SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars
  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
2025 TMAX Tech Max ตัวซิ่งพี่ใหญ่ อัปหน้าใหม่ เพิ่มเติมอวบขึ้น

2025 TMAX Tech Max ตัวซิ่งพี่ใหญ่ อัปหน้าใหม่ เพิ่มเติมอวบขึ้น ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลปล่อยผี ยามาฮ่ามอเตอร์ พร้อมเปิดตัว 2025 Yamaha Tmax Tech max แม็กซี่สกูตเตอร์พี่ใหญ่จากตระกูล Max Series มาพร้อมกับการปรับปรุงอัปเกรด รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ  เพิ่มความสะดวกสบายและความคล่องตัวสำหรับการใช้งานมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าใครที่เป็นสาวก Max Series ต้องตื่นตาตื่นใจกับโมเดลรุ่นนี้ไม่มากก็น้อย กับหน้าตาดีไซน์ปรับเปลี่ยนมาใหม่ ดูมีมิติและความคมชัด โดยเฉพาะโคมไฟด้านหน้าและไฟท้ายออกแบบใหม่ แฟริ่งบริเวณด้านหน้าชิ้นใหม่ ดูเรียบหรู และมีขนาดใหญ่ขึ้นจากรุ่นก่อน รวมถึงตัวบอดี้ออกแบบให้มีความกำยำ เพื่อความนิ่งเสถียรในการขับขี่ในช่วงความเร็วสูงนั่นเอง ส่วนในเรื่องความสวยงามก็ขึ้นกับแต่ละคนแล้วหล่ะครับ ว่าชอบแบบไหน.. บวกกับเทกเจอร์อื่น ๆ ที่เน้นออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นเบาะโดยสาร พักเท้าแบบปรับระดับได้ช่วยลดอาการเมื่อยล้าสำหรับการขับขี่ไกลเป็นพิเศษ แถมยังคล่องตัวอีกด้วย ทั้งยังโดดเด่นด้วยระบบเทคโนโลยี ซึ่งประกอบไปด้วย หน้าจอ TFT ขนาด 7 นิ้ว ให้การแสดงผลที่คมชัดและอ่านง่ายพร้อมระบบนำทางที่ฝังมากับรถ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถติดตามเส้นทางได้อย่างแม่นยำ และสามารถเชื่อมต่อข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน Yamaha MyRide App บวกกับโหมดขับขี่ให้เลือกตามใช้งานทั้ง Sport และ Comfort นั่นเอง โดยประมวลผลผ่านซอร์ฟแวร์อัปเดต เวอร์ชัน 2.30 และสำหรับสายเดินทางไกล รุ่นนี้มีระบบครูซคอนโทรล ที่มาพร้อมกับความปลอดภัยด้วยแทร็คชันคอนโทรลและระบบ ABS ส่วนระบบอื่น ๆ ที่ติดตั้งมาในรุ่นนี้ประกอบไปด้วย ระบบคันเร่งไฟฟ้า ชิลด์ปรับไฟฟ้า ระบบไฟ LED  พอร์ตชาร์จไฟ รอบคันอุ่นมือและอุ่นเบาะ สมาร์ทคีย์และระบบป้องกันการโจรกรรม เครื่องยนต์และช่วงล่าง เหมือนเดิม ในเรื่องของเครื่องยนต์ยังคงไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไรไปจากเดิม หัวใจยังคงเป็น CP2 สองสูบเรียงขนาด 560 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยสายพาน มีพละกำลังเครื่องยนต์ 47 แรงม้าที่ 7,500 รอบ และแรงบิด 55.7 นิวตันเมตรที่ 5,250 รอบ และยังผ่านค่ามาตรฐาน Euro5+ พร้อมกับถังน้ำมันขนาด 15 ลิตร กับระบบช่วงล่างโช้คอัพด้านหน้าเป็น USD ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวร่วมกับสวิงอาร์ม ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกกคู่ด้านหน้าขนาด 267 มม. ด้านหลังดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 282 มม. คู่กับล้ออลูมิเนียมฟอร์จน้ำหนักเบาขนาด 15 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 120/70 และ 160/60 ตามลำดับ สีเทา (Ceramic Grey) สีดำ (Dark Magma)  สำหรับการจำหน่ายมีทั้งหมด 2 สีประกอบไปด้วยสีเทา (Ceramic Grey), และสีดำ (Dark Magma) สำหรับราคายังไม่เปิดจำหน่าย แต่คาดเดาว่า ราคาไม่ต่างจากโฉมก่อน ๆ เพราะเปลี่ยนแค่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น ส่วนในเรื่องของการจัดจำหน่ายในไทย มาอย่างแน่นอนครับ..เป็นไงกันบ้าง ชอบกันหรือไม่ ?  อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Sidecarcross พ่วงข้างชิงแชมป์โลก

Sidecarcross การแข่งขันมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างวิบากชิงแชมป์โลก โดยการแข่งขันกีฬานี้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 1980

2025 MV Agusta F3 Competizione ผลิตเยอะไม่ไหวเลยทำแค่ 300 คัน

2025 MV Agusta F3 Competizione ผลิตเยอะไม่ไหวเลยทำแค่ 300 คัน 2025 MV Agusta F3 Competizione ซูเปอร์สปอร์ตตัวโหดรุ่นใหม่จากค่าย MV Agusta ที่มาพร้อมความเป็นลิมิเต็ดเพราะผลิตจำนวนจำกัดเพียงแค่ 300 คันเท่านั้น ตัวรถใช้พื้นฐานจากรุ่น F3 RR ที่เปิดตัวในปี 2022 ซึ่งในโมเดลใหม่นี้มาพร้อมปีกข้างที่ช่วยสร้างแรงกด ระบบ IMU พัฒนาใหม่ ระบบเบรก ABS  การออกแบบดีไซน์ หน้าตาหล่อ โฉบเฉี่ยวตามสไตล์หนุ่มหล่อจากประเทศอิตาลี มาพร้อมปีกข้างเสริมแรงกด โดยสามารถสร้างแรงกดที่ด้านหน้าถึง 8 กิโลกรัมเมื่อขับขี่ที่ความเร็วประมาณ 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อีกทั้งน้ำหนักรถยังเบากว่า F3 RR ถึง 14 กิโลกรัม (159 กิโลกรัม ) มาพร้อมชุดอุปกรณ์สนามแข่ง เช่น ท่อไอเสีย Akrapovič แบบไทเทเนียม, ผ้าคลุมรถ, ฝาครอบเบาะไฟเบอร์กลาส และใบรับรองความเป็นของแท้ โดยรถทุกคันจะมีหมายเลขกำกับเพื่อยืนยันความเป็นเอกลักษณ์ เครื่องยนต์ทรงพลัง ขุมพลังที่พัฒนาใหม่ เครื่องยนต์ 3 สูบเรียงขนาด 798 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พละกำลังอยู่ที่ 147 แรงม้าที่ 13,500 รอบต่อนาที แรงบิด 88 นิวตันเมตรที่ 10,100 รอบต่อนาที เมื่อใช้ชุดท่อไอเสีย Akrapovič รุ่นใหม่แรงม้าจะกระโดดเพิ่มเป็น 157.8 แรงม้า F3 Competizione อีกทั้งในโมเดลใหม่นี้ยังมีการปรับมาตรฐานไอเสียใหม่เพื่อรองรับกับมาตรฐาน Euro5+ อีกทั้งยังมาพร้อม คลัตช์เสริม และ slipper clutch แบบ 9 จาน ซึ่งคลัตช์นี้ช่วยลดแรงที่ต้องใช้ในการบีบก้านคลัตช์ด้านซ้ายได้ถึง 50% ทำให้การออกตัวและหยุดรถง่ายขึ้น และมีระบบ Quickshifter แบบขึ้น/ลง เพื่อการเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่นมากยิ่งขึ้น ช่วงล่างให้มาแบบทำถึง ระบบกันสะเทือนหน้าโช้คอัพหน้าแบบหัวกลับจาก Öhlins NIX30 ขนาด 43 มม. ที่สามารถปรับได้เต็มรูปแบบระยะยุบ 120 มม. และโช้คหลัง Öhlins TTX36 พร้อมระบบปรับได้แบบเต็มรูปแบบ พร้อมระยะยุบ 130 มม. โดยโช้คอัพใหม่นี้จะช่วยลดน้ำหนักรถลงประมาณ 1 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับโช้ค Marzocchi และ Sachs ที่ใช้ในรุ่น F3 RR มาตรฐาน ระบบเบรกด้านหน้าคาลิเปอร์เบรก Brembo Stylema แบบ 4 ลูกสูบพร้อมจานเบรกขนาด 320 มม. ในส่วนของระบบเบรกด้านหลังคาลิเปอร์เบรก Brembo แบบ 2 ลูกสูบพร้อมจานเบรกขนาด 220 มม. ล้อขนาด 120/70-ZR17 M/C และ 180/55-ZR17 M/C พร้อมยาง Pirelli Diablo Rosso IV Corsa หน้าและหลังตามลำดับ ระบบเทคโนโลยีแน่น ไม่เพียงแค่เครื่องยนต์ และช่วงล่างที่เร้าใจ แต่ใน F3 Competizione มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่จัดจ้านเช่นเดียวกันไม่ว่าจะเป็น IMU หกแกนที่ทำงานร่วมกับ ECU ใหม่ มีโหมดการขับขี่ 4 แบบ ระบบควบคุมการยึดเกาะถนนที่ปรับได้แปดระดับ และระบบคันเร่งแบบ ride-by-wire ที่มาพร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ นอกจากนี้ ระบบ ABS ที่ล้อหลังสามารถปิดการใช้งานในโหมด Race เพื่อให้สามารถเลี้ยวแบบสไลด์เข้าโค้งได้ และสามารถติดตั้งระบบ launch control เป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับผู้ที่ต้องการ โดยราคาวางจำหน่ายยังไม่เปิดอย่างเป็นทางการ แต่คาดการณ์ว่าราคาน่าจะสูงใช้ได้เลยทีเดียว อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Electrocycle มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสไตล์ครูเซอร์ ชาร์จครั้งเดียววิ่งได้ 480 กิโล!

Electrocycle มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสไตล์ครูเซอร์ ชาร์จครั้งเดียววิ่งได้ 480 กิโล! ล่าสุด Zaiser Motors ได้ทำการเผยโฉมเจ้า Electrocycle ครูเซอร์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มาพร้อมทวินฮับมอเตอร์ หรือมอเตอร์ขับเคลื่อน 2 ตัวและระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และเคลมมาว่าสามารถทำท็อปสปีดได้สูงถึง 193 กม./ชม. และทำอัตราเร่ง 0 – 96 กม./ชม.ได้ใน 3.6 วินาทีเท่านั้น อ่านมาถึงตรงนี้น่าสนใจมากเลยใช่มั้ยล่ะครับ ไปดูกันดีกว่าว่ามันมีรายละเอียดอื่นๆ ยังไงกันบ้างดีกว่าครับ  Zaiser Motors นั้นเป็นสตาร์ทอัพที่มีถิ่นฐานในรัฐโคโลราโด ประเทศอเมริกา ใช้เวลากว่า 2 ปีในการออกแบบเจ้าครูเซอร์ไฟฟ้าคันนี้ โดยมีฟีเจอร์เด่นๆ ดังนี้:  ระบบรักษาเสถียรภาพอัตโนมัติ ช่วยขับขี่ได้ปลอดภัยมากขึ้น ดีไซน์แบบโมดูลาร์ ช่วยให้รถสามารถเร่งความเร็วได้อย่างรวดเร็วทันใจ แทร็คชันคอนโทรล แบตเตอรี่ที่สามารถชาร์จซ้ำหรือสับเปลี่ยนได้ พร้อมระบบรีชาร์จเวลาเบรก ระยะทำการ 480 กม. ออกแบบโดยมุ่งเน้นความยั่งยืน โดยรถทั้งคันสามารถรีไซเคิลได้หมดทุกชิ้นส่วน โดยในส่วนของแบตเตอรี่นั้นมีความจุมาถึง 17.3 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ซึ่งสามารถใช้งานได้ประมาณ 480 กม. นอกจากนี้ยังรองรับระบบฟาสต์ชาร์จและสับเปลี่ยนได้ ซึ่งตรงจุดนี้เป็นจุดขายสำคัญที่ทาง Zaiser ใส่ใจเป็นพิเศษ แต่ทางค่ายเองก็ยังไม่ได้ระบุว่าชาร์จเร็วได้ขนาดไหน  ทั้งนี้ Zaiser ยังไม่ได้ระบุราคาจำหน่าย ทว่าบอกเพียงว่าจะมีราคาในแบบที่จับต้องได้ และยังตั้งเป้าจะเปิดตัวจริงๆ ในปลายปี 2021 หรือไม่เกินช่วงต้นปี 2022 งานนี้สาวกรถไฟฟ้าที่ชอบสไตล์ครูเซอร์ก็ตั้งตารอได้เลยครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ninja-650-2021

Ninja 650 2021 เปิดตัวที่อเมริกาแล้ว ล่าสุด Kawasaki USA หรือคาวาซากิ อเมริกา ก็ได้ทำการเผยโฉม Ninja 650 2022 แล้ว สปอร์ตทัวเรอร์คันนี้ยังคงไม่ได้มีอะไรเพิ่มเติม นอกจากลวดลายกราฟิกใหม่  ลูกเล่นที่สำคัญๆ ก็ยังอยู่ครบ อาทิ ขุมพลังยังคงเป็นเครื่องสองสูบเรียงขนาด 649 ซีซีเช่นเดิม ไฟหน้าคู่แบบ LED เรือนไมล์ที่มาพร้อมระบบเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธและใช่งานร่วมกับแอพลิเคชัน Rideology ก็ยังเดิมไม่ได้ปรับปรุงอะไรในส่วนนี้ มาดูในส่วนที่เปลี่ยนกันบ้าง ซึ่งก็มีเฉพาะลวดลายกราฟิกภายนอกเท่านั้นเอง โดยทางอเมริกาจะจำหน่ายทั้งหมดด้วยกัน 3 โมเดล ได้แก่ โมเดลไม่มี ABS ซึ่งจะมีให้เลือกด้วยกัน 2 เฉดสีคือ สีเทาด้านตัดด้วยสีดำเมทัลลิก และสีขาวมุกตัดด้วยสีเทาคาร์บอนเมทัลลิก ในราคา 7,699 เหรียญหรือราวๆ 241,000 บาท (ยังไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายอื่นๆ) โมเดล ABS ก็จะมีสองเฉดสีเหมือนกับโมเดลไม่มี ABS คือ สีเทาด้านตัดด้วยสีดำเมทัลลิก และสีขาวมุกตัดด้วยสีเทาคาร์บอนเมทัลลิก ในราคา 8,099 เหรียญหรือราวๆ 253,000 บาท (ยังไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายอื่นๆ) และโมเดล KRT Edition ซึ่งจะมาในเฉดสีเดียวกับทีมแข่ง WorldSBK คือสีเขียวตัดด้วยสีดำและสีขาวมุก ในราคา 8,299 เหรียญหรือราวๆ 259,000 บาท (ยังไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายอื่นๆ)     สาวกนินจา 650 ที่เฝ้ารอสีใหม่ ลองดูนะครับว่าถูกใจสีใหม่เหล่านี้หรือไม่ แต่เชื่อผมเถอะ สีใหม่ก็สวยไม่เบา แต่ถ้าไม่พอใจจริงๆ อาจจะต้องทำสีทำกราฟิกกันเองล่ะครับงานนี้  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ก้อง สมเกียรติ จันทรา

ก้อง สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดไทยจากโครงการ Honda Race to the Dream สร้างผลงานดีที่สุดของปีนี้ ผงาดคว้าอันดับ 9 ในศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก Moto 2 สนาม 7 รายการ คาตาลัน จีพี ขณะ อเล็กซ์ มาร์เกซ นักบิดสแปนิชจาก แอลซีอาร์ ฮอนด้า ขยับผลงานคว้าท็อป 11 ในศึกโมโตจีพี ที่บาร์เซโลน่า ประเทศสเปน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี 2021 สนาม 7 รายการ คาตาลัน กรังด์ปรีซ์ ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมา ที่เซอร์กิต เดอ บาร์เซโลน่า-คาตาลุนญ่า ประเทศสเปน ชิงชัยทั้งสิ้น 24 รอบสนาม มาร์ค มาร์เกซ นักบิดสแปนิช จาก เรปโซล ฮอนด้า ออกสตาร์ทเรซนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการทะยานจากกริดที่ 13 ขึ้นมารั้งอันดับ 9 ก่อนจะขยับขึ้นมาถึงท็อปไฟว์ภายใต้ร่างกายที่ยังไม่สมบูรณ์ ทว่าแชมป์โลก 8 สมัยกลับต้องพลาดล้มออกจากการแข่งขันอย่างน่าเสียดาย เช่นเดียวกับทีมเมทอย่าง โปล เอสปาร์กาโร ที่ล้มไปก่อนหน้านั้น โดยนักบิดฮอนด้าที่ผลงานดีที่สุดคือ อเล็กซ์ มาร์เกซ จาก แอลซีอาร์ ฮอนด้า ที่บิดเข้าป้ายในอันดับ 11 ตามด้วยทีมเมทอย่าง ทาคาอากิ นาคากามิ นักบิดญี่ปุ่น ในอันดับ 13 ผ่าน 7 สนามแรกของปีนี้ นาคากามิ รั้งอันดับ 11 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ มีทั้งสิ้น 31 คะแนน ตามด้วย เอสปาร์กาโร ในอันดับ 12 มี 29 คะแนน ส่วน อเล็กซ์ มาร์เกซ ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 14 มี 25 คะแนน ขณะที่ มาร์ค มาร์เกซ รั้งอันดับ 18 มี 16 คะแนน ส่วนการแข่งขันในรุ่นโมโตทูชิงแชมป์โลก ถือเป็นหนึ่งในเรซที่แฟนทั่วโลกให้ความสนใจและติดตามอย่างใกล้ชิด โดยนักบิดไทยหนึ่งเดียวที่ลงบิดเต็มฤดูกาลอย่าง “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา จากสังกัด อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ได้ออกตัวจากกริดที่ 9 มีลุ้นท็อปเท็นเต็มตัว สมเกียรติ เริ่มเกมได้ดีแต่เสียจังหวะร่วงลงไปถึงอันดับ 14 ในช่วง 3 รอบแรก อย่างไรก็ดีนักบิดไทยค่อยๆ รักษาขีดการต่อสู้ที่ดี ก่อนจะขยับขึ้นมาจบการแข่งขันในอันดับ 9 ซึ่งเป็นอันดับที่ดีที่สุดในปีนี้นับตั้งแต่เปิดฤดูกาล เก็บเพิ่ม 7 แต้ม ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 20 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ มีทั้งสิ้น 11 คะแนน ทั้งนี้ ศึกโมโตจีพี 2021 สนามถัดไปจะมีขึ้นในวันที่ 18-20 มิถุนายนนี้ ที่ซัคเซนริง เซอร์กิต ประเทศเยอรมนี ในรายการเยอรมัน กรังด์ปรีซ์ แฟนความเร็วสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของนักบิดฮอนด้าได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : fb.com/aphondaracingth อ่านข่าว Honda อื่นๆ ที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Moto Morini X-Cape 650

Moto Morini X-Cape 650 สายลุยไซส์กลางที่น่าจับตามอง นับตั้งแต่ที่เจ้า Moto Morini X-Cape 650 เผยโฉมให้เห็นครั้งแรกที่งาน EICMA 2019 มันก็หายเงียบไปพักใหญ่ แต่สุดท้ายมันก็กลับมาเปิดตัวอีกครั้งในงานที่ปักกิ่งอีกครั้งอย่างเป็นทางการ โมเดลนี้พัฒนาและออกแบบดีไซน์อิตาลี โดยเฟรมนั้นมีการออกแบบให้มีความแรงทนทานมากขึ้น ช่วงล่างนั้นค่อนข้างจะดีงามเพราะใช้โช้คหน้าจาก Marzocchi และโช้คหลังจาก KYB ที่สามารถปรับแต่งค่าต่างๆ ได้  ขนาดล้อหน้า 19 นิ้วพร้อมยางขนาด 110/80 แบบไม่ใช้ยางใน ด้านหลังจะเป็นล้อขนาด 17 นิ้วพร้อมยางขนาด 150/70 แบบไม่ใช้ยางในเช่นกัน ระบบเบรกเองก็ได้ของทาง Brembo พร้อมระบบเบรก ABS จาก Bosch อีกด้วย โดยด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 298 ม.ม.พร้อมคาลิเปอร์เบรกขนาด 2 พ็อด และด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 235 ม.ม.  ขุมพลังของสายลุยคันนี้เป็นเครื่องยนต์สองสูบเรียงขนาด 650 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่ให้กำลังแรงม้าที่ 60 แรงม้าที่ 8,500 รอบและแรงบิดที่ 41 ฟุตปอนด์ที่ 7,000 รอบ ซึ่งเป็นเครื่องที่ทาง Zhejiang Chunfeng Power ผลิตให้ และผ่านมาตรฐาน Euro5 ด้วยหัวฉีดจากทาง Bosch โดยทางค่ายว่าระบุว่าน้ำหนักรถเปล่าจะอยู่ที่ประมาณ 213 กิโลกรัม และสามารถทำท็อปสปีดได้ที่ราวๆ 172.8 กม./ชม.  หน้าจอเรือนไมล์เป็นหน้าจอสี TFT ขนาด 7 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อระบบบลูทูธเข้ากับสมาร์ทโฟนได้ มีเบาะนั่งสูงเพียง 828 ม.ม. ซึ่งถือว่าไม่สูงมากสำหรับรถในสไตล์แอดเวนเจอร์ มีระบบน้ำทางและระบบตรวจเช็คลมยาง  สุดท้ายนี้ราคานั้นยังไม่เปิด แต่ทว่าจะมีจำหน่ายด้วยกัน 3 สีด้วยกัน ได้แก่ สีแดง สีขาว และสีเทาครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Electrocycle มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสไตล์ครูเซอร์ ชาร์จครั้งเดียววิ่งได้ 480 กิโล!

Electrocycle มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสไตล์ครูเซอร์ ชาร์จครั้งเดียววิ่งได้ 480 กิโล! ล่าสุด Zaiser Motors ได้ทำการเผยโฉมเจ้า Electrocycle ครูเซอร์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มาพร้อมทวินฮับมอเตอร์ หรือมอเตอร์ขับเคลื่อน 2 ตัวและระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และเคลมมาว่าสามารถทำท็อปสปีดได้สูงถึง 193 กม./ชม. และทำอัตราเร่ง 0 – 96 กม./ชม.ได้ใน 3.6 วินาทีเท่านั้น อ่านมาถึงตรงนี้น่าสนใจมากเลยใช่มั้ยล่ะครับ ไปดูกันดีกว่าว่ามันมีรายละเอียดอื่นๆ ยังไงกันบ้างดีกว่าครับ  Zaiser Motors นั้นเป็นสตาร์ทอัพที่มีถิ่นฐานในรัฐโคโลราโด ประเทศอเมริกา ใช้เวลากว่า 2 ปีในการออกแบบเจ้าครูเซอร์ไฟฟ้าคันนี้ โดยมีฟีเจอร์เด่นๆ ดังนี้:  ระบบรักษาเสถียรภาพอัตโนมัติ ช่วยขับขี่ได้ปลอดภัยมากขึ้น ดีไซน์แบบโมดูลาร์ ช่วยให้รถสามารถเร่งความเร็วได้อย่างรวดเร็วทันใจ แทร็คชันคอนโทรล แบตเตอรี่ที่สามารถชาร์จซ้ำหรือสับเปลี่ยนได้ พร้อมระบบรีชาร์จเวลาเบรก ระยะทำการ 480 กม. ออกแบบโดยมุ่งเน้นความยั่งยืน โดยรถทั้งคันสามารถรีไซเคิลได้หมดทุกชิ้นส่วน โดยในส่วนของแบตเตอรี่นั้นมีความจุมาถึง 17.3 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ซึ่งสามารถใช้งานได้ประมาณ 480 กม. นอกจากนี้ยังรองรับระบบฟาสต์ชาร์จและสับเปลี่ยนได้ ซึ่งตรงจุดนี้เป็นจุดขายสำคัญที่ทาง Zaiser ใส่ใจเป็นพิเศษ แต่ทางค่ายเองก็ยังไม่ได้ระบุว่าชาร์จเร็วได้ขนาดไหน  ทั้งนี้ Zaiser ยังไม่ได้ระบุราคาจำหน่าย ทว่าบอกเพียงว่าจะมีราคาในแบบที่จับต้องได้ และยังตั้งเป้าจะเปิดตัวจริงๆ ในปลายปี 2021 หรือไม่เกินช่วงต้นปี 2022 งานนี้สาวกรถไฟฟ้าที่ชอบสไตล์ครูเซอร์ก็ตั้งตารอได้เลยครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

9 June 2021
Ninja-650-2021

Ninja 650 2021 เปิดตัวที่อเมริกาแล้ว ล่าสุด Kawasaki USA หรือคาวาซากิ อเมริกา ก็ได้ทำการเผยโฉม Ninja 650 2022 แล้ว สปอร์ตทัวเรอร์คันนี้ยังคงไม่ได้มีอะไรเพิ่มเติม นอกจากลวดลายกราฟิกใหม่  ลูกเล่นที่สำคัญๆ ก็ยังอยู่ครบ อาทิ ขุมพลังยังคงเป็นเครื่องสองสูบเรียงขนาด 649 ซีซีเช่นเดิม ไฟหน้าคู่แบบ LED เรือนไมล์ที่มาพร้อมระบบเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธและใช่งานร่วมกับแอพลิเคชัน Rideology ก็ยังเดิมไม่ได้ปรับปรุงอะไรในส่วนนี้ มาดูในส่วนที่เปลี่ยนกันบ้าง ซึ่งก็มีเฉพาะลวดลายกราฟิกภายนอกเท่านั้นเอง โดยทางอเมริกาจะจำหน่ายทั้งหมดด้วยกัน 3 โมเดล ได้แก่ โมเดลไม่มี ABS ซึ่งจะมีให้เลือกด้วยกัน 2 เฉดสีคือ สีเทาด้านตัดด้วยสีดำเมทัลลิก และสีขาวมุกตัดด้วยสีเทาคาร์บอนเมทัลลิก ในราคา 7,699 เหรียญหรือราวๆ 241,000 บาท (ยังไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายอื่นๆ) โมเดล ABS ก็จะมีสองเฉดสีเหมือนกับโมเดลไม่มี ABS คือ สีเทาด้านตัดด้วยสีดำเมทัลลิก และสีขาวมุกตัดด้วยสีเทาคาร์บอนเมทัลลิก ในราคา 8,099 เหรียญหรือราวๆ 253,000 บาท (ยังไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายอื่นๆ) และโมเดล KRT Edition ซึ่งจะมาในเฉดสีเดียวกับทีมแข่ง WorldSBK คือสีเขียวตัดด้วยสีดำและสีขาวมุก ในราคา 8,299 เหรียญหรือราวๆ 259,000 บาท (ยังไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายอื่นๆ)     สาวกนินจา 650 ที่เฝ้ารอสีใหม่ ลองดูนะครับว่าถูกใจสีใหม่เหล่านี้หรือไม่ แต่เชื่อผมเถอะ สีใหม่ก็สวยไม่เบา แต่ถ้าไม่พอใจจริงๆ อาจจะต้องทำสีทำกราฟิกกันเองล่ะครับงานนี้  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

7 June 2021
ก้อง สมเกียรติ จันทรา

ก้อง สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดไทยจากโครงการ Honda Race to the Dream สร้างผลงานดีที่สุดของปีนี้ ผงาดคว้าอันดับ 9 ในศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก Moto 2 สนาม 7 รายการ คาตาลัน จีพี ขณะ อเล็กซ์ มาร์เกซ นักบิดสแปนิชจาก แอลซีอาร์ ฮอนด้า ขยับผลงานคว้าท็อป 11 ในศึกโมโตจีพี ที่บาร์เซโลน่า ประเทศสเปน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี 2021 สนาม 7 รายการ คาตาลัน กรังด์ปรีซ์ ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมา ที่เซอร์กิต เดอ บาร์เซโลน่า-คาตาลุนญ่า ประเทศสเปน ชิงชัยทั้งสิ้น 24 รอบสนาม มาร์ค มาร์เกซ นักบิดสแปนิช จาก เรปโซล ฮอนด้า ออกสตาร์ทเรซนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการทะยานจากกริดที่ 13 ขึ้นมารั้งอันดับ 9 ก่อนจะขยับขึ้นมาถึงท็อปไฟว์ภายใต้ร่างกายที่ยังไม่สมบูรณ์ ทว่าแชมป์โลก 8 สมัยกลับต้องพลาดล้มออกจากการแข่งขันอย่างน่าเสียดาย เช่นเดียวกับทีมเมทอย่าง โปล เอสปาร์กาโร ที่ล้มไปก่อนหน้านั้น โดยนักบิดฮอนด้าที่ผลงานดีที่สุดคือ อเล็กซ์ มาร์เกซ จาก แอลซีอาร์ ฮอนด้า ที่บิดเข้าป้ายในอันดับ 11 ตามด้วยทีมเมทอย่าง ทาคาอากิ นาคากามิ นักบิดญี่ปุ่น ในอันดับ 13 ผ่าน 7 สนามแรกของปีนี้ นาคากามิ รั้งอันดับ 11 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ มีทั้งสิ้น 31 คะแนน ตามด้วย เอสปาร์กาโร ในอันดับ 12 มี 29 คะแนน ส่วน อเล็กซ์ มาร์เกซ ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 14 มี 25 คะแนน ขณะที่ มาร์ค มาร์เกซ รั้งอันดับ 18 มี 16 คะแนน ส่วนการแข่งขันในรุ่นโมโตทูชิงแชมป์โลก ถือเป็นหนึ่งในเรซที่แฟนทั่วโลกให้ความสนใจและติดตามอย่างใกล้ชิด โดยนักบิดไทยหนึ่งเดียวที่ลงบิดเต็มฤดูกาลอย่าง “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา จากสังกัด อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ได้ออกตัวจากกริดที่ 9 มีลุ้นท็อปเท็นเต็มตัว สมเกียรติ เริ่มเกมได้ดีแต่เสียจังหวะร่วงลงไปถึงอันดับ 14 ในช่วง 3 รอบแรก อย่างไรก็ดีนักบิดไทยค่อยๆ รักษาขีดการต่อสู้ที่ดี ก่อนจะขยับขึ้นมาจบการแข่งขันในอันดับ 9 ซึ่งเป็นอันดับที่ดีที่สุดในปีนี้นับตั้งแต่เปิดฤดูกาล เก็บเพิ่ม 7 แต้ม ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 20 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ มีทั้งสิ้น 11 คะแนน ทั้งนี้ ศึกโมโตจีพี 2021 สนามถัดไปจะมีขึ้นในวันที่ 18-20 มิถุนายนนี้ ที่ซัคเซนริง เซอร์กิต ประเทศเยอรมนี ในรายการเยอรมัน กรังด์ปรีซ์ แฟนความเร็วสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของนักบิดฮอนด้าได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : fb.com/aphondaracingth อ่านข่าว Honda อื่นๆ ที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

7 June 2021
Moto Morini X-Cape 650

Moto Morini X-Cape 650 สายลุยไซส์กลางที่น่าจับตามอง นับตั้งแต่ที่เจ้า Moto Morini X-Cape 650 เผยโฉมให้เห็นครั้งแรกที่งาน EICMA 2019 มันก็หายเงียบไปพักใหญ่ แต่สุดท้ายมันก็กลับมาเปิดตัวอีกครั้งในงานที่ปักกิ่งอีกครั้งอย่างเป็นทางการ โมเดลนี้พัฒนาและออกแบบดีไซน์อิตาลี โดยเฟรมนั้นมีการออกแบบให้มีความแรงทนทานมากขึ้น ช่วงล่างนั้นค่อนข้างจะดีงามเพราะใช้โช้คหน้าจาก Marzocchi และโช้คหลังจาก KYB ที่สามารถปรับแต่งค่าต่างๆ ได้  ขนาดล้อหน้า 19 นิ้วพร้อมยางขนาด 110/80 แบบไม่ใช้ยางใน ด้านหลังจะเป็นล้อขนาด 17 นิ้วพร้อมยางขนาด 150/70 แบบไม่ใช้ยางในเช่นกัน ระบบเบรกเองก็ได้ของทาง Brembo พร้อมระบบเบรก ABS จาก Bosch อีกด้วย โดยด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 298 ม.ม.พร้อมคาลิเปอร์เบรกขนาด 2 พ็อด และด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 235 ม.ม.  ขุมพลังของสายลุยคันนี้เป็นเครื่องยนต์สองสูบเรียงขนาด 650 ซีซีระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่ให้กำลังแรงม้าที่ 60 แรงม้าที่ 8,500 รอบและแรงบิดที่ 41 ฟุตปอนด์ที่ 7,000 รอบ ซึ่งเป็นเครื่องที่ทาง Zhejiang Chunfeng Power ผลิตให้ และผ่านมาตรฐาน Euro5 ด้วยหัวฉีดจากทาง Bosch โดยทางค่ายว่าระบุว่าน้ำหนักรถเปล่าจะอยู่ที่ประมาณ 213 กิโลกรัม และสามารถทำท็อปสปีดได้ที่ราวๆ 172.8 กม./ชม.  หน้าจอเรือนไมล์เป็นหน้าจอสี TFT ขนาด 7 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อระบบบลูทูธเข้ากับสมาร์ทโฟนได้ มีเบาะนั่งสูงเพียง 828 ม.ม. ซึ่งถือว่าไม่สูงมากสำหรับรถในสไตล์แอดเวนเจอร์ มีระบบน้ำทางและระบบตรวจเช็คลมยาง  สุดท้ายนี้ราคานั้นยังไม่เปิด แต่ทว่าจะมีจำหน่ายด้วยกัน 3 สีด้วยกัน ได้แก่ สีแดง สีขาว และสีเทาครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

5 June 2021
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Ferodo ขยายไลน์สินค้า ปี 2024 รองรับรถกว่า 400 โมเดล

Ferodo ขยายไลน์สินค้า ปี 2024 รองรับรถกว่า 400 โมเดล ล่าสุดทาง เฟโรโด้ เรซซิ่ง อิตาลี ได้ประกาศว่า “Ferodo ขยายไลน์สินค้า ปี 2024 รองรับรถรุ่นต่าง ๆ กว่า 400 โมเดล” โดยจะเป็นไลน์อัพสินค้าจำพวกผ้าเบรก จานเบรก และแผ่นคลัตช์ สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักแบรนด์ Ferodo นั้น จะขอแนะนำให้รู้จักกันอย่างเร็ว ๆ ว่าทางแบรนด์คือผ้าเบรกระดับพรีเมียม และยังเป็นผู้นำในด้านของอุปกรณ์และของตกแต่งรถระดับโลกอีกด้วย โดยมีประวัติการก่อตั้ง ดำเนินธุรกิจ และพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยีมานานกว่า 100 ปีแล้ว ทั้งนี้ทางแบรนด์จะมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการผลิตอะไหล่และชิ้นส่วนที่เกี่ยวกับระบบเบรกสำหรับการแข่งขัน รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ และจักรยาน โดยทางแบรนด์มีการพัฒนาและคิดค้นวัสดุที่ก่อให้เกิดแรงเสียดทานชนิดใหม่ ๆ อยู่ตลอด โดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของทางบริษัท และมีการทดลองตัวต้นแบบบนไดนาโมมิเตอร์ของทางบริษัทเองถึง 6 ตัว เพื่อตรวจสอบและขัดเกลาให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสูงและน่าไว้วางใจมากที่สุด สุดท้ายนี้ผ้าเบรกจากทางแบรนด์ผลิตขึ้นตามมาตรฐาน ISO ระดับนานาชาติขั้นสูงสุด และมีการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อให้มีค่าสัมประสิทธิ์ของแรงเสียดทานที่คงที่ในช่วงอุณหภูมิ แรงกดดัน และความเร็วของพาหนะที่หลากหลาย ช่วยยืดอายุของผ้าเบรกและจานเบรกได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

6 February 2024
Ducati Streetfighter V4 Lamborghini Centauro

Ducati Streetfighter V4 Lamborghini Centauro ศิลปะ ตำนาน สองล้อ และนี่คือผลงานจากศิลปินชาวอิตาลีที่ชื่อว่า Paolo Troilo ที่ได้บรรจงเพนต์ลวดลายลงบนแฟริ่งของ Ducati Streetfighter V4 Lamborghini Centauro ภายใต้งาน Art of Creating Myths ซึ่งทาง Ducati และ Lamborghini ร่วมกันรังสรรค์ขึ้นมา   สำหรับผลงานของ Paolo Troilo มีเทคนิคอันโดดเด่นคือการใช้นิ้วมือเพนท์งานศิลปะได้อย่างเหนือจริง นำเสนอผลงานในรูปของแขนของชายผู้นึงที่กำลังทำท่าเหมือนบิดคันเร่งรถบนสองข้างของถังน้ำมัน พร้อมลายเส้นแบบนามธรรมต่าง ๆ ตามชิ้นส่วนอื่น ๆ บนตัวรถนั่นเอง เป็นการผสมผสานกันระหว่างตำนานและความจริง ขับเน้นให้เห็นพละกำลังอันเหนือมนุษย์ที่ถูกถ่ายทอดผ่านรูปทรงของตัวรถสตรีทไฟเตอร์นั่นเอง และแน่นอนว่ามันเป็นโมเดลพิเศษจำนวนจำกัดโดยจะผลิตขึ้นเพียง 63 คันสำหรับลูกค้า Lamborghini Huracán EVO Minotauro ที่มาในสไตล์คล้ายคลึงกัน โดยผู้สั่งซื้อจะสามารถคัสตอมเพิ่มเติมได้ ด้วยการออกแบบร่วมกับทางแผนกออกแบบของทางดูคาติ  ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ก็มีโปรเจกต์คล้าย ๆ กันนี้มาก่อนอย่าง Streetfighter V4 Lamborghini 2023 สปอร์ต หรูหรา ลิมิเต็ด – SuperBike (superbikemag.com) แต่คันนี้จะพิเศษด้วยงานเพนท์มือนั่นเอง   งานนี้บอกเลยว่าราคารถโมเดลนี้รุ่นธรรมดาบ้านเราอยู่ที่ 1,029,000 บาท แต่ทว่าสำหรับโมเดลพิเศษที่ว่านี้ ก็คงต้องบวกค่าซื้อรถยนต์ที่แมตช์กันไปด้วย ซึ่ง Huracán EVO ตัวปกติราคาอยู่ที่บ้านเราก็ 24.59 ล้านบาท เข้าไปแล้ว ซื้อสองคันรวม ๆ กันก็น่าจะไปจบกันที่ 30 ล้านบาทคงจะได้ละกระมังครับเนี่ย เห็นตัวเลขแล้วจะเป็นลม

5 February 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Yamaha Fazzio ในทริปวันเดย์ของคนเจนใหม่

Yamaha Fazzio ในทริปสไตล์คนเจ็นใหม่ กับ Y-Connect ยามาฮ่า จัดทริปวันเดย์สุดเก๋ไปกับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ กับการทดสอบ รีวิวขับขี่รถจักรยานยนต์สไตล์พรีเมียม Yamaha Grand Filano และรถจักรยานยนต์สไตล์ของคนเจ็นใหม่อย่าง Yamaha Fazzio พร้อมกับการใช้ฟังก์ชันจาก Y-Connect ตลอดการเดินทางในทริปนี้ ที่อำนวยความสะดวกในการขับขี่ในทุกเส้นทางบนท้องถนน ในวันนี้ ทางซูเปอร์ไบค์ ไทยแลนด์ ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมกับทางยามาฮ่าไปพร้อมกับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมากมาย ในกิจกรรมวันเดย์ทริป เพื่อพิสูจน์ฟังก์ชันของแอพ Y-Connect ในสมรรถนะการประหยัดน้ำมันของรถจักรยานยนต์ ตลอดระยะการเดินทางใน 1 วัน รวมถึงฟังก์ชันอื่น ๆ อีกด้วย จากนั้นก็ได้แยกกลุ่ม การขับขี่ระหว่าง Yamaha Grand Filano และ Yamaha Fazzio โดยทางซูเปอร์ไบค์ได้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มรถสกู๊ตเตอร์อย่าง ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ จากนั้นเชื่อมต่อแอพพลิเคชัน Y-Connect เข้ากับรถสกู๊ตเตอร์รุ่นนี้ พร้อมแสดงผลของการเดินทาง ข้อมูลรถ อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันในช่วงการขับขี่ และฟังก์ชันอื่น ๆ พร้อมเริ่มสตาร์ทจุดเริ่มต้นที่ร้าน ชอคโกแลต วิลล์ บนถนนเกษตร-นวมินทร์ สู่กิจกรรมต่อไปกันเลย  มาถึงจุดเช็คอินที่ 1 กับกิจกรรมยิงธนูที่ Archery Thai เริ่มด้วยสาธิตการยิงธนูเบื้องต้นจากผู้เชี่ยวชาญ ให้เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ และสื่อต่าง ๆ สนุกไปกับเกมส์การแข่งขันยิงธนูสุดมันส์แบบนับแต้ม แต่เท่าที่เห็น ยิงเข้าเป้าบ้าง ไม่เข้าบ้างแหล่ะ แต่ยิงแป้กนี่เขินเลยนะ !!  จบกิจกรรมยิงธนูกันไปแล้ว ก็พร้อมเดินทางกันต่อ และไม่พลาดการติดต่อกับระบบแจ้งเตือนสายเข้าบนหน้าจอ พร้อมกับขับขี่ปลอดภัยมั่นใจระบบเบรก UBS ทำให้ถึงจุดนัดทานอาหารกลางวันที่ฝันคาเฟ่ คาเฟ่เก๋ๆ สุดต๊าซ ของวัยรุ่นยุคเนี๊ยะ  เมื่อรับประทานอาหารอิ่มกันไปที่เรียบร้อยแล้ว ก็มาเล่นกิจกรรมกันต่อ กับเกมส์ประกวดวาดภาพบนเค้กที่ทางร้านจัดเตรียมมาให้ ซึ่งให้เหล่าผู้ร่วมกิจกรรม ประชันลวดลายกันแบบไม่มีใครยอมใครกันเลยทีเดียว วาดโฉมลวดลายกันไปแล้ว ก็พร้อมที่จะลุยต่อ เริ่มสตาร์ทแอพ Y-Connect เดินทางลัดเลาะทั่วกรุงเทพจอดทุกไฟแดงแต่ประหยัดอย่างบอกใครกับระบบ Stop & Start System หยุดการทำงานของเครื่องยนต์ทุกครั้ง เพิ่มความประหยัดให้กับวัยรุ่นยุคใหม่ ก่อนชมงานอาร์ตแกลเลอรี่ เก๋ไก๋สไตล์นิวเจ็น ในงาน TAKE YOUR TIME A Solo Exhibition by SUNTER ที่ศูนย์การค้า River City ที่ประดับความงามในภาพศิลปะต่าง ๆ มากมาย บวกกับความทันสมัยที่เข้ากับคนเจนใหม่ เหมือนกับคาแรกเตอร์ของรถจักรยานยนต์รุ่นนี้ ที่ผสมผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว  เช็คอินสถานที่สุดท้ายในช่วงเย็นที่ท่ามหาราช พร้อมสรุปผลการขับขี่ในหนึ่งวัน กับเครื่องยนต์บลูคอร์ ซึ่งวันนี้ ทางซูเปอร์ไบค์ได้ขับขี่รถ ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ และสามารถประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 54 กิโลเมตรต่อลิตรเลยทีเดียว และพบกับมื้อค่ำสุดหรูบนเรือ ซึ่งจะพาทุกคนไปดื่มด่ำบรรยากาศการรับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์กลางแม่น้ำเจ้าพระยา จบสุดท้ายไปด้วย การกล่าวปิดงานกันอย่างอบอุ่น และสรุปผลการแข่งขันในแต่ละเกมส์ และการเล่นมินิคอนเสิร์ตเล็ก ๆ บนเรือกันอย่างสนุกสนาน  สำหรับใครที่สนใจรถสกู๊ตเตอร์ ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ สามาติดต่อได้ที่ศูนย์ยามาฮ่า สแควร์ทั่วประเทศ สำหรับราคารถรุ่นนี้ รุ่น Smart Key ราคาแนะนำอยู่ที่ 56,600 บาท และ รุ่น Standard ราคาแนะนำที่ 54,900 บาท สามารถติดต่อได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการยามาฮ่า สแควร์ทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CBR1000RR-R 2023 รถแข่ง

CBR1000RR-R 2023 รถแข่ง จาก Honda Racing UK เมื่อเร็ว ๆ นี้ทาง Honda Racing UK ได้ทำการเผยโฉม CBR1000RR-R 2023 รถแข่ง สำหรับทำการแข่งขันในรายการ Bennetts British Superbike Championship และการแข่งขันโร้ดเรซซิ่งระดับนานาชาติรายการต่าง ๆ ซึ่งประกอบไปด้วยรายการ North West 200 และ Isle of Man TT โดยมี Andrew Irwin กับ Tom Neave ลงแข่งในรายการ BSB และมี John McGuinness MBE กับ Nathan Harrison แข่งรายการโร้ดเรซซิ่ง โดยสีสันในปีนี้คล้ายคลึงกับรถโปรดักชันที่ทางฮอนด้าขายอยู่มาก แบบเดียวกับ CBR1000RR-R Fireblade SP ในชุดสีแดง Grand Prix Red เรียกได้ว่าถ้าไม่สังเกตดี ๆ นี่ถึงกับแยกไม่ออกเลยทีเดียว ทั้งนี้ทางทีมเองก็หวังว่าจะสร้างความสำเร็จได้เหมือนกับปีที่แล้ว โดยเจ้าดาบเพลิงคันนี้ช่วยคว้าชัยชนะมาแล้วหลายครั้งในศึก North West 200 ทั้งยังคว้ารางวัลนักขี่หน้าใหม่ที่เร็วที่สุดในศึก TT นอกจากนี้ยังมีโพเดียมอยู่สม่ำเสมอแน่นอนว่ารวมไปถึงชัยชนะใน BSB จนสามารถรั้งอันดับ 2 ในตารางคะแนนรวม ขณะเดียวกันในพิกัดซูเปอร์สต็อกก็สามารถรักษาแชมป์ในรายการ Pirelli National Superstock championship ได้อีกด้วย สุดท้ายนี้ทางทีมยังเผยอีกว่าการเตรียมการสำหรับฤดูกาล 2023 นั้นเป็นไปได้ด้วยดี การทดสอบอย่างเป็นทางการของรายการ BSB เองก็จะเริ่มขึ้นที่ Navarra ทางตอนเหนือของสเปนในวันที่ 11 – 13 มีนาคมนี้แล้ว สำหรับคนที่อยากเห็นคันเป็น ๆ ล่ะก็สามารถบินไปชมกันได้ที่ Youles Motorcycles Honda Manchester ดีลเลอร์ที่อังกฤษซึ่งกำลังจะเปิดให้บริการในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมกันนี้ยังมีนักแข่งระดับตำนานที่เคยลงแข่ง TT 23 ครั้งและคว้าชัยในศึก NW200 มา 6 สมัย อย่าง John McGuinness MBE มาร่วมงานด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

ฤกษ์ออกรถปี 2566 ออกรถวันไหนดี ขับขี่รวย แคล้วคลาด ปลอดภัย

ถูกใจสายมูแน่นอนสำหรับ ฤกษ์ออกรถปี 2566 หลายคนคงจะมีความเชื่อแรงศรัทธาต่อดวงชะตา หรือการมูเตลูบ้างไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะสาว ๆ นี่บอกเลยว่า การดูดวงเป็นงานอดิเรกเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะต้องดูฤกษ์งามยามดีก่อน เช่น ซื้อบ้าน แต่งงาน การเดินทาง ต่าง ๆ นา ๆ วันนี้เราเลยจะพาทุกคนมาเช็คฤกษ์ออกรถฉบับชาวสองล้อในปี 2566 กัน คงจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านหลาย ๆ คน แต่บอกไว้ก่อนนะว่าเรื่องแบบนี้อยู่ที่ความเชื่อส่วนบุคคลจ้า ทำนายเดือนกุมภาพันธ์ -หากออกรถในเดือนที่สองของปีนั้นจะส่งผลต่อเรื่องโชคลาภเงินทองให้ไหลมาเทมา ดวงชะตาจะหนุนนำ แต่แนะนำให้เข้าวัดทำบุญทำทานด้วยก็จะเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง ทำนายเดือนมีนาคม -ในการออกรถเดือนนี้จะช่วยส่งเสริมให้พบเจอแต่สิ่งที่ดี นักขี่ท่านใดที่ทำการค้าขายก็มีโอกาสจะมีเงินทองมากขึ้น ใช้ชีวิตให้ดีระมัดระวังก็จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ทำนายเดือนเมษายน -ฤกษ์ออกรถในเดือนเมษายนนี้จะช่วยให้การเดินทางแคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตราย และรวมถึงเรื่องโชคลาภเงินทองก็ช่วยส่งเสริมด้วยเช่นกัน ทำนายเดือนพฤษภาคม -ชาวนักบิดสองล้อท่านใดที่มีแผนจะออกรถในเดือนนี้ บอกเลยว่าช่วยส่งเสริมเรื่องความรักไม่ว่าจะแฟน หรือคนในครอบครัว และยังช่วยในเรื่องของโชคลาภอีกด้วย ทำนายเดือนมิถุนายน -หากมีแพลนที่จะออกรถในเดือนนี้เป็นครึ่งปีหลังแห่งความสุขสมหวัง ไม่ว่าจะเรื่องหน้าที่การงาน หรือเรื่องค้าขายกระทั่งเรื่องความรักก็ส่งผลดีเช่นกัน ทำนายเดือนกรกฎาคม -เดือนนี้หน้าที่การงานจะมีความมั่นคงยิ่งขึ้น มีโอกาสที่จะได้เลื่อนตำแหน่งงานที่สูงขึ้น หรือแม้แต่ใครที่ทำการค้าขายก็จะมีรายได้และลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำนายเดือนสิงหาคม -ในเดือนสิงหาคมก็เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักบิดอย่างเรา ๆ เพราะช่วยในเรื่องความปลอดภัย ยิ่งเวลาเราเดินทางก็จะช่วยส่งเสริมได้เจอทางที่ดี ๆ และในส่วนเรื่องหน้าที่การงานก็จะได้ขยับตำแหน่งที่ดี และเพื่อนร่วมงานก็ชื่นชอบอีกด้วย ทำนายเดือนกันยายน -เดือนกันยายนนี้ มีโอกาสดี ๆ จะเข้ามาหาเตรียมตัวรับสิ่งที่ดีไว้ได้เลย และที่สำคัญจงมั่นใจ และพัฒนาตนเองให้มากยิ่งขึ้น เวลาตัดสินใจอะไรจะได้ไม่มีความลังเล ทำนายเดือนตุลาคม -ในเรื่องของความโชคร้ายจะมีการเปลี่ยนแปลงให้เป็นเรื่องที่ดีขึ้น อะไรที่เคยมีปัญหาก็จะสามารถแก้ไขได้ เปลี่ยนหนักให้กลายเป็นเบา ทำนายเดือนพฤศจิกายน -ถ้าออกรถในเรื่องนี้จะช่วยส่งเสริมให้ชีวิตราบรื่นมากขึ้นกว่าเดิม จะพบเจอเรื่องราวที่ดี และมีความสุข ปัญหาที่เคยมีอยู่ก็จะบรรเทาไป และแนะนำว่าถ้ายิ่งมีสติมากขึ้น ทำสมาธิฝึกจิตใจบ่อย ๆ หลายอย่างก็จะดีตามไปด้วย ทำนายเดือนธันวาคม และในเดือนสุดท้ายของปี หากออกรถเดือนนี้โชคชะตาจะหนุนนำพาแต่สิ่งดี ๆ เข้ามา และจะสมหวังในหลาย ๆเรื่องที่ได้คาดหวังเอาไว้อีกด้วย หมายเหตุ : ฤกษ์ที่ทุกคนเห็นนี้อ้างอิงตามโหราศาสตร์ปฏิทินของจีน รวบรวมวันธงไชย และวันอธิบดีไว้เรียบร้อย และแต่ล่ะเดือนก็มีความโดดเด่นในเรื่องที่แตกต่างกันออกไป สุดท้ายแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยหลังจากดู ฤกษ์ออกรถปี 2566 ก็คือ  การขับขี่ที่ปลอดภัยก็ต้องมาพร้อมกับสติบนท้องถนน เรื่องฤกษ์ โชคชะตา หรือการมูเตลู ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะเป็นตัวช่วย และเรื่องเหล่านี้ก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!