SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
  • All Posts
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
รู้ว่ายาก แต่ไม่ยอม ! ความในใจของ ‘ก้อง สมเกียรติ’

ก้อง สมเกียรติ นักบิดสัญชาติไทยจากทีม LCR Honda ยอมรับกำลังมุ่งพัฒนาการขับขี่เพื่อทีมฮอนด้า ตอนนี้กำลังเร่งพัฒนาตามอเล็กซ์ เอสปากาโร่

ฟรานโก้ โมบิเดลี ยืดอกขอโทษ เหตุดราม่าสนามมูเจลโล

ฟรานโก้ โมบิเดลี ยืดอกขอโทษ เหตุดราม่าสนามมูเจลโล ฟรานโก้ โมบิเดลี นักแข่งจอมเก๋าจากทีม Pertamina Enduro VR46 Racing Team ที่ออกมาขอโทษนักแข่งหนึ่งรายจากค่ายไร่ส้ม ที่เจ้าตัวนั้นเป็นเหตุทำให้นักแข่งคนดังกล่าวต้องออกจากการแข่งขันไปอย่างน่าเสียดาย  ในการแข่งขันสนามที่ 9 ของฤดูกาล กับรายการ Brembo Grand Prix of Italy 2025 ในช่วงระหว่างวันที่ 20-22 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งในการแข่งขันในรอบเรซเดย์ ‘แฟรงกี้’ ต้องโทษการวิ่ง Long Lap เหตุจากการที่พยายามแซงมาเวริค บีญาเลส นักบิดจากทีม Tech3 KTM แต่ไม่สำเร็จจนเกิดเหตุการณ์ปะทะกันของนักแข่งทั้งสองคน ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่บีญาเลสเพิ่งแซงมอร์บิเดลลี่ขึ้นมาเป็นอันดับ 4 โดยมอร์บิเดลลี่พยายามสวนกลับเข้าโค้งด้านใน แต่บีญาเลสไม่ทันเห็นการบุกจู่โจม ทำให้ทั้งสองชนกัน และบีญาเลสล้มลงจนทำให้ต้องออกจากการแข่งขันไปอย่างน่าเสียดาย  “ผมพอใจกับความเร็วของเรา เราทำเวลาต่อรอบได้เร็วที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้” “ผมพยายามจัดการยางให้ดีที่สุด แต่ผมพลาดที่โค้ง 1 แล้วผมเข้าไปมีปะทะกับมาเวริค ตอนที่เรากำลังแย่งชิงตำแหน่งกัน เราชนกัน และเขาก็ล้มลงไป” “ขอโทษจริง ๆ สำหรับเรื่องนั้น เสียดายมากเลยครับ ผมดีใจที่เขาไม่บาดเจ็บ เพราะคุณก็รู้ว่า ในสถานการณ์แบบนี้ อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ เขาปลอดภัยดีแล้ว” “ผมต้องชดใช้กับสิ่งที่เกิดขึ้น – ต้องขี่รอบยาวหนึ่งครั้ง แล้วก็พลาดอีกครั้ง ทำให้ต้องขี่รอบยาวเพิ่มอีกหนึ่งรอบ หลังจากนั้นผมก็แค่พยายามทำให้ดีที่สุด ซึ่งก็คือจบที่อันดับ 6” ทางด้านของเจ้าทุกข์ผู้ถูกกระทำอย่าง ‘ท็อปกัน’ มาเวอริค บีญาเลส แม้ในช่วงการแข่งขันจะรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ตัวเขานั้นต้องออกจากการแข่งขันด้วยอุบัติเหตุที่ไม่น่าเกิด แต่ก็ยอมรับคำขอโทษ และเข้าใจว่าเหตุการณ์ดังกล่าวก็ไม่มีใครอยากให้เกิด “เขาขอโทษแล้ว ผมก็ยอมรับ มันคือการแข่งขัน พวกเราเป็นนักแข่ง บางครั้งมันก็เป็นใจให้คุณ บางครั้งมันก็ไม่ใช่” “สำหรับผม การแข่งขันก็เป็นแบบนี้แหละ เมื่อคุณกำลังต่อสู้อยู่ในกลุ่มหน้า แล้วเหตุการณ์พวกนี้เกิดขึ้น คุณก็ต้องก้าวต่อไป” “แต่สิ่งที่ดีคือ เรามีความเร็วที่ยอดเยี่ยม และระดับการแข่งขันของเราก็อยู่ในจุดที่ดีแล้ว” โมบิเดลี และมาเวอริค บีญาเลส จะลงทำการแข่งขันในสนามที่ 10 ของฤดูกาล กับรายการ Motul Grand Prix of the Netherlands ที่สนาม TT Circuit Assen ในช่วงระหว่างวันที่ 27-29 มิถุนายนนี้ อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Marc Marquez รับ เป้าตอนนี้คือแข่งกับน้องชาย ไม่ใช่แชมป์สมัยที่ 9

Marc Marquez รับ เป้าตอนนี้คือแข่งกับน้องชาย ไม่ใช่แชมป์สมัยที่ 9 Marc Marquez นักบิดเจ้าของหมายเลข 93 จากทีมโรงงานคูคาติ ‘Ducati Lenovo Team’ ที่ในปัจจุบันตอนนี้เจ้าตัวเป็นเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัย ซึ่งถ้าในฤดูกาลนี้เจ้าตัวสามารถซิวแชมป์โลก MotoGP ได้ก็จะมีจำนวนแชมป์ MotoGP เท่ากับวาเลนติโน่ รอสซี่ ที่ 9 สมัย ในตารางคะแนนแชมป์โลกของฤดูกาล 2025 หลังผ่านไป 8 สนามผู้นำตอนนี้ก็ยังคงเป็นมาร์ก มาร์เกซ ด้วยคะแนนสะสม 233 คะแนน ห่างจากอันดับที่ 2 ‘อเล็กซ์ มาร์เกซ’ ถึง 32 คะแนนหลังโชว์ฟอร์มสุดแกร่งในการแข่งขันที่อารากอน โดยสถานการณ์ในปัจจุบันมาร์กก็ยังคงเป็นตัวเต็งที่จะคว้าแชมป์รายการนี้ ซึ่งถ้ามาร์กสามารถทำได้ก็จะทำให้เขามีจำนวนแชมป์รวมเท่ากับรอสซี่ และยังจะกลายเป็นนักแข่งที่ได้แชมป์กับสองแบรนด์ต่างกัน เช่นเดียวกับที่รอสซี่เคยทำไว้ แน่นอนว่าเรื่องนี้ก็อาจจะไม่พ้นสื่อที่อยากจะสอบถามว่า ‘คิดถึงเรื่องของการเทียบ หรือแซงสถิติของรอสซี่หรือไม่’ แต่ดูเหมือนว่าเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยรายนี้ยังคงคิดว่าการกลับมาจากอาการบาดเจ็บรุนแรงได้ถือว่าเป็นเรื่องประสบความสำเร็จมากที่สุดในชีวิตนักแข่งของเจ้าตัว “สำหรับผมแล้ว จะได้แชมป์โลกสมัยที่ 9 หรือไม่ได้ก็ตาม ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาชีพของผม ผมได้ผ่านมันมาแล้ว นั่นคือการกลับมาหลังจากช่วงเวลาที่ย่ำแย่มาก”  “ผมคิดว่าเรายกระดับการแข่งขันกันระหว่างผมกับอเล็กซ์ (มาร์เกซ) ขึ้นมาอีกนิด เพราะเราทั้งคู่กำลังผลักดันกันอย่างเต็มที่ และอเล็กซ์ก็กำลังอยู่ในปีที่ดีที่สุดของเขาในแชมเปี้ยนชิพนี้ด้วย” “เพราะฉะนั้น ผมผ่านความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมาแล้ว ทุกคนมีเส้นทางของตัวเอง มีอาการบาดเจ็บ สไตล์การขี่ และบุคลิกที่ต่างกัน แต่ผมพอใจกับความท้าทายนั้น และตอนนี้ผมแค่สนุกกับมัน แน่นอนว่า ในฐานะนักบิดของดูคาติ ผมรู้สึกถึงแรงกดดัน และผมจะพยายามคว้าแชมป์ให้ได้ แต่บางทีมันก็ไม่ใช่แค่เรื่องของ ‘อยาก’ หรือ ‘พยายาม’ อย่างเดียวเสมอไป” ซึ่งอีกหนึ่งโจทย์ที่น่าสนใจของมาร์ก มาร์เกซกับการแข่งขันที่สนามมูเจลโลคือการหาวิธีปราบความร้อนแรงของทีมเมทอย่าง ‘ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า’ ที่ดูเหมือนว่าการลงแข่งขันในสนามประเทศบ้านเกิดจะสามารถรีดฟอร์มเก่งออกมาได้อย่างน่าเร้าใจ โดยในการแข่งขันสามหนล่าสุดก็เป็นทางด้านเป้กโก้ที่สามารถคว้าชัยได้ทั้งหมด และด้านมาร์ก มาร์เกซ การคว้าชัยในสนามแห่งนี้ต้องกลับไปถึงปี 2014 “ผมจะพยายามเข้าใจให้ได้ในปีนี้”  “ปีที่แล้วผมมีโอกาสเปรียบเทียบข้อมูลของเขาเล็กน้อย แต่ตอนนั้นรถยังต่างกันอยู่มาก ทำให้เลียนแบบได้ยาก” “ปีนี้เราจะพยายามเข้าใจให้ลึกยิ่งขึ้น และผมจะพยายามใช้ประโยชน์จากข้อมูลของเขา ไม่ใช่แค่เขาคนเดียว แต่รวมถึงอเล็กซ์ด้วย เพราะปกติทั้งสองคนนี้เร็วมากที่สนามนี้” Marc Marquez และทีมเมทของเจ้าตัวอย่างฟรานเชสโก้ บัญญาย่า จะลงแข่งขันในช่วงปลายสุดสัปดาห์นี้ ในการแข่งขันรายการ Brembo Grand Prix of Italy ในช่วงระหว่างวันที่ 20 – 22 มิถุนายนนี้ อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก)  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ หวังคืนฟอร์มที่มูเจลโล เซ่น DNF 3 เรซติด

ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ หวังคืนฟอร์มที่มูเจลโล เซ่น DNF 3 เรซติด ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ นักบิดสัญชาติฝรั่งเศสจากทีมโรงงานยามาฮ่า ‘Monster Energy Yamaha MotoGP’ ออกมาตั้งเป้าผลงานก่อนการแข่งขันที่สนามมูเจลโลประเทศอิตาลี หลังจากที่การแข่งขันก่อนหน้านี้ถึง 3 สนามเจ้าตัวไม่สามารถจบการแข่งขันได้เลย ‘เราจะทุ่มเททุกอย่างที่เรามี’ เป็นเหมือนคำมั่นของเจ้าตัวในช่วงก่อนการแข่งขัน ซึ่งในปัจจุบันตำแหน่งในตารางคะแนนแชมป์โลก ‘เอลดิอาโบล’ อยู่ในอันดับ 10 สะสมได้ 59 คะแนน ตามหลังอันดับที่ 1 อย่างมาร์ก มาร์เกซ อยู่ที่ 174 คะแนน  ย้อนกลับไปในการแข่งขันสนามที่ 5 ของฤดูกาล สนามเฆเรซ ประเทศสเปน ‘เอลดิอาโบล’ กลับขึ้นโพเดียมได้สำเร็จด้วยการคว้าโพเดียมอันดับสอง แต่หลังจากนั้นก็เหมือนโชคชะตาจ้องจะทดสอบความอดทนยังไงอย่างนั้นเริ่มต้นจากสนามเลอมังส์ ประเทศฝรั่งเศสเจ้าตัวพลาดท่าล้มเพราะฝนตก ถัดมากับการแข่งขันในสนามซิลเวอร์สโตน ประเทศอังกฤษ เจ้าตัวก็ต้องจำเป็นที่จะต้องออกจากการแข่งขันไปเนื่องจากระบบ ride-height ของตัวรถเกิดขัดข้อง ไม่เพียงแค่นั้นกับการแข่งขันในสนามล่าสุด ผลงานยังคงย่ำแย่ต่อเนื่องที่อารากอน ซึ่งเป็นสนามที่มีแรงยึดเกาะต่ำ โดยเจ้าตัวล้มในช่วงท้ายสุดของการแข่งขัน ซึ่งหลังจบการทดสอบที่สนามอารากอน ทางทีมโรงงานยามาฮ่าก็ได้ใช้เวลาในการพัฒนาตัวแข่งของทีมเพื่อให้สามารถสู้กับค่ายอื่น ๆ ได้อย่างสูสี โดยการแข่งขันในสนามมูเจลโลนี้ทางค่ายอาจมีการใช้อะไหล่ใหม่ที่อาจช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน  “จากการทดสอบที่อารากอน เราเห็นว่าบางชิ้นส่วนที่ลองใช้นั้นดูมีแนวโน้มว่าจะได้ผลดีที่มูเจลโลด้วย ดังนั้นผมก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ลองอีกครั้งที่นี่”  “ผมชอบสนามนี้มาก และโดยทั่วไปแล้วพื้นสนามที่นี่จะมีแรงยึดเกาะดีกว่าอารากอนด้วย มารอดูกันว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง แน่นอนว่าเราจะทุ่มสุดตัวเหมือนเช่นเคย” เหล่านักแข่งทีมโรงงานยามาฮ่าจะลงแข่งขันในช่วงปลายสุดสัปดาห์นี้ ในการแข่งขันรายการ Brembo Grand Prix of Italy ในช่วงระหว่างวันที่ 20 – 22 มิถุนายนนี้ อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

FUCHS Silkolene สนับสนุนรุ่น SuperBike 1000CC นักแข่งได้อะไร?

FUCHS Silkolene สนับสนุนรุ่น SuperBike 1000CC นักแข่งได้อะไร? FUCHS Silkolene แบรนด์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องชื่อดังจากประเทศเยอรมนี ซึ่งในการแข่งขันรายการ SuperBikeMag.com Trackday&Trophy 2025 ทางแบรนด์ก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของรายการ โดยเข้ามาสนับสนุนในรุ่นของ ‘คลาสพันซีซี’ โดยใช้ชื่อการแข่งขันในรุ่น ‘FUCHS Silkolene Superbike 1000CC’  แน่นอนว่าการแข่งขันการภายในแทร็คถือเป็นสมรภูมิประลองความเร็ว และสมรรถนะขั้นสูงสุดของโลกสองล้อ ซึ่งนอกจากนักแข่ง รถแข่ง และทีมช่างแล้ว “น้ำมันเครื่อง” ก็คืออีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่มีบทบาทอย่างยิ่งในการแข่งขันอยู่ไม่น้อย โดยในบทความนี้จะมาเล่าให้ผู้อ่านทุกท่านได้เข้าใจว่าการที่แบรนด์น้ำมันเครื่องระดับโลกเข้ามาร่วมสนับสนุนในหนนี้ ‘เหล่านักแข่ง’ จะได้ประโยชน์อะไรบ้าง ? ซึ่งการเข้ามาร่วมสนับสนุนของแบรนด์น้ำมันเครื่องระดับโลกนี้ไม่ได้เข้ามาเพียง ‘แปะโลโก้’ แต่มาพร้อมเทคโนโลยีน้ำมันเครื่องสุดพรีเมียมที่จะช่วยให้เหล่านักแข่งสามารถรีดพละกำลังของตัวแข่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น FUCHS Silkolene คือใคร แบรนด์ผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องระดับโลกแบรนด์นี้มีจุดกำเนิดจากประเทศเยอรมนี ที่ได้ทำการพัฒนา ผลิต และจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น และผลิตภัณฑ์สารหล่อลื่นชนิดพิเศษ รวมไปถึงน้ำมันเครื่องประสิทธิภาพสูง จากสนามแข่งระดับโลกที่ผลิต วิจัย และพัฒนา เพื่อรถจักรยานยนต์แบบ 100%  แน่นอนว่าในประเทศไทยอาจจะยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก แต่ต้องขอบอกเลยว่าในการแข่งขันระดับโลก แบรนด์น้ำมันเครื่องเจ้านี้ยังเข้าร่วมสนับสนุนในรายการต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น MotoGP, World Superbikes, British Superbikes และอื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งทีม Motocross และ Karting ซึ่งก็ถือว่าครอบคลุมในการแข่งขันชั้นนำทั้งหมด เพราะสนามแข่งคือ Tester ที่ดีที่สุด สำหรับผลิตภัณฑ์แบรนด์น้ำมันเครื่องคุณภาพสูงจากประเทศเยอรมนีแบรนด์นี้ไม่เพียงแค่คิดค้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ ของน้ำมันเครื่องแบรนด์นี้ ไม่ได้เกิดขึ้นในห้องแลปเพียงอย่างเดียวแต่ต้องพิสูจน์จริงใน “สนามแข่ง” ที่ทุกอย่างอยู่ภายใต้ความรุนแรงสูงสุด เพราะทุกการแข่งขัน ทุกสิ่งทุกอย่างที่ลงสนาม ‘ต้องใส่สุด’ เครื่องยนต์ต้องทำงานด้วยรอบสูงอย่างต่อเนื่อง มีแรงบิด และแรงม้ามหาศาล การเร่งความเร็ว การเบรก การเอียงรถเข้าโค้ง ทุกองค์ประกอบล้วนสร้างภาระอย่างหนักให้กับน้ำมันเครื่อง ดังนั้น การเข้าสนับสนุนการแข่งขันนี้จึงเท่ากับการนำสูตรน้ำมันที่ดีที่สุดของทางแบรนด์ลงไปทดสอบในสนามจริง ซึ่งก็ถือว่าเป็นตัวช่วยยืนยันได้ว่าสินค้าที่วางจำหน่ายนั้น “ผ่านสนาม” มาแล้ว ไม่ใช่แค่ผ่านมาตรฐาน ได้เข้าถึงประสิทธิภาพระดับสูงสุดของการแข่งขัน เพราะการแข่งขันการที่ตัวแข่งมีสมรรถนะดีนั้นก็คงไม่พอ แต่ต้อง ‘เสถียร’ ด้วย ซึ่งเหล่านักแข่งภายในงาน SuperBikeMag.com Trackday&Trophy ก็ล้วนแต่เป็นกลุ่มผู้ขับขี่ และนักแข่งที่มีความรู้ เข้าใจในเทคโนโลยีการแข่งขันอยู่ไม่น้อย พร้อมหาสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อตัวแข่งสำหรับใช้ในการแข่งขัน ซึ่งการเข้ามาสนับสนุนในสนามนี้ทำให้ทางแบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลักอย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นนักแข่ง ทีมแข่ง ร้านเซอร์วิส หรือผู้ขับขี่ทั่วไปที่หลงใหลในความแรง เร้าใจ หรือผู้ที่พร้อมรีดกำลังเครื่องยนต์อย่างสูงสุด น้ำมันที่ทนทานต่อความร้อน ไม่เสื่อมในช่วงท้ายเรซ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความเร็วรอบสม่ำเสมอ และป้องกันปัญหาเครื่องยนต์พังในจังหวะสำคัญ ไม่เพียงแค่นำเสนอสิ่งดี ๆ ให้กับเหล่านักแข่ง นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ในฐานะ “พาร์ทเนอร์ด้านสมรรถนะ” ที่ไม่ใช่แค่ผู้ผลิตสินค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้น “สนามแข่งไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่โฆษณา แต่มันคือพื้นที่ที่แบรนด์ต้องแสดงศักยภาพจริง” สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่ใช้งาน สิ่งที่สนามแข่งให้นอกเหนือจากชื่อเสียง และผลลัพธ์ในวันแข่งขัน อีกหนึ่งอย่างที่เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กันก็คือ “ความเชื่อมั่น” เมื่อน้ำมันเครื่องผ่านสนามที่โหดที่สุด และยังได้รับการเลือกใช้จากนักแข่งระดับแชมป์ ก็เท่ากับเป็นการการันตีคุณภาพจากผู้ใช้งานจริงในสถานการณ์จริง   ผู้บริโภคทั่วไปจึงมั่นใจได้ว่า น้ำมันเครื่องในขวดเดียวกับที่นักแข่งใช้บนแทร็ก ก็พร้อมปกป้องเครื่องยนต์ของคุณในทุกวัน และการที่แบรนด์น้ำมันเครื่องระดับโลกค่ายนี้เข้ามาสนับสนุนรุ่นการแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่มาเพียงแค่การนำเสนอโลโก้ แต่คือการลงสนามร่วมกันเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งขึ้น พร้อมกับการเข้าถึงกลุ่มที่ต้องการรีดประสิทธิภาพของน้ำมันเครื่องสูงสุด และสร้างความมั่นใจในแบรนด์อย่างยั่งยืน และที่สำคัญแบรนด์น้ำมันเครื่องสัญชาติเยอรมนีรายนี้จะเข้ามาร่วมสนับสนุนในการแข่งขันรุ่น SuperBike 1000CC ในการแข่งขันรายการ SuperBikeMag.com Trackday&Trophy 2025 ทั้งสามสนาม เตรียมพบกับแบรนด์น้ำมันเครื่องแบรนด์นี้ได้ในสนามที่ 2 ของฤดูกาลวันที่ 8-10 สิงหาคมนี้  สำหรับใครที่สนใจอยากจะลองหามาใช้ ก็สามารถสอบถาม ได้ที่ห้างร้านต่าง ๆ ใกล้บ้านท่านได้เลย มีหลายเกรด หลายรุ่น พร้อมรีดพละกำลังสูงสุดของเครื่องยนต์ของเหล่าไบค์เกอร์อย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปโดร อคอสต้า รับ ไม่อยากวาดฝันตัวเองกับ ‘Ducati’

เปโดร อคอสต้า รับ ไม่อยากวาดฝันตัวเองกับ ‘Ducati’ เปโดร อคอสต้า นักบิดดาวรุ่งจากทีมโรงงาน ‘ไร้ส้ม’ Red bull KTM Factory Racing ในศึกการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบอย่าง MotoGP ที่ออกมาเผยว่าเจ้าตัวนั้นไม่อยากที่จะจินตนาการ และวาดฝันว่าตัวเองอยู่บนตัวแข่ง Desmosedici ของค่าย Ducati  เจ้าของแชมป์โลก Moto2 หนึ่งสมัย ที่ในช่วงหลังมานี้มีกระแสข่าวลือเรื่องการย้ายทีมออกมาอย่างหนาหู ซึ่งอาจเป็นเหตุต่อเนื่องมาจากที่ต้นสังกัดของเจ้าตัวมีข่าวปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการเงิน ซึ่งถ้าให้พูดถึงความเก่งกาจ หรือความเป็นสุดยอดในกลุ่มผู้นำของแบรนด์ Ducati ก็ต้องขอย้อนไปในการแข่งขันฤดูกาล 2024 ค่ายรถสัญชาติอิตาลีแบรนด์นี้สามารถเก็บชัยชนะในรอบเรซได้ ‘เกือบ’ จะทุกสนามที่ลงทำการแข่งขัน ซึ่งพลาดท่าให้กับทีม Aprilia ไปในการแข่งขันสนามที่ 3 ของฤดูกาลเพียงเท่านั้น ขณะที่ในปี 2025 หลังผ่านไป 8 สนาม พวกเขาโดนโค่นแชมป์ไปแล้ว 2 ครั้ง ได้แก่ที่ ฝรั่งเศส (โยฮันน์ ซาร์โก้ ชนะด้วย Honda) และ อังกฤษ (มาร์โก เบซเซคคี คว้าชัยให้กับ Aprilia) อย่างไรก็ตาม แม้จะพลาดบางสนาม แต่ Ducati ก็ยังคว้าชัยได้ถึง 6 จาก 8 สนามแรกของปี และยังคงรักษาสถิติชนะ 100% ในการแข่งขัน Sprint Race ถัดมาทางด้านของต้นสังกัดอย่าง Red bull KTM Factory Racing อาจจะยังไม่เข้าใกล้กับตำแหน่งโพเดียมมากนัก ซึ่งผลงานที่ทีมสามารถทำได้ดีที่สุดของปีนี้เกิดขึ้นที่สนามอารากอนในช่วงวันที่ 6-8 มิถุนายนที่ผ่านมา ‘เบบี้ชาร์ค’ สามารถทำผลงานได้ดีที่สุดด้วยการจบอันดับที่ 4 แน่นอนว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าว เปโดร อคอสต้า ก็ถูกสื่อเชื่อมโยงเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการไปขี่ให้กับค่าย Ducati “ผมไม่อยากจินตนาการครับ” เมื่อมีกระแสย้ายค่าย ก็พ่วงมาถึงเรื่องของสไตล์การขับขี่ซึ่ง RC16 ของ KTM กับ Desmosedici GP ของ Ducati ก็มีสไตล์ที่ต่างกันอย่างชัดเจน และการขับขี่ของ ‘เบบี้ชาร์ค’ ที่มีสไตล์การขับขี่ที่ดุดัน มีลูกเล่นในการขับขี่ จะสามารถปรับตัวกับ Ducati ได้หรือไม่หากต้องย้ายจริง “ผมไม่รู้เหมือนกันครับ” “ผมเชื่อว่ามนุษย์ต้องเป็นเหมือนน้ำ — ไม่ว่าจะเทใส่ภาชนะแบบไหน น้ำก็จะเปลี่ยนรูปร่างให้เข้ากับสิ่งนั้นได้” หากมีการย้ายทีมเกิดขึ้นจริง จุดหมายปลายทางที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดคือ VR46 Racing Team ซึ่งตอนนี้ฟาบิโอ ดิ จินันอันโตนิโอ มีสัญญาโรงงานอยู่ถึงสิ้นปี 2026 แต่ทางด้านของฟรานโก้ โมบิเดลี มีสัญญาอยู่จนถึงสิ้นปี 2025 นี้เท่านั้น อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Aprilia Racing รับ พัฒนา RS-GP เพื่อเบซเซคคี่โดยเฉพาะ

Aprilia Racing รับ พัฒนา RS-GP เพื่อเบซเซคคี่โดยเฉพาะ Aprilia Racing ทีมดังจากการแข่งขัน MotoGP ออกมาเผยว่าตอนนี้ทางทีมกำลังมุ่งพัฒนาตัวแข่งของทางค่ายอย่าง Aprilia RS-GP อีกทั้งทางด้านของผู้จัดการทีมอย่าง Paolo Bonora (เปาโล โบนอร่า) ก็ยังแสดงถึงความพึงพอใจของกับความก้าวหน้าในการพัฒนาตัวแข่งของทางค่าย การทดสอบหลังการแข่งขันที่สนามอารากอนประเทศสเปน ผู้จัดการทีมของทางค่ายก็แสดงความพึงพอใจไม่น้อย โดยระบุว่าการพัฒนาในด้านแอโรไดนามิกและอิเล็กทรอนิกส์ชุดใหม่ มีแนวโน้มจะถูกนำมาใช้ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล ซึ่งทีมดังสัญชาติอิตาลีแบรนด์นี้ไม่สามารถต่อยอดจากชัยชนะสุดเซอร์ไพรส์ที่สนามซิลเวอร์สโตนในรายการ British MotoGP ได้ในสนามล่าสุดที่อารากอน หลังจากที่มาร์โก เบซเซ็คกีล้มในรอบควอลิฟาย ทำให้ต้องออกสตาร์ตจากกริดที่ 21 และจบการแข่งขันทั้งสองเรซในอันดับที่ 8 แม้จะคว้าชัยชนะที่ซิลเวอร์สโตนได้ แต่ฤดูกาลนี้ก็ยังคงเป็นปีที่ท้าทายสำหรับ Aprilia ซึ่งก่อนเปิดฤดูกาล 2025 เคยถูกคาดหมายว่าจะเป็นทีมลุ้นแชมป์จากการได้ตัวเบซเซ็คกี และแชมป์โลกคนล่าสุด ฆอร์เก้ มาร์ติน มาร่วมทีม อย่างไรก็ตาม เมื่อมาร์ตินต้องพักแบบไม่มีกำหนดจากอาการบาดเจ็บ ทำให้ความหวังทั้งหมดตกไปอยู่ที่ผลงานของเบซเซคคีแต่เพียงผู้เดียวอย่างไร้ข้อกังขา อีกทั้งตอนนี้ทางค่ายยังพัฒนาตัวรถเพื่อเบซเซคคี่โดยเฉพาะ เพื่อให้นักแข่งเจ้าของหมายเลข 72 รายนี้รีดผลงานออกมาให้ดีมากที่สุด “อย่างที่เห็นกันว่าหลังจบเรซ สภาพแทร็กมักจะดี เราจึงมุ่งเน้นที่การไทม์แอทแทคของมาร์โกเป็นหลักและ เราลงมือปรับปรุงหลายอย่าง โดยเฉพาะในด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อควบคุมช่วงออกตัวจากโค้งให้ดีขึ้น รักษาเสถียรภาพของรถ และให้สามารถควบคุมได้มากขึ้น” นอกจากเรื่องระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว Aprilia ยังได้นำแฟริ่งหน้าชุดใหม่มาใช้ในการทดสอบ ซึ่งโบนอร่าเผยว่าอาจได้เห็นใช้จริงในการแข่งขันอีกไม่กี่สนามข้างหน้า “เรายังได้ทดสอบบางอย่างที่เกี่ยวกับแอโรไดนามิก มันให้ผลลัพธ์ที่ดี นั่นคือความเห็นแรก [แต่] เรายังต้องนำไปให้กับนักแข่งทุกคนได้ลอง เพื่อเก็บความคิดเห็นจากแต่ละคน ตอนนี้ดูแล้วมีแนวโน้มที่ดี และน่าจะได้เห็นมันถูกใช้งานในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลนี้” “และในส่วนของสิ่งที่เราต้องปรับปรุง นั้นไม่ใช่แค่ในรอบควอลิฟาย แต่รวมถึงแอโรไดนามิกของตัวรถตลอดทั้งเรซ และในช่วงไทม์แอทแทคด้วย เรายังต้องจัดการเรื่องยางใหม่ให้ลงตัวสำหรับมาร์โก” “เราปรับได้บ้างแล้วในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะฟีดแบ็กในช่วงเบรกของเขาออกมาดี แต่เรายังต้องทำงานต่อในช่วงออกจากโค้ง ดังนั้นถ้าเราต้องการดึงศักยภาพสูงสุดจากพรสวรรค์ของเขาออกมาให้ได้ เราต้องพัฒนาช่วงเร่งออกจากโค้งให้ดียิ่งขึ้น” เหล่านักแข่งทีมอาพริเลียจะลงแข่งขันในช่วงปลายสุดสัปดาห์นี้ ในการแข่งขันรายการ Brembo Grand Prix of Italy ในช่วงระหว่างวันที่ 20 – 22 มิถุนายนนี้ อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Alberto Puig เผย ‘พวกเรารู้ดีว่าปัญหาตอนนี้คืออะไร’

Alberto Puig เผย ‘พวกเรารู้ดีว่าปัญหาตอนนี้คืออะไร’ Alberto Puig (อัลเบอร์โต พูอิก) นายใหญ่ของทีมโรงงาน Honda ค่ายรถจักรยานยนต์ยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่นในการแข่งขัน MotoGP ออกมาเผยว่าตอนนี้ทางค่าย และตัวเขาเองนั้นรู้ดีว่าปัญหาหลัก ๆ ตอนนี้ของทางทีม และตัวแข่งอย่าง RC213V คืออะไร รับกำลังปรับ และกำลังจะพาทีมกลับมาสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง ย้อนกลับไปในการแข่งขันที่สนามเลอมังส์ ประเทศฝรั่งเศส โยฮันน์ ซาร์โก้ สามารถรีดฟอร์มเก่งในการแข่งขันพร้อมพาทีมฮอนด้ากลับสู่โพเดียมในตำแหน่งหมายเลข 1 หลังที่ทางทีมหายจากการขึ้นโพเดียมไปนานกว่า 980 วัน ซึ่งโพเดียมครั้งสุดท้าย ของฮอนด้าเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม ปี 2022 โดยมาร์ก มาร์เกซ ที่สนามฟิลลิปไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ก่อนที่จะโชว์ความสุดยอดอีกครั้งในการแข่งขันที่สนามถัดมาที่สนาม ‘ซิลเวอร์สโตน’ ในการแข่งขันเรซหลักก็สามารถพาทีม Castrol Honda LCR กลับสู่โพเดียมได้อีกครั้งในตำแหน่งอันดับที่ 2  ซึ่งในการทดสอบตัวแข่งหลังจากจบการแข่งขันรายการ Aragon Grand Prix แต่ละทีมก็ได้ทำการลงทดสอบตัวแข่งที่สนาม MotorLand ซึ่งก็ถือว่าเป็นช่วงที่เปิดโอกาสให้แต่ละทีมได้แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่พบในช่วง 8 สนามแรกของฤดูกาล 2025 รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันที่สนามอารากอนเองด้วย  อย่างไรก็ตาม อัลเบอร์โต ปุยก์ หัวหน้าทีม Honda HRC Castrol ยืนยันว่าทางโรงงานญี่ปุ่น “เข้าใจปัญหาของเราอย่างชัดเจน” “พวกเรากำลังทดลองสิ่งต่าง ๆ ตามปกติ ทั้งของเล็ก ๆ และของใหญ่บางอย่าง คุณคงอาจะได้เห็นว่าเราทดลองสวิงอาร์มใหม่ รวมถึงส่วนอื่น ๆ ก็เป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่สามารถให้ทิศทางกับเราได้” “น่าเสียดายที่เรายังไม่มีลูก้าในตอนนี้ แต่โจอัน [เมียร์] กับโยฮัน [ซาร์โก้] จะได้ลองใช้อุปกรณ์ใหม่ และสมเกียรติ จันทราก็จะได้ทดลองสิ่งอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน” “ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะเปรียบเทียบอะไรได้ แต่สำหรับผม สิ่งที่สำคัญที่สุดเมื่อเราได้ชิ้นส่วนใหม่ ก็คือเวลาต่อรอบ ถ้าเวลาต่อรอบดีขึ้น อย่างน้อยคุณก็ควรจะพอใจในระดับหนึ่ง” ซึ่งในช่วงหลังมานี้ ทางค่ายรถจักรยานยนต์สัญชาติญี่ปุ่นรายนี้ก็อาจจะดูตามหลังค่ายทางฝั่งยุโรปอยู่หลายก้าว แต่ผู้จัดการทีม และทางค่ายก็ออกมาเผยว่าทางฮอนด้าก็ไม่ได้ติดหล่มอยู่กับที่ และตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงระหว่างการพัฒนา “เราไม่ได้ติดอยู่กับจุดเดิม เรากำลังก้าวไปทีละขั้น ตอนนี้พวกเรามองเห็นว่ารถกำลังพัฒนาดีขึ้น และนักแข่งก็รับรู้ถึงสิ่งนี้ เรารู้ดีว่าปัญหาใหญ่ของเราคืออะไร และที่ญี่ปุ่นก็มีการทำงานอย่างหนักเพื่อลงมือแก้ไข” “เราจะไม่มีวันยอมแพ้” เหล่านักแข่งทีมฮอนด้าจะลงแข่งขันในช่วงปลายสุดสัปดาห์นี้ ในการแข่งขันรายการ Brembo Grand Prix of Italy ในช่วงระหว่างวันที่ 20 – 22 มิถุนายนนี้ อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak Razgatlioglu ร่วมจอย MotoGP ก็ดีนะ แต่ !?

Toprak Razgatlioglu ร่วมจอย MotoGP ก็ดีนะ แต่ !? Toprak Razgatlioglu นักแข่งสัญชาติตุรกีจากค่าย ROKIT BMW MOTORRAD WORLDSBK TEAM ยอดทีมจากศึกการแข่งขัน WSBK ซึ่งเมื่อวันอังคารที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา ช่องทางสื่อออนไลน์อย่างเป็นทางการของ MotoGP ก็ได้ออกมาโพสต์เปิดตัวอย่างเป็นทางการของนักแข่งรายนี้ที่จะมาร่วมแข่งขันในฤดูกาล 2026 ซึ่งโทปรัคจะเข้ามาร่วมแข่งขัน MotoGP ในฤดูกาล 2026 ภายใต้ทีม Prima Pramac Yamaha ซึ่งการขยับเข้ามาแข่งในรายการนี้ยังเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของนักบิดสัญชาติตุรกีอีกด้วย โดยโทปรัคสร้างประวัติศาสตร์ในการเป็นนักแข่งชาวตุรกีคนแรกที่แข่งขันในรายการ MotoGP  แน่นอนว่าการขยับเข้ามาแข่งขันในการแข่งขันรายการ MotoGP เปรียบเป็นการเติมเต็มความฝันให้กับเจ้าตัว แต่ทางด้านของอดีตแชมป์ MotoGP 3 สมัยอย่าง ‘ฆอร์เก้ ลอเรนโซ’ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นกับเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านช่องทาง Instagram ของเจ้าตัวว่าการย้ายมาแข่งให้ทีมรองของยามาฮ่าก็ดีนะ แต่ไปทีมอื่นจะดีกว่านี้หรือไม่ ซึ่งมีเนื้อหาในความดังนี้ “ว้าว! นี่คือข่าวที่สุดยอดสำหรับแฟน ๆ โมโตจีพีทุกคน มันคือสิ่งที่เราเฝ้ารออ่านกัน” “แม้ว่าผมจะคิดว่าสไตล์การขี่ของเขาน่าจะเข้ากับดูคาติหรือแม้แต่ฮอนด้ามากกว่า แต่ผมก็มั่นใจว่า ด้วยความอดทนและเวลา ท็อปรัคจะประสบความสำเร็จในโมโตจีพีได้เช่นกัน ความสามารถและทักษะการเบรกของเขานั้นปฏิเสธไม่ได้เลย” “ขอแสดงความยินดีกับท็อปรัค, ทีมพรามัค และยามาฮ่าสำหรับดีลครั้งนี้” การย้ายมาร่วมแข่งขัน MotoGP ของโทปรัคจะช่วยให้ทีม Prima Pramac ขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของรายการอีกหรือไม่ หลังจากที่ทีมเคยคว้าแชมป์ MotoGP ในปี 2024 ร่วมกับฆอร์เก้ มาร์ติน จะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ต้องติดตามกันต่อไป อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

โคตรมันส์!! คลาสใหญ่สุดของรายการ ‘FUCHS Silkolene Superbike 1,000CC’

โคตรมันส์!! คลาสใหญ่สุดของรายการ ‘FUCHS Silkolene Superbike 1,000CC’ แม้จะสิ้นสุดไปแล้ว แต่ความสนุกความเร้าใจของกิจกรรมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ SuperBikeMag.com Trackday&Trophy 2025 สนามแรกของฤดูกาล ยังคงอยู่ในดวงจิตดวงใจของเหล่านักซิ่งอยู่ ซึ่งก็ได้ทำการประเดิมการแข่งขันกันที่สนามพีระเซอร์กิต พัทยา จังหวัดชลบุรีเช่นเคย และแน่นอนว่ารุ่นไฮไลท์ของการแข่งขันอย่าง SuperBike 1000CC ในการแข่งขันฤดูกาลนี้ก็มีสปอนเซอร์รุ่นแข่งอีกด้วย ! แน่นอนว่าความดุเดือด เร้าใจของรุ่นการแข่งขัน ‘ตัวพัน’ ของรายการมันร้อนแรงเกินกว่าจะอดใจไหว ซึ่งในการแข่งขันฤดูกาล 2025 นี้ ในรุ่นของตัวพันซีซีก็ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์น้ำมันเครื่องระดับโลก ประสิทธิภาพสูงจากสนามแข่งระดับโลกที่ได้รับการผลิต-วิจัย และพัฒนาในเยอรมนี สำหรับรถจักรยานยนต์แบบ 100% อย่าง ‘FUCHS Silkolene’ และที่สำคัญคือแบรนด์น้ำมันเครื่องเจ้านี้จะมาเป็นสปอนเซอร์ให้กับรุ่นพันซีซีถึงสามสนามอีกด้วย ! ยกขบวนสินค้าน้ำมันเครื่องระดับโลกมาไว้ในงาน แน่นอนว่าแบรนด์น้ำมันเครื่องจากประเทศเยอรมนีค่ายนี้ไม่ได้เข้ามาเพียงแค่สนับสนุนรุ่นแข่งขันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังยกขบวนสินค้าต่าง ๆ ของทางแบรนด์ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่องเกรดต่าง ๆ ของทางค่าย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าของรถเล็ก รถใหญ่ เกียร์แมนนวล หรือเกียร์ออโต้ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่าง ๆ ก็มาร่วมจำหน่ายภายในงานให้เหล่าไบค์เกอร์มาเลือกสรรกัน   เพราะการแข่งขันนี้มี ‘โพเดียม’ เป็นเดิมพัน อันดับ หมายเลข นักแข่ง สังกัดทีม 1 67 ไมค์ เวลเลอร์ Buvado Racing 2 994 จาตุรนต์ เลิศมุธากร Updej Racing Team 3 919 นพพร สุทธิกาปลูก ID Helmet CP2 Racing Team 4 51 อริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช REPSOL R-SERIES TEAM 5 8 วัชรพงศ์ ไชยเสริม Zipper & Raceline By.40 Garage 6 69 ณัฐกร อิ่มใจสุข Orchid Palm Homes Hua Hin iD Helmet CP2 Racing Team 7 720 ณัฐวัฒน์ วาริชชูชัยตระกูล CHERPOND   โดยผลการแข่งขันในรุ่นใหญ่สุดของรายการในคลาส ‘พันซีซี’ อันดับที่ 1 ได้แก่ ไมค์ เวลเลอร์ จากทีม Buvado Racing ที่ควบคู่ใจอย่าง Honda CBR1000RR-R สามารถประเดิมคว้าแชมป์ในการแข่งขันสนามแรกไปครองได้สำเร็จ ทางด้านของ ‘เบนซ์ เรซซิ่ง’ อริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช ก็ได้มาเข้าร่วมการแข่งขันในรุ่นพันซีซีเช่นเดียวกัน ควบ YZF-R1 และสามารถคว้าโพเดียมอันดับ 4 ไปครองได้สำเร็จ โดยผู้ที่ทำเวลาต่อรอบดีที่สุดของการแข่งขันในรุ่นนี้ตกเป็นของนักบิดหมายเลข 994 คุณจาตุรนต์ เลิศมุธากร จากทีม Updej Racing Team โดยกดเวลาอยู่ที่ 1:06.763 นาที ทำความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 129.413 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  และแน่นอนว่าน้ำมันเครื่องจากประเทศเยอรมนีค่ายนี้ก็ยังเป็นแบรนด์น้ำมันเครื่องที่นักแข่งในรายการ SuperBikeMag.com Trackday&Trophy 2025 ได้เลือกใช้จริง ๆ ซึ่งคุณศุภลาภ แสงจริง นักแข่งหมายเลข 161 ในรุ่น Scooter 300-350cc OPEN จากทีม N Bike Pro Shop Chonburi ก็ได้ออกมายืนยันว่าน้ำมันเครื่องของทางแบรนด์จะใช้งานหนักแค่ไหนก็เอาอยู่ ไม่มีปัญหา “รถแข่งทุกคันเราใช้น้ำมันเครื่อง FUCHS Silkolene ทุกลำ รถโมดิฟาย และเอาไปซัดแช่คันเร่งในสนามอย่างหนัก เอาอยู่สบาย ๆ จ้า  ขอบคุณสปอนเซอร์น้ำมันเครื่องดีๆให้เราใช้ทำผลงานดีๆ  FUCHS Silkolene ” อ่านต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) สำหรับการแข่งขันในรุ่นพันซีซี ‘FUCHS Silkolene Superbike 1,000CC’ จะยังคงความสนุกเร้าใจกันอย่างต่อเนื่องในการแข่งขันสนามที่สองของฤดูกาล

Aprilia Racing สู่ขอดาวเด่น Moto2 แทนที่ “มาร์ติน”

Aprilia Racing สู่ขอดาวเด่น Moto2 แทนที่ “มาร์ติน” Aprilia Racing ต้นสังกัดปัจจุบันของแชมป์โลกคนล่าสุดอย่าง ‘มาร์ติเนเตอร์’ ฆอร์เก้ มาร์ติน ออกมาให้ความสนใจดาวรุ่งสัญชาติอังกฤษหนึ่งคน ขึ้นมาเป็นตัวแข่งของทีมโรงงาน ซึ่งอาจจะมีความเป็นไปได้ที่จะให้มาแทนที่ของฆอร์เก้ มาร์ติน  ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาฆอร์เก้ มาร์ติน ได้ออกมาโพสต์ผ่านในช่องทาง Instagram ส่วนตัวของเขาเกี่ยวกับการตัดสินใจในการ ‘บอกลา’ ทีมโรงงานของค่ายเทพสามตา โดยมีเนื้อหาในความดังนี้   “สวัสดีทุกคน, ผมอยากจะแชร์คำอธิบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานการณ์ของผมกับ Aprilia ให้กับแฟน ๆ สื่อมวลชน และทุกคนที่ติดตามเส้นทางอาชีพของผม ผมไม่เคยละเมิดสัญญาแต่อย่างใด เมื่อตอนที่เราเซ็นสัญญากัน ผมได้ตกลงกับ Aprilia ว่า หากเงื่อนไขบางประการไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ ผมขอสงวนสิทธิ์ในการตัดสินใจเรื่องอนาคตของผมในปี 2026 ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ผมตัดสินใจยอมรับข้อเสนอในสัญญาฉบับนั้น ตอนที่ผมตัดสินใจเปลี่ยนทีมผู้ผลิตเมื่อปีที่แล้ว หนึ่งในข้อกำหนดของผมก็คือ การมีโอกาสทดสอบรถแข่งในสถานการณ์จริง และเข้าใจทีมงานรวมถึงวิธีการทำงานของพวกเขา เพื่อให้ผมรู้สึกมั่นใจที่จะเซ็นสัญญา 2 ปีแทนที่จะเป็นเพียงปีเดียว เราจึงใส่เงื่อนไขข้อนี้ไว้ในสัญญาด้วย เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจตามวันที่กำหนดไว้ในสัญญา ผมจึงตัดสินใจใช้สิทธิ์ในการยุติสัญญาของผมสำหรับฤดูกาล 2026 ผมดำเนินการเรื่องนี้ด้วยความเคารพ ชัดเจน และมีเจตนาเพียงอย่างเดียว คือการควบคุมอนาคตของตัวเองในฐานะนักกีฬาอาชีพ น่าเสียดายที่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุล้ม แม้ว่าโดยข้อเท็จจริงแล้วจะไม่ได้กระทบกับข้อตกลงที่เราได้ตกลงกันไว้ แต่ก็ส่งผลต่อช่วงเวลานี้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผมเปิดรับการพูดคุยกับทาง Aprilia มาโดยตลอด เพื่อขยายระยะเวลานี้ออกไปจนถึงการแข่งขันกรังด์ปรีซ์จำนวนหนึ่ง หลังจากที่ผมกลับมาลงแข่งอีกครั้ง เป้าหมายคือให้ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสให้กันและกันอีกครั้ง และรู้สึกมั่นใจก่อนที่จะตัดสินใจสำหรับฤดูกาล 2026 ผมซื่อสัตย์กับ Aprilia มาโดยตลอด ผมให้คุณค่ากับตัวรถ ทีมงาน และความทุ่มเทของทุกคนที่มีส่วนร่วมในโปรเจกต์นี้ สิ่งเดียวที่ผมขอคือให้ความตั้งใจและจิตวิญญาณของข้อตกลงที่เคยตกลงกันไว้กับ Aprilia ได้รับการเคารพ ไม่มีความขัดแย้งหรือการตำหนิใด ๆ ผมแค่ต้องการมองไปข้างหน้าอย่างชัดเจน หลังจากช่วงเวลาที่ยากลำบากและบาดเจ็บอย่างรุนแรง และยังคงมุ่งมั่นที่จะทุ่มเททุกสิ่งที่ดีที่สุด ทั้งในและนอกสนาม ขอบคุณทุกคนสำหรับความเข้าใจและความเคารพ ฆอร์เก้ มาร์ติน” โดยฆอร์เก้ มาร์ติน กับทีมโรงงานของค่ายเทพสามตานี้อาจจะยังดูไม่ค่อยมีความเข้ากันเท่าที่ควร โดยย้อนกลับไปในช่วงทดสอบที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย มาร์ตินเองก็ประสบอุบัติเหตุหนัก หลังจากนั้นไม่นาน ในช่วงก่อนเปิดการแข่งขันฤดูกาล 2025 มาร์ตินก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นอีกครั้ง  และเมื่อได้โอกาสกลับเข้ามาลงสนามในการแข่งขัน Qatar Airways Grand Prix of Qatar 2025 เจ้าตัวก็ไม่สามารถแข่งขันได้จบ เพราะเกิดอุบัติเหตุล้มหลังจากวิ่งได้เพียง 13 รอบเท่านั้น โดยการประสบอุบัติเหตุของเจ้าตัว ทำให้ไม่สามารถกลับเข้ามาแข่งขันได้อาจเป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจในการบอกลาทีม แน่นอนว่าการออกมาบอกลาที่ ‘ชัดขนาดนี้’ ของฆอร์เก้ มาร์ติน ก็เป็นเรื่องที่ทางอะพริเลียไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ แต่หากค่ายก็เหมือนว่าจะมีแผนรับมือรอไว้อยู่แล้ว ซึ่งเป้าหมายที่ว่าก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นนักบิดสัญชาติอังกฤษในการแข่งขัน Moto2 อย่าง ‘Jake Dixon’ (เจค ดิกสัน) จากทีม Elf Marc VDS Racing ตามรายงานของ Motosprint ปัจจุบันดิกสันอยู่ในอันดับที่ 3 สะสมได้ 82 คะแนน แม้จะมีความสนใจมากน้อยแค่ไหน แต่เส้นทางของดิกสันในการเข้าสู่ทีมโรงงานของ Aprilia ยังเต็มไปด้วยความซับซ้อน และขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ เป็นหลัก  หากเก้าอี้ที่จำเป็นต้องว่าง คงเป็นเครื่องหมายตัวใหญ่ของทางทีม ตำแหน่งนักแข่งของทีมจะลงเอยอย่างไรนั้น ก็คงจะต้องหาผู้ที่คู่ควรต่อไป อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ซาร์โก้ เลือกแล้ว ? ตั้งเป้าเพื่อทีมรอง ไม่ขอทีมโรงงาน

ซาร์โก้ เลือกแล้ว? ตั้งเป้าเพื่อทีมรอง ไม่ขอทีมโรงงาน โยฮันน์ ซาร์โก้ นักบิดจอมเก๋าของทีม Castrol LCR Honda ทีมแซทเทิลไลท์จากค่ายรถญี่ปุ่นอย่าง Honda ซึ่งก่อนหน้านี้ทางนักบิดสัญชาติฝรั่งเศสรายนี้คาดหวังว่าในช่วงปี 2026 ตัวเขานั้นจะได้รับโอกาสในการโปรโมตขึ้นสู่ทีมโรงงาน HRC แต่สุดท้ายแล้วก็มีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจที่จะอยู่กับทีมปัจจุบัน  โดยผลงานสุดร้อนแรงของเจ้าตัวคือการทะย้านคว้าโพเดียมในการแข่งขันที่สนาม Le Mans ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสนามโฮมเรซของเจ้าตัว และต่อเนื่องผลงานแจ่มด้วยการขึ้นโพเดียมอีกครั้งในการแข่งขันที่สนามซิลเวอร์สโตน ซึ่งผลการแข่งขันล่าสุดทั้งสองครั้งของเจ้าตัวเหมือนเป็นการชี้ให้เห็นถึงคุณภาพของนักแข่งที่อายุมากที่สุดในการแข่งขัน MotoGP และยังบ่งบอกถึงศักยภาพของการพัฒนาเจ้า RC213V อีกด้วย ซึ่งในช่วงก่อนหน้านี้ หลังการแข่งขันที่สนาม Le Mans นักบิดเจ้าของหมายเลข 5 รายนี้ก็คาดหวังว่าการสร้างผลงานยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้จะช่วยให้เขาได้รับโอกาสในการเลื่อนขึ้นสู่ทีมโรงงานของฮอนด้าในปี 2026 ที่ว่าเจ้าตัวทำไมถึงมีโอกาสในการก้าวขึ้นสู่ทีมโรงงานนั้น ก็เพราะนักแข่งทีมโรงงานคนปัจจุบันอย่างลูก้า มารินี่ กำลังจะหมดสัญญาหลังสิ้นสุดฤดูกาลนี้ แต่แล้วความคิดของเจ้าตัวก็เปลี่ยนไป เพราะจากบทสัมภาษณ์ล่าสุดที่เขาให้กับสื่อ Sky Italia หลังจากการแข่งขันที่สนามซิลเวอร์สโตน ซาร์โก้ยอมรับว่าอยากที่จะอยู่ที่เดิมต่อไปมากกว่า  “ความสัมพันธ์ของผมกับ Honda และเซ็กคิเนลโล่ดีมากเลยครับ” “แม้จะอยู่ในทีมของลูซิโอ เราก็ยังสามารถได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติม และกลายเป็นเหมือนรถโรงงานคันที่สามได้ นั่นคือสถานการณ์ในอุดมคติ เรากำลังคิดกันอยู่ว่าจะอยู่ที่นี่ต่อไปยังไง และเป็นเบอร์หนึ่งตัวจริงของ Honda ให้ได้” ในปัจจุบันสถานการณ์ในตารางคะแนนชิงแชมป์โลก ซาร์โก้ อยู่ในอันดับ 5 ของตารางคะแนน ซึ่งถ้าโยฮันน์ ซาร์โก้เลือกอยู่กับทีมกับ LCR ต่อไป นั่นอาจเปิดทางให้ฆอร์เก้ มาร์ติน ย้ายมาสู่ทีมโรงงาน Honda หากเขาตัดสินใจอำลา Aprilia อ่านเนื้อข่าวต้นฉบับได้ที่นี่ (คลิ๊ก) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ข่าวการแข่งขัน MotoGP

  • All Posts
  • MOTOGP
  • All Posts
  • MOTOGP
Diogo Moreira เรียนรู้จากซาร์โก้ ประเดิมสนามไทยจีพี 2026

Diogo Moreira นักบิดดาวรุ่งชาวบราซิลเผยการประเดิมสนาม MotoGP ครั้งแรกที่บุรีรัมย์ราบรื่นขึ้นเพราะได้เคล็ดลับจากซาร์โก้ติวเข้มเรื่องการคุมรถ

มาร์ค มาร์เกซ บุรีรัมย์ 2026

บทสัมภาษณ์ มาร์ค มาร์เกซ หลังผ่านศึกพรีซีซั่นเทสต์ที่บุรีรัมย์ 2026 เผยเหตุผลที่ไม่หาคำแก้ตัวแม้พลาดล้ม พร้อมอัปเดตสภาพร่างกายล่าสุด

ข่าวการแข่งขัน WSBK

  • All Posts
  • WSBK
  • All Posts
  • WSBK
2025 WorldSBK bimota ม้ามืดจากอิตาลี เปิดตัวแล้ว

2025 WorldSBK bimota ม้ามืดจากอิตาลี เปิดตัวแล้ว 2025 WorldSBK bimota เผยโฉมแล้วสำหรับทีมแข่งขันน้องเก่าหน้าใหม่ ค่ายผู้ผลิตในอิตาลีพร้อมหวนลงศึกสังเวียนอีกครั้งในฤดูกาล 2025 พร้อมสองนักแข่งที่คุ้นหน้าคุ้นตาอย่าง Alex lowes และ Axel Bassani รวมถึงตัวแข่งลวดลายใหม่ในโฉมสีขาว แดงและดำ ตัดแต้มน้ำเงินเล็กน้อย พร้อมเหล่าสปอนเซอร์ไม่ว่าจะเป็น Motul, Showa และ Square Bricks Offices ในรุ่นของ Bimota KB998  โดยรุ่นดังกล่าวเป็นการคอลแลปร่วมกันระหว่างแบรนด์อิตาลีกับค่ายรถคาวาซากิ ซึ่งบิโมต้ากับค่ายเขียวนั้นมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกันมาอย่างเนิ่นนาน นอกจากโฉมตัวแข่งแล้ว โฉมโมเดลที่มีขายยังคอลแลปร่วม เปิดตัวมาขายหลากหลายรุ่นเช่นกัน โดยเจ้า Bimota KB998 มาพร้อมพื้นฐานเครื่องยนต์ Kawasaki ZX-10R กับหัวใจสี่สูบเรียง ซึ่งเป็นเครื่องระดับตำนานที่พาทีมคว้าแชมป์โลกมาแล้วมากมาย   ซึ่งล่าสุดยังได้สร้างผลงานอย่างเฉิดฉายด้วยผลเวลาซ้อมดีสุดกับท็อป 3 ตลอดรอบการเทสทั้งในสนามเฆเรซและปอร์ติเมาที่ผ่านมาอีกด้วย  Alex Lowes กล่าวว่า “ก่อนอื่นเลย ผมชอบสีของรถปี 2025 มาก! ผมตื่นเต้นมากที่ได้เห็นว่า Bimota และ Kawasaki จะทำอะไรได้บ้างในปีนี้ ทีมงานทุกคนทุ่มเทอย่างมากเพื่อให้โครงการนี้เริ่มต้นขึ้น ผมซาบซึ้งมาก ผมรู้สึกดีตั้งแต่ได้ลองขี่รอบแรก เป้าหมายของผมคือสานต่อจากปี 2024 และคว้าผลการแข่งขันที่ดีที่สุดให้ได้” Axel Bassani เผยว่า “วันนี้เรานำเสนอรถแข่งใหม่ ทีมแข่งใหม่ และทุกอย่างใหม่หมด มันพิเศษมากเพราะเราจัดงานที่ บ้านเกิดของผม” “นี่เป็นการผจญภัยครั้งใหม่สำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็น Kawasaki, Bimota และพวกเราในฐานะนักแข่ง สีของรถแข่งปีนี้เป็นแนว Old School แต่ก็มีความร่วมสมัย ผมคิดว่าทุกคนจะชอบลวดลายนี้มาก..ผมหวังว่าเราจะสามารถ แสดงศักยภาพของทีมและสู้เพื่ออยู่แถวหน้าของการแข่งขัน เราต้องการสร้างการแข่งขันที่ยอดเยี่ยม เก็บผลลัพธ์ที่ดี และสนุกไปกับมัน!” การเปิดตัว Bimota KB998 Rimini และทีม Bimota by Kawasaki Racing Team (BbKRT) ถือเป็น ก้าวสำคัญของ Bimota ในการกลับเข้าสู่เวที WorldSBK ร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Kawasaki ทีมแข่งตั้งเป้าหมาย ขึ้นโพเดียม และหวังว่าจะสามารถสร้างประวัติศาสตร์บทใหม่ให้กับ Bimota ในโลกของซูเปอร์ไบค์ระดับโลก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

YAMAHA WSBK 2025 เปิดตัวทีมแข่ง ลุยศึกโปรดักท์ชัน 2025

YAMAHA WSBK 2025 เปิดตัวทีมแข่ง ลุยศึกโปรดักท์ชัน 2025 เมื่อฤดูกาลแข่งขัน WorldSBK 2025 ใกล้จะเริ่มต้นขึ้น ทีมต่าง ๆ ก็พร้อมทยอยเปิดตัวทีมออกมาให้สาธารณชนได้เห็นกันแล้ว ล่าสุดฝั่งค่ายรถเลือดสีน้ำเงินอย่าง Yamaha ได้เผยโฉมลวดลายใหม่สำหรับทีม Pata Maxus Yamaha และ GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team พร้อมที่จะดวลศึกโปรดักท์ชันการแข่งขันสำหรับฤดูกาลนี้ พร้อมไลน์อัพนักบิดฝั่งเลือดน้ำเงินนำโดย Jonathan Rea และ Andrea Locatelli (Pata Maxus Yamaha) และพ่อหนุ่มรูปงามอย่าง Remy Gardner และ Dominique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) โดยการกลับมาในครั้งนี้ อาจเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่ยังคงเอกลักษณ์ด้วยพื้นเฉดสีฟ้า พร้อมการเพิ่มแถบสีโทนอ่อนบริเวณแฟริ่งด้านหน้าของรถ Yamaha R1 และแน่นอนชุดนักแข่งด้วยเช่นกัน  Andrea Dosoli ผู้จัดการฝ่ายมอเตอร์สปอร์ต ยามาฮ่า มอเตอร์ ยุโรป กล่าวว่า “ปี 2025 ถือเป็นก้าวสำคัญของ Yamaha ในการฉลองครบรอบ 10 ปีนับตั้งแต่การมาครั้งแรกในปี 2016 พร้อมกับการเป็นพันธมิตรกับ Pata Snack มาเป็นเวลา 10 ปีเช่นกัน แม้ว่าผลลัพธ์ในปี 2024 จะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แต่ความทุ่มเทและความร่วมมือจากวิศวกร ทีมงาน YME นักแข่ง และทีมแข่งของเรายังคงเหนียวแน่นตลอดมา”  “ในช่วงฤดูหนาว ทุกคนได้ทำงานอย่างหนักเพื่อยกระดับสำหรับฤดูกาล 2025 และความก้าวหน้าจากการทดสอบในฤดูหนาวก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เราในการเตรียมพร้อมสำหรับปีนี้ การแข่งขันใน WorldSBK มีความเข้มข้นและระดับสูงมาก เราจึงตื่นเต้นที่จะได้สัมผัสการแข่งขันที่ดุเดือดและตื่นเต้นอีกครั้งในปีนี้” Niccolo Canepa ผู้จัดการด้าน Road Racing ของ Yamaha Motor Europe กล่าวว่า “เป็นสถิติที่น่าประทับใจที่เรามีนักแข่งแชมป์โลกถึง 5 คนที่ใช้รถ R1 ในการแข่งขันความสำเร็จของ Jonathan Rea เป็นที่ประจักษ์อยู่แล้วในฐานะนักแข่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ แม้ว่าปีที่แล้วเขาจะเผชิญความท้าทาย แต่ความมุ่งมั่นและความแข็งแกร่งของเขานั้นไม่มีใครเทียบได้ และประสบการณ์ 1 ปีของเขากับ R1 จะมีบทบาทสำคัญในฤดูกาลนี้ สำหรับ Andrea Locatelli กำลังเข้าสู่ฤดูกาลที่ 5 หลังจากแสดงศักยภาพที่โดดเด่น เราเชื่อมั่นว่าเขาจะต่อยอดความสำเร็จของเขาต่อไป” “ความต่อเนื่องถือเป็นสิ่งสำคัญในการแข่งขัน โดย Remy Gardner และ Dominique Aegerter ยังคงอยู่กับทีมต่อเนื่องเป็นฤดูกาลที่ 3 ทีมของเรามีความพร้อมที่ดี ทั้งสองคนแสดงศักยภาพที่ยอดเยี่ยมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เรายังรู้สึกตื่นเต้นกับการที่ Yamaha Motoxracing Team ขยายทีมมาใช้รถ 2 คันในฤดูกาล 2025 โดยมี Tito Rabat แชมป์ Moto2 ปี 2014 และ Bahattin Sofuoglu นักแข่งชาวตุรกีผู้มากความสามารถ ทีมของเราทุกคนได้ทำงานอย่างเต็มที่ และเรารอคอยที่จะเริ่มต้นฤดูกาล 2025 ที่น่าตื่นเต้นนี้” เปิดประเดิมทีมแข่งเป็นที่เรียบร้อย สำหรับค่ายส้อมเสียง พร้อมการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่และพร้อมพิสูจน์ฝีมือในฤดูกาล 2025 นี้ ต้องมาลุ้นกันว่าทางทีมนั้นจัดเต็มขนาดไหนต้องมาชมการแข่งขันสนามแรกที่ ฟิลิป ไอซ์แลนด์ วันที่ 23-25 ก.พ. 68 นี้ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bimota jerez test 2025 ความท้าทายครั้งใหม่และโอกาสในการพัฒนา

Bimota jerez test  ‘ความท้าทายครั้งใหม่และโอกาสพัฒนา’ ในการแข่งขัน World Superbike (WSBK) ฤดูกาล 2025 ที่จะมาถึง เราอาจจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของทีม Bimota กับการเปิดตัวรถใหม่ KB998 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อลุยสนามอย่างเต็มตัว โดยหนึ่งในนักแข่งที่รับหน้าที่ในการทดสอบและพัฒนารถแข่งคันใหม่อย่าง Axel Bassani พร้อมทำการลงซ้อมสนามแรกใน Bimota jerez test 2025 อักเซล บาสซานี ผู้ได้รับความไว้วางใจจากทีมบีโมต้า กล่าวถึงการทดสอบรถแข่งที่สนามเฆเรซในสเปน โดยทางทีมพยายามที่จะพัฒนาระบบต่าง ๆ ของตัวรถ แม้ว่าผลทดสอบจากการขี่ในสภาพอากาศที่แตกต่างกันจะเผยให้เห็นถึงจุดที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติมมากมาย Bimota jerez test 2025 การทดสอบครั้งแรกและข้อมูลที่ได้ @worldsbk Both Bimota by Kawasaki Racing Team riders Axel Bassani and Alex Lowes stormed into the TOP 3 this morning! 🔥 Day 2 of testing is halfway through ⏱️🛠️ #WorldSBK #motorcycle #motorsport #racing #sportsontiktok ♬ original sound – WorldSBK โดยการทดสอบที่เฆเรซ บาสซานีทำเวลาได้ดีที่สุดเป็นอันดับที่ 5 (Day1 แทร็กแห้ง) ด้วยผลเวลา 1.39.463 นาที (52 laps) และอันดับที่ 4 (Day2 แทร็กเปียก) กับผลเวลา 1.54.426 นาที (36 laps) ในท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน ซึ่งเขาสามารถนำหน้าเพื่อนร่วมทีมอย่าง Alex Lowes ได้ในการทดสอบครั้งนี้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาและทีมจะไม่เผชิญกับความท้าทายในปีนี้ หลังจากการทดสอบครั้งแรกของปี 2025 ที่เฆเรซ บาสซานี กล่าวว่ามีหลายจุดที่จักรยานยนต์ยังต้องพัฒนา โดยเฉพาะในด้านของการขับขี่ใน Wet Track เขาเน้นว่าการทดสอบในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ทีมสามารถรวบรวมข้อมูลและเข้าใจถึงข้อดีและข้อเสียของตัวรถในทุกสภาพการขี่ ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่มีค่ามากสำหรับการพัฒนาในระยะยาว “มันเป็นการทดสอบที่ดีสองวัน แต่เราได้ทำแค่ครึ่งวันในวันแรกและวันที่สอง..เราไม่ได้ทำรอบเยอะมาก แต่เราก็ได้รับข้อมูลบางอย่างซึ่งถือว่ามีความสำคัญมาก” “ในสภาพแห้งมันดีอยู่ แต่ก็มีความยากหน่อยเพราะลมแรงมาก ซึ่งทำให้การขี่ไม่ง่าย” เขากล่าวเสริม “แต่ในสภาพอากาศเปียกเราต้องทำงานหนักมาก เพราะมันเป็นครั้งแรกที่เราได้ทดสอบในสภาพนี้ เราต้องพัฒนาให้ดีขึ้นทุกด้าน เพราะมันยังใหม่หมดเลย” การขี่ในแทร็กเปียกจึงเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนารถจักรยานยนต์สำหรับการแข่งขัน เพราะสภาพแวดล้อมนี้มักเกิดขึ้นได้บ่อยในระหว่างการแข่งขันจริง ซึ่งสามารถส่งผลต่อประสิทธิภาพของตัวรถได้ ดังนั้นทางทีมจะต้องพัฒนาการเซ็ตติ้งของเจ้า KB998 ให้สามารถทำงานได้ดีทั้งในสภาพอากาศที่แตกต่างกัน ความท้าทายด้านการตั้งค่าช่วงล่าง การเซ็ตติ้งช่วงล่างเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่นักแข่งและทีมงานกำลังพัฒนา โดยเฉพาะโช้คหลัง ซึ่งเขาเผยว่าการปรับเซ็ตยังไม่เป็นไปที่ต้องการจากการขี่ในช่วงทดสอบที่ผ่านมา “ที่ด้านหลัง ผมยังไม่ได้ความรู้สึกที่ต้องการ..เราได้ลองอะไรหลายอย่างและร่วมกับ Showa เพื่อหาวิธีแก้ไข เพราะตอนนี้เรายังประสบปัญหามากในการขี่ให้เร็ว” แม้ว่าในช่วงทดสอบนี้จะยังมีหลายสิ่งที่ต้องปรับปรุง แต่เจ้าตัวมองบวกและมั่นใจว่าเขาและทีมบิโมต้าสามารถพัฒนาตัวแข่งได้อย่างเต็มที่ในอนาคต “พื้นฐานไม่เลวและเวลาในรอบก็ไม่เร็วมาก แต่ก็ไม่ช้าเกินไป ผมคิดว่าเรามีหลายจุดที่สามารถทำงานและพัฒนาได้” โดยการพัฒนาเจ้า KB998 ในการแข่งขันฤดูกาล 2025 จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับทั้งตัวนักแข่งและทีมที่จะพิสูจน์ศักยภาพของจักรยานยนต์รุ่นนี้ในการแข่งขันระดับโลก ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับทีมเท่านั้น แต่ยังเป็นการเพิ่มความมั่นใจในการต่อสู้เพื่อคว้าแชมป์ในอนาคต อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jonathan Rea โชว์จ่าฝูงแทร็กฝน ลุยเทสแพ็คเกจชิ้นใหม่

Jonathan Rea โชว์จ่าฝูงแทร็กฝน ลุยเทสแพ็คเกจชิ้นใหม่ ต่อด้วยการเทสในวันที่สองของรอบการซ้อมครั้งแรกของฤดูกาล 2025 จากทางฝั่ง WorldSBK ซึ่งนอกเหนือจากนักบิดทางฝั่งดูคาติแล้ว อีกหนึ่งคนที่จะไม่กล่าวเลยก็ไม่ได้กับอดีตแชมป์โลก 6 สมัยอย่าง Jonathan Rea ก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมไม่น้อยเช่นเดียวกัน โดยทำเวลาต่อรอบดีที่สุดถึงแม้ฝนจะตกซึ่งเป็นอุปสรรคสำหรับการขับขี่ในสนามก็ตาม โดยผลการซ้อมที่ปรากฎอยู่ในไทม์ชีตกับเวลา Best Lap ที่ 1.53.058 นาที จากการซ้อมตลอดทั้งวันของเจ้าตัว (40 Lap) แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะที่ดีของตัวแข่งโปรดักท์ชันทางค่ายอย่าง Yamaha R1 “คุณต้องใช้วัตถุดิบที่ดีทั้งหมดเพื่อทำเค้กที่ดี ผมคิดว่าที่ดีที่สุดยังไม่ได้มา เรายังมีวัตถุดิบอื่นๆ ที่จะตามมาในสัปดาห์และเดือนต่อๆ ไปของฤดูกาล” “เรากำลังพยายามปรับปรุงมอเตอร์ไซค์ทั้งระบบ ซึ่งรวมถึงเครื่องยนต์ แชสซี อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนโดยรวม…เรื่องร่างกายก็เช่นกัน ผมพยายามลดน้ําหนักในช่วงพักการแข่งขันเพื่อรวมทุกอย่างปรับเข้าด้วยกัน” โจนาธานกล่าว ส่วนทีมเมทหนุ่มร่วมค่าย Andrea Locatelli นั้นประสบอุบัติเหตุตั้งแต่โค้ง 1 เมื่อช่วงเช้า แต่โชคดีที่เจ้าตัวไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร ยังสามารถลงซ้อมต่อได้และจบด้วยผลเวลาดีสุดเป็นอันดับที่ 10 ที่ 1.55.429 นาที (19 Lap)  Paul Denning หัวหน้าทีมของยามาฮ่า ได้ออกมาเผยว่า แพ็กเกจชิ้นใหม่ที่นำมาปรับกับรถยามาฮ่านั้น สังเกตุได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง คาดว่าฤดูกาลนี้ทางทีมคงมีทิศทางที่ดีขึ้น ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีอีกหนึ่งค่าย หลังจากที่เงียบหายไปค่อนข้างนานสำหรับฤดูกาลที่ผ่านมา เรามาลุ้นกันว่าแชมป์โลกคนนี้จะสามารถกลับมาทวงบัลลังก์บนการแข่งขันได้อีกครั้งหรือไม่ ใคร ๆ ที่ติดตามสามารถชมการแข่งขันสนามแรกได้ในวันที่ 23-25 ก.พ. 68 นี้ ที่สนามแข่งขันฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย  อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Nicolo Bulega กดเวลาอันดับ 1 ซ้อมแรก ในเฆเรซ

Nicolo Bulega กดเวลาอันดับ 1 ซ้อมแรก ในเฆเรซ เมื่อฝั่งโมโตราดนั้นฉลองการเป็นแชมป์โลก WSBK อย่างสุดชื่นมื่น อีกฝากฝั่งหนึ่งนั้นก็ได้แอบซุ่มซ้อมอย่างเงียบ ๆ เพื่อรอแค้นชำระในศึกการแข่งขันที่กำลังมาถึง อย่าง Nicolo Bulega (Aruba.it Racing – Ducati) พ่อหนุ่มรูปงามจากอิตาลี รองแชมป์โลก WSBK เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา โดยล่าสุดเจ้าตัวได้ทำการลงซ้อมครั้งแรกที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปน พร้อมกดเวลาต่อรอบดีสุดด้วยเวลา 1.38.731 นาที กดเวลาโหด เหมือนโกรธใครมา Andrea Iannone Scott Redding’s @worldsbk New season, new upgrades, and plenty of work ahead! 💪 The first 2025 test is officially underway at Jerez! 🛠️ #WorldSBK #motorcycle #motorsport #racing #sportsontiktok ♬ original sound – WorldSBK ขึ้นสู่ตำแหน่งอันดับ 1 มาอย่างง่ายดาย และเป็นคนเดียวที่สามารถทำได้ (หรืออาจเป็นเพราะแรงแค้น) ต่อด้วยอันดับ 2 อย่าง Andrea Iannone (Team Pata GoEleven) 1’39.181 นาที และ Scott Redding’s (MGM BONOVO Racing) เวลา 1’39.280 นาที โดยสามอันดับบนหัวตารางในรอบซ้อม ล้วนเป็นทีมแข่งจาก Ducati ทั้งสิ้น ซ้อมแรก อันดับสวย ส่วนนักบิดทีมน้องใหม่ที่กำลังเป็นที่สนใจจากแฟน ๆ อย่าง Bimota by Kawasaki Racing Team โดย Axel Bassani สามารถปิดผลงานได้ดีด้วยผลอันดับการซ้อมที่ 5 กับเวลา 1’39.463 นาที และนับเป็นตัวแข่งพลังสูบเรียงรุ่นเดียวที่สามารถติดท็อป 5 ไปได้ ในขณะที่คู่หูทีมเมทแชมป์โลกอย่าง Alvaro Bautista จบเวลาการซ้อมเป็นอันดับที่ 8 ทำเวลาตีคู่มาพร้อมกับ Alex Lowes หรือเจ้าตัวแค่มาวอร์มในสนามเล่น ๆ อันนี้ก็ไม่แน่ใจเช่นกันครับ ผลอันดับการซ้อม Nicolo Bulega (Aruba.it Racing – Ducati) 1’38.731 นาที Andrea Iannone (Team Pata GoEleven) 1’39.181 นาที Scott Redding (MGM BONOVO Racing) 1’39.280 นาที Garrett Gerloff (Kawasaki WorldSBK Team) 1’39.332 นาที Axel Bassani (bimota by Kawasaki Racing Team) 1’39.463 นาที Danilo Petrucci (Barni Spark Racing Team) 1’39.548 นาที “แล้วบังโต..ไปไหน” หากใครกำลังถามหาแชมป์โลกคนปัจจุบันอย่าง โทปรัค ราซกัตลิโอกลู แล้วหล่ะก็ ต้องอาจรอถึงการแข่งขันสนามแรกเลยหล่ะครับ เพราะว่าเจ้าตัวนั้นพึ่งประสบอุบัติเหตุจากการลงขี่ทางฝุ่นไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และเข้ารับผ่าตัดรักษานิ้วชี้ข้างขวา ซึ่งต้องใช้ระยะเวลารักษาตัวซักพักทีเดียว ก็ภาวนาขอให้เจ้าตัวหายไว ๆ แล้วกลับมาลงสนามในเร็ว ๆ นี้ โดยการแข่งขันสนามแรกจะจัดขึ้นวันที่ 21-23 ก.พ. 68 ที่ฟิลิป ไอซ์แลนด์ ออสเตรเลีย เตรียมรอชมกันได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Subaru Solterra รับบท Safety Car ในการแข่ง WSBK2025

Subaru Solterra รับบท Safety Car ในการแข่ง WSBK2025 Subaru Solterra รถยนต์พลัง EV จากค่าย Subaru แบรนด์รถยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น จะเข้ามารับบทบาทของรถ Safety Car ของการแข่งขัน SUPERBIKE WORLD CHAMPIONSHIP แทนที่ของ Dodge Challenger SPTs ภายใต้ข้อตกลงในระยะเวลา 3 ปีตั้งแต่ปี 2025 ถึงปี 2027 ซึ่งหมายความว่ารถ SUV ไฟฟ้าคันนี้จะเข้ามารับหน้าที่ตั้งแต่ฤดูกาล 2025 เป็นต้นไป รายละเอียดสเปคเบื้องต้น รายละเอียดสเปคของรถ SUV ไฟฟ้าคันนี้มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ แบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (All-Wheel Drive) ขนาด 71.4 kWh ให้พละกำลังรวมกันสูงสุดอยู่ที่ 217 แรงม้าที่มาพร้อมแรงบิดอยู่ที่ 168 นิวตันเมตร โดยทางค่ายเคลมระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้งอยู่ที่ 228 ไมล์หรือ 366 กิโลเมตร อีกทั้งรถคันนี้ยังรองรับการใช้งานร่วมกับเครื่องชาร์จ DC แบบเร็ว (DC Fast Charger) ซึ่งช่วยให้ชาร์จไฟได้ถึง 80% ภายในระยะเวลาประมาณ 30 นาที ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อในรถโมเดลนี้มีการทำงานจับคู่กับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า จึงทำให้รถคันนี้มีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาพถนน ตั้งแต่ถนนในเมืองไปจนถึงเส้นทางโคลน ตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำจึงช่วยให้เพิ่มเสถียรภาพการควบคุม ทำให้การขับขี่มีความสนุกมากยิ่งขึ้น จับมือกับการแข่ง WSBK รถยนต์จากค่าย ‘ดาวลูกไก่’ จะมีบทบาทสำคัญในการรักษาความปลอดภัยบนสนามแข่งตลอดฤดูกาลแข่งขันรายการ WSBK โดยรถคันนี้มีหน้าที่ในการประเมินสภาพสนามก่อนเริ่มการแข่งขันในแต่ละรอบ ไม่เพียงแค่รักษาความปลอดภัยก่อนเริ่มการแข่งขัน แต่บริเวณโดยรอบสนามแข่งขันในแต่ละครั้งจะมีพื้นที่พิเศษในการจัดแสดงรถยนต์ของทางค่ายเพื่อให้สื่อและแฟน ๆ ของ WorldSBK ได้สัมผัสกับนวัตกรรมล่าสุดของ Subaru รวมถึงมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษ เช่น การทดลองขับบนสนามแข่ง การทดสอบรถ และกิจกรรมสนุกสนานอื่น ๆ อีกมากมาย Francesco Valentino (ฟรานเชสโก้ วาเลนติโน่) หัวหน้าฝ่ายการค้า และการตลาดของการแข่งขันรายการ WorldSBK ได้ออกมาแสดงความตื่นเต้นต่อความร่วมมือกับแบรนด์ Subaru ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Subaru ในฐานะพันธมิตรรถเซฟตี้คาร์อย่างเป็นทางการของ WorldSBK Solterra เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างนวัตกรรม สมรรถนะ และความน่าเชื่อถือ ทำให้มันเป็นรถที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการแข่งขันของเรา การมุ่งเน้นของแบรนด์รถยนต์ค่ายนี้ มีการเน้นในการผลิตรถยนต์คุณภาพสูงนั้นซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ WorldSBK ที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศ ความร่วมมือครั้งนี้ยังตอกย้ำถึงคุณค่าของการแข่งขันในฐานะแพลตฟอร์มการตลาดระดับโลกอีกด้วย” โดยรถ Safety Car จากค่าย ‘ดาวลูกไก่’ จะเริ่มปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยบนสนามแข่งในรายการ WSBK ตั้งแต่ฤดูกาล 2025 เป็นต้นไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก