SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Zontes 552H
ขอขอบคุณภาพจาก : Urbaanews.com

กระแสความตื่นตัวในตลาดรถจักรยานยนต์ประเภทบิ๊กสกู๊ตเตอร์สไตล์ทัวร์ริ่งแอดเวนเจอร์ในประเทศไทยกำลังจะกลับมาคึกคักและเดือดพล่านอีกครั้ง หลังจากที่แบรนด์พรีเมียมแดนมังกรได้ทำการเผยโฉมอนุกรมความแรงรหัส 552 Series ไปในงานแสดงยนตรกรรมระดับโลกข้ามปีที่ผ่านมา ล่าสุดในหน้า ข่าวมอไซค์ เริ่มมีการเคลื่อนไหวและคาดการณ์ทิศทางจากฝั่งตัวแทนจำหน่ายในประเทศว่า ยอดรถสกู๊ตเตอร์สายลุยคันนี้มีกำหนดการเตรียมเดินทางเข้ามาเปิดตัวและทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการภายในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ซึ่งการมาถึงของ Zontes 552H จะสร้างมาตรฐานใหม่ในแง่ของความคุ้มค่าต่อราคาเมื่อเทียบกับรายการออปชันติดรถที่ให้มาแบบไม่เกรงใจค่ายญี่ปุ่นที่ครองตลาดอยู่เดิม Zontes 552 Series

ขุมพลังสองสูบเรียง 531 ซีซี นิยามใหม่ของความนุ่มนวล

หัวใจหลักทางวิศวกรรมที่เป็นไฮไลต์สำคัญของรถรุ่นนี้คือการสลัดเปลี่ยนเครื่องยนต์สูบเดี่ยวบล็อกเก่าออกไป แล้วแทนที่ด้วยเครื่องยนต์บล็อกใหม่แกะกล่องแบบ 2 สูบเรียง พิกัดความจุจริงอยู่ที่ 531 ซีซี ดับเบิ้ลเหนือหัวแคมชาฟต์ (DOHC) ระบายความร้อนด้วยน้ำ มอบพละกำลังสูงสุดสะใจถึง 52 แรงม้า ที่ 7,250 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดจัดจ้านที่ 56 นิวตันเมตร ที่ 5,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยระบบสายพานเกียร์อัตโนมัติ CVT ผ่านมาตรฐานไอเสียระดับ Euro 5+ เป็นที่เรียบร้อย ข้อดีของเครื่องยนต์สองสูบเรียงลักษณะนี้คือการกระจายแรงบิดที่ต่อเนื่องนุ่มนวล ลบจุดอ่อนเรื่องอาการสั่นสะเทือนสะท้านมือสะท้านเท้าในย่านความเร็วสูงของเครื่องยนต์สูบเดี่ยวแบบเดิมๆ ไปได้อย่างราบคาบ ช่วยให้การเดินทางไกลเป็นเรื่องที่เพลิดเพลินใจไม่ต่างจากการนั่งโซฟาเคลื่อนที่ ยืนพื้นความเร็วสูงทำได้อย่างสบายอารมณ์ ค่ายรถฝั่งเอเชียรายนี้เคลมตัวเลขสมรรถนะเอาไว้ค่อนข้างโหดข่มคู่แข่งในพิกัดใกล้เคียงกันแบบมิดไมล์ ส่งผลให้ตัวรถ Zontes 552H ถูกจับตามองเป็นพิเศษจากสิงห์ทัวร์ริ่งไทยที่ชอบเดินทางไกล

งานวิศวกรรมโครงสร้างแชสซีส์น้ำหนักเบาและระบบช่วงล่างพรีเมียม

โครงสร้างเฟรมตัวถังของ ซอนเทส 552H ถือเป็นหนึ่งในชิ้นงานสถาปัตยกรรมชิ้นเยี่ยมด้วยการเลือกใช้เฟรมอะลูมิเนียมหล่อขึ้นรูปชิ้นเดียว (One-piece Die-Cast Aluminum Frame) เทคโนโลยีเฉพาะของโรงงานที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งทนทานต่อแรงบิดเค้นสูง แต่กลับให้น้ำหนักที่เบาอย่างเหลือเชื่อ โดยน้ำหนักตัวรถโดยรวมหยุดอยู่เพียงแค่ 178 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับบิ๊กสกู๊ตเตอร์บล็อกยักษ์ของค่ายญี่ปุ่นแล้ว เจ้ารถคันนี้มีน้ำหนักที่เบากว่าถึงร่วมๆ 40 กิโลกรัมเลยทีเดียว ส่งผลให้อัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักมีความได้เปรียบสูงมาก ช่วยให้การควบคุมพลิกรถในเมืองและนอกเมืองทำได้อย่างคล่องตัวเบามือ

ระบบกันสะเทือนด้านหน้าติดตั้งโช้คอัพแบบหัวกลับ Upside Down แกนใหญ่หนาเพื่อรองรับแรงกระแทกจากผิวถนนที่ไม่ราบเรียบ ระบบกันสะเทือนด้านหลังทำงานร่วมกับสวิงอาร์มอะลูมิเนียมหล่อขึ้นรูปที่มีความแข็งแรงสูงพ่วงโช้คอัพเดี่ยว ด้านระบบห้ามล้อจัดเต็มความปลอดภัยมาให้ด้วยชุดดิสก์เบรกหน้าแบบจานคู่ ทำงานร่วมกับคาลิปเปอร์เบรกแบบเรเดียลเมาท์ 4 พ็อต ควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกผ่านระบบป้องกันล้อล็อกอัจฉริยะของ Bosch ABS จับคู่กับระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Traction Control มาให้จากโรงงาน ซึ่งหากใครได้ติดตามผลการจัดทำ รีวิวมอไซค์ ของรถตระกูลนี้ในพิกัดเริ่มต้น จะทราบดีว่าค่ายนี้ค่อนข้างพิถีพิถันกับการเซ็ตติ้งช่วงล่างค่อนข้างมาก การอัปเกรดชิ้นส่วนระดับพรีเมียมเข้ามาในโมเดลเรือธงรุ่นนี้จึงน่าจะตอบสนองการเข้าโค้งในย่านความเร็วสูงได้อย่างมั่นใจ

ตารางข้อมูลทางเทคนิคและสเปกอย่างเป็นทางการของตัวรถ

รายละเอียดทางวิศวกรรม ข้อมูลสเปกและมิติตัวรถ
เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ
ความจุกระบอกสูบ 531 ซีซี
พละกำลังสูงสุด 52 แรงม้า (HP) ที่ 7,250 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด 56 นิวตันเมตร ที่ 5,500 รอบ/นาที
ระบบจ่ายน้ำมัน หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (รองรับมาตรฐาน Euro 5+)
ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแบบกลับหัว Upside Down (USD)
ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยว Mono-shock พร้อมสวิงอาร์มอะลูมิเนียม
ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่ พร้อมคาลิปเปอร์เรเดียลเมาท์ 4 พ็อต
ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว
ความจุถังน้ำมัน 17 ลิตร
ความสูงเบาะนั่ง 760 มิลลิเมตร

เทคโนโลยีผู้ช่วยอัจฉริยะล้นคันจนแบรนด์เจ้าตลาดต้องค้อนมอง

สิ่งที่สร้างความปวดขมับให้แก่ค่ายคู่แข่งในกริดสองล้อสากล คือปริมาณสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกยัดทะลักเข้ามาให้ในตัวรถ Zontes 552H ชนิดที่ว่าค่ายอื่นให้เป็นออปชันเสริมราคาแพงหูฉี่ แต่เจ้านี่แถมมาให้ฟรีๆ เริ่มต้นจากระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ Keyless Control เจเนอเรชันใหม่ที่ตรวจจับสัญญาณได้ไกลถึง 1.5 เมตร สามารถสั่งการปลดล็อกฝาถังน้ำมันระบบไฟฟ้า ปลดล็อกเบาะนั่งด้วยไฟฟ้า และเปิดสวิตช์ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ได้โดยไม่ต้องควักกุญแจออกจากกระเป๋ากางเกงให้เสียเวลา

นอกจากนี้ แผงแดชบอร์ดด้านหน้ายังมาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบสี virtual TFT ขนาดใหญ่เต็มตาถึง 7 นิ้ว รองรับระบบการนำทางผ่านดาวเทียมและการเชื่อมต่อความบันเทิงกับสมาร์ตโฟนเต็มรูปแบบ ตัวหน้าจอมีระบบปรับความสว่างอัตโนมัติตามสภาพแสงแวดล้อมเพื่อทัศนวิสัยที่ดี ชุดแฮนด์บาร์ติดตั้งวินด์ชิลด์บังลมไฟฟ้าหน้าขนาดใหญ่ที่สามารถปรับระดับความสูงต่ำได้ตามสไตล์การขี่ แฮนด์บาร์ด้านขวาพ่วงปุ่มสลับโหมดการขับขี่แบบ Dual Mode ระหว่างโหมดประหยัดพลังงาน (E Mode) และโหมดสปอร์ตเร้าใจ (S Mode) ปิดท้ายด้วยระบบอุ่นปลอกแฮนด์ พอร์ตชาร์จไฟด่วนแบบ Fast Charging USB คู่ และระบบตรวจสอบแรงดันลมยางอัตโนมัติ ซึ่งสเปกความหรูหราลักษณะนี้ทำให้รถ บิ๊กสกู๊ตเตอร์สองสูบ สัญชาติจีนคันนี้ดูมีความน่าเกรงขามในแง่ของความคุ้มค่าเป็นอย่างมาก ค่ายสายขิงจากแดนมังกรรายนี้มักจะยัดออปชันมาให้แบบล้นทะลักประหนึ่งว่ากลัวแผ่นดินไหว ซึ่งทำให้แบรนด์ญี่ปุ่นเจ้าตลาดดูมีความเหนียวหนี้และตระหนี่ถี่เหนียวในเรื่องออปชันขึ้นมาในทันที แถมบางออปชันอย่างระบบอุ่นเบาะและอุ่นแฮนด์นี่ก็แอบแซวกันขำๆ ว่าเอามาช่วยต้มไข่สุกในสภาพอากาศทะลุ 40 องศาของเมืองไทยหรืออย่างไร แต่ก็นั่นแหละ มีเกินก็ดีกว่ามีขาด

วิเคราะห์แนวโน้มโครงสร้างราคาคาดการณ์เมื่อเปิดตัวในประเทศไทย

ประเด็นที่บรรดาไบค์เกอร์และนักบิดชาวไทยหยิบยกมาถกเถียงกันมากที่สุดย่อมหนีไม่พ้นเรื่องของราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพราะตัวรถถูกวางเป้าหมายให้เป็นคู่ชกโดยตรงของรถคลาสใหญ่อย่าง Yamaha TMAX 560 และ Honda Forza 750 ซึ่งรถยนต์และรถสองล้อกลุ่มนั้นในประเทศไทยมีราคาค่าตัวทะลุเกินสี่แสนบาทไปไกลโข แต่สำหรับโครงการทำตลาดของ Zontes 552H คาดว่าตัวแทนจำหน่ายจะเลือกใช้วิธีนำเข้ามาประกอบและจัดจำหน่ายเพื่อทำราคาให้เร้าใจที่สุด

โครงสร้างราคาคาดการณ์ในไทยน่าจะอยู่ในช่วง 240,000 – 280,000 บาท ซึ่งตัวเลขนี้จะทำให้รถรุ่นนี้กลายเป็น รถสกู๊ตเตอร์เดินทางไกล ที่คุ้มค่าที่สุดในทันที เพราะมันจะเข้าไปเสียบกลางระหว่างรถสกู๊ตเตอร์สูบเดี่ยวขนาด 350 ซีซี ของค่ายญี่ปุ่น กับรถบิ๊กสกู๊ตเตอร์ขนาดใหญ่พิกัด 750 ซีซี ได้อย่างพอดิบพอดี เหมาะเจาะสำหรับกลุ่มผู้ใช้รถที่ต้องการอัปเกรดพละกำลังและช่วงล่างเพื่อการเดินทางไกลที่สมบูรณ์แบบแต่มีงบประมาณในกระเป๋าจำกัด ข้อดีตรงนี้ทำให้มันกลายเป็นตัวเต็งหน้าใหม่ที่จะเข้ามาดึงส่วนแบ่งทางการตลาดไปได้อย่างน่ากลัว แต่อย่างว่า แบรนด์จีนก็คือแบรนด์จีน สิ่งที่ผู้ใช้งานในคอมมูนิตี้แอบแซวแอบจิกกัดกันขำๆ คือ เรื่องระบบไฟอัจฉริยะรอบคันว่าจะอึดถึกทนสู้แดดสู้ฝนในฤดูมรสุมของเมืองไทยได้นานขนาดไหน รวมถึงความเหนียวแน่นของคลังอะไหล่หลังจากเปิดตัว ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งที่ค่ายต้องพิสูจน์ตัวเองต่อไปในระยะยาวเพื่อลบคำสบประมาท

บทสรุปอนาคตของบิ๊กสกู๊ตเตอร์สายลุยในไทย

บทสรุปวิสัยทัศน์คาดการณ์การมาถึงของ Zontes 552H ชี้ให้เห็นถึงความพยายามในการยกระดับภาพลักษณ์ของค่ายขึ้นสู่สากลอย่างแท้จริง การผสมผสานโครงสร้างแชสซีส์อะลูมิเนียมน้ำหนักเบาเข้ากับขุมพลังสองสูบเรียงประสิทธิภาพสูงและระบบอิเล็กทรอนิกส์ผู้ช่วยขับขี่ระดับท็อป ถือเป็นอาวุธร้ายแรงที่พร้อมจะเปลี่ยนพิกัดตลาดสองล้อเดินทางไกลให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หากตัวแทนจำหน่ายสามารถจัดเตรียมระบบบริการหลังการขายและคลังอะไหล่ได้หนาแน่นพอ เจ้านี่จะเป็นหนึ่งในโมเดลที่ประสบความสำเร็จสูงสุดอย่างไม่ต้องสงสัย คอทัวร์ริ่งสายสบายที่ไม่อยากจ่ายภาษีแบรนด์เนมค่ายใหญ่ในราคาแพงเกินจริง ควรเก็บระบบ มอเตอร์ไซค์สปอร์ตทัวร์ริ่ง รุ่นนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจและเฝ้ารอฟังข่าวดีอย่างใกล้ชิด หากมีข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมหรือกำหนดการเปิดจองอย่างเป็นทางการ ทีมงานของเราจะรีบนำมารายงานให้ทราบในทันที ใครที่อยากอ่านข้อมูลทางเทคนิคของรุ่นอื่นๆ หรือเช็กข่าวสาร ข่าวมอไซค์ รุ่นใหม่เพิ่มเติม สามารถกดเข้าไปดูบทความอัปเดตล่าสุดของพวกเราได้ทันที  Zontes 552 Series

อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com

Big SuperBike

Formula1, MotoGP and Automotive

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Zontes 552H สกู๊ตเตอร์คอมฟอร์ททัวร์ริ่งเตรียมบุกไทย

Zontes 552H
ขอขอบคุณภาพจาก : Urbaanews.com

กระแสความตื่นตัวในตลาดรถจักรยานยนต์ประเภทบิ๊กสกู๊ตเตอร์สไตล์ทัวร์ริ่งแอดเวนเจอร์ในประเทศไทยกำลังจะกลับมาคึกคักและเดือดพล่านอีกครั้ง หลังจากที่แบรนด์พรีเมียมแดนมังกรได้ทำการเผยโฉมอนุกรมความแรงรหัส 552 Series ไปในงานแสดงยนตรกรรมระดับโลกข้ามปีที่ผ่านมา ล่าสุดในหน้า ข่าวมอไซค์ เริ่มมีการเคลื่อนไหวและคาดการณ์ทิศทางจากฝั่งตัวแทนจำหน่ายในประเทศว่า ยอดรถสกู๊ตเตอร์สายลุยคันนี้มีกำหนดการเตรียมเดินทางเข้ามาเปิดตัวและทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการภายในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ซึ่งการมาถึงของ Zontes 552H จะสร้างมาตรฐานใหม่ในแง่ของความคุ้มค่าต่อราคาเมื่อเทียบกับรายการออปชันติดรถที่ให้มาแบบไม่เกรงใจค่ายญี่ปุ่นที่ครองตลาดอยู่เดิม Zontes 552 Series

ขุมพลังสองสูบเรียง 531 ซีซี นิยามใหม่ของความนุ่มนวล

หัวใจหลักทางวิศวกรรมที่เป็นไฮไลต์สำคัญของรถรุ่นนี้คือการสลัดเปลี่ยนเครื่องยนต์สูบเดี่ยวบล็อกเก่าออกไป แล้วแทนที่ด้วยเครื่องยนต์บล็อกใหม่แกะกล่องแบบ 2 สูบเรียง พิกัดความจุจริงอยู่ที่ 531 ซีซี ดับเบิ้ลเหนือหัวแคมชาฟต์ (DOHC) ระบายความร้อนด้วยน้ำ มอบพละกำลังสูงสุดสะใจถึง 52 แรงม้า ที่ 7,250 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดจัดจ้านที่ 56 นิวตันเมตร ที่ 5,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยระบบสายพานเกียร์อัตโนมัติ CVT ผ่านมาตรฐานไอเสียระดับ Euro 5+ เป็นที่เรียบร้อย ข้อดีของเครื่องยนต์สองสูบเรียงลักษณะนี้คือการกระจายแรงบิดที่ต่อเนื่องนุ่มนวล ลบจุดอ่อนเรื่องอาการสั่นสะเทือนสะท้านมือสะท้านเท้าในย่านความเร็วสูงของเครื่องยนต์สูบเดี่ยวแบบเดิมๆ ไปได้อย่างราบคาบ ช่วยให้การเดินทางไกลเป็นเรื่องที่เพลิดเพลินใจไม่ต่างจากการนั่งโซฟาเคลื่อนที่ ยืนพื้นความเร็วสูงทำได้อย่างสบายอารมณ์ ค่ายรถฝั่งเอเชียรายนี้เคลมตัวเลขสมรรถนะเอาไว้ค่อนข้างโหดข่มคู่แข่งในพิกัดใกล้เคียงกันแบบมิดไมล์ ส่งผลให้ตัวรถ Zontes 552H ถูกจับตามองเป็นพิเศษจากสิงห์ทัวร์ริ่งไทยที่ชอบเดินทางไกล

งานวิศวกรรมโครงสร้างแชสซีส์น้ำหนักเบาและระบบช่วงล่างพรีเมียม

โครงสร้างเฟรมตัวถังของ ซอนเทส 552H ถือเป็นหนึ่งในชิ้นงานสถาปัตยกรรมชิ้นเยี่ยมด้วยการเลือกใช้เฟรมอะลูมิเนียมหล่อขึ้นรูปชิ้นเดียว (One-piece Die-Cast Aluminum Frame) เทคโนโลยีเฉพาะของโรงงานที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งทนทานต่อแรงบิดเค้นสูง แต่กลับให้น้ำหนักที่เบาอย่างเหลือเชื่อ โดยน้ำหนักตัวรถโดยรวมหยุดอยู่เพียงแค่ 178 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับบิ๊กสกู๊ตเตอร์บล็อกยักษ์ของค่ายญี่ปุ่นแล้ว เจ้ารถคันนี้มีน้ำหนักที่เบากว่าถึงร่วมๆ 40 กิโลกรัมเลยทีเดียว ส่งผลให้อัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักมีความได้เปรียบสูงมาก ช่วยให้การควบคุมพลิกรถในเมืองและนอกเมืองทำได้อย่างคล่องตัวเบามือ

ระบบกันสะเทือนด้านหน้าติดตั้งโช้คอัพแบบหัวกลับ Upside Down แกนใหญ่หนาเพื่อรองรับแรงกระแทกจากผิวถนนที่ไม่ราบเรียบ ระบบกันสะเทือนด้านหลังทำงานร่วมกับสวิงอาร์มอะลูมิเนียมหล่อขึ้นรูปที่มีความแข็งแรงสูงพ่วงโช้คอัพเดี่ยว ด้านระบบห้ามล้อจัดเต็มความปลอดภัยมาให้ด้วยชุดดิสก์เบรกหน้าแบบจานคู่ ทำงานร่วมกับคาลิปเปอร์เบรกแบบเรเดียลเมาท์ 4 พ็อต ควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกผ่านระบบป้องกันล้อล็อกอัจฉริยะของ Bosch ABS จับคู่กับระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Traction Control มาให้จากโรงงาน ซึ่งหากใครได้ติดตามผลการจัดทำ รีวิวมอไซค์ ของรถตระกูลนี้ในพิกัดเริ่มต้น จะทราบดีว่าค่ายนี้ค่อนข้างพิถีพิถันกับการเซ็ตติ้งช่วงล่างค่อนข้างมาก การอัปเกรดชิ้นส่วนระดับพรีเมียมเข้ามาในโมเดลเรือธงรุ่นนี้จึงน่าจะตอบสนองการเข้าโค้งในย่านความเร็วสูงได้อย่างมั่นใจ

ตารางข้อมูลทางเทคนิคและสเปกอย่างเป็นทางการของตัวรถ

รายละเอียดทางวิศวกรรม ข้อมูลสเปกและมิติตัวรถ
เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ
ความจุกระบอกสูบ 531 ซีซี
พละกำลังสูงสุด 52 แรงม้า (HP) ที่ 7,250 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด 56 นิวตันเมตร ที่ 5,500 รอบ/นาที
ระบบจ่ายน้ำมัน หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (รองรับมาตรฐาน Euro 5+)
ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแบบกลับหัว Upside Down (USD)
ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยว Mono-shock พร้อมสวิงอาร์มอะลูมิเนียม
ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่ พร้อมคาลิปเปอร์เรเดียลเมาท์ 4 พ็อต
ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว
ความจุถังน้ำมัน 17 ลิตร
ความสูงเบาะนั่ง 760 มิลลิเมตร

เทคโนโลยีผู้ช่วยอัจฉริยะล้นคันจนแบรนด์เจ้าตลาดต้องค้อนมอง

สิ่งที่สร้างความปวดขมับให้แก่ค่ายคู่แข่งในกริดสองล้อสากล คือปริมาณสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกยัดทะลักเข้ามาให้ในตัวรถ Zontes 552H ชนิดที่ว่าค่ายอื่นให้เป็นออปชันเสริมราคาแพงหูฉี่ แต่เจ้านี่แถมมาให้ฟรีๆ เริ่มต้นจากระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ Keyless Control เจเนอเรชันใหม่ที่ตรวจจับสัญญาณได้ไกลถึง 1.5 เมตร สามารถสั่งการปลดล็อกฝาถังน้ำมันระบบไฟฟ้า ปลดล็อกเบาะนั่งด้วยไฟฟ้า และเปิดสวิตช์ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ได้โดยไม่ต้องควักกุญแจออกจากกระเป๋ากางเกงให้เสียเวลา

นอกจากนี้ แผงแดชบอร์ดด้านหน้ายังมาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบสี virtual TFT ขนาดใหญ่เต็มตาถึง 7 นิ้ว รองรับระบบการนำทางผ่านดาวเทียมและการเชื่อมต่อความบันเทิงกับสมาร์ตโฟนเต็มรูปแบบ ตัวหน้าจอมีระบบปรับความสว่างอัตโนมัติตามสภาพแสงแวดล้อมเพื่อทัศนวิสัยที่ดี ชุดแฮนด์บาร์ติดตั้งวินด์ชิลด์บังลมไฟฟ้าหน้าขนาดใหญ่ที่สามารถปรับระดับความสูงต่ำได้ตามสไตล์การขี่ แฮนด์บาร์ด้านขวาพ่วงปุ่มสลับโหมดการขับขี่แบบ Dual Mode ระหว่างโหมดประหยัดพลังงาน (E Mode) และโหมดสปอร์ตเร้าใจ (S Mode) ปิดท้ายด้วยระบบอุ่นปลอกแฮนด์ พอร์ตชาร์จไฟด่วนแบบ Fast Charging USB คู่ และระบบตรวจสอบแรงดันลมยางอัตโนมัติ ซึ่งสเปกความหรูหราลักษณะนี้ทำให้รถ บิ๊กสกู๊ตเตอร์สองสูบ สัญชาติจีนคันนี้ดูมีความน่าเกรงขามในแง่ของความคุ้มค่าเป็นอย่างมาก ค่ายสายขิงจากแดนมังกรรายนี้มักจะยัดออปชันมาให้แบบล้นทะลักประหนึ่งว่ากลัวแผ่นดินไหว ซึ่งทำให้แบรนด์ญี่ปุ่นเจ้าตลาดดูมีความเหนียวหนี้และตระหนี่ถี่เหนียวในเรื่องออปชันขึ้นมาในทันที แถมบางออปชันอย่างระบบอุ่นเบาะและอุ่นแฮนด์นี่ก็แอบแซวกันขำๆ ว่าเอามาช่วยต้มไข่สุกในสภาพอากาศทะลุ 40 องศาของเมืองไทยหรืออย่างไร แต่ก็นั่นแหละ มีเกินก็ดีกว่ามีขาด

วิเคราะห์แนวโน้มโครงสร้างราคาคาดการณ์เมื่อเปิดตัวในประเทศไทย

ประเด็นที่บรรดาไบค์เกอร์และนักบิดชาวไทยหยิบยกมาถกเถียงกันมากที่สุดย่อมหนีไม่พ้นเรื่องของราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพราะตัวรถถูกวางเป้าหมายให้เป็นคู่ชกโดยตรงของรถคลาสใหญ่อย่าง Yamaha TMAX 560 และ Honda Forza 750 ซึ่งรถยนต์และรถสองล้อกลุ่มนั้นในประเทศไทยมีราคาค่าตัวทะลุเกินสี่แสนบาทไปไกลโข แต่สำหรับโครงการทำตลาดของ Zontes 552H คาดว่าตัวแทนจำหน่ายจะเลือกใช้วิธีนำเข้ามาประกอบและจัดจำหน่ายเพื่อทำราคาให้เร้าใจที่สุด

โครงสร้างราคาคาดการณ์ในไทยน่าจะอยู่ในช่วง 240,000 – 280,000 บาท ซึ่งตัวเลขนี้จะทำให้รถรุ่นนี้กลายเป็น รถสกู๊ตเตอร์เดินทางไกล ที่คุ้มค่าที่สุดในทันที เพราะมันจะเข้าไปเสียบกลางระหว่างรถสกู๊ตเตอร์สูบเดี่ยวขนาด 350 ซีซี ของค่ายญี่ปุ่น กับรถบิ๊กสกู๊ตเตอร์ขนาดใหญ่พิกัด 750 ซีซี ได้อย่างพอดิบพอดี เหมาะเจาะสำหรับกลุ่มผู้ใช้รถที่ต้องการอัปเกรดพละกำลังและช่วงล่างเพื่อการเดินทางไกลที่สมบูรณ์แบบแต่มีงบประมาณในกระเป๋าจำกัด ข้อดีตรงนี้ทำให้มันกลายเป็นตัวเต็งหน้าใหม่ที่จะเข้ามาดึงส่วนแบ่งทางการตลาดไปได้อย่างน่ากลัว แต่อย่างว่า แบรนด์จีนก็คือแบรนด์จีน สิ่งที่ผู้ใช้งานในคอมมูนิตี้แอบแซวแอบจิกกัดกันขำๆ คือ เรื่องระบบไฟอัจฉริยะรอบคันว่าจะอึดถึกทนสู้แดดสู้ฝนในฤดูมรสุมของเมืองไทยได้นานขนาดไหน รวมถึงความเหนียวแน่นของคลังอะไหล่หลังจากเปิดตัว ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งที่ค่ายต้องพิสูจน์ตัวเองต่อไปในระยะยาวเพื่อลบคำสบประมาท

บทสรุปอนาคตของบิ๊กสกู๊ตเตอร์สายลุยในไทย

บทสรุปวิสัยทัศน์คาดการณ์การมาถึงของ Zontes 552H ชี้ให้เห็นถึงความพยายามในการยกระดับภาพลักษณ์ของค่ายขึ้นสู่สากลอย่างแท้จริง การผสมผสานโครงสร้างแชสซีส์อะลูมิเนียมน้ำหนักเบาเข้ากับขุมพลังสองสูบเรียงประสิทธิภาพสูงและระบบอิเล็กทรอนิกส์ผู้ช่วยขับขี่ระดับท็อป ถือเป็นอาวุธร้ายแรงที่พร้อมจะเปลี่ยนพิกัดตลาดสองล้อเดินทางไกลให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หากตัวแทนจำหน่ายสามารถจัดเตรียมระบบบริการหลังการขายและคลังอะไหล่ได้หนาแน่นพอ เจ้านี่จะเป็นหนึ่งในโมเดลที่ประสบความสำเร็จสูงสุดอย่างไม่ต้องสงสัย คอทัวร์ริ่งสายสบายที่ไม่อยากจ่ายภาษีแบรนด์เนมค่ายใหญ่ในราคาแพงเกินจริง ควรเก็บระบบ มอเตอร์ไซค์สปอร์ตทัวร์ริ่ง รุ่นนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจและเฝ้ารอฟังข่าวดีอย่างใกล้ชิด หากมีข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมหรือกำหนดการเปิดจองอย่างเป็นทางการ ทีมงานของเราจะรีบนำมารายงานให้ทราบในทันที ใครที่อยากอ่านข้อมูลทางเทคนิคของรุ่นอื่นๆ หรือเช็กข่าวสาร ข่าวมอไซค์ รุ่นใหม่เพิ่มเติม สามารถกดเข้าไปดูบทความอัปเดตล่าสุดของพวกเราได้ทันที  Zontes 552 Series

อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com

Big SuperBike

[email protected]

Formula1, MotoGP and Automotive