SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าว MotoGP ล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
KTM ยืนยัน ลุยตามแผน ล่าแชมป์โมโตจีพี 2025

KTM ยืนยัน ลุยตามแผน ล่าแชมป์โมโตจีพี 2025 ถึงแม้จะมีข่าวดราม่าประโคมมากมายสำหรับพรีเมียร์ โมบิลิตี้ หรือทางเคทีเอ็มที่มีประกาศการปรับปรุงโครงสร้างภายในไปเมื่อปลายปี 2024 ที่ผ่านมา และแน่นอน KTM ยืนยัน ว่าแผนยังคงเดินหน้าต่อเนื่องตามที่ซีอีโออย่าง Sfefan Pierer ได้กล่าวไว้ อ่านที่นี่  ซึ่งล่าสุดทางค่ายนั้นเตรียมพร้อมแล้วสำหรับการแข่งขันโมโตจีพีฤดูกาล 2025  โดยแหล่งข่าวจาก Speedweek ได้เผยแพร่ข้อมูลการยืนยันจาก Wolfgang Felber หัวหน้าฝ่ายเทคนิคอลของทางเคทีเอ็ม ซึ่งเจ้าตัวให้สัมภาษณ์ว่าโปรเจ็กต์การแข่งขันโมโตจีพียังคงดำเนินการไปตามแผนทุกอย่างที่วางไว้ “ในส่วนของการเตรียมความพร้อม ทุกอย่างคงดำเนินไปตามปกติ โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราได้พยายามลดขั้นตอนเพื่อเน้นพัฒนารถแข่งอย่างเต็มกำลัง เช่นเดียวกันในปี 2025 เราจะเริ่มพัฒนารถแข่งในอาทิตย์หน้าก่อนนำส่งไปเทสที่เซปัง มาเลเซียในช่วงสิ้นเดือน” พร้อมกับข่าวดีสำหรับแฟน ๆ ค่ายส้ม โดยมีรายงานการประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรก ว่ายังไม่มีแผนการถอดถอนออกจากการแข่งขันโมโตจีพีในฤดูกาล 2026 ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวอื่น ๆ แต่อย่างใด ถือเป็นการสยบข่าวดราม่าต่าง ๆ และความไขข้อข้องใจจากแฟน ๆ ทั่วโลก โดยการแข่งขันโมโตจีพีฤดูกาล 2025 จะเริ่มแข่งขันสนามแรกในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ –  2 มีนาคม 2568 ที่ จ. บุรีรัมย์ แฟน ๆ ค่ายส้มเตรียมลุ้นและรอชมเจ้า RC16 เวอร์ชันพัฒนาโลดแล่นในสนามกันได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
F1 Thailand ฝันไม่ไกล..ใกล้เป็นจริง

F1 Thailand ฝันไม่ไกล..ใกล้เป็นจริง สำหรับข่าวความคืบหน้าของการจัดเตรียมการแข่งขันฟอร์มูล่าวัน ในประเทศไทยที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต คุณ Stefano Domenicali CEO ของฟอร์มูล่าวันได้เปิดเผยถึงหารือถึงโอกาสของประเทศไทยที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน F1 Thailand ซึ่งคำตอบนั้นยังไม่สามารถดด่วนสรุปได้ แต่มีแนวโน้มไปในทางบวกเสียทีเดียว พร้อมส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะมีสนามแข่งขัน F1 ในไทยและเป็นอีกหนึ่งสนามที่จะเกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชีย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การแข่งขันระดับโลกนยังคงต้องยึดมั่นเจตจำนงค์ของความเป็น “ควอลิตี้มากกว่าปริมาณ” ในปฏิทินการแข่งขัน F1 “อาจ” เกิดขึ้นอีกสนามสำหรับภูมิภาคเอเชีย ก็มีแนวโน้มความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น โดยหลังจากมีการพบปะพูดคุยในช่วงก่อนแข่งขันที่ Chinese Grandprix ที่ผ่านมา สเตฟานโน่ CEO ของฟอร์มูล่าวันได้กล่าวว่า รัฐบาลไทยมีความสนใจเป็นอย่างมาก สำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขัน F1 ในประเทศไทย   ซึ่งการพูดคุยในครั้งนี้ ต่างฝ่ายมีเจตจำนงค์และมีเป้าหมายเดียวกันก็คือ ความสนใจในการพัฒนาการแข่งขัน F1 ให้เกิดขึ้นจริง และการเจรจาในครั้งนี้ อาจมีข้อสรุปที่ชัดเจนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยรวมบรรยากาศการพูดคุยเจรจาถือว่า “ดีมาก” แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ไม่ได้ด่วนสรุปได้เลยว่าจะคอมเฟิร์มทันทีทันใด ผมไม่ได้ตั้งใจมาขายของจนเกินไป   โอกาสกำลังมาถึง!! แต่ในขณะที่ปฏิทินการแข่งขันยังคงอัดแน่นเต็มกราฟ 24 สนาม ทั่วโลก ซึ่งผู้จัดยังคงเน้นย้ำว่า ความสนใจที่จะจัด F1 ในไทย อาจทำให้บางสนามหลุดออกจากปฏิทินในการแข่งขันก็เป็นไปได้ “ผมไม่อยากให้มีการแข่งขันมากกว่า 24 สนาม มันเป็นเรื่องจริงของการทำงานและโอกาส” จากความรุ่งเรืองของกีฬา F1 ที่เน้นแข่งขันในยุโรปที่เป็นศูนย์กลางในเมื่อก่อน นำไปสู่การแข่งขันชิงแชมป์โลกที่แท้จริง ซึ่ง ณ ตอนนี้ มีการแข่งขันน้อยกว่าครึ่งหนึ่งที่จัดแข่งขันในยุโรปแล้ว   นอกจากทางฟอร์มูล่าวันยังได้เผยถึงเป้าหมายที่แท้จริง โดยมุ่งเน้นที่การเซอร์วิสสาวกแฟน ๆ F1 มิใช่เพียงกระแสเสียงเชียร์รอบข้าง เราต้องทำงานร่วมกับโปรโมเตอร์เพื่อปรับปรุงคุณภาพ นั้นคือสิ่งสำคัญมาก และแน่นอน การต่อสัญญาจัดการแข่งขัน 5 ปี คงเป็นบทพิสูจน์ที่แท้จริง ที่ทำให้เขาเป็นผู้นำทางด้านกีฬา F1 ไปจนถึงปี 2029 เราจำเป็นต้องดึงดูดผู้ชมใหม่ ๆ และมันอยู่ใน DNA ของเราที่จับตาดูการเติบโตของกีฬานี้  ในขณะเดียวกัน ตารางการแข่งขัน F1 ในปี 2026 จะมีทีมเพิ่มมาใหม่อย่าง Cadillac ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก General Motors ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากอเมริกา ซึ่งเขากล่าวยกย่องว่าเป็น ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่และยากลำบาก แต่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมไม่น้อยทีเดียว  เราต้องการคุณภาพมากกว่าปริมาณ คำกล่าวสุดท้ายสเตฟาน จากบทสนทนานี้ก็มีเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้ไม่น้อย แต่ก็ยังมีอุปสรรคในหลาย ๆ จุด โดยเฉพาะสนามแข่งขันในพื้นที่กรุงเทพที่ทางรัฐบาลไทยได้ประกาศให้มันเกิดขึ้น (หมอชิต เซอร์กิต) หากมีการจัดแข่งขันอย่างจริงจังก็ต้องปรับปรุงพื้นผิวถนนครั้งใหญ่ เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่าถนนในประเทศไทยมันเป็นยังไง อุ๊บส์! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

No Posts Found!

No Posts Found!

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
TRIUMPH ต่อสัญญาสนับสนุน MOTO2

TRIUMPH ต่อสัญญาสนับสนุน MOTO2 ไปอีก 3 ปี ล่าสุดทาง Triumph Motorcycles ก็ได้ทำการ ต่อสัญญาสนับสนุน Moto2 ด้วยการเตรียมเครื่องยนต์ 3 สูบขนาด 765 ซีซีให้กับการแข่งขัน FIM Moto2 World Championship ไปอีก 3 ฤดูกาลด้วยกัน นับตั้งแต่ปี 2022 – 2024 นับตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล 2019 ไทรอัมพ์มอเตอร์ไซเคิลส์ได้ทำการเตรียมเครื่องยนต์ 3 สูบเรียงขนาด 765 ซีซี (เครื่องเดียวกันกับที่ใช้ใน Street Triple RS) ที่ปรับจูนมาพร้อมลงแข่งให้กับทีมต่าง ๆ ทุกทีม โดยมีการพัฒนาให้เครื่องยนต์สามารถดึงอากาศเข้าระบบได้ดีขึ้น รอบจัดมากขึ้น และให้แรงม้าสูงสุดเกินกว่า 170 ตัว หรือมากกว่าเครื่องยนต์ในรถโปรดักชันถึง 17%  ผลที่ได้คือเครื่องยนต์ใหม่นี้ช่วยยกระดับการแข่งขันให้มีความเร็วมากขึ้น สมรรถนะดีขึ้น หรือกล่าวคือระดับของการแข่งขันโดยรวมนั้นสูงขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับความตั้งใจของทาง Dorna ที่หวังจะยกระดับการแข่งขันในคลาสนี้ให้ใกล้เคียงกับ MotoGP มากยิ่งขึ้น ทั้งในแง่แรงม้าและแรงบิด รวมไปถึงระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ล้ำหน้ามากขึ้น  2 ปีหลังมานี้ นักแข่งที่เคยแข่งขันในการแข่งขันโมโตทูมาก่อนล้วนแล้วแต่สามารถคว้าโพเดียมและคว้าชัยชนะแรกในการแข่งขันระดับสูงสุดอย่าง MotoGP ได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรก เช่น Alex Marquez ที่เป็นแชมป์โลกโมโตทูในปี 2019 สามารถคว้าอันดับที่ 1 ได้ 1 ครั้งใน MotoGP 2020 และ Brad Binder ที่เป็นคู่แข่งคนสำคัญของเขาเองก็สามารถคว้าชัยชนะได้ในปี 2020 และในปี 2021 ที่ออสเตรีย  นอกจากนี้ Jorge Martin ที่เคยชนะการแข่งขันโมโตทูในปี 2020 และในปีนี้ก็เปิดซิงกับ MotoGP ก็สามารถชนะมาได้ 1 ครั้งกับอีก 2 โพเดียม ซึ่งผลงานต่าง ๆ เหล่านี้เป็นการยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าการแข่งขันในคลาสรองนี้ถือเป็นเหมือนสปริงบอร์ดหรือเวทีฝึกให้เติบโตขึ้นไปแข่งใน MotoGP ได้อย่างยอดเยี่ยมในอนาคต  นอกจากนี้การปรับเปลี่ยนในคลาสนี้ส่งผลต่าง ๆ ที่ยืนยันให้เห็นว่าเป็นไปในแนวทางที่ดีขึ้น ในปี 2019 มีผู้ชนะมากถึง 14 คน มีการทำสถิติใหม่มากถึง 34 ครั้ง รวมไปถึงสถิติเดิมที่ถูกทำลายจากการถูกทำลายซ้ำอีกด้วย และเป็นครั้งแรกเลยที่คลาสนี้สามารถทำความเร็วทะลุ 300 กม./ชม. โดยทำสถิติ 301.8 กม./ชม.ที่ Philip Island ที่ออสเตรเลีย  การต่อสัญญาครั้งนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ดีกับทุก ๆ ฝ่าย ทั้งทางผู้จัด ทั้งทีมแข่ง ทั้งทางไทรอัมพ์ กระทั่งคนชมอย่างเรา ๆ ก็ด้วย ซึ่งโดยเฉพาะกับทางไทรอัมพ์ที่น่าจะได้ข้อมูลไปพัฒนารถสปอร์ตมาตีตลาดค่ายอื่น ๆ ได้มากขึ้น และแน่นอนว่าคนชมอย่างเราได้ประโยชน์ตามไปด้วยครับ อาจจะได้รถสปอร์ตจากไทรอัมพ์ที่ถูกจริตมากขึ้นกว่าเดิมก็ได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

30 August 2021
Toprak มาแรง

Toprak มาแรง แซงขึ้นหัวตารางหลังจบศึก Navarra จบกันไปแล้วกับศึกดวลรถแข่งที่มีพื้นฐานมาจากรถโปรดักชันหรือการแข่งขัน WorldSBK กับสนามแห่งใหม่ Navarra (ประเทศสเปน) ที่จัดขึ้นเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งก็เป็นสนามที่ 7 แล้วของฤดูกาล 2021 ซึ่งถือว่าสนามนี้แข่งขันกันสนุกตื่นเต้นเร้าใจกว่าที่คิด เพราะทุกคนล้วนต้องเจอกับแทร็กแห่งใหม่ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครเคยเจอกับสนามนี้มาก่อน หนทางเดียวที่จะทำความคุ้นเคยกับแทร็กนี้ได้มีเพียงช่วงเวลาฝึกซ้อมเท่านั้น  WorldSBK Race 1:  เป็น Scott Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) ที่ออกตัวจากกริดที่ 2 และขึ้นนำทันที แต่ในช่วงแล็ปแรกนั้น Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) ที่ออกตัวจากโพลโพซิชันได้แซงเขาขึ้นมานำแทน  ด้านหลังที่ตามมาเป็น Andrea Locatelli (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) กับเพื่อนร่วมทีม Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1), Alex Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR), Tom Sykes (BMW Motorrad WorldSBK Team / BMW M 1000 RR) และ Chaz Davies (Team GOELEVEN / Ducati Panigale V4 R) เกาะกลุ่มกันมา  ในช่วงแล็ปที่ 6 เป็นนักแข่งจากดูคาติที่สามารถแซงขึ้นมานำและทิ้งห่างนักแข่งคู่หูจากยามาฮ่าเกือบ 3 วินาที และเมื่อการแข่งขันผ่านไปราว ๆ 2 ใน 3 ของเรซ Scott ก็ยังคงโชว์ความดุดันได้อยู่ แถมยังยืดระยะห่างจากอันดับ 2 และ 3 ที่ตอนนี้กลายเป็น Rea และ Toprak ที่เพิ่งจะ มาแรง แซงเพื่อนร่วมทีมมา กระทั่งแล็ปสุดท้ายอันดับโพเดียมก็ยังไม่เปลี่ยนไป จบเรซเป็น Scott Redding ขึ้นโพเดียมตำแหน่งสูงสุด ตามมาด้วย Jonathan Rea และ Toprak Razgatlioglu ทำให้คะแนนของแต่ละคนสูสีและทุกคนต่างมีสิทธิ์ลุ้นแชมป์โลกกันได้ทั้งนั้น   WorldSBK Race 1 Standings: อันดับ รายชื่อนักแข่ง 1 S. Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) 2 J. Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) 3 T. Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) 4 A. Locatelli (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) 5 A. Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR)

24 August 2021
Kawasaki Z900RS SE 2022

Kawasaki Z900RS SE 2022 ไม่ได้ดีแค่สีใหม่ ล่าสุดคาวาซากิ ยุโรป ได้ทำการเปิดตัว Kawasaki Z900RS SE 2022 เรโทรโมเดิร์นไบค์ของทางค่ายเขียว ซึ่งบอกเลยว่าสีสันใหม่นี้สวยงามลงตัว แต่งานนี้ไม่ใช่แค่ดีแต่สีใหม่ แต่มีการอัปเกรดในเรื่องของสมรรถนะเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกด้วย สมกับเป็นโมเดลพิเศษมากยิ่งขึ้น สิ่งแรกที่คุณจะเห็นได้คือสีสันเหลืองสลับดำ ซึ่งเป็นสีที่ทำให้เรานึกถึงสีส้มและน้ำตาลในชุดสี Fireball ของ Z1 ที่เป็นรถต้นตำรับของทางคาวาซากิ โดยสีใหม่นี้ทางค่ายเรียกว่า ที่ทางค่ายเขียวเรียกว่า Metallic Diablo Black ซึ่งดูลงตัวกับสไตล์ของรถอย่างมาก    นอกเหนือจากสีสันใหม่ สิ่งที่น่าสนใจก็จะเป็นคาลิเปอร์เบรกหน้าที่ถูกอัปเกรดเป็น Brembo M4 โมโนบล็อกแบบเรเดียลเมาท์ 4 พ็อด กับจานเบรกแบบกึ่งลอยตัว 300 ม.ม. นอกจากนี้ปั๊มบนเองก็เป็นแบบเรเดียล แต่ว่าไม่ใช่ของ Brembo  โช้คหน้าเป็นโช้คหัวกลับขนาด 41 ม.ม.ที่สามารถปรับแต่งค่าคอมเพรสชัน รีบาวด์และพรีโหลดได้ ส่วนโช้คหลังเป็นโช้ค Ohlins ที่สามารถปรับรีบาวด์และพรีโหลดได้  นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอย่างแทร็คชันคอนโทรล แอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ และครั้งแรกเลยกับการปรับจูนเสียงของท่อไอเสียให้ไพเราะยิ่งขึ้น  เครื่องยนต์ยังคงเป็นสี่สูบเรียงขนาด 948 ซีซี เคลมแรงม้ามาที่ 109.5 แรงม้าที่ 8,500 รอบ และ แรงบิดที่ 98 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ พร้อมเกียร์ 6 สปีด  อย่างไรก็ดีสนนราคายังไม่มีการเปิดเผย แค่คาดว่าราคาจะแพงกว่าโมเดลปกติอยู่พอสมควร งานนี้แฟน ๆ ค่ายเขียวที่ชื่นชอบความคลาสสิคจะต้องถูกใจโมเดลนี้อย่างแน่นอน  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

19 August 2021
รถอินวอย รถมือสองจากต่างประเทศ

รถอินวอย รถมือสองจากต่างประเทศ ใครนำเข้ามีโทษ ฝ่าฝืนให้ทำลายรถได้   ล่าสุดทางราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศของกระทรวงพาณิชย์ เรื่องกำหนดให้รถจักรยานยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2564 พร้อมยังระบุอีกว่าหากฝ่าฝืนให้กรมศุลกากรทำลายรถได้ ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน โดยประกาศนี้จะมีผลบังคับใช้ในอีก 180 วัน โดยมีการประกาศขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2564 หรือพูดง่าย ๆ ว่าจะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565  ทั้งนี้ประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า  โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงมาตรการควบคุมการนำรถจักรยานยนต์ใช้แล้วเข้ามาในราชอาณาจักรให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง (1) (3) และ (6) และวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์โดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้รถจักรยานยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2564″ ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ข้อ 3 ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ 113) พ.ศ. 2539 ลงวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2539 ข้อ 4 ในประกาศนี้ “รถจักรยานยนต์” หมายความว่า รถจักรยานยนต์ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รถโมเพ็ด (Moped) รถจักรยานที่ติดตั้งมอเตอร์ช่วย (รถจักรยานไฟฟ้า) รวมทั้งรถพ่วงข้าง ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภท 87.11 และรถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นโบราณวัตถุที่มีอายุเกินหนึ่งร้อยปี ตามพิกัดอัตราศุลกากร ประเภท 97.06 ทั้งนี้ ไม่รวมถึงรถพ่วงข้างที่ไม่ได้ติดตั้งมากับรถ “รถจักรยานยนต์ใช้แล้ว” หมายความว่า รถจักรยานยนต์ที่ผ่านการใช้งานแล้ว แต่ไม่รวมถึง (1) รถจักรยานยนต์ที่ผ่านการใช้งานเฉพาะเพื่อประโยชน์ในการทดสอบคุณภาพหรือเพื่อการจัดส่งไปยังแหล่งจำหน่าย โดยมีหนังสือรับรองจากเจ้าของตราสินค้า (2) รถจักรยานยนต์ที่ได้จดทะเบียนใช้งานครั้งแรกในต่างประเทศก่อนบรรทุกลงในยานพาหนะจากเมืองต้นทางไม่เกินหกสิบวัน โดยได้ชำระภาษีอากรต่อกรมศุลกากร กระทรวงการคลัง ตามที่กำหนดสำหรับรถจักรยานยนต์ใหม่ ข้อ 5 ให้รถจักรยานยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ข้อ 6 ความในข้อ 5 มิให้ใช้บังคับแก่ (1) รถจักรยานยนต์ใช้แล้วที่กระทรวงการต่างประเทศเห็นสมควรให้สถานเอกอัครราชทูตสถานกงสุลใหญ่ องค์การระหว่างประเทศ สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจของต่างประเทศ องค์กรต่างประเทศที่ได้รับเอกสิทธิ์หรือบุคคลซึ่งได้รับเอกสิทธิ์นำเข้ามาในราชอาณาจักรได้โดยมีหนังสือแจ้งกรมศุลกากร (2) รถจักรยานยนต์ใช้แล้วที่กระทรวงการต่างประเทศเห็นสมควรให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจหรือองค์การสาธารณกุศลของประเทศไทยซึ่งได้รับบริจาคจากต่างประเทศ นำเข้ามาในราชอาณาจักร ภายใต้แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติโดยมีหนังสือแจ้งกรมศุลกากร (3) รถจักรยานยนต์ใช้แล้วที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวและจะนำกลับออกไป หรือนำออกไปนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวแล้วนำกลับเข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร โดยผู้นำเข้าได้ทำพิธีการไว้กับกรมศุลกากรว่าจะนำรถที่นำเข้ามานั้นกลับออกไป หรือจะนำรถที่นำออกไปนั้นกลับเข้ามา แล้วแต่กรณี (4) รถจักรยานยนต์ใช้แล้วที่ได้จดทะเบียนใช้งานภายในประเทศกับกรมการขนส่งทางบก แล้วส่งออกไปนอกราชอาณาจักรแต่ไม่สามารถจดทะเบียนใช้งานในต่างประเทศได้ หรือไม่สามารถนำเข้าไปในประเทศนั้นได้ เป็นเหตุให้ต้องส่งกลับประเทศไทย ทั้งนี้ ต้องนำกลับเข้ามาภายในระยะเวลาสองปีนับแต่วันที่ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร (5) รถจักรยานยนต์ใช้แล้วที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อใช้เป็นรถจักรยานยนต์ต้นแบบสำหรับการวิจัย พัฒนา หรือทดสอบสมรรถนะ โดยมีเอกสารการอนุมัติให้ได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิต หรือได้รับสิทธิเสียภาษีในอัตราศูนย์จากกรมสรรพสามิตไปแสดงต่อกรมศุลกากรประกอบการนำเข้า (6) รถจักรยานยนต์ใช้แล้วที่กรมศิลปากรมีหนังสือรับรองว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์เท่านั้นโดยจะไม่นำไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก (7) รถจักรยานยนต์ใช้แล้วที่กระทรวงกลาโหมพิจารณาอนุญาตให้นำเข้ามาในราชอาณาจักรได้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมยุทธภัณฑ์ การนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งรถจักรยานยนต์ใช้แล้วตาม (3) หากเป็นการนำเข้าเป็นการชั่วคราวเพื่อท่องเที่ยว ระยะเวลาที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรต้องสอดคล้องกับระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสำหรับนักท่องเที่ยว และในกรณีนำออกเป็นการชั่วคราวเพื่อท่องเที่ยว ระยะเวลาที่นำออกไปนอกราชอาณาจักรแล้วนำกลับเข้ามาในราชอาณาจักรต้องสอดคล้องกับระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศนั้นสำหรับนักท่องเที่ยว ข้อ 7 การนำรถจักรยานยนต์ใช้แล้วเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนข้อ 5 ให้กรมศุลกากรทำลายรถจักรยานยนต์ดังกล่าวเสีย ข้อ 8 ให้รถจักรยานยนต์ใช้แล้วที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวในวันก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ต่อไปจนกว่าจะพ้นภาระและความรับผิดตามกฎระเบียบที่กำหนด ซึ่งเป็นอันสรุปให้เข้าใจได้ง่าย ๆ ว่า รถมือสองจากต่างประเทศที่ถูกนำเข้ามาในประเทศไทยเพื่อขายต่อ นอกเหนือไปจากข้อยกเว้นเพื่อจัดแสดงหรือใช้งานในกรณียกเว้น ก็เรียกได้ว่า ผิดกฎหมาย และจะถูกทางกรมศุลกากรสามารถทำลายทิ้งได้  เรียกว่าปิดตายธุรกิจ รถอินวอย รถมือสองจากต่างประเทศ อย่างแท้จริง ส่วนรถอินวอยที่มีอยู่ในไทยอยู่แล้วก็น่าจะรู้ชะตากรรมกันดีนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

17 August 2021
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
New Honda DAX 1978 ยอดจองทะลุ 678 คัน ในงานมอเตอร์โชว์ 2024

หลังจากที่ไทยฮอนด้าได้เปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ New Honda DAX 1978 Special Edition โมเดลพิเศษจากคับเฮาส์ ที่ดึงกลิ่นอายความคลาสสิกเหนือกาลเวลาจากปี 1978 กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง ภายใต้คอนเซปต์ ‘DAX to 1978 The Time Traveler’ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ที่ผ่านมานั้น ล่าสุด ‘New Honda DAX 1978 Special Edition’ สามารถคว้ายอดจองภายในงาน ฯ ได้สูงถึง 678 คัน นับเป็นการตอกย้ำกระแสความร้อนแรง จากความลงตัวของโมเดลระดับไอคอนิกอย่าง DAX กับความคลาสสิกในตำนาน ‘New Honda DAX 1978 Special Edition’ สะท้อนกลิ่นอายจากปี 1978 โดดเด่นลวดลายกราฟิกแนวเรโทรลงบนเฟรมตัวถังทรง T-Bone เสริมความพรีเมียมด้วย Soft Emblem มาพร้อมชุดแต่ง Dax Rear Rack Stainless และบังโคลนหน้าโครเมี่ยม รวมถึงชุดขายึดไฟสะท้อนแสง จาก KITACO สำหรับผู้ที่สนใจ CUB House by Honda พร้อมวางจำหน่าย New Honda DAX 1978 Special Edition ราคาแนะนำที่ 94,900 บาท ที่ CUB House Flagship ทุกสาขาทั่วประเทศ  ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

9 April 2024
YAMAHA PG-1 Dusty Tracker สายลุยเจอแนวนี้เข้าไป.. ไม่รัก ก็บ้าแล้ว!

Yamaha PG-1 Dusty Tracker เรียกได้ว่าครบเครื่องแบบฉบับสายลุยกันเลยทีเดียว สำหรับ All New Yamaha PG-1 Limited Edition คอนเซ็ปต์ Dusty Tracker ที่ตกแต่งมาจากโรงงาน ให้ได้เลือกตามสไตล์ที่ชอบ โดย All New Yamaha PG-1 Limited Edition คอนเซ็ปต์ Dusty Tracker มาพร้อมของแต่งตลอดทั้งคัน เริ่มจากด้านหน้าทำการติดตั้งชิลด์แต่งลายเบอร์ 55 พร้อมขายึด ชุดควบคุมเสริมการ์ดแฮนด์อะลูมิเนียมโดยมีขายึดเข้ากับแฮนด์บาร์ และอีกจุดยึดเข้ากับปลายแฮนด์ ทั้งด้านซ้าย-ขวา บังโคลนหน้ายกสูงขึ้นด้วยขายึดอะลูมิเนียม เข้ากับแกนโช้คหน้า ด้านข้างคอนโซลแต่งลายหมากรุกเพิ่มความซิ่งแนวเรโทร ใกล้กันในส่วนท้ายตัวรถทั้ง 2 ข้าง ทำการเสริมแผ่นป้ายเพลตทรงกลมพร้อมสติกเกอร์เบอร์ 55 แบบลวดลายเดียวกับชิลด์แต่งด้านหน้า   ไล่ลงมาที่ด้านล่าง ในส่วนของเครื่องยนต์เสริมบาร์ค้ำกันกระแทก พร้อมแผ่นกันกระแทกอะลูมิเนียมด้านล่างเครื่องยนต์ นอกจากความสวยงามแล้วยังช่วยป้องกันคอท่อได้อีกด้วย ปิดท้ายที่ฝาครอบท่อสีเงินเจาะลายรูปแบบใหม่ ให้เข้ากับอะไหล่แต่งอื่นๆ รอบคัน โดย All New Yamaha PG-1 Limited Edition คอนเซ็ปต์ Dusty Tracker พร้อมกับราคาแนะนำที่ 73,500 บาท มีให้คุณเลือกสนุกได้ 2 สี คือ สีเหลือง และ สีดำ ซึ่งสีของชิลด์แต่ง แผ่นเพลตด้านข้าง และลายสติกเกอร์ก็จะจัดสีให้เหมาะสมกับตัวรถแต่ละสี ส่วนใครชอบสีไหนในคอนเซ็ปต์นี้ก็ไปจัดกันได้เลยที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทั่วประเทศ ซื้อวันนี้รับฟรี! ชุดโต๊ะ และเก้าอี้จาก Coleman มูลค่า 1,800 บาท (จำนวนจำกัด 100 คัน แรกเท่านั้น)   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

3 April 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
KTM 390 Adventure X

KTM 390 Adventure X รุ่นเสริมเอาใจคนงบน้อย KTM 390 Adventure X เพิ่งเปิดตัวมาใหม่ที่ประเทศอินเดีย หลังจากที่รุ่นไร้รหัส X ต่อท้ายนั้นทำตลาดมาแล้วหลายปี ซึ่งแม้ว่าจะเป็นรถไซส์เล็กและกำลังอาจจะไม่มาก แต่มันก็ได้ชื่อว่าเป็นรถแอดเวนเจอร์ที่ดี นักบิดที่ได้ลองขับขี่ต่างก็ประทับใจเรื่องความคล่องตัว การควบคุม และความสามารถในการบุกตะลุย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับราคาที่เป็นมิตรมากกว่ารุ่นใหญ่ ๆ อย่างไรก็ดีโมเดลรหัสเอ็กซ์ที่ว่านี้ดูเหมือนว่าจะเป็นรุ่นเสริมที่เปิดตัวมาเอาใจคนงบน้อยให้มีโอกาสได้ลองรถเจ๋ง ๆ ดูบ้าง ไอ้เจ้ารหัสเสริม X ที่ว่านี้ยังคงมีพื้นฐานหลาย ๆ จุดร่วมกันกับรุ่นปกติ ซึ่งถ้ามองจากภายนอกผ่านไม่ต่างอะไรกันเลย โดยจะไปแตกต่างกันในส่วนของระบบกันสะเทือน หน้าจอแสดงผลและเทคโนโลยีอื่น ๆ แทน ซึ่งตัวระบบกันสะเทือนนั้นจะได้เกรดต่ำลงมา แต่จะเป็นที่ส่วนของโช้คหน้าเท่านั้น โดยจะได้เป็นโช้คหน้าหัวกลับเช่นเดิม แต่เป็นคนละรุ่น เป็น WP APEX Big-Piston Fork ขนาด 43 ม.ม. ส่วนโช้คหลังก็จะเป็นโช้คเดี่ยว WP APEX ที่สามารถปรับพรีโหลดได้ 10 ระดับ ในเรื่องของหน้าจอแสดงผลนั้นก็จะเปลี่ยนมาใช้จอ LCD แทนหน้าจอ TFT ซึ่งก็จะช่วยให้ราคาของรถถูกลงอีก และในส่วนสุดท้ายที่แตกต่างคือเทคโนโลยีที่หายไปเยอะเลยทีเดียว โดยจะเหลือแค่ระบบเบรก ABS แบบ Offroad สลิปเปอร์คลัตช์ และช่องจ่าย USB เท่านั้น จากเดิมที่มีทั้งแทร็คชันคอนโทรล โหมดการขับขี่ ระบบเบรก ABS แบบใช้งานในโค้งได้ คันเร่งไฟฟ้า และควิกชิฟเตอร์ ซึ่งถ้าไม่คิดอะไรมากระบบต่างที่หายไปก็ถือว่าไม่ได้จำเป็นอะไรมากนัก ซึ่งไม่ได้จำเป็นกับการขับขี่แบบแอดเวนเจอร์มากนัก แต่ถ้ามีไว้ก็ดีกว่าอีกนั่นแหละครับ ส่วนในจุดอื่น ๆ ยังคงเดิม ไม่ว่าจะเป็นขุมพลังสูบเดียว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 373.27 ซีซีที่ให้แรงม้าสูงสุดที่ 43.5 แรงม้าที่ 9,000 รอบและแรงบิด 37 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบ ระบบเบรกแบบดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังเช่นเดิม สุดท้ายนี้ราคาก็จะตกลงมาอยู่ที่ 280,000 รูปี หรือราว ๆ 117,000 บาท ประหยัดกว่าเดิม 57,000 รูปีหรือราว ๆ 24,000 บาทเลยทีเดียว งานนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นรุ่นสำหรับคนที่มีงบจำกัดแต่ก็อยากได้แอดเวนเจอร์ไบค์ที่มีกำลังโอเค ความคล่องตัวที่ดีจากน้ำหนักที่เบา ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียวครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Lexmoto SRT 125

Lexmoto SRT 125 สกู๊ตเตอร์ไซส์เล็กสำหรับคนเมือง และนี่คือสกู๊ตเตอร์ไซส์เล็กคันใหม่ที่ชื่อว่า Lexmoto SRT 125 จากแบรนด์สัญชาติจีนที่เชี่ยวชาญเรื่องรถพิกัดเล็ก ๆ แบบนี้ โดยผ่านมาตรฐาน Euro5 และสนนราคาก็แค่ราว ๆ 93,000 บาท (ราคาคำนวณจากเงินปอนด์) สำหรับดีไซน์ของเจ้าคันนี้ก็ถือว่าทำออกมาได้ดี มีกลิ่นอายของความเป็นสปอร์ต ตัวรถมีมิติที่ปราดเปรียวมาพร้อมเครื่องยนต์สูบเดียวระบายความร้อนด้วยอากาศขนาด 124 ซีซี ที่มีกำลังสูงถึง 8.6 แรงม้าที่ 7,500 รอบ โดยมีถังน้ำมันจุได้ถึง 6 ลิตร และแน่นอนว่าขับขี่ง่ายขี่สะดวกเพียงแค่บิดก็พร้อมทะยาน ซึ่งเคลมมาว่าสามารถทำความเร็วสูงสุดที่ 105 กม./ชม. ฟังดูอาจจะเวอร์ไป แต่มันไม่แปลกเลยหากคุณรู้ตัวเลขน้ำหนักซึ่งรถนั้นหนักเพียง 115 กิโลกรัมเท่านั้น มาดูกันต่อที่ด้านหน้าจะมีโช้คอัพแบบเทเลสโคปิก ส่วนด้านหลังจะเป็นโช้คหลังคู่ ขณะที่ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนล้อจะเป็นขนาด 13 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และแน่นอนว่าจุดเด่นของสกู๊ตเตอร์คือการมีช่องเก็บของใต้เบาะ ซึ่งมีขนาดใหญ่พอสมควร เพียงพอต่อการใส่ข้าวของจำเป็น แม้ว่าทางค่ายจะไม่ได้ระบุว่าจุกี่ลิตรก็ตาม สุดท้ายนี้ตัวรถมีให้เลือก 2 เฉดสี โดยจะมีสีแดงกับเทา และสีเหลืองสะท้อนแสงกับเทา อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bonneville T120 Black DGR

Bonneville T120 Black DGR Limited Edition รุ่นพิเศษสำหรับลูกผู้ชายแท้ ๆ เมื่อราวต้นเดือนที่ผ่านมาทางค่ายรถเมืองผู้ดีอย่าง Triumph ก็ได้ฤกษ์เฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของการร่วมเป็นผู้สนับสนุนในกิจกรรม The Distinguished Gentlemen’s Ride (DGR) ซึ่งเป็นกิจกรรมขับขี่รถเพื่อการรณรงค์เพื่อให้ตระหนักถึงโรคร้ายอย่างมะเร็งอัณฑะของเหล่าลูกผู้ชายและยังมีการบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนองค์กรที่ทำงานในด้านนี้ ด้วยการเปิดตัว  ที่แน่นอนว่ามีจำนวนจำกัด โดยจะจำหน่ายแค่เพียง 250 คันเท่านั้น สำหรับโมเดลสุดพิเศษนี้โดดเด่นสะดุดตาด้วยการตกแต่งภายนอกอันเป็นเอกลักษณ์ แต่ไม่มีการปรับแต่งในส่วนภายใน โดยตัวรถจะมาในเฉดสีดำเมทัลลิคตัดกับสีขาว พร้อมกับการใส่โลโก้ The Distinguished Gentlemen’s Ride บนถังน้ำมันและด้านข้างตัวรถและเสริมความหรูหราลงตัวด้วยเส้นสายสีทอง เติมเอกลักษณ์อีกจุดด้วยเบาะนั่งหนังสีน้ำตาลธรรมชาติได้กลิ่นอายความวินเทจมากยิ่งขึ้น และสุดท้ายแต่ละคันจะมีเลขนัมเบอร์รถของตัวเองและเซอร์ติฟิเคตหรือเอกสารรับรองว่าเป็นของแท้ ทั้งนี้หมายเลข 001 จะเป็นของผู้ที่สามารถระดมทุนได้มากที่สุดสำหรับงานขับขี่ของลูกผู้ชายในปี 2023 นี้ ส่วนเรื่องของพื้นฐานเครื่องยนต์ก็จะยังคงเดิมอย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้น โดยจะเป็นเครื่องไฮทอร์ค 2 สูบเรียงขนาด 1,200 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งให้กำลังแรงม้าที่ 80 แรงม้าที่ 6,550 รอบ และให้แรงบิดสูงที่ 105 นิวตันเมตรที่รอบต่ำเพียง 3,500 รอบ สมชื่อจริง ๆ นอกจากนี้ยังทนทานจนต้องไปเช็คระยะใหญ่กันทุก ๆ 16,000 กิโลเมตรกันเลยทีเดียว ขณะที่ช่วงล่างก็จะมาพร้อมโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิก ด้านหลังจะเป็นโช้คคู่ปรับพรีโหลดได้ ส่วนระบบเบรกก็จะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรก Brembo แบบ 2 ลูกสูบ ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยว คาลิเปอร์เบรก Nissin 2 ลูกสูบ แน่นอนว่ามี ABS มาทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ปิดท้ายด้วยเรื่องของล้อและยางจะเป็นล้อซี่ลวดอลูมิเนียมรัดด้วยยางขนาด 100/90 – 18 และ 150/70 – R17 หน้าหลังตามลำดับ สุดท้ายนี้ราคาแนะนำจะอยู่ที่ราว ๆ 465,000 บาทโดยประมาณ งานนี้ใครเป็นสาวกรถจากแดนผู้ดีและชื่นชอบในกิจกรรมนี้ก็ควรมีเจ้าคันนี้ไว้สะสมจริง ๆ นะเออ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!