SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
GT-R Mauro Calo (1)

เปิดประวัติ Mauro Calo ยอดนักขับพรีซิชันผู้ครองสถิติดริฟต์โลก และเบื้องหลังการขับรถถ่ายทำในหนัง Mission Impossible พร้อมนวัตกรรม GT-R Camera Car

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าว MotoGP ล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
2025 Jorge Martin คาด เป็กโก้ และ มาร์ค มีโอกาสลุ้นแชมป์มากสุด

2025 Jorge Martin คาด เป็กโก้ และ มาร์ค มีโอกาสลุ้นแชมป์มากสุด ช่างเป็นนักบิดถ่อมตนเสียจริง สำหรับ 2025 Jorge Martin แชมป์โลกโมโตจีพี 2024 ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับ AS TV และคาดการณ์ว่า ในฤดูกาล 2025 ทีม Ducati Factory ยังคงครองเต็งหนึ่ง โดยมีนักแข่งอย่าง ฟรานเชสโก้ บัญญาญ่า และ มาร์ค มาร์เกซ สองนักบิดทีมเมท หรือ ดูโอ้ ออฟ ไฮไลท์ ที่มีสิทธิ์โอกาสในการคว้าแชมป์สูงสุด  ถึงแม้ว่าทีม ดูคาติ เลือกมาร์คแทนเขา แต่มาร์ตินยังคงรู้สึกขอบคุณสำหรับโอกาสที่ได้รับจากทีม และรู้สึกโล่งใจเพราะคว้าแชมป์โลกมาแล้ว (คว้าแชมป์ด้วยตัวแข่ง GP24 ให้กับทีม Pramac) จึงทำให้ตอนนี้ไม่ค่อยรู้สึกกังวลว่าจะต้องเลิกแข่งโดยไม่มีแชมป์ติดตัว ตนประสบความสำเร็จสูงสุดในอาชีพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  “ผมเห็นว่า Ducati ยังคงเหนือกว่าคู่แข่งอื่น ๆ และทีมที่ได้ทั้งนักแข่งดีกรีแชมป์โลกอย่าง เป้กโก้ ที่เป็นตัวเต็ง และ มาร์ก ที่มีฝีมือใกล้เคียงกันมาก ยังไงก็หาทีมอื่นเทียบได้ยาก” “ผมเคยกังวลว่า ถ้าผมเลิกแข่งโดยไม่ได้แชมป์โลก มันเหมือนกับว่าผมยังไม่ได้ทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้สำเร็จ ผมคงรู้สึกแย่..แต่ตอนนี้ผมทำได้แล้ว” จากคำยอมรับของ ฮอร์เก้ มาร์ติน ดูเหมือนว่าปีจะไม่ได้มุ่งเป้าคว้าแชมป์โลกเหมือนเช่นเคย แต่มุ่งเน้นไปที่การทดสอบและพัฒนาตัวแข่ง Aprilia RS-GP ให้กับทีมอาพริเลียในฤดูกาลนี้ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับตัวเต็งสายโหดอย่าง Ducati GP25 ก็ตาม   สุดท้ายแล้ว อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ การแข่งขันโมโตจีพีมันเป็นเรื่องของยุคสมัย มีบางช่วงที่เป็นยุคของยามาฮ่า บางช่วงก็เป็นยุคของฮอนด้า และปัจจุบันก็เป็นยุคของดูคาติ ก็ไม่แน่ว่ายุคต่อไปอาจจะเป็นปีทองของค่ายใหม่ก็เป็นไปได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Bonneville Bobber TFC พรีเมียม โครตแรร์เพียง 750 ในโลก

Bonneville Bobber TFC พรีเมียม โครตแรร์เพียง 750 ในโลก จัดว่าเป็นไฮไลท์ของการเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในงานมอเตอร์โชว์ 2025 สำหรับรถครูเซอร์รุ่นตำนานจากค่ายผู้ดีอังกฤษอย่าง Triumph Bonneville Bobber TFC ลิมิเต็ดอิดิชันสุดพิเศษเพียง 750 คันในโลก พร้อมเปิดให้จองภายในงานกับราคาเพียง 789,000 บาท ถูกสาวกสายคัสตอมอย่างแน่นอน เพื่อที่จะสืบทอดมรดกจาก Triumph Factory Custom แสดงถึงความเป็นบ็อบเบอร์คัสตอมอย่างแท้จริง โมเดลรุ่นดังกล่าวมาพร้อมกับลักษณะที่โดดเด่นด้วยลวดลายสุดพรีเมียม ออกแบบสีทูโทนที่จัดทำขึ้นพิเศษ เน้นลวดลายสีทองวาดด้วยมือ ซึ่งช่วยยกระดับความงามของรุ่นนี้ในแบบที่ไม่เหมือนใคร เอาหล่ะพรรณนามานาน ง่าย ๆ ก็คือ สีดำคาดทองนั่นแหล่ะครับ แต่มันสวยจริง ๆ  สำหรับใครที่เป็นเอฟซีสาย Bonneville หรือรถครูเซอร์ คาดว่าน่าจะชอบรุ่นนี้ อย่างที่ตาเห็น..รถครูเซอร์กับความงดงามมักเป็นของอะไรที่คู่กันเหมือนคู่รักหนุุ่มสาว และรุ่นนี้ออกแบบถือว่าตอบโจทย์ตรงประเด็นทุกความต้องการ แถมใส่ใจในรายละเอียดด้วยการออกแบบส่วนประกอบอาทิ ตัวถังคาร์บอนเคลือบเงา พาร์ทชุบผิวสีทอง ใส่ท่อ Akrapovic ทรงใหม่ตรงรุ่น เบาะหนังลายนูนประทับตราไทรอัมพ์ ถังน้ำมันมีลายเซ็นศิลปิน ล้อซี่ คาร์ลิเปอร์ Brembo โช้คอโนไดซ์สีทอง โช้คเดี่ยวสีดำรุ่น Ohlins พร้อมเพลทรันนัมเบอร์พิเศษเพียง 750 คันเท่านั้น  มาพร้อมเครื่องยนต์สูบคู่ขนาด 1,200 ซีซี สามารถให้กำลังสูงสุดได้ที่ช่วงรอบต่ำ มีแรงม้าสูงสุดที่ 78 แรงม้าที่ 6,000 รอบ แรงบิด 106 นิวตันเมตรที่ 3,750 เพื่อการตอบสนองที่เหลือเฟือและเร้าใจ นอกจากนี้ยังมีคันเร่งไฟฟ้า มีโหมดการขับขี่สามารถคัสตอมได้ 3 แบบทั้ง Road,Rain และโหมด Sport ใหม่ เพื่อตอบสนองคันเร่งได้ในทันที โดยรุ่น TFC นี้ได้รับการปรับจูนให้พร้อมตอบสนองทุกการเคลื่อนไหวและอารมณ์ของผู้ขับขี่ เครื่องยนต์ยังคงร้อนแรง เป็นเสน่ห์เอกลักษณ์ตามฉบับรถค่ายผู้ดีจากอังกฤษ  เสริมด้วยระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเพื่อการควบคุมที่ง่ายดายขึ้น ทั้งระบบควบคุมการยึดเกาะถนนหรือแทร็คชันคอนโทรลช่วยเพิ่มระดับความปลอดภัยและหน้าจออนาล็อกผสมแอลซีดี ไฟท้ายมัลติฟังก์ชันติดตั้งมาให้ รวมถึงระบบอื่น ๆ ที่กล่าวไปข้างต้น ให้มันดูมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม นี่คือครูเซอร์ที่น่าสะสมอีกหนึ่งรุ่นหรือจะเอาไปขี่หล่อ ๆ ก็แมทกับไลฟ์สไตล์ได้หลากหลายรูปแบบ พร้อมกันนี้ทางบูธไทนอัมพ์ยังมีข้อเสนอเกี่ยวกับโปรโมชันรถ หากใครที่กำลังสนใจรถ Bonneville รุ่นนี้ก็ลองไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับพนักงานได้ที่บูธภายในงาน หรือติดต่อศูนย์ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซค์เคิลส์ทุกสาขาทั่วประเทศ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

No Posts Found!

No Posts Found!

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Honda CBR500R 2022

Honda CBR500R 2022 อัปเกรดใหม่ ดิสก์หน้าคู่ โช้คหัวกลับ ถูกใจรึยัง? Honda CBR500R 2022 สปอร์ตไบค์ไซส์กำลังดี 1 ใน 3 โมเดลที่เพิ่งเปิดตัวกันไปที่ฝากฝั่งฮอนด้ายุโรป ซึ่งเดิมทีนั้นโมเดลนี้เปิดตัวครั้งแรกปี 2013 พร้อม ๆ กับ CB500X ที่เป็นแอดเวนเจอร์ไบค์และ CB500F ที่เป็นเน็กเก็ดไบค์ มาคราวนี้ก็เปิดตัวพร้อมกันทั้ง 3 คันอีกครั้ง พร้อมอัปเกรดใหม่หลายจุด การันตีขี่ดีขึ้นแน่นอน หลังจากเปิดตัวมาก็มีการปรับปรุงเป็นระยะ ๆ จนกระทั่งล่าสุดปี 2020 ได้มีการปรับปรุงเครื่องยนต์ให้ผ่าน Euro5 ไป และล่าสุดก็เป็นการปรับปรุงในส่วนของช่วงล่างเป็นหลัก โดยที่มีการปรับเปลี่ยนในส่วนอื่น ๆ เช่น ดีไซน์ การจ่ายน้ำมัน และระบบไฟส่องสว่าง เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าก็จะคล้าย ๆ กัน 500 Series คันอื่น ๆ นั่นเอง เพราะมีพื้นฐานเดียวกัน เริ่มต้นในส่วนของรูปลักษณ์กันก่อน ส่วนที่เด่น ๆ ก็จะมีไฟหน้าใหม่พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์และปรับมาใช้ระบบไฟส่องสว่างแบบ LED ทั้งคันทำให้ดูพรีเมี่ยมยิ่งขึ้น  มีการเปลี่ยนมาใช้บังโคลนหน้าใหม่ที่นำมาจาก CB650R มีพักเท้าอลูมิเนียมใหม่แทนที่พักเท้ายางแบบเดิม และตอนนี้มีหน้าจอเรือนไมล์ตอนนี้เป็นหน้าจอ LCD พร้อมไฟเตือนเปลี่ยนเกียร์ (ตั้งค่าเองได้สเต็ปละ 250 รอบ) และเลขบอกเกียร์ ในส่วนของเครื่องยนต์มีการปรับเรื่องของระบบหัวฉีดและการจ่ายน้ำมันรวมไปถึงมีแผงหม้อน้ำหนักใหม่สวยและเบากว่าเดิม 100 กรัม โดยเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงขนาด 471 ซีซีที่ปรับปรุงใหม่นี้เคลมแรงม้ามาได้ที่ 46.93 แรงม้าที่ 8,600 รอบ และแรงบิดที่ 43 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ และมีสลิปเปอร์คลัตช์ให้ใช้งานเวลาเชนเกียร์ลงชะลอความเร็วก่อนเข้าโค้งอีกด้วย  ส่วนระบบกันสะเทือนนั้นมีการอัปเกรดในระดับที่เรียกว่าไฮไลท์เด็ดเลย โดยตอนนี้จะได้โช้คหน้าหัวกลับเป็นโช้ค Showa SFF-BP ขนาด 41 ม.ม. พร้อมแผงคอใหม่ทั้งด้านบนและด้านล่างที่ช่วยให้การควบคุมและการขับขี่ทำได้ดีมากยิ่งขึ้น ส่วนโช้คหลังยังเป็นโช้คเดี่ยวแต่ปรับปรุงค่าแดมปิ้งและค่าสปริงเรทเสียใหม่ให้ดีขึ้น และตอนนี้สามารถปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ  ไม่เพียงแต่โช้คหน้า ของระบบเบรกด้านหน้าเองตอนนี้ก็จะได้ดิสก์เบรกคู่ขนาด 296 ม.ม.พร้อมคาลิเปอร์เบรก Nissin แบบเรเดียลเมาท์ 2 พ็อตแล้ว แม้ว่าจะเล็กลงแต่ว่าก็ทำให้น้ำหนักลดเบาลงและใช้แรงกำเบรกน้อยลงด้วย ตัวล้อเองก็มีการดีไซน์ใหม่ใช้ก้านแม็ก 5 ก้านแทน 6 ก้าน และมีน้ำหนักเบากว่าเดิม สวิงอาร์มเองก็มีการปรับเปลี่ยนใหม่ น้ำหนักเบา และเพิ่มความสบายในการขับขี่แต่ไม่ทิ้งสมรรถนะในการควบคุม ทำให้ตอนนี้น้ำหนักรถอยู่ที่ 192 กิโลกรัม และมีน้ำหนักรถไปลงที่ล้อหน้ามากขึ้นช่วยเพิ่มการยึดเกาะและการตอบสนอง  สุดท้ายโมเดลใหม่นี้จะมีจำหน่ายด้วยกัน 2 เฉดสี คือสีแดง Grand Prix Red และสีดำเมทัลลิก Matte Gunpowder Black Metallic อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2 September 2021
Honda CB500F 2022

Honda CB500F 2022 อัปเกรดช่วงล่างเอาใจสายเน็กเก็ด Honda CB500F 2022 เป็น 1 ใน 3 โมเดลที่เพิ่งเปิดตัวกันไปที่ฝากฝั่งฮอนด้ายุโรป ซึ่งเดิมทีนั้นโมเดลนี้เปิดตัวครั้งแรกปี 2013 พร้อม ๆ กับ CB500X ที่เป็นแอดเวนเจอร์ไบค์และ CBR500R ที่เป็นสปอร์ตไบค์ มาพร้อมกำลังเครื่องยนต์ที่พอดิบพอดีให้ขี่ได้ง่ายขี่สนุก ทั้งราคาเองก็เป็นมิตร ดูแลรักษาก็ไม่ยาก เรียกว่าเป็นที่นิยมสำหรับมือใหม่อยากอัปเกรดซีซีกันอยู่ไม่น้อย   หลังจากปี 2020 ได้มีการปรับปรุงเครื่องยนต์ให้ผ่าน Euro5 ไป มาคราวนี้ได้รับการปรับปรุงขนานใหญ่พอสมควร โดยจะเด่นที่ช่วงล่างซะมาก นอกจากนี้ก็มีการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์เล็กน้อย มีการลดน้ำหนักตัวรถลงมาในหลาย ๆ จุด แม้จะไม่มากนักแต่ก็เป็นเรื่องที่ดี และสุดท้ายก็จะเป็นเรื่องของระบบไฟส่องสว่างที่ได้รับการปรับปรุงใหม่  เริ่มต้นในส่วนของรูปลักษณ์กันก่อน ส่วนที่เด่น ๆ ก็จะมีไฟหน้าใหม่พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์และปรับมาใช้ระบบไฟส่องสว่างแบบ LED ทั้งคันแล้ว  มีการเปลี่ยนมาใช้บังโคลนหน้าใหม่ที่นำมาจาก CB650R มีพักเท้าอลูมิเนียมใหม่ และตอนนี้มีหน้าจอเรือนไมล์ตอนนี้เป็นหน้าจอ LCD พร้อมไฟเตือนเปลี่ยนเกียร์ (ตั้งค่าเองได้สเต็ปละ 250 รอบ) และเลขบอกเกียร์ ในส่วนของเครื่องยนต์มีการปรับเรื่องของระบบหัวฉีดและการจ่ายน้ำมันรวมไปถึงมีแผงหม้อน้ำหนักเบากว่าเดิม 100 กรัม โดยเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงขนาด 471 ซีซีที่ปรับปรุงใหม่นี้เคลมแรงม้ามาได้ที่ 46.93 แรงม้าที่ 8,600 รอบ และแรงบิดที่ 43 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ และมีสลิปเปอร์คลัตช์ด้วย  มาดูกันที่ไฮไลท์เด็ดของโมเดลนี้กันบ้าง นั่นคือระบบกันสะเทือนนั่นเอง โดยตอนนี้จะได้โช้คหน้าหัวกลับเป็นโช้ค Showa SFF-BP ขนาด 41 ม.ม. พร้อมแผงคอใหม่ทั้งด้านบนและด้านล่างที่ช่วยให้การควบคุมและการขับขี่ทำได้ดีมากยิ่งขึ้น ส่วนโช้คหลังยังเป็นโช้คเดี่ยวแต่ปรับปรุงค่าแดมปิ้งและค่าสปริงเรทเสียใหม่ให้ดีขึ้น และตอนนี้สามารถปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ  ต่อมาเรื่องของระบบเบรก ตอนนี้ด้านหน้าจะได้ดิสก์เบรกคู่ขนาด 296 ม.ม.พร้อมคาลิเปอร์เบรก Nissin แบบเรเดียลเมาท์ 2 พ็อตแล้ว แม้ว่าจะเล็กลงแต่ว่าก็ทำให้น้ำหนักลดเบาลงและใช้แรงกำเบรกน้อยลงด้วย  ตัวล้อเองก็มีการดีไซน์ใหม่ใช้ก้านแม็ก 5 ก้านแทน 6 ก้าน และมีน้ำหนักเบากว่าเดิม สวิงอาร์มเองก็มีการปรับเปลี่ยนใหม่ น้ำหนักเบา และเพิ่มความสบายในการขับขี่แต่ไม่ทิ้งสมรรถนะในการควบคุม ทำให้ตอนนี้น้ำหนักรถอยู่ที่ 189 กิโลกรัมเท่าเดิม แต่ มีน้ำหนักรถไปลงที่ล้อหน้ามากขึ้นช่วยเพิ่มการยึดเกาะและการตอบสนอง  สุดท้ายโมเดลใหม่นี้จะมีจำหน่ายด้วยกัน 4 เฉดสี คือแดง Grand Prix Red, สีเทาเมทัลลิก Matt Axis Grey Metallic, สีเทาสโม้ก Pearl Smokey Gray และสีเหลือง Pearl Dusk Yellow อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2 September 2021
Honda CB500X 2022

Honda CB500X 2022 เด่นด้วยโช้คหัวกลับและดิสก์หน้าคู่ Honda CB500X 2022 เปิดตัววันนี้แล้วที่ฝากฝั่งฮอนด้ายุโรป ซึ่งเดิมทีนั้นโมเดลนี้เปิดตัวครั้งแรกปี 2013 พร้อม ๆ กับ CB500F ที่เป็นเน็กเก็ดไบค์และ CBR500R ที่กำลังเครื่องพอดิบพอดีให้ขี่ได้ง่ายขี่สนุก และแน่นอนว่าก็ได้ใจไบเกอร์ไปมากมาย เพราะตอบโจทย์ได้หลากหลาย มาคราวนี้ได้รับการปรับปรุงขนานใหญ่ ซึ่งหลัก ๆ จะเป็นเรื่องของช่วงล่าง และปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ให้ดียิ่งขึ้น ตลอดไปจนถึงระบบไฟส่องสว่างให้ดีให้มีทัศนวิสัยที่ดียิ่งขึ้น  ในส่วนของรูปลักษณ์มีการปรับเปลี่ยนสไตล์เล็กน้อยโดยมีล้อหน้าใหม่และบังโคลนหน้าใหญ่ขึ้น หน้าจอเรือนไมล์ตอนนี้เป็นหน้าจอ LCD พร้อมไฟเตือนเปลี่ยนเกียร์ (ตั้งค่าเองได้สเต็ปละ 250 รอบ)และเลขบอกเกียร์ ในส่วนของเครื่องยนต์มีการปรับเรื่องของระบบหัวฉีดและการจ่ายน้ำมันรวมไปถึงมีแผงหม้อน้ำหนักเบากว่าเดิม ซึ่งทำให้เครื่องยนต์ 2 สูบเรียงขนาด 471 ซีซี สามารถเคลมแรงม้ามาได้ที่ 46.93 แรงม้าที่ 8,600 รอบ และแรงบิดที่ 43 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ และมีสลิปเปอร์คลัตช์ด้วย ออกนอกจากเรื่องนี้ไปก็เห็นจะมีเรื่องของช่วงล่างนี่แหละครับที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนและน่าจะถูกใจนักบิดหลาย ๆ คนยิ่งขึ้น  ระบบกันสะเทือนนั้นตอนนี้จะได้โช้คหน้าหัวกลับเป็นโช้ค Showa SFF-BP ขนาด 41 ม.ม. ที่ช่วยให้การควบคุมและการขับขี่ทำได้ดีมากยิ่งขึ้น ส่วนโช้คหลังยังเป็นโช้คเดี่ยวแต่ปรับปรุงค่าแดมปิ้งและค่าสปริงเรทเสียใหม่ให้ดีขึ้น และตอนนี้สามารถปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ  ต่อมาเรื่องของระบบเบรก ด้านหน้าตอนนี้จะได้ดิสก์เบรกคู่ขนาด 296 ม.ม.พร้อมคาลิเปอร์เบรก Nissin แบบเรเดียลเมาท์ 2 พ็อตแล้ว แม้ว่าจะเล็กลงแต่ว่าก็ทำให้น้ำหนักลดเบาลงและใช้แรงกำเบรกน้อยลงด้วย  ตัวล้อเองก็มีการดีไซน์ใหม่ใช้ก้านที่เพรียวบางขึ้นทำให้น้ำหนักเบา สวิงอาร์มเองก็มีการปรับเปลี่ยนใหม่เพิ่มความสบายในการขับขี่แต่ไม่ทิ้งสมรรถนะในการควบคุม นอกจากนี้ยังทำให้น้ำหนักรถไปลงที่ล้อหน้ามากขึ้นช่วยเพิ่มการยึดเกาะและการตอบสนอง และตอนนี้น้ำหนักรถก็เหลือเพียง 199 กิโลกรัมแล้ว  สุดท้ายโมเดลใหม่นี้จะมีจำหน่ายด้วยกัน 3 เฉดสี คือแดง Grand Prix Red, สีดำเมทัลลิก Matt Gunpowder Black Metallic และสีเขียว Pearl Organic Green อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

1 September 2021
Pirelli เตรียมยางฝนสูตรใหม่

Pirelli เตรียมยางฝนสูตรใหม่ รับศึก WSBK ที่ Magny-Cours สุดสัปดาห์นี้เตรียมพบกับการแข่งขัน WorldSBK สนามที่ 8 ที่ Magny-Cours ประเทศฝรั่งเศส  ค่ายยางตัว P ยาวเหยียดแจงชัด เตรียมยางฝนสำหรับล้อหน้าสูตรใหม่สำหรับการแข่งขันในรุ่น WorldSBK ไว้รอ ทั้งสูตรมาตรฐานและสูตรกำลังพัฒนา ขณะที่ในรุ่น WorldSSP จะมีเพียงสูตรมาตรฐานเท่านั้น  หลังจากผ่านการแข่งขันไปแล้ว 21 เรซ ตารางคะแนนรวมในคลาส WorldSBK ก็เกิดปรากฎการณ์ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน จากการที่ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) และ Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) มีคะแนนเท่ากันที่ 311 คะแนน โดยอันดับถัดมาเป็นของ Scott Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) ที่มี 273 คะแนน ซึ่งไม่ห่างกันมาก และมีโอกาสลุ้นแชมป์ทุกคน ขณะที่ในพิกัด WorldSSP เป็น Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha / Yamaha YZF R6) นำหัวตารางด้วยคะแนน 257 คะแนน นำห่าง Steven Odendaal (Evan Bros. WorldSSP Yamaha Team / Yamaha YZF R6) ถึง 47 คะแนน  ส่วนรุ่น WorldSSP300 มี Adrian Huertas (MTM Kawasaki / Kawasaki Ninja 400) นำเป็นอันดับ 1 ที่ 129 คะแนน นำอันดับ 2 อย่าง Tom Booth-Amos (Fusport – RT Motorsports by SKM – Kawasaki / Kawasaki Ninja 400) อยู่ 11 คะแนนเท่านั้น  สำหรับสนาม Nevers Magny-Cours นั้นเป็นสนามที่เปิดให้ใช้มานานกว่า 60 ปีแล้ว โดยเปิดขึ้นครั้งแรกในปี 1960 ซึ่งเป็นสนามที่มีความยาว 4.411 กม. มีโค้งขวา 9 โค้งและโค้งซ้าย 8 โค้ง พร้อมกับโค้งแคบสุดที่รัศมีเพียง 5 เมตร และโค้งกว้างสุดที่ 474.45 ม. และทางตรงยาวหน้าเส้นวัดได้ 250 ม. ความชันสูงสุดของสโลปขึ้นอยู่ที่ 2.38% และลาดลงสูงสุดที่ 2.68%  สนามแห่งนี้ยังมีจุดเด่นที่การที่นักแข่งต้องลดความเร็วกะทันหันจากนั้นเร่งความเร็วอีกครั้ง ทั้งตัวแทร็กยังมีทางตรงความยาวปานกลางกระจายตัวไปทั่วพร้อมกับความชันที่เปลี่ยนแปลงไปมาหลายจุด รวมถึงมีโค้งหักศอก (Adelaide) ซึ่งเป็นจุดที่ต้องใช้เบรกหนักที่สุดในบรรดาสนามแข่งระดับนานาชาติทั้งหลาย ที่ดันไปอยู่กับทางตรงที่ทำความเร็วได้มาก  ตัวพื้นผิวแทร็กค่อนข้างเรียบเนียนแบบทั่ว ๆ ไป ให้การยึดเกาะไม่มากนัก โดยเฉพาะเวลาที่อุณหภูมิต่ำและเปียกชื้น ยิ่งไปกว่านั้นในบางจุดนักแข่งจะต้องเบรกในขณะที่กำลังลงเนินซึ่งทำให้ยางหน้านั้นรับความเครียดมากกว่าปกติอีกด้วย   สูตรยางสำหรับการแข่งขันในรุ่น WorldSBK และ WorldSSP สำหรับพิกัด WorldSBK นักแข่งจะมียางหน้าและยางหลังให้เลือก 5 สูตรและ 6 สูตรตามลำดับ ซึ่งมีทั้งยางสลิก ยางกึ่ง และยางฝน ยางสลิกสำหรับยางหน้าจะมีให้เลือก 2 สูตรคือ ยาง SC1 สูตรมาตรฐานและยาง

1 September 2021
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
ข้าวกล้อง จักรีภัทร ประเดิมคว้าท็อป 16 จูเนียร์จีพี สนามแรก ประเทศอิตาลี 

ข้าวกล้อง จักรีภัทร เจ้าของหมายเลขรถแข่ง 20 จากสังกัด ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 23 ในเรซแรก สร้างผลงานอย่างยอดเยี่ยม ไล่แซงคู่แข่งขึ้นมาคว้าอันดับ 16 เมื่อช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่ มิซาโน เวิลด์ เซอร์กิต มาร์โก ซิมอนเซลลี ประเทศอิตาลี ส่วนเรซที่ 2 มีขึ้นในช่วงค่ำของวันเดียวกัน นักบิดดาวรุ่งชาวไทยยังคงได้ออกตัวจากตำแหน่งเดิม และพยายามไล่ขึ้นมา แต่ต้องออกจากการแข่งขันตั้งแต่รอบแรกไปอย่างน่าเสียดาย สำหรับ ศึก เอฟไอเอ็ม จูเนียร์จีพี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2024 สนามต่อไป จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 4-5 พฤษภาคมนี้ ที่ เซอร์กิโต เดอ เอสโตริล ประเทศโปรตุเกส แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตชาวไทย ส่งกำลังใจเชียร์ พร้อมติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวนักบิดฮอนด้าทุกคน ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ : Race to The Dream   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

22 April 2024
เติ้ล วรพรต ระเบิดฟอร์ม! คว้าท็อป 5 เรซแรก R3 bLu cRU แอสเซ่น

เติ้ล วรพรต ทองดอนเหมือน ยอดนักบิดดาวรุ่งชาวไทย จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม เค้นฟอร์มเก่ง ไล่แซงจากกริดที่ 10 ทะยานคว้าท็อป 5 ในศึก “ดาวรุ่งเวิลด์คัพ” รายการ FIM Yamaha R3 bLu cRU World Cup 2024 สนาม 2 เรซแรกที่ ทีที เซอร์กิต แอสเซ่น ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมา เกมเรซแรกในวันเสาร์ต้องแข่งขันท่ามกลางสภาพแทร็ก “กึ่งแห้งกึ่งเปียก” สร้างความสับสนอย่างมากให้กับนักบิดทุกคน และถือเป็นงานสุดท้าทายอย่างมากสำหรับ “เติ้ล” วรพรต ทองดอนเหมือน ยอดนักบิดดาวรุ่งชาวไทยหมายเลข 54 จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ซึ่งลงบิดที่ แอสเซ่น เป็นครั้งแรกในชีวิต การแข่งขันดวลกันทั้งสิ้น 10 รอบสนาม “เติ้ล” วรพรต ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 9 อย่างรวดเร็ว ก่อนจะค่อยๆ ไล่แซงคู่แข่งขึ้นมาถึงท็อป 5 ได้ในช่วงกลางเรซ สร้างโอกาสลุ้นโพเดียมอย่างเต็มตัวในเรซนี้ ทว่า “ธงแดง” ในรอบที่ 6 กลับทำให้เรซต้องหยุดลงและยึดผลการแข่งขันในรอบก่อนหน้า โดยผลปรากฏว่า “เติ้ล” วรพรต คว้าอันดับ 5 ไปครองได้อย่างสุดมัน ภายใต้การแข่งขันที่ยากสุดๆ ด้วยเวลาตามหลัง ผู้ชนะ อย่าง มาร์ค วิช ดาวรุ่งชาวสแปนิชเพียง 0.814 วินาทีเท่านั้น   อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

22 April 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
KLX230SM 2023 สเปค ราคา ซูเปอร์โมโตตัวจี๊ด เอาใจสายทางเรียบ

KLX230SM 2023 สเปค ราคา ซูเปอร์โมโตตัวจี๊ด เอาใจสายทางเรียบ     KLX230SM 2023 โมเดลซูเปอร์โมโตค่ายเขียวกับโฉมสีดำตัดกับสายลายกราฟิกสีทองสวยงาม พร้อมเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 233 ซีซีที่ถูกติดตั้งบนเฟรมทรงเลขาคณิตขนาดกระทัดรัด ให้น้ำหนักเบา ควบคุมง่าย ถูกใจสายบิดทางเรียบอย่างแน่นอน ราคาแนะนำ รุ่นธรรมดา 156,600 บาท รุ่น ABS 165,600 บาท ​     ไฟ LED ล้อซี่ลวดแบบใช้ยางใน พร้อมระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น ABS)     เรือนไมล์ดิจิทัล LCD โช้คอัพหน้าหัวกลับจาก Showa   สเปค KLX230 SM ข้อมูล และรายละเอียดอื่นๆ เครื่องยนต์ สูบเดียว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ปริมาตรกระบอกสูบ 233 ซีซี แรงม้า (เคลม) 19 แรงม้าที่ 7,600 รอบต่อนาที แรงบิด (เคลม) 19 นิวตันเมตรที่ 6,100 รอบต่อนาที ระบบวาล์ว SOHC 2 วาล์ว ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 67.0 x 66.0 มม. อัตราส่วนการอัด 9.4 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด ดิจิทัล ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 110/70 ล้อซี่ลวดขนาด 17 นิ้ว แบบใช้ยางใน ยางหลัง 120/70 ล้อซี่ลวดขนาด 17 นิ้ว แบบใช้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับขนาด 37 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คเดี่ยว ปรับพรีโหลดได้ เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกเดี่ยวแบบ Semi-floating ขนาด 300 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 2 สูบ เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 220 มม. พร้อมคาลิเปอร์ 1 สูบ กว้าง X ยาว X สูง 940 x 2,050 x 1,145 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,375 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ 230 มม. ความสูงเบาะ 845 มม น้ำหนักรถ 138 กก. ความจุถังน้ำมัน 7.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ 91,95 และ E10 เทคโนโลยี ระบบส่องสว่าง LED รอบคัน ระบบเบรก ABS (เฉพาะรุ่น ABS) เรือนไมล์ดิจิทัล LCD   สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น KLX230SM 2023 สี EBONY (รุ่นธรรมดาและ ABS)     อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

หาไซซ์หมวกกันน็อก ง่าย ๆ เพียงขั้นตอนเดียว

หาไซซ์หมวกกันน็อก ง่าย ๆ เพียงขั้นตอนเดียว หากคุณกำลังประสบปัญหาอยากซื้อหมวกกันน็อกออนไลน์ แต่ไม่รู้ไซซ์ และไม่รู้ว่าจะเลือกไซซ์ไหนดี ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป วันนี้ทางซูเปอร์ไบค์ ไทยแลนด์ จะมาเผยทริค เล็ก ๆ สำหรับวิธีการวัดไซซ์หมวกกันน็อกง่าย ๆ เพียงคุณทำตามเราในขั้นตอนเดียว !! วิธีการวัด สำหรับวิธีการวัดง่าย ๆ เพียงใช้สายวัด วัดรอบศีรษะเหนือคิ้วเพียงเล็กน้อย ตามนี้เลยจ้า  แล้วนำขนาดที่ได้ไปเทียบกับตาราง Size ขนาดหมวกกันน็อกตามนี้เลย เราได้นำตารางไซซ์มาให้ทุกคนได้เปรียบเทียบกัน เพื่อความสะดวกสบาย เราจัดให้ หรือถ้าหากได้หมวกกันน็อกมาแล้ว สามารถเช็คได้ว่าเหมาะสมกับศีรษะของเราหรือไม่ โดยลองใส่แล้วลองขยับศีรษะไปมา ว่าหมวกยึดติดกับศีรษะดี ไม่ส่ายไปมาตามแรง และนวมตรงแก้มกระชับดี ไม่บีบจนเกินไป  ข้อควรระวัง ไม่ควรสวมใส่หมวกกันน็อกที่คับแน่นจนปวดขมับเกินไป เพราะอาจทำให้เสียสมาธิในการขับขี่ได้ เพียงแค่นี้ เราก็จะได้ไซซ์ที่เหมาะสมในการเลือกซื้อหมวกกันน็อกแล้วจ้า เพื่อไม่ให้พลาดสาระน่ารู้ หรือเทคนิคดี ๆ จากทางซูเปอร์ไบค์ ไทยแลนด์ สามารถกดติดตามได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Aprilia เปิดตัว 2 โมเดลพิเศษบุกตลาดอเมริกาเหนือ

Aprilia เปิดตัว 2 โมเดลพิเศษบุกตลาดอเมริกาเหนือ ล่าสุดระหว่างการแข่งขัน MotoGP 2023 ที่สนาม Austin ที่ผ่านมา ค่ายรถจากเมือง Noale อย่าง Aprilia เปิดตัว 2 โมเดลพิเศษบุกตลาดอเมริกาเหนือ เป็นการทำเซอร์ไพรส์ โดยสองโมเดลพิเศษดังกล่าวคือโมเดลระดับเรือธงอย่าง RSV4 Factory และ Touno V4 Factory รุ่นพิเศษจำนวนจำกัดที่โดดเด่นด้วยเฉดสีขาว ตัดแต่งด้วยสีแดง น้ำเงิน และตัวอักษรบอกชื่อค่ายเป็นสีเงิน โดยพื้นฐานของ RSV4 Factory นี้ยังคงเป็นเครื่องยนต์ V4 65 องศา ขนาด 1,099 ซีซีที่เคลมแรงม้ามามากถึง 217 แรงม้า ส่วน Tuono V4 Factory ก็จะปรับลดดีกรีความแรงลงมาเล็กน้อย โดยจะมีเครื่องยนต์ขนาด 1,077 ซีซีที่ให้กำลังแรงม้าที่ 175 แรงม้าแทน เพื่อความสุดยอดสมกับเป็นโมเดลพิเศษทั้งสองคันจึงมาพร้อมช่วงล่างไฟฟ้าระดับท็อปอย่าง Öhlins Smart EC 2.0 และระบบเบรกจาก Brembo โดยด้านหน้าจะได้เป็นคาลิเปอร์เบรก Stylema ด้วย ปิดท้ายด้วยล้ออลูมิเนียมฟอร์จที่รัดมาด้วยยาง Pirelli Diablo Supercorsa SP สุดหนึบ ในส่วนของระบบอิเล็กทรอนิกส์นั้นทั้ง 2 โมเดลจะได้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของทางค่าย ไม่ว่าจะเป็นหน่วยประมวลผลแบบ 6 แกนจากทาง Marelli คันเร่งไฟฟ้าเต็มระยย ระบบช่วยเหลือในการขับขี่อย่าง Aprilia Performance Ride Control (APRC) ก็มาครบชุด โดยจะมีโหมดการขับขี่ 6 โหมด แบ่งเป็น 3 โหมดสำหรับขับขี่ในสนามและสามโหมดสำหรับขับขี่บนถนน โดย 3 โหมดจากทั้งหมดนี้สามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบ และยังสามารถปรับแต่งแทร็คชันคอนโทรล ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ ระบบควบคุมเอ็นจิ้นเบรก และระบบเบรก ABS ได้อีกด้วย สุดท้ายเรื่องของการจำหน่ายนั้นจะมีจำหน่ายในทวีปอเมริกาเหนือหรือก็คืออเมริกาและแคนาดา โดยจะจำหน่ายในราคาแนะนำที่ 26,499 ดอลลาร์หรือราว ๆ 913,000 บาทสำหรับเจ้าซูเปอร์ไบค์เรือธงของทางค่าย และสำหรับเจ้าเน็กเก็ดพิกัดเรือธงล่ะก็จะมีราคาที่ถูกลงมาอยู่ที่ 20,099 ดอลลาร์หรือราว ๆ 692,000 บาท  ซึ่งถ้าหลุดมาจำหน่ายไทยได้ล่ะก็ราคาคงดีดไปอีกไกลเลยทีเดียวล่ะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!