Geely โค่นแชมป์ BYD วงการยานยนต์โลกต้องจารึกหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ในเดือนมกราคม 2569 เมื่อรายงานยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในประเทศจีนระบุชัดเจนว่า Geely Automobile สามารถทำยอดขายแซงหน้ายักษ์ใหญ่อย่าง BYD ได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ท่ามกลางภาวะตลาดโดยรวมที่ชะลอตัวลง แต่ความโดดเด่นของ Geely และการรุกคืบของเทคโนโลยีจาก Huawei กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรม รถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์สันดาปไปอย่างสิ้นเชิง
เมื่อยักษ์ใหญ่สลับขั้ว Geely ชนะด้วยกลยุทธ์ Multi-Power
ความสำเร็จของ Geely ในเดือนมกราคม 2569 ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เกิดจากการวางห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งและการมีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุม โดยมียอดขายปลีกพุ่งสูงถึง 210,000 คัน ขณะที่ยอดค้าส่ง (Wholesale) ทะยานไปถึง 270,000 คัน เติบโตขึ้นสวนกระแสตลาด ในขณะที่อดีตแชมป์อย่าง BYD กลับมียอดขายปลีกลดลงเหลือเพียง 94,000 คัน ซึ่งเป็นการลดลงกว่า 53% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
สาเหตุที่ทำให้ BYD เพลี่ยงพล้ำในบ้านเกิดส่วนหนึ่งเกิดจากการที่รัฐบาลจีนเริ่มกลับมาเก็บภาษีซื้อสำหรับ รถยนต์ไฟฟ้า และรถไฮบริด (NEV) ในอัตรา 5% ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 หลังจากที่ยกเว้นมานานกว่าทศวรรษ ส่งผลให้ผู้บริโภคเร่งซื้อรถไปตั้งแต่ปลายปี 2568 และเกิดภาวะ “สุญญากาศ” ของความต้องการซื้อในช่วงต้นปี 2569 อย่างเห็นได้ชัด
Huawei HIMA ม้ามืดที่กลายเป็นตัวจริงในตลาด High-End
สิ่งที่น่าจับตามองยิ่งกว่าการสลับที่ของเบอร์ 1 และ 2 คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ HIMA หรือ Harmony Intelligent Mobility Alliance ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีของ Huawei โดยในเดือนมกราคมที่ผ่านมา HIMA มียอดส่งมอบรถยนต์ถึง 57,915 คัน เติบโตขึ้น 65.5% YoY ส่งผลให้แบรนด์ภายใต้ร่มเงาของ Huawei พุ่งติดอันดับ 9 ของผู้ผลิตรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดในจีนเป็นครั้งแรก
ความแรงของ HIMA นำโดยแบรนด์ Aito ที่ส่งมอบไปกว่า 40,000 คัน และแบรนด์หรูอย่าง Maextro S800 ที่สามารถครองยอดขายอันดับ 1 ในเซกเมนต์รถซีดานหรู แซงหน้าเจ้าตลาดเดิมอย่าง BMW 7 Series และ Mercedes–Benz S-Class ได้อย่างน่าทึ่ง นี่คือคำตอบที่ชัดเจนว่าผู้บริโภคชาวจีนยุคใหม่ไม่ได้มองแค่ว่ารถคันนั้นเป็น รถยนต์ไฟฟ้า หรือไม่ แต่มองไปถึงระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ (Smart Driving ADS 4.1) ที่ Huawei พัฒนาขึ้นว่าสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้มากน้อยเพียงใด
วิเคราะห์ปัจจัยชี้วัด ตลาดรถยนต์ปี 2569 ใครจะอยู่ใครจะไป
Geely โค่นแชมป์ BYD หากพิจารณาจากข้อมูลล่าสุด เราจะเห็นเทรนด์ที่น่าสนใจคือ “การกลับมาของรถยนต์สันดาปคุณภาพสูง” และ “การแข่งขันด้านซอฟต์แวร์” โดย Geely ใช้แบรนด์ลูกอย่าง Zeekr และ Galaxy ในการบุกตลาด รถยนต์ไฟฟ้า แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีรถยนต์น้ำมันและไฮบริดที่ทำยอดขายได้สม่ำเสมอ เป็นเกราะป้องกันความเสี่ยง (Buffer) ในช่วงที่ตลาด EV ผันผวนจากนโยบายรัฐ
ในทางกลับกัน BYD กำลังปรับกลยุทธ์ด้วยการเร่งส่งออกรถยนต์ไปต่างประเทศมากขึ้น โดยในเดือนมกราคมมียอดส่งออกสูงถึง 100,482 คัน เพื่อชดเชยยอดขายในประเทศที่หดตัวลง การตั้งคำถามว่า BYD จะสามารถทวงบัลลังก์คืนได้หรือไม่ ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม เพราะในปี 2569 นี้ จะมีคู่แข่งที่แข็งแกร่งอย่าง Xiaomi ที่ตั้งเป้ายอดส่งมอบถึง 550,000 คัน เข้ามาแชร์ส่วนแบ่งการตลาดไปอีกไม่น้อย
สรุปได้ว่า ตลาด รถยนต์ไฟฟ้า ในปี 2569 ไม่ใช่สงครามของ “ราคา” เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เป็นสงครามของ “อีโคซิสเต็ม” และ “เทคโนโลยีช่วยขับขี่” ใครที่ปรับตัวช้าหรือพึ่งพิงแต่มาตรการอุดหนุนจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว อาจต้องเผชิญกับชะตากรรมยอดขายร่วงกราวรูดเหมือนที่เกิดขึ้นกับหลายค่ายในเดือนมกราคมที่ผ่านมา
ติดตามคลิป รีวิวรถยนต์ ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า ได้เร็วๆนี้ทาง Youtube : SuperbikeMag Thailand



