SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

เตรียมพบกับการเปิดตัว Changan Nevo Q05 ในไทย มีนาคม 2569 นี้ SUV ไฟฟ้าสเปกแรง ชิป 4nm วิ่งไกล 506 กม. พร้อมแบตเตอรี่ชาร์จไวจาก CATL

เซฟวันโกบางนา แก้ดราม่ารถติด! ทุ่มงบเช่าพื้นที่จอดรถสำรองที่ SB Design Square เพิ่ม 1,000 คัน พร้อมบริการรถรับส่งฟรี สะดวกสบายขึ้นกว่าเดิม

ปรากฏการณ์ "เบรกทิพย์" (Phantom Braking) เมื่อระบบความปลอดภัย กลายเป็นภัยเงียบ

Honda Jazz 2026 เตรียมเปิดตัวที่ จีนในช่วงต้นปี 2026 มาพร้อมกับหน้าตาที่ดุดันและตาตี่มากขึ้น ในส่วนของเข้าไทยไหมต้องรอติดตาม

เจาะลึกความเชื่อมั่น JAECOO & OMODA หลังให้ลูกค้ารับรถเองที่ท่าเรือแหลมฉบัง สะท้อนปัญหาโลจิสติกส์ มาตรฐาน PDI และความไม่พร้อมของศูนย์บริการ

Ducati Panigale V4R 2026 ซูเปอร์ไบค์แรงสุดในคลาสพันซีซีจากสัญชาติอิตาลี พร้อม DNA เทคโนโลยีจากสนามแข่งขัน เปิดตัวยุโรปพร้อมค่าตัว 1.7 ล้านบาท

OrangeCat Racing พร้อมส่งตัวแข่ง EV สู้กับเหล่าเครื่องยนต์รถสันดาปในการแข่งขัน MotoAmerica Super Hooligan ในฤดูกาล 2026

สเปค ราคา Honda Forza 750 ปี 2025 เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เครื่องยนต์ขุมพลัง 2 สูบเรียงพร้อมระบบเกียร์ DCT ราคา 419,000 บาท

2025 AmericasGP ดินแดนคาวบอย สนามแข่ง Circuit of The Americas (COTA)ในรายการ 2025 AmericasGP ตั้งอยู่ที่เมืองออสติน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ถือเป็นอีกหนึ่งสนามระดับโลกที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในรายการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก MotoGP นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปฏิทินการแข่งขันปี 2013 สนามแห่งนี้ก็กลายเป็นเวทีวัดฝีมือของนักบิดระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับชื่อของ Marc Márquez ที่สร้างตำนานอย่างยิ่งใหญ่ไว้ที่นี่ ข้อมูลสนาม 2025 AmericasGP ชื่อสนาม: Circuit of The Americas (COTA) สถานที่: ออสติน, เท็กซัส, สหรัฐอเมริกา เปิดใช้งานครั้งแรกใน MotoGP: ปี 2013 ความยาวสนาม: 5.513 กิโลเมตร (3.426 ไมล์) จำนวนรอบในการแข่งขัน MotoGP: 20 รอบ (รวมระยะทางประมาณ 110.3 กม.) จำนวนโค้ง: 20 โค้ง (ซ้าย 9 / ขวา 11) ทางตรงที่ยาวที่สุด: 1,200 เมตร สถิติ Race Record สนาม Circuit of The Americas 2024 ความท้าทายของสนาม โค้งเยอะและซับซ้อน COTA มีจำนวนโค้งมากถึง 20 โค้ง (โค้งซ้าย 9, โค้งขวา 11) รวมทั้ง โค้งเร็วต่อเนื่อง โค้งที่โหดๆ จะเป็น โค้ง 1 เป็นเนินชันและมาด้วยความเร็วสูง โค้ง 11 ที่เป็นโค้งยูเทิร์น จุดนี้เป็นจุดที่โดนแซงกันง่ายมาก และโค้ง 12 ที่เป็นทางตรง 1.2 กม จากโค้ง 11 ความเร็วของนักแข่ง ทะลุ 340+ กม/ชม. แน่นอน และต้องเบรกหนักๆ เผื่อจะเข้าโค้ง จุดนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก สภาพพื้นผิวที่ขรุขระ นักแข่งหลายคนวิจารณ์พื้นผิวของสนามว่า ขรุขระและกระแทกแรง ทำให้ควบคุมรถยาก โดยเฉพาะเมื่อใช้ความเร็วสูงในช่วง Sector 2 และ 3 ซึ่งสร้างความเสี่ยงต่อการลื่นไถลหรือยางหมดเร็ว ความสูงของสนามที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงสนามมี ความต่างระดับกว่า 40 เมตร โดยเฉพาะเนินชันที่โค้ง 1 ซึ่งขึ้นสูงอย่างรวดเร็วและต้องเบรกอย่างหนักเพื่อเข้าโค้งซ้ายมุมแคบ การควบคุมรถช่วงนี้ต้องใช้ความชำนาญสูง เพราะพลาดง่าย และอาจทำให้เสียเวลาอย่างมาก การบริหารยางจากระยะทางกว่า 110 กิโลเมตรในเรซหลัก และความร้อนสะสมจากการเบรกหนักและการเร่งออกโค้งบ่อยครั้ง ยางทั้งหน้าและหลังจึงสึกเร็ว การเลือกยางที่เหมาะสมและการ “ถนอมยาง” จึงเป็นกุญแจสำคัญที่อาจตัดสินผู้ชนะในสนามนี้ ตารางการแข่งขัน วันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2025 เวลา (ประเทศไทย) รุ่น รอบ 20:40 – 21:10 Moto3 FP2 21:25 – 21:55 Moto2 FP2 22:10 – 22:40 MotoGP FP2 22:50-23:05 MotoGP Q1 23:15-23:30 MotoGP Q2 00:50-01:05 Moto3 Q1 01:15-01:30 Moto3 Q2 01:45-02:00 Moto2 Q1 02:10-02:25 Moto2 Q2 03:00 MotoGP 10 Laps(Sprint) วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม 2025 เวลา (ประเทศไทย) รุ่น รอบ 23:00 Moto3 14 Laps 00:15 Moto2 16 Laps (31มีนาคม 2025)

F1 Thailand ฝันไม่ไกล..ใกล้เป็นจริง สำหรับข่าวความคืบหน้าของการจัดเตรียมการแข่งขันฟอร์มูล่าวัน ในประเทศไทยที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต คุณ Stefano Domenicali CEO ของฟอร์มูล่าวันได้เปิดเผยถึงหารือถึงโอกาสของประเทศไทยที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน F1 Thailand ซึ่งคำตอบนั้นยังไม่สามารถดด่วนสรุปได้ แต่มีแนวโน้มไปในทางบวกเสียทีเดียว พร้อมส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะมีสนามแข่งขัน F1 ในไทยและเป็นอีกหนึ่งสนามที่จะเกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชีย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การแข่งขันระดับโลกนยังคงต้องยึดมั่นเจตจำนงค์ของความเป็น “ควอลิตี้มากกว่าปริมาณ” ในปฏิทินการแข่งขัน F1 “อาจ” เกิดขึ้นอีกสนามสำหรับภูมิภาคเอเชีย ก็มีแนวโน้มความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น โดยหลังจากมีการพบปะพูดคุยในช่วงก่อนแข่งขันที่ Chinese Grandprix ที่ผ่านมา สเตฟานโน่ CEO ของฟอร์มูล่าวันได้กล่าวว่า รัฐบาลไทยมีความสนใจเป็นอย่างมาก สำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขัน F1 ในประเทศไทย ซึ่งการพูดคุยในครั้งนี้ ต่างฝ่ายมีเจตจำนงค์และมีเป้าหมายเดียวกันก็คือ ความสนใจในการพัฒนาการแข่งขัน F1 ให้เกิดขึ้นจริง และการเจรจาในครั้งนี้ อาจมีข้อสรุปที่ชัดเจนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยรวมบรรยากาศการพูดคุยเจรจาถือว่า “ดีมาก” แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ไม่ได้ด่วนสรุปได้เลยว่าจะคอมเฟิร์มทันทีทันใด ผมไม่ได้ตั้งใจมาขายของจนเกินไป โอกาสกำลังมาถึง!! แต่ในขณะที่ปฏิทินการแข่งขันยังคงอัดแน่นเต็มกราฟ 24 สนาม ทั่วโลก ซึ่งผู้จัดยังคงเน้นย้ำว่า ความสนใจที่จะจัด F1 ในไทย อาจทำให้บางสนามหลุดออกจากปฏิทินในการแข่งขันก็เป็นไปได้ “ผมไม่อยากให้มีการแข่งขันมากกว่า 24 สนาม มันเป็นเรื่องจริงของการทำงานและโอกาส” จากความรุ่งเรืองของกีฬา F1 ที่เน้นแข่งขันในยุโรปที่เป็นศูนย์กลางในเมื่อก่อน นำไปสู่การแข่งขันชิงแชมป์โลกที่แท้จริง ซึ่ง ณ ตอนนี้ มีการแข่งขันน้อยกว่าครึ่งหนึ่งที่จัดแข่งขันในยุโรปแล้ว นอกจากทางฟอร์มูล่าวันยังได้เผยถึงเป้าหมายที่แท้จริง โดยมุ่งเน้นที่การเซอร์วิสสาวกแฟน ๆ F1 มิใช่เพียงกระแสเสียงเชียร์รอบข้าง เราต้องทำงานร่วมกับโปรโมเตอร์เพื่อปรับปรุงคุณภาพ นั้นคือสิ่งสำคัญมาก และแน่นอน การต่อสัญญาจัดการแข่งขัน 5 ปี คงเป็นบทพิสูจน์ที่แท้จริง ที่ทำให้เขาเป็นผู้นำทางด้านกีฬา F1 ไปจนถึงปี 2029 เราจำเป็นต้องดึงดูดผู้ชมใหม่ ๆ และมันอยู่ใน DNA ของเราที่จับตาดูการเติบโตของกีฬานี้ ในขณะเดียวกัน ตารางการแข่งขัน F1 ในปี 2026 จะมีทีมเพิ่มมาใหม่อย่าง Cadillac ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก General Motors ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากอเมริกา ซึ่งเขากล่าวยกย่องว่าเป็น ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่และยากลำบาก แต่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมไม่น้อยทีเดียว เราต้องการคุณภาพมากกว่าปริมาณ คำกล่าวสุดท้ายสเตฟาน จากบทสนทนานี้ก็มีเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้ไม่น้อย แต่ก็ยังมีอุปสรรคในหลาย ๆ จุด โดยเฉพาะสนามแข่งขันในพื้นที่กรุงเทพที่ทางรัฐบาลไทยได้ประกาศให้มันเกิดขึ้น (หมอชิต เซอร์กิต) หากมีการจัดแข่งขันอย่างจริงจังก็ต้องปรับปรุงพื้นผิวถนนครั้งใหญ่ เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่าถนนในประเทศไทยมันเป็นยังไง อุ๊บส์! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda Wave 110i 2023 กับการเปิดตัวครั้งใหม่ ในลุคสปอร์ตพรีเมียม พร้อมเครื่องยนต์ Honda Smart Engine ประหยัด แรง ทนทาน ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นที่ 1 ของ Honda Wave 110i 2023 โมเดลที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในทุกภาคทั่วประเทศตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้งยังครองใจคนไทยมายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ ด้วยการเปิดตัว New Honda Wave110i ซึ่งมาพร้อมคอนเซปต์ “ทุกทิศทั่วไทย เชื่อใจที่ 1” New Honda Wave110i มาพร้อมกับการออกแบบดีไซน์ใหม่ เด่นสะดุดตาด้วยลายเส้นกราฟิกใหม่รอบคัน ไม่ว่าจะเป็นลายด้านข้าง หรือด้านหน้า ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ต ทั้งเพิ่มความโดดเด่นด้วยเบาะสีแดง (เฉพาะรุ่นล้อแม็กสีขาว) สะท้อนรูปลักษณ์ความเป็นสปอร์ตพรีเมียมได้อย่างลงตัว หน้าปัดเรือนไมล์ดิจิทัล ระบบไฟส่องสว่าง ถังน้ำมัน ความจุ 5 ลิตร กล่อง U Box ขนาดใหญ่ 10 ลิตร อีกทั้งยังมาพร้อมกับความประหยัด แรง ทนทาน กับขุมพลัง Honda Smart Engine เทคโนโลยีที่ดีที่สุดของรถครอบครัว ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 110 ซีซี ระบบหัวฉีด PGM – FI ให้อัตราประหยัดน้ำมันสูงถึง 76.9 กม./ลิตร วิ่งได้ไกลอย่างต่อเนื่องด้วย Fuel Tank ความจุ 5 ลิตร ให้ทุกการเดินทางไม่ว่าจะเป็นภาคไหนก็เป็นเรื่องง่าย สบายใจเสมอ ทั้งยังใช้งานสะดวกด้วยหน้าปัดเรือนไมล์แบบดิจิทัล และกล่อง U-box ขนาดใหญ่ 10 ลิตรเก็บของได้อย่างจุใจ New Honda Wave110i พร้อมให้คนไทยเลือกเป็นเจ้าของแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยมีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ 1.รุ่นล้อแม็ก สตาร์ตมือ ดิสก์เบรก มี 4 สี ได้แก่ สีขาว-แดง สีดำ-แดง สีน้ำเงิน-เทา และสีแดง ราคาแนะนำที่ 46,400 บาท 2.รุ่นล้อซี่ลวด สตาร์ตมือ ดิสก์เบรก มี 3 สี ได้แก่ สีดำ-แดง สีน้ำเงิน-ดำ และสีแดง-ดำ ราคาแนะนำที่ 44,400 บาท 3.รุ่นล้อซี่ลวด สตาร์ตเท้า ดิสก์เบรก มี 3 สี ได้แก่ สีดำ-แดง สีน้ำเงิน-ดำ และสีแดง-ดำ ราคาแนะนำที่ 41,500 บาท 4.รุ่นล้อซี่ลวด สตาร์ตเท้า ดรัมเบรก มี 2 สี ได้แก่ สีดำและสีแดง ราคาแนะนำที่ 37,100 บาท หากใครที่สนใจ สามารถไปชมรถ New Honda Wave110i ได้ที่ Honda Wing Center ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand #NewWave110i #ทุกทิศทั่วไทยเชื่อใจที่1 #Honda #HondaMotorcycle #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati Diavel V4 ส่องสเปค ครูเซอร์ตัวท็อป กับราคา 1.29 ล้านบาท Ducati Diavel V4 บิ๊กไบค์สายสปอร์ตครูเซอร์รุ่นใหญ่ มาพร้อมการดีไซน์ยังคงเอกลักษณ์ดุดัน แข็งแกร่ง ที่จัดเต็มด้านเทคโนโลยี พิเศษด้วยสุดยอดเครื่องยนต์อย่าง V4 Granturismo ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ ทั้งในสนามแข่งและท้องถนน ราคาแนะนำ 1,299,000 บาท สเปค, สเป็ก ไฟหน้ารูปตัว C คู่ เดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ เครื่องยนต์ V4 Granturismo หน้าจอสี TFT ไฟท้ายรูปตัว C แฟริ่งทรงสปอร์ต ดีไซน์ดุดัน ท่อ Rocket Launcher Ducati Diavel V4 ส่องสเปค ราคาและรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ V4 Granturismo 4 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1,158 ซีซี แรงม้า (เคลม) 168 แรงม้าที่ 10,750 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 126 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 83 x 53.5 มม. อัตราส่วนการอัด 14.0 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง อิเล็กทรอนิกส์ ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-ZR17 ล้ออัลลอย ยางหลัง 240/45-ZR17 ล้ออัลลอย ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับขนาด 50 มม. ปรับพรีโหลดได้ ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว ปรับพรีโหลดได้, พร้อมสวิงอาร์มเดี่ยว เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 330 มม. และคาลิเปอร์ Breambo Stylema 4 ลูกสูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกขนาด 265 มม.คาลิเปอร์ Brembo 2 ลูกสูบ กว้าง X ยาว X สูง NA ระยะฐานล้อ 1,593 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 112 มม. ความสูงเบาะ 790 มม. น้ำหนักรถ 211 กก. (ไม่รวมของเหลว) ความจุถังน้ำมัน 20 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี ควิกชิฟเตอร์ ครูซคอนโทรล หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว พร้อมระบบการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน Ducati Multimedia System ระบบสองสว่าง Full LED รอบคัน ระบบช่วยการออกตัว (DPL) โหมดการขับขี่ 4 โหมด (Sport, Touring, Urban และ Wet) ระบบแทร็คชั่นคอนโทรล (DTC) ระบบเบรก ABS ระบบป้องกันล้อหน้าลอย (DWC) สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น Ducati Diavel V4

อ่านไม่ผิด นี้คือ Yamaha Aerox 4 มินิสกู๊ตเตอร์จากยามาฮ่า คันนี้ถูกจอดโชว์ที่งาน Eicma 2019 เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ที่ได้รับความสนใจไม่น้อย ไม่แพ้รถบิ๊กไม่แพ้บิ๊กสกู๊ตเตอร์เลยทีเดียว สำหรับคันจิ๋วนี้ เป็นเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 50 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ 3 วาล์ว แคมเดี่ยว ให้กำลังเครื่องยนต์ที่ 4.9 แรงม้าที่ 7,250 รอบ/นาที และให้แรงบิดที่ 3.3 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที เครื่องยนต์ตัวนี้ผ่านมาตรฐาน Euro 4 และขับเคลื่อนด้วยสายพาน ระบบช่วงล่างแบบเทเลสโคปิด (ตะเกียบคู่) และด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวคอล์ยสปริง ระบบเบรคแบบดิสเบรค หน้า-หลัง ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางจานดิสที่ 190 มิลลิเมตร คาลิปเปอร์เบรค JOG แบบ 1 พอร์ททั้งหน้าและหลัง มั่นใจได้ ยางหน้าที่ให้ขนาด 120/70-13 ยางหลัง 130/60-13 เป็นยางแบบ Tubless ที่มีขนาดเหมาะสมกับตัวล้อแม็กลาย 5 ก้าน พอดิบพอดี สมส่วนทั้งคัน พร้อมกับถังน้ำมันขนาด 6 ลิตร น้ำหนักรวมทั้งหมด 97 กิโลกรัม ตัวเรือนไมล์แบบกลมดูทันสมัย มาพร้อมกับปั๊มมือเบรคซ้าย-ขวา ทำให้รู้สึกว่าชุดแฮนด์ด้านบนมีความสมดุลองค์ประกอบเต็มไม่แพ้บิ๊กสกู๊ตเตอร์เลยละครับ ไฟท้ายดีไซน์ได้สวยงามมีความคล้ายคลึงกับ ไฟท้าย Tmax Iron max ที่มีรูปร่างคล้ายกับเพชรเจียรไน แบบ 8 เหลี่ยม ดุเป็นเอกลักษณ์ในรุ่น Yamaha Aerox 4 สำหรับเบาะคนซ้อนที่ออกแบบให้ดูสปอร์ต แบบ 2 ชิ้นแบ่งคนขับกับคนซ้อน ทำให้ดูเพียวบางร่างเล็กกันเข้าไปอีก สำหรับใครที่สนใจ และรอเข้าไทย ขออนุญาตตอบว่า โมเดลนี้ไม่สามารถเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยได้ เพราะด้วยองค์ประกอบทางด้านเครื่องยนต์ ที่ไม่สามารถจดทะเบียน จึงส่งผลให้ไม่สามารถจำหน่ายได้ในประเทศไทย สำหรับผมแล้วขอให้การดีไซน์และออฟชั่นโมเดลตัวนี้มาอยู่ใน Aerox 155 บ้านเราก็ดีใจสุดๆแล้วละครับ ส่วนราคาคันนี้ที่ขายยุโรปอยู่ 2,990 ยูโร หรือเป็นราคาเงินบาทประมาณ 98,000 บาท และมีจำหน่าย 2 สี Mattle Grey และ Yamaha Blue อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้ ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้

Honda Collection Hall คือพิพิธภัณฑ์รวบรวมเอารถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์ตลอดไปจนถึงสิ่งของต่างๆ ที่ช่วยเรียงร้อยเรื่องราวประวัติศาสตร์ของฮอนด้าเอาไว้เข้าด้วยกัน มีตั้งแต่รถในช่วงสมัยยุคเริ่มต้นมาจนถึงยุคปัจจุบัน มีทั้งเรื่องราวเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยี ไปจนถึงประวัติศาสตร์การแข่งขันรายการต่างๆ ถูกรวมเอาไว้ ณ ที่แห่งนี้ ซึ่งผู้ที่เข้าชมจะสามารถปะติดปะต่อเรื่องราวที่ Honda มุ่งหวังจะเล่าให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษาความเป็นมาของ Honda ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สำหรับในครั้งนี้ทางเรา SuperBikemag.com ได้รับเกียรติร่วมทริป Japan Passion year2 กับทางฮอนด้า ที่ให้เราได้ร่วมเก็บภาพเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่ได้มาประเทศญี่ปุ่น พร้อมกับตามหา Passion ไปด้วยกัน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้อยู่ใกล้กับสนามแข่ง Twin Ring Motegi ที่ปัจจุบันยังคงเอาไว้ใช้แข่งขันกี่ฬาการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ MotoGP ในวันนั้นเราจึงได้มีโอกาสชมทั้งพิพิธภัณฑ์ และMotoGP เลยทีเดียว แค่คนจะเยอะหน่อยเท่านั้นเอง Honda Collection Hall จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ชั้นจะแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ไว้ให้เดินดูได้อย่างสะดวก ชัดเจน และน่าสนใจมากๆเลยครับ ถือว่าตื่นตาตื่นใจ ตั้งแต่เข้ามาเลยก็ว่าได้ เพราะในนี้ คือความฝันของใครหลายๆคน ที่ทุกคนอยากสะสม และครอบครองรถที่อยู่ในนี้ตามยุคตามสมัยของตนเอง เข้าประตูมาเจอก่อนเลยคันแรก Honda RC143 ปี 1960 คันนี้เป็นรถแข่งคันแรกของทางฮอนด้า เครื่องยนต์ 125 ซีซี 22 แรงม้า ที่ลงแข่งในรายการ WGP ปัจจุบันถ้าเทียบเท่ารายการนี้ก็ MotoGP นั้นเอง คันนี้มีอายุรวมๆเกือบ 60 ปี ใครที่ชื่นชอบ 2 ล้อเป็นพิเศษผมแนะนำให้ขึ้นมาที่ชั้น 2 อย่างโดยด่วนเพราะว่าเป็นชั้นที่จัดแสดงโชว์รถที่สะสมโมเดลหายากรุ่นแรก ปีลึก สภาพดี หาชมได้ยากที่สุดแล้ว บางรุ่นผมเองก็ยังไม่เคยเห็น (เกิดไม่ทัน) แต่ก็พอที่จะได้ยินมาบ้าง ทาง APHonda เราเองก็เอามาโชว์บางเป็นงานๆ คงจะทำเรื่องกันยกใหญ่ ถ้าจะเอาออกมานอกประเทศล่าสุด ก็คันด้านบนละครับ (RC143) ที่เอามาจอดโชว์ในงาน ThaiGP เรามาดูต่อในชั้น 2 กันว่ามีอะไรโชว์บ้าง เริ่มที่คันนี้เป็น Honda CB1100R ปี 1981 เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 4 สูบเรียง 105 แรงม้าที่ 9000 รอบ/นาที น้ำหนักคันนี้อยู่ที่ 235 กิโลกรัม ถ้าเทียบกับรถรุ่นใหม่ๆตอนนี้ก็ถือว่าหนักพอสมควร แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ไม่เคยหยุด คันนี้คือต้นแบบของหลายๆรุ่นในปัจจุบัน คันนี้ใหม่ขึ้นมาอีกหน่อย สำหรับ Honda CB1100R ปี 1983 เครื่องยนต์ 4 จังหวะ 4 สูบเรียง 120 แรงม้า ที่ 9000 รอบ/นาที น้ำหนักคันนี้อยู่ที่ 233 กิโลกรัม ในส่วนของมุมนี้จะมีแต่ CB ล้วนๆเลย ใครที่ชื่นชอบ จะหยุดอยู่ที่มุมนี้นานเป็นพิเศษ เดินมาต่อกันอีก 1 มุมสำหรับขาสะสมเลยก็ว่าได้ สำหรับคนไทยบางคน สายสะสมจริงๆอาจจะมีจอดประดับหิ้งไว้ที่บ้านแบบเงียบๆก็เป็นได้ มีทั้ง Honda DAX, Honda Gorila,Honda MOTRA ถัดไปอีก 1 มุมสำหรับ Honda Super Cup ที่ถูกจัดเก็บไว้มีสภาพที่สมบูรณ์ ต้องบอกเลยว่าทุกรุ่น ทุกโมเดลที่จอดอยู่สมบูรณ์ 100% Honda Dream CL72 Scrambler ปี1962 มอเตอร์ไซค์ตระกูล CL Scrambler คันแรกของฮอนด้า โดยมอเตอร์ไซค์คันนี้จะถูกส่งออกไปขายในประเทศสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะ ถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว ในรูปเล็กอาจจะมีการบ่งบอกได้ว่า ถูกนำไปใส่ในสงคราม (เป็นเพียงการคาดเดา) เดินมาต่อกันอีกมุม ที่เป็นมุมที่ได้รับความสนใจเลยทีเดียวสำหรับชายหนุ่มที่ชื่นชอบและรักในความเร็วแรงของรถฮอนด้า สำหรับมุม Racing เป็นโมเดลที่ถูกจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ อาทิเช่น NSR20 คันเล็ก และคันใหญ่ อย่าง NSR250R ที่ตอนนี้มูลค่าคงไม่ต้องพูดถึง ในไทยเรายังเห็นอยู่บ้าง แต่ก็คงจะไม่ปล่อยต่อมือกันง่ายๆอย่างแน่นอน เยอะจริงๆสำหรับมุมนี้ ที่ได้รับความสนใจ ส่วนตัวผมเองจะหยุดดูและเสียเวลากับเจ้า Honda NR750 เป็นพิเศษ ด้วยเอกลักษณ์ต่างๆที่ค่อนข้างจะดูเด่นกว่าชาวบ้าน ทั้งเครื่องยนต์สูบวีที่มีลูกสูบ

ตัวใหม่ Vespa GTS Super Tech 300 มาพร้อมเครื่องยนต์ควอซาร์ (Quarsar) แบบใหม่ HPE (High Performance Engine) ที่ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะเพิ่มประสิทธิภาพเหนือกว่าเครื่องยนต์ 300 ซีซี ตัวเดิมที่เคยมีมา ด้วยรูปแบบใหม่ แบบลูกสูบเดียว 4 จังหวะ 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ วิวัฒนาการใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งนับว่าเป็นเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ของเวสป้า โดยให้กำลังเพิ่มขึ้น 12% สูงสุด 23.8 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 26 นม./ 5,250 รอบต่อนาที มากกว่าเครื่องยนต์เดิมถึง 18% แถมช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ ระบบส่งกำลังยังปรับระบบ CVT ขึ้นใหม่ โดยควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ด้วยระบบอีซียู Magneti Marelli MIUG4 เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด ช่วยเสริมสมรรถนะเครื่องยนต์ให้ดียิ่งขึ้น สตาร์ทเครื่องยนต์ได้ทันที กล่าวคือ เครื่องยนต์ติดหลังจากที่เพลาข้อเหวี่ยงหมุนแค่เพียง 2 รอบเท่านั้น พร้อมการันตรีมาตรฐานยูโร 4 สำหรับระบบความปลอดภัย วางระบบดีเยี่ยมด้วยระบบเบรก ABS แบบ 2 Channels ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง และระบบ ASR (Anti-Slip Regulation) ป้องกันการลื่นไถลของรถ แม้ต้องเผชิญกับสภาพพื้นผิวถนนไม่ปรกติ เช่น ถนนลื่น เป็นต้น ด้านดีไซน์ของตัวรถนั้น เวสป้ายังคงเอกลักษณ์และเสน่ห์ประจำรุ่นไว้ทุกประการเพื่อส่งเสริมและสะท้อนไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ โดยความพิเศษของ “เวสป้า จีทีเอส ซูเปอร์เทค” (Vespa GTS Super Tech) คันนี้ มาพร้อมกระบังที่ได้รับการออกแบบใหม่ ด้วยบังแตรอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ออกแบบให้ยาวขึ้นกว่าเดิมและมีดีไซน์ตกแต่งแบบ 3 บั้ง ขอบชุบโครเมียมประดับอยู่บนบังโคลนหน้า ชุดกระจกมองหลังชุบโครเมียม กระจังดีไซน์ใหม่ ‘ลายรังผึ้ง’ ด้านข้างของชุดกระบังหน้า สะดุดทุกสายตาด้วย เฉดสีพิเศษ บริเวณล้อที่ทำผิวเป็นสีดำ Glossy Black ตัดกับบังแตร สปริงโช้คล้อหน้า ตลอดจนลายสติ๊กเกอร์สีเหลือง เบาะนั่งยังได้รับการตกแต่งที่ “ไฮเทค” ด้วยลายเดินด้ายสองสี และเพิ่มความสะดวกสบายด้วยการออกแบบเบาะใหม่ ที่ให้ความสบายทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายได้มากยิ่งขึ้น เพิ่มความสะดวกสบายด้วยช่องเก็บของใต้เบาะที่ได้รับการออกแบบให้สามารถใช้พื้นที่ได้อย่างลงตัวที่สุด โดยมีความจุที่สามารถเก็บหมวกนิรภัยแบบเดมิเจ็ทได้สองใบพร้อมกับสิ่งของอื่นๆ นอกจากนี้ ยังสามารถเก็บสิ่งของได้เพิ่มเติมในช่องเก็บถุงมือ ภายในมีพอร์ตยูเอสบีสำหรับชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 1 พอร์ต นอกจากนี้ Vespa GTS Super Tech 300 ยังได้ ปรับตัวเรือนไมล์ใหม่ที่ให้การแสดงผลแบบดิจิทัลเต็มระบบ Full-colour TFT Display ขนาด 4.3 นิ้ว โดยแผงหน้าปัดจะแสดงข้อมูลพื้นฐาน เช่น ความเร็ว ระยะทางรวม และระยะทางเฉพาะทริป อุณหภูมิโดยรอบและระดับน้ำมันเชื้อเพลิง โดยแผงหน้าปัด TFT Smart Dash เทคโนโลยีใหม่จะทำหน้าที่เป็นจอแสดงผลเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีระบบเชื่อมต่อภายใต้ชื่อ VESPA MIA ระบบอัจฉริยะที่พร้อมเชื่อมต่อไปยังสมาร์ทโฟนผ่านทาง Application Vespa โดยนับเป็นครั้งแรก ในประเทศไทยที่สกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อมอบประสบการณ์ความสะดวกสบายกับการขับขี่ครั้งใหม่ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตได้มากขึ้น นอกจากนี้ ระบบไฟส่องสว่าง ยังเป็นแบบ LED ทั้งด้านหน้าและด้านท้าย และมุมมองด้านหน้ายังคงโดดเด่นด้วยชุดไฟหน้า FULL LED ทรงกลม ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ประจำรุ่นที่ฝังรากอยู่ในประวัติศาสตร์การออกแบบของเวสป้ามาอย่างยาวนาน พร้อมด้วยไฟขับขี่กลางวันแบบ LED ที่บริเวณตอนท้ายของตัวรถ โดยรถสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยม Vespa GTS Super Tech มีให้เลือกด้วยกันสองสี ได้แก่ สีเทา เกรย์ เอวิโอ (Grey Avio) และสีดำ เนโร โวลคาโน่ (Nero Vulcano) สนนราคาช่วงแนะนำที่ 229,900 บาท พร้อมโปรโมชั่นและข้อเสนอสะกดใจ สามารถจองเพื่อเป็นเจ้าของได้แล้วที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ติดตามข่าวประชาสัมพันธ์ของเวสป้าได้ที่ http://www.vespa.co.th เฟซบุ๊ก Official Vespa Society Thailand และอินสตาแกรม @vespathailand อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้ ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้

Aprilia Racing สู่ขอดาวเด่น Moto2 แทนที่ “มาร์ติน” Aprilia Racing ต้นสังกัดปัจจุบันของแชมป์โลกคนล่าสุดอย่าง ‘มาร์ติเนเตอร์’ ฆอร์เก้ มาร์ติน ออกมาให้ความสนใจดาวรุ่งสัญชาติอังกฤษหนึ่งคน ขึ้นมาเป็นตัวแข่งของทีมโรงงาน ซึ่งอาจจะมีความเป็นไปได้ที่จะให้มาแทนที่ของฆอร์เก้ มาร์ติน ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาฆอร์เก้ มาร์ติน ได้ออกมาโพสต์ผ่านในช่องทาง Instagram ส่วนตัวของเขาเกี่ยวกับการตัดสินใจในการ ‘บอกลา’ ทีมโรงงานของค่ายเทพสามตา โดยมีเนื้อหาในความดังนี้ “สวัสดีทุกคน, ผมอยากจะแชร์คำอธิบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานการณ์ของผมกับ Aprilia ให้กับแฟน ๆ สื่อมวลชน และทุกคนที่ติดตามเส้นทางอาชีพของผม ผมไม่เคยละเมิดสัญญาแต่อย่างใด เมื่อตอนที่เราเซ็นสัญญากัน ผมได้ตกลงกับ Aprilia ว่า หากเงื่อนไขบางประการไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ ผมขอสงวนสิทธิ์ในการตัดสินใจเรื่องอนาคตของผมในปี 2026 ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ผมตัดสินใจยอมรับข้อเสนอในสัญญาฉบับนั้น ตอนที่ผมตัดสินใจเปลี่ยนทีมผู้ผลิตเมื่อปีที่แล้ว หนึ่งในข้อกำหนดของผมก็คือ การมีโอกาสทดสอบรถแข่งในสถานการณ์จริง และเข้าใจทีมงานรวมถึงวิธีการทำงานของพวกเขา เพื่อให้ผมรู้สึกมั่นใจที่จะเซ็นสัญญา 2 ปีแทนที่จะเป็นเพียงปีเดียว เราจึงใส่เงื่อนไขข้อนี้ไว้ในสัญญาด้วย เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจตามวันที่กำหนดไว้ในสัญญา ผมจึงตัดสินใจใช้สิทธิ์ในการยุติสัญญาของผมสำหรับฤดูกาล 2026 ผมดำเนินการเรื่องนี้ด้วยความเคารพ ชัดเจน และมีเจตนาเพียงอย่างเดียว คือการควบคุมอนาคตของตัวเองในฐานะนักกีฬาอาชีพ น่าเสียดายที่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุล้ม แม้ว่าโดยข้อเท็จจริงแล้วจะไม่ได้กระทบกับข้อตกลงที่เราได้ตกลงกันไว้ แต่ก็ส่งผลต่อช่วงเวลานี้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผมเปิดรับการพูดคุยกับทาง Aprilia มาโดยตลอด เพื่อขยายระยะเวลานี้ออกไปจนถึงการแข่งขันกรังด์ปรีซ์จำนวนหนึ่ง หลังจากที่ผมกลับมาลงแข่งอีกครั้ง เป้าหมายคือให้ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสให้กันและกันอีกครั้ง และรู้สึกมั่นใจก่อนที่จะตัดสินใจสำหรับฤดูกาล 2026 ผมซื่อสัตย์กับ Aprilia มาโดยตลอด ผมให้คุณค่ากับตัวรถ ทีมงาน และความทุ่มเทของทุกคนที่มีส่วนร่วมในโปรเจกต์นี้ สิ่งเดียวที่ผมขอคือให้ความตั้งใจและจิตวิญญาณของข้อตกลงที่เคยตกลงกันไว้กับ Aprilia ได้รับการเคารพ ไม่มีความขัดแย้งหรือการตำหนิใด ๆ ผมแค่ต้องการมองไปข้างหน้าอย่างชัดเจน หลังจากช่วงเวลาที่ยากลำบากและบาดเจ็บอย่างรุนแรง และยังคงมุ่งมั่นที่จะทุ่มเททุกสิ่งที่ดีที่สุด ทั้งในและนอกสนาม ขอบคุณทุกคนสำหรับความเข้าใจและความเคารพ ฆอร์เก้ มาร์ติน” โดยฆอร์เก้ มาร์ติน กับทีมโรงงานของค่ายเทพสามตานี้อาจจะยังดูไม่ค่อยมีความเข้ากันเท่าที่ควร โดยย้อนกลับไปในช่วงทดสอบที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย มาร์ตินเองก็ประสบอุบัติเหตุหนัก หลังจากนั้นไม่นาน ในช่วงก่อนเปิดการแข่งขันฤดูกาล 2025 มาร์ตินก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นอีกครั้ง และเมื่อได้โอกาสกลับเข้ามาลงสนามในการแข่งขัน Qatar Airways Grand Prix of Qatar 2025 เจ้าตัวก็ไม่สามารถแข่งขันได้จบ เพราะเกิดอุบัติเหตุล้มหลังจากวิ่งได้เพียง 13 รอบเท่านั้น โดยการประสบอุบัติเหตุของเจ้าตัว ทำให้ไม่สามารถกลับเข้ามาแข่งขันได้อาจเป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจในการบอกลาทีม แน่นอนว่าการออกมาบอกลาที่ ‘ชัดขนาดนี้’ ของฆอร์เก้ มาร์ติน ก็เป็นเรื่องที่ทางอะพริเลียไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ แต่หากค่ายก็เหมือนว่าจะมีแผนรับมือรอไว้อยู่แล้ว ซึ่งเป้าหมายที่ว่าก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นนักบิดสัญชาติอังกฤษในการแข่งขัน Moto2 อย่าง ‘Jake Dixon’ (เจค ดิกสัน) จากทีม Elf Marc VDS Racing ตามรายงานของ Motosprint ปัจจุบันดิกสันอยู่ในอันดับที่ 3 สะสมได้ 82 คะแนน แม้จะมีความสนใจมากน้อยแค่ไหน แต่เส้นทางของดิกสันในการเข้าสู่ทีมโรงงานของ Aprilia ยังเต็มไปด้วยความซับซ้อน และขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ เป็นหลัก หากเก้าอี้ที่จำเป็นต้องว่าง คงเป็นเครื่องหมายตัวใหญ่ของทางทีม ตำแหน่งนักแข่งของทีมจะลงเอยอย่างไรนั้น ก็คงจะต้องหาผู้ที่คู่ควรต่อไป อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ซาร์โก้ เลือกแล้ว? ตั้งเป้าเพื่อทีมรอง ไม่ขอทีมโรงงาน โยฮันน์ ซาร์โก้ นักบิดจอมเก๋าของทีม Castrol LCR Honda ทีมแซทเทิลไลท์จากค่ายรถญี่ปุ่นอย่าง Honda ซึ่งก่อนหน้านี้ทางนักบิดสัญชาติฝรั่งเศสรายนี้คาดหวังว่าในช่วงปี 2026 ตัวเขานั้นจะได้รับโอกาสในการโปรโมตขึ้นสู่ทีมโรงงาน HRC แต่สุดท้ายแล้วก็มีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจที่จะอยู่กับทีมปัจจุบัน โดยผลงานสุดร้อนแรงของเจ้าตัวคือการทะย้านคว้าโพเดียมในการแข่งขันที่สนาม Le Mans ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสนามโฮมเรซของเจ้าตัว และต่อเนื่องผลงานแจ่มด้วยการขึ้นโพเดียมอีกครั้งในการแข่งขันที่สนามซิลเวอร์สโตน ซึ่งผลการแข่งขันล่าสุดทั้งสองครั้งของเจ้าตัวเหมือนเป็นการชี้ให้เห็นถึงคุณภาพของนักแข่งที่อายุมากที่สุดในการแข่งขัน MotoGP และยังบ่งบอกถึงศักยภาพของการพัฒนาเจ้า RC213V อีกด้วย ซึ่งในช่วงก่อนหน้านี้ หลังการแข่งขันที่สนาม Le Mans นักบิดเจ้าของหมายเลข 5 รายนี้ก็คาดหวังว่าการสร้างผลงานยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้จะช่วยให้เขาได้รับโอกาสในการเลื่อนขึ้นสู่ทีมโรงงานของฮอนด้าในปี 2026 ที่ว่าเจ้าตัวทำไมถึงมีโอกาสในการก้าวขึ้นสู่ทีมโรงงานนั้น ก็เพราะนักแข่งทีมโรงงานคนปัจจุบันอย่างลูก้า มารินี่ กำลังจะหมดสัญญาหลังสิ้นสุดฤดูกาลนี้ แต่แล้วความคิดของเจ้าตัวก็เปลี่ยนไป เพราะจากบทสัมภาษณ์ล่าสุดที่เขาให้กับสื่อ Sky Italia หลังจากการแข่งขันที่สนามซิลเวอร์สโตน ซาร์โก้ยอมรับว่าอยากที่จะอยู่ที่เดิมต่อไปมากกว่า “ความสัมพันธ์ของผมกับ Honda และเซ็กคิเนลโล่ดีมากเลยครับ” “แม้จะอยู่ในทีมของลูซิโอ เราก็ยังสามารถได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติม และกลายเป็นเหมือนรถโรงงานคันที่สามได้ นั่นคือสถานการณ์ในอุดมคติ เรากำลังคิดกันอยู่ว่าจะอยู่ที่นี่ต่อไปยังไง และเป็นเบอร์หนึ่งตัวจริงของ Honda ให้ได้” ในปัจจุบันสถานการณ์ในตารางคะแนนชิงแชมป์โลก ซาร์โก้ อยู่ในอันดับ 5 ของตารางคะแนน ซึ่งถ้าโยฮันน์ ซาร์โก้เลือกอยู่กับทีมกับ LCR ต่อไป นั่นอาจเปิดทางให้ฆอร์เก้ มาร์ติน ย้ายมาสู่ทีมโรงงาน Honda หากเขาตัดสินใจอำลา Aprilia อ่านเนื้อข่าวต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

IndonesianGP 2024 กับ 17 โค้งสุดโหด แห่งมัลดาลิกา ก่อนจะชมการแข่งขัน MotoGP สนามที่ 15 ในสุดสัปดาห์นี้ เรามาทำความรู้จักกับ IndonesianGP 2024 สนามเปอร์ตามิน่า มันดาลิกา เซอร์กิต ประเทศอินโดนีเซียกันหน่อยดีกว่า Indonesian GP 2024 ทำความรู้จักกับสนาม เปอร์ตามิน่า มันดาลิกา เซอร์กิต ประเทศอินโดนีเซีย โดยสนาม เปอร์ตามิน่า มันดาลิกา เซอร์กิต มีระยะทางทั้งหมด 4.3 กิโลเมตร ถือว่าระยะทางนั้น ไม่สั้นและไม่ยาวจนเกินไป ถ้าหากเทียบกับสนาม มิซาโน เวิลด์ เซอร์กิต ที่อิตาลี ซึ่งถือว่าพอ ๆ กันเลย โดยโค้งมีทั้งหมด 17 โค้งถือว่า (ทำโค้งออกมาได้เยอะมาก) แยกออกเป็น โค้งซ้าย 6 โค้ง และโค้งขวา 11 โค้ง และทางตรงยาวสุดมีระยะทางเพียง 507 เมตรเท่านั้น (ซึ่งถือว่าสั้นมาก) จึงเป็นโจทย์ที่ท้าทาย สำหรับเซียนทางตรงโดยเฉพาะ คงจะต้องมาวัดกันที่ทางโค้ง เพราะสนามนี้มีโค้งที่เยอะมาก เราต้องมาดูกันว่ารถทีมไหน ค่ายไหน จะมีพละกําลัง หรือเร่งออกจากโค้งได้ดีกว่ากัน บวกกับตัวนักแข่งด้วยว่าจะเข้าและออกโค้งเร็วขนาดไหน จุดที่น่าสนใจ นั้นคือโค้ง 1 และ โค้ง 10 เพราะสองจุดนี้คือจุดที่ต้องใช้เบรกที่หนักมาก หลังจากที่ออกจากโค้ง 17 ใส่สุดจนถึง โค้ง 1 ก่อนจะเบรกหนักๆ เพื่อจะเข้าโค้ง ช่วงนี้แหละ ที่อาจจะเป็นตัววัดได้เลยว่าใครจะเข้าโค้งได้เร็วและออกโค้งเร็ว และช่วงโค้ง 7 โค้ง 8 และโค้ง 9 จะเป็นช่วงที่เข้าโค้งในความเร็วสูง ๆ และพลิกรถให้ออกโค้งไวที่สุด ก่อนจะเข้าโค้ง 10 ทำให้ 2 จุดนี้ ถือได้ว่าอาจจะเป็นตัวแปรของการแข่งขันในครั้งนี้เลยครับ ใครที่เบรกหนักหรือเบรกไม่อยู่ อาจจะบานโค้งออกไปทำให้เสียตำแหน่งหรือ อาจเกิดอุบัติเหตุได้เลย สุดท้ายแล้วทุกโค้งนั้นสำคัญหมดแหล่ะครับ ขึ้นอยู่กับว่านักแข่งแต่ละท่านจะมีสกิลมากน้อยแค่ไหน รวมไปถึงตัวรถนั้นเซ็ตมาดีหรือไม่ ถ้าเซ็ตมาไม่ดีหล่ะก็..บ่อกรวดอาจเป็นที่นอนของคุณ ตารางการแข่งขัน วันศุกร์ที่ 27 กันยายน 2024 เวลา รุ่น ประเภท 08:00 – 08:35 Moto3 Free Practice 08:50 – 09:30 Moto2 Free Practice 09:45 – 10:30 MotoGP Free Practice Nr. 1 12:15 – 12:50 Moto3 Practice Nr. 1 13:05 – 13:45 Moto2 Practice Nr. 1 14:00 – 15:00 MotoGP Practice วันเสาร์ที่ 28 กันยายน 2024 เวลา รุ่น ประเภท 07:40 – 08:10 Moto3 Free Practice 08:25 – 08:55 Moto2 Free Practice 09:10 – 09:40 MotoGP Free Practice Nr. 1 09:50 – 10:05 Moto3 Practice Nr. 1 10:15 – 10:30 Moto2 Practice Nr. 1 11:50 – 12:05 MotoGP Practice 09:45 – 10:30

Emilia Romagna GP 2024 กับ 10 อันดับรถเร็วสุดมีใครบ้าง ? ว่าด้วยการแข่งขัน MotoGP กับสิ่งที่เป็นหัวใจหลักมี่ขาดไม่ได้เลยนั้นคือ “ความเร็ว” โดยวันนี้เรามาจัด 10 อันดับ สำหรับรถที่เร็วที่สุดในการแข่งขัน Emilia Romagna GP 2024 ที่มิซาโน่ เวิร์ล เซอร์กิต ประเทศอิตาลี Emilia Romagna GP 2024 ทำความรู้จักกับสนาม มิซาโน เวิลด์ เซอร์กิต โดยสนามมิซาโน เวิลด์ เซอร์กิต มีความยาวทั้งหมดอยู่ที่ 4.2 กิโลเมตร ถือว่าไม่ยาวหรือสั้นจนเกินไป และ มีด้วยกันทั้งหมด 16 โค้ง โดยโค้งซ้ายมี 6 โค้ง และ โค้งขวามี 10 โค้ง ทางตรงของสนามนี้อยู่ที่ 530 เมตร เท่านั้น ถือว่ายาวพอสมควร และความเร็วที่ทำได้อยู่ในช่วง ออกโค้ง 9 และโค้งที่ 10 จนไปถึง โค้งที่ 11 ช่วงนั้นเป็นระยะที่สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 10 อันดับ รถที่เร็วที่สุดใน สนาม มิซาโน เวิลด์ เซอร์กิต ประเทศอิตาลี จัดอันดับนักแข่งที่ทำ Top Speed สูงสุดในรอบการแข่งขันสนามนี้ ประกอบไปด้วย อันดับ นักแข่ง ทีม TopSpeed เวลาดีที่สุด 1 Jorge MARTIN Prima Pramac Racing 305.9 Km/h 1:31:150 2 Marco BEZZECCHI Pertamina Enduro VR46 Racing T 305.0 Km/h 1:31:435 3 Miguel OLIVEIRA Trackhouse Racing 304.2 Km/h 1:32:079 4 Franco MORBIDELLI Prima Pramac Racing 304.2 Km/h 1:31.435 5 Pedro ACOSTA Red Bull GASGAS Tech3 303.3 Km/h 1:31.585 6 Francesco BAGNAIA Ducati Lenovo Team 303.3 Km/h 1:30.877 7 Joan MIR Repsol Honda Team 302.5 Km/h 1:31.972 8 Enea BASTIANINI Ducati Lenovo Team 302.5 Km/h 1:31.057 9 Brad BINDER Red Bull KTM Factory Racing 302.5 Km/h 1:32.228 10 Alex MARQUEZ Gresini Racing MotoGP 302.5 Km/h 1:32.003 นี้ก็คือนักแข่งที่สามารถทำควรเร็วได้สูงสุดในสนาม มิซาโน เวิลด์ เซอร์กิต เมื่อวันที่ 22 กันยา ที่ผ่านมา ถือว่าดุเดือดสุดๆ ในการแข่งขันสนามนี้ หลังจากจบการแข่งขันผู้ที่เข้าเส้นชัย อันดับที่ 1 Enea BASTIANINI อันดับที่ 2 Jorge MARTIN อันดับที่ 3 Marc MARQUEZ ใช่ว่ารถที่เร็วที่สุดจะเป็นรถที่ได้เข้าที่

Ducati 100 Wins MotoGP กับประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ในโมโตจีพี Ducati 100 Wins MotoGP สร้างประวัติครั้งใหม่ กับการเฉลิมฉลองชัยชนะสู่ 100 เกมของการแข่งขันใน MotoGP ที่ Misano ประเทศอิตาลี โดยชัยชนะครั้งล่าสุด เกิดขึ้นโดยนักบิดหมายเลข 23 Enea Bastianini เพื่อนร่วมทีมเมทแชมป์โลกอย่าง Francesco Bagnaia ที่สามารถได้คว้าชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ หลังการดวลกับ Jorge Martin ผู้นำอันดับหนึ่งของตารางในรอบสุดท้าย ก่อนสามารถแซงเจ้าตัวและเข้าเส้ยชัยเป็นคนแรก สร้างผลงานในบ้านที่น่าจดจำให้กับ Ducati ไปได้ในครั้งนี้ @motogp A bit of controversy around Bestia’s winning overtake 😬 Which is your point of view? Too agressive or just a bold last lap move? 👀 #EmiliaRomagnaGP 🏁 #MotoGP #Motorsport #Motorcycle #Racing #SportsOnTikTok ♬ Tonight – Felix Tena หากย้อนไปในช่วงบุกเบิก Ducati นั้นก่อตั้งขึ้นในปี 1926 และเข้าสู่การแข่งขัน MotoGP อย่างจริงจังในช่วงต้นปี 2000 โดยความสำเร็จแรกของพวกเขาเกิดขึ้นในปี 2003 เมื่อ Loris Capirossi คว้าชัยชนะครั้งแรกให้กับทีม ความสำเร็จนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตที่ต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 20 ปี โดย Ducati ยังคงพัฒนารถแข่งและเทคโนโลยีต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้พวกเขาเป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดใน MotoGP โดยชัยชนะครั้งที่ 100 ของ Ducati ถือเป็นจุดสำคัญที่ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่สามารถรักษาระดับการแสดงศักยภาพได้อย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา การควบคุมรถที่มีประสิทธิภาพสูง รวมถึงการทำงานเป็นทีมของนักแข่งและวิศวกร ทำให้ Ducati สามารถแสดงความสามารถได้ในทุกสนามแข่ง ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันในยุโรปหรือในสนามอื่นๆ ทั่วโลก นอกจากการพัฒนาต่อเนื่องอย่างไม่หยุดหย่อน Ducati ยังได้รับการสนับสนุนจากนักแข่งมากฝีมือหลายคน อาทิ Casey Stoner ซึ่งเคยพา Ducati คว้าแชมป์โลกในปี 2007 ความสำเร็จเหล่านี้ช่วยให้ Ducati กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่โดดเด่นที่สุดในวงการ MotoGP โดยการมีรถแข่งที่มีความเร็วและความเสถียรสูงช่วยให้นักแข่งสามารถควบคุมสถานการณ์ในสนามได้อย่างดี ความสำเร็จของ Ducati ไม่เพียงแต่ทำให้พวกเขาก้าวสู่การเป็นแชมป์ในหลายรายการ แต่ยังส่งผลให้มีแฟน ๆ และผู้สนับสนุนจากทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การชนะครั้งที่ 100 จึงไม่เพียงแต่เป็นการบันทึกสถิติ แต่ยังเป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานเป็นทีม การพัฒนาเทคโนโลยี และการทุ่มเทในการแข่งขันที่สูงสุดในโลกของ MotoGP อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก