SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
  • All Posts
    •   Back
    • ข่าวแข่งขัน
Cornejo คว้าชัย Dakar Rally 2024 สเตจ 2 ให้กับ Honda

Cornejo คว้าชัย Dakar Rally 2024 สเตจ 2 ให้กับ Honda มันช่างเป็นวันที่ดีสำหรับทีม Monster Energy Honda Team เพราะนักแข่งทุกคนในทีมล้วนแล้วแต่จบอยู่ใน 10 อันดับแรก โดยมี José Ignacio Cornejo คว้าชัย Dakar Rally 2024 สเตจ 2 ให้กับ Honda และเป็นชัยชนะสเตจครั้งที่ 7 ของเขา ส่งผลให้เขาขึ้นรั้งอันดับ 2 ในตารางเวลารวม ด้าน Ricky Brabec ออกจากเส้นเป็นคันที่ 2 และทะยานเข้าสู่เวิ้งทะเลทรายยาว 20 กม.อย่างรวดเร็ว ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการนำทางจะได้เปรียบในเส้นทางของสเตจนี้ ซึ่งไม่แปลกใจเลยที่ Cornejo ซึ่งถนัดเรื่องเส้นทางที่ซับซ้อนจะสามารถเกาะติดกลุ่มนำอย่าง Ross Branch และ Brabec ได้และขึ้นนำเกือบแทบทั้งสเตจ Pablo Quintanilla เองก็สามารถพาตัวเองเข้าไปเกาะกลุ่มได้ กระทั่งจุดนึงนักแข่งชาวชิลีก็สามารถฉีกห่างออกไปบนทางฝุ่นช่วงภูเขาหินดำ ซึ่งในปี 2024 นี้มีระบบโบนัสใหม่เข้ามามีส่วนสำคัญในการแข่งขัน โดยนักแข่งที่เปิดประเดิมสเตจ 3 คนแรก โดยจะซับเวลาให้ 15 วินาที และเป็น Cornejo ที่ขึ้นนำเป็นส่วนใหญ่ของสเตจแม้จะมีการล้มเบา ๆ อยู่บ้าง จนทำให้ได้โบนัสรวมไป 4 นาที 14 วินาทีไปแบ่งกับ Branch และ Brabec มี Quintanilla จบเป็นอันดับ 3 และ Brabec โชว์ฟอร์มได้ค่อนข้างดีจบเป็นอันดับ 5 สร้างแรงกดดันให้กับ Ross Branch ที่รั้งตำแหน่งผู้นำตารางเวลารวม โดยมีนักแข่งชาวชิลิจาก Honda รั้งอันดับ 2 ตามหลังเพียง 3 นาทีเท่านั้น อันดับ 3 เป็น Brabec ห่างออกมา 7 วินาที และ Quintanilla 15 วินาทีอยู่ที่อันดับ 4 ด้าน Skyler Howes ยังคงหาจังหวะของตัวเองและค่อย ๆ สร้างความมั่นใจกับรถ Honda CRF450 RALLY และสามารถพาตัวเองมาอยู่ที่อันดับ 8 ของสเตจ ส่วน Adrien Van Beveren จบวันที่อันดับ 9 นับว่าเป็นผลลัพธ์ที่ดีสำหรับทีม หลังจากที่ Tosha Schareina รีไทร์ไปเมื่อวาน อย่างไรก็ตามการแข่งขัน Dakar Rally จะยังไปต่อในวันต่อไปกับระยะทางสเตจที่ 3 ที่ 438 กม. และ 295 กม.กับการร่วมมือกันเนื่องจากนักแข่งจะต้องเผชิญหน้ากับเส้นทางบนทะเลทรายที่หลากหลาย ทั้งเนินทรายและสภาพเส้นทางที่ยากลำบากซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหากับยางได้ในยามที่เขาต้องขี่ลึกเข้าไปในใจกลางซาอุดิอาระเบียไปยัง Al Salamiya และยังมีอุปสรรคอีกอย่างคือการที่ทีมช่างจะมีเวลาแค่เพียง 2 ชั่วโมงในการทำงานกับรถในช่วงเย็นก่อนที่พวกเขาจะต้องส่งรถไปยังปาร์คเฟิร์มที่ค่ายพักชั่วคราว งานนี้ก็ต้องมาดูกันว่า Honda จะยังคงรักษาฟอร์มสุดยอดแบบนี้ไว้ได้หรือไม่กันครับ สำหรับผมเองก็คิดว่าก็ต้องดูกันยาว ๆ ครับ อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะการเป็นแชมป์สเตจไม่ได้หมายความว่าจะได้ชัยชนะในระยะยาว อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Tosha ควบ Honda คว้าชัย Dakar Rally 2024 สเตจแรก

Tosha ควบ Honda คว้าชัย Dakar Rally 2024 สเตจแรก Tosha ควบ Honda คว้าชัย Dakar Rally 2024 สเตจแรก สร้างผลงานกระหึ่มเปิดประเดิมศึกสุดโหดหินแห่งท้องทะเลทรายได้อย่างสวยหรู “โทชาร์ ชาร์เรนา” (Tosha Schareina) จากทีม Monster Energy Honda Team ควบรถแข่ง Honda CRF450 Rally หมายเลข 68 คว้าชัยแข่งจัดอันดับเปิดสนาม จากการแข่งขันสุดหฤโหด ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนระอุของภูมิประเทศทะเลทราย ที่ อัลลูลา (Alula) ประเทศซาอุดิอาระเบีย เมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา ชัยในครั้งนี้ถือชัยชนะแรกของเจ้าตัว ขณะที่ “เอเดียน ฟาน เบเวอเรน” (Adrien Van Beveren) และ “พาโบล ควินตานินญ่า” (Pablo Quintanilla) ทีมเมท สามารถควบรถแข่ง Honda CRF450 Rally จบในอันดับที่ 4 และ 7 ตามลำดับ ทั้งนี้การแข่งขันรายการนี้จะแข่งกันทั้งสิ้น 12 สเตจ ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนระอุของทะเลทรายในประเทศซาอุดิอาระเบีย รวมระยะทางกว่า 7,891 กิโลเมตร สามารถติดตามข่าวสารของนักบิดฮอนด้า ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : Race to The Dream อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก 

Ducati เปิดแผนกใหม่ กรุยทางสู้ทางฝุ่นโลก

Ducati เปิดแผนกใหม่ กรุยทางสู้ทางฝุ่นโลก  ล่าสุดหลังจากที่ทางดูคาติได้มีการทาบทามมือดีระดับโลกแห่งวงการทางฝุ่นอย่าง Antonio Cairoli อดีตแชมป์โลก MXGP หลายสมัยชาวอิตาลีกับทาง KTM และอดีตมือเทสต์ของทางค่าย รวมถึงการได้ประกาศเตรียมเปิดโปรเจ็กต์ใหม่เกี่ยวกับรถออฟโร้ดที่เราจะได้เห็นกันในอนาคตอันใกล้นี้ มาตอนนี้ Ducati เปิดแผนกใหม่ กรุยทางสู้ทางฝุ่นโลกกับ Ducati Corse Off-Road เพื่อดูแลการแข่งขันในรูปแบบของทางฝุ่นหรือโมโตครอสนั่นเอง สำหรับแผนกใหม่นี้จะมี Paolo Ciabatti ที่เคยบริหารจัดการในฝากการแข่งขันทางเรียบแต่เดิมมาเป็นผู้จัดการทั่วไป และมี Mauro Grassilli มาเป็นหัวหน้าฝ่ายกีฬา การตลาดและการสื่อสาร ซึ่งตามที่ดูคาติได้ประกาศที่จะเปิดตัวโมเดลใหม่ในตระกูลออฟโร้ดและจะใช้ในการแข่งขันโมโตครอสระดับชาติในช่วงต้นปี 2024 และจะพัฒนารถโปรโตไทป์คันใหม่ขนาด 450 ซีซีด้วยการฝากความหวังไว้กับ Alessandro Lupino กับทาง Antonio Cairoli ซึ่งก็จะมีแผนกใหม่นี่แหละคอยดูแลบริหารจัดการต่าง ๆ รวมไปถึงการช่วยสนับสนุนและเข้าร่วมแข่งขัน MXGP World Championship และ AMA Supercross Championship อีกด้วย   งานนี้บอกเลยว่าปีหน้าวงการทางฝุ่น หรือโมโตครอสเดือดจัดแน่นอนครับ ก่อนหน้านี้ก็ไทรอัมพ์ ตอนนี้ก็ดูคาติ กลายเป็นว่ามีผู้เล่นมากขึ้น เชียร์กันสนุกมากขึ้นแน่นอนครับ และก็ต้องมาดูว่าจ้าวแห่งความเร็วสายทางเรียบจะมาโชว์ศักยภาพบนทางฝุ่นได้มากน้อยแค่ไหนกันครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Tacita ลุยศึก Dakar 2024 ด้วยแรลลี่ไฟฟ้า

Tacita เล็งพิชิตศึก Dakar 2024 ด้วยรถแรลลี่ไฟฟ้าของพวกเขา ปัจจุบันมีค่ายรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามากมาย แต่ค่ายไหนบ้างล่ะที่ดีจริง เชื่อถือได้ และด้วยเหตุแห่งความสงสัยนี้เองหลาย ๆ ค่ายรถต่างก็พยายามที่จะพิสูจน์ตัวเองด้วยการเข้าสู่โลกแห่งการแข่งขันหรือเรซซิ่งนั่นเอง และหนึ่งในนั้นก็คือค่ายรถอิตาลี Tacita เล็งพิชิตศึก Dakar 2024 ด้วยรถไฟฟ้าของพวกเขาเอง หลัง ๆ มานี้หลาย ๆ ท่านที่ติดตามรายการมอเตอร์สปอร์ตมาโดยตลอดน่าจะพอทราบกันดีว่าหลาย ๆ รายการแข่งมักจะมีการเพิ่มรุ่นการแข่งขันที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมเทคโนโลยีในอนาคต เช่น รถไฟฟ้า รถไฮบริด หรือแม้แต่เชื้อเพลิงทางเลือกอื่น ๆ แน่นอนว่ารายการระดับโลกระดับตำนานอย่าง Dakar Rally เองก็หนีไม่พ้น และมีทางค่าย Tacita เองเข้าร่วมการแข่งขันสุดท้าทายนี้ด้วย สำหรับรุ่นการแข่งขันที่ทางดาการ์แรลลี่มีให้ก็คือ Mission 1000 ซึ่งจะเป็นรุ่นที่ส่งเสริมการแข่งขันที่ปลอดการปล่อยคาร์บอน โดยอนุญาตให้รถที่ลงแข่งได้จะต้องเป็นรถพลังงานไฮโดรเจน รถไฮบริด หรือรถไฟฟ้าเท่านั้น   ทางค่ายรถไฟฟ้าสัญชาติอิตาลีดังกล่าวจะลงแข่งด้วยการส่งรถ Discanto เข้าร่วม 2 คันด้วยกัน โดยทางค่ายมีการทำการทดสอบอย่างเข้มงวดมาตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2022 โดยมี Pierpaolo Rigo เป็นหัวหน้าทีม ซึ่งมั่นใจมาก ๆ ว่ารถของทางค่ายนั้นทนทานและมีศักยภาพทางเทคโนโลยีมากพอ กล่าวถึงตัวรถคร่าว ๆ ตัวรถนั้นถูกออกแบบมาให้สมบุกสมบันมากพอที่จะสู้ศึกดาการ์แรลลี่ได้ โดยจะมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าและชุดแบตเตอรี่ที่ทันสมัย และยังคำนึงถึงเรื่องน้ำหนักของตัวรถที่ไม่มากจนเกินไป โดยตัวรถมีน้ำหนักเพียง 180 กิโลกรัม ทางค่ายยังเผยออกมาอีกว่าตัวรถสามารถทำท็อปสปีดได้ถึง 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ล็อกไว้ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์) นอกจากนี้เพื่อความทนทานมอเตอร์ไฟฟ้าเขายังมีระบบระบายความร้อนด้วยน้ำและคอนโทรลเลอร์คอยควบคุมอีกชั้น ทั้งยังมีระบบเกียร์ 5 สปีดเพื่อช่วยตอนที่ขับขี่ด้วยความเร็วสูง ยังมีระบบควบคุมจัดการแบตเตอรี่เพื่อให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเต็มสมรรถนะ และเพื่อความรวดเร็วในการแข่งขัน ตัวรถมาพร้อมเทคโนโลยีรองรับการสลับแบตเตอรี่ที่ช่วยให้สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ภายในไม่กี่วินาที เรียกว่าเป็นรถไฟฟ้าที่น่าสนใจมากทีเดียวคือรองรับทั้งการชาร์จและการสลับเปลี่ยน นอกจากนี้ยังมีความเร็ว ระยะทาง และความทนทานที่ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่คนทั่วไปนั้นต้องการ ก็ต้องมารอดูล่ะครับว่าจะทำภารกิจของพวกเขาสำเร็จหรือไม่ แล้วจะมาทำตลาดยังต่างประเทศ หรือมาถึงไทยด้วยบ้างหรือเปล่า ขนาดแบรนด์ Cake ที่ไม่คิดว่าจะมาไทย ก็ยังมีจำหน่ายในไทยได้เลย บอกเลยว่ากระแสรถไฟฟ้าบ้านเราแรงจริง ๆ ครับตอนนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

QJ Motor เตรียมบุกเวที WorldSSP 2024

QJ Motor เตรียมบุกเวที WorldSSP 2024 หลังจากทางฝั่งเวทีการแข่งขันมอเตอร์ไซค์โปรดักชันชิงแชมป์โลกหรือ WorldSBK ประกาศรายชื่อนักแข่งและทีมแข่งออกมาได้ไม่นาน เราก็ได้สังเกตเห็นว่ามีทีมใหม่อย่าง QJ Motor เตรียมบุกเวที WorldSSP 2024 โดยมีนักแข่งชาวอิตาลีเป็นนักแข่งในสังกัด จริง ๆ แล้วนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกแต่อย่างไรกับบทบาทของทาง QJ กับเวทีการแข่งขันระดับโลก ก่อนหน้านี้ก็เคยมาเป็นสปอนเซอร์ให้กับทีม KTM อย่างทีม Reale Avintia Moto3 ในปี 2022 และในปี 2023 กับ Gresini Racing อีกด้วย ซึ่งก็ช่วยสร้างชื่อเสียงให้พอสมควร แต่ยังไม่อาจจะสู้กับทาง CFMoto ที่เป็นเพื่อนร่วมชาติได้ โดยจะมี Raffaele De Rosa นักแข่งชาวอิตาลีจะมาเป็นนักแข่งให้กับทางทีม QJ Motor Factory Racing โดยใช้รถ QJ GSR 800 ซึ่งเป็นรถที่มาจากประเทศจีนนั่นเอง หรือก็คือ SRK 800 RR ที่มาเปิดตัวในงาน EICMA 2023 นี้เอง อย่างไรก็ดีดู ๆ แล้วอาจจะไม่ส่งผลต่อรูปเกมโดยรวมมากนัก เพราะรถแข่งที่ใช้ลงแข่งนั้นมีการเพิ่มระยะชักให้มีความจุเพิ่มเป็น 798 ซีซี (พื้นฐานเดิมนั้นใช้เครื่องยนต์ของ Honda CBR650R) ซึ่งให้กำลังแรงม้าที่ 102 แรงม้า แม้ว่าจะเพิ่มขึ้นมาพอสมควร แต่ถ้าเราลองเทียบกับ Yamaha R6 ที่ให้แรงม้าเดิม ๆ ที่ 117 แรงม้า ตอนเป็นรถแข่งก็น่าจะแรงขึ้นไปอีก โดยคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ราว ๆ 140 – 150 แรงม้า ขณะที่ Ducati Panigale V2 ที่เคยเป็นแชมป์โลกปี 2023 นั้นเดิม ๆ ก็อยู่ที่ 155 แรงม้าแล้ว คิดว่าสุดท้ายก็จะเป็นงานยากสำหรับทางค่าย QJ ที่จะทำรถให้มีสมรรถนะสู้ศึกในรายการนี้ นอกจากนี้ทางค่ายเองยังจะลงแข่งแค่ในรูปแบบของ Supersport Challenge ซึ่งหมายความว่าจะลงแข่งแค่ในยุโรปเท่านั้น หรือนี่คือการลองชิมลางเพื่อที่จะดูแนวทางและความเป็นไปได้ ก่อนที่สุดท้ายจะปรับทัพจัดรถลงมาแข่งเพื่อสร้างเชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือ สุดท้ายแล้วจะได้ขายรถโปรดักชันในยุโรปได้นั่นเอง ภาพบางภาพจาก EICMA อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ตารางแข่ง Dakar Rally 2024 ปักหมุดความมันส์ ระดับพระกาฬ

ตารางแข่ง Dakar Rally 2024 ปักหมุดความมันส์ ระดับพระกาฬ ล่าสุดผู้จัดการแข่งขัน Daker Rally ประกาศอย่างเป็นทางการ สำหรับตารางการแข่งขันแรลลี่ ดาการ์ ชิงแชมป์ทางฝุ่นสุดคฤโหดในฤดูกาล 2024 ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย พร้อมรูทเส้นทางการแข่งขันทั้งหมด 12 Stage ผ่าน 9 จุดเช็คอินตามเมืองต่าง ๆ รวมระยะทาง 7,891 กม. โดยในฤดูกาล 2024 ถือเป็นปีที่ 46 ของการแข่งขันแรลลี่ ดาการ์ และนับเป็นปีที่ 5 ที่ประเทศซาอุดิอาระเบียเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โดยจะเริ่มแข่งขันในวันที่ 5 มกราคม 2024 จากจุดสตาร์ทที่ Al Ula และจบ Stage สุดท้ายที่ Yanbu ในวันที่ 19 มกราคม  2024 โดยแข่งขันทั้งหมด 14 วัน  สำหรับรายการนี้ มีผู้ร่วมเข้าแข่งขันทั้งหมด 354 คัน แบ่งเป็นประเภทรถจักรยานยนต์ 137 คัน รถโฟวิล10 คัน นอกจากนี้ยังมีรถอัลติเมทคาร์ 72 คัน รถ Challenger 42 คัน รถ SSVs 36 คัน และรถบรรทุกจำนวน 46 คัน รวมถึงการแข่งขันประเภท Misson 1,000 จะดำเนินการพร้อมกันสำหรับรถยนต์ที่ได้รับการคัดเลือกล่วงหน้า 9 คัน รวมถึงรถยนต์ HySE Dakar ที่พัฒนาร่วมกันโดยทาง Honda, Kawasaki, Suzuki, Yamaha และ Toyota เพิ่มรูปแบบการแข่งขันใหม่ เร้าใจกว่าเดิม สำหรับสิ่งที่น่าสนใจที่จะเกิดในฤดูกาลนี้ก็คือ ทางผู้จัดมีการเพิ่มรูปแบบการแข่งขันแบบมาราธอน 48 ชม. ซึ่งจัดขึ้นใน Empty Quarter โดยทางผู้จัดอนุญาตให้นักแข่งสามารถซัพพอร์ตช่วยเหลือกันได้เฉพาะช่วงเย็นของวันแข่งขัน และหลังเวลา 16.00 น.ผู้แข่งขันจะต้องหยุดแข่งขัน และพักแรมในที่พักบริเวณใกล้เคียงที่พวกเขาไปถึงเท่านั้น  นอกจากนี้ยังมีการจัดรูทเส้นทางแยกกันระหว่างรถมอเตอร์ไซค์และรถสี่ล้อ และอีกเส้นทางหนึ่งสำหรับรถยนต์กับรถบรรทุก โดยทางผู้จัดกล่าวว่า เพื่อเป็นการเพิ่มความท้าทายสำหรับผู้เข้าแข่งขันประเภทรถยนต์และรถบรรทุกนั่นเอง เส้นทางการแข่งขัน Darkar Rally 2024 วัน/เดือน/ปี Stage จุดเริ่มต้น/จุดสิ้นสุด ระยะทาง (ก.ม.) ระยะทาง กม. (แข่งขันพิเศษ) 5 ม.ค. 67 Prologue Al Ula – Al Ula 158 28 6 ม.ค. 67 1 Al Ula – Al Henakiyah 532 405 7 ม.ค. 67 2 Al Henakiyah – Al Duwadimi  662 470 8 ม.ค. 67 3 Al Duwadimi – Al Salamiya 733 440 9 ม.ค. 67 4 Al Salamiya – Al-Hofuf 631 299 10 ม.ค. 67 5 Al-Hofuf – Shubaytah 727 118 11 – 12 ม.ค. 67 6 – (รวมรุ่นแข่งมาราธอน 48 ชม.) Shubaytah – Shubaytah 766 532 13

หรือ MotoGP ต้องใช้ระบบซื้อขายตัวแบบวงการลูกหนังถึงจะดี?

หรือ MotoGP ต้องใช้ระบบซื้อขายตัวแบบวงการลูกหนังถึงจะดี? ชัยชนะของ Fabio Di Giannantonio ในโมโตจีพีครั้งแรกที่กาตาร์มาถึงเมื่อสายเกินไป เพราะตอนนี้อนาคตของเขานั้นเหมือนจะแขวนอยู่บนเส้นด้ายเสียแล้ว ที่นั่งที่เคยเป็นของเขาบัดนี้ก็กลายเป็นของ Marc Marquez ในปี 2024 ที่ใกล้จะมาถึงนี้แล้ว ซึ่งดู ๆ แล้วก็ไม่ค่อยจะยุติธรรมเท่าไหร่สำหรับเขา หรือ MotoGP ต้องใช้ระบบซื้อขายตัวแบบวงการลูกหนังถึงจะดี? แนวคิดเรื่องการซื้อขายตัวนักแข่งแบบวงการฟุตบอลถูกบรรดากูรูพูดถึงขึ้นมาหลังจากมีประเด็นของ Fabio Di Giannantonio ที่มีฟอร์มดีและอันดับในตารางคะแนนก็ไม่ได้แย่ แต่กลับตกอยู่ในที่นั่งลำบากไปเสียอย่างนั้น Frankie Carchedi หัวหน้าทีมของ Di Giannantonio ออกมากล่าวกับสื่อว่า“ผมเห็นด้วยกับเรื่องการซื้อขายตัวแบบวงการฟุตบอลนะ วงการนั้นเขาถึงขั้นตกชั้นไปอยู่อีกดิวิชันนึง และจะเลื่อนชั้นขึ้นเมื่ออยู่ที่อันดับท็อป Fabio เขาอยู่อันดับที่ 12 เลยนะ มันไม่ยุติธรรมเลย รายการนี้มันมีการเมืองมากไป คุณทำได้แค่เห็นเขาจากไป ทั้ง ๆ ที่เขาควรจะได้อยู่”   ซึ่งดู ๆ แล้วก็เป็นเรื่องตลกร้ายจริง ๆ เพราะมีนักแข่งที่มีสัญญาแบบเต็มฤดูกาล 3 คนรั้งท้ายตารางคะแนนรวมอยู่ ซึ่งนั่นก็ได้แก่ Pol Espargaro, Joan Mir และ Raul Fernandez ด้านของ Sylvain Guintoli นักแข่งมืออาชีพชาวฝรั่งเศสและนักวิเคราะห์การแข่งขันทางโทรทัศน์ ปัจจุบันลงแข่งแทนนักแข่งคนอื่นบ้างเป็นครั้งคราว ให้ความเห็นว่า “ผมได้คุยกับ Davide Brivio (ผู้จัดการทีมแข่งรถชาวอิตาลี ปัจจุบันคุมทีม Alpine F1) เขาเองก็กำลังคุยว่าควรมีเรื่องตลาดซื้อขายนักแข่ง และมีเรื่องของช่วงเวลาซื้อขายที่ล่าช้าออกมาสักหน่อยแบบในฟุตบอล ผมคิดว่ามันเป็นไอเดียที่น่าสนใจ เพราะบางครั้งสัญญาถูกเซ็นขึ้นก่อนหน้านั้นเป็นปี มันเป็นอะไรที่น่าคิดนะ” สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับฟุตบอล ปกติแล้วตลาดซื้อขายนักเตะจะมี 2 ช่วงเวลาต่อปี ซึ่งจะเปิดให้แต่ละทีมสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนักเตะได้ โดยช่วงแรกคือช่วงกลางฤดูกาลและช่วงพักฤดูกาล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการแข่ง MotoGP มีเรื่องจำนวนรถเข้ามาจำกัดมากกว่า จนทำให้เกิดกรณีร้าย ๆ กับ Fabio เขาแบบที่เกริ่นไว้ในตอนต้น ซึ่งโดยปกติแล้วนักแข่งมักจะเซ็นสัญญา 2 ปีกับทีมใดทีมนึง แต่ไม่ใช่กับ Di Giannantonio ที่ทำให้ง่ายต่อการถูกเท ทั้งนี้ฟอร์มของนักแข่งผู้นี้กลับเริ่มมาดีเอาตอนที่ทีมของเขาเองตอบคอนเฟิร์มแล้วว่าตำแหน่งของเขาจะมี Marc มาเสียบแทน Suzi Perry ผู้ประกาศข่าว MotoGP ทางช่อง BT Sport เองก็ออกมาบอกว่า “เราได้เห็นการเซ็นสัญญานักแข่งหลายคน แล้วการแข่งในปีนี้มันก็เลยดูแย่อย่างที่เห็น ซึ่งมันน่าจะเป็นเพราะว่าทีมเซ็นสัญญาเร็วเกินไป” Frankie Carchedi ยังเสริมอีกว่า “แน่นอนว่าผมจะไม่เอ่ยว่าเป็นใคร แต่มีหลายคนเลยที่ต่อสู้และพยายามมีหลายคนที่เป็นแบบนั้นมาหลายปีแล้ว แต่ Fabio เพิ่งจะเป็นปีที่ 2 เอง ไม่ใช่ว่าเขาแข่งมา 5 ปี 10 ปีแล้วสักหน่อย เขาออกสตาร์ทจากอันดับที่ 17 ที่ Mandalika และจบที่อันดับ 4 เขาสู่เพื่อชัยชนะที่ Phillip Island มันเป็นเรื่องยากเพราะว่าผมรู้ดีว่าเขาเองก็ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน” แล้วคุณล่ะคิดเห็นยังไงหาก MotoGP จะมีกติกาเรื่องการซื้อขายแลกเปลี่ยนนักแข่งแบบเดียวกับวงการค้าแข้ง เพื่อเพิ่มความยุติธรรม หรือความตื่นเต้นในเกมการแข่งขันให้มากขึ้น? อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

FIM E-Xplorer World Cup ศึกวิบากไฟฟ้า พร้อมตารางแข่งปี 2024 

FIM E-Xplorer World Cup ศึกวิบากไฟฟ้า พร้อมตารางแข่งปี 2024  ข่าวดีสำหรับแฟน ๆ สายซูเปอร์ครอส สายเอ็นดูโร่และสายออฟโร้ด โดยทาง The FIM E-Xplorer World Cup ผู้จัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าทางฝุ่นชิงแชมป์โลก ได้ประกาศตารางแข่งขันสำหรับฤดูกาล 2024 แล้ว ซึ่งในฤดูกาลหน้าจะมีการแข่งขันด้วยกันทั้งหมด 5 สนาม แถมเซอร์ไพรส์ในโซนเอเชียบ้านเราก็ติดโผในลิตส์สนามแข่งขันของฤดูกาลหน้าอีกด้วย สำหรับการแข่งขันรถวิบากไฟฟ้า เกิดจากแนวคิดของการทดสอบศักยภาพของโมเดลรถไฟฟ้าของแต่ละค่าย สู่การแข่งขันระดับโลก แถมยังประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งทางผู้จัดพร้อมการันตีว่า จะมีการจัดแข่งในฤดูกาลถัดไปอย่างแน่นอน Valentin Guyonnet ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง FIM E-Xplorer กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งกับความสำเร็จในก้าวแรกของ FIM-Xplorer ที่ได้กระแสตอบรับที่ดีเกินคาด และตอนนี้ เรากำลังผลักดันในเกมการแข่งขันฤดูกาล 2024 ให้น่าสนุกและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะสร้างกีฬาแข่งขันวิบากไฟฟ้าให้เป็นที่รู้จักทั่วโลกและเป็นกีฬาที่ยั่งยืนอีกด้วย” โดยรายการนี้ จะมีรูปแบบการแข่งขันที่ผสมผสานระหว่างขับขี่แนวเอ็นดูโร่ (ขับขี่ทางฝุ่น ผ่านโขดหิน ท่อนซุง) ขี่ในเมือง (ขี่ลงบันไดและคอนกรีต) และขี่แบบสลาลม (ขี่ในเลนของตัวเอง) เข้าด้วยกัน โดยมีทีมแข่งซึ่งแบ่งเป็นชายหนึ่งคนและหญิงหนึ่งคน แข่งกับทีมอื่น ๆ โดยกำหนดรูทแข่งขันด้วยความยาวของสนามที่กำหนดมาที่ 400 เมตร และความกว้างขนาด 4-10 เมตร ให้ให้นักแข่งได้ใช้ทักษะขับขี่ทางฝุ่นได้อย่างเต็มพิกัด สำหรับคุณสมบัติของรถที่ใช้แข่งนั้น จะเป็นรุ่นโปรโตไทป์ที่บรรจุแบตเตอรีขนาด 7 กิโลวัตต์ ล้อขนาดมาตรฐานเดียวกันกับรถแข่งโมโตครอส ตัวรถต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 112 กก. และตัวแบตเตอรีต้องมีกำลังผลิตไฟสูงสุด 6 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ที่มีพื้นฐานมาจากรุ่นโปรดักชันปกติ และมีการดัดแปลงมากมายให้เหมาะสมกับการแข่งขันอีกด้วย ซึ่งหลังจากประสบความสำเร็จของการแข่งขันในฤดูกาล 2023 ที่ผ่านมาทั้ง สนามบาร์เซโลนา เทือกเขาคร็องมงตานา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เทือกเขา Vollore-Montagne ประเทศฝรั่งเศส รวมถึงสนามหาดทรายในประเทศซาร์ดิเนียแล้ว ทางต้นสังกัดมีแพลนที่จะเพิ่มสนามแข่งขันทางฝั่งเอเชียอีกด้วย ตารางการแข่งขันฤดูกาล 2024 วัน/เดือน/ปี สนาม 16-17 กุมภาพันธ์ 2566 TBA, ญี่ปุ่น* 3-4 พฤษภาคม 2566 TBA, นอร์เวย์** 21-23 มิถุนายน 2566 Vollore-Montagne, ฝรั่งเศส 20-22 กันยายน 2566 Crans-Montana, สวิตซ์เซอร์แลนด์ 29-1 พ.ย.-ธ.ค. 2566 TBA, อินเดีย* หมายเหตุ (*)รอประกาศชื่อสนามอีกครั้ง (**)อยู่ในระหว่างการตกลงสัญญา Carina Munte ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการแข่งขันและผู้ร่วมก่อตั้ง FIM E-Xplorer กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะประกาศวันแข่ง สำหรับฤดูกาลปี 2024 นี้” “เรามีข้อตกลงเกี่ยวกับโลเคชันที่น่าสนใจสำหรับฤดูกาล 2024 นี้ เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการขยายแนวคิด เกี่ยวกับศักยภาพของมอเตอร์ไบค์ไฟฟ้า สู่ตลาดเอเชียซึ่งเป็นผู้นำตลาดรถ 2 ล้อไฟฟ้า โดยในฤดูกาลแรกนั้นเป็นฤดูกาลที่ยอดเยี่ยม มันก็พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างเวทีแข่งขันระดับโลกขึ้นมาได้ และเราได้รับการซัพพอร์ตจาก FIM รวมไปถึงผู้สนับสนุนอื่น ๆ ที่เล็งเห็นถึงศักยภาพของกีฬามอเตอร์สปอร์ตโดยเฉพาะการแข่งขันรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pirelli เตรียมทดสอบยาง Moto2 และ Moto3 ที่วาเลนเซีย

Pirelli เตรียมทดสอบยาง Moto2 และ Moto3 ที่วาเลนเซีย แฟน ๆ สายซิ่งเตรียมรับชมการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตในปี 2024 กับการเข้ามาของบริษัทยักษ์ใหญ่ยางพีเรลลี่สู่เวทีมอเตอร์สปอร์ตที่ใช้รถต้นแบบอย่าง Moto2 และ Moto3 แทนที่จะเป็นรถโปรดักชันระดับโลกอย่างในรายการ WorldSBK แบบที่ผ่าน ๆ มา แต่ตอนนี้บรรดานักบิดจะได้เริ่มสัมผัสความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่นี้ก่อนแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตภายหลังจากที่มีประกาศว่า Pirelli เตรียมทดสอบยาง Moto2 และ Moto3 ที่วาเลนเซีย ในวันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายนนี้อย่างเป็นทางการ ภายหลังการแข่งครั้งสนามสุดท้ายของปี 2023 จบลงนั่นเอง หลังจากการแข่งขันจบลงทีมงานและนักแข่งทั้ง Moto2 และ Moto3 ห้ามหนีกลับ จะต้องอยู่ต่อเพื่อรอทดสอบยางจากสปอนเซอร์ยางรายใหม่อย่าง Pirelli เพิ่มอีก 1 วัน แต่นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมดของการทดสอบยางใหม่ โดยจะมีการทดสอบยางอย่างเป็นทางการอีกครั้งในปีหน้าที่ Jerez ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ถึง 1 มีนาคม 2024 ก่อนจะเริ่มเปิดฤดูกาลใหม่ที่กาตาร์ ทั้งนี้ยางที่มีให้นักแข่งทดสอบที่วาเลนเซียจะเป็นยางตัวเดียวกันกับที่ใช้ทดสอบมาแล้วที่บาร์เซโลนาทั้งขนาดและคอมปาวด์ยาง โดยเป็นยาง Diablo Superbike สลิก และ Diablo Rain ที่เป็นยางสูตรมาตรฐาน ไม่ใช่ยางโปรโตไทป์ Moto2 ขนาด – สลิก: ยางหน้า 125/70 R17 – ยางหลัง 200/65 R17 – ยางฝน: ยางหน้า 120/70 R17 – ยางหลัง 200/60 R17 จำนวนยางต่อนักแข่ง 1 คน – สลิก: ยางหน้า SC1 (soft) เส้น, SC2 (medium) 3 เส้น – ยางหลัง SC0 (soft) 3 เส้น และ SC1 (medium) 3 เส้น – ยางฝน: SCR1 2 คู่ หน้า – หลัง อุณหภูมิยางที่แนะนำขณะยางร้อน (หลังจากวอร์มยาง) – สลิก: ยางหน้า 2.2/2.4 บาร์ (32/35 psi) – ยางหลัง 1.65/1.8 บาร์ (24/26 psi) – ยางฝน: ยางหน้า 2.3/2.4 บาร์ (33.4/35 psi) – ยางหลัง 2.0/2.2 บาร์ (29/32 psi) Moto3™ ขนาด – ยางสลิก: ยางหน้า 100/70 R17 – ยางหลัง 120/70 R17 – ยางฝน: ยางหน้า 100/70 R17 – ยางหลัง 125/70 R17 จำนวนยางต่อนักแข่ง 1 คน – สลิก: ยางหน้า SC1 (soft) 3 เส้น และ SC2 (medium) 3 เส้น – ยางหลัง SC1 (soft) 3 เส้น และ SC1 (medium) 3 เส้น – ยางฝน: SCR1 2 คู่ หน้า – หลัง อุณหภูมิยางที่แนะนำขณะยางร้อน (หลังจากวอร์มยาง)

ส่อง Top Speed MotoGP 2023 สนามที่ 19 ที่กาตาร์

ส่อง Top Speed MotoGP 2023 สนามที่ 19 ที่กาตาร์ ส่อง Top Speed MotoGP 2023 สนามที่ 19 ที่กาตาร์ สนามที่ร้อนแรงมาก ๆ จนต้องไปแข่งกันตอนกลางคืน เป็นไฮไลท์เด็ดในการแข่งขันสนามนึงเลยทีเดียว แถมสนามนี้ก็ยังมีทางตรงที่ยาวมาก ๆ โดยยาวถึง 1,068 เมตร ทำความเร็วกันได้สูง ๆ กันทั้งนั้นเลย สนามนี้หัวแถวท็อปสปีด 3 อันดับแรกดาหน้ากันมาเป็นรถ Ducati ล้วน ๆ แต่ก็แอบมี Honda โผล่มาที่ท็อป 5 เหมือนกัน ตกลงมันยังไงกันแน่นะ อันดับ เบอร์ นักแข่ง รถ Top Speed เฉลี่ย 1 5 Johann Zarco Ducati 356.4 355.8 2 23 Enea Bastianini Ducati 356.4 354.5 3 72 Marco Bezzecchi Ducati 356.4 354.8 4 33 Brad Binder KTM 355.2 352.7 5 36 Joan Mir Honda 355.2 353.8   อันดับ เบอร์ นักแข่ง รถ Top Speed เฉลี่ย 6 1 Francesco Bagnaia Ducati 354.0 349.2 7 20 Fabio Quartararo Yamaha 354.0 353.3 8 41 Aleix Espargaro Aprilia 354.0 351.7 9 10 Luca Marini Ducati 352.9 352.4 10 12 Maverick Viñales Aprilia 352.9 352.9 11 25 Raul Fernandez Aprilia 352.9 350.8 12 43 Jack Miller KTM 352.9 352.3 13 44 Pol Espargaro KTM 352.9 351.9 14 93 Marc Marquez Honda 352.9 351.6 15 21 Franco Morbidelli Yamaha 351.7 350.8 16 30 Takaaki Nakagami Honda 351.7 347.6 17 89 Jorge Martin Ducati 351.7 350.9 18 37 Augusto Fernandez KTM 350.6 349.6 19 49 Fabio Di Giannantonio Ducati 350.6 348.8 20 73 Alex Marquez Ducati 349.5 349.5 21 27 Iker Lecuona

Martin โอดยางไม่ดี

Martin โอดยางไม่ดี ทำให้โอกาสลุ้นแชมป์เป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น หลังจากหวดไล่ทำคะแนนตาม Francesco Bagnaia จนห่างกันแค่เพียง 7 แต้มด้วยชัยชนะในรอบสปรินท์เรซในวันเสาร์ มาวันอาทิตย์ Martin โอดยางไม่ดี ทำให้โอกาสที่จะได้ลุ้นแชมป์ของเขากลับยิ่งห่างไกลออกไป เนื่องจากตอนที่เขาออกตัวล้อหลังเกิดหมุนฟรีตอนออกสตาร์ทจากกริดในวันแข่งนั่นเอง เขารั้งอยู่อันดับที่ 8 ในแล็ปแรก ต่อมา Martin ขยับมาได้อีก 1 อันดับเมื่อ Johann Zarco เพื่อร่วมทีมบาน จากนั้นเขาก็ตามสลิปสตรีมรอบ ๆ  Marc Marquez ในแล็ปที่ 5 จากการแข่งขันทั้งหมด 22 แล็ป แต่เขาก็ไม่อาจจะแซงได้แม้ว่าจะมีช่องและคลีนแอร์โล่ง ๆ ให้เขา เขากลับยิ่งห่างจากกลุ่มนำไปเรื่อย ๆ เมื่อการแข่งขันดำเนินไปได้ครึ่งทาง นักแข่งหลายคนต่างต่อคิวแซงผ่านเขาไป ทิ้งให้นักแข่งชาวสเปนส่ายหัวหนัก ๆ ด้วยความสับสนเนื่องจากอันดับที่ตกลงอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเขาเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 10 แต่อย่างไรก็ตาม Bagnaia ถูกแย่งชัยชนะไปโดย Fabio di Giannantonio ที่แย่งชัยไป และกลายเป็นว่าแชมป์คนปัจจุบันมีแต้มหนีห่างออกไปเป็น 21 แต้ม และกลายเป็นแชมป์โลกต้องไปวัดกันสนามหน้าที่ Valencia โดยยังมีคะแนน 37 คะแนนให้แย่งกัน ด้านนักแข่งสเปนกล่าวว่า “แน่นอนว่าผมไม่โอเคเลย คุณเองก็น่าจะได้เห็นแล้วตอนออกสตาร์ทที่ผมล้อฟรีและคุณน่าจะเข้าใจได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ยางหลังมันไม่โอเค ผมผิดหวังมาก ๆ ที่แชมป์จะถูกตัดสินด้วยยางไม่ดี แล้วมันก็ดันเกิดขึ้นกับผม ผมพยายามอย่างมาก แต่ยางหลังมันไม่มีกริปเลย ผมหยุดรถไม่ได้ เข้าโค้งไม่ได้ เปิดคันเร่งไม่ได้ มันเหมือนกับตอนฝนตกเลย ผมคิดว่าด้วยประสบการณ์ของผม ผมน่าจะจบแบบมีแต้มบ้าง ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ตอนนี้ผมก็มูฟออนแล้ว ไปหวังว่าเราจะทำได้ที่วาเลนเซีย” เขายังกล่าวเสริมอีกว่า “ที่วาเลนเซีย อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ Pecco อาจจะพลาดก็ได้ และผมก็น่าจะชนะทั้ง 2 เรซได้ แต่ผมจะชนะได้นั้นก็ต้องไม้ใช่ยางแบบวันนี้” ทางด้าน Piero Taramasso หัวหน้าจากทาง Michelin ยังบอกว่าอยู่ในระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูล แต่บอกได้ตอนนี้เลยว่ายางของเขาออกมาจาโรงงานแล้วตรงมาที่นี่เลยไม่ได้ผ่านการใช้งานหรือวอร์มอัพอะไรทั้งนั้น  โดยเขาใช้ยาง Hard ทั้งด้านหน้าและด้านหลังทั้ง 2 เรซเลย โดยในรอบสปรินท์เรซนั้นเขาสามารถทำสถิติความเร็วสูงสุดได้ ขณะที่แข่งจริงกลับทำได้แค่อันดับที่ 11 ขณะที่ Enea Bastianini ที่ใช้ยางแบบเดียวกันกับเขาและขี่ Ducati เหมือนกันกลับทำเวลาได้ดีกว่า โดย Jorge ทำเวลาได้ที่ 1’53.693 ขณะที่ฝ่ายหลังกลับทำได้ 1’52.978 งานนี้ก็บอกเลยว่าน่าแปลกจริง ๆ ครับ ไม่รู้ว่าเซ็ตติ้งรถมีปัญหา หรือว่ายางเฉพาะของเขาเท่านั้นที่มีปัญหา เอาเป็นว่าการลุ้นแชมป์ยังคงต้องติดตามกันต่อจนสนามสุดท้ายจริง ๆ ครับฤดูกาลนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ชมคลิปดราม่า Marco บั๊มท้าย Pol 6 ครั้ง ในรอบซ้อมที่ Qatar

ชมคลิปดราม่า Marco บั๊มท้าย Pol 6 ครั้ง ในรอบซ้อมที่ Qatar มันเกิดอะไรขึ้นระหว่าง Marco Bezzecchi และ Pol Espargaro กัน จนศิษย์สำนัก VR46 ต้องไปบั๊มท้าย Pol รัว ๆ ไป ชมคลิปดราม่า Marco บั๊มท้าย Pol 6 ครั้งในรอบซ้อมที่ 1 ที่ Qatar GP กันครับ The full thing as to why Bez gave @polespargaro a few little nudges 👇#QatarGP 🇶🇦 pic.twitter.com/p70WVKXL4v — MotoGP™🏁 (@MotoGP) November 17, 2023 สังเกตจากในคลิปจะเห็นได้ว่ามีการกระทบกระทั่งกันก่อนระหว่างสองคนนี้ โดยครั้งแรกเป็น Bezzecchi ไปบานใส่ Pol ก่อน และหลังจากนั้นเหมือนจะมีการเอาคืนจากทางฝั่ง Pol แต่เรื่องราวยังไม่จบ จนคนในโซเชียลถึงกับวิพากย์วิจารณ์ว่านี่เราดูเด็กอนุบาลกันอยู่ใช่มั้ยเนี่ย ส่วนทาง FIM Stewards ยังไม่ได้มีการประกาศว่าทั้งคู่จะได้รับโทษอะไรหรือไม่ งานนี้พี่น้องแฟน ๆ MotoGP คิดเห็นอย่างไรกันบ้าง ลองพูดคุยกันได้ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ข่าวการแข่งขัน MotoGP

  • All Posts
  • MOTOGP
มาร์ค มาร์เกซ บุรีรัมย์ 2026

บทสัมภาษณ์ มาร์ค มาร์เกซ หลังผ่านศึกพรีซีซั่นเทสต์ที่บุรีรัมย์ 2026 เผยเหตุผลที่ไม่หาคำแก้ตัวแม้พลาดล้ม พร้อมอัปเดตสภาพร่างกายล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
ฆอร์เก มาร์ติน ผ่าตัด MotoGP

ฆอร์เก มาร์ติน นักบิด Aprilia เผยเบื้องลึกความเจ็บปวดจนหยิบน้ำไม่ได้ ก่อนได้รับคำแนะนำสำคัญจาก มาร์ค มาร์เกซ ให้ตัดสินใจผ่าตัดซ้ำเพื่อรักษาอาชีพนักบิด

Diogo Moreira Sepang Test 2026

Diogo Moreira รุกกี้ป้ายแดง LCR Honda ในการทดสอบ Sepang Test 2026 เทียบสถิติ "ก้อง สมเกียรติ" พร้อมอัปเดตความพร้อมก่อนศึก MotoGP 2026

2026 Fabio Yamaha V4 Sepang Test

MotoGP ล่าสุด Fabio Quartararo ยอมรับเครื่องยนต์ Yamaha V4 ตัวใหม่ยังห่างไกลคู่แข่ง หลังจบการทดสอบที่เซปัง ชี้ต้องปรับปรุงอีกหลายจุดทั้งแรงบิดและอิเล็กทรอนิกส์

โจอัน เมียร์

โจอัน เมียร์ แซะตลาดนักแข่ง MotoGP ปีล่าสุด รีบเซ็นสัญญาตั้งแต่ต้นปีระวังเสียใจ เตือนเพื่อนร่วมอาชีพดูฟอร์มรถให้ดีก่อนตัดสินใจย้ายทีม

Francesco Bagnaia Sepang Test 2026

ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า ยอมรับรถแข่ง GP26 ยังมีปัญหายางหน้าในช่วงท้ายของการซ้อม Sprint ที่เซปังฯ เสียเวลาไปกว่า 1 วินาที เตรียมแก้มือสนามสุดท้ายที่บุรีรัมย์

ข่าวการแข่งขัน WSBK

  • All Posts
  • WSBK
Nicolo Bulega กดเวลาอันดับ 1 ซ้อมแรก ในเฆเรซ

Nicolo Bulega กดเวลาอันดับ 1 ซ้อมแรก ในเฆเรซ เมื่อฝั่งโมโตราดนั้นฉลองการเป็นแชมป์โลก WSBK อย่างสุดชื่นมื่น อีกฝากฝั่งหนึ่งนั้นก็ได้แอบซุ่มซ้อมอย่างเงียบ ๆ เพื่อรอแค้นชำระในศึกการแข่งขันที่กำลังมาถึง อย่าง Nicolo Bulega (Aruba.it Racing – Ducati) พ่อหนุ่มรูปงามจากอิตาลี รองแชมป์โลก WSBK เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา โดยล่าสุดเจ้าตัวได้ทำการลงซ้อมครั้งแรกที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปน พร้อมกดเวลาต่อรอบดีสุดด้วยเวลา 1.38.731 นาที กดเวลาโหด เหมือนโกรธใครมา Andrea Iannone Scott Redding’s @worldsbk New season, new upgrades, and plenty of work ahead! 💪 The first 2025 test is officially underway at Jerez! 🛠️ #WorldSBK #motorcycle #motorsport #racing #sportsontiktok ♬ original sound – WorldSBK ขึ้นสู่ตำแหน่งอันดับ 1 มาอย่างง่ายดาย และเป็นคนเดียวที่สามารถทำได้ (หรืออาจเป็นเพราะแรงแค้น) ต่อด้วยอันดับ 2 อย่าง Andrea Iannone (Team Pata GoEleven) 1’39.181 นาที และ Scott Redding’s (MGM BONOVO Racing) เวลา 1’39.280 นาที โดยสามอันดับบนหัวตารางในรอบซ้อม ล้วนเป็นทีมแข่งจาก Ducati ทั้งสิ้น ซ้อมแรก อันดับสวย ส่วนนักบิดทีมน้องใหม่ที่กำลังเป็นที่สนใจจากแฟน ๆ อย่าง Bimota by Kawasaki Racing Team โดย Axel Bassani สามารถปิดผลงานได้ดีด้วยผลอันดับการซ้อมที่ 5 กับเวลา 1’39.463 นาที และนับเป็นตัวแข่งพลังสูบเรียงรุ่นเดียวที่สามารถติดท็อป 5 ไปได้ ในขณะที่คู่หูทีมเมทแชมป์โลกอย่าง Alvaro Bautista จบเวลาการซ้อมเป็นอันดับที่ 8 ทำเวลาตีคู่มาพร้อมกับ Alex Lowes หรือเจ้าตัวแค่มาวอร์มในสนามเล่น ๆ อันนี้ก็ไม่แน่ใจเช่นกันครับ ผลอันดับการซ้อม Nicolo Bulega (Aruba.it Racing – Ducati) 1’38.731 นาที Andrea Iannone (Team Pata GoEleven) 1’39.181 นาที Scott Redding (MGM BONOVO Racing) 1’39.280 นาที Garrett Gerloff (Kawasaki WorldSBK Team) 1’39.332 นาที Axel Bassani (bimota by Kawasaki Racing Team) 1’39.463 นาที Danilo Petrucci (Barni Spark Racing Team) 1’39.548 นาที “แล้วบังโต..ไปไหน” หากใครกำลังถามหาแชมป์โลกคนปัจจุบันอย่าง โทปรัค ราซกัตลิโอกลู แล้วหล่ะก็ ต้องอาจรอถึงการแข่งขันสนามแรกเลยหล่ะครับ เพราะว่าเจ้าตัวนั้นพึ่งประสบอุบัติเหตุจากการลงขี่ทางฝุ่นไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และเข้ารับผ่าตัดรักษานิ้วชี้ข้างขวา ซึ่งต้องใช้ระยะเวลารักษาตัวซักพักทีเดียว ก็ภาวนาขอให้เจ้าตัวหายไว ๆ แล้วกลับมาลงสนามในเร็ว ๆ นี้ โดยการแข่งขันสนามแรกจะจัดขึ้นวันที่ 21-23 ก.พ. 68 ที่ฟิลิป ไอซ์แลนด์ ออสเตรเลีย เตรียมรอชมกันได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Subaru Solterra รับบท Safety Car ในการแข่ง WSBK2025

Subaru Solterra รับบท Safety Car ในการแข่ง WSBK2025 Subaru Solterra รถยนต์พลัง EV จากค่าย Subaru แบรนด์รถยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น จะเข้ามารับบทบาทของรถ Safety Car ของการแข่งขัน SUPERBIKE WORLD CHAMPIONSHIP แทนที่ของ Dodge Challenger SPTs ภายใต้ข้อตกลงในระยะเวลา 3 ปีตั้งแต่ปี 2025 ถึงปี 2027 ซึ่งหมายความว่ารถ SUV ไฟฟ้าคันนี้จะเข้ามารับหน้าที่ตั้งแต่ฤดูกาล 2025 เป็นต้นไป รายละเอียดสเปคเบื้องต้น รายละเอียดสเปคของรถ SUV ไฟฟ้าคันนี้มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ แบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (All-Wheel Drive) ขนาด 71.4 kWh ให้พละกำลังรวมกันสูงสุดอยู่ที่ 217 แรงม้าที่มาพร้อมแรงบิดอยู่ที่ 168 นิวตันเมตร โดยทางค่ายเคลมระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้งอยู่ที่ 228 ไมล์หรือ 366 กิโลเมตร อีกทั้งรถคันนี้ยังรองรับการใช้งานร่วมกับเครื่องชาร์จ DC แบบเร็ว (DC Fast Charger) ซึ่งช่วยให้ชาร์จไฟได้ถึง 80% ภายในระยะเวลาประมาณ 30 นาที ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อในรถโมเดลนี้มีการทำงานจับคู่กับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า จึงทำให้รถคันนี้มีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาพถนน ตั้งแต่ถนนในเมืองไปจนถึงเส้นทางโคลน ตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำจึงช่วยให้เพิ่มเสถียรภาพการควบคุม ทำให้การขับขี่มีความสนุกมากยิ่งขึ้น จับมือกับการแข่ง WSBK รถยนต์จากค่าย ‘ดาวลูกไก่’ จะมีบทบาทสำคัญในการรักษาความปลอดภัยบนสนามแข่งตลอดฤดูกาลแข่งขันรายการ WSBK โดยรถคันนี้มีหน้าที่ในการประเมินสภาพสนามก่อนเริ่มการแข่งขันในแต่ละรอบ ไม่เพียงแค่รักษาความปลอดภัยก่อนเริ่มการแข่งขัน แต่บริเวณโดยรอบสนามแข่งขันในแต่ละครั้งจะมีพื้นที่พิเศษในการจัดแสดงรถยนต์ของทางค่ายเพื่อให้สื่อและแฟน ๆ ของ WorldSBK ได้สัมผัสกับนวัตกรรมล่าสุดของ Subaru รวมถึงมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษ เช่น การทดลองขับบนสนามแข่ง การทดสอบรถ และกิจกรรมสนุกสนานอื่น ๆ อีกมากมาย Francesco Valentino (ฟรานเชสโก้ วาเลนติโน่) หัวหน้าฝ่ายการค้า และการตลาดของการแข่งขันรายการ WorldSBK ได้ออกมาแสดงความตื่นเต้นต่อความร่วมมือกับแบรนด์ Subaru ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Subaru ในฐานะพันธมิตรรถเซฟตี้คาร์อย่างเป็นทางการของ WorldSBK Solterra เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างนวัตกรรม สมรรถนะ และความน่าเชื่อถือ ทำให้มันเป็นรถที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการแข่งขันของเรา การมุ่งเน้นของแบรนด์รถยนต์ค่ายนี้ มีการเน้นในการผลิตรถยนต์คุณภาพสูงนั้นซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ WorldSBK ที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศ ความร่วมมือครั้งนี้ยังตอกย้ำถึงคุณค่าของการแข่งขันในฐานะแพลตฟอร์มการตลาดระดับโลกอีกด้วย” โดยรถ Safety Car จากค่าย ‘ดาวลูกไก่’ จะเริ่มปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยบนสนามแข่งในรายการ WSBK ตั้งแต่ฤดูกาล 2025 เป็นต้นไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

  • All Posts
  • WSBK
Bautista โชว์พลังแชมป์

Bautista โชว์พลังแชมป์ เหมา 3 เรซรวดที่ Philips Island ศึก FIM Superbike World Championship 2023 สนามแรกที่ Philip Island ประเทศออสเตรเลียปิดฉากลงไปแล้วเมื่อวานนี้ โดยมี Bautista โชว์พลังแชมป์ เหมา 3 เรซรวด เก็บคะแนนนำห่างไปตั้งแต่สนามแรก โดยมีคะแนนนำห่างอันดับ 2 อยู่มากถึง 28 คะแนน Superpole ในรอบซูเปอร์โพลเป็น Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) ที่ทำเวลาออกมาได้ดี จนได้สิทธิ์ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพลด้วยเวลา 1’29.400 นาที ที่ทำเวลาไว้ช้ากว่าสถิติสนามเพียง 1 ใน 10 วินาทีเท่านั้น โดยแถวสตาร์ทแถวแรกมี Bautista และ Dominique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) อยู่ด้วย โดยเวลาห่างกันเพียง 2 ใน 10 วินาทีเท่านั้น Race 1 การแข่งขันในวันแรกชัยชนะรุ่นใหญ่ตกเป็นของ Alvaro Bautista a (Aruba.It Racing – Ducati) ขณะที่ Nicolò Bulega (Aruba Racing WorldSSP Team) คว้าชัยชนะแรกแม้ตัวเองเพิ่งจะเปิดตัวประเดิมศึก WorldSSP ครั้งแรกของเขา แม้ว่าการแข่งขันในวันเสาร์จะเต็มไปด้วยอุปสรรคจากสภาพอากาศที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ มีสายฝนตกโปรยปรายลงมา สลับกับฝนหยุดเป็นช่วง ๆ โดยเฉพาะในช่วงการแข่งขันของรุ่น WorldSSP กลายเป็นบททดสอบใหญ่ให้กับทีมงานและนักแข่งที่จะต้องเลือกยางให้ดีเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแทร็กสลับไปมาระหว่างแทร็กแห้งกับเปียกอยู่ตลอด งานน้ำพระเอกเลยตกเป็นยาง Pirelli DIABLO Rain หรือยางฝนที่ถูกเลือกใช้ทั้งในการแข่งขันของทั้งสองคลาส โดยเฉพาะรุ่นซูเปอร์สปอร์ตและกลายเป็นกุญแจสำคัญสู่ชัยชนะ Superpole Race ชัยชนะในการแข่งรอบซูเปอร์โพลเรซเป็นชัยชนะของแชมป์โลกคนปัจจุบัน แม้ว่าจะออกสตาร์ทจากกริดที่ 2 โดยขึ้นนำตั้งแต่แล็ปแรกแบบม้วนเดียวจบ โดยมี Michael Ruben Rinaldi (Aruba.It Racing – Ducati) เข้าเป็นอันดับ 2 และ Toprak เข้าปิดท้ายโพเดียม ทว่าสถิติเร็วที่สุดในรอบนี้กลับตกเป็นของ Dominique Aegerter ด้วยสถิติ 1’30.374 ในแล็ปที่สอง Race 2 ในเรซนี้แชมป์โลกคนล่าสุดได้ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพล ก็สามารถคว้าชัยชนะในเรซนี้ไปด้วยกัน ในแบบที่เรียกว่าจากต้นจนจบเลย เขายังสามารถทำสถิติเวลาเร็วที่สุดไว้ที่ 1’ 30,766 โดยมี Rinaldi ตามเข้าเส้นเป็นอันดับ 2 และมี Andrea Locatelli (Pata Yamaha Prometeon WorldSBK) เข้าเส้นเป็นอันดับที่ 3 ขณะที่ในรุ่น WorldSSP ชัยชนะยังตกเป็นของ Nicolò Bulega ซึ่งขึ้นนำอยู่และเกิดมีสัญญาณธงแดงขึ้นในแล็ปที่ 14 เนื่องจากห่านบินเข้าแทร็ก เลยถูกประกาศให้ได้ชัยชนะไปเลย โดยนักแข่งดูคาติผู้นี้ขึ้นนำตั้งแต่ต้นจนถึงแล็ปที่ 10 ก็มีบางจังหวะที่ Stefano Manzi (Ten Kate Racing Yamaha) แซงขึ้นมาได้ แต่สุดท้ายเขาก็จบที่อันดับ 2 เนื่องจาก Bulega แซงคืนขึ้นมาได้ในแล็ปที่ 13 ส่วนอันดับที่ 3 ตกเป็นของนักแข่งตุรกี Can Oncu (Kawasaki Puccetti Racing) สรุปว่าการแข่งขันในสนามนี้กลายเป็น Ducati ที่แสดงสมรรถนะออกมาได้อย่างน่าทึ่ง คว้าชัยแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดทั้งรุ่น WorldSBK และ WorldSSP และทุกเรซที่แข่งขัน ทั้งนี้ตารางคะแนน WorldSBK 2023 ตอนนี้ มี Alvaro รั้งอันดับที่ 1 มี 62 คะแนน รองลงมาคือ Andrea 34 คะแนน และ Rea ที่

Pirelli จัดยางใหม่หลายสูตร รับศึก

Pirelli จัดยางใหม่หลายสูตร รับศึก WSBK แดนจิงโจ้ สำหรับการแข่งขัน WorldSBK 2023 สนามแรกซึ่งจะจัดขึ้นที่ Philip Island ประเทศออสเตรเลียนั้น Pirelli จัดยางใหม่หลายสูตร โดยเลือกใช้ยางสูตรที่นักแข่งใช่ในการทดสอบ และนักแข่งจาก Ducati ก็สามารถใช้ยางดังกล่าวทำสถิติเวลาในช่วงซ้อมไว้ได้ดีทั้ง 2 รุ่น Álvaro Bautista (Aruba.It Racing – Ducati) เป็นคนที่เร็วที่สุดในรุ่น WorldSBK ทำสถิติเวลาดีที่สุดที่ 1’30.272 ในช่วงที่สามของการซ้อมอิสระที่ 1 ในเช้าวันอังคาร ขณะที่รุ่น WorldSSP เวลาที่ดีที่สุดอยู่ที่ 1’32.781 โดย Nicolò Bulega (Aruba Racing WorldSSP Team) ในช่วงสุดท้ายของวันอังคาร ระหว่างที่จัดการแข่งขัน อุณหภูมิอากาศจะอยู่ระหว่าง 17 – 22 องศา และแทร็กจะอยู่ที่ราว ๆ 22 – 45 องศา ซึ่งสนาม Phillip Island ยังคงเป็นสนามที่โหดร้ายต่อยางมากที่สุดสนามนึง ดังนั้นทางพีเรลลี่จึงได้ตัดสินใจที่จะเลือกเตรียมยางหน้าสูตรมาตรฐานและยางหลังมีเดียมคอมปาวด์สูตรกำลังพัฒนาที่เคยใช้งานสนามมาแล้วเมื่อเดือนพฤศจิกายน หรือสนามสุดท้ายของฤดูกาล 2022 WorldSBK ยางหน้า: จะมีให้เลือก 2 สูตรด้วยกัน โดยนำมาจากยางสูตรมาตรฐานตัวใหม่ปี 2023 ซึ่งได้แก่ SC1 และ SC2 โดย SC1 ตัวใหม่นี้คือยางสูตรกำลังพัฒนา A0674 ที่เคยถูกเลือกใช้มากที่สุดในการแข่งขันเมื่อปีที่แล้วนั่นเอง และด้วยเหตุนี้เองจึงกลายมาเป็นยางมาตรฐานสูตรใหม่แทนของเดิม และในลักษณะเดียวกันนี้ยาง SC2 ตัวใหม่เองก็เคยเป็นยางที่เคยใช้แข่งขันในฤดูกาลที่แล้วในฐานะยางสูตรกำลังพัฒนา A0843 นั่นเอง ยางหลัง: จะมีให้เลือก 3 สูตร เริ่มต้นด้วยยาง SC1 A1126 (SC1-A) สูตรกำลังพัฒนา ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบมากในการแข่งขันที่ Phillip Island เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งยางตัวนี้หากเทียบกับสูตรมาตรฐานแล้ว ยางตัวนี้จะมีโครงสร้างที่แข็งแรงกว่าและยังออกแบบมาเพื่อรองรับอุณหภูมิที่สูง ๆ อีกด้วย สูตรที่สองคือยางสูตรกำลังพัฒนา SC1 B0152 (SC1-B) ซึ่งจะใช้คอมปาวด์เดียวกันกับ A1126 ทว่าหากเทียบกันแล้วจะมีโครงสร้างที่ล้ำหน้ากว่าไปอีก ส่วนสูตรที่ 3 ตัวเลือกสุดท้ายคือ SC0 ยางที่นุ่มที่สุดจากทั้งหมด 3 สูตรและเคยใช้แต่ในรอบควอลิฟายและซูเปอร์โพลเท่านั้น เพราะไม่เหมาะกับการแข่งซึ่งกินระยะทางมากกว่า WorldSSP ในยางหน้านั้นนักแข่งจะมียางสูตรมาตรฐาน SC1 และ SC2 ให้เลือกใช้ ขณะที่ด้านหลังจะมีให้เลือกเป็นยางมีเดียมสูตรกำลังพัฒนา 2 สูตร ได้แก่ A1128 (SC1-A) ซึ่งใช้คอมปาวด์แบบเดียวกับยาง SC1 สูตรมาตรฐาน และแต่มีโครงสร้างที่แข็งแรงมากกว่า ขณะที่อีกสูตรคือยางสูตรกำลังพัฒนา B0625 (SC1-B) ซึ่งใช้คอมปาวด์แบบเดียวกับยาง SC1 เช่นกัน เพียงแต่ว่ามีโครงสร้างที่แตกต่างออกไปเมื่อเทียบกับสูตร A1128 อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pirelli ไม่เคยหยุดพัฒนา

Pirelli ไม่เคยหยุดพัฒนา เปิดตัวยางใหม่รับฤดูกาลแข่ง 2023 ฤดูกาลแข่งรถปี 2023 นี้ในส่วนของยาง Diablo Superbike ทาง Pirelli จะเปิดตัวยางหน้าคอมปาวด์ SC0 ซึ่งจะเข้าคู่กับยางหลัง SCQ พร้อมกันนี้จะมียางหน้าขนาดใหม่สำหรับรุ่นซูเปอร์สปอร์ต และชุดยางใหม่สำหรับคลาส 300 อีกด้วย ปีนี้ก็นับเป็นปีที่ 20 แล้วที่การแข่งขัน WorldSBK ได้เป็นเสมือนห้องทดลองนวัตกรรมทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ และถ่ายทอดลงมาสู่ยางขี่ถนนของทาง Pirelli และยังยืนยันว่าจะสนับสุนการแข่งขันการแข่งขันทั้งในระดับนานาชาติและระดับชาติกว่า 100 รายการ ทั้งการแข่งขันแบบออนโร้ดและออฟโร้ด Pirelli เผยว่าพร้อมที่จะเผชิญความท้าทายกับฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในสัปดาห์หน้าที่ออสเตรเลียกับการแข่งขัน FIM Superbike World Championship โดยทางแบรนด์ยังยืนยันว่านวัตกรรมและเทคโนโลยีคือหมุดหมายสำคัญที่มีต่อการแข่งขัน Giorgio Barbier ผู้อำนวยการฝ่ายการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ของพีเรลลี่ กล่าวว่า “ปีนี้จะเป็นปีที่เราวุ่นว่ายอยู่กับข้อบังคับอะไรหลาย ๆ อย่าง การพัฒนาจะมุ่งหน้าไปที่การแข่งขัน WSBK เป็นหลัก และจะเป็นครั้งแรกที่เราจะขอแนะนำยางหน้าคอมปาวด์ SC0 ในการแข่งขันระดับโลก ขณะเดียวกันเราก็จะยังคงพัฒนาอย่างหลังสูตรนุ่มพิเศษ SCQ ของเรา ซึ่งจะกลายเป็นยางมาตรฐานในตระกูล Diablo Superbike และวางขายในท้องตลาด” “ส่วนการแข่งขันในคลาสอื่น ๆ อย่าง WorldSSP เราจะทำการเพิ่มยางหน้าขนาด 125/70 เข้ามาเพิ่มเติมจากเดิมที่เป็น 120/70 ซึ่งก่อนหน้านี้มีการใช้ในการแข่งขันในรุ่นซูเปอร์ไบค์อยู่แล้ว ส่วนในรุ่น WorldSSP300 เราจะเริ่มแนะนำมาตรฐานใหม่ ซึ่งก็คือการเปิดตัวยางที่ทำจากวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ โดยจะเริ่มในการแข่งขันที่ Misano เป็นสนามแรก โดยเป้าหมายของเรายังคงเหมือนเดิมคือการพัฒนายางของเราอย่างต่อเนื่องปีต่อปี จากนั้นก็จะนำความรู้ของเราถ่ายทอดไปยังยางสำหรับขี่ถนนต่อไป” ข่าวใหม่และเป้าหมายในปี 2023 การแข่งขันนั้นเป็นส่วนหนึ่งใน DNA ของพีเรลลี่มานานกว่า 115 ปีแล้ว และวันนี้ก็มีการแข่งขันนับร้อยรายการทั้งระดับชาติและระดับนานาชาติที่เราเข้าร่วมทุก ๆ ปี โดยเฉพาะในการแข่งขัน WSBK ซึ่งในปี 2023 นี้มีไฮไลท์ใหม่ ๆ ดังนี้ เปิดตัวคอมปาวด์ SC0 สำหรับยางหน้า หลังจากเพิ่มทางเลือกยางในตระกูล DIABLO Superbike ไปเมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วยการเปิดตัวยางหลังสูตรนุ่มพิเศษ (SCX ใน 2020 และ SCQ ใน 2022) พีเรลลี่ได้ตัดสินใจที่จะเปิดตัวยางหน้า SC0 อย่างเป็นทางการหลังพัฒนามาคลอด ซึ่งยางใหม่นี้ให้การยึดเกาะในระดับสูงมากแบบเดียวกับที่ยางหลังทำได้ โดยยางตัวใหม่นี้จะเริ่มให้นักแข่งได้ใช้กันในการแข่งขันที่ยุโรปในสนามแรก และปีนี้ตั้งเป้าจะพัฒนายางใหม่เพื่อจะได้ยางสูตรมาตรฐานสำหรับใช้ในปี 2024 เพิ่มยางหลัง SCQ เข้าสู่ตระกูล DIABLO Superbike พร้อมจำหน่ายเป็นทางการ ยางหลังสูตร SCQ เริ่มเปิดให้นักแข่งในรุ่นซูเปอร์ไบค์ใช้กันเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยยางหลังสูตรนุ่มพิเศษนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้มีการยึดเกาะสูงสุงในระยะทางสั้น ๆ หรือใช้ในการควอลิฟายเป็นหลัก ในปี 2022 มีบางกรณีที่ยางตัวนี้สามารถใช้งานในการแข่งซูเปอร์โพลได้จนครบทั้ง 10 แล็ปในบางสนาม และเพื่อตอบสนองต่อการเรียกร้องของลูกค้า นักบิด และผู้จัดงานแข่งระดับชาติ ทางพีเรลลี่ได้ตัดสินใจเพิ่มยางตัวนี้เข้าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของยางในตระกูล DIABLO Superbike ซึ่งมีขายทั่วไป ดังนั้นจากปีนี้เป็นต้นไปยางตัวนี้จะมีให้ใช้ในทุกการแข่งขัน มีให้นักบิดมืออาชีพ หรือมือสมัครเล่นได้เลือกใช้กัน ขณะเดียวกันในการแข่งขัน WSBK ทางค่ายตัวพียาวก็จะยังคงพัฒนายางใหม่ ๆ ที่จะการันตีว่าจะให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้นและสามารถใช้งานได้ครบ 10 แล็ปของการแข่งขันซูเปอร์โพลของทุก ๆ สนาม ยางหน้าใหม่ ขนาด 125/70 สำหรับการแข่ง WorldSSP ในรุ่นซูเปอร์สปอร์ต พีเรลลี่จะเปิดตัวยางใหม่ขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 125/70 ซึ่งเคยใช้ในรุ่นซูเปอร์ไบค์มาก่อนแล้ว โดยจะเป็นตัวเลือกเพิ่มเติมจากเดิมไซส์ 120/70 ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้นักแข่งได้มียางหน้าบาลานซ์เข้าคู่กับยางหลังมากขึ้น มาตรฐานใหม่สำหรับการแข่ง WorldSSP300 นับตั้งแต่การแข่งขันสนามที่ 5 เป็นต้นไป หรือการแข่งขันที่ Misano นักแข่งในรุ่น Supersport 300 World Championship จะได้ใช้ยาง of DIABLO Superbike เซ็ตใหม่ โดยยางหน้าจะเป็นตัว SC1 และยางหลัง SC2 ซึ่งจะมีส่วนผสมของวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่แทนที่ส่วนผสมจากฟอซซิลแบบเดิม ๆ อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นการแข่งขันรอบแรก เมื่อเทียบกับฤดูกาลที่แล้วนักแข่งจะไม่สามารถใช้ยางหลัง SC1 ได้แล้ว แต่จะใช้ได้ SC2 แทน WORLDSBK แพล็ตฟอร์มแห่งการพัฒนานวัตกรรมกว่า 20 ปีมาแล้ว พีเรลลี่ได้เป็นพาร์ทเนอร์ทางเทคนิคกับการแข่งขัน FIM Superbike World

ฮอนด้า Team HRC เปิดตัวทีมแข่ง WSBK 2023

ฮอนด้า Team HRC เปิดตัวทีมแข่ง WSBK 2023 สองนักแข่งที่กำลังเข้าร่วมการแข่งขัน WorldSBK กับ ฮอนด้า Team HRC เป็นครั้งที่ 2 และตั้งเป้าขึ้นแท่นโพเดียมประจำในปี 2023 ฤดูกาล Motul FIM Superbike World Championship’s 2023 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ทีม HRC ได้กลายเป็นทีมโรงงานอันดับ 5 และเป็นทีมสุดท้าย ที่จะมาเผยโฉมทีมแข่ง กับนักแข่งอย่าง Iker Lecuona และ Xavi Vierge นักแข่งคู่บุญชาวสแปนิช ที่กำลังเตรียมตัวกับการแข่งขันในซีซั่นที่ 2 กับทีม HRC กับตัวรถที่มาในลวดลายสีแดง สีขาวและสีน้ำเงินในแบบดั้งเดิมของทีม HRC โดยผู้ผลิตชาวญี่ปุ่น และตั้งเป้าคว้าโพเดียมในฤดูกาล 2023 นี้   สำหรับม้าศึกของค่ายนกปีกเหล็กในรายการ WorldSBK 2023 ยังคงเป็นรถโมเดลใหม่อย่าง CBR1000RR-R FIREBLADE SP ที่ปรับเสริมเติมแต่ง พร้อมลายกราฟิกที่ดุดันสำหรับรถเรซซิ่ง ในครั้งนี้ เราดูรายละเอียดเรียกน้ำย่อยกันคร่าว ๆ กันดีกว่า ว่ารถแข่งรุ่นนี้มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง  โดยข้อมูลและจุดเด่นย่อย ๆ ของเจ้า CBR1000RR-R รถแข่งจากทีม HRC กับเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ขนาด 999.9 ซีซี ให้พละกำลังแรงม้าสูงสุด 231 แรงม้าที่ 14500 รอบต่อนาที มาพร้อมกับระบบเกียร์ขับเคลื่อนแบบ 6 สปีด และความจุถังน้ำมันขนาด 24 ลิตร  เสริมไปพร้อมกับจุดเด่นของตัวรถ ด้วยเฟรมอลูมิเนียม โช้คอัพ Showa จากโรงงานพร้อมซับแทงค์ เพิ่มระยะการเบรกด้วยคาลิเปอร์เบรกจาก Nissin และเสริมสมรรถนะการเลี้ยวโค้งที่คล่องตัว ด้วยยางชั้นนำระดับโลกอย่าง Pirelli  เปิดตัวกันไปแล้ว สำหรับทีม HRC ที่พร้อมจะลุยศึก WSBK ในเร็ว ๆ นี้ ฝากติดตามและเชียร์ให้กำลังใจนักแข่งในทีมนี้ และทุก ๆ ทีม แล้วเรามาลุ้นกันว่าใครจะคว้าโพเดียมประจำปีนี้ไปครอง  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ZX-10RR 2023 ม้าศึกคันใหม่

ZX-10RR 2023 ม้าศึกคันใหม่ ค่ายเขียวเผยโฉมแล้ว เขียวมากกว่าที่เคยสำหรับเจ้า Kawasaki ZX-10RR 2023 ม้าศึกคันใหม่ ของค่ายเขียวสำหรับสู้ศึกการแข่งขันรถโปรดักชันระดับโลกหรือ WolrdSBK นั่นเอง ซึ่งถ้าสังเกตดั ๆ ก็จะเห็นได้ว่ามันมีส่วนที่เป็นสีเขียวมากกว่าของโมเดลปี 2022 และแน่นอนว่ายังมี Jonathan Rea และ Alex Lowes ออกแสวงหาชัยชนะเช่นเดิม ฤดูกาลใหม่ของการแข่งขัน MOTUL FIM Superbike World Championship 2023 ใกล้จะมาถึงแล้ว และหลาย ๆ ทีมก็เริ่มที่จะเผยโฉมรถแข่งหรือม้าศึกของพวกเขาสำหรับการแข่งขันที่ใกล้จะระเบิดขึ้นมาแล้ว ล่าสุดก็เป็นทาง Kawasaki Racing Team WorldSBK ที่มี Jonathan Rea และ Alex Lowes เป็นนักแข่ง โดยในปีนี้ม้าศึกของพวกเขามีสีเขียวบนแฟริ่งมากกว่าที่ผ่านมา  ทำให้มันยิ่งดูโดดเด่นมากขึ้น เมื่อรวมเข้ากับหมายเลขที่ด้านข้างตัวรถแล้วก็ยิ่งลงตัว ในส่วนของสีดำเองก็ทำให้รถดูดุดันและปิดท้ายด้วนเส้นประสีแดง แชมป์โลก 6 สมัยอย่าง Rea เผยว่า: “ผมตื่นเต้นมาก ๆ กับฤดูกาลใหม่นี้ เราพักเบรกฤดูกาลกันอย่างเต็มที่ แล้วตอนนี้ผมก็ตื่นเต้นที่จะได้ไปที่ Phillip Island และเริ่มต้นปีนี้เหมือนอย่างที่เคยในแบบของพวกเรา ผมรู้สึกว่าผมเตรียมพร้อมมาอย่างดี และในช่วงทดสอบรถในช่วงฤดูหนาวของพวกเราเองก็มีการพัฒนาขึ้น ซึ่งเป็นแรงกระตุ้นชั้นดี มันดีมาก ๆ ที่ได้มีคนใหม่ ๆ มาอยู่รอบ ๆ ตัวเรา และนั่นทำให้เรารู้สึกแปลกใหม่ ผมอยากจะลุยเต็มแก่แล้ว เรากับรถพัฒนาไปมากและกำลังทุ่มเทอย่างหนักที่จะเพิ่มฟีลลิ่งของรถและผลลัพธ์ที่ดีขึ้นกว่าฤดูกาลที่แล้ว เราหวังว่าเราพร้อมที่จะคว้าชัยชนะมาและแย่งแชมป์โลกกลับมาให้ได้” Lowes เพื่อนร่วมทีมอีกคนที่กำลังมองหาหนทางกลับไปยืนอยู่บนโพเดียมในปี 2023 เสริมว่า: “ผมชอบหน้าตาของรถตอนนี้ ผมชอบดีไซน์ของปี 2023 จริง ๆ ปีที่แล้วผมทำความเร็วได้ดีพอสมควร และมีผลงานที่ดีในรอบซูเปอร์ดพล และผมก็ยังติดหนึ่งในสามมาได้ พอการแข่งขันเริ่มต้นไปแล้ว พอกริพยางลดลง ผมก็ต้องพยายามมากขึ้นอีก นั่นคือจุดที่ผมต้องโฟกัสเพิ่ม ผมตั้งตาคอยฤดูกาลใหม่นี้มาตลอด ผมมีข่าวดีสำหรับการซ้อมในช่วงฤดูหนาว และผมอดใจรอที่จะเริ่มแข่งไม่ไหวแล้ว ผมอาจจะแข่งในรายการนี้มาพักนึงแล้ว แต่ผมยังคงตื่นเต้นเหมือนกับได้ลงแข่งครั้งแรกอยู่เลย ผมรู้สึกเหมือนกับตอนปี 2014 เลย ตอนนี้ผมตั้งตาคอยที่จะไปเยือนออสเตรเลียและเริ่มธุรกิจของผมสักที” Guim Roda ผู้จัดการทีม KRT กำหนดกรอบเป้าหมายสำหรับฤดูกาลนี้ไว้แล้ว บอกว่า “เราทำงานหนักที่จะเก็บรายละเอียดบางส่วน พัฒนารถของเรา และการจัดการในทีมของเราเพื่อที่จะคว้าแชมป์อีกครั้ง ยังมีสิ่งที่สำคัญกว่าก็คือ เราต้องการที่จะทำให้แฟน ๆ ของเราสนุกไปกับการแข่งขัน และหวังว่ารถสีเขียวของเราจะได้ยืนบนตำแหน่งสูงสุด Johnny และ Alex พร้อมที่จะลุยด้วยพลังไฟจากแบตที่ชาร์จมาแบบเต็มพิกัด เพราะงั้นเรามาคอยดูกันว่าการแข่งขันที่ออสเตรเลียในฤดูกาลใหม่นี้ทีมเราจะแข็งแกร่งได้มากแค่ไหน” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก