SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    • ZONTES
    • ZXMOTO
    • CFMOTO
    •   Back
    • Moto2
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    • ข่าวรถ Xiaomi
    • ข่าวรถ Maextro
    • ข่าวรถ DENZA
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Honda
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Yamaha
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ ZONTES
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ ZXMOTO
    •   Back
    • รีวิวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
2025 Kawasaki Ninja 1100 SX ยักษ์เขียว ล้อหมุนเปิดรุ่นใหม่

ยักษ์เขียว ล้อหมุนเปิดรุ่นใหม่ 2025 Kawasaki Ninja 1100 SX หลังจากที่ Kawasaki Versys 1100S เปิดตัวแล้วในประเทศออสเตรเลีย ก็มีข่าวเพิ่มเติมออกมาเกี่ยวกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ 2025 Kawasaki Ninja 1100 SX ที่ใช้เครื่องยนต์แบบเดียวกัน รวมไปถึงรุ่นย่อยที่ใส่ของแต่งสายทัวร์ริ่งมาให้ เครื่องยนต์ 1100 เจนใหม่ เพิ่มขนาดแต่ม้าตาย เครื่องยนต์ใหม่ ในโมเดลนี้มีขนาด 1,099 ซีซี 4 สูบเรียง โดยเป็น เครื่องยนต์ที่ถูกพัฒนามาจากรุ่น Ninja 1000SX เดิม ซึ่งขาววงในบอกสเปคคร่าวๆมาว่า จะสามารถส่งกำลัง 134 แรงม้าที่ 9,000 rpm แรงบิด 112.6 นิวตันเมตร ที่ 7,600 rpm เทียบกับตัวเก่าเครื่องยนต์ตัวใหม่เหมือนจะโดนตอนม้ามา แต่ได้แรงบิดที่เพิ่มหน่อยนึง เพราะจากสเปคเดิม Ninja 1000SX ที่มีพละกำลังอยู่ที่ 140 แรงม้าที่ 10,000 rpm แรงบิดอยู่ที่ 111.2 ที่ 8,000 rpm ที่ม้าล้มตายไปฝูงนึง น่าจะมีสาเหตุจาก กฎ Euro 5+ ที่ไม่ใช่แค่คาวาที่โดน แต่ ตัวพันรุ่นใหม่ โดนแทบทุยี่ห้อ ต้องมาดูอีกทีว่า Kawasaki ให้โหมดแบบไม่ตอนมารึเปล่า หรือต้องซื้อท่อฟูลซักเส้น เพิ่มท็อปสปีดกับอัตราทดเกียร์ใหม่ ถึงแม้ว่าเครื่องยนต์ใหม่นี้จะมีกำลังแรงม้าที่น้อยกว่า และมีน้ำหนักที่ใกล้เคียงกัน แต่เจ้า Ninja 1100SX มีการปรับอัตราทดเกียร์ใหม่ จึงทำให้มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 251 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่ง 1000SX ทำได้ที่ 249 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รุ่น SE เพื่อสายทัวร์ริ่งโดยเฉพาะ ในส่วนของรายละเอียดรุ่นย่อยของ Kawasaki Ninja 1100SX จะไม่ได้มาเพียงแค่รุ่นธรรมดา (โมเดลต่อท้ายด้วย SX) แต่จะมีรุ่น SE ที่เป็นรุ่นอัพเกรดเพิ่มเติมขึ้นมา โดยในรุ่น SE จะมาพร้อมอุปกรณ์เสริมเช่นกล่องสัมภาระด้านข้าง และเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ รวมถึงระบบความปลอดภัยที่มีความทันสมัยมากขึ้น และรวมไปถึงสีพิเศษที่อาจจะมีเฉพาะในรุ่นนี้  สรุป รถจักรยานยนต์รุ่นนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่สไตล์สปอร์ต-ทัวร์ริ่ง โดยมุ่งเน้นไปที่ความสมดุลระหว่างสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของรุ่นนี้คาดว่าจะเปิดตัวขี้นในเดือนตุลาคม 2024​ นี้ และคาดว่าจะมีคันจริงให้สาวกยักษ์เขียว ลูบไล้สัมผัสที่งาน EICMA 2024 ที่ประเทศอิตาลี ในเดือนพฤศจิกายนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

25 September 2024
Ducati 100 Wins MotoGP กับประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ในโมโตจีพี

Ducati 100 Wins MotoGP กับประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ในโมโตจีพี Ducati 100 Wins MotoGP สร้างประวัติครั้งใหม่ กับการเฉลิมฉลองชัยชนะสู่ 100 เกมของการแข่งขันใน MotoGP ที่ Misano ประเทศอิตาลี โดยชัยชนะครั้งล่าสุด เกิดขึ้นโดยนักบิดหมายเลข 23 Enea Bastianini เพื่อนร่วมทีมเมทแชมป์โลกอย่าง Francesco Bagnaia ที่สามารถได้คว้าชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ หลังการดวลกับ Jorge Martin ผู้นำอันดับหนึ่งของตารางในรอบสุดท้าย ก่อนสามารถแซงเจ้าตัวและเข้าเส้ยชัยเป็นคนแรก สร้างผลงานในบ้านที่น่าจดจำให้กับ Ducati ไปได้ในครั้งนี้ @motogp A bit of controversy around Bestia’s winning overtake 😬 Which is your point of view? Too agressive or just a bold last lap move? 👀 #EmiliaRomagnaGP 🏁 #MotoGP #Motorsport #Motorcycle #Racing #SportsOnTikTok ♬ Tonight – Felix Tena หากย้อนไปในช่วงบุกเบิก Ducati นั้นก่อตั้งขึ้นในปี 1926 และเข้าสู่การแข่งขัน MotoGP อย่างจริงจังในช่วงต้นปี 2000 โดยความสำเร็จแรกของพวกเขาเกิดขึ้นในปี 2003 เมื่อ Loris Capirossi คว้าชัยชนะครั้งแรกให้กับทีม ความสำเร็จนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตที่ต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 20 ปี โดย Ducati ยังคงพัฒนารถแข่งและเทคโนโลยีต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้พวกเขาเป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดใน MotoGP โดยชัยชนะครั้งที่ 100 ของ Ducati ถือเป็นจุดสำคัญที่ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่สามารถรักษาระดับการแสดงศักยภาพได้อย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา การควบคุมรถที่มีประสิทธิภาพสูง รวมถึงการทำงานเป็นทีมของนักแข่งและวิศวกร ทำให้ Ducati สามารถแสดงความสามารถได้ในทุกสนามแข่ง ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันในยุโรปหรือในสนามอื่นๆ ทั่วโลก นอกจากการพัฒนาต่อเนื่องอย่างไม่หยุดหย่อน Ducati ยังได้รับการสนับสนุนจากนักแข่งมากฝีมือหลายคน อาทิ Casey Stoner ซึ่งเคยพา Ducati คว้าแชมป์โลกในปี 2007 ความสำเร็จเหล่านี้ช่วยให้ Ducati กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่โดดเด่นที่สุดในวงการ MotoGP โดยการมีรถแข่งที่มีความเร็วและความเสถียรสูงช่วยให้นักแข่งสามารถควบคุมสถานการณ์ในสนามได้อย่างดี ความสำเร็จของ Ducati ไม่เพียงแต่ทำให้พวกเขาก้าวสู่การเป็นแชมป์ในหลายรายการ แต่ยังส่งผลให้มีแฟน ๆ และผู้สนับสนุนจากทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การชนะครั้งที่ 100 จึงไม่เพียงแต่เป็นการบันทึกสถิติ แต่ยังเป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานเป็นทีม การพัฒนาเทคโนโลยี และการทุ่มเทในการแข่งขันที่สูงสุดในโลกของ MotoGP อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

24 September 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
ไฮไซด์ คืออะไร จะเกิดขึ้นได้อย่างไร มาดูกัน..!!

ไฮไซด์ คืออะไร จะเกิดขึ้นได้อย่างไร วันนี้เรามาหาสาเหตุกัน จากเหตุการณ์ล่าสุด ในสนาม MotoGP ที่คาตาลุนย่า หรือบาเซโลน่ากรังปรีซ์ ทุกคนที่ได้เห็นฟรานเชสโก้ ‘เป๊กโก้’ บันยาญ่า สะบัด จนดีด ตัวเขาลอยขึ้นไปบนอากาศ สู่ความเวิ่งว้างอันไกลโพ้นในเสี้ยววินาทีนั้น เพื่อนๆ ที่เพิ่งได้ดู ต่างรุ้สึกหวาดเสียวจนบอกไม่ถูก หลายคนอาจยังไม่รุ้จักว่า ที่เรียกเหตุการณ์แบบนี้ว่า ‘ไฮไซด์’ นั้น คืออะไร และมันเกิดขึ้นได้อย่างไร มาทางนี้ SB จะอธิบายให้เข้าใจอย่างง่ายๆกัน การสูญเสียแรงยึดเกาะ หรือ กริป ในชั่วขณะ ขณะขับขี่หรือเข้าโค้ง ด้วยความเร็ว คือคำตอบ แบ่งออกเป็น ไฮไซด์ และ โลว์ไซด์ ในกรณีนี้ เราจะอธิบายการเกิดไฮไซด์ ให้เข้าใจง่ายๆที่สุดก่อน ทั้ง ไฮไซด์ และ โลว์ไซด์ ต่างก็คือ การสูญเสียแรงยึดเกาะ ที่มากเกินไป (หรือน้อยเกินไปในกรณีน้อยไปจะเกิดในโลวไซด์มากกว่า )เช่นเดียวกัน แต่ต่างกันตรงที่ผลลัพธ์ แน่ล่ะ เจ็บตัวเหมือนกันแน่นอน ต่างกันที่สถานการณ์และปัจจัยภายนอกอยุ่บ้าง ไฮไซด์นั้น เกิดจากการสูญเสียแรงยึดเกาะ ในชั่วขณะนึง ในหลายปัจจัย ยางเย็นเกินไป มีสิ่งผิดปกติบนผิวถนน การเปิดคันเร่งที่ ‘ล้น’ หรือมากเกินไป หรือการเบรคลึกและรถมีน้ำหนักเทไปข้างหน้ามากจนล้อหลังเกิดแรงบิดสูงแต่น้ำหนักที่ลงพื้นกลับเสียสมดุล ทำให้ล้อหลัง พยายาม ’แซง’ ล้อหน้า เวลารถเอียงขณะระหว่างอยู่ในโค้ง ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ทำให้รถสูญเสียแรงยึดเกาะ ‘ชั่วขณะนึง’ แต่ชั่วขณะพริบตานี้ ก็ทำให้รถเกิดอาการ ‘ขวาง’ แต่ในพริบตานั้น เมือแรงบิดลดลง ล้อที่กำลังสปินอย่างรุนแรง กลับไปแตะพื้นถนนอีกครั้ง ฟริกชั่นที่จับพื้นอย่างฉับพลัน ในขณะที่รถเสียสมดุลขวางถนนอยู่ แต่ไม่ทำให้รถล้ม (ถ้าสไลด์แบนลงไปเลย คือ ‘โลว์ไซด์’) กลับทำให้เกิดการสะบัดอย่างรุนแรง จนดีดผู้ขับขี่หลุดลอยจากรถขึ้นไปในแนวดิ่ง กรณีนี่้ความรุนแรงไม่ได้เกิดจากตกลงมากระแทกพื้นเพียงอย่างเดียว แต่อาจอุบัติเหตุซ้ำซ้อนจากการถูกรถที่ตามมาปะทะ เกิดความเสียหายรุนแรงมากขึ้นไปอีก ซึ่งการไฮไซด์ในสนามที่มีการควบคุมและมีความปลอดภัยสูง ยังเกิดความเสียหายสูงได้ แล้วหากเป็นถนนที่เราใช้ๆกันละ ไม่อยากจะคิด… ยิ่งบนถนนความเสียหายนั้นอาจเกินคาดเดา เพราะบนถนน ไม่มีบ่อกรวด ไม่มีรันเวย์เผื่อให้คุณไถลไกลๆ ไม่มีเมดิคัลเซอร์วิสรอรับคุณ ยิ่งหากคุณขับขี่อยุ่ในพื้นที่ไกลปืนเที่ยง ถนนต่างจังหวัด บนภูเขาห่างไกลชุมชน มีแค่กำแพง ราวเหล็ก รั้วหลักกิโลปูน พงหญ้า ต้นไม้ใหญ่ ไม่นับ รถที่กำลังตามมา รอบด้านบนถนน ล้วนมีปัจจัยก่อให้เกิดความเสียหายถึงชีวิตได้ทุกอย่าง ปัจจัยที่ทำให้เกิดไฮไซด์หรือโลว์ไซด์ -ยางใหม่เกิดยังมีwaxเคลืบหน้ายางจากโรงงาน (เราถึงแนะนำให้ ยางใหม่ อย่าเพิ่งเปิดหนัก ใส่โค้งแรงๆ ให้รันอินเปิดหน้ายางไปก่อน อันนี้สำคัญ) -เบรคหลังหนักเกิน ล้อล็อค (มือใหม่เป็นกันเยอะ ใช้เบรคหลังพอๆกับเบรคหน้า) -ใช้ Engine Brake ไม่คล่อง ชิพท์ดาวไม่ถูกจังหวะ (มาฝึกเรียนรู้ในสนามให้มากขึ้น มีประโยชน์มาก) -เปิดคันเร่ง ‘ล้น’ หรือมากเกินไป ขณะกำลังออกโค้ง -แต่งตัวก่อนถึงโค้งช้าเกินไป โอเวอร์สเตียร์ จนล้อหลังดริฟท์ออกข้าง (แต่เราคุมไม่ได้ ถ้าไม่เคยชิน ) – ลีนอินมากและเร็วเกินไป (กรณีนี้จะเป็นโลว์ไซด์) – เซทติ้งช่วงล่างสำคัญ โช้คอัพนิ่มจนเกินไปยัน แล้วดีดส่งผู้ขับขี่ออกจากตัวรถ – มีสิ่งที่ไม่คาดคิดบนพื้นถนน ไม่ว่าคราบน้ำมัน น้ำนอง ของเหลวต่างๆ น้ำขยะ ทราย ดินหล่น ซึ่ง เมื่อล้อหลังสูญเสียกริป ไปคนละทางกับล้อหน้าแล้ว โอกาสที่เราจะกู้สถานการณ์ แทบเป็นไปไม่ได้เลย สิ่งที่เราแนะนำสำหรับนักขี่มอเตอร์ไบค์อย่างเราๆ นอกเหนือไปจากที่เราอยากให้คุณไปเรียนรู้การขับขี่ควบคุม ตามหลักสูตรต่างๆที่มีสอนมากมาย ทั้งคอร์สอบรมจากผู้ผลิต หรือหลักสูตรแอดวานซ์ในสนามงานแทรคเดย์ หรือจากคอร์สที่เปิดสอนทั้วไปให้เลือกแล้ว คือ – อย่าประมาท อย่าเอาตัวเองไปอยุ่ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูง บนถนนที่ตัวเองไม่คุ้นเคย คืดในแง่ร้ายไว้ก่อน ไม่เห็นปลายโค้ง ไม่รุ้ว่ามีอะไรอยุ่ ลดความเร็วลง – เลือกยางให้เหมาะกับการใช้งาน ยางสนาม ไม่ใช่ยางถนน มันร้อนไม่พอ แรงยึดเกาะมันยังไม่พร้อมใช้งาน อันตรายมาก เลือก Multipurpose ก็มีหลายรุ่นให้เลือกแล้ว – ระบบอิเลคโทรนิกส์ในรถ ปัจจุบัน มีมาให้ใช้ตั้งแต่รถตลาด ซีซีน้อยแล้ว แทรคชั่นคอนโทรล เบรค ABS Anti Wheelie เป็นพื้นฐาน พึ่งมันซะ มืออาชีพขี่ถนนยังใช้กันเลย ใช้ให้เป็น โหมดขับขี่

Fast Johnnie Road Glide ST

Fast Johnnie Road Glide ST โมเดลพิเศษที่ท่านอ้นคร่อม ล่าสุด Facebook ของท่านอ้น หรือท่านวัชรเรศร วิวัชรวงศ์ ได้โพสต์ข้อความและภาพว่าท่านได้รับเชิญให้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของสมาคม ของกลุ่ม Mad Hogs ซึ่งเป็นกลุ่มของชาวไทยในอเมริกาที่นิยมในรถ Harley-Davidson และขับขี่มอเตอร์ไซค์ไปทั่วประเทศเพื่อส่งเสริมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ในสังคมไทยในอเมริกา โดยเจ้ารถคันสีฟ้าขาวที่ท่านได้คร่อมนั้นสะดุดตาสาวกอเมริกันแบ็กเกอร์อย่างยิ่ง แน่นอนว่า เราก็ได้ไปหาข้อมูลมาแล้วว่ารถคันดังกล่าวคือรุ่นอะไร ซึ่งมันก็คือเจ้า Fast Johnnie Road Glide ST ทัวริ่งไบค์โมเดลพิเศษจำนวนจำกัด ที่โดดเด่นด้วยงานเพ้นท์สี และลวดลาย Johnnie The Pig บนถังน้ำมัน ขุมพลัง Milwaukee-Eight 117 วีทวิน ขนาด 1,923 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ ระบบเกียร์ 6 สปีด ขับเคลื่อนด้วยสายพานตามแบบฉบับรถอเมริกันมัสเซิลไบค์ ให้กำลังสูงถึง 102 แรงม้าที่รอบต่ำเพียง 4,750 รอบต่อนาที กับแรงบิดมหาศาลที่ 169 นิวตันเมตร ที่รอบ 3,500 รอบต่อนาที โดยโมเดลนี้มีจำหน่ายที่ราคา 1,816,000 บาท งานนี้ใครอยากเท่เหมือนท่านอ้น ก็ลองติดต่อตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านได้เลยนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Royal Enfield Bullet 350

Royal Enfield Bullet 350 เปิดตัวแล้วที่แดนภารตะ รุกตลาดหนักตลอดสำหรับค่ายรถอังกฤษที่มาเจริญเติบโตจนยิ่งใหญ่ที่อินเดีย ด้วยการเปิดตัวโมเดลใหม่ในตระกูลที่ได้ชื่อว่ามีการผลิตมาอย่างยาวนานที่สุดในโลก อย่าง Royal Enfield Bullet 350 2023 ซึ่งทางค่ายยกว่ามันคือตำนานที่ถูกสร้างด้วยจิตวิญญาณ กล้ามเนื้อและเหล็กกล้า เรื่องรูปลักษณ์คงไม่ต้องพูดลงรายละเอียดมากนัก มันยังคงไว้ซึ่งความคลาสสิกที่แทบจะไม่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะลายเส้นสีทองบนถังน้ำมันที่เพ้นท์ขึ้นด้วยมือสุดปราณีตกับองค์ประกอบสุดคลาสสิกต่าง ๆ มากมาย ทีเด็ดของโมเดลนี้เห็นจะเป็นเครื่องยนต์ใหม่ที่เป็นเครื่องแพล็ตฟอร์ใหม่จาก J-Series มาพร้อมช่วงชักยาว โดยจะเป็นเครื่องสูบเดียวขนาด 350 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีด พร้อมเทคโนโลยีเคาน์เตอร์บาลานเซอร์ แต่ยังคงไว้ด้วยเอกลักษณ์สุ้มเสียงในแบบฉบับเดิม นอกจากเครื่องยนต์ใหม่แล้วยังมีแชสซีใหม่ โดยมีเฟรมแบบเปลคู่ใหม่เพื่อเพิ่มความสเถียรเวลาขับขี่ แต่โช้คยังคงเป็นโช้คหน้าเทเลสโคปิกและโช้คหลังคู่ ส่วนระบบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลังจาก ByBre พร้อมระบบเบรก ABS แบบ 2 ชาแนล ยังมีเบาะนั่งใหม่ที่ออกแบบให้มีพื้นที่นั่งมากขึ้นและยังพัฒนาให้รองรับต้นขาได้ดีขึ้น ทำให้นั่งสบายได้ทั้งทางใกล้ทางไกล รวมถึงมีการปรับหน้าจอเรือนไมล์ใหม่เป็นเรือนไมล์ผสมดิจิทัลและอนาล็อก เพื่อให้ข้อมูลที่แม่นยำ แต่ขณะเดียวกันก็คงไว้ซึ่งความคลาสสิก และเพิ่มช่องจ่ายไฟแบบ USB เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานในยุคสมัยใหม่มากขึ้น สำหรับสนนราคาเปิดตัวนั้นก็เริ่มต้นที่ 173,562 รูปีหรือคิดเป็นเงินไทยก็ราว ๆ 74,000 บาท งานนี้ก็ต้องมาดูว่าจะนำเข้ามาจำหน่ายในไทยกันหรือเปล่าครับ สำหรับโมเดลนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

ไว้อาลัย