spot_imgspot_imgspot_imgspot_img
spot_img

DesertX สิงห์ทะเลทรายจากค่าย Ducati

DesertX สิงห์ทะเลทรายจากค่าย Ducati

DesertX

หลาย ๆ คนน่าจะรู้จักมักคุ้นกับรถแอดเวนเจอร์ไบค์ของค่ายแดง Ducati ในชื่อ Multistrada ซึ่งจริง ๆ แล้วจะออกไปแนวแอดเวนเจอร์ทัวริงซะมากกว่า ไม่ได้เป็นรถที่เน้นออฟโรดแบบหนัก ๆ เน้น ๆ แต่ครั้งนี้ดูคาติเปิดตัวโมเดลใหม่อย่าง DesertX ซึ่งเป็นรถที่เรียกได้ว่ามุ่งเน้นการขับขี่ออฟโรดแบบจริงจัง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะขี่ทางดำไม่ได้เลยซะทีเดียว

สำหรับโปรเจกต์นี้ทางดูคาติได้พยายามลงมือทำกันมาตั้งแต่ปี 2019 โดยได้นำเสนอแก่สายตามหาชนในฐานะคอนเซ็ปต์เสียก่อน และได้รับการตอบสนองที่ดีจากทั่วทุกมุมโลก แน่นอนว่าทางค่ายก็ได้เล็งเห็นถึงความเป็นไปได้และลงมือผลักดันจนเป็นรถจริง ๆ ที่ใช้งานได้จริง ๆ ออกมา

ในส่วนของดีไซน์นั้นได้แรงบันดาลใจมาจากมอเตอร์ไซค์ในสไตล์เอ็นดูโร่ในยุค 80 และนำมานำเสนอใหม่ในแบบร่วมสมัย ผ่านฝีมือการออกแบบของ Ducati Centro Stile โดยตัวรถจะประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก ๆ ช่วยให้รถโดดเด่น ได้แก่ ถังน้ำมันและแผงด้านข้าง เบาะนั่ง และชิลด์บังลมหน้า ซึ่งขับเน้นให้ไฟหน้าคู่และตัวรถให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น และยังใช้เฉดสีขาวและสีดำที่ตัดกันขับเน้นตัวรถให้ยิ่งสะดุดตามากขึ้นไปอีกด้วย

DesertX

ไม่เพียงแต่ดีไซน์ที่ดูดีแล้ว ทางแบรนด์ยังใส่ใจเรื่องการยศาสตร์ด้วยการทดสอบขับขี่ใช้งานจริงทั้งบนทางฝุ่นและทางดำเป็นระยะเวลายาวนาน มิติสามเหลี่ยมแห่งการขับขี่ ที่เกิดขึ้นจากตำแหน่งอ้างอิงของเบาะนั่ง พักเท้าและแฮนด์บาร์นั้นออกแบบมาให้เหมาะกับการขับขี่ในท่ายืนมากที่สุด ขณะเดียวกันก็ไม่มองข้ามความสบายในขณะที่ขับขี่บนถนน

ทางค่ายยังได้ออกแบบให้ตัวรถเพรียว ให้เบาะนั่งไม่สูงมากนัก เพื่อให้ขับขี่และควบคุมรถได้ดีและมั่นใจ เพราะขาสามารถถึงพื้นได้ไม่ยากนัก นอกจากนี้หากเป็นคนร่างเล็กก็สามารถเลือกเบาะต่ำพิเศษเป็นออปชันเสริมได้อีกด้วย

สำหรับขุมพลังนั้นจะเป็นเครื่องยนต์ Testastretta 11° ขนาด 937 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ เคลมแรงม้ามาที่ 110 แรงม้าที่ 9,250 รอบ และแรงบิด 92 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ซึ่งหลาย ๆ คนน่าจะทราบกันแล้วว่ามันคือเครื่องเดียวกันกับที่ใช้ใน New Monster และ Multistrada V2 ซึ่งก็น่าจะรู้ข้อดีของมันกันแล้ว โดยเฉพาะเรื่องของน้ำหนักที่เบาและการเข้าเกียร์ที่แม่นยำและนุ่มนวล

แต่เพื่อให้การขับขี่ออฟโรดดียิ่งขึ้นจึงมีการปรับแต่งให้มีอัตราทดที่แตกต่างออกไป โดยให้เกียร์ 1 และ 2 มีช่วงเกียร์ที่ชิดมาก ๆ เพื่อให้รถมีกำลังข้ามผ่านอุปสรรคไปได้ และสั้นกว่าปกติไปจนถึงเกียร์ 5 เลย แต่ก็สามารถขับขี่ทางไกลได้โดยไปลากเกียร์ 6 กันยาว ๆ

DesertX

ในส่วนของช่วงล่างนั้นถือว่าเน้นลุยแบบจริง ๆ โดยในส่วนของระบบกันสะเทือนก็จะเป็นโช้คจาก Kayaba ซึ่งด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับขนาด 46 ม.ม. ส่วนด้านหลังก็จะเป็นโช้คเดี่ยว ซึ่งทั้งคู่สามารถที่ปรับจะคอมเพรสชัน รีบาวด์และพรีโหลดได้

สำหรับล้อจะเป็นล้อซี่ลวด โดยมีขนาด 21 นิ้วและ 18 นิ้วตามลำดับ โดยจะมาพร้อมยาง Pirelli Scorpion Rally STR ที่ให้คุณไปได้ทั้งทางฝุ่นและทางดำ และสำหรับระบบเบรก ด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรก Brembo M50 โมโนบล็อก แบบ 4 พ็อต และด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวร่วมกับคาลิเปอร์เบรก Brembo แบบ 2 ลูกสูบ

มาถึงเรื่องของระบบอิเล็กทรอนิกส์กันบ้าง ซึ่งทุกคนต่างรู้ว่าต้องมาแบบแน่น ๆ อย่างแน่นอนสำหรับค่ายนี้ ตัวรถจะมีหน่วยประมวลผลแรงเฉื่อยหรือ IMU แล้ว ซึ่งก็จะช่วยเสริมกับระบบอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ อย่างที่หลาย ๆ คนน่าจะทราบแล้ว อาทิ ระบบเบรก ABS แบบใช้งานในโค้งได้เลือกได้ 3 ระดับ โหมดการขับขี่ ซึ่งในโมเดลนี้มีมากถึง 6 โหมด ซึ่งในนั้นมีโหมดใหม่อย่าง Rally ด้วย และมีโหมดควบคุมกำลังเครื่องยนต์ 4 โหมด แทร็คชันคอนโทรล 8 ระดับ ระบบป้องกันการลอยตัวของล้อ 4 ระดับ ระบบควบคุมเอ็นจิ้นเบรก 3 ระดับ

DesertX

และแน่นอนสำหรับยุคนี้มาตรฐานใหม่ก็จะหนีไม่พ้นกับการที่ต้องมีหน้าจอแสดงผลแบบสี TFT สำหรับคันนี้มีขนาดอยู่ที่ 5 นิ้ว วางในแนวตั้งโดยตั้งใจให้มองได้สะดวกเวลายืนขับขี่ ตัวหน้าจอสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ เพื่อรับสาย โทรออกหรือฟังเพลง รวมไปถึงใช้งานระบบนำทางแบบโค้งต่อโค้งได้ ซึ่งอย่างหลังนี้เป็นออปชันเสริมเพิ่มเติม

ระบบไฟส่องสว่างรวมไปถึงไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์ทั้งหมดเป็น LED เต็มระบบแล้ว และสำหรับไฟท้ายก็จะมีระบบ Ducati Brake Light ซึ่งจะกระพริบถี่ ๆ เวลาเบรกกะทันหันเพื่อแจ้งเตือนคันข้างหลังให้รับรู้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้

DesertX

สุดท้ายนี้โมเดลนี้จะมีจำหน่ายเพียงเฉดสีเดียวคือสีขาวอย่างที่เห็น ส่วนจะเข้าไทยเมื่อไหร่และราคาเท่าไหร่นั้นนั้นก็ยังไม่แน่ชัด เพราะโมเดลนี้เพิ่งเปิดตัวแบบเวิร์ลพรีเมียร์ไปไม่นาน เป็นไปได้ว่าจะเข้าเร็วสุดก็ต้องมีอย่างน้อย ๆ ช่วงงาน Motor Show หรืออาจจะไปเป็นช่วงกลางปีหน้าเลยก็เป็นได้ สำหรับสนนราคาก็น่าจะเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน สำหรับแอดเวนเจอร์เน้นลุยจัด ๆ ระดับกลางค่อนไปสูงคันนี้

อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่

รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Benz SuperBike
Benz SuperBikehttp://www.superbikemag.com/
เบนซ์ นักเขียน นักแปล ที่มีประสบการณ์งานเขียนและคอนเทนต์ต่างๆ มานานกว่า 8 ปี

Related Articles