SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

มาร์ก มาร์เกซ โดนโทษ ปรับลด 1 ตำแหน่งในรอบสปรินท์เรซ ThaiGP 2026 ที่สนามช้างฯ พร้อมเปิดเกณฑ์การตัดสินของ FIM Stewards

Jorge Martin เจ็บซ้ำตอนซ้อม ชวดลงแข่งนัดเปิดสนามบุรีรัมย์ เหมือนจะดูเป็นเคราะห์ซ้ำ กรรมซัดสำหรับแชมป์โลกคนล่าสุดอย่าง Jorge Martin นักแข่งเจ้าของหมายเลข 1 จากทีม Aprilia Racing ที่มีการรายงานว่าเจ้าตัวนั้นได้รับอาการบาดเจ็บเพิ่มเติมขณะทำการซ้อมก่อนลงแข่งขันในเปิดสนามที่ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ การแข่งขัน MotoGP2025 ที่กำลังจะเริ่มเปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้วในปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ แต่ดูเหมือนว่าฆอร์เก้ มาร์ตินจะพลาดการแข่งขันในนัดเปิดสนามที่ประเทศไทย เพราะเจ้าตัวได้รับอาการบาดเจ็บกระดูกมือซ้ายหักในระหว่างการฝึกซ้อมเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็ได้รับอุบัติเหตุใหญ่ที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซียมาแล้ว 1 ครั้ง หมอเทวดา ผู้เคียงข้างมาร์ก มาร์เกซ ดร.ซาเวียร์ เมียร์ แพทย์แผนกศัลยกรรมมือ และไมโครศัลยกรรม ภาควิชาเวชศาสตร์อุบัติเหตุและศัลยกรรมกระดูก จาก Hospital Universitari Dexeus เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน โดยผลงานสร้างชื่อของหมอคนนี้ คือการรักษาแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง ‘มาร์ก มาร์เกซ’ ที่แขนหักกลับมาทำการแข่งขันได้ภายใน 4 วัน โดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นมาร์ก แขนขวาเพิ่งหักจากการแข่งขัน MotoGP สนามเปิดฤดูกาล 2020 ที่ เฆเรซ ประเทศสเปน ให้ผ่านความฟิตจน MotoGP อนุญาตให้กลับมาแข่งในสนาม 2 ของฤดูกาล (ซึ่งแข่งที่ เฆเรซ แบบต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ติด จากผลพวงของ COVID-19) โดยมาร์ติเนเตอร์จะเข้ารับการผ่าตัดข้อมือโดยศัลยแพทย์ด้านมอเตอร์สปอร์ตที่ดีที่สุดในวงการ ซึ่งเจ้าตัวอาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นอีกระยะใหญ่ ๆ กว่าร่างกายจะกลับมามีสภาพสมบูรณ์ ซึ่งหมายความว่านักบิดรายนี้อาจจะพลาดการแข่งขัน MotoGP ในสนามที่สองที่ประเทศอาเจนตินาอีกด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pirelli SCX ซุปเปอร์ซอร์ฟ กับการทดสอบครั้งแรกที่เฆเรซ พิสูจน์แล้วเวลาดีขึ้น 1 วิ! สำหรับผลรอบซ้อม Moto 2 / Moto 3 Pre-season Test ที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปน ด้วยยางพีเรลลีได้ตัวใหม่ที่ให้นักแข่งทดสอบอย่าง Pirelli SCX รุ่นซุปเปอร์ซอร์ฟ ยางที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มการยึดเกาะและมีประสิทธิภาพเพอร์ฟอร์แมนซ์สูงสุด Aron Canet ทำสถิติเวลาดีสุดด้วยยางสูตรใหม่ โดยนักบิดส่วนใหญ่เลือกใช้ยางหลัง Pirelli รุ่นใหม่และทำการทดสอบที่นี่เป็นครั้งแรกอย่าง SCX จับคู่กับล้อหน้าตัวใหม่ขนาดขอบ 3.5 นิ้ว (ลดลงจากรุ่นก่อนหน้าที่ 3.75 นิ้ว) โดย Aron Canet ผู้ที่สามารถทำเวลาต่อรอบดีสุดในเวลา 1:39.552 นาที เลือกใช้ยางหน้า SC1 ยางหลัง SCX ซึ่งความน่าสนใจก็คือ เวลาต่อรอบดีสุดเร็วขึ้นมากกว่า 1 วินาที จากสถิติเดิมที่ 1:40.640 นาทีที่เคยทำไว้เมื่อปีที่ผ่านมา Moto3 ก็ทำสถิติใหม่เช่นกัน ต่อด้วยรุ่น Moto3 โดย José Antonio Rueda (Red Bull KTM Ajo/KTM) ผู้ที่ทำ Fastest Lap 1:43.357 นาที ซึ่งปีที่แล้ว David Alonso เคยทำไว้ที่ 1:43.710 นาที โดยสถิติใหม่ของเจ้าตัวมาพร้อมกับยางซอร์ฟ SC1 ทั้งหน้า-หลัง บนตัวแข่ง ผลลัพธ์ดีเกินคาด บทสัมภาษณ์ของ Giorgio Barbier “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งกับผลลัพธ์ที่ได้ทดสอบในช่วงพรีเทสต์ก่อนเปิดฤดูกาล โดยสิ่งสำคัญในการเทสครั้งนี้ก็คือ ยางหลังซุปเปอร์ซอฟต์รุ่น SCX ที่จัดเตรียมไว้สำหรับรุ่น Moto2 ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดีมาก ๆ โดยหลังทดสอบครั้งแรกก็สามารถทำสถิติเวลาต่อรอบดีสุด สำหรับ SCX อย่างที่รู้กันก็คือเป็นยางที่นิยมใช้ในการแข่งขันเวิร์ลซูเปอร์ไบค์มาหลายปีแล้ว ซึ่งสำหรับการเทสในครั้งนี้เราก็ได้รับการยืนยันแล้วว่า หากใช้อย่างเหมาะสม ยางรุ่นนี้จะให้ข้อได้เปรียบในแง่ของการยึดเกาะได้อย่างดีเยี่ยม โดยเวลาของ Canet ทำลายสถิติเดิมที่ทำไว้ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเร็วขึ้นมากกว่า 1 วินาที ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างชัดเจน นอกจาก Canet แล้ว โครงสร้างของยางรุ่นดังกล่าวยังได้รับการยอมรับจากนักแข่ง อีกทั้งเรายังได้ฟีดแบคที่ดีในส่วนล้อใหม่ขอบ 3.5 นิ้ว ซึ่งเป็นสเปคที่ใส่กับยางเราได้ ในความเป็นจริง เราได้เห็นการสึกหรอที่สม่ำเสมอ นับเป็นสัญญาณว่ามันจะช่วยให้นักขับสามารถใช้ศักยภาพของการยึดเกาะและความคล่องตัวของยางได้อย่างเต็มที่ ด้วยการจัดสรรเทียบเท่ากับปีที่แล้ว สถิติที่ดีที่สุดของสนามแห่งนี้ก็ถูกทำลายลงด้วย Best Record สำหรับรุ่น Moto3 นับว่าเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นว่าทีมแข่งแต่ละทีม ใช้ประสบการณ์จากการใช้ยาง SC1 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Marc เล่าความรู้สึกตอนที่ได้ขี่ Ducati ครั้งแรก เมื่อปีใหม่มาถึงก็เป็นสัญญาณเริ่มต้นสัญญาใหม่ของ Marquez กับทาง Gresini Ducati หลังจากที่สัญญาเดิมกับทาง Honda ได้สิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา คราวนี้ก็ได้เวลาที่ Marc เล่าความรู้สึกตอนที่ได้ขี่ Ducati ครั้งแรก เขาเฉิดฉายมากตอนทดสอบช่วงท้ายฤดูกาลกับทางดูคาติครั้งแรก แต่ไม่มีโอกาสได้พูดจนกระทั่งเดือนมกราคม ตอนที่เขาย้ายทีมได้อย่างเป็นทางการ “ผมค่อนข้างกังวลนะและก็รู้สึกตื่นเต้นมาก แม้ว่าผมจะแข่งมาแล้วหลายปี แต่นี่มันคือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่หลังจากนั้นผมก็เริ่มเย็นลงและผ่อนคลายมากขึ้น ผมพยายามทำความเข้าใจตัวเองกับทีมช่างเทคนิคทีมใหม่และรถคันใหม่ของผม” มาร์ก กล่าว ในท้ายที่สุดคุณก็ย้ายมาสู่รถค่ายที่เป็นแชมป์ตอนนี้ ดังนั้นโอกาสมันอยู่ในมือคุณแล้วสินะ “ตอนแรกนั้นมันคือการปรับตัวให้เข้ากับท่านั่งขับขี่ เราเปลี่ยนอะไรหลาย ๆ อย่าง เพราะบางจุด ผมไม่รู้สึกสบายเอาซะเลย แต่ความเร็วมันได้ มันมีอยู่ จนผมเริ่มเข้าใจรถ และรู้ว่าต้องจัดการยังไง แต่ผมก็ยังมีอะไรที่ต้องเรียนรู้อีกเยอะ อาจจะไม่ได้ขี่เร็วขึ้น แต่จะรักษาเวลาไว้ได้ดีขึ้นและปลอดภัยขึ้น” นอกจากนี้เขายังทิ้งท้ายเกี่ยวกับฮอนด้าของเขาไว้อีกว่า “ผมไม่ชอบที่จะเปรียบเทียบรถเลย โดยเฉพาะเวลาอยู่ในที่สาธารณะ รถมันคนละคันกันเลย แถมยังมีสไตล์การขี่ที่ต่างกันอีก” “ผมปรับตัวได้เร็วกว่าที่คาดเพราะผมรู้สึกดีมาก ๆ ทันทีที่ลองขี่เลย มันให้ฟีลลิ่งชัดเจนมาก และเวลาก็ช่วยให้รับรู้ได้โดยไม่ต้องพยายามตามหามัน” “ในการทดสอบตอนช่วงท้ายของวันเรามีโอกาสได้ลองยางซอฟต์ตัวใหม่แล้วผมก็ว่ามันดีนะ มันมีหลายอย่างที่ผมต้องทำความเข้าใจ ทั้งเรื่องระดับของตำแหน่งและการสื่อสารในทีม ซึ่งมันก็สมเหตุสมผลนะ เพราะผมทำงานกับคนกลุ่มเดิมมานานกว่า 11 ปี แต่เขาก็ต้อนรับผมดีมาก ๆ เลย และเรื่องนี้ก็ช่วยให้ผมสบายใจมากขึ้น” การเปิดตัวทีม Gresini Ducati 2024 อย่างเป็นทางการนั้นจะจัดขึ้นในวันที่ 20 มกราคมนี้ ส่วนด้านเจ้ามดแดงนั้นจะกลับคืนแทร็กอีกครั้งในวันที่ 6 – 8 กุมภาพันธ์นี้กับการทดสอบที่เซปัง โดยเขาจะเป็นเพื่อนร่วมทีมกับ Alex Marquez ในปีนี้ หลังจากการย้ายทีมครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขัน MotoGP ทั้งนี้ Marquez แชมป์โลกรวม 8 สมัยได้ออกจาก Honda หลังจากสามปีของการบาดเจ็บและผลงานที่ต่ำกว่ามาตรฐานเนื่องจากรถของเขา หลังจากนี้ไปเขาจะขี่รถแข่งดูคาติอายุ 1 ปี หรือ Desmosedici GP23 และคู่แข่งของเขาเองก็คาดการณ์กันแล้วว่าเขาผู้นี้น่าจะออกล่าแชมป์ปี 2024 ได้อย่างถึงพริกถึงขิงแน่นอน ตัวผมเองก็คาดว่าการแข่งขันในปีนี้ของเจ้าเด็กระเบิดคนนี้น่าจะมีอะไรให้น่าตื่นเต้นกว่าที่ผ่านมาอย่างแน่นอน เว้นแต่ว่าดูคาติจะทำรถปีใหม่ได้เหนือกว่าเดิมมาก ๆ ก็จะกลายเป็นอีกเรื่องนั่นล่ะครับ อย่างไรก็อย่าลืมติดตามชม และตามผลรวมถึงตามข่าวทางเว็บไซต์ได้เช่นเดิม สุดท้ายนี้เราชาวไทยชอบคนไหนเชียร์คนนั้นครับ แต่ที่สำคัญอย่าลืมเชียร์ ก้อง สมเกียรติ จันทราใน Moto2 ด้วยนะเออ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Raul Fernandez บอก Aprilia คันใหม่ แรงจริง ๆ ท่ามกลางความสับสนอลหม่านของสปอนเซอร์อย่าง Cryptodata RNF บวกกับ Oliveira เองก็มาบาดเจ็บ งานนี้เฟอร์นานเดซก็เลยต้องมาทดสอบรถ RS-GP 2023 ในตอนทดสอบที่วาเลนเซียจน Raul Fernandez บอก Aprilia คันใหม่ แรงจริง ๆ กับทางสื่อ นักแข่งหนุ่มชาวสเปนผู้นี้จบการทดสอบในอันดับที่ 5 โดยทำเวลาห่างจาก Maverick Vinales ที่ขี่ให้กับทีมโรงงานของทางอาพริเลียผู้นำในการทดสอบเพียง 0.263 วินาทีเท่านั้น “เราเริ่มทดสอบกันด้วยรถเก่าปี 2022 และก็ทำเวลาได้ดีขึ้นบ้างช้าลงบ้างสลับกันไปตามสปีดของผม แต่พอผมได้โดดไปขี่คันใหม่ปี 2023 ผมก็เริ่มทำเวลาได้เร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนผมเองก็ยังงงและไม่เข้าใจมันได้ดี” โดยที่ทาง Espargaro และ Vinales เคยอธิบายรถปี 2023 ไว้แค่ว่ามันพัฒนาขึ้นมาแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับปี 2022 แต่ Fernandez กลับสัมผัสว่ามันได้พัฒนามามาก “ผมเร็วกว่าเดิมเกือบ 1 วินาที ผมรู้สึกได้ และเราก็เห็นหลักฐานได้จากข้อมูล!” “ด้านหน้าคือส่วนที่พัฒนาขึ้นมามากที่สุดจนผมรู้สึกได้ ซึ่งมันเป็นเรื่องของแอโรไดนามิกที่พัฒนาขึ้นไปอีกระดับ จนผมสัมผัสฟีลลิ่งที่ด้านหน้าได้ชัดขึ้น ผมสามารถรุกไล่ได้มากขึ้นเวลาผมเข้าโค้ง” “โดยทั่วไปแล้วผมก็รู้สึกโอเคกับรถมาก ๆ นะ ผมรู้สึกได้เลยว่า Aprilia ทำรถออกมาได้ดีมาก ๆ เลย” เขายังเสริมอีกว่า “ผมไม่ค่อยชอบรถตอนที่ผมแตะคันเร่งเพราะว่ามันยากมากที่จะเข้าโค้ง แต่นั่นมันไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร แต่บางทีเราอาจจะพัฒนาตรงนี้ให้เทียบชั้นกับดูคาติได้ แต่โดยทั่วไปผมว่ามันก็ดีจริง ๆ นะ” และเมื่อมีการเข้ามาของสปอนเซอร์ใหม่อย่าง Trackhouse ซึ่งมาพร้อมผู้จัดการทีมใหม่ Justin Mark เองก็ตั้งเป้าหมายว่าจะสอย RS-GP 2024 ที่ Aleix Espargaro และ Maverick Vinales ขี่ มาให้ได้ “ผมต้องการที่จะได้รถแบบเดียวกับนักแข่งทีมโรงงานมี ซึ่งเรื่องนี้น่าจะช่วยให้ผลงานโดยรวมของทางค่ายดีขึ้นด้วย แล้วผมเองก็ไม่อยากจะทำทีมแบบประหยัด ๆ ผมอยากจะทำให้ทุกคนประทับใจด้วยการเป็นทีมอิสระที่ดีและทุ่มเททำงานกับทางทีมโรงงานอย่างใกล้ชิด” ผู้จัดการทีมคนใหม่กล่าว งานนี้บอกเลย MotoGP ปีหน้าเดือดแน่นอนครับ รถก็เรื่องนึง แต่ฝีมือและความขิงของนักแข่งรุ่นใหม่ไฟแรงก็เดือดพล่านกันจริง ๆ ครับ แต่ต้องมาพิสูจน์กันว่า “ไม่ได้โม้” แบบพี่สมรักษ์หรือเปล่า อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati ยัน Marquez จะได้ขี่รถของ Zarco ไม่ใช่ของ Bagnaia หรือ Martin ล่าสุดทาง Ducati ยัน Marquez จะได้ขี่รถของ Zarco ไม่ใช่ของ Bagnaia หรือ Martin ซึ่งเป็นรถที่มีศักยภาพลุ้นแชมป์ อย่างที่หลาย ๆ คนคาดการณ์กัน ดังนั้นการแข่งขันในปี 2024 นั้นทางทีม Gresini จะยังใช้รถสเปกเก่าลงแข่ง ส่วนทีมโรงงานและทีม Pramac จะได้ใช้รถที่มีการอัปเดตใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าดีกว่ารถเก่าอย่างแน่นอน “มาร์กจะเป็นเหมือนกับทีมอื่น ๆ ที่จะได้ใช้รถ Desmosedici GP23 ซึ่งจะเป็นของซาร์โก้ที่ใช้แข่งปีที่แล้ว” Gigi Dall’lgna ผู้จัดการทั่วไปของดูคาติให้ข่าว “ส่วนรถของ Pecco Bagnaia, Jorge Martin และ Enea Bastianini จะมีการพัฒนาขึ้นไปอีก แต่เราก็มีปัญหาอยู่บ้างเหมือนกันในเรื่องของความเหนียวและสมรรถนะ ดังนั้นเราจึงคิดว่าการพัฒนานี้ไม่เหมาะกับทีมอิสระแน่ เราเลยเลือกที่จะไม่เอาของใหม่ให้พวกเขาในเคสนี้” “เรายังคงกระหายที่จะทุ่มเทให้สุดตัวเพื่อให้นักบิดทุกคนที่มีโลโก้ดูคาติอยู่บนถังน้ำมัน ในท้ายที่สุดเราจะรับฟังนักแข่งทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน เราจะไม่ยึดโยงกับคนใดคนนึงเพียงคนเดียว” สรุปว่ารถที่ Marquez จะได้เริ่มออกผจญภัยกับทางดูคาตินั้นจะไม่ได้มีการอัปเดตแบบที่รถของแชมป์โลกและผู้ท้าชิงคนสำคัญมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปกรณ์ช่วยออกตัวใหม่หรือว่าวิงก์เล็ตที่โช้คหน้า แน่นอนว่าฝ่ายหลังจะได้รถแข่งที่อัปเดตใหม่เพิ่มเติมด้วย แต่ส่วนตัวผมก็เชื่อว่า #93 น่าจะมีฝีมือมากพอที่จะทำให้แชมป์โลกคนปัจจุบันสั่นคลอนได้อย่างแน่นอนครับ เกมปีหน้าน่าจะสนุกมากขึ้นแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2020 Aprilia RS-GP ของ Aleix Espargaro ถูกนำมาประมูลผ่าน Iconic Auctioneers เผยสเปกเครื่อง V4 1,000c พร้อมให้เป็นเจ้าของแล้ว

รีวิว Royal Enfield Classic 650 โมเดลคลาสสิกสองสูบ เปิดตัวครั้งแรกในไทยไปพร้อมกับการทดสอบขับขี่ที่เขาใหญ่ พร้อมรายละเอียดที่น่าสนใจ คลิ๊ก!

รถเก๋งปาดหน้า อุบัติเหตุรถเก๋งปาดหน้าออกจากเลนซ้ายกะทันหัน ทำมอเตอร์ไซค์พุ่งชนเบรกไม่ทัน เจาะลึกข้อกฎหมายจราจรและการขับขี่เชิงป้องกัน

ทำไมประกันรถยนต์ไฟฟ้าถึงแพง สวนทางราคารถ เจาะลึกสถิติเคลมแบตเตอรี่ และอัปเดตกฎใหม่ ที่คนใช้รถไฟฟ้าต้องรู้ก่อนต่อประกัน

รุ่นใหม่สไตล์โจรอินเดีย Royal Enfield Guerrilla 450 Royal Enfield Guerrilla 450 “หรือ เกอริลล่า โฟร์ฟิฟตี้” เกอริลล่า มีความหมายว่า กองโจร ซึ่งคำนี้ถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงในการดีไซน์ และคุมการทำงาน “ข้ามชาติ” ผ่านระบบออนไลน์ โจทย์คือ รถมอเตอร์ไซค์ สำหรับวัยรุ่น, มือใหม่, หรือเป็น “มอเตอร์ไซค์” คันแรก และต้องให้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุดให้ชนเพดานงบราคา หรือพูดได้ว่า ท้อปสเปกของราคานี้ ดีไซน์ต้องฉีกรูปแบบคลาสสิก แต่ไม่ทิ้งความเป็น RE Royal Enfield Guerrilla 450 เกิดจากการ วิจัย และ พัฒนา จาก 3 ประเทศ โดยมีหัวโจกเป็นอินเดีย ออกแบบรูปลักษณ์โดยทีมอังกฤษ ทดสอบขับขี่บนถนนในสเปน ทีมงาน RE ทำงานกันแบบหามรุ่งหามค่ำ จากที่ทีมงาน เล่าให้ฟังว่าดวงอาทิตย์ตกที่อินเดีย ส่งต่องงานให้อังกฤษที่กำลังเช้าทำงานต่อ ไม่พอ ส่งบรีฟให้นักเทสปรับแต่งรถตามคอมเม้น ทดสอบที่ถนนสเปน อีกทอดหนึ่ง แล้วถึงฟีดแบคกลับมาในตอนเช้าของอินเดีย ทำแบบนี้วนลูปการพัฒนา จนออกมาเป็น รถคลาสสิคทรงแบดบอย อย่างที่เห็น SPEC SPEC SPEC เครื่องยนต์ เครื่อง Sherpa 450 ยกมาจากรุ่น Himalayan ลูกสูบเดียวขนาด 452 cc ระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบ DOHC 4 วาล์ว แรงม้า 40.02ps @ 8,000 rpm, แรงบิด 40 nm @ 5,500 rpm ที่ให้มาก็ไม่มากไม่น้อยถ้านับว่าสูบเดียวในพิกัดนี้ รอบสูงแรงม้าตึงๆมือ แรงบิดช่วงต้น เครื่องรอบไม่จัด ไม่ต้องลากรอบ เหมาะกับการขับขี่ในเมืองหรือใช้ในชีวิตประจำวันได้แน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง แต่ขับขี่จริง จะหมู่หรือจ่าต้องว่ากันอีกที เฟรม /ช่วงล่าง เฟรม จากรุ่น Himalayan แต่ปรับระยะล้อใหม่เป็น 1440มม. สั้นกว่าเดิม 70มม. ความสูงของเบาะในรุ่น Guerrilla 450 จะอยู่ที่ 780มม. เตี้ยกว่า Himalayan ถึง 40มม. ใครที่เขย่งขยาดจากรถสูงๆ รุ่นใหม่นี้ น่าจะยืนเด็มเท้าได้สบายขึ้น เสริมด้วย ล้อ-ยางหน้า 120/70R17 และ หลัง 160/60R17 หายางง่าย สบายใจ ไม่ปิดกั้นตัวเลือกหากไม่พอใจสไตล์ยางบั้งเดิมๆ จะยัดใส่ยางซิ่งได้ ขอบ 17″ คือครอบคลุมที่สุดแล้ว เทคโนโลยี หน้าจอสี TFT ขนาด 4 นิ้วเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน เปิด Google Map และ ควบคุม เพลงที่เล่นอยู่บนโทรศัพท์ได้ แถมติดคันเร่งไฟฟ้า กับรูเสียบ USB C ไว้ชาร์จมือถืออีกด้วย ภาพรวม จากสเปกและภาพรวมทั้งหมด ดูแล้วน่าจะสร้างกระแสตลาด 400cc ให้กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง จากราคาในงานเปิดตัวที่ 2.5 ล้านรูปี เปรียบเทียบกับรถรุ่นอื่นๆในตลาดไทย Royal Enfield Guerrilla 450 น่าจะอยู่ราวๆ 150,000-160,000 บาท ซึ่งถ้าทำมาในราคานี้จริงๆ ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มองหามอเตอร์ไซค์คันแรกแบบมีสไตล์ได้ง่ายขึ้น ส่วน Ride Feel เป็นไงนั้น ต้องติดตามตอนต่อไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

คาด PCX160 2025 ปรับขนานใหญ่รับมือคู่แข่ง คู่แข่งจากเจแปนแดนปลาดิบค่ายสีน้ำเงินเขาก็เปิดตัวโมเดลใหม่ที่อินโดนีเซียไปแล้ว พร้อมกับระบบใหม่ ๆ ที่พอจะสื่อความหมายได้ว่าช่วยให้รถแรงเหมือนติดเทอร์โบ เราก็ได้แค่ คาด PCX160 2025 จะมีการปรับปรุงขนานใหญ่เพื่อรับศึกคู่แข่งในพิกัดเดียวกัน นับจากห้วงเวลาแล้วเจ้า PCX ก็เปิดตัวโฉมนี้ในไทยมาตั้งแต่ปี 2021 แล้ว (ญี่ปุ่นเปิดปี 2020) ก็เรียกว่าถึงรอบที่ควรจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกันได้แล้ว หลังจากเปลี่ยนสีกันมาหลายครั้งแล้ว เพราะตอนนี้ก็อายุปาไปได้ 3 ปีกว่าแล้ว ใกล้ถึงรอบที่ควรจะเปลี่ยแปลงกันแล้ว ซึ่งก็คาดว่าจะเปิดตัวโมเดลใหม่ในเดือนพฤศจิกายนที่กำลังจะถึงนี้ การเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมา – 2010 เปิดตัวครั้งแรก – 2014 ปรับปรุงเครื่องยนต์ เพิ่มระบบไฟ LED และอื่น ๆ – 2018 ปรับปรุงเครื่องยนต์ ใช้เฟรมใหม่ – 2020 ปรับปรุงเครื่องยนต์ เฟรมใหม่ สิ่งที่คาดจะเปลี่ยนแปลงไปนั้นอย่างแรกเลยก็น่าจะเป็นรูปโฉมใหม่ที่น่าจะออกมาในแบบสปอร์ตพรีเมียมมากยิ่งขึ้นไปอีก โดยมีข้อมูลหลุดออกมาจากคนที่น่าจะเป็นคนวงในจากทางเวียดนาม เผยว่าจะมีฝาครอบแฮนด์เฉกเช่นเดียวกับ Forza และคู่แข่งแล้ว แทนที่จะปล่อยให้ดูรก ๆ แบบที่ปัจจุบันเป็น นอกจากนี้ส่วนอื่น ๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงน่าจะมีดังนี้ – หน้าจอใหม่ซึ่งน่าจะเป็นหน้าจอสี TFT ขนาด CB125R (เปิดตัวที่ยุโรป) ยังมีหน้าจอสีแล้ว – ระบบเบรก ABS แบบ 2 ชาแนล เพื่อให้ทัดเทียมกับคู่แข่ง – เฟรมใหม่ – เครื่องยนต์ใหม่ ที่จะแรง ทนทานและประหยัดขึ้น โดยอาจจะมีระบบใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามา เพื่อให้สามารถเทียบเคียงกับคู่แข่งที่มีระบบใหม่ ๆ ได้ – มีรุ่น Hybrid ด้วย ซึ่งโมเดลปัจจุบันก็มีอยู่ ในชื่อ e: HEV หรืออาจจะมีโมเดลไฟฟ้าที่รองรับการสลับแบตเตอรี่มาด้วยก็ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นข้อมูลต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่ยังไม่อาจยืนยันความถูกต้องได้แบบ 100% เป็นเพียงการคาดเดาข้อมูลและวิเคราะห์เปรียบเทียบกับคู่แข่งเท่านั้น อ่านข่าวอื่นๆ จาก Honda คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

SYM ADXT แอดเวนเจอร์สกู๊ตเตอร์จากไต้หวัน เผยโฉมครั้งแรกนับตั้งแต่งานมอเตอร์โชว์ที่เมืองมิลานเมื่อปลายปี 2023 สำหรับเจ้า SYM ADXT แอดเวนเจอร์สกู๊ตเตอร์จากไต้หวัน มาตอนนี้ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ไต้หวันสักที มีอะไรน่าสนใจบ้าง ไปลุยกันเลย ดีไซน์ของมันดุดันเพราะมีแรงบันดาลใจมาจากเสือเขี้ยวดาบ สัตว์จากยุคดึกดำบรรพ์ ที่มีเอกลักษณ์คือเขี้ยวยาวโง้ง ซึ่งก็ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์ที่อยู่ใต้ไฟหน้านั่นเอง ไฟหน้าแบบ LED โปรเจ็กเตอร์คมรับกับเขี้ยวได้ดุดันลงตัว พร้อมไฟท้ายอันโดดเด่นไม่เหมือนใคร ตัวรถมาพร้อมการ์ดแฮนด์และปลายท่อยกสูงดูสมบุกสมบันพร้อมที่จะลุยทางฝุ่น ขุมพลังเป็นเครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 399 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำที่ให้กำลังมากถึง 35 แรงม้าที่ 7,000 รอบ และแรงบิดที่ 37 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบ และมาพร้อมระบบส่งกำลังแบบโซ่ ที่มาพร้อมระบบ AAE หรือ Auto Adaptive Engine ที่ไม่เพียงส่งกำลังได้แรง แต่ยังสามารถปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้เข้ากับสภาวะต่าง ๆ ได้ เจ้าระบบที่ว่านี้ใช้วาล์วน้ำแบบคู่ในการควบคุมการระบายความร้อนของเครื่องยนต์ ในแบบที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาวะของเครื่องยนต์ว่าร้อนหรือเย็น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมอุณหภูมิของเครื่องยนต์ได้ดีขึ้น ยังมีปั๊มน้ำมันเครื่อง 2 ตัวออกแบบมาเพื่อให้มั่นใจว่าจะคอยป้อนน้ำมันเครื่องเข้าไปช่วยหล่อลื่นเครื่องยนต์ได้ดีมากขึ้น แม้ว่าจะต้องเจอกับเส้นทางที่ยากลำบาก นอกจากนี้ยังมีระบบวาล์วแปรผันในชื่อว่า Hyper VVS ที่เป็นสิทธิบัตรของทาง SYM เอง ร่วมกับระบบ AAE ที่จะเปลี่ยนแปลงการทำงานของเพลาลูกเบี้ยวฝั่งไอดีที่รอบการทำงานระหว่างสูงกับต่ำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสมรรถนะที่รอบต่ำให้ดีขึ้น 7% และรอบสูง ๆ ได้ 11% เมื่อเทียบกับวาล์วแปรผันทั่วไป ซึ่งเจ้าระบบวาล์วแปรผันของทางเอสวายเอ็ม ไม่ได้ทำงานโดยดูแค่ความเร็วรอบเพียงอย่างเดียว แต่ยังคำนึงถึงค่าอื่น ๆ เวลาจะเปลี่ยนแปลงการทำงาน ทั้งความเร็วรอบ อุณหภูมิ และโหลดของเครื่องยนต์ ซึ่งทำให้สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานเพื่อให้ส่งกำลังออกมาได้เหมาะสมกับสภาพการณ์ต่าง ๆ ได้ดี ต่อกันเรื่องของช่วงล่างที่ออกแบบมาเน้นการซับแรงกระแทก ด้วยการใช้โช้คหน้าแบบหัวกลับขนาด 41 ม.ม.ร่วมกับแผงคอบนและล่างเพื่อความแข็งแรงและความนิ่ง ด้านหลังเองก็มีโช้คหลังเดี่ยวแบบวางกลางตัวรถเพื่อให้จุดศูนย์ถ่วงรถอยู่กลางตัวรถมากขึ้น เพื่อให้ตอบโจทย์การควบคุมขับขี่ได้มากยิ่งขึ้น ตัวรถมีระบบเบรกแบบดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมระบบเบรก ABS ใช้ล้อแม็กอลูมิเนียมกับยางแบบออลเทอเรน และมีขนาดยางหน้าหลังตามลำดับดังนี้ 120/70 – 15 และ 150/70 – 14 เรื่องของเทคโนโลยีตัวรถให้ระบบความปลอดภัยมาทั้งระบบเบรก ABS และระบบแทร็คชันคอนโทรล ส่วนเรื่องของความสะดวกสบายก็ให้มาพอสมควร อาทิ ระบบคีย์เลส สตาร์ทรถ เปิดปิดช่องเก็บของใต้เบาะขนาด 32 ลิตร และฝาถังน้ำมัน ช่องจ่ายไฟแบบ USB ชิลด์หน้าปรับระดับได้ 2 ระดับ และหน้าจอ LCD ดิจิทัล ยังไม่ใช่หน้าจอสี TFT แบบสมัยนิยม สุดท้ายเรื่องของค่าตัวอยู่ที่ 248,000 ดอลลาร์ไต้หวัน หรือคิดเป็นเงินไทยได้ราว ๆ 275,000 บาท ถือว่าค่อนข้างแรงเลยทีเดียวกับรถในระดับนี้ เมื่อเทียบกับคู่แข่งที่มีอยู่ในตลาดตอนนี้ แต่นี่ก็สื่อให้เห็นว่ากระแสรถสกู๊ตเตอร์แอดเวนเจอร์ก็เริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว งานนี้สายลุยแต่ก็ชอบความสบายก็รอลุ้นค่ายรถในบ้านเราทำเพิ่มกันได้เลย เพราะตอนนี้ในไทยเราเองก็มีอยู่แค่ 2 ค่ายอย่าง Honda และ Aprilia เท่านั้นที่มีรถแนวนี้ขาย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprakกดhat-trickที่Donington!😱 อะไรก็หยุดเขาไม่ได้แล้ว ยิ่งขี่ยิ่งมั่นใจ สำหรับ’El Turco’ โทปรัค ราซกาตติโอกลู และทีม ROKit BMW Motorrad WorldSBK Team เก็บชัยชนะ Race2 แบบทิ้งห่าง8วินาที กวาดคะแนนสะสมทั้ง3เรซ แบบPerfect Weekend เก็บคะแนนสะสมเต็มเม็ดเต็มหน่วย นำห่าง41คะแนน ฟอร์มสดที่สุดแล้วสำหรับปีนี้ ตามมาด้วย นิโคโล บูลเลก้า แห่งทีม Aruba.it Racing-Ducati) ก็ขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ยังไม่พอที่จะเข้าใกล้ อดีตแชมป์โลกได้ และโพเดี้ยมอันดับที่3 ตกเป็นของ เจ้าถิ่น อเล็กซ์ โลวว์ จากทีมยักษ์เขียว Kawasaki Racing Team World SBK แฝดซ่าของแซม ทำให้แฟนๆเจ้าถิ่นได้เฮกันถ้วนหน้า ส่วนอัลวาโร่ เบาติสต้า แชมป์เก่า เป็นสัปดาห์ที่ อะไรๆติดๆขัดๆไปนิด ขนาดในรอบsighting laps เกิดลื่น ล้มไถล แฮนด์เบี้ยว ปีกก็หัก ก่อนกลับมาที่จุดสตาร์ท ทีมเซอร์วิสต้องทำการซ่อมและเปลี่ยนชิ้นส่วนอย่างรวดเร็ว แสดงศักยภาพระดับโลก ทำงานแข่งกับเวลา จนทันเวลาออกสตาร์ท และก็ยังขี่ได้อย่างเยี่ยมยอด เข้าเส้นอันดับที่5 ไว้ลายแชมป์เก่า ท่ามกลางความน่าหงุดหงิด ได้อย่างดีเยี่ยม เป็นสุดสัปดาห์ที่สนุกมากๆ สำหรับสนามที่อังกฤษ น่าเสียดายนิดหน่อยที่ตกเย็นอังกฤษจะไปไม่ถึงดวงดาวกับแชมป์ยุโรป ไม่งั้นคงคึกคักกันทั่วประเทศ แต่ไม่เป็นน่ะ มาชมมาเชียร์กันต่อ ทั้ง racing และ Football. สรุปคะแนนสะสมและผลการแข่งขันกัน เจอกันสนามต่อไป ที่สาธารณรัฐ เชค สุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ และเป็นวันหยุดยาวอีกด้วย !😘

Bimota KB998 2025 รถซูเปอร์ไบค์อิตาลี เครื่องคาวา เปิดให้จองแล้วในยุโรป สำหรับใครที่เป็นสาวกแฟน ๆ ค่ายนี้ ติดตามให้ดีเผื่อมาขายในไทย

โทปรัค ราซกัตลิโอกลู เจ้าของแชมป์ WSBK 2 สมัยมีข่าวลือว่าเจ้าตัวเตรียมกระโดดร่วมแข่งขัน MotoGP กับทีมฮอนด้าภายใต้สิทธิ์ไวลด์การ์ด

CFMoto 750SR สปอร์ตสี่สูบเรียงจากแดนกังฟู CFMoto 750SR รหัสโมเดลใหม่ล่าสุดของสปอร์ตไบค์คลาสกลาง จากค่าย CF Moto แบรนด์รถจักรยานยนต์ชื่อดังจาก สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีรายงานล่าสุดออกมาว่าตอนนี้ทางค่ายได้ผ่านขั้นตอนของการยื่นจดทะเบียนเป็นที่เรียบร้อย คาดเปิดตัวได้เร็วสุดกลางปีนี้ การออกแบบดีไซน์ โมเดล 750SR โมเดล 675SS การออกแบบดีไซน์รอบคันของว่าที่เรือธงคันใหม่ของค่ายลำนี้ ดูผิวเผินอาจจะมีความคล้ายคลึงกับญาติพี่น้องร่วมชายคาอย่างโมเดล CFMoto 675SS ที่พึ่งเปิดตัวไปก่อนหน้า แต่ก็มีการปรับปรุงในส่วนของเส้นสายรอบคันให้มีความดุดันมากยิ่งขึ้น ซึ่งในจุดที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดจะเป็นในส่วนของวิงก์เล็ตหน้าที่มีขนาดใหญ่กว่า สเปคเครื่องยนต์เบื้องต้น ในด้านของรายละเอียดเครื่องยนต์ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลที่ออกมาเยอะมากมาย โดยจะมีรายละเอียดที่สำคัญบางจุดเท่านั้น ได้แก่ เครื่องยนต์แบบสี่สูบเรียง ขนาด 749 ซีซี พละกำลังสูงสุดอยู่ที่ 110 แรงม้า สามารถทำความเร็วสูงสุดได้อยู่ที่ประมาณ 143 ไมล์/ชม. หรือ 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และน้ำหนักรวมของสปอร์ตไบค์คันนี้อยู่ที่ 213 กิโลกรัม ซึ่งมีน้ำหนักใกล้เคียงกับ Kawasaki Z900, Suzuki V-Strom 650 หรือบิ๊กสกู๊ตเตอร์จากค่ายส้อมเสียงอย่าง Yamaha TMAX 530 เรียกได้ว่าถ้าขี่โมเดลแบรนด์เจ้าตลาดได้ ก็ขี่ 750 จาก CFMoto ได้แบบสบาย ๆ ซึ่งเครื่องยนต์นี้มีขนาดกระบอกสูบอยู่ที่ 72 มม. และเครื่องยนต์ของสามสูบของโมเดล 675SS ก็ใช้กระบอกสูบขนาด 72 มม.เช่นกัน จึงอาจจะมีความเป็นไปได้ว่าองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น ลูกสูบ วาล์ว และการออกแบบห้องเผาไหม้อาจเป็นการสืบทอด และพัฒนามาจากรุ่น 675SS ช่วงล่าง และระบบเบรก ในส่วนของระบบกันสะเทือนอาจะมีความคล้ายคลึงกับโมเดล 675SS ที่เปิดตัวไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยด้านหน้าเป็นโช้คอัพแบบหัวกลับจาก KYB และด้านหลังเป็นโช้คอัพเดี่ยวจาก KYB เช่นเดียวกันทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม ในเรื่องของระบบเบรก ด้านหน้าติดตั้งคาลิเปอร์เบรกแบบเรเดียล เมาท์จากทาง Brembo มาพร้อมล้อหน้าขนาด 120/70-17 และ 180/55-17 สำหรับล้อหลัง ระบบเบรกทั้งด้านหน้า และด้านหลังมาพร้อมระบบความปลอดภัย ABS เทคโนโลยีรถแข่งที่มาพร้อมกับตัวรถ รถจากค่ายจีนขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่องของการมอบเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่มาแบบจัดเต็ม อีกทั้งค่ายจีนแบรนด์นี้ยังเป็นค่ายที่ส่งรถเข้าไปร่วมทำการแข่งขันในรายการ Moto2 และ Moto3 ด้วยเหตุนี้การถ่ายโอนเทคโนโลยีจากรถแข่งสู่รถถนนทั่วไปก็อาจเป็นเรื่องที่มีความเป็นไปได้ ซึ่งในรุ่นว่าที่เรือธงลำนี้ก็อาจอัดเทคโนโลยีมาแบบไม่น้อยหน้า แต่ในช่วงพัฒนานี้จะมีการเปิดเผยออกมาเพียงบางอย่างเท่านั้น อาทิ ระบบไฟแบบ Full LED หน้าจอสีแบบ TFT ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (Traction Control) และระบบป้องกันล้อหลังยก (Rear-Wheel Lift Control) ที่เป็นอีกเทคโนโลยีในรถระดับรถ 1000 ซีซี ซึ่งถ้ามีเทคโนโลยีระบบป้องกันล้อหลังยกก็อาจจะมีเทคโนโลยีในส่วนของ IMU 6 แกนที่จะร่วมประมวลผลเพื่อควบคุมการทำงานของ Anti Wheelie (ระบบป้องกันล้อหน้ายก) ร่วมด้วย ย้ำว่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ในส่วนของการวางจำหน่ายคาดการณ์ว่าจะเริ่มวางจำหน่ายได้เร็วสุดในช่วงกลางปี 2025 ในส่วนของประเทศจีน และประเทศทางฝั่งยุโรป ซึ่งโมเดลใหม่นี้เป็นการเสริมทัพรุ่นน้องอย่างโมเดล 450SR และ 675SR-R ที่วางจำหน่ายไปแล้วก่อนหน้านี้ หรือโมเดลสี่สูบเรียงที่จะเปิดตัวใหม่นี้ อาจเป็นการกรุยทางเพื่อต้อนรับเครื่องยนต์ V4 ก็เป็นได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 CFMoto 675SS พลังแรงจากแดนมังกร 2025 CFMoto 675SS สปอร์ตคลาสกลางจากค่าย CFMoto เปิดตัว และวางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้วในสาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศทางโซนยุโรป มาพร้อมเทคโนโลยีเครื่องยนต์สามสูบเรียง พร้อมการออกแบบดีไซน์ที่เน้นไปที่ความสปอร์ต เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจในตลอดการเดินทาง จุดเด่นที่น่าสนใจ ไฟหน้าดีไซน์สปอร์ต คาลิเปอร์เบรกจาก J.Juan หน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว ไฟท้ายเพิ่มความเป็นสปอร์ต 2025 CFMoto 675SS สเปค และรายละเอียด เครื่องยนต์ เครื่องยนต์สามสูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 675 ซีซี แรงม้า (เคลม) 95 แรงม้าที่ 11,000 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 69.9 นิวตันเมตรที่ 8,250 รอบต่อนาที ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 72 มม.x 55.2 มม. อัตราส่วนการอัด N/A ระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบ Slipper Clutch ระบบจุดระเบิด Electronic ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตซ์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ความจุถังน้ำมัน 15.1 ลิตร ยางหน้า 120/70-R17 ยางหลัง 180/55-R17 ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คอัพแบบ USD จาก KYB สามารถปรับค่าพรีโหลด, คอมเพลสชัน และรีบาวด์ได้ ระยะยุบ 130 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยว จาก KYB สามารถปรับค่าพรีโหลด และรีบาวด์ได้ ระยะยุบ 130 มม. ระบบเบรกหน้า ดิกส์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์จาก J.Juan แบบสี่ลูกสูบ พร้อมจานเบรกขนาด 300 มม. ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยวพร้อมคาลิเปอร์จาก J.Juan แบบลูกสูบเดี่ยว พร้อมจานเบรกขนาด 240 มม. กว้าง x ยาว x สูง 728 x 2,020 x 1,105 มม. ระยะฐานล้อ 1,399 มม. ระยะห่างจากพื้น 144.78 มม. ความสูงเบาะ 810 มม. น้ำหนักรถ 194.5 กิโลกรัม เทคโนโลยี ระบบ ABS แบบ Dual-Channel ระบบไฟ LED รอบคัน หน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชัน CFMoto RideSync Connectivity Quick Shifter แบบทางเดียว (Upper) สีสันที่วางจำหน่าย Nebula Black Nebula White ในส่วนของการวางจำหน่ายในโมเดลนี้จะวางจำหน่ายในประเทศจีน และประเทศทางฝั่งยุโรป ด้วยมีราคาค่าตัวอยู่ที่ 7,999 ดอลลาร์สหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยราว ๆ 276,400 บาท สายสปอร์ตไบค์ไซส์กลางในไทยหากสนใจตัวนี้อาจจะทำได้แค่ดูผ่านมือถือไปก่อน เพราะข่าวคราวเงียบสงัด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW พัฒนาชุดไร้ปีก หวังเพิ่มแอโร่ ช่วยสร้างแรงกด เรามาถึงในยุคที่ MotoGP กำหนดมาตรฐานความสำเร็จในเรื่องของอากาศพลศาสตร์ ส่วนสำคัญที่เป็นตัวสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และหนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์ที่พึ่งคว้าแชมป์ WSBK ฤดูกาล 2024 ไปหมาด ๆ อย่าง BMW Motorrad ได้ทำการเผยแนวคิดจดสิทธิบัตรสำหรับชุดอุปกรณ์เสริมแอโรไดนามิกอย่าง ท่อลมระบายอากาศ เทคโนโลยีแบบใหม่ที่เข้ามาเสริมในเรื่องหลักอากาศพลศาสตร์โดยไม่ต้องประกอบชุดแฟริ่งเพิ่ม ซึ่งมีหลักกลไกการทำงานคล้ายคลึงกับ Gurney Flaps ที่ใช้ในรถแข่ง MotoGP หรือแม้กระทั่ง F1 สำหรับใครหลาย ๆ คนที่ติดตามข่าวสารในวงการ 4 ล้อนั้นคงจะทราบดีว่า เจ้าตัว Gurney Flaps หรือแผ่นขอบเล็ก ๆ ที่วางตั้งฉากอยู่ท้ายปีกของรถ จะเป็นตัวทำหน้าที่เพิ่มมุมองศาการไหลผ่านของทิศทางลม และยังช่วยลดแรงต้าน สร้างแรงกดให้กับตัวรถให้นิ่งเสถียรภาพมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะช่วงเข้าโค้งด้วยความเร็งสูง ไม่ต้องติดแฟริ่งเพิ่ม และเพื่อผลลัพธ์เดียวกัน BMW ได้พัฒนาแนวคิดที่เลียนแบบการทำงานของ Gurney flaps โดยไม่ต้องติดตั้งชิ้นส่วนเพิ่มเติม แต่ใช้การระบายอากาศแรงดันสูงผ่านช่องเล็ก ๆ บนตัวถังที่ตั้งฉากกับพื้นผิวแทน โดยมีช่องรับอากาศแรงดันสูงที่ติดตั้งในท่ออากาศหลักด้านหน้าของตัวรถ (แรมแอร์) แล้วลำเลียงอากาศปล่อยสู่ผ่านช่องเล็ก ๆ บนแผงหน้าทางด้านข้าง ซึ่งระบบการลำเลียงอากาศดังกล่าวอาจดูคล้ายคลึงกับระบบ Aerodinamica Lamborghini Attiva หรือ ALA ที่ใช้ในรถแลมโบกีนี โดยสามารถเปิด-ปิดใช้งานผ่านระบบไฟฟ้า ผลลัพธ์คือแฟริ่งหน้าที่สามารถแยกการไหลของอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอากาศจะไหลออกจากตัวถังและไหลรอบตัวผู้ขับขี่โดยไม่ต้องเพิ่มพื้นที่ตัวถังหรือใช้ Gurney flaps จริง ๆ ที่อาจลดความสวยงามของรถไปได้ ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์ที่ไม่เพียงเพิ่มสมรรถนะ แต่ยังคงไว้ซึ่งดีไซน์ที่ล้ำสมัย BMW กำลังก้าวสู่ความเป็นผู้นำในตลาดรถจักรยานยนต์สมรรถนะสูง ความก้าวหน้าด้านนี้อาจนำไปสู่การเปิดตัวรุ่นใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ทั้งความเร็ว ความสวยงาม และประสิทธิภาพในอนาคต และเราอาจได้เห็นเทคโนโลยีดังกล่าวอาจถูกนำมาใช้ในการแข่งขันที่เกิดขึ้นในอนาคต อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Suzuki Avenis 125 2023 สเปค ราคาและข้อมูล Suzuki Avenis 125 2023 รถสกู๊ตเตอร์ตัวใหม่ ที่มาพร้อมรูปลักษณ์รถออโตเมติกทรงสปอร์ต ปราดเปรียว และฟีเจอร์โดดเด่นรอบคัน ในสมรรถนะรถพิกัด 125 ซีซี ราคาแนะนำ 64,000 บาท สเปค, สเป็ก ไฟ LED รอบคัน เรือนไมล์ ดิจิทัล LCD ช่องเสียบ USB ฝั่งซ้าย ถังน้ำมันฝั่งท้าย Suzuki Avenis 125 สเปคตัวใหม่ ราคาและรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 124 ซีซี แรงม้า (เคลม) 8.7 แรงม้าที่ 6,750 รอบ แรงบิด (เคลม) 10 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบ ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 52.5 x 57.4 ม.ม. อัตราส่วนการอัด NA ระบบเกียร์ ออโตเมติก ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้าและสตาร์ทเท้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แห้งแบบแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ ระบบส่งกำลังสุดท้าย สายพาน CVT ยางหน้า 90/90-12 แบบไม่ใช้ยางใน ยางหลัง 90/100-10 แบบไม่ใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยวและสวิงอาร์ม เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยว เบรกหลัง ดรัมเบรก กว้าง X ยาว X สูง 710 X 1,895 X 1,175 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,265 ม.ม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 160 ม.ม. ความสูงเบาะ 780 ม.ม. น้ำหนักรถ 106 ก.ก. ความจุถังน้ำมัน 5.2 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ NA เทคโนโลยี เรือนไมล์ LCD ช่องเสียบ USB ระบบไฟ LED รอบคัน สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น Suzuki Avenis 125 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati เขย่า Motor Show 2023 พร้อมเปิดโมเดลใหม่ ราคาสุดคุ้ม ไม่ควรพลาด กับค่ายรถบิ๊กไบค์ระดับโลกจากประเทศอิตาลี ที่ใคร ๆ ต้องคุ้นหูกันอย่างแน่นอน กับค่ายรถ Ducati เขย่า Motor Show 2023 ด้วยการเปิด 3 โมเดลใหม่ล่าสุด ซึ่งนำทัพโดยโมเดลชูโรงอย่าง Ducati Diavel V4 บิ๊กไบค์สายสปอร์ตครูเซอร์ ที่จัดเต็มด้านเทคโนโลยี และจุดเด่นที่สุดกับเครื่องยนต์ตัวใหม่อย่าง V4 Granturismo ต่อมาเป็นรุ่น Monster SP ที่ได้รับการถ่ายทอด DNA และเทคโนโลยีจากสนามแข่ง มาพร้อมการเพิ่มเติมประสิทธิภาพในการขับขี่ขั้นสูง ทางด้านฝั่ง เอ็นดูโร แอดเวนเจอร์ ก็ไม่ควรพลาดกับ ดูคาติ Desert X Black รุ่นที่กำลังได้รับความนิยมในตอนนี้ ที่มีการปรับโฉมและปรับเครื่องใหม่ล่าสุด และสีใหม่ที่ดุดันมากกว่าเดิม รวมไปถึงไรดิ้งเกียร์ อุปกรณ์ตกแต่งในบูธอีกมากมาย รับรองได้เลยว่าถูกใจเหล่าไบค์เกอร์อย่างแน่นอน Ducati Diavel V4 Ducati เปิด 3 โมเดลใหม่ โดยเริ่มจากรุ่นแรกกับ Ducati Diavel V4 สปอร์ตครูเซอร์ที่มีความหรูหรา พร้อมเครื่องยนต์ตัวใหม่ ขณะที่ดีไซน์ยังคงเอกลักษณ์ดุดัน แข็งแกร่ง เริ่มจากไฟหน้า เดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ รูปทรงตัว C แบบคู่ พร้อมไฟท้ายแบบ LED โดดเด่นไม่เหมือนใคร มาพร้อมกับความพิเศษคือ เมื่อมีการเบรกฉุกเฉินเกิดขึ้น ไฟท้ายจะกระพริบเตือนคันหลังทันที ทำให้ผู้ขับขี่มั่นใจได้ถึงระบบความปลอดภัยที่มีเพิ่มขึ้น ไฟเลี้ยวแบบไดนามิกที่ติดตั้งอยู่ที่แฮนด์บาร์บริเวณด้านหน้าปั๊มเบรกและปั๊มคลัตซ์ พิเศษด้วยยางหลังขนาดใหญ่ดีกรีสนามแข่งด้วย Pirelli Rosso lll ขนาด 240/45 ที่เผยให้เห็นล้อ 5 ก้านอย่างชัดเจน รวมถึงจุดเด่นของท่อไอเสีย 4 ท่อเล็กในปลายท่อใหญ่ใบเดียวกัน ทำให้มีเสียงดุดันและแสดงถึงเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์ V4 ได้เป็นอย่างดี สำหรับเครื่องยนต์ Ducati Diavel V4 ถูกพัฒนาขึ้นมาจากเครื่องยนต์ 2 สูบ เป็นเครื่องยนต์แบบ 4 สูบ ที่ใช้ชื่อว่า V4 Granturismo ซึ่งเป็นเครื่องเดียวกับ Mulstistrada V4 โดยได้รับการปรับจูนให้กับเข้ากับสไตล์ของรถมากขึ้น เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1,158 ซีซี ให้กำลัง 168 แรงม้าและแรงบิด สูงสุดที่ 126 นิวตันเมตรนั่นเอง ขณะที่ช่วงล่างได้ปรับปรุงเพิ่มมาใหม่ โช้คหน้าหัวกลับขนาด 50 มม. มีระยะยุบ 120 มม. และโช้คหลังใหม่ มีระยะยุบ 145 มม. ระบบเบรกจาก Brembo มีคาลิปเปอร์เบรกหน้าเป็น Brembo Stylema และดิสก์เบรกคู่ ขนาด 330 มม. แบบเดียวกับที่ใช้ในรถซูเปอร์สปอร์ต ในด้านเทคโนโลยีก็ไม่น้อยหน้า ประเดิมด้วยหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว มากับฟังก์ชันพื้นฐานต่าง ๆ เพื่อใช้งานฟังก์ชันพื้นฐานต่าง ๆ ได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีระบบครูซคอนโทรล เพื่อขับขี่ได้สบายเวลาเดินทางไกล ระบบช่วยออกตัว ระบบควิกชิฟเตอร์ ครบครันเลยทีเดียว มาพร้อมระบบการขับขี่ 4 โหมด ได้แก่ Sport, Touring, Urban และ Wet ที่เป็นโหมดใหม่ ระบบแทร็กชั่นคอนโทรล ระบบเบรก ABS แบบใช้งานในทางโค้งได้ และระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ โดยโมเดลนี้มีให้เลือกด้วยกันถึง 2 สี ได้แก่ สีแดง Ducati Red และสีดำ Thrilling Black ในราคาคุ้มค่า เปิดตัวที่ 1,299,000 บาท Monster SP อีกหนึ่งโมเดลที่ถูกถ่ายทอด DNA จากสนามแข่งรถระดับโลก กับรุ่น Monster SP ที่ถูกพัฒนาโดยเน้นประสิทธิภาพของช่วงล่าง การลดน้ำหนักตัวรถถึง 1.7 กก. และการควบคุมเป็นหลัก โดยตัวรถจะยังคงใช้พื้นฐานเครื่องยนต์จาก

เปิดตัวกันเป็นที่เรียบร้อยในงาน Eicma 2019 ที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี สำหรับการ รีวิว Kawasaki Z900 2020 ในครั้งนี้ที่ถูกแต่งหน้า เสริมหล่อ ต้องบอกว่าดูดีขึ้นกว่าเดิมเป็นกอง สำหรับรถ Naked คันนี้ถือว่าดูดีขึ้นจริงๆ มาดูกันที่รุปลักษณ์ภายนอกกันก่อน ไฟหน้าที่ดูเหมือนจะคล้ายๆกับทรงเดิมแต่มีการเพิ่มเดย์ไลท์เข้ามาเสริมหล่อ รวมไปถึงสีตัวแฟริ่งและโครงที่เป็นเฟรมทักออกแบบมาให้ลงตัวกับ สีขาว เขียว ดำ ดูหรูหรามากขึ้นเป็นกอง มาดูกันต่อ สำหรับเรือนใหม่ที่เปลี่ยนใหม่ทั้งหมด เป็นหน้าจอสีแบบ TFT ที่ให้ความสว่าง ชัดเจน ล้ำสมัยอินเทรนกันไปในยุคนี้ ออกแบบมาได้อย่างอย่างลงตัวสวยงาม ยังมีเพียงแค่ไฟสถานะบางจุด ยังอยู่บนขอบหน้าจอเท่านั้น แต่เท่านี้ก็ดูหล่อไม่แพ้ใครแล้ว มาดูกันที่ปะกับแฮนด์ฝั่งซ้ายมือที่มีปุ่ม Key ไว้กดเลื่อนการตั้งค่าบนหน้าจอ TFT เพิ่มขึ้น ง่ายต่อการใช้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้นไปอีกขั้น ทั้งไฟเลี้ยว แตร ไฟสูง และไฟฉุกเฉิน แถมยังมีเทคโนโลยีเพิ่มเข้ามาช่วยให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น นั้นก็คือ สามารถที่จะเชื่อมต่อ Bluetooth ผ่าน Smart phone ง่ายต่อการสื่อสารขณะขับขี่ ปลอดภัยมากขึ้นแน่นอน ยังคงไว้ซึ้งความเป็น Z Edition ไฟท้าย LED รูปตัว Z ที่มองยังไงก็รู้ว่าเป็น Z Edition ดูหรูหรา มาดูกันที่เครื่องยนต์ ที่เป้นเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 948 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำที่มีกำลังอัด 11.8.1 มีแรงม้าจากเครื่องยนต์ 125 แรงม้าที่รอบเครื่องยนต์ 9500 รอบ/นาที และมีแรงบิด 98.6 นิวตันเมตร ที่ 7700 รอบ/นาที เกียร์แบบ 6 สปีด พร้อมกับถังบรรจุเชื้อเพลิงขนาด 17 ลิตร Riding mode ที่เพิ่มเข้ามาสำหรับตัว Z900 2020 – Road – Sport ตัวเฟรมถัก มีความแข็งแรง ทนทาน น้ำหนักเบาออกแบบมาได้สวยงาม รวมไปถึงการทำสีเขียวเหลือบมุกเหลือง ทำให้รู้สึกมีสีสันสวยงามมากยิ่งขึ้น มีน้ำหนักรวมทั้งหมด 212 กิโลกรัม ช่วงล่างด้านหน้า ที่เป็นแบบ UP side down ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 41 มม.ที่สามารถปรับค่าความหนืดและความแข็ง-อ่อนของตัวสปริงได้ ทำให้สามารถปรับตั้งค่าต่างๆได้เหมาะสมกับตัวเรามากยิ่งขึ้น ระบบเบรคหน้า แบบดิสเบรค Floating ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 300 มม. คาลิปเปอร์ Nissin แบบ 4 สูบ ที่มาพร้อมกับระบบความปลอดภัย ABS ล้อหน้ามีขนาด 17 นิ้วให้ยางแบบ Tubless ขนาด 120/70 ZR มาจากโรงงานรองรับความเร็วสูงได้อย่างสบายๆ ช่วงล่างด้านหลัง เป็นโช้คเดี่ยว back-link ที่มีตำแหน่งการวางโช้คแบบ ZX10 R สามารถปรับค่าความหนืดและค่าความแข็ง-อ่อนของตัวสปริงได้ ระบบเบรคหลังแบบดิสเบรค จานดิสมีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 250 มม คาลิปเปอร์ Nissin แบบ 1 สูบพร้อมกับระบบความปลอดภัย ABS ล้อหลังขนาด 17 นิ้วให้ยางแบบ Tubless ขนาด 180/55 ZR เป็นเกรดเดียวกับล้อหน้าที่สามารถรองรับความเร็วสูงได้อย่างสบายๆไร้กังวล นี้ก็ถือได้ว่าเป็นการรีวิวสเปคคราวๆที่เราได้เอามาให้คนไทยได้ชมกันก่อนเปิดตัวปลายปีนี้ เป็นยังไงกันบ้างละครับ สำหรับ รีวิว Kawasaki Z900 2020 ที่เพิ่งเปิดตัวกันไปในงานระดับโลกอย่าง Eicma 2019 ถูกตา ถูกใจ สาวก kawasaki กันบ้างไหมละครับ ติดตามกันให้ดีสิ้นปีนี้ อาจมีเซอร์ไพส์!! อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้ ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้

ที่ 1 ไฮไลท์สำหรับ Yamaha ที่เปิดตัวกันไปสดๆร้อนๆในงาน Eicma 2019 นั้นก็คือ All-new 2020 Yamaha Tracer 700 ที่ต้องบอกเลยว่าได้รับความสนใจจากคนทั้งงาน ที่จับตามองรถคันนี้ ที่ถือว่าเป็นกระแสทัวร์ริ่งน้องใหม่ ในวงการบิ๊กไบค์ เลยทีเดียว ครั้งนี้ทางเรา SuperBikemag.com ได้มีโอกาสเข้าร่วมงาน Eicma 2019 ที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ก็ได้เข้าไปเก็บภาพบรรยากาศบูท Yamaha รวมไปถึงเดินวนรถคันนี้มาประมาณนึง ก็พอจะได้ภาพและนำสเปคมาให้ชมกันครับ จุดเด่นของคันนี้เลยคงไม่พ้นหน้าตาที่ดูจะหล่อกว่าเพื่อนๆใน Hall เพราะว่ามันค่อนข้างที่ดูจะสปอร์ตไปด้วยซ้ำถ้าเรามองเห็นมาไกลๆ ผมเองยังรู้สึกหน้าตาคล้ายกับเจ้า R1 เลย เพราะตำแหน่งไฟโปรเจคเตอร์และเดย์ไลท์ที่ให้มา ดูสวยเตะตาจริงๆ เสริมความหล่อด้วยชิวบังลมขนาดใหญ่ สีแฟริ่งรอบคัน น้ำเงินด้าน มาพร้อมกับการ์ดแฮนด์กันกระแทก ที่มีไฟเลี้ยวในตัว ถือเป็นอีกส่วนนึงที่จะได้เลยว่า คันนี้ละที่เหมาะสำหรับสายทัวร์ริ่งจริงๆ เรือนไมล์แบบ Full Digital สวยงามล้ำสมัย อยู่ในระยะสายตาพอดีที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนทั้งกลางวันกลางคืน เบาะนั่งแบบชิ้นเดียว เดินตะเข็บคู่สวยงาม สบายทั้งคนขับขี่และคนซ้อน รูปทรงที่ออกแบบมาดูเข้ากับตัวรถและสรีระท่านั่งขับขี่ ได้ดี “ได้ลองนั่งดูรู้สึกได้ว่ากระชับ หน้าขาสัมผัสถัง มือจับที่แฮนด์บาร์ได้พอดี ถ้าตัวจริงมาไทย ลองนั่งดูได้ สำหรับคนสูง 170 เซนติเมตร” สำหรับสเปคคันนี้ เครื่องยนต์ 4 จังหวะ ขนาด 700 ซีซี (689) 2 สูบ CP2 สังเกตุง่ายๆ จากคอท่อไอเสียได้เลย เครื่องยนต์ตัวนี้ให้กำลัง 72 แรงม้าที่ 8750 รอบ/นาที และมีแรงบิดที่ 67 นิวตัวเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ 6500 รอบ/นาที พร้อมกับเกียร์ 6 สปีดและเครื่องตัวนี้ผ่านค่ามาตรฐานไอเสีย ยูโร 5 เป็นที่เรียบร้อย มาดูที่ช่วงล่างกันบ้าง ที่โช้คหน้าให้มาแบบเทเลสโคปิค (ตะเกียบคู่) สามารถปรับความแข็ง-อ่อน ของสปริงได้ มาพร้อมกับดิสเบรคคู่หน้าขนาด 282 มิลลิเมตร มั่นใจยิ่งขึ้นในการออกทริปเดินทาง รวมถึงยางหน้าที่ให้มาขนาด 120/70 ขอบ 17 Tubeless แบบไร้ยางใน ช่วงล่างด้านหลัง เป็นโช้คเดี่ยวที่อยู่ตำแหน่งกลางตัวรถที่ยึดไว้ระหว่างโครงรถและสวิงอาร์มคู่ด้า่นท้าย ระบบเบรคแบบดิส ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางจานดิส 245 มิลลิเมตร พร้อมกับยางหลังขนาดใหญ่ 180/55 ขอบ17 แบบ Tubeless ไร้ยางใน พร้อมกับความปลอดภ้ยที่มี ระบบ ABS ให้มาจากโรงงาน ถังน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ สามารถบรรจุได้ 17 ลิตร ไว้สำหรับเดินทางได้สบาย น้ำหนักคันนี้รวมแล้วได้ 196 กิโลกรัม ซึ่งก็ถือว่าไม่มากเท่าไรนักสำหรับสายทัวร์ริ่งผู้หญิงขี่ได้ ผู้ชาย เท่ แน่นอน สำหรับค่าตัวนั้นยังไม่เปิดราคาในงานแต่ก็คิดว่าคงจะไม่ห่างจากเจ้า MT-07 ไม่มากก็น้อยคงต้องรอติดตามกันต่อไป และสำหรับสีที่เปิดตัว มีทั้งหมด 3 สี Sonic Grey (ส้ม-เทา) Phanton blue (สีน้ำเงิน) Icon grey (เทา-น้ำเงิน-ดำ) สุดท้ายนี้ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่า All-new 2020 Yamaha Tracer 700 ยังไม่มีกำหนดเข้าประเทศไทยช่วง ปลายปี 2019 นี้อย่างแน่นอน แต่ก็อาจจะมีสิทธิ์ในช่วงๆกลางปี 2020 ก็อาจจะเป็นได้ ใครอดใจรอได้ก็รอไป ใครอดใจไม่ได้ ผมแนะนำเลย T7 รหัสร้อนปีนี้ เจอกันแน่นอนครับ.. อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้ ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้

สำหรับสายสกู๊ตเตอร์ที่ติดตามเจ้า Yamaha XMax 400 วันนี้ทางเรา SuperBikemag.com ก็ได้มีโอกาสเห็นตัวเป็นๆในงาน Eicma Show 2019 ที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ไม่นานมานี้ ต้องบอกก็เลยนะครับว่า สเปคนี้จะมีจำหน่ายที่โซนยุโรปเท่านั้น แต่โดยรวมแล้วก็มีแค่บางชิ้นส่วนเท่านั้นที่ถูกแต่งเติม เพิ่มสี เข้าไปรวมไปถึง ระบบความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นตามสภาพแวดล้อมและปัจจัยที่เกิดขึ้นในโซนยุโรป มาดูกันว่าคันนี้มีอะไรที่หน้าตื่นตาตื่นใจกันบ้าง รูปร่าง หน้าตาไม่ต่างจากฝั่งเอเชียเลย ที่สังเกตเห็นก็จะมีเพียงดีไซน์ลายล้อแม็กที่แปลกตาไป และชุดแคร้งเครื่องขับสายพราน ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ระบบดิสเบรคหน้าแบบ ดับเบิ้ลดิส ซ้ายและขวา พร้อมกับทับทิมสะท้อนแสงที่ติดอยู่กับตัวโช้คหน้า ตามมาตรฐานความปลอดภัยฝั่งยุโรป ทางด้านฝั่งขวา ที่จะเห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ กรองอากาศและท่อไอเสียที่มีขนาดใหญ่มาก ใหญ่จนรู้สึกว่าทำให้ตัวรถใหญ่ขึ้น แต่จริงๆแล้ว รูปร่างมิติตัวรถ เท่าเดิมมีเพียงปลายท่อ และหม้อกรองที่ทำให้ดูแน่นขึ้น อีกลูกเล่นที่บ้านเราไม่มี นั้นก็คือ เบรคมือ จากที่ถามและพอจะเข้าใจได้คือ การจอดบนที่ราบหรือพื้นเนินลาดชัน ขาตั้งอาจจะไม่เพียงพอสำหรับการจอดให้หยุดนิ่ง จึงออกแบบเบรคมือเพิ่มขึ้นมา ไว้สำหรับการจอดไม่ให้ไหลลงเนิน เพิ่มความปลอดภัยในภูมิประเทศฝั่งโซนยุโรป เบรคมือ จึงมีความจำเป็นพอสมควร เบาะนั่งเป็นอีกชิ้นที่ดูแปลกตาไป ถูกตกแต่งด้วยเพลท Yamaha สีเงินมาจากโรงงานดีไซน์ตะเข็บสวย แถมได้ลองนั่งมา มันช่างสบายเหลือเกิน ทั้งนุ่ม และกระชับเข้ากันได้ดีจริงๆถ้าได้เดินทางไกล สิ่งนี้ที่อยากให้อยู่ในบ้านเรา เรือนไมล์เข็มที่ดีไซน์มาแบบสวยหรูดูดีมีราศีมาก เอาจริงๆคือมันคล้ายกับเรือนไมล์ Tmax พอสมควร จนรู้สึกอยากให้มีในฝั่งเอเชีย เช่นกัน จากเดิมที่ยอดขายถล่มทลายอยู่ ถ้ามาสเปคนี้ต้องบอกเลยว่า ขายดียิ่งกว่าเดิมอย่างแน่นอน เอาเป็นว่าถ้าใครยังรอ Yamaha Xmax 400 สเปคนี้อยู่ ขอให้ถอนหายใจยาวๆไปก่อน ไม่มีทีท่าว่าจะเข้าประเทศไทยเมื่อไร เพราะ ที่ขายตัว 300 อยู่ตอนนี้ก็เพียงพออยู่เเล้ว นอกจากจะเพิ่มพาร์ทอะไหล่บางชิ้นจากโซนยุโรปมาใส่ให้หายอยากไปก่อนก็ลองดู คิดว่าคงไม่ยาก สำหรับคนไทย ส่วนเรื่องเครื่องยนต์ที่ดูจำนวนซีซีที่มากกว่านั้น คงไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะตอนนี้เครื่อง 300 ซีซีบ้านเราก็วิ่งกันไม่แพ้ใครเลยละครับ งานมหกรรมใหญ่ปลายปีนี้คงต้องบอกว่าขอให้รอดูกันสำหรับโมเดล Xmax ที่จะมีสีใหม่ หรือว่ารุ่นใหม่ โปรคติดตามกันอย่างใกล้ชิดได้เลย มีแน่นอน.. อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้ ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้

Yamaha GT125 2020 Yamaha GT125 2020 สีสันใหม่ เร้าใจยิ่งขึ้น กับออโตเมติกหัวฉีด 125 ซีซี สไตล์สปอร์ต ออกตัวได้แรง ขี่สนุกด้วยเครื่องยนต์บลูคอร์ พร้อมเทคโนโลยี Stop & Start System ช่วยให้ประหยัดยิ่งขึ้น แต่ยังบิดสนุกเร้าใจเช่นเคย ราคาแนะนำ 47,100 บาท รายละเอียดทางเทคนิคของ Yamaha GT125 2020 เครื่องยนต์ รูปแบบ สูบเดียว 4 จังหวะระบายความร้อนด้วยอากาศ ขนาดความจุ 125 ซีซี ความกว้างกระบอกสูบ 52.4 มม. ระยะชัก 57.9 มม. ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้าและสตาร์ทเท้า ระบบเกียร์ ออโตเมติก ระบบคลัทช์ คลัทช์แห้งชนิดแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางอัตโนมัติ แชสซี เฟรม อันเดอร์โบน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง ยูนิตสวิง ยางหน้า 80/80R-14M/C 43P ยางหลัง 100/70R-14M/C 51P ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว ระบบเบรกหลัง ดรัมเบรก ระยะห่างจากตัวรถถึงพื้น 155 มม. ความสูงเบาะ 760 มม. ความจุถังน้ำมัน 4.2 ลิตร น้ำหนัก 98 กก. (รวมของเหลว) สนใจติดต่อ บริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด โทร 02-263-9999 สนใจติดต่อ โทร 02-263-9999 ดูบทความเกี่ยวกับ Yamaha คลิกที่นี่ ติดตามข่าวสารอื่นๆ ทางแฟนเพจคลิก

Yamaha Exciter 150 2020 Yamaha Exciter 150 2020 ดีไซน์ใหม่ ดุดัน ขั้นสุดแห่งความเร้าใจ สปอร์ตโมเป็ด พิกัด 150 ซีซี ออกตัวได้เร็ว เร่งแซงได้ดี คล่องตัวด้วยเฟรมใหม่ น้ำหนักเบา ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร่์ สมดุลดี เร้าใจในทุกย่านความเร็ว ราคาแนะนำ 64,000 บาท รายละเอียดทางเทคนิคของ Yamaha Exciter 150 2020 เครื่องยนต์ รูปแบบ สูบเดียว 4 จังหวะระบาความร้อนด้วยน้ำ ขนาดความจุ 150ซีซี ความกว้างกระบอกสูบ 57.0 มม. ระยะชัก 58.7 มม. ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้าและสตาร์ทเท้า ระบบเกียร์ 5 สปีด ระบบคลัทช์ คลัทช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน แชสซี เฟรม แบ็คโบน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คเทเลสโคปิก ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร์ม ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยว ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ระยะห่างจากตัวรถถึงพื้น 155 มม. ความสูงเบาะ 795 มม. ความจุถังน้ำมัน 4.2 ลิตร น้ำหนัก 119 กก. (รวมของเหลว) สนใจติดต่อ บริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด โทร 02-263-9999 สนใจติดต่อ โทร 02-263-9999 ดูบทความเกี่ยวกับ Yamaha คลิกที่นี่ ติดตามข่าวสารอื่นๆ ทางแฟนเพจคลิก

New Suzuki Smash Fi 2020 ลุคใหม่ คมเข้มโดนตา ปราดเปรียวโดนใจ รถจักรยานยนต์ครอบครัวสุดประหยัด สมรรถนะเกินราคา New Suzuki Smash Fi 2020 ลุคใหม่ ด้วยการดีไซน์ที่คมเข้มกว่าเดิม โฉบเฉี่ยวด้วยรูปทรงที่ดูปราดเปรียวในทุกความเคลื่อนไหว ให้ความรู้สึกถึงความสมาร์ทในทุกการขับขี่ พร้อมฟีเจอร์อำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็น – ความโดดเด่นตั้งแต่ด้านหน้า เสริมความคมด้วยช่องลมด้านหน้าและด้านข้างโทนดำ ปรับลุคใหม่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ลงตัวทุกมุมมอง – ชุดเรือนไมล์ดีไซน์ใหม่ขนาดใหญ่มองเต็มตา พร้อมรายละเอียดในทุกความเคลื่อนไหวของการขับขี่ – เครื่องยนต์สตาร์ทติดง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส (เฉพาะรุ่น ดิสก์เบรก สตาร์ทมือ ล้อแม็ก, ดิสก์เบรก สตาร์ทมือ ล้อซี่ลวด และดรัม เบรกสตาร์ท มือล้อซี่ลวด) – ปลอดภัยทุกครั้งที่จอดรถด้วยระบบกุญแจนิรภัย 2 ชั้น (เฉพาะรุ่น ดิสก์เบรก สตาร์ทมือ ล้อแม็ก, ดิสก์เบรก สตาร์ทมือ ล้อซี่ลวด และดรัมเบรก สตาร์ทมือ ล้อซี่ลวด) – เติมเต็มทุกความต้องการ ด้วยกล่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ ใส่หมวกกันน็อคขนาดครึ่งใบได้สบาย – สั่งหยุดในทุกความเคลื่อนไหวด้วยระบบดิสก์เบรกหน้า (เฉพาะรุ่น ดิสก์เบรก สตาร์ทมือ ล้อแม็ก และ ดิสก์เบรก สตาร์ทมือ ล้อซี่ลวด) – ด้านท้ายลงตัวด้วยชุดบาร์ท้าย กลมกลืนไปกับชุดไฟท้าย ที่มีความเพรียวบาง ครบเซ็ทด้วยฟีเจอร์การใช้งาน เต็มกำลังด้วยเครื่องยนต์ขนาด 112.8 ซีซี แบบหัวฉีด พร้อมเทคโนโลยี LEaP Technology (เอกสิทธิ์เฉพาะ ซูซูกิ) ที่มีการออกแบบชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ให้มีน้ำหนักเบา ทำให้ลดแรงเสียงทานของชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ อีกทั้งมีการวางตำแหน่งหัวฉีดให้ใกล้กับห้องเผาไหม้มากที่สุด ส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองในทุกอัตราเร่ง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งตอบโจทย์การใช้งานได้ครบทุกรูปแบบทั้งในด้านความทนทาน และความประหยัดเป็นเยี่ยม New ซูซูกิ สแมช Fi คุ้มค่าเกินราคา พร้อมมี 4 รุ่นให้เลือกไม่ว่าจะเป็น ดิสก์เบรก สตาร์ทมือ ล้อแม็ก ราคา 44,500 บาท ดิสก์เบรก สตาร์ทมือ ล้อซี่ลวด ราคา 42,200 บาท ดรัมเบรก สตาร์ทมือ ล้อซี่ลวด ราคา 40,300 บาท ดรัมเบรก สตาร์ทเท้า ล้อซี่ลวด ราคา 38,300 บาท ซูซูกิ คมเข้มด้วย 4 สี 4 สไตล์ สีน้ำเงิน-เทา, สีแดง, สีดำ-แดง และสีดำ-เหลือง New ซูซูกิ สแมช Fi พร้อมแล้วที่จะสมาร์ทไปกับคุณ สนใจสามารถสอบถามได้ที่ผู้แทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ซูซูกิ ทั่วประเทศ หรือติดต่อได้ที่ Suzuki Call Center 02-533-1170 และเข้าไปดูความเคลื่อนไหวได้ที่ www.thaisuzuki.co.th รวมทั้งเพจรถจักรยานยนต์ซูซูกิ fb.com/SUZUKI Society #ThaiSuzukiMotor #SuzukiNewSmash115Fi อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก