
หากมีการจัดอันดับรถมอเตอร์ไซค์ที่อยู่ในใจของนักบิดตลอดกาล เชื่อว่าชื่อของ ซูเปอร์โฟร์ ต้องติดอยู่ในลิสต์อันดับต้นๆ อย่างแน่นอน หลังจากปล่อยให้แฟนๆ รอกันมาพักใหญ่ ในที่สุดความฝันก็เป็นจริง เมื่อสื่อยานยนต์ชั้นนำระดับโลกอย่าง RideApart รวมถึงการประกาศอย่างเป็นทางการในญี่ปุ่น ได้ยืนยันการมาถึงของ CB400 Super Four E-Clutch รถมอเตอร์ไซค์สายเนกเก็ตไบค์คลาสสิกที่กลับมาพร้อมการอัปเกรดแบบหมดจด

การติดตาม ข่าวมอเตอร์ไซค์ ในยุคนี้มักจะเจอแต่การลดต้นทุนไปใช้เครื่องยนต์ 2 สูบ แต่การสวนกระแสของฮอนด้าด้วยการรื้อฟื้นเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงกลับมา ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความตื่นเต้นอย่างมาก บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกถึงสมรรถนะ เทคโนโลยี และความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในเนกเก็ตไบค์ระดับตำนานคันนี้
CB400 Super Four E-Clutch คืออะไร และทำไมถึงเป็นที่จับตามองของแฟนสองล้อ?
นี่คือการกลับมาของเนกเก็ตไบค์ระดับตำนานที่ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 400 ซีซี ซึ่งหาได้ยากในปัจจุบัน พร้อมติดตั้งระบบคลัตช์ไฟฟ้าอัจฉริยะเพื่อการขับขี่ที่ง่ายและสนุกยิ่งขึ้น


ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โมเดล CB400 ถือเป็นไอคอนิกแห่งวงการสองล้อญี่ปุ่นด้วยเสียงท่อแบบ 4-2-1 ที่หวานจับใจ แต่เนื่องจากมาตรฐานไอเสียที่เข้มงวดขึ้น ทำให้หลายค่ายต้องยุติการผลิตเครื่องยนต์บล็อกเล็ก 4 สูบไป การถือกำเนิดของจึงเหมือนเป็นการคืนกำไรให้แฟนๆ สายคลาสสิก
โมเดลใหม่นี้ยังคงเอกลักษณ์ไฟหน้ากลมและเส้นสายตัวถังที่เป็นอมตะ แต่ถูกเติมเต็มด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอเรือนไมล์แบบสี ระบบไฟ LED รอบคัน และจุดเด่นสำคัญที่สุดคือเทคโนโลยีเปลี่ยนเกียร์ด้วยไฟฟ้าที่ช่วยให้การควบคุมรถพิกัด 400 ซีซี ในเมืองใหญ่กลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายและผ่อนคลายอย่างไม่เคยมีมาก่อน
ขุมพลังเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงของ CB400 Super Four E-Clutch แรงและดุดันแค่ไหน?
ขุมพลังบล็อกใหม่ให้พละกำลังสูงสุด 58 แรงม้า ที่ 11,500 รอบต่อนาที มอบเสียงคำรามหวานใสสไตล์ 4 สูบ และมีอัตราเร่งที่ตอบสนองอย่างเฉียบคม

สิ่งที่ทำให้แตกต่างจากมอเตอร์ไซค์ 400cc ในตลาดส่วนใหญ่ คือคาแรกเตอร์ของเครื่องยนต์แบบรอบจัด การรีดพละกำลัง 58 แรงม้า (43 kW) จะต้องลากรอบไปแตะที่ระดับ 11,500 รอบ/นาที ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้ขับขี่จะได้เสพความสปอร์ตและเสียงท่อที่เร้าใจขั้นสุด ผสานกับแรงบิดสูงสุด 38 นิวตันเมตร ที่ 9,750 รอบ/นาที ทำให้การเปิดคันเร่งออกจากโค้งมีความนุ่มนวลและต่อเนื่อง
เพื่อความชัดเจนในการประเมินสเปก เราได้สรุปข้อมูลทางเทคนิคของเครื่องยนต์และตัวรถไว้ในรูปแบบตารางดังนี้
| ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค | สเปกและรายละเอียดตัวรถ |
| รหัสเครื่องยนต์ / ประเภท | NC70E / 4 สูบเรียง 4 จังหวะ DOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ |
| ปริมาตรกระบอกสูบ | 399 ซีซี |
| พละกำลังสูงสุด | 43 kW (58 PS) ที่ 11,500 รอบ/นาที |
| แรงบิดสูงสุด | 38 N・m ที่ 9,750 รอบ/นาที |
| ระบบส่งกำลัง | เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ทำงานควบคู่ระบบคลัตช์ไฟฟ้า |
| มิติตัวรถ (กว้างxยาวxสูง) | 770 x 2,110 x 1,085 มิลลิเมตร / ฐานล้อ 1,405 มม. |
| ความสูงเบาะนั่ง | 780 มิลลิเมตร |
| น้ำหนักตัวรถ (รวมของเหลว) | 187 กิโลกรัม |
| ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง | 15 ลิตร |
เทคโนโลยี E-Clutch ช่วยให้การขับขี่ CB400 Super Four สบายขึ้นได้อย่างไร?
ระบบนี้ทำงานร่วมกับมอเตอร์ควบคุมและเซนเซอร์ ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลง ออกตัว และจอดรถได้โดยไม่ต้องกำคลัตช์ ป้องกันปัญหารถดับเมื่อจอดติดไฟแดง
สำหรับใครที่ยังกังขาหลังจากได้อ่าน รีวิวมอไซค์ รุ่นพี่ว่าเทคโนโลยีนี้จะทำลายอรรถรสการขี่รถมีเกียร์หรือไม่ บอกเลยว่าคิดผิด ระบบนี้ทำงานผ่าน Actuator สองตัวที่ประสานงานกับกล่องควบคุม (MCU) เพื่อวิเคราะห์รอบเครื่องยนต์และองศาของคันเร่งไฟฟ้า ทำให้คุณสามารถเตะคันเกียร์เพื่อสับเกียร์ขึ้นหรือลงได้ทันทีราวกับมีควิกชิฟเตอร์ในตัว

- เปิดตัว 400cc E-Clutch
ที่สำคัญคือเมื่อคุณกำเบรกจนรถหยุดนิ่ง ระบบคลัตช์ไฟฟ้าจะทำการตัดต่อกำลังให้โดยอัตโนมัติ ทำให้รถไม่มีอาการกระตุกหรือดับคาเกียร์ การขี่ CB400 Super Four E-Clutch ฝ่าสภาพการจราจรที่ติดขัดจึงลดอาการเมื่อยล้าที่ข้อมือซ้ายไปได้ 100% แต่ถ้าหากคุณอยากได้อารมณ์แบบคลาสสิกดั้งเดิม ก็เพียงแค่ใช้มือบีบก้านคลัตช์ ระบบจะตัดกลับเข้าสู่โหมดแมนนวลให้ทันทีแบบไร้รอยต่อ
ดีไซน์และออปชันช่วงล่างของ Super Four E-Clutch จัดเต็มระดับไหน?
ตัวรถมาพร้อมโช้คหน้าหัวกลับ KYB เบรกหน้าดิสก์คู่ คาลิปเปอร์ Nissin แบบ 4 พอต และหน้าจอแสดงผล TFT 5 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนเต็มรูปแบบ


ไฟหน้า-ท้าย เวลาอยู่ที่มื้ด

- ดีไซน์และออปชันช่วงล่าง
การกลับมาครั้งนี้ไม่ได้มีดีแค่เครื่องยนต์ แต่ CB400 Super Four ยังได้รับการอัปเกรดช่วงล่างชุดใหญ่ โช้คอัพหน้าเปลี่ยนมาใช้แบบหัวกลับ (Upside Down) จาก KYB ที่ให้ความมั่นคงในการจิกโค้งที่ความเร็วสูง ส่วนระบบเบรกหน้าให้ดิสก์คู่ ทำงานร่วมกับคาลิปเปอร์ Nissin แบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ ยึดเกาะถนนด้วยยางสปอร์ตเกรดพรีเมียมอย่าง Pirelli Diablo Rosso 4
ทางด้านสิ่งอำนวยความสะดวก หน้าจอเรือนไมล์ถูกอัปเกรดเป็นจอสี TFT ขนาด 5.5 นิ้ว ที่รองรับเทคโนโลยี Honda RoadSync ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนผ่านบลูทูธ เพื่อจัดการการนำทาง ฟังเพลง หรือรับสายโทรศัพท์ได้อย่างง่ายดาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่ยุคดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ
บทสรุปส่งท้ายกับการรอคอยมอเตอร์ไซค์ระดับตำนาน
CB400 Super Four E-Clutch ถูกเปิดตัวในประเทศญี่ปุ่นด้วยราคา 998,800 เยน (หรือราว 235,000 บาท) โดยมีสีให้เลือกถึง 4 เฉดสี ได้แก่ เงิน Wolf Silver Metallic, ดำด้าน Matte Ballistic Black Metallic, ขาว Ross White และ แดง Candy Chromosphere Red

- เครื่องยนต์และการวางตำแหน่งยึดเฟรม
รถรุ่นนี้คือข้อพิสูจน์ที่ว่า ความคลาสสิกของเครื่องยนต์ 4 สูบ สามารถอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีแห่งอนาคตได้อย่างกลมกลืน สำหรับแฟนๆ ชาวไทย คงต้องมาลุ้นกันว่าค่ายปีกนกจะมีแผนนำเข้ารถรุ่นนี้มาให้สัมผัสกันในรูปแบบใดและราคาจะเปิดมาที่เท่าไหร่ แต่ที่แน่ๆ หากโมเดลนี้เข้ามาทำตลาดเมื่อไหร่ ยอดจองทะลุเป้าแน่นอนครับ
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com
A: ราคาจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นเปิดตัวที่ 998,800 เยน (หรือประมาณ 235,000 บาท)
A: มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ขนาด 399 ซีซี ให้พละกำลังสูงสุด 58 แรงม้า (43 kW) ที่ 11,500 รอบ/นาที
A: ระบบนี้ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าควบคุมการทำงานของคลัตช์ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถสับเกียร์ขึ้น-ลง และจอดรถหยุดนิ่งได้โดยไม่ต้องกำก้านคลัตช์ และรถจะไม่ดับ




















