
GPX DX1 2026 ทดลองใช้จริง 1 วัน คุ้มไหม!?
GPX DX1 2026 มินิไบค์สไตล์คลาสสิกใหม่ล่าสุด กับการขับขี่ใช้งานจริง ! เจาะลึกดีไซน์ เครื่องยนต์ และฟีเจอร์เด่นของโมเดลนี้กับราคา 54,500 บาท
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

GPX DX1 2026 มินิไบค์สไตล์คลาสสิกใหม่ล่าสุด กับการขับขี่ใช้งานจริง ! เจาะลึกดีไซน์ เครื่องยนต์ และฟีเจอร์เด่นของโมเดลนี้กับราคา 54,500 บาท

สเปก Kawasaki KLE500 และ KLE500 SE 2026 แรลลี่ไบค์คลาสกลางรุ่นล่าสุด เครื่องยนต์ 451cc ล้อซี่ลวด 21 นิ้ว พร้อมเทียบความต่างรุ่น Standard และ SE

Yamaha Tracer 9GT รถจักรยานยนต์สายตรวจรุ่นใหม่ของตำรวจทางหลวง ทล.1 กก.8 เครื่องยนต์ 890 ซีซี พร้อมอุปกรณ์กู้ภัยครบมือ

New Ducati Formula 73 2026 รถมอเตอร์ไซค์รุ่นพิเศษที่คืนชีพตำนานแชมป์โลกยุค 70 ด้วยเครื่องยนต์ L-Twin และระบบช่วงล่าง Ohlins

ด่านตรวจจราจร 2569 ในยุคตัดแต้มใบขับขี่ ความโปร่งใสมีจริงไหม หรือเป็นเพียงกลไกการสร้างรายได้ที่ประชาชนต้องแบกรับ

โจอัน เมียร์ แซะตลาดนักแข่ง MotoGP ปีล่าสุด รีบเซ็นสัญญาตั้งแต่ต้นปีระวังเสียใจ เตือนเพื่อนร่วมอาชีพดูฟอร์มรถให้ดีก่อนตัดสินใจย้ายทีม

Red Bull KTM Tech3 อีกหนึ่งทีมที่มีการปรับในเรื่องของแอโร่ไดนามิกเพื่อเตรียมบู๊ในฤดูกาล 2026 ในรอบการซ้อมบาเลนเซีย เทสต์ที่ผ่านมา

Diogo Moreira นักแข่งจากทีม Honda LCR ที่ได้ทำการลงทดสอบขี่รถแข่งจาก MotoGP เป็นครั้งแรกยอมรับว่ามีเรื่องต้องปรับปรุงและเรียนรู้

ThaiGP ยังคงถูกจัดต่อถึงปี 2031 แม้มีกระแสดราม่าเกี่ยวกัสัญญาที่สูงถึง 4 พันล้าน ซึ่งคอลัมน์นี้จะออกมาตอบคำถามว่าไม่คุ้มค่าจริงหรือไม่

Brembo Racing ระบบเบรกจากสัญชาติอิตาลี โดยผู้แทนนำเข้าในไทยอย่าง Maverix Group ก็พร้อมที่จะบุกตลาดสองล้อเต็มสูบกับโปรดักท์ใหม่ให้เลือกมากมาย

ไม่รับคำขอโทษ ตาล รัชฎา ลุยฟ้อง บีม ศรัณยู หลังถูกดาราดังไลฟ์สดหมิ่นประมาท เป็นความคืบหน้าในกรณีดราม่า หลังตาล รัชฎา นาคเจริญศรี ในฐานะผู้จัดโครงการ “ลิตเติ้ลแว้น บีว้าว ไรเดอร์” ซึ่งเป็นโครงการที่จะเปลี่ยนมุมมอง ปรับทัศนคติเด็กแว้นทั่วประเทศสู่การเป็นนักขับอาชีพบนสนามแข่งขันจริง ได้รวบรวมหลักฐานข้อความหมิ่นประมาทของทางบีม ศรัณยู มาเพื่อดำเนินการเตรียมยื่นฟ้องคดีต่อศาล หลังถูกดาราดังกล่าวไลฟ์สดกล่าวหาทำให้ตนและพาดพิงถึงกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เสียหาย จึงต้องการจะออกมาปกป้องชื่อเสียงของตนเอง ส่วนกรณีถามว่ามีการมาขอโทษจะรับคำขอโทษไหม? และจะมีโอกาสได้ร่วมงานกันอีกไหม? คงตอบว่าไม่รับคำขอโทษ ส่วนคดีความกรณีก่อนหน้านี้ที่ถูก บีม ศรัณยู แจ้งความเรื่องค้างจ่ายค่าตัวที่คงเหลือ 50% จำนวน 150,000 บาท และค่าเดินทางไปทำงาน จำนวน 35,000 บาท รวมทั้งสิ้น จำนวน 185,000 บาท ได้มอบหมายให้ทนายเป็นคนดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ครบทุกบาท ในวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สถานีตำรวจนครบาลบางพลัด ก็ถือได้ว่าจบคดีในส่วนตรงนี้ไปแล้ว แต่เรื่องของการหมิ่นประมาทจากการไลฟ์สดก็จะเป็นเรื่องต่างกรรมต่างวาระ ทางทีมทนายความจะได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด เพราะต้องการปกป้องสิทธิ์ของคุณตาล หากมีความคืบหน้าเรื่องคดีความจะแจ้งให้ทราบต่อไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

R1300GS ไม่ใช่แค่ลุยได้ แต่ยังซิ่งดันเนินได้ด้วย เพื่อน ๆ นักบิดน่าจะรู้กันดีว่าค่ายใบพัดสีฟ้านั้นวางตัวเจ้า BMW R1300GS ไว้เป็นรถแอดเวนเจอร์ที่พร้อมจะให้คุณไปได้ทุกเส้นทาง แต่จริง ๆ R1300GS ไม่ใช่แค่ลุยได้ แต่ยังเป็นรถซิ่งดันเนินได้อีกด้วย ล่าสุดมีมือดีดัดแปลงเจ้าคิงออฟแอดเวนเจอร์จากค่ายรถเมืองบาวาเรียให้กลายเป็นรถในสไตล์ซูเปอร์โมโต ถอดนั่น ปรับนี่ เปลี่ยนนู่น ให้พร้อมซิ่งดันเนินด้วยทีมงานจากทาง Mansell Collection ทีมงานตัวตึงจากเกาะอังกฤษ ที่หมายมั่นปั้นรถให้กลายเป็นรถซิ่งเพื่อไปลงในรายการ Bouley Bay Hill Climb รายการแข่งขันเล็ก ๆ ที่เปิดโอกาสให้ใช้ยานพาหนะกี่ล้อก็ได้ซิ่งไต่เขาขึ้นไปบนรูทแข่งขันที่มีระยะทางสั้น ๆ เพียง 0.917 กิโลเมตรเท่านั้น แต่มีโค้งทั้งหมด 8 โค้งเลยทีเดียว ในการแข่งขันด้วยเจ้า GS ครั้งนี้มีผู้กุมบังเหียนเป็น Greg Mansell และหวดมันอย่างชำนิชำนาญไต่ขึ้นเนินไปตามรูทด้วยสถิติเวลา 46.6 วินาที ทำสถิติเวลาเร็วขึ้นกว่าเดิมที่เขาเคยทำไว้ 2.2 วินาที แต่ก็ยังช้ากว่าสถิติเดิมประเภทรถแอดเวนเจอร์ทัวริ่งของเมื่อปีที่แล้วเพียง 0.7 วินาที (45.9 วินาที) ด้วยรถ Ducati Multistrada V4 RS ซึ่งเจ้าตัวเขาเองก็ยืนยันด้วยว่าจะพัฒนาและทำรถกันใหม่เพื่อมาทำลายสถิติในคราวหน้าให้จงได้อีกด้วย เรียกได้ว่าจากรถที่เคยเอาไว้ติดปี๊บแบกสัมภาระไว้เดินทางท่องเที่ยวได้กลายเป็นรถซิ่งบิดกันจนหมดปลอก ดันทุกดอกจนสุดเรดไลน์ก่อนจะเข้าโค้ง เป็นการสร้างสรรค์ความมันและความบันเทิงในรูปแบบใหม่ให้ไม่ซ้ำซากจำเจไปจากการขับขี่แบบผจญภัยแบบเดิม ๆ ให้กลายเป็นการขับขี่แบบเรซซิ่งได้อย่างไม่น่าเชื่อ แถมยังทำเวลาได้ดีอีกด้วย สุดท้ายนี้อ่านบทความนี้แล้วก็น่าจะเห็นความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัดของนักคัสตอมจากรถทัวริ่ง กลายเป็นทัวซิ่งไปแล้ว งานนี้ใครเงินเหลือจัด 1300GS ไปทำทรงซิ่งแล้วถ่ายภาพมาให้ทีมงาน SuperBike ดูกันด้วยนะ ถ้าทำดีทำถูกใจเดี๋ยวส่งทีมงานไปถ่ายภาพให้ด้วยเอ้า อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Triumph Bonneville T120 Elvis Presley โมเดลพิเศษแด่ศิลปินระดับตำนาน เปิดตัวโมเดลพิเศษกันอีกแล้วครับ คราวนี้มาจากฝากเกาะอังกฤษแดนผู้ดีไทรอัมพ์อีกแล้วกับ Triumph Bonneville T120 Elvis Presley โมเดลพิเศษจำนวนจำกัดแด่ศิลปินระดับตำนานเอลวิส เพรสลีย์ นักร้องนักแสดงชาวอเมริกัน ที่คนทั่วไปมักรู้จักกันในฉายาว่า “ราชาแห่งร็อกแอนด์โรลล์” ซึ่งโมเดลนี้น่าจะถูกใจไบเกอร์รุ่นใหญ่สักนิดนึง หรือไบเกอร์อายุน้อยที่มีเอลวิสเป็นไอดอลหรือชื่นชอบในร็อกแอนด์โรลล์เป็นแน่แท้ ที่มาของโมเดลพิเศษคันนี้เกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจจากการที่ศิลปินเดอะคิงผู้นี้เคยซื้อรถไทรอัมพ์ให้กับเพื่อนสนิทของเขาในกลุ่ม Memphis Mafia ในปี 1965 และโมเดลพิเศษที่ J Daar เคยคัสตอมบอนเนวิลล์ให้กับทางมูลนิธิ Elvis Presley Charitable Foundation ซึ่งทางค่ายนำสีสันและแนวทางจากโมเดลพิเศษของทาง J Daar มาใส่ใน T120 ได้อย่างสวยงาม คลาสสิก ไร้ซึ่งกาลเวลา ตัวรถเด่นด้วยเฉดสีแดง Carnival Red ที่ถังน้ำมัน เพิ่มแถบสีเงินอลูมิเนียมซิลเวอร์คาดถังน้ำมัน แมตช์กันกับสีของบังโคลน ทั้งยังมีการเก็บรายละเอียดด้วยการเพ้นท์สีทองด้วยมือ เพิ่มความหรูหราพรีเมียม ตลอดไปจนถึงชิ้นส่วนหลาย ๆ ชิ้นก็เลือกที่จะทำเป็นแบบโครเมียมเพิ่มความคลาสสิกไปอีกระดับ โดยจะมีไฮไลท์เป็นตัวอักษรคำว่า ELVIS สีทองที่มาในลักษณะของหลอดไฟบนเวทีและลายเซ็นของศิลปินระดับตำนานอยู่บนถังน้ำมันและพาเนลด้านข้างตัวรถ และที่สำคัญเลยคือที่แผงคอบนของรถจะมีลายเซ็นพร้อมกับนัมเบอร์ของรถว่าเป็นคันที่เท่าไหร่จากทั้งหมด 925 คัน ส่วนเรื่องของสเปกรถจะยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงยังคงใช้เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำขนาด 1,200 ซีซี ให้กำลัง 80 แรงม้าที่ 6,550 รอบ และแรงบิดที่ 105 นิวตันเมตรที่ 3,500 รอบ มีถังน้ำมันขนาด 14.5 ลิตร ช่วงล่างวางบนเฟรมแบบเปลคู่ ระบบกันสะเทือนหน้าจะมีโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิก ด้านหลังเป็นโช้คคู่ปรับพรีโหลดได้ ระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรก Brembo 2 ลูกสูบ ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวกับคาลิเปอร์เบรก Nissin แบบ 2 ลูกสูบ และมีล้อและยางขนาด 100/90 – 18 และ 150/70 – R17 ขณะที่ระบบความปลอดภัยก็จะมีระบบเบรก ABS และระบบแทร็คชันคอนโทรลที่เปิดปิดได้ สุดท้ายนี้จะจำหน่ายในราคา 14,495 ปอนด์หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ราว ๆ 676,000 บาท (ยังไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ) งานนี้สาวกเอลวิสเพรสลีย์และไทรอัมพ์ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ลือ Ducati เตรียมประกอบซูเปอร์ไบค์ไฟฟ้า คาดขายจริงปีหน้า ล่าสุดมีข่าวจากวงใน ลือ Ducati เตรียมประกอบซูเปอร์ไบค์ไฟฟ้าขายจริงในปีหน้า ซึ่งแน่นอนว่าน่าจะมีพื้นฐานมาจาก V21L รถแข่งจากการแข่งขัน MotoE รายการซัพพอร์ตใน MotoGP นั่นเอง ทีนี้เราลองมาดูสเปกคร่าว ๆ ที่น่าสนใจของ V21L ตัวรถใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 110 กิโลวัตต์ หรือเทียบเท่ากับ 150 แรงม้า ให้แรงบิด 140 นิวตันเมตร สามารถทำท็อปสปีดสูงสุดได้ที่ 275 กม./ชม. มีแบตเตอรี่แพ็คขนาด 18 กิโลวัตต์ชั่วโมงพร้อมซ็อกเก็ตชาร์จไฟที่รับไฟได้มากถึง 20 กิโลวัตต์ (ชาร์จเพียง 45 นาทีได้มากถึง 80%) พร้อมตัวอินเวอร์เตอร์ที่เคลมมาว่ามีประสิทธิภาพสูงถึง 99% ซึ่งทั้งสามส่วนนี้จะมีระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวคอยควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสม ตัวรถมีแชสซีแบบโมโนค็อกคล้าย ๆ กับ Panigale V4 โดยมีเฟรมด้านหน้าทำจากอลูมิเนียมน้ำหนักเบาและใช้เคสคาร์บอนไฟเบอร์ของแบตเตอรี่แพ็คเป็นส่วนนึงของการรับโหลดน้ำหนัก มีระบบกันสะเทือนจากทาง Ohlins เต็มระบบ รวมถึงกันสะบัดด้วย ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่และคาลิเปอร์เบรกจาก Brembo GP4RR M4 และเบรกหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวกับคาลิเปอร์เบรก Brembo P4 ส่วนล้อและยางก็จะเป็นขนาดปกติคือ 120/70 – R17 และ 200/55 – R17 นอกจากนี้ยังมีระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อความปลอดภัย ทั้งแทร็คชันคอนโทรล สไลด์คอนโทรล ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ แม็ปปิ้งคันเร่ง และแม็ปปิ้งเอ็นจิ้นเบรก หากดูดี ๆ แล้วจะพบว่าหลาย ๆ ส่วนนั้นดูจะเกินจากรถโปรดักชันไปมาก โดยเฉพาะในส่วนของระบบเบรก คาดว่าเมื่อผลิตขายเป็นรถโปรดักชันจริง ๆ น่าจะมีการปรับสเปกตรงส่วนนี้ลง รวมถึงมีการใส่ระบบไฟส่องสว่าง และระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อความปลอดภัยมากกว่านี้ ตลอดไปจนถึงการใส่โหมดการขับขี่เพิ่มเข้ามา การล็อคสปีดความเร็วเพื่อให้ใช้งานได้มากขึ้น โดยคาดเดาว่าจะมีระยะการใช้งานได้ราว ๆ 150 – 200 กม. ซึ่งก็น่าจะเพียงพอสำหรับการขับขี่ใช้งานในแบบรถซิ่ง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ไม่รับคำขอโทษ ตาล รัชฎา ลุยฟ้อง บีม ศรัณยู หลังถูกดาราดังไลฟ์สดหมิ่นประมาท เป็นความคืบหน้าในกรณีดราม่า หลังตาล รัชฎา นาคเจริญศรี ในฐานะผู้จัดโครงการ “ลิตเติ้ลแว้น บีว้าว ไรเดอร์” ซึ่งเป็นโครงการที่จะเปลี่ยนมุมมอง ปรับทัศนคติเด็กแว้นทั่วประเทศสู่การเป็นนักขับอาชีพบนสนามแข่งขันจริง ได้รวบรวมหลักฐานข้อความหมิ่นประมาทของทางบีม ศรัณยู มาเพื่อดำเนินการเตรียมยื่นฟ้องคดีต่อศาล หลังถูกดาราดังกล่าวไลฟ์สดกล่าวหาทำให้ตนและพาดพิงถึงกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เสียหาย จึงต้องการจะออกมาปกป้องชื่อเสียงของตนเอง ส่วนกรณีถามว่ามีการมาขอโทษจะรับคำขอโทษไหม? และจะมีโอกาสได้ร่วมงานกันอีกไหม? คงตอบว่าไม่รับคำขอโทษ ส่วนคดีความกรณีก่อนหน้านี้ที่ถูก บีม ศรัณยู แจ้งความเรื่องค้างจ่ายค่าตัวที่คงเหลือ 50% จำนวน 150,000 บาท และค่าเดินทางไปทำงาน จำนวน 35,000 บาท รวมทั้งสิ้น จำนวน 185,000 บาท ได้มอบหมายให้ทนายเป็นคนดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ครบทุกบาท ในวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สถานีตำรวจนครบาลบางพลัด ก็ถือได้ว่าจบคดีในส่วนตรงนี้ไปแล้ว แต่เรื่องของการหมิ่นประมาทจากการไลฟ์สดก็จะเป็นเรื่องต่างกรรมต่างวาระ ทางทีมทนายความจะได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด เพราะต้องการปกป้องสิทธิ์ของคุณตาล หากมีความคืบหน้าเรื่องคดีความจะแจ้งให้ทราบต่อไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

R1300GS ไม่ใช่แค่ลุยได้ แต่ยังซิ่งดันเนินได้ด้วย เพื่อน ๆ นักบิดน่าจะรู้กันดีว่าค่ายใบพัดสีฟ้านั้นวางตัวเจ้า BMW R1300GS ไว้เป็นรถแอดเวนเจอร์ที่พร้อมจะให้คุณไปได้ทุกเส้นทาง แต่จริง ๆ R1300GS ไม่ใช่แค่ลุยได้ แต่ยังเป็นรถซิ่งดันเนินได้อีกด้วย ล่าสุดมีมือดีดัดแปลงเจ้าคิงออฟแอดเวนเจอร์จากค่ายรถเมืองบาวาเรียให้กลายเป็นรถในสไตล์ซูเปอร์โมโต ถอดนั่น ปรับนี่ เปลี่ยนนู่น ให้พร้อมซิ่งดันเนินด้วยทีมงานจากทาง Mansell Collection ทีมงานตัวตึงจากเกาะอังกฤษ ที่หมายมั่นปั้นรถให้กลายเป็นรถซิ่งเพื่อไปลงในรายการ Bouley Bay Hill Climb รายการแข่งขันเล็ก ๆ ที่เปิดโอกาสให้ใช้ยานพาหนะกี่ล้อก็ได้ซิ่งไต่เขาขึ้นไปบนรูทแข่งขันที่มีระยะทางสั้น ๆ เพียง 0.917 กิโลเมตรเท่านั้น แต่มีโค้งทั้งหมด 8 โค้งเลยทีเดียว ในการแข่งขันด้วยเจ้า GS ครั้งนี้มีผู้กุมบังเหียนเป็น Greg Mansell และหวดมันอย่างชำนิชำนาญไต่ขึ้นเนินไปตามรูทด้วยสถิติเวลา 46.6 วินาที ทำสถิติเวลาเร็วขึ้นกว่าเดิมที่เขาเคยทำไว้ 2.2 วินาที แต่ก็ยังช้ากว่าสถิติเดิมประเภทรถแอดเวนเจอร์ทัวริ่งของเมื่อปีที่แล้วเพียง 0.7 วินาที (45.9 วินาที) ด้วยรถ Ducati Multistrada V4 RS ซึ่งเจ้าตัวเขาเองก็ยืนยันด้วยว่าจะพัฒนาและทำรถกันใหม่เพื่อมาทำลายสถิติในคราวหน้าให้จงได้อีกด้วย เรียกได้ว่าจากรถที่เคยเอาไว้ติดปี๊บแบกสัมภาระไว้เดินทางท่องเที่ยวได้กลายเป็นรถซิ่งบิดกันจนหมดปลอก ดันทุกดอกจนสุดเรดไลน์ก่อนจะเข้าโค้ง เป็นการสร้างสรรค์ความมันและความบันเทิงในรูปแบบใหม่ให้ไม่ซ้ำซากจำเจไปจากการขับขี่แบบผจญภัยแบบเดิม ๆ ให้กลายเป็นการขับขี่แบบเรซซิ่งได้อย่างไม่น่าเชื่อ แถมยังทำเวลาได้ดีอีกด้วย สุดท้ายนี้อ่านบทความนี้แล้วก็น่าจะเห็นความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัดของนักคัสตอมจากรถทัวริ่ง กลายเป็นทัวซิ่งไปแล้ว งานนี้ใครเงินเหลือจัด 1300GS ไปทำทรงซิ่งแล้วถ่ายภาพมาให้ทีมงาน SuperBike ดูกันด้วยนะ ถ้าทำดีทำถูกใจเดี๋ยวส่งทีมงานไปถ่ายภาพให้ด้วยเอ้า อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Triumph Bonneville T120 Elvis Presley โมเดลพิเศษแด่ศิลปินระดับตำนาน เปิดตัวโมเดลพิเศษกันอีกแล้วครับ คราวนี้มาจากฝากเกาะอังกฤษแดนผู้ดีไทรอัมพ์อีกแล้วกับ Triumph Bonneville T120 Elvis Presley โมเดลพิเศษจำนวนจำกัดแด่ศิลปินระดับตำนานเอลวิส เพรสลีย์ นักร้องนักแสดงชาวอเมริกัน ที่คนทั่วไปมักรู้จักกันในฉายาว่า “ราชาแห่งร็อกแอนด์โรลล์” ซึ่งโมเดลนี้น่าจะถูกใจไบเกอร์รุ่นใหญ่สักนิดนึง หรือไบเกอร์อายุน้อยที่มีเอลวิสเป็นไอดอลหรือชื่นชอบในร็อกแอนด์โรลล์เป็นแน่แท้ ที่มาของโมเดลพิเศษคันนี้เกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจจากการที่ศิลปินเดอะคิงผู้นี้เคยซื้อรถไทรอัมพ์ให้กับเพื่อนสนิทของเขาในกลุ่ม Memphis Mafia ในปี 1965 และโมเดลพิเศษที่ J Daar เคยคัสตอมบอนเนวิลล์ให้กับทางมูลนิธิ Elvis Presley Charitable Foundation ซึ่งทางค่ายนำสีสันและแนวทางจากโมเดลพิเศษของทาง J Daar มาใส่ใน T120 ได้อย่างสวยงาม คลาสสิก ไร้ซึ่งกาลเวลา ตัวรถเด่นด้วยเฉดสีแดง Carnival Red ที่ถังน้ำมัน เพิ่มแถบสีเงินอลูมิเนียมซิลเวอร์คาดถังน้ำมัน แมตช์กันกับสีของบังโคลน ทั้งยังมีการเก็บรายละเอียดด้วยการเพ้นท์สีทองด้วยมือ เพิ่มความหรูหราพรีเมียม ตลอดไปจนถึงชิ้นส่วนหลาย ๆ ชิ้นก็เลือกที่จะทำเป็นแบบโครเมียมเพิ่มความคลาสสิกไปอีกระดับ โดยจะมีไฮไลท์เป็นตัวอักษรคำว่า ELVIS สีทองที่มาในลักษณะของหลอดไฟบนเวทีและลายเซ็นของศิลปินระดับตำนานอยู่บนถังน้ำมันและพาเนลด้านข้างตัวรถ และที่สำคัญเลยคือที่แผงคอบนของรถจะมีลายเซ็นพร้อมกับนัมเบอร์ของรถว่าเป็นคันที่เท่าไหร่จากทั้งหมด 925 คัน ส่วนเรื่องของสเปกรถจะยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงยังคงใช้เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำขนาด 1,200 ซีซี ให้กำลัง 80 แรงม้าที่ 6,550 รอบ และแรงบิดที่ 105 นิวตันเมตรที่ 3,500 รอบ มีถังน้ำมันขนาด 14.5 ลิตร ช่วงล่างวางบนเฟรมแบบเปลคู่ ระบบกันสะเทือนหน้าจะมีโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิก ด้านหลังเป็นโช้คคู่ปรับพรีโหลดได้ ระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรก Brembo 2 ลูกสูบ ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวกับคาลิเปอร์เบรก Nissin แบบ 2 ลูกสูบ และมีล้อและยางขนาด 100/90 – 18 และ 150/70 – R17 ขณะที่ระบบความปลอดภัยก็จะมีระบบเบรก ABS และระบบแทร็คชันคอนโทรลที่เปิดปิดได้ สุดท้ายนี้จะจำหน่ายในราคา 14,495 ปอนด์หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ราว ๆ 676,000 บาท (ยังไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ) งานนี้สาวกเอลวิสเพรสลีย์และไทรอัมพ์ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ลือ Ducati เตรียมประกอบซูเปอร์ไบค์ไฟฟ้า คาดขายจริงปีหน้า ล่าสุดมีข่าวจากวงใน ลือ Ducati เตรียมประกอบซูเปอร์ไบค์ไฟฟ้าขายจริงในปีหน้า ซึ่งแน่นอนว่าน่าจะมีพื้นฐานมาจาก V21L รถแข่งจากการแข่งขัน MotoE รายการซัพพอร์ตใน MotoGP นั่นเอง ทีนี้เราลองมาดูสเปกคร่าว ๆ ที่น่าสนใจของ V21L ตัวรถใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 110 กิโลวัตต์ หรือเทียบเท่ากับ 150 แรงม้า ให้แรงบิด 140 นิวตันเมตร สามารถทำท็อปสปีดสูงสุดได้ที่ 275 กม./ชม. มีแบตเตอรี่แพ็คขนาด 18 กิโลวัตต์ชั่วโมงพร้อมซ็อกเก็ตชาร์จไฟที่รับไฟได้มากถึง 20 กิโลวัตต์ (ชาร์จเพียง 45 นาทีได้มากถึง 80%) พร้อมตัวอินเวอร์เตอร์ที่เคลมมาว่ามีประสิทธิภาพสูงถึง 99% ซึ่งทั้งสามส่วนนี้จะมีระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวคอยควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสม ตัวรถมีแชสซีแบบโมโนค็อกคล้าย ๆ กับ Panigale V4 โดยมีเฟรมด้านหน้าทำจากอลูมิเนียมน้ำหนักเบาและใช้เคสคาร์บอนไฟเบอร์ของแบตเตอรี่แพ็คเป็นส่วนนึงของการรับโหลดน้ำหนัก มีระบบกันสะเทือนจากทาง Ohlins เต็มระบบ รวมถึงกันสะบัดด้วย ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่และคาลิเปอร์เบรกจาก Brembo GP4RR M4 และเบรกหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวกับคาลิเปอร์เบรก Brembo P4 ส่วนล้อและยางก็จะเป็นขนาดปกติคือ 120/70 – R17 และ 200/55 – R17 นอกจากนี้ยังมีระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อความปลอดภัย ทั้งแทร็คชันคอนโทรล สไลด์คอนโทรล ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ แม็ปปิ้งคันเร่ง และแม็ปปิ้งเอ็นจิ้นเบรก หากดูดี ๆ แล้วจะพบว่าหลาย ๆ ส่วนนั้นดูจะเกินจากรถโปรดักชันไปมาก โดยเฉพาะในส่วนของระบบเบรก คาดว่าเมื่อผลิตขายเป็นรถโปรดักชันจริง ๆ น่าจะมีการปรับสเปกตรงส่วนนี้ลง รวมถึงมีการใส่ระบบไฟส่องสว่าง และระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อความปลอดภัยมากกว่านี้ ตลอดไปจนถึงการใส่โหมดการขับขี่เพิ่มเข้ามา การล็อคสปีดความเร็วเพื่อให้ใช้งานได้มากขึ้น โดยคาดเดาว่าจะมีระยะการใช้งานได้ราว ๆ 150 – 200 กม. ซึ่งก็น่าจะเพียงพอสำหรับการขับขี่ใช้งานในแบบรถซิ่ง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

White Motorcycle จับมือ Pininfarina พัฒนารถจักรยานยนต์ไฮบริด White Motorcycle แบรนด์รถจักรยานยนต์สัญชาติอังกฤษที่มีความเชี่ยวชาญในด้านของการพัฒนามอเตอร์ไซค์ประสิทธิภาพสูง และการออกแบบดีไซน์ล้ำ ๆ พร้อมจับมือกับแบรนด์ Pininfarina (อ่านว่าพินินฟารินา) สำนักออกแบบยานยนต์สัญชาติอิตาลีที่มีอายุแบรนด์กว่า 95 ปี ซึ่งในครั้งนี้ทั้งสองค่ายจับมือกันรวบรวมเทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์ที่ล้ำหน้าของ WMC เข้ากับความเชี่ยวชาญระดับโลกของ Pininfarina ในด้านการออกแบบยานยนต์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาสมรรถนะและประสิทธิภาพของรถจักรยานยนต์สองล้อ ซึ่งการจับมือถามว่าทำไมต้องเป็นค่ายยักษ์ใหญ่จากประเทศอิตาลีแบรนด์นี้ ก็เพราะ Pininfarina สำนักแต่งยักษ์ใหญ่จากประเทศอิตาลีที่มีผลงานการออกแบบดีไซน์ และตกแต่งรถยนต์หรูหลากหลายค่าย ไม่ว่าจะเป็น เฟอร์รารี่ มาเซราติ คาดิแอค หรือแม้แต่จากัวร์ สำนักแต่งนี้ก็จัดการออกแบบดีไซน์มาอย่างยาวนาน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ Robert White ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ White ต้องการให้สำนักแต่งค่ายนี้มาร่วมในการพัฒนาแนวคิดด้านอากาศพลศาสตร์ เพราะความเชียวชาญที่พินินฟารินามี อาจพลิกโฉมการออกแบบรถจักรยานยนต์อย่างสิ้นเชิง ด้วยการนำอากาศพลศาสตร์มาเป็นหัวใจสำคัญ การขับเคลื่อนสองล้อในอนาคตจะไปกับลมได้ดีขึ้น เร็วขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งการจับมือกันของทั้งสองค่าย CEO ของทาง WMC ก็เผยว่ารู้สึกยินดี และต้องการผลิตรถจักรยานยนต์ที่มีการยกระดับในส่วนของการออกแบบดีไซน์ อย่างน้อยตอนนี้ก็สำเร็จในด้านของการออกแบบแล้ว “เป็นความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ Pininfarina ในการสร้างสรรค์แนวคิดเบื้องต้นเกี่ยวกับวิธีการนำท่ออากาศที่จดสิทธิบัตรของเรามาผสานเข้ากับการออกแบบมอเตอร์ไซค์ใหม่ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนไฮบริดขนาดกะทัดรัดแบบอัดอากาศ ผมรู้สึกภาคภูมิใจเป็นพิเศษที่เราสามารถทำให้ท่ออากาศนี้กลายเป็นทั้งโครงสร้างสำคัญและองค์ประกอบด้านสไตล์ในการออกแบบมอเตอร์ไซค์ทั้งแบบมีแฟริ่งและแบบเน็กเก็ดได้สำเร็จ” “แนวคิดของท่ออากาศนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ไม่ว่าจะใช้แหล่งพลังงานแบบใดก็ตาม แต่ความร่วมมือในครั้งนี้ได้ยกระดับแนวคิดไปอีกขั้น โดยแสดงให้เห็นว่าท่ออากาศสามารถช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ได้จริง ในขณะเดียวกันก็สามารถเป็นองค์ประกอบด้านความสวยงามสำหรับมอเตอร์ไซค์ในอนาคตได้อีกด้วย” ตอนนี้ยังเป็นแค่เพียงคอนเซปต์เท่านั้น ยังไม่มีการผลิตในส่วนของชิ้นงานจริงออกมา ส่วนของจริงผลิตออกมาแล้วจะเป็นอย่างไรนั้น ก็คงต้องติดตามกันต่อไปสำหรับการพัฒนารถจักรยานยนต์ที่ล้ำสมัยในครั้งนี้ มีความเป็นไปได้ที่จะได้เห็นการออกแบบล้ำ ๆ ของยานพาหนะสองล้อวิ่งอยู่เต็มท้องถนน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jorge Martin ผ่าตัดผ่านฉลุย รอกำหนดคืนสนาม Jorge Martin เจ้าของแชมป์โลกสมัยล่าสุดในการแข่งขัน MotoGP ได้ออกมาเผยถึงการรักษาอาการบาดเจ็บของเจ้าตัวว่าการผ่าตัดเป็นไปได้ด้วยดี หลังจากที่เขาประสบอุบัติเหตุถึงสองครั้งในช่วงเวลาที่ไล่เลี่ยกัน อย่างที่ทราบกันดีว่า ‘มาร์ติเนเตอร์’ เกิดอุบัติเหตุใหญ่ในการซ้อมที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซียในช่วงรอบการซ้อมเซปัง เทสต์ ระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับเจ้าตัวในครั้งนั้นได้แก่ กระดูกเรเดียสบริเวณข้อมือซ้ายไปยังศอกแตกหลายจุด และกระดูกส้นเท้าแตกข้างเดียวกัน ทำให้เขาพลาดการซ้อมทั้งที่เซปัง และบุรีรัมย์ เทสต์ จนกระทั่งใกล้เปิดฉากการแข่งขันสนามแรกของฤดูกาล 2025 นักบิดเจ้าของหมายเลข 89 รายนี้ก็ประสบอุบัติเหตุอีกครั้งในระหว่างการฝึกซ้อมที่ประเทศสเปนส่งผลให้กระดูกเท้าซ้ายหัก และกระดูกมือซ้ายหักสามตำแหน่ง ซึ่งการรักษาก็เป็นไปได้ด้วยดี และตอนนี้เขาก็อยู่ระหว่างพักฟื้นตัว โดยในงานเปิดตัวโมเดลใหม่จากค่าย Aprilia อย่าง Aprilia Tuono 457 ที่ Milan Motoplex Centre ซึ่งนอกจากจะมาพบปะแฟน ๆ และแจกลายเซ็นต์แล้วนั้น เจ้าตัวยังออกมาเผยว่าอดใจไม่ไหวแล้ว ที่จะได้กลับมาแข่งขันอีกครั้ง “ตอนนี้อยู่ในช่วงกำลังฟื้นตัว ผมขอบคุณสำหรับทุก ๆ กำลังใจ ผมรอไม่ไหวแล้วที่จะได้กลับมาแข่งขันอีกครั้ง” “ผมกำลังทำงานอย่างหนัก มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่ผมพยายามจะกลับมาให้เร็วที่สุด เรายังไม่รู้แน่ชัดว่าผมจะกลับมาเมื่อไหร่ แต่ผมจะพยายามให้เร็วที่สุด ผมหวังว่าจะได้เจอทุกคนเร็ว ๆ นี้” โดยกำหนดการกลับมาแข่งขันในฐานะของนักแข่งทีมโรงงาน Aprilia จะยังไม่มีกำหนดออกมา ซึ่งการแข่งขันสนามที่สองของฤดูกาล Termas de Río Hondo ประเทศอาร์เจนตินาในช่วงวันที่ 14-16 มีนาคมนี้มาร์ตินจะคงพลาดการแข่งขันเป็นที่แน่นอนแล้ว ในส่วนของสนามที่ 3 ของฤดูกาลนั้นก็ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามว่าเจ้าตัวจะพร้อมแล้วหรือไม่ ? อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati Lenovo เผย ดึงมาร์กเข้าทีม คือความสบายใจ Ducati Lenovo Team ทีมโรงงานยักษ์ใหญ่ในการแข่งขันรายการ MotoGP จากดูคาติ ได้ออกมาเผยว่าการดึงมาร์ก มาร์เกซ นักบิดเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัย ที่ในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลหน้า เจ้าตัวได้ย้ายเข้าร่วมทีมโรงงานของ ‘ดูคาติ’ จับคู่กับทีมเมทเจ้าของแชมป์โลกสองสมัยอย่าง เป้กโก้ บัญญาย่า ‘เป็นความสบายใจ’ ที่ได้ตัวเขามาร่วมเป็นทีม แม้จะต้องเสีย ฆอร์เก้ มาร์ติน ที่ย้ายไปร่วมทีมโรงงานของ Aprilia อิเนีย บาสเตียนินี่ ที่ย้ายไปร่วมทีม KTM Tech3 แต่ทางทีมก็คาดหวังว่ามาร์กจะนำความสำเร็จมาให้กับทีมโรงงานในอนาคต มาร์กลงทดสอบ ‘ตัวขี่คันใหม่’ เจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยได้ทำการทดสอบคู่หูคันใหม่เป็นที่เรียบร้อย ในบาร์เซโลน่าเมื่อวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมาร์กได้บอกกับ เมาโร กราสซิลลี ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของดูคาติ ว่าเขาชื่นชอบรถคันนี้ โดยผลการวิ่งทดสอบของมาร์กกับรถคันใหม่ เจ้าตัวสามารถทำเวลาเร็วได้เป็นอันดับที่ 4 อยู่ที่ 01:39.4540 นาที ตามหลังทีมเมทคนใหม่ที่จบในอันดับสามด้วยเวลา 01:39.3980 นาที กราสซิลลี ถึงมาร์เกซ ผู้อำนวยการกีฬาของดูคาติได้ออกมาเผยความรู้สึกถึง มาร์ก มาร์เกซ ที่จะเข้ามาขี่ทีมโรงงาน “ผมไม่ใช่ช่างเทคนิค แต่เป้าหมายของวันนั้นคือการรับฟังความรู้สึกแรกของเขา “เมื่อเขาเข้ามาในพิต สิ่งแรกที่เขาพูดคือ: ‘ผมชอบรถคันนี้’ สำหรับผม นั่นคือความโล่งใจ” “ตั้งแต่แรกเราได้ทำงานเพื่อให้เขาอยู่ในทีม ผ่านการเจรจากับผู้จัดการของเขา เพื่อให้สามารถตกลงในหลายๆ เรื่อง เช่น สปอนเซอร์ “การได้เห็นผลลัพธ์จากการทำงานที่เริ่มต้นเมื่อหลายเดือนก่อนเป็นความรู้สึกที่พิเศษ การได้เห็นเขาในสนามแข่งและได้เห็นเขาในพิตของเราคือความรู้สึกที่งดงาม” คู่หูคู่ใหม่ พร้อมนำความสำเร็จสู่ทีมโรงงาน มาร์ก มาร์เกซ จะจับคู่กับเป้กโก้ บัญญาย่า ในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาลหน้า แน่นอนว่าทั้งคู่ต่างมีกดีกรี พร้อมความทะเยอทะยานในการคว้าแชมป์โลก ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ทีมโรงงานต้องเผชิญกับความกดดันเพิ่มเติมในการคุมทั้งสองคน แต่เมื่อทั้งคู่ได้พบกันก็ต่างแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันอย่างราบรื่น “ผมเห็นพวกเขาคุยกัน ผมเห็นว่าพวกเขาแบ่งปันความรู้สึกต่อกัน และพวกเขามีความรู้สึกเหมือนกันเกี่ยวกับรถแข่ง” “พวกเขาเป็นมืออาชีพทั้งคู่ แม้มันจะแปลกที่ต้องพูดว่าเรารู้อยู่แล้ว แต่ก็เป็นสิ่งที่เราต้องการ เราต้องการให้นักแข่งทั้งสองคนช่วยกันพัฒนารถแข่งและทำให้ทีมมีความเป็นหนึ่งเดียว “จากนั้น การได้เห็นพวกเขาคุยกันในวันแรก ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เราจะมองข้ามได้ แต่การเห็นพวกเขาคุยกัน แบ่งปันความคิดเห็น และมีความคิดเกี่ยวกับรถแข่งที่ตรงกันในแบบที่ชัดเจน ถือเป็นการยืนยันแรกของงานที่เรากำลังเริ่มต้นทำ “เมื่อคนสำคัญที่สุดสองคนในทีม ซึ่งก็คือนักแข่ง มีเป้าหมายเดียวกัน ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เรากำลังมองหา ผมมั่นใจว่า แม้จะไม่ง่ายเสมอไป แต่มันจะเป็นประสบการณ์ที่ดีในปีหน้า” โปรแกรมการทดสอบ Pre-Season MotoGP2025 ในสนามถัดไปจะทำการทดสอบระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2568 เชคดาวน์เทส เซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

SuperBikeMag Trackday 2024 R.3 ยอดร่วมงานเกือบ 2,500 คน!! ส่งมอบความสนุกแก่สาวกสองล้อต่อเนื่องจนกระทั่งถึงสนาม 3 หรือสนามสุดท้ายประจำปี 2024 ในงาน SuperBikeMag.com Trackday & Trophy 2024 R.3 POWER BY PIRELLI THE SUPERBIKE TYRES งานแทร็กเดย์ของคนวัยมันส์ที่สนามพีระ อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต พัทยา วันที่ 22 – 24 พ.ย. ที่ผ่านมา พร้อมสร้างสถิติครั้งใหม่กับยอดผู้ชมร่วมงานเกือบ 2,500 คน SuperBikeMag Trackday R.3 2024 เพิ่มความสนุกแบบ X2 นับเป็นปรากฎการณ์ครั้งใหม่และการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเพื่อความสนุกแบบ X2 ที่ทางผู้จัดได้ใส่ใจจัดเตรียมไว้เพื่อความสนุกของชาวสองล้อโดยเฉพาะ สำหรับคะแนนโบนัสผู้ที่ทำเวลาดีที่สุดสามอันดับแรกในรอบควอลิฟาย และคะแนน X2 ของทุกรุ่นแข่งขันในสนามสุดท้ายนี้อีกด้วย นับได้ว่าหากใครไม่ได้ลงแทร็กเดย์ในสนามที่สองก็ยังมีสิทธิ์ลุ้นในการคว้าโพเดี้ยมประจำปีด้วยนั่นเอง ต่อยอดความสนุกแบบคูณ 2 ที่ไม่ใช่แค่มาดูแข่งรถอย่างเดียว ยังมีบูธกิจกรรมต่าง ๆ มากมายรองรับบริการตลอด 3 วัน รวมถึงโซนอื่น ๆ รองรับมากขึ้นอาทิ ฟู้ดทรัคส์ Showpow Cafe โซนจับฉลากหรือ Lucky Draw เพื่อลุ้นรับรางวัลต่าง ๆ และพิเศษสำหรับพื้นที่ VIP Parking สำหรับสปอนเซอร์ใจดีที่มาร่วมงานในครั้งนี้อีกด้วย กิจกรรมแทร็กเดย์และโทรฟี่ สำหรับรูปแบบของกิจกรรมยังคงเต็มไปด้วยเสน่ห์ในรูปแบบการแข่งขันสไตล์สองล้อ กับกิจกรรมที่แบ่งช่วงในรอบแทร็กเดย์ที่ให้นักบิดปลดลิมิตขีดความสามารถภายใต้การดูแลเรื่องความปลอดภัยจากทีมงานในทุก ๆ จุด โดยแบ่งเป็นรอบการซ้อมหรือ Warm up Lap เป็นกรุ๊ป A-D สำหรับสองวันแรก และเป็นรอบโทรฟี่สำหรับการแข่งขันโดยแบ่งอันดับกริดสตาร์ทจากผลจับเวลาในรอบควอลิฟาย หากใครทำเวลาต่อรอบดีที่สุดก็มีสิทธิ์ออกสตาร์ทลำดับหัวแถวนั่นเอง หากท่านใดอยากลงสนามแข่งขันให้ลองพิจารณากันดู เพราะงาน SuperBikeMag.com Trackday & Trophy จัดเต็มกับการเปิดรุ่นแข่งขันมากถึง 24 รุ่น โดยมีตั้งแต่รุ่นใหญ่ 1000 cc ไปจนถึงรุ่นเล็ก 150 cc ประกอบกับรุ่น SuperMoto สำหรับสายสตั้นแมนและรุ่นคลาสสิกอย่าง 2T Super Open 150 cc กับตัวแข่งเครื่องสองจังหวะระดับตำนาน มาแข่งให้สาวกคิดถึงการแข่งขันในยุคสมัยก่อนทีเดียว เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ก็มาร่วมงานนี้ด้วย ตัวเล็ก แม็กซิม เบนซ์ เรซซิ่ง เพิ่มสีสันภายในงานเป็นพิเศษ จากอินฟลูเอนเซอร์ในแวดวงการมอเตอร์ไซค์มาร่วมแข่งขันในสนามนี้อีกด้วยไม่ว่าจะเป็น เบนซ์ เรซซิ่ง, บีม ศรัณยู และ Super Diva สาวสวยอย่าง ตัวเล็ก แม็กซิม มาร่วมล่าแชมป์รางวัลครั้งนี้ “ก้อง สมเกียรติ” โผล่เซอร์ไพร์สในงาน!! พร้อมโบนัสพิเศษ ที่มีนักแข่งระดับ MotoGP อย่าง “ก้อง สมเกียรติ จันทรา” โผล่เซอร์ไพรส์แบบไม่ได้นัดหมายภายในงานในสไตล์แบบคนชิล ๆ ว่าง ๆ แวะมาดูเกมแข่งขันที่ทำเหล่าผู้ชมภายในงานแตกตื่นเป็นแถว รวมถึงนักแข่งรุ่นน้อง Moto3 อย่างก๊องส์ ธัชกร บัวศรี มาร่วมชมงานในครั้งนี้ นับเป็นเกียรติและเป็นโบนัสพิเศษสำหรับผู้ร่วมงานเสียจริง รับความสนุกแถมความฟินกันไปเต็ม ๆ น้อง ๆ นักเรียน..ก็มาดูงาน รวมถึงยังมีน้อง ๆ จากวิทยาลัยเทคโนโลยีวิศวกรรมแหลมฉบัง En-Tech มาร่วมชมและร่วมสนุกกันภายในงาน ที่สำคัญได้มาเรียนรู้กิจกรรมต่าง ๆ ภายในงาน ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ สร้างแรงบันดาลใจและต่อยอดความฝันในอนาคตได้อย่างแน่นอน ขอขอบคุณสปอนเซอร์ใจดีทุกท่าน นอกเหนือจากกิจกรรมแทร็กเดย์และโทรฟี่ไปแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นหัวใจหลักและขาดไปไม่ได้เลยก็คือ สปอนเซอร์ใจดีและลูกค้าทุกท่านที่มาร่วมงานนี้ ทั้ง Pirelli ที่ให้บริการเซอร์วิสและเปลี่ยนยางภายในงาน Yamaha Rider’s club และ Honda Bigbike จองพื้นที่สำหรับพิทบริการลูกค้า พร้อมทั้งบริการเซอร์วิส ซ่อม เปลี่ยน ถ่าย ร้อยลวดฐานน้ำมันเครื่อง รวมถึงการเทรนด์นิ่งจากโค้ชชำนาญการระดับประเทศทั้ง อาจารย์เป็ด วรวุธิ พุฒิโธ จากยามาฮ่าบิ๊กไบค์ และโค้ชแมน กิตติ แจ่มสาคร จากฮอนด้าเรซซิ่ง มาร่วมให้คำแนะนำและทริค เทคนิคสำหรับการขับขี่ในสนามแข่งอย่างใกล้ชิด Yamaha Rider’s

YAMAHA Rider’s club พาลูกค้าลุ้นแชมป์แทร็กเดย์สนาม 3 อาบน้ำให้ชื่นใจแล้วมาขี่รถกับ YAMAHA Rider’s club ส่งต่อความมันส์ให้ลูกค้าสายซิ่งในศึก SuperBikemag.com Trackday & Trophy 2024 POWER BY PIRELLI THE SUPERBIKE TYRES R.3 2024 เมื่อวันที่ 22-24 พ.ย. 67 ที่ผ่านมา พร้อมพาเหล่าสาวกยามาฮ่า มาสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ในรูปแบบการแข่งขันในสนามแข่ง ภายใต้กฏและกติกาทั้งในรอบแทร็กเดย์และโทรฟี่ กับการแข่งขันเพื่อชิงแชมป์โพเดี้ยม และพิเศษยิ่งกว่าในสนามสุดท้ายมีการชิงแชมป์ประจำปี 2024 อีกด้วยที่ สนามพีระ อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จ.ชลบุรี เพื่อเสริมทักษะและประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกและตื่นเต้น ให้เหล่าสาวกเลือดสีน้ำเงินได้ลองสัมผัสกับการซ้อมและการแข่งขัน รวมไปถึงการปลดลิมิต ปลดล็อกตัวเองเพื่อลงสู่การแข่งขันในสนามจริงๆ นำทัพโดย อ.เป็ด วรวุฒิ พุทโธ ขี่กันให้จุก ๆ หากใครที่ได้มาขับขี่ครั้งแรกกลับไปมีสกิลการขับขี่ติดตัวแน่นอน การได้รับคำแนะนำจาก อาจารย์เป็ดวรวุฒิ พุทโธ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษทางด้านการขับขี่ บิ๊กไบค์ มาค่อยแนะนำการขับขี่ให้กับเหล่าสาวกบิ๊กไบค์ทุกคนไม่ว่าจะเป็น R-Series, MT-Series หรือแม้กระทั่ง MaxSeries เพื่อให้ขับขี่ได้อย่างสนุกและปลอดภัย ยามาฮ่าจัดให้ พิทใหญ่ 4 พิทรองรับบริการ และยังมีพิทพร้อมทีมช่างชำนาญการที่พร้อมดูแลและเซอร์วิสรถให้กับลูกค้าอย่างเต็มที่เพื่อให้รถพร้อมใช้งานในทุกการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น วอร์มยาง ถ่ายน้ำมัน ร้อยลวด ฐานน้ำมันเครื่อง เซ็ตติ้งระบบช่วงล่าง โช้ค เบรก ฯลฯ เรียกได้ว่าดูแลดีทุกจุด..เตรียมตัวลงขี่ในสนามอย่างเดียว ใครไม่มีชุด ยามาฮ่า..มีให้ยืม ใครที่ยังมาขับขี่ครั้งแรกแล้วไม่มีชุด ทาง YAMAHA ยังมีบริการยืมชุดเรซซิ่งสูท ถุงมือ และรองเท้าตลอดทั้งงานอีกด้วย พิเศษยิ่งกว่า..!! ไม่ใช่แค่เฉพาะลูกค้ายามาฮ่า บิ๊กไบค์เท่านั้น ผู้สมัครที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ยังสามารถเข้ามาใช้บริการได้อีกด้วย เพียงใช้บัตรประชาชนใบเดียวเท่านั้น พิเศษสุด ๆ พิเศษยิ่งขึ้นด้วยรุ่นการแข่งขันพิเศษที่ทาง YAMAHA จัดให้เหล่าสาวกบิ๊กไบค์ในรุ่น YAMAHA Rider’s club R7, MT07, MT09, MT10 ขับขี่ได้อย่างจุกใจมากยิ่งขึ้น ภาพความมันส์ https://www.facebook.com/media/set/?set=a.1030127102248149&type=3 https://www.facebook.com/media/set/?set=a.1029411948986331&type=3 เบนซ์ เรซซิ่ง มาร่วมจอยส์ความมันส์ ในสนาม 3 อีกหนึ่งลูกค้าที่พร่ำหวอดในการแข่งขัน SuperBikeMag มาอย่างยาวนาน และเป็นระดับถึง VIP ในวงการสองล้อได้มาร่วมจอยส์ความสนุกและสร้างสีสันภายในงานนี้อีกด้วย โดยทำการแข่งขันในรุ่น SuperBike 1000 cc รุ่นใหญ่สุดของการแข่งขัน และยังสามารถขึ้นโพเดี้ยมอันดับ 2 ไปได้ในครั้งนี้ เรียกได้ว่าทั้งหล่อ ทั้งเก่ง จริง ๆ ภาพบรรยากาศการแข่งขัน ครบทุกรสชาติที่ YAMAHA Big Bike จัดให้ลูกค้าเพื่อปลดปล่อยตัวเอง ได้ขับขี่ได้อย่างเต็มที่และปลอดภัยรวมถึงได้เรียนรู้ทักษะการขับขี่ การฝึกสกิลไปในตัว และความสนุก ความมันส์ มิตรภาพดี ๆ เหล่านี้ ที่หาจากที่ไหนไม่ได้ สุดท้ายต้องขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้ชัยชนะในสนามที่ 3 และผู้ที่ได้แชมป์ประจำปี 2024 ในรุ่น YAMAHA Rider’s club R7, MT07, MT09, MT10 ด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ในงาน SuperBikeMag.comTrack day & Trophy 2025 Powered by Pirelli. The superbike Tyres ยังไงรอติดตามได้เลย แล้วเจอกันใหม่ในปี 2025 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW S1000XR 2023 สปอร์ตทัวริ่ง ตัวแรง จากค่ายใบพัดสีฟ้า นอกจากการเปิดตัวโมเดล BMW M1000R 2023 ในประเทศไทยไปเมื่อไม่นาน วันนี้ทาง SuperฺBike Thailand จะมาแนะนำรถสปอร์ตทัวร์ริ่งตัวใหม่ในตระกูล S1000 จากค่ายใบพัดสีฟ้ากันอีกรุ่น กับเจ้า BMW S1000XR 2023 สปอร์ตทัวริ่งไซส์ใหญ่ในพิกัด 1000 ซีซี ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยียุคใหม่ ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งการขับขี่ในเมืองและออกทริปต่างจังหวัด ดีไซน์โฉบเฉี่ยว เริ่มจากการออกแบบแฟริ่งให้มีมิติความเป็นรถสปอร์ต ชิลด์หน้าออกแบบทรงสูงในสไตล์ทัวริ่งแอดเวนเจอร์ พร้อมไฟ LED บิ้วอินเข้าไปในแฟริ่งด้านหน้า โดดเด่นด้วยแรมแอร์ขนาดใหญ่บริเวณคอนโทรลหน้า มาพร้อมกราฟิกลวดลาย S1000 XR และโลโก้ บีเอ็มดับเบิ้ลยู ประทับตราด้านข้างเพิ่มความหรูหรา เสริมการทำสีดำในส่วนเครื่องยนต์และช่วงล่าง ให้ฟีลลิ่งความสมาร์ทและดุดันในการขับขี่ที่ใคร ๆ ก็ต้องมอง นอกจากนี้ ตัวรถยังมีความพิเศษด้วยช่องเก็บบัตรบริเวณฝาถังน้ำมัน และช่องเก็บสัมภาระใต้เบาะขนาด 1.8 ลิตร พร้อมชุดแต่งคาร์บอน M Performance แร็กท้ายน้ำหนักเบาและกล่องท้ายมอเตอร์ไซค์ สำหรับรุ่นอัพเกรดอีกด้วย ขุมพลังเหลือล้ำ มาดูในส่วนของขุมพลังกันบ้าง กับเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 999 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้พละกำลังแรงม้าสูงสุด 165 แรงม้าที่ 11,000 รอบ และแรงบิด 114 นิวตันเมตร ที่ 9,250 รอบ มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนด้วยโซ่ และเกียร์ 6 สปีด และรับประกันความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งตอบโจทย์ผู้ขับขี่สายทัวริ่งได้อย่างแน่นอน เสริมความปลอดภัยด้วยการใช้เฟรมแบบ อลูมิเนียมคอมโพสิต พร้อมด้วยระบบช่วงล่าง กับโช้คหน้าหัวกลับ ขนาด 45 มม. มาพร้อมกระบอกโช้คสีทอง ส่วนโช้คหลัง เป็นโช้คอัพปรับระดับไฟฟ้า สามารถปรับพรีโหลดและรีบาวด์ได้ ส่วนระบบเบรก ด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 มม. พร้อมคาลิเปอร์เบรกเรเดียลเมาท์ 4 พอต เบรกหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 265 มม. พร้อมคาลิเปอร์เบรก 2 พอต มาพร้อมระบบเบรก ABS ส่วนล้อ จะเป็นล้อฟอร์จอลูมิเนียมขนาด 17 นิ้ว หน้า-หลัง ดีไซน์มาอย่างสวยงาม ขนาดของยางหน้า-หลังขนาด 120/70 และ 190/55 แบบไม่ใช้ยางใน เทคโนโลยีที่ไม่เป็นรองใคร แค่นั้นยังไม่พอ กับระบบเทคโนโลยีที่ไม่เป็นรองใคร เริ่มด้วยหน้าจอสี TFT ขนาด 6.5 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อแอพพลิเคชัน BMW Motorrad Connectivity เข้ากับสมาร์ทโฟน ตัวรถและหมวกกันน็อกผ่านระบบบลูทูธได้สามารถ ดูเส้นทาง GPS, ฟังเพลงและสนทนาทางโทรศัพท์ได้ นอกจากนี้ยังระบบไฟ LED รอบคัน โหมดการขับขี่ Riding Mode พร้อมระบบอื่น ๆ ได้แก่ ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSC Pro), ระบบควบคุมแรงฉุดเครื่องยนต์ (MSR), ระบบเบรก ABS รวมไปถึงระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (DTC) ดูโดยรวมแล้ว ถือว่าทาง บีเอ็มดับเบิ้ลยู โมโตราด ออกแบบตัวรถได้มาอย่างดี ตอบโจทย์สำหรับสายสปอร์ตทัวริ่ง ซิ่งถูกใจอย่างแน่นอน ในรถตระกูล S1000 ถึงรูปลักษณ์จะดูเป็นรถทรงทัวริ่ง แต่สามารถขับขี่ได้อย่างสนุกตั้งแต่ออกสตาร์ทเลยทีเดียว Racing red 2 Triple Black Light white/M Motorsport โดยมีจำหน่ายออกมาทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Light white/M Motorsport, Triple Black และ Racing red 2 สำหรับราคา จะอัปเดตอีกทีในภายหลัง อย่างไรก็ขอฝากติดตามข่าวสารรถจักรยานยนต์จากทาง SuperBike Thailand ในครั้งต่อไป หากมีข่าวสารอะไรใหม่ ๆ จะมาแชร์ให้อ่านกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda คว้าชัย MXGP 2023 ในเรซ 2 ประเทศอาร์เจนติน่า “รูเบน เฟอร์นานเดซ” พร้อมควง Honda CRF450R เปิดตัวได้ยอดเยี่ยมจากTeam HRC จาก Honda คว้าชัย MXGP 2023 เรซ 2 ที่อาร์เจนตินา “รูเบน เฟอร์นานเดซ” เปิดตัวกับ Team HRC ได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันรถจักรยานยนต์วิบากชิงแชมป์โลก รายการเอฟไอเอ็ม โมโตครอส เวิล์ด แชมเปี้ยนชิพ สนามแรกที่อาร์เจนตินา ด้วยการคว้าชัยชนะได้ทันที ด้วยสุดยอดตัวแข่งอย่าง CRF450R แม้ว่าก่อนเริ่มต้นฤดูกาล ฮอนด้าต้องพบกับความท้าทายอย่างมากเมื่อ “ทิม ไกจ์เซอร์” ยอดนักบิดมือหนึ่งของทีมได้รับบาดเจ็บ เหลือเพียง “รูเบน เฟอร์นานเดซ” ที่พึ่งเข้ามาสู่ทีมเป็นปีแรกเท่านั้น การแข่งขันสนามเปิดฤดูกาล MXGP 2023 ดวลทางฝุ่นกันที่ประเทศอาร์เจนตินา ในรายการ MXGP of Patagonia – Argentina ความมุ่งมั่นของฮอนด้าและสมรรถนะตัวแข่ง CRF450R ได้พิสูจน์ศักยภาพอีกครั้ง ซึ่งฤดูกาลนี้มีคะแนนสะสมให้เก็บในรอบการคัดเลือก เพื่อหาอันดับการออกสตาร์ท “รูเบน เฟอร์นานเดซ” สามารถคว้าอันดับ 4 คะแนนสะสม 7 แต้มมาครอง การแข่งขันเรซแรก “รูเบน เฟอร์นานเดซ” พร้อมด้วย Honda CRF450R หมายเลข 70 โชว์ศักยภาพอันน่าทึ่งทันที ด้วยการรั้งกลุ่มนำพร้อมมีลุ้นอันดับโพเดียม อย่างไรก็ตามความผิดพลาดเล็กน้อยในช่วงปลายเกมส์ นักบิดดาวรุ่งชาวสเปนของ HRC จบอันดับ 5 เมื่อจบการแข่งขัน การแข่งขันเรซที่สอง ”รูเบน เฟอร์นานเดซ” เริ่มต้นการแข่งขันได้อย่างยอดเยี่ยม ขึ้นนำพร้อมปิดเกมส์คู่แข่ง ก่อนที่จะคว้าชัยชนะ ไปครองได้อย่างเด็ดขาด ซึ่งผลการแข่งขันรวมทั้ง 2 เรซ “รูเบน เฟอร์นานเดซ” จาก Team HRC เป็นนักแข่งที่ทำผลงานรวมได้ยอดเยี่ยมที่สุด โดยรวมแต้มสะสมและจากการจับเวลารอบคัดเลือก มีคะแนนทั้งสิ้น 48 คะแนน รั้งอันดับ 2 ในตารางคะแนนชิงแชมป์โลก สำหรับโปรแกรมการแข่งขัน MXGP 2023 สนาม 2 จะมีขึ้นในวันที่ 26 มีนาคมนี้ ที่ ริโอลา ซาร์โด ประเทศอิตาลี แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยสามารถติดตามข่าวสารของนักบิดฮอนด้าได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : www.facebook.com/HondaRacingTeamTH #WhatStopsYou #มุ่งไปอย่าให้อะไรมาหยุด #MotorSport #MXGP #HRC #RaceToTheDream #Honda อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

การทดสอบในครั้งนี้กับการ รีวิว Honda CB300R สปอร์ตคาเฟ่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมไปถึงสมรรถนะเครื่องยนต์ และช่วงล่างที่ทำให้ตอนทดสอบต้องบอกเลยว่าเหลือเฟือ ที่สุดสำหรับสปอร์ตคาเฟ่ในคลาส 300 ซีซี หลายๆ คนอาจจะงงและสงสัยว่า Neo Sport Cafe นั้นคืออะไร มันก็คือการผสมผสานแนวคิดและสไตล์ของรถในแบบคาเฟ่ที่มีลักษณะโดดเด่นในแบบคลาสสิคเข้ากับสปอร์ตไบค์ที่มุ่งเน้นไปในเรื่องของสมรรถนะและความทันสมัย จนออกมาเป็นรถในตระกูล Neo Sport Café นั้นเอง.. มาส่องโฉม กันก่อน ดีไซน์โดดเด่นเป็นสง่ารูปร่างดี สมส่วนด้วยไฟหน้าทรงกลมแบบ LED ตามดีไซน์ Japan craft ดูดี เป็นศรีแกผู้ขับขี่ มาพร้อมแฮนก์บาร์ยกกระชับขับง่ายตามสไตล์คาเฟ่ เรือนไมล์แบบ LCD ดิจิตอลดูล้ำสมัยที่จะแสดงผลทั้งหมดทั้งมวลของรถคันนี้ เช่น ความเร็วขับขี่ รอบเครื่องยนต์ ปริมาณน้ำมัน การวัดระยะทางแบบทริป และสถานะไฟเลี้ยว ไฟสูง เวลา อุณหภูมิเครื่องยนต์ รวมไปถึงสถานะการเปลี่ยนเกียร์ Shift Light เอาจริงๆก็เกือบจะครบถ้วน ขาดแค่ไฟบอกเกียร์เพียงอย่างเดียว มาต่อที่โช้คหน้า ที่เป็นจุดเด่นสง่าสีทอง แบรนด์ดังอย่าง SHOWA ที่เป็นแบบ UPside-down ขนาด 41 มม. และ โช้คหลังเดี่ยวที่สามารถปรับพรีโหลดได้ 7 ระดับ เฟรมถักที่ทำให้ดูเพียวร่างบางเบาแข็งแรง ดูทันสมัยสวยงาม ระบบเบรค ดิสเบรคหน้า-หลัง ABS คาลิปเปอร์ Nissin แบบเรเดี้ยนเมาส์ที่ถอดแบบมาจากเทคโนโลยี SuperBike อย่าง CBR1000RR ที่ทำให้มั่นใจมากยิ่งขึ้นพร้อมกับให้จานดิสเบรค Floating ขนาดใหญ่แบบ WaveDisk ที่ดีไซน์เป็นคลื่นรอบวงของตัวจานเบรค และเบรคหลังที่เป็นของ Nissin เช่นกัน และอย่างแน่นอนที่ Honda ยัดมาให้เสมอนั้นก็คือระบบเบรค ABS และ G sensor จากโรงงานมั่นใจหายห่วง ขนาดของล้อแม็ก 5 ก้านคู่(Y)ที่ให้มาทางด้านหน้ามีขนาด 17 นิ้วที่รัดด้วยยางขนาด 110/70 และขนาดล้อด้านหลัง 17 นิ้วให้ขนาดยางมาที่ 150/60 ที่มีขนาดหน้ายางกว้าง ใหญ่ ดูสมส่วน และทำให้การขับขี่คันนี้ รู้สึก นุ่มนวล มั่นใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ขุมพลัง 1 สูบ 286 ซีซี เครื่องยนต์สูบเดียว มีความจุปริมาตรกระบอกสูบที่ 286 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ หัวฉีด DOCH (แคมคู่) ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 76.0 X 63.0 อัตราส่วนกำลังอัด 10.7 : 1 ระบบเกียร์ แบบ 6 สปีด คลัทซ์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ฟิวลิ่งการขับขี่ รีวิว Honda CB300R 2019 ในการขับขี่ในครั้งนี้ได้ทดสอบการขับขี่กันภายในเมืองย่าน พระราม9-เรียบทางด่วน รามอินทรา ได้ฟิวของการซอกแซกภายในเมือง ทำได้ดีเลยทีเดียว เนื่องจากตัวรถมีน้ำหนักเบากว่ารุ่นอื่นๆในคลาส ที่มีน้ำหนักเพียง 143 กิโลกรัมรวมของเหลวที่มีน้ำมันในถังถึง 10 ลิตร (เต็มถัง) สามารถที่จะพลิกรถทั้งซ้ายและขวาง่ายมากๆ ด้วยขนาดยางหลังที่มีขนาดใหญ่ ทำให้การเลี้ยวโค้งสามารถทำได้มั่นใจมากยิ่งขึ้น ท่านั่งการขับขี่ ด้วยตัวรถที่เป็นทรงแฮนด์บาร์ทำให้ท่านั่งนั้นเรียบง่าย สบายๆอย่างเห็นได้ชัดไม่ต้องก้มคอม งอหลังให้ปวดเมื้อยระหว่างขาสามารถที่จะหนีบตัวถังน้ำมันได้อย่างดี กระชับหน้าขามั่นใจทั้งการเบรคและเปิดคันเร่งรวมไปถึงเบาะนั่งที่ไม่สูงมาก ทำให้ควบคลุมรถได้อย่างคล่องตัว ในการขับขี่ครั้งนี้ทางเราจะให้ความสนใจเป็นพิเศษสำหรับการทดสอบช่วงล่างเพราะถือว่าเป็นจุดเด่น ของรถคันนี้สำหรับช่วงล่างด้านหน้าแบบ UPside-down ของ Showa ที่ถูกติดตั้งมาจากโรงงานที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 41 มม. และโช้คหลังที่เป็นแบบเดี่ยว สามารถปรับพรีโหลดได้ ถือว่าเป็นช่วงล่าง ที่ดีที่สุดในคลาสตอนนี้ ซับแรงกระแทรกได้เป็นอย่างดี แม้กระทั้งการเบรคหนักๆแบบฉุกเฉิน หรืออาจจะมีคนซ้อนเดินทางในชีวิตประจำวัน ก็ทำงานได้เป็นอย่างดี เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการขับขี่บนถนนเมืองไทย สำหรับตัวเครื่องยนต์ต้องบอกก่อนเลยว่า แม้จะเป็นเครื่องยนต์ 1 สูบในแบบเดียวที่ใช้ใน CBR300R ได้ให้กำลังเครื่องยนต์ที่ตอบสนองได้ดีมากในช่วงรอบต้น และกลาง ตามสไตล์เครื่องยนต์สูบเดียว บิดติดมือ บิดคันเร่งตอบสนองได้เป็นอย่างดีเร่งแซงได้ดั่งใจ เสียงท่อไอเสียที่เครื่องยนต์ ขนาด 286 ซีซี ถือว่าทำได้ดีเร้าใจ ปลอดภัยคุณตำรวจ ถือว่าเป็นเครื่องยนต์ที่มีกำลังเพียงพอต่อการใช้งานในเมือง หรืออาจจะมีการออกทริปเอาสังคมสองล้อกันบ้างก็ สบายๆ ไร้กังวลอย่างแน่นอน ฟันธง สปอร์ตคาเฟ่ CB300R 2019

ยูโรเปี้ยน เรดบูล สร้างประสบการณ์ให้ลุกเป็นไฟ เยี่ยมชมโรงรถ Redbull KTM ทีมดังระดับโลก ขุมพลังที่ซุ่มความแรงในตระกูล 2 ล้อ ผ่านไปแล้วสำหรับการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก (โมโตจีพี) ภายใต้ชื่อ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019 ณ เวทีประลองความเร็วระดับโลก สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดย มาร์ค มาร์เกซ (Marc Marquez) นักบิดชาวสแปนิช นักบิดเจ้าของฉายาเด็กระเบิด ไม่ทำให้ผิดหวัง โชว์บิดแซงหน้า Fabio กวาร์ตาราโร ในโค้งสุดท้ายเข้าเส้นชัยเป็นอับดับ 1 ฉลองแชมป์โลกรวมสมัยที่ 8 อย่างยิ่งใหญ่ ยูโรเปี้ยน เรดบูล พาเกาะติดขอบสนามการแข่งขันโมโตจีพี ศึกมอเตอร์สปอร์ตอันดับหนึ่งของโลก ชมการขับเคี่ยวที่เร้าใจของรถแข่งจักรยานยนต์ที่ล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยีสูงสุด ซึ่งนอกเหนือจากการประลองความเร็วของยอดนักบิดระดับโลกแล้ว ยูโรเปี้ยน เรดบูล ยังอัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมายไม่ว่าจะเป็นการาจทัวร์ เผยความลับแห่งขุมพลังความเร็ว แบบเจาะลึกทุกรายละเอียดตลอดการทัวร์โรงรถของทีม Red Bull KTM พร้อมทั้งกระทบใหล่กับนักบิดในสังกัด อย่าง มิเกล โอลิเวียร่า (Miguel Oliveira) ฮาฟิช ซยาห์ริน (Hafizh Syahrin) มิกา คาลิโอ (Mika Kallio) และ โปล เอสปาร์กาโร (Pol Espargaro) ตบท้ายด้วยอาฟเตอร์ปาร์ตี้แบบเอ็กซ์คลูซีฟกับเรดบูลที่มี ดีเจบอมเบอร์ ซีเล็คต้า2x (Bomber Selecta 2x) ดีกรีแชมป์สองสมัยติดจากเวที Red Bull Thre3Style มาเอนเตอร์เทนสร้างความประทับใจปิดท้าย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่

เปิดตัวกันเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ สเปก Kawasaki Ninja 650 2020 ที่แฟนๆชาวไทยต่างก็อดใจรอกันอยู่พักใหญ่ๆสำหรับรถ บิ๊กไบค์ สายสปอร์ตขนาดกลาง เครื่องยนต์ 650 ซีซี ที่จะมีลูกเล่นอะไรใหม่มาให้สายเขียวได้ลอง ได้ชมกันบ้าง สำหรับ สเปก Kawasaki ninja 650 2020 มาดูกันที่รูปร่างหน้าตา ที่มีการอัพเกรดไฟหน้าคู่แบบใหม่เป็น LED ทั้งคู่สว่างกว่าเดิมอย่างแน่นอน รวมไปถึงหน้าจอเรือนไมล์ที่เป็น TFT จอสีแสดงมาตรวัดทุกอย่างแบบดิจิทัลทั้งหมด ที่แสดงผลรอบเครื่องยนต์ ความเร็ว ตำแหน่งเกียร์ ความร้อนเครื่องยนต์ มาตรวัดน้ำมันเชื้อเพลิงชัดเจนทั้งกลางวันและกลางคืน และยังสามารถเชื่อมต่อกับ สมาร์ทโฟนได้ผ่านทาง Bluetooth โดยสามารถควบคุมทั้งหมดผ่านทางแอฟพลิเคชั่น RIDEOLOGY นั้นเรามาดูกันที่เครื่องยนต์กันต่อ เพราะน่าจะเป้นหัวใจหลักที่สำคัญสำหรับการเลือกซื้อรถคันนี้ เครื่องยนต์ ขนาด 2 สูบ 649 ซีซี DOCH 4 วาว์ล ระบายความร้อนด้วยน้ำ เกียร์ 6 Speed ตัวรถคันนี้จะสามารถบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงได้ 15 ลิตร ช่วงล่างด้านหน้าแบบ เทเลสโคปิค ยังคงไม่อัพเกรดเป็นแบบ Up-side down แต่มีแกนโช้คอัพที่มีขนาดใหญ่ 41 มิลลิเมตร ไม่สามารถปรับตั้งค่าความหนืดได้ ส่วนโช้คอัพด้านหลังเป็นแบบเดี่ยว สามารถที่จะปรับค่าพรีโหลดได้ มาพร้อมกับยางสายสปอร์ตที่ติดมาให้จากโรงงาน อย่าง Dunlop Sportmax Roadsport2 ที่มีขนาดยางหน้า 120/770 17 และยางหลัง 160/60 17 สร้างความมั่นใจในการขับขี่ได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงระบบเบรคคาลิปเปอร์หน้าอย่าง nissin จับกับจานเบรคแบบดิสคู่ ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 300 มิลลิเมตร เบรคหลังคาลิบเปอร์เบรค จับกับจานดิสเส้นผ่านศูนยืกลางขนาด 220 มิลลิเมตร พร้อมระบบความปลอดภัย ABS จาก Kawasaki ทางด้านน้ำหนักรวม 419 ปอนด์หรือราว 190 กิโลกรัมและสำหรับรุ่นที่มี ABS จะมีน้ำหนักรวมที่ 423 ปอนด์หรือราวๆ 192 กิโลกรัม ซึ่งก็ถือเป็นน้ำหนักที่รวมของเหลวภายในตัวรถแล้วมีน้ำหนักที่ไม่มากจนเกินไป สำหรับสีที่เพิ่งจะเปิดตัวไปนั้นมี 3 สี ได้แก่ สีดำ,สีขาว,และสีพิเศษ ลวดลายตัวแข่งอย่าง Kawasaki Racing Team KRT สำหรับทั้งหมดทั้งมวลที่เขียนมานั้นคือสเปกที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการ จากฝั่งยุโรป ส่วนประเทศไทยคงจะรออีกไม่นานนี้อาจจะได้เห็นตัวเป็นๆกันในงานใหญ่ปลายปีรึป่าวก็ต้องรอชมกันต่อไป ส่วนใครสาวกสายเขียว กำเงินรอได้เลย มาแน่!! อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกทีนี้ ติดตามข่าวสาร Facebook คลิกทีนี้

All New BMW S1000RR นับเป็นเจเนอเรชั่นที่สามตั้งแต่เปิดตัวรุ่นแรกในปี 2552 ซึ่งนอกจากได้รับการพัฒนาในด้านสมรรถนะแล้ว ไฮไลท์ของ All New BMW S1000RR ยังเป็นในเรื่องของความเร็ว ที่มีความเร็วสูงสุดต่ำกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 1 วินาที การออกแบบรูปโฉมและระบบต่าง ๆ คำถึงถึงการใช้งานที่สะดวกสบายของผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น เพื่อประสิทธิภาพในการควบคุมและการขับขี่สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน บนเส้นทางคดเคี้ยว หรือแม้กระทั่งการโลดแล่นด้วยความเร็วสูงบนสนามแข่ง ด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบและเทคโนโลยี BMW ShiftCam สมรรถนะโดยรวมของบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่ จึงได้รับการยกระดับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่ง BMW ShiftCam มีส่วนสำคัญในการเสริมความสมดุลของเพลาลูกเบี้ยวและจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ เสริมด้วยระบบส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและระบบท่อไอเสียที่ได้รับการปรับปรุงให้มีน้ำหนักเบาลงถึง 1.3 กิโลกรัม นอกจากนี้ เครื่องยนต์ 4 สูบ 4 จังหวะ ขนาด 999 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำและน้ำมัน ยังส่งพละกำลังเพิ่มขึ้น 6 กิโลวัตต์ (8 แรงม้า) เป็น 152 กิโลวัตต์ (207 แรงม้า) ที่ 13,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 113 นิวตันเมตร ที่ 11,000 รอบต่อนาทีช่วยเสริมประสิทธิภาพในการขับขี่และการเร่งขณะขับขี่ที่ความเร็วต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น และที่สำคัญ บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ใหม่ ยังมีน้ำหนักเบาลงถึง 11 กิโลกรัม ลงจาก 208 กิโลกรัมในรุ่นก่อนหน้ามาอยู่ที่ 197 กิโลกรัม โดยมาใน 2 สี 2 สไตล์ด้วยกัน คือ สีแดง Racing Red Uni และสี Light White Uni/Racing โดยบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR มาพร้อมกับโปรแกรม BMSI (BMW Motorrad Service Inclusive) ที่มีระยะเวลาบำรุงรักษาตามมาตรฐาน 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร และรับประกันคุณภาพ 3 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง ราคาจำหน่าย: บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR สำหรับสี Racing Red 1,020,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ BMSI Standard) สำหรับสี Light White /Racing Blue Metallic / Racing Red 1,050,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ BMSI Standard) อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้ ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้ ข้อมูลจาก BMW Thailand ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.bmw-motorrad.co.uk/

เป็นสถานที่ที่คนรัก Yamaha MotoGP ต้องได้เข้าไปใน Yamaha Motor Racing YMR ซึงถือว่าเป็นศูนย์กลางระดับโลกเลยก็ว่าได้ที่จะรวมนักแข่งทีมโรงงานอย่าง Maverick viñales #12 Valentino Rossi #46 หัวหน้าช่างทีมแข่ง อะไหล่ตัวรถแข่ง การขนส่ง และสำนักงาน Yamaha MotoGP อยู่ในที่นี้ที่เดียว สำหรับวันนี้เราจะพาเดินชม Yamaha Motor Racing YMR โดยมีคุณ William Favero ผู้จัดการฝ่ายสื่อสาร และการตลาด ยามาฮ่า มอเตอร์ เรซซิ่ง ที่จะเป็นคนแนะนำพื้นที่ต่างๆ ในบริเวณสำนักงานว่าส่วนไหนดูได้ ส่วนไหนดูไม่ได้ (บางพื้นที่เป็นความลับ) ตื่นเต้นๆแล้ว เรามาเดินชมไปพร้อมๆกันดีกว่าครับ ใน ยามาฮ่า มอเตอร์ เรซซิ่ง ที่เราจะได้เข้าไปเยี่ยมชมถูกแบ่งสัดส่วนการใช้งานอย่างเป็นระเบียบ จัดสรรพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม โดยแบ่งออกเป็น โซนโชว์รูม โชนต้อนรับแขกผู้มาเยือน ห้องประชุม โซนซ่อมบำรุงรักษา โซนโรงรถเทเลอร์ขนย้าย และชั้น 2 ที่ถูกออกแบบให้เป็นสำนักงาน ติดต่อประสานงานครบวงจร โซนแรกที่เราได้เข้าไปเจอนั้นคือโชว์รูมที่จัดโชว์รถแข่ง Yamaha MotoGP ถูกจอดโชว์เรียงไว้เป็นปี เป็นรุ่น มีทั้งสมัย Lorenzo #99 เป็นทีมเมทกับ Rossi #46 โชว์ชุดแข่งของแต่ละคน ได้ดูกันอย่างใกล้ชิดเลยละครับ มีทั้ง Valentino rossi Maverick viñales ทุกชุดที่แขวนโชว์คือชุดที่ผ่านการใช้งานจริงมาแล้วทั้งหมด อยากได้สักชุดจริงๆ ภาพชิ้นนี้เป็นฝีมือคนไทยที่ทำขึ้น ถูกแขวนอยู่บนผนังในโซนต้อนรับแขก มองไปที่ภาพรับรู้ถึงความเป็นไทยได้เลยและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากๆที่ได้เห็นภาพนี้อยู่ที่แห่งนี้ ขอบคุณครับ โชว์เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง รหัส S5 ขนาดเครื่องยนต์ 800 ซีซี ปี 2008 ถูกวางโชว์อยู่บนแท่นในแต่ละปีจะมีความแตกต่างกัน เครื่องยนต์ถูกพัฒนาให้มีกำลังแรงขึ้น ทนขึ้น และสเถียรมากขึ้นอีกด้วย อีก 1 ห้องที่สำคัญไม่แพ้ห้องอื่นๆเลย นี้คือห้องประชุมที่นักแข่ง Yamaha MotoGP อย่าง Rossi Vinales และทีมแข่ง นายช่างเครื่อ และผู้บริหารทีม เข้ามาประชุมในห้องนี้ โดชว์ถูกจัดให้มี Yamaha M1 อยู่กลางโต๊ะประชุม เสริมบรรยากาศให้รู้สึกดีมากยิ่งขึ้น (น้อยคนมากที่จะได้เข้าห้องนี้) เราเดินต่อมากันที่ด้านหลังของโชว์รูมที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่นี้คือสิ่งที่ทางเจ้าหน้าที่บอกว่า “ห้ามถ่ายรูป” มันต้องมีอะไรแน่ๆ แต่ในครั้งนี้เราได้สิทธิพิเศษในการเยี่ยมชมแบบ VIP “ถ่ายได้” ก็ต่อเมื่อเขาให้ถ่าย ต้องบอกก่อนว่าตรงนี้คือโซนที่จะมีรถเทเลอร์ขนย้าย ขนส่งอะไหล่และรถแข่งในโซนยุโรปทั้งหมด จะถูกขนด้วยรถเทเลอร์ โดยในรถจะมีอะไหล่ ที่พัก เครื่องมือที่พร้อมออกเดินทางข้ามประเทศกันเลยละครับ ถ้าใครเห็นภาพหรือวีดีโอที่นักแข่ง Yamaha วิ่งๆขึ้นเทเลอร์ รถพวกนั้นออกมาจากทีนี้ละครับ ช่องจอดจะยาวเป็นพิเศษเพราะเทเลอร์จะถอยหลังเข้ามาแล้วขนย้ายอะไหล่ เครื่องมือ และรถแข่งขึ้นในนี้ทั้งหมด แม้แต่โรงรถขนของก็ถูกตกแต่งด้วยชุดสี แฟริ่งรถแข่ง Yamaha M1 มาต่อกันเป็นคันแล้วจอดโชว์ในโรงรถ ส่วนในห้องด้านหลังจะเป็นโซนที่ห้ามถ่ายรูปเพราะเป็นความลับ นั้นคือห้อง ซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ มีเครื่องมือเยอะแยะไปหมด เครื่องยนต์ ที่ต้องส่งตรวจเป็นเครื่องสำรองในการแข่ง ชุดสี แฟริ่ง มีนายช่างอยู่ในนั้นประมาณ 4-5 คน พวกเขาต้องใช้สมาธิพอสมควรในการประกอบ เราเดินต่อขึ้นไปที่ชั้น 2 ที่เป็นโซนสำนักงาน ที่ใช้ติดต่อ ประสานงานทุกสนามการเดินทาง สปอนเซอร์รถแข่งและนักแข่ง ทุกอย่างต้องรวดเร็ว และลงตัว จะมีเพียงมุมบนมุมเดียวที่ถ่ายลงมาให้ชมด้านล่าง ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ครั้งนึงในชีวิตได้เข้ามาที่ ยามาฮ่า มอเตอร์ เรซซิ่ง ที่ประเทสอิตาลี เดินเยี่ยมชมรถแข่ง เครื่องยนต์ กลิ่นชุดหนัง ความเป็นมืออาชีพ ทุกอย่างมันสุดยอดจริงๆ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีครั้งนึงในชีวิตเลยละครับ อันนี้เป็นภาพถ่ายที่เดินถ่ายทั้งหมด อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้ ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้

เอ.พี. ฮอนด้า ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำรถจักรยานยนต์ครอบครัวของเมืองไทย ด้วยการเปิดตัว New Honda Wave125i พร้อมสีใหม่ “Blue Metallic” ภายใต้คอนเซปต์ “The Superior of All Time โดดเด่นสมค่าแห่งผู้นำ” ด้วยแรงบันดาลใจจากยานยนต์ระดับไฮคลาสสู่รถจักรยานยนต์ครอบครัวระดับพรีเมี่ยม ดึงดูดทุกสายตาด้วยสีน้ำเงินเมทัลลิกตัดกับเบาะและอินเนอร์สีแดงอย่างลงตัว ดูสง่างามทุกมุมมองด้วยรูปลักษณ์แบบ Superior Design ที่เน้นความปราดเปรียวหรูหรา ทันสมัยด้วยไฟหน้าแบบ LED พร้อมหน้าปัดเรือนไมล์เรียบหรู สะดวกสบายด้วย U-Box ขนาด 17 ลิตร ใส่หมวกกันน็อกแบบเต็มใบได้ ทั้งยังใช้งานง่ายด้วย Seat Opener & Key Shutter ขับขี่สนุกและประหยัดด้วยเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 125ซีซี หัวฉีด PGM-FI ตอบสนองทันใจแต่มีอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 69 กม./ลิตร (วัดตามมาตรฐาน EURO4 ใหม่) พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ Honda Wing Center ทั่วประเทศ รุ่นล้อแม็กมีให้เลือก 4 สีได้แก่ น้ำเงิน-แดง, เทา-แดง, ดำ-แดง, ขาว-แดง ราคาแนะนำ 55,600 บาท และรุ่นล้อลวดมีให้เลือก 3 สีได้แก่ แดง-ดำ, ดำ, น้ำเงิน-ดำ ราคาแนะนำ 53,400 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.aphonda.co.th อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี้ ติดตามเพจ Facebook คลิกทีนี้ #Honda #Wave125i #TheSuperirorOfAllTime #BlueMetallic #Whatstopsyou?