
วินาทีนี้หากใครที่สิงอยู่ในหน้าฟีดโซเชียลมีเดียสายยานยนต์ คงจะไม่มีทางพลาดคลิปไวรัลช็อตออกตัวสุดโหดที่ดึงหน้าหงายกันถ้วนหน้า การพุ่งทะยานประดุจจรวดทางเรียบนี้ไม่ได้มาจากซูเปอร์คาร์หน้าตาคุ้นเคยฝั่งยุโรป แต่มาจากค่ายเทคโนโลยีแดนมังกรที่หันมาเอาดีด้านการทำรถยนต์ แน่นอนว่าการมาถึงของ ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า คันนี้ ทำเอาแบรนด์เก่าแก่หลายค่ายถึงกับต้องกลับไปประชุมบอร์ดบริหารกันใหม่ เพราะสถิติตัวเลขที่โชว์ออกมานั้น มันคือการตบหน้าวงการรถยนต์สมรรถนะสูงแบบฉาดใหญ่
หากคุณคิดว่ารถซีดาน 4 ประตูคันใหญ่ๆ จะอุ้ยอ้าย ขอให้ลบภาพนั้นทิ้งไปได้เลย เพราะความบ้าคลั่งทางวิศวกรรมได้ถูกบรรจุลงไปในรถคันนี้หมดแล้ว เรามาเจาะลึกเบื้องหลังความแรงที่ทำให้คนดูต้องร้องว้าวกันดีกว่า

การออกตัวที่กระชากวิญญาณเกิดจากการผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า HyperEngine ถึง 3 ตัว ที่รีดพละกำลังรวมได้ 1,548 แรงม้า ส่งผลให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. จบลงในเวลาเพียง 1.98 วินาที
กุญแจสำคัญที่ทำให้การสับคันเร่งเพื่อออกตัว (Launch Control) ของรถคันนี้ดูน่ากลัวและทรงพลังสุดๆ คือแรงบิดมหาศาลระดับ 1,770 นิวตันเมตร ที่เทลงสู่พื้นถนนแบบ 100% ในเสี้ยววินาที ไม่ต้องรอรอบเครื่องยนต์ ไม่ต้องรอเทอร์โบบูสต์ แค่กดคันเร่ง มอเตอร์ตัวท็อปรหัส V8s จำนวน 2 ตัวที่เพลาหลัง และ V6s จำนวน 1 ตัวที่เพลาหน้า ก็พร้อมจะส่งให้ตัวรถพุ่งแหวกอากาศออกไปทันที
แรงจี (G-Force) ที่เกิดขึ้นในช่วงออกตัวนั้นสูงมากจนสามารถทำให้คนขับที่ไม่คุ้นชินมีอาการหน้ามืดได้เล็กน้อย นี่คือสมรรถนะระดับโลกที่เคยมีแต่ในไฮเปอร์คาร์ราคาหลักร้อยล้าน แต่วันนี้มันถูกนำมาใส่ไว้ในซีดานราคาไม่ถึง 4 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับรถสปอร์ตไฟฟ้าชั้นนำในตลาด รถรุ่นนี้มีพละกำลังและอัตราเร่งที่เหนือกว่าคู่แข่งสายตรงอย่าง Tesla Model S Plaid และ Porsche Taycan Turbo GT อย่างชัดเจน
ใครที่ชอบอ่าน รีวิวรถยนต์ สายสมรรถนะสูง คงจะคุ้นเคยกับตัวเลขระดับ 1,000 แรงม้ากันมาบ้าง แต่การข้ามกำแพงไปแตะระดับ 1,500 แรงม้านั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ลองดูข้อมูลเปรียบเทียบในตารางนี้ จะเห็นได้ชัดเจนว่าใครคือจ่าฝูงตัวจริง
| รุ่นรถยนต์ไฟฟ้า | พละกำลังสูงสุด (PS) | อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. | ราคาโดยประมาณ |
| Xiaomi SU7 Ultra | 1,548 | 1.98 วินาที | 3.8 ล้านบาท (จีน) |
| Porsche Taycan Turbo GT | 1,108 | 2.2 วินาที | 14 ล้านบาท (ไทย) |
| Tesla Model S Plaid | 1,020 | 2.1 วินาที | 3.5 ล้านบาท (นำเข้า) |
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้มาจากการนั่งมโนในห้องแล็บ เพราะพวกเขาได้นำรถต้นแบบไปพิสูจน์ความโหดมาแล้วที่สนาม Nürburgring Nordschleife และกดเวลาได้ 6:46.874 นาที ซึ่งถือเป็นสถิติที่เร็วที่สุดสำหรับรถยนต์ 4 ประตู เป็นการขิงใส่คู่แข่งแบบไร้ข้อกังขา
รถรุ่นนี้เลือกใช้แบตเตอรี่รุ่นใหม่ CATL Qilin 2.0 ความจุ 93.7 kWh ที่ถูกออกแบบมาให้สามารถจ่ายกระแสไฟแบบฉับพลัน (Discharge Rate) ได้สูงลิ่ว เพื่อป้อนมอเตอร์ทั้ง 3 ตัวให้ทำงานเต็มกำลัง
การมีมอเตอร์ที่แรงระดับปีศาจ หากไม่มีแหล่งจ่ายไฟที่เสถียรพอ รถก็จะวิ่งไม่ออกเมื่อเจอความร้อนสะสม แบตเตอรี่ CATL Qilin 2.0 รุ่นนี้ รองรับการชาร์จและจ่ายไฟที่อัตรา 5.2C ซึ่งหมายความว่ามันสามารถรีดพลังงานออกมาตรึงมอเตอร์ได้อย่างต่อเนื่อง แม้แบตเตอรี่จะเหลือเพียง 20% ก็ยังสามารถป้อนกำลังได้สูงถึง 800 kW
นอกจากนี้ ระบบระบายความร้อนของแบตเตอรี่ยังถูกออกแบบมาในระดับ Motorsport Grade ทำให้การนำรถไปขับขี่แบบ Track Day หรือการซัดยาวๆ ต่อเนื่อง ไม่ทำให้ตัวรถเกิดอาการ Power Drop หรือตัดกำลังเครื่องเพื่อเซฟตี้เร็วเกินไป แถมเรื่องการชาร์จไฟกลับก็รวดเร็วทันใจ ชาร์จ DC จาก 10-80% ได้ในเวลาเพียง 11 นาทีเท่านั้น
ชุดพาร์ทคาร์บอนไฟเบอร์รอบคันและปีกหลัง (Rear Wing) ขนาดใหญ่ ถูกคำนวณตามหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อสร้างแรงกด (Downforce) สูงสุด 285 กิโลกรัม ช่วยให้ล้อทั้ง 4 จิกพื้นถนนแน่นตอนออกตัว
การพุ่งออกตัวด้วยพละกำลัง 1,548 แรงม้า หากไม่มีแรงกดที่มากพอ ล้อจะเกิดอาการฟรีทิ้ง (Wheel Spin) และเสียการทรงตัวได้ง่าย การออกแบบชุดแต่งของ Xiaomi SU7 Ultra จึงไม่ได้มีไว้แค่ความหล่อเหลา ดุดันสไตล์เรซซิ่ง แต่มันถูกทดสอบในอุโมงค์ลมมาอย่างเข้มข้น ลิ้นหน้า สเกิร์ตข้าง และดิฟฟิวเซอร์หลัง ทำงานสอดประสานกันเพื่อจัดเรียงอากาศใต้ท้องรถให้ไหลผ่านได้เร็วที่สุด สร้างแรงดูดให้ตัวรถแนบสนิทไปกับพื้นแทร็ก
ส่วนระบบเบรกก็อัปเกรดมาใช้คาร์บอนเซรามิกจาก Akebono จานเบรกด้านหน้าขนาด 430 มม. สามารถทนความร้อนได้ทะลุ 1,300 องศาเซลเซียส เบรกจาก 100 กม./ชม. จนหยุดนิ่งใช้ระยะทางแค่ 30.8 เมตร ถือว่าเอาอยู่หมัดทุกสถานการณ์

ด้วยราคาเปิดตัวในจีนเพียง 814,900 หยวน (ราว 3.8 ล้านบาท) รถรุ่นนี้จึงกลายเป็นไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าที่คุ้มค่าที่สุดในตลาด ทำลายกำแพงราคาที่คนทั่วไปเอื้อมถึงยากให้กลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้
ต้องยอมรับว่านี่คือการเปิดหน้าไพ่ที่โคตรจะดุดัน การทำยอดจองทะลุหลายหมื่นคันในชั่วข้ามคืนแสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคไม่ได้ยึดติดกับแบรนด์เก่าแก่อีกต่อไป หากคุณสามารถมอบนวัตกรรม สมรรถนะระดับทลายสถิติโลก และความน่าเชื่อถือในราคาที่สมเหตุสมผล ผู้บริโภคก็พร้อมที่จะจ่ายเงินให้ทันที สำหรับตลาดเมืองไทย คงต้องลุ้นกันว่าบรรดาเกรย์มาร์เก็ตจะดึงตัวถังพวงมาลัยซ้ายเข้ามาอวดโฉมให้เศรษฐีเท้าหนักได้ลิ้มลองกันเมื่อไร
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com
สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 1.98 วินาที ด้วยโหมด Launch Control
ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ให้กำลังรวมสูงสุดมหาศาลถึง 1,548 แรงม้า และแรงบิด 1,770 นิวตันเมตร
ใช้แบตเตอรี่ CATL Qilin 2.0 ความจุ 93.7 kWh ที่รองรับการจ่ายไฟกระแสสูงเพื่อการขับขี่สมรรถนะสูง
Honda Newsนีโม่ จิรัฎฐ์ ลุยโมโตครอสญี่ปุ่น สนาม 8 ไซตามะ ตั้งเป้าท็อป 10 คลาส IA1
DucatiNicolò Bulega WorldSBK 2026 ล่า 28 ชัยชนะ ทุบสถิติ Bautista ที่ Estoril
ข่าวมอเตอร์ไซค์Triumph Praram 5 คว้า Dealer of the Year 2026 ระดับโลก
Honda Newsปิดตำนานสปอร์ตสี่สูบ? Honda V3 900cc เตรียมเสียบแทนที่ CBR600RR ในคลาสซุปเปอร์สปอร์ต
ข่าวมอเตอร์ไซค์ลุ้นเปิดตัวสปอร์ตไบค์ปริศนาจากค่ายใบพัดฟ้าขาว
ข่าว น้ำมันราคาน้ำมัน 9 ตุลาคม 2569 ขึ้น 75 สตางค์
WSBKแผนปฏิวัติวงการ! QJ Motor ส่งรถ 4 คัน 2 ทีมใหม่ ลุยศึกWorldSBK
ข่าวมอเตอร์ไซค์ถ่ายทอด DNA สนามแข่งสู่ท้องถนน! เปิดตัว Nolan X-804 ST