SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
  • All Posts
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
ยางซอฟต์จาก Pirelli หนุนนักแข่ง Moto2, Moto3 ทุบสถิติ

ยางซอฟต์จาก Pirelli หนุนนักแข่ง Moto2, Moto3 ทุบสถิติ   นับเป็นเครื่องการันตีคุณภาพและสมรรถนะของยางแบรนด์อิตาลีอย่างพีเรลลีที่ปีนี้ได้เป็นผู้ซัพพอร์ตยางสำหรับการแข่งขันในรายการ Moto2 และ Moto3 ได้เป็นอย่างดี หลังจากการแข่งขัน MotoGP 2024 ที่โปรตุเกสจบลง โดย ยางซอฟต์จาก Pirelli มีส่วนช่วยหนุนนักแข่งทั้งในพิกัด Moto2 และ Moto3 ทำลายสถิติเวลาของสนามนี้ทั้งสถิติเวลาสนามและสถิติเวลาแข่ง ทุบสถิติสนาม สำหรับรอบควอลิฟาย Manuel Gonzalez (QJMOTOR Gresini Moto2/Kalex) เป็นคนที่เร็วที่สุดในคลาส โดยทำเวลาได้ที่ 1’41.514 นาที จัดเป็นสถิติสนามใหม่ในรุ่นนี้ และได้ตำแหน่งโพลไปครอง เช่นเดียวกันกับ Jose Antonio Rueda (Red Bull KTM Ajo/KTM) ได้ตำแหน่งโพลในรุ่น Moto3 ด้วยสถิติเวลาใหม่ของสนามเช่นกัน โดยทำเวลาได้ที่ 1’46.379 นาที ซึ่งทั้งสองรุ่นดังกล่าวนักแข่งล้วนมั่นใจในยางซอฟต์ โดยรุ่น Moto2 นิยมเลือกยางหน้า SC1 และยางหลัง SC0 ขณะที่รุ่น Moto3 เลือกใช้ SC1 ทั้งในยางหน้าและยางหลัง สถิติที่ว่านี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยหรือได้มาโดยง่าย โดยในช่วงเช้าวันศุกร์นั้นแทร็กค่อนข้างจะสกปรกเนื่องจากฝนและทรายผสมปนเปกันในตอนกลางคืน และทำให้ต้องมีการยกเลิกช่วงซ้อมอิสระของทาง Moto3 ไป แต่หลังจากที่นักแข่งค่อย ๆ ขี่ไปได้สักแล็ปสองแล็ป แทร็กก็ดีขึ้นเป็นลำดับ ทำให้สามารถที่จะรีดเวลาแล็ปได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งในช่วงของการควอลิฟาย ในรอบของการควอลิฟาย Moto3 จัดขึ้นขณะที่มีอุณหภูมิอากาศอยู่ที่ 23 องศา ส่วนผิวแทร็กอยู่ที่ราว ๆ 32 – 35 องศา โดยเริ่มแรกมี Joel Kelso (BOE Motorsports/KTM) เป็นคนแรกที่ประเดิมการทำลายสถิติสนามที่ Ayumu SASAKI ทำไว้ในปี 2023 และเมื่อจบการควอลิฟาย นักแข่งที่มีชื่ออยู่ใน 4 อันดับแรก Rueda, Kelso, Alonso, และ Holgado ตามลำดับล้วนแล้วแต่ ทำเวลาทะลุสถิติเดิม โดย Jose Antonio Rueda (Red Bull KTM Ajo/KTM) โพลแมน ทำสถิติเวลาดีที่สุดในแล็ปที่ 7 ทำสถิติสนามใหม่ โดยดีกว่าสถิติเดิมเกือบ ๆ 0.4 วินาที แน่นอนว่าทุกคนใช้ยางหลังแบบซอฟต์หรือ SC1 แต่ตัวเลือกยางหน้านั้นต่างกันออกไป มาดูรุ่น Moto2 กันบ้าง นักแข่งหัวแถวทั้ง 4 คน เลือกยางเหมือนกันคือเลือกยางซอฟต์ที่สุดเท่าที่มีให้ โดยเลือกยางหน้าเป็น SC1 และยางหลัง SC0 แม้ว่าใน Q1 จะเลือกยางต่างกันก็ตาม โดย สมเกียรติ, Angius และ Ogura ใช้ยางหน้าเป็น SC2 แต่ต่อมาก็เปลี่ยน โดยในการควอลิฟายเป็น Manuel Gonzalez (QJMOTOR Gresini Moto2/Kalex) ที่เซ็ตสถิติของสนามในพิกัดนี้เสียใหม่ในแล็ปที่ 7 ด้วยเวลา 1’41.514 คว้าตำแหน่งโพลไปครอง นอกจากนี้แล้วทั้ง 4 คนนี้ยังทำเวลาทะลุสถิติสนามเดิมที่ Aron Canet เคยทำไว้ในปี 2023 ทุบสถิติเวลาแข่ง และเมื่อการแข่งขันจริงของทั้งสองรุ่นภายใต้การซัพพอร์ตของพีเรลลี่จบลง ผลออกมาก็คือสองนักแข่งจากสเปน ทั้ง Aron Canet (Fantic Racing/Kalex) ในรุ่น Moto2 และ Daniel Holgado (Red Bull GASGAS Tech3/GASGAS) ในรุ่น Moto3 เป็นผู้ที่โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมและคว้าชัยชนะในพิกัดของตัวเองไป ในรุ่น Moto2 นั้นการเลือกยางหลังนั้นทุกคนใจตรงกันหมด โดยทุกคนเลือกใช้ยางหลังเป็น SC0 ยางซอฟต์ที่สุดที่มีให้ใช้ในสนามแห่งนี้ ในขณะที่รุ่น Moto3 ยาง SC1 เป็นยางที่นักแข่งเลือกใช้มากที่สุด 17 คนจาก 27

Moto3 เดือด ทุบสถิติสนามตั้งแต่รอบซ้อม ด้วยยาง Pirelli

Moto3 เดือด ทุบสถิติสนามตั้งแต่รอบซ้อม ด้วยยาง Pirelli การแข่งขัน MotoGP 2024 สนามแรกเริ่มเปิดฉากขึ้นแล้วที่สนาม Lusail Internation Circuit ประเทศกาตาร์ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ และเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาก็จะเป็นช่วงของการซ้อม และที่น่าจับตามองคือการแข่งขันในพิกัดเล็กอย่าง Moto3 เดือด ทุบสถิติสนามตั้งแต่รอบซ้อม ด้วยยาง Pirelliหลาย ๆ ท่านที่ติดตามข่าวสารการแข่งขันรายการ MotoGP มาตลอด น่าจะพอทราบกันดีว่าปี 2024 ปีนี้จะเป็นปีแรกที่การแข่งขันในรุ่น Moto2 และ Moto3 นั้นมีการเปลี่ยนผู้สนับสนุนยางมาเป็น Pirelli เป็นครั้งแรก และสนามนี้จะเป็นการเดบิวต์ยาง Pirelli ในการแข่งขันรายการนี้อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกเลย และเมื่อสถิติเวลาการฝึกซ้อมออกมาก็ออกมายืนยันคอนเฟิร์มว่าการเปลี่ยนยางนั้นส่งผลต่อเวลาอย่างแท้จริง โดย Daniel Holgado นักแข่งจากแดนกระทิงสังกัดทีม Red Bull GASGAS Tech3 หมายเลข 96 สามารถกดเวลามาเป็นอันดับ 1 ด้วยเวลา 02:03.606 เร็วกว่าสถิติสนามที่ทาง Daryn Binder เคยทำไว้ด้วยเวลา 2:04.075 นาที เมื่อปี 2021 กับรถ Honda ซะอีก โดยเร็วกว่าถึง 0.469 วินาที ขณะเดียวกันถ้าเทียบกับ Deniz Öncü นักแข่งชาวตุรกีจากทีม Red Bull KTM Ajo ที่เคยทำสถิติเวลาในรอบ Practise 1 ได้เป็นอันดับ 1 เมื่อปี 2023 ด้วยเวลา 2:09.404 นาที ซึ่งต่างจากสถิติของทาง Holgado มากถึง 5.798 วินาที เลยทีเดียว ทั้ง ๆ ที่สภาพแทร็กของปี 2024 นี้มีอุณหภูมิที่เย็นกว่ามากถึง 16 องศา โดยอุณหภูมิแทร็กปี 2023 อยู่ที่ 44 องศา ขณะที่ปี 2024 อยู่ที่ 28 องศาเท่านั้น ด้วยตัวเลขดังกล่าวจะเห็นได้ว่าเวลานั้นดีขึ้นกว่าเดิมมากหากเทียบกับเวลาที่ดีที่สุดในช่วงการซ้อมเหมือนกัน แม้ว่าอุณหภูมินั้นเย็นกว่ามาก แสดงให้เห็นว่ายาง Pirelli ที่เข้ามาซัพพอร์ตให้นั้นมีผลช่วยให้นักแข่งสามารถทำเวลาได้ดีขึ้นอย่างแท้จริง ทั้งนี้นักแข่งได้ใช้ยาง Pirelli Diablo Superbike ขนาด 110/70 R17 และ 120/70 R17 โดยมีสูตรยางให้เลือกตามภาพด้านบนเลยครับ งานนี้รอติดตามกันอีกทีหลังจบการแข่งขัน มาดูกันว่าเวลาจริงที่ทำได้ตอนแข่งขันนั้นจะดีแค่ไหน มารอลุ้นไปด้วยกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

WorldWCR 2024 เผยไลน์อัพนักบิดหญิงชิงแชมป์โลก

WorldWCR 2024 เผยไลน์อัพนักบิดหญิงชิงแชมป์โลก มาดูคราวฝั่งของทางผู้หญิงกันบ้าง กับการแข่งขัน 2 ล้อชิงแชมป์โลกอย่าง FIM Women’s Motorcycling World Championship หรือ WorldWCR 2024 ที่จะเริ่มแข่งขันครั้งแรกในปีนี้ และล่าสุดทางผู้จัดได้เผยไลน์อัพทีมแข่งและนักแข่งหญิงเป็นที่เรียบร้อย จะมีทีมแข่งและนักแข่งสาวคนไหนที่น่าสนใจกันบ้าง ไปติดตามดูกันเลย สำหรับการแข่งขันในฤดูกาลนี้มีทีมแข่งเข้าร่วมทั้งหมดจำนวน 21 ทีม โดยมีนักแข่งจำนวน 24 คน จากการคัดเลือกผู้สมัครจากทั้งหมด 40 คน โดยจะมีทั้งนักแข่งระดับโนเนมยันไปจนถึงนักแข่งที่เคยแข่งขันในเวทีระดับโลกมาแล้วอย่าง Ana Carrasco นักแข่งหญิงคนแรกที่สามารถคว้าชัยในการแข่งขัน WorldSBK ในรุ่น World Supersport 300 ในปี 2018 ซึ่งปีนี้เธอร่วมการแข่งขันและแข่งให้กับทีม Evan Bros. โดยนักแข่งทั้ง 24 คนจะใช้รถแข่งโปรดักท์ชันรุ่นเดียวกันทั้งหมดอย่าง Yamaha YZF-R7 ซึ่งแต่ละทีมสามารถนำไปปรับเซ็ตได้อย่างเต็มรูปแบบและการแข่งขันในฤดูกาลนี้จะจัดขึ้นทั้งหมด 6 สนามด้วยกัน โดยรายชื่อนักแข่งของแต่ละทีมมีดังนี้ 1.511 Terra&Vita Racing Team Ran Yochay #10 Sara Sánchez Tamayo #64 2. Isis Carreno Avila #33 – AD78 FIM Latinoamerica by Team GP3 3.Nicole Van Aswegen #21 – Andalaft Racing 4.Lena Kemmer #35 – Berti K. Racing Team 5. Adela Ourednickova #19 – DaFitMotoracing 6.Andrea Sibaja Moreno #7 – Deza-Box 77 Racing Team 7.Ana Carrasco #22 – Evan Bros. Racing Yamaha Team 8.ITALIKA Racing FIMLA Sarah Varon #15 Astrid Madrigal #83 9.Beatriz Neila #36 – Pata Prometeon Yamaha 10.Mia Stenseth Rusthen #29 – Rushten Racing 11.Sekhmet Motorcycle Racing Team Mallory Dobbs #14  Alyssia Whitmore #34 12.Tayla Relph #8 – TAYCO Motorsport 13.Ornella Ongaro #28 – Team Flembbo PL Performances 14.Luna Hirano #44 – Team Luna 15.Jessica Howden #52 – Team Trasimeno 16. Lucy Michel #16 – TSL-Racing 17.Chun Mei Liu #33 – WT Racing Team Taiwan 18.Roberta Ponziani #96 – Yamaha Motoxracing WCR Team 19.Emily Bondi #4 – YART Zelos

Pirelli ร่วมซัพพอร์ตการแข่งสองล้อ กว่า 150 รายการทั่วโลก

Pirelli ร่วมซัพพอร์ตการแข่งสองล้อ กว่า 150 รายการทั่วโลก พีเรลลี นั้นพร้อมสำหรับการท้าทายในการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ในฤดูกาลใหม่แล้ว หลังประกาศว่า Pirelli ร่วมซัพพอร์ตการแข่งสองล้อ รวมแล้วกว่า 150 รายการทั่วโลก ภายหลังจากที่ได้เข้าร่วมสนับสนุนการแข่งขัน Moto2 และ Moto3 บริษัทยางสัญชาติอิตาลีจะได้มีโอกาสนำปรัชญาของตัวเองที่เป็นวลีอันลือชื่อว่า “We sell what we race, we race what we sell” (เราขายยางที่เราใช้แข่ง เราแข่งด้วยยางที่เราขาย) ไปสู่แพ็ดด็อกแห่งใหม่ เป็นเพราะว่าทางค่ายจะนำยางที่ขายให้กับคนทั่วไป ไม่ใช่ยางโปรโตไทป์ ทั้งนี้ยางของพวกเขาพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและใช้ในการแข่งขัน WorldSBK มาแล้วกว่า 20 ฤดูกาล เป็นการแข่งที่เปรียบเสมือนกับแล็ปทดลองแบบกลางแจ้งที่ช่วยให้ทางค่ายยางดังกล่าวพัฒนายางมาโดยตลอด ซึ่งจะซัพพอร์ตยางในกลุ่มเรซซิ่งหรือยางในตระกูล DIABLO นั่นเอง นอกจากรายการสองล้อรถโปรโตไทป์แล้วทาง Pirelli เองจะยังเป็นผู้ซัพพอร์ตยางแต่เพียงผู้เดียวให้กับรายการ FIM Women’s Motorcycling World Championship หรือ WorldWCR และการแข่งขันทาเลนต์คัพรายการอื่น ๆ ที่มุ้งเน้นการสร้างนักแข่งหน้าใหม่เพื่ออนาคต ซึ่งเป็นส่วนนึงของโครงการ Dorna’s Road to MotoGP หรือเป็นการปั้นนักแข่งดาวรุ่งดวงใหม่สู่โมโตจีพีนั่นเอง  การแข่งขันมอเตอร์ไซค์ต่าง ๆ ที่พีเรลลีเข้าร่วมสนับสนุนในปี 2024 นั้น รวม ๆ กันแล้วมีมากกว่า 150 รายการเลยทีเดียว มีทั้งแบบออนโร้ดและออฟโร้ด ซึ่งการแข่งขันทางเรียบนั้นนอกจากที่พูดถึงไปแล้ว ยังมีการเข้าร่วมสนับสนุนในรายการระดับชาติ เช่น British Superbike (ซึ่งสนับสนุนแต่เพียงผู้เดียวมาตั้งแต่ปี 2008) German IDM Championship และ French Superbike Championship เป็นต้น ส่วนพันธะสัญญาทีพีเรลลีมีต่อการแข่งขันออฟโร้ดนั้นก็มีหลายรายการเช่นกัน เช่น FIM Motocross World Championship หรือ MXGP ที่จัดการแข่งขันโดย Infront ซึ่งพีเรลลี่มีส่วนให้นักแข่งคว้าแชมป์โลกในรายการนี้มาแล้วกว่า 81 สมัย และจะเป็นผู้สนับสนุนยางอย่างเป็นทางการจนถึงปี 2025 Giorgio Barbier ผู้อำนวยการฝ่ายแข่งขันมอเตอร์ไซค์จากทาง Pirelli กล่าวว่า “พันธะสัญญาของเราในปีนี้ที่มีต่อการแข่งขันมอเตอร์ไซค์นั้นเข้มแข็งกว่าที่ผ่านมา จากการที่เราเข้าไปเป็นผู้ซัพพอร์ตยางแต่เพียงผู้เดียวในรายการ Moto2 และ Moto3 ตลอดไปจนถึงรายการทาเลนต์คัพอื่น ๆ ซึ่งเป็นส่วนนึงของโครงการ Dorna Road to MotoGP และในรายการ FIM Women’s Motorcycling World Championship อีกด้วย” “นอกจากนี้ผู้คนยังจดจำเราในฐานะที่เราเป็นผู้นำในวงการมอเตอร์สปอร์ตอย่างกว้างขวางเช่นเดียวกับความถูกต้องสมบูรณ์ในผลิตภัณฑ์และการทำงานของเรา ซึ่งเราทุ่มเททำงานมาตลอดหลายปีในการแข่งขัน FIM Superbike World Championship, Motocross World Championship และในรายการระดับชาติอื่น ๆ อีกมากมาย”  “เรายังจะนำปรัชญาของเราไปเผยแพร่สู่รายการแข่งขันใหม่ ๆ ซึ่งเป็นการเน้นยำแนวคิด ‘from track to road’ (จากสนามแข่งสู่ท้องถนน) ซึ่งในกรณีของเรานั้นไม่จำเป็นจะต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพราะยางที่นักแข่งใช้ไม่ใช่ยางต้นแบบ แต่เป็นยางเดียวกันกับที่นักบิดมอเตอร์ไซค์สามารถหาซื้อได้ ในอนาคตเราจะต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ ๆ ด้วยความกระตือรือร้น ด้วยทีมที่เหนียวแน่น และด้วยวิธีการทำงานที่ทำให้เราโดดเด่นและแตกต่าง” Moto2 และ Moto3 พื้นที่ใหม่ของความท้าทาย การแข่งขันรอบ Qatar Grand Prix (8-10 มีนาคม) จะเป็นจุดเริ่มต้นเปิดตัวการแข่งขันอย่างเป็นทางการของพีเรลลีกับการแข่ง Moto2 และ Moto3 หลังจากการทดสอบส่วนตัวในเดือนกันยายนที่ Barcelona ตามมาด้วยการทดสอบอย่างเป็นทางการสำหรับฤดูกาล 2024 เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ Valencia ซึ่งนักแข่งสามารถทำสถิติเวลาแล็ปได้ ด้วยแผนการของบริษัท การแข่งขันทั้ง 2 คลาสนี้จะกลายเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาแบรนด์พีเรลลีทั้งในแง่ของการเติบโตทางการตลาดและการเติบโตทางเทคโนโลยี นักแข่งจะสามารถวางใจในยางสลิก Diablo SuperBike และยางฝน Diablo Rain ที่เคยผ่านการพิสูจน์สมรรถนะมาแล้ว ซึ่งตัวยางทั้งสองเคยมีนักแข่งจากทุกรุ่นการแข่งขัน WorldSBK ตลอดไปจนถึงการแข่งขันในระดับชาติรายการอื่น ๆ ใช้งานจนประสบความสำเร็จมาแล้วเป็นเวลาหลายฤดูกาล   ทั้งนี้นักแข่ง Moto2 จะใช้ยางหน้าแบบสลิก ที่มีขนาด 125/70 R17 โดยมีคอมปาวด์ให้เลือกเป็น SC1 และ

5 จุดเปลี่ยนใหญ่ ในศึก WorldSBK 2024

5 จุดเปลี่ยนใหญ่ ในศึก WorldSBK 2024 และนี่คือ 5 จุดเปลี่ยนใหญ่ ในศึก WorldSBK 2024 ที่ทำให้เกมการแข่งขันนั้นยุติธรรมและท้าทายมากขึ้น จากการปรับเปลี่ยนกฏและกติกาการแข่งขัน งานนี้บอกเลยค่ายแดงจะเป็นแชมป์อีกสมัยไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ ๆ จุดแรกคือ การถ่วงน้ำหนัก จุดนี้น่าจะเป็นเรื่องที่ส่งผลมากที่สุดเรื่องนึงต่อการแข่งขัน WorldSBK ในปี 2024 นี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับน้ำหนัก โดยนักแข่งจะต้องถ่วงน้ำหนักที่รถของพวกเขาหากว่าพวกเขามีน้ำหนักตัวเบากว่าน้ำหนักมาตรฐานอ้างอิง ซึ่งน้ำหนักมาตรฐานอ้างอิงที่ว่าคือ 80 กิโลกรัม โดยมีเกณฑ์การถ่วงน้ำหนักที่รถเพิ่มขึ้น 0.5 กิโลกรัมทุก ๆ น้ำหนักตัวของนักแข่งที่เบากว่าเกณฑ์ 1 กิโลกรัม ยกตัวอย่างเช่น หากนักแข่งคนนึงน้ำหนักตัว 70 กิโลกรัม เมื่อคำนวณแล้วถือว่าเบากว่ามาตรฐานอ้างอิง 10 กิโลกรัม ก็จะต้องถ่วงน้ำหนักที่รถเพิ่มขึ้น 5 กิโลกรัมนั่นเอง แต่ทั้งนี้จะมีการถ่วงน้ำหนักมากที่สุดไม่เกิน 10 กิโลกรัม งานนี้ใครตัวเล็กก็จะต้องถ่วงกันเยอะหน่อย และแน่นอนว่าแชมป์โลกอย่าง Alvaro Bautista จะต้องโดนถ่วงน้ำหนักที่รถมากแน่นอน จุดที่ 2 คือ ลดปริมาณน้ำมัน เรื่องของน้ำมันเชื้อเพลิงเองก็มีการเปลี่ยนแปลง โดยมีการลดความจุของถังน้ำมันให้เหลือเพียง 21 ลิตรเท่านั้น ขณะเดียวกันก็มีการทดสอบบางอย่างเพื่อนำไปใช้ประเมินเรื่องการไหลของน้ำมันเชื้อเพลิงในปี 2025 นอกจากนี้การแข่งขันต้องใช้น้ำมันที่เปลี่ยนไป โดยน้ำมันใหม่นี้จะต้องมีส่วนผสมน้ำมันที่ไม่ได้มาจากฟอสซิลในอัตราส่วน 40% เพื่อมุ่งหน้าสู่ความยั่งยืนในอนาคต แน่นอนว่าเรื่องนี้มีผลต่อการวิจัยและพัฒนาเครื่องยนต์อย่างมาก เพราะจะต้องทำให้เครื่องยนต์นั้นยังคงทำงานได้ดีจากน้ำมันผสมใหม่นี้ จุดที่ 3 กระบวนการคำนวณแต้มต่อใหม่ แต้มต่อที่ว่านี้คือ Concession Point นั่นเอง ซึ่งทางสมาพันธ์จะใช้แต้มต่อที่ว่านี้ในการรักษาบาลานซ์ในการแข่งขัน ไม่ให้มีรถจากค่ายใดค่ายนึงมีความได้เปรียบเสียเปรียบมากเกินไป เพื่อให้เกมการแข่งขันมีความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น ตอนนี้กลายเป็นว่าจะมีจุดเช็คพอยต์เพื่อคำนวณแต้มต่อที่ว่านี้ทุก 2 สนาม จากเดิม 3 สนาม และการแข่งซูเปอร์โพลเรซก็จะมีแต้มตัวนี้ด้วยเหมือนกัน จากเดิมที่ไม่มีในรอบซูเปอร์โพลเรซ ซึ่งเริ่มต้นทุกทีมจะมี 0 คะแนน และ เมื่อถึงเช็คพอยต์ค่ายรถใดที่มีแต้มนี้น้อยกว่าค่ายใดที่ได้มากที่สุดตั้งแต่ 33 คะแนนขึ้นไปจะถูกประเมินเพื่อปรับเปลี่ยนให้สามารถใช้ชิ้นส่วนที่ปรับแต่งได้ ซึ่งจากเดิมแค่เรื่องของแชสซี แต่ตอนนี้รวมถึงชิ้นส่วนเครื่องยนต์ได้ด้วย ซึ่งจะช่วยให้ทีมที่ได้อันดับน้อย ๆ หรือแข่งขันกับค่ายอื่นไม่ได้ มีโอกาสทำคะแนนได้มากขึ้นนั่นเอง ทั้งนี้จะมีสูตรการคำนวณที่ซับซ้อนพอสมควรเลยทีเดียว จุดที่ 4 การลงโทษแบบใหม่     จะมีบทลงโทษใหม่สำหรับคนที่ใช้เครื่องยนต์เกินจำนวนที่อนุญาต นักแข่งที่ทำผิดจะต้องออกสตาร์ทจากท้ายของกริดและต้องวิ่งลองแล็ป (Long Lap) จำนวน 2 แล็ปด้วยกัน จากเดิมที่ให้ออกสตาร์ทจากพิทเลนโดยนักแข่งจะออกจากพิทเลนได้ต่อเมื่อไฟเขียวติดขึ้นหลังจากที่นักแข่งทุกคนได้เลยผ่านทางออกพิทไปแล้ว จุดที่ 5 เปลี่ยนเรื่องตำแหน่งกริดในเรซที่ 2 จริง ๆ จุดที่ 5 นี้ก็ไม่ใช่ของ WorldSBK โดยตรง แต่จะเป็นการแข่งขันซัพพอร์ตรายการอื่น ๆ ที่แข่งในวันหยุดสุดสัปดาห์เดียวกันต่างหาก ซึ่งก็คือรายการ WorldSSP, WorldSSP300 และ WorldWCR ซึ่งตอนนี้ตำแหน่งกริดสตาร์ทของเรซที่ 2 จะยึดตามสถิติเวลาแล็ปเร็วที่สุดของ Race ที่ 1 แทน ส่วนกริดสตาร์ทเรซที่ 1 จะยังคงยึดลำดับจากรอบซูเปอร์โพลตามเดิม โดยนักแข่งที่ทำเวลาได้เร็วที่สุด 9 อันดับแรก ก็จะออกสตาร์ทเป็นกลุ่มแรกตามลำดับในเรซที่ 2 ส่วนอันดับที่เหลือจะอิงตามผลของซูเปอร์โพลตามเดิม   งานนี้บอกเลยว่าเกมการแข่งขันจะสนุกและสูสีกันมากขึ้นอย่างแน่นอน แชมป์อาจจะมีการเปลี่ยนมือก็ได้ ทีมที่ด้อยกว่าก็จะมีโอกาสได้พัฒนามากขึ้น และแน่นอนว่าเพื่อน ๆ อย่าลืมติดตามเชียร์กันด้วยนะ โดยเฉพาะรุ่น WorldSSP จะมีนักแข่งชาวไทยลงแข่งขันภายใต้ทีม Yamaha Thailand Racing Team ด้วยนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2024 Yamaha Thailand Racing Team พร้อมลุยศึกระดับโลก

2024 Yamaha Thailand Racing Team พร้อมลุยศึกระดับโลก ถึงคราวทางฝั่งของค่ายส้อมเสียง กับอีเว้นต์สำคัญประจำปีต่อเนื่องหลังจากที่ได้เปิดแผนการดำเนินงานไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยในปี 2024 Yamaha Thailand Racing Team ควบกับพันธมิตรพร้อมนักแข่ง ร่วมเปิดตัวม้าศึก Yamaha YZF-R6 และ YZF-R3 ลุยศึกมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบ สำหรับปีนี้ Yamaha Thailand Racing Team พร้อมรันวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยสู่เวทีระดับโลก จับคู่ “ตี-อนุภาพ” และ “ไอเดีย-กฤตภัทร” เข้าร่วมชิงชัยในเกม World SuperSport เต็มฤดูกาลอีกครั้ง ส่วนศึกชิงแชมป์เอเชียส่ง “แสตมป์-อภิวัฒน์” และ “โฟลท-รัฐพงษ์” ทวงบัลลังก์ SuperSport 600 พร้อมดันดาวรุ่ง “เติ้ล-วรพรต” เสริมประสบการณ์ในเกม Yamaha R3 bLU cRU FIM World Cup คุณพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “สำหรับในปี 2024 นี้ ทีมแข่งยังคงมุ่งมั่นพร้อมเดินหน้าทำการแข่งขันในศึกชิงแชมป์โลกรายการ WorldSBK ในรุ่น WorldSSP แบบเต็มฤดูกาลอีกครั้ง ซึ่งนับเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากปีที่ผ่านมาสามารถแสดงศักยภาพของทีมแข่งเมืองไทยจนได้รับการยอมรับจากทีมแข่งระดับโลกมาแล้ว โดยในปีนี้ทางทีมพร้อมส่ง ตี-อนุภาพ ซามูล (หมายเลข 51) ซึ่งมีพัฒนาการที่ดีอย่างต่อเนื่องเดินหน้าลงชิงชัยเป็นฤดูกาลที่ 2 และจะจับคู่กับทีมเมทดาวรุ่งรุ่นน้องอย่าง ไอเดีย-กฤตภัทร เขื่อนคำ (หมายเลข 39) ที่ผ่านเกมการแข่งขันระดับโลกด้วยสิทธิ์ไวลด์การ์ดมาแล้ว ทั้งรายการ MotoGP ที่สนามช้างฯ ประเทศไทย และการแข่งขัน World SuperSport ในยุโรปในปีที่ผ่านมา” คุณวีรพงษ์ ธนากิจจานนท์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายกีฬายานยนต์ กล่าวว่า “ทั้งนี้ทางทีมยังคงให้ความสำคัญกับพร้อมพัฒนาทีมงานแมคคานิกส์และเอ็นจิเนียร์คนไทย พร้อมส่งช่างคนไทยแสดงศักยภาพในการทำงานร่วมกับทีมแข่งในเวทีชิงแชมป์โลก เพื่อนำประสบการณ์ที่ได้จากเกมระดับเวิลด์คลาสมาพัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยต่อไปในอนาคตอีกด้วย โฟลท – รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ #56 แสตมป์ – อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ #24 ส่วนเกมการแข่งขันชิงแชมป์ทวีปเอเชียรายการ FIM Asia Road Racing Championship ในปีนี้ ทางทีมตั้งเป้ากลับมาทวงบัลลังก์แชมป์เอเชียรุ่น SuperSport 600 อีกครั้ง โดยส่งคู่หูทีมเมทที่มีดีกรีแชมป์เอเชียอย่าง โฟลท – รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ ยังลงแข่งขันในรุ่น SuperSport 600 และ แสตมป์ – อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ จะลงแข่งขันให้กับทีม Yamaha Tekhne Racing Team ASEAN ด้วยสัญญาแห่งความร่วมมือกันระหว่างทีมแข่งในไทยกับทาง Yamaha Motor และพันธมิตร Yamaha Team Asean สำหรับการชิงชัยในรายการ Yamaha R3 bLU cRU European Championship ที่ในปีนี้ทาง FIM และ Dorna DWO ได้ยกระดับการแข่งขันจากระดับทวีปเป็นการแข่งขันในระดับ World Cup โดยใช้ชื่อรายการว่า Yamaha R3 bLU cRU FIM World Cup ทางทีมแข่งพร้อมส่งดาวรุ่งอย่าง เติ้ล – วรพรต ทองดอนเหมือน (หมายเลข 54) เป็นตัวแทนนักบิดของประเทศไทยเข้าร่วมความท้าทายครั้งใหม่เพื่อเป็นบันไดก้าวสู่เกมการแข่งขันในระดับที่สูงขึ้นต่อไปในอนาคต นอกจากนั้นทางทีมยังพร้อมให้การพัฒนานักแข่งดาวรุ่งใหม่เข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตไทย โดยจะทำการสานต่อโครงการการแข่งขัน Yamaha R3 bLU cRU Thailand Cup ต่อไป โดยทั้งนี้ Yamaha Motor ได้เห็นถึงศักยภาพ และความพร้อมของทีมแข่งไทยในการที่จะยกระดับพัฒนาโครงการที่อยู่ในระดับ Thailand Cup ขึ้นเป็นเกมระดับแชมเปียนชิพใหม่ของทวีปเอเชีย ภายใต้ชื่อรายการ Yamaha R3 bLU cRU Asia-Pacific

แสตมป์ อภิวัฒน์ เตรียมลุยใหญ่ใน ARRC 2024

แสตมป์ อภิวัฒน์ เตรียมลุยใหญ่ใน ARRC 2024 เรียกขวัญกำลังใจเจ้าตัวและแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ต สำหรับแสตมป์ อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ นักบิดดาวรุ่งชาวไทยจาก Yamaha Thailand Racing Team จะทำการลงแข่งขันดวลความเร็วในศึก Asia Road Racing Championship 2024 ในรุ่น Supersports 600 พร้อมหมายเลข 24 และม้าศึกคู่ใจ YZF-R6 ที่จะทำการเก็บแต้มคะแนนสะสม และชิงชัยในปีนี้ โดยฤดูกาลนี้ “แสตมป์” จะร่วมลงแข่งขันให้กับทีม Yamaha Tekhne Racing Team ASEAN ในรุ่น 600 ซีซี พร้อมนักบิดทีมเมทชาวฟิลิปปินส์อย่าง Mckinley Kyle Paz #23 พร้อมกันนี้ทางทีมยังได้ส่งแข่งขันในรุ่น Asia Superbike 1000 พร้อมนักแข่งอย่าง Kasma Daniel Kasmayudin #27 จากมาเลเซีย และ Soichiro Minamimoto #22 จากญี่ปุ่น ที่จะใช้รถแข่ง YZF-R1M ลงแข่งขันในครั้งนี้แบบเต็มฤดูกาล เรามาพูดถึงเจ้าตัวแสตมป์กันบ้างดีกว่า โดยล่าสุดมีการโพสเพจเฟสบุ๊คส่วนตัวในวันที่ 8 ก.พ. 67 ที่ผ่านมา สำหรับการเปิดตัวทีมพร้อมลงแข่งขันอย่างเป็นทางการ จึงสามารถคาดได้ว่า “แสตมป์” กลับมามีสภาพร่างกายเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว หลังจากพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บที่อาร์มปั๊มและเข้ารับการผ่าตัดรักษาเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา นอกจากนี้เจ้าตัวยังได้เคยเข้าร่วม Yamaha VR46 Master Camp ร่วมกับนักบิดทีมเมททั้ง 3 คนอีกด้วย และประสบความสำเร็จในการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกทั้ง Moto2, Moto3 ยังรวมไปถึงรายการระดับเอเชียอย่าง ARRC อีกด้วย สำหรับแฟน ๆ สามารถเชียร์และเป็นกำลังใจให้ “แสตมป์” ในการแข่งขันครั้งนี้ ก็ขอลุ้นให้ได้โพเดียมทุกสนาม เก็บคะแนนสะสมติดท็อปตารางและคว้าแชมป์มาให้ได้นะครับ สำหรับการแข่งขัน Asia Road Racing 2024 ในเรซแรกจะจัดขึ้นที่ ช้าง อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ในวันที่ 15-17 มีนาคม 2567 นี้ โดยสามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง FB: Asia Road Racing Championship มาร่วมเชียร์และเป็นกำลังใจให้นักแข่งและทีมงาน Yamaha Thailand Racing Team สามารถติดตามข่าวสารกีฬามอเตอร์สปอร์ตแบบเจาะลึกได้ที่ FB: Yamaha Thailand Racing Team อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bulega เฉิดฉาย ทำเวลามาที่ 1

Bulega เฉิดฉาย ทำเวลามาที่ 1 กับการซ้อมวันแรกที่ Jerez   ถึงช่วงเวลาสำคัญของทุก ๆ ทีมในการแข่งขัน WorldSBK ช่วงที่นักแข่งและทีมจะได้เตรียมการสำหรับฤดูกาลใหม่ จะมีคนที่ดีใจกับผลการซ้อมในวันแรก และจะมีคนที่ต้องเครียดและต้องกลับไปทำการบ้านอย่างหนักในช่วงค่ำคืน และ Bulega เฉิดฉาย ทำเวลามาที่ 1 กับการซ้อมวันแรกที่ Jerez Nicolo Bulega (Aruba.it Racing – Ducati) อาจจะเป็นหน้าใหม่ใน WorldSBK แต่หลาย ๆ สายตาก็ต้องจับจ้องไปที่เขา หลังจากทำผลงานการทดสอบได้น่าประทับใจ ปัจจุบันเขามีดีกรีเป็นแชมป์โลก WorldSSP ที่ทะยานขึ้นมาในระดับที่สูงขึ้นและขโมยพื้นที่ข่าวไปจากสื่อได้มากมาย โดยเขาสามารถทำเวลาแล็ปได้ดีกว่าที่ 2 อย่างชัดเจน และเกือบจะทำลายสถิติเวลาสนามหลังจากที่เขาได้ใช้ยาง SCQ แบบเต็มสมรรถนะในชั่วโมงสุดท้ายของวัน ขณะที่ทีมเมตอย่าง Alvaro Bautista ทำเวลาได้แค่อันดับ 10 เท่านั้น เด็กใหม่มันร้ายแต่แชมป์ 2 สมัยรวด เจอปัญหากฎใหม่ Bulega ทำเวลาซ้อมวันแรกได้เวลาอันดับ 1 ด้วยสถิติ 1’38.292 นาทีด้วยยาง SCQ โดยได้สถิติเวลานี้มาในช่วงชั่วโมงสุดท้ายก่อนที่รถจะเกิดปัญหาทางเทคนิคเล็กน้อย แต่ก็ซ้อมไปได้ถึง 71 แล็ปแล้ว ด้านแชมป์เองก็พยายามหาวิธีที่จะลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการต้องถ่วงน้ำหนักเนื่องจากกติกาเกี่ยวกับเรื่องน้ำหนักที่จะมีผลบังคับใช้ในปีนี้ ส่วนทีมอิสระที่ใช้รถดูคาติ ก็จะมีทางด้านของ Andrea Iannone (Team GoEleven)  ที่ทำเวลาได้อันดับที่ 7 หลังจากซ้อมไปทั้งหมด 67 แล็ป ด้วยการพยายามทำความเข้าใจและปรับตัวกับรถ Panigale V4 R ขณะที่ Danilo Petrucci (BARNI Spark Racing Team) ได้อันดับ 9 ด้วยเวลา 1’39.773 นาที โดยนักแข่งหมายเลขเก้าผู้นี้พยายามลองใช้เบาะนั่งแบบต่ำเพื่อช่วยในเรื่องของจุดศูนย์ถ่วงของรถ และพยายามหาผลลัพธ์ที่จะได้จากการทดลองในครั้งนี้ และกดไปทั้งหมด 66 แล็ป มาถึงคนสุดท้ายอย่าง Sam Lowes (ELF Marc VDS Racing Team) ทำเวลาได้อันดับที่ 15 โดยเขายังคงต้องปรับตัวจากเดิมที่เคยแข่ง Moto2 มาและต้องย้ายมาแข่งในรายการนี้ โดยทำเวลาได้ดีที่สุดที่ 1’40.133 นาทีหลังจากหวดไป 82 แล็ป Alex Lowes ได้ซ้อมไม่เยอะแต่เวลามาดี ทางด้านของ Alex Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ที่แม้ว่าจะรู้สึกว่าอาการไม่ค่อยดีและลงซ้อมไปแค่เพียง 31 แล็ป แต่ก็สามารถทำเวลาได้ดีเป็นอันดับที่ 2 เลยทีเดียว ด้วยเวลา 1’39.474 นาที ซึ่งเพียงพอที่จะเป็นผู้นำจากฝากฝั่งคาวาซากิ โดยเขาได้ลองใช้ชิ้นส่วนใหม่ ๆ และจะใช้ในการแข่งขันที่ Portimao ในสัปดาห์หน้าอีกด้วย ซึ่งชิ้นส่วนใหม่ ๆ ที่ว่านั้นรวมไปถึงโช้คใหม่ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ตำแหน่งของเบาะและถังน้ำมัน ส่วนทีมเมทใหม่ของเขาอย่าง Axel Bassani จบที่อันดับที่ 14 หลังจากทำเวลาได้ที่  1’40.059 นาที เพราะยังคงต้องทำความคุ้นเคยกับ ZX-10RR และเครื่องยนต์แบบสี่สูบเรียงนั่นเอง โดยนักแข่งหมายเลข #47 ซ้อมไปทั้งหมด 77 แล็ปด้วยกัน ขณะที่นักแข่งอิสระที่ใช้รถคาวาซากิเพียงคนเดียวอย่าง Tito Rabat (Kawasaki Puccetti Racing) ทำอันดับเวลาได้ที่ 17 ซึ่งนักแข่งสเปนผู้นี้ใช้รถจากทีมโรงงานที่ทำสัญญากับทาง KRT มาเพื่อหวังที่จะเก็บข้อมูลให้ได้มากและข้อมูลนั้นจะช่วยให้เขาพัฒนาไปอีกก้าวและไปได้เร็วกว่านี้ BMW ก็แรงนะได้อันดับดีติด 1 ใน 4 ถึงสองคน มันเป็นวันที่ยุ่งเหยิง แต่น่าประทับใจสำหรับ BMW โดยมีรถมากถึง 10 คันกับนักบิด 6 ชีวิตที่จะมาเก็บเกี่ยวข้อมูล โดยมีทีมทดสอบมาลงซ้อมร่วมไปกับทีมโรงงานอย่าง ROKiT BMW Motorrad WorldSBK Team และ Bonovo Action BMW โดย Toprak Razgatlioglu คว้าอันดับที่ 3

Gresini Racing Team เผยโฉมรถแข่ง MotoGP 2024 แล้ว

Gresini Racing Team เผยโฉมรถแข่ง MotoGP 2024 แล้ว และนี่คือรถแข่ง MotoGP 2024 ของ Gresini Racing Team ที่ปีนี้มี Marc Marquez เป็นส่วนนึงของทีมและพร้อมที่จะเริ่มต้นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ๆ ไปพร้อม ๆ กัน งานเปิดตัวทีมแข่งของทางเกรสินีเรซซิ่งทีมนั้นจัดขึ้นที่ Cocoricò disco ใน Riccione ประเทศอิตาลีเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งไม่ไกลจากสนามแข่ง Misano ที่เป็นสถานที่ ๆ Marc ได้ชัยในการแข่งขัน MotoGP เมื่อปี 2021   ตัวรถแข่งยังคงใช้ชุดสีคล้ายกันกับปีที่แล้ว โดยยังเป็นสีฟ้าอ่อนตัดด้วยสีแดง ซึ่งทางทีมใช้สีนี้มาสองฤดูกาลแล้ว โดยทางทีมมีผลงานคว้าชัยมาแล้ว 5 ครั้งจากอดีตนักแข่งของทางทีมอย่าง Enea Bastianini (4 ครั้งในปี 2022) และ Fabio di Giannantonio (1 ครั้งในปี 2023) แม้ทางทีมจะมี Marc Marquez มาอยู่ในทีม แต่ก็ไม่ได้มีไตเติ้ลสปอนเซอร์อะไรตามมามีผลกับชื่อทีม (อย่าง Red Bull มีเพียงแต่สปอนเซอร์ส่วนบุคคลเท่านั้นที่ยังคงต่อเนื่องมา) รถของ Alex ใช้หมายเลข 73 สีน้ำเงิน และของ Marc จะเป็น 93 สีแดงอ่อน ๆ สองพี่น้องจะได้ขี่รถแข่ง GP23 เหมือนกับทาง Marco Bezzecchi และ Fabio di Giannantonio ส่วน Francesco Bagnaia และเพื่อนร่วมทีมอย่าง Bastianini และ นักแข่งจากทีม Pramac ที่มี Jorge Martin และ Franco Morbidelli จะได้ขี่ GP24 ซึ่งสำหรับ Marc แล้วการที่เขาไม่ได้ชัยชนะจากการแข่งขันเลยตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2021 นั้นน่าจะทำให้เข้าหมดความอดทนกับทางฮอนด้า เมื่อบวกรวมกับอีก 1 ปีแห่งความทนมารจากการล้มมากถึง 29 ครั้ง แม้ว่าเขาจะเป็นนักแข่งที่ใช้รถฮอนด้าแล้วได้ผลงานดีที่สุดก็ตาม (อันดับ 14) ทางด้าน Alex เองหลังจากที่เข้าร่วมกับทีมเมื่อปีที่แล้ว และเริ่มคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของทางทีม แน่นอนว่ามีส่วนสำคัญที่ทำให้ Marc ตัดสินใจครั้งใหญ่ และทำให้นักแข่งวัยสามสิบปีผู้นี้มีรอยยิ้มปรากฎขึ้นมาบนใบหน้าได้อีกครั้งหลังจากที่ได้ลองสัมภาษณ์กับ Desmosedici GP เป็นครั้งแรกในการทดสอบทที่ Valencia เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ในการทดสอบเขาทำเวลาได้เร็วที่สุดเป็นอันดับ 4 และกลายเป็นตัวเต็งสำหรับชิงแชมป์ในปี 2024 แล้วเรียบร้อย แม้ว่าเขาจะยืนยันว่ามันยังไม่มีประโยชน์อะไรที่จะคิดว่านี่คือผลสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ กระทั่งเขาจะชนะได้อีกครั้ง สำหรับปี 2024 นี้เป็นปีที่ 5 ของเขาในการแข่งขันระดับสูงสุด โดยเขาเปิดตัวเคียงข้างกับ Marc กับทีม Repsol Honda ในปี 2020 ตอนที่พี่ชายไม่ได้แข่งขันเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่แขนและตามหลอกหลอนเขามาจนกลางปี 2022 ตอนนี้ Marc ร่วมทีมกับน้องชายของเขา หลังจากที่คนน้องมีฤดูกาลที่ย่ำแย่กับทาง LCR โดยนักแข่งวัย 27 ผู้นี้มีผลงานคว้าชัยในสปรินท์เรซ 2 ครั้ง โพเดี้ยม 2 ครั้ง และได้ตำแหน่งโพลและจบที่อันดับที่ 9 บนตารางคะแนนรวมกับ Desmosedici แม้ว่าเขาจะพลาดการแข่งที่อินเดีย ญี่ปุ่น และอินโดนีเซียเนื่องจากซี่โครงร้าว หลังจากนี้สองพี่น้องมาร์เกวซจะกลับลงสนามอีกครั้งกับรถในชุดสี 2024 ในช่วงการทดสอบอย่างเป็นทางการที่เซปังช่วงวันที่ 6-8 กุมภาพันธ์นี้ โดยการเปิดตัวทีมแข่ง MotoGP ของทางเกรสินีถือเป็นทีมแรกเลยที่ทำการเปิดตัวทีมแข่งในฤดูกาลนี้ โดยจะมีคิวของ Ducati Lenovo, VR46 Ducati และ Trackhouse Aprilia ตามมาในสัปดาห์นี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

BMW เปิดตัวทีมแข่ง WorldSBK 2024 แล้ว

BMW เปิดตัวทีมแข่ง WorldSBK 2024 แล้ว ก่อนที่การแข่งขันนัดเปิดฤดูกาลจะเริ่มต้นขึ้นในอีกเดือนกว่า ๆ ข้างหน้าทาง BMW เปิดตัวทีมแข่ง WorldSBK 2024 อย่างเป็นทางการก่อนใคร โดยเปิดตัวทีมแข่งของทางทีมโรงงานทั้งสองทีมพร้อมกัน ทีมแข่งทั้งสองทีมที่ว่านั้นก็คือ ROKiT BMW Motorrad WorldSBK Team และ Bonovo action BMW Racing Team พร้อมกันกับนักแข่ง 4 คน ได้แก่ Toprak Razgatlioglu (ตุรกี), Michael van der Mark (เนเธอร์แลนด์), Scott Redding (อังกฤษ) และ Garrett Gerloff (อเมริกา) พร้อมเผย M1000RR ตัวแข่งประจำปีนี้ที่โรงงานที่เบอร์ลิน ศูนย์กลางหลักของการผลิตรถของบีเอ็มดับเบิลยูนั่นเอง โดยทีม ROKiT BMW Motorrad WorldSBK Team มาโทนสีดำจะมีนักแข่งเป็น Toprak Razgatlioglu #54 และ Michael van der Mark #60 ส่วนทีม Bonovo action BMW Racing Team มาในโทนสีขาวจะเป็น Scott Redding #45 และ Garrett Gerloff #31 ซึ่งหลัก ๆ ของทั้งสองทีมก็จะได้รับการซัพพอร์ตจากทางโรงงานเหมือน ๆ กัน แต่ไปแตกต่างกันที่สปอนเซอร์ของแต่ละทีมเท่านั้น สุดท้ายนี้สำหรับการเตรียมการรับมือการแข่งขันในฤดูกาล 2024 นี้ทางแผนกมอเตอร์สปอร์ต ทีมทั้งสองทีม และนักแข่งจะได้กลับไปสนามแข่งเร็ว ๆ นี้ โดยจะมีการทดสอบครั้งต่อไปที่ Jerez de la Frontera ประเทศสเปนในวันที่ 24 – 25 มกราคมนี้ ส่วนการแข่งขันสนามแรกจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์นี้ที่ Phillip Island ประเทศออสเตรเลีย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล WorldSBK 2024

ทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล WorldSBK 2024 ใครบ้างที่ต้องจับตามอง ครั้งนี้เราจะมาดูกันครับว่าในการทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล WorldSBK 2024 ใครบ้างที่ต้องจับตามอง นักแข่งคนไหนมีสิทธิ์ลุ้นแชมป์ และใครเป็นใครน่าสนใจแค่ไหน บทความนี้จะมาพูดคุยบอกเล่ากันครับ Alvaro Bautista, Toprak Razgatlioglu และ Jonathan Rea คือนักแข่งสามคนที่ถูก จับตามอง! มากที่สุดในรายการ WorldSBK เพราะทุกคนมีสิทธิ์ลุ้นแชมป์โลก จากโปรไฟล์และผลงานที่ผ่านมา ๆ และทั้งสามคนล้วนมีดีกรีแชมป์โลกมาก่อนแล้วทั้งนั้น เตรียมตัวที่จะทดสอบอย่างเป็นทางการก่อนที่จะเปิดฤดูกาลใหม่ 2024 กันที่ Jerez ประเทศสเปนภายในเดือนมกราคมนี้ Ducati แน่นอนว่าทุกสายตาล้วนจับจ้องไปที่ Bautista ว่าในฤดูกาลนี้เขาจะสามารถคว้าแชมป์สมัยที่ 3 มาได้หรือไม่ และนักแข่งสเปนผู้นี้จะทำเวลาในการทดสอบออกมาได้ดีหรือไม่ และในปีนี้เขาจะมีทีมเมตคนใหม่อย่าง Nicolo Bulega โดยจะได้ลองขี่รถใหม่เป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่เขาเลื่อนชั้นขึ้นมาหลังจากเป็นแชมป์โลกใน WorldSSP เมื่อปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Danilo Petrucci (Barni Spark) Andrea Iannone (GoEleven) ที่เพิ่งกลับมาหลังจากโดนโทษแบนเรื่องสารต้องห้าม Sam Lowes (Marc VDS) และ Michael Ruben Rinaldi (Motocorsa Ducati) เองก็จะลงทดสอบด้วยเช่นกัน Yamaha ทางด้านของ Yamaha มีนักแข่งบิ๊กเนมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ต้องจับตามองอย่างกรณี Jonathan Rea ที่ย้ายค่ายเปลี่ยนสีไปอยู่กับทีมโรงงานของยามาฮ่าเป็นครั้งแรก หลังเป็นแชมป์โลกกับอีกค่ายมามากถึง 6 สมัย โดยลงซ้อมกับ Andrea Locatelli ทีมเมทของเขา ด้าน Dominique Aegerter และ Remy Gardner จากทีม GYTR GRT Yamaha WorldSBK เองก็ลงแข่งขัน โดยมีหน้าใหม่อย่าง Phillip Oettl แข่งให้กับทีม GMT94 Yamaha BMW แม้ว่าที่ผ่านมาผลงานจะไม่เจิดจรัส แต่ปีนี้จะเป็นค่ายที่ไม่ควรพลาดเชียร์และชม โดยปีนี้ค่ายใบพัดสีฟ้าจะมีลุ้นแชมป์ได้มากขึ้นหลังจากการย้ายเข้ามาของ Razgatlioglu ที่ครั้งนี้เขาจะได้ลองรถ M1000RR ของเขาอีกเป็นครั้งที่สอง แม้ว่าในการทดสอบครั้งแรกเขาจะได้ทดสอบน้อยไปหน่อยเนื่องจากสภาพอากาศแย่ แต่ครั้งนี้แชมป์โลกปี 2021 ผู้นี้จะได้โชว์ศักยภาพอีกครั้งครับ ยังมี Michael Van Der Mark, Scott Redding และ Garrett Gerloff ที่สังกัดค่ายเดียวกัน พร้อมกันนี้ยังมีนักทดสอบรถคนใหม่อย่าง Sylvain Guintoli และ Bradley Smith อีกด้วย Honda Iker Lecuona และ Xavi Vierge จะลงซ้อมและเตรียมรถกับ Honda CBR1000RR-R 2024 ซึ่งปรับปรุงมาใหม่ทั้งเรื่องแอโรไดนามิกและเครื่องยนต์ ก็ต้องดูว่าผลงานจะกระเตื่องขึ้นมากน้อยเพียงใด Kawasaki ทางด้านค่ายเขียวก็จะมี Axel Bassani, Alex Lowes แข่งให้กับทีมโรงงาน และ Tito Rabat มาแข่งให้กับทีม Puccetti ซึ่งปีนี้ค่ายเขียวอาจจะดูกร่อยไปเลยเพราะแชมป์โลก 6 สมัยย้ายออกไปแล้ว ทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล WorldSBK 2024 งานนี้บิ๊กเนมทั้งสามคนนั้นเป็นอะไรที่หลาย ๆ คนติดตามอยู่แล้ว แต่ก็มีนักแข่งหน้าใหม่ที่อัปคลาสขึ้นมา นักแข่งที่เพิ่งกลับมาหลังจากโดนโทษ การปรับเปลี่ยนรถใหม่ ดังนั้นการทดสอบอย่างเป็นทางการของรายการนี้เอง แฟน ๆ ทั้งหลายที่ติดตามการแข่งขันรายการนี้ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงพะยะค่ะ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ข่าวการแข่งขัน MotoGP

  • All Posts
  • MOTOGP
Diogo Moreira เรียนรู้จากซาร์โก้ ประเดิมสนามไทยจีพี 2026

Diogo Moreira นักบิดดาวรุ่งชาวบราซิลเผยการประเดิมสนาม MotoGP ครั้งแรกที่บุรีรัมย์ราบรื่นขึ้นเพราะได้เคล็ดลับจากซาร์โก้ติวเข้มเรื่องการคุมรถ

  • All Posts
  • MOTOGP
Johann Zarco

Johann Zarco นักบิดทีม LCR Honda ประกาศความมั่นใจก่อนเปิดฤดูกาล MotoGP 2026 ยืนยันไม่ก๊อปปี้เซ็ตอัพทีมโรงงาน พร้อมท้าชน Joan Mir และ Luca Marini

Toprak Razgatlioglu MotoGP 2026

ท็อปรัค ราซกัตลิโอกลู ยอมรับเจอปัญหาล้อหลังหมุนฟรีกับยาง ในการทดสอบ MotoGP 2026 ที่เซปัง มิลเลอร์บอกถ้าไม่เลิกขี่สไตล์ WorldSBK  ก็รอรั้งท้าย

สัญญาณอำลา Marc Marquez

วิเคราะห์นัยแฝง Marc Marquez ทำนายรายชื่อนักแข่งปี 2027 สุดช็อก ไร้ชื่อตัวเองบนกริด พร้อมดันน้องชายขึ้นทีมโรงงาน Ducati สัญญาณนี้บอกอะไรเรา?

ไอ โอกุระ Aprilia 2026

Ai Ogura เผยผลทดสอบ Aprilia RS-GP 2026 ยังไม่น่าพอใจ ยอมรับรถยังไม่เข้ามือและมีจุดบอดเรื่องความเร็วในโค้งที่ยังตามหลังคู่แข่ง เตรียมเช็กความพร้อมอีกครั้งที่บุรีรัมย์

ข่าวการแข่งขัน WSBK

  • All Posts
  • WSBK
Bimota jerez test 2025 ความท้าทายครั้งใหม่และโอกาสในการพัฒนา

Bimota jerez test  ‘ความท้าทายครั้งใหม่และโอกาสพัฒนา’ ในการแข่งขัน World Superbike (WSBK) ฤดูกาล 2025 ที่จะมาถึง เราอาจจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของทีม Bimota กับการเปิดตัวรถใหม่ KB998 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อลุยสนามอย่างเต็มตัว โดยหนึ่งในนักแข่งที่รับหน้าที่ในการทดสอบและพัฒนารถแข่งคันใหม่อย่าง Axel Bassani พร้อมทำการลงซ้อมสนามแรกใน Bimota jerez test 2025 อักเซล บาสซานี ผู้ได้รับความไว้วางใจจากทีมบีโมต้า กล่าวถึงการทดสอบรถแข่งที่สนามเฆเรซในสเปน โดยทางทีมพยายามที่จะพัฒนาระบบต่าง ๆ ของตัวรถ แม้ว่าผลทดสอบจากการขี่ในสภาพอากาศที่แตกต่างกันจะเผยให้เห็นถึงจุดที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติมมากมาย Bimota jerez test 2025 การทดสอบครั้งแรกและข้อมูลที่ได้ @worldsbk Both Bimota by Kawasaki Racing Team riders Axel Bassani and Alex Lowes stormed into the TOP 3 this morning! 🔥 Day 2 of testing is halfway through ⏱️🛠️ #WorldSBK #motorcycle #motorsport #racing #sportsontiktok ♬ original sound – WorldSBK โดยการทดสอบที่เฆเรซ บาสซานีทำเวลาได้ดีที่สุดเป็นอันดับที่ 5 (Day1 แทร็กแห้ง) ด้วยผลเวลา 1.39.463 นาที (52 laps) และอันดับที่ 4 (Day2 แทร็กเปียก) กับผลเวลา 1.54.426 นาที (36 laps) ในท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน ซึ่งเขาสามารถนำหน้าเพื่อนร่วมทีมอย่าง Alex Lowes ได้ในการทดสอบครั้งนี้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาและทีมจะไม่เผชิญกับความท้าทายในปีนี้ หลังจากการทดสอบครั้งแรกของปี 2025 ที่เฆเรซ บาสซานี กล่าวว่ามีหลายจุดที่จักรยานยนต์ยังต้องพัฒนา โดยเฉพาะในด้านของการขับขี่ใน Wet Track เขาเน้นว่าการทดสอบในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ทีมสามารถรวบรวมข้อมูลและเข้าใจถึงข้อดีและข้อเสียของตัวรถในทุกสภาพการขี่ ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่มีค่ามากสำหรับการพัฒนาในระยะยาว “มันเป็นการทดสอบที่ดีสองวัน แต่เราได้ทำแค่ครึ่งวันในวันแรกและวันที่สอง..เราไม่ได้ทำรอบเยอะมาก แต่เราก็ได้รับข้อมูลบางอย่างซึ่งถือว่ามีความสำคัญมาก” “ในสภาพแห้งมันดีอยู่ แต่ก็มีความยากหน่อยเพราะลมแรงมาก ซึ่งทำให้การขี่ไม่ง่าย” เขากล่าวเสริม “แต่ในสภาพอากาศเปียกเราต้องทำงานหนักมาก เพราะมันเป็นครั้งแรกที่เราได้ทดสอบในสภาพนี้ เราต้องพัฒนาให้ดีขึ้นทุกด้าน เพราะมันยังใหม่หมดเลย” การขี่ในแทร็กเปียกจึงเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนารถจักรยานยนต์สำหรับการแข่งขัน เพราะสภาพแวดล้อมนี้มักเกิดขึ้นได้บ่อยในระหว่างการแข่งขันจริง ซึ่งสามารถส่งผลต่อประสิทธิภาพของตัวรถได้ ดังนั้นทางทีมจะต้องพัฒนาการเซ็ตติ้งของเจ้า KB998 ให้สามารถทำงานได้ดีทั้งในสภาพอากาศที่แตกต่างกัน ความท้าทายด้านการตั้งค่าช่วงล่าง การเซ็ตติ้งช่วงล่างเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่นักแข่งและทีมงานกำลังพัฒนา โดยเฉพาะโช้คหลัง ซึ่งเขาเผยว่าการปรับเซ็ตยังไม่เป็นไปที่ต้องการจากการขี่ในช่วงทดสอบที่ผ่านมา “ที่ด้านหลัง ผมยังไม่ได้ความรู้สึกที่ต้องการ..เราได้ลองอะไรหลายอย่างและร่วมกับ Showa เพื่อหาวิธีแก้ไข เพราะตอนนี้เรายังประสบปัญหามากในการขี่ให้เร็ว” แม้ว่าในช่วงทดสอบนี้จะยังมีหลายสิ่งที่ต้องปรับปรุง แต่เจ้าตัวมองบวกและมั่นใจว่าเขาและทีมบิโมต้าสามารถพัฒนาตัวแข่งได้อย่างเต็มที่ในอนาคต “พื้นฐานไม่เลวและเวลาในรอบก็ไม่เร็วมาก แต่ก็ไม่ช้าเกินไป ผมคิดว่าเรามีหลายจุดที่สามารถทำงานและพัฒนาได้” โดยการพัฒนาเจ้า KB998 ในการแข่งขันฤดูกาล 2025 จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับทั้งตัวนักแข่งและทีมที่จะพิสูจน์ศักยภาพของจักรยานยนต์รุ่นนี้ในการแข่งขันระดับโลก ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับทีมเท่านั้น แต่ยังเป็นการเพิ่มความมั่นใจในการต่อสู้เพื่อคว้าแชมป์ในอนาคต อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jonathan Rea โชว์จ่าฝูงแทร็กฝน ลุยเทสแพ็คเกจชิ้นใหม่

Jonathan Rea โชว์จ่าฝูงแทร็กฝน ลุยเทสแพ็คเกจชิ้นใหม่ ต่อด้วยการเทสในวันที่สองของรอบการซ้อมครั้งแรกของฤดูกาล 2025 จากทางฝั่ง WorldSBK ซึ่งนอกเหนือจากนักบิดทางฝั่งดูคาติแล้ว อีกหนึ่งคนที่จะไม่กล่าวเลยก็ไม่ได้กับอดีตแชมป์โลก 6 สมัยอย่าง Jonathan Rea ก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมไม่น้อยเช่นเดียวกัน โดยทำเวลาต่อรอบดีที่สุดถึงแม้ฝนจะตกซึ่งเป็นอุปสรรคสำหรับการขับขี่ในสนามก็ตาม โดยผลการซ้อมที่ปรากฎอยู่ในไทม์ชีตกับเวลา Best Lap ที่ 1.53.058 นาที จากการซ้อมตลอดทั้งวันของเจ้าตัว (40 Lap) แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะที่ดีของตัวแข่งโปรดักท์ชันทางค่ายอย่าง Yamaha R1 “คุณต้องใช้วัตถุดิบที่ดีทั้งหมดเพื่อทำเค้กที่ดี ผมคิดว่าที่ดีที่สุดยังไม่ได้มา เรายังมีวัตถุดิบอื่นๆ ที่จะตามมาในสัปดาห์และเดือนต่อๆ ไปของฤดูกาล” “เรากำลังพยายามปรับปรุงมอเตอร์ไซค์ทั้งระบบ ซึ่งรวมถึงเครื่องยนต์ แชสซี อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนโดยรวม…เรื่องร่างกายก็เช่นกัน ผมพยายามลดน้ําหนักในช่วงพักการแข่งขันเพื่อรวมทุกอย่างปรับเข้าด้วยกัน” โจนาธานกล่าว ส่วนทีมเมทหนุ่มร่วมค่าย Andrea Locatelli นั้นประสบอุบัติเหตุตั้งแต่โค้ง 1 เมื่อช่วงเช้า แต่โชคดีที่เจ้าตัวไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร ยังสามารถลงซ้อมต่อได้และจบด้วยผลเวลาดีสุดเป็นอันดับที่ 10 ที่ 1.55.429 นาที (19 Lap)  Paul Denning หัวหน้าทีมของยามาฮ่า ได้ออกมาเผยว่า แพ็กเกจชิ้นใหม่ที่นำมาปรับกับรถยามาฮ่านั้น สังเกตุได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง คาดว่าฤดูกาลนี้ทางทีมคงมีทิศทางที่ดีขึ้น ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีอีกหนึ่งค่าย หลังจากที่เงียบหายไปค่อนข้างนานสำหรับฤดูกาลที่ผ่านมา เรามาลุ้นกันว่าแชมป์โลกคนนี้จะสามารถกลับมาทวงบัลลังก์บนการแข่งขันได้อีกครั้งหรือไม่ ใคร ๆ ที่ติดตามสามารถชมการแข่งขันสนามแรกได้ในวันที่ 23-25 ก.พ. 68 นี้ ที่สนามแข่งขันฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย  อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

  • All Posts
  • WSBK
Toprak พา Yamaha สยบ Ducati

Toprak พา Yamaha สยบ Ducati ที่ Imola ในศึก WSBK 2023 การแข่งขันในศึกรถโปรดักชันระดับโลก WorldSBK 2023 ดำเนินมาถึงสนามที่ 7 กับสนาม Imola ที่ประเทศอิตาลีซึ่งห่างหายไม่ได้จัดรายการนี้มา 4 ปีแล้ว นับตั้งแต่ที่รายการนี้เลือกใช้สนามแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2001 และในสนามแห่งนี้ก็เกิดเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นขึ้นนั่นคือ Toprak พา Yamaha สยบ Ducati หยุดสถิติการชนะรวดของ Bautista ไปได้ โดยสนามนี้เป็นฝั่งค่ายรถจากเมืองอิวาตะคว้าชัยไปถึง 2 เรซด้วยกัน Race 1 การแข่งขันในเรซนี้เป็น Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ได้ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพล ด้วยเวลา 1’45.959 นาที ส่วนอันดับ 2 เป็นทีมเมทอย่าง Andrea Locatelli และมี Alvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) จบแถวหน้า ออกสตาร์ทเป็นทาง Locatelli ที่ออกจากเส้นได้สวยขึ้นนำเพื่อนร่วมทีม หลังจากเขาเองก็เป็น Axel Bassani (Motocorsa Racing) ต่อมาในแล็ปที่ 5 Razgatlioglu สามารถกลับขึ้นมาเป็นจ่าฝูง แต่ในแล็ปที่ 12 ก็ถูกแชมป์โลก Bautista มาแย่งไป พร้อมโชว์เหนือ กดเวลาทิ้งห่าง 3.5 วินาที หนีห่าง Razgatlioglu และ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) Superpole Race การแข่งขันในรอบซูเปอร์โพลเรซเริ่มต้นท่ามกลางอากาศอันร้อนแรง พื้นแทร็กอันร้อนระอุ หลังจากออกตัวเป็น Locatelli ที่ขึ้นนำก่อนอีกแล้ว กระทั่งในแล็ปที่ 5 Bautista เอาคืน และมี Toprak ตามมาเป็นอันดับ 2 และ Locatelli แต่กระทั่งแล็ปก่อนแล็ปสุดท้าย นักแข่งเลือดตุรกีกลับพลิกขึ้นมาแซงได้และเข้าเส้นก่อน Bautista และ Locatelli คว้าชัยในเรซนี้ไปครอง หยุดชัยชนะต่อเนื่องของนักแข่งชาวสเปนไปได้ Race 2 การแข่งขันยิ่งเดือดขึ้นไปอีกจากอากาศที่ร้อนมากขึ้นอีก จนทางทีมแพทย์ออกโรงแนะนำให้ลดแล็ปการแข่งขันเหลือ 15 แล็ปจากเดิมที่วางไว้ที่ 19 แล็ป จากอากาศร้อนมากเกินไป เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น ในเรซนี้กลายเป็นทาง Razgatlioglu และ Bassani ที่เป็นเหมือนคู่ดวลเดือดแย่งชัยชนะกัน หลังจากที่ Bautista ล้มไปในแล็ปแรกและต้องออกจากการแข่งขันไป และผลของการดวลชัยชนะตกเป็นของแชมป์เก่าชาวตุรกีในที่สุด แต่นั่นก็เป็นการการันตีว่า Bassani เป็นนักแข่งจากทีมอิสระที่ดีที่สุดคนนึงในรายการนี้ ส่วนอันดับที่ 3 ตกเป็นของ Rea ไปครับ จบการแข่งขันสนามนี้ Toprak มีคะแนนไล่ตีตื้นขึ้นมาได้บ้าง แต่ยังห่างจากหัวตาราง Bautista อยู่มากถึง 70 คะแนน แต่ก็มีคะแนนทิ้งห่างอันดับ 3 ที่เป็นเพื่อนร่วมทีมอย่าง Locatelli มากถึง 113 คะแนนเลยทีเดียว ตารางคะแนนรวม อันดับ นักแข่ง รถ คะแนน 1 Alvaro Bautista Ducati 391 2 Toprak Razgatlioglu Yamaha 321 3 Andrea Locatelli Yamaha 208 4 Jonathan Rea Kawasaki 201 5 Axel Bassani Ducati 179 6 Michael Ruben Rinadi Ducati 129 7 Danilo Petrucci Ducati 117 8 Alex Lowes

Kawasaki มีเฮ FIM

Kawasaki มีเฮ FIM ปรับลดรอบค่ายแดง เพิ่มรอบค่ายเขียวอีก Kawasaki มีเฮ FIM ปรับลดรอบค่ายแดง Ducati เพิ่มรอบค่ายเขียวอีก หลังล่าสุด Bautista ทำผลงานยึดครองอันดับ 1 มาแทบจะทุกเรซทุกสนาม ทำให้มีการปรับลดรอบลง 250 รอบต่อนาที ตามข้อบังคับของทางสมาพันธ์ฯ ส่วนทางคาวาซากิจะได้ปรับขึ้น 250 รอบแทน โดยการบังคับนี้จะเริ่มมีผลทันทีตั้งแต่ที่สนาม Imola เลย ตอนนี้ Panigale V4R มีรอบสูงสุดอยู่ที่ 15,600 รอบ ลดลงมาจาก 500 รอบ ขณะที่คาวาซากิ ZX-10RR เมื่อเพิ่มรอบเป็น 15,100 รอบ เพิ่มขึ้นมาแล้ว 500 รอบ นับจากตอนเปิดฤดูกาล ซึ่งถ้าเทียบสเปกรถแข่งกับรถสแตนดาร์ดแล้วฝั่งค่ายแดงนั้นรอบลงมาถึง 900 รอบ ขณะที่ค่ายเขียวเพิ่มมาถึง 1,100 รอบจากรถเดิมที่ 14,000 รอบ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้นั้นอย่าเพิ่งไปว่าคาวาซากิเขาเป็นลูกรักนะครับ จริง ๆ แล้วมันเป็นระบบและกติกาของทาง WorldSBK เขาอยู่แล้ว หากไม่นับซูเปอร์โพลเรซ Bautista นั้นชนะไปแล้ว 12 เรซ ทั้งยังมีดูคาติคันที่ 2 อยู่บนโพเดียมอีก 4 เรซจากทั้งหมด 6 เรซล่าสุด นอกจากนี้ Bautista ยังนำตลอด โดยที่ Toprak Razgatlioglu และ Jonathan Rea ได้แต่มอง ซึ่งนั่นทำให้เกิดการลดรอบครั้งนี้ขึ้นตามกติกา และทางด้าน Kawasaki เองก็ต้องดิ้นรนมากเพราะ Jonathan Rea ได้มาแค่เพียง 2 โพเดียมจากสามสนามล่าสุด ส่วน Alex Lowes ทีมเมตทำได้แค่เพียงติดท็อป 5 เพียงครั้งเดียว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงช่องว่างที่มากเกินไประหว่างสองค่ายนี้ทำให้สามารถเพิ่มลิมิตของรอบสูงสุดของเครื่องยนต์ได้ อย่างไรก็ดีเรื่องการเปลี่ยนแปลงรอบนี้อาจจะไม่ได้ทำให้ Bautista นั้นช้าลง และอาจจะส่งผลเสียกับนักแข่งที่ใช้ Ducati คันอื่น ๆ อีกด้วย เพราะนักแข่งสเปนผู้นี้ทำเวลาได้ดีจากการเร่งออกจากโค้งและเปิดคันเร่งหนัก ๆ ซึ่งไม่ได้เป็นการใช้รอบปลาย กลับกันนักแข่งคนอื่น ๆ นั้นได้ประโยชน์จากรอบปลาย ๆ ที่มีแรงม้ามาก แต่คราวนี้จะต้องเสียไปเพราะรอบที่โดนลดลงมา ทว่าที่แน่ ๆ เป็นทางค่ายเขียวที่จะได้ประโยชน์เพราะรอบที่มากขึ้นจะทำให้มีแรงม้ามากขึ้นตามมาด้วย และยังให้อิสระในการเลือกเกียร์ในบ้างโค้ง Rea และ Lowes อาจจะลากเกียร์ใดเกียร์นึงในโค้ง แทนที่จะชิฟต์เกียร์ขึ้นและเสียแรงบิดไป ซึ่งนั่นจะทำให้เกิดความแตกต่างในตอนออกโค้ง ทว่าแค่ 250 รอบนั้นไม่ใช่อะไรที่จะการันตีผลลัพธ์ที่จะดีขึ้นได้ครับ งานนี้ก็ต้องตามลุ้นกันต่อไปครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bautista คว้า 2 โพเดียม ที่ Donington Park ในศึก WorldSBK

Bautista คว้า 2 โพเดียม ที่ Donington Park ในศึก WorldSBK  คว้าชัยไปได้ต่อเนื่องสำหรับ Alvaro Bautista นักบิดดีกรีแชมป์โลกจาก Aruba.it Racing – Ducati ควบ Pinigale V4R หวดความเร็วต่อเนื่อง ทะยานเข้าเส้นชัยเป็นอันดับแรกทั้ง 2 เรซ ในสนาม 6 ที่ Donington Park คว้าคะแนนอันดับ 1 ไปได้ ส่วน Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) สามารถทำผลงานที่ดีที่สุดในรอบ Super Pole Race เก็บ 12 แต้มไปครอง  Race1 เริ่มการแข่งขัน Toprak เปิดฉากรุกไล่ Bautista และสามารถแซงขึ้นนำไปได้ในโค้ง 11 แล็บ 3 ก่อนที่จะไล่บี้ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ซึ่งนำอยู่ในขณะนั้น ก่อนที่ทั้ง 3 จะสลับกันแซงขึ้นนำแบบสุดเดือดในครึ่งเรซแรก ก่อนที่เจ้าของแชมป์เก่าอย่าง Bautista ใจฮึดสู้ เร่งแซงขึ้นนำคู่แข่ง ทิ้งห่างต่อเนื่องและเข้าเส้นชัยเป็นคันแรก โดยกดเวลาไว้ที่ 1’26.610 นาที ซึ่งเป็นการคว้าชัยเป็นนัดที่ 15 ในฤดูกาล และเป็นชัยชนะต่อเนื่องถึง 11 ครั้ง ส่วนอันดับ 2 และ 3 ตกเป็นของ Toprak ต่อด้วย Jonathan Rea ซึ่งสามารถทำสถิติในการคว้าโพเดียมไปได้ถึง 250 ครั้งตลอดการแข่งขันในรายการนี้ และอันดับที่ 4 เป็นของ Danilo Petrucci (Barni Spark Racing Team), อันดับ 5 Andrea Locatelli (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) และอันดับที่ 6 Alex Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ตามลำดับ Super Pole Race  ต่อมาในรอบของซูเปอร์โพลเรซ กับการแข่งขันทั้งหมด 12 รอบ โดย Bautista เปิดโฮลช็อตขึ้นนำได้ช่วงแรก แต่ถูก Jonathan Rea แซงขึ้นมาได้ในช่วงโค้ง 2 และในไม่ช้า Bautista อันดับตกลงมาอย่างรวดเร็ว ด้วยฝีมือของ Toprak ก่อนที่นักแข่งทั้ง 3 ชิงชัยเพื่อหาตำแหน่งเจ้าของความเร็วที่ดีที่สุด โดยทางด้าน Ulsterman พยายามทำเวลาทิ้งห่างครึ่งวินาทีก่อนที่เจ้าของแชมป์โลกปี 2021 จะบี้เข้ามาลดช่องว่างเหลือเพียง 1 ใน 10 เท่านั้น ในขณะเดียวกัน นักบิดแชมป์โลกชาวสเปน สามารถทำสถิติความเร็วครั้งใหม่ โดยกดเวลาที่ดีที่สุด ที่ 1’25.896 นาทีในแล็ปที่ 6 ซึ่งลดช่องว่าง 3 อันดับแรกให้เหลือ 0.5 วินาที หลังจากแข่งขันเป็นไปอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งถึงโค้งที่ 9 รอบสุดท้ายที่ Bautista จะพยายามเร่งแซงขึ้นมา แต่ทว่าถูก Toprak ทำผลงานได้ดีกว่าและคว้าชัยชนะไปครอง และเป็นการจบสถิติชนะรวดของ Bautista อีกด้วย  Race 2  สำหรับรอบนี้ ออกสตาร์ทไปได้ไม่ค่อยสวยมากนัก เริ่มต้นด้วยการตีธงแดงจากการชนกันระหว่าง Tom Sykes (ROKiT BMW Motorrad WorldSBK Team), Michael Ruben Rinaldi (Aruba.it Racing – Ducati) และ Loris Baz (Bonovo Action BMW)

Pirelli SC0

Pirelli SC0 ช่วยนักแข่งทุบสถิติที่ Donington เรียกได้ว่าเป็นพระเอกของสนามนี้เลยก็ว่าได้สำหรับ Pirelli SC0 ยางสลิกสูตรมาตรฐาน ซึ่งนักแข่งแทบทุกคนเลือกยางหลังเป็นยางสูตรนี้เพื่อทำการแข่งขันทั้งสามเรซในศึก WorldSBK ที่ Donington Park ประเทศอังกฤษเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีนักแข่งทั้งจากในรุ่นใหญ่อย่าง WorldSBK และ WorldSSP สามารถทุบสถิติเดิมสร้างสถิติใหม่ของสนามขึ้นมาได้ โดยสถิติใหม่ครั้งแรกเป็นของ Jonathan Rea (Kawasaki) ด้วยยางหลัง SCQ ในรอบซูเปอร์โพลด้วยสถิติเวลา 1’26.041 นาที ต่อมาเป็นของ Nicolo Bulega (Ducati) ในรุ่น WorldSSP กับยางหลัง SCX ในรอบซูเปอร์โพลด้วยสถิติเวลา 1’29.323 นาทีซึ่งทำลายสถิติเดิมที่ทาง Kenan Sofuoglu เคยทำไว้ตั้งแต่ปี 2015 เลย หมดจากสถิติในรอบซูเปอร์โพล มาต่อกันที่สถิติในการแข่งขันจริงกันบ้าง สถิติแรกเป็นของ Alvaro Bautista (Ducati) โดยสามารถทำสถิติ Race Fastest Lap หรือเวลาแล็ปที่เร็วที่สุดในการแข่งจริงได้ในแล็ปที่ 16 ระหว่างการแข่งขันเรซแรก โดยทำเวลาใหม่ได้เป็น 1’26.550 นาที แต่เท่านั้นยังไม่พอในเรซที่ 2 เขาทำสถิติเวลาใหม่อีกครั้งในแล็ปที่ 15 ด้วยเวลา 1’26.09 นาที ทว่าสถิติที่เร็วที่สุดที่เขาทำได้ในสนามนี้และกลายเป็นสถิติเวลาสนามใหม่ก็คือ 1’25.896 นาทีในการแข่งขันรอบซูเปอร์โพลเรซ และเขายังเลือกใช้ยาง SC0 ในยางหลังอีกด้วย ส่วนทางด้านของ Nicolo Bulega (Ducati) ในรุ่น WorldSSP ในเรซแรกเขาก็สามารถทำลายสถิติเวลาแล็ปเร็วที่สุดในการแข่งจริงได้ที่ 1’29.511 นาที แต่นั่นยังไม่พอในเรซที่สองเขาทำลายสถิติเดิมที่เขาเพิ่งทำไว้ในเรซแรกอีกครั้งด้วยสถิติเวลา 1’29.018 นาทีซึ่งเร็วกว่าตอนที่เขาควอลิฟายในรอบซูเปอร์โพลเสียด้วยซ้ำ เรียกได้ว่ายางหลังสลิก SC0 สูตรมาตรฐาน นั้นเป็นพระเอกของสนามแห่งนี้จริง ๆ ครับ ใช้ทำลายสถิติเวลากันเป็นว่าเล่นเลยทีเดียว งานนี้ใครอยากได้ยางดี ๆ แบบนี้ ทางพีเรลลี่เขาก็มีขายด้วยนะเพราะตัวนี้สูตรมาตรฐานมีขายให้กับคนทั่วไปด้วย ไม่ใช่ยางโปรโตไทป์ที่มีแต่นักแข่งที่จะได้ใช้เท่านั้นนะครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak เผยจะออกจาก Yamaha

Toprak เผยจะออกจาก Yamaha หลังจบฤดูกาลนี้ ในปี 2023 นี้มีนักแข่งที่จะหมดสัญญาลงเมื่อจบการแข่งขัน MOTUL FIM Superbike World Championship 2023 นี้ และหนึ่งในนั้นก็คือ Toprak Razgatlioglu แชมป์โลก WorldSBK 2021 โดย Toprak เผยจะออกจาก Yamaha เพื่อแสวงหาความท้าทายใหม่ แม้ว่าจะยังไม่คอนเฟิร์มว่าจะไปลงเอยกับสังกัดค่ายรถใด Razgatlioglu นักแข่งชาวตุรกีย้ายมาร่วมทีมกับยามาฮ่าในปี 2020 และเปิดตัวได้อิมแพ็กต์แบบเน้น ๆ ด้วยการควบ YZF-R1 คว้าชัยในเรซแรกที่ Phillip Island ในเรซแรกกับยามาฮ่าทันที และจบฤดูกาล 2020 ด้วยชัยชนะเพิ่มขึ้นอีก 2 เรซที่ Estoril และในปีต่อมาเขาก็คว้าแชมป์โลกได้ด้วยการชนะไปทั้งหมด 13 ครั้ง 29 โพเดียมจากทั้งหมด 37 เรซในปี 2021 เอาชนะ Jonathan Rea คู่แข่งจาก Kawasaki Racing Team WorldSBK ไปแบบระทึกเร้าใจตลอดทั้งฤดูกาลและหยุดสถิติการคว้าแชมป์โลกติดต่อกันของเขาไปได้ ฟอร์มการแข่งขันของเขายังดีต่อเนื่องมาถึงปี 2022 ด้วย และยังจบการแข่งขันฤดูกาลนี้ด้วยชัยชนะที่มากขึ้นคือ 14 เรซ แต่ก็ยังจบด้วยการเป็นรองแชมป์ โดยมี Alvaro Bautista จาก Aruba.it Racing – Ducati แม้ว่าตัวเขาจะทำสถิติใหม่ด้วยการเป็นนักแข่งที่มีชัยชนะมากครั้งที่สุดกับทางยามาฮ่าแซงหน้าสถิติเดิมของ Noriyuki Haga ที่เคยชนะรวมกันทั้งหมด 27 ครั้ง และในปี 2023 นี้เขาก็คว้าไปแล้ว 11 โพเดียมจากการแข่งขัน 12 เรซ รวมถึงชัยชนะ 1 ครั้งในรอบซูเปอร์โพลเรซที่ Mandalika อีกด้วย โดยนักแข่งชาวตุรกีผู้นี้มีสถิติชนะ 31 ครั้งกับยามาฮ่า 47 โพเดียมกับ R1 และเคยไปเทสต์รถแข่ง MotoGP อีก 2 ครั้ง แต่อย่างไรก็ตามเขาก็จะออกจากทีมโรงงานหลังจากที่เขาเคยคว้าแชมป์โลกมาแล้ว ซึ่งนับเป็นคนแรกเลยหลังจากที่ Ben Spies ช่วยค่ายส้อมเสียงคว้าแชมป์โลกมาแล้วในปี 2009 ซึ่งก็ถือว่าจะเป็นการจบความร่วมมือกัน 4 ปีกับทางยามาฮ่า ซึ่งก่อนหน้านี้เขาอยู่กับทางค่ายเขียว Kawasaki Puccetti Racing 2 ฤดูกาล โดยคว้ามาได้ทั้งหมด 15 โพเดียมกับ ZX-10RR โดยฤดูกาลแรกของเขาเริ่มต้นกับสนาม Donington Park และชัยชนะครั้งแรกของเขาเกิดขึ้นในฤดูกาลต่อมากที่ Magny-Cours ซึ่งเขาสามารถชนะในเรซแรกและในรอบซูเปอรโพลเรซได้แม้ว่าจะออกสตาร์ทจากกริดที่ 16 ก็ตาม นักแข่งวัย 26 ปีเผยว่า “ผมอยากที่จะบอกกับครอบครัวยามาฮ่าทุกคนว่าขอบคุณมาก ๆ สำหรับความรักและความเคารพที่พวกเขามีให้กับผม การที่ผมได้แชมป์โลกนั้นเคยเป็นความฝันของผมตอนที่ผมเซ็นสัญญากับยามาฮ่า และเราก็ไปถึงเป้านั้นด้วยกันแล้ว สำหรับฤดูกาลถัดไปผมรู้สึกว่าผมต้องการความท้าทายใหม่ ๆ และในขณะที่ผมมีโอกาสที่จะได้ไปทดสอบรถ MotoGP ผมไม่รู้สึกว่าผมต่อติดกับรถแข่ง MotoGP เหมือนตอนขี่รนถ WSBK เลย แต่ถ้าผมอยู่ต่อล่ะก็ผมต้องการเป้าหมายใหม่ ความทะเยอทะยานครั้งใหม่ ผมขอโทษที่ต้องออกจากยามาฮ่า ออกจากแบรนด์และกลุ่มผู้ติดตาม เนื่องจากเรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่การเปลี่ยนแปลงคือส่วงนึงของกีฬาทุกชนิด และเป็นปกติของมืออาชีพทุกคน ขอขอบคุณ ยามาฮ่า มอเตอร์ คอมพานี  ยามาฮ่า มอเตอร์ ยุโรป และยามาฮ่า มอเตอร์ ตุรกี มาก ๆ รวมไปถึงขอบคุณทีม Pata Yamaha Prometeon WorldSBK ด้วย และโดยเฉพาะกับทีมงานของผมซึ่งทำงานหนักให้กับผมมาตลอด” อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีกที่สเปน

เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีกที่สเปน ในศึก WSBK 2023 สนามที่ 4 การแข่งขัน WorldSBK 2023 ดำเนินมาถึงสนามที่ 4 ที่สนาม Barcelona-Catalunya แล้ว ทว่าชัยชนะส่วนใหญ่แทบจะไม่เปลี่ยนไปจากมือของ Álvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) เลย ยิ่งสนามนี้ด้วยแล้ว เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีก กับสนามบ้านเกิดของเขาอีกครั้ง Superpole   แม้ว่าจะมีธงแดงตีขึ้นในรอบซูเปอร์โพล แต่ Bautista กลับยังทำสถิติเวลาสนามใหม่ด้วยเวลา 1’40.264 นาทีคว้าตำแหน่งโพลในเรซแรกไปก่อน โดยมี Dominique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) ทำผลงานได้โดดเด่นออกจากสตาร์ทจากเส้นเป็นอันดับ 2 รองจากแชมป์โลกคนล่าสุด และปิดท้ายกริดสตาร์ทแถวแรกด้วย Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK) ส่วนทางด้าน Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) กลับตกไปถึงอันดับแปด โดยนักแข่งทุกคนล้วนเลือกใช้ยางหลังสูตร SCQ ขณะที่ยางหน้านั้นนักแข่งที่ออกสตาร์ทจากกริดแถวหน้าต่างเลือกใช้ยาง SC1 ซึ่งในรอบควอลิฟายนี้จัดขึ้นท่ามกลางแสงแดดพร้อมกับอุณหภูมิแทร็กค่อนข้างสูงที่ 40 องศา Race 1 บนกริดสตาร์ทของเรซแรก นักแข่งส่วนใหญ่เลือกที่จะใช้ยางหลังสูตรกำลังพัฒนา SCX B0800 และยางหน้าสูตร SC2 แต่อย่างไรก็ตามนักแข่งดูคาติก็เลือกยางต่างกันออกไป ซึ่งรวมไปถึง Bautista ที่เลือกใช้ SC1 ในส่วนของยางหน้า ระหว่างการแข่งขันแล็ปที่ 4 มีธงแดงสะบัดขึ้น จนต้องออกสตาร์ทกันใหม่และลดรอบลงเหลือ 17 แล็ป อย่างไรก็ดี Bautista ก็ยังคงฉายเดี่ยวนำม้วนเดียวจนจบ ทั้งยังทิ้งห่างอันดับ 2 ถึง 8 วินาที ยังไม่พอทำสถิติเวลาแล็ปอีกด้วย ถัดมาเป็นการดวลแย่งที่สองกันระหว่าง Razgatlioglu และ Rea แต่สุดท้ายเป็นฝ่ายยามาฮ่าที่เข้าเส้นได้ก่อนตามมาด้วยนักแข่งจากค่ายเขียว Superpole Race การแข่งขันในรอบซูเปอร์โพลเรซมีการเลือกยางที่ค่อนข้างซับซ้อนไปกว่าการแข่งขันปกติเนื่องจากมีฝนโปรยลงมาเบา ๆ ทำให้แทร็กชื้นในช่วงราว ๆ ครึ่งชั่วโมงก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น นักแข่งบางคนออกไปขี่ในแล็ปไซติ้งด้วยยางกึ่งหรือยางฝน แต่พอเห็นแทร็กครบแล็ปแล้วว่ามันแห้งเกือบทั้งหมด พอจะแข่งก็รีบเปลี่ยนเป็นยางสลิกกันทั้งหมด โดยนักแข่งส่วนใหญ่เลือกใช้ SC1 ในยางหน้า แต่ก็มีนักแข่ง 7 คนที่เลือก SC0 ส่วนยางหลังนักแข่งส่วนใหญ่เลือก SCX กลับมาเป็นดาวเด่นอีกครั้ง แทนที่จะเป็น B0800 เหมือนอย่างในเรซแรก ชัยชนะในเรซนี้ตกเป็นของ Bautista ทำยังสถิติเวลาแล็ปอีกแล้ว ส่วนอันดับที่ 2 และอันดับที่ 3 เป็นของ Razgatlioglu และ Andrea Locatelli เพื่อนร่วมทีมของ Toprak ส่วน Rea กลับเองพลาดล้มไปในแล็ปสุดท้ายเมื่อฝนกลับมาตกอีกครั้ง Race 2 การแข่งขันในเรซที่ 2 ยางหลังสูตรพัฒนา SCX B0800 กลับมาเป็นยางตัวฮิตอีกครั้ง ส่วนยางหน้ากลับเป็น SC2 ที่ได้รับความนิยม แต่อย่างไรก็ตามนักแข่งดูคาติทุกคนกลับเลือก SC1 สูตรมาตรฐาน และเป็นอีกครั้งที่ Bautista เดินเกมเร็วขึ้นนำเดี่ยวตั้งแต่ต้นจนจบ โดยทิ้งระยะห่างคู่แข่งกว่า 8 วินาที โดย Toprak Razgatlioglu แย่งที่ 2 มาจาก Rinaldi ได้ในช่วงทางตรง ทำลายการยืนอันดับ 1 – 2 ของดูคาติไปได้ และเป็นอีกครั้งที่ Bautista ทำสถิติเวลาแล็ปในการแข่งเร็วที่สุดที่ 1’41.730 นาที จบการแข่งขันสนามที่ 4 เบาติสต้า คว้าแฮตทริกอีกที่สเปน ทำให้มีคะแนนนำโด่งที่ 236 คะแนน ทิ้งห่างจาก Razgatlioglu ที่มี 167 คะแนนอยู่มากถึง  ส่วนอันดับ 3 เป็น Andrea Locatelli จากยามาฮ่าอีกเช่นกันที่ 133 คะแนน