SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าว MotoGP ล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
Lewis Hamilton เปิดโต๊ะเจรจาร่วมลงทุน KTM

Lewis Hamilton เปิดโต๊ะเจรจาร่วมลงทุน KTM Lewis Hamilton แชมป์โลกในการแข่งขันฟอร์มูลล่าวัน 7 สมัย เดินหน้าอย่างจริงจังกับ KTM ผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์สัญชาติออสเตรีย เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมแข่งขันใน MotoGP ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการออกมายืนยันว่า พิท ไบเรอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตของ KTM ได้ออกมาเผยกับ Speedweek ว่ามีการเข้าพูดคุยอย่างเป็นรูปธรรมกับทีมบริงานของแฮมิลตันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว   “ผมบอกได้แค่ว่า เราได้มีการพูดคุยที่น่าสนใจมากกับฝ่ายจัดการของเขา มันไม่ใช่ความลับเลยที่ลูอิส แฮมิลตันสนใจใน MotoGP และกำลังพิจารณาเกี่ยวกับทีมของตัวเอง และในที่นี้ก็มีการพูดคุยอย่างเป็นรูปธรรมเช่นกัน” และอย่างไรก็ตามหากแฮมิลตันจะเข้ามาลงทุนกับ KTM จะมีสิ่งหนึ่งที่ไบเรอร์ยืนยันแล้วนั่นคือสปอนเซอร์ที่แฮมิลตันจะพาเข้าทีม จะต้องไม่เป็นคู่แข่งกับสปอนเซอร์ของทีม KTM โดยเฉพาะเครื่องดื่มชูกำลัง “ใครก็ตามที่ต้องการทำงานร่วมกับเราย่อมรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด – Red Bull และ KTM แยกออกจากกันไม่ได้ เรื่องนี้ยังไม่เคยเป็นประเด็นในการเจรจาจนถึงตอนนี้ เพราะต้องไม่ลืมว่า นักลงทุนนั้นแตกต่างจากสปอนเซอร์” “เราทำงานกับผู้สนับสนุนของเราในลักษณะหุ้นส่วนที่แข็งแกร่ง เมื่อคุณมีพันธมิตรที่ร่วมโต๊ะและให้เงินสำหรับโครงการที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ พวกเขาก็เข้ามามีส่วนร่วมด้วย เรื่องดังกล่าวนั้นก็ควรเป็นเรื่องที่ดี” “เมื่อพันธมิตรที่แข็งแกร่งนั่งร่วมโต๊ะกันและช่วยคิดหาแนวทางแก้ปัญหาที่ดี ก็จะได้ผลลัพธ์ที่เป็นบวก ดังนั้นมันชัดเจนว่าคนเหล่านี้จะมีสิทธิ์มีเสียงในบางเรื่อง” และในปัจจุบัน เซอร์ ลูอิส แฮมิลตัน ได้ลงทุนในทีมกีฬากับ เดนเวอร์ บรองโกส์ ทีมอเมริกันฟุตบอล NFL และก่อตั้ง Team X44 ในการแข่งขัน Extreme E และในส่วนของการข้ามฟากมาเป็นเจ้าของทีมใน MotoGP จะออกมาเป็นทีมใดนั้น คงยังเป็นเครื่องหมายคำถามต่อไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
ไอ โอกุระ เร็วทะลุรุ่นพี่ ‘ไม่ใช่ Rookie แล้วแหละ’

ไอ โอกุระ เร็วทะลุรุ่นพี่ ‘ไม่ใช่ Rookie แล้วแหละ’ ไอ โอกุระ นักบิดสัญชาติญี่ปุ่นจากทีม Trackhouse Racing ที่ได้รับโอกาสในการก้าวขึ้นมาแข่งขันในรายการสูงสุดอย่าง MotoGP ซึ่งการแข่งขันในนัดเปิดสนามของเจ้าตัวก็ถือว่าได้พื้นที่จากสื่อไม่น้อย เพราะเจ้าตัวสามารถขึ้นมาป่วนในกลุ่มหัวแถวได้อย่างน่าประทับใจ สามหนุ่มรุ๊คกี้ที่ขึ้นมาจากการแข่งขัน Moto2 ได้แก่ เฟอร์มิน อัลเดเกร์, สมเกียรติ จันทรา และไอ โอกุระ ทั้งสามคนก็ถูกสื่อ หรือผู้ที่ติดตามต่าง ๆ ถูกคาดการณ์กันนานานับประการว่าใครที่จะได้ตำแหน่ง ‘Rookie of the year 2025’ ไปครอง ซึ่งส่วนใหญ่ก็เอนเอียง และล้วนเทคะแนนไปทาง ‘นักบิดดาวรุ่งจากแดนกระทิงดุ’ อย่างเฟอร์มิน อัลเดเกร์ ที่ในฤดูกาล 2025 เขาจะได้ขึ้นมาแข่งขันภายใต้ต้นสังกัดทีม Gresini Racing ที่เป็นอดีตต้นสังกัดเก่าของ มาร์ก มาร์เกซ ในฤดูกาล 2024 ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายไปอยู่กับทีมโรงงาน Ducati อีกทั้งอัลเดเกร์จะยังได้ใช้ตัวแข่ง GP24 ในการลงแข่งในฤดูกาล 2025 ร่วมกับอเล็กซ์ มาร์เกซ ซึ่งเหตุผลทั้งสองข้อนี้ก็เป็นที่เพียงพอว่าทำไมดาวรุ่งแดนกระทิงดุรายนี้ถึงจะถูกคาดการณ์ว่าทำไมถึงมีโอกาสเข้าใกล้กับตำแหน่งนี้มากที่สุด รอบทดสอบบุรีรัมย์เวทีฉายแสงของโอกุระ แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปในช่วง Winter Test รอบสุดท้ายที่สนามบุรีรัมย์เมื่อวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ไอ โอกุระก็แสดงให้เห็นว่าตัวเขานั้นสามารถปรับตัวเข้ากับตัวแข่ง RS-GP ได้อย่างดีด้วยการกดเวลาต่อบรอบดีสุดทั้ง 4 Practice เหนือเหล่ารุ๊คกี้ด้วยเวลาต่อรอบ 1:29.636 นาที ซึ่งเกิดขึ้นในการทดสอบรอบ FP3 ตารางเวลาการลงทดสอบในรอบ FP1 ไอ โอกุระ 1:30.453 นาที เฟอร์มิน อัลเดเกร์ 1:30.948 นาที สมเกียรติ จันทรา 1:31.622 นาที   ตารางเวลาการลงทดสอบในรอบ FP2 เฟอร์มิน อัลเดเกร์ 1:30.373 นาที ไอ โอกุระ 1:30.821 นาที สมเกียรติ จันทรา 1:31.208 นาที   ตารางเวลาการลงทดสอบในรอบ FP3 ไอ โอกุระ 1:29.636 นาที (ดีที่สุด) สมเกียรติ จันทรา 1:30.465 นาที เฟอร์มิน อัลเดเกร์ 1:30.597 นาที   ตารางเวลาการลงทดสอบในรอบ FP4 ไอ โอกุระ 1:29.741 นาที เฟอร์มิน อัลเดเกร์ 1:30.085 นาที สมเกียรติ จันทรา 1:30.764 นาที   จากตารางด้านบนที่เหล่าหน้าใหม่สามารถทำได้ในการแข่งขันรอบ Winter Test ก็ดูเหมือนว่านักบิดจากแดนซามูไรรายนี้ เมื่อจับคู่กับตัวแข่ง RS-GP จากค่าย Aprilia ก็ดูเป็นส่วนผสมที่เข้ากันอย่างไร้ข้อกังขา หลาย ๆ คน และหลาย ๆ สื่อเริ่มให้ความสนใจกับนักบิดรายนี้ว่าจะสามารถงัดฟอร์มเจ๋งของตัวเองในการแข่งขันจริงได้หรือไม่ ? ปล่อยของตั้งแต่เกมเปิดฤดูกาล หลังจากจบการซ้อมรอบทดสอบทีบุรีรัมย์เวลาก็ผ่านมาเวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงการแข่งขันนัดแรกของฤดูกาล กับการแข่งขัน MotoGP 2025 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ประเทศไทย เหล่าหน้าใหม่ก็พร้อมที่จะเดบิวท์ในสนามนี้ แต่แน่นอนว่าการลงแข่งขันที่ประเทศไทยในช่วงเดือนมีนาคมน่าจะไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีเท่าไหร่สำหรับนักแข่ง แสงแดดสุดแสนจะร้อนระอุที่พร้อมจะเล่นงานเหล่านักแข่ง  แน่นอนว่าเรื่องนี้ไอ โอกุระก็ได้รับผลกระทบ แต่ก็น่าจะไปกับสภาพอากาศได้ดีกว่า เพราะพื้นเพของเจ้าตัวก็เป็นคนเอเชียเหมือนกัน จากผลงานในรอบทดสอบที่โดดเด่น และเหมือนว่าฟอร์มโหดของเจ้าตัวจะร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง เพราะการแข่งขันในรอบ Qualify ที่เป็นการแข่งขันเพื่อหาอันดับในการออกสตาร์ทในการแข่งขันรอบสปรินท์ เรซ และเมนเรซ นักบิดเจ้าของหมายเลข 79 ทะยานจบในอันดับที่ 5 ของตาราง ด้วยเวลาต่อรอบที่ 1:29.134 นาที เหนือทีมเมทของเจ้าตัวอย่างราอูล เฟอร์นันเดส ที่จบในอันดับที่ 8 และอันดับสูงกว่าเหล่าจอมเก๋าในการแข่งนี้ไม่ว่าจะเป็น เปโดร อคอสต้า, ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ และมาร์โก เบซเซคคี่ โดยการจบที่ติดอันดับ TOP5 ของตารางก็เหมือนเป็นการเรียกความมั่นใจให้กับตัวเขาเอง และทีม ทำให้ในการแข่งขันรอบบ่ายสามวันเสาร์

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

No Posts Found!

No Posts Found!

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
BMW R18 2022

BMW R18 2022 เพิ่มสีใหม่ สดใสกว่าที่เคย  เพื่อต้อนรับปี 2022 ที่ใกล้จะถึงนี้ (อีกครึ่งปีอ่ะนะ) ค่ายรถบาวาเรียนยกทัพปรับสีใหม่ทั้งแผง โดยในข่าวนี้จะเป็นเจ้า BMW R18 2022 ครูเซอร์ไบค์เครื่องบิ๊กบ็อกเซอร์ที่มีความจุมากที่สุดของทางค่ายก็เป็นอีกหนึ่งรหัสที่มีการปรับเปลี่ยน แม้จะยังไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงในส่วนของสเปก แต่ก็มีความน่าสนใจด้วยสีสันใหม่ ที่น่าจะดึงดูดผู้ใช้หน้าใหม่ได้มากขึ้น สำหรับสีใหม่นั้นจะมีให้กับทั้งโมเดลสแตนดาร์ดและโมเดล Classic  เพิ่มสีใหม่ 2 สีได้แก่ สีแดงเมทัลลิก Mars Red Metallic และสี Manhattan Metallic Matt  มีการปรับตำแหน่งจุดยึดกระเป๋าข้างรถใหม่ ไม่ต้องถอดเวลาที่จะถอดกระเป็าขับ (เฉพาะรุ่น Classic) สำหรับสี Option 719 Galaxy Dust Metallic ในแพ็กเกจ Aero จะมีครอบฝาสูบและครอบหน้าเครื่องเป็นอลูมิเนียมปัดเงา มีเบาะนั่งและของแต่งสำหรับ Option 719 โดยเฉพาะ   สุดท้ายก็ต้องมาดูกันครับว่าจะสีใหม่นี้จะเข้ามาจำหน่ายในบ้านเราเมื่อไหร่ครับ ส่วนท่านที่สนใจสามารถอ่านรีวิวได้ที่ลิงก์นี้ครับ คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

5 July 2021
Kymco AK 550 ETS 2021

Kymco AK 550 ETS 2021 ปรับใหม่เพียบพร้อมเพิ่มคันเร่งไฟฟ้า เดิมที Kymco AK 550 ETS 2021 นั้นคือเจ้า AK 550i ซึ่งเป็นคู่แข่งของ Yamaha TMAX โดยตรงเลยก็ว่าได้เพราะพิกัดนั้นใกล้เคียงกันมาก มาคราวนี้ค่ายสกู๊ตเตอร์จากไต้หวันค่ายนี้ได้ทำการปรับปรุงให้รองรับ Euro5 พร้อมเพิ่มระบบคันเร่งไฟฟ้าใส่เข้ามาอีกหวังสู้ศึกบิ๊กสกู๊ตเตอร์ได้ดียิ่งขึ้น  โดย ETS ท้ายรหัสโมเดลนี้ย่อมาจาก Electronic Throttle System หรือพูดแบบบ้านเราก็คือระบบคันเร่งไฟฟ้านั่นเอง ซึ่งทางค่ายใส่มาเพื่อให้มันขับขี่ได้สมู้ทขึ้นนั้นเองครับ และทำให้มีโหมดการขับขี่ 2 โหมด คือ โหมด Full Power และ โหมด Rain  ทั้งนี้ขุมพลังปรับปรุงใหม่ของมันที่ผ่าน Euro5 แล้วจะเป็นเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงขนาด 550 ซีซี ให้กำลังแรงม้าที่ 51 แรงม้าที่ 7,500 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 51.0 นิวตันเมตรที่ 5,750 รอบ ลดลงจากเดิมเล็กน้อยทั้งในส่วนของแรงม้าและแรงบิด แต่อย่างไรก็ดีทางค่ายได้เคลมท็อปสปีดมาที่ 160 กม./ชม. ก็ถือว่าไม่แย่อะไร   ตัวเฟรมจะทำจากอลูมิเนียม ใช้โช้คหน้าแบบหัวกลับขนาด 41 ม.ม. ส่วนด้านหลังจะเป็นสวิงอาร์มเดี่ยวร่วมกับโช้คเดี่ยววางนอน ส่วนล้อจะเป็นล้อขนาด 15 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรก Brembo ดิสก์หลังเดี่ยว พร้อมระบบเบรก ABS แบบ 2 Channel จาก Bosch  ในส่วนของลูกเล่นเพื่อความสะดวกสบายก็ค่อนข้างจัดเต็ม มีเบาะนั่งแบบ 2 ตอนพร้อมที่พิงหลังแบบปรับได้ ชิลด์หน้าปรับระดับได้ 2 ตำแหน่ง มีอุ่นมือ ช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่พร้อมไฟ LED ส่องสว่างด้านใน สามารถเก็บหมวกเต็มใบและหมวกเปิดหน้าได้อย่างละ 1 ใบพร้อมกัน ช่องเก็บของด้านหน้าอีก 2 ช่องพร้อมกับช่องจ่ายไฟแบบ USB ในช่องเก็บของด้านซ้ายอีกด้วย  นอกจากนี้ระบบไฟส่องสว่างทั้งหมดเป็น Full LED กระจกมองหลังแบบตัดแสงสะท้อน เรือนไมล์ LCD ที่เชื่อมต่อกับระบบตรวจวัดลมยางอัตโนมัติ และยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อใช้งานระบบนำทาง โทรศัพท์และอ่านข้อความได้อีกด้วย   โดยเปิดราคาที่ยุโรปที่ 9,740 ยูโร  หรือประมาณ 371,000 บาทครับ ส่วนบ้านเรานั้นคงไม่มีเข้ามาจำหน่าย  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

3 July 2021
S1000RR 2022

S1000RR 2022 เพิ่มสีใหม่พร้อมอัปเกรดแชสซีให้ใหม่ เปิดก่อนได้เปรียบ BMW Motorrad ได้ทำการเปิดตัวโมเดลใหม่รับปี 2022 โดยสามารถสั่งจองได้ตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ส่วนทางไทยน่าจะต้องรอไปอย่างน้อยๆ ก็ปลายปีถึงต้นปีหน้าเลย  สำหรับเจ้า S1000RR 2022 ก็จะมีการเพิ่มสีใหม่เข้ามาเป็นสีเทาเมทัลลิก Mineral grey metallic ซึ่งจะสีแดงตัดมาให้ดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น และที่ดีมากๆ คือ ไม่ได้มีแค่สีใหม่ มีชุด M Chassis Kit มาเป็นของติดรถไม่ต้องซื้อเพิ่ม ซึ่งในชุดก็จะมีตัวยกความสูงท้ายรถและสวิงอาร์มแบบปรับจุดหมุนได้ ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้สามารถปรับเซ็ตรถให้เข้ากับตัวผู้ขับขี่ได้มากยิ่งขึ้น และจะทำให้สามารถควบคุมขับขี่รถได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย    นอกจากนี้จะมีรายละเอียดอ็อปชันเพิ่มเติม ดังนี้  ชุดไดนามิกแพ็กเกจ (Dynamic Package) จะมีระบบเพิ่มมากขึ้น โดยตอนนี้จะมี โหมดการขับขี่แบบโปร ระบบไดนามิกแดมปิ้งคอนโทรล ครูซคอนโทรล และฮีตกริป ชุดเรซแพ็กเกจ (Race Package) พร้อมโซ่ M Endurance ปลายท่อสปอร์ตหรือปลายท่อ M Titanium  ชุดเอ็มแพ็กเกจ (M Package) มาพร้อมเบาะนั่ง M Sports Seat แบตเตอรี่น้ำหนักเบา M Light weight battery ตัวจับเวลาแล็ป M GPS laptrigger ล้อคาร์บอน M Carbon wheels หรือล้อฟอร์จ M Forged wheels ฝาปิดถังน้ำมันสีดำ ลดราคาชุดบิลเล็ตแพ็ก (Billet pack) จะมีมือเบรกและมือคลัตช์พับได้ M Brake lever/M clutch lever foldable พักเท้า M Footrest system การ์ดเบรก M Brake lever guard ri การ์ดเครื่องและการ์ดมือคลัตช์ (แต่บ้านเราต้องสอบถามก่อนนะครับ) ชุดสปอร์ตแพ็กเกจ ปรับราคาลง ทั้งนี้สามารถผสมแต่ละแพ็กเก็จเข้าด้วยกันได้ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ในด้านของสเปกเครื่องยนต์นั้นยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลงครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2 July 2021
Ducati Thailand ปรับทัพใหม่พร้อมเปิดโชว์รูมใหม่

Ducati Thailand ปรับทัพใหม่พร้อมเปิดโชว์รูมใหม่ ใหญ่สุดในเอเชียแปซิฟิก เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วกับ โมโตเร อิตาเลียโน ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย Ducati ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการรายใหม่ พร้อมกันนี้ยังได้เปิดให้บริการโชว์รูมใหม่สาขาสุวรรณภูมิ หนึ่งในแฟล็กชิพโชว์รูมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ทั้งนี้มีคุณกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โมโตเร อิตาเลียโน จำกัด ได้ออกมาชี้แจงในการเปิดตัวแบบออนไลน์ผ่านทาง Facbook แฟนเพจ ดูคาติ ไทยแลนด์ รวมถึงแถลงเกี่ยวแผนปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง ช่วงแรกจะมุ่งไปที่การยกระดับคุณภาพ 4 ด้านด้วยกันเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าดูคาติทั้งเก่าและใหม่  กลยุทธ์หลักที่ทางแบรนด์ให้ความสำคัญ อย่างแรกคือ คุณภาพของการบริการหลังการขายที่เราถือว่าเป็นหัวใจของการทำธุรกิจ อย่างที่ 2 คือ ความพร้อมของเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการที่ตั้งเป้าจะขยายให้เป็น 10 สาขาครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคภายในสิ้นปี 2021 นี้ เรื่องที่ 3 คือ มีโปรดักต์หรือสินค้าที่หลากหลาย และราคาที่สมเหตุสมผล และเรื่องที่ 4 คือเรื่องของการตลาดและการสื่อสารที่มีสีสันที่จะโดนใจและสร้างความตื่นเต้นให้กับลูกค้าและแฟนๆ ดูคาติ  โดยได้ทำการประกาศเปิดตัวโชว์รูปใหม่สาขาสุวรรณภูมิที่ใหญ่สุดในเอเชียแปซิฟิก มีเนื้อที่มากกว่า 1,000 ตารางเมตร ที่จัดแสดงรถได้มากถึง 30 คันรวมถึงพื้นที่สำหรับรองรับการเซอร์วิสและบริการขนาดใหญ่ มุ่งมั่นจะให้กลายเป็นพื้นที่รวมตัวแห่งใหม่สำหรับสาวกดูคาติ รวมถึงมีรถพร้อมให้ทดลองขับทุกรุ่น  และที่เด็ดที่สุดคือ สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถใหม่ จะได้รับประกัน 3 ปีโดยไม่จำกัดระยะทาง เน้นบริการหลังการขายอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อม Welcome Home Package ที่สามารถปรับแต่งให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และการใช้งานของผู้ใช้รถในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสายทัวริ่งหรือสายจอดก็ตาม ปรับโครงสร้างราคาอะไหล่ให้เหมาะสมพร้อมกับสต็อกอะไหล่ไว้จำนวนมาก เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน  ศูนย์บริการยังเพียบพร้อมไปด้วยเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย ช่างเทคนิคที่เชี่ยวชาญผ่านการอบรมตามมาตรฐานของ Ducati ให้สามารถตรวจวิเคราะห์ปัญหาได้อย่างแม่นยำ ด้วยระบบ Ducati Diagnosis System 3.0  ทั้งนี้ยังได้ดึงคุณดอม เหตระกูล มาเป็นกรรมการผู้จัดการมาช่วยดูแลแบรนด์ Ducati อีกทางนึง ซึ่งจะช่วยเสริมภาพลักษณ์และสร้างความมั่นใจให้ทางแบรนด์ได้เป็นอย่างดี  สุดท้ายนี้โชว์รูมใหม่สาขาสุวรรณภูมิเปิดให้ใช้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

1 July 2021
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Yamaha R1 และ R1M ไม่ได้ไปต่อในยุโรป

Yamaha R1 และ R1M ไม่ได้ไปต่อในยุโรป ถ้าคุณเป็นแฟนรถสปอร์ตจากค่ายเลือดสีน้ำเงิน บางทีวันนี้คุณอาจจะต้องมาร์กในปฏิทินของคุณเอาไว้ หากถามว่าทำไมน่ะเหรอ? นั่นก็เป็นเพราะว่ามันคือวันที่เราต้องเสียใจกับ Yamaha R1 และ R1M ที่จะไม่ได้ไปต่อในยุโรปน่ะสิ หลาย ๆ สื่อในอังกฤษต่างนำเสนอข่าวเดียวกันและได้นำคำพูดของฝ่ายประชาสัมพันธ์ของยามาฮ่า อังกฤษมาลงในเว็บไซต์ของตัวเองเอาไว้ว่า “ยามาฮ่ามอเตอร์กรุ๊ปได้ตัดสินใจที่จะไม่พัฒนา R1 หรือ R1M เวอร์ชัน EU5+ และจะหันไปโฟกัสในธุรกิจระยะกลางและแผนการผลิตโปรดักต์อื่น ๆ ที่เราเตรียมการไว้เพื่ออนาคตแทน” ก่อนหน้านี้มีข่าวลือกระจายไปทั่วโลกอินเทอร์เน็ตอยู่นานหลายเดือนกระทั่งมันก็กลายเป็นความจริงในที่สุด แน่นอนว่างานนี้แฟน ๆ หรือสาวกเดือดร้อนกันอย่างแน่นอน แต่สาวกสายซูเปอร์สปอร์ตไม่ต้องเสียใจไป เพราะทางค่ายยังมีโมเดลที่ยังไม่เปิดตัวแต่ได้มีการจดเครื่องหมายทางการค้าไว้หลายปีแล้ว อย่างเจ้า YZF-R9 แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีการเปิดเผยหรือประกาศอะไรอย่างเป็นทางการ แต่ตอนนี้ก็เริ่มมีการคาดการณ์กันแล้วว่าเจ้าโมเดลนี้จะเปิดตัวภายในปี 2024 ที่งาน EICMA ในช่วงปลายปีนี้เอง แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าจะมีขายจริง ๆ เพราะการจดไว้ไม่ได้แปลว่าจะต้องทำขายจริง ๆ แต่เป็นเพียงเพราะจุดประสงค์อื่น แล้วสำหรับคนไทยอย่างเรา ๆ ล่ะ? เรื่องกฎหมายเกี่ยวกับไอเสียของแต่ละประเทศนั้นแตกต่างกันออกไป และแน่นอนว่าบ้านเราไม่ได้บังคับใช้มาตรฐาน EU5+ แบบเดียวกับยุโรป แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม แม้จะไม่ได้มีเรื่องปัญหาไอเสีย แต่ค่ายรถก็มักจะปรับกลยุทธ์การตลาดอยู่ตลอด โมเดลไหนขายดีเขาก็จะไปโฟกัสกันที่โมเดลนั้น แล้วโมเดลไหนขายไม่ดีแน่นอนว่าก็อาจจะไม่มีการวางจำหน่ายก็ได้ สำหรับทางยามาฮ่าแน่นอนว่าตลาดของแต่ละประเทศก็จะไม่เหมือนกัน ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ชัดเจนว่าทางประเทศไทยจะยังจำหน่ายต่อหรือไม่ แต่โดยส่วนตัวแล้วแอดมินก็คิดว่าจะยังมีการจำหน่ายอยู่ต่อไปอีกระยะ ซึ่งเรื่องประมาณนี้มีเคสตัวอย่างมาแล้วอย่างเจ้า R6 ที่ไม่ได้วางจำหน่ายในยุโรปมาหลายปีแล้ว แต่ยังสามารถหาซื้อได้ในฐานะรถแข่งหรือรถสำหรับใช้งานในสนามได้ เพราะว่ายังมีคนที่หลงใหลและอยากขับขี่มันในสนามนั่นเอง อนาคตของเรือธงทั้งสองคันของทางค่ายส้อมเสียงอาจจะดำเนินรอยตามนี้ก็เป็นได้ เพราะในยุโรปและอเมริกาเองก็ยังมีรายการแข่งขันอีกหลายรายการที่ใช้รถซูเปอร์ไบค์ตัวพันในการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น WorldSBK, BSB และ MotoAmerica งานนี้ก็คงต้องรอลุ้นกันล่ะครับ ใครที่อยากจะเป็นเจ้าของ R1 และ R1M อาจจะต้องรีบจับจองเป็นเจ้าขอองกันได้แล้ว เพราะหลังจากนี้การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นน่าจะไม่เป็นในส่วนของเครื่องยนต์แล้ว แต่จะเป็นส่วนของสีสันและชิ้นส่วนอะไหล่ตกแต่งเสียมากกว่า หรืออาจจะต้องรอนานหลายปีกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้งล่ะครับ ยุคนี้อนาคตไม่แน่นอน กระแสรถไฟฟ้าก็มาแรงด้วย การจะพัฒนาเครื่องยนต์สันดาปใหม่ยิ่งดูเป็นการสิ้นเปลือง และไม่สอดคล้องกับแนวคิดความยั่งยืนที่กำลังเป็นกระแสสำคัญในโลกอีกด้วยครับ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

22 February 2024
WorldWCR 2024 เผยไลน์อัพนักบิดหญิงชิงแชมป์โลก

WorldWCR 2024 เผยไลน์อัพนักบิดหญิงชิงแชมป์โลก มาดูคราวฝั่งของทางผู้หญิงกันบ้าง กับการแข่งขัน 2 ล้อชิงแชมป์โลกอย่าง FIM Women’s Motorcycling World Championship หรือ WorldWCR 2024 ที่จะเริ่มแข่งขันครั้งแรกในปีนี้ และล่าสุดทางผู้จัดได้เผยไลน์อัพทีมแข่งและนักแข่งหญิงเป็นที่เรียบร้อย จะมีทีมแข่งและนักแข่งสาวคนไหนที่น่าสนใจกันบ้าง ไปติดตามดูกันเลย สำหรับการแข่งขันในฤดูกาลนี้มีทีมแข่งเข้าร่วมทั้งหมดจำนวน 21 ทีม โดยมีนักแข่งจำนวน 24 คน จากการคัดเลือกผู้สมัครจากทั้งหมด 40 คน โดยจะมีทั้งนักแข่งระดับโนเนมยันไปจนถึงนักแข่งที่เคยแข่งขันในเวทีระดับโลกมาแล้วอย่าง Ana Carrasco นักแข่งหญิงคนแรกที่สามารถคว้าชัยในการแข่งขัน WorldSBK ในรุ่น World Supersport 300 ในปี 2018 ซึ่งปีนี้เธอร่วมการแข่งขันและแข่งให้กับทีม Evan Bros. โดยนักแข่งทั้ง 24 คนจะใช้รถแข่งโปรดักท์ชันรุ่นเดียวกันทั้งหมดอย่าง Yamaha YZF-R7 ซึ่งแต่ละทีมสามารถนำไปปรับเซ็ตได้อย่างเต็มรูปแบบและการแข่งขันในฤดูกาลนี้จะจัดขึ้นทั้งหมด 6 สนามด้วยกัน โดยรายชื่อนักแข่งของแต่ละทีมมีดังนี้ 1.511 Terra&Vita Racing Team Ran Yochay #10 Sara Sánchez Tamayo #64 2. Isis Carreno Avila #33 – AD78 FIM Latinoamerica by Team GP3 3.Nicole Van Aswegen #21 – Andalaft Racing 4.Lena Kemmer #35 – Berti K. Racing Team 5. Adela Ourednickova #19 – DaFitMotoracing 6.Andrea Sibaja Moreno #7 – Deza-Box 77 Racing Team 7.Ana Carrasco #22 – Evan Bros. Racing Yamaha Team 8.ITALIKA Racing FIMLA Sarah Varon #15 Astrid Madrigal #83 9.Beatriz Neila #36 – Pata Prometeon Yamaha 10.Mia Stenseth Rusthen #29 – Rushten Racing 11.Sekhmet Motorcycle Racing Team Mallory Dobbs #14  Alyssia Whitmore #34 12.Tayla Relph #8 – TAYCO Motorsport 13.Ornella Ongaro #28 – Team Flembbo PL Performances 14.Luna Hirano #44 – Team Luna 15.Jessica Howden #52 – Team Trasimeno 16. Lucy Michel #16 – TSL-Racing 17.Chun Mei Liu #33 – WT Racing Team Taiwan 18.Roberta Ponziani #96 – Yamaha Motoxracing WCR Team 19.Emily Bondi #4 – YART Zelos

21 February 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
CL500-เรียบง่าย-ทนทาน-พร้อมลุย.jpg

CL500 สแครมเบลอร์พิกัดกลางจาก Honda เปิดราคาไทยแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้เคยเปิดตัวเผยโฉมให้เห็นกันไปแล้วที่งาน EICMA ที่ประเทศอิตาลีเมื่อปีที่แล้ว มาวันนี้ก็ได้ฤกษ์มาเผยโฉมพร้อมเปิดตัวกันที่ประเทศไทยแล้ว สำหรับเจ้า Honda CL500 2023 สแครมเบลอร์ไบค์ สไตล์เรโทรแบบเดียวกันกับต้นตำรับสแครมเบลอร์ในยุคแรก ๆ ของทางค่ายปีกนก ผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ให้กลายเป็นรถที่ขี่สนุก สมบุกสมบันได้ ทุกเส้นทาง ดีไซน์นั้นมาในแบบเรโทรผสมผสานกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยตามแบบที่ได้เก่าไปแล้ว ตัวรถถูกนำเสนอและดีไซน์ออกมาตามคอนเซ็ปต์ที่ว่า เรียบง่าย สมบุกสมบัน และทนทานอย่างแท้จริง กล่าวคือ ดีไซน์แบบเรียบง่าย ไม่มีแฟริ่งอะไรมาให้เกะกะเทอะทะ เผยให้เห็นเครื่องยนต์ เฟรมตลอดไปจนถึงช่วงล่างที่ทำสีดำมาได้อย่างชัดเจนดูดุดันเต็มพิกัด ขณะเดียวกันก็มีกลิ่นอายความคลาสสิกด้วย ไฟหน้า ไฟเลี้ยว กระจก และเรือนไมล์ดิจิทัล LCD ทรงกลมที่ดูเข้ากันกับตัวรถ ตัวรถยังดูสมบุกสมบันด้วยองค์ประกอบของความเป็นสแครมเบลอร์ไบค์ ด้วยแฮนด์บาร์ยกสูง โช้คหน้าพร้อมปลอกยางกันฝุ่น เบาะนั่งแบบราบ ล้อที่รัดด้วยยางแบบดูอัลเพอร์โพส ตลอดไปจนถึงปลายท่อไอเสียแบบยกสูง  ในส่วนของเรื่องทนทานที่เป็นส่วนสุดท้ายก็คือเรื่องของเครื่องยนต์บล็อกยอดนิยมที่ได้รับการพิสูจน์และได้รับการยอมรับมาแล้วว่าทนทาน ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงขนาด 471 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากถังน้ำมันขนาด 12 ลิตรด้วยหัวฉีดไฟฟ้า ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนแม็ปการจ่ายน้ำมันให้มีแรงต้นที่ดี เหมาะกับสไตล์ของรถ โดยมีการเคลมแรงม้าสูงสุดมาที่ 45.97 แรงม้าที่ 8,500 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 43.4 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบ ขับเคลื่อนระบบเกียร์แบบ 6 สปีด เสริมความปลอดภัยด้วยระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ ขณะที่ช่วงล่างก็ให้มาดีพอสมควร โดยด้านหน้าจะมีโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิกขนาด 41 ม.ม. ส่วนโช้คหลังจะเป็นโช้คคู่พร้อมปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ ส่วนระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมระบบเบรก ABS แบบดูอัลชาแนล  และในส่วนของล้อจะมีขนาด 19 นิ้วและ 17 นิ้วตามลำดับ รัดด้วยยางแบบสองประสงค์พร้อมลุยได้ทั้งทางดำและทางฝุ่นตามสไตล์ของรถประเภทนี้อยู่แล้ว สุดท้ายเรื่องของการวางจำหน่าย Honda CL500 นั้นจะจำหน่ายด้วยกันทั้งหมด 3 เฉดสี ได้แก่ สีส้ม สีเขียว และสีดำ ในราคาแนะนำที่ 226,800 บาท โดยสามารถไปดูและสัมผัสคันจริงได้ที่งาน Motor Show หรือจะไปลองขับขี่ที่ฮอนด้าบิ๊กวิงใกล้บ้านท่านเลยก็ได้ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

CL300-สแครมเบลอร์น้องเล็ก-สเปค

CL300 สแครมเบลอร์พิกัดเริ่มต้นจากค่ายปีกนก เปิดตัวที่ประเทศไทยกันอย่างเป็นทางการแล้วกับ Honda CL300 2023 สแครมเบลอร์ไบค์ในพิกัดเริ่มต้น หลังที่ก่อนหน้านี้ไปเผยโฉมกันก่อนแล้วที่ต่างประเทศ ซึ่งเรียกเป็นการปลุกผีฟื้นคืนตำนานให้กับสแครมเบลอร์ของทางฮอนด้าจากในอดีต ที่เคยมีมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 60 แล้ว สำหรับครั้งนี้มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ให้มีความโมเดิร์นมากยิ่งขึ้น แต่ยังให้กลิ่นอายของความคลาสสิกอยู่ โดยตั้งอยู่บนแนวคิด เรียบง่าย สมบุกสมบัน และทนทาน ตัวรถไม่มีแฟริ่งอะไรให้ดูเทอะทะเกะกะ แต่กับโชว์ตัวเฟรมและเครื่องยนต์ให้เห็นชัดเจน ดูดิบดุดัน ขณะเดียวกันก็มีองค์ประกอบที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ความเป็นสแครมเบลอร์ให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นแฮนด์บาร์แบบยกสูง เบาะนั่งแบบราบ ยางพร้อมลุย และท่อไอเสียแบบปลายยกสูง ส่วนความคลาสสิกก็จะอยู่ในส่วนของไฟหน้า ไฟเลี้ยว และเรือนไมล์ดิจิทัลแบบ LCD ทรงกลม ปลอกยางกันฝุ่นของโช้คหน้า และถังน้ำมันทรงสวยได้รูป ส่วนเรื่องของเครื่องยนต์นั้นก็จะเป็นขุมพลังแบบ 1 สูบ 286 ซีซี ระบายความร้อน ที่ใช้เชื้อเพลิงผ่านระบบหัวฉีดจากถังน้ำมันขนาด 12 ลิตร บล็อกเดียวกันกับที่ถูกใช้ในหลาย ๆ โมเดลของทางค่ายที่ใช้รหัส 300 เหมือนกันนั่นเอง แต่จะมีการปรับแม็ปการจ่ายน้ำมันให้มีทอร์คที่มาเร็วมาไว เมื่อเทียบกับโมเดลที่ใกล้เคียงกันมากที่สุดอย่างเจ้า Rebel300 ซึ่งจะมีตัวเลขกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 25.74 แรงม้าที่ 8,500 รอบ และแรงบิดสูงสุด 25.5 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบ และแน่นอนว่ามีระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ช่วยเพิ่มความปลอดภัยจากการเสียอาการที่ล้อหลัง เวลาเชนเกียร์ลงอย่างรวดเร็วเพื่อลดความเร็วก่อนเข้าโค้ง ต่อกันในส่วนของช่วงล่างที่ให้สเปคมาถือว่าดีได้มาตรฐานและปลอดภัย โดยด้านหน้าจะมีโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิกขนาด 41 ม.ม.พร้อมปลอกยางกลางฝุ่น ขณะที่ด้านหลังจะเป็นโช้คหลังคู่ที่สามารถปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ ขณะที่ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมระบบ ABS และระบบ ESS ส่วนล้อจะเป็นล้ออลูมิเนียมสีดำด้านหน้าขนาด 19 นิ้วและด้านหลังขนาด 17 นิ้ว พร้อมรัดด้วยยางแบบดูอัลเพอร์โพสหรือยางสองประสงค์ที่สามารถใช้งานได้ทั้งทางดำและทางฝุ่น สุดท้ายในเรื่องของการวางจำหน่ายนั้นตัวรถจะจำหน่ายด้วยกัน 3 เฉดสี คือ สีส้ม (Candy Energy Orange) สีเทา (Pearl Grey) และสีขาว (Pearl White) โดยจำหน่ายในราคาแนะนำที่ 149,900 บาท ซึ่งสามารถไปชมสีสันหรือสัมผัสคันจริงกันได้ที่งาน Motor Show หรือจะไปที่ฮอนด้าวิงเซ็นเตอร์ใกล้บ้านท่านเลยก็ยังได้ครับ ทั้งนี้จะเปิดรับจองเป็นครั้งแรกในงานบางกอกมอเตอร์โชว์ที่กำลังจะมาถึงนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

Honda คว้าชัย MXGP 2023 ในเรซ 2

Honda คว้าชัย MXGP 2023 ในเรซ 2 ประเทศอาร์เจนติน่า “รูเบน เฟอร์นานเดซ” พร้อมควง Honda CRF450R เปิดตัวได้ยอดเยี่ยมจากTeam HRC จาก Honda คว้าชัย MXGP 2023 เรซ 2 ที่อาร์เจนตินา “รูเบน เฟอร์นานเดซ” เปิดตัวกับ Team HRC ได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันรถจักรยานยนต์วิบากชิงแชมป์โลก รายการเอฟไอเอ็ม โมโตครอส เวิล์ด แชมเปี้ยนชิพ สนามแรกที่อาร์เจนตินา ด้วยการคว้าชัยชนะได้ทันที ด้วยสุดยอดตัวแข่งอย่าง CRF450R แม้ว่าก่อนเริ่มต้นฤดูกาล ฮอนด้าต้องพบกับความท้าทายอย่างมากเมื่อ “ทิม ไกจ์เซอร์” ยอดนักบิดมือหนึ่งของทีมได้รับบาดเจ็บ เหลือเพียง “รูเบน เฟอร์นานเดซ” ที่พึ่งเข้ามาสู่ทีมเป็นปีแรกเท่านั้น การแข่งขันสนามเปิดฤดูกาล MXGP 2023 ดวลทางฝุ่นกันที่ประเทศอาร์เจนตินา ในรายการ MXGP of Patagonia – Argentina ความมุ่งมั่นของฮอนด้าและสมรรถนะตัวแข่ง  CRF450R ได้พิสูจน์ศักยภาพอีกครั้ง ซึ่งฤดูกาลนี้มีคะแนนสะสมให้เก็บในรอบการคัดเลือก เพื่อหาอันดับการออกสตาร์ท  “รูเบน เฟอร์นานเดซ” สามารถคว้าอันดับ 4 คะแนนสะสม 7 แต้มมาครอง การแข่งขันเรซแรก “รูเบน เฟอร์นานเดซ” พร้อมด้วย Honda CRF450R หมายเลข 70 โชว์ศักยภาพอันน่าทึ่งทันที ด้วยการรั้งกลุ่มนำพร้อมมีลุ้นอันดับโพเดียม อย่างไรก็ตามความผิดพลาดเล็กน้อยในช่วงปลายเกมส์ นักบิดดาวรุ่งชาวสเปนของ HRC จบอันดับ 5 เมื่อจบการแข่งขัน การแข่งขันเรซที่สอง ”รูเบน เฟอร์นานเดซ” เริ่มต้นการแข่งขันได้อย่างยอดเยี่ยม ขึ้นนำพร้อมปิดเกมส์คู่แข่ง ก่อนที่จะคว้าชัยชนะ ไปครองได้อย่างเด็ดขาด ซึ่งผลการแข่งขันรวมทั้ง 2 เรซ “รูเบน เฟอร์นานเดซ” จาก Team HRC เป็นนักแข่งที่ทำผลงานรวมได้ยอดเยี่ยมที่สุด โดยรวมแต้มสะสมและจากการจับเวลารอบคัดเลือก มีคะแนนทั้งสิ้น 48 คะแนน รั้งอันดับ 2 ในตารางคะแนนชิงแชมป์โลก  สำหรับโปรแกรมการแข่งขัน MXGP 2023 สนาม 2 จะมีขึ้นในวันที่ 26 มีนาคมนี้ ที่ ริโอลา ซาร์โด ประเทศอิตาลี แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยสามารถติดตามข่าวสารของนักบิดฮอนด้าได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : www.facebook.com/HondaRacingTeamTH #WhatStopsYou #มุ่งไปอย่าให้อะไรมาหยุด #MotorSport #MXGP #HRC #RaceToTheDream #Honda อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!