SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Benelli TRK 552X ทำหน้า อัปไซส์ ให้ล้อซี่แบบไม่ใช้ยางใน เปิดตัวใหม่ที่ไม่ได้มีดีแค่สีใหม่สักทีกับแอดเวนเจอร์ไบค์ไซส์กลางตัวยอดนิยมเชื้อสายอิตาลีอย่าง Benelli TRK 552X ที่ครั้งนี้หมอ เอ้ย วิศวกร ได้ทำการทำหน้า อัปไซส์ แถมให้ล้อซี่แบบไม่ใช้ยางในมาให้ด้วยเลย บอกเลยว่ารอบนี้ทำมาได้ถูกใจสาวกสายลุยจริง ๆ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในเรื่องของรูปโฉมที่ทำให้ดูหล่อขึ้นนั้นคือการทำหน้ามาใหม่ โดยอัปเกรดจากหลอดฮาโจเจนแบบเดิมมาเป็นระบบไฟ LED แล้ว ชิลด์หน้ามีขนาดใหญขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย และจมูกก็โด่งขึ้น เอ้ย ปากนกโฉบเฉี่ยวมากขึ้น แฟริ่งหน้าและแฟริ่งข้างถังน้ำมันก็ใหญ่ขึ้นอีกเล็กน้อย ช่วยให้ดูบึกบึนมากขึ้น แต่ส่วนท้ายรถเองนั้นยังไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก ในส่วนของการอัปไซส์นั้น มีการเพิ่มขนาดความจุของเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงให้กลายเป็น 550 ซีซี ทำให้มีกำลังแรงขึ้นเป็น 60 แรงม้า และมีแรงบิดที่ 55 นิวตันเมตร ซึ่งถ้าตัวเลขดังกล่าวนี้ทำให้มันกลายเป็นแอดเวนเจอร์ไบค์ที่ทรงพลังที่สุดในเซ็กเมนต์นี้เลย ส่วนช่วงล่างจะมีระบบกันสะเทือนจากทาง Marzocchi ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับ ส่วนด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยว ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่ ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยว มีคาลิเปอร์เบรกจาก J.Juan ทั้งระบบ โดยมีล้อซี่ลวดแบบไม่ต้องใช้ยางใน ด้านหน้าขนาด 19 นิ้ว ด้านหลัง 17 นิ้ว ซึ่งอาจจะแปลก ๆ ไปสักหน่อย เพราะถ้าให้ล้อซี่ลวดที่เหมาะกับออฟโร้ดมาแล้วก็ควรจะเป็นล้อ 21 นิ้วไปเลยสำหรับในส่วนของล้อหน้า ส่วนในเรื่องของเทคโนโลยีทางค่ายจัดหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้วมาให้พร้อมระบบเชื่อมต่อกับมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธ มีโหมดหน้าจอแสดงผลหลากหลายโหมด มีระบบตรวจวัดลมยาง ระบบเบรก ABS 2 ชาแนล และมีไฟแบ็กไลท์ที่สวิตช์ควบคุมต่าง ๆ ที่ปะกับแฮนด์ดูหรูหราผิดคลาส ทว่าน่าเสียดายที่ตัวรถไม่มีระบบแทร็คชันคอนโทรล หรือว่าโหมดการขับขี่มาให้ สุดท้ายนี้ก็น่าจะเข้ามาจำหน่ายในไทยอย่างแน่นอน คาดว่าราคาก็น่าจะแพงขึ้นจากโมเดลปัจจุบันที่ขายในไทยขึ้นไปอีกเล็กน้อย ส่วนท่านที่สนใจ เราได้ทำตารางเปรียบเทียบสเปกคร่าว ๆ มาให้ว่าคู่แข่งในบ้านเราตอนนี้มีรุ่นไหนบ้าง ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านอย่างแน่นอน ไม่มากก็น้อย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW R20 Concept พี่เบิ้มคันงาม สัญญาณบอกใบ้พิกัดใหม่ ล่าสุดทางบีเอ็มดับเบิลยูโมโตราดได้ทำการเผยโฉมเจ้า BMW R20 Concept คอนเซ็ปต์ไบค์คันงามที่เฉลิมฉลองความเป็นเลิศในงานฝีมือและนำเสนอการออกแบบที่สื่อถึงความเท่และความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ตลอดไปจนถึงความพิถีพิถันในทุก ๆ รายละเอียด หล่อเท่ ไฮคลาส นั่นคือคำนิยมของคอนเซ็ปต์ไบค์ไซส์เบิ้มที่สุดของทางค่ายเท่าที่เคยมีมา มันคือมอเตอร์ไซค์ที่จะทำให้คุณต้องทึ่งในรูปลักษณ์ที่ทรงพลังในสไตล์ของสุภาพบุรุษที่เรียบง่าย ขณะเดียวกันก็ยังคงไว้ซึ่งคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์ของทางค่าย ซึ่งก็คือ ดีไซน์ที่คลาสสิกและงานวิศวกรรมชั้นยอดผสมผสานเข้ากับกลไกเครื่องยนต์ที่น่าตื่นเต้น โดดเด่นตามสไตล์ ถังน้ำมันอลูมิเนียมดีไซน์ใหม่พร้อมสีสันร้อนแรงสมชื่อ Hotter than Pink จากความนิยมในยุค 70 ตลอดไปจนถึงการเล่นสีสันกับฝาสูบ และท่อไอดีอลูมิเนียมที่ปัดเงา และสีดำกันเมทัลของตัวก้านพาราเลเวอร์ พักเท้าและคาลิเปอร์เบรก ไฟท้ายเองก็ถูกฝังเข้าไปในเบาะนั่งแบบตอนเดี่ยวที่บุด้วยหนังอัลคันทาร่าสีดำและหนังแท้เนื้อละเอียด ซึ่งขับเน้นภาพลักษณ์ความเป็นโร้ดสเตอร์ได้ดี ขณะที่ไฟหน้า LED ตามแบบสมัยใหม่ เด่นด้วยวงแหวนอลูมิเนียมที่ขึ้นรูปด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติที่ติดตั้งระบบเดย์ไทม์รันนิงไลท์เอาไว้ด้วย ส่วนไฟหน้าหลักจะลอยตัวอยู่ตรงกลางระหว่างวงแหวน ส่วนหัวใจหลักของโมเดลนี้หนีไม่พ้นเป็นเครื่องบิ๊กบ็อกเซอร์ขนาดใหญ่ เบิ้มขึ้น เป็น 2,000 ซีซี ซึ่งแหล่งก่อกำเนิดความมันในการขับขี่ ถังน้ำมันขนาดใหญ่ออกแบบได้สวยงามอย่างกับงานปฏิมากรรมชั้นยอด ท้ายของรถมีการลดทอนส่วนเกินออก เหลือไว้แต่ส่วนสำคัญ เพื่อขับเน้นเส้นสายที่คลีน ที่สะอาดและความทรงพลังดุดันของตัวรถได้อย่างดี ปิดท้ายด้วยท่อไอเสียแบบ 2 ออก 2 ที่ให้เสียงออกมาได้ทรงพลังและลงตัวกับโมเดลนี้ได้อย่างดี ช่วงล่างเองก็มีการพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมดอีกด้วย โดยเฟรมแบบดับเบิลลูพนั้นถูกทำขึ้นจากเหล็กโครโมลีและทำสีดำ เพื่อให้เข้าคู่กับล้อสีดำ โดยด้านหน้าเป็นล้อซี่ลวดขนาด 17 นิ้ว กับยางขนาด 120/70 ส่วนด้านหลังจะเป็นล้อดิสก์ขนาด 17 นิ้วเช่นกัน รัดด้วยยางขนาด 200/55 โมเดลนี้ยังมีสิ่งที่ผสมผสานความดั้งเดิมเข้ากับความโมเดิร์น ซึ่งก็คือเจ้าระบบ Paralever ที่ได้รับการพิสูจน์และยอมรับ ได้รับการออกแบบใหม่ในรูปแบบของแขนคู่สองแขน โดยสวิงอาร์มทำมาจากเหล็กโครโมลี่ ส่วนตัวสตรัททำมาจากอลูมิเนียม โดยออกแบบมาให้แรงขับเคลื่อนที่กระทำต่อระบบนั้นบาลานซ์กับทั้งสองส่วนอย่างลงตัว เพลาขับหลังสองตัวที่ขึ้นรูปจากอลูมิเนียมก็นับว่าเป็นอีกจุดนึงที่มีคุณภาพสูง การมีระบบเพลาขับแบบเปลือยสืบทอดต่อมาจาก R18 ซึ่งถือเป็นจุดเด่นภายนอกอันเป็นที่รู้จักกันดีของเจ้า R18 เลย แต่ในโมเดลนี้มีการทำให้สั้นลงเพื่อให้สามารถติดตั้งลงในโมเดลนี้ที่มีลักษณะของโร้ดสเตอร์ได้ ขณะที่ส่วนของระบบกันสะเทือนจะได้โช้คจากทาง Ohlins แบล็กไลน์มาทั้งด้านหน้าและด้านหลังแบบเต็มระบบ ระบบเบรกจะเป็นคาลิเปอร์เบรกแบบเรเดียลเมาท์ที่ด้านหน้า ส่วนด้านหลังก็จะเป็นดิสก์เบรกเช่นกัน โดยเป็นคาลิเปอร์เบรกจาก ISR ทั้งระบบ โดยด้านหน้ามี 6 ลูกสูบ ส่วนด้านหลังเป็นแบบ 4 ลูกสูบ นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดใหม่ ๆ อย่างฝาสูบใหม่ ครอบสายพานใหม่และออยล์คูลเลอร์ใหม่ซึ่งออกแบบใหม่เพื่อให้สามารถติดตั้งท่อเดินน้ำมันได้โดยมีบางส่วนที่ถูกซ่อนเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน และมีจุดไฮไลท์พิเศษคือเมื่อมองจากด้านข้างตัวรถ และจินตนาการถึงอากาศที่ไหลผ่านตัวรถเข้าทางท่อดูดสดรับไอดีเข้าสู่เรือนลิ้นเร่งและกระบอกสูบ ก่อนที่จะถูกขับออกมาผ่านระบบไอเสียและปลายท่อทรงเมก้าโฟนก่อให้เกิดเสียงทรงพลังในแบบของบิ๊กบ็อกเซอร์ เรียกว่าเป็นโมเดลที่มีสไตล์โดดเด่นสวยงามจริง ๆ แถมยังเป็นเหมือนการบอกใบ้ถึงพิกัดใหม่ของเครื่องบิ๊กบ็อกเซอร์ของทางค่ายอย่างแน่นอน เรียกได้ว่าหลังจากนี้ก็จาก R18 ก็จะกลายเป็น R20 ที่มีขนาดเครื่องยนต์เป็น 2,000 ซีซีแทน แน่นอนว่าโมเดลใหม่ที่จะมาในอนาคตคงออกแบบได้สวยขึ้นโดยมีพื้นฐานจากคอนเซ็ปต์ไบค์คันนี้ แต่ก็จะต้องเพิ่มชิ้นส่วนเข้ามาหลายอย่างเพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง และนั่นอาจจะทำให้ความเรียบแต่โก้ของโมเดลนี้ลดลงไปบ้าง ทว่าก็นับเป็นการพยายามสื่อสารให้ผู้คนได้รู้จักถึง DNA การออกแบบของ BMW Motorrad ที่น่าทึ่งมากจริง ๆ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สเปค BMW M1000R 2023 สปอร์ตโรดสเตอร์พิกัดเรือธง BMW M1000R 2023 รถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตโรดสเตอร์พิกัดเรือธง มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 999 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำและน้ำมัน ให้พละกำลังสูงสุด 210 แรงม้า โดดเด่นด้วยชุดแต่ง M Competition ยกระดับสมรรถนะตัวรถให้สูงยิ่งขึ้น ราคา 1,599,000 บาท สเปค, สเป็ก วิงก์เล็ต โช้คหน้าหัวกลับและคาลิเปอร์เบรก M กุญแจคีย์เลส หน้าจอ TFT โช้คหลังเดี่ยวพร้อมระบบ DDC ไฟ LED สเปค BMW M1000R 2023 และรายละเอียดอื่น ๆ เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 999 ซีซี แรงม้า (เคลม) 210 แรงม้าที่ 13,750 รอบ แรงบิด (เคลม) 113 นิวตันเมตรที่ 11,100 รอบ ระบบวาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 80 x 49.7 ม.ม. อัตราส่วนการอัด 13.3 : 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด ระบบจุดระเบิด NA ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดไฟฟ้า ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตช์ คลัตช์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน พร้อมระบบคลัตช์ anti-hopping ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ ยางหน้า 120/70-ZR17 (ล้อแม็กคาร์บอน) แบบไม่ใข้ยางใน ยางหลัง 200/55-ZR17 (ล้อแม็กคาร์บอน) แบบไม่ใข้ยางใน ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ ขนาด 45 มม. พร้อมระบบ Dynamic Damping Control (DDC) ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร์มคู่อลูมิเนียม พร้อมโช้คเดี่ยว และระบบ Dynamic Damping Control (DDC) เบรกหน้า (เบรค) ดิสก์เบรกคู่ ขนาด 320 ม.ม. คาลิเปอร์เบรก M (ABS) เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 220 ม.ม. คาลิเปอร์เบรก M (ABS) กว้าง X ยาว X สูง 996 x 2,085 x 1,176 ม.ม. ระยะฐานล้อ 1,455 ม.ม. ระยะห่างจากพื้นถึงตัวรถ NA ความสูงเบาะ 830 ม.ม. น้ำหนักรถ 199 ก.ก. ความจุถังน้ำมัน 16.5 ลิตร ประเภทของน้ำมันที่เติมได้ น้ำมันเชื้อเพลิงไร้สารตะกั่วออกเทน 95-98 เทคโนโลยี ควิกชิฟเตอร์ โหมดการขับขี่ Pro Riding Modes กุญแจคีย์เลส ระบบครูซคอนโทรล ระบบไฟส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง ระบบตรวจสอบความดันลมยาง ระบบอุ่นมือ หน้าจอ TFT สีสันที่มีจำหน่าย รุ่น M1000R 2023 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

บุกโรงงานเวสป้า ส่องฐานการผลิตอิตาเลียนพรีเมี่ยมสกู๊ตเตอร์ที่ครองใจผู้ใช้ทั่วโลก บริษัท วีพีพีดับเบิลยู ซัพพลายส์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมชั้นนำ และ มอเตอร์ไซค์สัญชาติอิตาเลียนระดับตำนานจากกลุ่ม Piaggio Group ได้แก่ Vespa, Piaggio, Aprilia และ Moto Guzzi แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จัดกิจกรรมใหญ่ “Vespa’s factory visit in Vietnam” พาสื่อมวลชน บุกโรงงานเวสป้า เพื่อเยี่ยมชมฐานการผลิตรถพรีเมี่ยมสกู๊ตเตอร์ ณ Piaggio Vietnam ณ เมืองหวิงฟุก ประเทศเวียดนาม ฮับการผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์สกู๊ตเตอร์ของแบรนด์ Vespa แบรนด์ Piaggio และแบรนด์ Aprilia ที่ได้รับมาตรฐานระดับสากล และส่งออกไปจัดจำหน่ายในภูมิภาคเอเชียและทั่วโลก พร้อมเผยแผนยกระดับโรงงานรองรับการเติบโตของตลาดและเทรนด์ไลฟ์สไตล์ในอนาคต ตอกย้ำความเป็นไอคอนนิกอิตาเลียนแบรนด์ตัวจริงด้วยการจัดแสดงไลน์อัพผลิตภัณฑ์ยอดนิยมกว่า 10 รุ่น สัมผัสความประทับใจในกิจกรรม Test-ride ฉบับพิเศษ กับ 4 รุ่น จาก 3 แบรนด์ชั้นนำภายในเครือ โรงงานผลิต Vespa หรือ Piaggio Vietnam ถือเป็น 1 ใน 12 โรงงานการผลิตของ Vespa ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดหวิงฟุก (Vinh Phuc) โดยเริ่มก่อตั้งโปรเจ็กต์สร้างโรงงานที่เวียดนามในปี ค.ศ. 2007 และเริ่มสร้างโรงงานในช่วงต้นปี ค.ศ. 2008 หากนับจนถึงตอนนี้เป็นระยะเวลากว่า 15 ปี ที่โรงงานแห่งนี้ได้ผลิตผลงานมาสเตอร์พีซอย่าง Vespa, Aprilia และ Piaggio ไปแล้วหลายแสนคัน โดยโรงงานแห่งนี้ ถือได้ว่าเป็นฮับการผลิตสำคัญของ Vespa, Aprilia และ Piaggio ที่คงมาตรฐานการผลิตเช่นเดียวกันกับทุกโรงงานของ Vespa ที่กระจายตัวอยู่ในทั่วโลก ซึ่งถือเป็นโรงงานที่มีขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 265,000 ตารางเมตร ครอบคลุมการผลิตที่ครบวงจร พร้อมเทคโนโลยีและเครื่องจักรในการผลิต ที่ทันสมัย อีกทั้งยังมีส่วนวิจัยและพัฒนา (R&D) สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค รวมถึงสนามทดสอบภายในโรงงานแห่งนี้อีกด้วย ในส่วนของไลน์การผลิตจากโรงงานแห่งนี้ จะเน้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์สกู๊ตเตอร์ ประกอบด้วย 3 แบรนด์ ได้แก่ แบรนด์ Vespa แบรนด์ Piaggio และแบรนด์ Aprilia ประกอบด้วย สกู๊ตเตอร์รุ่นต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นVespa GTS ซึ่งถือเป็นกลุ่มท็อปของแบรนด์ ที่เริ่มผลิตตั้งแต่ ปี ค.ศ. 2004 Vespa LX และ Vespa S ที่เริ่มเดินสายการผลิตในปี ค.ศ. 2009 Vespa Primavera และ Vespa Sprint ที่เริ่มผลิตในปี ค.ศ. 2013 นอกจากนี้ ยังมี Piaggio Liberty ที่เริ่มผลิตในปี ค.ศ. 2011 และ Piaggio Medley S ที่เริ่มขึ้นสายการผลิตในปี ค.ศ. 2015 รวมถึง สกู๊ตเตอร์รุ่นล่าสุดอย่าง Aprilia SR GT 200 สำหรับความพิเศษของกิจกรรม “Vespa’s factory visit in Vietnam” ในครั้งนี้ นอกจากการเปิดโรงงานให้เยี่ยมชมสายการผลิตอย่างเป็นทางการแล้ว เวสป้าได้ตอกย้ำภาพการเป็นอิตาเลียนแบรนด์ตัวจริงขนานแท้ ด้วยการจัดแสดงไลน์อัพผลิตภัณฑ์ยอดนิยมและผลิตภัณฑ์ใหม่กว่า 10 รุ่น พร้อมกิจกรรมทดสอบสมรรถนะของสกู๊ตเตอร์ 4 รุ่น จาก 3 แบรนด์ชั้นนำภายในเครือ รวมถึงกิจกรรมไลฟ์สไตล์ตะลุยถิ่นดินแดนสองล้อซ้อนเวสป้าชมเมืองฮานอย สะท้อนภาพความนิยมและความเป็นไอคอนนิกของสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมสัญชาติอิตาเลียนแท้อย่าง Vespa และ Piaggio ที่ครองใจคนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน อ่านข่าวอื่น ๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Maverix Group รุกตลาด จัดทัพของแต่งบิ๊กไบค์ เพียบ!! Maverix Group ขับเคลื่อนธุรกิจรถมอเตอร์ไซค์ ตอกย้ำการเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายชิ้นส่วน อะไหล่ตกแต่ง รายเดียวในประเทศไทย ที่รวมแบรนด์คุณภาพระดับโลก พร้อมส่งเสริมสมรรถนะการขับขี่ปลอดภัย บริษัท มาเวอร์ริค กรุ๊ป จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายชื้นส่วนจักรยานยนต์สมรรถนะสูงและอะไหล่แต่งรถมอเตอร์ไซค์ Superbike แบรนด์ชั้นนำจากต่างประเทศ เพียงรายเดียวในประเทศไทย อาทิ Brembo, Domino Racing, Allegri, Matris, BMC, Austin Racing, Bonamici, Zuper Flo เป็นต้น ล่าสุด มาเวอร์ริค กรุ๊ป ได้จัดกิจกรรม Maverix Group Press Conference 2023 ประกาศวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ และนำเสนอนวัตกรรมใหม่ล่าสุดแห่งการขับขี่ปลอดภัยอย่างมั่นใจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและลูกค้า พร้อมด้วยกิจกรรมฝึกอบรมวิธีการใช้งานผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้อง โดยผู้เชี่ยวชาญจากแบรนด์พันธมิตร และกิจกรรมทดสอบด้านคุณภาพและความปลอดภัย ณ สนาม Motor Sport Park สุวรรณภูมิ คุณนรวิชญ์ ภทรธนกฤต กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาเวอร์ริค กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “จุดเริ่มต้นของ มาเวอร์ริค กรุ๊ป เกิดจากแพชชั่น และความชอบในการขับขี่มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ทั้งรถญี่ปุ่นและยุโรปมากว่า 15 ปี รวมถึงการขับขี่แบบโรดทริป และในสนามแข่ง ซึ่งเคยเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมแข่งขันทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอังกฤษอีกด้วย รวมไปถึงการดูแลรถ ซ่อมแซม และบำรุงรักษาด้วยตนเอง ประกอบกับในสมัยก่อน อะไหล่ที่ดีหาได้ค่อนข้างน้อย จำนวนรถจักรยานยนต์และศูนย์บริการมีไม่เยอะเท่าในปัจจุบัน ซึ่งแบรนด์เหล่านี้ สนใจที่จะทำตลาดในประเทศไทย จึงเริ่มทดลองตลาดและตัดสินใจนำเข้าสินค้ามาขายเองโดยตรง โดยสินค้าที่นำเข้ามานั้นมีหลากหลายแบรนด์ ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น เทรนด์ความชอบ สภาวะทางเศรษฐกิจ รถจักรยานยนต์ที่มีขายในตลาดอยู่ ณ ตอนนั้น ทำให้เราต้องมีสินค้าครบทุกประเภท เพื่อตอบโจทย์ตลาดและสภาวะการณ์ดังกล่าว หลังลูกค้าได้สัมผัสกับสินค้าก็เริ่มเป็นที่รู้จักและเป็นสิ่งที่ต้องการของตลาดมากขึ้น ร้านค้าเริ่มมาติดต่อรับสินค้าไปขาย จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ มาเวอร์ริค กรุ๊ป ในที่สุด ซึ่งถือว่าเราได้เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพียงรายเดียวในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังเป็นการบ่งบอกถึงคาแรคเตอร์เฉพาะของ มาเวอร์ริค กรุ๊ป ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ มีมุมมองและแนวคิดการทำธุรกิจที่แปลกใหม่ โดยหลังจากนี้ เชื่อว่ากลุ่มผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์จะยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะคนไทยส่วนมากมีพื้นฐานการขับขี่มอเตอร์ไซค์ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว คาดว่าปีนี้ จะเป็นปีที่ดีและฟื้นตัวขึ้นกว่าปีที่ผ่าน ๆ มา เห็นได้จากยอดขายและยอดจองรถของปีที่แล้วสูงถึง 1.8 ล้านคัน เติบโตจากปี 2021 ถึง 11.5% และรถใหม่ก็คงทยอยออกมาภายในปีนี้เช่นกัน” คุณนรวิชญ์กล่าวต่อว่า “ชิ้นส่วนอะไหล่ตกแต่งรถจักรยานยนต์ส่วนใหญ่ มีฐานการผลิตในประเทศอิตาลี ซึ่งถือเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้าได้เป็นอย่างดีในแง่ของคุณภาพ เรามีมุมมองการทำธุรกิจกับร้านค้า ตัวแทนจำหน่ายที่แตกต่างไปจากผู้นำเข้ารายอื่น โดยมีการแบ่งปันความรู้ของสินค้าและประสบการณ์ รวมถึงการบริการ โดยทีมช่างเทคนิคที่มีความชำนาญโดยเฉพาะ จึงเป็นการสร้างโอกาสในการเติบโตไปพร้อมกัน ในปัจจุบันเรากำลังขยายฐานลูกค้าตัวแทนจำหน่ายมากยิ่งขึ้น” นอกจากนี้ บริษัทฯ ขับเคลื่อนแบรนด์ภายใต้แนวคิด Safe & Fun เล็งเห็นความสำคัญของคนที่ใข้รถจักรยานยนต์ ซึ่งจะต้องรู้สึกสบายและปลอดภัยทุกครั้งที่ขับขี่ จึงอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ของลูกค้า รวมถึงเรื่อง Performance & Reliable การเพิ่มสมรรถนะและความปลอดภัยสำหรับรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการแข่งขันอีกด้วย ทั้งนี้ยังมีคอร์ส Maverix Group Expert หรือการอบรมเชิงลึกให้กับคู่ค้าทั่วประเทศ โดยเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการรับรองร่วมถ่ายทอดวิธีการติดตั้งและใช้งานอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ยังได้วางกลยุทธ์การบริหารงานในอีกหลายส่วน อาทิ การขยายขอบเขตพื้นที่จัดจำหน่ายสินค้าในทวีปเอเชีย การกระจายสินค้า และโลจิสติกส์ พร้อมกับพัฒนาระบบจัดการให้เป็นไปได้ง่ายขึ้น สำหรับกลุ่มเป้าหมาย มีตั้งแต่รถจักรยานยนต์ที่ใช้งานทั่วไป จนถึงรถในสนามแข่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับแบรนด์สินค้า ทั้งนี้ยังมองว่าตลาดในประเทศไทยยังมีโอกาสที่จะพัฒนาและเติบโตได้อีกในอนาคต และยินดีเปิดรับผู้ค้าธุรกิจที่จะจับมือร่วมกันเพื่อพัฒนาตลาดจักรยานยนต์ในประเทศไทยให้ก้าวสู่ระดับนานาชาติ สำหรับกิจกรรมภายในงานนี้ สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้ประกาศวิสัยทัศน์ของแบรนด์ เพื่อสร้างโอกาสในการเปิดรับพันธมิตรทางธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมด้วยกัน อีกทั้งเป็นการเปิดตัวสินค้าของแต่ละแบรนด์ โดยมุ่งว่าองค์กรจะสามารถเป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำเข้าเพียงรายเดียวในประเทศไทย ตลอดจนสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทฯ และพันธมิตรทางธุรกิจในด้านการเป็นผู้นำในกลุ่มสินค้าคุณภาพและความปลอดภัย นอกจากนี้ยังให้ความรู้และสร้างความเข้าใจในข้อมูลสินค้าและวิธีการใช้งานที่ถูกต้อง ซึ่งประกอบไปด้วย Brembo, Domino Racing, Allegri, Matris, BMC, Austin Racing, Bonamici และ Zuper Flo โดยผู้เชี่ยวชาญจากแบรนด์พันธมิตร ให้สื่อและลูกค้าได้ทำความเข้าใจถึงโปรดักส์แบรนด์ชั้นนำต่าง ๆ มากมาย เพื่อให้ลูกค้าได้มั่นใจว่าสินค้าทุกชิ้นที่ทางบริษัทฯ เลือกมานั้น คำนึงถึงผู้ที่ใช้งานจริงเป็นหลัก จึงต้องเป็นของที่ปลอดภัย ได้คุณภาพระดับพรีเมียม ในราคาที่จับต้องได้ รวมถึงการบริการ หลังการขายในกรณีที่สินค้าเกิดมีปัญหา