SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์
  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าว MotoGP ล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
Marc Marquez ลั่น “ผมพร้อมทำเพื่อทีม Ducati”

Marc Marquez ลั่น “ผมพร้อมทำเพื่อทีม Ducati” Marc Marquez ลั่น พร้อมล่าแชมป์ให้ Ducati โดยนักบิดแชมป์โลก 8 สมัย ที่เปิดตัวเป็นนักแข่งของทีมโรงงาน Ducati อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวได้เผยถึงความรู้สึกในการเป็นนักแข่งของทีมแชมป์ 3 สมัยล่าสุดในการแข่งขัน MotoGP @ducaticorse One vision. 🔴 A Red vision for the 2025 #MotoGP season. Let us introduce the #DucatiLenovoTeam and our new riders Dream Team #Pecco63 and @Marc Márquez #CampioniInPista #Ducati #ForzaDucati @MotoGP™ @ducati @Lenovo ♬ suono originale – Ducati Corse “มันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากที่ผมได้มาอยู่ที่นี่ในวันนี้ (งานเปิดตัวทีมแข่งโรงงาน Ducati รายการ MotoGP อย่างเป็นทางการ) เพื่อเปิดฤดูกาลใหม่ของการแข่งขัน MotoGP ซึ่งผมมองว่านี่เป็นความท้าทายที่สำคัญที่สุดในอาชีพนักแข่งของผม”  “ในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้พักผ่อนบ้าง แต่ก็มีบางช่วงที่ได้ลงฝึกซ้อม และตอนนี้ผมเองก็รู้สึกว่าผมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับการแข่งขันในฤดูกาลใหม่ที่มีความท้าทาย และน่าตื่นเต้น เพราะเราจะได้เริ่มกลับมาทดสอบอีกครั้งสนามเซปัง ประเทศมาเลเซีย และต่อด้วยบุรีรัมย์” อีกทั้งเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัยรายนี้ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เจ้าตัวได้ตั้งเป้าหมายระยะสั้นของตัวเองไว้ และยังรู้ตัวดีว่าเป้าหมายในการแข่งขันให้กับทีมโรงงานย่อมไม่ใช่เรื่องอะไรอื่น นอกจากการได้โพเดียมในทุกสนามที่ลงแข่งขัน  “ผมตั้งเป้าหมายระยะสั้น ๆ ของผมก็คือการสนุกกับทุกการขับขี่ เพราะผมรู้ดีว่าถ้าผมทำได้ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะตามมาเอง และอย่างที่ผมเคยพูดไว้หลายครั้งเมื่อคุณอยู่ในทีมโรงงาน เป้าหมายย่อมไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากการแข่งขันให้ได้ในทุกสนาม การต่อสู้เพื่อโพเดียม และชัยชนะ และพยายามผลักดันตัวเองให้เป็นตัวหลักในการแข่งขันชิงแชมป์โลก” “เราต้องการทำงานอย่างหนัก และสร้างชัยชนะร่วมกับทีม มันไม่ใช่เรื่องสำคัญว่าใครในทีมจะชนะ แต่ขอแค่เป็นทีม และทุกคนใน Ducati สุดท้ายแล้วผลการแข่งขันจะเป็นตัวบอกเองว่าเราจะอยู่ตรงไหนในตารางคะแนนในช่วงเวลาที่ผมได้ใช้ร่วมกับทีมจนถึงตอนนี้ ผมเห็นแล้วว่าบรรยากาศการทำงานนั้นยอดเยี่ยมมาก และผมแทบรอไม่ไหวที่จะได้ขี่ Desmosedici GP อีกครั้ง”  เหล่าสาวกของทีมโรงงาน Ducati สามารถติดตามผลงานการซ้อมรอบสนามเซปัง ประเทศมาเลเซียในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ และติดตามการแข่งขันนัดเปิดสนาม Thai GP ได้ในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 ที่สนามช้าง จังหวัดบุรีรัมย์ แฟนคลับเป้กโก้ และมาร์ก เตรียมตัวรอได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

ข่าวมอเตอร์ไซค์

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Kymco Winglet เสริมปีก “ไฟฟ้า” ตอบโจทย์คนเหม็นควัน

Kymco Winglet เสริมปีก “ไฟฟ้า” ตอบโจทย์คนเหม็นควัน ความก้าวหน้าของระบบแอโรไดนามิกเริ่มเป็นที่ประจักษ์สายตาแก่ชาวสองล้อทั่วโลก รวมไปถึงยังเป็นเทคโนโลยียุคใหม่ที่ควรมีโดยเฉพาะในรถคลาสซูเปอร์ไบค์เป็นอย่างยิ่ง และไม่ใช่เพื่อเสริมความเร็วเพียงอย่างเดียวเท่านั้น มันยังมีประโยชน์ในเรื่องของความปลอดภัยต่อตัวผู้ขับขี่และยังสวยงามอีกด้วย ซึ่งในช่วงหลัง ๆ มานี้ แอโรไดนามิก กลายเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ และด้วยเหตุนี้ ทางผู้ผลิตค่ายรถสัญชาติไต้หวันอย่าง Kymco Winglet ก็ให้ความสนใจในด้านนี้อย่างจริงจัง บวกกับกำลังพัฒนาปีกหน้าหรือวิงก์เล็ตแบบ ‘ปรับได้’ เพื่อความชัดเจนและไม่โกหกแก่เหล่าแฟน ๆ ชาวสองล้อ เรามีภาพ Patent จดสิทธิบัตรสำหรับระบบแอโร่ไดนามิกตัวใหม่มาให้ชม พร้อมแบบร่างของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอย่าง Super Nex สายสปอร์ตที่การันตีได้ว่ารุ่นเจนเนอเรชันถัดไปที่จะเปิดตัวออกมา น่าสนใจอย่างแน่นอน นี่คือวิงก์เล็ตแอคทีฟ โดยติดตั้งอยู่บริเวณหน้าตัวรถเหมือนพวกรถสปอร์ตหรืิอซูเปอร์ไบค์อย่างที่เห็นกัน แต่ในกรณีของ Kymco ชิ้นส่วนวิงก์เล็ตเหล่านี้จะถูกใช้งานเฉพาะเมื่อจำเป็น โดยถูกควบคุมด้วยชุดควบคุมการทำงาน มีเซ็นเซอร์ตำแหน่งคันเร่ง เซ็นเซอร์ความเร็วที่ล้อ ซึ่งทั้งหมดเชื่อมต่อผ่าน ECU ด้วยระบบไฟฟ้า และปรับมุมของปีกให้เหมาะสมกับสภาพการขับขี่ ณ ขณะนั้น มีแนวโน้มว่าจะใช้กับ 2 รุ่นนี้ โดนมีความเป็นไปได้สูงว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะถูกใช้กับ รถสมรรถนะสูงหรือเน้นความสปอร์ตเป็นพิเศษ และมีแนวโน้มที่จะเป็น 2 รุ่นนี้ก็คือ Kymco SuperNEX มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าต้นแบบที่มีสมรรถนะสูง และมีดีไซน์แบบรถสปอร์ตเต็มพิกัด อีกทั้งโมเดลดังกล่าวยังเหมาะสมกับระบบแอโรไดนามิกที่เน้นการควบคุมช่วงเร่งหนัก ๆ ส่วนอีกรุ่นก็คือ Kymco RevoNEX อีกหนึ่งโปรเจ็กต์รถไฟฟ้าที่เน้นสมรรถนะ บวกกับดีไซน์ล้ำ และมีโอกาสเป็นแพลตฟอร์มสำหรับทดลองเทคใหม่อาทิ แกน IMU ระบบปีกวิงก์เล็ตเป็นต้น หรือเรียกง่าย ๆ มีคุณสมบัติพร้อมติดตั้งนั่นเองแหล่ะครับ อาจจะเป็นอีกออปชันหนึ่งที่น่าสนใจก็เป็นไปได้  ข้อดีและข้อเสียของระบบนี้ หากมีขึ้นจริง..!! ก็ย่อมมีฟีดแบคกลับมาทั้งข้อดีและข้อเสีย สำหรับข้อดีนั้นมีมากมายอย่างเช่น ลดอาการล้อหน้าลอย สร้างแรงดาวน์ฟอร์จ และสามารถปรับองศาของปีกได้ตามสถานการณ์โดยไม่ต้องจอด ซึ่งมันเหมาะสมกับรถไฟฟ้าที่มีแรงบิดสูงเลยทีเดียว ซึ่งไม่มีข้อเสียเลยนอกจากต้นทุนที่คุณจะต้องจ่ายมากขึ้นซึ่งหลัก ๆ ที่น่าห่วงก็น่าจะเป็นในเรื่องของการเซอร์วิสนั่นเองครับ สรุปก็คือ การมาของระบบแอโรไดนามิกที่คิมโค่เล็งพัฒนาขึ้น ก็เพื่อความสปอร์ต ความมันส์และความปลอดภัยของผู้ขับขี่นั่นเอง น้อยนักที่จะเห็นรถโมเดลไฟฟ้าติดปีกออกมาซิ่งกันให้เห็น อย่างไรก็ตามยังไม่มีการประการออกมาแต่อย่างใด รถก็เช่นกันยังอยู่ในคอนเซ็ปต์ของโมเดลต้นแบบอยู่ คาดว่าน่าจะเปิดตัวออกมาพร้อมกัน รถใหม่ ปีกใหม่ ระบบใหม่ ถูกใจวัยรุ่นเหม็นน้ำมันแล้วหล่ะทีนี้ ! อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่

No Posts Found!

No Posts Found!

ข่าวรถยนต์

No Posts Found!

No Posts Found!

รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Ducati Multistrada V2 S 2022

Ducati Multistrada V2 S 2022 เผยโฉมแล้ว ล่าสุดทางดูคาติก็ได้ทำการนำร่องอีเวนต์ 2022 World Première ด้วยการเปิดตัว Ducati Multistrada V2 S 2022 มอเตอร์ไบค์ในแบบออลราวเดอร์ซึ่งก็คือรถที่สามารถขับขี่ได้ในหลากหลายเส้นทางและหลากหลายรูปแบบนั่นเอง  สำหรับโมเดลนี้นับว่าเป็นโมเดลใหม่ล่าสุดในตระกูลมัลติสตราดา โดยมันใช้ขุมพลัง Testastretta 11° แบบ 2 สูบวี ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าเครื่องเดิม และมีการอัปเดตชุดเกียร์บ็อกซ์และระบบคลัตช์ใหม่ โดยเคลมแรงม้ามาที่ 113 แรงม้าที่ 9,000 รอบและแรงบิดที่ 96.3 นิวตันเมตรที่ 7,750 รอบ หรือ 93.6 นิวตันเมตรที่ 6,750 รอบสำหรับประเทศที่บังคับใช้ Euro5  ระยะเซอร์วิสเองก็ยาวมากเพราะชิ้นส่วนมีความทนทานสูง โดยเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุกๆ 15,000 กม. และเช็คตั้งวาล์วทุก 30,000 กม.  จุดเด่นของโมเดลใหม่นี้คือระบบกันสะเทือนที่ปรับเซ็ตได้เต็มระบบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมกับระบบ Skyhook Evo หรือระบบโช้คไฟฟ้า ที่ช่วยจัดการเรื่องช่วงล่างให้รถคุณ  ระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 ม.ม. พร้อมกับคาลิเปอร์เบรก Brembo โมโนบล็อก 4 ลูกสูบ ส่วนด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 265 ม.ม. และคาลิเปอร์เบรก Brembo แบบ 2 ลูกสูบ พร้อมกับระบบเบรกแบบ Cornering ABS ที่ทำงานร่วมกับระบบ IMU แบบ 6 แกน จาก Bosch  ตัวรถยังอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยี โดยมีโหมดการขับขี่ 4 โหมด (Sport, Touring, Urban และ Enduro) แทร็คชันคอนโทรล 8 ระดับ ส่วนระบบ Cornering ABS ปรับได้ 3 ระดับ ระบบช่วยหยุดรถบนทางลาดชัน ไฟเลี้ยวยกเลิกอัตโนมัติ หน้าจอเรือนไมล์แบบ LCD ส่วน V2S จะเป็นหน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ระบบไฟเบรกฉุกเฉินที่เคยมีในรุ่นใหญ่อย่าง V4 ตอนนี้ก็มีในโมเดลใหม่นี้ด้วย ซึ่งจะทำงานเวลาเบรกกะทันหัน และกระพริบไฟเบรกถี่ ๆ เพื่อแจ้งเตือนคนที่ตามมาด้านหลังให้รู้และระวังตัว ทั้ง 2 โมเดลจะมาพร้อมไฟท้าย LED แต่สำหรับไฟหน้านั้นเฉพาะ V2S เท่านั้นที่ได้ LED และระบบไฟส่องสว่างในโค้ง นอกจากนี้ระบบ V2S จะยังมีควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง ครูซคอนโทรลและสวิตช์ควบคุมแบบมีแบ็กไลท์ ตัวรถมีเบาะนั่งมาตรฐานสูงที่ 830 ม.ม. แต่สามารถเลือกอ็อปชันเสริมเป็นเบาะที่สูงหรือต่ำกว่าได้   สุดท้ายนี้ Ducati Multistrada V2 จะมาในเฉดสีแดง Ducati Red และล้ออัลลอยสีดำ ในราคา 516,300 บาท ส่วน V2S จะมาในเฉดสีแดง Ducati Red และล้ออัลลอยสีดำ และเฉดสีเทา Street Grey เฟรมดำและล้ออัลลอยสีแดง ในราคา 604,000 บาท ส่วนบ้านเรานั้นก็น่าจะนำเข้ามาจำหน่ายในช่วงต้นปีหน้าเป็นอย่างเร็ว คงเข้าไม่ทันปลายปีนี้อย่างแน่นอน ซึ่งก็ถือเป็นโมเดลที่มีความน่าสนใจและเทคโนโลยีก็ค่อนข้างจะครบครันเป็นรองพี่ใหญ่อยู่ไม่กี่อย่าง สำหรับคนชอบเดินทางผจญภัยโมเดลนี้อาจจะเป็นคำตอบของคุณ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2 October 2021
Adidas จับมือ Kawasaki

Adidas จับมือ Kawasaki ส่งรองเท้าเอาใจแฟน ๆ Ninja ล่าสุดแบรนด์รองเท้ายักษ์ใหญ่ระดับโลกจากเยอรมันอย่าง Adidas จับมือ Kawasaki ค่ายรถจากแดนปลาดิบหรือค่ายยักษ์เขียวที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีก็ได้ทำการจับมือกัน ส่งรองเท้ารุ่นพิเศษออกมาเรียกน้ำลายสาวกนินจากอย่าง ZX 8000 และ ZX 5K Boost ซึ่งก็บอกได้ว่าสวยงามตามท้องเรื่องน่าสะสมเป็นอย่างยิ่ง โดย ZX 8000 จะเป็นรองเท้าที่มาในชุดสีขาว เขียว และน้ำเงิน สื่อถึงสีสุดคลาสสิคของ Ninja ZX-7R สปอร์ตไบค์ระดับตำนานของทางค่าย ขณะที่ ZX 5K จะมาในชุดสีดำและเขียวที่ดูละม้ายคล้ายกับ ZX-10R 2021 สปอร์ตไบค์เรือธงของทางค่ายนยักษ์เขียว  งานนี้ก็ต้องมาลุ้นกันละครับว่าจะมาขายที่เมืองไทยให้ได้เป็นเจ้าเข้าเจ้าของกันได้สะดวกหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไปครับ  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

1 October 2021
เปิดตัว Kawasaki Z650RS 2022 เรโทรไบค์ระดับกลางคันงาม

เปิดตัว Kawasaki Z650RS 2022 เรโทรไบค์ระดับกลางคันงาม คาวาซากิเริ่มต้นการปฏิวัติวงการเรโทรไบค์ปี 2022 ด้วยการ เปิดตัว Kawasaki Z650RS 2022 เป็นโมเดิร์นเรโทรกลิ่นอายสปอร์ตในระดับกลาง โดยมีเป้าหมายเป็นนักบิดหน้าใหม่อายุน้อย โดดเด่นด้วยด้านหน้าตัวรถที่มีเอกลักษณ์ในแบบของเรโทรอย่างชัดเจน โดยการดึงเอาเอกลักษณ์ที่มีอยู่ในรถตระกูล Z ที่มีอายุอานามมานานเกือบ 50 ปีมาใช้กับโมเดลใหม่นี้นั่นเอง แน่นอนว่าไฟหน้าทรงกลมก็เป็นการบ่งบอกความเป็นเรโทรไบค์อย่างชัดเจน แอบใส่ความเป็นโมเดิร์นด้วยหลอดไฟ LED เข้าไป ถัดมาด้านในเป็นหน้าจอเรือนไมล์ทรงกลมคู่ท้ายทรงปลอกกระสุนปืนใหญ่ มีความทันสมัยด้วยแผงหน้าจอดิจิทัลตรงกลางเพื่อแสดงข้อมูลให้นักบิดรับรู้ได้ง่าย  ตัวรถเด่นด้วยลายเพ้นท์และแถบเส้นสายกราฟิก พร้อมท้ายแบบตูดเป็ด และแฟริ่งชิ้นข้างที่ทำเหมือนกับ Z650-B1 นอกจากนี้ตัวเบาะนั่งเองยังเดินเส้นสายการเย็บที่เป็นเอกลักษณ์ในแบบของ Kawaski ปิดท้ายด้วยล้อแม็กสีทองสวยงามคลาสสิคได้ใจ และได้กลิ่นอายให้นึกถึงโมเดลสุดไอคอนิกอย่าง Z650-B1 จากปี 1977 ที่ได้ฉายาว่าลูกชายของ Z1 เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของความเก่าและความใหม่ กระแสเรโทรและความโมเดิร์นที่ทางค่ายเขียวได้ตั้งใจออกแบบมาเป็นอย่างดี  ขุมพลังของโมเดลนี้เป็นเครื่อง 2 สูบเรียงขนาด 649 ซีซีที่ปรับปรุงมาใหม่ เดิมเคยใช้ใน Z650 และ Ninja 650 ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความทนทานและสมรรถนะที่ดี ทั้งนี้ยังได้ใส่ระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์เข้าไปอีกด้วย จากนั้นปรับจูนให้เหมาะสมกับ Kawasaki Z650RS 2022 โดยให้มีแรงบิดที่รอบต่ำและกลางดียิ่งขึ้น แต่ก็ไม่ทิ้งความแรงในรอบปลายอีกด้วย โดยเครื่องยนต์ปรับปรุงใหม่นี้ให้กำลังมากถึง 68 แรงม้า ในแง่ของช่วงล่างแชสซี มีการใช้เฟรมถักแบบท่อโลหะที่ให้ความเบาและคล่องตัว ตอบสนองการควบคุมได้เป็นอย่างดี ตัวรถปราดเปรียวช่วยให้ผู้ขับขี่ขาถึงพื้นได้ง่ายขึ้น และสามารถควบคุมรถได้อย่างง่ายดาย ทั้งนี้ความสูงเบาะจะอยู่ที่ 820 ม.ม. และมีตัวเลือกเป็นเบาะแต่งสูงเพียง 800 ม.ม.อีกด้วย มาที่ระบบกันสะเทือน ด้านหน้าจะเป็นโช้คแบบเทเลสโคปิกขนาด 41 ม.ม. พร้อมกับโช้คหลังเดี่ยวแบบวางนอนพร้อมกระเดื่องที่สามารปรับพรีโหลดได้ ส่วนระบบเบรกนั้นด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ทรงคลาสสิคแทนที่จานเบรกแบบคลื่นขนาด 300 ม.ม.พร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบลูกสูบคู่  ด้านหลังเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 200 ม.ม. พร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบลูกสูบเดี่ยว โดยจะมาพร้อมระบบ ABS จาก Bosch  สำหรับโมเดลใหม่นี้จะเริ่มจำหน่ายในอังกฤษช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน โดยมี 3 เฉดสีด้วยกันได้แก่  – สี Metallic Spark Black ราคา 7,549 ปอนด์หรือราว ๆ 347,000 บาท  – สีเขียว Candy Emerald Green ราคา 7,699 ปอนด์ หรือราว ๆ 354,000 บาท  – สีเทา Metallic Moondust Grey / Ebony ราคา 7,699 ปอนด์ หรือราว ๆ 354,000 บาท อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก  

27 September 2021
MV Agusta F3 RR 2022

MV Agusta F3 RR 2022 ติดปีกเสริมเขี้ยวเล็บเทคโนโลยีใหม่ ค่ายรถจากเมือง Varese ประเทศอิตาลียังคงทยอยเปิดตัวโมเดลใหม่อยู่เป็นระยะ ๆ ล่าสุดเป็น MV Agusta F3 RR 2022 ซูเปอร์สปอร์ตไบค์รูปหล่อคันใหม่ที่ดูด้วยตาเปล่าแล้วก็รับรู้ได้ทันทีว่าจะพร้อมจะจริงจังกับการซิ่งในสนามอย่างยิ่ง สำหรับโมเดลใหม่นี้ยังมีเครื่องยนต์ 3 สูบเรียงแบบ DOHC ขนาด 798 ซีซี ที่เคลมแรงม้ามาที่ 147 แรงม้าที่ 13,000 รอบที่เพลาข้อเหวี่ยง หากใส่ชุดเรซซิ่งคิต (ซึ่งจะมีท่อแบบฟูลจาก Akrapovic ที่มีน้ำหนักเบาลง และมีแม็ปเอ็นจิ้นที่เหมาะกับท่อซิ่งเต็มระบบอันนี้ด้วย) โดยจะทำให้แรงม้าโดดมาเป็น 155 แรงม้าที่ 13,250 รอบ พร้อมกับแรงบิดที่ 88.12 นิวตันเมตรที่ 10,100 รอบ อย่างไรก็ตามเครื่องยนต์นั้นไม่ใช่สิ่งแรกที่เห็นคุณจะมองเวลาคุณเจอกับคันนี้ สิ่งที่เด่นสุด ๆ คือแฟริ่งสุดงาม แน่นอนว่ามันออกแบบมาโดยคำนึงถึงเรื่องแอโรไดนามิกส์เป็นสำคัญ แต่ไม่ทิ้งเรื่องความงามอีกด้วย และแน่นอนว่าวิงก์เล็ตหรือปีกก็มีมาให้ด้วย โดยเป็นปีกคาร์บอนไฟเบอร์ที่ช่วยสร้างแรงกดที่ด้านหน้าอีก 8 กก.เวลาที่คุณขับที่ความเร็ว 240 กม./ชม.  ส่วนระบบกันสะเทือน ด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับจาก Marzocchi ขนาด 43 ม.ม.ที่ปรับแต่งได้เต็มระบบ ส่วนด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวแบบโปรเกรสซีฟจาก Sachs ที่ปรับแต่งได้เต็มระบบเช่นกัน  แน่นอนว่ารถแรงระบบเบรกก็ต้องดีไปด้วย ดังนั้นระบบเบรกจึงเป็นของ Brembo โดยด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่แบบลอยตัวขนาด 320 ม.ม. กับคาลิเปอร์เบรก Brembo โมโนบล็อกแบบ 4 ลูกสูบ ขณะที่ด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 220 ม.ม. พร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบ 2 ลูกสูบ โดยจะมีระบบเบรก ABS จาก Continental ที่มีระบบป้องกันล้อหลังลอยตัวและใช้งานในโค้งได้ และยังมีระบบควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทางเจ็นใหม่ล่าสุดของทางค่ายที่ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ได้สมู้ทมากยิ่งขึ้น หน้าจอแสดงผลตอนนี้เป็นจอสี TFT ขนาด 5.5 นิ้ว พร้อมระบบเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านระบบบลูทูธ เพื่อใช้งานสมาร์ทโฟนและปรับเซ็ตและดูข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวรถ สำหรับสนนราคานั้นเปิดตัวมาที่ 21,900 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยราว ๆ 860,000 บาท มาไทยราคาคงจะเจ็บกระเป๋าตังไม่ใช่น้อยเลยล่ะครับ แต่ความงามนี่กินขาดจริง ๆ ครับผม สำหรับรถในคลาสซูเปอร์สปอร์ตแบบนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

23 September 2021
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Combat F-117 Fighter มอเตอร์ไซค์มือสอง ราคาเกือบ 3 ล้าน!

Combat F-117 Fighter มอเตอร์ไซค์มือสอง ราคาเกือบ 3 ล้าน! รอดพ้นจากมือนักสะสม มาโผล่ในตลาดรถมือสองได้อย่างไม่น่าเชื่อ สำหรับโมเดลจากสำนักคัสตอม Combat Motors อย่าง Combat F-117 Fighter โดยทางเว็บไซค์ Pro Italia Motorcycle พร้อมเปิดเคาะราคาให้เป็นเจ้าของในราคาที่ 72,999 ดอลล่าร์สหรัฐหรือราว ๆ 2.7 ล้านบาท (มือหนึ่งขายราคาที่ 125,000 ดอลล่าร์หรือประมาณ 4.6 ล้านบาท) หากใครที่เป็นแฟน ๆ สาวกโร้ดสเตอร์อิดิชันสุดพิเศษและอยากสะสมไว้ก็ต้องก็พิจารณารุ่นนี้กันแล้ว  สำหรับเจ้า F-117 Fighter รุ่นนี้นับว่าเป็นโมเดลที่น่าสะสมไม่ใช่น้อย เพราะทางผู้ผลิตได้สร้างออกมาเพียงไม่กี่คันเท่านั้น ซึ่งนอกจากเครื่องยนต์ S&S X Wedge V-Twin ที่ดูโดดเด่นสะดุดตาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดีไซน์ของมันก็ช่างสวยงามราวกับงานสถาปัตยกรรมชิ้นเอกถูกออกแบบและยังแฝงไปด้วยความดิบเปลือยอันบ้าคลั่งที่ดูล้ำสมัยไม่ตกยุค   อักษรรุ่น ครอบกรองอากาศ ครอบถังน้ำมัน เรือนไมล์อนาล็อก ด้วยชิ้นส่วนโครงสร้างตัวรถที่ออกแบบด้วยวิศวกรรมชั้นสูงและใช้แบบเดียวกันกับรุ่น P-51 Figther ด้วยงาน CNC จากบล็อกเหล็กแท่งอลูมิเนียมเกรด 6061 และ 7075 ซึ่งเป็นเกรดอากาศยานระดับสูง ให้ความแข็งแรงและทนทานเป็นพิเศษ รวมถึงชิ้นส่วนต่าง ๆ ถูกเก็บดีเทลรายละเอียดงานต่าง ๆ อย่างประณีต อีกทั้งยังดูสวยงามด้วยแฟริ่งบริเวณบังโคลน ครอบท่อและครอบโซ่ที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ รวมถึงฝาครอบแคร้งเครื่อง ครอบคลัตช์ ครอบกรองและครอบถังน้ำมันแบบใส ดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เรือนไมล์แบบอนาล็อกผสมดิจิทัลประกอบกับงานเลเซอร์ประดับชื่อรุ่นไว้ตรงบริเวณถังน้ำมัน แถมใช้เบาะสั้นชิ้นเดียวฝังไฟท้ายออกมาดูสวยงาม เครื่องยนต์ S&S X Wedge 117 V-Twin ทริปเปิ้ลแคมชาฟต์ มีปริมาตรกระบอกสูบขนาด 1,917 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ ใช้ระบบสตาร์ทไฟฟ้า ระบบเกียร์ 5 สปีด ให้พละกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 120 แรงม้าที่ 5,100 รอบ แรงบิดสูงสุด 162.7 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบ ใช้ระบบหัวฉีด พร้อมถังน้ำมันขนาด 16.25 ลิตร แถมเคลมท็อปสปีดมามากกว่า 250 กม./ชม. เรียกว่าพร้อมบินตั้งแต่ออกตัวเลยทีเดียว  โช้คหน้าเป็นดับเบิ้ลวิชโบน พร้อมคอยล์สปริง โช้คเดี่ยวซับแทงค์ ด้านหลังร่วมกับกระเดื่อง ล้อคาร์บอนไฟเบอร์ Blackstone TEK (BST) ดิสก์เบรกด้านหน้า 4 ลูกสูบ ช่วงล่างจัดมาให้สวย ๆ เช่นกันและน่าสนใจเลยไม่น้อย ด้วยระบบกันสะเทือนจาก Race Tech โดยโช้คหน้าเป็นดับเบิ้ลวิชโบนพร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวพร้อมซับแทงค์ด้านหลังร่วมกับกระเดื่องและสามารถปรับแต่งได้เต็มระบบ สวมด้วยดับเบิ้ลดิสก์เบรกหน้าหลังพ่วงคาลิเปอร์ด้านหน้า 4 ลูกสูบและด้านหลังขนาด 4 ลูกสูบ เพิ่มความสวยงามมากยิ่งขึ้นด้วยล้อคาร์บอนไฟเบอร์จาก Blackstone TEK (BST) หน้า-หลังขนาด 19 นิ้ว และ 17 นิ้ว รัดด้วยยางสายฟ้า Pirelli Dlablo Rosso III ขนาดไซส์ 120/70 และ 240/45 ตามลำดับ รวมน้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 254 กก. แต่อย่างว่ารถแบบนี้ไม่ได้หาได้ง่าย ๆ เพราะมือหนึ่งไม่มีขายแล้ว ก็ต้องลองพิจารณากันดู สำหรับรถคัสตอมสูบวีสุดล้ำจากอเมริกัน พร้อมของแต่งรอบคันและไม่เหมือนใคร ถือว่าเป็นแรร์ไอเท็มที่น่าสะสมทีเดียว หากใครสนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ คลิ๊กที่นี่ สำหรับโมเดลรุ่นอะไรที่น่าสนใจในครั้งต่อไปก็อย่าลืมติดตามข่าวสารจาก SuperBike ได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

30 May 2024
Repsol ยุติการสนับสนุนทีมแข่ง Honda MotoGP

Repsol ยุติการสนับสนุนทีมแข่ง Honda MotoGP หลังจบปี 2024 บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่สัญชาติสเปนอย่าง Repsol ยุติการสนับสนุนทีมแข่ง Honda ในการแข่งขัน MotoGP หลังจากจบฤดูกาล 2024 กลายเป็นการจบความร่วมมือกันสองแบรนด์ยักษ์ใหญ่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตที่ยาวนานและโดดเด่นที่สุดครั้งนึงในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว หากจะย้อนประวัติศาสต์กันไปแล้วล่ะก็ Repsol นั้นกลายเป็นมาเป็นชุดสีนึงของ Honda ตั้งแต่ Honda NSR500 ในการแข่งขันชิงแชมป์โลกในระดับสูงสุดมาตั้งแต่ปี 1995 โดยมี Mick Doohan และ Alex Criville เป็นคนควบให้ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็เป็นเวลากว่า 30 ปีแล้วที่ความสัมพันธ์ของสองแบรนด์นั้นต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ความร่วมมือกันของคู่ก่อให้เกิดแชมป์โลกทั้งหมด 15 สมัย ชัยชนะในเรซแข่งขันมากถึง 183 เรซ และอีก 455 โพเดียม อย่างไรก็ตามหลังจากที่ Marc Marquez แยกทางออกไปหลังจบฤดูกาล 2023 บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ก็เริ่มการกระชับสัญญาเพื่อลดค่าใช้จ่ายทางการเงิน และนั่นส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงกับชุดสีของ RC213V รถแข่งในปี 2024 ที่มี Luca Marini และ Joan Mir เป็นนักแข่งให้ ซึ่งสังเกตได้ว่าโลโก้ของ Honda นั้นใหญ่กว่าของ Repsol กว่าปีที่ผ่าน ๆ มา การเคลื่อนไหวในครั้งนี้น่าจะเกิดขึ้นเพราะการจากไปของแชมป์โลก 8 สมัย ที่เคยอยู่ร่วมกันมานานกว่า 12 ปี ไปยัง Gresini Ducati และเมื่อเขาออกไป Honda ยังเสียการสนับสนุนจากทาง Red Bull ไปด้วย ขณะนี้ทางค่ายรถเองก็น่าจะมีข้อเสนอจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับผู้สนับสนุนในปี 2025 แต่ทาง Repsol เองต้องการที่จะโฟกัสในเรื่องของการโปรโมตน้ำมันเชื้อเพลิงทางเลือกแทน ซึ่งทางเรปโซลเองเชื่อว่าจะยังสามารถเชื่อมโยงภาพลักษณ์ของตัวเองเข้ากับการแข่ง MotoGP ในอนาคตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่จะได้เป็นผู้สนับสนุนเรื่องน้ำมันทางเลือกใหม่ที่ยั่งยืนกว่า เรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงทางเลือกใหม่นั้นเป็นกติกาใหม่ที่ถูกบังคับใช้ขึ้นในปีนี้ โดยจะต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทางเลือกที่ไม่ได้มาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล 40% และในปี 2027 ตัวเลขนี้จะกลายเป็น 100% หรือจะไม่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอีกต่อไปนั่นเอง งานนี้ก็ต้องดูกันต่อไปล่ะครับว่า Honda จะมีสปอนเซอร์รายใหญ่เป็นใคร และจะส่งผลต่อรูปลักษณ์ของรถแข่งในฤดูกาลหน้าอย่างไรบ้าง และแน่นอนว่าคนธรรมดาอย่างเรา ๆ ก็อาจจะได้รุ่นรถสปอร์ตในลวดลายทีมแข่ง MotoGP ใหม่ ๆ ที่ไม่ใช่ Repsol บ้าง โดยเฉพาะคนที่อาจจะไม่ชอบสีส้ม อ่านข่าวอื่นๆ จาก Honda คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

29 May 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Toprak เผยจะออกจาก Yamaha

Toprak เผยจะออกจาก Yamaha หลังจบฤดูกาลนี้ ในปี 2023 นี้มีนักแข่งที่จะหมดสัญญาลงเมื่อจบการแข่งขัน MOTUL FIM Superbike World Championship 2023 นี้ และหนึ่งในนั้นก็คือ Toprak Razgatlioglu แชมป์โลก WorldSBK 2021 โดย Toprak เผยจะออกจาก Yamaha เพื่อแสวงหาความท้าทายใหม่ แม้ว่าจะยังไม่คอนเฟิร์มว่าจะไปลงเอยกับสังกัดค่ายรถใด Razgatlioglu นักแข่งชาวตุรกีย้ายมาร่วมทีมกับยามาฮ่าในปี 2020 และเปิดตัวได้อิมแพ็กต์แบบเน้น ๆ ด้วยการควบ YZF-R1 คว้าชัยในเรซแรกที่ Phillip Island ในเรซแรกกับยามาฮ่าทันที และจบฤดูกาล 2020 ด้วยชัยชนะเพิ่มขึ้นอีก 2 เรซที่ Estoril และในปีต่อมาเขาก็คว้าแชมป์โลกได้ด้วยการชนะไปทั้งหมด 13 ครั้ง 29 โพเดียมจากทั้งหมด 37 เรซในปี 2021 เอาชนะ Jonathan Rea คู่แข่งจาก Kawasaki Racing Team WorldSBK ไปแบบระทึกเร้าใจตลอดทั้งฤดูกาลและหยุดสถิติการคว้าแชมป์โลกติดต่อกันของเขาไปได้ ฟอร์มการแข่งขันของเขายังดีต่อเนื่องมาถึงปี 2022 ด้วย และยังจบการแข่งขันฤดูกาลนี้ด้วยชัยชนะที่มากขึ้นคือ 14 เรซ แต่ก็ยังจบด้วยการเป็นรองแชมป์ โดยมี Alvaro Bautista จาก Aruba.it Racing – Ducati แม้ว่าตัวเขาจะทำสถิติใหม่ด้วยการเป็นนักแข่งที่มีชัยชนะมากครั้งที่สุดกับทางยามาฮ่าแซงหน้าสถิติเดิมของ Noriyuki Haga ที่เคยชนะรวมกันทั้งหมด 27 ครั้ง และในปี 2023 นี้เขาก็คว้าไปแล้ว 11 โพเดียมจากการแข่งขัน 12 เรซ รวมถึงชัยชนะ 1 ครั้งในรอบซูเปอร์โพลเรซที่ Mandalika อีกด้วย โดยนักแข่งชาวตุรกีผู้นี้มีสถิติชนะ 31 ครั้งกับยามาฮ่า 47 โพเดียมกับ R1 และเคยไปเทสต์รถแข่ง MotoGP อีก 2 ครั้ง แต่อย่างไรก็ตามเขาก็จะออกจากทีมโรงงานหลังจากที่เขาเคยคว้าแชมป์โลกมาแล้ว ซึ่งนับเป็นคนแรกเลยหลังจากที่ Ben Spies ช่วยค่ายส้อมเสียงคว้าแชมป์โลกมาแล้วในปี 2009 ซึ่งก็ถือว่าจะเป็นการจบความร่วมมือกัน 4 ปีกับทางยามาฮ่า ซึ่งก่อนหน้านี้เขาอยู่กับทางค่ายเขียว Kawasaki Puccetti Racing 2 ฤดูกาล โดยคว้ามาได้ทั้งหมด 15 โพเดียมกับ ZX-10RR โดยฤดูกาลแรกของเขาเริ่มต้นกับสนาม Donington Park และชัยชนะครั้งแรกของเขาเกิดขึ้นในฤดูกาลต่อมากที่ Magny-Cours ซึ่งเขาสามารถชนะในเรซแรกและในรอบซูเปอรโพลเรซได้แม้ว่าจะออกสตาร์ทจากกริดที่ 16 ก็ตาม นักแข่งวัย 26 ปีเผยว่า “ผมอยากที่จะบอกกับครอบครัวยามาฮ่าทุกคนว่าขอบคุณมาก ๆ สำหรับความรักและความเคารพที่พวกเขามีให้กับผม การที่ผมได้แชมป์โลกนั้นเคยเป็นความฝันของผมตอนที่ผมเซ็นสัญญากับยามาฮ่า และเราก็ไปถึงเป้านั้นด้วยกันแล้ว สำหรับฤดูกาลถัดไปผมรู้สึกว่าผมต้องการความท้าทายใหม่ ๆ และในขณะที่ผมมีโอกาสที่จะได้ไปทดสอบรถ MotoGP ผมไม่รู้สึกว่าผมต่อติดกับรถแข่ง MotoGP เหมือนตอนขี่รนถ WSBK เลย แต่ถ้าผมอยู่ต่อล่ะก็ผมต้องการเป้าหมายใหม่ ความทะเยอทะยานครั้งใหม่ ผมขอโทษที่ต้องออกจากยามาฮ่า ออกจากแบรนด์และกลุ่มผู้ติดตาม เนื่องจากเรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่การเปลี่ยนแปลงคือส่วงนึงของกีฬาทุกชนิด และเป็นปกติของมืออาชีพทุกคน ขอขอบคุณ ยามาฮ่า มอเตอร์ คอมพานี  ยามาฮ่า มอเตอร์ ยุโรป และยามาฮ่า มอเตอร์ ตุรกี มาก ๆ รวมไปถึงขอบคุณทีม Pata Yamaha Prometeon WorldSBK ด้วย และโดยเฉพาะกับทีมงานของผมซึ่งทำงานหนักให้กับผมมาตลอด” อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Shoei X-Fifteen

Shoei X-Fifteen หมวกสายซิ่งตัวท็อปรุ่นใหม่ ดีขึ้นรอบด้าน เปิดตัวพร้อมจำหน่ายกันแล้วที่ต่างประเทศสำหรับหมวกกันน็อกขวัญใจสายสปอร์ตอย่าง Shoei X-Fifteen (ชื่อสำหรับขายญี่ปุ่นและอเมริกา) หรือ X-SPR Pro (ชื่อสำหรับขายในยุโรป) ซึ่งต่างก็เป็นหมวกกันน็อกแบบเต็มใบตัวท็อปจากญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน ซึ่งครั้งนี้อัปเกรดและปรับปรุงให้สมรรถนะดีขึ้นรอบด้าน เหมาะกับการขับขี่ในสไตล์สปอร์ตจนถึงในการแข่งขันด้วยมาตรฐานความปลอดภัยที่ทันสมัย หลาย ๆ คนก็น่าจะรู้ว่าหมวกกันน็อกแบรนด์นี้มีนักแข่งระดับโลกใส่กันอยู่หลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Marc Marquez แชมป์โลกทุกรายการรวมกัน 8 สมัยและ Alex Marquez น้องชายของเขา ซึ่งเป็นเสมือนเครื่องการันตีคุณภาพของหมวกได้เป็นอย่างดี สำหรับสิ่งที่ปรับปรุงมาใหม่ในโมเดลนี้จุดเด่นเห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องของแอโรไดนามิกส์ ที่ทางค่ายทดสอบกันในอุโมงค์ลมและเคลมมาว่าจะลดการยกตัวของหมวกได้ 1.6% และลดแรงฉุดของหมวกได้ 6.1% ด้วยการออกแบบเชลล์หมวกใหม่ให้มีส่วนคางที่แคบบวกกับปรับปรุงตัวปีกที่ด้านหลังซึ่งทำหน้าที่เพิ่มความนิ่งให้กับตัวหมวก ทำให้หมวกนิ่งขึ้นเมื่อขับขี่ที่ความเร็วสูง ๆ (ทดสอบที่ความเร็ว 348.8 กม./ชม.) ต่อมาเป็นเรื่องของช่องลมระบายความร้อนซึ่งปรับปรุงมาโดยอาศัยการทดสอบในอุโมงค์ลมเช่นกัน โดยออกแบบมาให้มีการถ่ายเทอากาศร้อนที่ดีในทุก ๆ ท่าทางการขับขี่ โดยมีช่องลมเข้าที่เปิดปิดได้ถึง 7 ช่อง ช่องลมออกอีก 6 ช่องซึ่งจัดวางตำแหน่งไว้อย่างดี รวมไปถึงการระบบระบายอากาศโดยการเจาะรูที่นวมชิ้นแก้ม จึงช่วยการันตีได้ว่าใส่แล้วจะเย็นกว่าหมวกรุ่นเก่าแน่นอน ตลอดไปจนถึงความสบายขั้นสุดด้วยเทคโนโลยี 3D Max-Dry Interior System II ซึ่งก็คือนวัตกรรมที่ทำให้วัสดุที่ใช้ทำซับในนวมหมวกด้านในนั้นดูดซับเหงื่อและความชื้นได้ดี และระบายออกได้เร็วกว่าวัสดุปกติ 2 เท่า และยังสามารถปรับขนาดนวมหมวกในชิ้นต่าง ๆ เพื่อให้ใส่กระชับได้มากที่สุด วิสัยทัศน์กว้างขึ้นก็เป็นส่วนสำคัญของหมวกกันน็อกรุ่นนี้ โดยกว้างขึ้นทั้งมุมมองมองด้านบน และด้านข้าง รวมถึงขนาดพินล็อกกันฝ้าที่มีให้ก็มีขนาดใหญ่ขึ้นอีก 10% ช่วยให้ทัศนวิสัยดีขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ระบบชิลด์ก็ปรับปรุงใหม่ กัน UV 99% และขึ้นรูปด้วยวิธีการล้ำสมัยอย่างการฉีดพิมพ์ขึ้นรูปแบบ 3 มิติสุดล้ำ ทำให้ภาพที่ได้ไม่หลอกตา ไม่บิดเบือน พร้อมระบบล็อกชิลด์ 2 ชั้น การันตีชิลด์ไม่เปิดเองแม้ขณะล้ม และที่สำคัญก็คือเรื่องของความปลอดภัย ตัวหมวกนั้นใช้โครงสร้างเชลล์หมวกแบบ Multi-Ply Matrix AIM+ ซึ่งนำเอาไฟเบอร์กลาสน้ำหนักเบามาเรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ถึง 6 ชั้นด้วยกัน เพื่อให้ความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และการดูดซับแรงกระแทกที่เหมาะสม อีกทั้งยังมีโฟมหมวกที่มีความหนาแน่นในแต่ละจุดแตกต่างกันตามความเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บ รวม ๆ กันแล้วก็ทำให้สามารถทดสอบผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ ๆ อย่าง Snell M2020R และ ECE22.06 ก็เรียกได้ว่ามีคุณสมบัติที่ดีขึ้นรอบด้านจริง ๆ งานนี้ใครอยากเป็นเจ้าของก็คงต้องอดใจรอว่าทางผู้นำเข้าในประเทศไทยจะนำเข้ามาจำหน่ายเมื่อไหร่กันนะครับ แต่ราคาบอกเลยว่าสูงแน่นอนเพราะนี่คือตัวท็อปของทางแบรนด์แล้ว อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

HONDA EM1 e: โมเป็ดไฟฟ้าคันน้อยบุกยุโรปแล้ว

HONDA EM1 e: โมเป็ดไฟฟ้าคันน้อยบุกยุโรปแล้ว HONDA EM1 e: อีวีไบค์หรือโมเป็ดไฟฟ้า คันแรกสำหรับนักบิดอายุน้อยชาวยุโรปเปิดตัวแล้วพร้อมชูจุดเด่นด้วยระบบสลับแบตเตอรี่ที่มีชื่อว่า ฮอนด้าโมบายพาวเวอร์แพ็ค อี: ซึ่งให้ความสะดวกสบาย ขับขี่สนุกแถมยังไร้มลพิษอีกด้วย สำหรับโมเดลนี้ถือเป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสองล้อคันแรกของ Honda เลยที่จะมาจำหน่ายในลูกค้าในยุโปรดหลังจากที่ได้เคยประกาศไปเมื่อช่วงปลายปีที่แล้วตามแผนการของทางค่ายว่าจะเปิดตัวโมเดลสองล้อไฟฟ้าอย่างน้อย 10 โมเดลขึ้นไปภายในปี 2025 ถือได้ว่าเป็นก้าวแรกสู่การเป็นกลางทางคาร์บอนสำหรับกลุ่มรถมอเตอร์ไซค์ที่ตั้งไว้เป็นช่วงทศวรรษ 2040 โดย EM ย่อมาจาก Electric Moped หรือโมเป็ดไฟฟ้า ซึ่งมีเป้าหมายเป็นกลุ่มผู้ใช้อายุน้อย เป็นรถที่ขี่ง่าย ขี่สนุก ไร้มลพิษ เหมาะกับการใช้งานในตัวเมือง ตัวรถเล็กกะทัดรัด มีที่วางเท้าแบบราบและเส้นสายที่สมู้ท ทำให้มันโดดเด่นแตกต่างในแบบของฮอนด้า มีหน้าจอแสดงผลแบบดิจิทัล LCD ช่องเก็บของขนาด 3 ลิตรใต้เบาะ ช่องจ่ายไฟแบบ USB ตัวมอเตอร์ขับเคลื่อนเป็นแบบมอเตอร์ไฟฟ้าแบบฝังในล้อ ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนของทางฮอนด้าที่ชื่อว่า Honda Mobile Power Pack e: มีแรงดันไฟ 40 โวลต์ มีน้ำหนักประมาณ 10 ก.ก. ซึ่งสามารถถอดออกนำไปชาร์จไฟที่บ้านเองได้สะดวก โดยให้ระยะการใช้งานได้ 41.3 กม. และมีท็อปสปีดสูงสุดที่ทำได้ที่ 45 กม./ชม. ทั้งยังเคลมมาอีกว่ามีกำลังมากพอที่จะให้ผู้ขับขี่น้ำหนัก 75 กก.สามารถขับขึ้นเนินความชัน 10% ได้ ซึ่งเจ้าตัวแบตเตอรี่ที่ว่านี้จะมาในรูปแบบของเช่า หรือทำจ่ายแบบรายเดือนขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ ทำให้ไม่ต้องห่วงว่าแบตเตอรี่จะเสื่อม หรือต้องมาคอยมาหาที่ทิ้งแบตเตอรี่ เพราะทางฮอนด้าจะจัดการส่วนนี้ให้เอง อย่างไรก็ดีตัวแบตฯ เคลมมาว่าใช้ชาร์จซ้ำได้ถึง 2,500 ครั้ง ใช้เวลาชาร์จจาก 25% – 75% ในเวลา 2 ชม. 40 นาทีด้วยที่ชาร์จขนาด 270 วัตต์พร้อมระบบระบายความร้อนในตัว ซึ่งใช้ไฟบ้านโดยตรงได้เลย ในส่วนของแชสซีทางค่ายมีการเลือกใช้เฟรมโลหะแบบอันเดอร์โบน มีโช้คหน้าแบบเทเลสโคปิก โช้คหลังคู่ ส่วนระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกที่ด้านหน้า และด้านหลังจะเป็นแบบดรัมเบรกพร้อมระบบเบรกแบบ CBS ซึ่งเป็นลูกเล่นตามแบบของโมเป็ดดั้งเดิม ปิดท้ายด้วยล้อและยาง 90/90-12 นิ้ว และ 100/90-10 นิ้ว หน้าหลังตามลำดับ   สุดท้ายโมเดล 2023 นี้จะจำหน่ายด้วยกัน 3 เฉดสี ได้แก่ สีขาวมุกเพิร์ลซันบีม Pearl Sunbeam White, สีเงินเมทัลลิกดิจิทัลซิลเวอร์ Digital Silver Metallic และสีดำเมทัลลิกแมทบัลลิสติก ทั้งนี้ตัวรถมีความสูงเบาะเพียง 740 ม.ม. และน้ำหนักเบาเพียง 95 กก.รวมแบตเตอรี่แล้ว ซึ่งถือว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ก็ขี่ได้ง่ายอย่างแน่นอน ซึ่งก็ถือว่าเป็นโมเดลที่น่าใช้พอสมควร อย่างไรก็ดีคาดว่าการมาจำหน่ายในประเทศไทยอาจจะเป็นไปได้ยาก และอาจจะไม่ได้รับความนิยมอันเนื่องมาจากเรื่องของการที่ไม่สามารถจดทะเบียนได้ งานนี้ชาวไทยอาจจะต้องรอลุ้นโมเดลอื่น ๆ ในอนาคตของทางค่ายปีกนกกันต่อไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!