SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
  • All Posts
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
2026 MotoGP Calendar ออกแล้ว ! แข่งเมื่อไหร่เช็คได้ที่นี่

2026 MotoGP ปฏิทินการแข่งขันออกประกาศอย่างเป็นทางการมาเป็นที่เรียบร้อย โดยประเทศไทยของเราได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพเปิดการแข่งขันอีกครั้ง

ทีมฮอนด้า ตั้งเป้าทาบดาวรุ่ง Moto2 เสริมแกร่งโมโตจีพี

ทีมฮอนด้า ตั้งเป้าปรับปรุงไลน์อัปการแข่งขัน MotoGP ภายในอนาคตโดยตอนนี้มีเพียงลูก้า มารินี่ที่ได้ไปต่อในปี 2026 ส่วนอีกสามคนยังเป็นคำถามต่อไป

สนามใหม่ใกล้ฉัน ? มาเลเซียเปิดสนามใหม่ ตั้งเป้าเป็นฮับมอเตอร์สปอร์ตอาเซียน

สนามในการแข่งขันระดับภูมิภาคอาเซียนก็มีอยู่หลายสนามที่รองรับการแข่งขันกีฬาสายมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือที่ใครหลายคนรู้จักกันในนามของ MotoGP

มาเวอริค บีญาเลส รับยังมูฟออนเรื่อง Ducati ไม่ได้

มาเวอริค บีญาเลส รับยังมูฟออนเรื่อง Ducati ไม่ได้ ค่ายรถที่ดูเหมือนว่าจะเป็นผู้นำของการแข่งขัน MotoGP อยู่ในชั่วโมงนี้ก็คงจะหนีไม่พ้น ‘บ้านใหญ่’ จากประเทศอิตาลีอย่าง ‘Ducati’ ที่สามารถพัฒนาตัวแข่งของค่ายแล้วก้าวขึ้นมาสู่หัวแถวได้อย่างภาคภูมิใจ พัฒนาจน มาเวอริค บีญาเลส เผยว่าการปฏิเสธข้อเสนอจาก Ducati คือความผิดพลาดสูงสุดของเจ้าตัว  ‘ท็อปกัน’ กับเส้นทางการแข่งขัน MotoGP ของเขานั้นก็เกือบที่จะเป็นนั่งเดินทางแบบเดียวกับแจ็ค มิลเลอร์ ซึ่งนับตั้งแต่ที่ตัวเขานั้นเปิดตัวในการแข่งขันระดับพรีเมียร์คลาสเมื่อปี 2015 มาเวอริค บีญาเลสได้เริ่มต้นกับการลงแข่งขันด้วยรถ Suzuki ระหว่างปี 2015-2016 ภายใต้ทีม Suzuki Ecstar โดยในปี 2015 ยังสามารถคว้ารางวัล Rookie of the Year ได้ด้วย ก่อนที่ในปี 2017 จะย้ายมาอยู่กับทีมโรงงานของค่ายยามาฮ่า อย่าง ‘Movistar Yamaha MotoGP’ ซึ่งมาแทนที่ของฆอร์เก้ ลอเรนโซ่ ที่ย้ายไปร่วมทีม Ducati ซึ่งเจ้าตัวก็สามารถสร้างความน่าสนใจด้วยการคว้าชัยชนะการแข่งขันเมนเรซตั้งแต่นัดเปิดฤดูกาลที่ประเทศกาตาร์ ก่อนที่จะเก็บชัยได้อีกสองสนาม ได้แก่ที่ประเทศอาเจนติน่า และฝรั่งเศส แต่แล้วในฤดูกาลดังกล่าวเจ้าตัวก็จบได้เพียงอันดับที่ 3 เท่านั้น แม้ว่าจะสร้างผลงานได้กับยามาฮ่าแต่อย่างไรก็ตามในปี 2021 ตัวเขาก็มีปัญหากับทีมยามาฮ่า ปัญหาดังกล่าวจบลงด้วยการออกจากทีมกะทันหันช่วงกลางฤดูกาล 2021 ก่อนที่จะย้ายเข้าร่วมทีมโรงงานของ Aprilia ในช่วงปีเดียวกัน และในปี 2024 บีญาเลสก็สามารถคว้าชัยชนะได้ในการแข่งขันที่สนามประเทศสหรัฐอเมริกาก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับ KTM Tech3 ในปี 2025  บีญาเลสเกือบจะลงแข่งขัน ‘ครบทุกค่าย’ ในการแข่งขันศึก MotoGP ขาดเพียงสองแบรนด์อย่าง Honda และ Ducati ซึ่งทางด้านของ Ducati หากย้อนกลับไปในปี 2018 ค่ายบ้านใหญ่อิตาลีค่ายนี้ให้ความสนใจในตัวของบีญาเลส แต่เจ้าตัวปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวแล้วตัดสินใจอยู่กับทีมยามาฮ่าต่อ แม้เวลาเรื่องดังกล่าวจะผ่านมาระยะเวลากว่า 7 ปี เจ้าตัวก็ออกมายอมรับรู้สึกเสียดาย “ใช่ครับ และนั่นคือสิ่งที่ผมเสียใจที่สุดในอาชีพนักแข่งของผมเลย ในปี 2018 ผมได้รับข้อเสนอให้เข้าร่วมทีมโรงงาน Ducati ในปี 2019 และ 2020 เป็นเพื่อนร่วมทีมกับโดวิซิโอโซ่” “พวกเขาโน้มน้าวผมได้เลยนะ ตอนนั้นผมมั่นใจมากว่าจะไป Ducati แต่กลุ่มคนที่ผมทำงานด้วยตอนนั้นกลับโน้มน้าวให้ผมอยู่กับ Yamaha ต่อ และลองคว้าแชมป์ที่นั่นให้ได้ แน่นอนครับ มันเป็นความผิดพลาดโดยสิ้นเชิง ผิดพลาดอย่างมหันต์เลย” ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันในปี 2025 บีญาเลสกำลังลงแข่งให้กับทีม Tech3 KTM และพยายามปรับตัวเข้ากับเจ้า RC16 รถแข่งคันใหม่ที่ต้องควบคุม เขาเคยคว้าโพเดียมในสนามกาตาร์ได้แล้วด้วย แต่สุดท้ายโดนโทษเรื่องแรงดันยางจนหล่นไปจบอันดับที่ 14  บีญาเลสจะลงแข่งขันในการแข่งขันสนาม 11 ของฤดูกาลในรายการ Liqui Moly Grand Prix of Germany ที่สนามซัคเซนริง ประเทศเยอรมนี ในช่วงระหว่างวันที่ 11-13 กรกฎาคมนี้ อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Trackday คืออะไร ? แล้วเหมาะกับใคร ?

กิจกรรมดี ๆ จาก SuperBikeMag ที่ปิดสนามแข่งแล้วเปิดโอกาสให้เหล่านักบิดมาลองกระแทกคันเร่งหากเป็นกลุ่มผู้คนที่รักในการขี่รถจักรยานยนต์ เสพติดความเร็ว หรือมองว่าความเร็วคือเรื่องท้าทาย หรือเป็นผู้ที่ชอบในการเทโค้งแบบนักแข่งในระดับการแข่งขัน MotoGP หรืออยากจะพัฒนาทักษะการควบคุมรถให้ประสิทธิภาพมากยิ่ง จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ กิจกรรม Trackday ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จะให้เหล่าไบค์เกอร์ได้ทำในสิ่งที่พึงปราถนาด้วยความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ หรือมือเก๋า ซึ่งในบทความนี้จะมาเล่าให้ผู้อ่านได้รู้จักกับกิจกรรมการขี่รถ Trackday ว่ามันคืออะไร แล้วมันควรค่าแก่การไปขี่อย่างไร ? Trackday คืออะไร Trackday (แทร็คเดย์) คือกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้กับเหล่ายอดนักบิด หรือเหล่าไบค์เกอร์ที่ชื่นชอบในความเร็ว ได้นำรถจักรยานยนต์คู่ใจของตัวเองเข้าไปลองขับขี่ในสนามแข่งขันจริง ๆ ซึ่งจุดประสงค์ของกิจกรรมนี้ไม่ใช่การนำรถเพื่อไปแข่งขันกับผู้อื่น แต่มันคือกิจกรรมสำหรับการ ‘ฝึกทักษะการขับขี่’ ให้กับผู้ที่ชื่นชอบในการขี่รถจักรยายนต์ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกควบคุมรถ หรือพัฒนาการความสามารถในการขับขี่ของตัวเอง โดยที่ไม่ต้องกังวลในเรื่องของอันตรายที่จะเกิดจากสภาพแวดล้อมบนถนนสาธารณะ กิจกรรมการขี่แทร็คเดย์แน่นอนว่าจะต้องขับขี่ในสนามแข่งที่ได้มาตรฐานเท่านั้น อาทิ สนามพีระเซอร์กิต พัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งพ้อทย์หลัก ๆ จะเป็นการจัด Route การขับขี่ให้ผู้ขับขี่ได้เข้าใจไลน์การขับขี่ เข้าโค้ง ฝึกเบรก รวมไปถึงการเข้าใจพฤติกรรมการขับขี่ของตัวเองมากขึ้น และที่สำคัญมันสามารถขับขี่ ‘ได้อย่างเต็มพิกัด’ มากกว่าการไปขับขี่บนถนนสาธารณะ อาจจะมีข้อสงสัยสำหรับบางท่านว่ากิจกรรมนี้มันต่างจากการแข่งขันทั่ว ๆ ไปยังไง มันต่างตรงนี้ครับ ‘แทร็คเดย์’ ไม่ใช่การแข่งขัน ไม่มีการจับเวลา ไม่เน้นการแซงหรือขับเบียดกัน ขับขี่กันแบบมิตรภาพ และที่สำคัญ ‘เน้นความปลอดภัยเป็นหลัก’ กิจกรรมนี้เหมาะกับใคร ? อ่านมาถึงตรงนี้ก็น่าจะเกิดข้อสงสัยไม่น้อยว่า ‘แล้วกิจกรรมนี้มันเหมาะกับใคร’ กิจกรรมการขี่ Trackday อาจจะดูเป็นมิตรอย่างมากกับเหล่านักบิดมือใหม่ที่ต้องการฝึกทักษะการขับขี่อย่างจริงจัง ที่ต้องมีการเรียนรู้ว่าขี่เร็วอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่เพียงแค่เหมาะกับมือใหม่ แต่วัยเก๋าที่ต้องการจะรื้อวิชา หรืออยากจะขับขี่เล่น ๆ ก็มักจะมีให้พบเห็นอยู่ทั่วไป สมัครขี่รายการ Trackday ต่างจากมาขี่เองคนเดียวยังไง ? พัฒนาทักษะการขับขี่  ไม่ได้แค่เปิดแทร็คให้ขยี้คันเร่งกันอย่างสนานมือเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นการ ‘ขี่เร็วและคุมให้ได้’ ซึ่งประโยชน์ของกิจกรรมนี้ไม่ใช่เพียงแค่ขี่เร็วแล้วให้คุมรถอยู่ แต่ผู้ขับขี่ยังได้ฝึกการเข้าโค้งอย่างถูกต้อง การวางน้ำหนัก การเบรกก่อนเข้าโค้ง และการเร่งออกจากโค้ง 2. ปลอดภัยจากความเสี่ยงบนถนนจริง แน่นอนว่าบนถนนสาธารณะมันมีไว้ให้สำหรับการเดินทาง และการสัญจรไปมาเพียงเท่านั้น การที่จะนำม้าศึกไปเทสต์ความเร็วสูงสุด หรือการเรียนรู้ทักษะการขับขี่ก็อาจจะดูเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยน่าประทับใจสักเท่าไหร่สำหรับผู้ขับขี่ท่านอื่น ๆ การขับขี่ใน ‘สนามแข่ง’ จึงเป็นทางเลือกที่ดี และปลอดภัยมากที่สุดสำหรับผู้ที่อยากซ้อม 3. เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ ‘แค่เอารถลงไปขี่ มันจะได้เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ได้ยังไง?’ จริงที่กิจกรรม Trackday อาจจะเป็นสนามที่ให้แค่ขี่รถเล่น แต่นัยแฝงมันคือการ ‘แลกเปลี่ยนประสบการณ์’ การขับขี่ของเหล่าผู้ขับขี่แต่ละคนแบบจริง ๆ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ชที่มีแต่ทฤษฎี แต่นี่คือสถานที่แห่งการแลกเปลี่ยนแนวทางการขับขี่ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงทันที ผู้ขับขี่บางคนก่อนมาขี่กิจกรรมแทร็คเดย์อาจจะขี่รถในสนามไม่เป็น หรือไม่เข้าใจ แต่พอได้มาลองแลกเปลี่ยน หรือได้รับคำแนะนำจากมือเก๋าที่มาขับขี่ก็อาจจะกลับไปพร้อมแนวทางดี ๆ แบบล้นกระเป๋า  4. เข้าใจพฤติกรรมของ ‘รถ’ และ ‘ผู้ขับขี่’ มากยิ่งขึ้น การได้ขับขี่ในสนามเหมือนเป็นโรงเรียนเข้าใจพฤติกรรม ‘รถ’ และ ‘ผู้ขับขี่’ โดยแท้ เพราะการขับขี่ในสนามแข่งที่ได้มาตรฐานผู้ขับขี่จะได้สัมผัสกับ ‘ขีดจำกัด’ ของรถทั้งช่วงล่าง ยาง เบรก และพละกำลังของเครื่องยนต์โดยที่ไม่มีสิ่งกวนใจแม้แต่นิดเดียว  ไม่เพียงแค่รถ แต่ยังสามารถเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้ขับขี่ได้อย่างแท้จริง ว่าตัวเองมีสไตล์การขับขี่แบบไหน สายตะบี้ตะบันขี่, สายขี่เรื่อย ๆ, สายยกลึกเบรกหนัก ก็สามารถรู้ได้จากการขับขี่ในสนาม 5. Session การขับขี่แบบกลุ่ม เป็นกิจกรรมที่เน้นการขับขี่พร้อมเก็บประสบการณ์บนสนามแข่งเป็นหลัก แน่นอนว่าการแข่งขันที่เน้นการใช้ความเร็ว และกดเวลาก็สามารถตัดออกไปได้เลย ซึ่งบรรยากาศการขับขี่ใน Session ของแทร็คเดย์มันก็จะมีกลุ่มผู้นำแล้วก็ขี่ตาม ๆ กันไป ซึ่งข้อดีหลัก ๆ เลยก็คือผู้ขับขี่ที่มาคนเดียวสามารถศึกษาไลน์การขับขี่จากคนที่มีระดับเหนือกว่าเราได้ เพราะการได้สังเกตแนวทางการขับขี่ของผู้ขับขี่คนอื่น ๆ เปรียบเป็นคีย์ลัดในการศึกษาชั้นดี และเป็นการประเมินได้อีกว่าเราอยู่ในกลุ่มผู้ขับขี่ประเภทไหน (หัวตาราง, กลางตาราง หรือแนวรั้งท้าย) 6. พร้อมช่วยเหลือ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ อุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์เป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ และสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ถ้ามองในมุมของคนโลกสวยมันก็คือมนต์เสน่ห์ของการขี่รถสองล้อ ซิ่งบ้าง ล้มบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าให้ดีถ้ามันไม่เกิดขึ้นน่าจะเป็นเรื่องที่ดีอยู่ไม่น้อย แน่นอนว่าอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ให้เกิดได้แม้จะระมัดระวังมากแค่ไหนก็ตาม ซึ่งความเสี่ยงดังกล่าวถ้าอยากขี่รถแล้วไปขี่เองข้างนอกที่ถนนหลวง หรือพื้นที่สาธารณะถ้าเกิดอุบัติเหตุมันไม่ได้เกิดแค่กับผู้ขับขี่ แต่มันอาจจะพาผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น ๆ เดือดร้อนไปด้วย  แต่ถ้ามาขับขี่ในงาน ‘SuperBikeMag Trackday&Trophy’ ทางทีมงานพร้อมดูแลอย่างเต็มระบบ มีรถพยาบาลพร้อมแสตนบาย เพราะตระหนักถึงเรื่องความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่ง 7. บรรยากาศเต็มไปด้วยผู้ที่ชื่นชอบสิ่งเดียวกัน สถานที่ที่มีคนชอบสิ่งเดียวกัน แล้วมาอยู่รวมกัน น่าจะเป็นสิ่งที่มีความสุขอยู่ไม่น้อย เพราะกิจกรรม ‘ขี่แทร็คเดย์’ มันจะกลายเป็นกลุ่มคอมมูนิตี้สำหรับสายสองล้อ แน่นอนว่านอกจากจะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่ในแทร็คแล้ว แต่มันจะกลายเป็นพื้นที่สำหรับแลกเปลี่ยนสิ่งดี ๆ และเป็นประโยชน์เกี่ยวกับเรื่องของสองล้อให้กันและกัน 8. แบรนด์สินค้าให้เลือกสรรเพียบ

ลูก้า มารินี่ สลัดเดี้ยงพร้อมบู๊สนามซัคเซนริง

ลูก้า มารินี่ นักแข่งเจ้าของหมายเลข 10 จากทีมโรงงานฮอนด้า พร้อมคืนกลับสู่สนามเนื่องจากหายจากอาการบาดเจ็บแล้ว คาดเร็วสุดลงแข่งสนามเยอรมนี

Dorna Sport ลงดาบมาร์ติน เหตุเตรียมชิ่งต้นสังกัด

Dorna Sport ลงดาบมาร์ติน เหตุเตรียมชิ่งต้นสังกัด Dorna Sport ผู้ถือลิขสิทธิ์การแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลก (หรือรู้จักกันในนามของ MotoGP) แต่เพียงผู้เดียว ออกมาสั่งลงดาบแชมป์โลกคนล่าสุดอย่าง ‘ฆอร์เก้ มาร์ติน’ ว่านักบิดรายนี้จะไม่สามารถย้ายไปร่วมแข่งขันให้กับทีมอื่นได้ หากยังไม่มีการเคลียร์สัญญากับทาง Aprilia Racing ให้เรียบร้อยเสียก่อน ดูเหมือนว่าฝันของฆอร์เก้ มาร์ติน กับการย้ายเข้าไปร่วมแข่งขันภายใต้ต้นสังกัดอื่นอาจจะไม่ได้เรียบง่ายเหมือนที่วาดฝันไว้เสียแล้ว เมื่อ Carmelo Ezpeleta (คาร์เมโล เอซเปเลต้า) ซีอีโอของทาง Dorna Sport ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่า ‘มาร์ติเนเตอร์’ จะไม่สามารถย้ายไปร่วมแข่งขันให้กับทีมอื่นได้ หากยังไม่เคลียร์สัญญากับต้นสังกัดเดิมก่อน ทางด้านผู้จัดการส่วนตัวของฆอร์เก้ มาร์ตินอย่าง Albert Valera (อัลเบิร์ต วาเลร่า) ได้ออกมาเปิดเผยว่าฆอร์เก้ มาร์ติน ‘หมดสัญญาสำหรับ Aprilia ในปีหน้าแล้ว’ ‘ตอนนี้เขาเปิดกว้างอย่างสมบูรณ์ อิสระ และเราจะรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต’ หนึ่งในบทสัมภาษณ์ของผู้จัดการส่วนตัวของฆอร์เก้ มาร์ตินกล่าวกับสื่อ MotoGP.com อีกทั้งยังเผยอีกว่ามาร์ตินนั้นมีเงื่อนไขในการยกเลิกสัญญา และตอนนี้นักแข่งคนดังกล่าวก็มีสิทธิ์ที่จะใช้สิทธิ์ดังกล่าวแล้ว ‘เขามีเงื่อนไขในสัญญา และเขามีสิทธิ์ที่จะใช้มัน ซึ่งเขาก็ได้ใช้แล้ว’ ฆอร์เก้ มาร์ตินพลาดการแข่งขันในฤดูกาล 2025 ไปแล้ว 9 สนามจาก 10 สนาม เนื่องจากอาการบาดเจ็บหลายครั้ง โดยมาร์ตินเชื่อว่าอาการบาดเจ็บของเจ้าตัวสามารถนำมาเป็นหนึ่งเหตุผลที่สามารถใช้ฉีกสัญญาของเจ้าตัวกับทีม Aprilia ได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามแต่แถลงการณ์อย่างเป็นทางการของ Aprilia ระบุเกี่ยวกับสัญญาว่าสัญญาจะต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้งสองฝ่าย ‘สัญญาระหว่าง Aprilia Racing กับฮอร์เก มาร์ติน ยังคงมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ และจะต้องได้รับการเคารพจากทั้งสองฝ่ายจนถึงวันหมดอายุ (สิ้นสุดปี 2026)’ ซึ่งซีอีโอของทางดอร์นาสปอร์ตก็ให้สัมภาษณ์กับ Sky Sport Italia ว่าตัวเขาเองก็ไม่รอช้า อยากจะออกมากล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยการยกเลิกสัญญาควรเป็นการตกลงกันทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตัดสินใจ เพื่อความเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย ‘ถ้าทั้งสองฝ่ายมีความตั้งใจและต้องการยุติสัญญา ก็สามารถทำได้ แต่ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยังยืนยันว่าสัญญายังคงมีผลบังคับใช้ ผู้พิพากษาที่ระบุไว้ในสัญญาจะต้องเป็นผู้ตัดสินว่าใครถูก’ ‘ทาง Dorna จะไม่อนุญาตให้ใครเข้าร่วมการแข่งขันชิงแชมป์ หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขเหล่านี้: ไม่ว่าจะต้องมีข้อตกลงร่วมกันระหว่างทั้งสองฝ่ายเพื่อยุติสัญญา หรือให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน’ แน่นอนว่าหลังจากที่ซีอีโอของทางดอร์น่าออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซีอีโอของค่าย Aprilia อย่าง Massimo Rivola (มัสซิโม่ ริโวล่า) ก็ออกมาสนับสนุนคำพูดของทางดอร์น่าพร้อมให้เหตุผลประกอบว่าตอนนี้มาร์ตินยังเป็นนักแข่งของทางค่าย และจะไม่สามารถย้ายไปไหนได้ ‘จุดยืนของเรายังเหมือนเดิม นักแข่งยังอยู่ภายใต้สัญญากับเรา และอย่างที่คาร์เมโลพูดไว้ ถ้านักแข่งยังมีสัญญากับ Aprilia… ก็ไม่ได้เป็นอิสระ และไม่สามารถย้ายไปไหนได้’ ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามสำหรับฆอร์เก้ มาร์ตินว่าจะสามารถกลับมาลงสนามให้กับต้นสังกัดปัจจุบันได้ในการแข่งขันสนามใด แต่จากการคาดการณ์อาจจะเป็นไปได้ที่จะสามารถมาลงสนามในการแข่งขันที่ประเทศ Grand Prix of Czechia สาธารณรัฐเช็กในช่วงระหว่างวันที่ 18-20 กรกฎาคม หรือหลังพักเบรกฤดูกาลกับการแข่งขัน Grand Prix of Austria ประเทศออสเตรีย ในช่วงระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคมนี้ อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ข่าวการแข่งขัน MotoGP

  • All Posts
  • MOTOGP
  • All Posts
  • MOTOGP
Marc Marquez เลิกแข่ง เผยเงื่อนไขทันทีเพื่อจบอาชีพโมโตจีพี

Marc Marquez เลิกแข่ง เป็นประเด็นอย่างกว้างขวางหลังประกาศว่าเป้าหมายสูงสุดไม่ใช่เพียงชัยชนะ แต่คือการจบอาชีพโดยที่ร่างกายไม่บอบช้ำ

Marc Marquez MotoGP Team Owner

Marc Marquez ออกมาเคลียร์ประเด็นการเป็นเจ้าของทีมแข่ง MotoGP ย้ำชัดขอทำหน้าที่นักแข่งให้ดีที่สุด ปัดเดินรอยตาม Valentino Rossi ในเร็วๆ นี้

ข่าวการแข่งขัน WSBK

  • All Posts
  • WSBK
โทปรัค ปักธง เหมาโพเดี้ยมคนแรกที่ฮังการี

ฝ่าวิกฤตความตึงเครียดกับการอัปเดตข่าวสองล้อทางฝั่งมอเตอร์สปอร์ตในช่วงเดือนกรกฎาคม สำหรับการแข่งขัน WorldSBK ได้ดำเนินมาถึงควอเตอร์ 3 กับสนามที่ 8 ที่บาราตัน พาร์ค ประเทศฮังการี

Jonathan Rea จะไปต่อ..หรือพอแค่นี้?

Jonathan Rea จะไปต่อ..หรือพอแค่นี้ ? หลังมีสัญญาณ "ความเงียบ" กดดันไม่น้อยสำหรับแชมป์โลก 6 สมัย เขาลุยต่อ หรือแขวนหมวกกันน็อกหรือไม่?

  • All Posts
  • WSBK
Bulega ทำแฮตทริกสนามแรก พร้อมการันตีสมรรถนะยาง Pirelli 

Bulega ทำแฮตทริกสนามแรก พร้อมการันตีสมรรถนะยาง Pirelli  เคล็ดลับความแรงของแชมป์เปี้ยน WSBK สนามที่ 1 คงไม่มีใครถกเถียงกันในเรื่องศักยภาพของเจ้าอานม้าปีศาจแห่งค่าย Ducati กันใช่ไหมหล่ะครับ แต่อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญก็คือเรื่องยางที่ช่วยทำให้ Bulega ทำแฮตทริกสนามแรก ออกสตาร์ทได้ดี แถมยังคว้าแฮตทริกกับชัยชนะสามเรซรวดที่สนามฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ไปได้อย่างสวยงาม WorldSBK ในการแข่งขัน WorldSBK Australian Round 2025 นักบิดชาวอิตาลีสามารถคว้าโพลในรอบควอลิฟายด้วยยางหลังโปรโตไทป์สูตรมิเดียมรหัส D0922 จับคู่กับยางหน้า SC1 มิเดียม ในขณะที่นักบิดส่วนใหญ่เลือกใช้ยางซอฟต์ SC0 ด้านหลัง  โดยเรซแรก บูเรก้า คอนเฟิร์มที่จะใช้ยางหลังคอมปาวด์เดิม แต่ยางหน้าปรับมาใช้เป็นยางฮาร์ด SC2 เพื่อสอดรับสภาพแทร็กที่คมกริบบวกกับอุณหภูมิผิวแทร็กอยู่ราว ๆ 54 องศา ประกอบกับยาง Pirelli DO0922 รหัสโปรโตไทป์สเปคใหม่รุ่นปี 2025 ถูกเลือกใช้โดยนักแข่ง 15 คน จากทั้งหมด 21 คน รวมถึงแชมป์โลกอย่าง โทปรัค ราซกัตลิโอกลู จบอันดับสองในการแข่งขัน และอัลวาโร เบาติสต้า ในอันดับที่สาม ส่วนสเปคยางใหม่อีกรุ่นอย่าง Pirelli D0286 ก็ถูกเลือกใช้โดย Andrea lannone โดยจบอันดับ 6 ของการแข่งขันครั้งนี้ไปได้ หรือแม้กระทั่งในเรซของวันอาทิตย์ เจ้าตัวยังสามารถพิชิตเส้นชัยไปได้เป็นคนแรก ซึ่งเรียกได้ว่าทิ้งห่างคู่ต่อสู้ขาดลอยแบบไม่เกรงใจเพื่อนร่วมทีมเลยทีเดียว WorldSSP สำหรับรุ่น WorldSSP ในรอบควอลิฟายและการแข่งขันเรซแรก นักแข่งทุกคนเลือกใช้ยางหน้า SC1 มิเดียม และยางหลังคอมปาวด์พิเศษรุ่น A1128 (มีรุ่นเดียวให้เลือก) โดย Stefano Manzi จากทีมยามาฮ่า สามารถคว้าโพซิชัน และรอบการแข่งขันยังขึ้นนำ Tom Booth-Amos (ไทรอัมพ์) และ Marcel Schroetter (ดูคาติ) ด้วยเวลา Fastest Lap ที่ 1:32.643 นาที (แต่ Tom Booth สามารถแก้เกมส์และคว้าชัยไปได้ในเรซ 2) ความมันส์ภายใต้อากาศที่ร้อนจัด “เมื่อเทียบกับการทดสอบและการแข่งขันเมื่อวาน อุณหภูมิในวันนี้สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยสภาพอากาศมีอุณหภูมิสูงสุดที่ 36°C และที่สำคัญสำหรับเรา อุณหภูมิบนแทร็กสูงขึ้นถึง 55 °C สภาพอากาศแบบนี้ไม่เหมาะสำหรับนักแข่งอย่างแน่นอน เนื่องจากพวกเขาต้องดิ้นรนมากกว่าปกติ และยางที่มักจะรับภาระหนักในสนามนี้ แม้จะมีอุณหภูมิที่ต่ำกว่า ยางทำงานได้ดี แม้จะมีรูปแบบการแข่งขันแบบ Flag to Flag และไม่มีสัญญาณของความเหนื่อยล้า ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญสำหรับเราในแง่ของการพัฒนาในอนาคต” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

WorldSBK Australian Round 2025 ดูคาติ เหมารวดหัวแถว

WorldSBK Australian Round 2025 ดูคาติ เหมารวดหัวแถว นิโคโล่ บูเรก้า นักบิดทัพหน้าชาวอิตาลีสังกัดทีมโรงงานดูคาติ โชว์ฮอตฟอร์มซ้อมแรกในเช้าวันศุกร์สำหรับ WorldSBK Australian Round 2025 พาตัวแข่ง Ducati Panigale V4R ทะยานไทม์แล็ป พร้อมจัด Best Record ดีสุดทั้ง 2 Sessions ขึ้นนำอันดับท็อปหัวแถวของตาราง สร้างโมเมนตั้มให้กับทีมอีกครั้ง เรียกได้ว่ากลับมาพร้อมความมั่นใจโดยเฉพาะค่ายแดงอย่างดูคาติ ที่สามารถคว้าท็อป 4 อันดับ Free Practice ด้วยตัวแข่ง V4R ตลอดทั้ง 2 Sessions นำโดยดาวรุ่งว่าที่แชมป์โลก Nicolo Bulega ทำเวลาดีสุดเกือบทุบสถิติปีก่อนด้วยเวลา 1:28.790 นาที (คนเดียวที่สามารถจบการซ้อมด้วยเวลา 1:28 ) ตามด้วยนักบิดมากฝีมืออย่าง Andrea Lannone (+ 0.367) อดีตแชมป์โลก 2 สมัย Alvaro Bautista (+0.593) และ Danilo Petrucci (+0.622) Toprak จบอันดับ 5 เกือบหลับแต่กลับมาได้ หากใครถามหาแชมป์โลกคนล่าสุดอยู่หล่ะก็ ในวันนี้ฟอร์มเจ้าตัวอาจยังไม่เข้ามือสำหรับ Toprak Razgatlioglu จบอันดับรวมที่ 5 สำหรับ Free Practice ด้วยเวลาดีสุด 1:29.599 นาที) แถมยังโชว์โลว์ไซต์ในโค้ง 4 (FP1) เรียกได้ว่า เกือบหลับแต่กลับมาได้ ส่วนทีมเมทอย่าง Micheal van der Mark จบอันดับรวมที่ 13 ไปด้วยเวลา 1:30.059 นาที Domimique Aegerter โชว์ฟอร์มดีสุดให้กับค่ายส้อมเสียง Domimique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) หนึ่งเดียวที่สามารถจบอันดับการซ้อมดีสุดจากฝั่งส้อมเสียง ด้วยอันดับ 6 (Best Lap ด้วยเวลา 1:29.739 นาทีใน FP1) ตามด้วย Andrea Locatelli เก็บท็อป 10 ด้วยเวลา 1:29.849 นาที สำหรับ Remy Gardner จบอันดับ 17 และ Tito Rabat อันดับ 19 Alex Lowes นำทัพฝั่ง Bimota ต่อด้วยทางฝั่ง Bimota ขึ้นนำโดย Alex Lowes จบอันดับรวมที่ 9 ส่วน Axel Bassani จบอันดับที่ 22 และ Ei Bocia ทำเวลา 1:29.916 นาที คว้าอันดับ 11 ไปครอง สำหรับ Garreat Gerloff นักบิดรายเดียวจาก Kawasaki ทำเวลาดีสุด 1:30.193 นาที จบอันดับที่ 15 ฮอนด้ายังต้องปรับตัว สำหรับค่ายปีกนกยังถือว่าต้องทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง Xavi Vierge ทำเวลาตามหลัง Gerloff ติด ๆ โดยเวลาห่างเพียง 0.012 นาที จบอันดับ 16 ส่วนทีมเมทอย่าง Iker Lecuona ตามหลัง Vierge อยู่สองอันดับ และปิดท้ายด้วย Tarran Mackenzie (PETRONAS MIE Racing Honda) รวมถึงรุกกี้หน้าใหม่อย่าง Zaqhwan Zaidi เก็บสองอันดับสุดท้ายในรอบการซ้อมของวันศุกร์นี้ เตรียมตัวชมการแข่งรอบ Race 1 ในวันเสาร์ได้เลย

Pirelli วางแผนอาวุธ ลุยสนามแรก WSBK 2025

Pirelli วางแผนอาวุธ ลุยสนามแรก WSBK 2025 Pirelli วางแผนอาวุธ สนามแรก..พร้อมยืนยันผลลัพธ์อันยอดเยี่ยมสำหรับยางที่ใช้ในการทดสอบ Pre-Season Test ที่ฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ พร้อมโชว์ผลงานเด่นกับ Best Lap ดีที่สุดโดย Nicolo Bulega (WorldSBK) และ Bendsneyder (WorldSSP) จากข้อมูลการทดสอบ Pre-Season Test ที่สนามฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ที่ผ่านมา นักแข่งส่วนใหญ่สามารถจบเวลาต่อรอบด้วยดี ด้วยการใช้ยางหน้ามิเดียม SC1 และยางฮาร์ด SC2 จับคู่ยางซอร์ฟด้านหลัง SC0 รวมถึงยางมิเดียมโปรโตไทป์ 2 รุ่นใหม่ D0286 และ D0922 ในขณะที่รุ่น WorldSSP ใช้เนื้อยางเช่นเดียวกันก็คือ SC1 มิเดียม และยางฮาร์ด SC2 ส่วนยางหลังเป็นรุ่นพัฒนาเฉพาะอย่าง A1128 มิเดียมเพียงออปชันเดียว ยางโปรโตไทป์ D0922 ลงทดสอบครั้งแรก New rear for WorldSBK สำหรับเจ้า D0922 เป็นยางหลังรุ่นโปรโตไทป์ที่ใช้ทดสอบที่นี่เป็นครั้งแรก เมื่อเปรียบเทียบกับยาง SC1 มิเดียมและ D0286 (เปิดตัวครั้งแรกไปเมื่อปีที่แล้ว) ทั้งสองรุ่นจะมีโครงสร้างและเนื้อยางต่างกัน โดยยาง D0922 คุณสมบัติให้ความทนทานพิเศษ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการแข่งขันที่จะต้องรีดสมรรถนะยางให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งนักแข่งต่างพึ่งพอใจ และชื่นชอบความเสถียรภาพของยางรุ่นนี้ Bulega – Bendsneyder สุดยอดนักบิด No.11 กับ Best Lap ด้วยยาง Pirelli Nicolo Bulega Bo Bendsneyder สุดคึกคักสำหรับการเทสทดสอบเมื่อช่วงปลายวีคที่ผ่านมา โดย 2 นักบิดคู่คลาสที่ขึ้นนำหัวแถวอย่าง Nicolo Bulega #11 (Aruba.it Racing – Ducati) เหมาอันดับหัวตารางพร้อมผลเวลาทดสอบดีสุดที่ 1:28.680 นาที ใน Session 3 ส่วนอีกคนที่ทำเวลาดีสุดในคลาสรองลงมาก็คือ Bo Bendsneyder #11 (MV Agusta Reparto Corse) รุ่น WorldSSP กับผลเวลาดีสุดที่ 1:31.595 นาทีใน Session 4 การแข่งขันแบบ Flag-to-Flag เนื่องด้วยผิวแทร็กที่ปรับสภาพใหม่ ทางผู้จัดอย่างดอร์น่าจึงได้ประกาศสำหรับการแข่งขันแบบ Flag-to-Flag โดยนักแข่งทุกคนจะต้องเข้าพิทในระหว่างแข่งขันเพื่อเปลี่ยนยาง และยางที่ใช้จะต้องรองรับการสวิงของอุณหภูมิที่รวดเร็ว ทุกการตัดสินใจจะเป็นตัวกำหนดว่าใครจะใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ และใครจะพลาดโอกาสสำคัญ Pirelli แสดงความพึงพอใจต่อการทดสอบและผลงานของทีมและนักแข่ง โดยกล่าวว่า : “เราพอใจกับงานที่ทีมและนักแข่งทำในระหว่างการทดสอบสองวัน แม้จะทราบดีว่า การแข่งขันจะถูกจัดขึ้นในรูปแบบ Flag-to-Flag ซึ่งนักแข่งต้องเข้าพิทเพื่อเปลี่ยนยาง แต่นักแข่งหลายคนยังคงใช้ยางเดิมวิ่งต่อไปได้นานเกินกว่าจำนวนรอบที่กำหนดสำหรับการแข่งขันจริง แม้ว่าจะไม่ได้วิ่งต่อเนื่องกันตลอด แต่พวกเขายังสามารถเข้าและออกจากพิทได้อย่างต่อเนื่องเพื่อทดสอบยางในสถานการณ์ต่าง ๆ” “โซลูชันยางทั้งหมดที่เราให้ทดสอบ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามี สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ไม่มีสัญญาณของการสึกหรอผิดปกติ ซึ่งเป็นเหตุผลที่เรายืนยันให้ใช้ยางเหล่านี้ในการแข่งขันจริง ควรสังเกตว่าอุณหภูมิของแทร็กในช่วงสองวันนี้ค่อนข้างต่ำ แต่เราทราบดีว่า ความร้อนที่ฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ สามารถส่งผลต่อสมรรถนะของยางได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม เรารวบรวมข้อมูลที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะเกี่ยวกับยางหลังรุ่นใหม่ D0922 ซึ่งนักแข่งไม่เคยใช้มาก่อน และพวกเขาต่างชื่นชมสำหรับความเสถียรที่เพิ่มมากขึ้น” เราอาจได้เห็นสถิติใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในสนามนี้ รวมถึงสนามอื่น ๆ อีกมากมายด้วยยางพีเรลลี หากใครที่ต้องการความเร็ว แรงและการยึดเกาะที่ยอดเยี่ยม ยางรุ่นนี้..เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ “เราขายยางที่เราใช้แข่ง เราแข่งด้วยยางที่เราขาย” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

กฏการแข่ง motogp และ wsbk ที่คุณอาจ(ไม่)รู้

กฏการแข่ง motogp และ wsbk ที่คุณอาจ(ไม่)รู้ เคยสังเกตไหมหล่ะครับ ว่าการแข่งขันสองล้อระดับเวิร์ลคลาสที่หลาย ๆ คนรู้จัก และได้รับการยอมรับจากแฟน ๆ ทั่วโลกทั้งศึกโปรโตไทป์ MotoGP และโปรดักท์ชัน WorldSBK ที่จัดขึ้นโดยผู้จัดเจ้าเดียวกันอย่าง ดอร์น่า สปอร์ต ซึ่งในประเด็นนี้ คุณผู้ชมอาจรู้จักกันหมดแล้ว ดังนั้น เรามาเจาะจุด กฏการแข่ง motogp และ wsbk ความต่างระหว่างตัวแข่งของทั้งสองรายการว่ามีข้อกฎการแข่งที่คุณอาจไม่รู้ จะมีเรื่องอะไรบ้าง ? ระบบกันสะเทือน (Active) – ช่วงล่างปรับแต่งเองโดยผู้ขับขี่ MotoGP : แบน ไม่อนุญาตให้ใช้ เพื่อลดความยุ่งยากและกลไกความซับซ้อน ทางดอร์น่าจึงไม่อนุญาตให้ทีมแข่งขันใช้ระบบช่วงล่างที่สามารถปรับแต่งเองได้โดยผู้ขับขี่ หรือที่เราเรียกง่าย ๆ ว่าโช้คไฟฟ้านั่นแหล่ะ ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีสำหรับการเก็บข้อมูลเชิงลึกในการแข่งขัน ให้ฝ่ายเทคนิคของแต่ละทีมได้แก้โจทย์ปัญหาต่าง ๆ ภายใต้เวลาที่จำกัด WSBK : ถึงแม้ว่าการแข่งขันเวิร์ลซูเปอร์ไบค์จะกำหนดให้ใช้สเปคตัวแข่งเวอร์ชันโรงงาน แต่ทว่าในเรื่องของช่วงล่างไฟฟ้าที่ติดมาให้อยู่แล้วในบางรุ่นอย่าง CBR1000RR-R SP หรือ Ducati Panigale V4R ก็ถูกแบนเช่นเดียวกัน ให้ใช้ช่วงล่างที่ปรับด้วยเครื่องมือเท่านั้น เครื่องยนต์ 2 จังหวะ MotoGP : (แบน) จากตำนานตัวแข่ง 2 จังหวะถูกยกเลิกใช้แข่งขันไปเมื่อปี 2002 และทดแทนด้วยสเปคเครื่องยนต์ใหม่ ด้วยปริมาตรกระบอกสูบ 990 ซีซี 4 จังหวะ เพื่อลดมลพิษทางอากาศและสอดคล้องกับเทคโนโลยีใช้งานบนท้องถนน *โดยปัจจุบันได้มีการลดสเปคสำหรับตัวแข่งขันในปี 2027 โดยลดปริมาตรกระบอกสูบซีซีจากเดิม 1,000 ซีซี ลดลงเหลือเพียง 850 ซีซี เพื่อลดมลพิษทางอากาศ ซึ่งทำลายสุขภาพและยังเป็นการลดต้นทุนให้กับแบรนด์ค่ายรถอีกด้วย WSBK : ถึงแม้จะถอดรูปแบบการแข่งขันรถ 2 จังหวะจากศึกตำนานอันโด่งดังอย่าง Formula TT แต่ World SuperBike Championship หรือ WSBK นั้นสร้างปฐมบทเรื่องราวด้วยตัวแข่ง 4 จังหวะอย่างเครื่องยนต์ V-Twin ของค่ายดูคาติ อาพริเลีย และฮอนด้า และตัวแข่งคลาส 750 ซีซี 4 เม็ดเรียงจากผู้ผลิตญี่ปุ่น จนกระทั่งปรับขึ้นมาเป็นรุ่น 1,000 ซีซีในปัจจุบัน ระบบ Seamless gearbox ระบบส่งกำลัง Seamless-Shift Transmissions หรือระบบเกียร์แบบไร้รอยต่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเชนเกียร์+/- อย่างสเถียรโดยไม่ต้องรอรอบและไม่ต้องกำคลัตช์ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวได้ถ่ายทอดถอดแบบมาจากโมโตจีพี ในเทคโนโลยีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ควิกชิฟเตอร์ แอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ MotoGP ในรายการโมโตจีพีอนุญาตให้ใช้ในการแข่งขัน WSBK แบน ให้ใช้ชุดเกียร์ที่ติดตั้งมาจากโรงงานเท่านั้น คันเร่งไฟฟ้า กับ ระบบแทร็คชันคอนโทรล MotoGP ไม่อนุญาตให้ใช้คันเร่งไฟฟ้า แต่ระบบแทร็คชันคอนโทรลอนุโลมให้ใช้บางส่วนเท่านั้น (อยู่ภายในการควบคุม)  WSBK สามารถใช้ได้เฉพาะเวอร์ชันที่ติดตั้งจากโรงงานเท่านั้น   วิงก์เล็ต -เทคโนโลยียอดฮิตที่นิยมใช้ในปัจจุบัน MotoGP  อนุญาตให้ใช้ แต่ปีกชิ้นส่วนต่าง ๆ ต้องยึดติดกับแฟริ่งกับตัวรถเท่านั้น WSBK ให้ใช้ปีกวิงก์เล็ตเฉพาะเวอร์ชันที่ติดตั้งมาจากโรงงาน ไม่สามารถติดในส่วนอื่น ๆ เพิ่มเติมได้   สูตรน้ำมันเบนซิน (ห้ามใช้สารเชื้อเพลิงที่มีสารตะกั่ว) MotoGP : เพื่อลดมลพิษทางอากาศ ในปี 2024 โมโตจีพีได้เปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงสังเคราะห์และเชื้อเพลิงชีวภาพ ทดแทนเชื้อเพลิงที่มีสารตะกั่วซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพร่างกาย *และมีแนวโน้มที่จะยกเลิกการใช้น้ำมันมาจากฟอสซิล อาจจะเป็นน้ำมันไบโอฟิวหรือไม่ก็เป็นน้ำมันสังเคราะห์ที่เป็นเชื้อเพลิงสะอาด 100% ในอนาคต WSBK : มีการปรับเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงที่ไม่ได้มาจากแหล่งฟอสซิล 40% ในปัจจุบันและคาดว่าจะมีการปรับมาใช้เชื้อเพลิงพลังงานสะอาดในเร็ว ๆ นี้ ระบบจุดเบิด Screamer ทางดอร์น่าได้ยกเลิก ให้ใช้เครื่องยนต์ที่จุดระเบิดแบบ Screamer ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่กระจายการจุดระเบิดที่สม่ำเสมอ (ให้กำลังในรอบสูง) ซึ่งส่งผลให้ตัวรถนั้นควบคุมได้ยากและกินเนื้อยาง จึงให้ปรับมาใช้การจุดระเบิดแบบ Big Bang ซึ่งให้การควบคุมที่ง่ายกว่า MotoGP : แบน WSBK : แบน จากเบรกคาร์บอน MotoGP : อนุญาตให้ใช้จานคาร์บอน (เฉพาะสนามแห้ง) ส่วนสนามเปียกให้ใช้เป็นจานดิสก์เบรก (เนื้อโลหะ)