
Honda MiniBike รถคลาสเล็กพิกัดไม่เกิน 125 ซีซี ที่การันตีความเร้าใจในงาน SuperBikeMag Trackday สนามที่ 3 พร้อมบทสรุปแชมป์ประจำสนาม
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Honda MiniBike รถคลาสเล็กพิกัดไม่เกิน 125 ซีซี ที่การันตีความเร้าใจในงาน SuperBikeMag Trackday สนามที่ 3 พร้อมบทสรุปแชมป์ประจำสนาม

Ducati Trophy คลาสใหม่ในการแข่งขันรายงาน SuperBikeMag Trackday สนามที่ 3 ประจำฤดูกาล 2025 แม้จะใหม่แต่ความเร้าใจเกินพิกัด

ฮอนด้า ตอนนี้กำลังมุ่งพัฒนาตัวแข่งของทางค่ายอย่าง RC213V ซึ่งอเล็กซ์ เอสปาร์กาโร่รับ หลังปี 2027 การกลับมาของฮอนด้าคราวนี้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

กิจกรรมดี ๆ จาก SuperBikeMag ที่ปิดสนามแข่งแล้วเปิดโอกาสให้เหล่านักบิดมาลองกระแทกคันเร่งหากเป็นกลุ่มผู้คนที่รักในการขี่รถจักรยานยนต์ เสพติดความเร็ว หรือมองว่าความเร็วคือเรื่องท้าทาย หรือเป็นผู้ที่ชอบในการเทโค้งแบบนักแข่งในระดับการแข่งขัน MotoGP หรืออยากจะพัฒนาทักษะการควบคุมรถให้ประสิทธิภาพมากยิ่ง จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ กิจกรรม Trackday ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จะให้เหล่าไบค์เกอร์ได้ทำในสิ่งที่พึงปราถนาด้วยความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ หรือมือเก๋า ซึ่งในบทความนี้จะมาเล่าให้ผู้อ่านได้รู้จักกับกิจกรรมการขี่รถ Trackday ว่ามันคืออะไร แล้วมันควรค่าแก่การไปขี่อย่างไร ? Trackday คืออะไร Trackday (แทร็คเดย์) คือกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้กับเหล่ายอดนักบิด หรือเหล่าไบค์เกอร์ที่ชื่นชอบในความเร็ว ได้นำรถจักรยานยนต์คู่ใจของตัวเองเข้าไปลองขับขี่ในสนามแข่งขันจริง ๆ ซึ่งจุดประสงค์ของกิจกรรมนี้ไม่ใช่การนำรถเพื่อไปแข่งขันกับผู้อื่น แต่มันคือกิจกรรมสำหรับการ ‘ฝึกทักษะการขับขี่’ ให้กับผู้ที่ชื่นชอบในการขี่รถจักรยายนต์ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกควบคุมรถ หรือพัฒนาการความสามารถในการขับขี่ของตัวเอง โดยที่ไม่ต้องกังวลในเรื่องของอันตรายที่จะเกิดจากสภาพแวดล้อมบนถนนสาธารณะ กิจกรรมการขี่แทร็คเดย์แน่นอนว่าจะต้องขับขี่ในสนามแข่งที่ได้มาตรฐานเท่านั้น อาทิ สนามพีระเซอร์กิต พัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งพ้อทย์หลัก ๆ จะเป็นการจัด Route การขับขี่ให้ผู้ขับขี่ได้เข้าใจไลน์การขับขี่ เข้าโค้ง ฝึกเบรก รวมไปถึงการเข้าใจพฤติกรรมการขับขี่ของตัวเองมากขึ้น และที่สำคัญมันสามารถขับขี่ ‘ได้อย่างเต็มพิกัด’ มากกว่าการไปขับขี่บนถนนสาธารณะ อาจจะมีข้อสงสัยสำหรับบางท่านว่ากิจกรรมนี้มันต่างจากการแข่งขันทั่ว ๆ ไปยังไง มันต่างตรงนี้ครับ ‘แทร็คเดย์’ ไม่ใช่การแข่งขัน ไม่มีการจับเวลา ไม่เน้นการแซงหรือขับเบียดกัน ขับขี่กันแบบมิตรภาพ และที่สำคัญ ‘เน้นความปลอดภัยเป็นหลัก’ กิจกรรมนี้เหมาะกับใคร ? อ่านมาถึงตรงนี้ก็น่าจะเกิดข้อสงสัยไม่น้อยว่า ‘แล้วกิจกรรมนี้มันเหมาะกับใคร’ กิจกรรมการขี่ Trackday อาจจะดูเป็นมิตรอย่างมากกับเหล่านักบิดมือใหม่ที่ต้องการฝึกทักษะการขับขี่อย่างจริงจัง ที่ต้องมีการเรียนรู้ว่าขี่เร็วอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่เพียงแค่เหมาะกับมือใหม่ แต่วัยเก๋าที่ต้องการจะรื้อวิชา หรืออยากจะขับขี่เล่น ๆ ก็มักจะมีให้พบเห็นอยู่ทั่วไป สมัครขี่รายการ Trackday ต่างจากมาขี่เองคนเดียวยังไง ? พัฒนาทักษะการขับขี่ ไม่ได้แค่เปิดแทร็คให้ขยี้คันเร่งกันอย่างสนานมือเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นการ ‘ขี่เร็วและคุมให้ได้’ ซึ่งประโยชน์ของกิจกรรมนี้ไม่ใช่เพียงแค่ขี่เร็วแล้วให้คุมรถอยู่ แต่ผู้ขับขี่ยังได้ฝึกการเข้าโค้งอย่างถูกต้อง การวางน้ำหนัก การเบรกก่อนเข้าโค้ง และการเร่งออกจากโค้ง 2. ปลอดภัยจากความเสี่ยงบนถนนจริง แน่นอนว่าบนถนนสาธารณะมันมีไว้ให้สำหรับการเดินทาง และการสัญจรไปมาเพียงเท่านั้น การที่จะนำม้าศึกไปเทสต์ความเร็วสูงสุด หรือการเรียนรู้ทักษะการขับขี่ก็อาจจะดูเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยน่าประทับใจสักเท่าไหร่สำหรับผู้ขับขี่ท่านอื่น ๆ การขับขี่ใน ‘สนามแข่ง’ จึงเป็นทางเลือกที่ดี และปลอดภัยมากที่สุดสำหรับผู้ที่อยากซ้อม 3. เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ ‘แค่เอารถลงไปขี่ มันจะได้เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ได้ยังไง?’ จริงที่กิจกรรม Trackday อาจจะเป็นสนามที่ให้แค่ขี่รถเล่น แต่นัยแฝงมันคือการ ‘แลกเปลี่ยนประสบการณ์’ การขับขี่ของเหล่าผู้ขับขี่แต่ละคนแบบจริง ๆ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ชที่มีแต่ทฤษฎี แต่นี่คือสถานที่แห่งการแลกเปลี่ยนแนวทางการขับขี่ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงทันที ผู้ขับขี่บางคนก่อนมาขี่กิจกรรมแทร็คเดย์อาจจะขี่รถในสนามไม่เป็น หรือไม่เข้าใจ แต่พอได้มาลองแลกเปลี่ยน หรือได้รับคำแนะนำจากมือเก๋าที่มาขับขี่ก็อาจจะกลับไปพร้อมแนวทางดี ๆ แบบล้นกระเป๋า 4. เข้าใจพฤติกรรมของ ‘รถ’ และ ‘ผู้ขับขี่’ มากยิ่งขึ้น การได้ขับขี่ในสนามเหมือนเป็นโรงเรียนเข้าใจพฤติกรรม ‘รถ’ และ ‘ผู้ขับขี่’ โดยแท้ เพราะการขับขี่ในสนามแข่งที่ได้มาตรฐานผู้ขับขี่จะได้สัมผัสกับ ‘ขีดจำกัด’ ของรถทั้งช่วงล่าง ยาง เบรก และพละกำลังของเครื่องยนต์โดยที่ไม่มีสิ่งกวนใจแม้แต่นิดเดียว ไม่เพียงแค่รถ แต่ยังสามารถเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้ขับขี่ได้อย่างแท้จริง ว่าตัวเองมีสไตล์การขับขี่แบบไหน สายตะบี้ตะบันขี่, สายขี่เรื่อย ๆ, สายยกลึกเบรกหนัก ก็สามารถรู้ได้จากการขับขี่ในสนาม 5. Session การขับขี่แบบกลุ่ม เป็นกิจกรรมที่เน้นการขับขี่พร้อมเก็บประสบการณ์บนสนามแข่งเป็นหลัก แน่นอนว่าการแข่งขันที่เน้นการใช้ความเร็ว และกดเวลาก็สามารถตัดออกไปได้เลย ซึ่งบรรยากาศการขับขี่ใน Session ของแทร็คเดย์มันก็จะมีกลุ่มผู้นำแล้วก็ขี่ตาม ๆ กันไป ซึ่งข้อดีหลัก ๆ เลยก็คือผู้ขับขี่ที่มาคนเดียวสามารถศึกษาไลน์การขับขี่จากคนที่มีระดับเหนือกว่าเราได้ เพราะการได้สังเกตแนวทางการขับขี่ของผู้ขับขี่คนอื่น ๆ เปรียบเป็นคีย์ลัดในการศึกษาชั้นดี และเป็นการประเมินได้อีกว่าเราอยู่ในกลุ่มผู้ขับขี่ประเภทไหน (หัวตาราง, กลางตาราง หรือแนวรั้งท้าย) 6. พร้อมช่วยเหลือ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ อุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์เป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ และสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ถ้ามองในมุมของคนโลกสวยมันก็คือมนต์เสน่ห์ของการขี่รถสองล้อ ซิ่งบ้าง ล้มบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าให้ดีถ้ามันไม่เกิดขึ้นน่าจะเป็นเรื่องที่ดีอยู่ไม่น้อย แน่นอนว่าอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ให้เกิดได้แม้จะระมัดระวังมากแค่ไหนก็ตาม ซึ่งความเสี่ยงดังกล่าวถ้าอยากขี่รถแล้วไปขี่เองข้างนอกที่ถนนหลวง หรือพื้นที่สาธารณะถ้าเกิดอุบัติเหตุมันไม่ได้เกิดแค่กับผู้ขับขี่ แต่มันอาจจะพาผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น ๆ เดือดร้อนไปด้วย แต่ถ้ามาขับขี่ในงาน ‘SuperBikeMag Trackday&Trophy’ ทางทีมงานพร้อมดูแลอย่างเต็มระบบ มีรถพยาบาลพร้อมแสตนบาย เพราะตระหนักถึงเรื่องความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่ง 7. บรรยากาศเต็มไปด้วยผู้ที่ชื่นชอบสิ่งเดียวกัน สถานที่ที่มีคนชอบสิ่งเดียวกัน แล้วมาอยู่รวมกัน น่าจะเป็นสิ่งที่มีความสุขอยู่ไม่น้อย เพราะกิจกรรม ‘ขี่แทร็คเดย์’ มันจะกลายเป็นกลุ่มคอมมูนิตี้สำหรับสายสองล้อ แน่นอนว่านอกจากจะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่ในแทร็คแล้ว แต่มันจะกลายเป็นพื้นที่สำหรับแลกเปลี่ยนสิ่งดี ๆ และเป็นประโยชน์เกี่ยวกับเรื่องของสองล้อให้กันและกัน 8. แบรนด์สินค้าให้เลือกสรรเพียบ

ลูก้า มารินี่ นักแข่งเจ้าของหมายเลข 10 จากทีมโรงงานฮอนด้า พร้อมคืนกลับสู่สนามเนื่องจากหายจากอาการบาดเจ็บแล้ว คาดเร็วสุดลงแข่งสนามเยอรมนี

Dorna Sport ลงดาบมาร์ติน เหตุเตรียมชิ่งต้นสังกัด Dorna Sport ผู้ถือลิขสิทธิ์การแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลก (หรือรู้จักกันในนามของ MotoGP) แต่เพียงผู้เดียว ออกมาสั่งลงดาบแชมป์โลกคนล่าสุดอย่าง ‘ฆอร์เก้ มาร์ติน’ ว่านักบิดรายนี้จะไม่สามารถย้ายไปร่วมแข่งขันให้กับทีมอื่นได้ หากยังไม่มีการเคลียร์สัญญากับทาง Aprilia Racing ให้เรียบร้อยเสียก่อน ดูเหมือนว่าฝันของฆอร์เก้ มาร์ติน กับการย้ายเข้าไปร่วมแข่งขันภายใต้ต้นสังกัดอื่นอาจจะไม่ได้เรียบง่ายเหมือนที่วาดฝันไว้เสียแล้ว เมื่อ Carmelo Ezpeleta (คาร์เมโล เอซเปเลต้า) ซีอีโอของทาง Dorna Sport ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่า ‘มาร์ติเนเตอร์’ จะไม่สามารถย้ายไปร่วมแข่งขันให้กับทีมอื่นได้ หากยังไม่เคลียร์สัญญากับต้นสังกัดเดิมก่อน ทางด้านผู้จัดการส่วนตัวของฆอร์เก้ มาร์ตินอย่าง Albert Valera (อัลเบิร์ต วาเลร่า) ได้ออกมาเปิดเผยว่าฆอร์เก้ มาร์ติน ‘หมดสัญญาสำหรับ Aprilia ในปีหน้าแล้ว’ ‘ตอนนี้เขาเปิดกว้างอย่างสมบูรณ์ อิสระ และเราจะรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต’ หนึ่งในบทสัมภาษณ์ของผู้จัดการส่วนตัวของฆอร์เก้ มาร์ตินกล่าวกับสื่อ MotoGP.com อีกทั้งยังเผยอีกว่ามาร์ตินนั้นมีเงื่อนไขในการยกเลิกสัญญา และตอนนี้นักแข่งคนดังกล่าวก็มีสิทธิ์ที่จะใช้สิทธิ์ดังกล่าวแล้ว ‘เขามีเงื่อนไขในสัญญา และเขามีสิทธิ์ที่จะใช้มัน ซึ่งเขาก็ได้ใช้แล้ว’ ฆอร์เก้ มาร์ตินพลาดการแข่งขันในฤดูกาล 2025 ไปแล้ว 9 สนามจาก 10 สนาม เนื่องจากอาการบาดเจ็บหลายครั้ง โดยมาร์ตินเชื่อว่าอาการบาดเจ็บของเจ้าตัวสามารถนำมาเป็นหนึ่งเหตุผลที่สามารถใช้ฉีกสัญญาของเจ้าตัวกับทีม Aprilia ได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามแต่แถลงการณ์อย่างเป็นทางการของ Aprilia ระบุเกี่ยวกับสัญญาว่าสัญญาจะต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้งสองฝ่าย ‘สัญญาระหว่าง Aprilia Racing กับฮอร์เก มาร์ติน ยังคงมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ และจะต้องได้รับการเคารพจากทั้งสองฝ่ายจนถึงวันหมดอายุ (สิ้นสุดปี 2026)’ ซึ่งซีอีโอของทางดอร์นาสปอร์ตก็ให้สัมภาษณ์กับ Sky Sport Italia ว่าตัวเขาเองก็ไม่รอช้า อยากจะออกมากล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยการยกเลิกสัญญาควรเป็นการตกลงกันทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตัดสินใจ เพื่อความเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย ‘ถ้าทั้งสองฝ่ายมีความตั้งใจและต้องการยุติสัญญา ก็สามารถทำได้ แต่ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยังยืนยันว่าสัญญายังคงมีผลบังคับใช้ ผู้พิพากษาที่ระบุไว้ในสัญญาจะต้องเป็นผู้ตัดสินว่าใครถูก’ ‘ทาง Dorna จะไม่อนุญาตให้ใครเข้าร่วมการแข่งขันชิงแชมป์ หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขเหล่านี้: ไม่ว่าจะต้องมีข้อตกลงร่วมกันระหว่างทั้งสองฝ่ายเพื่อยุติสัญญา หรือให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน’ แน่นอนว่าหลังจากที่ซีอีโอของทางดอร์น่าออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซีอีโอของค่าย Aprilia อย่าง Massimo Rivola (มัสซิโม่ ริโวล่า) ก็ออกมาสนับสนุนคำพูดของทางดอร์น่าพร้อมให้เหตุผลประกอบว่าตอนนี้มาร์ตินยังเป็นนักแข่งของทางค่าย และจะไม่สามารถย้ายไปไหนได้ ‘จุดยืนของเรายังเหมือนเดิม นักแข่งยังอยู่ภายใต้สัญญากับเรา และอย่างที่คาร์เมโลพูดไว้ ถ้านักแข่งยังมีสัญญากับ Aprilia… ก็ไม่ได้เป็นอิสระ และไม่สามารถย้ายไปไหนได้’ ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามสำหรับฆอร์เก้ มาร์ตินว่าจะสามารถกลับมาลงสนามให้กับต้นสังกัดปัจจุบันได้ในการแข่งขันสนามใด แต่จากการคาดการณ์อาจจะเป็นไปได้ที่จะสามารถมาลงสนามในการแข่งขันที่ประเทศ Grand Prix of Czechia สาธารณรัฐเช็กในช่วงระหว่างวันที่ 18-20 กรกฎาคม หรือหลังพักเบรกฤดูกาลกับการแข่งขัน Grand Prix of Austria ประเทศออสเตรีย ในช่วงระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคมนี้ อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ก้อง สมเกียรติ นักบิดสัญชาติไทยจากทีม LCR Honda ยอมรับกำลังมุ่งพัฒนาการขับขี่เพื่อทีมฮอนด้า ตอนนี้กำลังเร่งพัฒนาตามอเล็กซ์ เอสปากาโร่

ฟรานโก้ โมบิเดลี ยืดอกขอโทษ เหตุดราม่าสนามมูเจลโล ฟรานโก้ โมบิเดลี นักแข่งจอมเก๋าจากทีม Pertamina Enduro VR46 Racing Team ที่ออกมาขอโทษนักแข่งหนึ่งรายจากค่ายไร่ส้ม ที่เจ้าตัวนั้นเป็นเหตุทำให้นักแข่งคนดังกล่าวต้องออกจากการแข่งขันไปอย่างน่าเสียดาย ในการแข่งขันสนามที่ 9 ของฤดูกาล กับรายการ Brembo Grand Prix of Italy 2025 ในช่วงระหว่างวันที่ 20-22 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งในการแข่งขันในรอบเรซเดย์ ‘แฟรงกี้’ ต้องโทษการวิ่ง Long Lap เหตุจากการที่พยายามแซงมาเวริค บีญาเลส นักบิดจากทีม Tech3 KTM แต่ไม่สำเร็จจนเกิดเหตุการณ์ปะทะกันของนักแข่งทั้งสองคน ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่บีญาเลสเพิ่งแซงมอร์บิเดลลี่ขึ้นมาเป็นอันดับ 4 โดยมอร์บิเดลลี่พยายามสวนกลับเข้าโค้งด้านใน แต่บีญาเลสไม่ทันเห็นการบุกจู่โจม ทำให้ทั้งสองชนกัน และบีญาเลสล้มลงจนทำให้ต้องออกจากการแข่งขันไปอย่างน่าเสียดาย “ผมพอใจกับความเร็วของเรา เราทำเวลาต่อรอบได้เร็วที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้” “ผมพยายามจัดการยางให้ดีที่สุด แต่ผมพลาดที่โค้ง 1 แล้วผมเข้าไปมีปะทะกับมาเวริค ตอนที่เรากำลังแย่งชิงตำแหน่งกัน เราชนกัน และเขาก็ล้มลงไป” “ขอโทษจริง ๆ สำหรับเรื่องนั้น เสียดายมากเลยครับ ผมดีใจที่เขาไม่บาดเจ็บ เพราะคุณก็รู้ว่า ในสถานการณ์แบบนี้ อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ เขาปลอดภัยดีแล้ว” “ผมต้องชดใช้กับสิ่งที่เกิดขึ้น – ต้องขี่รอบยาวหนึ่งครั้ง แล้วก็พลาดอีกครั้ง ทำให้ต้องขี่รอบยาวเพิ่มอีกหนึ่งรอบ หลังจากนั้นผมก็แค่พยายามทำให้ดีที่สุด ซึ่งก็คือจบที่อันดับ 6” ทางด้านของเจ้าทุกข์ผู้ถูกกระทำอย่าง ‘ท็อปกัน’ มาเวอริค บีญาเลส แม้ในช่วงการแข่งขันจะรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ตัวเขานั้นต้องออกจากการแข่งขันด้วยอุบัติเหตุที่ไม่น่าเกิด แต่ก็ยอมรับคำขอโทษ และเข้าใจว่าเหตุการณ์ดังกล่าวก็ไม่มีใครอยากให้เกิด “เขาขอโทษแล้ว ผมก็ยอมรับ มันคือการแข่งขัน พวกเราเป็นนักแข่ง บางครั้งมันก็เป็นใจให้คุณ บางครั้งมันก็ไม่ใช่” “สำหรับผม การแข่งขันก็เป็นแบบนี้แหละ เมื่อคุณกำลังต่อสู้อยู่ในกลุ่มหน้า แล้วเหตุการณ์พวกนี้เกิดขึ้น คุณก็ต้องก้าวต่อไป” “แต่สิ่งที่ดีคือ เรามีความเร็วที่ยอดเยี่ยม และระดับการแข่งขันของเราก็อยู่ในจุดที่ดีแล้ว” โมบิเดลี และมาเวอริค บีญาเลส จะลงทำการแข่งขันในสนามที่ 10 ของฤดูกาล กับรายการ Motul Grand Prix of the Netherlands ที่สนาม TT Circuit Assen ในช่วงระหว่างวันที่ 27-29 มิถุนายนนี้ อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Marc Marquez รับ เป้าตอนนี้คือแข่งกับน้องชาย ไม่ใช่แชมป์สมัยที่ 9 Marc Marquez นักบิดเจ้าของหมายเลข 93 จากทีมโรงงานคูคาติ ‘Ducati Lenovo Team’ ที่ในปัจจุบันตอนนี้เจ้าตัวเป็นเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัย ซึ่งถ้าในฤดูกาลนี้เจ้าตัวสามารถซิวแชมป์โลก MotoGP ได้ก็จะมีจำนวนแชมป์ MotoGP เท่ากับวาเลนติโน่ รอสซี่ ที่ 9 สมัย ในตารางคะแนนแชมป์โลกของฤดูกาล 2025 หลังผ่านไป 8 สนามผู้นำตอนนี้ก็ยังคงเป็นมาร์ก มาร์เกซ ด้วยคะแนนสะสม 233 คะแนน ห่างจากอันดับที่ 2 ‘อเล็กซ์ มาร์เกซ’ ถึง 32 คะแนนหลังโชว์ฟอร์มสุดแกร่งในการแข่งขันที่อารากอน โดยสถานการณ์ในปัจจุบันมาร์กก็ยังคงเป็นตัวเต็งที่จะคว้าแชมป์รายการนี้ ซึ่งถ้ามาร์กสามารถทำได้ก็จะทำให้เขามีจำนวนแชมป์รวมเท่ากับรอสซี่ และยังจะกลายเป็นนักแข่งที่ได้แชมป์กับสองแบรนด์ต่างกัน เช่นเดียวกับที่รอสซี่เคยทำไว้ แน่นอนว่าเรื่องนี้ก็อาจจะไม่พ้นสื่อที่อยากจะสอบถามว่า ‘คิดถึงเรื่องของการเทียบ หรือแซงสถิติของรอสซี่หรือไม่’ แต่ดูเหมือนว่าเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยรายนี้ยังคงคิดว่าการกลับมาจากอาการบาดเจ็บรุนแรงได้ถือว่าเป็นเรื่องประสบความสำเร็จมากที่สุดในชีวิตนักแข่งของเจ้าตัว “สำหรับผมแล้ว จะได้แชมป์โลกสมัยที่ 9 หรือไม่ได้ก็ตาม ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาชีพของผม ผมได้ผ่านมันมาแล้ว นั่นคือการกลับมาหลังจากช่วงเวลาที่ย่ำแย่มาก” “ผมคิดว่าเรายกระดับการแข่งขันกันระหว่างผมกับอเล็กซ์ (มาร์เกซ) ขึ้นมาอีกนิด เพราะเราทั้งคู่กำลังผลักดันกันอย่างเต็มที่ และอเล็กซ์ก็กำลังอยู่ในปีที่ดีที่สุดของเขาในแชมเปี้ยนชิพนี้ด้วย” “เพราะฉะนั้น ผมผ่านความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมาแล้ว ทุกคนมีเส้นทางของตัวเอง มีอาการบาดเจ็บ สไตล์การขี่ และบุคลิกที่ต่างกัน แต่ผมพอใจกับความท้าทายนั้น และตอนนี้ผมแค่สนุกกับมัน แน่นอนว่า ในฐานะนักบิดของดูคาติ ผมรู้สึกถึงแรงกดดัน และผมจะพยายามคว้าแชมป์ให้ได้ แต่บางทีมันก็ไม่ใช่แค่เรื่องของ ‘อยาก’ หรือ ‘พยายาม’ อย่างเดียวเสมอไป” ซึ่งอีกหนึ่งโจทย์ที่น่าสนใจของมาร์ก มาร์เกซกับการแข่งขันที่สนามมูเจลโลคือการหาวิธีปราบความร้อนแรงของทีมเมทอย่าง ‘ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า’ ที่ดูเหมือนว่าการลงแข่งขันในสนามประเทศบ้านเกิดจะสามารถรีดฟอร์มเก่งออกมาได้อย่างน่าเร้าใจ โดยในการแข่งขันสามหนล่าสุดก็เป็นทางด้านเป้กโก้ที่สามารถคว้าชัยได้ทั้งหมด และด้านมาร์ก มาร์เกซ การคว้าชัยในสนามแห่งนี้ต้องกลับไปถึงปี 2014 “ผมจะพยายามเข้าใจให้ได้ในปีนี้” “ปีที่แล้วผมมีโอกาสเปรียบเทียบข้อมูลของเขาเล็กน้อย แต่ตอนนั้นรถยังต่างกันอยู่มาก ทำให้เลียนแบบได้ยาก” “ปีนี้เราจะพยายามเข้าใจให้ลึกยิ่งขึ้น และผมจะพยายามใช้ประโยชน์จากข้อมูลของเขา ไม่ใช่แค่เขาคนเดียว แต่รวมถึงอเล็กซ์ด้วย เพราะปกติทั้งสองคนนี้เร็วมากที่สนามนี้” Marc Marquez และทีมเมทของเจ้าตัวอย่างฟรานเชสโก้ บัญญาย่า จะลงแข่งขันในช่วงปลายสุดสัปดาห์นี้ ในการแข่งขันรายการ Brembo Grand Prix of Italy ในช่วงระหว่างวันที่ 20 – 22 มิถุนายนนี้ อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ หวังคืนฟอร์มที่มูเจลโล เซ่น DNF 3 เรซติด ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ นักบิดสัญชาติฝรั่งเศสจากทีมโรงงานยามาฮ่า ‘Monster Energy Yamaha MotoGP’ ออกมาตั้งเป้าผลงานก่อนการแข่งขันที่สนามมูเจลโลประเทศอิตาลี หลังจากที่การแข่งขันก่อนหน้านี้ถึง 3 สนามเจ้าตัวไม่สามารถจบการแข่งขันได้เลย ‘เราจะทุ่มเททุกอย่างที่เรามี’ เป็นเหมือนคำมั่นของเจ้าตัวในช่วงก่อนการแข่งขัน ซึ่งในปัจจุบันตำแหน่งในตารางคะแนนแชมป์โลก ‘เอลดิอาโบล’ อยู่ในอันดับ 10 สะสมได้ 59 คะแนน ตามหลังอันดับที่ 1 อย่างมาร์ก มาร์เกซ อยู่ที่ 174 คะแนน ย้อนกลับไปในการแข่งขันสนามที่ 5 ของฤดูกาล สนามเฆเรซ ประเทศสเปน ‘เอลดิอาโบล’ กลับขึ้นโพเดียมได้สำเร็จด้วยการคว้าโพเดียมอันดับสอง แต่หลังจากนั้นก็เหมือนโชคชะตาจ้องจะทดสอบความอดทนยังไงอย่างนั้นเริ่มต้นจากสนามเลอมังส์ ประเทศฝรั่งเศสเจ้าตัวพลาดท่าล้มเพราะฝนตก ถัดมากับการแข่งขันในสนามซิลเวอร์สโตน ประเทศอังกฤษ เจ้าตัวก็ต้องจำเป็นที่จะต้องออกจากการแข่งขันไปเนื่องจากระบบ ride-height ของตัวรถเกิดขัดข้อง ไม่เพียงแค่นั้นกับการแข่งขันในสนามล่าสุด ผลงานยังคงย่ำแย่ต่อเนื่องที่อารากอน ซึ่งเป็นสนามที่มีแรงยึดเกาะต่ำ โดยเจ้าตัวล้มในช่วงท้ายสุดของการแข่งขัน ซึ่งหลังจบการทดสอบที่สนามอารากอน ทางทีมโรงงานยามาฮ่าก็ได้ใช้เวลาในการพัฒนาตัวแข่งของทีมเพื่อให้สามารถสู้กับค่ายอื่น ๆ ได้อย่างสูสี โดยการแข่งขันในสนามมูเจลโลนี้ทางค่ายอาจมีการใช้อะไหล่ใหม่ที่อาจช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน “จากการทดสอบที่อารากอน เราเห็นว่าบางชิ้นส่วนที่ลองใช้นั้นดูมีแนวโน้มว่าจะได้ผลดีที่มูเจลโลด้วย ดังนั้นผมก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ลองอีกครั้งที่นี่” “ผมชอบสนามนี้มาก และโดยทั่วไปแล้วพื้นสนามที่นี่จะมีแรงยึดเกาะดีกว่าอารากอนด้วย มารอดูกันว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง แน่นอนว่าเราจะทุ่มสุดตัวเหมือนเช่นเคย” เหล่านักแข่งทีมโรงงานยามาฮ่าจะลงแข่งขันในช่วงปลายสุดสัปดาห์นี้ ในการแข่งขันรายการ Brembo Grand Prix of Italy ในช่วงระหว่างวันที่ 20 – 22 มิถุนายนนี้ อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

FUCHS Silkolene สนับสนุนรุ่น SuperBike 1000CC นักแข่งได้อะไร? FUCHS Silkolene แบรนด์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องชื่อดังจากประเทศเยอรมนี ซึ่งในการแข่งขันรายการ SuperBikeMag.com Trackday&Trophy 2025 ทางแบรนด์ก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของรายการ โดยเข้ามาสนับสนุนในรุ่นของ ‘คลาสพันซีซี’ โดยใช้ชื่อการแข่งขันในรุ่น ‘FUCHS Silkolene Superbike 1000CC’ แน่นอนว่าการแข่งขันการภายในแทร็คถือเป็นสมรภูมิประลองความเร็ว และสมรรถนะขั้นสูงสุดของโลกสองล้อ ซึ่งนอกจากนักแข่ง รถแข่ง และทีมช่างแล้ว “น้ำมันเครื่อง” ก็คืออีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่มีบทบาทอย่างยิ่งในการแข่งขันอยู่ไม่น้อย โดยในบทความนี้จะมาเล่าให้ผู้อ่านทุกท่านได้เข้าใจว่าการที่แบรนด์น้ำมันเครื่องระดับโลกเข้ามาร่วมสนับสนุนในหนนี้ ‘เหล่านักแข่ง’ จะได้ประโยชน์อะไรบ้าง ? ซึ่งการเข้ามาร่วมสนับสนุนของแบรนด์น้ำมันเครื่องระดับโลกนี้ไม่ได้เข้ามาเพียง ‘แปะโลโก้’ แต่มาพร้อมเทคโนโลยีน้ำมันเครื่องสุดพรีเมียมที่จะช่วยให้เหล่านักแข่งสามารถรีดพละกำลังของตัวแข่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น FUCHS Silkolene คือใคร แบรนด์ผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องระดับโลกแบรนด์นี้มีจุดกำเนิดจากประเทศเยอรมนี ที่ได้ทำการพัฒนา ผลิต และจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น และผลิตภัณฑ์สารหล่อลื่นชนิดพิเศษ รวมไปถึงน้ำมันเครื่องประสิทธิภาพสูง จากสนามแข่งระดับโลกที่ผลิต วิจัย และพัฒนา เพื่อรถจักรยานยนต์แบบ 100% แน่นอนว่าในประเทศไทยอาจจะยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก แต่ต้องขอบอกเลยว่าในการแข่งขันระดับโลก แบรนด์น้ำมันเครื่องเจ้านี้ยังเข้าร่วมสนับสนุนในรายการต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น MotoGP, World Superbikes, British Superbikes และอื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งทีม Motocross และ Karting ซึ่งก็ถือว่าครอบคลุมในการแข่งขันชั้นนำทั้งหมด เพราะสนามแข่งคือ Tester ที่ดีที่สุด สำหรับผลิตภัณฑ์แบรนด์น้ำมันเครื่องคุณภาพสูงจากประเทศเยอรมนีแบรนด์นี้ไม่เพียงแค่คิดค้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ ของน้ำมันเครื่องแบรนด์นี้ ไม่ได้เกิดขึ้นในห้องแลปเพียงอย่างเดียวแต่ต้องพิสูจน์จริงใน “สนามแข่ง” ที่ทุกอย่างอยู่ภายใต้ความรุนแรงสูงสุด เพราะทุกการแข่งขัน ทุกสิ่งทุกอย่างที่ลงสนาม ‘ต้องใส่สุด’ เครื่องยนต์ต้องทำงานด้วยรอบสูงอย่างต่อเนื่อง มีแรงบิด และแรงม้ามหาศาล การเร่งความเร็ว การเบรก การเอียงรถเข้าโค้ง ทุกองค์ประกอบล้วนสร้างภาระอย่างหนักให้กับน้ำมันเครื่อง ดังนั้น การเข้าสนับสนุนการแข่งขันนี้จึงเท่ากับการนำสูตรน้ำมันที่ดีที่สุดของทางแบรนด์ลงไปทดสอบในสนามจริง ซึ่งก็ถือว่าเป็นตัวช่วยยืนยันได้ว่าสินค้าที่วางจำหน่ายนั้น “ผ่านสนาม” มาแล้ว ไม่ใช่แค่ผ่านมาตรฐาน ได้เข้าถึงประสิทธิภาพระดับสูงสุดของการแข่งขัน เพราะการแข่งขันการที่ตัวแข่งมีสมรรถนะดีนั้นก็คงไม่พอ แต่ต้อง ‘เสถียร’ ด้วย ซึ่งเหล่านักแข่งภายในงาน SuperBikeMag.com Trackday&Trophy ก็ล้วนแต่เป็นกลุ่มผู้ขับขี่ และนักแข่งที่มีความรู้ เข้าใจในเทคโนโลยีการแข่งขันอยู่ไม่น้อย พร้อมหาสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อตัวแข่งสำหรับใช้ในการแข่งขัน ซึ่งการเข้ามาสนับสนุนในสนามนี้ทำให้ทางแบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลักอย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นนักแข่ง ทีมแข่ง ร้านเซอร์วิส หรือผู้ขับขี่ทั่วไปที่หลงใหลในความแรง เร้าใจ หรือผู้ที่พร้อมรีดกำลังเครื่องยนต์อย่างสูงสุด น้ำมันที่ทนทานต่อความร้อน ไม่เสื่อมในช่วงท้ายเรซ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความเร็วรอบสม่ำเสมอ และป้องกันปัญหาเครื่องยนต์พังในจังหวะสำคัญ ไม่เพียงแค่นำเสนอสิ่งดี ๆ ให้กับเหล่านักแข่ง นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ในฐานะ “พาร์ทเนอร์ด้านสมรรถนะ” ที่ไม่ใช่แค่ผู้ผลิตสินค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้น “สนามแข่งไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่โฆษณา แต่มันคือพื้นที่ที่แบรนด์ต้องแสดงศักยภาพจริง” สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่ใช้งาน สิ่งที่สนามแข่งให้นอกเหนือจากชื่อเสียง และผลลัพธ์ในวันแข่งขัน อีกหนึ่งอย่างที่เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กันก็คือ “ความเชื่อมั่น” เมื่อน้ำมันเครื่องผ่านสนามที่โหดที่สุด และยังได้รับการเลือกใช้จากนักแข่งระดับแชมป์ ก็เท่ากับเป็นการการันตีคุณภาพจากผู้ใช้งานจริงในสถานการณ์จริง ผู้บริโภคทั่วไปจึงมั่นใจได้ว่า น้ำมันเครื่องในขวดเดียวกับที่นักแข่งใช้บนแทร็ก ก็พร้อมปกป้องเครื่องยนต์ของคุณในทุกวัน และการที่แบรนด์น้ำมันเครื่องระดับโลกค่ายนี้เข้ามาสนับสนุนรุ่นการแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่มาเพียงแค่การนำเสนอโลโก้ แต่คือการลงสนามร่วมกันเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งขึ้น พร้อมกับการเข้าถึงกลุ่มที่ต้องการรีดประสิทธิภาพของน้ำมันเครื่องสูงสุด และสร้างความมั่นใจในแบรนด์อย่างยั่งยืน และที่สำคัญแบรนด์น้ำมันเครื่องสัญชาติเยอรมนีรายนี้จะเข้ามาร่วมสนับสนุนในการแข่งขันรุ่น SuperBike 1000CC ในการแข่งขันรายการ SuperBikeMag.com Trackday&Trophy 2025 ทั้งสามสนาม เตรียมพบกับแบรนด์น้ำมันเครื่องแบรนด์นี้ได้ในสนามที่ 2 ของฤดูกาลวันที่ 8-10 สิงหาคมนี้ สำหรับใครที่สนใจอยากจะลองหามาใช้ ก็สามารถสอบถาม ได้ที่ห้างร้านต่าง ๆ ใกล้บ้านท่านได้เลย มีหลายเกรด หลายรุ่น พร้อมรีดพละกำลังสูงสุดของเครื่องยนต์ของเหล่าไบค์เกอร์อย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปโดร อคอสต้า รับ ไม่อยากวาดฝันตัวเองกับ ‘Ducati’ เปโดร อคอสต้า นักบิดดาวรุ่งจากทีมโรงงาน ‘ไร้ส้ม’ Red bull KTM Factory Racing ในศึกการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบอย่าง MotoGP ที่ออกมาเผยว่าเจ้าตัวนั้นไม่อยากที่จะจินตนาการ และวาดฝันว่าตัวเองอยู่บนตัวแข่ง Desmosedici ของค่าย Ducati เจ้าของแชมป์โลก Moto2 หนึ่งสมัย ที่ในช่วงหลังมานี้มีกระแสข่าวลือเรื่องการย้ายทีมออกมาอย่างหนาหู ซึ่งอาจเป็นเหตุต่อเนื่องมาจากที่ต้นสังกัดของเจ้าตัวมีข่าวปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการเงิน ซึ่งถ้าให้พูดถึงความเก่งกาจ หรือความเป็นสุดยอดในกลุ่มผู้นำของแบรนด์ Ducati ก็ต้องขอย้อนไปในการแข่งขันฤดูกาล 2024 ค่ายรถสัญชาติอิตาลีแบรนด์นี้สามารถเก็บชัยชนะในรอบเรซได้ ‘เกือบ’ จะทุกสนามที่ลงทำการแข่งขัน ซึ่งพลาดท่าให้กับทีม Aprilia ไปในการแข่งขันสนามที่ 3 ของฤดูกาลเพียงเท่านั้น ขณะที่ในปี 2025 หลังผ่านไป 8 สนาม พวกเขาโดนโค่นแชมป์ไปแล้ว 2 ครั้ง ได้แก่ที่ ฝรั่งเศส (โยฮันน์ ซาร์โก้ ชนะด้วย Honda) และ อังกฤษ (มาร์โก เบซเซคคี คว้าชัยให้กับ Aprilia) อย่างไรก็ตาม แม้จะพลาดบางสนาม แต่ Ducati ก็ยังคว้าชัยได้ถึง 6 จาก 8 สนามแรกของปี และยังคงรักษาสถิติชนะ 100% ในการแข่งขัน Sprint Race ถัดมาทางด้านของต้นสังกัดอย่าง Red bull KTM Factory Racing อาจจะยังไม่เข้าใกล้กับตำแหน่งโพเดียมมากนัก ซึ่งผลงานที่ทีมสามารถทำได้ดีที่สุดของปีนี้เกิดขึ้นที่สนามอารากอนในช่วงวันที่ 6-8 มิถุนายนที่ผ่านมา ‘เบบี้ชาร์ค’ สามารถทำผลงานได้ดีที่สุดด้วยการจบอันดับที่ 4 แน่นอนว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าว เปโดร อคอสต้า ก็ถูกสื่อเชื่อมโยงเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการไปขี่ให้กับค่าย Ducati “ผมไม่อยากจินตนาการครับ” เมื่อมีกระแสย้ายค่าย ก็พ่วงมาถึงเรื่องของสไตล์การขับขี่ซึ่ง RC16 ของ KTM กับ Desmosedici GP ของ Ducati ก็มีสไตล์ที่ต่างกันอย่างชัดเจน และการขับขี่ของ ‘เบบี้ชาร์ค’ ที่มีสไตล์การขับขี่ที่ดุดัน มีลูกเล่นในการขับขี่ จะสามารถปรับตัวกับ Ducati ได้หรือไม่หากต้องย้ายจริง “ผมไม่รู้เหมือนกันครับ” “ผมเชื่อว่ามนุษย์ต้องเป็นเหมือนน้ำ — ไม่ว่าจะเทใส่ภาชนะแบบไหน น้ำก็จะเปลี่ยนรูปร่างให้เข้ากับสิ่งนั้นได้” หากมีการย้ายทีมเกิดขึ้นจริง จุดหมายปลายทางที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดคือ VR46 Racing Team ซึ่งตอนนี้ฟาบิโอ ดิ จินันอันโตนิโอ มีสัญญาโรงงานอยู่ถึงสิ้นปี 2026 แต่ทางด้านของฟรานโก้ โมบิเดลี มีสัญญาอยู่จนถึงสิ้นปี 2025 นี้เท่านั้น อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Aprilia Racing รับ พัฒนา RS-GP เพื่อเบซเซคคี่โดยเฉพาะ Aprilia Racing ทีมดังจากการแข่งขัน MotoGP ออกมาเผยว่าตอนนี้ทางทีมกำลังมุ่งพัฒนาตัวแข่งของทางค่ายอย่าง Aprilia RS-GP อีกทั้งทางด้านของผู้จัดการทีมอย่าง Paolo Bonora (เปาโล โบนอร่า) ก็ยังแสดงถึงความพึงพอใจของกับความก้าวหน้าในการพัฒนาตัวแข่งของทางค่าย การทดสอบหลังการแข่งขันที่สนามอารากอนประเทศสเปน ผู้จัดการทีมของทางค่ายก็แสดงความพึงพอใจไม่น้อย โดยระบุว่าการพัฒนาในด้านแอโรไดนามิกและอิเล็กทรอนิกส์ชุดใหม่ มีแนวโน้มจะถูกนำมาใช้ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล ซึ่งทีมดังสัญชาติอิตาลีแบรนด์นี้ไม่สามารถต่อยอดจากชัยชนะสุดเซอร์ไพรส์ที่สนามซิลเวอร์สโตนในรายการ British MotoGP ได้ในสนามล่าสุดที่อารากอน หลังจากที่มาร์โก เบซเซ็คกีล้มในรอบควอลิฟาย ทำให้ต้องออกสตาร์ตจากกริดที่ 21 และจบการแข่งขันทั้งสองเรซในอันดับที่ 8 แม้จะคว้าชัยชนะที่ซิลเวอร์สโตนได้ แต่ฤดูกาลนี้ก็ยังคงเป็นปีที่ท้าทายสำหรับ Aprilia ซึ่งก่อนเปิดฤดูกาล 2025 เคยถูกคาดหมายว่าจะเป็นทีมลุ้นแชมป์จากการได้ตัวเบซเซ็คกี และแชมป์โลกคนล่าสุด ฆอร์เก้ มาร์ติน มาร่วมทีม อย่างไรก็ตาม เมื่อมาร์ตินต้องพักแบบไม่มีกำหนดจากอาการบาดเจ็บ ทำให้ความหวังทั้งหมดตกไปอยู่ที่ผลงานของเบซเซคคีแต่เพียงผู้เดียวอย่างไร้ข้อกังขา อีกทั้งตอนนี้ทางค่ายยังพัฒนาตัวรถเพื่อเบซเซคคี่โดยเฉพาะ เพื่อให้นักแข่งเจ้าของหมายเลข 72 รายนี้รีดผลงานออกมาให้ดีมากที่สุด “อย่างที่เห็นกันว่าหลังจบเรซ สภาพแทร็กมักจะดี เราจึงมุ่งเน้นที่การไทม์แอทแทคของมาร์โกเป็นหลักและ เราลงมือปรับปรุงหลายอย่าง โดยเฉพาะในด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อควบคุมช่วงออกตัวจากโค้งให้ดีขึ้น รักษาเสถียรภาพของรถ และให้สามารถควบคุมได้มากขึ้น” นอกจากเรื่องระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว Aprilia ยังได้นำแฟริ่งหน้าชุดใหม่มาใช้ในการทดสอบ ซึ่งโบนอร่าเผยว่าอาจได้เห็นใช้จริงในการแข่งขันอีกไม่กี่สนามข้างหน้า “เรายังได้ทดสอบบางอย่างที่เกี่ยวกับแอโรไดนามิก มันให้ผลลัพธ์ที่ดี นั่นคือความเห็นแรก [แต่] เรายังต้องนำไปให้กับนักแข่งทุกคนได้ลอง เพื่อเก็บความคิดเห็นจากแต่ละคน ตอนนี้ดูแล้วมีแนวโน้มที่ดี และน่าจะได้เห็นมันถูกใช้งานในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลนี้” “และในส่วนของสิ่งที่เราต้องปรับปรุง นั้นไม่ใช่แค่ในรอบควอลิฟาย แต่รวมถึงแอโรไดนามิกของตัวรถตลอดทั้งเรซ และในช่วงไทม์แอทแทคด้วย เรายังต้องจัดการเรื่องยางใหม่ให้ลงตัวสำหรับมาร์โก” “เราปรับได้บ้างแล้วในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะฟีดแบ็กในช่วงเบรกของเขาออกมาดี แต่เรายังต้องทำงานต่อในช่วงออกจากโค้ง ดังนั้นถ้าเราต้องการดึงศักยภาพสูงสุดจากพรสวรรค์ของเขาออกมาให้ได้ เราต้องพัฒนาช่วงเร่งออกจากโค้งให้ดียิ่งขึ้น” เหล่านักแข่งทีมอาพริเลียจะลงแข่งขันในช่วงปลายสุดสัปดาห์นี้ ในการแข่งขันรายการ Brembo Grand Prix of Italy ในช่วงระหว่างวันที่ 20 – 22 มิถุนายนนี้ อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Alberto Puig เผย ‘พวกเรารู้ดีว่าปัญหาตอนนี้คืออะไร’ Alberto Puig (อัลเบอร์โต พูอิก) นายใหญ่ของทีมโรงงาน Honda ค่ายรถจักรยานยนต์ยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่นในการแข่งขัน MotoGP ออกมาเผยว่าตอนนี้ทางค่าย และตัวเขาเองนั้นรู้ดีว่าปัญหาหลัก ๆ ตอนนี้ของทางทีม และตัวแข่งอย่าง RC213V คืออะไร รับกำลังปรับ และกำลังจะพาทีมกลับมาสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง ย้อนกลับไปในการแข่งขันที่สนามเลอมังส์ ประเทศฝรั่งเศส โยฮันน์ ซาร์โก้ สามารถรีดฟอร์มเก่งในการแข่งขันพร้อมพาทีมฮอนด้ากลับสู่โพเดียมในตำแหน่งหมายเลข 1 หลังที่ทางทีมหายจากการขึ้นโพเดียมไปนานกว่า 980 วัน ซึ่งโพเดียมครั้งสุดท้าย ของฮอนด้าเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม ปี 2022 โดยมาร์ก มาร์เกซ ที่สนามฟิลลิปไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ก่อนที่จะโชว์ความสุดยอดอีกครั้งในการแข่งขันที่สนามถัดมาที่สนาม ‘ซิลเวอร์สโตน’ ในการแข่งขันเรซหลักก็สามารถพาทีม Castrol Honda LCR กลับสู่โพเดียมได้อีกครั้งในตำแหน่งอันดับที่ 2 ซึ่งในการทดสอบตัวแข่งหลังจากจบการแข่งขันรายการ Aragon Grand Prix แต่ละทีมก็ได้ทำการลงทดสอบตัวแข่งที่สนาม MotorLand ซึ่งก็ถือว่าเป็นช่วงที่เปิดโอกาสให้แต่ละทีมได้แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่พบในช่วง 8 สนามแรกของฤดูกาล 2025 รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันที่สนามอารากอนเองด้วย อย่างไรก็ตาม อัลเบอร์โต ปุยก์ หัวหน้าทีม Honda HRC Castrol ยืนยันว่าทางโรงงานญี่ปุ่น “เข้าใจปัญหาของเราอย่างชัดเจน” “พวกเรากำลังทดลองสิ่งต่าง ๆ ตามปกติ ทั้งของเล็ก ๆ และของใหญ่บางอย่าง คุณคงอาจะได้เห็นว่าเราทดลองสวิงอาร์มใหม่ รวมถึงส่วนอื่น ๆ ก็เป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่สามารถให้ทิศทางกับเราได้” “น่าเสียดายที่เรายังไม่มีลูก้าในตอนนี้ แต่โจอัน [เมียร์] กับโยฮัน [ซาร์โก้] จะได้ลองใช้อุปกรณ์ใหม่ และสมเกียรติ จันทราก็จะได้ทดลองสิ่งอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน” “ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะเปรียบเทียบอะไรได้ แต่สำหรับผม สิ่งที่สำคัญที่สุดเมื่อเราได้ชิ้นส่วนใหม่ ก็คือเวลาต่อรอบ ถ้าเวลาต่อรอบดีขึ้น อย่างน้อยคุณก็ควรจะพอใจในระดับหนึ่ง” ซึ่งในช่วงหลังมานี้ ทางค่ายรถจักรยานยนต์สัญชาติญี่ปุ่นรายนี้ก็อาจจะดูตามหลังค่ายทางฝั่งยุโรปอยู่หลายก้าว แต่ผู้จัดการทีม และทางค่ายก็ออกมาเผยว่าทางฮอนด้าก็ไม่ได้ติดหล่มอยู่กับที่ และตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงระหว่างการพัฒนา “เราไม่ได้ติดอยู่กับจุดเดิม เรากำลังก้าวไปทีละขั้น ตอนนี้พวกเรามองเห็นว่ารถกำลังพัฒนาดีขึ้น และนักแข่งก็รับรู้ถึงสิ่งนี้ เรารู้ดีว่าปัญหาใหญ่ของเราคืออะไร และที่ญี่ปุ่นก็มีการทำงานอย่างหนักเพื่อลงมือแก้ไข” “เราจะไม่มีวันยอมแพ้” เหล่านักแข่งทีมฮอนด้าจะลงแข่งขันในช่วงปลายสุดสัปดาห์นี้ ในการแข่งขันรายการ Brembo Grand Prix of Italy ในช่วงระหว่างวันที่ 20 – 22 มิถุนายนนี้ อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เงินเดือนนักแข่ง MotoGP พร้อมกำหนดขั้นต่ำ ที่ 500,000 ยูโรต่อปี เพื่อลดช่องว่างรายได้และยกระดับสวัสดิภาพนักบิดในรุ่นพรีเมียร์คลาส

เจาะลึกนวัตกรรม Double Duct ของ Aprilia ในศึก MotoGP 2026 เทคโนโลยีท่อดักลมคู่ที่ช่วยเพิ่มความเสถียรและจัดการความร้อนยางหน้า

ฮอร์เก มาร์ติน เปิดเผยช่องว่างความเร็วหลังจบการทดสอบ MotoGP 2026 ที่บุรีรัมย์ ยอมรับ Aprilia ยังตามหลังคู่แข่งและมีจุดที่ต้องปรับปรุง

Honda MotoGP 2026 Joan Mir ชี้รถแข่งยังไม่แกร่งพอหลังจบการทดสอบที่บุรีรัมย์ เรียกร้องทีมงานปฏิวัติคอนเซปต์ใหม่เพื่อแก้ปัญหาขาดแรงยึดเกาะ

Marc Marquez ล้ม 3 รอบรวดในการทดสอบ MotoGP 2026 ที่บุรีรัมย์ บอส Ducati มั่นใจฟอร์มไม่ตก เจ้าตัวเผยร่างกายไม่ฟิตทำขาดสมาธิ แต่ผลเทสต์ GP26 แรงเกินคาด!

Toprak Razgatlıoğlu MotoGP 2026 รับว่าเขารู้สึกเศร้ากับผลการทดสอบ ทำเวลาตากลุ่มหน้ากว่า 2 วินาที แลไม่สามารถปรับตัวเข้ากับยาง Michelin ได้

Toprak to Honda 2026 มีข่าวแว่ว ๆ มาเรื่อย เจ้าตัวจะย้ายซบฮอนด้าจริงหรือไม่ คำตอบนี้อาจยังไม่มีส่วนแน่ชัดเจน ต้องฟังคำตอบจากคนใกล้ตัว

Ducati Assen 2025 มั่นใจ สนามนี้เข้าทางบูเรก้า พร้อมส่งสัญญาณเตือน โทปรัค เตรียมฝันร้ายเหมือนสนามแรกที่ผ่านมา ข่มขู่สุด ๆ ..

2025 Pirelli Dutch Round พร้อมส่งยางชุดใหม่ รวมถึงยางโปรโตไทป์ 2 รุ่นลงทดสอบที่เนเธอร์แลนด์ ในช่วงหยุดสงกรานต์ 68 นี้ มาชมกัน

Bimota KB998 2025 รถซูเปอร์ไบค์อิตาลี เครื่องคาวา เปิดให้จองแล้วในยุโรป สำหรับใครที่เป็นสาวกแฟน ๆ ค่ายนี้ ติดตามให้ดีเผื่อมาขายในไทย

โทปรัค ราซกัตลิโอกลู เจ้าของแชมป์ WSBK 2 สมัยมีข่าวลือว่าเจ้าตัวเตรียมกระโดดร่วมแข่งขัน MotoGP กับทีมฮอนด้าภายใต้สิทธิ์ไวลด์การ์ด

หรือ Ducati จะไม่ต่อสัญญากับ Bulega ก็อาจเป็นไปได้ เพราะมีดราม่าอยู่ช่วงหนึ่ง แล้วมันคือดราม่าอะไร ทำไมดูคาติถึง