
ก้าวเข้าสู่ปี 2569 วงการจราจรไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง กล้อง AI จับความเร็วเฉลี่ย 2569 เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับกระทรวงคมนาคม ได้ประกาศยกระดับการบังคับใช้กฎหมายจราจรและนำเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ามาควบคุมวินัยบนท้องถนนอย่างเข้มงวด โดยมีเป้าหมายหลักคือการลดอัตราการสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งสาเหตุอันดับหนึ่งยังคงมาจากการ “ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด”
กฎหมายจราจรใหม่ 2569: บทลงโทษที่แพงกว่าเดิม 4 เท่า
ภายใต้พระราชบัญญัติจราจรทางบกฉบับปรับปรุงใหม่ที่เริ่มบังคับใช้ในปี 2569 มีการแก้ไข “เพดานอัตราโทษปรับ” ในข้อหาขับรถเร็วเกินกำหนดอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่กฎหมายเคยกำหนดโทษปรับไว้สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท แต่กฎหมายใหม่ได้ขยับเพดานโทษปรับขึ้นไปถึง 4,000 บาท
ทำไมต้องปรับแรงถึง 1,000 – 4,000 บาท? เจ้าหน้าที่ระบุว่าอัตราค่าปรับเดิมนั้นเริ่มไม่ได้ผลในการป้องปรามผู้กระทำผิด กฎหมายใหม่จึงเปิดช่องให้พนักงานสอบสวนสามารถเปรียบเทียบปรับตาม “ระดับความรุนแรง” ของความเร็ว เช่น:
-
ขับเร็วเกินกำหนดเล็กน้อย: อาจถูกปรับเริ่มต้นที่ 500 – 1,000 บาท
-
ขับเร็วในเขตชุมชนหรือหน้าโรงเรียน: อัตราค่าปรับจะขยับสูงขึ้นทันที
-
ขับเร็วในระดับอันตราย (เช่น 160 กม./ชม. ขึ้นไป): เจ้าหน้าที่สามารถใช้เพดานสูงสุดคือ 4,000 บาทในการเปรียบเทียบปรับได้ทันที พร้อมกับการถูกตัดคะแนนใบขับขี่ที่เข้มข้นขึ้น
ปิดจุดโหว่ด้วย “กล้อง AI จับความเร็วเฉลี่ย” (Average Speed Enforcement)
นอกเหนือจากโทษปรับที่สูงขึ้นแล้ว ไฮไลต์ที่สำคัญที่สุดของปี 2569 คือการติดตั้งระบบ “กล้องจับความเร็วเฉลี่ย” (Average Speed Camera) ซึ่งจะเข้ามาแทนที่หรือทำงานร่วมกับกล้องจับความเร็วแบบเดิม (Point Speed) ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน
กล้องแบบเดิม vs กล้อง AI ใหม่ ต่างกันอย่างไร?
-
กล้องแบบเดิม (Point Speed): วัดความเร็ว ณ จุดที่กล้องติดตั้งอยู่เท่านั้น ทำให้ผู้ขับขี่หลายคนใช้วิธี “เบรกกะทันหันก่อนถึงกล้อง” แล้วกลับไปเร่งความเร็วต่อหลังจากผ่านกล้องไปแล้ว
-
กล้อง AI จับความเร็วเฉลี่ย: ระบบนี้จะทำงานเป็นคู่ โดยกล้องตัวแรกจะบันทึกเลขทะเบียนรถและเวลาที่รถผ่านจุดเริ่มต้น และกล้องตัวที่สองจะบันทึกเวลาที่จุดสิ้นสุดบนระยะทางที่กำหนด (เช่น ระยะทาง 10 กิโลเมตร)
ระบบ AI จะนำ “ระยะทาง” มาหารด้วย “เวลาที่ใช้เดินทางจริง” เพื่อคำนวณออกมาเป็น “ความเร็วเฉลี่ย” หากคุณขับรถด้วยความเร็วสูงมากในช่วงกลางทาง แม้จะมาเบรกจนช้าที่หน้ากล้องตัวที่สอง แต่ความเร็วเฉลี่ยที่ออกมาก็ยังคงเกินกฎหมายกำหนดอยู่ดี ระบบจะออกใบสั่งอัตโนมัติส่งตรงถึงบ้านคุณทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น
ระบบตัดคะแนน: โดนปรับแล้วยังโดนแบน
ในปี 2569 ระบบตัดคะแนนใบขับขี่จะทำงานควบคู่กับกล้อง AI อย่างสมบูรณ์แบบ:
-
ความเร็วเกินกำหนด: จะถูกตัด 1 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 12 คะแนน)
-
หากคะแนนเหลือ 0: จะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ทันที 90 วัน
-
ทำผิดซ้ำซาก: อาจถูกพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ในที่สุด
สรุปเกณฑ์ความเร็วที่ต้องปฏิบัติในปี 2569
เพื่อให้รอดพ้นจากค่าปรับ 1,000 – 4,000 บาท และไม่ต้องถูกตัดแต้ม ผู้ขับขี่ต้องทำความเข้าใจเกณฑ์ความเร็วใหม่ดังนี้:
-
ทางหลวงระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์): กำหนดความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม. โดยเลนขวาสุดต้องวิ่งไม่ต่ำกว่า 100 กม./ชม. เพื่อความปลอดภัย
-
ถนนสายหลักทั่วไป: ไม่เกิน 90 กม./ชม.
-
ในเขตกรุงเทพฯ และเขตชุมชน: ไม่เกิน 80 กม./ชม. (ในบางพื้นที่คุมเข้มไม่เกิน 50 กม./ชม. เพื่อความปลอดภัยของคนเดินเท้า)
บทสรุป
การนำเทคโนโลยีกล้อง AI จับความเร็วเฉลี่ยมาใช้ พร้อมกับบทลงโทษปรับสูงสุด 4,000 บาท ในปี 2569 นี้ กล้อง AI จับความเร็วเฉลี่ย 2569 ไม่ใช่เพื่อการหาประโยขน์จากค่าปรับ แต่เป็นมาตรการบังคับเพื่อให้ผู้ขับขี่มีพฤติกรรมการขับรถที่สม่ำเสมอและปลอดภัยตลอดการเดินทาง การขับรถด้วยความเร็วที่กฎหมายกำหนดไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณประหยัดน้ำมันและลดค่าใช้จ่าย แต่ยังเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้คุณและเพื่อนร่วมทางกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยในทุกวันครับ

