SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าว MotoGP ล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
Aleix Espargaro เชื่อ มาร์ตินไปได้สวยกับ Aprilia

Aleix Espargaro เชื่อ มาร์ตินไปได้สวยกับ Aprilia Aleix Espargaro อดีตนักแข่งทีม Aprilia ที่ในปัจจุบันได้ประกาศเลิกแข่งขันอย่างเป็นทางการ แล้วไปเป็น Test-Rider ให้กับทีม HRC Honda โดยเทสไรเดอร์รายนี้ได้ออกมาเผยว่าแชมป์โลกคนล่าสุดอย่าง ‘ฆอร์เก้ มาร์ติน’ จะสามารถไปได้ด้วยกับต้นสังกัดใหม่ มั่นใจมาร์ตินอนาคตสดใส ฆอร์เก้ มาร์ติน แชมป์โลก MotoGP คนล่าสุดที่ได้ย้ายต้นสังกัดใหม่จาก Prima Pramac สู่ทีมโรงงานของ Aprilia เหมือนได้รับแรงกดดันเบา ๆ จากอดีตนักแข่งทีมโรงงาน Aprilia อย่าง อเล็กซ์ เอสปาร์กาโร่ ว่ามาร์ตินจะสามารถประสบความสำเร็จได้ แม้มาร์ตินจะยืนยันแล้วว่าเขาจะไม่ป้องกันตำแหน่งในปี 2025 ในปีแรกกับรถ RS-GP “ผมเชื่อเสมอว่าเราสามารถต่อสู้เพื่อแชมป์โลกกับ Aprilia ได้ และผมพูดสิ่งนี้ด้วยความจริงใจที่สุด เพราะตัวผมเองก็ไม่มีพรสวรรค์แม้แต่น้อยเมื่อเทียบกับนักแข่งที่ต่อสู้เพื่อแชมป์ แต่ผมก็สามารถชนะการแข่งขันกับรถคันนี้ได้ ผมทำตำแหน่งโพลและสร้างสถิติในหลายสนาม” “ผมไม่ได้บอกว่าฆอร์เก้จะทำได้ในปีนี้ แต่เขาจะสามารถแสดงความสามารถของเขาได้อย่างแน่นอน” เปโดร อคอสต้า คือคู่แข่งคนสำคัญ ไม่เพียงแค่ปลุกใจมาร์ตินเท่านั้น แต่เอสปากาโร่เองก็ยังเตือนอีกว่า เปโดร อคอสต้า จะเป็นหนึ่งในนักแข่งที่มีความน่ากลัวอยู่ไม่น้อย แม้ว่านักแข่งจากทีมโรงงานของ Ducati จะยังเหนือกว่านักแข่งคนอื่น ๆ อยู่เล็กน้อย  “ทีมเก่าของผมกำลังทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ KTM ก็ได้เปรียบจากดาวรุ่งที่น่าเหลือเชื่ออย่างเปโดร ดังนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงตำแหน่งแชมป์ แม้ว่ารถ Desmosedici จาก Ducati จะยังคงเหนือกว่ารถคันอื่น ๆ อยู่ก็ตาม” ฆอร์เก้ มาร์ติน และมาร์โก เบซเซคคี สองนักบิดจากทีมโรงงานของ Aprilia จะถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคมนี้ สาวกของ ‘มาร์ติเนเตอร์’ รอติดตามได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
อเล็กซ์ มาร์เกซ ‘ขอเป็นอันดับสอง’ (รองจากพี่ชาย)

อเล็กซ์ มาร์เกซ ‘ขอเป็นอันดับสอง’ (รองจากพี่ชาย) อเล็กซ์ มาร์เกซ นักแข่งจากทีม BK8 Gresini Racing MotoGP ที่ในฤดูกาล 2025 นี้สามารถโชว์ฟอร์มร้อนแรงตั้งแต่เปิดฤดูกาล ซึ่งภาพรวมการแข่งขันของเจ้าตัวหลังผ่านไป 3 สนามดูเหมือนว่าจะเป็นรองแค่พี่ชายของเจ้าตัวอย่างมาร์ก มาร์เกซเท่านั้น โดยการแข่งขันในสนามที่สามของฤดูกาล ในการแข่งขัน Americas GP มาร์เกซคนพี่อย่าง ‘มาร์ก มาร์เกซ’ พลาดท่าล้มในโค้งที่ 4 ในรอบที่ 9 ของการแข่งขันทำให้เจ้าตัวแข่งไม่จบในสนามนี้ ส่งผลให้ทีมเมทอย่างฟรานเชสโก้ บัญญาย่า ฝ่าธงหมากรุกเข้าเส้นเป็นอันดับที่ 1 คว้า 25 คะแนนเต็มเก็บชัยชนะครั้งแรกของฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ  แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันเมื่อดีกรีแชมป์โลก Moto2 ปี 2019 ที่สามารถรักษาฟอร์มอย่างคงเส้นคงวา จบในอันดับที่สองของการแข่งขัน และด้วยความสม่ำเสมอของเจ้าตัวในการได้โพเดียมทำให้อเล็กซ์มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 87 คะแนนทะยานสู่ตำแหน่งจ่าฝูงเหนือพี่ชายของเขาเพียง 1 คะแนนเท่านั้น “ถ้าคุณมาบอกผมก่อนเรซแรกว่า ‘คุณจะเป็นผู้นำในตารางแชมป์โลก’ ผมคงบอกว่า ‘คุณบ้าไปแล้ว!’” อเล็กซ์กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ตอนนี้เราเป็น ‘มิสเตอร์อันดับสอง’ แต่ผมก็มีความสุขกับมันนะ! ผมไม่มีปัญหาเลยถ้าจะจบอันดับสองแบบนี้ไปจนจบฤดูกาล “เราต้องสนุกกับช่วงเวลานี้ เรารู้ว่าเรามีอะไรอยู่ในมือ แค่ต้องเข้าใกล้ทุกเรซเหมือนที่เราทำตอนนี้ และพยายามดึงศักยภาพออกมาให้ได้ 100% ผมจะพยายามรักษาฟอร์มแบบนี้ต่อไป” แม้ว่าการที่เจ้าตัวได้ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งจ่าฝูงของคะแนนรวมนักแข่ง แต่มาร์เกซคนน้องก็ยอมรับว่าการแข่งขันที่สนามประเทศอเมริกาเป็นอีกหนึ่งสนามที่มีความยากลำบากอยู่ไม่น้อยเมื่อเทียบกับสองสนามที่ทำการแข่งขันก่อนหน้านี้ (สนามประเทศไทย และสนามประเทศอาร์เจนตินา) “ถ้าเปรียบเทียบฟอร์มของผมระหว่างไทย อาร์เจนตินา และที่นี่ สนามนี้เป็นสนามที่แย่ที่สุดในแง่ของฟีลลิ่งและวิธีที่ผมเข้าโค้งทั้งหมด”  “หลังจากไม่กี่รอบแรก ผมก็เห็นเลยว่าพวกเขาเร็วกว่าผม ผมเกือบล้มหน้าพับในโค้ง 10 และก็คิดในใจว่า ‘โอเค วันนี้ต้องเอาอันดับสามให้ได้ ต้องใจเย็นมาก ๆ’ “แล้วพอผมเห็นมาร์คล้ม ผมก็บอกตัวเองว่า ‘โอเค มีสติไว้นะ’” “ผมมีความสุขมาก ๆ กับวิธีที่เราจัดการทุกอย่าง กับความสม่ำเสมอที่เราทำได้ในการอยู่ท็อปทรี นั่นแหละคือสิ่งที่เราต้องทำต่อไป” “แต่เหนือสิ่งอื่นใด เราต้องสนุกกับช่วงเวลานี้ เพราะสำหรับทีมอิสระ ที่ใช้รถแข่งของปีที่แล้วแล้วสามารถขึ้นนำตารางแชมป์โลกได้ มันคือสิ่งที่น่าเหลือเชื่อจริง ๆ” การแข่งขันในสนามนัดถัดไปจะไปทำการแข่งขันที่สนาม ลูเซล อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต (Lusail International Circuit) ประเทศกาตาร์ ในช่วงระหว่างวันที่ 11 เมษายน – 13 เมษายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

No Posts Found!

No Posts Found!

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
SPEED TRIPLE 1200 RR 2022 (1)

SPEED TRIPLE 1200 RR โมเดิร์นคาเฟ่เรเซอร์ตัวจี๊ด สิ้นสุดการรอคอยสักทีกับ Triumph Speed Triple 1200 RR ที่เพิ่งจะเปิดตัวกันมาแบบสด ๆ ร้อน ๆ หลังปล่อยตัวอย่างยั่ว ๆ มาให้นักบิดที่ชื่นชอบความสปอร์ตและความคลาสสิคในแบบของไทรอัมพ์ ซึ่งครั้งนี้มาในสไตล์ฮาล์ฟแฟริ่งพิกัดใหญ่แบบนี้ ดีไซน์โดดเด่นด้วยค็อกพิตแฟริ่งสุดงามด้านหน้าที่ครอบไฟหน้าทรงกลมเดี่ยวตามแบบฉบับของทางค่ายไว้ได้อย่างสวยงามลงตัว เส้นสายของตัวรถให้ความรู้สึกดุดัน ดูพร้อมจะพุ่งทะยานไปด้านหน้า พร้อมเพิ่มความหรูหราพรีเมียมด้วยชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ สำหรับมิติท่านั่งนั้น ตัวรถใช้แฮนด์แบบจับโช้ค มีพักเท้าที่ปรับระดับได้ และมีเบาะนั่งสูง 830 ม.ม. ซึ่งจะมีท่านั่งในแบบสปอร์ตต้องก้ม ต้องหมอบ แต่ว่าก็มีการออกแบบให้เข้ากับหลักการยศาสตร์  มาถึงส่วนช่วงล่างซึ่งถือว่าโดดเด่นมาก ๆ สำหรับโมเดลนี้ มีแชสซีน้ำหนักเบา ระบบเบรก Brembo ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยด้านหน้าจะเด่นที่การใช้คาลิเปอร์เบรกตัว Stylema และระบบกระจายแรงเบรก ปั๊มบน Brembo MCS ปรับตั้งได้ ซึ่งข้างต้นนี้ยกมาจากเจ้า RS ส่วนของระบบกันสะเทือนให้โช้คปรับไฟฟ้า Ohlins Smart EC 2.0 มาเลย ยางก็จะเป็นยางสุดหนึบอย่าง Pirelli Diablo Supercorsa SP V3 พร้อมกันนี้ยัง  ส่วนของเครื่องยนต์นั้นเป็นเครื่องเดียวกันกับเจ้า RS เป็นเครื่อง 3 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำขนาด 1,160 ซีซีที่มีน้ำหนักเบาและมีมวลเฉื่อยต่ำ เคลมแรงม้าสูงสุดมาที่ 180 แรงม้าที่ 10,750 รอบและแรงบิดสูงสุดที่ 125 นิวตันเมตรที่ 9,000 รอบ และให้สุ้มเสียงหวาน ๆ ด้วยปลายท่อไอเสียสเตนเลสสตีลแบบปัดเงาและเอ็นด์แค็ปสีดำ ปิดท้ายด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่าแน่น ๆ สมเป็นพิกัดเรือธง อาทิ หน้าจอเรือนไมล์สี TFT ขนาด 5 นิ้วพร้อมเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ ระบบเบรก ABS และแทร็คชันคอนโทรลแบบใช้งานในโค้งที่สามารถปิดเปิดได้ และทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ IMU คันเร่งไฟฟ้าและโหมดการขับขี่ 5 โหมดได้แก่ Road, Rain, Sport, Track และ Rider ที่เป็นโหมดให้ปรับตั้งค่าต่าง ๆ ได้เอง  นอกจากนี้ยังมีระบบ Triumph Shift Assist หรือควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อหน้า ระบบไฟ LED เต็มระบบพร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิงไลท์ ระบบกุญแจแบบคีย์เลส ระบบครูซคอนโทรลและไฟแบ็กไลท์สวิตช์ควบคุมต่าง ๆ  สุดท้ายนี้เจ้ารหัส RR ใหม่นี้จะมีให้เลือกด้วยกัน 2 เฉดสีได้แก่ สีแดงตัดด้วยสีเทาเข้ม Red Hopper Storm Grey และสีขาวคริสตัลตัดด้วยสีเทาเข้ม Crystal White Storm Grey อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

15 September 2021
Pirelli เตรียมยางกว่า 10 สูตร

Pirelli เตรียมยางกว่า 10 สูตร ซัพพอร์ตนักแข่ง WSBK ที่ Catalunya ล่าสุดพีเรลลี่แบรนด์ยางตัว P ยาวเหยียดที่ขายยางหนึบ ๆ และเป็นผู้สนับสนุนยางให้การแข่งขัน WorldSBK ทั้งหมด เผยว่า Pirelli เตรียมยางกว่า 10 สูตร ซัพพอร์ตนักแข่ง WSBK ที่ Catalunya ประเทศสเปน  การแข่งขันสนามที่ 9 กำลังจะมาถึงในช่วงสุดสัปดาห์นี้กับการแข่งรอบ The Hyundhai N Catalunya Round (17 – 19 กันยายนนี้) รับรองจะต้องสนุกสนานอย่างแน่นอน เข้าสู่ครึ่งหลังของฤดูกาลการแข่งขันแล้ว เป็นช่วงเวลาที่ทุกสนามทุกเรซมีความสำคัญต่อการคว้าแชมป์โลก นอกจากนี้ประตูในการเป็นแชมป์โลกในพิกัด WSBK หรือรุ่นใหญ่ในรายการยังเปิดอยู่ ไม่ว่าจะเป็น Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) หรือจะเป็นแชมป์โลก 6 สมัยอย่าง Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) ที่ห่างกันเพียง 7 คะแนน และยังเปิดให้กับนักแข่งจากดูคาติอย่าง Scott Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) อีกด้วย  1 ในไฮไลท์สำคัญของเมือง Catalan ก็คือสนาม Circuit of Catalunya-Barcelona ซึ่งเปิดให้ใช้ครั้งแรกในปี 1992 ในการแข่งขันโอลิมปิกเกม สนามแห่งนี้ยาว 4.627 กม. มีโค้งทั้งหมด 14 โค้ง แบ่งเป็นโค้งขวา 8 โค้งและโค้งซ้ายอีก 6 โค้ง ซึ่งโค้งส่วนใหญ่จะเป็นโค้งกว้าง ๆ สามารถทำความเร็วได้มาก ๆ และยังมีทางตรงที่เอื้อให้นักแข่งทำความเร็วถึง 320 กม./ชม.  สนามแห่งนี้ยังมีส่วนที่เป็นลูกคลื่นและยังถูกมองว่าเป็นสนามที่ยากสูงมาก โดยหลาย ๆ จุดสามารถทำให้รถและนักแข่งต้องปวดหัวหรือเครียดได้ นอกจากนี้แล้วยังต้องระวังกับการเบรกที่สุดปลายทางตรงที่ยาวมาก ๆ ซึ่งจุดนี้จะได้เห็นรถเบรกกันหนัก ๆ ในระดับที่หนักมากที่สุดของปีเลยก็ว่าได้    สูตรยางที่เตรียมไว้สำหรับคลาส WorldSBK และ WorldSSP:    สำหรับในรุ่น WorldSBK นักแข่งทุกคนจะมียางสูตรกำลังพัฒนา (ที่เคยใช้มาแล้วในสนามก่อนหน้านี้) และยางสูตรมาตรฐาน รวมกันมากถึง 10 สูตร โดยแบ่งเป็นยางหน้า 5 สูตรและยางหลัง 5 สูตร สำหรับยางหน้า จะมียางสลิกสูตรมาตรฐาน 1 สูตรและสูตรกำลังพัฒนา 2 สูตร โดยยางสูตรมาตรฐานจะเป็นสูตร SC1 ส่วนยางสูตรพัฒนาจะเป็น SC1 A0721 ซึ่งนุ่มกว่า SC1 ปกติ และอีกสูตรคือ SC1 A0508 ซึ่งเคยใช้มาในที่ Misano และที่ Assen ด้วย และใช้กันมากที่สุดที่  Navarra และ Magny-Cours สำหรับยางหลักสลิกก็จะมี 2 สูตรให้เลือก ตัวเลือกแรกเป็น SCX A0557 ที่เป็นยางสูตรกำลังพัฒนา ซึ่งจะเป็นยางที่นุ่มที่สุดที่มีให้เลือกที่สนามนี้ และตัวเลือกที่ 2 ก็จะเป็นสูตรสแตนดาร์ด SC0  นอกจากนี้ยังจะมียางสูตรกำลังพัฒนาในรอบซูเปอร์โพล เป็นสูตร Y0449 จะมีให้ใช้และคาดการณ์ว่าจะช่วยให้นักแข่งสามารถทำเวลาได้เร็วขึ้น และสามารถทำเวลาเพื่อควอลิฟายตัวเองเข้ากริดในตำแหน่งที่ดีที่สุด ส่วนในรุ่น WorldSSP จะมีสูตรยาง 5 สูตรเช่นกัน เป็นยางหน้า 3 สูตรและยางหลัง 2 สูตร โดยยางหน้าจะมีสูตรมาตรฐานอย่าง SC1 และ SC2 ให้เลือกใช้ อีก 1 สูตรเป็นยางสูตรกำลังพัฒนา

15 September 2021
BMW Vision AMBY

BMW Vision AMBY นี่มันมอเตอร์ไซค์หรือจักรยานกันแน่? เมื่อเร็ว ๆ นี้ บีเอ็มดับเบิลยูได้ทำการเปิดตัวรถแนวคิดใหม่ ๆ สุดล้ำหลายคัน และเจ้า BMW Vision AMBY ก็เป็นหนึ่งในนั้น (โดยคำว่า AMBY ย่อมาจาก Adaptive Mobility หรือยานพาหนะที่ปรับตัวได้) มันเป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอย่างสมัยนิยมนี่แหละครับ เพียงแต่ว่ามันมาในขนาดและรูปร่างที่เหมือนกับจักรยานเสือภูเขาซะอย่างนั้น  ตัวรถนั้นมีระดับความเร็วให้เลือก 3 ระดับด้วยกัน ได้แก่ ระดับแรก 24 กม./ชม.สำหรับขับขี่ในทางจักรยาน ระดับที่ 2 43.2 กม./ชม.สำหรับขับขี่บนท้องถนนในตัวเมืองชั้นใน และระดับที่ 3 59.2  กม./ชม.สำหรับใช้งานบนถนนขนาดใหญ่หลายเลน และสำหรับขับขี่นอกเมือง ซึ่งถือว่าจุดนี้ค่อนข้างตอบโจทย์การใช้งานได้ระดับนึงเลยทีเดียว สำหรับคอนเซ็ปต์ไบค์คันเล็กคันนี้ แต่เพื่อให้แน่ใจว่าคันนี้จะใช้งานในแบบที่ควรจะเป็น มันจึงมาพร้อมเทคโนโลยีที่เรียกว่า Geofencing ซึ่งระบบนี้จะเชื่อมต่อกับระบบแผนที่ GPS ที่สามารถเปลี่ยนแปลงกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าหรือความเร็วของรถได้โดยอัตโนมัติ รวมถึงยังช่วยให้รถสามารถรับรู้ถึงประเภทถนนว่ากำลังใช้เส้นทางแบบไหน เช่น เลนจักรยาน หรือถนนในเมือง ซึ่งทำให้ขับขี่ได้ปลอดภัยและใช้ความเร็วได้ถูกต้องตามกฎหมายอีกด้วย  สำหรับบางคนฟังดูเข้าที แต่สำหรับบางคนก็อาจจะหงุดหงิด แต่หากเราคิดถึงเรื่องความปลอดภัยเข้าแล้วล่ะก็ระบบนี้ก็น่าจะดีไม่น้อยใช่มั้ยล่ะครับ! การได้ขี่ยานพาหนะที่มันคล้ายกับมอเตอร์ไซค์ทั่ว ๆ ไป มีคันเร่งให้บิด มีพักเท้าแบบปกติธรรมดามาแทนที่บันไดปั่น เบรกที่เหมือนกับสกู๊ตเตอร์หรือจักรยาน พร้อมกับดิสก์เบรกขนาดใหญ่ แต่มาในน้ำหนักที่เบาเพียง 65 กก. และทำระยะทางได้ราว 110 กม. คุณคิดว่ามันจะดีสักแค่ไหนครับ  อย่างไรก็ดีเจ้าคันนี้ยังเป็นเพียงแค่คอนเซ็ปต์ไบค์แนวคิดใหม่จากทางค่ายรถบาวาเรียน และเรายังไม่เห็นตัวเลขสำคัญ ๆ อย่างขนาดความจุของแบตเตอรี่ กำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า และระยะเวลาในการชาร์จ เราก็คงยังต้องติดตามกันต่อไปว่าเจ้าคอนเซ็ปต์ไบค์คันนี้จะกลายเป็นรถผลิตขายจริงต่อไปหรือไม่อย่างไร แต่ถ้าทำขายจริงก็น่าสนใจไม่น้อยใช่มั้ยล่ะครับ! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่  

10 September 2021
เปิดตัว Brutale 1000 RS

เปิดตัว Brutale 1000 RS รุ่นรองท็อป ราคาเข้าถึงง่ายขึ้น ล่าสุด MV AGUSTA ก็เพิ่งทำการเข็นเน็กเก็ดไบค์ตัวพันมาเพิ่มอีก 1 โมเดล ซึ่งก็คือ เปิดตัว Brutale 1000 RS นั่นเอง ซึ่งหากมองดูภายนอกแล้วก็จะรู้ได้เลยว่าไม่ใช่ตัวท็อปอย่าง RR ที่มีแรงม้าทะลุ 200 แรงม้า แต่ราคาก็จะถูกกว่าพอสมควรเลยทีเดียว!   จุดที่แตกต่างจากตัวท็อปรหัส RR นั้น คือช่วงล่างนั้นเอง ซึ่งในตัวท็อปจะเป็นโช้คอัพไฟฟ้าจาก Ohlins แต่ในโมเดลรองท็อปนี้จะเป็นโช้คปรับมือจาก Marzocchi ที่ด้านหน้าและ Sachs ที่ด้านหลังแทน ระบบเบรกยังเป็นตัวท็อปของรถโปรดักชันอย่าง Brembo Stylema และระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ยังมีอยู่อย่างครบถ้วนเช่นเดิม    ส่วนอื่น ๆ ที่แตกต่างอีกก็จะเป็นเรื่องของการยศาสตร์ที่ปรับเปลี่ยนใหม่ มีแฮนด์จับโช้คที่สูงขึ้น มีเบาะนั่งใหม่ พักเท้าแบบฟอร์จ และกระจกมองหลังใหม่ ในด้านของเครื่องยนต์ยังคงมีพื้นฐานเดียวกับตัวท็อป แต่โมเดลปีใหม่ตัวรองท็อปคันนี้มีการอัปเกรดชิ้นส่วนภายในเพิ่มเติมอีกด้วย แท็ปเพ็ทหรือขาส่งวาล์วเคลือบ DLC ปลอกวาล์วซินเทอร์ แค็มโปรไฟล์ใหม่ และท่อรวมไอเสียใมห่ที่ช่วยเรื่องระบายความร้อน โดยตอนนี้เคลมแรงม้ามาที่ 208 แรงม้า ในขณะที่น้ำหนักตัวรถเปล่าเหลือเพียง 186 กก. เท่านั้น  หน้าจอเรือนไมล์เป็นจอ TFT สีที่สามารถเชื่อมต่อแอ็ปพลิเคชัน MV Ride App ได้เช่นเดิม พร้อมมีการอัปเดตการเซ็ตติ้งของระบบ IMU ที่ควบคุมตัวระบบเบรก ABS ในโค้ง  สุดท้ายเปิดราคาเริ่มต้นที่ 25,500 ยูโรหรือราว ๆ 987,000 บาท แต่ถ้ามาไทยคงไม่ต้องบอกว่าทะลุไปอีกพอสมควรแน่ แต่มันหล่อจริง ๆ นะ ใครอยากได้เน็กเก็ดตัวพัน แต่ไม่ไหวตัวท็อปหันมาครบตัวนี้ก็โอเคดีนะ อาจจะได้โช้คไม่เทพเท่านั้นเอง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่

10 September 2021
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Aprilia RSV4 Factory SE-09 SBK รุ่นพิเศษ ลายลุง Max

Aprilia RSV4 Factory SE-09 SBK รุ่นพิเศษ ลายลุง Max     เปิดตัวกันไปแล้วในช่วงระหว่างการแข่งขัน MotoGP ที่ Austin ประเทศอเมริกา กับ Aprilia RSV4 Factory SE-09 SBK รุ่นพิเศษฉลองชัยครั้งแรกในศึก WSBK ภายใต้ชื่อ RSV4 จนนับเป็นจุดเริ่มต้นประวัติศาสตร์ในวงการมอเตอร์สปอร์ตครั้งสำคัญของค่ายสามตาอะพริเลียนั่นเอง   เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2009 ลุง Max Biaggi ที่ลงทำการแข่งขันในศึก WorldSBK ที่สนาม Brno สามารถคว้าชัยชนะครั้งแรกกับรถ RSV4 ซึ่งในเวลานั้นเองไม่มีใครคาดคิดมาก่อน แต่นั่นเป็นบทแรกของเรื่องราวเรื่องนึงที่เป็นตำนานต่อมาในภายหลัง มันกลายเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวของโมเดลที่มีชัยชนะมากที่สุด ทำให้รถภายใต้ชื่อนี้มีประวัติการคว้าแชมป์โลกมามากถึง 7 สมัย จากนักแข่ง 3 คน คว้าชัยไปรวมกันมากถึง 44 ครั้งกับอีก 102 โพเดียม   และเพื่อเฉลิมฉลองวันอันน่าจดจำดังกล่าว จึงได้นำชุดสีสุดไอคอนิกในตอนนั้นมาไว้ในโมเดลใหม่ทั้งในตัวซูเปอร์ไบค์และเน็กเก็ดไบค์ระดับเรือธงของทางค่าย และเพิ่มแรมแอร์เบรกคาร์บอนไฟเบอร์เข้าไปพร้อมกับบังโคลนหน้าคาร์บอนไฟเบอร์เข้าไปเพิ่มความพิเศษ ตลอดไปจนถึงการรันตัวเลขไม่ซ้ำกันบนถังน้ำมันอีกด้วย   นอกจากนี้ยังมี Tuono V4 Factory SE-09 ที่เป็นสปอร์ตเน็กเก็ตแฝดคนละฝาด้วย แต่ในส่วนรายละเอียดอื่น ๆ เรื่องสเปกยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง ส่วนจะมาไทยนั้นก็คงยากหน่อย หรือถ้ามาได้ล่ะก็ราคาก็คงไม่เบาอีกเช่นกัน  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

13 May 2024
Honda CB1300 Super Four SP 2024 อัปเดตสีใหม่ ขายญี่ปุ่นเท่านั้น 

Honda CB1300 Super Four SP 2024 อัปเดตสีใหม่ ขายญี่ปุ่นเท่านั้น  แฟน ๆ ไบเกอร์รุ่นใหญ่ หรือรุ่นใหม่ที่ชอบความคลาสสิค ความเรโทร หรือสตอรี่หรือตำนาน คงจะต้องรู้จักโมเดลระดับตำนานอย่างเจ้าซูเปอร์โฟนจากค่ายปีกนก แลเมื่อไม่นานมานี้ค่ายปีกนกเองก็เพิ่งเปิดตัว Honda CB1300 Super Four SP 2024 ไปทว่าที่น่าเจ็บใจล่ะก็คงจะเป็นการที่ล็อตผลิตนี้ขายแต่ในเจแปนแดนปลาดิบเพียงแค่ 1500 คันเท่านั้นครับ   เจ้าโมเดลใหม่นี้จะเป็นโมเดลพิเศษซึ่งก็จะมาในเฉดสี Pearl Sunbeam White หรือขาวมุกตัดแต้มด้วยสีแดง มีดีเทลเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นสีน้ำเงินและสีทอง แบบเดียวกันกับที่เคยขายในบ้านเรานี่ล่ะครับ เพียงแต่ว่าด้วยความเป็นโมเดล SP หรือ Special ก็เลยมีการอัปเกรดเพิ่มเติมความพิเศษหน่อย ซึ่งก็คือช่วงล่าง โดยระบบกันสะเทือนจะโดดเด่นเป็นสง่าด้วยโช้คจากทาง Ohlins สีเหลืองทองสุดเท่ และคาลิเปอร์เบรกหน้าจากทาง Brembo แบบเรเดียลเมาท์แบบ 4 ลูกสูบ ขณะที่ยางและล้อยังไม่เปลี่ยนยังเป็นล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วเท่ากันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยมียางขนาด 120/70 และ 180/55 ตามลำดับ     ส่วนสเปกอื่น ๆ จะยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป ยังคงใช้ขุมพลังเดิมคือเครื่อง 4 สูบเรียงขนาด 1,284 ซีซี ให้กำลังแรง 111.3 แรงม้าที่ 7,750 รอบ และแรงบิดที่ 112 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบ สั่งงานด้วยระบบคันเร่งไฟฟ้า ใช้ระบบเกียร์ 6 สปีดพร้อมระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ แต่ถ้าอยากขี่มันกว่านี้มีอ็อปชันเสริมเพิ่มเงินเป็นควิกชิฟเตอร์ให้ด้วย   ขณะที่เทคโนโลยีเองก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี เหมือนตัวต้นตำรับ ทางค่ายก็มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ใส่มาให้เหมือนกัน แม้ว่าบางส่วนจะใส่มาแบบคลาสสิกเหมือนต้นตำรับก็ตามที่ ตัวรถมีไฟแบบ LED เต็มระบบตามแบบสมัยใหม่เพียงแต่ภายนอกมาในดีไซน์คลาสสิค มีโหมดการขับขี่ 3 โหมดคือ Standard, Sport และ Rain มีระบบอุ่นมือ มีช่องจ่ายไฟแบบ USB Type C ใต้เบาะ มีระบบครูซคอนโทรลให้ด้วย ถือว่ามีของดี ๆ มาให้ใช้งานเวลาออกทริปกันด้วย  ส่วนราคานั้นตั้งต้นมาที่ 1,936,000 เยน หรือราว ๆ 460,000 บาท แต่ถ้าจำหน่ายในไทยจริง ๆ ก็คงจะแพงกว่านี้อีก คงจะมีราคาโดดไป 6 แสนกว่า ๆ แน่นอน งานนี้คนไทยอาจจะไม่ได้สัมผัสตัวนี้ได้ง่าย ๆ คงได้แค่ลุ้นว่า Thai Honda จะนำเข้ามาขายเอาใจลูกค้ารุ่นใหญ่ใจเก๋ากันบ้างสักเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ผมว่าส่วนตัวแล้วความเป็นไปได้ก็มีไม่มากนัก ค่อนข้างเฉพาะกลุ่มเลยทีเดียว   อ่านข่าวอื่นๆ จาก Honda คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

13 May 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Lambretta-X300-SR

Lambretta X300 SR รหัสใหม่พร้อมสีสันใหม่ในคอนเซ็ปต์ “Colors of Time” มาวันนี้แลมเบรตต้าจะพาย้อนเวลาไปเสพความคลาสสิกของตำนานอีกครั้ง กับคอลเลคชั่นใหม่ Lambretta X300 SR รหัสโมเดลใหม่ที่จะพาย้อนเวลากลับไปสู่ความคลาสสิกแบบฉบับ Super Retro จากแรงบันดาลใจของโมเดลในตำนานอย่าง DL/GP ในปี 1969 ถูกนำมาถ่ายทอด DNA ผ่านลวดลายในอดีตกับเอกลักษณ์ Side Panel Stripes ที่มาพร้อมกับสีสันใหม่ ในคอนเซ็ปต์ ‘Colors of Time’ เพราะเชื่อว่าทุกคนล้วนมีสีสันที่มีความหมายในชีวิต เช่นเดียวกับสาวกแลมเบรตติสต้า ที่หลงใหลในความคลาสสิก พร้อมมีภาพความทรงจำดีๆ กับรถคู่ใจในสีสันที่แตกต่างกันไปในห้วงเวลาเหล่านั้น และอยากให้อยู่คู่ความทรงจำไปตลอด โดยยังคงมาพร้อมกับพรีเซ็นเตอร์หนุ่ม ‘มาริโอ้ เมาเร่อ’ ที่รู้กันดีว่า นอกจากจะเป็นนักสะสมรถวินเทจแล้ว ก็ยังเป็นสาวกแลมเบรตติสต้าตัวจริง ที่สะสมแลมเบรตต้าทั้งรุ่นวินเทจและรุ่นปัจจุบัน ซึ่งแน่นอนว่ามารอบนี้พร้อมเล่นใหญ่ ให้ทุกคนได้ยลโฉม กับการบุกบิลบอร์ดทั่วกรุงฯ เผยโฉมความพิเศษในรอบนี้ ด้วยลุคใหม่ของหนุ่มมาริโอ้ ที่เติมเต็มสีสันและอารมณ์ความคลาสสิก ให้แมทช์ลุคกับคอลเลคชั่นใหม่ สมกับคอนเซปต์ Colors of Time ได้อย่างลงตัว สำหรับโมเดลนี้ไม่ใช่แค่เป็นรถสกู๊ตเตอร์ แต่เป็นตัวแทนแห่งความทรงจำดี ๆ และจะเป็นอีกหนึ่งตำนานสกู๊ตเตอร์ที่ยิ่งนานไปมูลค่าทางใจยิ่งเพิ่มขึ้น สาวกตัวจริงจึงไม่ควรพลาดที่จะมีไว้ครอบครอง!  เพราะนอกจากดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้วยังมาพร้อมสีสันความคลาสสิก ซึ่งเป็นโทนสียอดนิยมในช่วงรอยต่อของยุค 60s และยุค 70s เป็นยุคร่วมสมัยแนว Pop Culture สะท้อนความสดใสของวัยรุ่นในยุคนั้น ที่พร้อมขับเคลื่อนสังคมสู่โลกใหม่ในช่วงยุคหลังสงครามโลก โดยความคลาสสิกจะถูกถ่ายทอดผ่าน 3 สีสันยอดนิยมในยุคนั้น ได้แก่ – YELLOW MUSTARD (Hi-Gloss) – WHITE LATTE (Hi-Gloss) – RED AMARO (Hi-Gloss)   พร้อมกันนี้ยังไม่ทิ้งจุดเด่นอันเป็นอัตลักษณ์ของดีไซน์ คือ Side Panel Stripes ลายคลาสสิก DNA ที่อยู่ในโมเดลระดับตำนาน พร้อมการใส่กิมมิคขอบคิ้วสีดำรอบคันตัดกับสีบอดี้รถทั้ง 3 สี ที่อยู่ร่วมกับฟังก์ชันดีไซน์ร่วมสมัยอาทิ ไฟหน้า และไฟท้ายในระบบ FULL LED กับโคมไฟหน้ารูปทรงหกเหลี่ยม อีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ถ่ายทอดมาจากรุ่นยอดฮิตของทางค่าย โดยออกแบบมาให้แฝงโลโก้ไว้ภายใน บ่งบอกตัวตนไว้ได้อย่างชัดเจน และส่วนของไฟท้ายที่บึกบึนดูแข็งแกร่งแตกต่างไม่ซ้ำใคร ให้ความพรีเมียมเหนือระดับ กับดีไซน์ในรูปทรงคริสตัล 7 แท่ง ที่เพิ่มเลเยอร์ในการซ้อนโคมด้านนอกอีกชั้น มาพร้อมกับระบบ IFS (Integrate-Function Signals) ที่ออกแบบให้ทั้ง ไฟเลี้ยว/ไฟฉุกเฉิน/ไฟเบรก รวมอยู่ภายใต้โคมไฟท้ายเดียวกัน อีกทั้งยังเติมความหรูหราด้วยการปักโลโก้ของทางค่ายด้วยด้ายสีแดงในส่วนท้ายบนเบาะหนังสีดำดีไซน์สปอร์ต นอกจากนี้ ยังมาพร้อมฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งาน ตอบสนองการขับขี่อย่างแท้จริง ด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ LSP (Lambretta Super Performance) ขนาด 275 ซีซี จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยเทคโนโลยีหัวฉีด ระบายความร้อนด้วยน้ำ มาพร้อมระบบสมาร์ทคีย์ที่เพียงแค่พกพาสมาร์ทคีย์เอาไว้ใกล้ตัวรถ ก็สามารถบิดสตาร์ทได้ทันที พร้อมการออกแบบท่านั่งขับขี่สกู๊ตเตอร์แบบคลาสสิกตัวตั้งหลังตรง ในตำแหน่งการวางเท้าถึงพื้นไม่สูงจนเกินไป ด้วยการออกแบบโครงสร้างตัวรถแบบ Low & Long  ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของทางแบรนด์มาตั้งแต่อดีตสู่ปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถควบคุมบาลานซ์ของตัวรถได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการออกแบบระบบช่วงล่าง ในชุดกันสะเทือนหน้า ที่เรียกได้ว่าเป็น “The state of the art of front suspension design” ด้วยการถอดดีไซน์โช้คหน้าแบบ Double Arm-Link เอกลักษณ์จากรุ่นตำนานมาไว้ในโมเดลนี้กับการพัฒนาสมรรถนะให้ดีขึ้น ให้มีความสมูท เพื่อการขับขี่ที่นิ่งมากยิ่งขึ้น พร้อมความปลอดภัยที่ให้มากกว่า ด้วยดิสก์เบรกทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ทำงานพร้อมกับระบบเบรกแบบ Dual-channel ABS ทั้งหมดที่ว่ามานี้ มาพร้อมกับราคาจำหน่ายในประเทศไทยที่ 156,900 บาท พิเศษ! *ข้อเสนอดาวน์เริ่มต้น 0 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้น 2,242 บาท/เดือน หรือดอกเบี้ยต่ำสุด 4.5% ต่อปี (*เฉพาะจัดไฟแนนซ์กับกรุงศรีออโต้) ซึ่งพร้อมให้สัมผัสกับความคลาสสิกนี้ด้วยตัวเองได้แล้วที่ตัวแทนจำหน่ายทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://lambretta.co.th ที่สำคัญ! ชาวแลมเบรตติสต้า เตรียมพบกันในงาน The Scooter Fest กับความมันส์ที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดปี  สามารถติดตามอัพเดทได้ที่  https://www.facebook.com/lambretta.th

เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีกที่สเปน

เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีกที่สเปน ในศึก WSBK 2023 สนามที่ 4 การแข่งขัน WorldSBK 2023 ดำเนินมาถึงสนามที่ 4 ที่สนาม Barcelona-Catalunya แล้ว ทว่าชัยชนะส่วนใหญ่แทบจะไม่เปลี่ยนไปจากมือของ Álvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) เลย ยิ่งสนามนี้ด้วยแล้ว เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีก กับสนามบ้านเกิดของเขาอีกครั้ง Superpole   แม้ว่าจะมีธงแดงตีขึ้นในรอบซูเปอร์โพล แต่ Bautista กลับยังทำสถิติเวลาสนามใหม่ด้วยเวลา 1’40.264 นาทีคว้าตำแหน่งโพลในเรซแรกไปก่อน โดยมี Dominique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) ทำผลงานได้โดดเด่นออกจากสตาร์ทจากเส้นเป็นอันดับ 2 รองจากแชมป์โลกคนล่าสุด และปิดท้ายกริดสตาร์ทแถวแรกด้วย Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ส่วนทางด้าน Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) กลับตกไปถึงอันดับแปด โดยนักแข่งทุกคนล้วนเลือกใช้ยางหลังสูตร SCQ ขณะที่ยางหน้านั้นนักแข่งที่ออกสตาร์ทจากกริดแถวหน้าต่างเลือกใช้ยาง SC1 ซึ่งในรอบควอลิฟายนี้จัดขึ้นท่ามกลางแสงแดดพร้อมกับอุณหภูมิแทร็กค่อนข้างสูงที่ 40 องศา Race 1 บนกริดสตาร์ทของเรซแรก นักแข่งส่วนใหญ่เลือกที่จะใช้ยางหลังสูตรกำลังพัฒนา SCX B0800 และยางหน้าสูตร SC2 แต่อย่างไรก็ตามนักแข่งดูคาติก็เลือกยางต่างกันออกไป ซึ่งรวมไปถึง Bautista ที่เลือกใช้ SC1 ในส่วนของยางหน้า ระหว่างการแข่งขันแล็ปที่ 4 มีธงแดงสะบัดขึ้น จนต้องออกสตาร์ทกันใหม่และลดรอบลงเหลือ 17 แล็ป อย่างไรก็ดี Bautista ก็ยังคงฉายเดี่ยวนำม้วนเดียวจนจบ ทั้งยังทิ้งห่างอันดับ 2 ถึง 8 วินาที ยังไม่พอทำสถิติเวลาแล็ปอีกด้วย ถัดมาเป็นการดวลแย่งที่สองกันระหว่าง Razgatlioglu และ Rea แต่สุดท้ายเป็นฝ่ายยามาฮ่าที่เข้าเส้นได้ก่อนตามมาด้วยนักแข่งจากค่ายเขียว Superpole Race การแข่งขันในรอบซูเปอร์โพลเรซมีการเลือกยางที่ค่อนข้างซับซ้อนไปกว่าการแข่งขันปกติเนื่องจากมีฝนโปรยลงมาเบา ๆ ทำให้แทร็กชื้นในช่วงราว ๆ ครึ่งชั่วโมงก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น นักแข่งบางคนออกไปขี่ในแล็ปไซติ้งด้วยยางกึ่งหรือยางฝน แต่พอเห็นแทร็กครบแล็ปแล้วว่ามันแห้งเกือบทั้งหมด พอจะแข่งก็รีบเปลี่ยนเป็นยางสลิกกันทั้งหมด โดยนักแข่งส่วนใหญ่เลือกใช้ SC1 ในยางหน้า แต่ก็มีนักแข่ง 7 คนที่เลือก SC0 ส่วนยางหลังนักแข่งส่วนใหญ่เลือก SCX กลับมาเป็นดาวเด่นอีกครั้ง แทนที่จะเป็น B0800 เหมือนอย่างในเรซแรก ชัยชนะในเรซนี้ตกเป็นของ Bautista ทำยังสถิติเวลาแล็ปอีกแล้ว ส่วนอันดับที่ 2 และอันดับที่ 3 เป็นของ Razgatlioglu และ Andrea Locatelli เพื่อนร่วมทีมของ Toprak ส่วน Rea กลับเองพลาดล้มไปในแล็ปสุดท้ายเมื่อฝนกลับมาตกอีกครั้ง Race 2 การแข่งขันในเรซที่ 2 ยางหลังสูตรพัฒนา SCX B0800 กลับมาเป็นยางตัวฮิตอีกครั้ง ส่วนยางหน้ากลับเป็น SC2 ที่ได้รับความนิยม แต่อย่างไรก็ตามนักแข่งดูคาติทุกคนกลับเลือก SC1 สูตรมาตรฐาน และเป็นอีกครั้งที่ Bautista เดินเกมเร็วขึ้นนำเดี่ยวตั้งแต่ต้นจนจบ โดยทิ้งระยะห่างคู่แข่งกว่า 8 วินาที โดย Toprak Razgatlioglu แย่งที่ 2 มาจาก Rinaldi ได้ในช่วงทางตรง ทำลายการยืนอันดับ 1 – 2 ของดูคาติไปได้ และเป็นอีกครั้งที่ Bautista ทำสถิติเวลาแล็ปในการแข่งเร็วที่สุดที่ 1’41.730 นาที จบการแข่งขันสนามที่ 4 เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีกที่สเปน ทำให้มีคะแนนนำโด่งที่ 236 คะแนน ทิ้งห่างจาก Razgatlioglu ที่มี 167 คะแนนอยู่มากถึง  ส่วนอันดับ 3 เป็น Andrea Locatelli จากยามาฮ่าอีกเช่นกันที่ 133 คะแนน

Yamaha มุ่งพัฒนาระบบอัจฉริยะ หวังช่วยลดอุบัติเหตุ

Yamaha มุ่งพัฒนาระบบอัจฉริยะ หวังช่วยลดอุบัติเหตุ เมื่อปีที่แล้วยามาฮ่ามอเตอร์ได้ประกาศวิสัยทัศน์ด้านความปลอดภัยที่มีชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า Jin-Ki Kanno x Jin-Ki Anzen ซึ่งมีเป้าหมายที่จะสร้างโลกที่ไร้ซึ่งอุบัติเหตุร่วมกันกับลูกค้าของตัวเอง ซึ่งกล่าวได้ว่า Yamaha มุ่งพัฒนาระบบอัจฉริยะ หวังช่วยลดอุบัติเหตุนั่นเอง สำหรับการที่จะมุ่งหน้าไปตามวิสัยทัศน์ที่ทางยามาฮ่าได้วางแผนเอาไว้นั้นอาศัยหลักการสำคัญ 3 ประการด้วยกัน ประการแรกคือเทคโนโลยีที่จะช่วยเสริมการรับรู้ของผู้ขับขี่ การตัดสินใจ การขับขี่ และการลดความเสียหาย ประการที่ 2 คือทักษะซึ่งทางยามาฮ่าจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาทักษะการขับขี่ของผู้ใช้รถ และประการที่ 3 การเชื่อมโยง ซึ่งใช้ระบบคลาวด์เพื่อคอยให้คำแนะนำต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความปลอดภัย ซึ่งจะมีเทคโนโลยีนึงที่เป็นส่วนสำคัญของหลักการประการแรก ซึ่งก็คือเจ้าระบบ Advanced Motorcycle Stabilization Assist System (AMSAS) หรือแปลเป็นไทยได้ว่าระบบช่วยเสริมเสถียรภาพของมอเตอร์ไซค์ขั้นสูง ช่วยเหลือผู้ขับขี่ตอนเริ่มต้นและที่ความเร็วต่ำ อุบัติเหตุที่มีมอเตอร์ไซค์เกี่ยวข้องนั้นมีสาเหตุหลักเกี่ยวข้องกับการรับรู้ผิดพลาดคลาดเคลื่อน (10%) การตัดสินใจผิดพลาด (17%) และการขับขี่ที่ผิดพลาด (17%) ซุ้งสาเหตุเหล่านี้เป็นส่วนที่เกิดขึ้นจากผู้ขับขี่ ข้อมูลยังระบุอีกว่าเกือบ ๆ 70% ของอุบัติเหตุที่มีมอเตอร์ไซค์เกี่ยวข้องมักจะเกิดขึ้นภายใน 2 วินาทีหลังจากมีปัจจัยที่เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ และจากการวิเคราะห์สาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ทางค่ายจึงได้พัฒนาระบบที่จะมาช่วยเหลือผู้ขับขี่ 4 ด้านด้วยกัน คือ ช่วยพยากรณ์อันตรายล่วงหน้า ป้องกันความเสียหายด้วยการขับขี่แบบระมัดระวัง ช่วยขับขี่หลบหลีก และลดทอนความเสียหาย เจ้าระบบ AMSAS ซึ่งทางยามาฮ่าพัฒนาขึ้นมานั้นจะช่วยรักษาเสถียรภาพของรถที่ความเร็วต่ำด้วยการควบคุมแรงขับเคลื่อนและแรงบังคับเลี้ยว “มันเป็นฟังก์ชั่นที่โดดเด่นมากที่สุด ซึ่งระบบนี้สามารถนำมาใช้กับรถทั่วไปได้ง่ายเนื่องจากไม่ต้องทำอะไรกับเฟรมรถ โดยระบบต้นแบบนั้นติดตั้งอยู่ในรถ YZF-R25 โดยมีการติดตั้งระบบหน่วยประมวลผลแบบ 6 แกนควบคู่ไปกับอุปกรณ์ควบคุมการขับขี่และบังคับเลี้ยว AMSAS คือระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่จะมาช่วยรถเวลาออกตัวหรือเวลาขับขี่ที่ความเร็วต่ำที่มักจะไม่ค่อยมีความเสถียร โดยจะช่วยเพิ่มความเสถียรในช่วงนี้ เวลาที่รถกำลังจะออกตัวและเวลาจะหยุดตัวขับเคลื่อนที่ติดตั้งที่ล้อหน้าจะทำงานเพื่อเพิ่มเสถียรภาพทันทีจากจุดนั้นจนถึงความเร็วประมาณ 5 กม./ชม. ส่วนตัวบังคับเลี้ยวที่ติดที่แฮนด์บาร์ก็จะเข้ามาควบคุมบังคับแฮนด์ ทำให้รถคันนี้สามารถเคลื่อนที่ในระดับความเร็วแบบเท่าคนเดินนี้ได้โดยไม่ล้ม โดยไม่เกี่ยงว่าผู้ขับขี่จะมีทักษะมากน้อยแค่ไหน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!