่อขึ้นรูป เพื่อให้ได้คุณสมบัติที่เหมาะสม มันจะต้องผสมเข้ากับธาตุอื่นๆ เช่น อลูมิเนียม ซิงค์ เซอร์โคเนียมและแมงกานีส เพราะแม็กนีเซียมเพียงอย่างเดียวนั้นขาดหลายๆ คุณสมบัติที่เราต้องการ ล้อจะถูกผลิตขึ้นโดยวิธีการฮ็อตฟอร์จ หรือตีแบบร้อน กระบวนการนี้ต้องใช้อุณหภูมิในช่วง 250 องศาถึง 450 องศาขึ้นอย่ากับรูปร่างและส่วนผสมของโลหะผสม แรงกดที่ใช้ในการฟอร์จจะอยู่ที่ราวๆ 600 ถึง 13,000 คันถ้าจำเป็น กระบวนการนี้จะดำเนินไปอย่างช้าๆ และต่อเนื่อง ซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง ซึ่งทำไปเพื่อป้องกันการแตกหักระหว่างการขึ้นรูปโลหะ ถึงแม้ว่าจะมีเครื่องจักรบางตัวจะสามารถดำเนินการให้เสร็จเร็วกว่านี้ได้ก็ตาม เมื่อฟอร์จขึ้นรูปเสร็จ พวกมันจะถูกนำมาเก็บงานครั้งสุดท้ายด้วยเครื่อง CNC และจากนั้นผ่านกระบวนการให้ความร้อนและกระบวนการทางเคมีต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้สมรรถนะที่ดีที่สุด นอกจากนี้แล้วแม็กนีเซียมไม่ใช่แค่จำเป็นต่อการรีดสมรรถนะในการแข่งขัน แต่ในร่างกายของคนเราเองก็ต้องการแม็กนีเซียมเช่นกัน เหมือนกันกับพืช โดยเราสามารถพบมันได้จากอาหารจำพวกถั่ว ธัญพืชและพืชมีฝักต่างๆ หรือยังไปพบว่ามันเป็นส่วนผสมในสิ่งที่ช่วยสร้างความตื่นตาตื่นใจของเราได้ อย่าง พลุหรือดอกไม้ไฟ หรือคุณอาจจะเคยใช้มันทามือเวลาปีนเขาหรือยกน้ำหนัก เพื่อป้องกันลื่นอีกด้วย และอีกหลายๆ อย่างในชีวิตเราครับ   ไทเทเนียม คืออะไร ไทเทเนียมนั้นเป็นโลหะที่ทุกคนนั้นจะรู้จักคุ้นเคยกัน เป็นธาตุที่พบบนเปลือกโลกมากที่สุดเป็นอันดับ 9 ซึ่ง Martin Heinrich Klaptroth ตั้งชื่อเรียกตามชื่อไททันในตำนานกรีก ซึ่งก็เหมือนกับธาตุอื่นๆ ไทเทเนียมนั้นไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติและจะต้องได้มาจากการถลุงเท่านั้น เนื่องจากมันจะถูกพบปนกับแร่ธาตุอื่นๆ เช่น แร่รูไทล์และแร่อิลเมไนต์ ที่น่าตลกคือธาตุที่สามารถนำมาใช้ในกระบวนการถลุงมันก็คือแม็กนีเซียม มันมีความหนาแน่นที่ 4.5 กรัมต่อลบ.ซม. ซึ่งทำให้มันเป็นโลหะเบาที่หนักที่สุด ความทนทานสูงของมัน ทำให้มันเป็นวัสดุในอุดมคติสำหรับอุตสาหรรมต่างๆ อาทิ อากาศยาน การผลิตยา และการทหาร เพราะมันดีกว่าเหล็กกล้าในหลายๆ ด้าน มันทนทานต่อการผุกร่อนและสึกหรอสูง และมีจุดหลอมเหลวสูงมาก 1668 องศา มันนำกระแสไฟฟ้าและความร้อนได้ค่อนข้างต่ำ อย่างไรก็ตามมันจะสูญเสียความแข็งแรงไปเล็กน้อยเวลาที่มันร้อนถึง 430 องศา ถึงแม้ว่าเราจะสามารถนำไทเทเนียมมาใช้เพียวๆ เลยก็ได้ แต่ในเชิงอุตสาหกรรมแล้ว มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะสร้างมันในแบบของโลหะผสม ซึ่งผสมกับโลหะอื่นๆ เช่น อลูมิเนียม วานาเดียม โมลิบดีนัม หรือแมงกานีส พาร์ทไทเทเนียมนั้นมีราคาแพงมากๆ ซึ่งเป็นผลจากความยากในการได้มาและกระบวนการผลิต มันจำเป็นต้องใช้กระบวนการผลิตที่มีความแม่นยำสูง ทั้งตอนเข้าพิมพ์ เชื่อม เพื่อที่จะป้องกันความเสียหายและการปนเปื้อน โลหะผสมไทเทเนียมบางชนิดมีความแข็งแรงสูงมาก ซึ่งเป็นสาเหตุว่าทำไมมันจึงเป็นวัสดุที่เหมาะกับการใช้ในการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์สำหรับการแข่งขัน อย่างไรก็ตามกติกาของการแข่งขัน MotoGP กำหนดไว้ว่าห้ามใช้มันในบางจุด เช่น เฟรม สวิงอาร์ม แกนล้อ และแฮนด์บาร์ รวมไปถึงชิ้นส่วนบางชิ้นของโช้คหลัง แต่ก็ยังมีหลายๆ ชิ้นส่วนที่สามารถใช้เป็นไทเทเนียมได้ เช่น สกรูและน็อตต่างๆ รวมไปถึงชิ้นส่วนที่ไม่ได้กล่าวถึงไปในตอนแรก นี่ยังร่วมไปถึงชิ้นส่วนต่างๆ ในระบบเบรก ท่อไอเสีย และชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ เช่น วาล์ว ในวงการอื่นๆ ก็มีการใช้ไทเทเนียมด้วยเช่นกัน เช่น ในทางการแพทย์ ในวงการทันตแพทย์ เป็นต้น ที่ล้ำสมัยที่สุดก็น่าจะเป็นยานอวกาศ SpaceX หรือในจรวด Falcon9 เป็นต้น ถึงแม้ว่าจะมีการจำกัดการใช้งานในการแข่งขัน MotoGP แต่การแข่งขันแล้วมันจำเป็นมากเลยล่ะครับ มันช่วยรีดสมรรถนะของรถให้ได้ออกมาได้มากขึ้น ด้วยน้ำหนักและความแข็งแรงของมัน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

สปูน

สปูน ที่ติดกับสวิงอาร์มรถแข่งมีไว้ทำไม? สปูน ที่ผมจะพูดถึงในคราวนี้ไม่ใช่ สปูนที่ติดด้านข้างสวิงอาร์มรถไว้สำหรับไว้ตั้งสแตนด์ยกล้อรถนะครับ คนละอย่างกันนะครับ อันนี้ผมเรียกทับศัพท์มาจากภาษาอังกฤษเลย บางคนอาจจะเรียกอย่างอื่นก็ได้ แต่ในทีนี้ขอเรียกแบบนี้ล่ะกันนะครับ เจ้าสปูนที่ว่าเริ่มมีใช้กันในการแข่งขัน MotoGP ตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว (2019) โดยเจ้าแรกที่คิดออกแบบขึ้นมาคือ Ducati มันเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในเรื่องของแอโรไดนามิกหรืออากาศพลศาสตร์ ซึ่งสำหรับการแข่งขันแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากๆ โดยทาง Ducati ประดิษฐ์ขึ้นมาโดยมีเป้าหมายว่าจะใช้ทำงานร่วมกันกับครอบล้อหน้าเพื่อช่วยให้อากาศไหลเวียนจากด้านหน้าไปยังด้านหลังได้อย่างลื่นไหล ซึ่งจะช่วยลดแรงฉุดที่จะเกิดขึ้นจากกระแสลมที่ปั่นป่วนนั่นเอง!   ด้วยรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ของมัน สปูนจึงสามารถที่จะบังคับทิศทางของอากาศที่อยู่ด้านบนตัวมันขึ้นไปเล็กน้อยและอากาศรอบๆ หน้าล้อหลัง ให้อากาศเหล่านี้เคลื่อนที่ผ่านบริเวณด้านหน้าของล้อหลังและลดกระแสอากาศที่ปั่นป่วนวุ่นวายบริเวณล้อหลังซึ่งจะเกิดขึ้นจากการหมุนของล้อหลัง ดังนั้นในส่วนนี้ สปูนจึงมีหน้าที่หลักๆ คือลดแรงฉุดและเพิ่มความเร็วสูงสุดของรถมอเตอร์ไซค์ อย่างไรก็ตามมันยังมีอะไรมากกว่าแค่เรื่องลดแรงฉุด ผลลัพธ์อีกอย่างนั้นมีการถกกันว่าช่วยในเรื่องของการลดอุณหภูมิของยางหลัง ซึ่งจะช่วยรวบรวมอากาศให้ไหลผ่านยางหลังขณะที่คุณเร่งความเร็ว ทำให้สามารถดึงอุณหภูมิออกจากหน้ายางหลังได้บางส่วน ยังมีแนวคิดว่าสปูนนี้ยังช่วยรักษาบาลานซ์ให้กับรถได้ด้วย เมื่อทำงานร่วมกับชุดแอโรไดนามิกด้านหน้าของตัวรถ แรงกดที่ถูกสร้างขึ้นโดยสปูนจะช่วยรักษาระดับของตัวรถไว้ ทำให้รถนิ่งมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังยอมให้ชิ้นส่วนแอโรไดนามิกด้านหน้าช่วยกดด้านหน้าลดลงเล็กน้อย เวลาที่ต้องการฟีลลิ่งจากด้านหน้าที่ชัดเจนมากขึ้นและตอนจะเข้าโค้ง การที่มีสปูนมาช่วยสร้างแรงกด มันจะมีประโยชน์มากๆ เวลาเบรกหนักๆ เพราะมันช่วยให้ยางหลังติดอยู่กับพื้น และนั่นช่วยให้นักแข่งใช้เบรกหลังได้! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

คลัตช์แห้ง-Dry-Clutch-in-MotoGP

คลัตช์แห้ง มันดียังไง ทำไมรถแข่ง MotoGP ทุกคันถึงใช้? พูดถึงเรื่องคลัตช์ (คลัทช์ คลัท ครัช สารพัดคำสะกด แต่ไบค์เกอร์ทุกคนล้วนเข้าใจตรงกัน) แรกเริ่มเดิมทีนั้น คลัตช์คือชิ้นส่วนนึงในรถมอเตอร์ไซค์ที่จะทำหน้าที่เป็นตัวควบคุมการต่อและตัดกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังชุดเกียร์ ซึ่งเป็นส่วนนึงที่ต้องเผชิญหน้ากับแรงเครียดสูงและจำเป็นต้องคอยดูแลรักษาอยู่เป็นประจำ สำหรับในการแข่งขัน MotoGP นั้น รถแข่งจากทุกทีม หรือทุกคันนั่นแหละ ล้วนแล้วแต่ใช้คลัตช์แห้งแทนที่คลัตช์เปียก แน่นอนว่ามันมีเหตุผลหลายข้อด้วยกันว่าทำไม ที่เรียกกันว่า คลัตช์แห้ง เพราะคลัตช์แบบนี้ไม่ได้แช่อยู่ในน้ำมันเครื่อง (ซึ่งคลัตช์เปียกแช่อยู่ในน้ำมัน) การที่คลัตช์แห้งมันไม่แช่อยู่ในน้ำมันนี้ ทำให้มันไม่มีแรงต้านที่เกิดจากน้ำมัน ซึ่งหมายความว่าเครื่องยนต์จะถ่ายทอดแรงม้ามาสู่ระบบเกียร์ได้มากขึ้น (เพราะสูญเสียแรงน้อยลงจากการไม่มีแรงต้านจากคลัตช์) นอกจากนี้น้ำมันเครื่องก็จะสะอาดได้ยาวนานกว่า เพราะไม่มีเศษวัสดุที่เกิดจากการสึกหรอของแผ่นคลัตช์เข้ามาปนเปื้อนนั่นเอง อย่างไรก็ตาม คลัตช์แห้ง มันก็มีข้อเสียจากการที่มันไม่แช่อยู่ในน้ำมัน เพราะน้ำมันนั้นทำหน้าที่เป็นของเหลวระบายความร้อนให้ชุดคลัตช์ ดังนั้นคลัตช์จะร้อนมากๆ ทำให้คลัตช์นั้นสึกหรอไวขึ้น และเมื่อไม่มีคลัตช์มาเป็นตัวหน่วง ฟีลลิ่งระหว่างการจับของคลัตช์ก็จะต่างออกไป จะรู้สึกได้ว่ามันจับมากกว่าปกติ ทำให้มันค่อนข้างจะใช้งานให้พอดีได้ยาก และถึงแม้คลัตช์จะสำคัญมากแค่ไหน แต่ในการแข่งนั้นคลัตช์จะถูกใช้แค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น คือตอนออกสตาร์ทจากกริดสตาร์ทเท่านั้นครับ!! นักแข่ง MotoGP จะไม่ใช้คลัตช์ในการเข้าเกียร์ทั้งขึ้นและลง แต่จะพึ่งพาการทำงานจากควิกชิฟเตอร์และการบลิพคันเร่งแทน ดังนั้นปัญหาเรื่องหมดไว การสกปรกของระบบคลัตช์ ก็จะไม่ค่อยเป็นประเด็นในรถแข่ง MotoGP ครับ แต่ถ้าเป็นรถใช้งานทั่วไปจะกลายเป็นอีกเรื่องครับผม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

Satu Hati

Satu Hati คำนี้ที่อยู่บนรถแข่ง Honda หมายความว่าอะไร? คำว่า Satu Hati ที่ติดอยู่ด้านข้างรถแข่งของทีม Repsol Honda Team ซึ่งมีตั้งแต่ปี 2010 นั้นมีความหมายว่าอะไร มีใครรู้เคยคิดสงสัยบ้างมั้ยครับ? เราน่าจะเคยได้เห็นคำนี้ครั้งแรกบนแฟริ่งของรถแข่งตั้งแต่รุ่น Honda RC210V ซึ่งมันเป็นภาษาอินโดนีเซียหมายความว่า “one heart” หรือหัวใจเดียว คล้ายกับเพลง One Love ของ Bob Marley มันเป็นการร้องเรียกถึงความสามัคคีและความเป็นหนึ่งเดียวกัน สื่อถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันเป็นทีม และมันเป็นวิถีสำหรับพวกเราที่จะแชร์แนวคิดนี้กับแฟนๆ ที่ทุ่มเทและหลงใหลในมอเตอร์สปอร์ตในอินโดนีเซีย ในความจริงของเรื่องนี้ก็คือว่า Repsol Honda และอินโดนีเซียนั้นมีอะไรร่วมกันมากมาย MotoGP นั้นเรียกว่าเป็นกีฬาแห่งชาติอินโดนีเซียเลยก็ว่าได้ พอๆ กับคนสเปนที่ชอบฟุตบอล หนังสือพิมพ์และรายการโทรทัศน์เองก็ทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ไปกับการพูดถึงการแข่งขัน ทีมแข่ง และนักแข่ง นักแข่งนั้นเป็นซูเปอร์สตาร์อย่างแท้จริง และได้รับความใส่ใจจากสาธารณชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ Repsol Honda Team คือทีมที่พวกเขารักมากที่สุดทีมนึงในการแข่งขันชิงแชมป์โลก ความหลงใหลนี้ทำให้ทีมของเราจัดการพรีเซนต์ทีมของเราในจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซียมาตลอดตั้งแต่ปี 2015 ถึง 2018 แต่ไม่ใช่แค่นั้น ยังมีอะไรอีกมากครับ ในปี 2016 หลังจากคว้าแชมป์ที่การแข่งขันที่ญี่ปุ่นเพียงไม่นาน Marc Márquez ก็มาร่วมกับนักแข่งอีก 15 คนจากทาง Astra Honda Racing School ลงขับในสนามหลายแล็ปที่สนาม Sentul ภาพเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าแชมป์โลกผู้นี้ถูกขนาบข้างไปด้วยนักแข่งวัยเยาว์หลายคน ยิ้มและตื่นเต้นที่ได้อยู่ข้างๆ ไอดอลของเขา พวกเขายกมือขึ้นเพื่อร่วมฉลองแชมป์โลกสมัยที่ 5 ของนักแข่งหมายเลข 93 ผู้นี้! Satu Hati คือคำที่สื่อถึงสายสัมพันธ์และพันธสัญญากับแฟนๆ เหนือไปกว่าความหมายของคำๆ นี้ มันยังเป็นเหมือนคติพจน์สำหรับแฟนๆ จากทั่วโลกที่สนับสนุนทีม Repsol Honda อีกด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

คาร์บอนสวิงอาร์ม

สวิงอาร์มคาร์บอน ดียังไง ทำไมรถแข่งต้องใช้? สวิงอาร์มคาร์บอน ดียังไง ทำไมรถแข่ง MotoGP ต้องใช้ วันนี้เราจะมาอธิบายกันครับ เจ้าสวิงอาร์มเนี่ยคือชิ้นส่วนที่ใหญ่มากที่สุดชิ้นนึงในรถแข่ง MotoGP เลยก็ว่าได้ มันเชื่อมล้อหลังเข้ากับส่วนที่เหลือของรถเข้ากับด้านหลังของเฟรมที่จุดหมุนของสวิงอาร์ม ซึ่งจุดนี้จะเป็นจุดที่สวิงอาร์มหมุนไปมา และเพื่อที่จะควบคุมการหมุนนี้ โช้คหลังจึงถูกนำมาเชื่อมต่อเข้ากับสวิงอาร์มโดยผ่านกระเดื่องทดแรงอีกที ซึ่งเจ้าโช้คหลังเนี่ยก็จะสามารถปรับค่าต่างๆ ได้เพื่อควบคุมการหมุนของสวิงอาร์มว่าจะเป็นอย่างไรครับ จุดหมุนของสวิงอาร์มสามารถเปลี่ยนแปลงได้เพื่อที่จะเปลี่ยนแรงที่จะเกิดขึ้นกับล้อหลัง โซ่และสวิงอาร์ม แรงเหล่านี้จะกำหนดลักษณะอาการของระบบกันสะเทือนหลังและตัวรถทั้งคันอีกด้วย ความแข็งแรงและความยืดหยุ่นจึงเป็นหัวใจหลักของสวิงอาร์ม ในแนวตั้งแล้วสวิงอาร์มจะต้องมีความแข็งและแข็งแรงมากพอที่จะรองรับแรงมหาศาลที่จะเกิดขึ้นเวลารถเร่งความเร็วอย่างรุนแรง นอกจากนี้สวิงอาร์มนั้นจะต้องแข็งแรงในแนวขวางด้วย แต่ก็จะต้องมีความยืดหยุ่นหรือให้ตัวได้บ้าง เพื่อที่จะให้รถมีการยึดเกาะรวมไปถึงการซับแรงกระแทกเวลาเข้าโค้งที่องศาเอียงมากๆ อย่างไรก็ตาม ซึ่งถ้าหากว่าสวิงอาร์มบิดตัวเวลาเข้าโค้งที่มุมเอียงมากๆ มันอาจจะเปลี่ยนมุมของล้อหลังและอาจจะทำให้เกิดปัญหาเวลาเข้าโค้งได้! เพื่อที่ปรับจูนให้มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นในข๊ะเดียวกัน ทีมแข่งจึงเปลี่ยนจากสวิงอาร์มอลูมิเนียมจากแต่ก่อนไปเป็น สวิงอาร์มคาร์บอน เนื่องจากมันสามารถเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้กับสวิงอาร์มคาร์บอนได้ หรือจะทำให้ลดลงก็ได้ นอกจากนี้คาร์บอนยังมีน้ำหนักเบา ช่วยให้เปลี่ยนทิศทางได้เร็วขึ้นได้ด้วยนะ! คราวนี้รู้แล้วใช่มั้ยครับว่าทำไมรถแข่งต้องใช้สวิงอาร์มคาร์บอน คราวหน้าจะนำเสนอข้อมูลหรือความรู้อะไร อย่าลืมติดตามพวกเรา SuperBike นะครับผม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

Rossi ให้สัมภาษณ์

Rossi ให้สัมภาษณ์ ผมอยากแข่งต่อในปี 2021 The Doctor หรือ Valentino Rossi พูดถึงเรื่องของอนาคตของตัวเองระหว่างการให้สัมภาษณ์กับ Matt Birt คอมเมนเตเตอร์การแข่งขัน MotoGP โดยระบุว่าผมจะกลับไปแข่งต่อในปี 2021 ล่าสุด Valentino Rossi จากทีม Monster Energy Yamaha MotoGP ได้กล่าวบอกใบ้ครั้งสำคัญว่าเขาจะลงแข่ง MotoGP ต่อไปในปีหน้า ระหว่างการสัมภาษณ์กับ Maverick Viñales เพื่อนร่วมทีมและ Matt Birt คอมเมนเตเตอร์การแข่งขัน MotoGP โดยแชมป์โลก 9 สมัยยอมรับว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่ได้เป็นไปตามที่เขาอยากให้ชีวิตนักแข่ง MotoGP ของเขาสิ้นสุดลงเลย และเขายังหวังว่าเขาจะได้แข่ง MotoGP กับ Yamaha อีกในฤดูกาลหน้า ในปีหน้านั้น Rossi ไม่มีเก้าอี้กับทีมโรงงานอีกแล้ว เพราะ Fabio Quartararo ย้ายเข้ามาและเป็นคู่หูกับ Vinales แทน ซึ่งหมายความว่ามีความเป็นไปได้ที่เราจะเห็น Rossi ย้ายไปแข่งให้กับ Petronas Yamaha SRT แทน   “ผมอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก อย่างที่ผมบอกไป ทางเลือกแรกของผมคือพยายามที่จะแข่งต่อ” Rossi กล่าว “ผมมีแรงจูงใจมากพอและผมอยากจะแข่งต่อ ผมต้องเข้าใจถึงระดับของการแข่งขันให้ได้ มันสำคัญมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อครึ่งหลังของฤดูกาลที่แล้ว เราเจ็บปวดมากและหลายครั้งด้วย ผมช้าเกินไป และผมต้องสู้นอกกลุ่มท็อป 5 คน ในความคิดของผม ผมมีเวลาเหลืออีก 1 ปีกับทีมโรงงาน และผมต้องการเวลาที่จะตัดสินใจ ผมอยากแข่งอีกสัก 5 ถึง 6 เรซกับหัวหน้าช่างคนใหม่ และปรับแต่งอะไรในทีมอีกสักหน่อยเพื่อให้เข้าใจว่าเรานั้นแข็งแกร่งได้” “ปัญหาคือว่ามันดันไม่มีการแข่งขัน เพราะเจ้าไวรัส เราเลยแข่งไม่ได้ ดังนั้นผมจะต้องตัดสินใจก่อนที่จะลงแข่ง เพราะหากมองในแง่ดีที่สุดแล้ว เราน่าจะแข่งได้ในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง เราก็หวังว่าจะได้แข่งในเดือนสิงหาคมหรือไม่ก็กันยายน แต่ผมต้องตัดสินใจก่อนหน้านั้น อย่างไรก็ตามผมอยากที่จะแข่งต่อ แต่ผมต้องตัดสินใจโดยไม่ได้แข่งเลยสักเนี่ยสิครับ” “มันไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดที่จะหยุด เพราะสถานการณ์ในตอนนี้มันอาจจะทำให้เราไม่ได้แข่งในปี 2020 เลยก็ได้ ดังนั้นมันจะเป็นการดีกว่าสำหรับผม ถ้าผมได้ลงแข่งอีกสักฤดูกาลและอำลาวงการในปีถัดไป ดังนั้นผมก็เลยหวังว่าผมจะได้แข่งในปี 2021” และนี่คือถ้อยคำส่วนนึงที่ Rossi ให้สัมภาษณ์ สามารถไปดูเต็มๆ ได้ที่คลิปด้านบนนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

V4-Bautista

4 สูบวี หรือ 4 สูบเรียง แบบไหนดีกว่าจากปาก Bautista คราวนี้ Alvaro Bautista จะมาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการแข่งขันและอธิบายให้ฟังว่าทำไมเขาจึงเลือกเบอร์ 19 และนักแข่งชาวสเปนภายใต้สังกัด Honda HRC จะพูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างเครื่องยนต์ V4 ของ Panigale และเครื่องยนต์ 4 สูบเสียงของ CBR1000RR-R SP อีกด้วย ระหว่างการสัมภาษณ์ผ่านไลฟ์สดของ Instagram ผ่านแอคเคานต์ของ WorldSBK ได้มี Bautista มาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องศักยภาพของรถ ถึงเพื่อนร่วมทีมของเขาอย่าง Leon Haslam และหัวข้ออื่นๆ ซึ่งรวมไปถึงเรื่องเหตุผลว่าทำไมเขาใช้เบอร์ 19 อีกด้วย “ในช่วงเวลาของการเป็นนักแข่งของผมเนี่ยมีช่วงเวลาดีมากๆ หลายช่วงเลย แต่มีช่วงนึงที่จำได้ดี คือชัยชนะครั้งแรกในการแข่งขันชิงแชมป์โลกรุ่น 125 ซีซี ตอนนั้นเป็นปี 2006 และผมก็อยู่ที่ Jerez มันเป็นเรซแรกในฤดูกาลนั้นและผมก็ชนะมัน มันสุดยอดมากๆ จนผมอธิบายความรู้สึกไม่ถูกเลย! หลังจากการแข่งขันผมร้องไห้ด้วยความดีใจร่วมกับครอบครัวและเพื่อนๆ ของผม ชัยชนะครั้งนั้นสุดยอดมากๆ และชัยชนะทุกครั้งนั้นสวยงาม นอกเหนือไปจากตอนนั้นที่ผมจำได้ดีที่สุดก็จะเป็นการแข่งขันในเรซที่ 2 ของ WSBK ที่ Portimao ที่สนาม Laguna Seca ผมบาดเจ็บที่หัวไหล่จนต้องพักแข่งไป และพอไปที่โปรตุเกส ในสนามที่ซึ่งผมไม่เคยลงแข่งมาก่อน สำหรับการแข่งในเรซแรกนั้นมันยากมากสำหรับผม ผมล้มเช่นเดียวกันกับเพื่อนของผม Chaz Davies ผมจบตรงที่นอกแทร็กและต้องฟื้นฟูตัวเองขนานใหญ่ และในรอบ Superpole Race ผมก็สามารถเอาคืนมาได้หลายตำแหน่ง ซึ่งส่งผลต่อกริดในเรซที่ 2 จนได้มาออกที่กริดที่ 4 และเพราะอาการบาดเจ็บนั้น ผมไม่มีแรงและไม่สามารถขับได้ตามปกติ ผมจำได้ว่าผมกำลังนำและคิดแค่ว่า “โอเค” ผมทุ่มสุดตัว เพราะว่าผมไม่รู้ว่าผมจะสามารถแข่งจนจบเรซได้มั้ย จนมาถึงสองแล็ปสุดท้าย ผมก็ทำได้ ผมทุ่มทุกอย่างไปแล้ว และร่างกายผมก็พัง ผมคิดว่าถ้าหากมีแล็ปเพิ่มขึ้นมาอีกแล็ปนึงล่ะก็ ผมก็คงไม่สามารถที่จะเอาชนะได้เนื่องจากผมหมดสิ้นเรี่ยวแรงแล้วจริงๆ ตอนที่ผมเข้าเส้นชัย ไหล่ของผมก็เจ็บเอามากๆ ! มันเป็นชัยชนะที่พิเศษมากๆ สำหรับผม”   จากนั้น Bautista ก็อธิบายเกี่ยวกับรถแข่ง Honda คันใหม่ของเขา “ปกติแล้วผมมักจะแข่งด้วยเครื่องยนต์ V4 หรือ 4 สูบวี อยู่ตลอด ทั้งใน MotoGP และใน WSBK อย่างไรก็ตามพอมาปีนี้ ผมมีเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงและมันแตกต่างกันมากจริงๆ ผมไม่รู้ว่ามันดีกว่าหรือแย่กว่า แต่มันยากมากๆ ผมยังต้องทำความคุ้นเคยกับมัน แต่ผมก็หวังว่าผมจะซ้อมขี่มันเพื่อจะได้เข้าใจได้ว่าต้องขี่ยังไงให้ดี CBR1000RR-R เป็นรถใหม่หมดทั้งคันและต้องใส่ใจกับมันมากหน่อย ในการซ้อมช่วงฤดูหนาว เราทำงานกันหนักมากเพื่อที่จะให้ได้ข้อมูลที่ดีๆ สำหรับผมจุดเด่นแรกของ Honda คันนี้คือเครื่องยนต์ มันมีพละกำลังที่ดีและมีศักยภาพที่ยอดเยี่ยม แต่เราต้องทุ่มเททุกอย่างให้ถูกที่ถูกทางเพื่อรีดมันออกมาให้เต็มร้อยเปอร์เซ้นต์ มันดีกว่าที่จะมีแรงม้าเยอะๆ และทำให้สามารถใช้มันได้ แทนที่จะไม่มีแรงม้าเยอะๆ ตอนนี้เรากำลังพยายามอย่างหนักที่จะไปให้ถึงขีดสุดของมัน” เกี่ยวกับ Haslam “เขาเป็นคนดีมากนะแล้วก็เป็นคนคิดบวกด้วย เขาเป็นคนที่ช่วยพัฒนารถได้ดีมากๆ เลย เขาไม่ใช่คนจำพวกที่เป็นเพื่อนร่วมทีมที่คอยเอาแต่มองคุณจากด้านข้างว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่นะ เขามีความรู้สึกและวิธีการทำงานในแบบของเขา เราแลกเปลี่ยนความปรับใจกัน เราทำงานด้วยกัน ในสนามเราต้องการที่จะชนะ และผมดีใจมากที่ได้มาอยู่ทีมเดียวกัน “ เหตุผลอะไรที่เลือกเบอร์ 19? “ก่อนที่ผมจะลงแข่งขันในศึกชิงแชมป์โลกผมชอบเบอร์ 27 เนื่องจากมันเป็นเบอร์ที่ผมเริ่มใช้มันลงสนาม แต่ตอนที่ผมมาแข่งชิงแชมป์โลกในปี 2003 เบอร์ 27 นั้นมี Casey Stoner ใช้อยู่แล้ว ดังนั้นผมจึงไม่สามารถใช้ได้ นอกจากเลข 27 แล้วผมก็ชอบเบอร์ 19 เนื่องจากว่านักแข่งในอดีตหลายคนใช้เบอร์นี้และพวกเขาก็คว้าแชมป์โลกมาได้ครับ” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

Jorge Lorenzo

Jorge Lorenzo จะกลับมาลงแข่งในศึก CatalanGP ด้วยไวลด์การ์ด แชมป์โลก 5 สมัยจะกลับมาสู่สังเวียน MotoGP อีกครั้งหลังจากที่เขาประกาศรีไทร์ที่ Valencia เมื่อปีที่แล้ว   ล่าสุด Monster Energy Yamaha MotoGP ได้ยืนยันว่าเทสต์ไรเดอร์ในสังกัดอย่าง Jorge Lorenzo จะลงแข่งขันด้วยไวลด์การ์ดที่ Catalan Grand Prix ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2020 นี้ แชมป์โลก 5 สมัยผู้นี้ได้เคยประกาศว่าเขาได้กลายเป็นเทสต์ไรเดอร์ให้กับโรงงานในเมืองอิวาตะ (ยามาฮ่า) ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2020 และได้จบการทดสอบ 2 วันที่เซปังรวมถึงการทดสอบอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ไปแล้ว หลังจากประสบความสำเร็จในการทดสอบอย่างสวยงาม ทางทีมก็ตัดสินใจจะพานักแข่งหมายเลข 99 ผู้นี้กลับไปควบ YZR-M1 ลงแข่งในช่วงสุดสัปดาห์ ในสนามบ้านเกิดของนักแข่งชาวสเปนผู้นี้ที่เมืองบาร์เซโลนาในช่วงวันที่ 5 – 7 มิถุนายน ด้าน Lorenzo กล่าวว่า “หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่หลายสัปดาห์ กระทั่งเมื่อวานผมก็ตัดสินได้ว่าผมจะลงแข่งในศึก Catalan GP ตอนนี้ผมตั้งตาคอยที่จะลงแข่งและผมหวังว่าผมจะได้เห็นพวกคุณรอผมอยู่ที่นั่น” นอกจากนี้แล้ว Lorenzo จะยังคงทำหน้าที่ทดสอบรถของเขาตลอดทั้งปีเพื่อให้ Yamaha ประสบความสำเร็จ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

ผู้จัดการทีม Honda มั่นใจนักแข่งไทยประเดิมแต้ม Moto2 แน่นอน!!

ฮิโรชิ อาโอยาม่า ผู้จัดการทีม Honda ทีมแข่งอิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ต้นสังกัด “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา แสดงความมั่นใจ หลังเสร็จสิ้นการทดสอบครั้งสุดท้ายก่อนเปิดฤดูกาล 2020 เชื่อนักบิดดาวรุ่งชาวไทยจะสามารถประเดิมเก็บแต้มแรกของฤดูกาลที่กาตาร์ได้อย่างแน่นอน ความเคลื่อนไหวศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก แม้ว่าการแข่งขันรุ่นใหญ่โมโตจีพีจะถูกประกาศยกเลิกไป แต่ในรุ่นกลางอย่างโมโตทูและรุ่นเล็กโมโตทรี ยังคงจัดชิงชัยตามกำหนดการเดิม โดยสนามแรกของฤดูกาลจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 มีนาคมนี้ ที่โลแซล อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศกาตาร์ สำหรับรุ่นโมโตทูที่มี “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา จากโครงการ “เรซ ทู เดอะ ดรีม” ของ เอ.พี. ฮอนด้า ลงบิดแบบเต็มฤดูกาลต่อเนื่องปีที่สอง ภายใต้สังกัด อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย หมายเลข 35 ล่าสุดเจ้าตัวเสร็จสิ้นภารกิจรอบทดสอบออฟฟิเชียลเทสต์ครั้งสุดท้ายด้วยผลงานยอดเยี่ยม กดเวลาฝ่ากำแพง 2 นาที ของตัวเองได้เป็นครั้งแรก ด้วยเวลา 1 นาที 59.556 วินาที ตามหลังหัวแถว 1.036 วินาที ฮิโรชิ อาโอยาม่า อดีตนักบิดโมโตจีพีและนักบิดทดสอบ HRC ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการทีม Honda ทีมแข่ง อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย กล่าวถึงผลงานของลูกทีมว่า “ตลอด 3 วันที่ผ่านมา(รอบทดสอบที่กาตาร์) พวกเราทำงานอย่างหนักเพื่อเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด เนื่องจากสนามแห่งนี้มีเอกลักษณ์แตกต่างกับที่เฆเรซ ซึ่งนักแข่งของเราทั้งคู่ (สมเกียรติ และแอดดี้ ฟาริด อิซดิฮาร์) มีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาก สามารถทำเวลาต่อรอบได้เร็วขึ้นทุกครั้งที่ลงสนาม” “ปีนี้ทีมของเราปรับปรุงศักยภาพในหลายส่วน และยังคงต้องเดินหน้าต่อไปโดยเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ของการแข่งขัน สำหรับสมเกียรติ ผมมั่นใจว่าเขาจะสามารถเก็บแต้มได้อย่างแน่นอน ไม่มากก็น้อยกับการแข่งขันสนามแรกที่กาตาร์ ส่วนแอนดี้ยังต้องใช้เวลาอีกสักหน่อยเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับรถแข่งให้มากกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม ผมหวังว่าพวกเราจะเริ่มต้นได้ดีตั้งแต่รอบ FP1 เพื่อสร้างผลการแข่งขันที่ดีได้ในสัปดาห์หน้า” ผู้จัดการทีมต้นสังกัด สมเกียรติ กล่าว ศึกสองล้อชิงแชมป์โลก เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นโมโตทู ปี 2020 เตรียมเปิดฉากการแข่งขันสนามแรกอย่างเป็นทางการ ที่สนามโลแซล ประเทศกาตาร์ วันที่ 6-8 มีนาคมนี้ แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยสามารถติดตามข่าวสารของ “คิงคองก้อง” สมเกียรติ จันทรา พร้อมส่งกำลังใจเชียร์นักบิดหนึ่งเดียวของไทยในศึกโมโตจีพี รุ่นโมโตทู ตลอดฤดูกาล 2020 ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม fb.com/aphondaracingth อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Coronavirus

Coronavirus ทำพิษ MotoGP ที่กาตาร์ยกเลิก ด้านไทยเองก็โดนกระทบ การยกเลิกนั้นมีสาเหตุมาจากประเทศกาตาร์นั้นมีการประกาศข้อกำหนดเรื่องการห้ามผู้โดยสารที่มาจากอิตาลีเข้าประเทศ ดังนั้นการแข่งขันในรุ่น MotoGP จะไม่ทำการแข่งขันที่สนาม Losail FIM, IRTA และ Dorna รู้สึกเสียใจที่จะต้องประกาศยกเลิกการแข่งขันในคลาส MotoGP ในการแข่งขันรอบ Grand Prix of Qatar ผลจากพิษโคโรน่าไวรัสนั้นทำให้มีการจำกัดการเดินทางเข้าไปยังประเทศกาตาร์ และส่งผลให้ผู้โดยสารที่มาจากประเทศอิตาลี และประเทศอื่นๆ ถูกห้ามเข้า โดยผู้โดยสารทั้งหมดที่มาถึงที่เมืองโดฮาโดยเที่ยวบินตรงมาจากอิตาลีหรือเคยอยู่ในอิตาลีในช่วง 2 สัปดาห์ล่าสุดที่ผ่านมา จะถูกพาไปกักตัวอย่างน้อย 14 วัน และแน่นอนว่าอิตาลีนั้นมีบทบาทสำคัญในการแข่งขันรายการนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน MotoGP ทั้งในส่วนของนักแข่งในแทร็ก และทีมงานนอกแทร็ก จนส่งผลให้ทางผู้จัดต้องตัดสินใจยกเลิกการแข่งขันในคลาส MotoGP ส่วนของการแข่งขัน Moto2 และ Moto3 นั้นจะยังคงแข่งขันกันต่อไปได้เนื่องจากนักแข่งทั้งหมดอยู่ในประเทศกาตาร์เพื่อไปทำการทดสอบที่สนาม Losail International Circuit ตั้งแต่ก่อนแล้ว การแข่งขันของทั้งสองรุ่นนี้ก็เลยจะยังคงทำการแข่งขันต่อไปได้ โดยรุ่นเล็กทั้ง 2 รุ่นนี้จะกลายเป็นเพียง 2 รุ่นที่แข่งขันกันในรอบสนามเปิดฤดูกาลนี้ในช่วงวันที่ 6 – 8 มีนาคม เช่นเดียวกันกับการแข่งขัน Idemitsu Asia Talent Cup ซึ่งจะมีการแข่งขันขึ้น 2 เรซในช่วงเวลาเดียวกันนี้ ก็จะยังคงแข่งกันตามแผนการเดิม ด้านสนามที่ 2 ที่จะจัดที่ประเทศไทยข่าวล่าสุดก็น่าจะเลื่อนออกไปก่อน แต่ก็กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจา อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Fabio Quartararo 20 ทำ BestLap พร้อมทีมเกาะกลุ่ม Top10

Fabio Quartararo 20 ควบ M1 คว้าเบสต์แล็ป “เทสต์กาตาร์” วันที่ 2 “ขุนพลนักบิดยามาฮ่า” ยังเกาะกลุ่มท็อปเท็น นักบิดชั้นนำของโลก ลงทำการทดสอบพร้อมหน้า ในวันที่ 2 ของ พรี-ซีซั่น เทสต์ ครั้งที่ 2 ศึกโมโตจีพี 2020 ที่ โลแซล อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศกาตาร์ เพื่อเซ็ตอัพรถและเตรียมความพร้อมก่อนที่ฤดูกาลแข่งขันจะเริ่มต้น และเป็นทางด้าน Fabio Quartararo 20 ดาวรุ่งชาวฝรั่งเศส สังกัดปิโตรนาส ยามาฮ่า เอสอาร์ที ทีม ที่ทำเวลาต่อรอบได้เร็วที่สุด ภายใต้รถแข่งยามาฮ่า YZR-M1 ด้วยเวลา 1 นาที 54.038 วินาที ขณะที่ มาเวริค บีญาเลส #12 เพื่อนร่วมค่ายยามาฮ่า สังกัดมอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ทีม บิดจบการทดสอบในอันดับ 3 ด้วยเวลา 1 นาที 54.264 วินาที ตามด้วย ฟรังโก้ มอร์บิเดลลี่ #21 ดาวรุ่งชาวอิตาเลียน จาก ปิโตรนาส ยามาฮ่า เอสอาร์ที ทีม ในอันดับ 4 หลังกดเวลาต่อรอบลงมาอยู่ที่ 1 นาที 54.481 วินาที ด้าน วาเลนติโน่ รอสซี่ #46 จอมเก๋าชาวอิตาเลียน สังกัดมอนสเตอร์ เอเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ทีม บิดจบการทดสอบวันที่ 2 ในอันดับที่ 9 ด้วยเวลา 1 นาที 54.740 วินาที อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า

รีวิวมอเตอร์ไซค์

หมวดหมู่