

ตลาดรถจักรยานยนต์พลังงานทางเลือกเริ่มร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง เมื่อค่ายรถชั้นนำอย่าง BRP (Bombardier Recreational Products) ตัดสินใจปลุกชีพแผนกสองล้อขึ้นมาลุยตลาด พร้อมเปิดตัว มอไซค์ไฟฟ้า Can-Am รุ่นไฮไลต์อย่าง Can-Am Origin ที่รับหน้าที่เป็นรถ Dual-Sport สายลุย ตอบโจทย์ทั้งทางเรียบและทางฝุ่น ซึ่งการมาครั้งนี้ถือว่าสร้างแรงกระเพื่อมให้วงการสองล้อไฟฟ้าไม่น้อย
หากคุณเป็นคนที่คอยอัปเดต ข่าวมอเตอร์ไซค์ จะทราบดีว่าตลาดรถวิบากไฟฟ้านั้นมีการแข่งขันที่ดุเดือด แต่หลายแบรนด์มักติดปัญหาเรื่องน้ำหนักตัวรถที่มากเกินไปจนสูญเสียความคล่องตัว ทว่า Can-Am เลือกแก้เกมด้วยการสร้างรถที่เน้นสมดุลที่ดีเยี่ยม เรามาดูกันว่ารถรุ่นนี้มีทีเด็ดอะไรซ่อนอยู่ และจะสมกับที่แฟนๆ ข่าวมอไซค์วันนี้ รอคอยหรือไม่
Can-Am Origin คือรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสไตล์ Dual-Sport ที่ออกแบบมาให้ขับขี่ได้คล่องตัวทั้งบนถนนปกติและเส้นทาง Off-road โดดเด่นด้วยน้ำหนักเบาเพียง 187 กิโลกรัม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรถลุยรักษ์โลกที่ดูแลรักษาง่าย
โมเดลนี้ไม่ใช่แค่การสร้างรถรุ่นใหม่ขึ้นมาลอยๆ แต่เป็นการดึงเอา DNA สายฝุ่นของแบรนด์ในยุค 70s กลับมาตีความใหม่ในรูปแบบยานยนต์ไร้มลพิษ ตัวรถถูกวางตำแหน่งให้อยู่กึ่งกลางระหว่างการใช้งานในเมืองหลวงกับการตะลุยเส้นทางธรรมชาติ หากใครที่ติดตาม ข่าวมอไซค์ล่าสุด คงสังเกตเห็นว่าการออกแบบของ Origin นั้นมีความล้ำสมัย ฉีกกรอบรถวิบากแบบเดิมๆ ด้วยการซ่อนแบตเตอรี่ไว้ในแฟริ่งชิ้นเดียว พร้อมชุดสวิงอาร์มหลังแบบแขนเดี่ยวที่ดูสะอาดตา

ขุมพลังหลักใช้มอเตอร์ Rotax E-Power พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังสูงสุด 47 แรงม้า และแรงบิด 72 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ได้ใน 4.3 วินาที แบตเตอรี่ความจุ 8.9 kWh
สำหรับเทคโนโลยีที่เป็นหัวใจสำคัญของ มอไซค์ไฟฟ้า Can-Am คันนี้ คือการพัฒนาระบบขับเคลื่อนที่เหนือชั้น ซึ่งมักจะเป็นหัวข้อหลักใน ข่าวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ทางค่ายเลือกใช้มอเตอร์ Rotax E-Power แบบบูรณาการร่วมกับแบตเตอรี่ พร้อมระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ (Liquid-cooled system) ทำให้การจัดการอุณหภูมิทำได้เสถียร พละกำลังจึงไม่ตกแม้จะขับขี่ลุยหนักในสภาพอากาศร้อน
ระบบขับเคลื่อนเป็นแบบไดเรกต์ไดรฟ์ (Direct drive) ขับเคลื่อนด้วยโซ่ที่ถูกหุ้มปิดมิดชิดในสวิงอาร์มหลัง ลดปัญหาฝุ่นโคลนเกาะโซ่ ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้นักบิดสายฝุ่นหลายคนที่ชอบอ่าน รีวิวมอไซค์ไฟฟ้า ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก
| ข้อมูลจำเพาะ (Technical Specs) | รายละเอียด |
| ประเภทมอเตอร์ | Rotax E-Power (ระบายความร้อนด้วยน้ำ) |
| ความจุแบตเตอรี่ | Lithium-ion 8.9 kWh |
| พละกำลังสูงสุด | 47 แรงม้า (35 kW) |
| แรงบิดสูงสุด | 72 นิวตันเมตร |
| อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. | 4.3 วินาที |
| ความเร็วสูงสุด (Top Speed) | 128 กิโลเมตร/ชั่วโมง |
ตัวรถมาพร้อมโช้คหน้า-หลังอัปเกรดจาก KYB ระยะยุบ 255 มม. ล้อซี่ลวดหน้า 21 นิ้ว หลัง 18 นิ้ว พร้อมความสูงใต้ท้องรถ 274 มม. เพื่อการลุยอุปสรรคได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
เพื่อให้สมฐานะการเป็นประเด็นร้อนใน ข่าวมอไซค์ การจัดเต็มเรื่องช่วงล่างจึงเป็นสิ่งจำเป็น Can-Am ติดตั้งโช้คหน้าหัวกลับ (Inverted Fork) จาก KYB ขนาด 43 มม. และโช้คหลัง KYB HPG ที่ปรับตั้งค่า Preload, Compression และ Rebound ได้แบบครบถ้วน
ตัวรถมีความสูงเบาะ 865 มม. ซึ่งเอื้อต่อการยืนขับขี่ตามหลักสรีระศาสตร์ของรถ Dual-Sport แม้ผู้ขับขี่ที่ตัวเล็กอาจต้องเขย่งบ้าง แต่เมื่อได้ Ground Clearance สูงถึง 274 มม. ก็ช่วยให้ก้าวข้ามโขดหินหรือท่อนซุงได้แบบไร้กังวล ที่สำคัญน้ำหนักสุทธิเพียง 187 กิโลกรัม ถือว่าเบามากเมื่อนำไปเทียบกับรถแอดเวนเจอร์ในหน้า ข่าวบิ๊กไบค์ ค่ายอื่นๆ
รถรุ่นนี้รองรับการชาร์จแบบ AC (Level 2) ขนาด 6.6 kW สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 20% ไปถึง 80% ได้รวดเร็วภายใน 50 นาที
เรื่องระยะเวลาการชาร์จคือจุดชี้วัดสำคัญของ ข่าวรถจักรยานยนต์ กลุ่ม EV ตัวรถติดตั้ง On-board charger ขนาด 6.6 kW มาให้พร้อม ทำให้สามารถเสียบชาร์จตามสถานีสาธารณะได้สะดวก
ตัวเลขนี้เพียงพออย่างยิ่งสำหรับการใช้งานทั่วไปในเมือง หรือการนำไปลุยเส้นทางออฟโร้ดในวันหยุดสุดสัปดาห์แบบไม่ต้องกลัวกินข้าวลิง

โดดเด่นด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay มีโหมดขับขี่ 6 รูปแบบ และจัดเต็มระบบเบรก ABS พร้อม Traction Control
รถรุ่นนี้ไม่ได้มีดีแค่พละกำลัง แต่ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ หน้าจอเรือนไมล์เป็นแบบทัชสกรีนขนาดใหญ่ 10.25 นิ้ว รองรับระบบ Apple CarPlay ช่วยให้เปิดแผนที่นำทางได้สบายๆ นอกจากนี้ยังมี Riding Mode ให้เลือกถึง 6 โหมด (Normal, ECO, Rain, Sport, Off-Road, Off-Road+) พร้อมเกียร์ถอยหลังเพื่อความสะดวกเวลาจอด หากคุณกำลังหา รีวิวมอไซค์ ที่มีฟีเจอร์ล้ำๆ คันนี้ตอบโจทย์แน่นอน
| ฟีเจอร์และระบบความปลอดภัย | รายละเอียด |
| หน้าจอแสดงผล | ทัชสกรีน 10.25 นิ้ว (BRP Connect / Apple CarPlay) |
| โหมดการขับขี่ | 6 โหมด + เกียร์ถอยหลัง |
| ระบบเบรก | หน้า J.Juan (จาน 320 มม.) / หลัง J.Juan (จาน 240 มม.) |
| ระบบช่วยเหลือ | ABS และ Traction Control (ปิดได้เมื่อขี่ลุยฝุ่น) |
ราคาจำหน่ายในต่างประเทศเริ่มต้นที่ประมาณ 11,499 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4 แสนบาท) ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับคนที่ต้องการรถวิบากไฟฟ้าสเปกพรีเมียม
สำหรับค่าตัวของรุ่น Standard เริ่มต้นที่ 11,499 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนรุ่นท็อป ’73 Edition จะอยู่ที่ 16,499 ดอลลาร์สหรัฐ หากมีผู้นำเข้าอิสระนำเข้ามาจำหน่ายในไทย ราคาอาจพุ่งไปที่ระดับ 5-6 แสนบาท
กล่าวโดยสรุป การมาของ มอไซค์ไฟฟ้า Can-Am คันนี้ นับเป็นการกำหนดมาตรฐานใหม่ให้วงการสองล้อไฟฟ้าสายลุย ใครที่ติดตาม ข่าวมอเตอร์ไซค์ล่าสุด และ ข่าวมอเตอร์ไซค์วันนี้ คงต้องจับตาดูว่าค่ายนี้จะสามารถดึงฐานลูกค้าจากค่ายรถสันดาปเดิมได้มากน้อยเพียงใดในอนาคต
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com
ระยะทางวิ่งสูงสุดในเมืองอยู่ที่ 145 กิโลเมตร และแบบผสมที่ 114 กิโลเมตร
รองรับชาร์จ AC Level 2 จาก 20% ถึง 80% ภายใน 50 นาที
ราคาเริ่มต้นที่สหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 11,499 ดอลลาร์ หรือประมาณ 4 แสนบาทไทย
แท็กที่เกี่ยวข้อง
Honda Newsนีโม่ จิรัฎฐ์ ลุยโมโตครอสญี่ปุ่น สนาม 8 ไซตามะ ตั้งเป้าท็อป 10 คลาส IA1
DucatiNicolò Bulega WorldSBK 2026 ล่า 28 ชัยชนะ ทุบสถิติ Bautista ที่ Estoril
ข่าวรถยนต์Maextro V800 เบรกมีปัญหา 3 คัน Huawei–JAC เตรียมปรับปรุงชิ้นส่วน พร้อมอัปเกรดฟรี
ข่าวมอเตอร์ไซค์Triumph Praram 5 คว้า Dealer of the Year 2026 ระดับโลก
Honda Newsปิดตำนานสปอร์ตสี่สูบ? Honda V3 900cc เตรียมเสียบแทนที่ CBR600RR ในคลาสซุปเปอร์สปอร์ต
ข่าวมอเตอร์ไซค์ลุ้นเปิดตัวสปอร์ตไบค์ปริศนาจากค่ายใบพัดฟ้าขาว
ข่าว น้ำมันราคาน้ำมัน 9 ตุลาคม 2569 ขึ้น 75 สตางค์
WSBKแผนปฏิวัติวงการ! QJ Motor ส่งรถ 4 คัน 2 ทีมใหม่ ลุยศึกWorldSBK