SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
ยางย้อมแมว cover

สรุปข่าวจับยางย้อมแมวแก้ปีผลิตกว่า 2,000 เส้น เตือนผู้ใช้รถระวังยางเก่าเก็บเสื่อมสภาพ พร้อมวิธีเช็กยางใหม่และการเตรียมตัวตรวจสภาพรถ 2569

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าว MotoGP ล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
Aleix Espargaro เชื่อ มาร์ตินไปได้สวยกับ Aprilia

Aleix Espargaro เชื่อ มาร์ตินไปได้สวยกับ Aprilia Aleix Espargaro อดีตนักแข่งทีม Aprilia ที่ในปัจจุบันได้ประกาศเลิกแข่งขันอย่างเป็นทางการ แล้วไปเป็น Test-Rider ให้กับทีม HRC Honda โดยเทสไรเดอร์รายนี้ได้ออกมาเผยว่าแชมป์โลกคนล่าสุดอย่าง ‘ฆอร์เก้ มาร์ติน’ จะสามารถไปได้ด้วยกับต้นสังกัดใหม่ มั่นใจมาร์ตินอนาคตสดใส ฆอร์เก้ มาร์ติน แชมป์โลก MotoGP คนล่าสุดที่ได้ย้ายต้นสังกัดใหม่จาก Prima Pramac สู่ทีมโรงงานของ Aprilia เหมือนได้รับแรงกดดันเบา ๆ จากอดีตนักแข่งทีมโรงงาน Aprilia อย่าง อเล็กซ์ เอสปาร์กาโร่ ว่ามาร์ตินจะสามารถประสบความสำเร็จได้ แม้มาร์ตินจะยืนยันแล้วว่าเขาจะไม่ป้องกันตำแหน่งในปี 2025 ในปีแรกกับรถ RS-GP “ผมเชื่อเสมอว่าเราสามารถต่อสู้เพื่อแชมป์โลกกับ Aprilia ได้ และผมพูดสิ่งนี้ด้วยความจริงใจที่สุด เพราะตัวผมเองก็ไม่มีพรสวรรค์แม้แต่น้อยเมื่อเทียบกับนักแข่งที่ต่อสู้เพื่อแชมป์ แต่ผมก็สามารถชนะการแข่งขันกับรถคันนี้ได้ ผมทำตำแหน่งโพลและสร้างสถิติในหลายสนาม” “ผมไม่ได้บอกว่าฆอร์เก้จะทำได้ในปีนี้ แต่เขาจะสามารถแสดงความสามารถของเขาได้อย่างแน่นอน” เปโดร อคอสต้า คือคู่แข่งคนสำคัญ ไม่เพียงแค่ปลุกใจมาร์ตินเท่านั้น แต่เอสปากาโร่เองก็ยังเตือนอีกว่า เปโดร อคอสต้า จะเป็นหนึ่งในนักแข่งที่มีความน่ากลัวอยู่ไม่น้อย แม้ว่านักแข่งจากทีมโรงงานของ Ducati จะยังเหนือกว่านักแข่งคนอื่น ๆ อยู่เล็กน้อย  “ทีมเก่าของผมกำลังทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ KTM ก็ได้เปรียบจากดาวรุ่งที่น่าเหลือเชื่ออย่างเปโดร ดังนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงตำแหน่งแชมป์ แม้ว่ารถ Desmosedici จาก Ducati จะยังคงเหนือกว่ารถคันอื่น ๆ อยู่ก็ตาม” ฆอร์เก้ มาร์ติน และมาร์โก เบซเซคคี สองนักบิดจากทีมโรงงานของ Aprilia จะถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคมนี้ สาวกของ ‘มาร์ติเนเตอร์’ รอติดตามได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
2025 QJMotor SRT700SX แอดเวนเจอร์ค่ายจีนพร้อมบุกตลาดยุโรป

2025 QJMotor SRT700SX แอดเวนเจอร์ค่ายจีนพร้อมบุกตลาดยุโรป 2025 QJMotor SRT700SX หนึ่งในโมเดลของค่ายรถจักรยานยนต์ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีนอย่าง QJMotor ที่เตรียมส่งแอดเวนเจอร์ไบค์คลาสกลางทำตลาดในประเทศทางฝั่งยุโรป โดยการเปิดตัวในรุ่นนี้จะเป็นการเติมเต็มช่องว่างระหว่าง SRT600 และ SRT900SX เครื่องยนต์ และระบบช่วงล่าง แอดเวนเจอร์ไบค์คันนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบสองสูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดความจุ 698 ซีซี ซึ่งผ่านมาตรฐานไอเสีย Euro5+ เป็นที่เรียบร้อย พละกำลังสูงสุดที่ทำได้ 70 แรงม้าที่ 8,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 69 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบต่อนาที ระบบกันสะเทือนล่างด้านหน้าให้มาเป็นโช้คอัพจากแบรนด์ MARZOCCHI แบบหัวกลับที่มาพร้อมระยะยุบตัว 140 มม. ด้านหลังโช้คอัพเดี่ยวทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม ระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ มาพร้อมกับคาลิเปอร์เบรกจาก Brembo แบบสี่ลูกสูบจับคู่กับจานเบรกขนาด 320 มม. ที่ติดตั้งอยู่บนล้อหน้าแบบซี่ลวดขนาด 110/80-19 ด้านหลังดิสก์เบรกเดี่ยวกับลูกสูบเดียวจับคู่กับจานเบรกขนาด 260 มม. อยู่คู่กับล้อหลังแบบซี่ลวดขนาด 150/70-17 และเพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบเบรกแบบ ABS ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง อุปกรณ์มาตรฐานที่มาพร้อมกับตัวรถ แน่นอนว่ารถจากค่ายจีนขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่องของการให้อุปกรณ์เสริมติดรถมาแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นแคชบาร์ดกันกระแทก, ชิลด์หน้าแบบปรับได้, การ์ดแฮนด์ รวมไปถึงที่จับแบบอุ่นมือ (Heated Grips) ก็รวมอยู่ในอุปกรณ์พื้นฐาน นอกจากนี้ยังติดตั้งไฟ LED รอบคัน และหน้าจอแสดงผลแบบ TFT พร้อมกล่องเก็บสัมภาระอะลูมิเนียมด้านข้าง 2 ใบ และกล่องท้ายอะลูมิเนียมอีก 1 ใบ พร้อมชุดขายึด มาให้ครบจากโรงงาน เรียกได้ว่าออกรถไปพร้อมนำไปขับขี่ได้เลย ภาพอื่น ๆ ของตัวรถ   สีสันที่วางจำหน่าย สีดำ สีแดง สีฟ้า   อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้นว่าการเปิดตัวของรุ่นย่อย SRT700SX จะเป็นการเข้ามาเติมเต็มช่องว่างระหว่างรุ่น SRT600 และ SRT900SX ทั้งในแง่ของราคา และในด้านของสมรรถนะ โดยรุ่นนี้จะวางจำหน่ายในบางประเทศของยุโรปเท่านั้น (ในตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยทั้งหมด) ซึ่งราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 6,200 ปอนด์สเตอร์ริงหรือตีมูลค่าเป็นเงินไทยประมาณ 272,000 บาท (ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งเหล่าไบค์เกอร์ขาลุยในไทยหากใฝ่ฝันอยากขับขี่อาจจะต้องรอเก็บความคิดนั้นไป เพราะยังไงก็ไม่เข้าไทยแน่นอนครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

No Posts Found!

No Posts Found!

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Pirelli เตรียมยางกว่า 10 สูตร

Pirelli เตรียมยางกว่า 10 สูตร ซัพพอร์ตนักแข่ง WSBK ที่ Catalunya ล่าสุดพีเรลลี่แบรนด์ยางตัว P ยาวเหยียดที่ขายยางหนึบ ๆ และเป็นผู้สนับสนุนยางให้การแข่งขัน WorldSBK ทั้งหมด เผยว่า Pirelli เตรียมยางกว่า 10 สูตร ซัพพอร์ตนักแข่ง WSBK ที่ Catalunya ประเทศสเปน  การแข่งขันสนามที่ 9 กำลังจะมาถึงในช่วงสุดสัปดาห์นี้กับการแข่งรอบ The Hyundhai N Catalunya Round (17 – 19 กันยายนนี้) รับรองจะต้องสนุกสนานอย่างแน่นอน เข้าสู่ครึ่งหลังของฤดูกาลการแข่งขันแล้ว เป็นช่วงเวลาที่ทุกสนามทุกเรซมีความสำคัญต่อการคว้าแชมป์โลก นอกจากนี้ประตูในการเป็นแชมป์โลกในพิกัด WSBK หรือรุ่นใหญ่ในรายการยังเปิดอยู่ ไม่ว่าจะเป็น Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) หรือจะเป็นแชมป์โลก 6 สมัยอย่าง Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) ที่ห่างกันเพียง 7 คะแนน และยังเปิดให้กับนักแข่งจากดูคาติอย่าง Scott Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) อีกด้วย  1 ในไฮไลท์สำคัญของเมือง Catalan ก็คือสนาม Circuit of Catalunya-Barcelona ซึ่งเปิดให้ใช้ครั้งแรกในปี 1992 ในการแข่งขันโอลิมปิกเกม สนามแห่งนี้ยาว 4.627 กม. มีโค้งทั้งหมด 14 โค้ง แบ่งเป็นโค้งขวา 8 โค้งและโค้งซ้ายอีก 6 โค้ง ซึ่งโค้งส่วนใหญ่จะเป็นโค้งกว้าง ๆ สามารถทำความเร็วได้มาก ๆ และยังมีทางตรงที่เอื้อให้นักแข่งทำความเร็วถึง 320 กม./ชม.  สนามแห่งนี้ยังมีส่วนที่เป็นลูกคลื่นและยังถูกมองว่าเป็นสนามที่ยากสูงมาก โดยหลาย ๆ จุดสามารถทำให้รถและนักแข่งต้องปวดหัวหรือเครียดได้ นอกจากนี้แล้วยังต้องระวังกับการเบรกที่สุดปลายทางตรงที่ยาวมาก ๆ ซึ่งจุดนี้จะได้เห็นรถเบรกกันหนัก ๆ ในระดับที่หนักมากที่สุดของปีเลยก็ว่าได้    สูตรยางที่เตรียมไว้สำหรับคลาส WorldSBK และ WorldSSP:    สำหรับในรุ่น WorldSBK นักแข่งทุกคนจะมียางสูตรกำลังพัฒนา (ที่เคยใช้มาแล้วในสนามก่อนหน้านี้) และยางสูตรมาตรฐาน รวมกันมากถึง 10 สูตร โดยแบ่งเป็นยางหน้า 5 สูตรและยางหลัง 5 สูตร สำหรับยางหน้า จะมียางสลิกสูตรมาตรฐาน 1 สูตรและสูตรกำลังพัฒนา 2 สูตร โดยยางสูตรมาตรฐานจะเป็นสูตร SC1 ส่วนยางสูตรพัฒนาจะเป็น SC1 A0721 ซึ่งนุ่มกว่า SC1 ปกติ และอีกสูตรคือ SC1 A0508 ซึ่งเคยใช้มาในที่ Misano และที่ Assen ด้วย และใช้กันมากที่สุดที่  Navarra และ Magny-Cours สำหรับยางหลักสลิกก็จะมี 2 สูตรให้เลือก ตัวเลือกแรกเป็น SCX A0557 ที่เป็นยางสูตรกำลังพัฒนา ซึ่งจะเป็นยางที่นุ่มที่สุดที่มีให้เลือกที่สนามนี้ และตัวเลือกที่ 2 ก็จะเป็นสูตรสแตนดาร์ด SC0  นอกจากนี้ยังจะมียางสูตรกำลังพัฒนาในรอบซูเปอร์โพล เป็นสูตร Y0449 จะมีให้ใช้และคาดการณ์ว่าจะช่วยให้นักแข่งสามารถทำเวลาได้เร็วขึ้น และสามารถทำเวลาเพื่อควอลิฟายตัวเองเข้ากริดในตำแหน่งที่ดีที่สุด ส่วนในรุ่น WorldSSP จะมีสูตรยาง 5 สูตรเช่นกัน เป็นยางหน้า 3 สูตรและยางหลัง 2 สูตร โดยยางหน้าจะมีสูตรมาตรฐานอย่าง SC1 และ SC2 ให้เลือกใช้ อีก 1 สูตรเป็นยางสูตรกำลังพัฒนา

15 September 2021
BMW Vision AMBY

BMW Vision AMBY นี่มันมอเตอร์ไซค์หรือจักรยานกันแน่? เมื่อเร็ว ๆ นี้ บีเอ็มดับเบิลยูได้ทำการเปิดตัวรถแนวคิดใหม่ ๆ สุดล้ำหลายคัน และเจ้า BMW Vision AMBY ก็เป็นหนึ่งในนั้น (โดยคำว่า AMBY ย่อมาจาก Adaptive Mobility หรือยานพาหนะที่ปรับตัวได้) มันเป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอย่างสมัยนิยมนี่แหละครับ เพียงแต่ว่ามันมาในขนาดและรูปร่างที่เหมือนกับจักรยานเสือภูเขาซะอย่างนั้น  ตัวรถนั้นมีระดับความเร็วให้เลือก 3 ระดับด้วยกัน ได้แก่ ระดับแรก 24 กม./ชม.สำหรับขับขี่ในทางจักรยาน ระดับที่ 2 43.2 กม./ชม.สำหรับขับขี่บนท้องถนนในตัวเมืองชั้นใน และระดับที่ 3 59.2  กม./ชม.สำหรับใช้งานบนถนนขนาดใหญ่หลายเลน และสำหรับขับขี่นอกเมือง ซึ่งถือว่าจุดนี้ค่อนข้างตอบโจทย์การใช้งานได้ระดับนึงเลยทีเดียว สำหรับคอนเซ็ปต์ไบค์คันเล็กคันนี้ แต่เพื่อให้แน่ใจว่าคันนี้จะใช้งานในแบบที่ควรจะเป็น มันจึงมาพร้อมเทคโนโลยีที่เรียกว่า Geofencing ซึ่งระบบนี้จะเชื่อมต่อกับระบบแผนที่ GPS ที่สามารถเปลี่ยนแปลงกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าหรือความเร็วของรถได้โดยอัตโนมัติ รวมถึงยังช่วยให้รถสามารถรับรู้ถึงประเภทถนนว่ากำลังใช้เส้นทางแบบไหน เช่น เลนจักรยาน หรือถนนในเมือง ซึ่งทำให้ขับขี่ได้ปลอดภัยและใช้ความเร็วได้ถูกต้องตามกฎหมายอีกด้วย  สำหรับบางคนฟังดูเข้าที แต่สำหรับบางคนก็อาจจะหงุดหงิด แต่หากเราคิดถึงเรื่องความปลอดภัยเข้าแล้วล่ะก็ระบบนี้ก็น่าจะดีไม่น้อยใช่มั้ยล่ะครับ! การได้ขี่ยานพาหนะที่มันคล้ายกับมอเตอร์ไซค์ทั่ว ๆ ไป มีคันเร่งให้บิด มีพักเท้าแบบปกติธรรมดามาแทนที่บันไดปั่น เบรกที่เหมือนกับสกู๊ตเตอร์หรือจักรยาน พร้อมกับดิสก์เบรกขนาดใหญ่ แต่มาในน้ำหนักที่เบาเพียง 65 กก. และทำระยะทางได้ราว 110 กม. คุณคิดว่ามันจะดีสักแค่ไหนครับ  อย่างไรก็ดีเจ้าคันนี้ยังเป็นเพียงแค่คอนเซ็ปต์ไบค์แนวคิดใหม่จากทางค่ายรถบาวาเรียน และเรายังไม่เห็นตัวเลขสำคัญ ๆ อย่างขนาดความจุของแบตเตอรี่ กำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า และระยะเวลาในการชาร์จ เราก็คงยังต้องติดตามกันต่อไปว่าเจ้าคอนเซ็ปต์ไบค์คันนี้จะกลายเป็นรถผลิตขายจริงต่อไปหรือไม่อย่างไร แต่ถ้าทำขายจริงก็น่าสนใจไม่น้อยใช่มั้ยล่ะครับ! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่  

10 September 2021
เปิดตัว Brutale 1000 RS

เปิดตัว Brutale 1000 RS รุ่นรองท็อป ราคาเข้าถึงง่ายขึ้น ล่าสุด MV AGUSTA ก็เพิ่งทำการเข็นเน็กเก็ดไบค์ตัวพันมาเพิ่มอีก 1 โมเดล ซึ่งก็คือ เปิดตัว Brutale 1000 RS นั่นเอง ซึ่งหากมองดูภายนอกแล้วก็จะรู้ได้เลยว่าไม่ใช่ตัวท็อปอย่าง RR ที่มีแรงม้าทะลุ 200 แรงม้า แต่ราคาก็จะถูกกว่าพอสมควรเลยทีเดียว!   จุดที่แตกต่างจากตัวท็อปรหัส RR นั้น คือช่วงล่างนั้นเอง ซึ่งในตัวท็อปจะเป็นโช้คอัพไฟฟ้าจาก Ohlins แต่ในโมเดลรองท็อปนี้จะเป็นโช้คปรับมือจาก Marzocchi ที่ด้านหน้าและ Sachs ที่ด้านหลังแทน ระบบเบรกยังเป็นตัวท็อปของรถโปรดักชันอย่าง Brembo Stylema และระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ยังมีอยู่อย่างครบถ้วนเช่นเดิม    ส่วนอื่น ๆ ที่แตกต่างอีกก็จะเป็นเรื่องของการยศาสตร์ที่ปรับเปลี่ยนใหม่ มีแฮนด์จับโช้คที่สูงขึ้น มีเบาะนั่งใหม่ พักเท้าแบบฟอร์จ และกระจกมองหลังใหม่ ในด้านของเครื่องยนต์ยังคงมีพื้นฐานเดียวกับตัวท็อป แต่โมเดลปีใหม่ตัวรองท็อปคันนี้มีการอัปเกรดชิ้นส่วนภายในเพิ่มเติมอีกด้วย แท็ปเพ็ทหรือขาส่งวาล์วเคลือบ DLC ปลอกวาล์วซินเทอร์ แค็มโปรไฟล์ใหม่ และท่อรวมไอเสียใมห่ที่ช่วยเรื่องระบายความร้อน โดยตอนนี้เคลมแรงม้ามาที่ 208 แรงม้า ในขณะที่น้ำหนักตัวรถเปล่าเหลือเพียง 186 กก. เท่านั้น  หน้าจอเรือนไมล์เป็นจอ TFT สีที่สามารถเชื่อมต่อแอ็ปพลิเคชัน MV Ride App ได้เช่นเดิม พร้อมมีการอัปเดตการเซ็ตติ้งของระบบ IMU ที่ควบคุมตัวระบบเบรก ABS ในโค้ง  สุดท้ายเปิดราคาเริ่มต้นที่ 25,500 ยูโรหรือราว ๆ 987,000 บาท แต่ถ้ามาไทยคงไม่ต้องบอกว่าทะลุไปอีกพอสมควรแน่ แต่มันหล่อจริง ๆ นะ ใครอยากได้เน็กเก็ดตัวพัน แต่ไม่ไหวตัวท็อปหันมาครบตัวนี้ก็โอเคดีนะ อาจจะได้โช้คไม่เทพเท่านั้นเอง อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ ติดตามเราบนแฟนเพจคลิกที่นี่

10 September 2021
เผยโฉม BMW R nineT 2021

เผยโฉม BMW R nineT 2021 ใส่เทคโนโลยีล้ำสมัยครบครัน เริ่มต้น 739,000 ล่าสุด บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย นำจิตวิญญาณแห่งความคลาสสิกที่ข้ามผ่านกาลเวลานับทศวรรษมาให้ไบค์เกอร์ชาวไทยได้สัมผัสกันอีกครั้ง ด้วยการ เผยโฉม BMW R nineT 2021 ใหม่ถึง 4 รุ่นรวด  หลังจากการเปิดตัวรุ่นแรกไปเมื่อปี 2556 หรือปี 2013 R nineT ก็กลายเป็นมอเตอร์ไซค์ที่เป็นโมเดิร์นคลาสสิคไบค์ ตัวแทนของเอกลักษณ์อันคลาสสิก ทีมีทั้งเทคโนโลยีทันสมัยและการออกแบบที่ละเอียดประณีต ขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่ให้ไบค์เกอร์สร้างความเฉพาะตัวหรือคัสตอมรถด้วยอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เข้าไปได้  หลังจากนั้นก็จะมีโมเดลที่ใช้พื้นฐานเดียวกันเปิดตัวตามมา โดยมีจิตวิญญาณแห่งการขับขี่ที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นรุ่น Urban G/S ที่สานต่อตำนานเอ็นดูโร่จาก R 80 G/S และ Scrambler ที่มาพร้อมแก่นแท้แห่งความเรียบง่ายสไตล์คลาสสิก และ Pure มอเตอร์ไซค์โรดสเตอร์ในดีไซน์แบบมินิมอลที่สุดเพื่อสะดวกต่อการนำไปคัสตอมตกแต่งเพิ่มเติม และสำหรับการโมเดลใหม่ทั้ง 4 รุ่นนี้ มีพื้นฐานเดียวกัน และได้รับการยกระดับอย่างรอบด้าน ทั้งสมรรถนะ อุปกรณ์มาตรฐาน และตัวเลือกอุปกรณ์เสริมที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากรุ่นก่อนหน้า แตกต่างกันในรายของช่วงล่างบางจุดเท่านั้น โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ระบายความร้อนด้วยอากาศปรับจูนมาใหม่ให้ผ่าน EU-5 โดยใช้หัวฉีด วาล์วปีกผีเสื้อและฝาครอบหัวฉีดได้รับการออกแบบใหม่ สร้างแรงบิดได้ทรงพลังกว่าที่เคย แต่มลพิษน้อยลงกว่าเดิม โดยเคลมพละกำลังสูงสุดที่ 109 แรงม้าที่ 7,250 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 116 นิวตันเมตรที่ 6,000 รอบต่อนาที    ในส่วนของเทคโนโลยีที่เพิ่มเข้ามานั้นมีทั้งโหมดการขับขี่แบบ Pro ระบบเบรก ABS Pro ระบบ Dynamic Brake Control ระบบ Dynamic Traction Control ระบบป้องกันการลื่นไถลของล้อหลัง (MSR) ระบบกันสะเทือนใหม่แบบ WAD ที่ทั้งคล่องตัวและนุ่มนวลยิ่งกว่าขณะขับขี่ และไฟ LED ครบชุด ทั้งนี้ R nineT ใหม่ ทุกรุ่น ยังมีความโดดเด่นเฉพาะตัวด้วยรูปโฉมที่ออกแบบมาเพื่อบ่งบอกถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้ขับขี่แต่ละคน ได้แก่ R nineT เป็นการสานต่อตำนานของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด มาพร้อมกับสีดำอันเป็นเอกลักษณ์ (ถังน้ำมันสีดำ) พร้อมการขับขี่ที่คล่องแคล่วและเสียงคำรามลึกในสไตล์เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ ราคา 859,000 บาท R nineT Pure ดีไซน์ทรงเสน่ห์ไม่ซ้ำใคร มาในสีใหม่ Teal Blue metallic matt พร้อมถังน้ำมันในสี Mineral grey metallic มีความเรียบง่าย เหมาะแก่การนำไปคัสตอมเพิ่มเติม ราคา 739,000 บาท R nineT Scrambler สไตล์สแครมเบลอร์พร้อมลุย สะกดทุกสายตาด้วยสี Kalamata metallic matt finish สอดรับกับล้อซี่ลวดสีทองและยางล้อออฟโรด ราคา 799,000 บาท R nineT Urban G/S มาในสไตล์แรลลี่ไบค์ ตัวรถมีสีขาวตัดลวดลายสีน้ำเงิน สื่อถึงอัตลักษณ์ดีไซน์มอเตอร์สปอร์ต เติมเต็มความโฉบเฉี่ยวด้วยล้อซี่ลวดสีทองและยางออฟโรด ราคา 799,000 บาท R nineT Option 719 สำหรับโมเดลนี้ก็คือรุ่นพิเศษ ถือเป็นมอเตอร์ไซค์รุ่นท็อปในตระกูล R nineT เด่นสุดด้วยชุดแต่ง Option 719 ผสานตัวถังในสีสุดพิเศษ Option 719 Night Black matt/Aluminium matt และ Option 719 Mineral White metallic/Aurum พร้อมอุปกรณ์แต่งในแบบฉบับ Option 719 ได้แก่ ถังน้ำมันอะลูมิเนียมแบบเปลือย ในดีไซน์แบบพ่นสี/ขัดเงา ราคา 919,000 บาท ทั้ง 2 สี   ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bmw-motorrad.co.th หรือติดต่อผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

9 September 2021
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Honda CB1300 Super Four SP 2024 อัปเดตสีใหม่ ขายญี่ปุ่นเท่านั้น 

Honda CB1300 Super Four SP 2024 อัปเดตสีใหม่ ขายญี่ปุ่นเท่านั้น  แฟน ๆ ไบเกอร์รุ่นใหญ่ หรือรุ่นใหม่ที่ชอบความคลาสสิค ความเรโทร หรือสตอรี่หรือตำนาน คงจะต้องรู้จักโมเดลระดับตำนานอย่างเจ้าซูเปอร์โฟนจากค่ายปีกนก แลเมื่อไม่นานมานี้ค่ายปีกนกเองก็เพิ่งเปิดตัว Honda CB1300 Super Four SP 2024 ไปทว่าที่น่าเจ็บใจล่ะก็คงจะเป็นการที่ล็อตผลิตนี้ขายแต่ในเจแปนแดนปลาดิบเพียงแค่ 1500 คันเท่านั้นครับ   เจ้าโมเดลใหม่นี้จะเป็นโมเดลพิเศษซึ่งก็จะมาในเฉดสี Pearl Sunbeam White หรือขาวมุกตัดแต้มด้วยสีแดง มีดีเทลเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นสีน้ำเงินและสีทอง แบบเดียวกันกับที่เคยขายในบ้านเรานี่ล่ะครับ เพียงแต่ว่าด้วยความเป็นโมเดล SP หรือ Special ก็เลยมีการอัปเกรดเพิ่มเติมความพิเศษหน่อย ซึ่งก็คือช่วงล่าง โดยระบบกันสะเทือนจะโดดเด่นเป็นสง่าด้วยโช้คจากทาง Ohlins สีเหลืองทองสุดเท่ และคาลิเปอร์เบรกหน้าจากทาง Brembo แบบเรเดียลเมาท์แบบ 4 ลูกสูบ ขณะที่ยางและล้อยังไม่เปลี่ยนยังเป็นล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วเท่ากันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยมียางขนาด 120/70 และ 180/55 ตามลำดับ     ส่วนสเปกอื่น ๆ จะยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป ยังคงใช้ขุมพลังเดิมคือเครื่อง 4 สูบเรียงขนาด 1,284 ซีซี ให้กำลังแรง 111.3 แรงม้าที่ 7,750 รอบ และแรงบิดที่ 112 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบ สั่งงานด้วยระบบคันเร่งไฟฟ้า ใช้ระบบเกียร์ 6 สปีดพร้อมระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ แต่ถ้าอยากขี่มันกว่านี้มีอ็อปชันเสริมเพิ่มเงินเป็นควิกชิฟเตอร์ให้ด้วย   ขณะที่เทคโนโลยีเองก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี เหมือนตัวต้นตำรับ ทางค่ายก็มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ใส่มาให้เหมือนกัน แม้ว่าบางส่วนจะใส่มาแบบคลาสสิกเหมือนต้นตำรับก็ตามที่ ตัวรถมีไฟแบบ LED เต็มระบบตามแบบสมัยใหม่เพียงแต่ภายนอกมาในดีไซน์คลาสสิค มีโหมดการขับขี่ 3 โหมดคือ Standard, Sport และ Rain มีระบบอุ่นมือ มีช่องจ่ายไฟแบบ USB Type C ใต้เบาะ มีระบบครูซคอนโทรลให้ด้วย ถือว่ามีของดี ๆ มาให้ใช้งานเวลาออกทริปกันด้วย  ส่วนราคานั้นตั้งต้นมาที่ 1,936,000 เยน หรือราว ๆ 460,000 บาท แต่ถ้าจำหน่ายในไทยจริง ๆ ก็คงจะแพงกว่านี้อีก คงจะมีราคาโดดไป 6 แสนกว่า ๆ แน่นอน งานนี้คนไทยอาจจะไม่ได้สัมผัสตัวนี้ได้ง่าย ๆ คงได้แค่ลุ้นว่า Thai Honda จะนำเข้ามาขายเอาใจลูกค้ารุ่นใหญ่ใจเก๋ากันบ้างสักเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ผมว่าส่วนตัวแล้วความเป็นไปได้ก็มีไม่มากนัก ค่อนข้างเฉพาะกลุ่มเลยทีเดียว   อ่านข่าวอื่นๆ จาก Honda คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

13 May 2024
XMAX300 และ MT-09 2024 คว้ารางวัลออกแบบยอดเยี่ยม

XMAX300 และ MT-09 2024 คว้ารางวัลออกแบบยอดเยี่ยม XMAX300 และ MT-09 2024 หล่อระดับโลก เรียกว่าหล่อจริงอะไรจริง สำหรับ Yamaha XMAX300 และ Yamaha MT-09 2024 ที่ล่าสุดก็ได้รับรางวัลอีกแล้ว โดยเป็นรางวัล RED DOT DESIGN AWARD รางวัลออกแบบระดับโลกที่นักออกแบบทั่วโลกต่างยอมรับ ทั้งนี้รางวัลที่ได้คือสาขา Product Design 2024 หรือรางวัลออกแบบผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมประจำปี 2024 นั่นเอง ซึ่งยามาฮ่าได้รับรางวัลนี้มา 13 ปีติดต่อกันแล้วการันตีความเป็นเลิศทางการออกแบบของค่ายส้อมเสียงได้อย่างดี สำหรับ XMAX นั้นเปิดตัวครั้งแรกในปี 2006 และกลายเป็นรถยอดนิยมในยุโรปในทันที จากนั้นก็ถูกพัฒนาและขายไปทั่วโลก กระทั่งโมเดลล่าสุดโฉมปี 2023 ที่ออกแบบโดยเน้นความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถพร้อมกับเสริมเรื่องความสะดวกสบาย การขับขี่ที่ลื่นไหล และกลิ่นอายของความสปอร์ต จนกลายเป็นรถที่มีสเน่ห์หาน่าดึงดูดด้วยความโดดเด่น พร้อมเอกลักษณ์ที่เป็นที่น่าจดจำเพียงมองเห็นแวบเดียวก็รับรู้ได้ว่าเป็น XMAX ด้วยไฟหน้าดีไซน์รูปตัว X และไฟท้ายที่สวยงามหาใครเหมือนไม่มี ขณะที่ MT-09 นั้นเป็นเจเนอเรชันที่ 4 แล้วของเจ้าไฮเปอร์เน็กเก็ดโมเดลนี้ นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อ 11 ปีก่อน หรือปี 2013 ตัวรถก็ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมาทั้งในด้านของดีไซน์และสมรรถนะให้คุณได้ขับขี่ได้สนุกและเป็นอิสระมากกว่าที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็ไม่ลืมที่จะใส่เทคโนโลยีให้มีความทันสมัย ตลอดไปจนถึงการใส่ใจในเรื่องของอรรถรสของผู้ขับขี่ในรูปแบบของเสียงที่มีการออกแบบกริลขยายเสียงให้ผู้ขับขี่ได้รับเสียงแอร์อินเทคที่ทรงพลัง กระตุ้นอะดรีนาลีนและความเอ็นจอยของผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี สำหรับใครที่ยังลังเล สำหรับคนที่สนใจสกู๊ตเตอร์สไตล์สปอร์ต ผมบอกตรงนี้เลย XMAX ถือเป็นตัวเลือกที่ดีมีรางวัลการันตีอย่างที่บอก และสำหรับคนที่กำลังมองหาไฮเปอร์เน็กเก็ดแล้วล่ะก็ เจ้า MT-09 ก็จัดว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า หล่อเหลาแบบของแทร่ไม่ได้โม้ ชอบคันไหนลองไปสัมผัส ลองให้น้อง ๆ ที่ตัวแทนแนะนำกันดูก่อนได้ แล้วจะบอกเลยว่าของเขาดีจริง ๆ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

10 May 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีกที่สเปน

เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีกที่สเปน ในศึก WSBK 2023 สนามที่ 4 การแข่งขัน WorldSBK 2023 ดำเนินมาถึงสนามที่ 4 ที่สนาม Barcelona-Catalunya แล้ว ทว่าชัยชนะส่วนใหญ่แทบจะไม่เปลี่ยนไปจากมือของ Álvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) เลย ยิ่งสนามนี้ด้วยแล้ว เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีก กับสนามบ้านเกิดของเขาอีกครั้ง Superpole   แม้ว่าจะมีธงแดงตีขึ้นในรอบซูเปอร์โพล แต่ Bautista กลับยังทำสถิติเวลาสนามใหม่ด้วยเวลา 1’40.264 นาทีคว้าตำแหน่งโพลในเรซแรกไปก่อน โดยมี Dominique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) ทำผลงานได้โดดเด่นออกจากสตาร์ทจากเส้นเป็นอันดับ 2 รองจากแชมป์โลกคนล่าสุด และปิดท้ายกริดสตาร์ทแถวแรกด้วย Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ส่วนทางด้าน Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) กลับตกไปถึงอันดับแปด โดยนักแข่งทุกคนล้วนเลือกใช้ยางหลังสูตร SCQ ขณะที่ยางหน้านั้นนักแข่งที่ออกสตาร์ทจากกริดแถวหน้าต่างเลือกใช้ยาง SC1 ซึ่งในรอบควอลิฟายนี้จัดขึ้นท่ามกลางแสงแดดพร้อมกับอุณหภูมิแทร็กค่อนข้างสูงที่ 40 องศา Race 1 บนกริดสตาร์ทของเรซแรก นักแข่งส่วนใหญ่เลือกที่จะใช้ยางหลังสูตรกำลังพัฒนา SCX B0800 และยางหน้าสูตร SC2 แต่อย่างไรก็ตามนักแข่งดูคาติก็เลือกยางต่างกันออกไป ซึ่งรวมไปถึง Bautista ที่เลือกใช้ SC1 ในส่วนของยางหน้า ระหว่างการแข่งขันแล็ปที่ 4 มีธงแดงสะบัดขึ้น จนต้องออกสตาร์ทกันใหม่และลดรอบลงเหลือ 17 แล็ป อย่างไรก็ดี Bautista ก็ยังคงฉายเดี่ยวนำม้วนเดียวจนจบ ทั้งยังทิ้งห่างอันดับ 2 ถึง 8 วินาที ยังไม่พอทำสถิติเวลาแล็ปอีกด้วย ถัดมาเป็นการดวลแย่งที่สองกันระหว่าง Razgatlioglu และ Rea แต่สุดท้ายเป็นฝ่ายยามาฮ่าที่เข้าเส้นได้ก่อนตามมาด้วยนักแข่งจากค่ายเขียว Superpole Race การแข่งขันในรอบซูเปอร์โพลเรซมีการเลือกยางที่ค่อนข้างซับซ้อนไปกว่าการแข่งขันปกติเนื่องจากมีฝนโปรยลงมาเบา ๆ ทำให้แทร็กชื้นในช่วงราว ๆ ครึ่งชั่วโมงก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น นักแข่งบางคนออกไปขี่ในแล็ปไซติ้งด้วยยางกึ่งหรือยางฝน แต่พอเห็นแทร็กครบแล็ปแล้วว่ามันแห้งเกือบทั้งหมด พอจะแข่งก็รีบเปลี่ยนเป็นยางสลิกกันทั้งหมด โดยนักแข่งส่วนใหญ่เลือกใช้ SC1 ในยางหน้า แต่ก็มีนักแข่ง 7 คนที่เลือก SC0 ส่วนยางหลังนักแข่งส่วนใหญ่เลือก SCX กลับมาเป็นดาวเด่นอีกครั้ง แทนที่จะเป็น B0800 เหมือนอย่างในเรซแรก ชัยชนะในเรซนี้ตกเป็นของ Bautista ทำยังสถิติเวลาแล็ปอีกแล้ว ส่วนอันดับที่ 2 และอันดับที่ 3 เป็นของ Razgatlioglu และ Andrea Locatelli เพื่อนร่วมทีมของ Toprak ส่วน Rea กลับเองพลาดล้มไปในแล็ปสุดท้ายเมื่อฝนกลับมาตกอีกครั้ง Race 2 การแข่งขันในเรซที่ 2 ยางหลังสูตรพัฒนา SCX B0800 กลับมาเป็นยางตัวฮิตอีกครั้ง ส่วนยางหน้ากลับเป็น SC2 ที่ได้รับความนิยม แต่อย่างไรก็ตามนักแข่งดูคาติทุกคนกลับเลือก SC1 สูตรมาตรฐาน และเป็นอีกครั้งที่ Bautista เดินเกมเร็วขึ้นนำเดี่ยวตั้งแต่ต้นจนจบ โดยทิ้งระยะห่างคู่แข่งกว่า 8 วินาที โดย Toprak Razgatlioglu แย่งที่ 2 มาจาก Rinaldi ได้ในช่วงทางตรง ทำลายการยืนอันดับ 1 – 2 ของดูคาติไปได้ และเป็นอีกครั้งที่ Bautista ทำสถิติเวลาแล็ปในการแข่งเร็วที่สุดที่ 1’41.730 นาที จบการแข่งขันสนามที่ 4 เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีกที่สเปน ทำให้มีคะแนนนำโด่งที่ 236 คะแนน ทิ้งห่างจาก Razgatlioglu ที่มี 167 คะแนนอยู่มากถึง  ส่วนอันดับ 3 เป็น Andrea Locatelli จากยามาฮ่าอีกเช่นกันที่ 133 คะแนน

Yamaha มุ่งพัฒนาระบบอัจฉริยะ หวังช่วยลดอุบัติเหตุ

Yamaha มุ่งพัฒนาระบบอัจฉริยะ หวังช่วยลดอุบัติเหตุ เมื่อปีที่แล้วยามาฮ่ามอเตอร์ได้ประกาศวิสัยทัศน์ด้านความปลอดภัยที่มีชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า Jin-Ki Kanno x Jin-Ki Anzen ซึ่งมีเป้าหมายที่จะสร้างโลกที่ไร้ซึ่งอุบัติเหตุร่วมกันกับลูกค้าของตัวเอง ซึ่งกล่าวได้ว่า Yamaha มุ่งพัฒนาระบบอัจฉริยะ หวังช่วยลดอุบัติเหตุนั่นเอง สำหรับการที่จะมุ่งหน้าไปตามวิสัยทัศน์ที่ทางยามาฮ่าได้วางแผนเอาไว้นั้นอาศัยหลักการสำคัญ 3 ประการด้วยกัน ประการแรกคือเทคโนโลยีที่จะช่วยเสริมการรับรู้ของผู้ขับขี่ การตัดสินใจ การขับขี่ และการลดความเสียหาย ประการที่ 2 คือทักษะซึ่งทางยามาฮ่าจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาทักษะการขับขี่ของผู้ใช้รถ และประการที่ 3 การเชื่อมโยง ซึ่งใช้ระบบคลาวด์เพื่อคอยให้คำแนะนำต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความปลอดภัย ซึ่งจะมีเทคโนโลยีนึงที่เป็นส่วนสำคัญของหลักการประการแรก ซึ่งก็คือเจ้าระบบ Advanced Motorcycle Stabilization Assist System (AMSAS) หรือแปลเป็นไทยได้ว่าระบบช่วยเสริมเสถียรภาพของมอเตอร์ไซค์ขั้นสูง ช่วยเหลือผู้ขับขี่ตอนเริ่มต้นและที่ความเร็วต่ำ อุบัติเหตุที่มีมอเตอร์ไซค์เกี่ยวข้องนั้นมีสาเหตุหลักเกี่ยวข้องกับการรับรู้ผิดพลาดคลาดเคลื่อน (10%) การตัดสินใจผิดพลาด (17%) และการขับขี่ที่ผิดพลาด (17%) ซุ้งสาเหตุเหล่านี้เป็นส่วนที่เกิดขึ้นจากผู้ขับขี่ ข้อมูลยังระบุอีกว่าเกือบ ๆ 70% ของอุบัติเหตุที่มีมอเตอร์ไซค์เกี่ยวข้องมักจะเกิดขึ้นภายใน 2 วินาทีหลังจากมีปัจจัยที่เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ และจากการวิเคราะห์สาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ทางค่ายจึงได้พัฒนาระบบที่จะมาช่วยเหลือผู้ขับขี่ 4 ด้านด้วยกัน คือ ช่วยพยากรณ์อันตรายล่วงหน้า ป้องกันความเสียหายด้วยการขับขี่แบบระมัดระวัง ช่วยขับขี่หลบหลีก และลดทอนความเสียหาย เจ้าระบบ AMSAS ซึ่งทางยามาฮ่าพัฒนาขึ้นมานั้นจะช่วยรักษาเสถียรภาพของรถที่ความเร็วต่ำด้วยการควบคุมแรงขับเคลื่อนและแรงบังคับเลี้ยว “มันเป็นฟังก์ชั่นที่โดดเด่นมากที่สุด ซึ่งระบบนี้สามารถนำมาใช้กับรถทั่วไปได้ง่ายเนื่องจากไม่ต้องทำอะไรกับเฟรมรถ โดยระบบต้นแบบนั้นติดตั้งอยู่ในรถ YZF-R25 โดยมีการติดตั้งระบบหน่วยประมวลผลแบบ 6 แกนควบคู่ไปกับอุปกรณ์ควบคุมการขับขี่และบังคับเลี้ยว AMSAS คือระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่จะมาช่วยรถเวลาออกตัวหรือเวลาขับขี่ที่ความเร็วต่ำที่มักจะไม่ค่อยมีความเสถียร โดยจะช่วยเพิ่มความเสถียรในช่วงนี้ เวลาที่รถกำลังจะออกตัวและเวลาจะหยุดตัวขับเคลื่อนที่ติดตั้งที่ล้อหน้าจะทำงานเพื่อเพิ่มเสถียรภาพทันทีจากจุดนั้นจนถึงความเร็วประมาณ 5 กม./ชม. ส่วนตัวบังคับเลี้ยวที่ติดที่แฮนด์บาร์ก็จะเข้ามาควบคุมบังคับแฮนด์ ทำให้รถคันนี้สามารถเคลื่อนที่ในระดับความเร็วแบบเท่าคนเดินนี้ได้โดยไม่ล้ม โดยไม่เกี่ยงว่าผู้ขับขี่จะมีทักษะมากน้อยแค่ไหน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Triumph Speed Twin 900 โมเดิร์นคลาสสิกไบค์ แดนเมืองผู้ดี

Triumph Speed Twin 900 โมเดิร์นคลาสสิกไบค์ แดนเมืองผู้ดี หลังจากเปิดตัวไปได้ซักพักแล้ว สำหรับโมเดลสุดฮ็อตจากค่ายเมืองผู้ดี อย่าง Triumph Speed Twin 900 โดยครั้งนี้ ทาง SuperBike Thailand ขออนุญาติหยิบโมเดลมาโชว์ ตามคำเรียกร้องแฟน ๆ สาวกรถ 2 ล้อคลาสสิก เดี๋ยวเราจะพามาชมกันว่า โมเดลนี้จะมีดีเทลอะไรที่น่าสนใจกันบ้างครับ  โดยโมเดลสุดพิเศษรุ่นนี้ ได้รับการดีไซน์ ที่คงความเอกลักษณ์เฉพาะตัวในสไตล์รถโมเดิร์นคลาสสิก โดยยึด DNA ต้นแบบอย่าง Triumph Bonneville รุ่นแรกเมื่อปี 1959 โดยนำมาปรับปรุง ปรับเปลี่ยน และพัฒนาใหม่ให้เข้ากับรถในยุคปัจจุบัน ในสไตล์การแต่งคัสตอมแบบท้ายเปลือย รวมทั้งฟีเจอร์ใหม่ที่มากับตัวรถ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการขับขี่มากยิ่งขึ้น  ไฟทรงกลม ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 310 มม. พร้อมคาลิเปอร์ Breambo 4 ลูกสูบ (ABS)   โครงสร้างเบาะโฟมหนาขึ้น ท่อไอเสียคู่โลหะปัดเงาแบบใหม่ โช้คหลังปรับพรีโหลดได้ รวมทั้ง ยังถูกยกระดับการออกแบบ โดยมีส่วนเสริมแต่งในการดีไซน์ใหม่ ๆ มากมาย ทั้งล้อหล่อขึ้นรูป ตกแต่งรายละเอียดด้วยลายกลึงบนซี่ล้อ ขาจับไฟหน้าอลูมิเนียมปัดเงา คิ้วเรือนปีกผีเสื้อแบบใหม่ และเบาะนั่งดีไซน์ใหม่ที่ใช้โครงสร้างโฟมหนาเพิ่มขึ้นกว่าเดิม 10 มม. ยังรวมไปถึง ท่อไอเสียคู่โลหะปัดเงาแบบเฉียง บ่งบอกถึงกลิ่นอายของสไตล์รถคลาสสิกเท่ ๆ แบบผู้ดีเลยครับ ในขณะที่ขุมพลังเครื่องยนต์เป็นแบบสูบคู่ Bonneville ขนาด 900 ซีซี ระบายความร้อนด้วยของเหลว กับระบบเกียร์แบบ 5 สปีด ให้กำลังสูงสุด 65 แรงม้าที่ 7,500 รอบ และแรงบิดที่ 80 นิวตันเมตรที่ 3,800 รอบ ซึ่งสามารถส่งกำลังแรงบิดได้อย่างนุ่มนวล และทันใจตั้งแต่ช่วงรอบต่ำจนถึงรอบกลาง ๆ ส่วนรอบปลายคงไม่ต้องพูดถึง   อีกทั้งเครื่องยนต์ยังผ่านการปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน Euro 5 ด้วยการปล่อยไอเสียที่น้อยลงและสะอาดมากยิ่งขึ้น เสริมด้วยระบบคันเร่งไฟฟ้าที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว และคลัตช์ระบบผ่อนแรงที่ใช้งานได้ง่ายและสะดวก สำหรับช่วงล่าง กับระบบกันสะเทือนในรุ่นนี้ จะใช้โช้คอัพหน้าแบบคาร์ทริดจ์ ขนาด 41 มม.แถมมากับยางหุ้มโช้ค และโช้คอัพสตรัทสปริงคู่ด้านหลัง สามารถปรับพรีโหลดได้ พร้อมระเบรก กับดิสก์เบรกเดี่ยวแบบลอยตัวขนาด 310 มม. คาลิเปอร์ Brembo แบบ 4 ลูกสูบ และดิสก์เบรกหลังขนาด 255 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดียวจาก Nissin แถมมากับระบบเบรก ABS ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ต่อมาที่ล้อหน้า-หลังขนาด 18 นิ้วและ 17 นิ้ว และยางหน้า 110/90 และยางหลัง 150/70  โดยน้ำหนักตัวรถทางโรงงานเคลมมาให้ที่ 217 กก. และถังน้ำมันขนาด 12 ลิตร  นอกจากนี้ ไทรอัมพ์ สปีด ทวิน 900 ยังมีฟีเจอร์การใช้งานที่ครบครัน เพื่อเสริมความสามารถในการขับขี่ และมิติการควบคุมรถที่ดียิ่งขึ้น ทั้งโหมดการขับขี่ 2 โหมด ( Road, Rain) ระบบคันเร่งไฟฟ้า ช่วยให้การควบคุมรถสเถียรภาพมากยิ่งขึ้น ระบบเบรก ABS ระบบคลัตช์ช่วยผ่อนแรง ระบบป้องกันการโจรกรรมซึ่งซ่อนอยู่ภายในกุญแจ รวมทั้งไฟท้าย LED และช่องชาร์จไฟ USB ใต้เบาะที่นั่ง ที่ให้มาในรุ่นนี้อีกด้วย สมกับเป็นโมเดลคลาสสิกเมืองผู้ดี จริง ๆ เลยครับ ทั้งการออกแบบ เครื่องยนต์ ช่วงล่าง และเทคโนโลยีที่ให้มาแบบเต็มพิกัด มีให้ใช้แบบเหลือเฟือ สำหรับราคารุ่นนี้ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 407,000 บาท และรุ่นลิมิเต็ด อิดิชัน (Chrome Edition) ราคาเปิดตัวที่  422,000 บาท โดยสามารถติดต่อขอดูรถตัวจริงได้ที่ ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ทุกสาขา ทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและทดลองขับขี่ได้ที่ https://www.triumphmotorcycles.co.th/  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!