
Marc Marquez 2027 เจ้าตัวเปิดใจยอมทิ้งรายได้มหาศาลเพื่อย้ายมาขับ Ducati เผยเป็นสิ่งที่ถูกสอนมาตั้งแต่เด็ก
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Marc Marquez 2027 เจ้าตัวเปิดใจยอมทิ้งรายได้มหาศาลเพื่อย้ายมาขับ Ducati เผยเป็นสิ่งที่ถูกสอนมาตั้งแต่เด็ก

Aprilia MotoGP 2026 เป้าหมาย กลายเป็นปัญหาใหญ่หลังบอสทีมโรงงานอิตาลีประกาศว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งของโลก เสี่ยงทำทีมเต็งอย่าง Ducati

KTM จัดใหญ่ ชวนสาวกเลือดส้มซิ่งงาน SuperBikeMag Trackday 2025 ผ่านไปแล้วกับแล้วกับกิจกรรม SuperBikeMag.com Trackday&Trophy 2025 สนามที่ 1 ของฤดูกาล เมื่อวันที่ 23 – 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งในการแข่งขันนัดเปิดสนามประจำฤดูกาลนี้ เหล่าสาวกผู้หลงใหลในความเร็วก็ได้ไปประลองความเร็วกันที่สนามพีระเซอร์กิต จังหวัดชลบุรีเช่นเคย แน่นอนว่ากิจกรรมสนามแรกของปี 2025 นี้ก็มีค่ายรถหลากหลายแบรนด์เข้ามาร่วมเป็นสปอนเซอร์ภายในงาน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีค่ายสัญชาติออสเตรียอย่าง KTM เข้ามาเปิดรุ่นการแข่งขันพิเศษภายใต้ชื่อ KTM 390 Series เพื่อให้สาวกเลือดส้มได้ซิ่งกันในสนาม พร้อมล่ารางวัลแชมป์ประจำปีไปครองกันอีกด้วย ค่ายใจดี.. จัดพิทให้สำหรับลูกค้า ไม่เพียงแค่มาเป็นสปอนเซอร์รายการแล้วเปิดรุ่นแข่งให้เท่านั้น แต่ทาง ค่ายเลือดส้มนี้ยังใจดีกับสาวก พร้อมเซอร์วิสเหล่านักแข่งที่จะเข้ามาร่วมแข่งขันในรุ่น KTM 390 Series ด้วยการเปิดพิทรองรับกลุ่มลูกค้า เพื่อให้เหล่านักแข่งมีพื้นที่สำหรับการพักผ่อน และการเซอร์วิสตัวแข่งของนักแข่งในแต่ละท่าน บูธสินค้าพรีเมียมจากแบรนด์สัญชาติออสเตรีย ไม่เพียงแค่มาเปิดรุ่นการแข่งขันเท่านั้น แต่ทางค่ายรถจากประเทศออสเตรียก็ยังยกขบวนสินค้าต่าง ๆ ของทางแบรนด์มาร่วมจัดจำหน่ายภายในงานต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อคลุมสุดเท่, หมวกแก๊ป, ร่ม ลิขสิทธิ์แท้จากทีมโรงงานอย่าง Red bull KTM Factory Racing ในการแข่งขัน MotoGP โดยความพิเศษนอกจากนั้น ภายในบูธจำหน่ายสินค้าพรีเมียมก็ไม่ได้เพียงแค่เสื้อผ้า หรือ Accessory เท่านั้นแต่ยังมีก๊วน 4 หนุ่มสุดเท่มาให้ชาวเลือดส้มได้สัมผัสคันเป็น ๆ กันถึงในงาน ไม่ว่าจะเป็น KTM RC 390, KTM 390 DUKE และ Husqvarna SVARTPILEN 401 เพิ่มความมันส์.. กับการลุ้นแชมป์ประจำสนาม ที่ว่าเปิดรุ่นให้ขับขี่ ก็ไม่ได้ให้มาขี่กันเฉย ๆ เพียงอย่างเดียว สำหรับเหล่านักแข่งที่สมัครเข้ามาลงทะเบียนยังมีโอกาสในการลุ้นขึ้นโพเดียม แน่นอนว่าได้แชมป์สนามแล้วยังมีโอกาสได้ลุ้นแชมป์ประจำปีอีกด้วย สรุปผลการแข่งขันในรุ่น 390 Series อันดับ หมายเลข นักแข่ง สังกัดทีม 1 444 ธุรกฤต บัวผา Hi speed racing team 2 32 ชนะชัย บุญงาม Giga Bike Racing team 3 75 ยรรยง ไชยดารา ร่าเริงไรเดอร์ ID Helmet Wangnoi racing team 4 789 นภัสดล เหล็กดี Artshop racing team 5 365 นิติพงศ์ แสงสว่าง 65 Shop ลำลูกกา คลอง2 โดยเวลา Best Lap ที่ทำได้ดีที่สุดในการแข่งขันรอบนี้ตกเป็นของนักแข่งหมายเลข 444 คุณธุรกฤต บัวผา จากทีม Hi speed racing team กดเวลาต่อรอบดีสุดอยู่ที่ 1:11.494 นาที อีกทั้งยังสามารถทำท็อปสปีดสูงสุดได้ในการแข่งขันอยู่ที่ 120.849 กิโลเมตร/ชั่วโมง สำหรับในการแข่งขันสนามที่ 2 จะลงสนามทำการแข่งขันกันในระหว่างวันที่ 8 – 10 สิงหาคมนี้ที่สนามพีระเซอร์กิต พัทยา จังหวัดชลบุรี เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาเจอกันได้เลยที่งานจ้า อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มาร์ก มาร์เกซบอก แข่งสปรินท์ง่ายเหมือนกินหมู ! มาร์ก มาร์เกซ ยอดนักบิดจากทีมโรงงานดูคาติอย่าง Ducati Lenovo Team ออกมาเผยว่าในการแข่งขันฤดูกาลนี้ของเจ้าตัวนั้นสามารถรีดฟอร์มเก่งการแข่งขันในรอบสปรินท์เรซออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยนักบิดเจ้าของหมายเลข 93 รายนี้สามารถเก็บชัยชนะในการแข่งขันช่วงวันเสาร์ได้ถึง 6 สนามติดต่อกัน (การแข่งขัน 6 สนามแรกของฤดูกาล 2025) หากย้อนกลับไปในการแข่งขันฤดูกาล 2024 ขณะที่มาร์กยังอยู่กับต้นสังกัดเดิมอย่าง Gresini Racing หรือในชื่อปัจจุบันคือ BK8 Gresini Racing MotoGP เจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยรายนี้สามารถคว้าชัยชนะในการแข่งขันสปรินท์เรซได้เพียงสนามเดียว โดยเกิดขึ้นที่สนาม อารากอน ประเทศสเปน และสามารถคว้าชัยในการแข่งขันเรซหลักได้สนาม ได้แก่ สนามอารากอน ประเทศสเปน, สนามมิซาโน่ ประเทศอิตาลี และการแข่งขันที่สนามฟิลิปไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเปิดปฏิทินการแข่งขันปี 2025 ในฐานะนักบิดของทีมโรงงานดูคาติ มาร์เกซสร้างเปิดฉากพร้อมสร้างผลงานได้อย่างสมบูรณ์แบบในการแข่งขันสปรินท์เรซด้วยการคว้าชัย 6 สนามติดต่อกัน และการแข่งขันในเรซหลักสามารถเก็บชัยไปแล้วถึง 3 สนาม เจ้าของหมายเลข 93 ในฤดูกาล 2025 สองสนามเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของตัวเขาเองในสนามที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปน ส่วนการแข่งขันที่เลอมังส์ โยฮัน ซาร์โก จากทีมแซทเทิลไลท์ของฮอนด้าใช้กลยุทธ์ที่ชาญฉลาด และรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างยอดเยี่ยม จนสามารถทิ้งห่างนักบิดสัญชาติสเปนรายนี้ได้อย่างสบาย “ตอนนี้ ผมนี่แหละ มิสเตอร์วันเสาร์ แต่ผมอยากเป็นมิสเตอร์วันอาทิตย์แล้วพลาดบางเสาร์บ้างมากกว่า!” “จริง ๆ แล้วช่วงพรีซีซั่น ผมโฟกัสอย่างหนักกับวันเสาร์ เพราะมันคือจุดอ่อนของผมเมื่อปีที่แล้ว ทั้งเรื่องรอบควอลิฟาย และการแข่งสปรินต์ ซึ่งปีนี้ดูเหมือนจะกลับกันเลย ตอนนี้เราต้องหาสมดุลให้เจอ” โดยจ่าฝูงตารางคะแนนสะสมแชมป์โลกอย่าง มาร์ก มาร์เกซ จะลงทำการแข่งขันในสนามที่ 7 ของฤดูกาลที่สนามซิลเวอร์สโตน ประเทศอังกฤษ ในช่วงระหว่างวันที่ 23 พฤษภาคม – 25 พฤษภาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Prima Pramac ทีมแซทเทิลไลท์ของค่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าออกมารับว่าตอนนี้ทางทีมสนใจที่จะตามจีบ เอเนีย บาสเตียนินี่ เข้ามาร่วมทัพ

2025 Ohvale GP7 ตัวแข่งของเด็กประถม?? พร้อมสานฝันเหล่านักบิดเยาวชนทั่วโลก โดย Ohvale Official แบรนด์ผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์เรซซิ่งจากประเทศอิตาลี ทำการเผยโฉมตัวแข่งรุ่นใหม่ที่ใช้แข่งขันราายการ CIV Junior ของอิตาลี ซึ่งเป็นหนึ่งในซีรี่ย์ของ FIM MiniGP World Series อย่าง 2025 Ohvale GP7 มินิซูเปอร์ไบค์ ที่มาพร้อมพื้นฐานเครื่องยนต์ขนาด 250 ซีซี โดยมีเป้าหมายเพื่อให้นักแข่งได้สัมผัสและเรียนรู้ถึงเทคนิคการแข่งขันของจริง ทั้งบอดี้โพซิชั่น การเบรกลึก และไลน์เข้าโค้งเสมือนรถแข่งสมรรถนะระดับสูง นอกเหนือจากตัวแข่งในรุ่น GP-0 160cc และ GP-2 190cc แล้ว เจ้า GP7 จะถูกบรรจุในคลาสใหม่ของของการแข่งขัน โดยตัวรถมีการประกอบออกแบบใหม่ทั้งหมด ทั้งโครงสร้างและระบบช่วงล่างถูกปรับปรุงเพิ่มเติมจาก GP-0 และ GP-2 อาทิ แชสซีและสวิงอาร์มอลูมิเนียมชุดใหม่ โช้คอัพด้านหน้าแบบอัพไซส์ดาวน์ ด้านหลังเป็นโช้คแต่ง Ohlins TTX เซ็ตติ้งได้เต็มระบบ ระบบเบรกให้เป็นดิสก์เบรกโฟลทติ้งขนาด 300 มม. และ 190 มม. ปั๊มเบรก Brembo GP4-RS ล้อ Marchesini หน้า-หลัง 17 นิ้ว ท่อ Akrapovic และยางสลิก Pirelli Diablo Superbike SC1 สเปคแบบเดียวที่เคยใช้ในรุ่นแข่ง GP-2 องค์ประกอบต่าง ๆ ของตัวแข่ง ในส่วนของบล็อกเครื่องยนต์เป็นแบบสูบเดียว 4 วาล์ว ขนาด 250 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ มีขนาดกระบอกสูบและช่วงชัก 52.4 x 49.5 มม. ส่วนระบบเกียร์เป็นชุดเกียร์บ็อกซ์ 5 สปีดพร้อมควิกชิฟเตอร์ เป็นเบสมาตรฐานสำหรับการแข่งขัน ซึ่งมองโดยรวมแล้วดูคล้ายคลึงกับตัวแข่งในรุ่น Moto3 ทีเดียว สำหรับตัวแข่งขันดังกล่าวจะใช้ในการแข่งขันรุ่นของ CIV Junior ซึ่งเป็นรายการระดับเยาชนในอิตาลีที่อยู่ภายใต้การรับรองจาก FIM MiniGP World Series โดยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนานักแข่งรุ่นใหม่โดยเฉพาะในคลาส MiniGP Italy Series 160 และรุ่น 190 ที่เป็นส่วนหนึ่งของ FIM MiniGP โดยนักแข่งที่ประสบความสำเร็จในรายการนี้จะมีโอกาสก้าวเข้าสู่การแข่งขันระดับโลกในอนาคต อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Isle of Man TT ประกาศจับมือ BMW ยกระดับ Safety Car Isle of Man TT การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบสุดโหด ที่ถูกจัดการแข่งขันขึ้นทุกปีบนเกาะไอล์ออฟแมน ซึ่งเป็นเกาะกึ่งอิสระระหว่างอังกฤษและไอร์แลนด์เหนือ โดยจุดเด่นของการแข่งขันรายการนี้คือการใช้สนามแข่งที่เป็นถนนสาธารณะของเกาะไอล์ออฟแมนเป็นสนามจริง ด้วยระยะทางความยาวต่อรอบกว่า 60.72 กิโลเมตร ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการในการเปลี่ยนพาร์ทเนอร์ด้านความปลอดภัย โดยพาร์ทเนอร์รายใหม่นี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ค่ายใบพัดสีฟ้า BMW ที่จะเข้ามาแทนที่ค่ายรถดังจากประเทศญี่ปุ่นอย่าง ‘Honda’ หลังจากที่แบรนด์ผู้ผลิตรายนี้ดำรงตำแหน่งพาร์ทเนอร์ด้านความปลอดภัยของการแข่งขันมานานกว่า 30 ปี (ตั้งแต่ปี 1977) โดยค่ายรถสัญชาติเยอรมันจะเซ็นสัญญาเป็นระยะเวลา 3 ปี ซึ่งตามข้อตกลงทาง BMW จะเป็นผู้จัดหารถจักรยานยนต์ให้กับเจ้าหน้าที่มาร์แชลประจำรายการ รวมไปถึงการจัดหารถยนต์หลากหลายประเภทสำหรับการใช้ในภารกิจด้านความปลอดภัยต่าง ๆ พอล ฟิลลิปส์ หัวหน้าฝ่ายมอเตอร์สปอร์ต Isle of Man กล่าวถึงข้อตกลงใหม่กับบีเอ็มดับเบิลยูว่า “ความปลอดภัยคือหัวใจของทุกสิ่งที่เราทำในรายการ TT และการมีพาร์ทเนอร์ที่สามารถช่วยเราทำให้คำมั่นนั้นเป็นจริงได้ถือเป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จของงานนี้” “ทีมแพทย์ของเรามุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย และการที่พวกเขา รวมถึงเจ้าหน้าที่และมาร์แชลทุกคน ได้รับอุปกรณ์ที่ดีที่สุด ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้พวกเขาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด” “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับบีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีค่านิยมและวิสัยทัศน์ร่วมกันกับเราในการพัฒนารายการแข่งในอนาคต” นอกเหนือจากการสนับสนุนด้วยรถจักรยานยนต์แล้ว BMW ยังจัดหารถ SUV รุ่น X5 และ X3 หลายคัน รวมถึง X5M ขุมพลัง 616 แรงม้า ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นรถพยาบาลฉุกเฉิน (Medical Fast Response Car) ของการแข่งขันอีกด้วย โดย Safety Car คันนี้จะลงทำหน้าที่ในฤดูกาล 2025 ทันทีเป็นฤดูกาลแรก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปโดร อคอสต้า พร้อมแข่งสนามหน้า! หลังผ่าตัดผ่านฉลุย เปโดร อคอสต้า นักแข่งดาวรุ่งคนสำคัญของทีมโรงงาน KTM ก็ต้องเข้ารับการผ่าตัดอาการ Arm Pump ทันทีหลังจบการแข่งขันรายการ Spanish Grand Prix ที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปน ซึ่งเจ้าตัวเผยว่าอาการดังกล่าวมันเจ็บจนทรมานถึงขั้นที่เจ้าตัวยังแบมือลำบาก นักบิดเจ้าของหมายเลข 37 รายนี้ได้รับอนุญาตให้ลงสนามทำการแข่งขันในสุดสัปดาห์นี้รายการ French Grand Prix ที่สนาม Le Mans ประเทศฝรั่งเศส หลังจากการฟื้นตัวหลังผ่าตัดเป็นไปได้ด้วยดี ซึ่งเจ้าตัวรู้สึกแฮปปี้เพราะเป็นไปตามที่คาดหวังไว้ “ก็ดีนะ ถ้าพูดตามตรง” “สุดท้ายแล้ว มันก็เป็นการผ่าตัดที่ง่าย และการฟื้นตัวก็ง่าย ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ดังนั้นเราต้องรู้สึกพอใจ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะลงแข่งในสภาพแบบนั้นหรอก” “เราก็ไม่สามารถโทษปัญหานี้ได้ทั้งหมดเช่นกัน “แต่มันก็เป็นความจริงที่ว่าจากเดิมที่ผมแทบไม่เจ็บ หรือเจ็บเพียงเล็กน้อยหลังจบการแข่งขัน กลับกลายเป็นว่าผมทรมานมากจนถึงขั้นแบมือยังลำบาก “ด้วยเหตุนี้ มันไม่ง่ายเลยที่จะลงแข่งในสภาพแบบนั้น แต่ตอนนี้ก็ผ่านไปแล้ว เราเอาสิ่งนี้ออกจากกล่องคำถามของเราได้แล้ว ตอนนี้ก็ลุยกันต่อ” อคอสต้าลงแข่งในสนามที่หกของฤดูกาล 2025 สุดสัปดาห์นี้ โดยปัจจุบันอยู่อันดับที่ 10 ของตารางคะแนน มีอยู่ 33 คะแนน หลังจากที่เขาเปลี่ยนกลับมาใช้รถสเปคปี 2024 ของ KTM ในช่วงไม่กี่สนามที่ผ่านมาเพื่อพยายามเรียกฟอร์มกลับมา เอาใจช่วยนักบิดจากแดนกระทิงดุรายนี้ได้ในการแข่งขันรายการ Michelin® Grand Prix of France ที่สนาม Le Mans ประเทศฝรั่งเศสในช่วงระหว่างวันที่ 9 – 11 พฤษภาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Aleix Espargaro คอนเฟิร์ม “เครื่อง Honda ไม่ได้มีปัญหา” Aleix Espargaro นักบิดสัญชาติสเปนที่ได้ทำการประกาศรีไทร์จากการแข่งขันเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2024 ที่ผ่านมา ซึ่งในปัจจุบันได้ทำหน้าที่ในการเป็นนักทดสอบรถจักรยานยนต์ (Test Rider) ให้กับทีม Honda ในฤดูกาล 2025 ซึ่งในการแข่งขันสนามเฆเรซ ประเทศสเปนที่ผ่านมา นักบิดจากแดนกระทิงดุรายนี้ก็ได้รับสิทธิ์ไวลด์การ์ดเข้าร่วมทำการแข่งขันภายใต้ทีม Honda HRC Test Team ในการแข่งขันสนามดังกล่าวเจ้าตัวก็ทำได้ดีที่สุดด้วยการจบในอันดับที่ 14 ของตารางก่อนที่จะถูกกฎแรงดันลมยางเล่นงานบวกเพิ่มอีก 16 วินาที ทำให้นักบิดรายนี้หล่นไปจบในอันดับที่ 17 ของตาราง ซึ่งหลังจากที่จบการแข่งขัน อเล็กซ์ เอสปาร์กาโร่ ก็ได้ออกมาเผยว่าปัญหาใหญ่ที่ทีม Honda เผชิญอยู่ตอนนี้ไม่ใช่ปัญหาในด้านของเครื่องยนต์ แต่เป็นปัญหาเรื่องของ ‘แรงสั่นสะเทือน’ แม้การแข่งขันที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปนจะช่วยลดข้อด้อย กลบจุดอ่อนในเรื่องของเครื่องยนต์ที่ถูกติดตั้งในรถ RC213V เพราะลักษณะสนามมีเส้นทางที่ค่อนข้างคดเคี้ยว “แน่นอนว่าเรายังต้องพัฒนาส่วนเครื่องยนต์ต่อไป แต่ในมุมมองของผม เครื่องยนต์ไม่ใช่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุด แต่ปัญหาหลักคือแรงสั่นสะเทือน” “ตอนที่ตามหลัง Marc อยู่สองรอบนั้น ผมตั้งใจมาก พยายามตาม พยายามเรียนรู้วิธีไล่ตามให้ได้ ในช่วงเบรกหนัก รถ Honda ทำได้ดี แต่ในโค้งเร็ว มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะตาม Ducati ได้ เพราะแรงสั่นสะเทือนมันรุนแรงมาก” “ตรงจุดนั้นเรายังขาดอยู่ เราต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น” เหล่านักแข่งทีมฮอนด้า ทั้งทีมโรงงาน และทีมแซทเทิลไลท์จะลงทำการแข่งขันในสนามที่ 6 ของฤดูกาลในรายการ Michelin® Grand Prix of France ที่สนาม Le Mans ประเทศฝรั่งเศสในช่วงระหว่างวันที่ 9 – 11 พฤษภาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Gigi Dall’Igna ผิดหวังเป้กโก้ เหตุฟอร์มไม่เป็นไปตามที่หวัง Gigi Dall’Igna นายใหญ่หัวเรือของทีม Ducati ออกมาเผยประเมินฟอร์มการขับขี่ของสามนักแข่งที่โดดเด่นมากที่สุดในชั่วโมงนี้อย่าง ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า, อเล็กซ์ มาร์เกซ และนักแข่งเจ้าของหมายเลข 93 อย่าง ‘มาร์ก มาร์เกซ’ สองพี่น้องตระกูลมาร์เกซ อย่าง ‘อเล็กซ์ และมาร์ก’ ทำผลงานอย่างโดดเด่นแม้จะผ่านการแข่งขันไปเพียง 5 สนามในฤดูกาล 2025 แต่อีกฟากนึงกับนักแข่งสัญชาติอิตาลีอย่าง เป้กโก้ บัญญาย่า ที่ดูเหมือนว่าการแข่งขันในฤดูกาลนี้จะยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งได้ออกมาดีเท่าที่ควร แม้จะการันตีด้วยการที่ได้ยืนโพเดียม (เกือบทุกสนาม พลาดในสนามที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำได้ที่สุดเพียงแค่จบอันดับ 4 เท่านั้น) และยืนอยู่ในอันดับที่ 3 ของตารางคะแนนแชมป์โลกสะสมได้ 120 คะแนน ก็ตามที “เป็กโก้ทำผลงานได้ต่ำกว่าคาด เนื่องจากเขาเคยทำให้เราคุ้นเคยกับฟอร์มที่แข็งแกร่งในวันอาทิตย์ มากกว่าวันเสาร์” ดัลลิญญากล่าว “แต่สิ่งที่น่าผิดหวังคือ แม้เขาจะแสดงความมุ่งมั่นและดุดันอย่างยอดเยี่ยมในรอบแรกของการแข่งขัน แต่ในจังหวะเพซเรซ เขากลับขาดความเฉียบคมที่เราทุกคนคาดหวังไว้ รวมถึงไม่มีช่วงฟอร์มพีคที่จำเป็นในการกลับมาท้าทายตำแหน่งแชมป์ แต่อย่างไรก็ตาม มองในแง่ของคะแนนสะสม เขาได้อันดับสามซึ่งเป็นแต้มที่มีค่า แต่ความจริงก็คือเราจำเป็นต้องพัฒนาต่อไปอย่างเร่งด่วน” โดยปัจจุบันจ่าฝูงในอันดับตารางคะแนนตอนนี้ได้แก่ อเล็กซ์ มาร์เกซ ด้วยคะแนนสะสม 140 คะแนนนำหน้าพี่ชายของเจ้าตัวอย่างมาร์ก มาร์เกซ เพียง 1 คะแนนเท่านั้น ทางด้านของนักแข่งสัญชาติอิตาลีหมายเลข 63 ที่เปิดฤดูกาล 2025 ด้วยฟอร์มที่ยังไม่ค่อยร้อนแรงนัก ปัจจุบันตามหลังจ่าฝูงอยู่ 20 คะแนนก่อนการแข่งขันที่สนาม Le Mans ในช่วงระหว่างวันที่ 9-11 พฤษภาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เธอต้องมีฉัน ! LCR Team ยันอยู่คู่ฮอนด้าต่อไปแม้จะมีเปลี่ยนกฎในปี 2027 LCR Team และค่ายรถจักรยานยนต์สัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Honda ถือเป็นพันธมิตรน้ำดีกันมาอย่างยาวนาน และมีแนวโน้มที่จะเป็นคู่บุญกันแบบนี้ต่อไป แม้จะมีการเปลี่ยนกฎการแข่งขันใหม่ในปี 2027 ก็ตาม ลูซิโอ เชคคิเนลโล อดีตนักแข่งรถจักรยานยนต์สัญชาติอิตาลี และหัวหน้าทีม LCR ได้ออกมาเผยกับสื่อตาลี GPOne เกี่ยวกับการที่ทีมได้ต่อสัญญาปัจจุบันกับ Honda ไปจนถึงสิ้นปี 2026 และมีตัวเลือกในการอยู่ต่อในปี 2027 หากมีการลงนามในข้อตกลงใหม่กับ Dorna Sports “สัญญาของเรากับทีม HRC (Honda Racing Corporation) ตามเดิมจะหมดสัญญาลงในช่วงสิ้นปี 2024 แต่เราก็ไม่รอช้าสำหรับเรื่องนี้ ทางเรา (LCR) ต่อสัญญาไปแล้วตั้งแต่ช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา สำหรับอีกสองปีข้่างหน้าคือปี 2025 และ 2026” “ไม่เพียงแค่ต่อสัญญาเพิ่มอีก 2 ปี แต่เรายังมีสัญญาข้อตกลงสำหรับปี 2027 เพิ่มอีกด้วย แต่ข้อตกลงนี้จะมีผลก็ต่อเมื่อทางเราได้รับการยินยอมจากทาง Dorna Sport ให้ทีมเข้าร่วมแข่งขันภายใต้กฎใหม่ในปี 2027” “และเมื่อข้อตกลงดังกล่าวได้รับการยินยอม จะทำให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งของกริดสตาร์ทในการแข่งขัน MotoGP ต่อเนื่องไปอีกเป็นระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2027 ถึงปี 2031” ซึ่งข้อตกลงในการเข้าร่วมการแข่งขันไม่เพียงเฉพาะทีม LCR แต่ทีมอื่น ๆ เองก็ต้องได้รับการยินยอมจากทาง Dorna Sport เช่นเดียวกัน ซึ่งภายใต้การเปลี่ยนกฎการแข่งขันจะเปลี่ยนเครื่องยนต์ที่ใช้ในการแข่งขันจากเดิม 1000 ซีซี เหลือเพียง 850 ซีซี เท่านั้น และยังรวมไปถึงการลดบทบาทในด้านของอุปกรณ์ช่วยเหลือต่าง ๆ ในด้านของอากาศพลศาสตร์ (Aero Dynamic) และการห้ามใช้ในส่วนของอุปกรณ์ปรับความสูงของตัวรถ โดยทางค่ายปีกนกเองก็หวังว่าภายในการปรับเปลี่ยนกฎใหม่ในการแข่งขันปี 2027 นี้จะทำให้ทางค่ายได้กลับมายืนอยู่ในจุดเริ่มต้นของการกลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้ง หลังจากที่ในช่วงหลังมานี้ทางค่ายเองก็ประสบปัญหาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับตัวรถ และเทคนิคต่าง ๆ อย่างไรก็ตามในการแข่งขันฤดูกาล 2025 นี้หลังผ่านการแข่งขันไปทั้งสิ้น 5 สนาม ถือว่าเป็นการเริ่มต้นปฏิทินการแข่งขันได้อย่างน่าสนใจ เพราะนักแข่งหมายเลข 5 ของทีม Castrol Honda LCR อย่าง โยฮันน์ ซาร์โก้ก็สามารถฝ่าธงหมากรุกในตำแหน่งท็อปไฟว์ได้ในการแข่งขันสนามที่ประเทศกาตาร์เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Johann Zarco – ‘พัฒนาแค่คนขี่ เครื่องยนต์ยังไม่ต้อง’ Johann Zarco จอมเก๋าของทีม CASTROL Honda LCR ทีมเมทของ ‘ก้อง’ สมเกียรติ จันทรานักบิดสัญชาติไทยในการแข่งขันรายการ MotoGP ในฤดูกาล 2025 โดยนักบิดสัญชาติฝรั่งเศสรายนี้ออกมาเผยว่าการปรับเซ็ตตัวรถ RC213V ในปัจจุบันสามารถทำตัวเขาขับขี่ได้ดีขึ้น พร้อมยืนยันว่าเครื่องยนต์ใหม่ยังไม่ใช่สิ่งจำเป็นในตอนนี้ นักบิดสัญชาติฝรั่งเศสรายนี้เผยว่าเขาพร้อมที่จะรอเครื่องยนต์แบบใหม่จากทางฮอนด้า แม้การพัฒนาครั้งใหญ่จะต้องรอถึงปี 2027 ก็ตามที โดยซาร์โก้เผยว่าเขาสามารถพัฒนาในด้านของความรู้สึกของตัวรถ และระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างชัดเจนในระหว่างการทดสอบ MotoGP หลังจบการแข่งขันที่เฆเรซ ประเทศสเปน “ในการแข่งขันสนามล่าสุด (เฆเรซ) ผมคิดว่ามันเป็นสุดสัปดาห์ที่ยากสำหรับผม ดังนั้นในการทดสอบผมจึงลองปรับเซ็ตรถเพื่อเรียกความมั่นใจกลับมา เพราะมันค่อนข้างมันหายไปเยอะ แต่แค่เปลี่ยนบางจุดเล็ก ๆ ก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นได้ และตั้งแต่รันที่สองเราก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นแล้ว” “หลังจากนั้นเราก็ทดสอบในส่วนของระบบอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มเติม ผมยังไม่ได้ลองเครื่องยนต์ใหม่ เพราะตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องใช้ สิ่งที่เรามีอยู่ตอนนี้ก็เพียงพอแล้ว และเรายังรู้สึกว่ายังพัฒนาต่อได้อีก โดยเฉพาะในเรื่องความรู้สึกของเอนจิ้นเบรก และการเข้าใจช่วงจากเบรกถึงจุดเข้าโค้งให้ดีขึ้น” “ผมไม่จำเป็นต้องรู้ว่าเมื่อไรจะได้ใช้ และผมก็ไม่อยากรู้ด้วย เพราะตอนนี้ผมอยากโฟกัสกับความรู้สึกที่กำลังพัฒนาขึ้นกับรถ ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้ผมแข็งแกร่งที่สุดสำหรับการแข่งขันในสนามต่อไป” โดยปัจจุบันผลงานโดยรวมของนักแข่งจากทีมฮอนด้าทั้ง 4 คน ซาร์โก้ ถือว่าเป็นนักแข่งที่มีผลงานดีที่สุดในฤดูกาลนี้ เจ้าตัวอยู่ในอันดับที่ 7 ของตาราง สะสมได้ 43 คะแนน นักบิดสัญชาติฝรั่งเศสรายนี้จะลงทำการแข่งขันที่สนามบ้านเกิดของตัวเอง ในรายการ Michelin® Grand Prix de France ที่สนาม Le Mans ประเทศฝรั่งเศส ในระหว่างวันที่ 9 พฤษภาคม – 11 พฤษภาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สนามนี้ทางถนัด ! Bagnaia รับ สนามเฆเรซมักสร้างผลงานได้ดีเสมอ Bagnaia หรือฟรานเชสโก้ บัญญาย่า นักแข่งเจ้าของหมายเลข 63 จากทีมโรงงาน Ducati ออกมาเผยกับสื่อว่าเมื่อไหร่ที่ได้แข่งขันที่สนามเฆเรซประเทศสเปน เจ้าตัวมักจะทำผลงานได้ดีเสมอ หลังจากที่การแข่งขันสนามแห่งนี้ 3 ฤดูกาลติดเจ้าตัวสามารถสามารถคว้าชัยได้ทั้งสามครั้ง โดยในการแข่งหนนี้ การปักธงคว้าแชมป์ประจำสนามเหมือนว่าเป็นสิ่งที่บัญญาย่าจะมีโจทย์ยากพอสมควร เพราะทีมเมทของเจ้าตัวที่เป็นเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยอย่างมาร์ก มาร์เกซ ก็สามารถโชว์ฟอร์มร้อนแรงได้ตั้งแต่เปิดฤดูกาล คว้าอันดับหนึ่งได้ทั้งหมด 3 สนาม จากการแข่งขันทั้งหมด 4 สนาม พลาดท่าที่สนามประเทศสหรัฐอเมริกาเพียงสนามเดียวเท่านั้น ซึ่งย้อนกลับไปในฤดูกาล 2024 บัญญาย่ากับมาร์เกซถือเป็นสองตัวละครสำคัญในการแข่งขันสนามดังกล่าว เพราะทั้งคู่สามารถดวลกันได้อย่างสมศักดิ์ศรี แต่ก็เป็นทางนักบิดสัญชาติอิตาลีที่ได้ชัยชนะไปครอง “ผมทำผลงานได้มากมายที่นี่ในช่วง 3 ปีหลัง และผมดีใจที่ได้กลับมาแข่งขันที่นี่อีกครั้งในรายการ GP ผมมักจะเร็วมากเสมอ และเราก็ทำผลงานได้ดีที่สุดในฤดูกาลที่ผ่านมา” “ที่กาตาร์ เราสามารถพลิกสถานการณ์จากสุดสัปดาห์ที่ดูเหมือนจะยุ่งยากหลังจบรอบควอลิฟาย มาเป็นโพเดียมที่สำคัญ และฟีลลิ่งในการขี่ก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ” สถิติเป้กโก้ที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปน จำนวนแชมป์ประจำสนามที่ทำได้ 3 ครั้ง (ฤดูกาล 2022,2023 และ 2024) ทำเวลาเวลาต่อรอบเร็วที่สุด 01:36.025 นาทีต่อรอบ เป้กโก้ และมาร์ก มาร์เกซ สองนักแข่งจากทีมโรงงาน Ducati Lenovo Team จะลงทำการแข่งขันในสนามที่ห้าของฤดูกาลที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปนระหว่างวันที่ 25-27 เมษายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Franco Morbidelli รับ ตอนนี้คือช่วงเวลาเค้นฟอร์มเก่งให้ทีม VR46 Franco Morbidelli นักแข่งเจ้าของหมายเลข 21 จากทีม VR46 Racing Team ทีมภายใต้การดูแลของ ‘พ่อหมอ’ วาเลนติโน่ รอสซี่ ออกมายอมรับว่าช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาสำคัญในการเค้นฟอร์มเพื่อไล่ล่าโพเดียม ก่อนที่เหล่านักแข่งที่ใช้ GP25 จะสามารถปรับตัวกับรถได้ดีมากยิ่งขึ้น ‘แฟรงกี้’ กับการแข่งขัน MotoGP 2025 เจ้าตัวได้ใช้ตัวแข่ง GP24 ที่เป็นสเปคลดทอนจากตัวแข่งทีมโรงงานที่มาร์ก มาร์เกซ, ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า และทีมเมทของเจ้าตัวอย่าง ฟาบิโอ ดิ จินันอันโตนิโอ ใช้ในการแข่งขันฤดูกาลนี้ ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าช่องว่างระหว่างตัวเขากับตำแหน่งหัวตารางที่ใกล้กันตอนนี้ อาจอยู่ได้ไม่นาน และตัวเขาเองก็มีความตั้งใจในการใช้ประโยชน์ในช่วงต้นฤดูกาลนี้ในการเก็บคะแนนให้ได้มากที่สุด จริงที่หลังผ่านการแข่งขันไปทั้งสิ้น 4 สนามนักแข่งจากทีมแซทเทิลไลท์ของทีม Ducati ที่โดดเด่นที่สุดน่าจะหนีไม่พ้นน้องชายของแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง ‘อเล็กซ์ มาร์เกซ’ จากทีม BK8 Gresini Racing MotoGP ที่สร้างผลงานเด่นขึ้นโพเดียมได้ 3 สนามจาก 4 สนามที่ทำการแข่งขันสะสมคะแนนรวมในตำแหน่งแชมป์โลกได้ถึง 106 คะแนนห่างจากมาร์ก มาร์เกซที่อยู่ในอันดับหนึ่งเพียงแค่ 17 คะแนนเท่านั้น แต่อีกหนึ่งคนที่มาเป็นม้ามืดก็คงจะหนีไม่พ้นนักแข่งเจ้าของหมายเลข 21 รายนี้ ซึ่งหลังผ่านการแข่งขันไป 4 สนามสามารถเก็บคะแนนได้ทุกสนาม และได้ขึ้นโพเดียมได้สองสนาม (สนามประเทศอาร์เจนติน่า และสนามประเทศกาตาร์) สนามแข่งขัน อันดับที่ทำได้ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศไทย อันดับที่ 4 (+13 คะแนน) เทอมาส เด ริโอ ฮอนโด ประเทศอาร์เจนติน่า อันดับที่ 3 (+16 คะแนน) เซอร์กิต ออฟ เดอะ อเมริกา ประเทศสหรัฐอเมริกา อันดับที่ 4 (+13 คะแนน) ลูเซล อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศกาตาร์ อันดับที่ 3 (+16 คะแนน) ซึ่งเจ้าตัวมองว่าเมื่อผ่านการแข่งขันไปหลาย ๆ สนามมายิ่งขึ้นนักบิดที่ได้ใช้ตัวแข่งสเปคโรงงานอาจจะได้รับการอัปเกรดในด้านต่าง ๆ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ช่องว่างระหว่างรถทีมโรงงานกับ GP24 จะมีความแตกต่างกันมากยิ่งขึ้น “แน่นอนว่า… เราควรใช้ประโยชน์จากช่องว่างเล็กน้อยที่มีอยู่ระหว่างรถของเรากับรถโรงงานในตอนนี้” มอร์บิเดลลี่กล่าวที่กาตาร์ “ช่วงเวลานี้ของปีถือเป็นโอกาสที่เราควรใช้เพื่อสร้างผลงานที่ดียิ่งขึ้น” ซึ่งจุดพัฒนาใหญ่ครั้งต่อไปหลาย ๆ ทีมมุ่งโฟกัสไปช่วงหลังการแข่งขัน Spanish Grand Prix ที่เฆเรซในช่วงระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 27 เมษายนนี้ อีกทั้งโมบิเดลียังมุ่งมั่นในการตั้งตารอการแข่งขันที่สนามเฆเรซอีกครั้งหลังจากที่ในการแข่งขันปีที่แล้วเกิดเหตุการณ์ฝนตก และทำให้โมบิเดลีพลาดล้มในเรซหลัก “ผมตั้งตารอที่จะไปเฆเรซ หลังจากสุดสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยมในกาตาร์ที่ได้ขึ้นโพเดียมอันดับสามสองเรซ” มอร์บิเดลลี่กล่าว “ปีที่แล้ว สนามนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งแรกที่ผมเริ่มขี่ได้เร็ว ผมเข้าใกล้โพเดียมมากในสปรินต์ และแม้ว่าในเรซหลักจะล้มไป แต่ตอนนั้นผมกำลังเร่งแซงอย่างเร็วเลย” Franco Morbidelli และทีม VR46 Racing Team จะลงแข่งขันในสนามที่ห้าของฤดูกาลในช่วงระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 27 เมษายนนี้ที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jack Miller และ ข่าวมอเตอร์ไซค์ เจาะลึกบทสัมภาษณ์ดราม่าหลังจบ Americas GP 2026 เมื่อ Miller เปรียบตัวเองเป็นลูกแกะรอโดนเชือดเพราะ Yamaha M1

Marc Marquez 2027 เจ้าตัวเปิดใจยอมทิ้งรายได้มหาศาลเพื่อย้ายมาขับ Ducati เผยเป็นสิ่งที่ถูกสอนมาตั้งแต่เด็ก

บอสใหญ่ Ducati ยอมรับความแข็งแกร่งของ Aprilia พร้อมวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้ทีมพลาดเป้า และยืนยันว่าอันดับความแรงที่แท้จริงยังต้องรอดูในสนามถัดไป

Fabio di Giannantonio ยอมรับดวงไม่ช่วยในศึก Thai MotoGP 2026 หลังเจอตัวรถมีปัญหาทางเทคนิคทำชวดโพเดียมที่บุรีรัมย์ ทั้งที่มีความเร็วสู้กลุ่มหน้าได้สบาย

อเล็กซ์ มาร์เกซ นักบิด Gresini ยอมรับผิดหลังพลาดล้มในการแข่งขัน MotoGP ที่บุรีรัมย์ ชี้เป็นความผิดพลาดที่งี่เง่าจากปัญหาความรู้สึกยางหน้าไม่เสถียร

ฟรานเชสโก บันญาญา มองโลกในแง่บวกแม้ผลงานในไทยจีพี 2026 จะย่ำแย่ จบเพียงอันดับ 9 เผยข้อมูที่ทำให้เขามั่นใจว่าจะกลับมาทวงบัลลังก์ได้อีกครั้ง

MotoGP ตะวันออกกลาง 2026 ผลกระทบจากเหตุโจมตีทางอากาศต่อการแข่งขันกาตาร์กรังด์ปรีซ์ พร้อมเจาะลึกแผนแก้ปัญหาของ Dorna Sports และ FIM

มาร์โก เบซเซคคี เปิดใจหลังจบอันดับ 4 ในไทยจีพี รับ มาร์โก เบซเซคคี เพื่อนร่วมทีม Aprilia ว่าโชว์ฟอร์มได้อย่างเหนือชั้นและอยู่อีกระดับแล้ว

CzechWorldSBK 2025 การแข่งขันสุดมันส์ในสาธารณรัฐเช็ก พร้อมถูกทำลายสถิติด้วยยาง Pirelli โดยออปชันรุ่นใหม่รหัส D0922 ร่วม..สร้างผลงานเพียบ!!

ยาง Pirelli SCX E0126 ผงาด โชว์ประสิทธิภาพร้อนแรงด้วยการพาบูเรก้า นักบิดจาก Ducati Factory คว้าแฮตทริกสนามในบ้านที่อิตาลี นำคะแนนจ่าฝูงตาราง!

BMW WSBK 2025 เปิดทีมแข่ง พร้อมล่าแชมป์โลก มาดูข่าวคราวของฝั่งรถโปรดักท์ชันกันบ้าง ล่าสุดทาง ROKiT BMW WSBK 2025 ทีมแข่งจากค่ายใบพัดสีฟ้า จัดอีเว้นต์สุดพิเศษแก่เหล่าสาวกแฟน ๆ ทั่วโลก ด้วยการเปิดตัวทีมแข่งเวิร์ลซูเปอร์ไบค์ปี 2025 พร้อมกับม้าศึกเวอร์ชันใหม่อย่าง BMW M1000RR ที่จะใช้ลงทำการแข่งขันในปีนี้ รถคันใหม่ คนขี่หน้าเดิม เพิ่มเติมคือแชมป์โลก พร้อมด้วยนักบิดระดับหัวแถวอย่าง Michael Van der Mark และแชมป์โลกชาวตุรกีคนปัจจุบัน Toprak Razgatlioglu ที่พึ่งรักษาอาการบาดบริเวณเจ็บนิ้วชี้ข้างขวา หลังจากการลงซ้อมทางฝุ่นไปเมื่อไม่นานมานี้ โทปรัค กับตัวแข่งหมายเลข 1 โดยสิ่งที่น่าสนใจก็คือ ตัวแข่งฉลามขาวอย่าง M1000RR เวอร์ชันใหม่ของโทปรัคพร้อมเปลี่ยนนัมเบอร์ประจำตัวมาใช้เป็นหมายเลข “1” ซึ่งเป็นลักกี้นัมเบอร์นำโชคของแชมป์โลกนั่นเอง “ปกติแล้วผมจะไม่ใช้หมายเลข 1 แต่ผมทำเพื่อ BMW นี่เป็นความสำเร็จยิ่งใหญ่ของทีม, พวกเราทำงานกันหนักมากและตอนนี้พวกเราคือแชมป์!!” “ผมรู้สึกว่าตัวรถยึดเกาะดีขึ้นแต่มันก็ไม่ได้แตกต่างมากนัก แต่ด้วยแฟริ่งใหม่เลยรู้สึกว่าตัวรถน่าจะคล่องตัวขึ้น ถือเป็นการพัฒนาที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว” Michael Van der Mark กับความท้าทายครั้งใหม่ สำหรับคู่หูทีมเมทอย่าง Michael Van der Mark ก็พร้อมคัมแบคครั้งใหม่ด้วยความตื่นเต้น หลังจากคว้าอันดับที่ 6 รวมถึงโพเดี้ยมอันดับ 1 ในการแข่งขันที่ฝรั่งเศส โพเดี้ยมอันดับ 3 ที่สเปน “เรามีโมเมนตัมที่ดีเมื่อปีที่ผ่านมา และสามารถจบฤดูกาลด้วยชัยชนะ ซึ่ง ณ ตอนนี้ด้วยรถใหม่และดีขึ้น เราควรสร้างตำแหน่งที่ดีในตั้งแต่ต้น” “ผมมีความรู้สึกมั่นใจมากขึ้น และแน่นอนว่าที่ฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์นั้นแตกต่างกัน แต่ผมคิดว่าเราแข็งแกร่งกว่าปีที่แล้วแน่นอน ต้องติดตามรอดูครับ” นอกเหนือดังกล่าว มีข่าวดีสำหรับทางค่ายแจ้งมาว่า สมรรถนะของตัวแข่งอย่าง M1000RR จะถูกถ่ายทอดลงสู่รุ่นเวอร์ชันใช้งานบนท้องถนน ทั้งในส่วนการปรับปรุงกำลังเพิ่มขึ้นถึง 6 แรงม้า แอโรไดนามิกออกแบบใหม่ แฟริ่งใหม่และระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเพิ่มศักยภาพในการปรับปรุงเพิ่มเติมได้อีก โดยสนามแรกของการแข่งขันจะจัดขึ้นวันที่ 21 – 23 ก.พ. 68 ที่ฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ใครที่เป็นแฟน ๆ โมโตราดหรือนักบิดแชมป์โลกชาวตุรกี สามารถติดตามรับชมได้ทุก ๆ ช่องทาง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak Razgatlioglu เตรียมย้ายซบ MotoGP? การรักษาแชมป์โลก WorldSBK 2025 ยังคงเป็นเป้าหมายหลักสำคัญในการคว้าบันลังก์แชมป์เวิร์ลซูเปอร์ไบค์ในสมัยที่ 3 ของนักบิดหนุ่มดาวรุ่งชาวตุรกี Toprak Razgatlioglu ซึ่งฤดูกาล 2025 เจ้าตัวยังคงมุ่งมั่นกับการทำงานร่วมกับต้นสังกัดใบพัดสีฟ้าอย่าง Rokit BMW แต่ทว่ามีข่าวอัปเดตล่าสุดว่าในปี 2026 เจ้าตัวมีแพลนอัปไซส์ไต่คลาสขึ้นมาหวดซิ่งในศึกโปรโตไทป์อย่าง MotoGP โดยแหล่งข้อมูลของบทสัมภาษณ์จากสำนักสื่อต่างประเทศอย่าง MotoSprint ได้ยิงคำถามในประเด็นความเป็นไปได้ที่โทปรัคจะมาแข่งขันในชั้นพรีเมียร์คลาส ซึ่งเจ้าตัวได้ทิ้งคำตอบแบบ “แอบ” ชวนลุ้นไปตาม ๆ กัน ดังนี้ ก็มีคุยนะ..แต่ขอโฟกัสกับการรักษาแชมป์ WSBK ก่อน “แน่นอน..ผมคิดเรื่องนั้น แต่ทว่าตอนนี้ยังคงโฟกัสกับการทำงานกับ BMW ซึ่งปีหน้าผมจะใช้หมายเลข 1 บนรถแข่ง M1000RR” “สำหรับในปี 2026 ตอนนั้นผมอาจคงเป็นฟรีเอเจ้นท์ไปแล้ว ซึ่งตอนนี้ก็มีคุย ๆ บ้างแล้ว” และมีโอกาสเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้มากยิ่งขึ้นที่เจ้าตัวจะขยับคลาสขึ้นมาแข่งใน MotoGP ซึ่งโทปรัคได้ให้ยืนยันแล้วว่า ตนมีความตั้งใจและปรารถนาที่จะขยับไปแข่งขันในชั้นพรีเมียร์คลาส เนื่องด้วยปัจจัยในเรื่องของอายุ (ตอนนี้ 28) และเป็นโอกาสจังหวะที่เหมาะสมที่สุดอีกด้วย “ใช่ครับ..อยากแข่งแน่นอน อย่างไรก็ดี ตอนนี้อยู่ในช่วง Finding แบรนด์ไหนซักแบรนด์ ซึ่งถ้าผมไม่ไปโมโตจีพีตอนนี้ เรื่องอายุบวกกับใจผมคงอาจจะแก่เกินไปที่จะคว้าแชมป์โลกแล้วครับ (ฮ่าๆ) อย่างไรก็รอดูกันต่อไป ถ้ามีค่ายไหนต้องการ มีข้อเสนอที่ดีและน่าสนใจก็ไปครับ แต่ถ้าไม่..ก็แข่ง WSBK ตามเดิม” แค่ได้ยินก็แอบลุ้นไปตาม ๆ กันสำหรับแฟน ๆ สาวกอย่างเรา ถ้าหากโทปรัคเข้ามามีบทบาทในการแข่งขันชิงแชมป์โลกโมโตจีพีคงน่าสนุกไม่น้อยทีเดียว ก็ภาวนาให้เจอค่ายที่ดีข้อตกลงที่น่าพอใจหรือไม่อาจจะเป็นค่ายใบพัดสีฟ้าเองที่จะขยับขึ้นมาร่วมแข่งขันระดับเวิร์ลคลาสด้วยตัวแข่งโปรโตไทป์ร่างทองรุ่นใหม่ก็เป็นไปได้ แต่อย่างไรเรามาเชียร์และเป็นกำลังใจให้เจ้าตัวในการรักษาแชมป์สมัยที่ 3 ในฤดูกาล 2025 ก่อนกันเลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW M RR WSBK รถแชมป์โลกแค่ 54 คันเท่านั้น BMW M RR WSBK โมเดลใหม่จากค่ายใบพัดที่ผลิตออกมาเพื่อฉลองผลงานอันยอดเยี่ยมให้กับ ‘โทปรัค ราซกัตลิโอกลู’ ที่ทำสำเร็จหลังจากพยายามมาหลายปีในศึก World Superbike Championship ในที่สุด BMW ก็ประสบความสำเร็จในปี 2024 โดย โทปรัค นักบิดจากทีม ROKiT BMW Motorrad WorldSBK คว้าแชมป์ประเภทนักแข่งได้อย่างงดงาม ฤดูกาลนี้ถือเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่โดดเด่นที่สุดที่เราเคยเห็นมา ราซกัตลิโอกลู จบปีด้วยชัยชนะ 18 ครั้ง และขึ้นโพเดียม 27 ครั้ง แม้จะต้องพักแข่งไปสองรอบกลางฤดูกาลเนื่องจากอาการบาดเจ็บ ตลอด 12 การแข่งขัน เขายังคว้าตำแหน่งโพลได้ 6 ครั้ง และทำเวลาเร็วที่สุดในรอบการแข่งขันอีก 13 ครั้ง หลังจากประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ BMW Motorrad ต้องการเฉลิมฉลองตำแหน่งแชมป์อย่างมีสไตล์ Markus Flasch ซีอีโอของ BMW Motorrad กล่าวเกี่ยวกับรถโมเดลใหม่นี้ว่า “ผลงานอันยอดเยี่ยมของโทปรัคที่คว้าแชมป์โลกมาครอง เป็นโอกาสที่น่ายินดีสำหรับเราที่จะสร้าง M 1000 RR รุ่นจำลองแชมป์โลกแบบแท้ ๆ เพื่อแฟน ๆ ของ BMW Motorrad ที่หลงใหลในมอเตอร์สปอร์ต โดยผลิตเพียง 54 คันเท่านั้น ซึ่งตรงกับหมายเลขประจำตัวของเขา” Champion Edition 2024 พัฒนามาจากรุ่น M1000RR M Competition ในโมเดลปี 2024 มาพร้อมโค้ดเปิดใช้งาน M GPS Laptrigger และสีตัวถัง M Motorsport ในโทน Blackstorm Metallic พร้อมโลโก้ผู้สนับสนุนทีม ROKiT BMW Motorrad WorldSBK รถทุกคันที่มีวางจำหน่ายจะไปพร้อมลายเซ็นจากโทปรัค นอกจากนี้ตัวรถยังมีการติดตั้งชิ้นส่วนคาร์บอนเสริม เช่น ฝาครอบถังน้ำมัน โครงรถ สวิงอาร์ม สายไฟ ฝาครอบคลัตช์ และแผ่นกันความร้อนท่อไอเสีย และผู้ซื้อจะได้รับบัตรกำนัลสำหรับแลกรับท่อไอเสีย Akrapovič Evolution Line ไทเทเนียมที่เข้าชุดไปเลยแบบฟรี ๆ (ซึ่งคาดว่าน่าจะรวมในราคารถเป็นที่เรียบร้อย) และสิทธิ์สุดพิเศษ ผู้ที่ซื้อรถคันนี้ในเยอรมนีจะมีโอกาสได้ MEET AND GREET พบปะกับ โทปรัค ราซกัตลิโอกลูแบบตัวต่อตัว ซึ่งเขาได้กล่าวปิดท้ายฤดูกาลอันสุดเร้าใจว่า “นี่เป็นฤดูกาลที่น่าทึ่ง และเราก็ได้เป็นแชมป์โลก ผมขอบคุณ BMW Motorrad ทีมของผม และทุกคนที่มีส่วนร่วมในความสำเร็จอันยอดเยี่ยมนี้ และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ผมได้รับรถ Champion Edition 2024 หมายเลข 1 ซึ่งแน่นอนว่ามันจะได้อยู่จุดที่โดดเด่นในบ้านของผม” ในส่วนของราคาวางจำหน่ายในโมเดลสุดลิมิเต็ดนี้ รถจะผลิตทั้งหมด 54 คัน โดยหมายเลข 01/54 จะมอบให้กับโทปรัค และหมายเลข 54/54 จะเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ BMW ทำให้เหลือเพียง 52 คันสำหรับจำหน่ายเฉพาะในเยอรมนี ราคา 54,000 ยูโร คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,986,560 บาท BMW M1000RR MY 2024 BMW M RR WSBK 2024 เมื่อเทียบกับโฉมปกติอย่าง M1000RR 2024 มีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 30,960 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,136,800 บาท ซึ่งในตัวลิมิเต็ดนี้จะแพงกว่าประมาณ 20,040 ยูโร คิดเป็นเงินไทยประมาณ 735,760 บาท หากอ่านแล้วรู้สึกสนใจอยากจะครอบครองมาประดับโรงรถที่บ้าน สามารถติดต่อทาง BMW และอิมพอร์ตรถเข้ามาได้เลย คลิ๊กที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BIMOTA KB998 ตัวแข่งคันใหม่จาก Kawasaki Bimota KB998 ตัวแข่งคันใหม่ของ Kawasaki ในการแข่งขันรายการ 2025 Motul FIM WorldSBK Championship โดย Bimota แบรนด์รถจักรยานยนต์สัญชาติอิตาลี เป็นที่รู้จักในประเภทของรถจักรยานยนต์สมรรถนะสูง (แถมยังมีราคาแพง) อีกทั้งยังมีการออกแบบดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ทางแบรนด์กำลังจะเข้าสู่ยุคใหม่โดยการโดดเข้าร่วมการแข่งขันในรายการระดับโลก เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่า Kawasaki Racing Team (KRT) ในรายการแข่งขัน WorldSBK ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Bimota by Kawasaki Racing Team (BbRT) เพื่อสะท้อนความร่วมมือระหว่างสองบริษัท Bimota และ Kawasaki ได้ร่วมมือกันสร้าง และพัฒนามอเตอร์ไซค์ใหม่ทั้งหมดสำหรับการแข่งขัน ซึ่งผสมผสานจุดเด่นจากทั้งสองผู้ผลิต ที่ไม่ได้เป็นการนำ Kawasaki Ninja ZX-10RR มาเปลี่ยนชุดตกแต่งใหม่ แต่พัฒนารถแข่งรุ่นพิเศษขึ้นมาเอง 2025 Bimota KB998 2024 Kawasaki ZX-10R ซึ่งรายละเอียดสเปคยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่ามาพร้อมขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาด 998 ซีซี จาก Kawasaki ZX-10RR ที่มีกำลังมากกว่า 200 แรงม้า โช้คอัพหน้าจาก Showa คาลิเปอร์เบรกจาก Brembo (ถึงแม้ว่าจะแปะด้วยตัวอักษร J.JUAN ก็เถอะ) และระบบท่อไอเสียของ Akrapovič แฟริ่งถูกออกแบบใหม่ แม้ด้านหน้าจะยังคงมีเค้าโครงสไตล์ Kawasaki Ninja มาพร้อมปีกแอโรไดนามิกเช่นเดียวกับรถแข่งในสมัยใหม่ โดยตัวแข่งคันใหม่นี้ได้ทำการลงวิ่งทดสอบที่ Circuit de Jerez ประเทศสเปน ซึ่งเป็นสนามเดียวกับการแข่งขันในรอบสุดท้ายของฤดูกาล 2024 แม้โมเดลรถคันนี้จะถูกพัฒนามาได้ไม่นาน แต่ด้วยการขับขี่ของ Alex Lowes และ Axel Bassani สองนักบิดของทีม ทำให้ KB998 ได้แสดงศักยภาพของมันออกมาสามารถทำเวลาได้อย่างน่าประทับใจบนสนาม Jerez พร้อมกับการออกแบบที่โดดเด่น และสมรรถนะที่ดุดัน โดย Axel Bassani ทำเวลาได้ 1:38.478 นาที และ Alex Lowes ทำเวลาได้ 1:38.679 นาที แน่นอนว่า KB998 คันนี้จะผลิตออกมาแค่รุ่นสำหรับทำการแข่งขันเท่านั้น จะยังไม่มีการวางจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบของการแข่งขัน WorldSBK รถที่จะเข้าร่วมแข่งขันในรายการ จะต้องมีการผลิตในรูปแบบของ Production Bike วางจำหน่ายโดยมีจำนวนการผลิตอย่างน้อย 500 คันเป็นข้อบังคับมาตรฐาน อย่าง BMW M 1000 RR, Ducati Panigale V4 R และ Honda CBR1000RR-R Fireblade SP ที่มีวางจำหน่ายทั่วไป ซึ่งทาง Bimota ยังไม่มีการประกาศอย่างชัดเจนว่า จะมีรุ่น KB998 วางจำหน่ายต่อสาธารณะชน ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ Bimota จะผลิตออกมาแค่ในจำนวนที่กำหนดเพื่อให้ผ่านข้อพิจารณา หากผลิตออกมาแค่ตามยอดเกณฑ์ที่กำหนด โมเดลนี้อาจจะถูกยกเป็นรถที่โคตรแรร์อีกหนึ่งรุ่น และในโมเดลคันจริงนั้นอาจจะมีไปตั้งโชว์ให้แฟน ๆ ได้สัมผัสที่งาน EICMA 2024 sประเทศอิตาลีในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ หรือการร่วมมือของทั้งสองค่ายนี้จะเป็นสัญญาณอะไรบางอย่างสำหรับ Kawasaki ในการแข่งขัน 2025 Motul FIM WorldSBK Championship ฤดูกาลหน้าหรือเปล่า ? อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak แชมป์ WorldSBK 2024 ให้กับ BMW เป็นครั้งแรก เมื่อเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดในการแข่งขัน WorldSBK ฤดูกาล 2024 ศึกตัดสินแชมป์โลกที่สนาม Jerez ประเทศสเปน กับคู่ปรับไฮไลท์ของการแข่งขันที่ใคร ๆ ต่างจับตามอง ระหว่างอดีตแชมป์โลกที่พึ่งย้ายเข้ามาอยู่ทีม Rokit BMW Motorrad WorldSBK Team ในฤดูกาลแรกอย่าง Toprak Razgatlioglu และอดีตแชมป์ WorldSSP ฤดูกาล 2023 ม้ามืดจากทีม Aruba.it Racing – Ducati อย่าง Nicolo Bulega ที่ทั้งคู่ต่างมีคะแนนที่สามารถพลิกสถานการณ์แชมป์โลกในฤดูกาลนี้เลยก็ว่าได้ ด้วยสกอร์ของโทปรัคหลังจากจบแข่งขันที่ EstorillWorldSBK “เกือบ” ชนะแบบเอกฉันท์แต่ทว่า Bulega นั้นยังพอมีโอกาสที่แก้ตัวในสนามสุดท้ายด้วยคะแนนตามหลังแชมป์โลกถึง 46 คะแนน เพราะฉะนั้นโอกาสที่บูเรก้าจะสามารถพลิกสถานการณ์มาเป็นแชมป์โลกได้ คือต้องชนะอันดับ 1 ในทุกเรซของการแข่งขัน (เก็บ 62 คะแนน ทั้ง Race 1, Superpole Race และ Race 2) ในขณะที่โทปรัค ต้องเก็บคะแนนเพิ่มอย่างน้อย 16 คะแนน จึงจะสามารถคว้าแชมป์โลกในฤดูกาลนี้ไปได้ ซึ่งเท่ากับสถานการณ์ดังกล่าวบูเรก้าต้องพึ่งปฏิหารย์เท่านั้นหล่ะครับ ภาวนาให้บังโตอาจขี่ไม่จบทั้ง 3 เรซ จะทำให้ตนสามารถขึ้นมาแซงได้นั่นเอง SpanishWorldSBK 2024 ศึกสุดท้าย ตัดสินแชมป์โลก เมื่อการแข่งขันที่ทุกคนรอคอยมาถึง กับ SpanishWorldSBK ศึกสุดท้ายตัดสินแชมป์โลก ไม่ว่าจะเป็นทางฝั่งของ WorldSBK, WorldSSP, WorldSSP300, WorldWCR รวมถึงรุ่นอื่น ๆ ที่ Jerez Circuit ประเทศสเปน เปิดประเดิมกับรุ่นใหญ่ในช่วงการซ้อมในวันศุกร์ บูเรก้ากลับทำผลงานการซ้อมได้ดีกว่าโดยทำเวลาดีสุดเป็นอันดับหนึ่งในรอบซ้อมแรกที่ 1’39.744 นำอันดับสองอย่างโทปรัคที่ตามมาติด ๆ เพียง 0.022 วินาที ในขณะที่เวลาซ้อมดีที่สุดอันดับสามได้แก่ “เทพโจ” Andrea Iannone ทำเวลาไป 1’39.967 รวมถึงการซ้อมรอบ 2 และ 3 (Free Practice) บูเรก้าสามารถทำเวลาได้ดีกว่าตลอดทั้ง 3 รอบ Bulega คว้าโพล สตาร์ทกริดแรก @worldsbk Lap record OBLITERATED! 😮💨 The first 1’37s lap in Jerez 🔥 #SpanishWorldSBK 🇪🇸 #WorldSBK #motorcycle #motorsport #racing #sportsontiktok ♬ original sound – WorldSBK ด้วยรอบการซ้อมที่นักบิดชาวอิตาเลียนจากทีมโรงงาน Ducati สามารถทำได้ดีกว่า รวมถึงรอบ Superpole ที่สามารถคว้าโพลกริดแรก กับผลเวลาควอลิฟายดีสุด 1’37.596 นาที ทิ้งห่างกริดที่สองอย่างโทปรัคเกือบวินาทีที่ 1’38.202 นาทีขณะที่กริดที่สามตกเป็นของทีมโรงงานคาวาซากิอย่าง Alex Lowes 1’38.302 นาที นับเป็นการออกหมัดได้สวยสำหรับทีมดูคาติ แต่ทว่าทีมโรงงาน BMW ดูไม่กดดันมากมายอะไร เพราะต้องการคะแนนอีกเพียง 16 แต้มเท่านั้น ที่จะสามารถคว้าแชมป์ในครั้งนี้ไปได้ ผลการแข่งขัน Race 1 ด้วยสภาพอากาศช่วงบ่ายของวันเสาร์ของค่อนข้าง “เป็นใจ” ทำให้การแข่งขันดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยกริดสตาร์ทแถวหน้าประกอบไปด้วย Nicolo Bulega, Toprak Razgatlioglu และ Alex Lowes แถวสอง Danilo Petrucci, Iker Lecuona และ Locatelli ไล่ตามลำดับจากผลควอลิฟายในรอบซุปเปอร์โพลดังนี้ หลังไฟแดงดับลง บูเรก้าบิดออกตัวนำอย่างรวดเร็วคว้า Hole Shot ในขณะที่โทปรัคตามหลังติด ๆ ตามด้วย Locatelli ที่ออกสตาร์ทได้ดีจากกริดที่ 6 สามารถแซงไล่ขึ้นมาอันดับ 3 ได้ในเรซนี้

Andrea Iannone ต่อสัญญา ลุย WSBK 2025 Andrea Iannone ต่อสัญญา กับ Team GoEleven ไปอีก 1 ปี เตรียมพร้อมลุย WorldSBK ปี 2025 เป็นข่าวดีอีกหนึ่งข่าวสำหรับแฟน ๆ ชาวมอเตอร์สปอร์ต กับอดีตนักแข่งโมโตจีพีอย่าง โดย Andrea Iannone ประกาศเซ็นสัญญาแข่งต่อให้กับต้นสังกัดอย่าง GoEleven ต่อในฤดูกาล 2025 หลังเจ้าตัวโชว์ฟอร์มผลงานออกมาได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยการคว้าโพเดี้ยมอันดับสามของเรซแรกการแข่งขันตั้งแต่สนามแรกของการเปิดฤดูกาล การคว้าโพเดี้ยมอันดับสองรอบซุปเปอร์โพลที่ประเทศบาร์เซโลน่า และสนามอื่น ๆ จนกระทั่งชัยชนะสูงสุดกับตำแหน่งโพเดี้ยมอันดับ 1 รอบเรซแรกที่ อารากอน ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมใน WSBK ฤดูกาลนี้ Iannone เขาสามารถสร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจด้วยตำแหน่งท็อป 7 ของตารางคะแนนรวม กับการแข่งขันที่เหลืออีกหนึ่งสนามซึ่งเป็นสนามของการชิงแชมป์ WorldSBK ที่ประเทศสเปนนั่นเอง “ผมค่อนข้างแฮปปี้ที่ได้ร่วมสนุกต่อกับทีมและตัวแข่งอย่าง Ducati Panigale V2 โดยปีแรกของผมใน WorldSBK Championship เต็มไปด้วยความเซอร์ไพรส์และความพึงพอใจครับ และเราจะยังทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาตัวเองเพื่อเป้าหมายใหม่ ๆ” ถือว่าเป็นนักบิดตัวเต็งอีกคนนึงที่น่าจับตามองเลยไม่น้อย กับดีกรีฝีมือที่นับว่า “เคย” ลงแข่งขันในรายการใหญ่มาแล้ว ตอนนี้คงรอฟอร์มเก่ากลับมาปะทุอีกครั้ง และเชื่อว่าในฤดูกาลหน้าจะต้องสนุกขึ้นอย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก