MOTOGP
Captain SuperBike Captain SuperBike

อัปเดตดราม่า MotoGP! Toprak Razgatlioglu สุดทนปัญหา Grip เผยฝืนแข่งจบเพราะ “ให้เกียรติ Yamaha”

เกิดอะไรขึ้นกับรถแข่ง Pramac Yamaha ของ Toprak ในศึก Austrian Grand Prix?

นักบิดชาวตุรกีเผชิญปัญหา Rear Grip หายตั้งแต่ 5 รอบแรกของการแข่งขัน ส่งผลให้ล้อหลังสปินฟรีทิ้งในทางตรงจนไม่สามารถทำความเร็วได้ และกลายเป็นฝันร้ายตลอด 28 รอบสนาม

ขอบคุณภาพจาก : toprak razgatlıoğlu

สถานการณ์ความท้าทายในศึก MotoGP ฤดูกาลนี้ยังคงทดสอบความอดทนของนักแข่งในแคมป์ Yamaha อย่างต่อเนื่อง สำหรับใครที่ติดตาม ข่าวมอไซค์ สายมอเตอร์สปอร์ต คงทราบดีว่าสนาม Red Bull Ring ในรายการ Austrian Grand Prix ถือเป็นสนามปราบเซียนที่เน้นอัตราเร่งและประสิทธิภาพการเบรก และมันได้กลายเป็นฝันร้ายที่แท้จริงของ Toprak Razgatlioglu ดาวบิดจากสังกัด Pramac Yamaha ที่ต้องเผชิญกับสิ่งที่เขาเรียกว่า “การแข่งขันที่แย่ที่สุดเป็นอันดับสองในชีวิต”

ปัญหาคอขาดบาดตายที่เกิดขึ้นในวันอาทิตย์คือ “การขาดการยึดเกาะ” (Lack of traction) Toprak ให้สัมภาษณ์ด้วยความหัวเสียว่า แม้จะใช้ยางใหม่ แต่รถกลับไม่มี Grip เลยตั้งแต่ช่วง 5 รอบแรก ทุกครั้งที่เขาพลิกรถขึ้นตรงจากโค้งแรกแล้วเปิดคันเร่ง ล้อหลังกลับทำได้แค่หมุนฟรีทิ้ง (Spinning) บนทางตรง ทำให้สูญเสียอัตราเร่งอย่างมหาศาล อาการนี้สร้างความสับสนให้กับทีมงานเป็นอย่างมาก เพราะในการแข่งขันรอบวันเสาร์ ตัวเขายังสามารถบริหารจัดการยางและต่อสู้ในกลุ่มกลางตารางได้อย่างสนุกสนาน

ตารางวิเคราะห์ผลกระทบทางเทคนิคที่ Red Bull Ring:

ปัจจัยของปัญหาผลกระทบต่อการขับขี่ของ Toprak Razgatlioglu
ปัญหา Rear Grip ขาดหายล้อหลังสปินทิ้งตลอดเวลาเมื่อตั้งรถตรง ทำให้ไม่มีแรงส่ง (Drive) ออกจากโค้ง
ลักษณะเลย์เอาต์สนามRed Bull Ring เป็นแทร็ก Stop-and-Go ที่เปิดคันเร่งทางตรงยาว จุดอ่อนนี้จึงถูกขยายให้ชัดเจนขึ้น
ความรู้สึกเทียบกับเรซอื่นอาการนี้เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในศึก Thai GP (บุรีรัมย์) ซึ่งเป็นเรซที่แย่ที่สุดอันดับ 1 ของเขาในปีนี้

ทิศทางของ Yamaha และขวัญกำลังใจของนักแข่งในพิตบ็อกซ์เป็นอย่างไร?

Toprak ยอมรับว่ามีความคิดที่จะถอนตัวออกจากการแข่งขันกลางคัน แต่เลือกที่จะขี่จนจบธงตราหมากรุกเพียงเพราะต้องการแสดงความเคารพต่อแบรนด์และทีมงาน Yamaha

ผู้ที่เคยสัมผัสหรืออ่าน รีวิวมอไซค์ สปอร์ตตัวพัน ย่อมเข้าใจดีว่าการเปิดคันเร่งโดยที่ล้อหลังไม่เกาะถนนนั้น นอกจากจะทำเวลาไม่ได้แล้ว ยังบั่นทอนสภาพจิตใจและสร้างความเหนื่อยล้าทางสมอง (Mental Fatigue) ให้กับนักแข่งอย่างรุนแรง Toprak เล่าว่าในช่วง 6 รอบสุดท้าย เขาตั้งคำถามกับตัวเองซ้ำๆ ว่า “มันเป็นไปได้อย่างไรที่จะแข่งให้จบในสภาพนี้?”

เขายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า มีหลายจังหวะที่คิดจะเลี้ยวรถกลับเข้าพิตเพื่อยอมแพ้ (Retire) แต่เหตุผลเดียวที่รั้งเขาไว้ให้บิดคันเร่งต่อไปจนครบ 28 รอบ คือ “ความเคารพ (Respect)” ที่เขามีต่อทีมงานและแบรนด์ Yamaha ท้ายที่สุดเขาประคองรถเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 20 ตามหลังผู้นำถึง 46.7 วินาที โดยมีความรู้สึกสนุกกับการแข่งขันเป็นศูนย์

สุดสัปดาห์ที่ออสเตรียถือเป็นผลงานที่ต่ำกว่ามาตรฐานของค่ายส้อมเสียงอย่างแท้จริง เพราะไม่มีนักแข่ง Yamaha คนใดเก็บแต้มได้เลย Fabio Quartararo ทำได้ดีที่สุดเพียงอันดับ 17 ในขณะที่เพื่อนร่วมทีมของ Toprak อย่าง Jack Miller จบในอันดับ 21 รั้งท้ายตาราง นี่คือโจทย์ใหญ่ที่ทีมวิศวกรของ Iwata ต้องเร่งนำข้อมูลกลับไปวิเคราะห์และแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะขวัญกำลังใจของนักแข่งระดับแชมเปียน ย่อมไม่สามารถทนทานต่อความถดถอยได้นานนัก

อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com

ทำไมเขาถึงยกให้เรซนี้เป็นการแข่งขันที่แย่ที่สุดอันดับ 2 ในชีวิต?

เพราะความรู้สึกบนรถแข่งนั้นย่ำแย่มากจนเขาไม่สนุกกับการขับขี่เลย (Enjoying it zero) แม้จะใส่ยางใหม่แต่ก็ไม่มี Grip ให้สัมผัส ซึ่งอาการนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในการแข่งขันที่ประเทศไทยเมื่อต้นปี

ความผิดหวังที่สะสมอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลต่ออนาคตของเขากับทีม Pramac Yamaha หรือไม่?

แม้ในการแข่งขันที่ออสเตรียเขาจะแสดงสปิริตนักกีฬาด้วยการฝืนขี่จนจบเรซเพราะ “ให้เกียรติทีม” แต่ความท้อแท้ที่สะสมย่อมบั่นทอนสมาธิและแรงจูงใจ หาก Yamaha ยังไม่สามารถมอบแพ็กเกจรถแข่งที่สามารถต่อสู้ในกลุ่มผู้นำได้ ปัญหานี้อาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเรื่องสัญญาและการย้ายทีมในฤดูกาลถัดๆ ไป

ทำไมสนาม Red Bull Ring ถึงเป็นปัญหาใหญ่และดึงจุดอ่อนของรถแข่ง Yamaha YZR-M1 ออกมาได้อย่างชัดเจน?

สนาม Red Bull Ring มีเลย์เอาต์แบบ Stop-and-Go ที่ประกอบไปด้วยทางตรงยาวสลับกับโค้งแคบ เลย์เอาต์ลักษณะนี้ต้องการสมรรถนะด้านการเบรกที่หนักหน่วงและ “อัตราเร่งพร้อมการยึดเกาะ (Traction)” ในจังหวะออกจากโค้งสูงมาก ซึ่งเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ Yamaha กำลังพยายามแก้ไขอยู่ในปัจจุบัน

บทความที่เกี่ยวข้อง