SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า จักรยายนต์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

BYD Song Pro DM-i 2026 เอสยูวีไฮบริด วิ่งไกล 1,508 กม. เริ่มต้น 4.5 แสน ที่จีน

การกลับมาของ BYD Song Pro DM-i รุ่นปรับโฉมใหม่ (ปี 2025-2026) ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่ววงการยานยนต์โลกอีกครั้ง เมื่อ BYD ตัดสินใจยัดเทคโนโลยี DM 5.0 (Dual Mode) เจเนอเรชันล่าสุดลงในรถเอสยูวีคอมแพ็คยอดนิยมรุ่นนี้ ทำให้มันกลายเป็นรถที่ขึ้นชื่อเรื่อง “ความประหยัด” และ “ระยะทางวิ่ง” ที่เหนือชั้นกว่ารถน้ำมันและรถไฮบริดทั่วไปในท้องตลาด

BYD Song Pro DM-i 2026
ขอบคุณภาพจาก : Carnewschina

ขุมพลัง DM 5.0 หัวใจหลักของความแรงและประหยัด

BYD Song Pro DM-i ใหม่ มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 74 กิโลวัตต์ (101 แรงม้า) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงที่มีพละกำลัง 120 กิโลวัตต์ (163 แรงม้า) จุดเด่นอยู่ที่ระบบการจัดการพลังงานที่ชาญฉลาดขึ้น ส่งผลให้อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยต่ำเพียง 3.2 – 3.8 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) ซึ่งหากขับขี่อย่างประหยัดสามารถทำได้มากกว่า 31 กิโลเมตรต่อลิตรเลยทีเดียว

BYD Song Pro DM-i 2026
ขอบคุณภาพจาก : Carnewschina

ระยะทางวิ่งรวม (Total Range) ทะลุ 1,500 กิโลเมตร

ด้วยการทำงานประสานกันระหว่างถังน้ำมันขนาด 52 ลิตร และแบตเตอรี่ LFP (Blade Battery) ขนาด 12.96 kWh หรือ 18.31 kWh (แล้วแต่รุ่นย่อย) ทำให้ BYD Song Pro DM-i สามารถวิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ไกล 75 – 115 กม. (CLTC) แต่ความน่าทึ่งอยู่ที่ Combined Range หรือระยะทางวิ่งรวมที่ทำได้สูงถึง 1,500 – 1,508 กิโลเมตร (และบางการทดสอบอาจแตะถึง 1,600 กม. ในสภาวะเหมาะสม) หมายความว่าคุณสามารถขับจากกรุงเทพฯ ไปถึงชายแดนใต้ได้โดยไม่ต้องแวะเติมน้ำมันหรือชาร์จไฟแม้แต่ครั้งเดียว

BYD Song Pro DM-i 2026
ขอบคุณภาพจาก : Carnewschina

ดีไซน์และเทคโนโลยีภายในที่เหนือระดับ

รูปโฉมภายนอกยังคงเอกลักษณ์ Dragon Face แต่เพิ่มความสปอร์ตด้วยกระจังหน้าแบบ Active Grille ที่ช่วยปรับการไหลเวียนอากาศเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ภายในห้องโดยสารเน้นความพรีเมียมด้วยวัสดุ Soft Touch และหน้าจอ Infotainment แบบหมุนได้ขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว พร้อมระบบปฏิบัติการ DiLink ล่าสุด และระบบความปลอดภัย DiPilot ระดับ 2 ที่ให้มาครบครันทั้ง Adaptive Cruise Control และระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ

สำหรับราคาจำหน่ายในประเทศจีนเริ่มต้นที่ประมาณ 99,800 – 122,800 หยวน (ราว 4.5 – 5.6 แสนบาท อัตราแลกเปลื่ย ณ วันที่ 05/02/69) ซึ่งถือเป็นราคาที่ดุดันมากเมื่อเทียบกับสมรรถนะที่ได้รับ และเป็นที่น่าจับตามองว่า BYD ประเทศไทยจะมีแผนนำรุ่นนี้เข้ามาทำตลาดเพื่อสู้กับคู่แข่งในกลุ่ม C-SUV หรือไม่

Moss SuperBike

จากความหลงไหลในความเร็ว สู่วงการสองล้อ เพราะมันคือ เสน่ห์ที่มีแต่คุณเท่านั้นที่รู้

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

BYD Song Pro DM-i 2026 เอสยูวีไฮบริด วิ่งไกล 1,508 กม. เริ่มต้น 4.5 แสน ที่จีน

BYD Song Pro DM-i 2026 เอสยูวีไฮบริด วิ่งไกล 1,508 กม. เริ่มต้น 4.5 แสน ที่จีน

การกลับมาของ BYD Song Pro DM-i รุ่นปรับโฉมใหม่ (ปี 2025-2026) ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่ววงการยานยนต์โลกอีกครั้ง เมื่อ BYD ตัดสินใจยัดเทคโนโลยี DM 5.0 (Dual Mode) เจเนอเรชันล่าสุดลงในรถเอสยูวีคอมแพ็คยอดนิยมรุ่นนี้ ทำให้มันกลายเป็นรถที่ขึ้นชื่อเรื่อง “ความประหยัด” และ “ระยะทางวิ่ง” ที่เหนือชั้นกว่ารถน้ำมันและรถไฮบริดทั่วไปในท้องตลาด

BYD Song Pro DM-i 2026
ขอบคุณภาพจาก : Carnewschina

ขุมพลัง DM 5.0 หัวใจหลักของความแรงและประหยัด

BYD Song Pro DM-i ใหม่ มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 74 กิโลวัตต์ (101 แรงม้า) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงที่มีพละกำลัง 120 กิโลวัตต์ (163 แรงม้า) จุดเด่นอยู่ที่ระบบการจัดการพลังงานที่ชาญฉลาดขึ้น ส่งผลให้อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยต่ำเพียง 3.2 – 3.8 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) ซึ่งหากขับขี่อย่างประหยัดสามารถทำได้มากกว่า 31 กิโลเมตรต่อลิตรเลยทีเดียว

BYD Song Pro DM-i 2026
ขอบคุณภาพจาก : Carnewschina

ระยะทางวิ่งรวม (Total Range) ทะลุ 1,500 กิโลเมตร

ด้วยการทำงานประสานกันระหว่างถังน้ำมันขนาด 52 ลิตร และแบตเตอรี่ LFP (Blade Battery) ขนาด 12.96 kWh หรือ 18.31 kWh (แล้วแต่รุ่นย่อย) ทำให้ BYD Song Pro DM-i สามารถวิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ไกล 75 – 115 กม. (CLTC) แต่ความน่าทึ่งอยู่ที่ Combined Range หรือระยะทางวิ่งรวมที่ทำได้สูงถึง 1,500 – 1,508 กิโลเมตร (และบางการทดสอบอาจแตะถึง 1,600 กม. ในสภาวะเหมาะสม) หมายความว่าคุณสามารถขับจากกรุงเทพฯ ไปถึงชายแดนใต้ได้โดยไม่ต้องแวะเติมน้ำมันหรือชาร์จไฟแม้แต่ครั้งเดียว

BYD Song Pro DM-i 2026
ขอบคุณภาพจาก : Carnewschina

ดีไซน์และเทคโนโลยีภายในที่เหนือระดับ

รูปโฉมภายนอกยังคงเอกลักษณ์ Dragon Face แต่เพิ่มความสปอร์ตด้วยกระจังหน้าแบบ Active Grille ที่ช่วยปรับการไหลเวียนอากาศเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ภายในห้องโดยสารเน้นความพรีเมียมด้วยวัสดุ Soft Touch และหน้าจอ Infotainment แบบหมุนได้ขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว พร้อมระบบปฏิบัติการ DiLink ล่าสุด และระบบความปลอดภัย DiPilot ระดับ 2 ที่ให้มาครบครันทั้ง Adaptive Cruise Control และระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ

สำหรับราคาจำหน่ายในประเทศจีนเริ่มต้นที่ประมาณ 99,800 – 122,800 หยวน (ราว 4.5 – 5.6 แสนบาท อัตราแลกเปลื่ย ณ วันที่ 05/02/69) ซึ่งถือเป็นราคาที่ดุดันมากเมื่อเทียบกับสมรรถนะที่ได้รับ และเป็นที่น่าจับตามองว่า BYD ประเทศไทยจะมีแผนนำรุ่นนี้เข้ามาทำตลาดเพื่อสู้กับคู่แข่งในกลุ่ม C-SUV หรือไม่

Moss SuperBike

จากความหลงไหลในความเร็ว สู่วงการสองล้อ เพราะมันคือ เสน่ห์ที่มีแต่คุณเท่านั้นที่รู้

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถไฟฟ้า