SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Blade Battery 2.0 เทคโนโลยีใหม่จาก BYD ชาร์จ 10-70% ใน 5 นาที วิ่งไกลกว่า 1,000 กม. พร้อมแผนสร้างสถานีชาร์จ 1,500 kW ครอบคลุมทั่วโลก

Pramac Racing ม่วงมาแต่ไกล พร้อมคว้าชัยในฤดูกาล 2025 เรียกได้เป็นอีกทีมที่เก่งกาจไม่แพ้ทีมโรงงานเลย สำหรับทีมเซทเทิลไลท์อย่าง Pramac Racing 2025 ที่พึ่งพามาร์ตินคว้าแชมป์โลกฤดูกาล 2024 ไปหมาด ๆ ครั้งนี้เปิดตัวมาพร้อมลุคใหม่ด้วยตัวแข่งค่ายเลือดน้ำเงินอย่าง Yamaha YZR-M1 พร้อมและสองนักแข่งอย่าง Miguel Oliveira #88 และพ่อหนุ่ม 4 King อย่าง Jack Miller #43 คู่หูคนใหม่ สำหรับการมาครั้งใหม่ของมิเกล โอลิเวร่า จากแทร็กเฮ้าส์ อาพริเลีย สู่ทีมพรามัคนั้นเป็นประสบการณ์อะไรที่ค่อนข้างใหม่และเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ทว่าแจ็คนั้น เจ้าตัวเคยร่วมงานกันมาแล้วในช่วงฤดูกาล 2018 – 2020 ซึ่งจบฤดูกาลสุดท้ายกับทีมได้สวยในอันดับที่ 7 กับ 132 คะแนน ปีนี้ได้ Alpine เป็นสปอนเซอร์และร่วมพัฒนา พร้อมตัวแข่งเวอร์ชันใหม่ที่มาในลวดลายผสมผสานระหว่างทีมแข่งและค่ายรถ ดูสวยงามในสไตล์ปราแมค เรซซิ่ง และที่สำคัญกับสปอนเซอร์รายใหม่ที่พึ่งเซ็นร่วมสนับสนุนทีมแข่งไปแบบสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อไม่กี่สัปดาห์นี้อย่าง Alpine (อัลไพน์) แบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์สมรรถนะสูงจากฝรั่งเศส ที่จะมาร่วมพัฒนาเทคโนโลยีรถแข่งร่วมกับทีมซึ่งถือว่าเป็นทีมที่น่าจับตาไม่น้อยเลยทีเดียว กับทีมเก่าในคราบรถใหม่ คงเป็นอะไรที่แฟน ๆ ต่างให้ความสนใจ ว่าทีมนี้นั้นจจะสามารถพานักบิดคว้าแชมป์โลกอีกครั้งได้หรือไม่ โดยสามารถชมการเทสครั้งแรกที่สนามเซปัง มาเลเซียในวันที่ 5 – 7 ก.พ.นี้ แฟน ๆ สามารถติดตามชมและเป็นกำลังใจให้กับนักแข่งกันได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ด่วน! ยาง Michelin เข้าซัพพอร์ต WSBK แทน Pirelli ในปี 2027 ข่าวด๊วนด่วน..แบบด่วนจี๋ มีวงในออกมาคอนเฟิร์มว่าแบรนด์ยางจากฝรั่งเศสอย่าง ยาง Michelin เตรียมซัพพอร์ต WSBK แทน Pirelli ในปี 2027 พร้อมรอประกาศอย่างเป็นทางการจากออฟฟิเชียลในช่วงแข่งขัน Misano Round ที่อิตาลีหรือช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้ ยาง ‘อ้วน’ เตรียมลุย WSBK โดยสำนักข่าว MotoSprint ได้รายงานถึงความคืบหน้าสำหรับดีลลับระหว่าง ดอร์น่ากับมิชลินในการแข่งขันที่สนามเลอมังส์ ประเทศฝรั่งเศส พร้อมผลข้อบรรลุร่วมกัน โดย มิชลินจะเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลักในการแข่งขันรถโปรดักท์ชัน WSBK แทน Pirelli ตั้งแต่ฤดูกาล 2027 เป็นต้นไป อย่างที่ทราบกันดีว่า ยางมิชลินนั้นได้หมดสัญญาการเป็นซัพพลายเออร์หลักของรุ่นแข่งขันโมโตจีพีหลังจบฤดูกาล 2026 และจะเป็น Pirelli ที่เข้ามาซัพพอร์ตแทนหรือเป็นผู้สนับสนุนหลัก ‘ครั้งแรก’ โดยเริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 2027 ไปจนถึงปี 2031 รวมระยะสัญญาทั้งหมด 5 ปี เท่ากับว่ายาง Pirelli ซัพพอร์ตครอบคลุมในทุกรุ่นของการแข่งขันจากทางฝั่งโปรโตไทป์ทั้ง Moto2, Moto3, MotoGP และ MotoE มิชลิน กับความท้าทายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง สำหรับการเข้าสู่วงการรถโปรดักท์ชันสำหรับยางมิชลินก็นับว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายไม่น้อย จากเดิมที่มุ่งโฟกัสพัฒนายางโปรโตไทป์เป็นหลักและจะต้องปรับเปลี่ยนมาใช้ยางโปรดักท์ชันในการแข่งขัน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ทางมิชลินอาจจะต้องลงทุน R&D ยางสเปคใหม่นำใช้แข่งขันนั่นเอง Pirelli มีประสบการณ์ ‘ทุนเดิม’ อยู่แล้ว แต่ในขณะเดียวกัน ยาง Pirelli นั้นกลับมีประสบการณ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งการทดสอบและการทำลายสถิติในการแข่งขัน Moto2 (ตัวแข่งสเปคใกล้เคียงตัวแข่ง MotoGP ในปี 2027 และอาจใช้ยางสเปคเดียวกัน) รวมถึงรายการ WorldSBK ชนิดที่เรียกได้ว่าทุบสถิติมาแล้วทุกสนาม เพราะฉะนั้น ยางโปรดักท์ชันจากแบรนด์อิตาลีจึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับรุ่นแข่งในอนาคตอย่างแน่นอน ไม่อาจคาดการณ์ได้เลยว่าในปี 2027 ประวัติศาสตร์จะเกิดอีกครั้งสำหรับ WorldSBK พร้อมยางมิชลินที่จะร่วมสร้างประสบการณ์และนวัตกรรมเพื่อยกระดับการแข่งขัน ในขณะที่ยาง Pirelli ก็พร้อมที่จะสร้างบทบาทครั้งสำคัญและเป็นครั้งแรกในวงการโมโตจีพี เรียกได้ว่าสลับขั้วเพื่อหาความท้าทายครั้งใหม่เพื่อที่จะยกระดับวงการมอเตอร์สปอร์ตให้สูงขึ้นไปอีกเท่าตัว อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

New Honda Fit 2026 จากประเทศจีน ปรับโฉมใหม่ อัปเกรดจอ 10.1 นิ้ว พร้อมแคมเปญรับประกันเครื่องยนต์และเกียร์ตลอดอายุการใช้งาน

Benelli TRK 800 ขาลุยตัวเอ้คันใหม่ค่ายสิงโต การผจญภัยใหม่ ๆ และน่าตื่นเต้นกำลังจะเริ่มต้นขึ้น หลังจากที่ทางเบเนลลี่ได้เปิดตัว Benelli TRK 800 แอดเวนเจอร์ไบค์คันใหม่จากเมือง Pesaro ที่ออกแบบมาให้พร้อมสู้ไปกับทุกทริปทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะทางสนุก ทางสบาย หรือทางลำบาก โมเดลนี้ถือกำเนิดมากศูนย์การออกแบบของทางค่ายและพัฒนาขึ้นจาก House of the Leoncino ในเมือง Pesaro ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นที่สำนักงานใหญ่และหัวใจหลักของบริษัทก่อตั้งอยู่ โดยโมเดลนี้เปิดตัวกันในปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 110 ปีของเบเนลลี เป็นตัวแทนการเริ่มต้นบทใหม่ในประวัติศาสตร์ค่ายสิงโตแบรนด์นี้ สำหรับโมเดลนี้จะเป็นรถที่มาช่วยขยายรถในตระกูล TRK หรือรถในสไตล์แอดเวนเจอร์ของทางแบรนด์ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ร่วมกับโมเดลขายดีที่สุดของทางค่ายอย่าง TRK502X แต่จะมาในสไตล์ที่คล่องตัว ทันสมัย และกำลังที่มากกว่าด้วยเครื่องยนต์ขนาด 754 ซีซี การออกแบบของโมเดลนี้ นั้นเน้นไปที่เส้นสายลื่นไหล วกวนและแข็งแกร่ง ผสมผสานด้วยความหรูหราและรายละเอียดที่ขัดเกลามาอย่างดี เพื่อตอกย้ำสิ่งที่รถพร้อมจะให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัส กลายเป็นแอดเวนเจอร์ไบค์สุดเฉี่ยว ทั้งยังมีการดึงเอาจุดเด่นจากโมเดลพิกัด 500 ซีซีออกมาปรับใช้ อาทิ ด้านหน้าของตัวรถและบังโคลนหน้า โดยปรับให้ดูลงตัวมากยิ่งขึ้น ไฟหน้าคู่ทรงโค้งพร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ โดยระบบไฟทั้งหมดเป็นแบบ LED และหน้าจอเรือนไมล์สี TFT ขนาด 7 นิ้ว ขุมพลังของรถเป็นเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงขนาด 754 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบเดียวกันกับที่ใช้ใน Leoncino โดยเคลมแรงม้ามาที่ 76.2 แรงม้าที่ 8,500 รอบ และแรงบิดที่ 67 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ และเพื่อให้ขับขี่ได้สนุกและปลอดภัยยิ่งขึ้นทางค่ายก็ได้ใส่ระบบทอร์คแอสซิสต์แอน์สลิปเปอร์คลัตช์มาให้อีกด้วย ส่วนช่วงล่างนั้นตัวรถจะใช้เฟรมแบบถักพร้อมกับเพลตเหล็กกล้าเสริมความแข็งแรง ซึ่งทางค่ายออกแบบมาให้ขับขี่ได้คล่องตัวและก็มีความนุ่มสบายทุกสภาวะ ไม่กระด้างจนทำให้เมื่อยล้อแม้ในยามที่ต้องขับขี่ทางไกล ตัวรถยังมีการออกแบบการยศาสตร์มาอย่างดี ใส่ใจแม้จุดเล็ก ๆ เพื่อให้ดีสำหรับทุกคนทั้งคนขี่ คนซ้อนหรือกระทั่งกล่องสัมภาระทั้งด้านข้างและด้านท้าย เพื่อการันตีความสบายทุกการขับขี่ จากการที่มันมีเบาะนั่งที่เพรียวบางแต่กว้างขวางเพียงพอ ที่จับคนซ้อนที่แข็งแรง ไม่เพียงแต่เรื่องของการยศาสตร์ ตัวรถยังคำนึงถึงเรื่องอากาศพลศาสตร์หรือแอโรไดนามิกของตัวรถที่ดี โดยมีการเลือกใช้ชิลด์หน้าขนาดใหญ่ปรับได้ รวมถึงใส่ใจเรื่องการป้องกัน โดยตัวรถมีการ์ดแฮนด์ การ์ดใต้ท้องเครื่อง ระบบกันสะเทือนด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับของทาง Marzocchi ขนาด 50 ม.ม. ที่สามารถปรับสปริงพรีโหลด รีบาวด์และคอมเพรสชันได้ พร้อมระยะยุบ 170 ม.ม. ส่วนด้านหลังจะเป็นสวิงอาร์มอลูมิเนียมพร้อมกับโช้คเดี่ยววางกลางลำที่สามารถปรับสปริงพรีโหลดและรีบาวด์แดมปิ้งได้ ระยะยุบ 53 ม.ม. (171 ม.ม.ที่ล้อ) ส่วนระบบเบรกจะเป็นของทาง Brembo ด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 ม.ม. พร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบ 4 ลูกสูบ ส่วนด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกขนาด 260 ม.ม. คาลิเปอร์เบรกแบบสูบเดียว ส่วนล้อจะเป็นล้อซี่ลวดอลูมิเนียมอัลลอยขนาด 19 นิ้วและ 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 110/80-19 และ150/70-17 ตามลำดับ อย่างไรก็ดีทางแบรนด์ยังบอกอีกว่าตัวรถจะเริ่มมีจำหน่ายในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ แต่ราคานั้นยังไม่ได้กำหนดครับผม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปิดตัว Aprilia Tuono 660 ในไทยพร้อมค่าตัว 689,000 บาทล่าสุดบริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมชั้นนำ Piaggio และ Vespa พร้อมทั้งรถมอเตอร์ไซค์ระดับตำนาน Aprilia และ Moto Guzzi สัญชาติอิตาเลียนแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ได้ทำการ เปิดตัว Aprilia Tuono 660 เน็กเก็ดไบค์สไตล์สปอร์ตเน็กเก็ดออกมาให้สาวกได้อึ้งทึ่งกันแบบต่อเนื่อง หลังจากสร้างปรากฎการณ์เหนือความคาดหมาย หักปากกาเซียนมอเตอร์ไซค์หลายต่อหลายเจ้าเปิดตัวสปอร์ตไบค์ในพิกัดเดียวกันก่อนหน้านี้ไม่นานนัก สำหรับโมเดลนี้ก็จะเป็นสปอร์ตเน็กเก็ดไบค์พิกัดกลางโมเดลใหม่สุดของทางค่าย ที่โดดเด่นในเรื่องของพละกำลังแรงม้าและน้ำหนักตัวเราที่สุดเบา ใช้บล็อกเครื่อง 2 สูบ 660 ซีซี ขนาดเล็กและทันสมัยที่มีพละกำลังสูงสุด 95 แรงม้า ทรงพลังที่สุดในคลาส 2 สูบขนาดต่ำกว่า 750 ซีซี ด้วยการใช้ข้อเหวี่ยงทำมุมที่ 270 องศา ทำให้แรงบิดมหาศาลแต่คงความนุ่มนวล ให้กำลังออกตัวช่วงรอบเครื่องยนต์ต่ำ ตอบโจทย์การขับขี่ในเมือง รวมไปถึงความคล่องตัวบนเส้นทางคดเคี้ยวพร้อมระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ ช่วยให้การขับขี่ในทุกสถานการณ์ราบรื่น และสะดวกง่ายดาย ด้านการดีไซน์ออกแบบนั้นตัวรถถ่ายทอด DNA มาจากรถสปอร์ตตระกูล RS ของทางค่าย แม้จะเป็นเน็กเก็ดไบค์แต่ก็มีกลิ่นอายความสปอร์ตแฝงอยู่มาก ด้านหน้าของตัวรถยังมีชิลด์และแฟริ่งหน้า มีดีไซน์แบบดับเบิ้ลแฟริ่งหรือแฟริ่ง 2 ชั้น ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยลดแรงลมปะทะได้ดีกว่าเน็กเก็ดทั่วไป แต่ยังคงมีลักษณะเด่นของเน็กเก็ดไบค์อย่างท่านั่งที่ออกแบบตามหลักการยศาสตร์ ตัวรถมีแฮนด์บาร์สูง ท่านั่งหลังตรง ทำให้ขับขี่ได้ง่ายและสบายมากกว่า นอกจากนี้ยังออกแบบท่อไอเสียไว้ด้านใต้ตัวรถทำให้ศูนย์ถ่วงต่ำ ช่วยให้ควบคุมรถได้ง่ายยิ่งขึ้น สำหรับเทคโนโลยีในตัวรถก็มีความทันสมัยในระดับแนวหน้าของคลาส ระบบไฟส่องสว่างของรถเป็น LED เต็มระบบ พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ ระบบไฟหน้าอัตโนมัติ ไฟเบรกฉุกเฉิน หน้าจอสี TFT ขนาด 4.3 นิ้ว ในส่วนของเครื่องยนต์ก็จะมีระบบคันเร่งไฟฟ้า พร้อมระบบ APRC ที่ช่วยในเรื่องของการขับขี่และความปลอดภัย อาทิ ระบบแทร็คชันคอนโทรล ระบบป้องกันล้อลอยตัว ระบบควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์หรือเอ็นจิ้นแม็ป ระบบควบคุมเอ็นจิ้นเบรก ระบบครูซคอนโทรล โหมดการขับขี่ 5 โหมด สำหรับถนน 3 โหมด และสำหรับสนาม 2 โหมด โดยประเทศไทยจะจำหน่ายด้วยกันทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำ – แดง Concept Black และสีเทา-ดำ-แดง Iridium Grey ในสนนราคา 689,000 บาท สำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของ สามารถติดต่อได้ที่ตัวแทนจำหน่าย Motoplex ทั่วประเทศ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Ducati Unica โปรแกรมพิเศษที่ให้คุณคัสตอมดูคาติในแบบของคุณเอง Ducati Unica คือโปรแกรมที่เปิดโอกาสให้คนที่สนใจจะเป็นเจ้าของรถดูคาติสามารถที่จะคัสตอมรถดูคาติของคุณให้ไม่เหมือนใครในโลกได้ ล่าสุดทางดูคาติได้ประกาศโปรแกรมสุดบรรเจิดที่ให้คนที่อยากจะดีไซน์และสร้างรถที่พิเศษและโดดเด่นไม่ซ้ำใครสำหรับตัวคุณได้เอง ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้เหล่าสาวกได้สามารถทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง โดยคุณจะได้พูดคุยกับทางนักออกแบบและเทคนิคเชียนเพื่อสร้างรถที่ใช่สำหรับคุณอย่างแท้จริง สำหรับสาวกที่เข้าร่วมโครงการนี้จะสามารถเข้าไปที้แผนกออกแบบของทางดูคาติได้เลย เพื่อที่จะสามารถอธิบายความต้องการให้ดีไซเนอร์และทำตาม ระหว่างนั้นเองก็สามารถแวะเข้าไปชมได้เป็นระยะ ๆ เพื่อติดตามความคืบหน้าของรถ และสัมผัสถึงความอุ่มเทและความปราณีตในแต่ละชิ้นส่วนของรถ และด้วยการสนับสนุนจากทีมงานมืออาชีพ กระบวนการคัสตอมจะถูกร่างแบบและกำหนดรายละเอียดทุก ๆ จุด มีการเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ เก็บงานเรียบร้อย สีสันที่พิเศษและของแต่งเพิ่มสมรรถนะก็มีให้พร้อมสรรพ เพื่อตอบโจทย์ของสาวกเลือดสีแดงเข้ม ในแต่ละสเตจของการสร้างรถจะมีการบันทึกข้อมูลเอาไว้ จะได้เห็นถึงผู้ที่ร่วมงานต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่ร่างภาพไปจนถึงขั้นตอนการส่งมอบรถกันเลยทีเดียว สำหรับรถที่ออกมาจากโปรแกรมนี้จะมีใบเซอร์ฯ ยืนยันความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร และจะไม่ถูกทำซ้ำขึ้นอย่างเด็ดขาด เรียกได้ว่าเป็นอะไรที่พิเศษแบบสุด ๆ จริง ๆ ครับ ใครสนใจก็ลองติดต่อศูนย์บริการใกล้บ้านท่านได้เลยนะครับผม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

CB300R 2022 ปรับใหม่อัปโช้คหน้า สลิปเปอร์คลัตช์ และ ABS กลับมาอีกครั้งหลังจากหายเงียบไปพักใหญ่กับนีโอสปอร์ตคาเฟ่พิกัด 300 ซีซีอย่าง Honda CB300R 2022 ที่ครั้งนี้เปิดตัวกันไกลถึงที่ยุโรป แม้ว่าจะยังมีรูปโฉมไม่ต่างไปจากเดิมนัก แต่มันก็มีอะไร ๆ ให้ดีใจ ไม่น้อยอยู่เหมือนกัน กับการอัปเกรดหลาย ๆ จุด เพื่อให้มันเป็นรถที่ขี่ได้ดีและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยจุดที่เปลี่ยนแปลงไปในโมเดลใหม่นี้ ก็จะมีในส่วนของโช้คหน้าที่เพิ่มความดีงามของโช้คเดิมให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งในตอนนี้โช้คหน้าก็จะกลายเป็นโช้คหัวกลับ SFF-BP จาก Showa ขนาด 41 ม.ม. ตัวเดียวกับที่ใช้ในบิ๊กไบค์รุ่นใหญ่ ๆ ของทางค่าย อย่าง CB650R ซึ่งถือเป็นการอัปเกรดสำคัญของโมเดลนี้จุดนึง ทั้งนี้โช้คใหม่นี้จะมีจุดเด่นคือให้สมรรถนะในการหน่วงการทำงานของโช้คได้ดียิ่งขึ้น มีน้ำหนักเบากว่าเดิม รวมถึงสามารถปรับแต่งการทำงานได้ ผลก็คือจะช่วยให้จับฟีลลิ่งได้ดี ซับแรงกระแทกได้เยี่ยม และควบคุมรถได้ดียิ่งขึ้น ขณะที่ด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวที่ปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ ในส่วนของช่วงล่างยังมีการอัปเกรดในเรื่องของการเบรกให้ดีขึ้น แต่ไม่ใช่อัปเกรดที่ตัวระบบเบรกโดยตรง โดยยังคงใช้ดิสก์เบรกหน้าเดี่ยวขนาด 296 ม.ม. และคาลิเปอร์เบรกแบบเรเดียลเมาท์ Nissin 4 ลูกสูบ และดิสก์เบรกหลังขนาด 220 ม.ม.ร่วมกับคาลิเปอร์เบรกแบบลูกสูบเดี่ยวเช่นเดิม เพียงแต่มีการอัปเกรดระบบเบรก ABS ให้ทำงานโดยอาศัยระบบประมวลผลแรงเฉื่อย IMU ซึ่งจะทำให้ระบบเบรก ABS ทำงานได้แม่นยำมากยิ่งขึ้นทุกสภานการณ์การขับขี่ ในส่วนของเครื่องยนต์นอกจากจะปรับปรุงให้ผ่านมาตรฐาน Euro5 ด้วยการเพิ่มขนาดของแค็ตฯ ในท่อให้ใหญ่ขึ้นแล้ว ทำให้รถมีแรงม้าลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 30.7 แรงม้าที่ 9,000 รอบ ขณะที่แรงบิดยังคงเดิมที่ 27.5 นิวตันเมตรที่ 7,750 รอบ สำหรับในส่วนเครื่องยนต์ยังมีการเพิ่มระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ป้องกันการเสียอาการขณะเชนเกียร์ลงเพื่อลดความเร็วอย่างรวดเร็ว ทำให้ควบการขับขี่ได้ดีและปลอดภัยได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนในจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ อีก เช่น ปรับเปลี่ยนวัสดุของเบาะนั่งให้นั่งได้สบายมากยิ่งขึ้น ปรับเปลี่ยนในส่วนของปลายท่อไอเสียด้านขวาใหม่ซึ่งมีโครงสร้างภายในที่ซับซ้อนน้อยลง สุดท้ายนี้ก็มีสีสันจำหน่ายด้วยกันทั้งหมด 4 เฉดสี ได้แก่ สีเหลือง Pearl Dusk Yellow สีน้ำเงิน Mat Pearl Agile Blue สีดำเมทัลลิก Mat Gunpowder Black Metallic และสีแดง Candy Chromosphere Red เรียกว่ามีให้เลือกแบบจุ ๆ ใจกันเลย ส่วนบ้านเราจะจำหน่ายโมเดลนี้เมื่อไหร่และสีอะไรบ้าง คงต้องรอลุ้นกัน แต่เชื่อว่าไม่นานเกินรอแน่นอน อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

รีวิว-ทดสอบ Royal Enfield Guerrilla 450 หรือ กองโจรสี่ห้าศูนย์ ฉีกกฎมอเตอร์ไซค์ Neo-Classic สู่ Roadster 100% มอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่จาก Royal Enfield ที่ปรับคาแรคเตอร์ให้ตอบโจทย์ของวัยรุ่นอินดี้(อินเดีย) ที่อยากหนีความจำเจ ด้วยรสชาติกลมกล่อม ของการขับขี่บนถนน นิยาม EASY & FUN TO RIDE ROADSTER ปัจจัยหลักสำคัญที่ใช้เป็นหัวใจในการออกแบบ Guerrilla 450 คันนี้ และอีกโจทย์ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ มองแล้วรู้ว่า นี่แหละ ROYAL ENFIELD ความคลาสสิกจะเป็นสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับความทันสมัย แต่ Royal Enfield ได้จับทั้งสองอย่างผสมกันได้ลงตัวแบบพอดิบพอดี เหมือนแกงกระหรี่…เครื่องแกงผสมจากวัตถุดิบหลายชนิด แต่การจะทำให้แกงอร่อยมันไม่ง่าย ไม่ต่างอะไรจากการออกแบบมอเตอร์ไซค์ ซึ่งทุกองค์ประกอบของคันนี้ ผ่านการทดสอบ ปรับเปลี่ยน และเลือกใส่ให้คุ้มค่าที่สุด ทั้งในด้านของต้นทุนและประสิทธิภาพ มันเป็นรถที่ขี่อร่อย แต่จะชอบไม่ชอบ ก็แล้วแต่คนกิน First Impression ก่อนที่จะได้เห็นตัวจริง ก็นึกว่า อ๊ะ มาอีกค่ายละ…ทรง scrambler…ล้อหน้าใหญ่ล้อหลังเล็ก ใส่ยางหนามๆหน่อย เอาทรง อุปกรณ์อื่น ๆก็ติดๆมา ให้ขี่ได้ สเปกก็ตามราคา ไม่ได้หวือหวา เน้นดูแล้วหล่อ นอกจากนั้นรถสไตล์คลาสสิกไม่ใช่แนวของผมเลย เฉยๆ กับทุกยี่ห้อ แต่…รุ่นนี้มันโดนใจแปลกๆ ยิ่งตัวขาวฟ้า นี่แบบอื้อหื้อ อยากจะขอยืมมาถ่ายรูปให้ได้ อยู่สเปน 3 วัน ขอ 3 วัน แต่ทีมงานหวงมาก ไม่ให้น้องโดนแดดเลย ได้มาแต่รูปในโรงแรม ถ้าถามผม น้องขาวฝ้า คือนางงามระดับ Miss Grand India สง่าที่สุดในงาน ส่วนสีอื่น ๆก็ เฉยๆ ไม่ได้กระแทกหัวใจขนาดนั้น Guerrilla 450 ใส่ล้อมาเป็น หน้า-หลัง 17 ซึ่งมันคือขนาดของ Roadster ทั่วไป ต่างจากยี่ห้ออื่น ๆ ที่ล้อหน้าไม่ 18 ก็ 19 ก็เลยรู้สึกแปลกใจว่า ทำไม! ไม่ใส่ล้อหน้าใหญ่กว่าหลัง จากที่ได้คุยกับทีมงานออกแบบ เขาเล่าว่า ไซส์นี้ (17นิ้ว) หายางง่าย และไม่จำกัดแค่ยางบั้งๆ เพราะมีให้เลือกอีกเยอะ แต่ที่เลือกยางตัวนี้มา เพราะ style และข้อจำกัดเรื่องต้นทุนการผลิต—รถอินเดีย ต้องยางอินเดีย เลยเลือก CEAT มาใส่ งานประกอบเกินราคา รางแบตและกล่องฟิวส์เข้าถึงง่าย ปลั๊กต่างๆไม่ต้องล้วงหา ใส่ใจรายละเอียด สี-ลาย-งานประกอบ เนี้ยบทุกจุด พูดตรงๆว่า สมัยนี้ ดูแค่ประเทษผลิตไม่ได้ จะอ้างว่า นู้นแบรด์ญี่ปุ่น งานอังกฤษ ฟังแล้วโก้ อยากให้มาดูงานอินเดียซักหน่อย ไม่มีคำว่าก๊องแก้ง อย่างที่เขาพูดไม่มีผิด ทุกอย่างชนเพดานราคา ใส่มาสุดในงบนี้…คือเรื่องจริง พูดถึง Spec เครื่องยนต์ เครื่องยนต์ Sherpa 450 ยกมาจากรุ่น Himalayan เอามา Tune-up เปลี่ยนแมปใหม่ แรงที่ให้มาไม่มาก ไม่น้อย 452 CC, 40 ps @ 8,000 RPM , 40 Nm @ 5500 RPM โช้ค คู่หน้าเทเลสโกปิค43 mm ก็ใหญ่อยู่ ปรับไม้ได้ แต่มียางหุ้ม ส่วนโช้คหลังเดี่ยว แบบ Arm link รวมๆ ดูมีสไตล์ …แต่นี่มันปี 2024 แล้ว เข้าใจนะว่าต้องทำราคากับเพอร์ฟอร์มานซ์ให้ลงตัว แต่ Look ก็อีกส่วนสำคัญ ถ้าเป็นอัพไซส์ดาวน์มา จะไม่บ่นเลย เบรก ถ้าจะให้ติก็ตรงนี้แหละน่าเสียดายที่ออกมาใหม่ๆแต่ดันใช้เทคโนโลยีโบราณ ปั้มล่างยังเป็น

เบื่อจริงๆ จะแต่ง XMAX ทั้งที เอะอะก็ให้ใส่ล้อฟอร์จ อยากตะโกน ล้อฟอร์จมันโหล หนูจะใส่ล้อคาร์บอน ในที่สุด BST สำนักล้อเทพก็ทำ ล้อเซ็ต XMAX ซักที และถ้าเทียบราคาบอกเลยว่า ไม่ต่างล้อฟอร์จงานนอก แน่นอนว่าทรงล้อฟอร์จหรือล้อ CNC มันลอกกันได้ เลือกเอา หลักพัน ยันแสน หน้าตาเหมือนกันทั้งบ้านทั้งเมือง คนที่รู้ว่าวงไหนแท้ คือคนซื้อ และ คนขาย แต่ตอนนี้ข้ออ้างทั้งหมดจะหายไป เพราะล้อคาร์บอนมันลอกกันไม่ได้ เแถมเบากว่าล้อเดิม 6 KG…..เข้!!!! BST คือใคร Black Stone Tek (BST) เกิดจาก Gary Turner อดีตนักแข่ง Supermono ในยุค คศ.1990 ที่ได้เคยลองใช้ล้อโปรโทไทป์ ของ Dymags ในยุคนั้น เป็นสูตรที่ทำให้ Ducati สามารถเอาชนะค่ายญี่ปุ่น ได้ ด้วยการลด Unsprung Weight จากล้อ 1 คู่ และตัว Gary เองก็เป็นผู้ผลิตพาร์ทคาร์บอนสำหรับมอเตอร์ไซค์อยู่แล้วด้วย จึงเกิดความคิดว่า…ทำไมไม่ทำเองว่ะ..แต่ต้องเป็น Monocoque หรือ งานขึ้นรูปชิ้นเดียวเท่านั้น! ใครที่รู้จักรายการแข่งในสมัย 20+ ปีที่แล้วก็จะเห็นมอเตอร์ไซค์หลายๆรุ่น ที่แก้ปัญหาเรื่องอาการเลี้ยวไม่เข้า ด้วยการเปลี่ยนล้อ รูปด้านบนรถสีฟ้าชมพู ใครรู้ว่ารถนี้รุ่นอะไรก็น่าจะรู้จักช่างซ่อมแอร์ในตำนาน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในแบรนด์ที่เลือกใส่ BST ผลิตรถแข่ง นับจากวันนั้นถึงวันนี้เวลาผ่านเวลามากว่า 20+ ปี กับการผลิตล้อหลายหมื่นคู่ นอกจากนั้น BST ผู้เป็นผลิตล้อ”คาร์บอน” หนึ่งในไม่กีแบรนด์ ที่ Supercar หรือ Superbike เลือกใส่เป็นล้อติดรถตัวเต๊ด ล่าสุด ก็จะเป็น Ducati Superleggera V4 ที่ยัดล้อมาให้ตั้งแต่โรงงาน เพื่อความเบา เพราะล้อคาร์บอน คือล้อที่เบาที่สุดเท่าที่เงินซื้อได้ โอกาศมาถึงแล้ว สำหรับใครที่เล็งหาล้อใส่ XMAX ข่าวทางในบอกมาว่าวางงบไว้ 80,000 ได้เป็นเจ้าของแน่นอน ลิงค์จองจริงๆ >>>คลิ้กเลย ส่วนใครที่คิดว่า 80,000 แพง อยากบอกว่าไปดูล้อจักรยานก่อน แพงกว่าอีก 555 จองก่อนได้ก่อนหล่อก่อน เพราะตอนนี้ล้อคาร์บอน XMAX มีแค่ BST ที่ทำ แล้วยังเตรียมเปิดให้จอง วันที่ 26 นี้ด้วย ข่าวนี้ไม่ได้เขียนเอาค่าจ้าง แต่อยากชี้เป้า เพราะมีคนมาเหลาใส่หูเรา สืบไปสืบมา ไม่ใช่คนไกล เจ้าสำนักสายหมก Aeyservice Scootigan Thailand กดล้อมาเทสคู่นึงแบบลับๆ เอามาขี่ในงาน Superbikemag.com Trackday & Trophy 2024 แต่ไม่แน่ใจว่าลับขนาดไหนเพราะ ดันเอาคลิปลง tiktok @aeyservice699 ล้อ คาร์บอน BST xmax คู่แรกในโลก #aeyservice #scootigan #yamaha #thailand #xmax ♬ オリジナル楽曲 – Paul – 🕊Paul🕊 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Fazzio Hybrid 2023 สกู๊ตเตอร์วัย Fazz..ฟาดทุกสไตล์ ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ตอกย้ำบทบาทความเป็นผู้นำรถจักรยานยนต์ออโตเมติก ด้วย “NEW YAMAHA FAZZIO HYBRID” วัย FAZZ…ฟาดทุกสไตล์ NEW STYLE…MY GENERATION! เจนใหม่..สไตล์เนี๊ยะ! ออโตเมติกแฟชั่นดีไซน์เทรนดี้ ฟาดทุกสี พร้อมลูกเล่นครบรอบคัน แต่งได้หลายแนว ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ ขับขี่ง่าย คล่องตัวสุดๆ Fazzio Hybrid 2023 มาพร้อมประหยัดน้ำมันด้วยเครื่องยนต์บลูคอร์ไฮบริด 125 ซีซี และมั่นใจในการรับประกันถึง 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร นี่แหล่ะ คู่หูสุดเฟี้ยวของคนรุ่นใหม่! ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริดใหม่ ตอบสนองการขับขี่ได้อย่างสนุกด้วยเครื่องยนต์บลูคอร์ 125 ซีซี ผสานระบบส่งกำลังแบบไฮบริด ให้อัตราเร่งดีเยี่ยม ช่วยลดมลภาวะ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยส่งกำลังขณะออกตัวและให้ความมั่นใจด้วยระบบเบรก UBS กระจายแรงเบรกอัตโนมัติ ช่วยลดระยะเบรกให้สั้นลง ให้ความปลอดภัยยิ่งขึ้น ไฟหน้าด๊ไซน์แคปซูล ไฟท้ายทรงเก๋ ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด ใหม่ ยังคงมาพร้อมการดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ ทันสมัย เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ ด้วย DESIGN NEW STYLE ไฟหน้า-ไฟท้าย ดีไซน์แคปซูล รูปทรงเก๋ ทันสมัย สว่างชัดเจน ทุกมุมมอง ที่สอดรับกับ LCD DIGITAL METER มิเตอร์แบบดิจิทัล ดีไซน์แคปซูล บอกครบทุกฟังก์ชัน ความเร็ว นาฬิกา อัตราการประหยัดน้ำมัน หน้าจอดิจิทัล LCD ดีไซน์แคปซูล Smart key System (เฉพาะรุ่น Smart key Ver.) ช่องเสียบ USB Type A กล่องใต้เบาะขนาด 17.8 ลิตร ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด ใหม่ ครบครันด้วยฟีเจอร์เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย และฟังก์ชันที่เหมาะกับการใช้งานที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทางด้วย SMART KEY SYSTEM ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ…ทั้งสะดวก และสมาร์ท เปิด-ปิด สตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์ ปลดล็อกคอ ปลดล็อกเบาะได้ง่าย พร้อมสัญญาณ ANSWER BACK (เฉพาะรุ่น Smart key Ver.), MOBILE CHARGING SOCKET ช่องต่อไฟชาร์จแบตเตอรี่มือถือ สะดวกทุกที่ พร้อมฝาปิดและช่องใส่ของด้านหน้า, F-BOX 17.8 L กล่องเก็บของใต้เบาะใหญ่ เก็บของได้สบาย, DOUBLE HOOK CARABINER ฮุคสำหรับแขวนของ 2 จุด เพิ่มความสะดวก พร้อมพื้นที่วางเท้าด้านหน้ากว้างพิเศษ, ACCESSORIES PORT พอร์ตติดตั้งอุปกรณ์เสริม เท่ได้สไตล์ตัวเอง ตกแต่งกราฟิกเพิ่มเติม หรือเสริมตะแกรงข้างเพื่อการใช้งาน ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์อีกด้วย รุ่น Smart Key สีเทา-แดง (Lava Gray) รุ่น Smart Key สีน้ำตาล-เหลือง (Sugar Brown) รุ่น Smart Key สีดำ-ฟ้า (Iced Black) สำหรับ ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด ใหม่ มีให้วัย FAZZ เลือกตามการใช้งานด้วยกัน 2 เวอร์ชัน คือ รุ่น Smart key Ver. ที่มาพร้อมกัน 3 สี คือ สีเทา–แดง (Lava Gray), สีน้ำตาล–เหลือง (Sugar Brown) และสีดำ–ฟ้า (Iced Black) โดยจำหน่ายในราคาแนะนำ 55,000 บาท รุ่น Standard สีเทา (Gummy

KTM ค้านแนวคิด ช่วยเหลือค่ายรถญี่ปุ่นในศึก MotoGP หลาย ๆ ท่านน่าจะได้ยินข่าวเรื่องที่ทางผู้จัด MotoGP จะทำการปรับกติกา Concession ที่เป็นกติกาสำหรับช่วยให้ทีมใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาแข่งขันในศึกนี้ได้อย่างทัดเทียมกับทีมอื่น ๆ ในรายการ โดยจะมีสิทธิพิเศษที่เหนือกว่าทีมที่แข่งขันมานานอยู่แล้วหลายข้อด้วยกัน และตอนนี้ทางผู้จัดก็พยายามจะปรับกติกาเพื่อช่วยให้แบรนด์อย่าง Honda และ Yamaha กลับมาแข่งขันกับทีมอื่น ๆ ได้ดีขึ้น แต่ทั้งนี้ยังมี KTM ค้านแนวคิด ที่จะช่วยเหลือค่ายรถญี่ปุ่นนี้ครับ Carlos Ezpeleta ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของ Dorna เคยออกมากล่าวในทำนองว่าอยากที่จะเปลี่ยนกติกาทางเทคนิคเกี่ยวกับสิทธิพิเศษเพื่อช่วยเหลือค่ายรถจากญี่ปุ่นที่กำลังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบค่ายรถยุโรปอยู่ในตอนนี้ แต่ทางเคทีเอ็มไม่เห็นด้วยเนื่องจากไม่เห็นด้วย Pit Beirer ผู้อำนวยการฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตของค่ายสีส้มในเชิงว่า ความได้เปรียบนั้นเดิมทีแล้วตั้งอยู่บนสิทธิพิเศษที่สืบเนื่องมาจากการเป็นแบรนด์ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ไม่กี่ปี และเราไม่สนับสนุนแนวคิดที่จะปรับกติการเพื่อช่วยเหลือค่ายญี่ปุ่น เพราะมันมีเหตุผลของมัน แน่นอนว่าปี 2020 และ 2022 ยามาฮ่ายังมีดีกรีเป็นรองแชมป์อยู่เลย แถมปี 2021 ยังเป็นแชมป์โลก ซึ่งหากคิดตามพื้นฐานคะแนนกติกา Consession แล้วเกินไปเยอะ ส่วนทางด้านค่ายปีกนกเองก็ใช่ว่าจะไม่มีคะแนนเกิน Marc Marquez และ Pol Espargaro เองก็เคยได้โพเดียมมาหลายครั้ง ส่วน Alex Rins ก็ชนะในเรซด้วยซ้ำ นั่นทำให้สองค่ายนี้ไม่ควรได้รับการเพิ่มสิทธิพิเศษใด ๆ และก็เชื่อว่าทางแบรนด์จะหาวิถีทางอื่นให้กลับมาสู้กันได้อย่างสูสี ค่ายอื่น ๆ เขาก็ต้องดิ้นรนเหมือนกันเช่น Ducati ที่กว่าจะกลับมาก็นานมาก ย้อนไปปี 2007 เลย แถม Aprilia เองก็เช่นกัน ทว่าบอสของ Ducati กับ Aprilia นั้นไม่ได้ออกมากล่าวคัดค้านอะไร กลับรออย่างเงียบ ๆ และเปิดใจมากกว่าทางค่ายสีส้มที่มีผลงานดีขึ้นเรื่อย ๆ งานนี้เพื่อน ๆ แฟน ๆ ที่ชื่นชอบ MotoGP มีความเห็นกันอย่างไรกันบ้างครับ แชร์กันได้เลยครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ดูรถ เลือกรถ 2023 รถแบบไหน ที่ใช่สำหรับคุณ อยาก ดูรถ รถมอเตอร์ไบค์ดี ๆ หรือบิ๊กไบค์เอาไว้ขับขี่คู่ใจซักคัน แต่ไม่รู้จะเลือกรถแนวไหน รุ่นอะไร ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์แบบเราดีนะ หากคุณยังตอบตัวเองไม่ได้ มาลองรู้จักรถมอเตอร์ไบค์แบบหลัก ๆ ในปัจจุบันกันหน่อยดีกว่า SuperBike อาจช่วยคุณหาคำตอบได้ ลองเริ่มถามตัวเองดูก่อน ว่ารถแบบไหนที่เห็นแล้วใจมันเต้น ตุ้ม ๆ ต่อม ๆ เหมือนเห็นสาวที่โดนใจจนหยุดมองไม่ได้ ? (เอ๊ะ) แบบไหนมันลงตัว ถูกไปทุกอย่าง สปอร์ตแฟริ่งที่เส้นสายที่ลู่ลม ดุดัน ไฟหน้าไฟท้ายโฉบเฉี่ยว ส่วนโค้งส่วนเว้ากลมกลึงไปหมด หรือว่า ฮาล์ฟแฟริ่งหน้าตาดุดัน แฮนด์บาร์ตรงแบบเน็กเก็ต หรือจะแบบ..โย่งโก๊ะ ใหญ่โต ดุดัน พร้อมลอยในอากาศ โดดทุกเนินที่ขวางหน้า ไม่ว่าจะโซฟาวิ่งได้ มีทุกอย่างที่การเดินทางไกลต้องการ อันไหนตรงใจ ก็คิดไว้ก่อนเลย ว่ามันใช่ๆๆๆ แล้วจดเอาไว้ … แล้วลองดูแต่ละแบบข้างล่างนี้เป็นไกด์ไลน์ รถแต่ละประเภทมีอะไรบ้าง Sport Bike สปอร์ตแฟริ่งซูเปอร์ไบค์ มาพร้อมเส้นสายที่ลู่ลม เทคโนโลยีที่ถ่ายทอดมาจากสนามแข่งขัน ไม่ว่าจะ ซีซีมากน้อย ถูกถอด DNA มาจากเรือธงของแต่ละค่าย ไฟหน้าไฟท้ายโฉบเฉี่ยว ออกแบบส่วนโค้งส่วนเว้าเพื่อแอโรไดนามิกแบบเต็มขั้น พละกำลังมาพร้อมระบบส่งกำลังเพื่อรีดสมรรถนะสูงสุดออกมาสำหรับการไปได้เร็วที่สุด ผสานระบบช่วงล่างที่ต้องการการเกาะถนนในย่านความเร็วสูง อาจต้องแลกมาด้วยความแข็งกระด้างอยู่บ้างในย่านความเร็วต่ำ (ปรับได้ แต่มีลิมิตของมัน) ท่าขับขี่ที่ต้องการทักษะในการควบคุม และแลกมาด้วยความสะดวกสบายที่หายไป Standard Motorcycle หรือ Naked Bike รถแสตนดาร์ดที่นิยมในสมัยก่อน ซึ่งปัจจุบันอาจจำภาพรถประเภทนี้เป็น เน็กเก็ตไบค์ ที่มีความจุตั้ง แต่ 125 ซีซี ไปจนถึง 1,000 ซีซีขึ้นไป ซึ่งจุดเด่นของโมเดลเน็กเก็ตไบค์หลัก ๆ ก็คือ ไม่ใช้แฟริ่งนั่นเอง และใช้ความจุเครื่องยนต์บล็อกเดียวกันกับ Supersport แต่สิ่งที่แตกต่างจริง ๆ คงเป็นเรื่องของพละกำลัง หรืออัตราทดเกียร์ที่ขับขี่ง่ายขึ้น ลดแรงม้าลง เพิ่มการตอบสนองได้ดีกว่าในชีวิตประจำ รวมถึงท่านั่ง ท่าขับขี่ ที่สบายและเป็นมิตรขึ้น แฮนเดิลบาร์ที่อยู่ในท่าที่ผ่อนคลายกว่า และระบายความร้อนยามขับขี่ในเมืองได้ดีขึ้น Dual Sport ปัจจุบันถูกเรียกหลายแบบทั้ง Motard บ้าง SuperMoto บ้าง ก็เป็นทางเลือกใหม่ของคนวัยมันส์ (ไม่จำกัดอายุ (sparkling eyes) ซึ่งรถประเภทนี้สามารถลุยได้ทั้งทางฝุ่นและทางถนน แถมได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งทำได้ทุกอย่าง ไม่กลัวน้ำสูง น้ำท่วม หลายท่านมีล้อไว้สองชุด ทั้งทางฝุ่นทางเรียบ รอเลย ไม่ว่าจะขี่ไปทำงานวันธรรมดา แล้วเอาไปลุยป่าลุยเขาช่ววันหยุดสุดสัปดาห์ แถมในงานแทร็กเดย์ ก็เอาไปขี่ สไลด์ได้อีก ครบเครื่องคุ้มค่า เรียกได้ว่าสนุกได้หลายแบบเกินคุ้มจริงๆ Off-Road โมเดลสายลุยยอดนิยม เหมาะสำหรับไบค์เกอร์ที่ชื่นชอบความท้าทาย ไม่ว่าจะลุย โหน กระโดดเนิน ได้หมดครบรสชาติ ซึ่งจุดเด่นสำหรับรถสายออฟโรด จะใช้ยางดอกสูง เพื่อเอาไว้ขี่ลุยโดยเฉพาะ ล้อซี่ลวด และใช้แฟริ่งที่ผลิตขึ้นโดยพลาสติกที่มีประสิทธิภาพให้ความเหนียว รองรับการชนหรือกระแทกเป็นพิเศษ สำหรับรถโมเดลสายนี้จะถูกแบ่งออกเป็นรถย่อย ๆ อีกหลายประเภท ทั้ง EnduroBike, MotoCross, RallyBike และเดิร์ทไบค์ อีกด้วย Cruiser รถครูเซอร์ หรือ คนไทยอาจเรียกรวม ๆ กันไปกับกลุ่ม Chopper เป็นอันเข้าใจ ครูเซอร์มาจาก สไตล์นอนขี่ จาก Harley -Davidson เรียกได้ว่า มาเป็นเจ้าแรก ๆ ที่ผลิตและบัญญัติ แบบฉบับรถสไตล์ครูเซอร์เอาไว้ก็ว่าได้ ซึ่งส่วนใหญ่ เบาะทรงต่ำ ช่วงรถยาว ๆ ท่าขับขี่เท่ห์ ๆ จุ๊ย ๆ กับรถสไตล์คลาสสิค ที่ผสมผสานความสบายไว้แล้วล่ะก็ ครูเซอร์คือคำตอบ Touring หรือ Sport Touring บ้างก็เรียกสับสนกับครูเซอร์ แต่จริงๆ มันคือ Touring Bike หากจะเปรียบให้เห็นภาพอย่างง่าย ๆ ให้นึกถึง โซฟาติดล้อ ที่จะพาคุณ ขี่ข้ามรัฐ เดินทางข้ามฝากฝั่งเหนือจรดใต้ หลายพันไมล์ ด้วยความรู้สึก แสนสบาย เสมือนขับรถคันใหญ่