SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

QJMotor SRT600 แอดเวนเจอร์ไซส์กลางออปชันแน่นจากจีน ยักษ์ใหญ่จากจีนเปิดตัว QJMotor SRT600 แอดเวนเจอร์ไซส์กลาง พร้อมชูจุดเด่นออปชันแน่น ๆ หวังแย่งส่วนแบ่งจากเจ้าตลาด ดีไซน์ของตัวรถดูบึกบึนดุดัน โดดเด่นด้วยไฟหน้าดีไซน์แปลกตา อีกทั้งยังมาพร้อมไฟตัดหมอกคู่แบบ 4 เลนส์ การ์ดแฮนด์ แครชบาร์บริเวณด้านข้างหม้อน้ำ การ์ดท้องเครื่อง ดูแล้วพร้อมลุย ซึ่งน่าจะถูกใจไบเกอร์สายลุยบ้านเราแน่นอน เครื่องยนต์ของโมเดลนี้จะเป็นเครื่องสองสูบเรียงขนาด 554 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำให้กำลังแรง 61 แรงม้าที่ 8,500 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 55.5 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบ มีถังน้ำมันขนาดใหญ่ถึง 20.5 ลิตร ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คหัวกลับจากทาง Marzocchi ด้านหลังเป็นโช้คหลังเดี่ยวร่วมกับสวิงอาร์มอลูมิเนียม ระบบเบรกจะเป็นดิสก์หน้าคู่กับคาลิเปอร์เบรก Brembo แบบ 4 ลูกสูบ ด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวกับคาลิเปอร์เบรก Brembo แบบลูกสูบเดียว ส่วนล้อและยางจะมีขนาด 110/80 R19 และ 150/70 R17 หน้าหลังตามลำดับ (มีทั้งแบบล้อแม็กและล้อซี่ลวด) เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยที่ทางค่ายมีมาให้ก็จะเป็นระบบเบรก ABS และแทร็คชันคอนโทรล ส่วนเพื่อความสะดวกสบายก็มีทั้งหน้าจอสี TFT ขนาด 7 นิ้ว มีระบบอุ่นมือและอุ่นเบาะ ก็ถือว่าให้มาค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว แม้ว่าจะมีบางออปชันที่ควรจะมีบางอย่างก็ยังไม่มีอย่างเช่น โหมดการขับขี่ หรือว่าระบบครูซคอนโทรล เป็นต้น ส่วนเรื่องของราคารุ่นสแตนดาร์ดล้อแม็กหรือออนโร้ดจะขายอยู่ที่ 29,999 หยวน หรือราว ๆ 150,000 บาท ส่วนรุ่นล้อซี่สำหรับลุย 33,999 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยราว ๆ 170,000 บาทเท่านั้นเอง ถือว่าราคาไม่แรงเลยเมื่อเทียบกับออปชันที่ได้ และเมื่อเทียบกับเจ้าตลาดที่มีขายในบ้านเราในตอนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

GSX S1000 EVO 2024 รุ่นพิเศษ อัปเกรดอะไรบ้าง ? เป็นเรื่องที่เรียกว่าโชคดีสำหรับไบเกอร์ชาวสวิสฯ ที่จะได้มีโอกาสได้เป็นเจ้าของเน็กเก็ดตัวแรงจากค่ายคนบ้าในแบบที่พิเศษกว่าสายซูฯ ที่ไหน ๆ ในโลก เพราะที่สวิตเซอร์แลนด์เขามีโมเดลพิเศษ อัปเกรดความหล่อและความแรงในชื่อว่า GSX S1000 EVO 2024 หลัก ๆ ก็จะมีสเปกพื้นฐานเดียวกันหมด คือยังคงใช้เครื่องยนต์ 4 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำขนาด 999 ซีซี ให้กำลัง 152 แรงม้าที่ 11,000 รอบและแรงบิดสูงสุดที่ 106 นิวตันเมตรที่ 9,250 รอบ เคลมท็อปสปีดไว้มากกว่า 200 กม./ชม. ใช้น้ำมันจากถังน้ำมันขนาด 19 ลิตร ช่วงล่างแข็งแรง ตามสไตล์รถซู ช่วงล่างจะมีเฟรมอลูมิเนียมแบบบริดจ์เฟรม โช้คหน้าแบบหัวกลับ KYB ขนาด 43 ม.ม. ปรับแต่งได้เต็มระบบ ด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวร่วมกับวสวิงอาร์มอลูมิเนียม ปรับพรีโหลดและรีบาวด์ได้ ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่กับคาลิเปอร์เบรก Brembo ด้านหลังดิสก์เบรกเดี่ยวกับคาลิเปอร์ Nissin เบรกลูกสูบเดี่ยว ส่วนล้อและยางจะมีขนาด 120/70 ZR17 และ 190/50 ZR17 Upgrade อะไรบ้าง ? แต่สำหรับโมเดลนี้จะมีรายละเอียดพิเศษที่เพิ่มเติมเข้ามาก็จะเป็นลวดลายกราฟิกพิเศษสุดดุดันบริเวณแฟริ่งและขอบล้อ อีกทั้งยังมีให้เลือกหลายเฉดสีมาก ๆ ชิลด์หน้าเรือนไมล์ ครอบเบาะท้าย ชุดท้ายสั้นสุดเท่ และของเพิ่มความแรงและความเร้าใจอย่างท่อ SC-Project สรุปโดยรวมถือว่ามีการอัปเกรดใหม่ในหลาย ๆ จุด นอกจากสีสันลวดลายที่สะดุดตาแล้ว ชิ้นส่วนต่าง ๆ ยังปรับใหม่เพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ไปอีกระดับ เรียกได้ว่าไม่ต้องแต่งเพิ่มก็ดูเต็มแล้ว ถูกใจสาวกคนบ้าอย่างแน่นอน สำหรับในเรื่องของค่าตัวนั้นอยู่ที่ 16,595 ฟรังก์สวิส หรือเป็นเงินบาทได้ประมาณ 677,000 บาท (ไม่ได้รวมภาษีหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ) แต่น่าเสียดายที่เป็นรุ่นพิเศษเฉพาะที่สวิสฯ ทั้ง ๆ ที่มันก็น่าจะทำขายทั่วโลกกันไปเลยแท้ ๆ เชียว ว่าแต่แฟน ๆ ค่ายคนบ้าเห็นชอบกับโมเดล EVO รุ่นพิเศษอย่างไรบ้าง แชร์กันได้นะ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha มุ่งพัฒนาระบบอัจฉริยะ หวังช่วยลดอุบัติเหตุ เมื่อปีที่แล้วยามาฮ่ามอเตอร์ได้ประกาศวิสัยทัศน์ด้านความปลอดภัยที่มีชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า Jin-Ki Kanno x Jin-Ki Anzen ซึ่งมีเป้าหมายที่จะสร้างโลกที่ไร้ซึ่งอุบัติเหตุร่วมกันกับลูกค้าของตัวเอง ซึ่งกล่าวได้ว่า Yamaha มุ่งพัฒนาระบบอัจฉริยะ หวังช่วยลดอุบัติเหตุนั่นเอง สำหรับการที่จะมุ่งหน้าไปตามวิสัยทัศน์ที่ทางยามาฮ่าได้วางแผนเอาไว้นั้นอาศัยหลักการสำคัญ 3 ประการด้วยกัน ประการแรกคือเทคโนโลยีที่จะช่วยเสริมการรับรู้ของผู้ขับขี่ การตัดสินใจ การขับขี่ และการลดความเสียหาย ประการที่ 2 คือทักษะซึ่งทางยามาฮ่าจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาทักษะการขับขี่ของผู้ใช้รถ และประการที่ 3 การเชื่อมโยง ซึ่งใช้ระบบคลาวด์เพื่อคอยให้คำแนะนำต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความปลอดภัย ซึ่งจะมีเทคโนโลยีนึงที่เป็นส่วนสำคัญของหลักการประการแรก ซึ่งก็คือเจ้าระบบ Advanced Motorcycle Stabilization Assist System (AMSAS) หรือแปลเป็นไทยได้ว่าระบบช่วยเสริมเสถียรภาพของมอเตอร์ไซค์ขั้นสูง ช่วยเหลือผู้ขับขี่ตอนเริ่มต้นและที่ความเร็วต่ำ อุบัติเหตุที่มีมอเตอร์ไซค์เกี่ยวข้องนั้นมีสาเหตุหลักเกี่ยวข้องกับการรับรู้ผิดพลาดคลาดเคลื่อน (10%) การตัดสินใจผิดพลาด (17%) และการขับขี่ที่ผิดพลาด (17%) ซุ้งสาเหตุเหล่านี้เป็นส่วนที่เกิดขึ้นจากผู้ขับขี่ ข้อมูลยังระบุอีกว่าเกือบ ๆ 70% ของอุบัติเหตุที่มีมอเตอร์ไซค์เกี่ยวข้องมักจะเกิดขึ้นภายใน 2 วินาทีหลังจากมีปัจจัยที่เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ และจากการวิเคราะห์สาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ทางค่ายจึงได้พัฒนาระบบที่จะมาช่วยเหลือผู้ขับขี่ 4 ด้านด้วยกัน คือ ช่วยพยากรณ์อันตรายล่วงหน้า ป้องกันความเสียหายด้วยการขับขี่แบบระมัดระวัง ช่วยขับขี่หลบหลีก และลดทอนความเสียหาย เจ้าระบบ AMSAS ซึ่งทางยามาฮ่าพัฒนาขึ้นมานั้นจะช่วยรักษาเสถียรภาพของรถที่ความเร็วต่ำด้วยการควบคุมแรงขับเคลื่อนและแรงบังคับเลี้ยว “มันเป็นฟังก์ชั่นที่โดดเด่นมากที่สุด ซึ่งระบบนี้สามารถนำมาใช้กับรถทั่วไปได้ง่ายเนื่องจากไม่ต้องทำอะไรกับเฟรมรถ โดยระบบต้นแบบนั้นติดตั้งอยู่ในรถ YZF-R25 โดยมีการติดตั้งระบบหน่วยประมวลผลแบบ 6 แกนควบคู่ไปกับอุปกรณ์ควบคุมการขับขี่และบังคับเลี้ยว AMSAS คือระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่จะมาช่วยรถเวลาออกตัวหรือเวลาขับขี่ที่ความเร็วต่ำที่มักจะไม่ค่อยมีความเสถียร โดยจะช่วยเพิ่มความเสถียรในช่วงนี้ เวลาที่รถกำลังจะออกตัวและเวลาจะหยุดตัวขับเคลื่อนที่ติดตั้งที่ล้อหน้าจะทำงานเพื่อเพิ่มเสถียรภาพทันทีจากจุดนั้นจนถึงความเร็วประมาณ 5 กม./ชม. ส่วนตัวบังคับเลี้ยวที่ติดที่แฮนด์บาร์ก็จะเข้ามาควบคุมบังคับแฮนด์ ทำให้รถคันนี้สามารถเคลื่อนที่ในระดับความเร็วแบบเท่าคนเดินนี้ได้โดยไม่ล้ม โดยไม่เกี่ยงว่าผู้ขับขี่จะมีทักษะมากน้อยแค่ไหน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Triumph Speed Twin 900 โมเดิร์นคลาสสิกไบค์ แดนเมืองผู้ดี หลังจากเปิดตัวไปได้ซักพักแล้ว สำหรับโมเดลสุดฮ็อตจากค่ายเมืองผู้ดี อย่าง Triumph Speed Twin 900 โดยครั้งนี้ ทาง SuperBike Thailand ขออนุญาติหยิบโมเดลมาโชว์ ตามคำเรียกร้องแฟน ๆ สาวกรถ 2 ล้อคลาสสิก เดี๋ยวเราจะพามาชมกันว่า โมเดลนี้จะมีดีเทลอะไรที่น่าสนใจกันบ้างครับ โดยโมเดลสุดพิเศษรุ่นนี้ ได้รับการดีไซน์ ที่คงความเอกลักษณ์เฉพาะตัวในสไตล์รถโมเดิร์นคลาสสิก โดยยึด DNA ต้นแบบอย่าง Triumph Bonneville รุ่นแรกเมื่อปี 1959 โดยนำมาปรับปรุง ปรับเปลี่ยน และพัฒนาใหม่ให้เข้ากับรถในยุคปัจจุบัน ในสไตล์การแต่งคัสตอมแบบท้ายเปลือย รวมทั้งฟีเจอร์ใหม่ที่มากับตัวรถ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการขับขี่มากยิ่งขึ้น ไฟทรงกลม ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 310 มม. พร้อมคาลิเปอร์ Breambo 4 ลูกสูบ (ABS) โครงสร้างเบาะโฟมหนาขึ้น ท่อไอเสียคู่โลหะปัดเงาแบบใหม่ โช้คหลังปรับพรีโหลดได้ รวมทั้ง ยังถูกยกระดับการออกแบบ โดยมีส่วนเสริมแต่งในการดีไซน์ใหม่ ๆ มากมาย ทั้งล้อหล่อขึ้นรูป ตกแต่งรายละเอียดด้วยลายกลึงบนซี่ล้อ ขาจับไฟหน้าอลูมิเนียมปัดเงา คิ้วเรือนปีกผีเสื้อแบบใหม่ และเบาะนั่งดีไซน์ใหม่ที่ใช้โครงสร้างโฟมหนาเพิ่มขึ้นกว่าเดิม 10 มม. ยังรวมไปถึง ท่อไอเสียคู่โลหะปัดเงาแบบเฉียง บ่งบอกถึงกลิ่นอายของสไตล์รถคลาสสิกเท่ ๆ แบบผู้ดีเลยครับ ในขณะที่ขุมพลังเครื่องยนต์เป็นแบบสูบคู่ Bonneville ขนาด 900 ซีซี ระบายความร้อนด้วยของเหลว กับระบบเกียร์แบบ 5 สปีด ให้กำลังสูงสุด 65 แรงม้าที่ 7,500 รอบ และแรงบิดที่ 80 นิวตันเมตรที่ 3,800 รอบ ซึ่งสามารถส่งกำลังแรงบิดได้อย่างนุ่มนวล และทันใจตั้งแต่ช่วงรอบต่ำจนถึงรอบกลาง ๆ ส่วนรอบปลายคงไม่ต้องพูดถึง อีกทั้งเครื่องยนต์ยังผ่านการปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน Euro 5 ด้วยการปล่อยไอเสียที่น้อยลงและสะอาดมากยิ่งขึ้น เสริมด้วยระบบคันเร่งไฟฟ้าที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว และคลัตช์ระบบผ่อนแรงที่ใช้งานได้ง่ายและสะดวก สำหรับช่วงล่าง กับระบบกันสะเทือนในรุ่นนี้ จะใช้โช้คอัพหน้าแบบคาร์ทริดจ์ ขนาด 41 มม.แถมมากับยางหุ้มโช้ค และโช้คอัพสตรัทสปริงคู่ด้านหลัง สามารถปรับพรีโหลดได้ พร้อมระเบรก กับดิสก์เบรกเดี่ยวแบบลอยตัวขนาด 310 มม. คาลิเปอร์ Brembo แบบ 4 ลูกสูบ และดิสก์เบรกหลังขนาด 255 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดียวจาก Nissin แถมมากับระบบเบรก ABS ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ต่อมาที่ล้อหน้า-หลังขนาด 18 นิ้วและ 17 นิ้ว และยางหน้า 110/90 และยางหลัง 150/70 โดยน้ำหนักตัวรถทางโรงงานเคลมมาให้ที่ 217 กก. และถังน้ำมันขนาด 12 ลิตร นอกจากนี้ ไทรอัมพ์ สปีด ทวิน 900 ยังมีฟีเจอร์การใช้งานที่ครบครัน เพื่อเสริมความสามารถในการขับขี่ และมิติการควบคุมรถที่ดียิ่งขึ้น ทั้งโหมดการขับขี่ 2 โหมด ( Road, Rain) ระบบคันเร่งไฟฟ้า ช่วยให้การควบคุมรถสเถียรภาพมากยิ่งขึ้น ระบบเบรก ABS ระบบคลัตช์ช่วยผ่อนแรง ระบบป้องกันการโจรกรรมซึ่งซ่อนอยู่ภายในกุญแจ รวมทั้งไฟท้าย LED และช่องชาร์จไฟ USB ใต้เบาะที่นั่ง ที่ให้มาในรุ่นนี้อีกด้วย สมกับเป็นโมเดลคลาสสิกเมืองผู้ดี จริง ๆ เลยครับ ทั้งการออกแบบ เครื่องยนต์ ช่วงล่าง และเทคโนโลยีที่ให้มาแบบเต็มพิกัด มีให้ใช้แบบเหลือเฟือ สำหรับราคารุ่นนี้ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 407,000 บาท และรุ่นลิมิเต็ด อิดิชัน (Chrome Edition) ราคาเปิดตัวที่ 422,000 บาท โดยสามารถติดต่อขอดูรถตัวจริงได้ที่ ตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ทุกสาขา ทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและทดลองขับขี่ได้ที่ https://www.triumphmotorcycles.co.th/ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Leonart Rigger รถไฟฟ้าสไตล์นีโอเรโทรสุดเท่จากสเปน Leonart Rigger คือรถไฟฟ้าคันแรกจากแบรนด์สเปนแบรนด์นี้ซึ่งกำลังจะเข้าสู่ตลาดโดยมีคู่แข่งจากหลายค่ายรออยู่ก่อนแล้ว สำหรับใครที่ไม่รู้จักก็ต้องบอกเลยว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์เล็ก ๆ สัญชาติสเปนที่ก่อนหน้านี้ก็ผลิตมอเตอร์ไซค์อยู่แล้ว และโมเดลนี้ก็เป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันแรกและคันล่าสุดของทางค่าย ซึ่งเปิดตัวมาในสไตล์นีโอเรโทรพร้อมภาพลักษณ์ที่ดูลุย ๆ ด้วยล้ออัลลอย 5 ก้านขนาด 18 นิ้วและ 17 นิ้วตามลำดับหน้าหลังรัดด้วยยางแบบกึ่งทางดำทางฝุ่น ตัวรถมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่สามารถรีดกำลังได้มากถึง 4.5 กิโลวัตต์หรือเทียบเท่า 6.11 แรงม้า ซึ่งเพียงพอต่อการทำท็อปสปีดที่ 102 กม./ชม. โดยอาศัยพลังงานจากแบตเตอรี่ 4.3 กิโลวัตต์ชั่วโมง โดยเคลมระยะทางการใช้งานมาที่ 150 กม.ที่ความเร็ว 50 กม./ชม. หรือจะไปเร็วกว่านี้ก็ได้แต่ต้องแลกมากับระยะการใช้งานที่น้อยลงลดหลั่นไปตามลำดับ โดยใช้เวลาการชาร์จนาน 6 ชั่วโมง ส่วนช่วงล่างนั้นก็ถือว่าให้มาเหลือเฟือ โดยด้านหน้าจะมีโชคแบบหัวกลับร่วมกับระบบเบรกดิสก์เบรกเดี่ยว ส่วนด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวร่วมกับสวิงอาร์มเดี่ยวและดิสก์เบรกเดี่ยว ซึ่งถือว่าเหลือเฟือกับรถพิกัดนี้ สำหรับการจำหน่ายตัวรถเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าหรือพรีออเดอร์ซึ่งจะลดราคาให้ก่อน 500 ยูโร จากราคาเต็ม 5,999 ยูโรหรือราว ๆ 225,000 บาท ซึ่งก็ถือว่าราคาค่อนข้างแรงเลยทีเดียวสำหรับผู้ใช้งานบ้านเรา อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก