
V4 ใกล้คลอด ยามาฮ่าแย้มเครื่องยนต์ใหม่ที่จะใช้สู้ศึกในการแข่งขัน MotoGP โดยรับว่าช่วงนี้อยู่ระหว่างพัฒนาในขั้นสุดท้าย
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

V4 ใกล้คลอด ยามาฮ่าแย้มเครื่องยนต์ใหม่ที่จะใช้สู้ศึกในการแข่งขัน MotoGP โดยรับว่าช่วงนี้อยู่ระหว่างพัฒนาในขั้นสุดท้าย

Alex Marquez นักแข่งเจ้าของหมายเลข 73 จากทีม Gresini Racing ออกมาเผยว่ามีอยู่สองจุดที่เจ้าตัวต้องปรับในครึ่งหลังฤดูกาล 2025

ส่อง Top Speed MotoGP 2023 สนามที่ 18 ที่เซปัง ประเทศมาเลเซีย สำหรับการแข่งขันในรอบ PETRONAS Grand Prix of Malaysia ซึ่งเป็นสนามที่ 18 แล้ว ไปแข่งที่สนาม PETRONAS Sepang International Circuit มีทางตรงที่ยาวที่สุด 920 เมตร ก็มีนักแข่งทำท็อปสปีดกันได้พอสมควร ไปดูกันเลยว่าใครได้เท่าไหร่กันบ้าง อันดับ เบอร์ นักแข่ง รถ Top Speed เฉลี่ย 1 89 Jorge Martin Ducati 333.3 332.5 2 1 Francesco Bagnaia Ducati 332.3 331.2 3 5 Johann Zarco Ducati 331.2 327.4 4 12 Maverick Vinales Aprilia 330.2 328.8 5 72 Marco Bezzecchi Ducati 330.2 329.5 ส่อง Top Speed MotoGP 2023 สนามที่ 18 อันดับ เบอร์ นักแข่ง รถ Top Speed เฉลี่ย 6 73 Alex Marquez Ducati 330.2 328.8 7 93 Marc Marquez Honda 330.2 329.6 8 10 Luca Marini Ducati 329.2 326.5 9 23 Enea Bastianini Ducati 329.2 327.5 10 43 Jack Miller KTM 329.2 327.7 11 19 Alvaro Bautista Ducati 328.2 325.6 12 20 Fabio Quatararo Yamaha 328.2 326.7 13 37 Augusto Fernandez KTM 328.2 326.6 14 41 Aleix Espargaro Aprilia 328.2 323.1 15 21 Franco Morbidelli Yamaha 327.2 235.3 16 49 Fabio Di Giannantonio Ducati 326.2 322.3 17 25 Raul Fernandez Aprilia 325.3 320.8 18 27 Iker Lecuona Honda 324.3 320.5 19 30 Takaaki Nakagami Honda 324.3 322.9 20 44 Pol Espargaro KTM 324.3 321.9 21 33 Brad Binder KTM 321.4 318.9 22 88 Miguel

ครั้งแรกของโลก สองล้อชิงแชมป์โลกสำหรับผู้หญิง เตรียมเปิดศึกปี 2024 ถือเป็น ครั้งแรกของโลก สองล้อชิงแชมป์โลกสำหรับผู้หญิง ที่จะเปิดศึกแข่งขันกันในปี 2024 โดยมีชื่อรายการเต็ม ๆ ว่า FIM Women’s Motorcycling World Championship 2024 โดยจะแข่งกัน 6 สนามในช่วงเดียวกันกับรายการแข่ง WorldSBK นั่นเอง ก่อนหน้านี้แม้ว่าจะมีนักแข่งผู้หญิงอยู่บ้างประปราย แต่นี้จะถือเป็นครั้งแรกที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้มีโอกาสแข่งขันแบบรายการแยกโดยเฉพาะ และมีรูปแบบการแข่งขันแบบเต็มรูปแบบเลย แม้ว่าจะมีจำนวนสนามที่แข่งขันน้อยกว่าก็ตาม เบื้องต้นจะมี 6 สนาม พร้อมตารางเวลาตามตารางข้างล่างดังนี้ สนาม วันที่ Emilia Romagna Round, Misano World Circuit “Marco Simoncelli” อิตาลี 14 – 16 มิถุนายน 2024 UK Round, Donington Park Circuit อังกฤษ 12 – 14 กรกฎาคม 2024 Portuguese Round, Autodromo Internacional do Algarve โปรตุเกส 9 – 11 สิงหาคม 2024 Hungarian Round, Balaton Park Circuit ฮังการี 23-25 สิงหาคม 2024 Italian Round, Cremona Circuit อิตาลี 20 – 22 กันยายน 2024 Spanish Round, Circuito de Jerez-Angel Nieto สเปน 11 – 13 ตุลาคม 2024 การแข่งขันในแต่ละสนาม จะมีการจัดซูเปอร์โพลเรซในวันศุกร์ แข่ง Race 1 และ Race 2 ในวันเสาร์และอาทิตย์ตามลำดับ นักแข่งทุกคนจะได้รับการซัพพอร์ตรถแข่งเป็น Yamaha YZF-R7 ที่มาพร้อมชุดเรซซิ่งคิทจาก GYTR ยางจาก Pirelli และอื่น ๆ ทั้งนี้จะเปิดให้ลงสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ไปจนถึง 31 มกราคม 2024 คาดว่าจะคอนเฟิร์มนักแข่งได้ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปี และต้องจ่ายเงินค่าสมัครที่ 25,000 ยูโร งานนี้ถือว่าเป็นรายการแข่งขันที่ดีจริง ๆ ครับ เปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้ทำการแข่งขันแบบเต็มรูปแบบ ไม่ต้องมาลงแข่งในรายการที่มีผู้ชายเป็นหลักที่ได้เปรียบในเรื่องของสมรรถนะทางร่างกาย จะสนุกแค่ไหนต้องติดตามกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Thai Yamaha WorldSSP 2023 พิสูจน์ความยอดเยี่ยมของ “คนไทย” ในเวทีมอเตอร์สปอร์ตโลก “ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม” ยอดทีมแข่งไทยจบภารกิจในฤดูกาลแรกสำหรับการแข่งขัน เวิลด์ ซูเปอร์สปอร์ต แชมเปียนชิพ ด้วยผลงานยอดเยี่ยมจากศักยภาพของบุคลากรชาวไทย ขณะ “ตี” อนุภาพ ซามูล และ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ สองนักบิดไทยผลงานตามเป้ากับฤดูกาลแห่งการเรียนรู้ หลังจบสนามสุดท้ายที่ สเปน เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Thai Yamaha WorldSSP 2023 ปิดฉากสนามสุดท้ายของฤดูกาลลงเป็นที่เรียบร้อย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ เซอร์กิโต เด เฆเรซ – อังเคล นิอัตโต ประเทศสเปน โดยผลงานสนามสุดท้ายของนักบิดไทยอย่าง “ตี” อนุภาพ ซามูล เจ้าของรถแข่ง Yamaha YZF-R6 หมายเลข 51 จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ปรากฏว่าเจ้าตัวไล่แซงสุดมันจากกริดที่ 24 บิดคว้าอันดับ 14 ในเรซแรก คว้าแต้มให้ทีมได้สำเร็จ ก่อนจะบิดคว้าอันดับ 17 ในเรซสุดท้ายเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ คัมแบ็กสู่สนามได้อีกครั้ง หลังพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ “อาร์มปั๊ม” ไปนานหลายเดือน โดยเจ้าของหมายเลข 24 บิดคว้าอันดับ 17 จากเรซแรกมาครอง แต่ไม่สามารถลงทำการแข่งขันในเรซที่ 2 ได้อย่างน่าเสียดาย ผ่านฤดูกาล 2023 ซึ่งเป็นปีแรกของ “ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม” ในฐานะทีมไทยทีมแรกในศึก เวิลด์ ซูเปอร์สปอร์ต แชมเปียนชิพ ถือว่าสร้างผลงานได้ตามเป้าในฤดูกาลแห่งการเรียนรู้ โดยเฉพาะ “ทีมช่างไทย” ที่ได้รับการยอมรับว่าอยู่ในระดับเดียวกับช่างระดับโลก ขณะที่ “ตี” อนุภาพ มีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยม เก็บแต้มจากฤดูกาลแรกมาได้ทั้งสิ้น 24 คะแนน รั้งอันดับ 23 ของโลก ส่วนทีมเมทอย่าง “แสตมป์” อภิวัฒน์ รั้งอันดับ 38 เก็บมาได้ 4 แต้ม ด้าน ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม คว้าอันดับ 16 ของโลก เก็บมาได้ 49 คะแนน ทั้งนี้ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ยืนยันสานต่อโครงการนี้ ด้วยการส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันในศึก เวิลด์ ซูเปอร์สปอร์ต แชมเปียนชิพ 2024 เช่นเคย โดยจะมีการยกระดับทีมหลายด้าน ซึ่งจะมีการเปิดเผยรายละเอียดต่างๆ เร็วๆ นี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ชมโฉม ZX-10RR Winter Test 2024 พร้อมนักแข่งหน้าใหม่ที่มาแทน Rea แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตที่ชื่นชอบรายการแข่งขันรถโปรดักชันที่เร็วและแรงที่สุดในโลกอย่าง WorldSBK น่าจะรู้กันดีว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงปิดฤดูกาลและเข้าสู่ช่วงการทดสอบในฤดูหนาวแล้ว วันนี้เราก็จะพาไป ชมโฉม ZX-10RR Winter Test 2024 ของทาง Kawasaki Racing Team กันครับ โดยในฤดูกาล 2024 นี้หลังจาก Jonathan Rea ย้ายออกไป คงเหลือไว้แต่ Alex Lowes ก็ได้น้องใหม่ที่เพิ่งเซ็นสัญญาเข้าทีมมาอย่าง Axel Bassani (คนผมหยิกในภาพด้านบน) ใช้เบอร์แข่ง 47 ซึ่งเคยสังกัดทีมอิสระมานาน 2 ปี มาปีหน้าจะได้อยู่ทีมโรงงานกับเขาแล้ว ซึ่งก็กลายเป็นธรรมเนียมประจำไปแล้วสำหรับทาง KRT ที่จะเผยโฉมรถแข่งของเขาในรูปโฉมสำหรับใช้ทดสอบในช่วงปิดฤดูกาล หรือในช่วงฤดูหนาวของทุก ๆ ปี และแน่นอนว่าทางค่ายก็จะนำโฉมนี้ไปทำเป็นรุ่นพิเศษขายเป็นโมเดลในปีถัดไปอีกด้วย และนั่นล่ะครับ งานนี้ใครชอบลายกราฟิกพิเศษหรือไม่ยังไงไม่รู้ แต่บอกเลยมันเท่ใช้ได้เลยนะ สาวกค่ายเขียวที่ยังไม่มีคงต้องเก็บกันซักคันนะเออ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jonathan Rea ย้ายสู่ทีม Pata Yamaha Prometeon WorldSBK เรียบร้อย เพียง 24 ชม.หลังจากจบการแข่งขัน WorldSBK ฤดูกาล 2023 แชมป์โลก 6 สมัยอย่าง Jonathan Rea ย้ายสู่ทีม Pata Yamaha Prometeon WorldSBK ทันที และนี่เป็นครั้งแรกที่มีรถแข่ง R1 หมายเลข 65 โดยรูปโฉมที่เผยออกมานั้นมาในโทนสีสุดเท่ โดดเด่นด้วยสีเทาพิเศษ สีขาวและลายคาร์บอนไฟเบอร์ ในลักษณ์ของลวดลายแบบวินเทอร์เทสต์นั่นเองครับ แน่นอนว่าทางทีมงานและวิศวกรของยามาฮ่ารอต้อนรับกันเป็นอย่างดี และเบื้องต้น Rea เองก็ดูจะชอบการฟิตติ้งรถล่วงหน้า และเราได้เห็นเขาและรถคันนี้ทดสอบกันในแทร็กแล้วที่ Circuito de Jerez – Ángel Nieto 2 วันด้วยกัน โดยผลเทสต์ในวันแรกนี้ Rea กดไป 12 แล็ป ทำเวลาได้ 1’40.302 เร็วเป็นอันดับ 4 ของการทดสอบในวันนี้ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว กับคนที่ต้องเปลี่ยนรถข้ามค่ายมาแบบนี้ ก็ต้องติดตามกันต่อไปครับผม อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jorge Martin ทุบสถิติ..ทำเวลาดีที่สุดใน ThaiGP 2023 หลังจากจบการแข่งขันไปแล้วสำหรับรายการ โออาร์ ไทยแลนด์ กรังปรีซ์ 2023 แอดก็ขอแสดงความยินดีแก่นักแข่งทุกท่านที่สามารถคว้าโพเดียมไปได้สำเร็จในครั้งนี้ และอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจนั่นก็คือ นักบิดคนไหนกันนะ ที่สามารถโชว์ฟอร์มสุดฮอต ทำเวลาได้ดีที่สุดในสนามบ้านเรากันแน่ และแน่นอนจะเป็นใครไม่ได้นอกจากเจ้าของโพเดียม อันดับ 1 รุ่นโมโตจีพีสนาม 17 อย่าง Jorge Martin นักบิดหมายเลข 89 จาก Prima Pramac Racing นั่นเอง โดยทำเวลาที่ดีที่สุดในรอบควอลิฟาย (Q2) ที่ 1:29.287 นาที ซึ่งถือเป็นการสร้างสถิติใหม่ ทุบสถิติเก่าอย่าง Marco Bezzecchi ที่เคยทำไว้ที่ 1:30.896 นาที เมื่อปีที่ผ่านมา นับว่าเป็นสถิติเรคคอร์ดใหม่ในสนามช้าง ฯ เลยก็ว่าได้ สำหรับนักบิดเซียน ๆ ชาวไทยเคยทำเวลาดีที่สุดในสนามนี้ไว้ที่เท่าไหร่กันครับ มาแชร์กัน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ทำไมเครื่อง Moto2 แรงกว่า เครื่องที่อยู่ในรถ Triumph ปกติ หลาย ๆ คนที่เป็นไบเกอร์สายสตรีทน่าจะรู้จักกันดีกับโมเดล Street Triple RS ที่เป็นเน็กเก็ดไบค์ตัวแรงที่ใช้เครื่องยนต์ 3 สูบเรียงพิกัด 765 ซีซี แล้วรู้อะไรมั้ยครับ เครื่องยนต์ที่เป็นหัวใจหลักของรถโมโตทูที่แข่งกันในตอนนี้เนี่ย พัฒนามาจากเครื่องยนต์ของเจ้า Street Triple RS รถถนนนี่ล่ะครับ แล้ว ทำไมเครื่อง Moto2 แรงกว่าเครื่องที่อยู่ในรถขี่ถนนล่ะครับ? วันนี้เราจะมาเฉลยให้ทุกท่านได้รับรู้กันครับ สาเหตุที่ทำให้แรงกว่าเครื่องปกติ มี 2 ส่วนด้วยกันคือ ส่วนของการเสริมสมรรถนะ และส่วนของการใส่ของแต่งซิ่ง หรือเรซซิ่งพาร์ทนั่นเอง ทีนี้ในแต่ละส่วนก็จะมีรายละเอียดเพิ่มเติมลงไปอีกครับ แน่นอนว่าเราก็จะมาบอกเช่นกันครับว่ามีอะไรบ้าง ส่วนของการเสริมสมรรถนะ ปรับแต่งฝาสูบด้วยการปรับแต่งพอร์ตไอดีและไอเสียเพื่อเพิ่มอัตราการไหลเวียนของน้ำมันเชื้อเพลิง เพิ่มอัตราส่วนการอัด ใช้วาล์วไทเทเนียมและสปริงวาล์วที่แข็งขึ้นเพื่อเพิ่มรอบของเครื่องยนต์ให้สูงขึ้น ใช้ชุดอัลเทอร์เนเทอร์แบบเรซที่ให้กำลังไฟต่ำเพื่อลดแรงเฉื่อยในระบบ ปรับอัตราทดเกียร์ 1 และเกียร์ 2 ใหม่ ใช้สลิปเปอร์ที่พัฒนามาสำหรับการแข่งขัน (สามารถปรับจูนเพิ่มได้) ใช้ ECU สำหรับการแข่งขันโดยเฉพาะจากทาง Magneti Marelli ปรับปรุงฝาเครื่องใหม่เพื่อลดขนาดความกว้างของเครื่องยนต์ เปลี่ยนอ่างน้ำมันเพื่อให้ออกแบบการไหลของไอเสียในช่วงคอทอทำได้ดีขึ้นเร ใช้สารเคลือบผิวสมรรถนะสูงเคลือบชิ้นส่วนสำคัญภายใน เพื่อเพิ่มความทนทานและความลื่นไหล ส่วนของเรซซิ่งพาร์ท เพิ่มความกว้างของกระบอกสูบและระยะชัก ใช้เพลาข้อเหวี่ยงใหม่ ใช้ลูกสูบใหม่ ใช้ก้านสูบและเพลาบาลานเซอร์ใหม่ ใช้กระบอกสูบอลูมิเนียมเคลือบนิคาซิล ปรับแต่งเกียร์บ็อกซ์ใหม่ นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนชิ้นส่วนอื่น ๆ อีกรวมในหัวข้อนี้กว่า 80 ชิ้นกันเลยทีเดียว และแน่นอนว่าวิศวกรของไทรอัมพ์ก็ศึกษาและพัฒนาเครื่องยนต์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้เครื่องยนต์ที่แรงและทนทานมากที่สุด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ลือดีลลับ ระหว่าง Marc และ Honda ระดับโลกต้องอึ้ง ล่าสุดมีข่าว ลือดีลลับ ระหว่าง Marc และ Honda ระดับโลกต้องอึ้ง โดยรายงานข่าวบอกว่าเป็นสัญญาที่ไม่ได้เขียนขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะกลับมาจอยกันอีกครั้งในปี 2025 แต่มีเงื่อนไขบางอย่างกำหนดเอาไว้ แชมป์โลก MotoGP 6 สมัย Marc Marquez กำลังจะจบความสัมพันธ์อันยาวนานกว่า 11 ปีกับทาง Honda เมื่อสิ้นสุดฤดูกาลนี้ เพื่อที่จะไปร่วมทีม Gresini Ducati ในปี 2024 แต่มีสัญญาแค่เพียงปีเดียว La Gazzetta dello Sport สื่ออิตาลีเจ้านึงรายงานว่า “มีเสียงพูดคุยกันเรื่องสัญญาลับระหว่างฮอนด้าและมาร์เกซ” ซึ่งนั่นหมายความว่าอาจจะมีความเชื่อมโยงกัน และอาจจะกลับมาฮอนด้าหลังจากครบสัญญา 1 ปีกับทีมอิสระที่ใช้รถ Ducati นอกจากนี้มาร์เกซยังได้รับการปล่อยตัวออกโดยไม่โดนโทษปรับเป็นตัวเงิน ซึ่งสืออิตาลียังอ้างว่านี่คือ “รายละเอียดสำคัญ” ซึ่งอาจจะเป็นการสื่อว่าต้องกลับมาค่ายปีกนกอีกครั้ง แต่จะกลับมา Honda ก็ต่อ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคขนานใหญ่ ในระหว่าง 1 ปีที่เขาไม่อยู่ ซึ่งนี่อาจจะรวมไปถึง การเข้ามาของทีมวิศวกรจากรถแข่ง F1 การกลับมาอาจจะขึ้นอยู่กับการที่ Honda สามารถชนะในการแข่งขันได้อีกครั้งในช่วงที่เขาไม่อยู่อีกด้วย งานนี้เขาอาจจะอยากกลับมาบ้านของเขาอีกครั้งในปี 2025 ตอนที่เขาเป็นนักแข่งไร้สังกัดและสามารถที่จะเจรจาต่อรองกับทุก ๆ คนในแพ็ดด็อกได้ด้วย แต่เขาคงจะไม่เจอ Alberto Puig แล้ว เพราะอาชีพผู้จัดการทีมของเขาคงไม่มั่นคงอีกต่อไปหลังจากเกิดเหตุการณ์หลายอย่างในการแข่งขัน สุดท้ายนี้การยกเครื่องเทคโนโลยีสำหรับรถแข่งคันใหม่นั้นได้เริ่มต้นขึ้นไปแล้วหลังจากที่ Shinichi Kokubu ได้ออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค และทางค่ายเองก็ได้พยายามดึงตัว Gigi Dall’Igna จากดูคาติมาแล้วด้วย แต่กลับเหลว ขณะเดียวกันทีมงานที่ใกล้ชิดกับแชมป์โลก 6 สมัยคนนี้เองก็ยังคงอยู่กับ เรปโซลฮอนด้า แม้กระทั่ง Santi Hernandez หัวหน้าทีมช่างที่อยู่กับเขามาอย่างยาวนานเองก็ยังอยู่แม้ว่าเขาจะออกจากทีมไปแล้วก็ตาม งานนี้เราจะรู้ได้ว่าดีลนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ก็คงต้องไปพิสูจน์กันในปี 2025 นู่นเลยล่ะครับ แต่งานนี้ก็ต้องมารอลุ้นกันว่ารถแข่งคันใหม่ของค่ายปีกนกจะมีอะไรมาสู้กับค่ายแดงเขาบ้างในปี 2024 ที่ใกล้จะถึงนี้แล้วล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ThaiGP 2023 ศึกดวลเดือด สุดมันส์ สมคำร่ำลือ สำหรับการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี 2023 สนาม 17 รายการ โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ดวลความเร็วอย่างยิ่งใหญ่ต่อหน้าแฟนความเร็วชาวไทย โดยไฮไลต์ของอยู่ที่การรวมเอานักบิดระดับพระกาฬกว่า 80 คน จากการแข่งขันทั้งสิ้น 3 รุ่นได้แก่ โมโตจีพี, โมโตทู และ โมโตทรี มาดวลคันเร่งให้แฟนชาวไทยได้ชมกันอย่างสุดมันส์ MotoGP สมคำร่ำลือที่ทุกคนรอคอย สำหรับการแข่งขันโมโตจีพี เป็นไปอย่างสุดมันส์ สมราคา สมคำร่ำลือ โดย ฮอร์เก มาร์ติน นักบิดสแปนิชจาก พรีม่า พรามัค เรซซิ่ง ระเบิดฟอร์มเหมาชัยชนะในรุ่น โมโตจีพีไปครอง ไล่จี้ ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า แชมป์โลกชาวอิตาเลียนจาก ดูคาติ เหลือเพียง 13 คะแนน สถานการณ์ในรุ่น โมโตจีพี อยู่ในช่วงสำคัญของการลุ้นแชมป์โลกระหว่าง ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า จ่าฝูงชาวอิตาเลียนจาก ดูคาติ เลโนโว ทีม ซึ่งมีคะแนนนำคู่แข่งคนสำคัญอย่าง ฮอร์เก มาร์ติน นักบิดสแปนิชจาก พรีม่า พรามัค เรซซิ่ง หลังผ่านรอบ “สปรินต์” ในวันเสาร์เพียง 18 คะแนนเท่านั้น ตำแหน่งโพลในเรซนี้เป็นของ มาร์ติน ขนาบข้างด้วย ลูก้า มารินี นักบิดอิตาเลียนจาก มูนนีย์ วีอาร์46 เรซซิ่ง ทีม และ อเลช เอสปาร์กาโร นักบิดสแปนิชจาก อพริเลีย เรซซิ่ง ในกริดที่ 3 ส่วน บันยาญ่า ได้เริ่มเกมในกริดที่ 6 เกมเรซนี้มีความพลิกผันตลอด 26 รอบสนาม โดย มาร์ติน สามารถบิดคว้าชัยชนะไปครองอย่างสุดมันส์ด้วยเวลา 39 นาที 40.045 วินาที เฉือน บันยาญ่า ที่ไล่บี้เข้าเข้าชัยในอันดับ 3 แต่ได้รับการเลื่อนขึ้นมาคว้าอันดับ 2 ตามหลัง 0.253 วินาที แทนที่ของ แบรด บินเดอร์ นักบิดแอฟริกาใต้จาก เรดบูล เคทีเอ็ม แฟ็คตอรี เรซซิ่ง ทีม ที่พลาดเหยียบแทร็กลิมิตในรอบสุดท้าย ขณะที่ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร นักบิดเฟรนช์จาก มอนสเตอร์ อีเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี และ มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลก 8 สมัยจาก เรปโซล ฮอนด้า ตามเข้าป้ายในอันดับ 6 และ 7 ผ่านการแข่งขันสนามนี้ บันยาญ่า ยังรั้งจ่าฝูงบนตารางคะแนนสะสมมีทั้งสิ้น 389 คะแนน โดน มาร์ติน ไล่บี้เข้ามาเหลือเพียง 13 คะแนน ขณะที่เหลือการแข่งขันอีกทั้งสิ้น 3 สนามนี้ปีนี้ ส่วน มาร์โก เบซเซ็คคี นักบิดอิตาเลียนจาก มูนนีย์ วีอาร์46 เรซซิ่ง ทีม รั้งอันดับ 3 ตามหลัง 79 คะแนน “ก้อง สมเกียรติ” สร้างประวัติศาสตร์ คว้าโพเดียมในโฮมเรซได้สำเร็จ ด้าน“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดไทยจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย สร้างประวติศาสตร์คว้าโพเดียมในบ้านเกิดอย่างยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรก พร้อมสร้างสถิติเป็นนักบิดไทยคนไทยในประวัติศาสตร์ที่ขึ้นโพเดียมใน “โฮมกรังด์ปรีซ์” ได้สำเร็จ ด้านเกมการแข่งขันในรุ่น โมโตทู ซึ่งแฟนชาวไทยติดตามเชียร์ทั่วประเทศปรากฏว่า ก้อง สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดไทยจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ออกสตาร์ตจากกริดที่ 5 ทะยานขึ้นมารั้งอันดับ 3 ในช่วงต้นเรซ ก่อนบิดเข้าเส้นชัยในอันดับดังกล่าว

Moto GP สนาม 17 คึกคัก กระตุ้นเศรษฐกิจ ทำเงินสะพัดกว่า 4.4 พันล้าน ปิดฉาก Moto GP สนาม 17 ใน โออาร์ ไทยแลนด์ กรังปรีซ์ 2023 ที่ จ.บุรีรัมย์ เงินสะพัด กว่า 4,400 ล้านบาท กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยผลสำรวจเบื้องต้น ของการแข่งขันรถจักรยานยนต์ โออาร์ ไทยแลนด์ กรังปรีซ์ 2023 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 27-29 ตุลาคม 2566 พบว่า ในช่วงระยะเวลา 3 วัน มีผู้เข้าร่วมงาน จำนวน 179,811 คน สร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ในจังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดอื่น ๆ ประมาณ 4,493 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่ายของผู้เข้าร่วมงาน ประมาณ 3,783 ล้านบาท แบ่งเป็นผู้เข้าร่วมงานชาวไทยที่เดินทางมาร่วมงานประเภทพักค้างและท่องเที่ยว มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย คนละ 14,831 บาท ส่วนชาวต่างชาติ มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 27,503 บาท ทั้งนี้ยังไม่ได้รวมรายได้จากนักท่องเที่ยวภายในจังหวัดบุรีรัมย์ที่ไม่ได้เข้าร่วมงาน การแข่งขันในครั้งนี้ได้รับงบประมาณจากภาครัฐและเงินสนับสนุนจากภาคเอกชน ประมาณ 710 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงาน มากถึง 6,426 ตำแหน่ง ซึ่งเทียบเท่ากับการจ้างงานในระยะเวลา 1 ปี ขณะที่การถ่ายทอดสดการแข่งขันรถจักรยานยนต์รุ่น โมโต ทู และโมโตจีพี ในครั้งนี้ มีผู้ชมจากทั่วโลก กว่า 800 ล้านคน นับเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจเพราะนอกจากจะได้แสดงอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของจังหวัดบุรีรัมย์ให้ทั่วโลกได้รับรู้แล้ว ยังแสดงถึงศักยภาพของจังหวัดบุรีรัมย์ในการเป็นเมืองกีฬามาตรฐานโลกอย่างแท้จริง สำหรับการสำรวจครั้งนี้ สำนักงานปลัดกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ สำนักงานสถิติจังหวัดบุรีรัมย์ได้ทำการเก็บข้อมูลการใช้จ่ายของผู้เข้าร่วมงาน ระหว่างวันที่ 27 -29 ตุลาคม 2566 ไม่น้อยกว่า 1,500 ราย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bautista เหมาชัยชนะต่อ แม้คว้าแชมป์โลกไปแล้ว และแล้วการแข่งขันที่ Jerez ซึ่งเป็นสนามที่ 12 และสนามสุดท้ายของรายการ FIM World Superbike Championship 2023 จบลงด้วยการที่ Bautista เหมาชัยชนะต่อ แม้จะคว้าแชมป์โลกไปแล้วก็ตาม นอกจากนี้นักแข่งชาวสเปนร่างเล็กผู้นี้ยังคว้ารางวัล Pirelli Best Lap Award ที่มอบให้แก่ผู้ที่ทำสถิติเวลาแล็ปเร็วที่สุดไว้มากที่สุดอีกด้วย โดยเขาสามารถทำสถิตินี้ไปได้ทั้งหมด 19 เรซเลยทีเดียว Superpole Race การแข่งขันในรอบซูเปอร์โพลเรซนั้นมีการตีธงแดงในแล็ปที่ 2 จากนั้นเริ่มออกสตาร์ทกันใหม่ และลดเหลือแค่ 8 แล็ปเท่านั้น นักแข่งในแถวหน้านั้นต่างเลือกใช้ยางหลัง SC1 แต่สูตรที่นิยมที่สุดกลับเป็นยาง SCQ C0004 ที่เป็นยางสูตรกำลังพัฒนา มีเพียง Jonathan Rea (Kawasaki) ที่ตัดสินใจออกสตาร์ทด้วยยางหลัง SCX B0800 ขณะที่ Rabat (Kawasaki), Ruiu (BMW), Syahrin (Honda) และ Konig (Kawasaki) เลือกใช้ SCX แทน เมื่อเรซนี้เริ่มออกสตาร์ทใหม่อีกครั้ง Alex Lowes กลับเปลี่ยนใจไปใช้ยางหลัง SCX B0800 ขณะที่ Aegerter (Yamaha), Rinaldi (Ducati) และ Lecuona (Honda) เปลี่ยนไปใช้ SCX เรซนี้เป็น Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) ที่ชนะอีกครั้ง โดยเข้าเส้นก่อน Dominique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) และ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) Race2 การแข่งขันในเรซที่ 2 เรซสุดท้ายของปีนี้นั้น นักแข่งส่วนใหญ่เลือกใช้ยางแบบเดียวกับการแข่งขันในเรซแรก โดยใช้ยางหน้า SC1 และยางหลัง SCX หรือไม่ก็ SCX B0800 เรซนี้เป็นการดวลกันของ Bautista และ Toprak Razgatlioğlu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) เรียกว่าสุดตื่นเต้นเลยทีเดียว แซงกันไปมาจนแล็ปสุดท้าย และเป็น Razgatlioğlu ที่จบก่อน ทว่าโดนทำโทษจากการขี่เกินแทร็กลิมิตในโค้งสุดท้าย ชัยชนะจึงตกเป็นของ Bautista ส่วน Razgatlioğlu ถูกปรับให้ตกลงมาหนึ่งอันดับกลายเป็นอันดับ 2 และอันดับ 3 เป็นนักแข่งจากยามาฮ่าอีก 1 คนนั่นก็คือ Dominique Aegerter สุดท้ายนี้นักแข่งชาวตุรกีก็ได้เฉลิมฉลองโพเดียมที่ 100 ของเขากับยามาฮ่า ก่อนที่เขาจะย้ายไปอยู่ BMW ในปี 2024 และ Aruba.it Racing – Ducati ยังได้รับรางวัลแชมป์โลกประเภททีมอีกด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ไอเดีย กฤตภัทร เก็บฟอร์มได้ดีในโฮมเรซ ใน ThaiGP 2023 รุ่นโมโตทรี ไทยยามาฮ่า เดินหน้าเต็มสูบ พานักบิดไทยลุยเกมส์การแข่งขันเวทีระดับโลก ส่ง “ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำ ยอดนักบิดดาวรุ่งชาวไทยหนึ่งเดียวจากโครงการ Yamaha bLU cRU Thailand หมายเลข 32 ลงศึกรายการ โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2023 รุ่นโมโตทรี ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยยอดนักบิดดาวรุ่งชาวไทยวัย 18 ปี ซึ่งได้รับโอกาสทองลงแข่งขันในรุ่น โมโตทรี เวิลด์ แชมเปียนชิพ ด้วยสิทธิ์ไวลด์การ์ดเป็นครั้งแรกในชีวิตภายใต้สังกัด ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ด้วยรถแข่งหมายเลข 32 ต้องทำงานอย่างหนักในการปรับตัวกับรถแข่งตลอดการซ้อมทั้ง 3 ช่วง โดยผลในรอบการซ้อม ปรากฏว่ายอดนักบิดดาวรุ่งชาวไทย รั้งอันดับที่ 30 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 45.723 วินาที ตามหลังจ่าฝูงอย่าง เดนิซ ออนจู นักบิดเติร์กอยู่ 3.816 วินาที และต่อด้วยในรอบ Qualifying 1 ไอเดีย สามารถจบในอันดับที่ 15 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 46.1580 วินาที คว้ากริดสตาร์ทในอันดับที่ 29 เมื่อช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา และในรอบการแข่งขันสุดท้ายเจ้าตัว ออกจากกริดสตาร์ทที่ 29 ซึ่งถือเป็นเกมที่กดดันและท้าทายของเจ้าตัวเป็นอย่างมากกับเกมการแข่งขันระดับโลก โดยตลอดเกมการแข่งขัน ไอเดีย สามารถสร้างผลงานได้เป็นอย่างดี กับการเข้าเส้นชัยได้ในอันดับที่ 27 และเป็นคนไทยเพียงคนเดียวที่สามารถจบการแข่งขันได้ในรุ่นนี้ นับเป็นการเก็บประสบการณ์แข่งขันอันมีค่าเพื่อปรับใช้ในเกมการแข่งขันในครั้งต่อๆไป อย่างไรก็ตาม ก็ขอเชียร์เป็นกำลังใจ ให้กับน้องไอเดีย ตั้งใจเก็บประสบการณ์เพื่อพัฒนาตนเองในครั้งต่อๆ ไป และในอนาคต พวกเราอาจเห็นนักบิดชาวไทยคนนี้ เฉิดฉายอยู่แถวหน้าในเวทีแข่งขันระดับโลกก็เป็นได้ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

บอสใหญ่ Ducati ยอมรับความแข็งแกร่งของ Aprilia พร้อมวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้ทีมพลาดเป้า และยืนยันว่าอันดับความแรงที่แท้จริงยังต้องรอดูในสนามถัดไป

Fabio di Giannantonio ยอมรับดวงไม่ช่วยในศึก Thai MotoGP 2026 หลังเจอตัวรถมีปัญหาทางเทคนิคทำชวดโพเดียมที่บุรีรัมย์ ทั้งที่มีความเร็วสู้กลุ่มหน้าได้สบาย

Toprak Razgatlioglu ใน MotoGP ปี 2026 หลังย้ายซบ Yamaha วิเคราะห์สไตล์การขี่และอุปสรรคที่แชมป์โลก WSBK ต้องเผชิญ

การขับเคี่ยวในโลกของความเร็วระดับสูงสุดอย่าง MotoGP ไม่เคยปรานีใคร แม้แต่ผู้ที่เคยเถลิงบัลลังก์แชมป์โลกมาแล้วก็ตาม ล่าสุด Francesco “Pecco” Bagnaia ยอดนักบิดชาวอิตาเลียนได้ออกมาเปิดใจถึงสถานการณ์ที่ยากลำบากเกี่ยวกับ อนาคตของ Francesco Bagnaia ใน MotoGP โดยเจ้าตัวยอมรับว่าการเจรจาสัญญาฉบับใหม่สำหรับฤดูกาล 2027 อาจไม่ราบรื่นอย่างที่คิด ผลจากฟอร์มการเล่นที่ลุ่มๆ ดอนๆ ในปีที่ผ่านมา จนต้องยกประโยคเด็ดของตำนานอย่าง Jorge Lorenzo ขึ้นมาตอกย้ำความจริงที่เจ็บปวด ยอมรับความจริงอันโหดร้ายในตลาดนักแข่ง Bagnaia ยอมรับว่าฤดูกาล 2025 ที่ผ่านมาคือฝันร้ายในฐานะนักบิดทีมโรงงาน Ducati เมื่อเขาต้องดิ้นรนอย่างหนักกับตัวรถ GP25 จนทำได้เพียงอันดับที่ 5 ในตารางคะแนนสะสม สวนทางกับเพื่อนร่วมทีมใหม่อย่าง Marc Marquez ที่คว้าแชมป์โลกไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี สถานการณ์นี้ส่งผลโดยตรงต่อ สถานการณ์สัญญา Pecco Bagnaia ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเขาได้อ้างถึงคำพูดของ Jorge Lorenzo ที่ว่า “ในโลกของการแข่งขัน คุณจะถูกจดจำเพียงแค่ผลงานในเรซล่าสุดที่คุณทำเท่านั้น” ซึ่ง Pecco ยืนยันว่ามันเป็นสิ่งที่ “ถูกต้อง” และหลีกเลี่ยงไม่ได้ สงครามชิงเก้าอี้และข่าวลือการย้ายทีม เมื่อก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของเครื่องยนต์ 850 ซีซี ในปี 2027 กระแสข่าวลือในพิทเลนเริ่มหนาหูขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการที่ชื่อของดาวรุ่งมหัศจรรย์อย่าง Pedro Acosta ถูกโยงเข้ากับทีมโรงงาน Ducati อย่างหนัก เพื่อเข้ามาแทนที่ตำแหน่งของ Bagnaia หากเขายังไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ในต้นฤดูกาล 2026 นี้ สิ่งนี้ทำให้ ตลาดนักแข่ง MotoGP 2027 เริ่มระอุตั้งแต่นกนกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำ ขณะเดียวกันก็มีข่าวว่า Aprilia คู่แข่งคนสำคัญกำลังจับตามองสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิดและพร้อมที่จะดึงตัวแชมป์โลกชาวอิตาเลียนไปร่วมทัพหากเขาตัดสินใจอำลาค่ายสีแดง สัญญาณบวกจากการทดสอบที่ Sepang แม้จะมีความกดดันมหาศาล แต่ในการทดสอบ Sepang Test ล่าสุดที่เพิ่งผ่านพ้นไป Bagnaia ดูจะมีความสุขมากขึ้นกับรถ GP26 รุ่นปรับปรุงใหม่ โดยเฉพาะในการทำ Sprint Simulation ที่เขาสามารถทำความเร็วได้ดีกว่า Marc Marquez และตามหลัง Alex Marquez เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ฟอร์มการเล่นที่กระเตื้องขึ้นนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญในการกอบกู้ อนาคตของ Francesco Bagnaia ใน MotoGP ให้กลับมาอยู่ในทิศทางที่ควรจะเป็นอีกครั้ง โดยเจ้าตัวกล่าวว่า “เรายังคงมีการพูดคุยกันอยู่ แต่มันชัดเจนว่าฤดูกาลที่แย่แบบปีที่แล้วสามารถทำให้คุณไปอยู่ในจุดที่เสียเปรียบในการเจรจาได้” บทสรุปของแชมป์โลกที่ต้องพิสูจน์ตัวเองใหม่ ท้ายที่สุดแล้วบทพิสูจน์ของ Pecco จะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในรายการเปิดสนามที่ประเทศไทยช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ หากเขาสามารถกลับมาคว้าชัยชนะและแสดงความสม่ำเสมอได้เหมือนช่วงปี 2023-2024 กระแส ข่าวลือ Pedro Acosta ย้ายไป Ducati ก็อาจจะซาลงไป แต่ถ้าผลงานยังคงวนเวียนอยู่กลางตาราง เราอาจได้เห็นการโยกย้ายทีมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ MotoGP เพราะในโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วใบนี้ พื้นที่สำหรับคนล้มเหลวนั้นแทบจะไม่มีเหลืออยู่เลย ไม่ว่าคุณจะมีดีกรีเป็นแชมป์โลกกี่สมัยก็ตาม

Aprilia MotoGP 2026 เมื่อ Aprilia มั่นใจว่ารถ RS-GP พัฒนาจนเข้าใกล้ Ducati ในระยะสลิปสตรีม พร้อมเขย่าบัลลังก์แชมป์โลก

วงการ MotoGP กำลังก้าวเข้าสู่ “พายุที่สมบูรณ์แบบ” (Perfect Storm) ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เมื่อกฎระเบียบทางเทคนิคชุดใหม่ในปี 2027 กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าของการแข่งขันไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งการลดขนาดความจุกระบอกสูบเหลือ 850cc การปรับลดระบบแอโรไดนามิก และการจำกัดอุปกรณ์ช่วยการทรงตัว (Ride Height Device) สิ่งเหล่านี้ทำให้นักแข่งระดับแถวหน้าทุกคนต่างเริ่มมองหา “บ้านหลังใหม่” ที่มั่นใจได้ว่าจะส่งมอบรถที่แข่งขันได้ในยุคใหม่นี้ และหนึ่งในค่ายที่ส่งเสียงดังที่สุดในตอนนี้คือ Aprilia Racing ค่ายรถจากเมืองโนอาเล่ ประเทศอิตาลี Massimo Rivola ซีอีโอผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลของ Aprilia Racing ได้ออกมาส่งสัญญาณที่ชัดเจนและแฝงไปด้วยความกดดันถึงคู่แข่งว่า พวกเขาไม่ได้เดินเกมรับอีกต่อไป แต่กำลังเป็น “ผู้คุมเกม” ในตลาดนักบิดปี 2027 โดยยืนยันว่าทีมมีแผนการรองรับในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นแผน B หรือ แผน C หากเป้าหมายแรกไม่เป็นไปตามที่วางไว้ การปักหมุดความมั่นคงกับ Marco Bezzecchi หมากตัวแรกที่ Aprilia เดินได้อย่างสวยงามคือการต่อสัญญามัลติเยียร์กับ มาร์โก เบซเซคคี (Marco Bezzecchi) ศิษย์เอกของ Valentino Rossi ที่ย้ายจากทีม VR46 มาสู่บ้านหลังใหม่อย่างเต็มตัว เบซเซคคีไม่เพียงแต่นำพรสวรรค์และความเร็วมาให้ทีม แต่เขายังนำเอาความมั่นใจมาสู่โปรเจกต์ของอาพริเลียด้วย Rivola ระบุว่า Bezzecchi คือเสาหลักของทีมที่ปักหมุดไว้ถึงปี 2027 เรียบร้อยแล้ว “มาร์โกคือชิ้นส่วนสำคัญที่เราไม่ต้องกังวลอีกต่อไป” Rivola กล่าว การมีนักบิดระดับท็อปอยู่ในมือหนึ่งคน ทำให้ Aprilia อยู่ในสถานะที่ได้เปรียบในการเจรจา (Upper Hand) เพราะพวกเขาสามารถเลือกที่จะ “รอ” หรือ “รุก” ในตลาดนักบิดคนที่สองได้อย่างใจเย็น โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเสียเปรียบเหมือนค่ายอื่นที่ยังเคว้งคว้างเรื่องไลน์อัป “แผน B และ แผน C” คืออะไร? และทำไมต้องมี? ในอดีต อาพริเลียมักถูกมองว่าเป็น “ทีมทางเลือก” ของนักบิดที่ผิดหวังจาก Ducati หรือค่ายญี่ปุ่น แต่ปัจจุบัน RS-GP ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นรถที่สามารถคว้าชัยชนะใน Sprint และ Main Race ได้ในสนามที่หลากหลาย ความเชื่อมั่นนี้เปลี่ยนมุมมองของ Rivola ต่อตลาดนักบิดไปโดยสิ้นเชิง “เรามีแผนสำรองมากมาย” Rivola เผย “แผน B และ แผน C ไม่ได้หมายถึงนักบิดเกรดรอง แต่หมายถึงนักบิดระดับโลกที่เราติดต่อไว้ในกรณีที่แผน A ไม่จบลงตามเป้า” สื่อมวลชนสาย MotoGP วิเคราะห์ว่า แผนการเหล่านี้อาจรวมถึง: การดึงตัวนักบิดเบอร์ 1 ของค่ายอื่น: หาก Ducati หรือ KTM มีปัญหาภายใน หรือไม่สามารถจัดสรรงบประมาณได้ลงตัว อาพริเลียพร้อมจะยื่นข้อเสนอมหาศาลเพื่อดึงตัวนักบิดระดับแชมป์โลกมาเสริมทัพ การปั้นสายเลือดใหม่จาก Moto2: อาพริเลียเริ่มมองหานักบิดดาวรุ่งที่มีสไตล์การขี่เข้ากับรถยุคใหม่ 850cc ซึ่งต้องการความแม่นยำและการคุมคันเร่งที่นุ่มนวลกว่ารถ 1000cc ในปัจจุบัน ความร่วมมือกับทีมดาวเทียม: แผนสำรองของอาพริเลียยังรวมถึงการบริหารจัดการนักบิดในทีม Trackhouse Racing เพื่อให้แน่ใจว่าจะมี “ตัวเลือกที่พร้อมที่สุด” ขยับขึ้นสู่ทีมโรงงานได้ทันที รถแรงคืออำนาจต่อรองที่ยิ่งใหญ่ที่สุด Massimo Rivola เน้นย้ำประโยคหนึ่งที่น่าสนใจว่า “หากเราโชว์ให้เห็นว่า RS-GP คือรถที่รวดเร็ว แผน B ก็จะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าแผน Z” ประโยคนี้สะท้อนความจริงที่ว่า ใน MotoGP ยุคปัจจุบัน “รถ” มีส่วนสำคัญเทียบเท่าหรือมากกว่า “คน” อาพริเลียทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับแผนก R&D เพื่อพัฒนาอากาศพลศาสตร์และเฟรมรถแข่งที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเฟรมที่ดีที่สุดในกริด เมื่อรถมีความเร็ว นักแข่งที่กำลังจะหมดสัญญาหรือไม่มีความสุขกับทีมเดิมจะเดินเข้ามาหาทีมเอง นี่คือจุดที่ Rivola ใช้เป็นไพ่ตายในการเจรจาปี 2027 เขาไม่ต้องอ้อนวอนนักบิด แต่เขากำลังสร้าง “พื้นที่แห่งผู้ชนะ” เพื่อให้นักบิดมาแย่งชิงกันเอง ความท้าทายเครื่องยนต์ 850ซีซี และกลยุทธ์ของอาพริเลีย การเปลี่ยนผ่านในปี 2027 ไม่ใช่แค่เรื่องของการลดซีซี แต่เป็นเรื่องของ “การเริ่มต้นจากศูนย์” ในหลายๆ ด้าน ค่ายรถที่มีความยืดหยุ่นสูงอย่างอาพริเลีย ซึ่งถนัดในการทำรถที่เลี้ยวได้ดีและมีเสถียรภาพ อาจจะได้เปรียบมากกว่าค่ายที่เน้นพลังดิบอย่าง Ducati Rivola มองว่านักบิดที่จะมาอยู่ใน “แผน” ของเขาต้องมีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับกฎใหม่นี้ ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลและความเร็วในการเรียนรู้คือสิ่งสำคัญ แผน B และ แผน

กึนเธอร์ สไตเนอร์ อดีตบอส F1 เปรียบเทียบ Marc Marquez ว่ามี DNA เดียวกับ Max Verstappen เจาะลึกความเหมือนของสองยอดนักแข่งเพื่อแชมป์ปี 2026

Franco Morbidelli เจาะลึกดราม่า แฉรถแข่งทีม VR46 ไม่ใช่สเปก GP25 แท้ เผยปัญหาการผสมอะไหล่ลูกผสมที่ทำให้เสียเปรียบคู่แข่ง

BMW WSBK 2025 เปิดทีมแข่ง พร้อมล่าแชมป์โลก มาดูข่าวคราวของฝั่งรถโปรดักท์ชันกันบ้าง ล่าสุดทาง ROKiT BMW WSBK 2025 ทีมแข่งจากค่ายใบพัดสีฟ้า จัดอีเว้นต์สุดพิเศษแก่เหล่าสาวกแฟน ๆ ทั่วโลก ด้วยการเปิดตัวทีมแข่งเวิร์ลซูเปอร์ไบค์ปี 2025 พร้อมกับม้าศึกเวอร์ชันใหม่อย่าง BMW M1000RR ที่จะใช้ลงทำการแข่งขันในปีนี้ รถคันใหม่ คนขี่หน้าเดิม เพิ่มเติมคือแชมป์โลก พร้อมด้วยนักบิดระดับหัวแถวอย่าง Michael Van der Mark และแชมป์โลกชาวตุรกีคนปัจจุบัน Toprak Razgatlioglu ที่พึ่งรักษาอาการบาดบริเวณเจ็บนิ้วชี้ข้างขวา หลังจากการลงซ้อมทางฝุ่นไปเมื่อไม่นานมานี้ โทปรัค กับตัวแข่งหมายเลข 1 โดยสิ่งที่น่าสนใจก็คือ ตัวแข่งฉลามขาวอย่าง M1000RR เวอร์ชันใหม่ของโทปรัคพร้อมเปลี่ยนนัมเบอร์ประจำตัวมาใช้เป็นหมายเลข “1” ซึ่งเป็นลักกี้นัมเบอร์นำโชคของแชมป์โลกนั่นเอง “ปกติแล้วผมจะไม่ใช้หมายเลข 1 แต่ผมทำเพื่อ BMW นี่เป็นความสำเร็จยิ่งใหญ่ของทีม, พวกเราทำงานกันหนักมากและตอนนี้พวกเราคือแชมป์!!” “ผมรู้สึกว่าตัวรถยึดเกาะดีขึ้นแต่มันก็ไม่ได้แตกต่างมากนัก แต่ด้วยแฟริ่งใหม่เลยรู้สึกว่าตัวรถน่าจะคล่องตัวขึ้น ถือเป็นการพัฒนาที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว” Michael Van der Mark กับความท้าทายครั้งใหม่ สำหรับคู่หูทีมเมทอย่าง Michael Van der Mark ก็พร้อมคัมแบคครั้งใหม่ด้วยความตื่นเต้น หลังจากคว้าอันดับที่ 6 รวมถึงโพเดี้ยมอันดับ 1 ในการแข่งขันที่ฝรั่งเศส โพเดี้ยมอันดับ 3 ที่สเปน “เรามีโมเมนตัมที่ดีเมื่อปีที่ผ่านมา และสามารถจบฤดูกาลด้วยชัยชนะ ซึ่ง ณ ตอนนี้ด้วยรถใหม่และดีขึ้น เราควรสร้างตำแหน่งที่ดีในตั้งแต่ต้น” “ผมมีความรู้สึกมั่นใจมากขึ้น และแน่นอนว่าที่ฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์นั้นแตกต่างกัน แต่ผมคิดว่าเราแข็งแกร่งกว่าปีที่แล้วแน่นอน ต้องติดตามรอดูครับ” นอกเหนือดังกล่าว มีข่าวดีสำหรับทางค่ายแจ้งมาว่า สมรรถนะของตัวแข่งอย่าง M1000RR จะถูกถ่ายทอดลงสู่รุ่นเวอร์ชันใช้งานบนท้องถนน ทั้งในส่วนการปรับปรุงกำลังเพิ่มขึ้นถึง 6 แรงม้า แอโรไดนามิกออกแบบใหม่ แฟริ่งใหม่และระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเพิ่มศักยภาพในการปรับปรุงเพิ่มเติมได้อีก โดยสนามแรกของการแข่งขันจะจัดขึ้นวันที่ 21 – 23 ก.พ. 68 ที่ฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ใครที่เป็นแฟน ๆ โมโตราดหรือนักบิดแชมป์โลกชาวตุรกี สามารถติดตามรับชมได้ทุก ๆ ช่องทาง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak Razgatlioglu เตรียมย้ายซบ MotoGP? การรักษาแชมป์โลก WorldSBK 2025 ยังคงเป็นเป้าหมายหลักสำคัญในการคว้าบันลังก์แชมป์เวิร์ลซูเปอร์ไบค์ในสมัยที่ 3 ของนักบิดหนุ่มดาวรุ่งชาวตุรกี Toprak Razgatlioglu ซึ่งฤดูกาล 2025 เจ้าตัวยังคงมุ่งมั่นกับการทำงานร่วมกับต้นสังกัดใบพัดสีฟ้าอย่าง Rokit BMW แต่ทว่ามีข่าวอัปเดตล่าสุดว่าในปี 2026 เจ้าตัวมีแพลนอัปไซส์ไต่คลาสขึ้นมาหวดซิ่งในศึกโปรโตไทป์อย่าง MotoGP โดยแหล่งข้อมูลของบทสัมภาษณ์จากสำนักสื่อต่างประเทศอย่าง MotoSprint ได้ยิงคำถามในประเด็นความเป็นไปได้ที่โทปรัคจะมาแข่งขันในชั้นพรีเมียร์คลาส ซึ่งเจ้าตัวได้ทิ้งคำตอบแบบ “แอบ” ชวนลุ้นไปตาม ๆ กัน ดังนี้ ก็มีคุยนะ..แต่ขอโฟกัสกับการรักษาแชมป์ WSBK ก่อน “แน่นอน..ผมคิดเรื่องนั้น แต่ทว่าตอนนี้ยังคงโฟกัสกับการทำงานกับ BMW ซึ่งปีหน้าผมจะใช้หมายเลข 1 บนรถแข่ง M1000RR” “สำหรับในปี 2026 ตอนนั้นผมอาจคงเป็นฟรีเอเจ้นท์ไปแล้ว ซึ่งตอนนี้ก็มีคุย ๆ บ้างแล้ว” และมีโอกาสเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้มากยิ่งขึ้นที่เจ้าตัวจะขยับคลาสขึ้นมาแข่งใน MotoGP ซึ่งโทปรัคได้ให้ยืนยันแล้วว่า ตนมีความตั้งใจและปรารถนาที่จะขยับไปแข่งขันในชั้นพรีเมียร์คลาส เนื่องด้วยปัจจัยในเรื่องของอายุ (ตอนนี้ 28) และเป็นโอกาสจังหวะที่เหมาะสมที่สุดอีกด้วย “ใช่ครับ..อยากแข่งแน่นอน อย่างไรก็ดี ตอนนี้อยู่ในช่วง Finding แบรนด์ไหนซักแบรนด์ ซึ่งถ้าผมไม่ไปโมโตจีพีตอนนี้ เรื่องอายุบวกกับใจผมคงอาจจะแก่เกินไปที่จะคว้าแชมป์โลกแล้วครับ (ฮ่าๆ) อย่างไรก็รอดูกันต่อไป ถ้ามีค่ายไหนต้องการ มีข้อเสนอที่ดีและน่าสนใจก็ไปครับ แต่ถ้าไม่..ก็แข่ง WSBK ตามเดิม” แค่ได้ยินก็แอบลุ้นไปตาม ๆ กันสำหรับแฟน ๆ สาวกอย่างเรา ถ้าหากโทปรัคเข้ามามีบทบาทในการแข่งขันชิงแชมป์โลกโมโตจีพีคงน่าสนุกไม่น้อยทีเดียว ก็ภาวนาให้เจอค่ายที่ดีข้อตกลงที่น่าพอใจหรือไม่อาจจะเป็นค่ายใบพัดสีฟ้าเองที่จะขยับขึ้นมาร่วมแข่งขันระดับเวิร์ลคลาสด้วยตัวแข่งโปรโตไทป์ร่างทองรุ่นใหม่ก็เป็นไปได้ แต่อย่างไรเรามาเชียร์และเป็นกำลังใจให้เจ้าตัวในการรักษาแชมป์สมัยที่ 3 ในฤดูกาล 2025 ก่อนกันเลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

M1000RR 2023 ตัวแข่ง WorldSBK จากเยอรมันเผยโฉมผลแล้ว ล่าสุดในระหว่างการซ้อมอย่างเป็นทางการของศึก WorldSBK ที่สนาม Circuito de Jerez – Angel Nieto ประเทศสเปน ทุกสายตาก็ต้องตกตะลึงไปกับ M1000RR 2023 ตัวแข่งจากทาง BMW ของ Scott Reddit กับ Michael van der Mark จากทีม ROKit BMW Motorrad WorldSBK ซึ่งเพิ่งลงแทร็กเป็นครั้งแรกในปีนี้ จากภาพจะเห็นได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงในตัวรถมากมายหลายจุดเลยทีเดียว เช่น แรมแอร์ด้านหน้า วิงก์เล็ต คาลิเปอร์เบรก สวิงอาร์ม เป็นต้น ซึ่งจากการทดสอบในวันแรกนั้นทั้งสองตั้งเป้าจะลงขี่ให้ได้จำนวนแล็ปมากที่สุดเนื่องจากทางทีมได้มีการเปลี่ยนระบบเบรกใหม่จาก Nissin มาเป็น Brembo โดย van der Mark ซัดไป 65 แล็ป ขณะ? Redding ซัดไป 67 รอบ โดยฝ่ายหลังทำเวลาได้ดีกว่า ที่ 1’39.998 นาที ขณะที่เวลาของฝ่ายแรกช้ากว่า 0.7 วินาที ซึ่งในการซ้อมวันแรกนี้เป็นวันของ Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha WorldSBK) ที่ทำเวลาไว้ที่ 1’38.597 นาที งานนี้ก็ต้องมารอลุ้นกันดูครับว่า Scott Redding ที่ปีที่แล้วจบที่อันดับ 8 ความหวังของทางค่ายใบพัดจะทำผลงานในปีนี้ได้ดีแค่ไหนกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Alvaro Bautista แชมป์โลก WorldSBK กับ 10 เรื่องที่คุณอาจจะยังไม่รู้ มีตั้งแต่การเป็นแฟนตัวยง Atletico Madrid เหตุผลเบื้องหลังของเสื้อหมายเลข 19 และของขวัญแต่งงานจากน้องสาว ทำให้เขาอยู่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตได้อย่างไร เรื่องราวต่างๆ ของ Bautista มีอะไรให้เซอร์ไพร์สอีกมากมาย การแข่งขัน MOTUL FIM Superbike World Championship ปี 2022 ได้สิ้นสุดลงแล้ว Alvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) สามารถคว้าแชมป์โลกมาครองด้วยสไตล์อันยอดเยี่ยม หลังจบการแข่งขันกันอย่างสูสีที่สนาม Pertamina Mandalika International Street Circuit ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งทำให้เขากลายเป็นแชมป์ WorldSBK คนที่ 19 และเรื่องราวของ Bautista ที่คุณเห็นและรู้จักผ่านในทีวี อาจจะยังไม่เปิดเผยทุกสิ่งทุกอย่าง เกี่ยวกับชายวัย 37 ปี จากเมือง Talavera de la Reina ประเทศสเปน ดังนั้น เราจึงได้ตรวจสอบข้อมูลและสัมภาษณ์เจ้าตัว เกี่ยวกับสิ่งที่น่าสนใจ ที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับเขา 1.Alvaro Bautista แชมป์โลก เป็นแฟนตัวยงของทีมฟุตบอลสเปน Atletico Madrid, แชมป์ลาลีกา 11 สมัย (ลีกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของสเปน) ในปี 2002 เขาได้อันดับสองจากการแข่งขัน CEV Spanish Championship 125 ซีซี กับ รถ Aprilia สีทีม Atletico Madrid อีกทั้งเขายังเป็นแฟนตัวยงของ Kiko Narvaez และ Juninho ฮีโร่ของ Atletico Madrid และในฤดูกาล 2002 เขาใช้หมายเลข 9 เนื่องจากเขายังเป็นแฟนตัวยงนักแข่งกองหน้าอย่าง Fernando Torres และในปี 2003 ความผูกพันธ์ทางฟุตบอลของเขายิ่งแน้นแฟ้นยิ่งขึ้น เมื่อเขาเข้าแข่งให้กับทีมซีดอร์ฟเรซซิ่งที่เพิ่งก่อตั้งและลงแข่งในรุ่น 125 ซีซี ซึ่งเป็นของแคลเรนซ์ ซีดอร์ฟ และผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของเขาคืออันดับ 4 ของประเทศออสเตรเลีย 2.เขาใช้หมายเลข 19 ซึ่งเป็นลัคกี้นัมเบอร์สำหรับนักแข่งขันอื่น ๆ ที่ประสบความสำเร็จ จากการชนะในการแข่งขันระดับโลก จึงคิดว่ามันจะนำโชคมาให้ นอกเหนือจาก Bautista แล้วยังมีนักแข่งอย่าง Freddie Spencer ที่คว้าแชมป์รถรุ่น 250 ซีซี ในปี 1985 , John Kocinski ปี 1990 ในรุ่นเดียวกัน และ Ben Spies ในรายการ WorldSBK ในปี 2009 3.Bautista บอกว่าถ้าเขาไม่สามารถเป็นนักแข่งได้ เขาคงเป็นช่างเครื่องไปแล้ว เขายังกล่าวอีกว่า เขายังมีพรสวรรค์ในการทำอาหารอย่าง คาร์คามูซา อาหารท้องถิ่นของประเทศสเปน จากเมือง Toledo (สตูว์ชนิดหนึ่งที่มีเนื้อ พริกไทย กระเทียม และอื่นๆ) นอกจากนี้ Bautista ยังมีความสามารถพิเศษในการทำอาหารคือ Gnocchi quatri formaggi 4.ถึงแม้ว่า Bautista จะเป็นแชมป์โลกรุ่น 125 ซีซี ในปี 2006 แต่เขาก็ยังไม่มีใบอนุญาตขับขี่บนท้องถนน 5.บุคคลที่มีชื่อเสียงที่อยากพบคือผู้ กำกับภาพยนต์ Quentin Tarantino แต่อย่างไรก็ตาม หากเขาจะพาคนดังเข้ามาในสนามแข่งคงจะเป็น Angelina Jolie 6.ในฐานะแชมป์ล่าสุดของดูคาติ ขวัญใจของนักแข่งระดับโลกในวัย 37 ปี ก็คือ Carl Fogarty แชมป์โลก WorldSBK 4 สมัยจากทีมผู้ผลิตชาวอิตาลี 7.Bautista อาจจะออกจากการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ ระหว่างเปลี่ยนจากรุ่น CEV เป็น 125 ซีซี แต่เมื่อน้องสาวของเขาแต่งงาน เธอได้เงินเงินเป็นของขวัญ เธอจึงตัดสินใจช่วย Bautista จ่ายค่ารถมอเตอร์ไซค์

ชม ZX-10RR Winter Test 2023 ของนักแข่ง WSBK ล่าสุด Kawasaki Racing Team ก็ได้ทำการเปิดเผยการซ้อมและทดสอบรถของ 2 นักแข่งประจำทีมซึ่งก็คือ Jonathan Rea อดีตแชมป์โลก 6 สมัยและ Alex Lowes ซึ่งทำการทดสอบในช่วงพักฤดูกาล ซึ่งก็คือช่วงฤดูหนาวนี่เอง ซึ่งก็เป็นธรรมเนียมประจำของทางค่ายเขียว บทความนี้เราก็จะพาทุกท่านไป ชม ชม ZX-10RR Winter Test 2023 กันครับ ตัวรถของนักแข่งทั้งสองคนจะมาในชุดสีที่มีชื่อเรียกว่าวินเทอร์เทสต์ ซึ่งจุดเด่นคือมาในโทนสีดำเป็นหลักตัดกับสีเทาด้าน และตัดด้วยเส้นสายสีเขียวเอกลักษณ์ของทางค่าย พร้อมลวดลายผลึกหิมะหรือสโนว์เฟล็กที่มีตัวอักษรคันจิจากภาษาญี่ปุ่นอ่านว่าฟุยุอยู่ภายในซึ่งมีความหมายว่า ฤดูหนาวนั่นเอง แน่นอนว่ายังคงใส่โลโก้ของสปอนเซอร์มาให้พร้อมพรรค ไม่ว่าจะเป็น elf, Monster Energy, Showa เป็นต้น และแน่นอนว่าในอนาคตเราก็จะได้เห็น Kawasaki Ninja ZX-10RR ในลวดลายใกล้เคียงกันนี้วางจำหน่ายในปี 2023 อีกด้วย งานนี้ใครเป็นสาวกและชื่นชอบก็เก็บเงินรอกันได้เลยครับ รายละเอียดรถแข่งคร่าว ๆ ก็จะอยู่บนพื้นฐานของ Ninja ZX-10RR ที่มีเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 998 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ มีท่อไอเสียเต็มระบบจากทาง Akrapovic ใช้ระบบเบรกจาก Brembo โดยมีสายเบรกจากทาง J.Juan ระบบกันสะเทือนจาก Showa ยางสลิก Pirelli Diablo SuperBike เป็นต้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bautista คว้าแชมป์โลก แม้ Toprak เหมาชัยทั้ง 3 เรซที่อินโดนีเซีย ล่าสุดหลังจากจบการแข่งขัน WorldSBK ในรอบ Pirelli Indonesian Round ซึ่งจัดขึ้นที่สนาม Pertamina Mandalika International Street Circuit ประเทศอินโดนีเซียเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Alvaro Buatista คว้าแชมป์โลก ให้กับทาง Aruba.it Racing – Ducati จนได้ แม้ว่า Toprak Razgatlioglu จาก Pata Yamaha With Brixx WorldSBK จะเหมาชัยทั้งสามเรซที่สนามแห่งนี้ไปได้ก็ตาม เรียกว่าแย่งแชมป์มาจาก Toprak มาได้โดยยังมีการแข่งขันที่ออสเตรเลียเหลืออีก 1 สนาม กลับมาโฟกัสกันที่ควอลิฟายรอบซูเปอร์โพล WorldSBK (อุณหภูมิแทร็ก 50 องศา / อุณหภูมิอากาศ 32 องศา) หลังจากที่ Toprak Razgatlioglu กดเวลาทำสถิติสนามใหม่ในช่วงซ้อมอิสระที่ 3 ด้วยเวลา 1’32.294 นาที เขายังคว้าตำแหน่งโพลสำหรับเรซแรกไปก่อน ด้วยเวลาที่น่าทึ่งคือ 1’31.371 ซึ่งเร็วกว่าสถิติเดิมที่เคยทำไว้อีก แถมยังต่างกับสถิติของการแข่งขัน MotoGP เพียงแค่ 0.3 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับอื่น ๆ บนกริดสตาร์ทตามมาด้วย Jonathan Rea Andrea Locatelli, Alex Lowes และ Alvaro Bautista ซึ่งทุกคนล้วนแล้วแต่ทำลายสถิติเวลาของสนามเดิมทั้งหมด โดยนักแข่งทั้ง 5 คนนี้ล้วนแต่ใช้ Pirelli Diablo Superbike SCX ในยางหลัง และ Pirelli Diablo Superbike SC1 ในยางหน้า มีเพียง Rea ที่ใช้ยางสูตรกำลังพัฒนา Pirelli Diablo Superbike SC1A (A0843) ในยางหน้าเพียงคนเดียว WorldSSP (อุณหภูมิแทร็ก 45 องศา / อุณหภูมิอากาศ 31 องศา) ดาวเด่นในรอบซูเปอร์โพลนั้นตกเป็นของ Niki Tuuli (MV Agusta Reparto Corse) ซึ่งทำลายสถิติเวลาสนามด้วยเวลา 1’35.947 นาที คว้าตำแหน่งโพลไปสำหรับการออกสตาร์ททั้งสองเรซในสุดสัปดาห์นี้ กลายเป็นการได้ออกสตาร์ทจากกริดแรกในรอบ 5 ปี นับจากตำแหน่งโพลครั้งล่าสุดของเขานับตั้งแต่ปี 2017 ที่ Magny-Cours ถัดจากเขาลงมาเพียงเสี้ยววินาทีเป็น Can Oncu (Kawasaki Puccetti Racing) นักแข่งชาวเตอร์กิช และผู้นำบนหัวตารางคะแนน Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha) กริดที่ 4 เป็นของ Nicolò Bulega (Aruba.it Racing WorldSSP Team Ducati) เรียกว่ามาจาก 4 ค่ายแตกต่างกัน โดยมี Tuuli และ Aegerter ใช้ ยางหลัง Pirelli Diablo Superbike SC0 และยางหน้า SC1 รีดเวลาที่ดีที่สุดออกมาได้ WorldSBK เรซที่ 1 (อุณหภูมิแทร็ก 60 องศา / อุณหภูมิอากาศ 36 องศา) สำหรับเรซแรกนั้นชัยชนะตกเป็นของโพลแมนอย่าง Toprak ที่ยึดหัวแถวตั้งแต่ต้นจนจบ โดยมีนักแข่งชาวสเปน Bautista จบเป็นอันดับ 2 และอันดับ 3 ตกเป็นของแชมป์โลก 6 สมัยอย่าง Rea โดยในเรซนี้ทำให้ Toprak มีสถิติใหม่คว้าชัยชนะกับ Yamaha มาแล้ว

Bautista เหมาชัย WSBK 3 เรซรวด การันตียางสูตรใหม่เจ๋งจริง นักแข่งชาวสเปนกับรถดูคาติของเขาเพิ่มสถิติชัยชนะในศึก WorldSBK ให้เขาเป็น 11 ครั้งแล้วในฤดูกาล 2022 นี้ ขณะที่การแข่งขันในรุ่นรองอย่าง WorldSSP Aegerter ยังคงแข็งแกร่งคว้าชัยไปได้ทั้ง 2 เรซ ขณะที่รุ่นเล็ก WorldSSP300 เปลี่ยนมือผู้ชนะ แต่ไม่เปลี่ยนตำแหน่งหัวตาราง รอบซูเปอร์โพล WorldSBK (อุณหภูมิแทร็ก: 23°C / อุณหภูมิอากาศ: 19° C) ตำแหน่งโพลสำหรับเรซแรกในคราวนี้ตกเป็นของ Iker Lecuona จาก Team HRC ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของเขาและทีมในฤดูกาลนี้ และเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีนับจากที่ทีมเคยได้มาในปี 2016 จากฝีมือของ Michael Van Der Mark ที่ไทย ตามมาอันด้วยกริดที่ 2 เป็นนักแข่งจากคาวาซากิ Alex Lower และถัดมาเป็น Jonathan Rea เพื่อนร่วมทีม (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ขณะกริดที่ 4 เป็น Andrea Locatelli (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) โดยที่นักแข่งทั้ง 4 คนนี้ต่างทำเวลาดีที่สุดของตัวเองด้วยการใช้ยางหน้าสูตรกำลังพัฒนา SC1 B0570 และยางหลัง SCQ สูตรมาตรฐาน WorldSSP (อุณหภูมิแทร็ก: 20°C / อุณหภูมิอากาศ: 18° C) Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha) คว้าตำแหน่งโพลไปด้วยเวลาแล็ปเร็วกว่าคู่แข่งเกินกว่า 1 วินาที ทำให้นักแข่งชาวสวิสผู้นี้ได้ตำแหน่งโพลเป็นครั้งที่ 5 แล้วในปีนี้ และเป็นครั้งที่ 9 ของเขาที่ลงแข่งในรุ่นนี้ กริดที่ 2 ตกเป็นของ Can Oncu (Kawasaki Puccetti Racing) และมี Federico Caricasulo (Althea Racing) จบกริดแถวหน้าสุด โดยในรอบนี้นักแข่งทุกคนเลือกใช้ยางหลัง SCX สูตรมาตรฐาน WorldSSP300 (อุณหภูมิแทร็ก: 20°C / อุณหภูมิอากาศ: 18° C) Victor Steeman (MTM Kawasaki) คว้าโพลที่ 6 ของเขาในการแข่งขันรายการนี้ กลายเป็นนักแข่งคนแรกในประวัติศาสตร์ของรุ่นนี้ที่ทำได้ โดยในช่วงต้นของการควอลิฟายซูเปอร์โพล แทร็กนั่นยังชื้นอยู่เล็กน้อยจากที่มีฝนตกตลอดทั้งคืน แต่มันก็แห้งอย่างรวดเร็ว นักแข่งหนุ่มชาวดัตช์คว้าตำแหน่งโพลไปในแล็ปสุดท้าย แย่งชิงมาจาก Alvaro Diaz (Arco Motor University Team) ที่มีแต้มสะสมนำเป็นหัวตารางคะแนนรวม และมี Yuta Okaya (MTM Kawasaki) เข้าเป็นกริดที่ 3 เริ่มการแข่งขันเรซที่ 1 WorldSBK (อุณหภูมิแทร็ก: 28°C / อุณหภูมิอากาศ: 22° C) Álvaro Bautista (Aruba.it Racing – Ducati) พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งว่าตนอยู่ในฟอร์มที่ดีมาก ๆ และกำลังจะเป็นชายที่จะคว้าแชมป์โลกในปีนี้มาครอบครอง โดยหลังจากออกสตาร์ทเขาขยับขึ้นเป็นผู้นำทันที และรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้จนจบการแข่งขันเข้าเส้นที่อันดับ 1 โดยนำหน้า Jonathan Rea มากถึงเกือบ 9 วินาทีที่เป็นอันดับ 2 และมี Garrett Gerloff (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) ได้เป็นอันดับ 3 และถือเป็นอันดับที่ดีที่สุดของทีมอิสระ และนี่ทำให้นักแข่งชาวสเปนคว้าชัยเป็นครั้งที่ 9 และเพิ่มคะแนนนำในตารางคะแนนรวมให้ห่างจาก Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx

Toprak ขอสอง หลัง Baustista ได้ชัยไปก่อนที่ Autodrom Most สรุปการแข่งขัน WorldSBK ที่สนาม Autodrom Most สาธารณรัฐเช็ก ซึ่งนับเป็นสนามที่ 6 แล้วสำหรับฤดูกาล 2022 นี้ Toprak ขอสอง หลัง Bautista ได้ชัยไปก่อนในเรซแรก สถิติสนามใหม่ในรอบซูเปอร์โพล WorldSBK สถิติใหม่และตำแหน่งโพลโพซิชันสำหรับรอบนี้เป็นของ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) โดยยางหลังนั้นนักแข่งทุกคนเลือกใช้ยาง SCX ซึ่งปกติแล้วจะเป็น SCQ (เฉพาะสนามนี้) เนื่องจากสภาพของแทร็กนั้นค่อนข้างส่งผลร้ายต่อยาง นักแข่งจากไอริชเหนือผู้นี้กดเวลาไปที่ 1’30.947 นาที ด้วยการเลือกใช้ยางหลัง SCX และยางหน้า SC1 A0843 สูตรกำลังพัฒนา ตามด้วย Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with Brixx WorldSBK) ที่ใช้ยางหลัง SCX เหมือนกัน แต่ใช้ยางหน้าเป็น SC1 สูตรมาตรฐาน และอันดับสุดท้ายของแถวหน้าตกเป็นของ Michael Ruben Rinaldi (Aruba.it Racing – Ducati) ซึ่งใช้ยางแบบเดียวกับนักแข่งตุรกี ส่วนอันดับ 4 เป็นนักแข่ง Ducati อีกคนคือ Álvaro Bautista WorldSSP สำหรับรุ่นรองอย่าง WolrdSSP ในรอบซูเปอร์โพลนั้น นักแข่งเลือกใช้ยางหลัง SC0 และยางหน้า SC1 ซึ่งเป็นสูตรมาตรฐานทั้งคู่ รุกกี้อย่าง Rookie Lorenzo Baldassarri (Evan Bros. WorldSSP Yamaha Team) เป็นผู้ได้ตำแหน่งโพลไปด้วยเวลาสถิติใหม่ ที่ 1’34.952 นาที และเป็นโพลครั้งที่ 2 ของเขา ถัดมาเป็นนักแข่งอิตาลีอีก 2 คน คือ Federico Caricasulo (Althea Racing) และ Nicolò Bulega (Aruba.it Racing WorldSSP Team) ส่วนกริดที่ 4 เป็นของนักแข่งชาวสวิสแชมป์คนล่าสุด Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha) WorldSSP300 นักแข่งอิตาเลียน Kevin Sabatucci ควบ Kawasaki Ninja 400 ในสังกัด Kawasaki GP Project คว้าโพลมาได้เป็นครั้งแรกในการแข่งของเขาด้วยเวลา 1’47.921 นาที โดยนักแข่งจาก Marche ผู้นี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเขาที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงซ้อมอิสระ ไต่จากอันดับ 8 ในรอบ FP1 เป็นอันดับ 6 ในรอบ FP2 และจบเวลาเร็วสุดในรอบควอลิฟาย ส่วนแถวหน้าที่เหลือเป็นนักแข่งบราซิลอย่าง Humberto Maier (AD78 Team Brasil by MS Racing) และนักแข่งสเปนอย่าง Alex Millan (SMW Racing) ระเบิดศึกระห่ำเรซแรก WorldSBK (อุณหภูมิแทร็ก 26 องศา / อุณหภูมิอากาศ 19 องศา) หลังจากคว้าดับเบิ้ลวินที่ Misano มา Álvaro Bautista ก็ยังกลับมาเอาชนะในเรซนี้ได้อีก เก็บสถิติโพเดียมที่ 1,000 ของ Ducati มาได้ เริ่มการแข่งขัน Jonathan Rea ที่ทำลายสถิติเวลาสนามนี้ในรอบซูเปอร์โพลได้ออกจากตำแหน่งโพลก็จริงอยู่แต่นั่นยังไม่เพียงพอที่จะทิ้งห่างนักแข่งชาวสเปนที่ออกสตาร์ทจากกริดที่ 4 ไปได้ โดยสามารถเกาะติดกลุ่มนำได้จนกระทั่งขึ้นนำเองในแล็ปที่ 10 และรักษาตำแหน่งไว้ได้จนธงตาหมากรุกโบกสะบัดให้เขา อย่างไรก็ตามการแข่งขันยังคงร้อนแรงต่อเนื่องเพื่อแย่งชิงตำแหน่งบนโพเดียมที่เหลือ ซึ่งอันดับ 2 และ