SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
Öhlins พัฒนาโช้คอัพสำหรับ Ducati Lenovo 2025

Öhlins พัฒนาโช้คอัพสำหรับ Ducati Lenovo 2025 Öhlins แบรนด์โช้คอัพคู่ใจของทีม Ducati Lenovo 2025 ยอดทีมประจำศึกการแข่งขัน MotoGP เจ้าของแชมป์ประเภทนักแข่ง 3 สมัย โดยทีมนี้ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ ของการแข่งขันได้เพราะการทีมมุ่งพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมต่าง ๆ ของตัวรถ Desmosedici GP ที่เปลี่ยนจาก “ตัวแข่งธรรมดา” เป็น “ตัวแข่งที่มีจุดประสงค์ในการไล่ล่าโพเดียม” ไม่เพียงแค่การพัฒนาเครื่องยนต์ให้มีความยอดเยี่ยม แอโร่ไดนามิกที่เหนือชั้น ที่ช่วยให้รถมีความเสถียรมากขึ้นขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง แต่อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจไม่น้อยก็เป็นระบบช่วงล่างที่ได้รับการพัฒนา ซึ่งเดิมทีเป็นโช้คอัพรุ่น TSB46 Carbon Front Fork ที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในการแข่งขัน MotoGP เพราะทางผู้ผลิตได้เล็งเห็น และเข้าใจว่าการแข่งขัน MotoGP  เป็นสนามแข่งขันที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นและความกดดันสูง ทั้งจากทีมแข่งและสภาพการแข่งขันที่ต้องการความสมบูรณ์แบบอย่างมาก โดยมีช่องว่างให้ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการเหล่านี้ผู้ผลิตจึงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีระบบกันสะเทือนอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์สำหรับการแข่งขันที่มีความแม่นยำสูงและสมรรถนะในระดับสูง โช้คอัพ Öhlins – MotoGP™ Fork Bottoms โช้คอัพด้านหน้าเจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดเป็นโช้คอัพแบบ UP-Side down ที่ถูกออกแบบดีไซน์ใหม่ จุดที่แตกต่างจากตัวก่อนหน้าเป็นการตัดซับแทงค์ออกไป โดยโช้คต้นนี้จะถูกนำไปใช้ลงสนามในการแข่งขัน MotoGP กับ DUCATI LENOVO TEAM   แม้จะพึ่งเปิดตัวทีมไปไม่นาน โช้คอัพเจนใหม่ของทีมโรงงานก็เผยโฉมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยโช้คอัพคู่นี้คาดการณ์ว่าจะถูกติดตั้ง และนำลงไปทดสอบในช่วงทดสอบ Winter test ที่กำลังจะมาถึงนี้ และไม่เพียงแค่โช้คอัพคู่นี้ แต่ในช่วงนี้ก็เตรียมพบกับเทคโนโลยีช่วยเหลือการแข่งขัน หรือของแต่งระดับเทพตัวใหม่ที่จะออกมาเผยโฉมอีกเรื่อย ๆ โดยโช้คอัพคู่หน้าเจเนอเรชั่นใหม่คู่นี้ อยู่ในขั้นตอนการประกอบขั้นสุดท้าย ก่อนนำไปทดสอบการใช้งานต่อไป เรียกได้เลยว่าเข้าโค้งหนนี้ Ducati Lenovo จัดให้แบบเนียนกริ๊บชนิดที่ว่าแฟน ๆ ต้องตกตะลึงอย่างแน่นอน  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Rookie 2025 อาจตกเป็นของดาวรุ่งแดนกระทิงดุ ?

Rookie 2025 อาจตกเป็นของดาวรุ่งแดนกระทิงดุ ? Rookie 2025 หรือ Rookie of the year 2025 รางวัลสำหรับนักแข่งที่ขึ้นมาขับขี่ในการแข่งขันระดับสูงสุดเป็นฤดูกาลแรก แล้วสามารถทำผลงานได้ออกมาอย่างยอดเยี่ยม หรือเรียกให้เข้าใจง่าย ๆ ว่าเป็นรางวัลสำหรับมือใหม่ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น โดยในฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะมาถึงนี้ก็จะมีดาวรุ่งหน้าใหม่ขยับจาก Moto2 ขึ้นมาขับขี่ใน MotoGP ถึงสามคนได้แก่ ไอ โอกูระ, เฟอร์มิน อัลเดเกร์ และสมเกียรติ จันทรา  ซึ่งสามชื่อที่ได้กล่าวไปเมื่อข้างต้น ดูผิวเผินเหมือนว่านักบิดสัญชาติญี่ปุ่นจะดูมีความหวือหวามาเป็นอันดับต้น ๆ อาจเป็นเพราะว่าเจ้าตัวสามารถคว้าแชมป์รายการ Moto2 ได้ในหนล่าสุด และการแข่งขันในฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะเปิดฉากในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ทั้งสามก็ต่างได้ขึ้นไปกับต้นสังกัดต่าง ๆ ดังนี้ นักแข่ง สังกัดทีม รถที่ใช้แข่งขัน ไอ โอกูระ Trackhouse Racing  Aprilia RS-GP25 เฟอร์มิน อัลเดเกร์ Gresini Racing Ducati Desmosedici GP25 สมเกียรติ จันทรา LCR Honda RC213V   พอได้ทราบถึง ‘รถแข่งที่ใช้ทำการแข่งขัน’ ของทั้งสามคน เหมือนว่าด้านของนักบิดดาวรุ่งจากแดนกระทิงดุ ‘เฟอร์มิน อัลเดเกร์’ จะดูมีความน่าสนใจมากกว่าสองคนที่เหลือ เพราะศักยภาพของ Ducati Desmosedici หลาย ๆ คนที่ติดตามการแข่งขัน MotoGP ก็น่าจะทราบกันดีกว่ารถจากค่ายนี้มันไม่ธรรมดา การรันตีผลงานในฤดูกาล 2024 ที่สามารถคว้าชัยได้ถึง 19 สนามจากการแข่งขันทั้งหมด 20 สนาม อีกทั้งยังคว้าแชมป์ทีม และแชมป์ผู้ผลิตด้วยคะแนนที่สูงลิ่ว  และรถของ ‘ท่านก้อง’ ดูเหมือนว่าจะเสียเปรียบที่สุดในตาราง เพราะ RC213V จากค่ายปีกนกถูกยกให้เป็นรถที่ต้องพัฒนาอีกมาก และตามหลังคู่แข่งอยู่หลายช่วงตัว ตางคะแนนทีม และตารางคะแนนผู้ผลิตก็เป็นทางฮอนด้าที่เหมาอันดับสุดท้ายในตารางคะแนนไปทั้งคู่ ผลงานการทดสอบที่บาร์เซโลนา หลังจากปิดฤดูกาล 2024 ในการแข่งขัน Moto2 เป็นทางด้านของไอ โอกูระที่สามารถคว้าแชมป์โลก Moto2 ได้ด้วยคะแนน 274 คะแนน ทิ้งห่างเฟอร์มิน อัลเดเกร์ที่จบในอันดับที่ 5 ของตารางคะแนน ซึ่งทั้งคู่มีคะแนนห่างกันถึง 92 คะแนน และในรายของสมเกียรติ จันทรา จบในอันดับที่ 12 เก็บคะแนนได้ 104 คะแนน  โดยหลังจากปิดฤดูกาลนักแข่งหน้าใหม่ทั้งสามคนก็ได้ทำการลงทดสอบรถใหม่กับต้นสังกัดใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าทั้งสามก็ล้มเทกระจาดทั้งหมด ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร เพราะการขยับมาขับขี่ในรถที่มีซีซีสูงขึ้นก็ย่อมมีการควบคุมที่ยากลำบากมากกว่า ต้องใช้ทักษะ และเรียนรู้กับตัวรถจึงจะสามารถรีดประสิทธิภาพของรถได้ออกมามากที่สุด  ผลเวลาที่ทำได้ของทั้งสามคนในการทดสอบที่สนามบาร์เซโลน่า เฟอร์มิน อัลเดเกร์ สามารถทำเวลาได้ดีที่สุด รองมาเป็นไอ โอกูระ และสมเกียรติ จันทรา จบในอันดับสุดท้าย นักแข่ง เวลาต่อรอบเร็วที่สุด เฟอร์มิน อัลเดเกร์ 01:40.56 ไอ โอกูระ 01:40.94 สมเกียรติ จันทรา 01:41.29   แฟรงกี้ คาร์เคดี้ จากมาร์ก สู่ เฟอร์มิน สำหรับเฟอร์มิน อัลเดเกร์ ไม่เพียงแค่ Ducati ที่จะมาเป็นตัวแปรของตัวในการสรรค์สร้างผลงานที่ยอดเยี่ยม แต่ ‘หัวหน้าทีมช่าง’ ก็มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน เฟอร์มินเข้าร่วมแข่งขันภายใต้ทีม Gresini Racing ที่มี ‘แฟรงกี้ คาร์เคดี้’ เป็นหัวเรือของแผนกทีมช่าง ซึ่งแฟรงกี้เองก็เคยทำงานร่วมกับแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง ‘มาร์ก มาร์เกซ’ จึงมีความน่าสนใจว่าหัวทีมช่างรายนี้อาจแบ่งปันเทคนิคบางสิ่งบางอย่างให้กับดาวรุ่งหน้าใหม่รายนี้ก็เป็นได้ ไอ โอกูระ กับการปรับตัวในการแข่งขัน MotoGP ความสม่ำเสมอของไอ โอกูระเป็นจุดแข็งของเจ้าตัวที่ทำให้เขาสามารถคว้าแชมป์ Moto2 ฤดูกาลล่าสุดได้ แต่เจ้าตัวก็ออกมายอมรับว่าเขาก็ยังต้องปรับตัวกับการแข่งขัน MotoGP แม้ว่าจะทำงานภายใต้การควบคุมของ ‘ดาวิเด บริวิโอ’ ผู้จัดการทีม Trackhouse Racing ที่เคยมีประสบการณ์ในการปั่นนักแข่ง MotoGP มากมายไม่ว่าจะเป็น โจอัน เมียร์, อเล็กซ์ รินส์ และมาเวอริค บีญาเลส 

วาเลนตีโน รอสซี วางเป้าหมายของ VR46 ฤดูกาล 2025

วาเลนตีโน รอสซี วางเป้าหมายของ VR46 ฤดูกาล 2025 วาเลนตีโน รอสซี นายใหญ่ของทีมรองค่าย Ducati อย่าง VR46 Racing Team ที่เจ้าตัวออกมาเผยว่าตัวเขานั้นคาดหวังไว้อย่างสูง สำหรับการรีดฟอร์มเก่งในการไล่ลาโพเดียมของทีมประจำฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะเปิดฉากในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้  “ผมคาดหวังกับทีมในการแข่งขันฤดูกาล 2025 ไว้สูงมาก เพราะในฤดูกาลนี้ทีมของเราเหมือนเป็นทีมรองในอันดับสองที่ใช้รถจากค่าย Ducati ในการแข่งขัน ดังนั้นผมเองก็หวังว่าเราจะสามารถต่อสู้เพื่อโพเดียม และชนะการแข่งขัน และหากเป็นไปได้ ผมเองก็หวังที่จบตำแหน่งสูง ๆ ในตารางคะแนน หรือเรียกง่าย ๆ ว่าผมอยากให้ทีมนั้นติดท็อปไฟว์ในการแข่งขันทุกสนาม”  “เรามีความสุขอย่างมากที่มีนักแข่งสัญชาติอิตาลีถึงสองคนในทีม ผมคิดว่าเราสามารถแข่งขันได้อย่างแข็งแกร่ง” อีกทั้ง ‘พ่อหมอ’ ยังออกมาเผยถึงฟรานโก้ โมบิเดลี นักบิดคนใหม่ล่าสุดของทีม ว่าการที่ทีมได้ตัวของ ‘แฟรงกี้’ เข้ามาอยู่ในทีมถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะแฟรงกี้เองก็เป็นอดีตเด็กปั้นจากอะคาเดมีของ VR46 Riders Academy และเคยพาอะคาเดมี่นี้ได้แชมป์โลก Moto2 ในฤดูกาล 2017  “การได้โมบิเดลี่เข้ามาอยู่ในทีมถือเป็นสิ่งที่พิเศษมากสำหรับเรา เพราะเขาเองเป็นนักแข่งที่เติบโตมาจากอะคาเดมีของเรา และเราก็อยู่เคียงข้างกันมาตลอดในอาชีพของเขา ดังนั้นการได้เข้ามาอยู่ในทีมก็เหมือนเป็นการเติมเต็มส่วนที่ขาดให้สมบูรณ์ และเราหวังว่าเราจะเป็นทีมที่แข็งแกร่งมากขึ้น” สองนักบิดของทีมอย่าง ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ และฟรานโก้ โมบิเดลลี่ จะขับขี่รถจากค่าย Ducati ลงแข่งขันในฤดูกาลนี้ โดยในรายของฟาบิโอจะขับขี่รถสเปคเดียวกันกับทีมโรงงานอย่าง Ducati GP25 และแฟรงกี้จะขับขี่ในสเปครองลงมาอย่าง Ducati GP24 โดยรายละเอียดกราฟิกของรถถูกออกแบบให้โดดเด่นด้วยสีเหลืองสะท้อนแสง และสีขาว รวมถึงหมายเลข 46 ที่อยู่เป็นกรอบล้อมรอบหมายเลขของนักแข่งทั้งสองคน “ผมมีความสุขมากกับลวดลายใหม่ เราเดินตามแนวคิดของปีที่แล้วร่วมกับ Aldo Drudi ผู้ออกแบบคนสำคัญของผม และรถแข่งสีเหลืองสะท้อนแสงนี้ก็เหมือนเป็น ‘รถของเรา’ และตอนนี้ที่เพิ่มลวดลายพระอาทิตย์และพระจันทร์รวมถึงเลข 46 มันยิ่งพิเศษมากขึ้น” โดยทีมของพ่อหมอจะเริ่มลงทำการทดสอบอีกครั้งในการทดสอบที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซียในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ และจะลงแข่งขันในนัดเปิดสนามรายการ ThaiGP 2025 ในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เป้กโก้ มอง มาร์กมีทักษะการขับขี่ที่น่าสนใจ

เป้กโก้ มอง มาร์กมีทักษะการขับขี่ที่น่าสนใจ เป้กโก้ ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า และมาร์ก มาร์เกซสองนักบิดจากทีมโรงงานดูคาติที่ทั้งคู่รวมกันมีแชมป์มากถึง 11 สมัย โดยเป้กโก้ได้ออกมาเผยว่าทีมเมทแชมป์โลก 8 สมัยของเจ้าตัวนั้นมีทักษะการขับขี่ที่มีความน่าสนใจ และเป้กโก้เองก็เคยศึกษาการขับขี่ของมาร์ก มาร์เกซอีกด้วย  โดยจุดที่เป้กโก้ประทับใจ และต้องการศึกษาจากการขับขี่ของมาร์ก มาร์เกซ ได้แก่การขับขี่บนแทร็กที่มีความลื่นได้อย่างยอดเยี่ยม และวิธีการเข้าโค้งของแชมป์โลก 8 สมัยซึ่งก็เป็นจุดที่น่าสนใจไม่น้อย “มาร์กมีสองทักษะที่ผมประทับใจมาก อย่างแรกคือวิธีในการขับขี่บนแทร็กที่ลื่น เขาสามารถหาเทคนิคการขับขี่บนสนามแข็งประเภทนั้นได้อย่างยอดเยี่ยม และสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือวิธีการเข้าโค้งซ้ายของเขา เขาทำอะไรบางอย่างที่แตกต่างจากคนอื่นทั้งหมด ผมลองพยายามแล้ว แต่ทุกครั้งที่ผมทำ ผมมักจะเสียการควบคุมที่ล้อหน้า ดังนั้นผมต้องเรียนรู้การขับขี่ของเขา” นโยบายนักบิดต้องแบ่งปันข้อมูลกัน นโยบายของทางดูคาติมีการเผยว่านักบิดต้องมีการแบ่งปันข้อมูลซึ่งกันและกันภายในทีม อีกทั้งทางดูคาติยังมีการจัดทำรายงานหลังการแข่งขันสำหรับนักบิดแต่ละคน โดยในรายงานดังกล่าวจะมีการระบุถึงจุดแข็ง และจุดอ่อนเพื่อช่วยพัฒนาผลงานการขับขี่  “ปกติผมจะดูข้อมูลของนักบิดดูคาติที่มีการแข่งขันสูงทั้งหมด เพราะนักบิดหลายคนทำสิ่งที่แตกต่างกันได้ดี ดังนั้นมันสำคัญและน่าสนใจที่จะดูวิธีที่นักบิดคนอื่นใช้ทำเวลาต่อรอบ ตัวอย่างเช่น การแข่งขันที่สนามเฆเรซเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งผมก็เรียนรู้จากมาร์กในการเข้าโค้งที่ 7 และ 8” ซึ่งแน่นอนว่าการเรียนรู้จากการขับขี่ในนักแข่งระดับท็อปเป็นที่มาร์ก มาร์เกซเห็นด้วย เพราะตัวเขาเองก็ได้ดู และเรียนรู้การขับขี่จากเป้กโก้ และมาร์ติน ที่ทั้งสองเป็นนักบิดที่เร็วที่สุดในการแข่งขันเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา  “แน่นอนว่าคุณต้องดูนักบิดดูคาติระดับท็อปทั้งหมด และเมื่อปีที่แล้ว โดยเฉพาะครึ่งแรกของฤดูกาล ผมดูสิ่งที่เป็กโกและมาร์ตินทำเยอะมาก เพราะทั้งสองคนเป็นนักบิดที่เร็วที่สุด แต่โดยเฉพาะเป็กโก เพราะเขาอยู่ในทีมโรงงาน เพื่อพยายามเข้าใจการตั้งค่า จากนั้นในครึ่งหลังของฤดูกาลมันก็เปลี่ยนไป เพราะผมเริ่มทำในแบบของตัวเองมากขึ้น เพราะผมเริ่มเข้าใจตัวรถและสิ่งที่ผมต้องการดีขึ้น แต่มันเป็นกลยุทธ์ที่ดีของดูคาติที่แบ่งปันข้อมูลระหว่างนักบิดทุกคน เพราะแบบนี้การพัฒนาก็ง่ายขึ้น” เป็นอีกหนึ่งคู่จากทีมโรงงาน Ducati ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘เต็งแชมป์’ ตั้งแต่ยังไม่เริ่มการแข่งขันในฤดูกาล 2025 โดยมาร์ก และเป้กโก้จะจับมือพาทีมโรงงานสร้างความยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าอันดับหนึ่งในทุกโพเดียมได้หรือไม่ เหล่าสาวกต้องติดตาม โดยการแข่งขันนัดเปิดสนามในการแข่งขัน Thai GP จะเปิดฉากในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Subaru Solterra รับบท Safety Car ในการแข่ง WSBK2025

Subaru Solterra รับบท Safety Car ในการแข่ง WSBK2025 Subaru Solterra รถยนต์พลัง EV จากค่าย Subaru แบรนด์รถยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น จะเข้ามารับบทบาทของรถ Safety Car ของการแข่งขัน SUPERBIKE WORLD CHAMPIONSHIP แทนที่ของ Dodge Challenger SPTs ภายใต้ข้อตกลงในระยะเวลา 3 ปีตั้งแต่ปี 2025 ถึงปี 2027 ซึ่งหมายความว่ารถ SUV ไฟฟ้าคันนี้จะเข้ามารับหน้าที่ตั้งแต่ฤดูกาล 2025 เป็นต้นไป รายละเอียดสเปคเบื้องต้น รายละเอียดสเปคของรถ SUV ไฟฟ้าคันนี้มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ แบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (All-Wheel Drive) ขนาด 71.4 kWh ให้พละกำลังรวมกันสูงสุดอยู่ที่ 217 แรงม้าที่มาพร้อมแรงบิดอยู่ที่ 168 นิวตันเมตร โดยทางค่ายเคลมระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้งอยู่ที่ 228 ไมล์หรือ 366 กิโลเมตร อีกทั้งรถคันนี้ยังรองรับการใช้งานร่วมกับเครื่องชาร์จ DC แบบเร็ว (DC Fast Charger) ซึ่งช่วยให้ชาร์จไฟได้ถึง 80% ภายในระยะเวลาประมาณ 30 นาที ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อในรถโมเดลนี้มีการทำงานจับคู่กับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า จึงทำให้รถคันนี้มีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาพถนน ตั้งแต่ถนนในเมืองไปจนถึงเส้นทางโคลน ตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำจึงช่วยให้เพิ่มเสถียรภาพการควบคุม ทำให้การขับขี่มีความสนุกมากยิ่งขึ้น จับมือกับการแข่ง WSBK รถยนต์จากค่าย ‘ดาวลูกไก่’ จะมีบทบาทสำคัญในการรักษาความปลอดภัยบนสนามแข่งตลอดฤดูกาลแข่งขันรายการ WSBK โดยรถคันนี้มีหน้าที่ในการประเมินสภาพสนามก่อนเริ่มการแข่งขันในแต่ละรอบ ไม่เพียงแค่รักษาความปลอดภัยก่อนเริ่มการแข่งขัน แต่บริเวณโดยรอบสนามแข่งขันในแต่ละครั้งจะมีพื้นที่พิเศษในการจัดแสดงรถยนต์ของทางค่ายเพื่อให้สื่อและแฟน ๆ ของ WorldSBK ได้สัมผัสกับนวัตกรรมล่าสุดของ Subaru รวมถึงมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษ เช่น การทดลองขับบนสนามแข่ง การทดสอบรถ และกิจกรรมสนุกสนานอื่น ๆ อีกมากมาย Francesco Valentino (ฟรานเชสโก้ วาเลนติโน่) หัวหน้าฝ่ายการค้า และการตลาดของการแข่งขันรายการ WorldSBK ได้ออกมาแสดงความตื่นเต้นต่อความร่วมมือกับแบรนด์ Subaru ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Subaru ในฐานะพันธมิตรรถเซฟตี้คาร์อย่างเป็นทางการของ WorldSBK Solterra เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างนวัตกรรม สมรรถนะ และความน่าเชื่อถือ ทำให้มันเป็นรถที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการแข่งขันของเรา การมุ่งเน้นของแบรนด์รถยนต์ค่ายนี้ มีการเน้นในการผลิตรถยนต์คุณภาพสูงนั้นซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ WorldSBK ที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศ ความร่วมมือครั้งนี้ยังตอกย้ำถึงคุณค่าของการแข่งขันในฐานะแพลตฟอร์มการตลาดระดับโลกอีกด้วย” โดยรถ Safety Car จากค่าย ‘ดาวลูกไก่’ จะเริ่มปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยบนสนามแข่งในรายการ WSBK ตั้งแต่ฤดูกาล 2025 เป็นต้นไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

คลายความกดดัน ? Gigi Dall’Igna เผย ไม่คิดว่า Ducati จะดีเท่าปีที่แล้ว

คลายความกดดัน ? Gigi Dall’Igna เผย ไม่คิดว่า Ducati จะดีเท่าปีที่แล้ว Gigi Dall’Igna หัวเรือคนสำคัญของทีมโรงงาน Ducati ออกมาคลายความกดดัน หรือเผยทริคปลุกใจอะไรบางอย่างหรือไม่ เพราะจู่ ๆ จีจี้ก็ได้ออกมาเผยกับสื่อว่าตนนั้นไม่คิดว่าทีมแข่งในปี 2025 นี้จะทำผลงานออกมาได้ดีเท่าปีที่แล้ว แม้ว่าทีมโรงงาน Ducati อย่าง ‘Ducati Lenovo’ จะมีสองนักแข่งที่ดีที่สุดในกริดเลยก็ว่าได้อย่าง ‘เป้กโก้’ ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า และทีมเมทของใหม่ของทีม มาร์ก มาร์เกซ เจ้าของแชมป์โลก 8 สมัย แต่จีจี้ ผู้จักการทีม Ducati ก็ออกมายอมรับว่า การที่ทำให้ทีมแข่งในปีนี้ทำผลงานให้เหมือนกับความยิ่งใหญ่ของฤดูกาลที่แล้วนั้นค่อนข้างเป็นเรื่องที่ยาก “ผมคิดว่ามันซับซ้อนและอาจเป็นไปไม่ได้ที่จะทำได้ดีกว่าปีที่แล้ว แต่แน่นอนว่าเราสามารถพัฒนาตัวเองได้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายหลักของเรา คือการคว้าแชมป์นักแข่งและแชมป์ผู้ผลิต ดังนั้นสิ่งสำคัญไม่ใช่การทำได้ดีกว่าฤดูกาลที่แล้ว สิ่งสำคัญคือการชนะทั้งสองแชมป์” ซึ่งในการแข่งขันรอบกรังด์ปรีซ์เมื่อฤดูกาล 2024 ทีมโรงงาน Ducati ก็สามารถเค้นฟอร์มร้อนแรงคว้าชัยในการแข่งขันไปถึง 19 สนาม แม้ในการแข่งขันสนามที่ 3 จะพลาดท่าเสียชัยชนะให้กับ Aprilia ไปแต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจใด ๆ กับทีม เพราะสี่อันดับแรกของตารางคะแนนชิงแชมป์โลกก็เป็นรถจากค่าย Ducati ที่จับจองพื้นที่หัวตารางเป็นที่เรียบร้อย ตารางคะแนนชิงแชมป์โลก รถที่ใช้ คะแนน Jorge Martin Ducati 508 Francesco Bagnaia Ducati 498 Marc Marquez Ducati 392 Enea Bastianini Ducati 386 Brad Binder KTM 217   อีกทั้งยังแสดงถึงความเป็นเจ้าสนามด้วยการคว้าแชมป์ประเภทผู้ผลิตด้วยคะแนน 722 คะแนนห่างจากอันดับของอย่าง KTM ถึง 395 คะแนน ทีมผู้ผลิต คะแนน Ducati 722 KTM 327 Aprilia 302 Yamaha 124 Honda 75   อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทีมโรงงานจะสามารถกระชากแชมป์โลก 8 สมัยเข้ามาเป็นนักบิดของทีมได้ แต่ทาง Ducati เองก็ต้องเสียแชมป์โลกคนปัจจุบัน ‘ฆอร์เก้ มาร์ติน’ ให้กับทีมโรงงาน Aprilia เสียเอเนีย บาสเตียนินี่ มาร์โก เบซเซคคี่ และการเสียทีม Prima Pramac ให้กับ Yamaha แต่หัวเรือของ ‘เจ้าสนาม’ รายนี้ก็ยังคงคิดว่าสองคู่หูใหม่นี้จะเป็นตัวเต็งในการคว้าแชมป์ฤดูกาลนี้ “เรามีนักแข่งแชมป์โลกสองคน และในมุมมองของผม พวกเขาคือนักแข่งที่ดีที่สุดในสนามในปี 2025” “เป้กโก้ (ฟรานเชสโก บัญญาญ่า) เป็นนักแข่งที่ยอดเยี่ยมที่พาเรากลับมาคว้าแชมป์นักแข่งอีกครั้งในปี 2022 เขาสามารถยืนยันตำแหน่งของเขาได้ในปีถัดมา และต่อสู้อย่างสุดกำลังเพื่อชิงแชมป์โลกมาตลอด “ส่วนมาร์ค (มาร์เกซ) เป็นหนึ่งในนักแข่งที่ดีที่สุด ไม่ใช่แค่ใน MotoGP ยุคปัจจุบัน แต่บางทีอาจเป็นตลอดกาล “เขาเคยมีอาการบาดเจ็บรุนแรง จากนั้นเขาก็ได้ร่วมงานกับเราปีที่แล้ว [ในทีมเกรซินี] และทำสิ่งที่ยอดเยี่ยม เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มีเขาอยู่ในทีมของเรา” สองคู่หู มาร์ก และ เป้กโก้ จะลงซ้อมอย่างเป็นทางการอีกครั้งในการซ้อมที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซีย ในช่วงระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะลงแข่งขันอย่างเป็นทางการในนัดเปิดสนาม Thai GP ในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Alberto Puig เผยทีม HRC Honda ต้องพัฒนาก่อนปี 2027

Alberto Puig เผยทีม HRC Honda ต้องพัฒนาก่อนปี 2027 Alberto Puig (อัลแบร์โต้ พูอิก) ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันของทีม HRC Honda ทีมจากในการแข่ง MotoGP ได้ออกมาเผยว่าทีมของตนนั้นไม่สามารถรอช่วงเปลี่ยนกฎในการแข่งขันปี 2027 ได้ ต้องเริ่มพัฒนาตั้งแต่ตอนนี้เลย หลังจากที่ทีมของเขาได้เผชิญกับความยากลำบากมาหลายปีของตัวรถ RC213V ทีมโรงงานกำลังเผชิญกับความยากลำบาก และวิกฤตครั้งใหญ่ของทีมในการแข่งขันในรูปแบบกรังด์ปรีซ์ โดยในการแข่งขันปี 2024 ทีมรถแข่งจากค่ายฮอนด้าจบในอันดับสุดท้ายของตารางคะแนนในประเภทผู้ผลิต ด้วยคะแนนรวมเพียง 75 คะแนนเท่านั้น ซึ่งอันดับของนักแข่งที่ใช้รถฮอนด้าที่มีคะแนนสะสมในฤดูกาล 2024 ได้แก่ ‘โยฮันน์ ซาร์โก้’ จากทีม LCR Honda ที่ทำได้เพียงแค่จบในอันดับ 17 มี 55 คะแนนเท่านั้น  โดยการเปลี่ยนแปลงกฎการแข่งขันในปี 2027 ที่จะมีการลดขนาดของเครื่องยนต์ลงจาก 1,000 ซีซีเหลือเพียง 850 ซีซีเท่านั้น ซึ่งหลายฝ่ายก็มองว่าทางฮอนด้าอาจจะรอให้ถึงช่วงนั้น เพื่อทำการทุ่มพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่ เพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาที่เผชิญในปัจจุบันโดยเป็นลงทุนแค่เพียงรอบเดียวแบบสุดตัว แต่ทางด้านของผู้จัดการทีมอย่าง ‘อัลแบร์โต้ พูอิก’ ได้ออกมาบอกว่าการรอให้ถึงปี 2027 แล้วค่อยพัฒนาเป็นเรื่องที่ช้าเกินไป “แบรนด์ต่าง ๆ จะหาทางทำให้รถจักรยานยนต์เร็วขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะมีการควบคุมที่น้อยลง หรือไม่มีอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ก็ตาม แต่นั่นไม่สำคัญ ซึ่งมันยากที่จะให้คำตอบที่แน่ชัดในตอนนี้ แต่ฮอนด้าไม่สามารถรอถึงปี 2027 เพื่อก้าวไปข้างหน้าได้ นั่นคือเหตุผลที่ผมต้องคิดถึงปีหน้า” โดยพูอิกยังเผยอีกว่าสิ่งเดียวที่ฮอนด้าควรทำมากที่สุดตอนนี้คือ การปรับปรุงรถมอเตอร์ไซค์สำหรับแข่งขัน และการว่าจ้างผู้ที่มีความสามารถเข้ามาร่วมเป็นทีมพัฒนาของทีม  “กลยุทธ์เดียวที่เราวางไว้ในตอนนี้คือการปรับปรุงรถมอเตอร์ไซค์ โดยนั่นคือจุดเริ่มต้น และเพื่อบรรลุสิ่งนี้ ฮอนด้ากำลังจัดสรรทรัพยากรทั้งหมดที่มีอยู่ รวมถึงเทคโนโลยีของเรา โดยผมไม่ได้หมายถึงแค่ทรัพยากรทางการเงิน แต่ยังรวมถึงทรัพยากรมนุษย์ด้วย นั่นคือเหตุผลที่เราตัดสินใจจ้างโรมาโน (อดีตหัวหน้าฝ่ายเทคนิคของ Aprilia) สิ่งแรกที่ต้องทำคือปรับปรุงรถมอเตอร์ไซค์” “ตอนนี้พวกเรายังไม่มีแผนที่แน่นอน เรากำลังทำทุกอย่างที่ทำได้ในแต่ละวัน เพราะเราตระหนักว่าระดับของเราตอนนี้ยังไม่เป็นไปตามที่ควรจะเป็น” ทางทีมโรงงานฮอนด้า ‘HRC Honda’ จะเปิดตัวทีมแข่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 และทีม ‘LCR Honda’ จะเปิดตัวทีมอย่างเป็นทางการวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 สาวกค่ายปีกนก รอติดตามได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Marc Marquez ลั่น “ผมพร้อมทำเพื่อทีม Ducati”

Marc Marquez ลั่น “ผมพร้อมทำเพื่อทีม Ducati” Marc Marquez ลั่น พร้อมล่าแชมป์ให้ Ducati โดยนักบิดแชมป์โลก 8 สมัย ที่เปิดตัวเป็นนักแข่งของทีมโรงงาน Ducati อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวได้เผยถึงความรู้สึกในการเป็นนักแข่งของทีมแชมป์ 3 สมัยล่าสุดในการแข่งขัน MotoGP @ducaticorse One vision. 🔴 A Red vision for the 2025 #MotoGP season. Let us introduce the #DucatiLenovoTeam and our new riders Dream Team #Pecco63 and @Marc Márquez #CampioniInPista #Ducati #ForzaDucati @MotoGP™ @ducati @Lenovo ♬ suono originale – Ducati Corse “มันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากที่ผมได้มาอยู่ที่นี่ในวันนี้ (งานเปิดตัวทีมแข่งโรงงาน Ducati รายการ MotoGP อย่างเป็นทางการ) เพื่อเปิดฤดูกาลใหม่ของการแข่งขัน MotoGP ซึ่งผมมองว่านี่เป็นความท้าทายที่สำคัญที่สุดในอาชีพนักแข่งของผม”  “ในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้พักผ่อนบ้าง แต่ก็มีบางช่วงที่ได้ลงฝึกซ้อม และตอนนี้ผมเองก็รู้สึกว่าผมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับการแข่งขันในฤดูกาลใหม่ที่มีความท้าทาย และน่าตื่นเต้น เพราะเราจะได้เริ่มกลับมาทดสอบอีกครั้งสนามเซปัง ประเทศมาเลเซีย และต่อด้วยบุรีรัมย์” อีกทั้งเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยรายนี้ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เจ้าตัวได้ตั้งเป้าหมายระยะสั้นของตัวเองไว้ และยังรู้ตัวดีว่าเป้าหมายในการแข่งขันให้กับทีมโรงงานย่อมไม่ใช่เรื่องอะไรอื่น นอกจากการได้โพเดียมในทุกสนามที่ลงแข่งขัน  “ผมตั้งเป้าหมายระยะสั้น ๆ ของผมก็คือการสนุกกับทุกการขับขี่ เพราะผมรู้ดีว่าถ้าผมทำได้ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะตามมาเอง และอย่างที่ผมเคยพูดไว้หลายครั้งเมื่อคุณอยู่ในทีมโรงงาน เป้าหมายย่อมไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากการแข่งขันให้ได้ในทุกสนาม การต่อสู้เพื่อโพเดียม และชัยชนะ และพยายามผลักดันตัวเองให้เป็นตัวหลักในการแข่งขันชิงแชมป์โลก” “เราต้องการทำงานอย่างหนัก และสร้างชัยชนะร่วมกับทีม มันไม่ใช่เรื่องสำคัญว่าใครในทีมจะชนะ แต่ขอแค่เป็นทีม และทุกคนใน Ducati สุดท้ายแล้วผลการแข่งขันจะเป็นตัวบอกเองว่าเราจะอยู่ตรงไหนในตารางคะแนนในช่วงเวลาที่ผมได้ใช้ร่วมกับทีมจนถึงตอนนี้ ผมเห็นแล้วว่าบรรยากาศการทำงานนั้นยอดเยี่ยมมาก และผมแทบรอไม่ไหวที่จะได้ขี่ Desmosedici GP อีกครั้ง”  เหล่าสาวกของทีมโรงงาน Ducati สามารถติดตามผลงานการซ้อมรอบสนามเซปัง ประเทศมาเลเซียในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ และติดตามการแข่งขันนัดเปิดสนาม Thai GP ได้ในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 ที่สนามช้าง จังหวัดบุรีรัมย์ แฟนคลับเป้กโก้ และมาร์ก เตรียมตัวรอได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

MotoGP2027 มาร์กเผย จะเป็นฤดูกาลที่สร้างความแตกต่าง

MotoGP2027 มาร์กเผย จะเป็นฤดูกาลที่สร้างความแตกต่าง MotoGP2027 จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของการแข่งขันรายการ MotoGP โดย ‘เด็กระเบิด’ มาร์ก มาร์เกซ นักบิดจากทีมโรงงาน Ducati ได้ออกมาเผยว่าการปรับเปลี่ยนกฎในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2027 จะช่วยสร้างความแตกต่างมากยิ่งขึ้น เพราะมองว่าการแข่งขันถ้ายิ่งมีปัจจัยทางเทคนิคมากเท่าไหร่ นักแข่งก็จะต้องพึ่งพาวิศวกรมากยิ่งขึ้นเท่านั้น  หลังจากที่มีการประกาศปรับกฎในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2027 ที่จะมีการลดขนาดของเครื่องยนต์จาก 1,000 ซีซี เหลือเพียงแค่ 850 ซีซีเท่านั้น อีกทั้งยังมีการแบนในส่วนของตัวช่วยในการปรับความสูงของตังรถขณะขับขี่ และการตัดเรื่องของแอโรไดนามิกส์ออก โดยเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยให้ความเห็นว่าถึงแม้จะมีการปรับ แต่ทางค่ายผู้ผลิตก็จะต้องมีวิธีการในการรับมือเรื่องดังกล่าวอย่างแน่นอน “จริงที่จะมีกฎใหม่ในการแข่งขันปี 2027 โดยมีการลดแอโรไดนามิกส์ การแบนอุปกรณ์ปรับความสูงขณะขับขี่ และลดความจุเครื่องยนต์ลงเหลือเพียงแค่ 850 ซีซี แต่ผมก็คิดว่ารถจักรยานยนต์ก็จะยังคงมีความเร็วเท่าเดิม”  “เพราะผมก็ไม่รู้ว่าทางผู้ผลิตจะทำอย่างไร แต่ท้ายที่สุด พวกเขาก็จะมีวิธีการทำให้รถแข่งกลับมามีความเร็วได้เท่าเดิม”  อย่างไรก็ตามนักบิดสัญชาติสเปนรายนี้ก็ยังคงมีความเชื่ออีกว่าการลดแอโรไดนามิกส์จะช่วยให้การแซงสามารถทำได้ง่ายขึ้น และการที่เลิกใช้อุปกรณ์ปรับความสูง เช่น อุปกรณ์โฮลช็อตสำหรับออกตัว จะช่วยให้การควบคุมรถกลับมาอยู่ในมือของนักแข่งมากยิ่งขึ้น “การใช้แอโรไดนามิกส์น้อยลง ส่วนตัวผมมองว่าเป็นเรื่องที่ดี โดยเฉพาะเรื่องการเร่งแซง ที่สามารถทำให้เร่งแซงได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และตัวนักแข่งเองจะสามารถสร้างความแตกต่างได้มากยิ่งขึ้น”  “และในเรื่องของอุปกรณ์ปรับความสูงขณะขับขี่ก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ผมคิดว่ายิ่งรถมีอุปกรณ์ทางเทคนิคน้อยลงเท่าไร นักแข่งก็ยิ่งสร้างความแตกต่างได้มากขึ้น และยิ่งมีปัจจัยทางเทคนิคมากเท่าไร คุณก็จะยิ่งต้องพึ่งพาวิศวกรมากขึ้นเท่านั้น” อุปกรณ์ Holeshot คืออะไร คืออุปกรณ์ที่ช่วยปรับสมดุลรถเวลาออกตัวในการแข่งขัน MotoGP ช่วยลดปัญหาล้อหน้ายก (Wheelie) และเพิ่มการยึดเกาะของล้อหลัง ช่วยให้รถสามารถออกตัวได้ดีขึ้น โดยเทคโนโลยีนี้ใช้แล้วจะสามารถควบคุมรถได้ง่ายกว่าเดิม  มาร์ก มาร์เกซ และ ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า ทีมเมทใหม่ของเจ้าตัวภายใต้ทีม Ducati Lenovo จะลงทำการทดสอบรถใหม่ที่รอบทดสอบ Sepang Test ที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ ก่อนจะมาที่ทดสอบที่ประเทศไทยในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มันสุดมาก ! Martinator เผยความรู้สึกถึงรถ RS-GP

มันสุดมาก ! Martinator เผยความรู้สึกถึงรถ RS-GP Martinator หรือ  Jorge Martin แชมป์ MotoGP คนล่าสุดที่ได้เปิดตัวในฐานะนักแข่งอย่างเป็นทางการของทีมโรงงาน Aprilia Racing เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา โดยการเปิดตัวครั้งนี้ได้เปิดตัวพร้อมกับทีมเมทคนใหม่อย่าง ‘มาร์โก้ เบซเซคคี’ ที่ย้ายมาจากทีม VR46  โดย ‘มาร์ติเนเตอร์’ ได้ออกมาเผยความรู้สึกของเจ้าตัวกับรถแข่ง RS-GP ที่เจ้าตัวได้ลองทำการขี่ทดสอบแล้วในการทดสอบที่สนามบาร์เซโลน่า “ตอนที่ผมขึ้นขี่รถครั้งแรก ผมยอมรับว่าผมไม่รู้จะคาดหวังอะไรแต่ผมก็เปิดใจกับรถคันนี้ไปก่อน แต่เมื่อได้ลองขี่ความรู้สึกของรถคันนี้ที่มอบให้ผม ผมรู้สึกว่ามันเป็นประสบการณ์ที่น่าทึ่งมาก ผมคิดว่านี่คือรถที่ดีที่สุดที่ผมเคยขี่มา มันมีความรู้สึกสุดยอดจริง ๆ” “ในการขับขี่ช่วงแรกผมขี่ค่อนข้างช้า อาจจะเป็นเพราะยังไม่ชิน แต่หลังจากนั้นผมก็เริ่มเร่งความเร็วขึ้นมาได้บ้าง และหลังจากการทดสอบผมก็เริ่มมองเห็นถึงปัญหาบางอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวผมเอง ซึ่งปัญหาเหล่านี้ที่เกิดกับตัวผมมันอาจจะไม่ใช่สำหรับปัญหาของเอสปากาโร่ หรือบีญาเลส แต่ผมรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวในช่วงแรกมันยังไม่มั่นคงเท่ารถ Ducati แต่เรา และทีมช่างก็เริ่มปรับเปลี่ยนบางอย่างจนทุกอย่างเริ่มมีความเสถียรมากยิ่งขึ้น” อีกทั้งทีมโรงงาน Aprilia ยังให้สองนักแข่งใหม่อย่างฆอร์เก้ มาร์ติน และมาร์โก เบซเซคคี่ ได้ทำการทดลองขี่รถในโมเดลปี 2024 รวมถึงรถโมเดลต้นแบบในปี 2025 ด้วย   “พวกเรา (มาร์ติน และเบซเซคคี่) ได้ทดลองขี่รถต้นแบบที่จะใช้ในโมเดล 2025 ซึ่งผมว่ามันดีมาก เช่น ชุดแฟริ่งใหม่และการเปลี่ยนแปลงในตัวรถโดยรวม มันเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่เมื่อเทียบกับปี 2024 ในเรื่องของแรงยึดเกาะ (traction) ผมยังมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ผมคิดว่านั่นเป็นเรื่องที่ผมต้องปรับตัวเข้ากับรถ มากกว่าที่จะเป็นปัญหาของตัวรถเอง” โดยหลังจากที่ได้ทำการลงทดสอบตัวสำหรับใช้แข่งในโมเดล 2025 เจ้าของแชมป์โลกคนล่าสุดยังออกมายอมรับว่า ตัวเขานั้นยังต้องปรับเปลี่ยนสไตล์การขับขี่ของเขา เพื่อดึงศักยภาพสูงสุดของรถ RS-GP “ผมรู้สึกว่ารถแข่งนั้นดีมากและมีความสามารถในการแข่งขันสูง แต่ผมต้องใช้เวลาในการเข้าใจว่าจะต้องเร่งตรงไหน เก็บเวลาได้จากจุดใด หรือควรขี่ช้าลงตรงจุดไหน ในการทดสอบที่บาร์เซโลนา ผมขี่เหมือนยังใช้ Ducati อยู่ ผมต้องเปลี่ยนสไตล์การขี่ของผมเยอะมาก” “ผมคิดว่ารถคันนี้ดีมากจริง ๆ ผมแค่ต้องใช้เวลาในการปรับตัว แต่เท่านั้นเอง ผมคิดว่าเราสามารถทำผลงานได้ยอดเยี่ยม” ฆอร์เก้ มาร์ติน จะลงทดสอบตัวแข่งอีกครั้งในการทดสอบรอบเซปัง เทส ที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ 2568 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Davide Brivio เผย ตื่นเต้นที่จะได้เห็น Trackhouse Racing 2025

Davide Brivio เผย ตื่นเต้นที่จะได้เห็น Trackhouse Racing 2025 Davide Brivio (ดาวิเด บริวิโอ) ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันของทีม Trackhouse Racing 2025 ได้ออกมาเผยว่าตัวเขานั้นตื่นเต้นกับฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง เพราะทางทีมของเขานั้นมี ‘ส่วนผสมที่ดี’ ซึ่งหมายถึงการจับคู่กันของสองนักแข่งอย่าง ราอูล เฟอร์นันเดซ และ ไอ โอกุระ อีกทั้ง ทั้งคู่ยังจะได้ใช้รถ RS–GP สเปคเดียวกันกับทีมโรงงานตั้งแต่เปิดฤดูกาลใหม่  “ตอนนี้ที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูกาล 2025 มีสิ่งใหม่ ๆ เกิดขึ้นกับพวกเรามากมาย โมเดลรถของปี 2025 มันดูทำให้พวกเรามีความหวังขึ้นอย่างมาก อีกทั้งผู้อำนวยการด้านเทคนิคคนใหม่ของ Aprilia อย่างฟาเบียโน สเตอร์ลากินี ที่กำลังจะนำสิ่งใหม่ ๆ และแนวทางการทำทีมใหม่มาให้เรา ผมตื่นเต้นมาก ๆ ว่าเราจะไปได้ไกลแค่ไหนกับรถปี 2025” สัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นของ ราอูล เฟอร์นันเดซ ผลงานการแข่งของ ราอูล เฟอร์นันเดซ ในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลที่ทำได้ดีที่สุดคือการจบในอันดับที่ 16 ของตารางแชมป์โลก สามารถสะสมได้เพียง 66 คะแนนเท่านั้น ตามหลังทีมเมทอย่างมิเกล โอลิเวร่า ที่จบในอันดับที่ 15 สะสมคะแนนได้ 75 คะแนน โดยอันดับที่จบที่ดีที่สุดในการแข่งขันคือการจบในอันดับที่ 8 ที่สนาม TT Circuit Assen ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยบริวิโอ ได้ออกมาเผยว่า ราอูลได้ทำการวางแผนการฝึกซ้อมใหม่ และได้พูดคุยกับนักแข่งรายนี้แล้วถึงวิธีการแก้ปัญหา เพื่อที่จะสามารถให้เจ้าตัวเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้ในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง “เขามีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม การจบอันดับที่ 8 ที่สนาม TT Circuit Assen ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของเขาในฤดูกาลที่แล้ว และในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง เขา (ราอูล เฟอร์นันเดซ) ได้เปลี่ยนวิธีการฝึกซ้อมใหม่ ซึ่งมันเป็นหนทางที่เขาสามารถรู้ตัวเองได้ว่าต้องมีจุดไหนที่ต้องปรับปรุงอีกบ้าง” “ในเรื่องของต้นเหตุของความผิดพลาดเมื่อปีที่แล้ว พวกเราได้หาหนทางถึงสิ่งที่ทำแล้ว จะสามารถทำให้ขี่ดีขึ้น ผมมีความหวังว่าได้จะได้เห็น ราอูล เฟอร์นันเดซ ที่เป็นเวอร์ชั่นใหม่ในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลหน้าที่กำลังจะมาถึง” ไอ โอกุระ นักแข่งพรสวรรค์สูง การแข่งขันฤดูกาล 2025 ของทีมจะได้นักบิดดีกรีแชมป์รายการ Moto2 คนล่าสุดอย่าง ‘ไอ โอกุระ’ นักบิดสัญชาติญี่ปุ่นเข้ามาร่วมทีม โดยผู้จัดการทีมของ Trackhouse ได้ออกมาเผยว่าเจ้าตัวรู้สึกดีใจ และมีความยินดีที่จะได้ร่วมงานกับนักบิดสัญชาติญี่ปุ่นรายนี้ เพราะเขามองว่านักแข่งคนนี้เป็นคนที่มีพรสวรรค์สูง ประกอบกับทัศนคติที่ยอดเยี่ยม “ทางเรา (Trackhouse) ได้ตัดสินใจเลือกนักแข่งหน้าใหม่เข้ามาร่วมทีม และส่วนตัวผมก็คิดว่าไอ โอกุระ เป็นนักแข่งที่มีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม โดยเขาแสดงสิ่งนี้ให้พวกเราได้เห็นเมื่อการแข่งขันฤดูกาลก่อน ด้วยการคว้าแชมป์รายการ Moto2” “เราตื่นเต้นมาก ๆ ที่จะได้เขามาเข้าร่วมกับทีม ที่เป็นแบบนี้เพราะเขาเป็นนักแข่งที่มีทัศนคติที่ยอดเยี่ยม ทุ่มเทกับการแข่งขัน ผมรู้สึกยินดีอย่างมากที่จะได้ร่วมสร้างประสบการณ์การแข่งระดับ MotoGP ไปกับเขา” โปรแกรมลงซ้อมรอบถัดไปของทีม Trackhouse Racing ไอ โอกุระที่เป็นหน้าใหม่ของการแข่งขัน MotoGP จะได้ลงซ้อมก่อนในรอบเชคดาวน์ เทส (Shakedown Test) ระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2025 ก่อนที่จะลงซ้อมพร้อมกับทีมเมทอย่าง ราอูล เฟอร์นันเดซ ในรอบการซ้อมเซปัง เทส (Sepang Test) ระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ 2025 โดยการซ้อมทั้งสองรอบจะมีขึ้นที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Aleix Espargaro เชื่อ มาร์ตินไปได้สวยกับ Aprilia

Aleix Espargaro เชื่อ มาร์ตินไปได้สวยกับ Aprilia Aleix Espargaro อดีตนักแข่งทีม Aprilia ที่ในปัจจุบันได้ประกาศเลิกแข่งขันอย่างเป็นทางการ แล้วไปเป็น Test-Rider ให้กับทีม HRC Honda โดยเทสไรเดอร์รายนี้ได้ออกมาเผยว่าแชมป์โลกคนล่าสุดอย่าง ‘ฆอร์เก้ มาร์ติน’ จะสามารถไปได้ด้วยกับต้นสังกัดใหม่ มั่นใจมาร์ตินอนาคตสดใส ฆอร์เก้ มาร์ติน แชมป์โลก MotoGP คนล่าสุดที่ได้ย้ายต้นสังกัดใหม่จาก Prima Pramac สู่ทีมโรงงานของ Aprilia เหมือนได้รับแรงกดดันเบา ๆ จากอดีตนักแข่งทีมโรงงาน Aprilia อย่าง อเล็กซ์ เอสปาร์กาโร่ ว่ามาร์ตินจะสามารถประสบความสำเร็จได้ แม้มาร์ตินจะยืนยันแล้วว่าเขาจะไม่ป้องกันตำแหน่งในปี 2025 ในปีแรกกับรถ RS-GP “ผมเชื่อเสมอว่าเราสามารถต่อสู้เพื่อแชมป์โลกกับ Aprilia ได้ และผมพูดสิ่งนี้ด้วยความจริงใจที่สุด เพราะตัวผมเองก็ไม่มีพรสวรรค์แม้แต่น้อยเมื่อเทียบกับนักแข่งที่ต่อสู้เพื่อแชมป์ แต่ผมก็สามารถชนะการแข่งขันกับรถคันนี้ได้ ผมทำตำแหน่งโพลและสร้างสถิติในหลายสนาม” “ผมไม่ได้บอกว่าฆอร์เก้จะทำได้ในปีนี้ แต่เขาจะสามารถแสดงความสามารถของเขาได้อย่างแน่นอน” เปโดร อคอสต้า คือคู่แข่งคนสำคัญ ไม่เพียงแค่ปลุกใจมาร์ตินเท่านั้น แต่เอสปากาโร่เองก็ยังเตือนอีกว่า เปโดร อคอสต้า จะเป็นหนึ่งในนักแข่งที่มีความน่ากลัวอยู่ไม่น้อย แม้ว่านักแข่งจากทีมโรงงานของ Ducati จะยังเหนือกว่านักแข่งคนอื่น ๆ อยู่เล็กน้อย  “ทีมเก่าของผมกำลังทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ KTM ก็ได้เปรียบจากดาวรุ่งที่น่าเหลือเชื่ออย่างเปโดร ดังนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงตำแหน่งแชมป์ แม้ว่ารถ Desmosedici จาก Ducati จะยังคงเหนือกว่ารถคันอื่น ๆ อยู่ก็ตาม” ฆอร์เก้ มาร์ติน และมาร์โก เบซเซคคี สองนักบิดจากทีมโรงงานของ Aprilia จะถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคมนี้ สาวกของ ‘มาร์ติเนเตอร์’ รอติดตามได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

คนนี้มันมีของ ! คาร์เคดี้เผย อัลเดเกร์ พร้อมลุย MotoGP

คนนี้มันมีของ ! คาร์เคดี้เผย อัลเดเกร์ พร้อมลุย MotoGP หลังจากที่สำเร็จภารกิจในการพาแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง ‘มาร์ก มาร์เกซ’ กลับมาขึ้นโพเดียมอีกครั้งในรอบ ในฤดูกาลนี้ทางทีม Gresini Racing ได้นักบิดคนใหม่ที่ถูกโปรโมตมากจากการแข่งขัน Moto2 อย่าง ‘เฟอร์มิน อัลเดเกร์’ กดเวลาดีสุดในกลุ่มหน้าใหม่ ในรอบซ้อมที่ประเทศสเปนเหล่า Rookie หน้าใหม่ไม่ว่าจะเป็น ไอ โอกุระจากทีม Trackhouse Aprilia, สมเกียรติ จันทรา จากทีม LCR Honda และอัลเดเกร์ จากทีม Gresini Racing แต่ดูผิวเผินจากการซ้อมในยกแรกของทั้งสามคนในการแข่งขัน MotoGP ทางฝั่งของนักบิดชาวสเปนจะสามารถทำเวลาได้ดีกว่าใครเพื่อน โดยสามารถจบเวลาต่อรอบอยู่ที่ 01:40.56 ถัดมาเป็น ไอ โอกุระที่ 01:40.94 และก้องที่สามารถจบเวลาได้ดีที่สุดอยู่ที่ 01:41.29 ซึ่งการทำเวลาได้ดีที่สุดในกลุ่มหน้าใหม่ ทางหัวหน้าช่างอย่าง ‘แฟรงกี้ คาร์เคดี้’ ก็เพียงพอใจ และเข้าใจว่าการขยับขึ้นมาจาก Moto2 สู่ MotoGP ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นและการขาดยางหน้าแบบนิ่ม หลังจากที่รอบชิงชนะเลิศของฤดูกาลเปลี่ยนสถานที่จัดงานจากบาเลนเซียมาเป็นบาร์เซโลนาในนาทีสุดท้าย “เรามีเหตุการณ์ล้มเล็กน้อย แต่โชคดีที่มันไม่แย่กว่านี้ในสภาพที่ยากลำบากแบบนี้” คาร์เคดี้กล่าว “มือใหม่ทุกคนได้สัมผัสกับกรวดในบางจุด ซึ่งผมก็ไม่แปลกใจเลย แต่ถึงอย่างนั้นการทดสอบนี้ก็ยังเป็นไปในทิศทางที่ดีมาก หลังจากรอบที่สองหรือสาม เขาบอกว่าเขาเริ่มคุ้นเคยกับความเร็วได้แล้ว แต่เมื่อเราดูข้อมูล เบรกเป็นจุดที่ยังมีพื้นที่ให้พัฒนาได้อีกมาก” แม้จะมีเรื่องประทับใจ แต่มีบางจุดต้องปรับปรุง แม้จะสามารถกดเวลาได้ดีที่สุดในกลุ่มหน้าใหม่ แต่ก็ยังมีบางจุดที่ต้องปรับปรุงอยู่บ้างเพื่อการขับขี่ในขณะแข่งขัน สามารถรีดประสิทธิภาพได้อย่างยอดเยี่ยม  “สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมประทับใจมากคือ เรานั่งคุยกันเกี่ยวกับเรื่อง [การเบรก] และเมื่อเขาออกไปครั้งถัดไป เขาก็ทำได้ใกล้เคียงกับนักแข่งระดับท็อปมากขึ้นทันที จริง ๆ แล้วมันค่อนข้างน่ากลัว เพราะเราคิดว่า ‘บางทีเราอาจกดดันเขามากเกินไป!’” “แต่หนึ่งสิ่งที่ต้องปรับปรุง คือคุณต้องจำไว้ว่าตำแหน่งการนั่งของนักแข่งบนรถ และการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์นั้นเป็นสิ่งสำคัญมากใน MotoGP และสำหรับนักแข่งหน้าใหม่ มันแทบจะเป็นการคาดเดาในการทดสอบครั้งแรก คุณต้องพิจารณาตำแหน่งของนักแข่งคนอื่น ๆ แล้วเราก็วางเขาไว้ในจุดกลาง ๆ แต่ยังมีงานที่ต้องทำเพิ่มเติมในช่วงฤดูหนาวนี้” เป้าหมายคือโพเดียม แน่นอนว่าเป็นหน้าใหม่ขึ้นมาในการแข่งขันระดับสูงสุดครั้งแรก ก็อาจจะจำเป็นที่จะต้องตั้งเป้าหมายอะไรบางอย่าง เพื่อให้มีแรงจูงใจในการแข่งขันแต่ละสนามคาร์เคดี้ก็ได้ออกมาเผยว่าเป้าหมายของ อัลเดอร์เกร์คือโพเดียม  “ผมเคยพูดเสมอกับนักแข่งคนก่อน ๆ และมันจะเหมือนกันกับเฟอร์มิน – สำหรับผม มันเป็นเรื่องของการพัฒนาในทิศทางที่ก้าวหน้าเสมอ ดังนั้นถึงแม้ว่าคุณจะจบอันดับที่ 20 ในสนามแรก (การสอบที่บาร์เซโลน่า) ถ้าหลังจากนั้นทุกสนามดีขึ้นเรื่อย ๆ คุณก็ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายแล้ว และในปีถัดไปคุณก็พร้อม” “ถ้าคุณมีฤดูกาลที่ขึ้น ๆ ลง ๆ… มันอาจจะยอดเยี่ยมที่ได้ขึ้นโพเดียมในสนามที่ 5 หรือ 6 แต่ถ้าหลังจากนั้นคุณจบอันดับที่ 20 มันก็ไม่ได้ผลดีนัก” “ความกดดันจะมีแค่เมื่อคุณจบการแข่งขันแรกบนโพเดียม เพราะหลังจากนั้นการพัฒนาให้ดีขึ้นตลอดทั้งปีจะเป็นเรื่องที่ยาก! ผมคาดหวังว่าในปีนี้เราจะมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น โดยไม่ใช่ในลักษณะที่ว่า ‘นี่เป็นสนามที่ดี’ หรือ ‘นี่เป็นสนามที่ไม่ดี’ แต่มันจะเป็นแนวโน้มที่ก้าวหน้า” “ผมคิดว่าเฟอร์มินจะสร้างความประทับใจให้กับผู้คนมากมายในปีนี้” อัลเดเกร์ จะถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะนักแข่งทีม Gresini Racing ร่วมกับ อเล็กซ์ มาร์เกซในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2025 ในวันเสาร์ที่ 18 มกราคมนี้ และจะลงซ้อมในเซปัง เทส (Sepang Test) ที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ และต่อด้วยการสอบที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในช่วงระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์นี้  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

พี่คนนี้ขี่เร็วมาก ! มาร์กกดเวลาซ้อมดีสุดด้วย Panigale V2 2025

พี่คนนี้ขี่เร็วมาก ! มาร์กกดเวลาซ้อมดีสุดด้วย Panigale V2 2025 เหมือนจะเตรียมร่างกายให้พร้อมแข่งขันอยู่เสมอสำหรับรายของ ‘เด็กระเบิด’ มาร์ก มาร์เกซ นักแข่งจากทีมโรงงานของ Ducati โดยการซ้อมในครั้งนี้ทำการซ้อมที่สนาม Aspra Circuit เมืองบาเลนเซีย ประเทศสเปน โดยเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัย ได้เลือกใช้ Panigale V2 2025 ในการฝึกซ้อม ซึ่งการที่เจ้าตัวเลือกใช้รถสปอร์ตโปรดักชั่นในการซ้อมครั้งนี้ ไม่เพียงแค่แสดงถึงความยืดหยุ่นของมาร์เกซในการปรับตัวให้เข้ากับรถที่หลากหลาย แต่ยังสะท้อนถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของ Panigale V2 ที่สามารถตอบสนองความต้องการของนักแข่งระดับโลกได้ สเปคเครื่องยนต์ โดยสเปคเครื่องยนต์ของ Panigale V2 โมเดลใหม่ล่าสุดที่มาร์กใช้ขี่ซ้อมในครั้งนี้คาดว่าจะเป็นเครื่องยนต์สเปคเดียวกันกับที่มีวางจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป มีพละกำลังสูงสุดอยู่ที่ 155 แรงม้าที่ 10,750 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 104 นิวตันเมตร ที่ 9,000 รอบต่อนาที มาพร้อมกับระบบเกียร์ เกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบ Ducati Quick Shift (DQS) ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างราบรื่น สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องยนต์นี้ได้ที่นี่ มาร์กชื่นชอบพร้อมกดเวลาแจ่ม โดยหลังจากที่เสร็จสิ้นจาก Section ของการซ้อมมาร์เกซได้ทำการโทรหา ‘คลาวดิโอ โดเมนิกาลี’ CEO ของทางดูคาติพร้อมกับเล่าความรู้สึกของ V2 ในโมเดลใหม่ พร้อมกับการทำเวลาต่อได้เร็วสุดที่ 1 นาที 12.2 วินาที “สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจคือผมได้รับสายจากมาร์คเมื่อสิ้นสุดวัน เขาบอกผมว่าไม่เพียงแต่เขาชื่นชอบการควบคุมรถที่คล่องตัว ท่าทางการขี่ที่สบายอย่างมาก และการส่งกำลังที่ “เหมือนพลังไฟฟ้า” เท่านั้น แต่เขายังทำเวลาต่อรอบได้ 1 นาที 12.2 วินาที! ทีมของผมแจ้งว่ามันเทียบเท่ากับสถิติเวลาต่อรอบที่ไม่เป็นทางการของรุ่นซูเปอร์สปอร์ต!” และสิ่งที่น่าสนใจที่สุดในการซ้อมครั้งนี้คือการที่มาร์เกซนำรถสเปคปกติ หรือเวอร์ชั่นที่ใช้สำหรับขี่บนถนนลงซ้อมในครั้งนี้ ซึ่งมีอุปกรณ์สำหรับการใช้งานจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า ไฟท้าย หรือแม้แต่ขาตั้งข้างที่ยังคงอยู่แบบครบครัน  “มาร์กยังได้ขี่  V2 [รุ่นก่อนปี 2024] ในรูปแบบที่ปรับแต่งเต็มสำหรับการแข่ง และสามารถทำเวลาต่อรอบได้เท่ากัน [กับรุ่นปี 2025] อย่างไรก็ตาม V2 รุ่นปี 2025 ที่เขาขี่นั้นเป็นเวอร์ชันสำหรับถนนอย่างเต็มตัว ซึ่งติดตั้งท่อไอเสียที่มีตัวกรองไอเสียตามกฎหมาย พร้อมไฟหน้า ไฟท้าย และขาตั้งข้างสำหรับใช้งานจริงบนท้องถนน!” โดยมาร์กจะลงซ้อมอย่างเป็นทางการอีกครั้งกับทีมโรงงาน Ducati ในการซ้อมที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ในช่วงระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ และต่อด้วยการสอบที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในช่วงระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์นี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Carmelo Ezpeleta เผยดีล Liberty Media ช่วยยกระดับ MotoGP

Carmelo Ezpeleta เผยดีล Liberty Media ช่วยยกระดับ MotoGP Carmelo Ezpeleta CEO ของทาง Dorna Sports ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับการควบกิจการของ F1 และ MotoGP หลังจากที่ในช่วงเมื่อปีที่แล้วมีข่าวออกมาอย่างเป็นทางการว่า Liberty Media เจ้าของการแข่งขันรายการ Formula 1 ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนเมษายน 2024 ว่าทางบริษัทได้เข้าซื้อหุ้นประมาณ 86% ของ Dorna Sport ที่เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกหรือ MotoGP ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 4.2 พันล้านยูโร หรือตีเป็นเงินไทยประมาณ 165,000 ล้านบาท  ในช่วงเดือนธันวาคมปี 2024 การเข้าซื้อกิจการ MotoGP ของ Liberty Media ที่คาดว่าจะเสร็จสิ้นก่อนสิ้นดังกล่าว ได้ถูกเลื่อนออกไปเป็นปี 2025 เนื่องจากคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ได้เริ่มการตรวจสอบในระยะที่ 2 (Phase II Investigation) ของการถือลิขสิทธิ์ โดยดีลนี้ ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กำลังถูกพิจารณาเพราะคณะกรรมาธิการยุโรปกังวลว่าการซื้อกิจการครั้งนี้อาจทำให้ราคาการรับชมในตลาดขนาดเล็กสูงขึ้น และเมื่อ Liberty Media ซึ่งเป็นเจ้าของ Formula One อยู่แล้ว อาจทำให้เกิดการผูกขาดระหว่างการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสองล้อ และสี่ล้อ “ธุรกรรมนี้สร้างความกังวลในด้านการแข่งขันในตลาดที่แคบกว่าในระดับประเทศสำหรับการให้สิทธิ์ออกอากาศเนื้อหามอเตอร์สปอร์ตในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) ซึ่ง Formula One เป็นผู้นำในตลาดที่ชัดเจนในทุกประเทศในยุโรป และ MotoGP มักเป็นคู่แข่งเดียวเท่านั้น” แถลงการณ์จากคณะกรรมาธิการยุโรปเมื่อเดือนที่แล้วกล่าว โดยคณะกรรมาธิการมีเวลาถึงวันที่ 14 พฤษภาคมในการตัดสินใจว่าจะอนุมัติการเข้าซื้อกิจการนี้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม CEO ของทาง Dorna Sports อย่าง Carmelo Ezpeleta (คาร์เมโล เอซเปเลตา) เชื่อว่าดีลนี้จะผ่านการอนุมัติ และเจ้าตัวยังคงตื่นเต้นกับโอกาสที่การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบระดับโลกรายการนี้จะถูกดูแลโดยบริษัทสัญชาติอเมริกา  “เราคาดว่าการเข้าซื้อกิจการนี้จะได้รับการอนุมัติจากสหภาพยุโรป และเรารู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสในการทำงานร่วมกับ Liberty Media ในระหว่างนี้ เรามุ่งมั่นที่จะดำเนินกลยุทธ์ของเราในการยกระดับกีฬานี้ไปอีกขั้น และเติบโตในอัตราที่น่าประทับใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายฐานแฟนคลับทั่วโลกที่มีอยู่กว่า 500 ล้านคน”  “ในปี 2024 เรามีจำนวนผู้เข้าชมการแข่งขันมากกว่า 3 ล้านคนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และมี 6 สนามที่สร้างสถิติใหม่สำหรับอีเวนต์ของพวกเขา French GP ของเราทำลายสถิติผู้เข้าชมสูงสุดตลอดกาล เมื่อมองไปข้างหน้า เราไม่ต้องการเพียงแค่สิ่งเดิม ๆ แต่เราต้องการสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น และเราภูมิใจที่กลยุทธ์ของเราเริ่มส่งผลสำเร็จแล้ว เราหวังว่าแฟน ๆ จะตื่นเต้นเช่นเดียวกับเราสำหรับอนาคตและฤดูกาลใหม่ที่น่าตื่นเต้นซึ่งใกล้จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว” ดีลมูลค่ามหาศาลนี้จะลงเอยอย่างไรก็ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามต่อไป แฟน ๆ การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตหากไม่อยากพลาดเรื่องนี้ กดติดตาม SuperBike Thailand ไว้เลย จะมาอัพเดทให้อย่างแน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jack Miller เผย “ผมยังไม่ยอมแพ้กับ MotoGP”

Jack Miller เผย “ผมยังไม่ยอมแพ้กับ MotoGP” Jack Miller นักบิดสัญชาติออสเตรเลียจากทีม Prima Pramac Yamaha ได้ออกมาเผยกับสื่อว่าตอนนี้ตนนั้นกำลังทุ่มเทอย่างหนัก เพื่อให้กลับมามีความสามารถในแย่งแชมป์ในรายการ MotoGP  @yamahamotogp_official We’re not here to play games 👊 #MonsterYamaha | #MotoGP | #BarcelonaTest ♬ original sound – YamahaMotoGP “ช่วงท้ายฤดูกาลก่อน ผมไม่มีอะไรเลย โทรศัพท์ก็ไม่ดัง แต่แล้วก็ได้สายโทรมาจากทีม Prima Pramac Yamaha ที่ต้องการให้ผมไปร่วมทีมกับ ‘มิเกล โอลิเวียร่า’  เขาบอกว่าต้องการสร้างโปรเจกต์ใหม่โดยได้รับการสนับสนุนรถจากโรงงานของ Yamaha”  “ผมพยายามอย่างหนักที่จะได้แข่งขันใน MotoGP ต่อไปในอีกหลาย ๆ ฤดูกาล แต่ก็อย่างที่ทุกคนเห็น สถานการณ์ของผมกับทีมเก่า (Red Bull KTM Factory Racing) มันดูไม่ค่อยสู้ดีนัก ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีอย่างมากที่ได้รับโอกาสจาก Pramac Yamaha และผมมีแรงกระตุ้นอย่างมาก พร้อมที่จะคว้าโอกาสนั้น และพยายามทำให้โอกาสที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่” “ผมรู้สึกว่ายังมีอะไรอีกมากมายที่ผมสามารถมอบให้ได้ในวงการนี้ ผมยังไม่ได้แสดงศักยภาพที่เต็มที่ของตัวเอง โดยโอกาสที่ได้รับนี้เหมือนเป็นการรีเซ็ตตัวเอง และผมจะพยายามให้เต็มที่อีกครั้ง”  และเมื่อถูกถามถึงความรู้สึกที่จะได้มาขับ Yamaha เจ้าตัวก็เผยออกมาอย่างหมดเปลือก ว่ารู้สึกตื่นเต้นอย่างมากที่จะได้ขี่รถเวอร์ชั่นล่าสุดของ Yamaha เพราะค่ายรถนี้เป็นรถที่ใครหลายคนใฝ่ฝันที่อยากจะขี่ อีกทั้งยังเป็นรถที่พามือใหม่ขึ้นโพเดียมมาได้หลายครั้ง “รถคันนี้มีประวัติศาสตร์ และโครงสร้างพื้นฐานที่ยอดเยี่ยม แต่ช่วงสองสามปีที่ผ่านมาพวกเขาอาจจะประสบปัญหาบางอย่าง แต่เมื่อผมเริ่มต้นในการแข่ง MotoGP นั่นคือรถที่ทุกคนใฝ่ฝันอยากจะขี่ แม้แต่มือใหม่ก็สามารถขึ้นโพเดียมกับรถค่ายนี้ได้ไม่ว่าจะเป็น โยฮันน์ ซาร์โก, ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ และฟรานโก้ มอร์บิเดลลี” มิลเลอร์จะถูกเปิดตัวอย่างเป็นการในฐานะนักแข่งของทีม Prima Pramac Yamaha ในการเปิดตัวพร้อมกันกับทีมโรงงาน Monster Energy Yamaha MotoGP ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 31 มกราคม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 CFMoto 675SS พลังแรงจากแดนมังกร

2025 CFMoto 675SS พลังแรงจากแดนมังกร 2025 CFMoto 675SS สปอร์ตคลาสกลางจากค่าย CFMoto เปิดตัว และวางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้วในสาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศทางโซนยุโรป มาพร้อมเทคโนโลยีเครื่องยนต์สามสูบเรียง พร้อมการออกแบบดีไซน์ที่เน้นไปที่ความสปอร์ต เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจในตลอดการเดินทาง จุดเด่นที่น่าสนใจ ไฟหน้าดีไซน์สปอร์ต คาลิเปอร์เบรกจาก J.Juan หน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว ไฟท้ายเพิ่มความเป็นสปอร์ต 2025 CFMoto 675SS สเปค และรายละเอียด เครื่องยนต์ เครื่องยนต์สามสูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 675 ซีซี แรงม้า (เคลม) 95 แรงม้าที่ 11,000 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 69.9 นิวตันเมตรที่ 8,250 รอบต่อนาที ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 72 มม.x 55.2 มม. อัตราส่วนการอัด N/A ระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบ Slipper Clutch ระบบจุดระเบิด Electronic ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตซ์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ความจุถังน้ำมัน 15.1 ลิตร ยางหน้า 120/70-R17 ยางหลัง 180/55-R17 ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแบบ USD จาก KYB สามารถปรับค่าพรีโหลด, คอมเพลสชัน และรีบาวด์ได้ ระยะยุบ 130 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยว จาก KYB สามารถปรับค่าพรีโหลด และรีบาวด์ได้ ระยะยุบ 130 มม. ระบบเบรกหน้า ดิกส์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์จาก J.Juan แบบสี่ลูกสูบ พร้อมจานเบรกขนาด 300 มม. ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวพร้อมคาลิเปอร์จาก J.Juan แบบลูกสูบเดี่ยว พร้อมจานเบรกขนาด 240 มม. กว้าง x ยาว x สูง 728 x 2,020 x 1,105 มม. ระยะฐานล้อ 1,399 มม. ระยะห่างจากพื้น 144.78 มม. ความสูงเบาะ 810 มม. น้ำหนักรถ 194.5 กิโลกรัม เทคโนโลยี ระบบ ABS แบบ Dual-Channel  ระบบไฟ LED รอบคัน หน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชัน CFMoto RideSync Connectivity Quick Shifter แบบทางเดียว (Upper)   สีสันที่วางจำหน่าย Nebula Black Nebula White   ในส่วนของการวางจำหน่ายในโมเดลนี้จะวางจำหน่ายในประเทศจีน และประเทศทางฝั่งยุโรป ด้วยมีราคาค่าตัวอยู่ที่ 7,999 ดอลลาร์สหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยราว ๆ 276,400 บาท สายสปอร์ตไบค์ไซส์กลางในไทยหากสนใจตัวนี้อาจจะทำได้แค่ดูผ่านมือถือไปก่อน เพราะข่าวคราวเงียบสงัด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มาร์โก เบซเซคคี่ เผย รู้สึกโชคดีเมื่อได้เคียงข้างมาร์ติน

มาร์โก เบซเซคคี่ เผย รู้สึกโชคดีเมื่อได้เคียงข้างมาร์ติน มาร์โก เบซเซคคี่ นักบิดจากทีม Aprilia Racing ได้ออกมาเผยว่าตนนั้นพร้อมแล้วที่จะลงแข่งให้กับทีมโรงงานของ Aprilia และยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ‘รู้สึกโชคดี’ ที่จะร่วมเป็นทีมเมทกับแชมป์โลกคนล่าสุดอย่างฆอร์เก้ มาร์ติน บัญญาย่าทำได้ดี แต่มาร์ตินคู่ควรกับแชมป์มากกว่า อดีตนักแข่งทีม VR46 รายนี้เตรียมย้ายเข้าไปแข่งทีมโรงงานเป็นครั้งแรกในอาชีพกับ Aprilia โดยเบซเซคคี่จะเข้ามาเป็นทีมเมทร่วมกับ ฆอร์เก้ มาร์ติน แชมป์โลกคนล่าสุดในการแข่งขัน MotoGP ซึ่งเขาเองชื่นชมทั้ง บัญญาย่า และ มาร์ติน ที่สามารถเค้นฟอร์มเก่ง ขับเคี่ยวแย่งแชมป์ในฤดูกาล 2024 ได้อย่างสูสี แต่ก็ยอมรับว่าทีมเมทคนใหม่ของเจ้าตัวคู่ควรกับตำแหน่งแชมป์มากกว่า  “มาร์ตินทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว (2024) เขามีความสม่ำเสมอ เร็ว และมีเทคนิคความสามารถในตลอดการแข่งขัน เขาอาจจะไม่ชนะเท่าบัญญาย่า แต่สุดท้ายแล้วมาร์ตินก็สามารถคว้าแชมป์ได้ เพราะการคว้าแชมป์ไม่ใช่แค่เรื่องของความเร็วเพียงอย่างเดียว” และยังเผยว่าตนนั้นโชคดีที่ได้เป็นทีมเมทกับฆอร์เก้ มาร์ติน เพราะเจ้าตัวมองว่าการได้ร่วมทีมด้วยกันครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เรียนรู้ และได้เก็บเกี่ยวข้อมูลที่สำคัญจากนักบิดที่เป็นแชมป์ประจำรายการคนล่าสุด  “การได้ร่วมทีมฆอร์เก้ถือเป็นโชคดีครั้งใหญ่ เพราะเขาคือคนที่แข็งแกร่งที่สุด ดังนั้นนี่จะถือเป็นโอกาสเรียนรู้ และเป็นโอกาสที่จะได้รับข้อมูลสำคัญจากนักบิดที่เก่งที่สุดในโลก” 2024 ฤดูกาลที่ไม่ค่อยน่าจดจำ เบซเซคคี่ในการแข่งขันฤดูกาล 2024 อาจจะดูไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เนื่องจากเจ้าตัวนั้นเจออุปสรรคต่าง ๆ มาตลอดฤดูกาลกับรถ GP23 โดยความสำเร็จที่ทำได้กับทีม VR46 ในการแข่งขันฤดูกาล 2024 สามารถทำได้หนึ่งโพเดียมด้วยการจบอันดับที่ 3 ในการแข่งขันสนามที่ 4 ของฤดูกาล  อีกทั้งยังจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 12 สะสมได้ 153 คะแนน ตามหลังเพื่อนร่วมทีมอย่าง ฟาบิโอ ดิ จานนานโตนิโอ อยู่ที่ 12 คะแนน  “มันเป็นฤดูกาลที่ยากมาก ผมไม่คิดว่าผมจะต้องเจอความยากลำบากขนาดนี้ ตั้งแต่การทดสอบตัวรถครั้งแรก ผมก็รู้สึกไม่ค่อยดีกับตัวรถแล้ว” “ผมมั่นใจว่าผมเติบโตขึ้นมากในปีนี้ ทั้งชีวิตส่วนตัว และชีวิตนักแข่ง เพราะตลอดฤดูกาลที่ผ่านผมไม่เคยรู้สึกดีบนตัวรถเลย ต้องปรับตัวอยู่ตลอด และแน่นอนว่าผมคาดหวังเรื่องผลงานมากกว่านี้ และผมก็อยากทำให้ได้ดีมากกว่านี้” การลงทดสอบตัวแข่งในสนามถัดไปจะลงทดสอบกันที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย โดยจะแบ่งเป็นรอบ Shakedown Test ที่ให้เฉพาะนักแข่งที่เข้ามาแข่งขันในฤดูกาล 2025 ครั้งแรกลงทดสอบ และTest Riders ของทีม โดยจะทดสอบระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2025 และการทดสอบ Sepang Test จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ 2025 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Max Verstappen เผย “ผมคือแฟนตัวยง MotoGP”

Max Verstappen เผย “ผมคือแฟนตัวยง MotoGP” Max Verstappen แชมป์โลกคนล่าสุดในการแข่งขัน Formula 1 ได้ออกมาเผยว่าตัวเขาเป็นแฟนคลับในการแข่งขัน MotoGP อีกทั้งยังได้เผยว่าใครเป็นนักแข่งที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าตัว การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบอย่าง MotoGP ยังคงดึงดูดสายตาจากนักแข่ง F1 อยู่ไม่น้อยเมื่อ แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่น นักแข่งแชมป์โลกฟอร์มูล่าวัน 4 สมัย ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมาเผยในงานของ Red Bull ที่ศูนย์ Hanger 7 ในเมืองซาลซ์บูร์ก โดยผ่านรายการทางเว็บไซต์ของ Servus TV ซึ่งเปิดโอกาสให้ทั้งสองแชมป์สะท้อนถึงฤดูกาล 2024 ของพวกเขา และแสดงมุมมองเกี่ยวกับแง่มุมที่แตกต่างของมอเตอร์สปอร์ต  ในระหว่างรายการ แม็กซ์ เปิดเผยว่าเขาเป็นแฟนตัวยงของการแข่งขัน MotoGP ซึ่งถึงขั้นที่ต้องนำ iPad ไปที่สนามแข่งเพื่อไม่ให้พลาดการรับชม แม้ว่าจะตัวจะมีแข่งก็ตาม “ผมเป็นแฟนในการแข่งขัน MotoGP และผมเองพยายามดูทุกการแข่งขัน ผมถึงขั้นพก iPad ไปที่สนามแข่งเพื่อไม่ให้พลาดเลย” มาร์กคือนักบิดที่ดีที่สุดในกริด  สำหรับเวอร์สแท็พเพ่น เขามองว่ามาร์เกซที่เป็นอดีตร่วมแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Redbull ว่าเป็น “นักบิดที่ดีที่สุดในกริด” โดยได้กล่าวว่า “มาร์ก มาร์เกซ เป็นแชมป์ MotoGP ถึง 6 สมัย แม้ว่าจะเขาอาจจะต้องปรับตัวกับทีมใหม่ (Ducati Lenovo) แต่ผมมั่นใจว่าเขาจะสามารถทำได้ยอดเยี่ยมเช่นเดิม”  การพบกันของสองแชมป์ชื่อดังนี้เกิดขึ้นจากการสนับสนุนร่วมกันของ Red Bull แม้ว่ามาร์เกซจะย้ายไปทีมโรงงาน Ducati ซึ่งมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับ Monster Energy ซึ่งทำให้ความร่วมมือของเขากับ Red Bull จะสิ้นสุดลงและไม่เพียงแค่นั้นเจ้าตัวยังออกมาเผยอีกว่าตัวเขามีความสนใจจะที่จะลองขี่รถ MotoGP แต่ก็ยอมรับว่าทางทีม F1 ของเขาอาจจะยังไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่กับแนวคิดนี้ เพราะทีมไม่ต้องการให้เจ้าตัวได้รับอาการบาดเจ็บ  “ผมอยากลองมาก แต่ผมคิดว่ามันจะสมเหตุสมผลกว่าถ้าเริ่มจาก Moto2 หรือ Moto3 ก่อนที่จะลอง MotoGP ผมอยากทำจริงๆ แต่ผมเข้าใจความกังวลของทีมผม ตอนนี้ผมคงต้องพอใจกับการชมในฐานะผู้ชมไปก่อน” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jorge Martin เผยสามนักบิดมีส่วนทำให้แกร่งขึ้น

Jorge Martin เผยสามนักบิดมีส่วนทำให้แกร่งขึ้น Jorge Martin แชมป์โลกคนล่าสุดในการแข่งขัน MotoGP ได้ออกมาเผยถึงสามนักแข่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้เจ้าตัวแข็งแกร่งขึ้นจนสามารถเค้นฟอร์มเก่ง แล้วทะยานไปสู่ตำแหน่งแชมป์ MotoGP ฤดูกาล 2024 ‘มาร์ติเนเตอร์’ ได้ออกมาให้เครดิตแก่นักแข่งสามคนที่เป็นคู่แข่งในศึกชิงแชมป์ MotoGP ในฤดูกาลที่ผ่านมาที่ทำให้เจ้าตัว ‘เป็นนักแข่งที่แกร่งขึ้น’ ระหว่างเส้นทางสู่ตำแหน่งแชมป์โลกปี 2024 ซึ่งการคว้าแชมป์ในหนนี้ เป็นการได้แชมป์ในการแข่งขันคลาสสูงสุดครั้งแรกของเจ้าตัวโดยอดีตนักแข่งทีม Pramac สามารถคว้าแชมป์ได้เหนือคู่แข่งด้วยคะแนนนำ 10 แต้ม  5 อันดับแรกของการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2024 อันดับ นักแข่ง ทีม คะแนน 1 Jorge Martín Prima Pramac Racing 508 คะแนน 2 Francesco Bagnaia Ducati Lenovo Team 498 คะแนน 3 Marc Márquez Gresini Racing MotoGP 392 คะแนน 4 Enea Bastianini Ducati Lenovo Team 386 คะแนน 5 Brad Binder Red Bull KTM Factory Racing 217 คะแนน   เป้กโก้ บัญญาย่า, มาร์ก มาร์เกซ และ อิเนีย บาสเตียนินี่ สามนักแข่งที่มาร์ตินออกมาเผยว่า เป็นส่วนสำคัญในการคว้าแชมป์รายการ MotoGP เป็นหนแรกของเจ้าตัว “เป้กโก้, มาร์ก และอิเนีย ทั้งสามคนทำให้ผมเป็นนักแข่งที่เก่งขึ้น พวกเราทำให้ผมต้องทุ่มเททุกอย่างที่มี เมื่อไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง ก็จะมีอีกคนที่ผมต้องเอาชนะให้ได้ แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นอยู่ตลอด “มันเป็นตำแหน่งแชมป์ที่สามารถคว้าชัยมาได้อย่างยากลำบาก เราสามารถสร้างสถิติเก็บคะแนนเป็นประวัติศาสตร์ (สามารถคว้าแชมป์ด้วยคะแนน 508 คะแนน) ซึ่งผมสามารถบอกได้เลยว่าความเข้มข้นของการแข่งขันนั้นสูงมาก การที่ผมสามารถเอาชนะพวกเขาได้เป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อมาก” การแข่งขันในฤดูกาลหน้า แชมป์โลกคนปัจจุบันได้ย้ายต้นสังกัดไปอยู่กับ Aprilia Racing ในการป้องกันแชมป์ในปี 2025 ซึ่งการเปิดตัวทีมแข่งในฤดูกาล 2025 อย่างเป็นทางการของทีม Aprilia Racing จะมีขึ้นในช่วงกลางเดือนมกราคม 2025 ซึ่งคาดการณ์ว่านักแข่งชาวสเปนรายนี้อาจเปลี่ยนหมายเลขจาก #89 เป็นหมายเลข #1 พร้อมเปิดตัวทีมเมทอย่าง มาร์โก เบซเซคคี่ นักบิดชาวอิตาเลียน ที่ย้ายมาจากทีม VR46 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Gigi Dall’Igna พันธมิตรสำคัญสำหรับนักแข่ง Ducati

Gigi Dall’Igna พันธมิตรสำคัญสำหรับนักแข่ง Ducati Gigi Dall’Igna (จิจี้ ดัลลิญญ่า) ผู้จัดการทีมของ Ducati ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จต่าง ๆ ของทีมในช่วงหลังมานี้ ซึ่งมีส่วนอย่างมากในการสร้าง Ducati รูปแบบใหม่ให้กลายเป็นทีมที่มีโอกาสขึ้นโพเดียม และชนะการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะกลายร่างแบรนด์นี้ให้กลายเป็นทีมที่ทรงพลังที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้ในการแข่งขัน MotoGP Ducati สามารถคว้าแชมป์ได้ติดต่อกันสามฤดูกาลที่ผ่านมา และในปี 2024 ยังครองความเป็นผู้นำอย่างเหนือชั้นด้วยการชนะ 19 จาก 20 การแข่งขันกรังด์ปรีซ์ ซึ่งอเล็กซ์ มาร์เกซ นักแข่งจากทีม Gresini Racing ได้ออกมาให้เหตุผลว่าทำไม ‘จีจี้’ ถึงเป็นพันธมิตรที่สำคัญสำหรับนักแข่ง “เขา (จีจี้) ใส่ใจในทุกเรื่อง อีกทั้งยังมอบความมั่นใจอย่างมากให้กับเรา เขาเป็นผู้สนับสนุนที่ตรงไปตรงมาเป็นอย่างมากสำหรับนักแข่ง อีกทั้งยังเป็นผู้ช่วยเหลือที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าปัญหาจะเล็กแค่ไหน เขาก็ใส่ใจ และพร้อมให้การช่วยเหลือ “พวกเขาไม่ได้มาบอกว่าคุณต้องทำอะไร แต่เขาจะคอยให้ข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ที่ช่วยให้คุณเข้าใจว่าเทคนิคอะไรบ้างที่จะสามารถใช้แล้วได้ผล จากนั้นก็จะขึ้นอยู่กับแต่ละคน และทีมหัวหน้าช่างของพวกเขาที่จะต้องตัดสินใจในแนวทางของตัวเอง” จำนวนรถในกริดที่ลดลง ในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลหน้า จำนวนรถ Ducati ในกริดจะมีจำนวนลดลงจาก 8 คันเหลือ 6 คันเท่านั้น หลังจากที่ทาง Pramac ย้ายค่ายไปใช้รถจากทางค่าย Yamaha ในปีหน้า โดยจำนวนรถในกริดที่ลดลง จีจี้มองว่าไม่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับ Ducati แต่สิ่งที่ท้าทายกว่าคือไลน์อัพนักบิดจากทีมคู่แข่ง ซึ่งจะมี GP25 แบบเดียวกับทีมโรงงาน 3 คันเท่านั้นสำหรับ ฟรานเชสโก้ บัญญาญ่า และมาร์ก มาร์เกซ สองหนุ่มทางจากทีมโรงงาน Ducati Lenovo Team และ ฟาบิโอ ดิ จานนานโตนิโอ จากทีม VR46 และ GP24 จำนวน 3 คัน สำหรับสองนักบิดอย่าง อเล็กซ์ มาร์เกซ และ เฟอร์มิน อัลเดเกร์ จากทีม Gresini และ ฟรานโก้ มอร์บิเดลลี จากทีม VR46  Ducati Lenovo Team จะลงสนามทำการทดสอบรถที่ใช้ในการแข่งขันฤดูกาลหน้าอีกครั้ง ระหว่างวันที่ 5 – 7 กุมภาพันธ์ 2025 ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มาร์ก มาร์เกซ เผย Gresini ทำให้หลงใหลในการแข่งขันอีกครั้ง

มาร์ก มาร์เกซ เผย Gresini ทำให้หลงใหลในการแข่งขันอีกครั้ง มาร์ก มาร์เกซ นักแข่งจากทีม Ducati Lenovo Team ในการแข่งขัน MotoGP ได้ออกมาพูดถึงทีมเก่าของเขาอย่าง “Gresini Racing” ที่ทำให้เจ้าตัวรู้สึกถึงอารมณ์ความหลงไหลในการแข่งรถจักรยานยนต์อีกครั้ง และเปรียบบรรยากาศภายในทีมเหมือนกับตอนที่ตนแข่งขันอยู่ใน Moto2 บรรยากาศในทีมแสนอบอุ่น “ที่นี่มีบรรยากาศสบาย ๆ อีกทั้งยังมีความเป็นกันเองอย่างมาก ทุกอย่างมันชวนให้ผมนึกถึงตอนแข่งขันอยู่ที่ Moto2 ที่ผมสามารถพูดคุยกับหัวหน้าทีมได้โดยตรง เช่น ผมสามารถเข้าไปพูดคุยกับนาเดีย ปาโดวานี่ (เจ้าของทีม Gresini Racing) และบอกเธอว่าผมมีความคิดกับบางเรื่องแบบนี้ เธอก็มักจะ ‘โอเค เราทำแบบนั้นได้’ และเธอไม่ปิดกั้นความคิดผม”  “การอยู่ในทีมแซทเทิลไลท์ (ทีม Gresini Racing) มันทำให้ผมรู้สึกถึงความหลงใหลในการแข่งรถจักรยานยนต์อีกครั้ง แน่นอนว่าช่วงเวลาที่ผมขี่ให้กับทีม Honda ผมมีเพื่อน และทีมงานที่ดีมากอยู่ที่นั่น แต่แล้วความจริงคือ การที่เราขี่อยู่ทีมโรงงานทุกอย่างในนั้นจะดูจริงจังไปหมด” คว้าชัยโพเดียมอีกครั้งในรอบ 1,043 วัน ในช่วงที่เป็นนักบิดให้กับทีมรองอย่าง Gresini Racing เจ้าตัวสามารถเก็บชัยชนะอันดับที่ 1 ในการแข่งขันรอบ Grandpix ซึ่งถือว่าเป็นชัยชนะครั้งแรกของเจ้าตัวนับตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งสามารถเก็บชัยชนะได้ 3 สนาม ในฤดูกาลที่ผ่านมา ได้แก่ สนามอารากอนประเทศสเปน, สนามมิซาโน่ ประเทศอิตาลี และสนามฟิลิปไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งความสำเร็จทั้งสามครั้งดังกล่าวเป็นความสำเร็จสำคัญที่ช่วยฟื้นความมั่นใจของเจ้าตัวหลังจากที่มีช่วงเวลาที่ยากลำบากกับทีม Honda ในช่วงท้าย โดยนักบิดสายเลือดกระทิงดุรายนี้จะกลับมาวาดลวดลายบนสนามอีกครั้งในรอบซ้อม ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 5 – 7 กุมภาพันธ์ 2025 แฟน ๆ ของ MM93 รอติดตามได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha V4 2025 (อาจ) มาทดสอบแน่ต้นปีหน้า

Yamaha V4 2025 (อาจ) มาทดสอบแน่ต้นปีหน้า Yamaha V4 2025 เครื่องยนต์ใหม่ที่ทางค่ายส้อมเสียงจะนำมาใช้ในการแข่งขัน MotoGP อาจเปิดตัวลงทดสอบ Sepang Shakedown ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ยามาฮ่ายังคงเป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวในการแข่งขัน MotoGP ซึ่งในปัจจุบันยังคงหลงใหลในมนต์เสน่ห์กลิ่นอายของเครื่องยนต์แบบสี่สูบเรียง (Inline-Four) โดยแนวคิดเครื่องยนต์ V4 ตัวใหม่ของแบรนด์ญี่ปุ่นนี้แม้ว่าจะมีความคืบหน้าโปรเจคอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังมีรายละเอียดในบางอย่างที่ยังคงต้องปรับแก้จึงทำให้ไม่สามารถเปิดตัวได้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว การทดสอบที่จัดขึ้นโดย KTM ที่สนามเฆเรซ (Jerez) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้หลายคนคาดการณ์ว่าเครื่องยนต์ V4 ใหม่ของยามาฮ่าอาจจะเปิดตัวในช่วงเดียวกัน อย่างไรก็ตาม อเล็กซ์ รินส์ (Alex Rins) นักบิดจากทีม Monster Energy Yamaha MotoGP ซึ่งยืนยันว่าแผนในการเปิดตัวเครื่องยนต์ดังกล่าวมีอยู่จริง แต่ก็ยอมรับในพอดแคสต์ “Por Orejas” ของ Motorsport Network ว่าเครื่องยนต์ยังไม่พร้อมสำหรับการเปิดตัวในช่วงนั้น อาจเปิดตัวเครื่องใหม่ที่สนามมาเลเซีย ซึ่งก็อาจจะมีความเป็นไปได้ว่าในการทดสอบ Shakedown ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า เพราะทางยามาฮ่าไม่มีแผนที่จะทำการทดสอบเพิ่มเติมใด ๆ อีกแล้วในปี 2024 ซึ่งทำให้เกิดการคาดการณ์มากขึ้นว่าการเปิดตัวเครื่องยนต์ V4 ที่เซปัง (Sepang) อาจเกิดขึ้นจริง ตามรายงานของ Autosport เดิมทีมีแผนให้อันเดรีย โดวิซิโอโซ (Andrea Dovizioso) เป็นผู้ทดลองใช้เครื่องยนต์ V4 ใหม่นี้เป็นครั้งแรก แต่เมื่อการทดสอบถูกยกเลิก การทดสอบครั้งล่าสุดที่กำลังจะมาถึงน่าจะตกเป็นของนักทดสอบคนใหม่อย่าง ออกุสโต้ เฟอร์นันเดซ (Augusto Fernandez) แทน สี่สูบเรียงอาจไปต่อไม่ไหว แม้ว่าฟาบิโอ กวาร์ตาราโร (Fabio Quartararo) และยามาฮ่าจะเป็นส่วนผสมที่ลงตัว ที่ไม่ใช่ Ducati ซึ่งสามารถคว้าแชมป์ MotoGP ได้ในปี 2021 แต่ความสามารถในการแข่งขันของยามาฮ่ากลับลดลงอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2022 จึงอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ยามาฮ่าเชื่อว่าเป็นปัจจัยสำคัญ คือการตั้งค่าเครื่องยนต์ โดยในขณะที่ Ducati, Aprilia และ KTM ต่างใช้เครื่องยนต์แบบ V4 ซึ่งมีผลงานดีกว่า Yamaha อยู่หลายเท่าตัว ด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้ยามาฮ่าตัดสินใจปรับเปลี่ยนทีมงานโดยมีการดึงวิศวกร และช่างเทคนิคจำนวนมากเข้ามาเสริมทีม ซึ่งบางส่วนย้ายมาจากดูคาติ นอกจากนี้ ยามาฮ่ายังได้จ้างที่ปรึกษาด้านเครื่องยนต์จาก Formula 1 คือ ลูก้า มาร์มอรินี (Luca Marmorini) ซึ่งเคยทำงานกับ Aprilia เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวคิดในการเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์ ในช่วงแรกมีการคาดการณ์ว่าเครื่องยนต์ V4 ใหม่ของยามาฮ่าจะเปิดตัวในสนามแข่งช่วงกลางฤดูกาล 2025 แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยกระบวนการพัฒนาเครื่องยนต์ที่รวดเร็วขึ้น ทำให้ระยะเวลาดังกล่าวถูกย่นลง อาจใช้ V4 ลงแข่งขันในปี 2027 เครื่องยนต์ V4 ใหม่จากค่ายส้อมเสียงมีความเป็นไปได้ที่จะถูกนำมาใช้แข่งขันอย่างเป็นทางการ ในการแข่ง MotoGP ฤดูกาล 2027 ที่ในฤดูกาลดังกล่าวมีการปรับเปลี่ยนกฎใหม่ที่ต้องลดขนาดเครื่องยนต์ลงเหลือเพียง 850 ซีซี “ในความคิดเห็นของเรา คิดว่าเครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียงยังมีศักยภาพอีกมากมายที่ต้องพัฒนา และปรับปรุง แต่ในเมื่อคู่แข่งทั้งหมดของเราตอนนี้ใช้เครื่องยนต์ V4 และเราได้มองถึงกฎกติกาของการแข่งขันรายการ MotoGP ในปี 2027 เราจึงเริ่มพัฒนาเครื่องยนต์ V4” “ซึ่งในการแข่งขัน MotoGP ในปี 2027 มันก็ยังอีกไกลสำหรับเรา เราจึงต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์เกี่ยวกับเครื่องยนต์ V4 ตั้งแต่ตอนนี้ ผมก็ยังไม่รู้ว่าจะได้เห็นเครื่องยนต์นี้ลงแข่งขันเมื่อไหร่ แต่สำหรับการทดสอบในสนามคงไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อมแล้ว”  – ลิน จาร์วิส เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการที่ Yamaha ถึงเวลาพัฒนาเครื่องยนต์ V4 การทดสอบ Shakedown Test ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย จะเริ่มทำการทดสอบระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2025 (นักแข่งฟูลซีชั่นที่ไม่ได้ขับในฤดูกาล 2025 เป็นปีแรกจะไม่สามารถลงทดสอบได้) และการทดสอบอย่างเป็นทางการจะอยู่ระหว่างวันที่ 5 – 7 กุมภาพันธ์ 2025 ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่

Johann Zarco นักแข่งอายุมากที่สุดใน MotoGP 2025

Johann Zarco นักแข่งอายุมากที่สุดใน MotoGP 2025 Johann Zarco นักบิดสัญชาติฝรั่งเศสจากทีม LCR Honda ที่ในการแข่งขันฤดูกาลหน้าเจ้าตัวจะได้รับตำแหน่งนักแข่งที่มีอายุมากที่สุดในการแข่งขันด้วยวัย 34 ปี แทนที่ของ Aleix Espargaro ที่ได้ประกาศยุติบทบาทนักแข่งไปหลังจบฤดูกาล 2024 ซาร์โก้กับผลงานที่ยอดเยี่ยมของเจ้าตัวด้วยชัยชนะในกรังด์ปรีซ์ 17 ครั้งในทุกรุ่น และแชมป์โลก Moto2 จำนวน 2 สมัย ซาร์โกจึงถือเป็นหนึ่งในนักแข่งชาวฝรั่งเศสที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันกรังด์ปรีซ์ เต็มไปด้วยประสบการณ์ “มันเป็นความจริงที่ว่าผมจะเป็นนักแข่งที่อายุมากที่สุด ผมคิดว่าคนถัดไปก็น่าจะเป็น มาร์ก และความรู้สึกแบบนี้กับนักแข่งหน้าใหม่ ที่พวกเขาส่วนใหญ่อายุประมาณ 20 หรือ 22 ปี สำหรับผมแล้ว มันเหมือนเป็นแรงจูงใจพิเศษที่ทำให้ผมพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพื่อให้รู้สึกสดชื่นและพร้อมสู้กับพวกเขา แต่อย่างไรก็ตาม ผมรู้ดีว่าประสบการณ์ของผมสามารถชดเชยหลายๆ อย่างได้” ซาร์โก้ได้ออกมาเผยถึงความรู้สึกที่เจ้าตัวนั้นเป็นนักแข่งที่มีอายุมากที่สุดในการแข่งขันที่กำลังจะมาถึงในฤดูกาลหน้า เส้นทาง MotoGP ซาร์โก้เริ่มเข้าแข่งขันในรายการ MotoGP ในปี 2017 กับทีม Monster Yamaha Tech3 ซึ่งเป็นทีมแซทเทิลไลท์ของยามาฮ่า โดยในการแข่งขันฤดูกาลดังกล่าว เจ้าตัวสามารถคว้ารางวัล “Rookie of the Year” และทำได้ถึง 3 โพเดียม (ขึ้นโพเดียมในอันดับ 2 ที่ฝรั่งเศสและมาเลเซีย และอันดับ 3 ที่บาเลนเซีย) ก่อนที่จะย้ายไปสู่ทีม Red Bull KTM Factory Racing ในปี 2019, Avintia Esponsorama Racing ในปี 2020, Pramac Racing ในปี 2021 และทีม LCR Honda ในปัจจุบัน ความสำเร็จของโยฮัน ซาร์โก นักบิดสัญชาติฝรั่งเศสรายนี้สามารถคว้าชัยชนะในการแข่งขัน MotoGP ครั้งแรกในปี 2023 ที่ประเทศออสเตรเลีย ก่อนจะย้ายจากทีม Pramac ไปยังทีม LCR แต่ผลงานของเขาในการแข่ง MotoGP 2024 อาจจะดูไม่ค่อยเป็นใจสักเท่าไหร่ เพราะด้วยเรื่องของสมรรถนะของรถ Honda RC213V ที่อาจจะยังมีความเป็นรองกับคู่แข่งอย่าง Ducati  “จากปี 2017 ถึง 2023 มันใช้เวลานานมาก พวกเราคิดว่าชัยชนะอาจจะไม่มีวันมาถึง ดังนั้นเมื่อผมชนะการแข่งขัน เราก็พูดได้ว่ามันเหมือนกับการปลดปล่อยความกดดันที่สะสมมานาน” โดยซาร์โก จะยังคงเป็นนักบิดให้กับทีม LCR Honda Team เป็นฤดูกาลที่สองในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2025 โดยมีเพื่อนร่วมทีมคนใหม่อย่าง ก้อง สมเกียรติ จันทรา นักบิดสัญชาติไทยคนแรกที่ได้เลื่อนขึ้นมาสู่คลาสพรีเมียร์ในการแข่งขันรายการ MotoGP ลำดับอายุนักแข่ง MotoGP 2025 ชื่อนักแข่ง ทีม อายุ Johann Zarco LCR Honda 34 ปี Marc Marquez Ducati Lenovo Team 31 ปี Franco Morbidelli Pertamina Enduro VR46 Racing Team 30 ปี Miguel Oliveira Prima Pramac Yamaha 29 ปี Maverick Viñales Red Bull KTM Tech3 29 ปี Jack Miller Prima Pramac Yamaha 29 ปี Brad Binder Red Bull KTM Factory Racing 29 ปี Alex Rins Monster Energy Yamaha MotoGP™ 29 ปี