SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

BYD Seal 07 EV เปิดตัวในจีนปี 2026 โชว์เหนือด้วยแบตเตอรี่ Blade Gen 2 และระบบชาร์จไว 1,500 kW ราคาเริ่มเพียง 8 แสนกว่าบาท ท้าชน Xiaomi SU7 เต็มตัว!

ก้อง สมเกียรติรับ ต้องพัฒนาการขี่ให้มากกว่านี้ ก้อง สมเกียรติ จันทรา นักบิดจากทีม LCR Honda ได้ออกมาเผยว่าเขานั้นต้องพัฒนา และเรียนรู้ในการขับขี่เจ้า RC213V ให้มากกว่านี้ เพราะการขับขี่ในระดับ MotoGP นั้นแตกต่างกับตอนขี่ Moto2 โดยสิ้นเชิง เพราะมันมีความแตกต่างกันอยู่หลายจุด “พวกเรามีเวลาสามวันสำหรับการทดสอบในรอบ Shakedown Test แต่ผมนั้นได้มีโอกาสลงซ้อมแค่สองวันเท่านั้น และรถของผมที่ใช้ซ้อมเป็นรถใหม่ทั้งหมดเมื่อเทียบกับการซ้อมที่บาร์เซโลน่า เนื่องจากทีมของผมอยากให้ผมได้เริ่มทดสอบกับรถปี 2025 และเปรียบเทียบว่ามันแตกต่างกับรถปี 2024 อย่างไรบ้าง” ในการทดสอบวันแรกในรอบ Shakedown Test ก้อง สมเกียรติก็ได้ทำการเช็ครายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวรถ เรียนรู้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ของตัวรถ รวมไปถึงการทดลองในการใช้ตัวช่วยต่าง ๆ โดยเจ้าตัวยังบอกอีกว่าสิ่งที่ยากที่สุดตอนนี้คือการควบคุมความเร็ว และการคำนวนในจุดที่ต้องหยุดรถด้วย เพราะมันมีความแตกต่างจากตอนขี่ Moto2 โดยสิ้นเชิง “ในการทดสอบวันแรกที่ผมได้พบกับรถใหม่ ผมก็เริ่มจากการตรวจเช็ครายละเอียดต่าง ๆ และพยายามเรียนรู้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ของตัวรถ” “ผมพยายามใช้ตัวช่วยของรถในจุดที่จำเป็น เพราะเมื่อผมเทียบกับทาคา (ทาคาอากิ นาคากามิ) เมื่อปีที่แล้ว ยังมีบางจุดที่ผมช้ากว่าเขาในการใช้ตัวช่วยที่ล้อหลัง แต่ผมคิดว่าตอนนี้พวกเรากำลังก้าวไปในทิศทางที่ดีขึ้น” “สำหรับผมตอนนี้ สิ่งที่ยากที่สุดคือการใช้ความเร็ว รวมไปถึงจุดที่ต้องหยุดรถด้วย เพราะตอนนี้ผมเปลี่ยนมาใช้เบรกคาร์บอน ทำให้จุดเบรกของผมแตกต่างจาก Moto2 และความเร็วในการเข้าโค้งนั้นก็แตกต่างจากตอนที่ขี่ Moto2 ด้วย” เวลาที่ทำได้ดีที่สุดต่อรอบของ ก้อง สมเกียรติ ใน Shakedown Test2025 การซ้อมวันที่ 2 2:01.028 การซ้อมวันที่ 3 2:00.550 ก้องจะลงทดสอบ RC213V อย่างเป็นทางการอีกครั้งในการทดสอบรอบ Sepang Test ที่ประเทศมาเลเซีย ในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะแข่งขันในโฮมเรซเป็นสนามแรกระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW CONCEPT RR ต้นแบบ S1000RR เจนต่อไป? BMW Concept RR ซูเปอร์ไบค์เจนเนอเรชั่นใหม่ของค่ายใบพัดสีฟ้า BMW Motorad แบรนด์รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ชื่อดังจากประเทศเยอรมนี ซึ่งทางค่ายปักธงให้กับโมเดลนี้ว่าจะเป็น ‘ยุคใหม่แห่งความเร็ว’ โดยมาพร้อมกับสโลแกน “Chasing the speed of light” ซึ่งตอนนี้ยังคงเป็นเพียงแค่คอนเซปต์ไบค์เท่านั้น ดีไซน์การออกแบบ เริ่มด้วยเรื่องของดีไซน์การออกแบบ ของรถจักรยานยนต์ประเภทคอนเซปต์ไบค์คันนี้ มีการออกแบบหน้าตาใหม่ทั้งหมด รวมไปถึงการขยายช่องแรมแอร์ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น อีกทั้งยังมีการเน้นไปที่ส่วนของแอร์โร่ไดนามิกส์ เพื่อให้การไหล โดยพื้นฐานของรถจักรยานยนต์คันนี้มาจากทางเรือธงสายสปอร์ตร่วมค่ายอย่าง BMW S1000RR แต่มีการอัปเกรดในพาร์ทของชิ้นส่วนที่ใช้ให้มีคุณภาพสูงผสานกับเทคโนโลยีการผลิตที่มีความล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น เป็นวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งคัน แม้กระทั่งสวิงอาร์มก็ยังใช้วัสดุที่เป็นคาร์บอนไฟเบอร์ “โฉบเฉี่ยว เรียบง่าย และได้แรงบันดาลใจจากสนามแข่ง” จากวลีในด้านบน ซึ่งถ่ายทอดความตั้งใจของ Matthias Kottman (มัทเธียส ค็อตต์มันน์) หัวหน้าของทีมของออกแบบจาก BMW Motorrad Design ว่าต้องการให้คอนเซปต์ไบค์คันนี้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ ด้านเทคโนโลยี การผสานอย่างลงตัวระหว่างดีไซน์กับสมรรถนะ และแนวคิดที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันอย่างไม่เกรงใจ เครื่องยนต์ และเทคโนโลยี แม้จะเป็นคอนเซปต์ไบค์ แต่ก็มีการคาดการณ์ว่าขุมพลังของว่าที่เรือธงคันต่อไปนี้อาจจะมีการหยิบนำเครื่องยนต์ที่ใช้ในการแข่งขัน WSBK พร้อมเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาเป็นตัวชูโรง เพื่อรักษาความเป็นผู้นำของรถจักรยานยนต์ในกลุ่มนี้ การออกแบบดีไซน์คือองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยยกระดับซูเปอร์ไบค์คันนี้ให้มีความโดดเด่นกว่าคู่แข่งค่ายอื่น ๆ ในเรื่องของขุมพลังมีความเป็นไปได้ที่จะใช้เครื่องยนต์แบบเดียวกับการยกเครื่องยนต์จากการแข่งขันใน WSBK ก็จะเป็นเครื่องยนต์แบบสี่สูบเรียง DOHC ขนาด 999 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พละกำลังสูงสูดของรถคันนี้ที่สามารถทำได้อยู่ที่ 212 แรงม้าที่ 14,500 รอบต่อนาที แต่เทคโนโลยีทางผู้ผลิตก็ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ไม่แพ้กัน จึงเป็นการผสมผสาน และสร้างสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างเทคโนโลยี และดีไซน์ เพื่อให้รถคันนี้เป็นซูเปอร์ไบค์ที่พร้อมสำหรับสนามแข่ง และท้องถนน ภาพรอบคันของรถคอนเซปต์ไบค์คันนี้ ถึงแม้ดีไซน์จะออกมาเท่ โฉบเฉี่ยวเร้าใจมากขนาดไหน อีกทั้งยังมีคันจริง ๆ ที่วิ่งบนถนนแล้ว แต่รถคันนี้ก็ยังคงเป็นเพียงแค่คอนเซปต์ไบค์เพียงเท่านั้น ในเรื่องของการจัดจำหน่ายหรือวางขายก็อาจจะต้องรออย่างเป็นทางการจาก BMW Motorad ต่อไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Audi Q5L Huawei ADAS ชูจุดเด่นระบบขับขี่อัจฉริยะ Huawei Qiankun ADS 3.0 พร้อม LiDAR คู่ และจอ OLED 3 ตำแหน่ง ในราคาเริ่มต้น 1.5 ล้านบาท

Suzuki Katana 2022 แรงขึ้น ล้ำขึ้น พร้อมสีสันใหม่ ล่าสุดซูซูกิประเทศญี่ปุ่นเตรียมวางจำหน่าย Suzuki Katana 2022 ปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้แล้ว โดยทางค่ายได้ทำการปรับปรุงให้มันดียิ่งขึ้น ว่าแต่มีการปรับปรุงอะไรใหม่กันบ้าง ไปดูกันเลย ขุมพลังสำหรับโมเดลใหม่นี้จะใช้เครื่องยนต์ที่นำมาจาก GSX-S1000 2021 ที่ผ่านมาตรฐาน Euro5 แล้ว โดยเครื่องยนต์บล็อกนี้จะให้กำลังสูงสุด 152 แรงม้าที่ 11,000 รอบ และมีแรงบิดมากขึ้นในทุกย่านความเร็วรอบ เมื่อเทียบกับโมเดลเก่า ทั้งนี้ก็เพราะมีการปรับปรุงระบบแคมชาฟต์ไอดีและไอเสียเสียใหม่ สปริงวาล์วใหม่ ท่อไอเสียใหม่ และแอร์บ็อกซ์ใหม่ และทั้งหมดนี้ก็ถูกควบคุมให้ส่งกำลังเนียน ๆ ด้วยระบบคันเร่งไฟฟ้า \ตัวรถยังมีระบบ Suzuki Drive Mode Selector หรือโหมดการส่งกำลังให้เลือกอีก 3 รูปแบบ โดยทั้ง 3 โหมดจะให้กำลังเต็มแม็กซ์เหมือนกัน เพียงแต่ โหมด A จะตอบสนองรวดเร็ว ว่องไว ส่วนโหมด B จะค่อย ๆ ปลดปล่อยกำลังออกมาให้นุ่มนวลมากขึ้น และโหมด C จะนุ่มนวลมากที่สุด ซึ่งจะเหมาะกับการขับขี่บนถนนเปียกหรือถนนนที่ลื่น ๆ สำหรับโมเดลนี้จะมีควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทางที่ทำให้การเปลี่ยนเกียร์ทำได้รวดเร็วและง่ายดายมากขึ้น ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ได้ดี และอีกจุดเด่นของโมเดลใหม่นี้ก็คือแทร็คชันคอนโทรล 5 โหมด ที่ช่วยให้ขับขี่ได้ปลอดภัยมากขึ้น หรือถ้าอยากจะลองซิ่งแทร็กเดย์ก็สามารถปิดได้ด้วยนะ เท่านั้นยังไม่พอเพื่อให้รถควบคุมได้ดีขึ้นและสมรรถนะดียิ่งขึ้นทางค่ายได้เพิ่มระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์เพิ่มเข้าไป ช่วยลดการเสียอาการเวลาเชนเกียร์ลงจากรอบ ๆ สูง รวมไปถึงระบบอีซี่สตาร์ท ระบบช่วยเลี้ยงรอบป้องกันเครื่องยนต์ในรอบต่ำ ๆ สำหรับในเรื่องของช่วงล่าง ตัวรถจะเฟรมได้ใช้เฟรมอลูมิเนียมแบบทวินสปาร์น้ำหนักเบา และสวิงอาร์มที่ได้มาจาก GSX-R ส่วนระบบกันสะเทือน ด้านหน้าจะมีโช้คหน้าหัวกลับจาก KYB ที่ปรับแต่งได้เต็มระบบ ด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวที่สามารถปรับพรีโหลดและรีบาวด์ได้ ส่วนระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 310 ม.ม. และคาลิเปอร์เบรก Brembo แบบโมโนบล็อก ส่วนด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวกับคาลิเปอร์เบรก Nissin ส่วนล้อนั้นจะเป็นล้ออลูมิเนียมแบบ 6 ก้าน พร้อมกับยาง Dunlop SPORTMAX Roadsport2 ที่พัฒนามาให้เข้าคู่กัน สุดท้ายนี้จะมาพร้อมเฉดสีใหม่ที่ดูดียิ่งขึ้น 2 เฉดสีด้วยกัน ได้แก่ สีน้ำเงินเข้มแบบด้าน โช้คสีทองและล้อสีน้ำตาลทอง และสีเทาเข้มที่มาพร้อมกับล้อสีแดง อ่อ ลืมไปยังมีการเพิ่มโหมดการแสดงผลหน้าจอเรือนไมล์ในรูปแบบ Night Mode อีกด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Benelli TRK 800 ขาลุยตัวเอ้คันใหม่ค่ายสิงโต การผจญภัยใหม่ ๆ และน่าตื่นเต้นกำลังจะเริ่มต้นขึ้น หลังจากที่ทางเบเนลลี่ได้เปิดตัว Benelli TRK 800 แอดเวนเจอร์ไบค์คันใหม่จากเมือง Pesaro ที่ออกแบบมาให้พร้อมสู้ไปกับทุกทริปทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะทางสนุก ทางสบาย หรือทางลำบาก โมเดลนี้ถือกำเนิดมากศูนย์การออกแบบของทางค่ายและพัฒนาขึ้นจาก House of the Leoncino ในเมือง Pesaro ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นที่สำนักงานใหญ่และหัวใจหลักของบริษัทก่อตั้งอยู่ โดยโมเดลนี้เปิดตัวกันในปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 110 ปีของเบเนลลี เป็นตัวแทนการเริ่มต้นบทใหม่ในประวัติศาสตร์ค่ายสิงโตแบรนด์นี้ สำหรับโมเดลนี้จะเป็นรถที่มาช่วยขยายรถในตระกูล TRK หรือรถในสไตล์แอดเวนเจอร์ของทางแบรนด์ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ร่วมกับโมเดลขายดีที่สุดของทางค่ายอย่าง TRK502X แต่จะมาในสไตล์ที่คล่องตัว ทันสมัย และกำลังที่มากกว่าด้วยเครื่องยนต์ขนาด 754 ซีซี การออกแบบของโมเดลนี้ นั้นเน้นไปที่เส้นสายลื่นไหล วกวนและแข็งแกร่ง ผสมผสานด้วยความหรูหราและรายละเอียดที่ขัดเกลามาอย่างดี เพื่อตอกย้ำสิ่งที่รถพร้อมจะให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัส กลายเป็นแอดเวนเจอร์ไบค์สุดเฉี่ยว ทั้งยังมีการดึงเอาจุดเด่นจากโมเดลพิกัด 500 ซีซีออกมาปรับใช้ อาทิ ด้านหน้าของตัวรถและบังโคลนหน้า โดยปรับให้ดูลงตัวมากยิ่งขึ้น ไฟหน้าคู่ทรงโค้งพร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ โดยระบบไฟทั้งหมดเป็นแบบ LED และหน้าจอเรือนไมล์สี TFT ขนาด 7 นิ้ว ขุมพลังของรถเป็นเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงขนาด 754 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบเดียวกันกับที่ใช้ใน Leoncino โดยเคลมแรงม้ามาที่ 76.2 แรงม้าที่ 8,500 รอบ และแรงบิดที่ 67 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ และเพื่อให้ขับขี่ได้สนุกและปลอดภัยยิ่งขึ้นทางค่ายก็ได้ใส่ระบบทอร์คแอสซิสต์แอน์สลิปเปอร์คลัตช์มาให้อีกด้วย ส่วนช่วงล่างนั้นตัวรถจะใช้เฟรมแบบถักพร้อมกับเพลตเหล็กกล้าเสริมความแข็งแรง ซึ่งทางค่ายออกแบบมาให้ขับขี่ได้คล่องตัวและก็มีความนุ่มสบายทุกสภาวะ ไม่กระด้างจนทำให้เมื่อยล้อแม้ในยามที่ต้องขับขี่ทางไกล ตัวรถยังมีการออกแบบการยศาสตร์มาอย่างดี ใส่ใจแม้จุดเล็ก ๆ เพื่อให้ดีสำหรับทุกคนทั้งคนขี่ คนซ้อนหรือกระทั่งกล่องสัมภาระทั้งด้านข้างและด้านท้าย เพื่อการันตีความสบายทุกการขับขี่ จากการที่มันมีเบาะนั่งที่เพรียวบางแต่กว้างขวางเพียงพอ ที่จับคนซ้อนที่แข็งแรง ไม่เพียงแต่เรื่องของการยศาสตร์ ตัวรถยังคำนึงถึงเรื่องอากาศพลศาสตร์หรือแอโรไดนามิกของตัวรถที่ดี โดยมีการเลือกใช้ชิลด์หน้าขนาดใหญ่ปรับได้ รวมถึงใส่ใจเรื่องการป้องกัน โดยตัวรถมีการ์ดแฮนด์ การ์ดใต้ท้องเครื่อง ระบบกันสะเทือนด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับของทาง Marzocchi ขนาด 50 ม.ม. ที่สามารถปรับสปริงพรีโหลด รีบาวด์และคอมเพรสชันได้ พร้อมระยะยุบ 170 ม.ม. ส่วนด้านหลังจะเป็นสวิงอาร์มอลูมิเนียมพร้อมกับโช้คเดี่ยววางกลางลำที่สามารถปรับสปริงพรีโหลดและรีบาวด์แดมปิ้งได้ ระยะยุบ 53 ม.ม. (171 ม.ม.ที่ล้อ) ส่วนระบบเบรกจะเป็นของทาง Brembo ด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 ม.ม. พร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบ 4 ลูกสูบ ส่วนด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกขนาด 260 ม.ม. คาลิเปอร์เบรกแบบสูบเดียว ส่วนล้อจะเป็นล้อซี่ลวดอลูมิเนียมอัลลอยขนาด 19 นิ้วและ 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 110/80-19 และ150/70-17 ตามลำดับ อย่างไรก็ดีทางแบรนด์ยังบอกอีกว่าตัวรถจะเริ่มมีจำหน่ายในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ แต่ราคานั้นยังไม่ได้กำหนดครับผม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปิดตัว Aprilia Tuono 660 ในไทยพร้อมค่าตัว 689,000 บาทล่าสุดบริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมชั้นนำ Piaggio และ Vespa พร้อมทั้งรถมอเตอร์ไซค์ระดับตำนาน Aprilia และ Moto Guzzi สัญชาติอิตาเลียนแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ได้ทำการ เปิดตัว Aprilia Tuono 660 เน็กเก็ดไบค์สไตล์สปอร์ตเน็กเก็ดออกมาให้สาวกได้อึ้งทึ่งกันแบบต่อเนื่อง หลังจากสร้างปรากฎการณ์เหนือความคาดหมาย หักปากกาเซียนมอเตอร์ไซค์หลายต่อหลายเจ้าเปิดตัวสปอร์ตไบค์ในพิกัดเดียวกันก่อนหน้านี้ไม่นานนัก สำหรับโมเดลนี้ก็จะเป็นสปอร์ตเน็กเก็ดไบค์พิกัดกลางโมเดลใหม่สุดของทางค่าย ที่โดดเด่นในเรื่องของพละกำลังแรงม้าและน้ำหนักตัวเราที่สุดเบา ใช้บล็อกเครื่อง 2 สูบ 660 ซีซี ขนาดเล็กและทันสมัยที่มีพละกำลังสูงสุด 95 แรงม้า ทรงพลังที่สุดในคลาส 2 สูบขนาดต่ำกว่า 750 ซีซี ด้วยการใช้ข้อเหวี่ยงทำมุมที่ 270 องศา ทำให้แรงบิดมหาศาลแต่คงความนุ่มนวล ให้กำลังออกตัวช่วงรอบเครื่องยนต์ต่ำ ตอบโจทย์การขับขี่ในเมือง รวมไปถึงความคล่องตัวบนเส้นทางคดเคี้ยวพร้อมระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ ช่วยให้การขับขี่ในทุกสถานการณ์ราบรื่น และสะดวกง่ายดาย ด้านการดีไซน์ออกแบบนั้นตัวรถถ่ายทอด DNA มาจากรถสปอร์ตตระกูล RS ของทางค่าย แม้จะเป็นเน็กเก็ดไบค์แต่ก็มีกลิ่นอายความสปอร์ตแฝงอยู่มาก ด้านหน้าของตัวรถยังมีชิลด์และแฟริ่งหน้า มีดีไซน์แบบดับเบิ้ลแฟริ่งหรือแฟริ่ง 2 ชั้น ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยลดแรงลมปะทะได้ดีกว่าเน็กเก็ดทั่วไป แต่ยังคงมีลักษณะเด่นของเน็กเก็ดไบค์อย่างท่านั่งที่ออกแบบตามหลักการยศาสตร์ ตัวรถมีแฮนด์บาร์สูง ท่านั่งหลังตรง ทำให้ขับขี่ได้ง่ายและสบายมากกว่า นอกจากนี้ยังออกแบบท่อไอเสียไว้ด้านใต้ตัวรถทำให้ศูนย์ถ่วงต่ำ ช่วยให้ควบคุมรถได้ง่ายยิ่งขึ้น สำหรับเทคโนโลยีในตัวรถก็มีความทันสมัยในระดับแนวหน้าของคลาส ระบบไฟส่องสว่างของรถเป็น LED เต็มระบบ พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ ระบบไฟหน้าอัตโนมัติ ไฟเบรกฉุกเฉิน หน้าจอสี TFT ขนาด 4.3 นิ้ว ในส่วนของเครื่องยนต์ก็จะมีระบบคันเร่งไฟฟ้า พร้อมระบบ APRC ที่ช่วยในเรื่องของการขับขี่และความปลอดภัย อาทิ ระบบแทร็คชันคอนโทรล ระบบป้องกันล้อลอยตัว ระบบควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์หรือเอ็นจิ้นแม็ป ระบบควบคุมเอ็นจิ้นเบรก ระบบครูซคอนโทรล โหมดการขับขี่ 5 โหมด สำหรับถนน 3 โหมด และสำหรับสนาม 2 โหมด โดยประเทศไทยจะจำหน่ายด้วยกันทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำ – แดง Concept Black และสีเทา-ดำ-แดง Iridium Grey ในสนนราคา 689,000 บาท สำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของ สามารถติดต่อได้ที่ตัวแทนจำหน่าย Motoplex ทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati Unica โปรแกรมพิเศษที่ให้คุณคัสตอมดูคาติในแบบของคุณเอง Ducati Unica คือโปรแกรมที่เปิดโอกาสให้คนที่สนใจจะเป็นเจ้าของรถดูคาติสามารถที่จะคัสตอมรถดูคาติของคุณให้ไม่เหมือนใครในโลกได้ ล่าสุดทางดูคาติได้ประกาศโปรแกรมสุดบรรเจิดที่ให้คนที่อยากจะดีไซน์และสร้างรถที่พิเศษและโดดเด่นไม่ซ้ำใครสำหรับตัวคุณได้เอง ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้เหล่าสาวกได้สามารถทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง โดยคุณจะได้พูดคุยกับทางนักออกแบบและเทคนิคเชียนเพื่อสร้างรถที่ใช่สำหรับคุณอย่างแท้จริง สำหรับสาวกที่เข้าร่วมโครงการนี้จะสามารถเข้าไปที้แผนกออกแบบของทางดูคาติได้เลย เพื่อที่จะสามารถอธิบายความต้องการให้ดีไซเนอร์และทำตาม ระหว่างนั้นเองก็สามารถแวะเข้าไปชมได้เป็นระยะ ๆ เพื่อติดตามความคืบหน้าของรถ และสัมผัสถึงความอุ่มเทและความปราณีตในแต่ละชิ้นส่วนของรถ และด้วยการสนับสนุนจากทีมงานมืออาชีพ กระบวนการคัสตอมจะถูกร่างแบบและกำหนดรายละเอียดทุก ๆ จุด มีการเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ เก็บงานเรียบร้อย สีสันที่พิเศษและของแต่งเพิ่มสมรรถนะก็มีให้พร้อมสรรพ เพื่อตอบโจทย์ของสาวกเลือดสีแดงเข้ม ในแต่ละสเตจของการสร้างรถจะมีการบันทึกข้อมูลเอาไว้ จะได้เห็นถึงผู้ที่ร่วมงานต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่ร่างภาพไปจนถึงขั้นตอนการส่งมอบรถกันเลยทีเดียว สำหรับรถที่ออกมาจากโปรแกรมนี้จะมีใบเซอร์ฯ ยืนยันความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร และจะไม่ถูกทำซ้ำขึ้นอย่างเด็ดขาด เรียกได้ว่าเป็นอะไรที่พิเศษแบบสุด ๆ จริง ๆ ครับ ใครสนใจก็ลองติดต่อศูนย์บริการใกล้บ้านท่านได้เลยนะครับผม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2024 World Ducati Week กับศึก Panigale V4S แข่งเสร็จพร้อมขาย นับว่าเป็นการปิดฉากได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เคยมีมา สำหรับงานอีเว้นต์ระดับเวิร์ลคลาสอย่าง 2024 World Ducati Week กิจกรรมแห่งการรวมพลของชาวดูคาทิสต้ามากที่สุดในโลก ที่มิซาโน่ เวิร์ล เซอร์กิต ประเทศอิตาลี โดยภายในงานล้วนเต็มไปด้วยกิจกรรมต่าง ๆ มากมายทั้งในโซน Paddock, ในแทร็กรวมถึงบริเวณโซนพื้นที่ Out Doors ให้เหล่าสาวกดูคาติได้ร่วมสนุกแบบเต็มพิกัด และพิเศษกับไฮไลท์ของการแข่งขัน Lenovo Race of Champions ที่แฟน ๆ ทั่วโลกต่างรอคอย กับการรวมนักแข่งระดับแนวหน้าในวงการมอเตอร์สปอร์ตจากทีม Ducati ซึ่งนำทัพโดยแชมป์โลกทางฝั่ง MotoGP อย่าง Francesco Bagnaia, Marc Márquez, Jorge Martìn รวมถึงดาวบิดจากทางฝั่ง WSBK อย่าง Álvaro Bautista, Nicolò Bulega, Andrea Iannone และคนอื่น ๆ ที่มาร่วมสร้างสีสันความสนุกภายในงาน กับการแข่งขัน Ducati One Make Race ประชันฝีมือบนรถโปรดักท์ชันโฉมใหม่ล่าสุดอย่าง Ducati Panigale V4S 2025 อีกด้วย และพิเศษสุด ๆ สำหรับแฟน ๆ VIP โดยทางดูคาติพร้อมให้ให้จับจองเจ้า Panigale V4S 2025 โฉมใหม่ล่าสุด กับลายทีมแข่งตัวเดียวกับที่เหล่านักแข่งใช้แข่งขันในอีเว้นต์นี้นั่นเอง เรียกได้ว่าขี่เสร็จ พิสูจน์แล้ว ขาย..เอาไปเลย ซึ่งมีทั้งหมด 20 คัน แบ่งเป็นของนักแข่ง 15 คัน และ Spare Bike อีกจำนวน 5 คัน เดี๋ยวมาดูค่าตัวรถแข่งของนักแข่งแต่ละคน ว่าจะมีราคาเท่าไหร่กันเชียว *บวกค่าตำแหน่ง สำหรับรถแข่งที่ขึ้นโพเดี้ยมในครั้งนี้* Ducati Panigale V45 2025 MOTOGP Ducati Lenovo Team Rider Retail Price (Euro) Price (baht) Remark Francesco Bagnaia 108,500 4.2 ล้านบาท 1st Podium (+8,500 euro) Enea Bastainini 82,000 3.1 ล้านบาท Michele Pirro 58,000 2.2 ล้านบาท Prima Pramac Racing Team Rider Retail Price (Euro) Price (baht) Remark Jorge Martìn 82,000 3.1 ล้านบาท Franco Morbidelli 62,000 2.4 ล้านบาท VR46 Racing Team Rider Retail Price (Euro) Price (baht) Remark Marco Bezzecchi 66,000 2.5 ล้านบาท Fabio Di Giannantonio 62,000 2.4 ล้านบาท Gresini Racing MotoGP Rider Retail Price (Euro) Price (baht) Remark Marc Márquez 84,500 3.2 ล้านบาท 3rd Podium (+2,500 euro) Alex Márquez 62,000 2.4 ล้านบาท

รีวิว-ทดสอบ Royal Enfield Guerrilla 450 หรือ กองโจรสี่ห้าศูนย์ ฉีกกฎมอเตอร์ไซค์ Neo-Classic สู่ Roadster 100% มอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่จาก Royal Enfield ที่ปรับคาแรคเตอร์ให้ตอบโจทย์ของวัยรุ่นอินดี้(อินเดีย) ที่อยากหนีความจำเจ ด้วยรสชาติกลมกล่อม ของการขับขี่บนถนน นิยาม EASY & FUN TO RIDE ROADSTER ปัจจัยหลักสำคัญที่ใช้เป็นหัวใจในการออกแบบ Guerrilla 450 คันนี้ และอีกโจทย์ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ มองแล้วรู้ว่า นี่แหละ ROYAL ENFIELD ความคลาสสิกจะเป็นสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับความทันสมัย แต่ Royal Enfield ได้จับทั้งสองอย่างผสมกันได้ลงตัวแบบพอดิบพอดี เหมือนแกงกระหรี่…เครื่องแกงผสมจากวัตถุดิบหลายชนิด แต่การจะทำให้แกงอร่อยมันไม่ง่าย ไม่ต่างอะไรจากการออกแบบมอเตอร์ไซค์ ซึ่งทุกองค์ประกอบของคันนี้ ผ่านการทดสอบ ปรับเปลี่ยน และเลือกใส่ให้คุ้มค่าที่สุด ทั้งในด้านของต้นทุนและประสิทธิภาพ มันเป็นรถที่ขี่อร่อย แต่จะชอบไม่ชอบ ก็แล้วแต่คนกิน First Impression ก่อนที่จะได้เห็นตัวจริง ก็นึกว่า อ๊ะ มาอีกค่ายละ…ทรง scrambler…ล้อหน้าใหญ่ล้อหลังเล็ก ใส่ยางหนามๆหน่อย เอาทรง อุปกรณ์อื่น ๆก็ติดๆมา ให้ขี่ได้ สเปกก็ตามราคา ไม่ได้หวือหวา เน้นดูแล้วหล่อ นอกจากนั้นรถสไตล์คลาสสิกไม่ใช่แนวของผมเลย เฉยๆ กับทุกยี่ห้อ แต่…รุ่นนี้มันโดนใจแปลกๆ ยิ่งตัวขาวฟ้า นี่แบบอื้อหื้อ อยากจะขอยืมมาถ่ายรูปให้ได้ อยู่สเปน 3 วัน ขอ 3 วัน แต่ทีมงานหวงมาก ไม่ให้น้องโดนแดดเลย ได้มาแต่รูปในโรงแรม ถ้าถามผม น้องขาวฝ้า คือนางงามระดับ Miss Grand India สง่าที่สุดในงาน ส่วนสีอื่น ๆก็ เฉยๆ ไม่ได้กระแทกหัวใจขนาดนั้น Guerrilla 450 ใส่ล้อมาเป็น หน้า-หลัง 17 ซึ่งมันคือขนาดของ Roadster ทั่วไป ต่างจากยี่ห้ออื่น ๆ ที่ล้อหน้าไม่ 18 ก็ 19 ก็เลยรู้สึกแปลกใจว่า ทำไม! ไม่ใส่ล้อหน้าใหญ่กว่าหลัง จากที่ได้คุยกับทีมงานออกแบบ เขาเล่าว่า ไซส์นี้ (17นิ้ว) หายางง่าย และไม่จำกัดแค่ยางบั้งๆ เพราะมีให้เลือกอีกเยอะ แต่ที่เลือกยางตัวนี้มา เพราะ style และข้อจำกัดเรื่องต้นทุนการผลิต—รถอินเดีย ต้องยางอินเดีย เลยเลือก CEAT มาใส่ งานประกอบเกินราคา รางแบตและกล่องฟิวส์เข้าถึงง่าย ปลั๊กต่างๆไม่ต้องล้วงหา ใส่ใจรายละเอียด สี-ลาย-งานประกอบ เนี้ยบทุกจุด พูดตรงๆว่า สมัยนี้ ดูแค่ประเทษผลิตไม่ได้ จะอ้างว่า นู้นแบรด์ญี่ปุ่น งานอังกฤษ ฟังแล้วโก้ อยากให้มาดูงานอินเดียซักหน่อย ไม่มีคำว่าก๊องแก้ง อย่างที่เขาพูดไม่มีผิด ทุกอย่างชนเพดานราคา ใส่มาสุดในงบนี้…คือเรื่องจริง พูดถึง Spec เครื่องยนต์ เครื่องยนต์ Sherpa 450 ยกมาจากรุ่น Himalayan เอามา Tune-up เปลี่ยนแมปใหม่ แรงที่ให้มาไม่มาก ไม่น้อย 452 CC, 40 ps @ 8,000 RPM , 40 Nm @ 5500 RPM โช้ค คู่หน้าเทเลสโกปิค43 mm ก็ใหญ่อยู่ ปรับไม้ได้ แต่มียางหุ้ม ส่วนโช้คหลังเดี่ยว แบบ Arm link รวมๆ ดูมีสไตล์ …แต่นี่มันปี 2024 แล้ว เข้าใจนะว่าต้องทำราคากับเพอร์ฟอร์มานซ์ให้ลงตัว แต่ Look ก็อีกส่วนสำคัญ ถ้าเป็นอัพไซส์ดาวน์มา จะไม่บ่นเลย เบรก ถ้าจะให้ติก็ตรงนี้แหละน่าเสียดายที่ออกมาใหม่ๆแต่ดันใช้เทคโนโลยีโบราณ ปั้มล่างยังเป็น

Bilmola x Initial D คอลแล็บฯ กันเปิดตัวหมวกใหม่สุดเท่ ล่าสุดหมวกกันน็อกแบรนด์ไทยมาตรฐานสากลอย่างบิลโมลาทำการเปิดตัวหมวกใหม่ได้ใจสายซิ่งอีกแล้วหลังจากที่ Bilmola x Initial D คอลแล็บฯ กันเปิดตัวหมวกกันน็อกลายพิเศษจำนวนจำกัดเพียงลายละ 866 ใบ ภายใต้ลิขสิทธิ์แท้ ๆ จากทาง Shuichi Shigeno / Kodansha Ltd. ประเทศญี่ปุ่นโดยตรง โดยหมวกดังกล่าวจะมีพื้นฐานมาจากหมวกรุ่น Rapid RSLT เป็นหมวกรุ่นใหม่ที่ได้รับมาตรฐาน ECE 22.06 ที่เป็นมาตรฐานใหม่ล่าสุดของทางยุโรป การันตีเรื่องความปลอดภัยว่าไว้ใจได้ โดยตัวหมวกจะให้ชิลด์ดำและแถมชิลด์ใสมาให้ด้วย ถูกใจคนใส่ ถูกกฎหมายไม่ต้องกังวลเรื่องโดนจับ และมาพร้อมสายรัดคาง DD Ring แบบเดียวกับหมวกกันน็อกที่นักแข่งใส่กันการันตีความปลอดภัยไม่หลุดได้ง่ายอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังเปิดตัวเสื้อยืดสุดเท่พร้อมกันไปด้วยอีก 3 ลายให้เลือก ได้แก่ ลาย AE86 ลาย RX-7 FC3S และ RX-7 FD3S มาเป็นชุดให้สาวกได้เก็บเข้าคอลเล็กชัน ใส่ก็เท่ สะสมก็ดีงามพระรามเก้า ทั้งนี้หมวกกันน็อกเปิดตัวที่ราคาใบละ 3,680 บาท และเสื้อยืดตัวละ 990 บาท โดยจะวางขายประมาณวันที่ 30 กันยายน 2566 นี้ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามตัวแทนจำหน่ายหมวกกันน็อกบิลโมลาใกล้บ้านคุณได้เลยครับ บอกเลยช้าหมดอดแน่นอน ของเท่ ๆ แบบนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Fazzio Hybrid 2023 สกู๊ตเตอร์วัย Fazz..ฟาดทุกสไตล์ ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ตอกย้ำบทบาทความเป็นผู้นำรถจักรยานยนต์ออโตเมติก ด้วย “NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID” วัย FAZZ…ฟาดทุกสไตล์ NEW STYLE…MY GENERATION! เจนใหม่..สไตล์เนี๊ยะ! ออโตเมติกแฟชั่นดีไซน์เทรนดี้ ฟาดทุกสี พร้อมลูกเล่นครบรอบคัน แต่งได้หลายแนว ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ ขับขี่ง่าย คล่องตัวสุดๆ Fazzio Hybrid 2023 มาพร้อมประหยัดน้ำมันด้วยเครื่องยนต์บลูคอร์ไฮบริด 125 ซีซี และมั่นใจในการรับประกันถึง 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร นี่แหล่ะ คู่หูสุดเฟี้ยวของคนรุ่นใหม่! ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริดใหม่ ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างสนุกด้วยเครื่องยนต์บลูคอร์ 125 ซีซี ผสานระบบส่งกำลังแบบไฮบริด ให้อัตราเร่งดีเยี่ยม ช่วยลดมลภาวะ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยส่งกำลังขณะออกตัวและให้ความมั่นใจด้วยระบบเบรก UBS กระจายแรงเบรกอัตโนมัติ ช่วยลดระยะเบรกให้สั้นลง ให้ความปลอดภัยยิ่งขึ้น ไฟหน้าด๊ไซน์แคปซูล ไฟท้ายทรงเก๋ ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด ใหม่ ยังคงมาพร้อมการดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ ทันสมัย เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ ด้วย DESIGN NEW STYLE ไฟหน้า-ไฟท้าย ดีไซน์แคปซูล รูปทรงเก๋ ทันสมัย สว่างชัดเจน ทุกมุมมอง ที่สอดรับกับ LCD DIGITAL METER มิเตอร์แบบดิจิทัล ดีไซน์แคปซูล บอกครบทุกฟังก์ชัน ความเร็ว นาฬิกา อัตราการประหยัดน้ำมัน หน้าจอดิจิทัล LCD ดีไซน์แคปซูล Smart key System (เฉพาะรุ่น Smart key Ver.) ช่องเสียบ USB Type A กล่องใต้เบาะขนาด 17.8 ลิตร ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด ใหม่ ครบครันด้วยฟีเจอร์เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย และฟังก์ชันที่เหมาะกับการใช้งานที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทางด้วย SMART KEY SYSTEM ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ…ทั้งสะดวก และสมาร์ท เปิด-ปิด สตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์ ปลดล็อกคอ ปลดล็อกเบาะได้ง่าย พร้อมสัญญาณ ANSWER BACK (เฉพาะรุ่น Smart key Ver.), MOBILE CHARGING SOCKET ช่องต่อไฟชาร์จแบตเตอรี่มือถือ สะดวกทุกที่ พร้อมฝาปิดและช่องใส่ของด้านหน้า, F-BOX 17.8 L กล่องเก็บของใต้เบาะใหญ่ เก็บของได้สบาย, DOUBLE HOOK CARABINER ฮุคสำหรับแขวนของ 2 จุด เพิ่มความสะดวก พร้อมพื้นที่วางเท้าด้านหน้ากว้างพิเศษ, ACCESSORIES PORT พอร์ตติดตั้งอุปกรณ์เสริม เท่ได้สไตล์ตัวเอง ตกแต่งกราฟิกเพิ่มเติม หรือเสริมตะแกรงข้างเพื่อการใช้งาน ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์อีกด้วย รุ่น Smart Key สีเทา-แดง (Lava Gray) รุ่น Smart Key สีน้ำตาล-เหลือง (Sugar Brown) รุ่น Smart Key สีดำ-ฟ้า (Iced Black) สำหรับ ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด ใหม่ มีให้วัย FAZZ เลือกตามการใช้งานด้วยกัน 2 เวอร์ชัน คือ รุ่น Smart key Ver. ที่มาพร้อมกัน 3 สี คือ สีเทา–แดง (Lava Gray), สีน้ำตาล–เหลือง (Sugar Brown) และสีดำ–ฟ้า (Iced Black) โดยจำหน่ายในราคาแนะนำ 55,000 บาท รุ่น Standard สีเทา (Gummy

KTM ค้านแนวคิด ช่วยเหลือค่ายรถญี่ปุ่นในศึก MotoGP หลาย ๆ ท่านน่าจะได้ยินข่าวเรื่องที่ทางผู้จัด MotoGP จะทำการปรับกติกา Concession ที่เป็นกติกาสำหรับช่วยให้ทีมใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาแข่งขันในศึกนี้ได้อย่างทัดเทียมกับทีมอื่น ๆ ในรายการ โดยจะมีสิทธิพิเศษที่เหนือกว่าทีมที่แข่งขันมานานอยู่แล้วหลายข้อด้วยกัน และตอนนี้ทางผู้จัดก็พยายามจะปรับกติกาเพื่อช่วยให้แบรนด์อย่าง Honda และ Yamaha กลับมาแข่งขันกับทีมอื่น ๆ ได้ดีขึ้น แต่ทั้งนี้ยังมี KTM ค้านแนวคิด ที่จะช่วยเหลือค่ายรถญี่ปุ่นนี้ครับ Carlos Ezpeleta ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของ Dorna เคยออกมากล่าวในทำนองว่าอยากที่จะเปลี่ยนกติกาทางเทคนิคเกี่ยวกับสิทธิพิเศษเพื่อช่วยเหลือค่ายรถจากญี่ปุ่นที่กำลังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบค่ายรถยุโรปอยู่ในตอนนี้ แต่ทางเคทีเอ็มไม่เห็นด้วยเนื่องจากไม่เห็นด้วย Pit Beirer ผู้อำนวยการฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตของค่ายสีส้มในเชิงว่า ความได้เปรียบนั้นเดิมทีแล้วตั้งอยู่บนสิทธิพิเศษที่สืบเนื่องมาจากการเป็นแบรนด์ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ไม่กี่ปี และเราไม่สนับสนุนแนวคิดที่จะปรับกติการเพื่อช่วยเหลือค่ายญี่ปุ่น เพราะมันมีเหตุผลของมัน แน่นอนว่าปี 2020 และ 2022 ยามาฮ่ายังมีดีกรีเป็นรองแชมป์อยู่เลย แถมปี 2021 ยังเป็นแชมป์โลก ซึ่งหากคิดตามพื้นฐานคะแนนกติกา Consession แล้วเกินไปเยอะ ส่วนทางด้านค่ายปีกนกเองก็ใช่ว่าจะไม่มีคะแนนเกิน Marc Marquez และ Pol Espargaro เองก็เคยได้โพเดียมมาหลายครั้ง ส่วน Alex Rins ก็ชนะในเรซด้วยซ้ำ นั่นทำให้สองค่ายนี้ไม่ควรได้รับการเพิ่มสิทธิพิเศษใด ๆ และก็เชื่อว่าทางแบรนด์จะหาวิถีทางอื่นให้กลับมาสู้กันได้อย่างสูสี ค่ายอื่น ๆ เขาก็ต้องดิ้นรนเหมือนกันเช่น Ducati ที่กว่าจะกลับมาก็นานมาก ย้อนไปปี 2007 เลย แถม Aprilia เองก็เช่นกัน ทว่าบอสของ Ducati กับ Aprilia นั้นไม่ได้ออกมากล่าวคัดค้านอะไร กลับรออย่างเงียบ ๆ และเปิดใจมากกว่าทางค่ายสีส้มที่มีผลงานดีขึ้นเรื่อย ๆ งานนี้เพื่อน ๆ แฟน ๆ ที่ชื่นชอบ MotoGP มีความเห็นกันอย่างไรกันบ้างครับ แชร์กันได้เลยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก