SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Solid-state Battery

อุตสาหกรรมยานยนต์โลกกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อประเทศจีนมหาอำนาจด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ประกาศแผนขับเคลื่อนการผลิต Solid-state Battery หรือแบตเตอรี่สถานะของแข็งอย่างเป็นรูปแบบในปี 2026 และเตรียมนำรถยนต์ต้นแบบที่ใช้เทคโนโลยีนี้ออกมาวิ่งทดสอบจริงภายในปี 2027 การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำความเป็นผู้นำของจีนในตลาดรถ EV แต่ยังเป็นการท้าทายคู่แข่งสำคัญอย่างญี่ปุ่นและยุโรปอย่างรุนแรง

เทคโนโลยีแบตเตอรี่แห่งอนาคต ทำไมต้องเป็นสถานะของแข็ง?

ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ใช้ของเหลวเป็นอิเล็กโทรไลต์ ซึ่งมีข้อจำกัดด้านความหนาแน่นของพลังงานและความเสี่ยงในการลุกไหม้หากเกิดการลัดวงจร แต่สำหรับ เทคโนโลยีเครื่องยนต์ ไฟฟ้ารูปแบบใหม่ที่ใช้แบตเตอรี่แบบ Solid-state จะเปลี่ยนมาใช้สารอิเล็กโทรไลต์ที่เป็นของแข็งแทน

ข้อดีที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดคือ ความหนาแน่นของพลังงานที่สูงกว่าเดิมเกือบ 2 เท่า ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถวิ่งได้ระยะทางไกลขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (อาจทะลุ 1,000 กิโลเมตร) นอกจากนี้ยังมีอัตราการชาร์จที่รวดเร็วกว่าเดิมมาก และที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เนื่องจากของแข็งไม่ไวต่อการติดไฟเหมือนของเหลว

จีนปักหมุดปี 2026 เริ่มสายการผลิตขนานใหญ่

รายงานล่าสุดระบุว่า ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ของจีนหลายราย รวมถึง CATL และ BYD ต่างเร่งพัฒนาเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดด้านต้นทุนการผลิต โดยตั้งเป้าที่จะขยายกำลังการผลิต (Production Expansion) ภายในปี 2026 ซึ่งเร็วกว่าการคาดการณ์เดิมของนักวิเคราะห์หลายสำนักที่เคยมองไว้ว่าอาจต้องรอถึงปี 2030

การขยับไทม์ไลน์ให้เร็วขึ้นนี้ เป็นผลมาจากนโยบายสนับสนุนจากรัฐบาลจีนที่อัดฉีดงบประมาณวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าห่วงโซ่อุปทานของรถยนต์ไฟฟ้าจีนจะยังคงแข็งแกร่งที่สุดในโลก การเร่งผลิตในปี 2026 จะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทำให้ราคาของแบตเตอรี่ชนิดนี้เริ่มถูกลงจนสามารถจับต้องได้ในตลาดระดับ Mass

เป้าหมายปี 2027 รถยนต์รุ่นใหม่ต้องเริ่มใช้งานจริง

ก้าวต่อไปหลังจากสายการผลิตเริ่มเดินเครื่อง คือการนำมาติดตั้งในรถยนต์เชิงพาณิชย์ โดยจีนวางแผนที่จะมีการสาธิตการใช้งาน (Vehicle Demonstrations) อย่างเป็นทางการในปี 2027 ซึ่งเราจะได้เห็นแบรนด์รถยนต์จีนชั้นนำเปิดตัวรถรุ่น Flagship ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่สถานะของแข็งนี้

หากจีนทำได้สำเร็จตามเป้าหมาย จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่ายรถยนต์ฝั่งญี่ปุ่นอย่าง Toyota หรือ Honda ที่เดิมทีเคยเป็นผู้นำด้านสิทธิบัตรแบตเตอรี่ Solid-state แต่กลับมีแผนการผลิตที่ล่าช้ากว่า การชิงลงมือก่อนของจีนจะทำให้มาตรฐานของรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตถูกกำหนดโดยเทคโนโลยีจากแผ่นดินใหญ่

บทสรุปของสงครามพลังงานสะอาด

การเริ่มต้นผลิต Solid-state Battery ในปี 2026 ของจีนคือสัญญาณเตือนว่ายุคสมัยของรถยนต์ไฟฟ้าแบบเดิมกำลังจะผ่านไป และยุคใหม่ที่รถ EV วิ่งได้ไกลเหมือนรถน้ำมันและชาร์จไฟได้เร็วเหมือนเติมน้ำมันกำลังจะมาถึง สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อผู้บริโภคที่จะได้ใช้รถยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่ยังเป็นการบังคับให้ผู้ผลิตทั่วโลกต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในสมรภูมิยานยนต์ที่ไม่มีคำว่ารอ

ติดตามคลิป รีวิวรถยนต์ ข่าวรถยนต์  รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า ได้เร็วๆนี้ทาง Youtube : SuperbikeMag Thailand 

Big SuperBike

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

จีนเร่งเครื่องผลิต Solid-state Battery ปี 2026 พลิกโฉมวงการยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก

Solid-state Battery

อุตสาหกรรมยานยนต์โลกกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อประเทศจีนมหาอำนาจด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ประกาศแผนขับเคลื่อนการผลิต Solid-state Battery หรือแบตเตอรี่สถานะของแข็งอย่างเป็นรูปแบบในปี 2026 และเตรียมนำรถยนต์ต้นแบบที่ใช้เทคโนโลยีนี้ออกมาวิ่งทดสอบจริงภายในปี 2027 การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำความเป็นผู้นำของจีนในตลาดรถ EV แต่ยังเป็นการท้าทายคู่แข่งสำคัญอย่างญี่ปุ่นและยุโรปอย่างรุนแรง

เทคโนโลยีแบตเตอรี่แห่งอนาคต ทำไมต้องเป็นสถานะของแข็ง?

ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ใช้ของเหลวเป็นอิเล็กโทรไลต์ ซึ่งมีข้อจำกัดด้านความหนาแน่นของพลังงานและความเสี่ยงในการลุกไหม้หากเกิดการลัดวงจร แต่สำหรับ เทคโนโลยีเครื่องยนต์ ไฟฟ้ารูปแบบใหม่ที่ใช้แบตเตอรี่แบบ Solid-state จะเปลี่ยนมาใช้สารอิเล็กโทรไลต์ที่เป็นของแข็งแทน

ข้อดีที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดคือ ความหนาแน่นของพลังงานที่สูงกว่าเดิมเกือบ 2 เท่า ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถวิ่งได้ระยะทางไกลขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (อาจทะลุ 1,000 กิโลเมตร) นอกจากนี้ยังมีอัตราการชาร์จที่รวดเร็วกว่าเดิมมาก และที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เนื่องจากของแข็งไม่ไวต่อการติดไฟเหมือนของเหลว

จีนปักหมุดปี 2026 เริ่มสายการผลิตขนานใหญ่

รายงานล่าสุดระบุว่า ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ของจีนหลายราย รวมถึง CATL และ BYD ต่างเร่งพัฒนาเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดด้านต้นทุนการผลิต โดยตั้งเป้าที่จะขยายกำลังการผลิต (Production Expansion) ภายในปี 2026 ซึ่งเร็วกว่าการคาดการณ์เดิมของนักวิเคราะห์หลายสำนักที่เคยมองไว้ว่าอาจต้องรอถึงปี 2030

การขยับไทม์ไลน์ให้เร็วขึ้นนี้ เป็นผลมาจากนโยบายสนับสนุนจากรัฐบาลจีนที่อัดฉีดงบประมาณวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าห่วงโซ่อุปทานของรถยนต์ไฟฟ้าจีนจะยังคงแข็งแกร่งที่สุดในโลก การเร่งผลิตในปี 2026 จะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทำให้ราคาของแบตเตอรี่ชนิดนี้เริ่มถูกลงจนสามารถจับต้องได้ในตลาดระดับ Mass

เป้าหมายปี 2027 รถยนต์รุ่นใหม่ต้องเริ่มใช้งานจริง

ก้าวต่อไปหลังจากสายการผลิตเริ่มเดินเครื่อง คือการนำมาติดตั้งในรถยนต์เชิงพาณิชย์ โดยจีนวางแผนที่จะมีการสาธิตการใช้งาน (Vehicle Demonstrations) อย่างเป็นทางการในปี 2027 ซึ่งเราจะได้เห็นแบรนด์รถยนต์จีนชั้นนำเปิดตัวรถรุ่น Flagship ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่สถานะของแข็งนี้

หากจีนทำได้สำเร็จตามเป้าหมาย จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่ายรถยนต์ฝั่งญี่ปุ่นอย่าง Toyota หรือ Honda ที่เดิมทีเคยเป็นผู้นำด้านสิทธิบัตรแบตเตอรี่ Solid-state แต่กลับมีแผนการผลิตที่ล่าช้ากว่า การชิงลงมือก่อนของจีนจะทำให้มาตรฐานของรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตถูกกำหนดโดยเทคโนโลยีจากแผ่นดินใหญ่

บทสรุปของสงครามพลังงานสะอาด

การเริ่มต้นผลิต Solid-state Battery ในปี 2026 ของจีนคือสัญญาณเตือนว่ายุคสมัยของรถยนต์ไฟฟ้าแบบเดิมกำลังจะผ่านไป และยุคใหม่ที่รถ EV วิ่งได้ไกลเหมือนรถน้ำมันและชาร์จไฟได้เร็วเหมือนเติมน้ำมันกำลังจะมาถึง สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อผู้บริโภคที่จะได้ใช้รถยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่ยังเป็นการบังคับให้ผู้ผลิตทั่วโลกต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในสมรภูมิยานยนต์ที่ไม่มีคำว่ารอ

ติดตามคลิป รีวิวรถยนต์ ข่าวรถยนต์  รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า ได้เร็วๆนี้ทาง Youtube : SuperbikeMag Thailand 

Big SuperBike

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถไฟฟ้า