ดราม่า รถบรรทุกติด ไฟ LED สีฟ้า โทษลูกน้องทำ โดนค่าปรับ 2,000 บาท
กลายเป็นประเด็นไวรัลในโลกออนไลน์ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ระบายความอัดอั้นตันใจลงในกลุ่มคนขับรถบรรทุก หลังได้รับ “ใบสั่ง” จากกรมการขนส่งทางบก ให้ไปชำระค่าปรับจากการติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบไม่ได้มาตรฐาน หรือที่เข้าใจกันง่ายๆ ว่า “ไฟแต่งซิ่ง”
เปิดปมดราม่า ไฟ LED สีฟ้า “ลูกน้องทำ นายจ้างรับจบ”
เรื่องราวเริ่มต้นจากเจ้าของรถบรรทุกรายนี้ ได้เผยแพร่ภาพใบสั่งซึ่งระบุค่าปรับจำนวน 2,000 บาท จากความผิดข้อหาติดตั้งไฟ LED สีฟ้า บริเวณท้ายตู้บรรทุก ซึ่งถือเป็นการดัดแปลงสภาพรถที่ผิดกฎหมาย โดยเจ้าตัวได้ระบุข้อความในทำนองว่า
ตนเองถูกกลุ่ม “นักล่าส่วนแบ่ง” ที่คอยตระเวนถ่ายรูปรถผิดกฎหมายเพื่อส่งเรื่องร้องเรียนไปยังกรมการขนส่งทางบก กลั่นแกล้งถ่ายรูปส่งไป แต่สิ่งที่ทำให้เจ้าตัวรู้สึกเจ็บใจที่สุดคือ ไฟเจ้าปัญหานี้ “ลูกน้องเก่า” ที่ลาออกไปแล้ว เป็นคนนำมาติดเอง แต่กรรมกลับมาตกที่เจ้าของรถที่ต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าปรับเอง
ชาวเน็ตทัวร์ลง! ชี้ผิดที่ “จิตสำนึก” ไม่ใช่คนถ่าย
หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไป แทนที่จะได้รับความเห็นใจ กลับเจอทัวร์ลงจากชาวเน็ตและเพื่อนร่วมทางจำนวนมาก โดยความเห็นส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางเดียวกันคือ:
-
ไฟสีฟ้า/ไฟจ้า คืออันตราย: การติดหลอดไฟ แรงสูงท้ายรถ รบกวนสายตาผู้ขับขี่ที่ตามมาด้านหลังอย่างมาก อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ถือเป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัว
-
หน้าที่เจ้าของรถ: การอ้างว่าลูกน้องแอบติด เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น เพราะเจ้าของกิจการมีหน้าที่ตรวจสอบสภาพความพร้อมและความถูกต้องของรถก่อนปล่อยวิ่งงานเสมอ
-
การแจ้งจับคือสิ่งที่ถูก: การที่มีประชาชนถ่ายรูปส่งขนส่ง ถือเป็นการช่วยกันสอดส่องดูแลความปลอดภัยบนท้องถนน ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง
กางกฎหมาย “ไฟท้าย” แบบไหนผิด?
อ้างอิงตามระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยเรื่องอุปกรณ์ส่องสว่างและอุปกรณ์แสงสัญญาณ รถบรรทุกและรถยนต์ทั่วไปต้องปฏิบัติดังนี้:
-
ไฟส่องสว่าง: ต้องเป็นแสงสีเหลืองอ่อนหรือสีขาวสำหรับการส่องสว่างหน้ารถ และ สีแดง สำหรับไฟท้ายและไฟเบรกเท่านั้น ห้ามใช้ แสงสีฟ้า สีม่วง หรือสีอื่นๆ ที่รบกวนสายตา
-
ตำแหน่งติดตั้ง: ต้องติดตั้งในตำแหน่งที่กำหนด ไม่ติดตั้งเพิ่มเติมจนรกสายตาหรือแยงตาผู้อื่น
-
บทลงโทษ: การติดตั้งไฟแต่งที่ผิดระเบียบ เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท (แต่โดยทั่วไปพนักงานสอบสวนมักเปรียบเทียบปรับที่ 2,000 บาท ดังเคสนี้)
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า ในยุคที่โซเชียลมีเดียและกล้องหน้ารถมีอยู่ทั่วทุกที่ การทำผิดกฎจราจรไม่ใช่เรื่องที่จะหลบเลี่ยงได้ง่ายๆ อีกต่อไป เจ้าของกิจการขนส่งควรเข้มงวดกับพนักงานขับรถ ห้ามดัดแปลงรถในลักษณะที่ก่อความเดือดร้อนรำคาญ เพราะสุดท้ายแล้ว ผู้ที่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมายก็คือ “เจ้าของรถ” นั่นเอง


