SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
2025 Idemitsu Asia Talent Cup เผยตารางแข่งแล้ว

Honda Asia Talent Cup 2025 เผยตารางแข่งแล้ว มาแล้ว!! สำหรับตารางแข่งขันรายการ 2025 Idemitsu Asia Talent Cup หรือ ATC ประจำปี 2025 รายการแข่งขันเพื่อเฟ้นหาและพัฒนานักบิดเยาวชนอายุน้อยจากทั่วเอเชียสู่เวทีระดับโลก ซึ่งในฤดูกาล 2025 นี้ประเทศไทยบ้านเราจะเป็นเจ้าภาพแข่งขันสนามแรกในวันที่ 28 ก.พ. – 2 มี.ค. 68 นี้ เส้นทางสู่ความฝันของนักบิดเยาวชน Honda Asia Talent Cup หรือ ATC คือเวทีที่ช่วยค้นหาและพัฒนานักบิดเยาวชนอายุน้อยจากทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ซึ่งการแข่งขันนี้ไม่เพียงแต่เป็นเวทีทดสอบทักษะการขับขี่เท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างพื้นฐานด้านความรู้เกี่ยวกับมอเตอร์สปอร์ตไม่ว่าจะเป็นทักษะการวางแผน เทคนิคการขับขี่ การเซ็ตอัพรถและการฝึกฝนความมีวินัยในสนามแข่งขัน ซึ่งนักบิดที่ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่การแข่งขันนี้จะได้ฝึกซ้อมและแข่งขันในสนามแข่งระดับมาตรฐานโลก โดยมีโค้ชและที่ปรึกษาระดับมืออาชีพดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้นักบิดได้พัฒนาฝีมือในระดับที่สูงขึ้นเรื่อยๆ สำหรับตารางแข่งขัน Idemitsu Asia Talent Cup 2025 นักแข่ง 20 คน จาก 10 ประเทศ นักแข่ง 20 คนจาก 10 ประเทศ เตรียมลงแข่งขันในรายการouh โดยในจำนวนนั้นมีนักแข่งที่เคยเข้าร่วมการแข่งขันมาแล้ว 7 คน และนักแข่งหน้าใหม่อีก 13 คนที่ได้รับคัดเลือกจากงานคัดเลือก (Selection Event) นักแข่งที่น่าจับตามอง ได้แก่ เรียวตะ โอกิวาระ (Ryota Ogiwara) และ เซริว อิเคกามิ (Seiryu Ikegami) ซึ่งเคยทำผลงานจบในอันดับที่ 2 และ 5 ตามลำดับในปีที่ผ่านมา โดยทั้งสองคนนี้จะเป็นตัวเต็งสำคัญที่อาจสร้างแรงกดดันให้กับนักแข่งหน้าใหม่ในการไล่ล่าแชมป์ในฤดูกาลใหม่ นักแข่งในรายการปี 2025 มาจากประเทศต่าง ๆ ทั้ง ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย เกาหลี จีน อินเดีย ออสเตรเลีย เวียดนามและฟิลิปปินส์ ซึ่งทำให้การแข่งขันมีความหลากหลายและน่าสนใจอย่างยิ่งในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง รวมถึงนักแข่งชาวไทยในรายการนี้ น้องออสติน ธนฉรรต ประทุมทอง น้องธีรินทร์ Jacob Fleming น้องนฤพงศ์ สำหรับฤดูกาล 2025 ประกอบด้วย 6 สนามแข่งขัน รวม 12 เรซ โดยจะเริ่มต้นด้วยการทดสอบก่อนเปิดฤดูกาลในวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ ที่ประเทศไทย ก่อนที่การแข่งขันรอบแรกจะเริ่มขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม ที่สนาม ช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ หลังจากนั้น การแข่งขันจะย้ายไปที่ประเทศกาตาร์ในเดือนเมษายน ก่อนที่จะเดินทางไปที่สนาม เซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ในช่วงกลางปี โดยจัดร่วมกับการแข่งขัน Malaysian Superbike Championship (SBK) จากนั้น ฤดูกาลจะปิดฉากที่ ประเทศญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และ มาเลเซีย ซึ่งจะเป็นสนามสุดท้ายที่จัดขึ้นพร้อมกับการแข่งขัน MotoGP เตรียมพบกับฤดูกาลที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจและการต่อสู้ของนักแข่งรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่นเพื่อก้าวไปสู่การเป็นนักบิดใน MotoGP รุ่นต่อไป พร้อมสร้างความประทับใจให้กับแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก ติดตามรายชื่อนักแข่งปี 2025 อย่างเป็นทางการ และเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางสู่อนาคตที่ยิ่งใหญ่ในวงการมอเตอร์สปอร์ต! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

MotoGP 2026 ยืนยันแข่งขันสนามบราซิล

MotoGP 2026 ยืนยันแข่งขันสนามบราซิล MotoGP 2026  ยืนยันกลับไปแข่งขันที่สนามประเทศบราซิล โดยเป็นการกลับไปแข่งขันในสนามที่ประเทศนี้อีกครั้งนับตั้งแต่ปี 2004  จัดแข่งขันที่บราซิล การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบนี้จะกลับมาจัดการแข่งขันที่บราซิลในปี 2026 ด้วยข้อตกลงใหม่ที่ลงนามระหว่างผู้ถือสิทธิ์ MotoGP อย่าง Dorna ร่วมกับรัฐบาลรัฐโกยาส (Goias) และบริษัท Brasil Motorsport รัฐโกยาส ตั้งอยู่ในภูมิภาคตะวันตกตอนกลางของบราซิล โดยเมืองหลวงของรัฐนี้คือเมืองโกยาเนีย (Goiania) จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรายการใหม่ในบราซิลตั้งแต่ปี 2026 โดยมีสัญญาระยะเวลา 5 ปี ที่จะทำให้การแข่งขันดำเนินไปจนถึงอย่างน้อยปี 2030 “พวกเรารอคอยอย่างยิ่งที่จะได้กลับไปที่บราซิล เรามีฐานแฟนคลับที่ดี และทราบดีว่าพวกเขาตื่นเต้นกับข่าวนี้ เช่นเดียวกับพวกเราที่กระตือรือร้นที่จะกลับไปแข่งให้พวกเขาได้ชมอีกครั้ง ข้อตกลงใหม่นี้ยังเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมในการขยายตลาดในพื้นที่สำคัญสำหรับกีฬาของเราและผู้ผลิตของเรา” “บราซิลเป็นผู้เล่นระดับโลก และเป็นสถานที่ที่เราเชื่อมาโดยตลอดว่าสมควรมีพื้นที่ในปฏิทินการแข่งขันของเรา การได้ร่วมงานกับรัฐบาลรัฐโกยาสและบริษัท Brasil Motorsport ซึ่งมีผลงานที่น่าประทับใจและเป็นที่ยอมรับ ถือเป็นโอกาสที่เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เข้าร่วม” คาร์เมโล เอซเปเลตา (Carmelo Ezpeleta) CEO ของ Dorna Sports กล่าวถึงการที่จะได้ไปจัดการแข่งขันที่ประเทศบราซิล “การกลับมาของ MotoGP สู่โกยาสถือเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำหรับพวกเรา โกยาเนีย (Goiania) จะเป็นบ้านของ MotoGP ในบราซิลในช่วง 5 ปีข้างหน้า เรากำลังทำงานเพื่อให้แน่ใจว่าโครงสร้างพื้นฐานและบริการต่างๆ จะมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับนักแข่ง ทีมงาน และแฟน ๆ ทุกคน” – โรนัลโด ไคอาโด (Ronaldo Caiado) ผู้ว่าการรัฐโกยาส กล่าวถึงการที่ MotoGP มาจัดการแข่งที่ประเทศบราซิล กลับมาจัดแข่งขันอีกครั้งนับตั้งแต่ 2004 การแข่งขันรายการนี้เคยมีการจัดการแข่งขันในประเทศบราซิลมาแล้วหลายครั้งในอดีต โดยเริ่มต้นในปี 1987 ที่สนาม Autódromo Internacional de Goiânia และต่อมาในปี 1992 ที่สนาม Interlagos จากนั้นระหว่างปี 1995 ถึง 2004 การแข่งขันจัดขึ้นที่สนาม Grande Prêmio do Rio de Janeiro de Motovelocidade ในเมืองริโอ เดอ จาเนโร และนับตั้งแต่ปี 2004 บราซิลก็ไม่ได้เข้าร่วมเป็นสนามจัดการแข่งขันอีก  จนกระทั่งในปี 2019 มีการประกาศว่าสนาม Rio Motorpark ในเมืองริโอ เดอ จาเนโร จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน MotoGP ตั้งแต่ปี 2022 ถึง 2026 แต่เนื่องจากความล่าช้าในการก่อสร้างและปัญหาอื่น ๆ ทำให้แผนดังกล่าวไม่เป็นไปตามกำหนดการเดิม โปรแกรมการแข่งขันฤดูกาล 2025 การแข่งขัน MotoGP 2025 ประเทศไทยได้รับเกียรติในการเป็นสนามเปิดการแข่งขัน โดยจะเริ่มแข่งขันสนามแรกรายการ ‘PT Grand Prix of Thailand 2025’ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 และจะเริ่มเปิดขายบัตรอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 มกราคม 2568 แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Francesco Bagnaia เผยสิ่งที่ควรปรับใน MotoGP ฤดูกาลหน้า

Francesco Bagnaia เผยสิ่งที่ควรปรับใน MotoGP ฤดูกาลหน้า Francesco Bagnaia นักบิดสัญชาติอิตาลีจากทีม Ducati Lenovo Team ได้ออกมาพูดถึงจุดที่ตนผิดพลาดจนทำให้พลาดในการป้องกันแชมป์โลกสมัยล่าสุดไปอย่างน่าเสียดาย พลาดบ่อย จนพลาดแชมป์ แม้ว่าในฤดูกาล 2024 เจ้าตัวจะสามารถฝ่าธงหมากรุกคว้าอันดับหนึ่งได้ถึง 10 สนาม แต่เปกโก้ ได้ชี้ถึงจุดสำคัญที่เขาจำเป็นต้องปรับปรุงในการแข่งขันฤดูกาลหน้าเพื่อทวงตำแหน่งแชมป์ MotoGP คืน โดยการแข่งขันฤดูกาลที่แล้วเปกโก้ไม่สามารถป้องกันแชมป์ได้ และเสียแชมป์ให้กับ ‘ฆอร์เก้ มาร์ติน’ จากทีม Prima Pramac Racing ไปในที่สุด ซึ่งเปกโก้ก็ทราบดีว่าเจ้าตัวนั้นผิดพลาดตรงไหน และต้องการจะแก้ไขเรื่องเหล่านี้ในการแข่งขันฤดูกาลหน้า  “ในบางสถานการณ์ ผมมักจะพยายามคว้าชัยชนะเสมอ อย่างที่เห็นในสนามมาเลเซีย มิซาโน และซิลเวอร์สโตน ซึ่งผมล้มเพราะไม่พอใจที่จะจบในตำแหน่งรอง” แชมป์โลกสองสมัยได้กล่าว “มันไม่ใช่ธรรมชาติของผมที่จะพอใจกับอะไรแบบนั้น ผมมักจะพยายามไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะผมเชื่อแบบนั้นเสมอ” “แต่บางครั้งการยอมถอยสักนิดก็สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้ และในปีนี้ แค่พลาดน้อยลงอีกนิดก็อาจเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์สุดท้ายได้ แต่คุณก็ต้องเจ็บปวดและล้มลงบ้าง เพื่อให้ได้บทเรียนสำคัญ” เสียใจเมื่อเห็น Verstappen รักษาแชมป์ F1 ได้ Max Verstappen นักแข่ง F1 จากทีม Red Bull Racing ที่สามารถป้องกันแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 4 ของเจ้าตัว ซึ่งเปกโก้ออกมายอมรับว่าเขาติดตามนักแข่ง F1 รายนี้ และคิดว่าจะสามารถป้องกันแชมป์แบบเขาได้  “ผมแค่คิดว่าผมเองก็สามารถเป็นแชมป์โลก 4 สมัยได้เหมือนกัน และนั่นทำให้ผมหวนกลับมารู้สึกถึงความพ่ายแพ้อีกครั้ง”   “การล้มหรือการเผชิญกับความโชคร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าไม่ได้ช่วยเราเลย แต่ในบางสถานการณ์ การพ่ายแพ้ถือเป็นบทเรียน และเรารู้ดีว่าต้องทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำอีก ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ช่วงเวลาที่ยากที่สุดคือช่วงที่ผมเห็น Verstappen คว้าแชมป์โลก เพราะมันเป็นแชมป์สมัยที่ 4 ของเขา” “ผมมีความสุขมากกับทีมของผมและ Ducati โดยรวม การพ่ายแพ้ในบางสถานการณ์ก็ช่วยให้เราได้รับประโยชน์ในแง่อื่นๆ เช่น หากผมคว้าแชมป์ได้ คุณจะไม่ได้เห็นสปิริตแห่งความเป็นนักกีฬาที่ Ducati แสดงให้เห็นมาตลอด ซึ่งเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา” “ไม่ว่าจะดีหรือร้าย คุณก็ควรพยายามมองหาสิ่งดีๆ เสมอ” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati Lenovo เผย ดึงมาร์กเข้าทีม คือความสบายใจ

Ducati Lenovo เผย ดึงมาร์กเข้าทีม คือความสบายใจ Ducati Lenovo Team ทีมโรงงานยักษ์ใหญ่ในการแข่งขันรายการ MotoGP จากดูคาติ ได้ออกมาเผยว่าการดึงมาร์ก มาร์เกซ นักบิดเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัย ที่ในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลหน้า เจ้าตัวได้ย้ายเข้าร่วมทีมโรงงานของ ‘ดูคาติ’ จับคู่กับทีมเมทเจ้าของแชมป์โลกสองสมัยอย่าง เป้กโก้ บัญญาย่า ‘เป็นความสบายใจ’ ที่ได้ตัวเขามาร่วมเป็นทีม แม้จะต้องเสีย ฆอร์เก้ มาร์ติน ที่ย้ายไปร่วมทีมโรงงานของ Aprilia อิเนีย บาสเตียนินี่ ที่ย้ายไปร่วมทีม KTM Tech3 แต่ทางทีมก็คาดหวังว่ามาร์กจะนำความสำเร็จมาให้กับทีมโรงงานในอนาคต มาร์กลงทดสอบ ‘ตัวขี่คันใหม่’ เจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยได้ทำการทดสอบคู่หูคันใหม่เป็นที่เรียบร้อย ในบาร์เซโลน่าเมื่อวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมาร์กได้บอกกับ เมาโร กราสซิลลี ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของดูคาติ ว่าเขาชื่นชอบรถคันนี้ โดยผลการวิ่งทดสอบของมาร์กกับรถคันใหม่ เจ้าตัวสามารถทำเวลาเร็วได้เป็นอันดับที่ 4 อยู่ที่ 01:39.4540 นาที ตามหลังทีมเมทคนใหม่ที่จบในอันดับสามด้วยเวลา 01:39.3980 นาที กราสซิลลี ถึงมาร์เกซ ผู้อำนวยการกีฬาของดูคาติได้ออกมาเผยความรู้สึกถึง มาร์ก มาร์เกซ ที่จะเข้ามาขี่ทีมโรงงาน “ผมไม่ใช่ช่างเทคนิค แต่เป้าหมายของวันนั้นคือการรับฟังความรู้สึกแรกของเขา “เมื่อเขาเข้ามาในพิต สิ่งแรกที่เขาพูดคือ: ‘ผมชอบรถคันนี้’ สำหรับผม นั่นคือความโล่งใจ” “ตั้งแต่แรกเราได้ทำงานเพื่อให้เขาอยู่ในทีม ผ่านการเจรจากับผู้จัดการของเขา เพื่อให้สามารถตกลงในหลายๆ เรื่อง เช่น สปอนเซอร์ “การได้เห็นผลลัพธ์จากการทำงานที่เริ่มต้นเมื่อหลายเดือนก่อนเป็นความรู้สึกที่พิเศษ การได้เห็นเขาในสนามแข่งและได้เห็นเขาในพิตของเราคือความรู้สึกที่งดงาม” คู่หูคู่ใหม่ พร้อมนำความสำเร็จสู่ทีมโรงงาน มาร์ก มาร์เกซ จะจับคู่กับเป้กโก้ บัญญาย่า ในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลหน้า แน่นอนว่าทั้งคู่ต่างมีกดีกรี พร้อมความทะเยอทะยานในการคว้าแชมป์โลก ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ทีมโรงงานต้องเผชิญกับความกดดันเพิ่มเติมในการคุมทั้งสองคน แต่เมื่อทั้งคู่ได้พบกันก็ต่างแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันอย่างราบรื่น  “ผมเห็นพวกเขาคุยกัน ผมเห็นว่าพวกเขาแบ่งปันความรู้สึกต่อกัน และพวกเขามีความรู้สึกเหมือนกันเกี่ยวกับรถแข่ง”  “พวกเขาเป็นมืออาชีพทั้งคู่ แม้มันจะแปลกที่ต้องพูดว่าเรารู้อยู่แล้ว แต่ก็เป็นสิ่งที่เราต้องการ เราต้องการให้นักแข่งทั้งสองคนช่วยกันพัฒนารถแข่งและทำให้ทีมมีความเป็นหนึ่งเดียว “จากนั้น การได้เห็นพวกเขาคุยกันในวันแรก ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เราจะมองข้ามได้ แต่การเห็นพวกเขาคุยกัน แบ่งปันความคิดเห็น และมีความคิดเกี่ยวกับรถแข่งที่ตรงกันในแบบที่ชัดเจน ถือเป็นการยืนยันแรกของงานที่เรากำลังเริ่มต้นทำ “เมื่อคนสำคัญที่สุดสองคนในทีม ซึ่งก็คือนักแข่ง มีเป้าหมายเดียวกัน ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เรากำลังมองหา ผมมั่นใจว่า แม้จะไม่ง่ายเสมอไป แต่มันจะเป็นประสบการณ์ที่ดีในปีหน้า” โปรแกรมการทดสอบ Pre-Season MotoGP2025 ในสนามถัดไปจะทำการทดสอบระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2568 เชคดาวน์เทส เซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Fabio Quartararo กับการพัฒนารถแข่ง MotoGP ในการทดสอบที่บาร์เซโลนา

Fabio Quartararo กับการพัฒนารถแข่ง MotoGP ในการทดสอบที่บาร์เซโลนา Fabio Quartararo นักแข่งทีมยามาฮ่า ได้สรุปผลการทดสอบ MotoGP ที่สนามบาร์เซโลนา โดยกล่าวถึงการพัฒนาของทีมในด้านต่างๆ แม้ว่าจะยังไม่สามารถไล่ตามนักแข่งแนวหน้าได้ แต่ก็เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีสำหรับฤดูกาล 2024 ตัวแข่งคันใหม่ประสิทธิภาพดีขึ้น กวาร์ตาราโรเผยว่า รถใหม่จากค่ายมาพร้อมกับแชสซีรุ่นใหม่ที่นำมาทดสอบ ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพได้ดี โดยเฉพาะในจังหวะเข้าโค้งจากทางตรงไปยังการเอียงเต็มที่ ซึ่งถือเป็นการพัฒนาที่เด่นชัดที่สุด แต่ยังต้องหาวิธีพัฒนาช่วงออกจากโค้งเพื่อเพิ่มสมรรถนะให้ดียิ่งขึ้น “เราได้พบแนวทางที่ช่วยพัฒนาในจังหวะเข้าโค้งแล้ว ตอนนี้เราต้องมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาจังหวะออกจากโค้งต่อไป”  โดยในการทดสอบครั้งนี้ ยามาฮ่ายังได้ทดลองใช้เครื่องยนต์ใหม่ รวมถึงแฟริ่งด้านบน และสวิงอาร์มใหม่ แม้ว่าเป้าหมายจะไม่ได้เน้นที่การเพิ่มสมรรถนะในทันที แต่เพื่อดูว่าชิ้นส่วนเหล่านี้สามารถช่วยลดน้ำหนักได้หรือไม่ “เป้าหมายหลักของเราคือการประเมินว่าชิ้นส่วนใหม่ ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนเดิมหรือไม่ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปรับปรุงครั้งใหญ่ในมาเลเซีย” นักบิดชาวฝั่งเศสกล่าวเสริม นักแข่งที่ขี่ให้กับ Yamaha ซึ่งในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลนี้เป็นครั้งแรกที่ยามาฮ่ามีนักแข่ง MotoGP สี่คนในสนาม โดยมีแจ็ค มิลเลอร์และมิเกล โอลิเวร่า เปิดตัวในทีม Prima Pramac Racing และ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ ที่จับคู่กับ อเล็กซ์ รินส์ มากับทีม Monster Energy Yamaha MotoGP ซึ่งกวาร์ตาราโรมองว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก “การมีนักแข่งจากผู้ผลิตที่ต่างกัน รวมถึงวิศวกรจากทีมอื่นๆ ช่วยให้เราได้รับข้อมูลที่หลากหลาย และผมคิดว่าเราก้าวหน้าไปหลายขั้นตอนในการทดสอบวันนี้” เขากล่าว แม้จะยังต้องใช้เวลาเพื่อปรับปรุงในหลายจุด แต่กวาร์ตาราโรย้ำว่าการทดสอบครั้งนี้ให้ข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ทีมสามารถวางแผนพัฒนารถแข่งสำหรับฤดูกาลใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการพัฒนาครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของยามาฮ่าในการกลับมาแข่งขันกับทีมชั้นนำของ MotoGP และแฟนๆ ของกวาร์ตาราโรคงเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อเพื่อเห็นความก้าวหน้าในสนามต่อไป อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ก้อง สมเกียรติ ลั่น พร้อมลุย MotoGP ฤดูกาลหน้า

ก้อง สมเกียรติ ลั่น พร้อมลุย MotoGP ฤดูกาลหน้า ก้อง สมเกียรติ นักบิดสัญชาติไทยคนแรกที่จะได้ก้าวขึ้นไปสู่การแข่งขันในระดับ MotoGP กับทีม LCR Honda ในฤดูกาลหน้าที่กำลังจะมาถึง นักบิดสัญชาติไทยคนแรกใน MotoGP หลังจากที่แข่งขันในระดับ Moto2 มาเป็นระยะเวลากว่า 6 ปี โดยผลงานที่ดีที่สุดของก้องในการแข่งขัน Moto2 คือการปิดฤดูกาลด้วยอันดับที่ 6 ในฤดูกาล 2023 ซึ่งในฤดูกาลหน้าจะเข้าร่วมแข่ง MotoGP ในนามทีม ‘LCR Honda’ ซึ่งจะเข้ามาแทนที่ของ ทาคาอากิ นาคากามิ ที่จะเปลี่ยนบทบาทไปเป็นนักทดสอบในทีม HRC และจะจับคู่กับทีมเมทสัญชาติฝรั่งเศสอย่าง ‘โยฮันน์ ซาร์โก’ “ใช่ครับ ผมรู้สึกดีใจมาก แน่นอนเลย นักแข่งไทยคนแรกใน MotoGP และยังได้ [แข่งในบ้านเกิด] เป็นสนามแรกใน MotoGP ฤดูกาลหน้า ผมดีใจมากจริง ๆ ครอบครัวผมก็ดีใจมาก เด็ก ๆ นักแข่งในประเทศไทย รวมถึง Honda Thailand ก็ดีใจที่ผมได้ก้าวขึ้นสู่ MotoGP” ฤดูกาลแรกกับภารกิจสุดท้าทาย ก้องจะเป็นหนึ่งในนักบิดสามคนหน้าใหม่ที่ขึ้นมาจาก Moto2 ในฤดูกาลหน้าร่วมกับ เฟอร์มิน อัลเดเกร์ (ขึ้นมาขี่กับทีม Grensini Racing) และ ไอ โอกุระ แชมป์คนล่าสุดในรายการ Moto2 (ขึ้นมาขี่กับทีม Trackhouse Aprilia) ซึ่งถ้าเทียบกันกับทั้งสามคน ดูเหมือนว่าก้องน่าจะต้องเจอโจทย์ที่ค่อนข้างท้าทายในฤดูกาลแรกไม่น้อย ม่ เนื่องจากเขาจะขี่ Honda RC213V ซึ่งเป็นหนึ่งในรถที่มีสมรรถนะน้อยกว่าตัวแข่งของทีมอื่น ๆ ในกริดการแข่งขันฤดูกาลที่ผ่านมา แม้สถานการณ์จะไม่ง่าย แต่นักแข่งชาวชลบุรียังคงหวังว่าเขาจะสามารถเก็บคะแนนได้ในฤดูกาลแรกของ MotoGP หรืออาจจะสามารถจบในอันดับท็อป 10 ได้ “ใช่ครับ แน่นอนว่ามันยาก เพราะเราเห็นได้ชัดว่า Honda เจอปัญหาค่อนข้างเยอะในช่วงสองปีที่ผ่านมา แต่ถ้าผมได้ลงแข่ง บางทีผมอาจช่วยอะไรบางอย่างให้ทีมได้ และบางที เราอาจจะพัฒนาขึ้นมาได้บ้าง”  “ปีหน้าจะเป็นการแข่งขันในปีแรกของผม [รายการ MotoGP] และเป้าหมายแรกของผมคือการเก็บแต้ม ถ้าทำได้ ผมอยากได้อันดับประมาณท็อป 10 หรืออาจจะดีกว่านั้น หรืออย่างน้อยก็ได้แต้มบ้าง ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุดและทำเต็มที่ มันไม่ง่ายเลยเพราะใน MotoGP มีนักแข่งที่เร็วมาก ๆ หลายคน และการแข่งขันค่อนข้างดุเดือด” Honda RC213V คู่หูคันใหม่   นักบิดสัญชาติไทยรายนี้จะได้ขี่รถ RCV เป็นครั้งแรกในการทดสอบหลังจบฤดูกาลที่บาร์เซโลน่า ซึ่งจะเป็นการปรับตัวของก้องจากรถ Moto2 ไปสู่รถ MotoGP เมื่อพูดถึงการเตรียมตัวจาก Moto2 สู่ MotoGP สมเกียรติระบุว่า ระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่เขาต้องเรียนรู้ นอกจากนี้ เขายังมุ่งเน้นที่จะปรับตัวเพื่อให้สามารถไปกับรถระดับ MotoGP ได้ดีขึ้น “Moto2 ไป MotoGP มีความแตกต่างกันมาก เป็นคนละคลาส ความเร็วใน MotoGP มากกว่ามาก ระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ซับซ้อนกว่าเยอะ ตอนที่ผมทดสอบ ผมต้องฝึกให้มาก และพยายามวิ่งให้เร็วที่สุด เพราะการแข่งขันสนามแรกก็จะเริ่มที่บุรีรัมย์ในประเทศไทย ผมจะพยายามวิ่งให้เร็ว และทำให้ดีที่สุด”  “และสภาพจิตใจของผมตอนนี้ก็ดีมาก ผมพยายามทำทุกอย่างให้ชัดเจน การเริ่มต้นสิ่งใหม่ในฤดูกาลหน้าถือเป็นเรื่องใหญ่ ๆ แต่ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด” การแข่งขัน MotoGP ในฤดูกาล 2025 ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพเปิดการแข่งขันสนามแรก ในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568-2 มีนาคม 2568 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pedro Acosta เผยพลาดแต้มสำคัญ เพราะล้มบ่อยไป

Pedro Acosta เผยพลาดแต้มสำคัญ เพราะล้มบ่อยไป Pedro Acosta นักบิดไฟแรงจากทีม Red Bull GASGAS Tech3 กับการแข่งขัน MotoGP ในฤดูกาลนี้ (ฤดูกาล 2024) ที่แม้จะเป็นฤดูกาลแรกของเขา แต่ก็สามารถโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม พาต้นสังกัดอยู่ในอันดับ 5 ของตารางคะแนน ก่อนเข้าสู่การแข่งขันสนามสุดท้ายในบาร์เซโลนา อีกทั้งในฤดูกาลหน้าก็ได้ขยับไปเป็นตัวขี่ให้กับทีมโรงงานอย่าง KTM Factory Racing คู่กับทีมเมทอย่าง Brad Binder เป็นที่เรียบร้อย  แม้พลาดบ่อยแต่ยังติด Top 5 อีกหนึ่งความน่าอัศจรรย์ของอคอสต้า ถึงแม้ว่าในการแข่งขันฤดูกาลนี้เขาจะพลาดล้มบ่อย จะด้วยตัวเอง หรืออุบัติเหตุ หรือจบการแข่งขันต่ำกว่าอันดับ 5 แต่เขาก็ยังสามารถพาตัวเอง และต้นสังกัดทะยานมาอยู่ใน Top 5 ของตารางคะแนนตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เข้าแข่งขัน แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวก็มีอาการไม่พอใจเล็ก ๆ ที่ตัวเขานั้น ‘ล้มบ่อยเกินไป’ ทำให้เสียคะแนนสำคัญไปในหลาย ๆ สนาม แต่ในอีกมุมที่ถึงแม้จะล้มบ่อยแต่ก็ยังคงพอใจฟอร์มของตัวเองที่สามารถรักษาอันดับในตารางคะแนนได้  “มันเหลือเชื่อมากที่ผมยังอยู่ในอันดับที่ 5 หลังจากความผิดพลาดทั้งหมดในฤดูกาลนี้” พร้อมระบุว่าการจบฤดูกาลด้วยความรู้สึกดี และผลการแข่งขันที่น่าพอใจนั้นสำคัญกว่า อคอสต้าได้แสดงฝีมือโดดเด่นสุดเร้าใจในหลายสนามของฤดูกาลนี้ แต่เขาเองก็ยอมรับว่าได้พลาดโอกาสที่คว้าคะแนนสำคัญในบางครั้ง เขาได้ลองปรับแต่งบางอย่างกับรถ และยังคงทำผลงานได้ดีจนติดท็อปไฟว์ในหลายสนาม อคอสต้ายังกล่าวเสริมเกี่ยวกับความรู้สึกในการแข่งขันว่า “ผมมีความสุขที่ได้แข่งในรอบสุดท้ายเพื่อต่อสู้ในอันดับท็อป 5 ในของการแข่งขัน เรามีความสุขกับผลงานในตอนนี้ แต่ก็ยังต้องพัฒนาอีก ผมตื่นเต้นที่จะจบฤดูกาลนี้ด้วยอันดับที่ดีที่สุด” ตารางอันดับที่ Pedro Acosta สามารถทำได้ใน MotoGP ลำดับ สนามที่ทำการแข่งขัน อันดับที่ทำได้ 1 Lusail International Circuit  ประเทศกาตาร์ อันดับ 9 2 Autódromo Internacional do Algarve ประเทศโปรตุเกส อันดับ 3 3 Circuit Of The Americas ประเทศสหรัฐอเมริกา อันดับ 2 4 Circuito de Jerez – Ángel Nieto ประเทศสเปน อันดับ 10 5 Le Mans ประเทศฝรั่งเศส Not Classified 6 Circuit de Barcelona-Catalunya ประเทศสเปน อันดับ 13 7 Autodromo Internazionale del Mugello ประเทศอิตาลี อันดับ 5 8 TT Circuit Assen ประเทศเนเธอร์แลนด์ Not Classified 9 Sachsenring ประเทศเยอรมนี อันดับ 7 10 Silverstone Circuit ประเทศอังกฤษ อันดับ 9 11 Red Bull Ring – Spielberg ประเทศออสเตรีย อันดับ 13 12 MotorLand Aragón ประเทศสเปน อันดับ 3 13 Misano World Circuit Marco Simoncelli ประเทศอิตาลี อันดับ 17 14 Misano World Circuit Marco Simoncelli ประเทศอิตาลี Not Classified 15 Pertamina Mandalika Circuit ประเทศอินโดนีเซีย อันดับ 2 16 Mobility Resort Motegi ประเทศญี่ปุ่น Not Classified 17 Phillip Island ประเทศออสเตรเลีย Not

Casey Stoner เผยว่าการแข่ง MotoGP ปัจจุบัน ‘ง่ายเกินไป’

Casey Stoner เผยว่าการแข่ง MotoGP ปัจจุบัน ‘ง่ายเกินไป’ Casey Stoner อดีตนักแข่ง MotoGP สัญชาติออสเตรเลียได้ออกมาวิจารณ์เกี่ยวกับการแข่งขัน MotoGP ว่า ‘ง่ายเกินไป’ เพราะในปัจจุบันมีการแข่งขันรอบ Sprint Race เป็นตัวช่วยในการเก็บคะแนน Casey Stoner คือใคร อดีตนักแข่งรถจักรยานยนต์ทางเรียบสัญชาติออสเตรเลียที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขัน MotoGP สามารถ เริ่มเส้นทางการแข่งขันในปี 2006 กับทีม Honda (LCR Honda) โดยในส่วนของความสำเร็จเจ้าตัวสามารถคว้าแชมป์โลกได้สองสมัยในปี 2007 กับทีม Ducati และปี 2011 กับทีม Honda (Repsol Honda) ก่อนที่ในปี 2012 เจ้าตัวตัดสินประกาศแขวนหมวกหลังจบฤดูกาล โดยเจ้าตัวให้เหตุผลว่าต้องการให้เวลากับครอบครัวมากขึ้นและรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าทางจิตใจจากการแข่งขัน  Sprint Race คืออะไร  เดิมทีการแข่งขัน MotoGP จะมีแค่การแข่งขันในรอบของ Qualify หรือการจัดลำดับการออกสตาร์ท และการแข่งขันแบบ Main Race หรือการแข่งขันหลัก ถัดมาในฤดูกาล 2023 MotoGP ได้นำการแข่ง Sprint Race เพิ่มเข้ามาในการแข่งขัน ซึ่งการแข่งขันนี้เป็นการแข่งเพียงครึ่งเดียวของการแข่งขันปกติ เช่น ถ้าสมมติว่าสนามนั้น การแข่งขันในเรซปกติแข่งทั้งหมด 20 แล็ป สปรินท์เรซก็จะเหลือแค่ 10 แล็ปเท่านั้น ในส่วนของคะแนนก็จะลดลงเช่นกัน โดยอันดับที่ 1 ก็จะได้ 12 คะแนน อันดับ 2 ได้ 9 คะแนน อันดับ 3 ได้ 7 คะแนน อันดับ 4 ได้ 6 คะแนน อันดับ 5 ได้ 5 คะแนน อันดับ 6 ได้ 4 คะแนน อันดับ 7 ได้ 3 คะแนน อันดับ 8 ได้ 2 คะแนน และอันดับ 9 ได้ 1 คะแนน Sprint Race ทำให้การแข่งขันให้ง่ายเกินไป  แชมป์โลก MotoGP สองสมัยได้ให้สัมภาษณ์กับ GPOne โดยเขาแสดงความเห็นว่า MotoGP ในปัจจุบันง่ายเกินไป เมื่อเทียบกับวิสัยทัศน์ของมอเตอร์สปอร์ตที่ควรเป็นการแข่งของนักแข่งที่เก่งที่สุดบนสนามที่ท้าทายที่สุด เขากล่าวว่าวิศวกรมีอิทธิพลมากเกินไปต่อผลการแข่งขัน ทำให้การควบคุมของนักแข่งลดน้อยลง Stoner ยังวิจารณ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขันสปรินท์เรซ (Sprint Race) ซึ่งการแข่งขันนี้ลดเวลาในการฝึกซ้อมสำหรับการแข่งขันระยะยาว (Main Race) เขาเห็นว่าการแข่งขันชิงแชมป์โลกไม่ควรจะเป็นเน้นเพียงการแข่งระยะสั้น แต่ควรเน้นการแข่งขันที่ต้องใช้ความอดทนของร่างกาย และยานพาหนะสำหรับแข่งขัน ซึ่งเหมือนกับการวิ่งมาราธอนที่ควรใช้ระยะทางเต็ม 43 กิโลเมตร มากกว่าจะวิ่งแค่ 10 รอบ “พวกเขาไม่มีทักษะการควบคุมรถมากพอ ทีมวิศวกรของทีมมีอิทธิพลมากเกินไปในการกำหนดผลการแข่งขัน การแข่งขันชิงแชมป์โลกไม่ควรเป็นแค่การแข่งแบบย่อส่วน มันควรจะเป็นการแข่งขันที่เน้นความอึดและความทนทานมากกว่า” นอกจากนี้ Stoner มองว่าการให้คะแนนจากสปรินท์เรซไม่ควรเกิดขึ้น โดยคะแนนควรมาจากการแข่งขันหลักในวันอาทิตย์เท่านั้น เขาเน้นว่าการตั้งค่ารถให้พร้อมสำหรับการแข่งขันตลอดระยะเวลานั้นเป็นเรื่องยาก และการมุ่งเน้นไปที่การทำเวลาต่อรอบเดียวเพื่อผ่านเข้าสู่ Q2 ทำให้นักแข่งละเลยการเตรียมรถให้พร้อมสำหรับการแข่งขันหลัก สุดท้าย Stoner กล่าวว่า ด้วยการพัฒนาด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และแอโรไดนามิกส์ รถแข่ง MotoGP ในปัจจุบันเป็นหนึ่งในรถจักรยานยนต์ที่ขับขี่ง่ายที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับรถในช่วงที่เขาทำการแข่งขัน  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

KTM Factory Racing หวังดึง ‘อลอนโซ่’ ขี่รถทีมโรงงาน

KTM Factory Racing หวังดึง ‘อลอนโซ่’ ขี่รถทีมโรงงาน KTM Factory Racing ทีมในการแข่งขันรายการ MotoGP ได้เริ่มทำการหาว่าที่ ‘เปโดร อาคอสต้า’ คนถัดไป ด้วยการสร้างผลงานของนักแข่งรายนี้ก็เรียกว่าไม่ธรรมดา สามารถพาทีมต้นสังกัดอย่าง Red Bull GASGAS Tech3 รั้งอันดับที่ 5 ของตาราง สะสมได้ 209 คะแนน อีกทั้งอายุก็ยังน้อย สามารถพัฒนาได้อีกไกล จึงอาจมีความเป็นไปได้ว่าในอนาคตถ้าไม่มาทีมโรงงานของ KTM ก็อาจถูกทีมโรงงานอื่นที่ไหนบางแห่งดึงไปร่วมทัพ  เพราะมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดเรื่องนี้ขึ้นจึงขอ ‘กันไว้ดีกว่าแก้’ Pit Beirer หัวหน้าฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตของ KTM ได้ออกมายอมรับว่าตอนนี้เขากำลังจับตามองเด็กหนุ่มดาวรุ่งอย่าง ‘David Alonso’ แชมป์การแข่งขันรายการ Moto3 คนปัจจุบันไว้อยู่ เพราะส่วนตัวเขาเชื่อว่านักแข่งคนนี้มีความพิเศษ และคาดว่าจะนำความสำเร็จมาให้ทีมโรงงานได้ในอนาคต อลอนโซ่กับผลงานที่ยอดเยี่ยม ผลงานการแข่งขันของนักบิดชาวโคลัมเบียวัย 18 ปีคนนี้เกิดมาเพื่อชัยชนะอย่างแท้จริง อลอนโซ่เริ่มต้นอาชีพด้วยการคว้าแชมป์รายการ European Talent Cup ในปี 2020 และต่อมาในปี 2021 ได้รับตำแหน่งแชมป์รายการ Red Bull MotoGP Rookies Cup ก่อนที่จะโชว์ฟอร์มร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง พาทีมต้นสังกัดอย่าง CFMOTO Aspar Team คว้าแชมป์รายการ Moto3 ในฤดูกาล 2024 ได้ตั้งแต่ยังไม่จบฤดูกาลดี (ได้แชมป์ตั้งแต่สนามที่ 16 ของการแข่งขันที่สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น) ฝ่าธงหมากรุกเข้าในอันดับที่ 1 ในการแข่งขันรอบ Full Race ทั้งหมด 13 ครั้งจากการแข่งขันทั้งหมด 19 สนาม (และมีความเป็นไปได้ที่จะเก็บชัยได้ 14 สนาม จากการแข่งขัน 20 สนาม) ปัจจุบันเก็บคะแนนสะสมห่างจากอันดับสองอย่าง Daniel Holgado จากทีม Red Bull GASGAS Tech3 ถึง 160 คะแนน Pit Beirer เคยพูดถึงอลอนโซ่ไว้ว่า : “ตอนนี้เดวิดกำลังขยับขึ้นไปแข่งในรุ่น Moto2 แน่นอนว่าเราก็อยากเห็นเขาในรุ่น MotoGP ในอนาคตด้วย เรา (ทีม KTM) จำเป็นต้องมีนักแข่งรุ่นใหม่เจนใหม่ในอนาคต และแน่นอนว่ามันคงเป็นความฝันของเราที่จะมีนักแข่งในทีมซึ่งเริ่มต้นจาก Rookies Cup ของเรา และเติบโตขึ้นผ่านการแข่งขันรายการ Moto3 เรายอมรับว่าเดวิดอาจเป็นนักแข่งที่พิเศษ และเราจะดูแลเขาให้ดีเหมือนที่เราดูแลเปโดร เพื่อไม่ให้เขาหายไปจากเรา” เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับ KTM นักบิดชาวโคลัมเบียรายนี้เคยมีความเกี่ยวข้องกับ KTM โดยเมื่อปี 2021 อลอนโซ่เคยได้เข้าร่วมการแข่งรายการ Red Bull MotoGP Rookies Cup ที่จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง Red Bull และ Dorna Sports โดยนักแข่งที่เข้าร่วมจะใช้รถแข่ง KTM RC 250 R ที่มีสเปคทุกอย่างเท่ากัน เพื่อให้การแข่งขันเป็นธรรมและเน้นที่ทักษะของนักแข่ง ด้วยการสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขันรายการ Moto3 ทำให้อลอนโซ่ได้ขยับซีซี ขึ้นไปแข่งในรายการ Moto2 กับทีม CFMOTO Aspar Racing แต่ทีมต้นสังกัดใหม่ก็ยังคงใช้รถจักรยานยนต์ที่พัฒนามาจากรถของ KTM ดังนั้น แม้ว่าเขาจะแข่งให้กับ CFMOTO แต่ก็ยังคงมีการใช้เทคโนโลยีพื้นฐานจาก KTM ในการแข่งขัน ด้วยเหตุผลต่าง ๆ เหล่านี้ซึ่งถ้านำมาโยงกันเป็นแผนผังก็อาจจะมีความเป็นไปได้สูงที่ได้เห็นดาวโรจน์รายนี้มาสวมยูนิฟอร์มของทีมโรงงานแล้วพาค่ายส้มกลับไปสู่จุดสูงสุดแบบที่ควรจะเป็นอีกครั้ง  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jorge Martin เผยความรู้สึกหลังย้ายซบ Aprilia ปี 2025

Jorge Martin เผยความรู้สึกหลังย้ายซบ Aprilia ปี 2025 Jorge Martin จ่าฝูงในการแข่งขัน MotoGP ประจำฤดูกาล 2024 ได้เปิดเผยความคิดเห็นเกี่ยวกับการตัดสินใจสำคัญในการย้ายจากทีม Ducati ไปยัง Aprilia ในปี 2025 โดยในการย้ายทีมหนนี้เขาจะต้องทิ้งมอเตอร์ไซค์ที่ดีที่สุดในปัจจุบันอย่าง Ducati GP24 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดในกริด MotoGP ณ เวลานี้ มาร์ตินได้รับคำถามถึงความรู้สึกของเขาที่จะต้องจากดูคาติเพื่อไปอยู่กับต้นสังกัดใหม่ ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่าจะเป็นการตัดสินใจที่ดีหรือไม่ในระยะยาว เขาได้ให้คำตอบว่า “มันอาจจะเป็นการตัดสินใจที่ดี หรืออาจจะไม่ดีก็ได้ เราก็ไม่รู้” โดยมาร์ตินยืนยันว่าเขาจะมุ่งมั่นในการแข่งขันสนามสุดท้ายในปีนี้ และไม่กังวลเกี่ยวกับอนาคตจนกว่าจะถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจจริง ๆ แม้ว่าจะมีการตั้งคำถามถึงการตัดสินใจย้ายทีมของมาร์ติน โดยเฉพาะหลังจากที่ดูคาติมีการเตรียมมอบรถแข่งของทีมโรงงานให้กับเขาในปี 2025 แต่สุดท้ายกลับเลือกมาร์ค มาร์เกซแทน มาร์ตินยืนยันว่าเขาไม่เคยทบทวนการตัดสินใจนี้เลย “ไม่มีทางเลย” เขากล่าว “ผมได้เดินตามความฝันของตัวเองและหวังว่าจะทำให้มันเป็นจริงได้” ในมุมมองของมาร์ติน การย้ายทีมครั้งนี้ไม่ได้เป็นผลมาจากความโกรธที่ถูกทีมโรงงานปฏิเสธ แต่เป็นการตัดสินใจที่เขาคิดว่าน่าจะทำให้เขาไปถึงฝันของตัวเองได้ การย้ายไป Aprilia จะเป็นการเริ่มต้นใหม่ในการแข่งขัน MotoGP และจะเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ในการแข่งขันกับทีมโรงงานที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงใน MotoGP จะชัดเจนขึ้นในปี 2025 เมื่อดูคาติจะมีนักแข่งหลักอย่าง เปกโก้ บัญญาญ่า และ มาร์ค มาร์เกซ ร่วมทีมในแผนงานใหม่ และลดจำนวนรถแข่งจาก 4 คันเหลือ 3 คัน จะทำให้การแข่งในปีนั้นมีความตื่นเต้น และมีความท้าทายยิ่งขึ้น สำหรับมาร์ติน การตัดสินใจย้ายไปทีม Aprilia ในปี 2025 เป็นการตัดสินใจที่มุ่งหวังการเติบโตในอาชีพของเขา แม้ว่าจะต้องแลกกับการทิ้งมอเตอร์ไซค์ที่ดีที่สุดในปัจจุบันไปก็ตาม และการแข่งขันสนามสุดท้ายจะตัดสินกันที่สนาม Circuit de Barcelona-Catalunya ในวันที่ 15-17 พฤศจิกายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ก้อง สมเกียรติ ยืนยันใช้ PIRELLI เวลาดีกว่าเดิม

ก้อง สมเกียรติ ยืนยันใช้ PIRELLI เวลาดีกว่าเดิม ก้อง สมเกียรติ จันทรา นักบิดสัญชาติไทยจากทีม ‘IDEMITSU Honda Team Asia’ ในการแข่งขันรายการ Moto2 ออกมายืนยันว่าการเปลี่ยนผู้สนับสนุนยางจากแบรนด์ Dunlop มาใช้ยางสัญชาติอิตาลีอย่าง Pirelli สามารถทำเวลาได้ดีขึ้นกว่าเดิม ‘ในการแข่งขัน Moto2 ปีนี้นะครับ ทางรายการได้ทำการเปลี่ยนยางจากในฤดูกาลก่อน (ฤดูกาล 2023) เราได้ใช้ยางของ Dunlop และในปีนี้ (ฤดูกาล 2024) เราได้เปลี่ยนมาใช้ PIRELLI แล้วก็มีการเปลี่ยน Setting เกี่ยวกับรถด้วย  ในส่วนของตัวยางผมก็รู้สึกว่ายางดีกว่าปีที่แล้ว ตัวยางจะเกาะถนนมากขึ้น และสามารถทำเรคคอร์ดของแต่ละสนามได้ดีมากขึ้น อีกทั้งทุก ๆ สนามก็ทำลายสถิติเวลาที่นักแข่งคนเก่าเคยทำไว้หมดเลย’  ก้อง กล่าวถึงยางใหม่ที่ใช้ในฤดูกาล 2024 เทียบสถิติตัวอย่างเวลาที่ดีกว่าเดิมจากการแข่งขันในสนามต่าง ๆ ของ ก้อง ในการแข่งขันรายการ Moto2 ในฤดูกาล 2024 ที่ใช้ยางจาก PIRELLI และ ฤดูกาล 2023 ที่ใช้ยางจากค่ายอื่น การแข่งขัน Moto2 ฤดูกาล 2023 การแข่งขัน Moto2 ฤดูกาล 2024 สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศไทย 1’36.053 นาที 1’35.751 นาที สนามอัลการ์ฟ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศโปรตุเกส 1’42.906 นาที 1’42.852 นาที สนามเซอร์กิโต เดอ เฆเรซ-อังเคล นีอัตโต้ ประเทศสเปน 1’42.063 นาที 1’41.724 นาที สนามเลอมังส์ ประเทศฝรั่งเศส 1’36.329 นาที 1’35.881 นาที สนามซัคเซนริง เซอร์กิต ประเทศเยอรมนี 1’24.302 นาที 1’23.669 นาที   ไม่เพียงแค่เครื่องยนต์ที่เปลี่ยนแล้วจะเห็นผล แต่ยางก็เป็นอีกหนึ่งส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้นักแข่งสามารถทำเวลาได้ดีมากกว่าเดิม ไม่เพียงแค่เวลาดี แต่การเปลี่ยนมาใช้ยางที่มีคุณภาพก็ยังช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพราะยางเป็นส่วนเดียวที่สัมผัสกับถนน ‘เพราะยางไม่ใช่อะไรก็ได้’ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Sidecarcross พ่วงข้างชิงแชมป์โลก

Sidecarcross การแข่งขันมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างวิบากชิงแชมป์โลก โดยการแข่งขันกีฬานี้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 1980

เปลี่ยนยาง Pirelli เวลาเร็วขึ้น เรื่องจริง ใน Moto2 และ Moto 3 ปี 2024

เปลี่ยนยาง Pirelli เวลาเร็วขึ้น เรื่องจริงใน Moto2 และ Moto3 ปี 2024 Pirelli Diablo Superbike (SC=Special Compound) ยางหลักในการแข่งขัน Moto2 และ Moto3 ฤดูกาล 2024 ทำเวลาในการแข่งได้เร็วกว่าปีก่อนหน้าอย่างมาก สาเหตุหลักมาจากการที่ Pirelli ได้เป็นผู้จัดหายางแต่เพียงผู้เดียวในปีนี้ โดยนักแข่งในทั้งสองคลาสได้ทำลายสถิติเดิมในหลายสนาม เช่น Silverstone, Austria และ Valencia ซึ่งทำเวลาที่ดีกว่าจากฤดูกาล 2020-2023 ผลงานโดยรวมในรุ่น Moto 2 ในการแข่งขันรายการ Moto2 นักบิดสัญชาติสเปนอย่าง Alonso Lopez จากทีม SpeedUp Racing ทำลายสถิติในการแข่งขันที่ Valencia ด้วยเวลา 1’33.061 ซึ่งเป็นการปรับปรุงเวลาที่ดีขึ้นอย่างมากจากปีก่อน ๆ นอกจากนี้ Jake Dixon จากทีม CFMOTO Aspar Team ก็สามารถกดเวลาในการแข่งที่ Silverstone ต่อรอบได้เร็วขึ้นประมาณ 0.7 วินาทีโดยเฉลี่ยเมื่อเทียบกับปี 2023 ทำให้เวลาแข่งขันรวมลดลงถึง 12.5 วินาที ผลงานโดยรวมในรุ่น Moto 3 ในการแข่งขันรายการ Moto3 นักแข่งก็ทำเวลาที่ดีขึ้นเช่นกัน โดย Daniel Holgado จากทีม Red Bull GASGAS Tech3 ทำเวลา 1’37.300 ที่ Valencia ซึ่งสร้างสถิติใหม่ขึ้นมาได้ โดยรวมแล้วการแข่งขัน Moto3 ในบางสนาม เช่น Silverstone ทำเวลาต่อรอบได้เร็วขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณ 3.5 วินาทีจากปีก่อนหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากยางรุ่นใหม่ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการแข่งขันในสนามต่างๆ จุดเปลี่ยนคือยาง การเปลี่ยนแปลงนี้แสดงให้เห็นถึงการยึดเกาะและความทนทานของยาง Pirelli ที่ดีขึ้น ทำให้นักแข่งสามารถควบคุมรถได้ดีกว่าในยุคของยาง Dunlop ความก้าวหน้าทางสมรรถนะเหล่านี้ยังคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก เมื่อ Pirelli รวบรวมข้อมูลจากแต่ละการแข่งขันเพื่อปรับปรุงยางรุ่นใหม่ออกมาในปีหน้า และเชื่ออย่างยิ่งว่า จะทำให้ผลเวลา เร็วขึ้นอีก สรุปผลเวลาของแต่ละสนาม สถิติผลเวลา ของการแข่งขันในฤดูกาล 2024 แบรนด์ยาง Pirelli ได้สร้างประวัติศาสตร์ ด้วยการทุบสถิติเวลา แทบจะทุกสนามก็ว่าได้ และเราได้รวบรวมผลสถิติ ของแต่ละสนามมาไว้ให้แล้ว สถิติเดิม (Moto3) สถิติใหม่ (Moto3) เวลาที่เร็วขึ้น(วินาที) สถิติเดิม (Moto2) สถิติใหม่ (Moto2) เวลาที่เร็วขึ้น(วินาที) Lusail International Circuit 2’04.742 2’02.276 2.466 1’57.305 1’56.788 0.517 Chang International Circuit 1’41.907 1’40.544 1.362 1’35.297 1’34.595 0.701 Autódromo Internacional do Algarve 1’46.798 1’46.379 0.418 1’42.003 1’41.514 0.489 Phillip Island 1’36.403 1’35.370 1.33 1’31.888 1’30.816 1.72 Circuit Of The Americas 2’16.250 2’14.153 2.97 2’09.385 2’07.543 1.841 Circuito de Jerez 1’45.401 1’43.710 1.691 1’40.640 – – Le Mans 1’41.476 1’40.114 1.361 1’35.791 1’34.868 0.923 Circuit de Barcelona-Catalunya 1’48.003 1’46.111 1.891 1’43.983 1’41.894 2.88 TT

BIMOTA KB998 ตัวแข่งคันใหม่จาก Kawasaki

BIMOTA KB998 ตัวแข่งคันใหม่จาก Kawasaki Bimota KB998 ตัวแข่งคันใหม่ของ Kawasaki ในการแข่งขันรายการ 2025 Motul FIM WorldSBK Championship โดย Bimota แบรนด์รถจักรยานยนต์สัญชาติอิตาลี เป็นที่รู้จักในประเภทของรถจักรยานยนต์สมรรถนะสูง (แถมยังมีราคาแพง) อีกทั้งยังมีการออกแบบดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ทางแบรนด์กำลังจะเข้าสู่ยุคใหม่โดยการโดดเข้าร่วมการแข่งขันในรายการระดับโลก  เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่า Kawasaki Racing Team (KRT) ในรายการแข่งขัน WorldSBK ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Bimota by Kawasaki Racing Team (BbRT) เพื่อสะท้อนความร่วมมือระหว่างสองบริษัท Bimota และ Kawasaki ได้ร่วมมือกันสร้าง และพัฒนามอเตอร์ไซค์ใหม่ทั้งหมดสำหรับการแข่งขัน ซึ่งผสมผสานจุดเด่นจากทั้งสองผู้ผลิต ที่ไม่ได้เป็นการนำ Kawasaki Ninja ZX-10RR มาเปลี่ยนชุดตกแต่งใหม่ แต่พัฒนารถแข่งรุ่นพิเศษขึ้นมาเอง 2025 Bimota KB998 2024 Kawasaki ZX-10R   ซึ่งรายละเอียดสเปคยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่ามาพร้อมขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาด 998 ซีซี จาก Kawasaki ZX-10RR ที่มีกำลังมากกว่า 200 แรงม้า โช้คอัพหน้าจาก Showa คาลิเปอร์เบรกจาก Brembo (ถึงแม้ว่าจะแปะด้วยตัวอักษร J.JUAN ก็เถอะ) และระบบท่อไอเสียของ Akrapovič แฟริ่งถูกออกแบบใหม่ แม้ด้านหน้าจะยังคงมีเค้าโครงสไตล์ Kawasaki Ninja มาพร้อมปีกแอโรไดนามิกเช่นเดียวกับรถแข่งในสมัยใหม่ โดยตัวแข่งคันใหม่นี้ได้ทำการลงวิ่งทดสอบที่ Circuit de Jerez ประเทศสเปน ซึ่งเป็นสนามเดียวกับการแข่งขันในรอบสุดท้ายของฤดูกาล 2024 แม้โมเดลรถคันนี้จะถูกพัฒนามาได้ไม่นาน แต่ด้วยการขับขี่ของ Alex Lowes และ Axel Bassani สองนักบิดของทีม ทำให้ KB998 ได้แสดงศักยภาพของมันออกมาสามารถทำเวลาได้อย่างน่าประทับใจบนสนาม Jerez พร้อมกับการออกแบบที่โดดเด่น และสมรรถนะที่ดุดัน โดย Axel Bassani ทำเวลาได้ 1:38.478 นาที และ Alex Lowes ทำเวลาได้ 1:38.679 นาที แน่นอนว่า KB998 คันนี้จะผลิตออกมาแค่รุ่นสำหรับทำการแข่งขันเท่านั้น จะยังไม่มีการวางจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบของการแข่งขัน WorldSBK รถที่จะเข้าร่วมแข่งขันในรายการ จะต้องมีการผลิตในรูปแบบของ Production Bike วางจำหน่ายโดยมีจำนวนการผลิตอย่างน้อย 500 คันเป็นข้อบังคับมาตรฐาน อย่าง BMW M 1000 RR, Ducati Panigale V4 R และ Honda CBR1000RR-R Fireblade SP ที่มีวางจำหน่ายทั่วไป ซึ่งทาง Bimota ยังไม่มีการประกาศอย่างชัดเจนว่า จะมีรุ่น KB998 วางจำหน่ายต่อสาธารณะชน ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ Bimota จะผลิตออกมาแค่ในจำนวนที่กำหนดเพื่อให้ผ่านข้อพิจารณา หากผลิตออกมาแค่ตามยอดเกณฑ์ที่กำหนด โมเดลนี้อาจจะถูกยกเป็นรถที่โคตรแรร์อีกหนึ่งรุ่น และในโมเดลคันจริงนั้นอาจจะมีไปตั้งโชว์ให้แฟน ๆ ได้สัมผัสที่งาน EICMA 2024 sประเทศอิตาลีในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ หรือการร่วมมือของทั้งสองค่ายนี้จะเป็นสัญญาณอะไรบางอย่างสำหรับ Kawasaki ในการแข่งขัน 2025 Motul FIM WorldSBK Championship ฤดูกาลหน้าหรือเปล่า ? อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ThaiGP 2024 Pirelli ปรับยางใหม่สู้ศึก

ThaiGP 2024 Pirelli ปรับยางใหม่สู้ศึก ThaiGP 2024 ที่กำลังจะเปิดฉากในสุดสัปดาห์นี้ Pirelli แบรนด์ยางชื่อดังระดับโลก ได้จัดยางชนิดพิเศษเพื่อรองรับการแข่งขันที่ประเทศไทยในสุดสัปดาห์นี้ โดยสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ที่จะจัดการแข่งขันในรายการ รถจักรยานยนต์ทางเรียบ ชิงแชมป์โลก หรือโมโตจีพี ภายใต้ชื่อรายการ “PT Grand Prix of Thailand 2024” ในสุดสัปดาห์หน้า เป็นสนามที่ Pirelli รู้จักเป็นอย่างดี เนื่องจากเคยมีการแข่งขันที่สนามนี้ในช่วงระหว่างปี 2015 ถึง 2019 ในรายการ FIM Superbike World Championship โดยสนามนี้ประกอบไปด้วยหลายโซนที่ต้องเบรก และเร่งเครื่องยนต์ต่อเนื่อง แต่พื้นผิวของสนามไม่ได้มีความหยาบมากเป็นพิเศษ นี่คือเหตุผลที่ Pirelli ตัดสินใจใช้ยางมาตรฐานการแข่งขัน ในสนามที่ประเทศไทย ซึ่งยางดังกล่าวมีสมรรถนะยอดเยี่ยมและเป็นที่รู้จักกันดีของทีม และนักแข่ง ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือจำนวนยางต่อคอมปาวด์ที่เพิ่มขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการทำงานของทีมงาน และนักแข่ง เพื่อให้มั่นใจในตลอดการแข่งขันช่วงสุดสัปดาห์นี้ Giorgio Barbier หัวหน้าฝ่ายการแข่งขันรถจักรยานยนต์ของ Pirelli กล่าวว่า “เรารู้จักสนามบุรีรัมย์เป็นอย่างดี เพราะเราเคยแข่งขันที่นั่นมาแล้ว 5 ฤดูกาลกับการแข่งขันในรายการ WorldSBK Championship และเราทราบดีว่าสนามนี้ ไม่เหมือนกับสนามในออสเตรเลียที่จัดการแข่งขัน GP ครั้งล่าสุด เพราะสนามบุรีรัมย์ไม่มีส่วนของสนามที่ทำให้ยางต้องทำงานหนักเป็นพิเศษ แม้ว่าความชื้นสูงตามแบบฉบับของพื้นที่ อุณหภูมิพื้นผิวแอสฟัลท์ที่มักจะสูงมาก และการเบรกอย่างกระทันหันที่ส่วนปลายของทางตรงยาวทั้งสองจุดจะยังคงสร้างความกดดันให้กับยาง โดยเฉพาะยางหน้า การเบรกและการเร่งเครื่องใหม่บ่อยครั้ง เป็นการทดสอบความสามารถของยางหลังในการรองรับแรงกดในแนวตรงที่เกิดขึ้นขณะเร่งเครื่อง แต่สิ่งเหล่านี้เป็นสภาพการณ์ที่เราพบในสนามอื่น ๆ อยู่แล้ว และยางมาตรฐานที่ใช้ในการแข่งขันก่อนหน้านี้ก็พิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพได้ดี เราตัดสินใจเพิ่มจำนวนยางเป็น 8 ชิ้นต่อคอมปาวด์ เหมือนกับที่เคยกำหนดไว้สำหรับยางหลัง Moto2™ ในการจัดสรรมาตรฐาน เพื่อให้ทีมและนักแข่งสามารถทำงานกับการผสมผสานของยางที่ต้องการโดยไม่ต้องกังวลเรื่องจำนวนยางที่มีอยู่ สนามบุรีรัมย์ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมักจะเกิดฝนตกกระทันหัน และสิ่งนี้อาจส่งผลกระทบต่อการปรับแต่งยางสำหรับการแข่งขันในวันอาทิตย์” ยางคอมปาวด์มาตรฐาน แต่เพิ่มจำนวน : ยางแห้งแบบสลิกทุกชนิดมีจำนวน 8 ชิ้นต่อคอมปาวด์ นักแข่ง Moto2™ สามารถเลือกใช้ยางหน้า SC1 (นุ่ม) และ SC2 (กลาง) พร้อมกับสองตัวเลือกยางหลัง SC0 (นุ่ม) และ SC1 (กลาง) สำหรับ Moto3™ นักแข่งจะมีตัวเลือกยางหน้าเหมือนกัน คือ SC1 (นุ่ม) และ SC2 (กลาง) ส่วนยางหลังสามารถเลือกได้ระหว่าง SC1 (นุ่ม) หรือ SC2 (กลาง) โอกาสการเกิดฝนตก : พื้นที่ที่สนามบุรีรัมย์ตั้งอยู่มีสภาพอากาศร้อนชื้น และยังมีโอกาสเกิดฝนตกกระทันหัน อาจะรวมไปถึงการเกิดฝนตกหนักในระหว่างการแข่ง ในกรณีนี้ นักแข่งทั้งสองคลาสจะมียาง DIABLO Rain พร้อมใช้งาน โดยมีจำนวน 5 ชิ้นสำหรับยางหน้า และ 6 ชิ้นสำหรับยางหลัง การเบรก และการเร่งความเร็ว : สนามแข่งแห่งนี้ถูกออกแบบโดยสถาปนิกชาวเยอรมัน ‘เฮอร์มันน์ ทิลเก้’ และเปิดตัวในปี 2014 สนามบุรีรัมย์ถือว่าเป็นสนามแบบ “Stop and go” แบบคลาสสิก ซึ่งมีการเบรก และการเร่งความเร็วบ่อยครั้งซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้ นักแข่งจะชื่นชอบยางหน้าที่มีความมั่นคงและแม่นยำ รวมไปถึงยางหลังที่ให้การยึดเกาะ และแรงขับเคลื่อนที่ยอดเยี่ยมเมื่อออกจากโค้ง ด้วยเหตุนี้ Pirelli จึงนำยางที่ดีที่สุดมาใช้ในการแข่งขันที่สนามแห่งนี้ สำหรับการแข่งขัน Moto2 และ Moto3  จะทำการแข่งขันในวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2567 โดย Moto3 จะแข่งขันในเวลา 12.00น.  และในรายการ Moto2 ในเวลา 13.15น. สนามนี้มีลุ้น ‘ก้อง สมเกียรติ จันทรา’ คัมแบคจากอาการบาดเจ็บเพื่อทำการลงแข่งขันในประเทศไทย แฟน ๆ Moto2 และ ก้อง ห้ามพลาด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Manuel Gonzalez ส่อโดนปลดเหตุพาดหัวธงญี่ปุ่น

Manuel Gonzalez ส่อโดนปลดเหตุพาดหัวธงชาติญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจสำหรับการแข่งขัน Moto2 เป็นอย่างมาก เมื่อนักบิดแดนกระทิงดุอย่าง ‘Manuel Gonzalez’ ที่สวมผ้าโพกศีรษะแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นหรือ “ฮะจิมะกิ” ในระหว่างการแข่งขันที่โมเตกิ ทำให้ผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์จากจีนแบรนด์ QJ Motor ซึ่งเป็นสปอนเซอร์ของทีม Gresini Racing ในการแข่งขัน Moto2 ได้สร้างความขัดแย้งด้วยการเรียกร้องให้ปลดนักบิดสัญชาติกระทิงดุออกจากทีมทันที ซึ่งทาง QJ Motor อ้างว่าทำให้ชาวจีนรู้สึกไม่พอใจจากกระทำดังกล่าว Gonzalez วัย 22 ปี ได้เฉลิมฉลองชัยชนะ Moto2 ครั้งแรกของเขาที่การแข่งขัน Japanese Grand Prix เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ความสุขของนักแข่งชาวสเปนต้องถูกกลบด้วยกระแสวิจารณ์จาก QJ Motor หลังจากที่เขาสวมฮะจิมะกิบนกริดสตาร์ท ซึ่งผ้าโพกศีรษะแบบนี้เป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่น และความอดทนในวัฒนธรรมญี่ปุ่น แต่ทาง QJ Motor ไม่พอใจเป็นอย่างมากและเข้าใจว่าเป็นการเตือนถึงความตึงเครียดทางประวัติศาสตร์ระหว่างจีน และญี่ปุ่น ด้วยเหตุช่วงสงครามโลกที่ทางญี่ปุ่นเคยไปรุกรานจีน ในแถลงการณ์ QJ Motor ยอมรับว่า “ถึงแม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจเนื่องจากเขาเป็นนักแข่งชาวยุโรป และไม่ได้เข้าใจประวัติศาสตร์ของจีน แต่การกระทำนี้ได้ทำร้ายความรู้สึกของนักแข่งชาวจีนและประชาชนชาวจีน” ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์รายนี้ ซึ่งเป็นสปอนเซอร์ของทีม Gresini Racing มาตั้งแต่ต้นฤดูกาล ได้แสดงความไม่พอใจโดยเรียกร้องให้ทีมตัดความสัมพันธ์กับนักบิดคนนี้  “Qianjiang Motorcycle ได้ดำเนินการเจรจาอย่างจริงจังกับทีม GRESINI ทันที โดยเรียกร้องให้ลบรูปภาพ และวิดีโอที่เกี่ยวข้องออกในทันที และให้ทีมยุติความร่วมมือกับนักแข่งโดยทันที” ถึงแม้ว่าสปอนเซอร์หลักของจีนจะไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าทางทีม Gresini Racing จะยอมทำตามข้อเรียกร้องของ QJ Motor หรือไม่ โดย Gonzalez เตรียมเข้าร่วมทีม Intact GP ในฤดูกาลหน้า ทำให้เหลือเพียงสี่สนามเท่านั้นในช่วงเวลาที่เหลือของเขากับ Gresini ดำเนินไปอย่างไรต่อไปก่อนการแข่งขันสนามถัดไปที่ ฟิลลิปไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ประเด็นถกเถียงนี้สื่อให้เห็นถึงความซับซ้อน และความละเอียดอ่อนที่เกี่ยวข้องกับสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ และการตีความที่แตกต่างกันในแต่ละวัฒนธรรม ในขณะที่ฮาจิมากิถูกมองอย่างกว้างขวางในโลกตะวันตกว่าเป็นสัญลักษณ์ของศิลปะการต่อสู้ และน้ำใจนักกีฬา แต่มันกลับมีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ที่เจ็บปวดในประเทศจีนที่เคยถูกญี่ปุ่นรุกรานในช่วงสงครามโลก การแข่งขันสนามถัดไปของรายการ Moto2 จะลงแข่งขันในวันที่ 20 ตุลาคม 2567 ที่สนามฟิลลิปไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย แข่งขันในเวลา 08.15น. (ตามเวลาประเทศไทย) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

MotoAmerica รอดสนามนี้ได้ สนามอื่นก็หวานหมู

MotoAmerica รอดสนามนี้ได้ สนามอื่นก็หวานหมู MotoAmerica อีกหนึ่งการแข่งขันที่ได้ใจชาวอเมริกันแบบถล่มทลาย โดยนิยามของคำว่า ‘ซูเปอร์ไบค์’ หมายถึง มอเตอร์ไซค์ทรงสปอร์ตที่มีสมรรถนะสูง แต่ในปัจจุบันการแข่งรถในระดับซูเปอร์ไบค์บนท้องถนนมีขึ้นมากมายทั่วโลก โดยความนิยมของชื่อนี้ต้องย้อนไปในปี 1976 ซึ่งเป็นปีที่ก่อตั้งการแข่งขัน AMA Superbike Championship ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น Moto America Superbike  ในช่วงเวลานั้นไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่ารถคลาสซูเปอร์ไบค์ จะได้รับความสนใจจากแฟน ๆ และภายในระยะเวลาไม่กี่ปีความนิยมของการแข่งขันประเภทนี้ก็พุ่งแซงหน้าคลาสการแข่งอื่น ๆ ทั้งหมดในอเมริกา นอกจากนี้ยังสร้างนักแข่งระดับแนวหน้าของวงการแข่งมอเตอร์ไซค์อีกด้วย จนถึงช่วงกลางยุค 1980 ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า AMA ซูเปอร์ไบค์ และนักแข่งดาวเด่นของรายการ คือสิ่งที่แฟน ๆ ตั้งหน้าตั้งรอที่จะได้เข้ามาชมการแข่งขัน เพียงแค่สิบกว่าปีหลังจากที่ก่อตั้งขึ้นการแข่งซูเปอร์ไบค์ การแข่งขันนี้ก็แพร่หลายอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก จน FIM ได้จัดตั้งการแข่งขัน World Superbike Championship ในปี 1988 และในปีนั้นแชมป์โลกซูเปอร์ไบค์คนแรก ได้แก่ Fred Merkel. กับฉายา “นักแข่งรถฮีโร่ชาวอเมริกัน“ MotoAmerica การแข่งขันในยุคแรก การแข่งขันซูเปอร์ไบค์ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงต้นถึงกลางยุค 1970 มีมอเตอร์ไซค์หลากหลายค่ายที่ร่วมเข้ามาแข่งขันกันไม่ว่าจะเป็น Honda CB750, Kawasaki Z1, Norton Commando, Triumph Bonneville, BMW R90S, Ducati 750SS รวมถึงรถสองจังหวะของ Yamaha, Kawasaki และ Suzuki ถูกผลิตจากโรงงานด้วยสมรรถนะที่มีพละกำลังมหาศาล และการควบคุมที่ดีขึ้นจนไม่สามารถใช้ประสิทธิภาพได้เต็มที่บนท้องถนน ด้วยเหตุนี้ ผู้ขับขี่ในยุค Baby Boomer จึงเริ่มนำมอเตอร์ไซค์ของพวกเขามาปรับแต่ง ติดตั้งสายล็อกเพื่อความปลอดภัย ติดป้ายหมายเลข และออกมาแข่งบนสนามแข่งกันมากขึ้นจนเป็นประวัติการณ์ การแข่งขัน Laguna Seca Raceway 1973   จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1973 เมื่อผู้จัดการแข่งขันอย่าง เกวิน ทริปป์ และ บรูซ ค็อกซ์ ได้เชิญกลุ่มนักแข่งรถโปรดักชั่นมายังสนาม Laguna Seca Raceway ในเดือนกรกฎาคมปี 1973 เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน AMA National Road Race ในคลาส Heavyweight Production โดยผู้ชนะในการแข่งขันนั้นคือ อีวอน ดูฮาเมล ที่ชนะ สตีฟ แมคลาฟลิน ซึ่งทั้งคู่ขี่ Kawasaki Z1 ส่วน ไมค์ คลาร์ก ชนะในคลาส Lightweight Production ด้วย Yamaha RD350 การแข่งขันดังกล่าวได้รับความนิยมมากจากแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ทำให้การแข่งขันนี้ได้ถูกจัดการแข่งขันขึ้นอีกครั้งในปี 1974 ซึ่งในปีนั้นการแข่งโปรดักชั่นยังได้ขึ้นปกนิตยสาร Cycle News โดยมีพาดหัวว่า ‘Superbike National’ และทำให้การแข่งขันรถในคลาสซูเปอร์ไบค์ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ ในปี 1975 Daytona และ Ontario ได้ทำการเพิ่มการแข่งขันรถในคลาส Superbike Production ในตารางการแข่งขัน เพราะทาง AMA ไม่สามารถนิ่งเฉยต่อความนิยมที่เพิ่มขึ้นของคลาสนี้ได้อีกต่อไป ด้วยการแข่งขันที่มีความตื่นเต้น เร้าใจ ทำให้มีการรายงานข่าวอย่างกว้างขวาง และต่อเนื่องมากยิ่งขึ้นของการแข่งขัน AMA Superbike ในนิตยสาร Cycle News อย่างต่อเนื่อง ทำให้ คุก นีลสัน และ ฟิล ชิลลิง บรรรณาธิการของ Cycle News นิตยสาร มีบทบาทสำคัญในการสร้างฐานแฟนคลับจำนวนมากให้กับคลาสการแข่งรถบนถนนรูปแบบใหม่นี้ ค่ายรถยุโรป VS ญี่ปุ่น รถมอเตอร์ไซค์สำหรับการแข่งขันจากแดนซามูไรอย่าง ‘ประเทศญี่ปุ่น’ มักจะมีจุดเด่นในด้านของพละกำลังเพราะมีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ และมีหลายสูบ แต่ยังมีปัญหาในเรื่องของการควบคุม ซึ่งตรงจุดนี้เป็นข้อได้เปรียบที่มอเตอร์ไซค์ยุโรปจริงที่มีกำลังน้อยกว่า แต่มีเสถียรภาพในการควบคุมมากกว่าอย่าง BMW R90S, Ducati 750SS และ Moto Guzzi 850 Le Mans รถมอเตอร์ไซค์จากค่ายยุโรปทั้ง 3 คันที่กล่าวไป

Alex Marquez รับตั๋ววิ่ง Long Lap สนามหน้า

Alex Marquez รับตั๋ววิ่ง Long Lap สนามหน้า Alex Marquez น่าจะเหมือนกับเจอฝันร้ายในการแข่งขันสนามที่ 16 รายการ 2024 MotoGP ที่สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเมื่อนักแข่งจากทีม Gresini Racing พลาดท่าปะทะกับโจอัน เมียร์ จากทีม Honda HRC ในโค้งที่ 12 ซึ่งทำให้ทั้งคู่ต้องออกจากการแข่งขันในสนามนี้ ในการให้สัมภาษณ์หลังการแข่งขัน อเล็กซ์ มาร์เกซได้ยอมรับความผิดพลาดของตัวเองว่า : “ผมทำผิดพลาดที่โค้ง 11 ซึ่งทำให้ผมออกนอกไลน์เล็กน้อย ในขณะที่พยายามกลับสู่ตำแหน่ง (ช่วงโค้งที่ 12) ผมได้ปะทะกับโจอัน เมียร์ ซึ่งทำให้ผมล้มลง และทำให้รถของผมติดไปที่ท้ายรถของเขา จนทำให้เขาไม่สามารถทำการแข่งขันต่อไปได้ ผมต้องขอโทษเขาที่ทำให้เขาออกจากการแข่งขัน” หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวทางคณะกรรมการได้ทำการทบทวนเหตุการณ์ พร้อมระบุว่า อเล็กซ์ มาร์เกซ ขับขี่ด้วยความประมาทเลินเล่อจนทำให้เกิดอุบัติเหตุ และได้ทำการสั่งลงโทษ อเล็ก มาร์เกซ ด้วยการวิ่ง Long Lap ในสนามถัดไปที่ Australian MotoGP ที่กำลังจะมาถึง  โดยคณะกรรมการได้ออกมาอธิบายเกี่ยวกับบทลงโทษดังนี้ : “ตามแนวทางการลงโทษที่ได้มอบให้กับทีม การกระทำนี้ถูกจัดว่าเป็นเหตุการณ์แบบ MGP-CC4 คือการทำให้เกิดอุบัติเหตุ การปะทะกับนักแข่งคนอื่น โดยมีส่วนเกี่ยวข้องกับนักแข่งหมายเลข #36 (โจอัน เมียร์) ที่โค้ง 12 ที่ส่งผลให้นักแข่งคนนั้นเกิดอุบัติเหตุตามมา และเนื่องจากเป็นการกระทำความผิดครั้งแรกในฤดูกาลนี้ บทลงโทษที่เหมาะสมในกรณีนี้คือการ Long lap penalty ในสนามถัดไป” โดยการแข่งขันสนามถัดไป จะทำการแข่งขันที่สนามฟิลิปไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลียในวันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2567 เวลา 10.00น. (ตามเวลาประเทศไทย)   อันดับตารางคะแนนหลังจบการแข่งขันที่สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น ตำแหน่ง นักแข่ง ทีม แต้ม คะแนนห่างจากอันดับ 1 1 = Jorge Martin Pramac Ducati (GP24) 392 – 2 = Francesco Bagnaia Ducati Lenovo (GP24) 382 (-10) 3 = Enea Bastianini Ducati Lenovo (GP24) 313 (-79) 4 = Marc Marquez Gresini Ducati (GP23) 311 (-81) 5 ขยับขึ้น 1 อันดับ Brad Binder Red Bull KTM (RC16) 183 (-209) 6 ขยับลง 1 อันดับ Pedro Acosta Red Bull GASGAS Tech3 (RC16) 181 (-211) 7 = Maverick Viñales Aprilia Racing (RS-GP24) 163 (-229) 8 ขยับขึ้น 3 อันดับ Franco Morbidelli Pramac Ducati (GP24) 136 (-256) 9 ขยับขึ้น 1 อันดับ Marco Bezzecchi VR46 Ducati (GP23) 134 (-258) 10 ขยับลง 1 อันดับ Fabio di Giannantonio VR46 Ducati (GP23) 134 (-258) 11 ขยับลง 3 อันดับ

มีวันนี้เพราะพี่ให้ ! อาคอสต้าดีใจ ได้อาโจ้คุมทีม

มีวันนี้เพราะพี่ให้ ! อาคอสต้าดีใจ ได้อาโจ้คุมทีม Pedro Acosta กล่าวกับสื่อไม่มีใครพร้อมที่จะพา KTM คว้าแชมป์ MotoGP ได้มากไปกว่า “บุคคลพิเศษ” อย่าง Aki Ajo ที่ได้รับตำแหน่งเข้ามาคุมทัพใน MotoGP ฤดูกาลหน้า หลังจากที่มีการคาดเดาออกไปต่าง ๆ นานา ว่าผู้จัดการทีมคนถัดไปของ KTM คือใคร เพราะมีข่าวออกมาก่อนการแข่งขันที่อินโดนีเซียนกรังด์ปรีซ์ Francesco Guidotti จะก้าวลงจากตำแหน่งผู้จัดการทีมเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2024 และก็มีการประกาศออกมาอย่างเป็นการทางการว่าคนที่จะมารับหน้าที่แทนก็คือ Aki Ajo  Aki Ajo ประสบความสำเร็จกับ KTM ในปี 2012 เมื่อพวกเขาคว้าแชมป์โลก Moto3™ ครั้งแรกกับ KTM RC4 ทีม Red Bull KTM Ajo ได้แชมป์อีกสองรายการในรุ่นนี้ (ในปี 2016 กับ Brad Binder และปี 2021 กับ Pedro Acosta) อีกทั้งยังเป็นเวทีสำคัญสำหรับการพัฒนาความสามารถของนักแข่งจาก Red Bull MotoGP Rookies Cup ในการแข่งขัน Moto3 ของ Ajo ที่ช่วยให้ผลักดันนักแข่งก้าวขึ้นสู่การแข่งขันในระดับ MotoGP หลังจากที่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการว่า Aki Ajo จะเข้ามารับหน้าที่คุมทัพ Red Bull KTM Factory Racing MotoGP สำหรับปี 2025 เปโดร อาคอสต้าได้พูดถึงความรู้สึกที่ได้กลับมาร่วมงานกับกุนซือคนนี้อีกครั้ง  “ผมดีใจมาก ๆ ที่ได้ยินข่าวดีข่าวนี้ ผมคิดว่าไม่มีใครในแพดด็อกนี้ที่เตรียมพร้อมเพื่อเป้าหมายในการต่อสู้เพื่อคว้าแชมป์ MotoGP อีกทั้งเขายังเป็นคนที่เคยช่วยเหลือผมเยอะมากในอดีต และผมชอบความตรงไปตรงมาของเขามาก และผมคิดว่าเราจะเป็นคู่หูที่ดีต่อกัน” สำหรับการแข่งขันสนามถัดไปของ MotoGP จะแข่งขันที่สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น ในวันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม เวลา 12.00น. (ตามเวลาประเทศไทย) อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Enea Bastianini กับจังหวะดราม่า ใน Emilia-Romagna GP

Enea Bastianini กับจังหวะดราม่า ใน Emilia-Romagna GP การแข่งขัน Emilia-Romagna GP มอบดราม่าให้เราแบบเต็มเปี่ยม โดย Enea Bastianini (ทีม Ducati Lenovo) คว้าชัยชนะอย่างยอดเยี่ยมหลังจากแซงผู้นำคะแนนสะสม Jorge Martin (ทีม Prima Pramac Racing) ในช่วงท้าย ขณะที่ Pecco Bagnaia (ทีม Ducati Lenovo) พลาดล้มในการแข่งขัน GP ครั้งที่ 100 ของเขา จึงทำให้วันอาทิตย์ที่ผ่านมากลายเป็นหนึ่งในวันที่น่าตื่นเต้นที่สุดของการแข่งขันในปี 2024 และนี่คือประเด็นสำคัญจากสนามที่ 14! การโจมตีเพื่อคว้าชัยชนะในช่วงท้ายของ Bastianini ต่อ Jorge Martin ได้สร้างความเห็นที่แตกแยกในพิต บางคนมองว่าจังหวะการเเซงเเบบนี้เกินขอบเขต ขณะที่บางคนเชื่อว่ามันเป็นแค่การแข่งปกติ ! ซึ่งก็มีคอมเมนต์ต่าง ๆ มากมายของนักแข่งต่อเหตุการณ์เเซงสุดดราม่านี้ Jorge Martin: “แน่นอนว่าตอนนี้ผมคิดว่าเราชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับแนวคิดของฝ่ายจัดการแข่งขันในอนาคต ดังนั้นผมคิดว่าครั้งหน้าถ้าผมต้องทำแบบเดิม ก็น่าจะไม่มีผลกระทบอะไร ผมหวังไว้แบบนั้นนะ” “แม้แต่ Marc Marquez ยังบอกว่าเขาคิดว่าน่าจะต้องลดตำแหน่ง Bastianini หนึ่งตำแหน่ง!” @motogp A bit of controversy around Bestia’s winning overtake 😬 Which is your point of view? Too agressive or just a bold last lap move? 👀 #EmiliaRomagnaGP 🏁 #MotoGP #Motorsport #Motorcycle #Racing #SportsOnTikTok ♬ Tonight – Felix Tena Enea Bastianini: “ผมเห็นว่ามีโอกาสเดียวที่จะเเซงเขาในรอบสุดท้ายที่โค้ง 4 เขาพยายามปิดไลน์ ผมเกือบจะเกินลิมิตเล็กน้อยที่ล้อหน้า แต่สุดท้ายผมก็ปิดไลน์ในโค้งและคว้าชัยชนะมาได้” Marc Marquez (Gresini Racing MotoGP™): “Enea ไม่สามารถควบคุมรถให้อยู่ในสนามได้ ดังนั้นสำหรับผมควรจะลดตำแหน่งหนึ่ง แต่ฝ่ายจัดการแข่งขันเป็นผู้ตัดสินใจ” Francesco Bagnaia: “ผมคิดว่ามันเป็นการแซงแบบการแข่งขัน ไม่มีอะไรต่างจากที่ Jorge เคยทำในอดีตเลย เขาเคยทำแบบนี้กับผมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทั้งที่กาตาร์และอินเดียเขาก็ทำแบบเดียวกัน ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องปกตินะ” Luca Marini (Repsol Honda Team) : “ถ้าคุณดันนักแข่งอีกคนออกนอกสนาม แล้วตัวเองก็หลุดโค้งไปด้วย – ถือว่าไม่สามารถทำแบบนั้นได้ “หาก Martin ทำแบบเดียวกันที่อินโดนีเซีย ผมคาดหวังว่าควรจะได้รับการปฏิบัติแบบเดียวกัน – ไม่ว่าจะเป็น Martin, Pecco, ผม หรือใครก็ตาม ทุกคนควรได้รับการปฏิบัติเหมือนกันแค่นี้ครับ” Miguel Oliveira (Trackhouse Racing): “กฎชัดเจนแล้ว เมื่อคุณอยู่ในการแข่งขันระหว่างนักแข่งคืนอื่น และคุณหลุดไปที่พื้นที่สีเขียว คุณต้องยอมเสียตำแหน่ง ความจริงที่ว่าเขาไม่ได้หลุดไปที่สีเขียว เพราะตรงนั้นไม่ได้ทาสีเขียว แต่เขาก็ไม่สามารถเข้าโค้งได้ มันเป็นการแซงรอบสุดท้าย ทุกคนสู้กันอย่างสุดความสามารถ และมันยากมากที่จะทำการแซงใน MotoGP ดังนั้นคุณต้องใช้ทุกโอกาสที่มี” “ถ้ามันเป็นการแซงเพื่อชัยชนะ ผมก็ไม่ว่าอะไร แต่มันขึ้นอยู่กับคณะกรรมการตัดสิน กฎชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาไม่ถูกลงโทษเพราะไม่ได้แตะพื้นที่สีเขียว แต่เป็นสีน้ำเงินหรืออะไรก็ตาม ถ้าคุณแซงในโค้งอื่นและแตะพื้นที่สีเขียว คุณต้องยอมเสียตำแหน่ง ดังนั้นเขารู้ดีว่าจะต้องแซงตรงไหน!” Jack Miller: “มันเป็นเหตุการณ์การแข่งขัน การต่อสู้ในรอบสุดท้าย ถ้าคุณอยากดู Zarco หรือผมในรอบสุดท้ายที่โค้ง 14 หรือ Di Giannantonio หรือ Mir ที่โค้ง 14… นั่นคือการแข่ง มันเกิดขึ้นทั่วทั้งสนาม มันเป็นรอบสุดท้ายของการแข่งขัน” Aleix Espargaro (Aprilia Racing): “ผมไม่มีคำจะพูดจริง ๆ เพราะนักแข่งคนหนึ่งชนกับอีกคน และทั้งสองคนก็ออกนอกสนาม”  เเละทั้งหมดนี้ก็เป็นความคิดเห็นของเหล่านักเเข่งที่มีต่อจังหวะการเเซงระหว่าง Enea Bastianini

ยาง Pirelli ทุบสถิติ Fastest Lap ใน Moto2 และ Moto3 ที่อารากอน

ยาง Pirelli ทุบสถิติ Fastest Lap ใน Moto2 และ Moto3 ที่อารากอน นับตั้งแต่ยาง Pirelli ได้เข้ามามีบทบาทในการเป็นผู้ร่วมสนับสนุนหลักของการแข่งขันชิงแชมป์ความเร็วทางเรียบระดับโลก ในรายการโมโตจีพีรุ่น Moto2 และ Moto 3 ย่อมสร้างความแปลกใจและความเชื่อมั่นให้กับเหล่านักบิดมากมาย ด้วยผลเวลาที่ทำลายสถิติเดิมจากทุกสนามที่ผ่านมา รวมถึงสนามล่าสุดอย่าง AragonGP ที่ประเทศสเปนอีกด้วย กดสถิติด้วยยางสูตรมาตรฐานในรุ่น MOTO 2  สำหรับการแข่งขันรุ่น Moto 2 ด้วยชัยชนะของ Jake Dixon (CFMoto inde Aspar Team/CFMoto) พร้อมที่จะสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งอีกด้วยการกดเวลาเร็วสุดในรอบการแข่งขัน โดยใช้ยางซอฟท์ Pirelli สูตรมาตรฐาน หน้า SC1 หลัง SC0 กดเวลาเร็วสุด 1’52.597 นาที นับเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงคุณภาพของยางแข่งที่สามารถหาซื้อได้ ขณะเดียวกันนักแข่งส่วนใหญ่ยังคงใช้ยางซอฟท์ หน้า SC1 และยางหลัง SC0 แต่สำหรับ Alonso Lopez (Sync SpeedUp/Boscoscuro) เท่านั้นที่เลือกใช้ยางหน้า SC2 มิเดียม พร้อมยางหลัง SC0 สูตรกำลังพัฒนาอย่าง D0532 พร้อมกันกับนักแข่งอื่น ๆ เช่น Diogo Moreira (Italtrans Racing Team/Kalex), Albert Arenas (QJMOTOR Gresini Moto2™/Kalex), Xavier Artigas (KLINT Forward Factory Team/Forward), Dennis Foggia (Italtrans Racing Team/Kalex) และ Sergio Garcia (MT Helmets – MSI/Boscoscuro) ยางโปรโตไทป์ ซิ่วชัยใน MOTO 3 สำหรับในรุ่น Moto 3 เลือกใช้กับยางโปรโตไทป์อย่าง C1096 เป็นตัวเลือกสำหรับการแข่งขันเมนเรซ ทั้งผู้ชนะอันดับหนึ่งบนโพเดี้ยมอย่าง Jose Antonio Rueda (Red Bull KTM Ajo/KTM) กับการทำเวลาดีที่สุดที่ 2’01.193 นาทีในรอบแข่งขัน ตามมาด้วยอันดับสองอย่าง Colin Veijer (Liqui Moly Husqvarna Intact GP/Husqvarna) ที่เลือกใช้ยางมิเดียม SC2 พร้อมทั้งอันดับ 3 Luca Lunetta (SIC58 Squadra Corse/Honda) กับยางหน้าสูตรมาตรฐาน SC1 และยางหลังโปรโตไทป์ C1096  และด้วยสภาพอากาศฝนตกหนักตลอดทั้งคืนในช่วงก่อนแข่งขัน จึงทำให้นักแข่งส่วนใหญ่เลือกใช้ยางมิเดียม SC2 แต่ทว่าระยะทางยาว เรื่องความทนทานของยางโปรโตไทป์อย่าง C1096 ซึ่งมีคุณสมบัติโครงสร้างแบบแข็ง และย่อมสูญเสียเนื้อยางน้อยกว่า จึงส่งผลให้ผู้เลือกใช้ยางดังกล่าวอย่าง Rueda สามารถพิชิตชัย แถมยังทำลายสถิติเวลาที่ดีที่สุดของสนามแห่งนี้ไปได้อีกด้วย  นับเป็นการทำลายสถิติแบบออลอะราวด์ แถมยังเป็นการเทสไปในตัวเพื่อให้ได้ค่าตัวเลขแม่นยำที่สุด มาพัฒนาสู่ยางใช้งานบนท้องถนนที่หาซื้อได้ในท้องตลาด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เราขายยางที่เราใช้แข่ง เราแข่งด้วยยางที่เราขาย” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprakเก็บชัยชนะรวด3raceที่Donington!

Toprakกดhat-trickที่Donington!😱 อะไรก็หยุดเขาไม่ได้แล้ว ยิ่งขี่ยิ่งมั่นใจ สำหรับ’El Turco’ โทปรัค ราซกาตติโอกลู และทีม ROKit BMW Motorrad WorldSBK Team เก็บชัยชนะ Race2 แบบทิ้งห่าง8วินาที กวาดคะแนนสะสมทั้ง3เรซ แบบPerfect Weekend เก็บคะแนนสะสมเต็มเม็ดเต็มหน่วย นำห่าง41คะแนน ฟอร์มสดที่สุดแล้วสำหรับปีนี้ ตามมาด้วย นิโคโล บูลเลก้า แห่งทีม Aruba.it Racing-Ducati) ก็ขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ยังไม่พอที่จะเข้าใกล้ อดีตแชมป์โลกได้ และโพเดี้ยมอันดับที่3 ตกเป็นของ เจ้าถิ่น อเล็กซ์ โลวว์ จากทีมยักษ์เขียว Kawasaki Racing Team World SBK แฝดซ่าของแซม ทำให้แฟนๆเจ้าถิ่นได้เฮกันถ้วนหน้า ส่วนอัลวาโร่ เบาติสต้า แชมป์เก่า เป็นสัปดาห์ที่ อะไรๆติดๆขัดๆไปนิด ขนาดในรอบsighting laps เกิดลื่น ล้มไถล แฮนด์เบี้ยว ปีกก็หัก ก่อนกลับมาที่จุดสตาร์ท ทีมเซอร์วิสต้องทำการซ่อมและเปลี่ยนชิ้นส่วนอย่างรวดเร็ว แสดงศักยภาพระดับโลก ทำงานแข่งกับเวลา จนทันเวลาออกสตาร์ท และก็ยังขี่ได้อย่างเยี่ยมยอด เข้าเส้นอันดับที่5 ไว้ลายแชมป์เก่า ท่ามกลางความน่าหงุดหงิด ได้อย่างดีเยี่ยม เป็นสุดสัปดาห์ที่สนุกมากๆ สำหรับสนามที่อังกฤษ น่าเสียดายนิดหน่อยที่ตกเย็นอังกฤษจะไปไม่ถึงดวงดาวกับแชมป์ยุโรป ไม่งั้นคงคึกคักกันทั่วประเทศ แต่ไม่เป็นน่ะ มาชมมาเชียร์กันต่อ ทั้ง racing และ Football. สรุปคะแนนสะสมและผลการแข่งขันกัน เจอกันสนามต่อไป ที่สาธารณรัฐ เชค สุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ และเป็นวันหยุดยาวอีกด้วย !😘