SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ARRC
  • Ducati
  • F1
  • Honda News
  • KTM News
  • Life on Speed
  • MOTOGP
  • New Bike
  • Super Goodies
  • Superbike Magazine
  • Tires Test
  • WSBK
  • Yamaha News
  • Your Superbike
  • ข่าวกฎหมายจราจร
  • ข่าวด่วน
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
  • ข่าวรถยนต์
  • ทิปเทคนิค
  • มอเตอร์ไซค์เปิดตัวใหม่
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
  • รถยนต์เปิดตัวใหม่
  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • รถไฟฟ้า
  • ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์
  • ราคาและสเปครถยนต์
  • รีวิวรถยนต์
  • รีวิวและทดสอบ
  • รีวิวและทดสอบรถ Honda
  • วาไรตี้
  • สัมภาษณ์
  • สเปคและราคารถ Honda
  • อีเว้นท์
  • เทคโนโลยียานยนต์
  • ไม่มีหมวดหมู่
    •   Back
    • Zongshen Ryuka
    • Zero Motorcycles
    • Zero Engineering
    • Yamaha
    • VESPA
    • Triumph
    • Suzuki
    • Royal Enfield
    • MV Agusta
    • Moto Guzzi
    • KTM
    • Kawasaki
    • Indian
    • Honda
    • Harley-Davidson
    • GPX
    • Ducati
    • BMW
    • Benelli
    • Aprilia
    • Husqvarna
    • Bajaj
    • Keeway
    • Lambretta
    • ZONTES
    •   Back
    • Moto2
    •   Back
    • Super Diva
    •   Back
    • ข่าวรถ AION
    • ข่าวรถ Aston Martin
    • ข่าวรถ Audi
    • ข่าวรถ AVATR
    • ข่าวรถ Bentley
    • ข่าวรถ BMW
    • ข่าวรถ BYD
    • ข่าวรถ Changan
    • ข่าวรถ Chery
    • ข่าวรถ Ferrari
    • ข่าวรถ Ford
    • ข่าวรถ GWM
    • ข่าวรถ Honda
    • ข่าวรถ Hyundai
    • ข่าวรถ Isuzu
    • ข่าวรถ Jaecoo
    • ข่าวรถ Jaguar
    • ข่าวรถ Jeep
    • ข่าวรถ KIA
    • ข่าวรถ Lamborghini
    • ข่าวรถ Land Rover
    • ข่าวรถ Lexus
    • ข่าวรถ Lotus
    • ข่าวรถ Maserati
    • ข่าว Mazda
    • ข่าวรถ McLaren
    • ข่าวรถ Mercedes-Benz
    • ข่าวรถ MG
    • ข่าวรถ Mitsubishi
    • ข่าวรถ NETA
    • ข่าวรถ Nissan
    • ข่าวรถ OMODA
    • ข่าวรถ Porsche
    • ข่าวรถ Rolls-Royce
    • ข่าวรถ Subaru
    • ข่าวรถ Suzuki
    • ข่าวรถ Tesla
    • ข่าวรถ Toyota
    • ข่าวรถ Volvo
    • ข่าวรถ Wuling
    • ข่าวรถ XPENG
    • ข่าวรถ ZEEKR
    • ข่าวรถ Xiaomi
    • ข่าวรถ Maextro
    • ข่าวรถ DENZA
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Alpha Volantis
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Aprilia
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Ducati
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ GPX
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Husqvarna
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Indian Motorcycle
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kawasaki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ KTM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Kymco
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Lambretta
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Piaggio
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Royal Enfield
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SLEEK EV
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Suzuki
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ SYM
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Triumph
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Vespa
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ CFMOTO
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Honda
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ Yamaha
    • ข่าวมอเตอร์ไซค์ ZONTES
    •   Back
    • รีวิวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
    •   Back
    • รีวิวเปรียบเทียบมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars อัพเดทล่าสุด

No Posts Found!

No Posts Found!

  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Ducati Panigale V4S 2025 สเปค ต่างจากรุ่น V4 อย่างไร เทียบให้ดู

Ducati Panigale V4S 2025 สเปค ต่างจากรุ่น V4 อย่างไรบ้าง ? เดินทางมาถึงในเจนเนอเรชันที่ 7 แล้ว สำหรับซูเปอร์ไบค์ระดับตำนาน อย่าง Ducati Panigale โดยครั้งนี้เราจะมาเทียบความต่างทั้ง 2 รุ่นที่พึ่งเปิดตัวใหม่ล่าสุดอย่าง Ducati Panigale V4S 2025 สเปค กับรุ่น Panigale V4 2025 จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ? เทียบความต่าง ระหว่าง Panigale V4S และ Panigale V4 2025 Ducati Panigale V4 Ducati Panigale V4S เครื่องยนต์ เครื่อง Desmosedici Stradale 90 องศา V4 ระบบวาล์ว Desmodromic 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ เครื่อง Desmosedici Stradale 90 องศา V4 ระบบวาล์ว Desmodromic 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตรกระบอกสูบ 1,103 ซีซี 1,103 ซีซี แรงม้า (เคลม) 216 แรงม้าที่ 13,500 รอบ/นาที 216 แรงม้าที่ 13,500 รอบ/นาที แรงบิด (เคลม) 120.9 นิวตันเมตรที่ 11,250 รอบ/นาที 120.9 นิวตันเมตรที่ 11,250 รอบ/นาที ขนาดกระบอกสูบ/ช่วงชัก 81 x 53.5 มม. 81 x 53.5 มม. อัตราส่วนการอัด 14.0: 1 14.0: 1 ระบบเกียร์ 6 สปีด พร้อมระบบควิกชิฟเตอร์ 6 สปีด พร้อมระบบควิกชิฟเตอร์ ระบบจุดระเบิด ดิจิทัล ดิจิทัล ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด หัวฉีด ระบบสตาร์ท สตาร์ทไฟฟ้า สตาร์ทไฟฟ้า ระบบคลัตซ์ คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน คลัตซ์แบบเปียกหลายแผ่นซ้อนกัน ระบบส่งกำลังสุดท้าย โซ่ โซ่ ความจุถังน้ำมัน 17 ลิตร 17 ลิตร เฟรม เพอริมิเตอร์เฟรม เพอริมิเตอร์เฟรม ขนาดล้อและยางหน้า ล้ออัลลอยด์น้ำหนักเบา 5 ก้าน พร้อมยาง Pirelli Diablo Supercorsa SP-V4 120/70-ZR17 ล้ออลูมิเนียมฟอร์จ 5 ก้าน พร้อมยาง Pirelli Diablo Supercorsa 120/70-ZR17 ขนาดล้อและยางหลัง ล้ออัลลอยด์น้ำหนักเบา 5 ก้าน พร้อมยาง Pirelli Diablo Supercorsa SP-V4 200/60-ZR17 ล้ออลูมิเนียมฟอร์จ 5 ก้าน พร้อมยาง Pirelli Diablo Supercorsa SP-V4 200/60-ZR17 ระบบกันสะเทือนหน้า โช้ค Showa Big Piston Fork (BPF) ขนาดแกน 43 มม. สามารถปรับแต่งได้ โช้คหัวกลับ Öhlins NPX 25/30 (SV) สามารถปรับแต่งได้ ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพเดี่ยว Showa พร้อมกันสะบัด Sachs ปรับสามารถปรับแต่งได้ด้วยระบบไฟฟ้า ร่วมกับสวิงอาร์มคู่อลูมิเนียมแบบกลวง โช้คหลังเดี่ยว Öhlins TTX36

13 September 2024
2025 Suzuki V-Strom 650 ลุยเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสีใหม่

2025 Suzuki V-Strom 650   เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการกับรถจักรยานยนต์สายแอดเวนเจอร์ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่นพี่ Suzuki DR-Big อย่าง 2025 Suzuki V-Strom 650 ที่ขนมาทั้ง V-Strom 650, 650XT และ 650XT Adventure โดยรุ่นนี้มีความโดดเด่นในการดีไซน์ สะดุดตาทุกมุมมอง มาพร้อมกับเครื่องยนต์ และเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อทำให้ผู้ขับขี่มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น สามารถขับขี่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่มีปัญหา ไม่ว่าจะขับขี่เดินทางไปท่องเที่ยว หรือขับไปทำงาน ก็ตอบโจทย์เหล่าไบค์เกอร์สายลุยอย่างลงตัว โดยเจ้า Suzuki V-Strom 650 มาพร้อมกับเครื่องยนต์สองสูบ V-twin 90 องศา มีปริมาตรกระบอกสูบอยู่ที่ 645 ซีซี พร้อมระบบเกียร์ 6 สปีด ระบายความร้อนด้วยน้ำ โดยมีพละกำลัง 66.2 แรงม้าที่ 8,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 62 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ/นาที  ที่สำคัญในทุกรุ่นย่อยให้ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นโช้คอัพหน้าแบบเทเลสโกปิก ระบบเบรกด้านหน้าเป็นแบบ ดิสก์เบรกคู่ พร้อมคาลิเปอร์เบรก 2 พอตขนาด 310 มม.มาพร้อมระบบ ABS  ระบบกันสะเทือนด้านหลัง จะให้มาเป็นโช้คอัพเดี่ยวแบบ Link Type, Oil Damped พร้อมคอยล์สปริง ปรับระดับได้ และระบบเบรกด้านหลังเป็นแบบดิสก์เบรกเดี่ยว พร้อมคาลิเปอร์เบรก 1 พอตขนาด 260 มม. มาพร้อมระบบ ABS  ในส่วนของเทคโนโลยี และระบบความปลอดภัย ทางซูซูกิไม่ได้ให้เพียงแค่ระบบความปลอดภัย ABS ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรคกระทันหัน แต่ยังก็ยังมี Suzuki’s Advanced Traction Control System หรือระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และยังมีระบบ LOW RPM ASSIST ช่วยเร่งรอบเครื่องยนต์ขณะรถออกตัว ซึ่งเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ที่ให้มา ก็เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้รับประสบการณ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น  หน้าจอกลางของรุ่นนี้มีความผสมความเป็นอนาล็อก และดิจิตอลเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยมีมาตรวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์แบบอนาล็อก ในส่วนของตำแหน่งบอกความเร็ว ตำแหน่งเกียร์ และโหมดการเลือกระบบ Traction control จะเป็นแบบดิจิตอล และด้านข้างมีช่องจ่ายไฟแบบ DC Outlet เพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่ไปอีกขั้นด้วยช่องจ่ายไฟสำรองขนาด 12 โวลต์รองรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกรูปแบบ Suzuki V-Strom 650 มาในโทนสี Glass Sparkle Black เช่นเดียวกับตัว V-Strom 650 Adventure แต่จะมาเป็นล้อแม็กขนาดล้อขอบ 19 นิ้วพร้อมยางแบบ Tubeless ขนาด 110/80 และล้อหลังขอบ 17 นิ้วพร้อมยางแบบ Tubeless ขนาด 150/70 โดยในรุ่นเริ่มต้นนี้จะไม่มีแฮนด์การ์ด และฝาครอบเครื่องยนต์ด้านล่าง ราคารุ่นย่อย Suzuki V-Strom 650 มีราคาอยู่ที่ $9,299 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยราว ๆ 314,000 บาท Suzuki V-Strom 650XT มาในโทนสี Pearl Vigor Blue / Pearl Brilliant White บนขอบล้ออลูมิเนียมอโนไดซ์สีน้ำเงินบนล้อแบบซี่ล้อขอบ 19 นิ้วขนาด 110/80 รัดด้วยยางแบบ Tubeless และล้อหลังขอบ 17 นิ้วขนาด 150/70 รัดด้วยยางแบบ Tubeless แต่ในรุ่นนี้จะมีเพิ่มในส่วนของแฮนด์การ์ด และฝาครอบเครื่องยนต์ด้านล่างเพื่อป้องกันการกระแทก  ราคารุ่นย่อย Suzuki V-Strom 650XT มีราคาอยู่ที่ $9,799 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยราว ๆ 331,000 บาท Suzuki V-Strom 650XT Adventure มาพร้อมโทนสี Glass Sparkle Black มาพร้อมวงล้ออะลูมิเนียมชุบอโนไดซ์สีทองบนล้อแบบซี่ลวด ขอบ 19 นิ้วขนาด

13 September 2024
  • All Posts
  • ข่าวมอเตอร์ไซค์
Honda Giorno+ 2023

Honda Giorno+ 2023 โมเดิร์นคลาสสิกสกู๊ตเตอร์คันงามจากค่ายปีกนก ไทยฮอนด้าผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดตัว Honda Giorno+ 2023 (จีออโน่ พลัส) ออโตเมติกแนวโมเดิร์นคลาสสิก ในสไตล์ High Fashion พร้อมแนวคิด “The New High ทุกสไตล์ไปได้ไกลกว่า” ผสมผสานดีไซน์โดดเด่นเด่นเข้ากับเทคโนโลยีการขับขี่ที่ล้ำสมัยอย่างลงตัว   สำหรับโมเดลนี้เน้นตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนไทย คนรุ่นใหม่ที่มีสไตล์ ซึ่งตัวรถจะได้รับการออกแบบให้แสดงถึงความมีสไตล์ด้วยรูปทรงและเส้นสายที่สวยงาม ไปจนถึงสีสันที่โดดเด่นเข้ากับดีไซน์ของรถ กลายเป็นความลงตัวที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างมีคลาสไม่เพียงเท่านั้น รถรุ่นนี้ยังถูกสร้างเพื่อส่งมอบประสบการณ์ในการขับขี่ที่เหนือชั้น ด้วยเครื่องยนต์และเทคโนโลยีล้ำสมัย นี่คือรถที่จะถ่ายทอดอีกนิยามของความเป็นแฟชันเสมือนงานศิลปะบนรถจักรยานยนต์อย่างแท้จริง ตัวรถมาพร้อมเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว 125 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้การขับขี่ที่สนุก อัตราเร่งดี บิดติดมือ ตอบโจทย์การใช้งานในเมืองได้เป็นอย่างดี ปลอดภัยด้วยดิสก์เบรกหน้า และระบบเบรก ABS เฉพาะรุ่น และระบบกระจายแรงเบรกหน้าหลัง Combi Brake System นอกจากนี้ยังสะดวกสบายด้วยลูกเล่นในการใช้งาน ทั้งกุญแจรีโมทอัจฉริยะ U-Box หรือกล่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ถึง 30 ลิตร ติดตั้ง USB Socket ที่คอนโซลด้านหน้าให้ชาร์จไฟได้สะดวก จุดเติมน้ำมันด้านหน้าที่ให้คุณสะดวกไม่ต้องเปิดเบาะ ส่วนการวางจำหน่ายจะมีหลากหลายรุ่นดังนี้ รุ่น ABS มี 3 ชุดสีได้แก่ สีขาว-ดำ, สีเทา-ดำ และสีแดง-ดำ ราคาแนะนำที่ 66,900 บาท รุ่น Standard มี 4 ชุดสีได้แก่ สีขาว-ดำ, สีเหลือง-ดำ, สีเขียว-ดำ และสีน้ำเงิน-ดำ  ราคาแนะนำที่ 61,900 บาท และยังมีรุ่นพิเศษ Special Edition จากสำนักแต่ง H2C By Honda อีก 3 รุ่นย่อยได้แก่ Bianco Pearl Edition ตกแต่งในสไตล์ Urban Rider ทันสมัยในแบบคนเมืองรุ่นใหม่ ราคาแนะนำที่ 72,900  บาท Glamorous Nero Edition ตกแต่งในสไตล์ Casual Weekender ราคาแนะนำที่ 75,900 บาท Ruby Russo Edition ตกแต่งในแบบ Street Strider สปอร์ตโดนใจ ราคาแนะนำที่ 78,900 บาท พร้อมกันนี้ยังมาพร้อมโปรโมชันพิเศษ สำหรับ 10,000 คันแรก ด้วยแพ็กเกจ HSP (Honda Service Premium Package) ตรวจเช็คระยะฟรีตลอดเวลา 2 ปี หรือ 18,000 กม. โดยกดรับสิทธิ์ผ่านแอพลิเคชัน My Honda Moto โดยดาวน์โหลดได้ที่ https://myhonda.page.link/invite อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

QJMotor OAO Pro สปอร์ตไฟฟ้าสุดเท่จากแผ่นดินจีน

QJMotor OAO Pro สปอร์ตไฟฟ้าสุดเท่จากแผ่นดินจีน ถ้าคุณกำลังมองหารถไฟฟ้าในพิกัดเริ่มต้น หลาย ๆ คนน่าจะพบแต่รถในสไตล์สกู๊ตเตอร์หรือว่าเน็กเก็ด แล้วสไตล์สปอร์ตล่ะหายไปไหนกันหมด แต่ในที่สุดก็มีค่ายรถที่จะมาตอบโจทย์คนรักการซิ่งแล้วด้วยการเปิดตัว QJMotor OAO Pro สปอร์ตไบค์ไฟฟ้าสุดเท่กลิ่นอายที่คล้ายคลึงกับ Kawasaki Ninja ไฟฟ้าที่ยังไม่ทันได้วางขาย แต่ก็มีคู่แข่งมารอท่าอยู่ก่อนแล้ว เริ่มต้นกันที่รูปโฉมก็บอกเลยว่าออกแบบมาได้ตรงตามแบบของรถสปอร์ตที่ควรจะเป็น มันดูปราดเปรียวด้วยไฟ LED คู่หน้าที่ดูดุดันเข้าทรง ชิลด์หน้าตามหลักแอโรไดนามิก แฟริ่งด้านข้างพร้อมไฟเลี้ยวบิลต์อิน ปิดท้ายด้วยส่วนท้ายได้เหลี่ยมได้สันดูเฉียบคม ยังทีเบาะนั่งสีน้ำตาลดูหรูหรา ล้ออัลลอย ปิดท้ายด้วยโลโก้บนแฟริ่งที่จริง ๆ เปิดออกมาแล้วจะเห็นพอร์ตชาร์จซ่อนอยู่ พูดกันถึงเรื่องตัวเลขสมรรถนะกันบ้าง ตัวรถให้มอเตอร์ไฟฟ้าวางกลางตัวรถขนาด 10 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 14 แรงม้า หากกดกันหมดแม็กซ์จะทำท็อปสปีดได้ทะลุ 100 กม./ชม. ซึ่งเพียงพอกับการใช้งานในเมืองเท่านั้น ฟังดูตัวเลขอาจจะไม่น่าประทับใจเท่าไหร่ แต่ที่น่าทึ่งคือการที่เจ้านี่มีระบบเกียร์ 4 สปีด เรียกได้ว่าอาจจะไม่แรงเร้าใจ แต่ได้ฟีลลิ่งการต่อเกียร์แบบรถน้ำมันมาด้วยนะครับเนี่ย ขณะที่ช่วงล่างด้านหน้าจะมีโช้คแบบหัวกลับ ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว ส่วนระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ปิดท้ายด้วยล้อขนาด 17 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนเรื่องของแบตเตอรี่นั้นมีขนาดเกือบ ๆ 6.5 กิโลวัตต์เพียงพอกับการใช้งานประมาณ 160 กม. และใช้เวลาชาร์จจาก 0 – 100% ภายในเวลา 4 ชั่วโมงด้วยที่ชาร์จที่ทางค่ายให้มา อย่างไรก็ดียังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับเทคโนโลยีว่าสามารถสลับแบตได้หรือไม่ หรือว่ามีระบบฟาสต์ชาร์จด้วยหรือเปล่า ในส่วนของเทคโนโลยีและลูกเล่นนั้น แอบประหยัดด้วยหน้าจอแบบ LCD พร้อมแบ็กไลต์สีฟ้าที่มีเพียงข้อมูลพื้นฐานทั่วไป แต่ก็ยังมีช่องจ่ายไฟแบบ USB และระบบเบรก ABS แบบ 2 แชนแนล รวมถึงฟีเจอร์ที่ดีอย่างช่องเก็บของบริเวณที่ปกติจะเป็นถังน้ำมัน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ฮีทชีลด์ ที่จานเบรกในรถ M1 ของ Quartararo มีไว้ทำไม?

ฮีทชีลด์ ที่จานเบรกในรถ M1 ของ Quartararo มีไว้ทำไม? หลาย ๆ คนน่าจะสังเกตเห็นชิ้นส่วนแปลก ๆ ของรถ Yamaha YZR-M1 ของ Fabio Quartararo ที่บริเวณล้อหน้าตอนที่เขาลงหวดในสนาม Red Bull Ring ที่ออสเตรียในศึก MotoGP สนามที่ผ่านมา มันคือ ฮีทชิลด์ ที่จานเบรก ซึ่งทางค่ายหวังไว้ว่าจะช่วยให้เจ้าแฟ้บทำการขับเคี่ยวกับค่ายแดงได้อย่างสูสีมากขึ้น แต่จะมีไว้ทำอะไรล่ะ เรามีคำตอบให้ครับ เจ้าฮีทชิลด์ที่ว่านี้มันมีสาเหตุมาจากขีดจำกัดของยางครับ เนื่องจากการแข่งขัน MotoGP ตัวรถมีการออกแบบเรื่องของแอโรไดนามิกเพื่อให้สร้างแรงกดที่บริเวณล้อหน้ามากขึ้นเวลาขับขี่ที่ความเร็วสูงนั่นสร้างภาระให้กับยางหน้ามากขึ้น โดยเฉพาะขณะที่เบรกหนัก ๆ และเมื่อเกิดแรงกดหรือภาระให้กับยางหน้าจะทำให้แรงดันลมยางสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้เมื่อเบรกหนัก ๆ ความร้อนจากจานเบรกจะแผ่ไปถึงล้อ และในที่สุดก็ยางก็จะยิ่งส่งผลเสียต่อยางมากขึ้น ทางยามาฮ่าจึกใช้ฮีทชิลด์ที่ทำจากคาร์บอนตามในภาพมาติดไว้ด้านหลังจานเบรกเพื่อแก้ปัญหาเรื่องอุณหภูมิสูงจะแผ่ไปจากจานเบรกนั่นเอง นอกจากนี้มันยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนได้อีกด้วย เรียกว่าเป็นปัญหาที่รถบ้าน ๆ ของพวกเราคงไม่เป็นกัน ดังนั้นคงไม่ต้องเอามาติดกันก็ได้นะครับ ยกเว้นเน้นเท่ ฮ่า ๆ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!

No Posts Found!