
สำหรับใครที่ติดตามข่าวมอเตอร์ไซค์ในช่วงที่ผ่านมา คงจะทราบกันดีว่าค่ายปีกนก Honda ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการนำนวัตกรรมระบบคลัตช์ไฟฟ้าอัตโนมัติมาใส่ในรถคลาสกลางอย่าง 650 ซีซี แต่ความว้าวไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เพราะล่าสุดพวกเขาได้ยกเอาเทคโนโลยีนี้มาใส่ในรถคลาสเริ่มต้น 300 ซีซี เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งหนึ่งในโมเดลที่น่าจับตามองที่สุดคือ CL300 E-Clutch รถจักรยานยนต์สไตล์สแครมเบลอร์ (Scrambler) สุดเท่ที่เน้นความคลาสสิกแต่ซ่อนความไฮเทคไว้เต็มเปี่ยม

ในบทความนี้ เราจะพาทุกคนไปสัมผัสประสบการณ์หลังจากการนำไปทดสอบขับขี่จริง เพื่อดูว่าเทคโนโลยีที่โฆษณาว่า “ขี่ง่าย ไม่ง้อคลัตช์” มันใช้งานได้เนียนแค่ไหน ทอร์คช่วงต้นของรถสไตล์นี้จะจัดจ้านโดนใจหรือไม่ หากใครที่กำลังเล็งรถใหม่และชอบอ่านรีวิวมอไซค์ก่อนตัดสินใจซื้อ ห้ามพลาดข้อมูลในบทความนี้เด็ดขาดครับ
เทคโนโลยี E-Clutch คืออะไร และทำให้การขี่ CL300 E-Clutch สบายขึ้นได้อย่างไร?
ระบบ E-Clutch คือเทคโนโลยีคลัตช์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่ใช้มอเตอร์คอยควบคุมการจับ-จากของแผ่นคลัตช์แทนการใช้แรงบีบจากมือ ช่วยให้ผู้ขี่สามารถเข้าเกียร์ ออกตัว และจอดนิ่งได้ทันทีโดยไม่ต้องบีบก้านคลัตช์เลย
หากให้อธิบายแบบภาษาชาวบ้านเข้าใจง่ายๆ การขี่ E-Clutch จะให้ความรู้สึกคล้ายกับการขี่รถแม่บ้านมีเกียร์อย่าง Honda Wave คือคุณใช้เท้าซ้ายงัดหรือกดคันเกียร์เพื่อเปลี่ยนเกียร์ได้เลยโดยไม่ต้องใช้มือซ้ายกำคลัตช์ แต่ความฉลาดของระบบนี้คือ มันมีการคำนวณรอบเครื่องยนต์ องศาการเปิดคันเร่ง และตำแหน่งเกียร์อย่างละเอียด ทำให้จังหวะที่เกียร์สับเข้าหากันนั้นมีความนุ่มนวล สมูท และแทบไม่มีอาการกระตุกให้เห็น



ที่สำคัญที่สุดคือ ในจังหวะที่รถติดไฟแดงหรือต้องเคลื่อนตัวสลับหยุดนิ่ง (Stop and Go) คุณสามารถกำเบรกจนรถหยุดสนิทคาเกียร์ 1 ไว้ได้เลยโดยที่เครื่องยนต์ไม่ดับ และเมื่อต้องการไปต่อก็แค่บิดคันเร่งเบาๆ รถก็จะพุ่งออกไปอย่างนุ่มนวล ช่วยลดอาการปวดเมื่อยข้อมือซ้ายจากการต้องกำคลัตช์ฝ่าการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ได้แบบ 100% แต่ถ้าใครอยากเสพฟีลลิงแมนนวลแบบดั้งเดิม ก็สามารถเอื้อมมือไปกำก้านคลัตช์เมื่อไหร่ก็ได้ ระบบจะสลับกลับมาเป็นแมนนวลให้ทันทีแบบไร้รอยต่อ
ขุมพลังและสมรรถนะของ Honda CL300 E-Clutch แรงพอสำหรับใช้งานจริงหรือไม่?
เครื่องยนต์ขนาด 286 ซีซี 1 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ของรุ่นนี้ ถูกเซ็ตอัปมาให้มี “แรงบิดรอบต้น” ที่จัดจ้านและมาไวมาก ตอบสนองการเร่งแซงในเมืองได้อย่างมั่นใจและสนุกสนาน



- เครื่องยนต์ 300 Series
แม้พื้นฐานเครื่องยนต์จะยกมาจากตระกูล 300 Series (เช่น Rebel 300 หรือ CB300R) แต่การปรับจูนของ E-Clutch ถูกออกแบบมาเพื่อบุคลิกของรถสแครมเบลอร์โดยเฉพาะ นั่นคือไม่เน้นความเร็วปลาย (Top Speed) ที่สูงปรี๊ด แต่เน้นทอร์คหรือแรงบิดในย่านรอบต่ำถึงปานกลาง การบิดคันเร่งออกจากไฟแดง หรือการมุดเร่งแซงในช่องว่างแคบๆ ทำได้อย่างเฉียบขาดและมั่นใจ
จากการทดสอบ รีวิวมอไซค์ บนสภาพถนนจริง เราพบว่าพละกำลังของรถคันนี้เหลือเฟือสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมถึงการขี่ออกทริปต่างจังหวัดในระยะทางกลางๆ สเตอร์หลังที่ใหญ่ขึ้นช่วยให้การลากเกียร์สั้นๆ สนุกมาก และเมื่อทำงานร่วมกับระบบคลัตช์ไฟฟ้า ยิ่งทำให้คุณสามารถซัดเกียร์ต่อเกียร์ได้แบบไม่ต้องเสียจังหวะตัดต่อกำลังเลย
สรุปข้อมูลสเปกตัวรถ และมิติตัวถังของรถสแครมเบลอร์คลาส 300
เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนในการประเมิน เราได้จัดทำตารางสรุปสเปกและมิติตัวถังของ CL300 E-Clutch มาให้ได้เปรียบเทียบกันครับ
| รายละเอียด | ข้อมูลทางเทคนิคและสเปกตัวรถ |
| เครื่องยนต์ | 1 สูบ 4 จังหวะ DOHC 4 วาล์ว ขนาด 286 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ |
| ระบบเกียร์ / คลัตช์ | เกียร์สปอร์ต 6 สปีด / ระบบ E-Clutch (ไม่ต้องกำคลัตช์ก็เข้าเกียร์ได้) |
| กว้าง x ยาว x สูง | 831 มม. x 2,174 มม. x 1,134 มม. |
| ความสูงเบาะนั่ง | 790 มิลลิเมตร |
| น้ำหนักตัวรถ | 170 กิโลกรัม |
| ระบบกันสะเทือน | โช้คหน้า Telescopic (ยุบตัว 134 มม.) / โช้คหลังคู่ สวิงอาร์ม (ยุบตัว 145 มม.) |
| ขนาดยาง (กึ่งวิบาก) | หน้า 110/80-19 / หลัง 150/70-17 |
| ความจุถังน้ำมัน | 12 ลิตร |
ช่วงล่าง ท่านั่งการควบคุม และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน ดีพอที่จะเป็นรถคู่ใจใช้งานทุกวันไหม?
รถรุ่นนี้มีเบาะนั่งที่ความสูงที่เป็นมิตรกับสรีระคนไทย แฮนด์บาร์กว้างควบคุมง่าย ช่วงล่างนุ่มนวลซับแรงสั่นสะเทือนเยี่ยม และทำอัตราประหยัดน้ำมันในการใช้งานจริงได้ประมาณ 33.5 กม./ลิตร






- ระบบโช้คซับแรงกระแทก
สิ่งที่ทำให้ CL300 ครองใจนักบิดสายชิลได้คือ “ความสบาย” ท่านั่งถูกออกแบบมาห้หลังตรง แขนกางออกรับกับแฮนด์บาร์ทรงกว้าง ทำให้การหักเลี้ยวหรือพลิกรถในความเร็วต่ำทำได้เบาหวิว ความสูงเบาะเพียง 790 มม. ทำให้คนสูง 165 ซม. ขึ้นไปสามารถวางเท้าได้เต็มพื้นทั้งสองข้าง สร้างความมั่นใจให้กับมือใหม่ได้เป็นอย่างดี
ด้านช่วงล่าง โช้คหน้าและหลังถูกเซ็ตอัปมาในแนวนุ่มนวล (Soft) เหมาะกับการรูดฝาท่อ ลูกระนาด หรือถนนคอนกรีตที่ไม่ค่อยจะเรียบของเมืองไทยได้อย่างดีเยี่ยม ยางติดรถที่เป็นแบบกึ่งวิบาก (Dual Purpose) ก็สามารถพาคุณลงไปขี่บนทางฝุ่นหรือทางดินแดงเบาๆ ได้สบายๆ ส่วนเรื่องความประหยัด จากการทดสอบวิ่งทั้งในเมืองที่มีรถติดสลับกับวิ่งชานเมือง ทำตัวเลขออกมาได้ราวๆ 33.5 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าน่าพอใจมากสำหรับเครื่องยนต์พิกัดนี้
บทสรุป ราคา 159,900 บาท คุ้มค่าหรือไม่สำหรับรถคันนี้?
ด้วยราคา 159,900 บาท Honda CL300 รุ่นคลัตช์ไฟฟ้า คือความคุ้มค่าระดับท็อปสำหรับคนที่ต้องการรถคลาสสิกดีไซน์หล่อ ขี่ง่าย ประหยัดน้ำมัน และได้เทคโนโลยีเปลี่ยนเกียร์ที่ทันสมัยที่สุดในคลาส
หากคุณเป็นคนที่เสพติดการทำความเร็วปลายระดับ 160 กม./ชม. ขึ้นไป รถคันนี้อาจจะไม่ตอบโจทย์คุณ แต่ถ้าโจทย์ของคุณคือการหารถมอเตอร์ไซค์เท่ๆ สักคัน ที่สามารถขี่ไปทำงานได้ทุกวันโดยไม่เหนื่อยล้า ขี่ออกทริปถ่ายรูปคาเฟ่ในวันหยุดได้แบบหล่อๆ และไม่อยากมานั่งปวดข้อมือกับรถติด ในราคาค่าตัว 159,900 บาท คือตัวเลือกที่ “คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์”
การลงทุนจ่ายเพิ่มจากรุ่นแมนนวลปกติเพียงเล็กน้อย เพื่อแลกกับระบบคลัตช์ไฟฟ้าที่ฉลาดและทำงานได้สมบูรณ์แบบขนาดนี้ นับว่าเป็นอะไรที่วิน-วิน สำหรับผู้ใช้งานจริงครับ ใครที่สนใจก็สามารถเข้าไปลองคร่อมและสัมผัสตัวจริงได้ที่ศูนย์ Honda Wing Center หรือ Honda BigWing สาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศได้เลยครับ
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com
A: มีราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 159,900 บาท
A: ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ช่วยให้ผู้ขี่สามารถออกตัว เปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลง และจอดหยุดนิ่งได้เลยโดยไม่ต้องกำก้านคลัตช์ ทำให้ขับขี่ฝ่ารถติดได้สบายขึ้นมาก
A: จากการทดสอบใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ประมาณ 33.5 กิโลเมตรต่อลิตร






















