SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

รีวิวเจาะลึก Italjet Dragster 300 (2025) สกู๊ตเตอร์ Alien พันธุ์ดุ เครื่อง 300cc ช่วงล่าง ISS เทพแค่ไหน?

หากโลกนี้มีรถสกู๊ตเตอร์ที่ถูกส่งมาจากอนาคต หรือหลุดมาจากหนังสือนิยาย Sci-Fi รถคันนั้นต้องเป็น Italjet Dragster 300 อย่างแน่นอน นี่คือรถที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์การออกแบบของยานยนต์ 2 ล้อ จนได้รับฉายาว่า “The Alien” หรือ “มนุษย์ต่างดาว”

รีวิว Italjet Dragster 300

ในปี 2025 นี้ ค่ายรถอิตาลีอย่าง Italjet ได้ยกระดับความบ้าคลั่งขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการวางเครื่องยนต์พิกัด 300cc ลงในร่างเดิมที่ดุดันอยู่แล้ว ทำให้มันกลายเป็น Hyper Scooter ที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เคยมีมา วันนี้ Superbikemag จะพาไปเจาะลึกทุกซอกทุกมุมว่า เจ้าปีศาจเฟรมถักคันนี้ มีดีแค่หน้าตา หรือขี่ดีสมราคาค่าตัวเกือบ 3 แสนบาท? *สำหรับการรีวิวแบบ On Road เราก็ได้แอบทดสอบกันไปแล้ว ดูรีวิว คลิ๊กที่นี่*

รีวิว Italjet Dragster 300
พามาลุยทดสอบกันที่ มอเตอร์ สปอร์ต พาร์ค สุวรรณภูมิ

คราวนี้เราได้นำมาทดสอบที่สนามมอเตอร์ สปอร์ต ปาร์ค สุวรรณภูมิ พร้อมการรีวิวในแต่ละส่วนว่าความพิเศษของโมเดลรุ่นนี้มันมีอะไรเป็นพิเศษ รวมถึงตัวแบรนด์นั้น มีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร และข้อสงสัยต่าง ๆ เดี๋ยวเราทำประเด็นแยกไว้เป็นข้อ ๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายต่อการอ่านกันครับ

Italjet Dragster 300 ประวัติแบรนด์

Italjet ถือเป็นแบรนด์รถมอเตอร์ไซค์จากสัญชาติอิตาลีที่ก่อตั้งเมื่อปี 1959 จากความหลงใหลในการขับขี่สองล้อท่องเที่ยวทั่วโลกของชายผู้ก่อตั้งอย่างคุณ ลีโอปอลโด ตาร์ตารินี ซึ่งหลังออกท่องโลกมาได้ซักระยะหนึ่งแล้ว คุณลีโอปอลโด จึงมีไอเดียที่จะสร้างรถสองล้อขนาดเล็ก จึงก่อให้เกิดโมเดล Italjet บัดนั้นเป็นต้นมา  

ด้วยคอนเซ็ปต์ “เราต้องนำหน้าคู่แข่งอยู่หนึ่งก้าวเสมอ” จึงทำให้โมเดลต่าง ๆ ที่ออกแบบมาดูล้ำ ไม่เหมือนใคร ทั้งนวัตกรรม งานดีไซน์และเทคโนโลยีต่าง ๆ โดยปัจจุบันแบรนด์ อิตัลเจ็ท ผลิตโมเดลออกมามากมายแล้วกว่า 150 โมเดล และส่งออกจำหน่ายกว่า 40 ประเทศทั่วโลก 

คุณมัสซิโม่ ตาร์ตารินี CEO จาก Italjet ที่อิตาลี มาร่วมงานเปิดตัวแบรนด์ในไทย พร้อมดีลเลอร์อย่างเป็นทางการ

สำหรับเจ้า Dragster 300 ถูกเผยโฉมให้เห็นครั้งแรกในงาน EICMA เมื่อช่วงปลายปี 2023 ที่ผ่านมา และนำเข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการโดย บริษัท มาเวอร์ริค กรุ๊ป จำกัด ผู้นำเข้ารถจักรยานยนต์ Italjet เพียงรายเดียวในประเทศไทย พร้อมประกาศเปิดตัวดีลเลอร์เป็นที่เรียบร้อย โดยมีโชว์รูมบริการกว่า 10 โชว์รูม และ 14 ศูนย์เซอร์วิสเซ็นเตอร์ทั่วประเทศ

Italjet Dragster 300 ดีไซน์เอกลักษณ์ ล้ำสมัย

Italjet Dragster 300
ดุดัน สปอร์ต

1. ดีไซน์: ศิลปะบนเฟรมถัก (Trellis Frame) ที่ดิบเถื่อน

สิ่งที่ทำให้ Italjet Dragster 300 แตกต่างจากรถทุกคันบนท้องถนน คือโครงสร้างตัวถังแบบ Trellis Frame (โครงถัก) สีแดง/ทอง/ส้ม (แล้วแต่รุ่นย่อย) ที่ทำจากวัสดุ Chrome Molybdenum ซึ่งปกติเราจะเห็นโครงสร้างแบบนี้ในรถ Superbike ระดับท็อปอย่าง Ducati เท่านั้น

  • Naked Design: การออกแบบเน้นเปลือยแฟริ่ง โชว์เครื่องยนต์ ระบบกันสะเทือน และงานวิศวกรรมแบบดิบๆ ไม่มีพลาสติกมาปิดบัง

  • Aero Winglet: ด้านหน้ามาพร้อม Winglet แบบ 2 ชั้น ที่ไม่ได้มีไว้แค่เท่ แต่ช่วยกดหน้ารถในย่านความเร็วสูง

  • ท้ายกุดสไตล์สปอร์ต: เบาะนั่งแบบลอยตัวและท้ายรถที่สั้นกะทัดรัด ให้อารมณ์เหมือนรถแข่ง Streetfighter

Dragster 300 ไฟหน้า
ไฟหน้า LED ทรงดุดัน

Dragster 300 หน้าจอ
หน้าจอสี TFT

เบาะทรงสปอร์ต

Dragster 300 วิงก์เลต
วิงก์เลตด้านข้าง

 

2. ขุมพลังใหม่ 300cc: แรงบิดที่รอคอย

จุดเปลี่ยนสำคัญของโมเดลปี 2025 คือขุมพลังที่ถูกอัปเกรดจากรุ่น 200 (ซึ่งหลายคนบ่นว่าอืดไปนิด) มาเป็นเครื่องยนต์พิกัด 300cc ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงมากขึ้น

  • เครื่องยนต์: 1 สูบ 4 จังหวะ 4 วาล์ว DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ (Liquid Cooled)

  • ปริมาตรกระบอกสูบจริง: 278 ซีซี (บล็อกเดียวกับที่ใช้ใน Vespa GTS 300)

  • พละกำลัง: รีดแรงม้าสูงสุดได้ 23.8 HP ที่ 8,250 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 26 Nm ที่ 6,250 รอบ/นาที

  • ฟีลลิ่งการขับขี่: อัตราเร่งช่วงต้น-กลาง “ติดมือ” มากกว่ารุ่นเดิมอย่างชัดเจน การเร่งแซงในเมืองทำได้มั่นใจ ไม่ต้องลุ้นเหนื่อย และสามารถยืนพื้นความเร็วสูงในการออกทริปได้ดีขึ้น

Dragster 300 เครื่องยนต์
พื้นฐานเครื่องยนต์เดียวกันกับ Vespa GTS 300

 

3. ช่วงล่าง I.S.S. และเบรก Brembo: หัวใจของความเทพ

นี่คือ “พระเอก” ตัวจริงที่ทำให้ Dragster 300 มีราคาสูงกว่าคู่แข่ง ระบบช่วงล่างของมันไม่ใช่โช้คอัพคู่หน้าแบบ Telescopic ทั่วไป แต่เป็นระบบ I.S.S. (Independent Steering System)

  • หลักการทำงาน: เป็นระบบสวิงอาร์มเดี่ยวทำงานร่วมกับโช้คอัพไฮดรอลิก โดยแยก “การเลี้ยว” และ “การซับแรงกระแทก” ออกจากกันอย่างอิสระ (คล้ายระบบ Hub-center steering ของ Bimota)

  • ข้อดี (Anti-Dive): เวลาเบรกหนักๆ หน้ารถจะ “ไม่ยุบตัว” ทำให้รักษาเสถียรภาพรถได้ดีเยี่ยม หน้าไม่ทิ่ม ท้ายไม่ลอย เข้าโค้งได้คมกริบ

  • ระบบเบรก: ให้มาแบบ Over Spec ด้วยปั๊มเบรก Brembo แท้โรงงาน ทั้งหน้าและหลัง พร้อมจานดิสก์ขนาดใหญ่ และระบบ ABS Dual Channel มั่นใจได้ทุกย่านความเร็ว

  • ล้อ-ยาง: ติดรถเป็น ยาง IRC ขนาด 120/70-12 และ 140/60-13

Italjet Dragster 300 สวิงอาร์มแขนเดี่ยว
สวิงอาร์มแขนเดี่ยวด้านหน้า

Italjet Dragster 300 โช้คเดี่ยวซับแทงค์
โช้คเดี่ยวซับแทงค์ ปรับพรีโหลดและคอมเพรสชันได้

Italjet Dragster 300 โช้คเดี่ยวด้านหลัง
โช้คเดี่ยวด้านหลัง ปรับพรีโหลดได้

Dragster 300 คาลิเปอร์ Brembo 2 ลูกสูบ
เบรกหน้า Brembo 2 ลูกสูบ

Dragster 300 คาลิเปอร์ Brembo 2 ลูกสูบ
เบรกหลัง Brembo 2 ลูกสูบ

 

 

4. ท่านั่งและการใช้งานจริง (Ergonomics)

ต้องบอกตรงๆ ว่า Italjet Dragster 300 ไม่ใช่รถที่สร้างมาเพื่อความสบายแบบรถทัวร์ริ่ง

  • ท่านั่ง: ค่อนข้างสปอร์ต แฮนด์กว้างและต่ำ เบาะนั่งมีความสูง 770 มม. ซึ่งไม่สูงมาก แต่ตัวเบาะมีความบางและแข็ง เพื่อให้ผู้ขับขี่สัมผัสอาการรถได้ดีที่สุด

  • พื้นที่เก็บของ: “เป็นศูนย์” ใใต้เบาะไม่มีพื้นที่เก็บของใดๆ (แม้แต่หมวกครึ่งใบก็ใส่ไม่ได้) ใครจะใช้ในชีวิตประจำวันอาจต้องพึ่งพากระเป๋าเป้ หรือติดตั้งของแต่งเพิ่มเติม

ฟีลลิ่งการขับขี่ที่ฉีกทุกกฎ

Italjet Dragster 300
รีวิว Italjet Dragster 300 ในสนาม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อได้ลองควบ Italjet Dragster 300 (2025) สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความกระชับของตัวรถ แม้จะมาในคลาส 300 ซีซี แต่มิติรถไม่ได้ดูใหญ่เทอะทะ สำหรับผู้ขับขี่ที่มีความสูงประมาณ 175 ซม. สามารถวางเท้าได้เต็มพื้น แถมยังต้องย่อเข่าเล็กน้อยด้วยซ้ำ

  • ท่านั่งสไตล์สปอร์ต: เบาะนั่งอาจดูเล็กไปนิด แต่ให้อารมณ์สปอร์ตเต็มขั้น เวลาขยับก้นเข้าโค้งตอบโจทย์ได้ดีเยี่ยม ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังขี่รถสปอร์ตจริงๆ แต่อาจมีจุดสังเกตเล็กน้อยที่พนักพิงหลัง ถ้าสามารถถอดออกได้จะช่วยให้การจัดท่าทางในสนามคล่องตัวขึ้นมาก

  • การควบคุม: ระยะแฮนด์ไม่ได้กว้างมาก แต่การเลี้ยวให้ความรู้สึกหน่วงนิดๆ เหมือนมีกันสะบัดติดมาให้ ซึ่งเป็นบุคลิกเฉพาะตัวที่ผู้ขับขี่ต้องใช้ทักษะการเอียงตัว (Lean-in, Lean-out) เข้าช่วย มือใหม่อาจต้องปรับตัวสักพัก แต่สำหรับสายสปอร์ตที่มีทักษะอยู่แล้ว รับรองว่า “มันส์” แน่นอน

ขุมพลัง 300cc: สมูท นุ่มนวล แต่พร้อมซิ่ง

เครื่องยนต์สูบเดียว 278 ซีซี ให้พละกำลัง 23.8 แรงม้า และแรงบิด 26 นิวตันเมตร บุคลิกของเครื่องยนต์เน้นความนุ่มนวล สมูท ออกตัวง่าย

  • อัตราเร่ง: จังหวะเร่งแซงทำได้ดีตามมาตรฐานรถคลาส 300 ซีซี ความเร็วปลายไหลได้ถึง 130+ กม./ชม. สบายๆ

  • สายสนาม: หากต้องการความจัดจ้านในสนามแข่ง เครื่องเดิมอาจจะยัง “ตึง” ไม่พอ แนะนำให้อัปเกรดชุดข้าง Malossi เพิ่มเติม ซึ่งทางแบรนด์มีของแต่งรองรับพร้อมสรรพ (งบประมาณราว 20,000 บาท)

 

ช่วงล่างและเบรก: พระเอกตัวจริงที่ “ดีเกินคาด”

เจอโค้งกว้างหน่อย เก็บทรงไม่อยู่ ท่อและขาตั้งขูดไปที

จุดเด่นที่สุดของ Italjet Dragster 300 ต้องยกให้ระบบช่วงล่างและเบรกที่ให้มาแบบ “เกินสเปก”

  • ระบบกันสะเทือน: โช้คอัพซับแรงกระแทกได้เนียนกริบ ไม่มีอาการดีดดิ้น (Bump) ให้เห็น สามารถปรับค่าสปริงและการยุบตัวได้ ทำให้การเข้าโค้งมั่นใจสุดๆ

  • เบรก Brembo: มั่นใจหายห่วงด้วยปั๊มเบรก Brembo ทั้งหน้าและหลัง ฟีลลิ่งการเบรกหน้าจะรู้สึกเหมือนรถยุบลงทั้งคัน ส่วนเบรกหลังทำงานได้ปกติตามสั่ง แต่ต้องระวังนิดนึงเพราะเบรกหนึบมาก อาจหัวทิ่มได้ถ้าไม่คุ้นชิน

ยางเกาะหนึบ

ในขณะที่ยางไม่ได้นำมาทดสอบ (ยางเดิม IRC) ก็ถือว่าใครที่ได้รถไปก็ลองไปทดสอบกันดู หรือถ้าไม่ถูกใจก็ลองเปลี่ยนมาใช้เป็นยาง Pirelli ได้ (รุ่นที่ทดสอบ เป็น Pirelli Diablo Rosso Scooter) โดยรูทสนามนั้นแบ่งเป็นทั้งโค้งกว้างและโค้งแคบ แต่มั่นใจได้ยางรุ่นนี้ เอาอยู่

คะแนนสำหรับรีวิวการทดสอบ

Design : 9.5/10 ดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ ดิบเปลือย ใช้ชิ้นส่วนประกอบการออกแบบคงความสปอร์ตในแบบรถอิตาลี
Ergonomic : 7/10 รู้สึกค่อนข้างกระชับ ตอบโจทย์สำหรับขับขี่ถนน แต่ในสนามแข่งที่ต้องขยับท่วงท่าทำให้ติดพนักพิงหลัง ถ้าเปลี่ยนเบาะหรือมีฟังก์ชันถอดใส่ได้ก็อาจจะดีขึ้นในเรื่องของการเพอร์ฟอร์แมนซ์ต่าง ๆ
Engine : 7/10 กำลังเครื่องยนต์เพียงพอต่อการขับขี่ใช้งาน ออกตัวสมูท ซิ่งได้ในระดับหนึ่ง ถ้าอยากไปต่อทางแบรนด์มีชุดแต่งข้าง Malossi จำหน่าย
Suspension : 9/10 ระบบช่วงล่างให้เกินสเปค และดีเกินคาดโช้คไม่มีอาการ เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ
Brake : 8.5/10 เบรกหน้าหนึบถูกใจแน่นอน แทบไม่ต้องแต่งเพิ่ม
Tyre : NA ไม่ได้นำมาทดสอบในครั้งนี้ แต่ทว่าถ้าหากอยากไปทางซิ่ง ก็ขอแนะนำยางสายฟ้า Pirelli Diablo Rosso Scooter
OVERALL : 8.5/10 โดยรวมถือว่าตัวรถค่อนข้างตอบโจทย์ โดยเฉพาะการดีไซน์และระบบช่วงล่างทำออกมาดี เครื่องยนต์มาตรฐานอัปเกรดได้แค่เพิ่มเพียง 20,000 บาทเท่านั้น
Ride or Upgrade : อัปชุดข้าง Malossi และยาง Pirelli รับประกันความมันส์เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

 

ข้อดี & ข้อสังเกต

  • ข้อดี: ดีไซน์ล้ำสมัย, ท่านั่งและช่วงล่างให้ฟีลลิ่งรถแข่งในสนาม, อุปกรณ์ติดรถเกรดพรีเมียม
  • ข้อสังเกต: ราคาสูงกว่าคู่แข่ง, เครื่องยนต์เน้นนุ่มนวล (สายซิ่งต้องโมฯ เพิ่ม), การล้างทำความสะอาดอาจจะลำบากหน่อยเพราะซอกมุมเยอะ

 

สีและราคาจำหน่าย

สี Malossi
289,000 บาท
สีดำ-แดง
269,000 บาท
สีขาว-แดง
269,000 บาท
สีขาว-เขียว
269,000 บาท

5. บทสรุปและราคาจำหน่าย

Italjet Dragster 300 (2025) คือรถที่ซื้อด้วย “อารมณ์” เหนือ “เหตุผล” มันไม่ใช่รถที่คุ้มค่าที่สุดในแง่การใช้งาน แต่มันคือ “ของเล่นคนรวย” (Toys for Boys) และงานศิลปะที่เคลื่อนที่ได้ หากคุณต้องการความโดดเด่นแบบที่จอดไฟแดงแล้วทุกคนต้องเหลียวมอง นี่คือคำตอบเดียวในตลาด

ราคาค่าตัว:

  • รุ่น Standard: ประมาณ 269,000 บาท

  • รุ่นพิเศษ (เช่น Malossi Edition): อาจขยับไปแตะ 289,000 – 299,000 บาท

อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่

รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

รีวิวเจาะลึก Italjet Dragster 300 (2025)

รีวิวเจาะลึก Italjet Dragster 300 (2025) สกู๊ตเตอร์ Alien พันธุ์ดุ เครื่อง 300cc ช่วงล่าง ISS เทพแค่ไหน?

หากโลกนี้มีรถสกู๊ตเตอร์ที่ถูกส่งมาจากอนาคต หรือหลุดมาจากหนังสือนิยาย Sci-Fi รถคันนั้นต้องเป็น Italjet Dragster 300 อย่างแน่นอน นี่คือรถที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์การออกแบบของยานยนต์ 2 ล้อ จนได้รับฉายาว่า “The Alien” หรือ “มนุษย์ต่างดาว”

รีวิว Italjet Dragster 300

ในปี 2025 นี้ ค่ายรถอิตาลีอย่าง Italjet ได้ยกระดับความบ้าคลั่งขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการวางเครื่องยนต์พิกัด 300cc ลงในร่างเดิมที่ดุดันอยู่แล้ว ทำให้มันกลายเป็น Hyper Scooter ที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เคยมีมา วันนี้ Superbikemag จะพาไปเจาะลึกทุกซอกทุกมุมว่า เจ้าปีศาจเฟรมถักคันนี้ มีดีแค่หน้าตา หรือขี่ดีสมราคาค่าตัวเกือบ 3 แสนบาท? *สำหรับการรีวิวแบบ On Road เราก็ได้แอบทดสอบกันไปแล้ว ดูรีวิว คลิ๊กที่นี่*

รีวิว Italjet Dragster 300
พามาลุยทดสอบกันที่ มอเตอร์ สปอร์ต พาร์ค สุวรรณภูมิ

คราวนี้เราได้นำมาทดสอบที่สนามมอเตอร์ สปอร์ต ปาร์ค สุวรรณภูมิ พร้อมการรีวิวในแต่ละส่วนว่าความพิเศษของโมเดลรุ่นนี้มันมีอะไรเป็นพิเศษ รวมถึงตัวแบรนด์นั้น มีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร และข้อสงสัยต่าง ๆ เดี๋ยวเราทำประเด็นแยกไว้เป็นข้อ ๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายต่อการอ่านกันครับ

Italjet Dragster 300 ประวัติแบรนด์

Italjet ถือเป็นแบรนด์รถมอเตอร์ไซค์จากสัญชาติอิตาลีที่ก่อตั้งเมื่อปี 1959 จากความหลงใหลในการขับขี่สองล้อท่องเที่ยวทั่วโลกของชายผู้ก่อตั้งอย่างคุณ ลีโอปอลโด ตาร์ตารินี ซึ่งหลังออกท่องโลกมาได้ซักระยะหนึ่งแล้ว คุณลีโอปอลโด จึงมีไอเดียที่จะสร้างรถสองล้อขนาดเล็ก จึงก่อให้เกิดโมเดล Italjet บัดนั้นเป็นต้นมา  

ด้วยคอนเซ็ปต์ “เราต้องนำหน้าคู่แข่งอยู่หนึ่งก้าวเสมอ” จึงทำให้โมเดลต่าง ๆ ที่ออกแบบมาดูล้ำ ไม่เหมือนใคร ทั้งนวัตกรรม งานดีไซน์และเทคโนโลยีต่าง ๆ โดยปัจจุบันแบรนด์ อิตัลเจ็ท ผลิตโมเดลออกมามากมายแล้วกว่า 150 โมเดล และส่งออกจำหน่ายกว่า 40 ประเทศทั่วโลก 

คุณมัสซิโม่ ตาร์ตารินี CEO จาก Italjet ที่อิตาลี มาร่วมงานเปิดตัวแบรนด์ในไทย พร้อมดีลเลอร์อย่างเป็นทางการ

สำหรับเจ้า Dragster 300 ถูกเผยโฉมให้เห็นครั้งแรกในงาน EICMA เมื่อช่วงปลายปี 2023 ที่ผ่านมา และนำเข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการโดย บริษัท มาเวอร์ริค กรุ๊ป จำกัด ผู้นำเข้ารถจักรยานยนต์ Italjet เพียงรายเดียวในประเทศไทย พร้อมประกาศเปิดตัวดีลเลอร์เป็นที่เรียบร้อย โดยมีโชว์รูมบริการกว่า 10 โชว์รูม และ 14 ศูนย์เซอร์วิสเซ็นเตอร์ทั่วประเทศ

Italjet Dragster 300 ดีไซน์เอกลักษณ์ ล้ำสมัย

Italjet Dragster 300
ดุดัน สปอร์ต

1. ดีไซน์: ศิลปะบนเฟรมถัก (Trellis Frame) ที่ดิบเถื่อน

สิ่งที่ทำให้ Italjet Dragster 300 แตกต่างจากรถทุกคันบนท้องถนน คือโครงสร้างตัวถังแบบ Trellis Frame (โครงถัก) สีแดง/ทอง/ส้ม (แล้วแต่รุ่นย่อย) ที่ทำจากวัสดุ Chrome Molybdenum ซึ่งปกติเราจะเห็นโครงสร้างแบบนี้ในรถ Superbike ระดับท็อปอย่าง Ducati เท่านั้น

  • Naked Design: การออกแบบเน้นเปลือยแฟริ่ง โชว์เครื่องยนต์ ระบบกันสะเทือน และงานวิศวกรรมแบบดิบๆ ไม่มีพลาสติกมาปิดบัง

  • Aero Winglet: ด้านหน้ามาพร้อม Winglet แบบ 2 ชั้น ที่ไม่ได้มีไว้แค่เท่ แต่ช่วยกดหน้ารถในย่านความเร็วสูง

  • ท้ายกุดสไตล์สปอร์ต: เบาะนั่งแบบลอยตัวและท้ายรถที่สั้นกะทัดรัด ให้อารมณ์เหมือนรถแข่ง Streetfighter

Dragster 300 ไฟหน้า
ไฟหน้า LED ทรงดุดัน

Dragster 300 หน้าจอ
หน้าจอสี TFT

เบาะทรงสปอร์ต

Dragster 300 วิงก์เลต
วิงก์เลตด้านข้าง

 

2. ขุมพลังใหม่ 300cc: แรงบิดที่รอคอย

จุดเปลี่ยนสำคัญของโมเดลปี 2025 คือขุมพลังที่ถูกอัปเกรดจากรุ่น 200 (ซึ่งหลายคนบ่นว่าอืดไปนิด) มาเป็นเครื่องยนต์พิกัด 300cc ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงมากขึ้น

  • เครื่องยนต์: 1 สูบ 4 จังหวะ 4 วาล์ว DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ (Liquid Cooled)

  • ปริมาตรกระบอกสูบจริง: 278 ซีซี (บล็อกเดียวกับที่ใช้ใน Vespa GTS 300)

  • พละกำลัง: รีดแรงม้าสูงสุดได้ 23.8 HP ที่ 8,250 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 26 Nm ที่ 6,250 รอบ/นาที

  • ฟีลลิ่งการขับขี่: อัตราเร่งช่วงต้น-กลาง “ติดมือ” มากกว่ารุ่นเดิมอย่างชัดเจน การเร่งแซงในเมืองทำได้มั่นใจ ไม่ต้องลุ้นเหนื่อย และสามารถยืนพื้นความเร็วสูงในการออกทริปได้ดีขึ้น

Dragster 300 เครื่องยนต์
พื้นฐานเครื่องยนต์เดียวกันกับ Vespa GTS 300

 

3. ช่วงล่าง I.S.S. และเบรก Brembo: หัวใจของความเทพ

นี่คือ “พระเอก” ตัวจริงที่ทำให้ Dragster 300 มีราคาสูงกว่าคู่แข่ง ระบบช่วงล่างของมันไม่ใช่โช้คอัพคู่หน้าแบบ Telescopic ทั่วไป แต่เป็นระบบ I.S.S. (Independent Steering System)

  • หลักการทำงาน: เป็นระบบสวิงอาร์มเดี่ยวทำงานร่วมกับโช้คอัพไฮดรอลิก โดยแยก “การเลี้ยว” และ “การซับแรงกระแทก” ออกจากกันอย่างอิสระ (คล้ายระบบ Hub-center steering ของ Bimota)

  • ข้อดี (Anti-Dive): เวลาเบรกหนักๆ หน้ารถจะ “ไม่ยุบตัว” ทำให้รักษาเสถียรภาพรถได้ดีเยี่ยม หน้าไม่ทิ่ม ท้ายไม่ลอย เข้าโค้งได้คมกริบ

  • ระบบเบรก: ให้มาแบบ Over Spec ด้วยปั๊มเบรก Brembo แท้โรงงาน ทั้งหน้าและหลัง พร้อมจานดิสก์ขนาดใหญ่ และระบบ ABS Dual Channel มั่นใจได้ทุกย่านความเร็ว

  • ล้อ-ยาง: ติดรถเป็น ยาง IRC ขนาด 120/70-12 และ 140/60-13

Italjet Dragster 300 สวิงอาร์มแขนเดี่ยว
สวิงอาร์มแขนเดี่ยวด้านหน้า

Italjet Dragster 300 โช้คเดี่ยวซับแทงค์
โช้คเดี่ยวซับแทงค์ ปรับพรีโหลดและคอมเพรสชันได้

Italjet Dragster 300 โช้คเดี่ยวด้านหลัง
โช้คเดี่ยวด้านหลัง ปรับพรีโหลดได้

Dragster 300 คาลิเปอร์ Brembo 2 ลูกสูบ
เบรกหน้า Brembo 2 ลูกสูบ

Dragster 300 คาลิเปอร์ Brembo 2 ลูกสูบ
เบรกหลัง Brembo 2 ลูกสูบ

 

 

4. ท่านั่งและการใช้งานจริง (Ergonomics)

ต้องบอกตรงๆ ว่า Italjet Dragster 300 ไม่ใช่รถที่สร้างมาเพื่อความสบายแบบรถทัวร์ริ่ง

  • ท่านั่ง: ค่อนข้างสปอร์ต แฮนด์กว้างและต่ำ เบาะนั่งมีความสูง 770 มม. ซึ่งไม่สูงมาก แต่ตัวเบาะมีความบางและแข็ง เพื่อให้ผู้ขับขี่สัมผัสอาการรถได้ดีที่สุด

  • พื้นที่เก็บของ: “เป็นศูนย์” ใใต้เบาะไม่มีพื้นที่เก็บของใดๆ (แม้แต่หมวกครึ่งใบก็ใส่ไม่ได้) ใครจะใช้ในชีวิตประจำวันอาจต้องพึ่งพากระเป๋าเป้ หรือติดตั้งของแต่งเพิ่มเติม

ฟีลลิ่งการขับขี่ที่ฉีกทุกกฎ

Italjet Dragster 300
รีวิว Italjet Dragster 300 ในสนาม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อได้ลองควบ Italjet Dragster 300 (2025) สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความกระชับของตัวรถ แม้จะมาในคลาส 300 ซีซี แต่มิติรถไม่ได้ดูใหญ่เทอะทะ สำหรับผู้ขับขี่ที่มีความสูงประมาณ 175 ซม. สามารถวางเท้าได้เต็มพื้น แถมยังต้องย่อเข่าเล็กน้อยด้วยซ้ำ

  • ท่านั่งสไตล์สปอร์ต: เบาะนั่งอาจดูเล็กไปนิด แต่ให้อารมณ์สปอร์ตเต็มขั้น เวลาขยับก้นเข้าโค้งตอบโจทย์ได้ดีเยี่ยม ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังขี่รถสปอร์ตจริงๆ แต่อาจมีจุดสังเกตเล็กน้อยที่พนักพิงหลัง ถ้าสามารถถอดออกได้จะช่วยให้การจัดท่าทางในสนามคล่องตัวขึ้นมาก

  • การควบคุม: ระยะแฮนด์ไม่ได้กว้างมาก แต่การเลี้ยวให้ความรู้สึกหน่วงนิดๆ เหมือนมีกันสะบัดติดมาให้ ซึ่งเป็นบุคลิกเฉพาะตัวที่ผู้ขับขี่ต้องใช้ทักษะการเอียงตัว (Lean-in, Lean-out) เข้าช่วย มือใหม่อาจต้องปรับตัวสักพัก แต่สำหรับสายสปอร์ตที่มีทักษะอยู่แล้ว รับรองว่า “มันส์” แน่นอน

ขุมพลัง 300cc: สมูท นุ่มนวล แต่พร้อมซิ่ง

เครื่องยนต์สูบเดียว 278 ซีซี ให้พละกำลัง 23.8 แรงม้า และแรงบิด 26 นิวตันเมตร บุคลิกของเครื่องยนต์เน้นความนุ่มนวล สมูท ออกตัวง่าย

  • อัตราเร่ง: จังหวะเร่งแซงทำได้ดีตามมาตรฐานรถคลาส 300 ซีซี ความเร็วปลายไหลได้ถึง 130+ กม./ชม. สบายๆ

  • สายสนาม: หากต้องการความจัดจ้านในสนามแข่ง เครื่องเดิมอาจจะยัง “ตึง” ไม่พอ แนะนำให้อัปเกรดชุดข้าง Malossi เพิ่มเติม ซึ่งทางแบรนด์มีของแต่งรองรับพร้อมสรรพ (งบประมาณราว 20,000 บาท)

 

ช่วงล่างและเบรก: พระเอกตัวจริงที่ “ดีเกินคาด”

เจอโค้งกว้างหน่อย เก็บทรงไม่อยู่ ท่อและขาตั้งขูดไปที

จุดเด่นที่สุดของ Italjet Dragster 300 ต้องยกให้ระบบช่วงล่างและเบรกที่ให้มาแบบ “เกินสเปก”

  • ระบบกันสะเทือน: โช้คอัพซับแรงกระแทกได้เนียนกริบ ไม่มีอาการดีดดิ้น (Bump) ให้เห็น สามารถปรับค่าสปริงและการยุบตัวได้ ทำให้การเข้าโค้งมั่นใจสุดๆ

  • เบรก Brembo: มั่นใจหายห่วงด้วยปั๊มเบรก Brembo ทั้งหน้าและหลัง ฟีลลิ่งการเบรกหน้าจะรู้สึกเหมือนรถยุบลงทั้งคัน ส่วนเบรกหลังทำงานได้ปกติตามสั่ง แต่ต้องระวังนิดนึงเพราะเบรกหนึบมาก อาจหัวทิ่มได้ถ้าไม่คุ้นชิน

ยางเกาะหนึบ

ในขณะที่ยางไม่ได้นำมาทดสอบ (ยางเดิม IRC) ก็ถือว่าใครที่ได้รถไปก็ลองไปทดสอบกันดู หรือถ้าไม่ถูกใจก็ลองเปลี่ยนมาใช้เป็นยาง Pirelli ได้ (รุ่นที่ทดสอบ เป็น Pirelli Diablo Rosso Scooter) โดยรูทสนามนั้นแบ่งเป็นทั้งโค้งกว้างและโค้งแคบ แต่มั่นใจได้ยางรุ่นนี้ เอาอยู่

คะแนนสำหรับรีวิวการทดสอบ

Design : 9.5/10 ดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ ดิบเปลือย ใช้ชิ้นส่วนประกอบการออกแบบคงความสปอร์ตในแบบรถอิตาลี
Ergonomic : 7/10 รู้สึกค่อนข้างกระชับ ตอบโจทย์สำหรับขับขี่ถนน แต่ในสนามแข่งที่ต้องขยับท่วงท่าทำให้ติดพนักพิงหลัง ถ้าเปลี่ยนเบาะหรือมีฟังก์ชันถอดใส่ได้ก็อาจจะดีขึ้นในเรื่องของการเพอร์ฟอร์แมนซ์ต่าง ๆ
Engine : 7/10 กำลังเครื่องยนต์เพียงพอต่อการขับขี่ใช้งาน ออกตัวสมูท ซิ่งได้ในระดับหนึ่ง ถ้าอยากไปต่อทางแบรนด์มีชุดแต่งข้าง Malossi จำหน่าย
Suspension : 9/10 ระบบช่วงล่างให้เกินสเปค และดีเกินคาดโช้คไม่มีอาการ เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ
Brake : 8.5/10 เบรกหน้าหนึบถูกใจแน่นอน แทบไม่ต้องแต่งเพิ่ม
Tyre : NA ไม่ได้นำมาทดสอบในครั้งนี้ แต่ทว่าถ้าหากอยากไปทางซิ่ง ก็ขอแนะนำยางสายฟ้า Pirelli Diablo Rosso Scooter
OVERALL : 8.5/10 โดยรวมถือว่าตัวรถค่อนข้างตอบโจทย์ โดยเฉพาะการดีไซน์และระบบช่วงล่างทำออกมาดี เครื่องยนต์มาตรฐานอัปเกรดได้แค่เพิ่มเพียง 20,000 บาทเท่านั้น
Ride or Upgrade : อัปชุดข้าง Malossi และยาง Pirelli รับประกันความมันส์เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

 

ข้อดี & ข้อสังเกต

  • ข้อดี: ดีไซน์ล้ำสมัย, ท่านั่งและช่วงล่างให้ฟีลลิ่งรถแข่งในสนาม, อุปกรณ์ติดรถเกรดพรีเมียม
  • ข้อสังเกต: ราคาสูงกว่าคู่แข่ง, เครื่องยนต์เน้นนุ่มนวล (สายซิ่งต้องโมฯ เพิ่ม), การล้างทำความสะอาดอาจจะลำบากหน่อยเพราะซอกมุมเยอะ

 

สีและราคาจำหน่าย

สี Malossi
289,000 บาท
สีดำ-แดง
269,000 บาท
สีขาว-แดง
269,000 บาท
สีขาว-เขียว
269,000 บาท

5. บทสรุปและราคาจำหน่าย

Italjet Dragster 300 (2025) คือรถที่ซื้อด้วย “อารมณ์” เหนือ “เหตุผล” มันไม่ใช่รถที่คุ้มค่าที่สุดในแง่การใช้งาน แต่มันคือ “ของเล่นคนรวย” (Toys for Boys) และงานศิลปะที่เคลื่อนที่ได้ หากคุณต้องการความโดดเด่นแบบที่จอดไฟแดงแล้วทุกคนต้องเหลียวมอง นี่คือคำตอบเดียวในตลาด

ราคาค่าตัว:

  • รุ่น Standard: ประมาณ 269,000 บาท

  • รุ่นพิเศษ (เช่น Malossi Edition): อาจขยับไปแตะ 289,000 – 299,000 บาท

อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่

รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถไฟฟ้า