MV Agusta F4 RC
MV Agusta F4 RC

จัดมาแรงๆ MV AGUSTA F4 RC

ผลิตตามสั่งแค่ 250 คันเท่านั้น

MV Agusta F4 RC
MV Agusta F4 RC
MV Agusta F4 RC
MV Agusta F4 RC

สมกับเป็น MV Agusta จริงๆ ครับ ค่ายนี้เขาไม่เคยขัดสนเรื่องชิ้นส่วนสวยๆ และเทคโนโลยีเจ๋งๆ เลยให้ตายสิ ว่าแล้วเราก็ไปดูกันเลยดีกว่าว่าเจ้า MV Agusta F4 RC รถที่ได้ชื่อว่าเป็นรถซูเปอร์ไบค์ที่สุดแสนจะหรูหราและสวยงามน่าเป็นเจ้าเข้าเจ้าของคันนี้จะมีอะไรอวดค่ายอื่นเขาบ้างดีกว่า

ก่อนอื่นขออธิบายว่า RC เนี่ยย่อมาจาก “Reparto Corse” ซึ่งเป็นภาษาอิตาลีซึ่งแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า ‘Racing Department’ หรือแปลเป็นไทยให้แจ่มๆ หน่อยก็จะได้ความสายซิ่งนั่นเอง ซึ่งดูแปลกตาดีสำหรับรหัส RC เพราะปกติแล้วมักจะเป็นการต่อท้ายรหัสด้วย -R, -RR, -SP เป็นต้น สิ่งที่ต้องการจะสื่อถึงผู้ที่สนใจนั้นก็เรียบง่ายเหลือเกินนั่นก็คือ เจ้ารถคันนี้เนี่ยให้สมรรถนะแบบเดียวกับคนที่จะได้ใช้รถแข่งจากทีม MV Agusta เพื่อลงแข่งในการแข่งขัน WSB, WSS, BSB และ BSS นั่นเอง

หลังจากที่มีข่าวลือกันมานานทาง MV Agusta  ก็ได้เปิดเผยความจริงให้เรารู้กันสักทีเมื่อปลายเดือนมีนาที่ผ่านมาว่าอัญมณีทางเทคโนโลยีสุดล้ำค่าของทางค่ายนั้นชื่อว่า F4 Reparto Corse หรือ F4 RC นั่นเอง เจ้านี่คือรถที่ได้รับการรับรองให้ใช้ในการแข่ง WSBK ในปีนี้และมี Leon Camier นักแข่งชาวอังกฤษเป็นคนขี่ โดยปกติแล้ว MV Agusta จะมีความสัมพันธ์อันดีกับนักแข่งจากแดนผู้ดีมาโดยตลอดอาทิเช่น John Surtess, Mike Hailwood ไล่มาจนถึง Phil Read ที่ต่างก็เคยเป็นแชมป์ทั้งในแทร็กและนอกแทร็ก และด้วยภาพลักษณ์และทักษะในการสื่อสารของเขาจึงยิ่งช่วยส่งเสริมความขึ้นชื่อของทาง MV Agusta และครั้งนี้ทาง MV เองก็มองว่า Leon Camier จะมีหวังในการคว้าแชมป์ของเขาเองได้ และสามารถใช้โอกาสนี้ขึ้นเป็นผู้กำหนดแนวโน้มในอนาคต

RC คันนี้โดดเด่นด้วยสถิติตัวเลขต่างๆ ดังต่อไปนี้ “เริ่มต้นที่ความเร็วรอบที่สูงสุดมากถึง 13,600 รอบ ใช้แฟริ่งคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาช่วยให้น้ำหนักเบาลง 1,970 กรัม ใช้ชิ้นส่วนไทเทเนียมทำให้น้ำหนักรถเบาลง 1,150 กรัม เพลาข้อเหวี่ยงเบาขึ้นอีก 487 กรัม ใช้น็อตไทเทเนี่ยมทั้งหมด 333 ตัว ผลิตตามออเดอร์เพียง 250 คันเท่านั้น ให้แรงม้าสูงสุดที่ 212 ตัว ในการปรับแต่งแบบ “Race” ใช้ชิ้นส่วนแม็กนีเซียม 11 ชิ้น และอีก 11 ชิ้นจากคาร์บอนไฟเบอร์”

เจ้า RC คันนี้จะทำแรงม้าสูงสุดที่ 212 ตัวด้วยท่อสูตรสำหรับใช้แข่งในสนาม แต่จะทำแรงม้าสูงสุดได้ที่ 202.5 ด้วยท่อที่ใช้บนท้องถนนได้ตามกฎหมาย ในขณะที่หมัดของมันหนักหน่วงถึง 84.8 ฟุตปอนด์ไม่ว่าจะโหมดเรซหรือสตรีทก็ตาม และด้วยสรรพคุณที่กล่าวมาข้างต้นทั้งแฟริ่งคาร์บอนไฟเบอร์ ทั้งน็อตและท่อไทเทเนียม ชิ้นส่วนแม็กนีเซียม รวมไปถึงแบตลิเทียมไออน ล้ออลูมิเนียมฟอร์จ ช่วยให้เจ้า RC คันนี้เบากว่าเจ้า RR ถึงราวๆ 14.96 กก.ด้วยน้ำหนักรถเปล่าที่หนักเพียง 175 กก. เท่านั้น นอกจากนี้มันยังมาพร้อมระบบอิเล็กทรอนิกส์ MVICS 2.0 ซึ่งมีทั้งแทร็คชั่นคอนโทรล ระบบเบรค ABS ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อหลังและควิกชิฟเตอร์

เจ้า RC ที่เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีต่างๆ มากมายคันนี้พร้อมที่จะตอบสนองกับผู้ที่มีกำลังทรัพย์มากพอตัวจากสนนราคาที่ตั้งไว้ที่ราวๆ 1,489,000 บาท (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีและค่าขนส่ง) ค่าตัวเมื่อมาถึงไทยแล้วคงไม่ต่ำกว่า 2 ล้านกลางๆ อย่างแน่นอน แต่ผมจะสาธยายเพิ่มเติมให้ฟังว่ามันมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างเมื่อเทียบกับเจ้า RR ซึ่งก็จะมีฝากระบอกสูบใหม่ เพลาข้อเหวี่ยงใหม่ หัวฉีดขนาดใหญ่ขึ้น ลูกสูบที่เบาขึ้น และก้านสูบไทเทเนียม และก็จะมีเบรคที่แน่นอนว่าเป็น Brembo พร้อมระบบเบรค ABS Bosch 9+ ระบบกันสะเทือนจาก Ohlins โช้คหน้าเป็น NIX30 และโช้คหลังเป็น TTX36 นอกจากนี้คุณจะยังได้ชุดคิทแปลงร่างรถให้เป็นรถแข่งซึ่งประกอบไปด้วยท่อไทเทเนียมแบบ 4-2-1-2 จาก Termignoni ครอบเบาะท้าย กล่อง ECU อัพเกรด ที่ปิดรูกระจกข้าง ฝาถังน้ำมันแบบเรซ และที่สำคัญคือเจ้านี่จะมาพร้อมลวดลายแบบเดียวกับรถแข่งโดยมีเบอร์แข่งเป็นเลข 37 ซึ่งหมายถึงจำนวนแชมป์โลกที่ MV Agusta ทำได้นั่นเอง ไม่รู้ว่าทั้งหมดที่สาธยายมามันจะพอให้คุณเสียเงินหรือเปล่า แต่ถ้าเท่านี้ยังไม่พอลองไปดูข้อมูลเพิ่มเติมกันได้ที่ http://www.mvagusta.com/en/motorcycles/f4-rc/# หรือหากว่าอยากดูวิดีโอตัวอย่างละก็เข้า YouTube แล้วลองพิมพ์ชื่อรุ่นนี้ดูได้เลยครับผม