SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

เครื่องหมายคำถามกับการแข่ง ThaiGP 2027 ThaiGP ประจำฤดูกาล 2025 ปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งในการแข่งขันครั้งนี้ยังคงเป็นอีกหนึ่งปีที่สร้างความประทับใจให้กับชาวไทยไม่น้อย โดยความพิเศษในการแข่งในปีนี้คือการที่ประเทศไทยของเราได้เป็นเจ้าภาพ และได้รับเกียรติจัดการแข่งขันนัดเปิดสนาม สถิติตัวเลขการจัดการแข่งขันของปี 2025 โดยกิจกรรมการแข่งขันในสนามล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันฤดูกาลนี้มากถึง 224,634 คน โดยแบ่งเป็นคนไทย 172,565 คน และแบ่งเป็นชาวต่างชาติ 52,069 คน ซึ่งจากยอดผู้เข้าร่วมจำนวนดังกล่าวก็สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม 5,043 ล้านบาท อีกทั้งยังสามารถกระตุ้นการใช้จ่ายได้กว่า 4,268 ล้านบาท โดยใช้งบจัดงานเพียง 775 ล้านบาทเท่านั้น อีกทั้งยังสร้างตำแหน่งงานได้มากถึง 7,772 ตำแหน่ง พ่อเมืองบุรีรัมย์เสียดายหากเลิกจัด หลังจากจบการแข่งขันในวันที่ 2 มีนาคม ช่วงเวลาประมาณ 23.16 น. ตามเวลาประเทศไทย นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเพจ ‘ลุงเนวิน’ ว่าทางสนามช้างรู้สึกประทับใจในการแข่งขัน MotoGP เป็นอย่างมาก การจัดการแข่งขันนี้ในประเทศไทยเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากหากการแข่งขันนี้จะไม่ได้จัดต่อที่สนามประเทศไทย โดยมีเนื้อหาดังนี้ “แฟน moto GP จำนวน 224,634 คนที่เข้ามาชมและเชียร์นักแข่งในดวงใจ ตลอด 3 วันที่ผ่านมา (28 ก.พ.- 2 มี.ค.) เป็นปรากฎการณ์ใหม่ของสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต และเป็นสถิติใหม่ของmotoGP สนามแรก สร้างเม็ดเงินหมุนเวียน มากกว่า 5,043 ล้านบาท ทั้งภายในจังหวัดบุรีรัมย์ และ จังหวัดอื่นๆ ที่มีนักท่องเที่ยว และแฟนๆ moto GP เดินทางไปท่องเที่ยวทั้งก่อนและหลังการแข่งขันเสร็จสิ้น moto GP เป็นการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ที่ดีที่สุดในโลก เป็นรายการกีฬาที่มีผู้ชมมากที่สุดรายการหนึ่งของโลก เกือบ 1,000 ล้านคน จากการถ่ายทอดสดไปมากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศไทย ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 22 สนามแข่งขันของโลก และ ปีนี้ ได้รับเกียรติให้เป็นสนามแรก เปิดการแข่งขัน moto GP2025 เป็นที่จับตาดูของแฟนๆ มากที่สุด เพราะเป็นสนามเปิดตัวนักแข่ง และรถแข่งของแต่ละทีมด้วย ประเทศไทย จัดการแข่งขัน moto GP มา 7 ปีติดต่อกัน โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้จัดการแข่งขัน ในนามของรัฐบาล ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของเจ้าของลิขสิทธิ์จัดการแข่งขันที่ ต้องการทำงานร่วมกับรัฐบาล เพื่อความมั่นใจว่าสามารถจัดการแข่งขันได้เรียบร้อย และสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา หรือ sport tourism ในขณะที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เป็นผู้ให้การสนับสนุน ให้ใช้สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต เป็นสนามแข่งขัน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทุกปี และพร้อมให้การสนับสนุนตลอดไป หากรัฐบาลยังจัดการแข่งขันอยู่ รายได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชมการแข่งขัน และรายได้จากผู้สนับสนุนการแข่งขัน หรือ สปอนเซอร์ เป็นของรัฐบาล ทั้งหมด บริษัทบุรีรัมย์ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด ในฐานะเจ้าของสนามช้างฯ ไม่มีรายได้ทางตรง จากการจัดการแข่งขัน และต้องเสียรายได้จากการส่งมอบสนามให้รัฐบาลใช้เตรียมการจัดการแข่งขันและแข่งขัน เป็นเวลา 1 เดือน (คิดเป็นมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท) บริษัทฯ ได้รับรายได้ทางอ้อม และมีความพึงพอใจแล้ว คือ เงินหมุนเวียน และเงินสะพัดในจังหวัดบุรีรัมย์ ประชาชนคนบุรีรัมย์ ทำธุรกิจการค้า ร้านอาหาร โรงแรม ที่พัก มีรายได้ และที่สำคัญที่สุดคือ ทำให้นักท่องเที่ยว และแฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก รู้จักบุรีรัมย์ ซึ่งมีมูลค่าสูงสุด จากการได้รับเลือกให้เป็นสนามแข่งขัน moto GP เป็นรายได้ที่คุ้มค่า และเป็นประโยชน์ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ผม เพิ่งได้รับทราบอย่างเป็นทางการจากการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นข่าวเดียวกันกับที่แฟนmoto GP ได้ยินมาก่อนหน้านี้ คือ รัฐบาล จะลงทุนจัดการแข่งขัน moto GP ปี 2026

Manuel Gonzalez คว้าโพเดี้ยม สำหรับศึกสนามแรก ThaiGP 2025 พร้อมทุบสถิติด้วยยาง Pirelli สามารถทำ Best Lap Record ว่าแต่เวลาจะเท่าไหร่ คลิ๊ก

ไอ โอกุระ เร็วทะลุรุ่นพี่ ‘ไม่ใช่ Rookie แล้วแหละ’ ไอ โอกุระ นักบิดสัญชาติญี่ปุ่นจากทีม Trackhouse Racing ที่ได้รับโอกาสในการก้าวขึ้นมาแข่งขันในรายการสูงสุดอย่าง MotoGP ซึ่งการแข่งขันในนัดเปิดสนามของเจ้าตัวก็ถือว่าได้พื้นที่จากสื่อไม่น้อย เพราะเจ้าตัวสามารถขึ้นมาป่วนในกลุ่มหัวแถวได้อย่างน่าประทับใจ สามหนุ่มรุ๊คกี้ที่ขึ้นมาจากการแข่งขัน Moto2 ได้แก่ เฟอร์มิน อัลเดเกร์, สมเกียรติ จันทรา และไอ โอกุระ ทั้งสามคนก็ถูกสื่อ หรือผู้ที่ติดตามต่าง ๆ ถูกคาดการณ์กันนานานับประการว่าใครที่จะได้ตำแหน่ง ‘Rookie of the year 2025’ ไปครอง ซึ่งส่วนใหญ่ก็เอนเอียง และล้วนเทคะแนนไปทาง ‘นักบิดดาวรุ่งจากแดนกระทิงดุ’ อย่างเฟอร์มิน อัลเดเกร์ ที่ในฤดูกาล 2025 เขาจะได้ขึ้นมาแข่งขันภายใต้ต้นสังกัดทีม Gresini Racing ที่เป็นอดีตต้นสังกัดเก่าของ มาร์ก มาร์เกซ ในฤดูกาล 2024 ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายไปอยู่กับทีมโรงงาน Ducati อีกทั้งอัลเดเกร์จะยังได้ใช้ตัวแข่ง GP24 ในการลงแข่งในฤดูกาล 2025 ร่วมกับอเล็กซ์ มาร์เกซ ซึ่งเหตุผลทั้งสองข้อนี้ก็เป็นที่เพียงพอว่าทำไมดาวรุ่งแดนกระทิงดุรายนี้ถึงจะถูกคาดการณ์ว่าทำไมถึงมีโอกาสเข้าใกล้กับตำแหน่งนี้มากที่สุด รอบทดสอบบุรีรัมย์เวทีฉายแสงของโอกุระ แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปในช่วง Winter Test รอบสุดท้ายที่สนามบุรีรัมย์เมื่อวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ไอ โอกุระก็แสดงให้เห็นว่าตัวเขานั้นสามารถปรับตัวเข้ากับตัวแข่ง RS-GP ได้อย่างดีด้วยการกดเวลาต่อบรอบดีสุดทั้ง 4 Practice เหนือเหล่ารุ๊คกี้ด้วยเวลาต่อรอบ 1:29.636 นาที ซึ่งเกิดขึ้นในการทดสอบรอบ FP3 ตารางเวลาการลงทดสอบในรอบ FP1 ไอ โอกุระ 1:30.453 นาที เฟอร์มิน อัลเดเกร์ 1:30.948 นาที สมเกียรติ จันทรา 1:31.622 นาที ตารางเวลาการลงทดสอบในรอบ FP2 เฟอร์มิน อัลเดเกร์ 1:30.373 นาที ไอ โอกุระ 1:30.821 นาที สมเกียรติ จันทรา 1:31.208 นาที ตารางเวลาการลงทดสอบในรอบ FP3 ไอ โอกุระ 1:29.636 นาที (ดีที่สุด) สมเกียรติ จันทรา 1:30.465 นาที เฟอร์มิน อัลเดเกร์ 1:30.597 นาที ตารางเวลาการลงทดสอบในรอบ FP4 ไอ โอกุระ 1:29.741 นาที เฟอร์มิน อัลเดเกร์ 1:30.085 นาที สมเกียรติ จันทรา 1:30.764 นาที จากตารางด้านบนที่เหล่าหน้าใหม่สามารถทำได้ในการแข่งขันรอบ Winter Test ก็ดูเหมือนว่านักบิดจากแดนซามูไรรายนี้ เมื่อจับคู่กับตัวแข่ง RS-GP จากค่าย Aprilia ก็ดูเป็นส่วนผสมที่เข้ากันอย่างไร้ข้อกังขา หลาย ๆ คน และหลาย ๆ สื่อเริ่มให้ความสนใจกับนักบิดรายนี้ว่าจะสามารถงัดฟอร์มเจ๋งของตัวเองในการแข่งขันจริงได้หรือไม่ ? ปล่อยของตั้งแต่เกมเปิดฤดูกาล หลังจากจบการซ้อมรอบทดสอบทีบุรีรัมย์เวลาก็ผ่านมาเวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงการแข่งขันนัดแรกของฤดูกาล กับการแข่งขัน MotoGP 2025 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ประเทศไทย เหล่าหน้าใหม่ก็พร้อมที่จะเดบิวท์ในสนามนี้ แต่แน่นอนว่าการลงแข่งขันที่ประเทศไทยในช่วงเดือนมีนาคมน่าจะไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีเท่าไหร่สำหรับนักแข่ง แสงแดดสุดแสนจะร้อนระอุที่พร้อมจะเล่นงานเหล่านักแข่ง แน่นอนว่าเรื่องนี้ไอ โอกุระก็ได้รับผลกระทบ แต่ก็น่าจะไปกับสภาพอากาศได้ดีกว่า เพราะพื้นเพของเจ้าตัวก็เป็นคนเอเชียเหมือนกัน จากผลงานในรอบทดสอบที่โดดเด่น และเหมือนว่าฟอร์มโหดของเจ้าตัวจะร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง เพราะการแข่งขันในรอบ Qualify ที่เป็นการแข่งขันเพื่อหาอันดับในการออกสตาร์ทในการแข่งขันรอบสปรินท์ เรซ และเมนเรซ นักบิดเจ้าของหมายเลข 79 ทะยานจบในอันดับที่ 5 ของตาราง ด้วยเวลาต่อรอบที่ 1:29.134 นาที เหนือทีมเมทของเจ้าตัวอย่างราอูล เฟอร์นันเดส ที่จบในอันดับที่ 8 และอันดับสูงกว่าเหล่าจอมเก๋าในการแข่งนี้ไม่ว่าจะเป็น เปโดร อคอสต้า, ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ และมาร์โก เบซเซคคี่ โดยการจบที่ติดอันดับ TOP5 ของตารางก็เหมือนเป็นการเรียกความมั่นใจให้กับตัวเขาเอง และทีม ทำให้ในการแข่งขันรอบบ่ายสามวันเสาร์

Pirelli MotoGP ปิดดีลลับสนามบุรีรัมย์ กับสัญญาสปอนเซอร์โมโตจีพี ในบรรยากาศการแข่งขัน MotoGP ที่บุรีรัมย์ ก็ได้มีกลิ่นหอมของยาง Pirelli ลอยโชยอยู่ในรุ่น Moto3 และ Moto2 และกลิ่งยางอันนี้แหละ ได้พัดมาถึงรุ่น MotoGP เรียบร้อยแล้ว Pirelli MotoGP 2027 กำลังจะมา วงการ MotoGP เคยมี Michelin, Dunlop, Pirelli และ Bridgestone การพึ่งพาผู้ผลิตยางรายใดรายหนึ่งเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ใครกันที่สามารถรับประกันได้ว่าจะสามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของ MotoGP ได้? แต่ละบริษัทต่างมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน Dunlop โฟกัสที่ CIV (CampionatoItaliano Velocità) Bridgestone เน้นไปที่รถยนต์และรายการแข่งในญี่ปุ่น รวมถึงความพยายามเข้าสู่ F1 ในปี 2028 สำหรับ Michelin นั้นมีปัญหาของตัวเองอยู่แล้ว ในขณะที่ Pirelli กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ใน Moto3 และ Moto2 ซึ่งเป็นระดับเริ่มต้นและระดับกลางของ MotoGP นั้น Pirelli ได้พัฒนาและทดสอบยางที่สามารถทำลายสถิติรอบสนามได้ในทุกการแข่งขันของปี 2024 และสัญญาว่าจะทำได้ดียิ่งขึ้น สิ่งนี้ตรงข้ามกับ Dunlop ซึ่งเสียสิทธิ์ในการเป็นซัพพลายเออร์ยางให้กับ Moto2 และ Moto3 ตั้งแต่สิ้นปี 2023 ใน SBK ก็เช่นกัน Pirelli เป็นผู้จัดหายางมาตั้งแต่ปี 2004 ซึ่งเป็นปีที่เริ่มแนวคิด “ผู้ผลิตยางรายเดียว” (spec tire supplier) แนวคิดนี้ถูกนำไปใช้ใน MotoGP และ Formula 1 เช่นกัน และเห็นได้ชัดว่ามันทำงานได้ดี Pirelli มีความสามารถในการจัดหายางให้กับหลายคลาสการแข่งขันภายในสุดสัปดาห์เดียวกัน และมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่ยางขนาด 10 นิ้วสำหรับ Ohvale ไปจนถึงยางสำหรับ Moto3, Supersport 300, Supersport และ SBK รวมถึง Moto2 นั่นหมายถึงความครอบคลุมที่กว้างขวาง Pirelli ใน MotoGP: ปี 2027 จะเป็นการเปิดศักราชใหม่ เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2026 ปี 2027 จะเป็นอีกปีที่สำคัญและเปลี่ยนแปลงวงการ นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงขนาดเครื่องยนต์และเทคโนโลยี MotoGP จะต้อนรับ Pirelli อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับการแข่งขันรถและตลาดยางรถยนต์มาตลอด ข้อตกลงร่วมกับ Michelin จะสิ้นสุดลง โดยจะมีการทดสอบยางใหม่สำหรับรถแข่ง 850cc ซึ่งจะไม่มีระบบลดความสูง (ride-height devices) และได้รับการออกแบบแอโรไดนามิกใหม่ การทดสอบเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญ เนื่องจากฤดูกาลถัดไปจะเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันรูปแบบใหม่ที่มีความท้าทายหลายด้าน Pirelli จะใช้ประสบการณ์จาก SBK และ Formula 1 ทั้งในแง่เทคนิคและการสื่อสาร Pirelli ยังคงรักษาความต่อเนื่องในวงการมอเตอร์สปอร์ตทุกระดับ ตั้งแต่ F1 ไปจนถึงแรลลี่ รวมถึงการแข่งขันรถวิบาก (Motocross) และความเร็วทางเรียบ (Road Racing) ผลิตภัณฑ์ของ Pirelli ครอบคลุมทุกคลาสและตลาดทั่วโลก โดยมีต้นทุนที่สมเหตุสมผล คำนึงถึงความยั่งยืน และรักษาคุณภาพในการผลิตปริมาณมาก การที่ Pirelli เข้ามาใน MotoGP อาจดึงดูดสปอนเซอร์รายใหม่ให้เข้าสู่วงการมากขึ้น ทำให้การแข่งขัน MotoGP มีสถานะที่ใกล้เคียงกับ Formula 1 มากขึ้น ชื่อเสียง ภาพลักษณ์ และความมั่งคั่งจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อ้างอิงข้อมูลจาก https://www.motosprint.it/news/eventi/gp-tailandia/2025/03/01-7969376/pirelli_in_motogp_dal_2027_le_ragioni_di_una_scelta อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Asia Talent Cup จุดเริ่มต้นของนักแข่งระดับโลก Asia Talent Cup 2025 คือรายการที่คัดสรรและพัฒนานักแข่งเป็นเข้าสู่การแข่งขันระดับโลก และ Dorna Sports บริษัทจัดการกีฬาของสเปน ซึ่งมีสิทธิ์เชิงพาณิชย์แต่เพียงผู้เดียวสำหรับ MotoGP™ ตั้งแต่ปี 1992 Dorna ไม่เพียงแต่จัดการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ระดับสูงสุด แต่ยังมุ่งมั่นที่จะพัฒนานักแข่งรุ่นเยาว์ผ่านโครงการ Road to MotoGP™ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อค้นหาและสนับสนุนนักแข่งที่มีพรสวรรค์ให้ก้าวสู่การแข่งขันระดับมืออาชีพ Asia Talent Cup 2025 โครงการพัฒนานักแข่งของ Dorna Dorna ได้จัดตั้งการแข่งขันสำหรับนักแข่งเยาวชนในหลายภูมิภาคทั่วโลกเพื่อเป็นเส้นทางสู่วงการ MotoGP แต่ละรายการถูกออกแบบมาเพื่อให้นักแข่งได้แสดงความสามารถ เรียนรู้การแข่งขันระดับมืออาชีพ และพัฒนาไปสู่ระดับสูงขึ้น โดยเฟ้นหานักแข่งวัยเยาว์ตั้งแต่ อายุ 13 – 17 ปี โดยมีรายการแข่งขันจากของแต่ละภูมิภาค 6 รายการคือ Asia Talent Cup, British Talent Cup, European Talent Cup, Northern Talent Cup, North America Talent Cup, Latin America Talent Cup กับอีก 1 รายการระดับสากล คือ Red Bull Motogp Rookies Cup ไม่ใช่แค่พัฒนานักแข่ง รายการ Asia Talent Cup (ATC) ไม่ได้เป็นแค่รายการที่พัฒนาสกิลการขับขี่ของนักแข่งสู่การแข่งขันระดับโลก อย่าง MotoGP แต่เป็นเสมือนโรงเรียน ที่ฝึกให้นักแข่งรุ่นเด็กทุกๆคน ได้มีระเบียบวินัยในการฝึกซ้อม แข่งขัน รวมถึงการวางตัวแบบมืออาชีพ นอกจากนักแข่งแล้ว ATC จะอนุญาติ ให้มีผู้ติดตามเพื่อดูแลรถ หรือช่วยเหลือนักแข่งได้ 1 คน ซึ่งอาจจะเป็นคนในครอบครัว หรือช่างประจำตัวนักแข่ง ที่ติดตามดูแลแทบทุกย่างก้าวตอนอยู่ในพิท ความแตกต่างของรายการ ที่ ควบคุมโดย Dorna คือ รถทุกคัน และอุปกรณ์ทุกชิ้น จะเหมือนกันหมด ไม่ต่างจากโรงเรียนเอกชน รถแข่งจะมีช่างใหญ่ ของ Dorna ที่คอยควบคุมให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งผู้ดูแล 1 คน ต่อ รถ 3 คัน โดยประมาณ และช่างคนนี้จะมีหน้าที่แนะนำผู้ดูแลให้ทำรถตามขั้นตอนเท่านั้น ไม่มีนอกลู่นอกทาง ชุดแข่ง หมวกกันน๊อก ถุงมือ รองเท้า ก็จะเป็นยี่ห้อเหมือนๆกันทั้งหมด มีแค่ลายหมวกที่ไม่เหมือนกัน แล้วแต่ว่า Sponsor จะให้ลายไหนมา รวมถึงยางที่ใช้ในการฝึกซ้อม ก็เป็น Spec เดียวกัน ทุกคน (Pirelli สนับสนุน) และในรายการ Asia Talent Cup (ATC) มีน้องๆ เด็กไทยที่เข้าไปอัพสกิลการขับขี่ในรายการนี้ อยู่ด้วยกันถึง 3 คน ได้แก่ Thanachat Pratumtong #5 Teerin Jacob Fleming #10 Noprutpong Bunprawes #20 สเปกรถที่ใช้ในการแข่งขัน ATC นักแข่งที่เข้าร่วม ATC ทุกคนจะใช้รถจักรยานยนต์รุ่นเดียวกันเพื่อความเท่าเทียมในการแข่งขัน ซึ่งรถที่ใช้คือ Honda NSF250R โดยมีสเปกหลักดังนี้: เครื่องยนต์: 4 จังหวะ สูบเดี่ยว ขนาด 249.3cc ระบายความร้อนด้วยน้ำ กำลังสูงสุด: ประมาณ 47 แรงม้า ระบบเกียร์: 6 สปีด เฟรม: อะลูมิเนียมแบบทวินสปาร์ ระบบกันสะเทือน: โช้คหน้าแบบหัวกลับ และโช้คหลังเดี่ยว น้ำหนักรวม: ประมาณ 84 กิโลกรัม (ไม่รวมเชื้อเพลิง) ความเร็วสูงสุด: มากกว่า 200 กม./ชม. การใช้รถรุ่นเดียวกันช่วยให้เน้นไปที่ฝีมือและเทคนิคการขับขี่ของนักแข่งแทนที่จะเป็นเรื่องของอุปกรณ์และเทคโนโลยีของรถแข่ง ความน่าทึ่งของ การแข่งขันในสนามช้าง เมื่อวันที่ 21-22

‘ผมรู้สึกสนุกทุกครั้ง’ Marco Bezzecchi กับการแข่งขัน ThaiGP Marco Bezzecchi นักแข่งจากทีมโรงงาน Aprilia ได้ออกมาเผยว่าเจ้าตัวรู้สึกมีความสุข และสนุกทุกครั้งเมื่อได้ลงขับขี่ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ และนักแข่งเจ้าของหมายเลข 72 รายนี้ก็อดใจไม่ไหวแล้วที่จะได้ลงแข่งขันนัดเปิดสนาม MotoGP 2025 ที่ประเทศไทย มาร์โก เบซเซคคี่ นักแข่งหน้าใหม่ของทีมโรงงาน Aprilia ที่เตรียมลงสนามในการแข่งขัน MotoGP สนามแรกของฤดูกาลที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งสนามดังกล่าวเป็นสนามที่เจ้าตัวสามารถทำผลงานได้ออกมาดีเยี่ยม ในการทดสอบบุรีรัมย์ เทสต์เมื่อวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งสามารถกดเวลาได้เป็นอันดับหนึ่งในการทดสอบรอบสุดท้าย (FP4) ด้วยเวลาต่อรอบที่ 1:29.060 นาที ซึ่งเป็นสิ่งที่การันตีได้ว่าตัวเขากับตัวแข่ง RS-GP สามารถเข้ากันได้อย่างดี “เรามีผลงานการทดสอบที่ดีทั้งที่เซปัง และบุรีรัมย์ ผมค่อนข้างพอใจกับการทำงานของตัวเอง และวิธีการปรับตัวในการแก้ปัญหาตรงหน้าเกี่ยวกับตัวรถ และทุกอย่างเป็นไปได้ดีมาก” “ผมรู้สึกดี เพราะพวกเรา (เบซเซคคี่ และทีมโรงงาน Aprilia) พัฒนากันไปได้ไกลมาก อีกทั้งผมยังชื่นชอบสนามบุรีรัมย์มาก ผมสนุกทุกครั้งที่ได้มาแข่งขันที่นี่ บรรยากาศน่าตื่นเต้นเพราะมีแฟน ๆ เยอะ” “ผมเองก็มีความหวังว่า ขอให้ฆอร์เก้ มาร์ติน หายจากอาการบาดเจ็บไว ๆ และกลับมาแข่งขันให้ได้เร็วที่สุด” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Aprilia carbon chassis สิทธิบัตรตัวใหม่จากค่ายสามตา หนึ่งในแนวคิดสุดล้ำกับ Aprilia carbon chassis โปรเจ็กต์ใหม่ล่าสุดของค่ายสามตาอย่าง อาพริเลีย ที่ได้แอบซุ่มพัฒนาเพื่อการแข่งขัน ซึ่ง ณ ตอนนี้ทางแบรนด์ได้จดสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อย สำหรับเทคโนโลยีแชสซีคาร์บอนก็ไม่ใช่เทคโนโลยีที่ดูใหม่ล้ำสมัยมากมายอะไรนัก เพียงแต่ทางค่ายได้นำมาพัฒนาต่อยอด หลังจากที่เคยทดสอบไปแล้วกับรถแข่งโปรโตไทป์ Aprilia RS-GP ในปี 2023 และปี 2024 รวมถึงเพื่อนต่างค่ายอย่างดูคาติ และเคทีเอ็มก็ล้วนทดลองใช้แชสซีคาร์บอนมาแล้ว เพียงแต่ไม่ได้นำมาพัฒนาต่อเท่านั้น โดยข้อมูลในเอกสารสิทธิบัตรแสดงให้เห็นถึงดราฟสามมิติ ประกอบไปด้วยพาร์ทด้านหน้าเป็นวัสดุคาร์บอนเกือบทั้งหมด รวมถึงหัวบังคับเลี้ยวฝังบูชโลหะด้านในโดยภายนอกมีลักษณะเป็นรูปวงรี เชื่อมต่อด้วยชิ้นส่วนด้านข้างหล่อขึ้นรูปประกอบแยกชิ้นซึ่งมีโครงยึดด้านใน และเว้าช่องอากาศเพื่อการดูดอากาศเข้าสู่แอร์ดักท์ ส่วนชิ้นส่วนสวิงอาร์มยังคงใช้เมนหลักเป็นวัสดุอลูมิเนียม หล่อชิ้นส่วน 2 ชิ้นที่มีระบุฉลาก “4R” และ “4L” อย่างไรก็ตาม รถแข่งของแบรนด์ในเวอร์ชันปี 2025 ยังคงใช้แชสซีอลูมิเนียมแม้ว่าสวิงอาร์มจะเป็นโครงสร้างคาร์บอนทั้งหมด ซึ่งถ้าหากได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพ เราอาจได้เห็นงานโปรเจ็กต์กล่าวบนตัวแข่งในเร็ว ๆ นี้ก็เป็นไปได้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Fabio Di Giannantonio ‘การแข่งขี่บุรีรัมย์แทบจะเริ่มจากศูนย์’ Fabio Di Giannantonio นักแข่งจากทีมของ ‘พ่อหมอ’ Pertamina Enduro VR46 Racing Team ออกมาเผยว่าเจ้าตัวนั้นเหมือนเริ่มจากศูนย์ในการแข่งขันนัดเปิดสนามที่ประเทศไทยกับการแข่งขัน MotoGP ประจำฤดูกาล 2025 เพราะตัวเขาไม่ได้ลงซ้อมเนื่องจากได้รับอาการบาดเจ็บในรอบการซ้อมในรอบเซปัง เทส ที่ประเทศมาเลเซีย ‘ดิเจีย’ ได้รับอาการบาดเจ็บตั้งแต่วันแรกของการทดสอบ MotoGP 2025 ที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย โดยนักแข่งเจ้าของหมายเลข 49 ขี่ไปทั้งหมด 49 รอบและทำดีที่สุดเป็นอันดับ 7 ของการซ้อมในวันนั้น ก่อนที่เจ้าตัวจะล้มระหว่างการซ้อมออกตัว ทำให้เขากระดูกไหปลาร้าหักแล้วต้องพักยาว แต่อย่างไรก็ตามนักบิดสัญชาติอิตาลีรายนี้จะกลับสู่การแข่งขันนัดเปิดสนาม ThaiGP25 ในวันศุกร์นี้ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ แต่ตัวเขานั้นจะต้องผ่านการตรวจร่างกายจากแพทย์เสียก่อน “ผมดีใจมากที่ได้ขึ้นเครื่องบินไปสู่ประเทศไทยเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ การพักฟื้นของผมเป็นไปได้ด้วยดี และตอนนี้ผมรู้สึกพร้อมแล้วกับการเริ่มต้นใหม่” จิอันนันโตนิโอพลาดการซ้อมสองวันสุดท้ายของการทดสอบที่สนามเซปัง และการทดสอบทั้งหมดที่สนามประเทศบุรีรัมย์ ส่งผลให้การตัดสินใจต่าง ๆ เกี่ยวกับเทคนิคภายในทีมเกิดขึ้นโดยที่ไม่มีเจ้าตัวเป็นส่วนร่วมในการตัดสินใจ แต่เจ้าตัวก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ใช้รถที่เป็นสเปคเดียวกันกับทีมโรงงานที่ใช้ “ผมตื่นเต้นที่จะได้เริ่มต้นฤดูกาลใหม่กับทีม และได้เรียนรู้กับรถคันใหม่มากขึ้น ผมพร้อม และมีแรงกระตุ้นเต็มที่ แน่นอนว่าการแข่งขันนัดแรกในสุดสัปดาห์นี้จะเป็นช่วงเวลาของการพัฒนา ผมจะต้องเริ่มต้นจากศูนย์ และทำความเข้าใจในหลาย ๆ อย่าง” การแข่งขันสนามแรกอย่างเป็นทางการของการแข่งขัน MotoGP ประจำฤดูกาล 2025 จะเริ่มเปิดฉากในศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ แฟน ๆ วงการมอเตอร์สปอร์ต ห้ามพลาด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pirelli จัดสูตรยางแข่ง Moto2/3 ประเดิมสนามแรกใน ThaiGP 2025 เข้าสู่การแข่งขันโมโตจีพีฤดูกาล 2025 สนามแรกในประเทศไทย ผู้สนับสนุนหลักในการแข่งขัน Moto2 และ Moto3 อย่างยาง Pirelli ก็พร้อมจัดสรรยางสำหรับแข่งขันทั้งสองรุ่น โดยใช้รหัสสเปคเดิมที่เคยแข่งขันไปเมื่อช่วงเดือนตุลาคมในปีที่ผ่านมา นับเป็นฤดูกาลที่สองแล้วสำหรับการเป็นซัพพลายเออร์หลักในการแข่งขัน Moto2 และ Moto3 พร้อมผลการทำสถิติใหม่มานับไม่ถ้วน โดยสนามแข่งขันในประเทศไทย นักแข่งขันแต่ละทีมจะได้รับการซัพพอร์ตยางคอมปาวด์เดียวกันเหมือนที่ใช้แข่งในฤดูกาล 2024 โดยรุ่น Moto2 จะได้รับยางซอร์ฟ SC1 ยางมีเดียม SC2 ด้านหน้า และยางซอร์ฟ SC0 ยางมิเดียม SC1 ด้านหลัง ส่วนรุ่น Moto3 จะได้รับยางหน้าสเปคเดียวกันกับรุ่นพี่ก็คือ หน้ายางซอร์ฟ SC1 ยางมิเดียม SC2 ส่วนยางหลังเป็นยางซอร์ฟ SC1 ยางมิเดียม SC2 เช่นเดียวกัน และสิ่งที่น่าสนใจในปีนี้ก็คือ ล้อหน้าตัวใหม่ขนาดขอบ 3.5 นิ้ว ที่นักแข่งพึ่งใช้ซ้อมไปเมื่อสนามเฆเรซ ประเทศสเปนที่ผ่านมา โดยจะถูกนำมาใช้แข่งขันในรุ่น Moto2 รวมถึงการกำหนดแรงดันลมยางขั้นต่ำในรุ่น Moto3 ซึ่งจะต้องไม่ต่ำกว่า 1.5 บาร์ หรือ 22 Psi นอกจากนี้สภาพอากาศสนามแข่งในบ้านเราอย่างที่รู้กัน ไม่ร้อนก็ฝน หนาวนิดเดียว แต่ส่วนใหญ่..ร้อน และด้วยสภาพอากาศที่มีช้อยให้เลือกเพียงร้อนนิดเดียวกับร้อนมาก จึงเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ยางยึดเกาะได้เร็วยิ่งขึ้น ประกอบสนามช้างฯ ที่จ.บุรีรัมย์บ้านเรา ถือว่าไม่ยากหากเทียบกับสนามทั้งหมด แต่ก็ยังมีความท้าทายสำหรับนักแข่งในหลายจุด ทั้งโค้ง 4 ไฮด์สปีดและโค้ง 12 ที่ต้องใช้เบรกหนักสุด และต้องการกริปมากที่สุดและอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักแข่งชิงความได้เปรียบในการแข่งขันครั้งนี้ “หลังจากการทดสอบที่ปอร์ติเมาและเฆเรซ ซึ่งผลลัพธ์ออกมาดีมากสำหรับยางพีเรลลี ในฐานะที่เป็นซัพพลายเออร์หลักเพียงรายเดียวของ Moto2 และ Moto3 เราจะลงแข่งขันใน GP ครั้งแรกนี้ด้วยสเปคยางคอมปาวด์เดียวกันกับที่ใช้สนามนี้เมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากยางชุดสเปคดังกล่าวได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ยางแบบเดียวกัน จะช่วยให้นักแข่งสามารถต่อยอดจากข้อมูลเดิมที่เคยทดสอบไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งอย่างไรก็ตาม ความแตกต่างก็คือช่วงเวลาที่ต่างกัน ซึ่งอุณหภูมิแตกต่างอย่างแน่นอน แต่พอมีข้อมูลสำหรับการแข่งขัน Asia Talent Cup เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนักแข่งได้เลือกใช้ยาง SC2 ทั้งหน้า-หลัง ซึ่งข้อมูลนี้อาจทำให้เกิดความได้เปรียบโดยเฉพาะนักแข่งที่กำลังขึ้นมาแข่งในรุ่น Moto3 จะสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโครงการของเราในการมอบความต่อเนื่องให้กับนักแข่งผ่านยางตลอดเส้นทางการเติบโตในอาชีพของพวกเขา แม้ว่าเราจะทำลายสถิติในฤดูกาลที่แล้ว แต่เป้าหมายของเราสำหรับปีนี้ก็ไม่เปลี่ยนแปลงเช่นกัน เราต้องการทำผลงานให้ดีขึ้นและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของเราต่อไป” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jorge Martin เจ็บซ้ำตอนซ้อม ชวดลงแข่งนัดเปิดสนามบุรีรัมย์ เหมือนจะดูเป็นเคราะห์ซ้ำ กรรมซัดสำหรับแชมป์โลกคนล่าสุดอย่าง Jorge Martin นักแข่งเจ้าของหมายเลข 1 จากทีม Aprilia Racing ที่มีการรายงานว่าเจ้าตัวนั้นได้รับอาการบาดเจ็บเพิ่มเติมขณะทำการซ้อมก่อนลงแข่งขันในเปิดสนามที่ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ การแข่งขัน MotoGP2025 ที่กำลังจะเริ่มเปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้วในปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ แต่ดูเหมือนว่าฆอร์เก้ มาร์ตินจะพลาดการแข่งขันในนัดเปิดสนามที่ประเทศไทย เพราะเจ้าตัวได้รับอาการบาดเจ็บกระดูกมือซ้ายหักในระหว่างการฝึกซ้อมเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็ได้รับอุบัติเหตุใหญ่ที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซียมาแล้ว 1 ครั้ง หมอเทวดา ผู้เคียงข้างมาร์ก มาร์เกซ ดร.ซาเวียร์ เมียร์ แพทย์แผนกศัลยกรรมมือ และไมโครศัลยกรรม ภาควิชาเวชศาสตร์อุบัติเหตุและศัลยกรรมกระดูก จาก Hospital Universitari Dexeus เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน โดยผลงานสร้างชื่อของหมอคนนี้ คือการรักษาแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง ‘มาร์ก มาร์เกซ’ ที่แขนหักกลับมาทำการแข่งขันได้ภายใน 4 วัน โดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นมาร์ก แขนขวาเพิ่งหักจากการแข่งขัน MotoGP สนามเปิดฤดูกาล 2020 ที่ เฆเรซ ประเทศสเปน ให้ผ่านความฟิตจน MotoGP อนุญาตให้กลับมาแข่งในสนาม 2 ของฤดูกาล (ซึ่งแข่งที่ เฆเรซ แบบต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ติด จากผลพวงของ COVID-19) โดยมาร์ติเนเตอร์จะเข้ารับการผ่าตัดข้อมือโดยศัลยแพทย์ด้านมอเตอร์สปอร์ตที่ดีที่สุดในวงการ ซึ่งเจ้าตัวอาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นอีกระยะใหญ่ ๆ กว่าร่างกายจะกลับมามีสภาพสมบูรณ์ ซึ่งหมายความว่านักบิดรายนี้อาจจะพลาดการแข่งขัน MotoGP ในสนามที่สองที่ประเทศอาเจนตินาอีกด้วย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bulega ทำแฮตทริกสนามแรก ที่ฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ สำหรับการแข่งขัน WSBK เจ้าตัวสามารถเก็บชัยชนะ 3 ครั้งรวด การันตีสมรรถนะยางระดับโลกอย่าง Pirelli

Pirelli SCX ซุปเปอร์ซอร์ฟ กับการทดสอบครั้งแรกที่เฆเรซ พิสูจน์แล้วเวลาดีขึ้น 1 วิ! สำหรับผลรอบซ้อม Moto 2 / Moto 3 Pre-season Test ที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปน ด้วยยางพีเรลลีได้ตัวใหม่ที่ให้นักแข่งทดสอบอย่าง Pirelli SCX รุ่นซุปเปอร์ซอร์ฟ ยางที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มการยึดเกาะและมีประสิทธิภาพเพอร์ฟอร์แมนซ์สูงสุด Aron Canet ทำสถิติเวลาดีสุดด้วยยางสูตรใหม่ โดยนักบิดส่วนใหญ่เลือกใช้ยางหลัง Pirelli รุ่นใหม่และทำการทดสอบที่นี่เป็นครั้งแรกอย่าง SCX จับคู่กับล้อหน้าตัวใหม่ขนาดขอบ 3.5 นิ้ว (ลดลงจากรุ่นก่อนหน้าที่ 3.75 นิ้ว) โดย Aron Canet ผู้ที่สามารถทำเวลาต่อรอบดีสุดในเวลา 1:39.552 นาที เลือกใช้ยางหน้า SC1 ยางหลัง SCX ซึ่งความน่าสนใจก็คือ เวลาต่อรอบดีสุดเร็วขึ้นมากกว่า 1 วินาที จากสถิติเดิมที่ 1:40.640 นาทีที่เคยทำไว้เมื่อปีที่ผ่านมา Moto3 ก็ทำสถิติใหม่เช่นกัน ต่อด้วยรุ่น Moto3 โดย José Antonio Rueda (Red Bull KTM Ajo/KTM) ผู้ที่ทำ Fastest Lap 1:43.357 นาที ซึ่งปีที่แล้ว David Alonso เคยทำไว้ที่ 1:43.710 นาที โดยสถิติใหม่ของเจ้าตัวมาพร้อมกับยางซอร์ฟ SC1 ทั้งหน้า-หลัง บนตัวแข่ง ผลลัพธ์ดีเกินคาด บทสัมภาษณ์ของ Giorgio Barbier “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งกับผลลัพธ์ที่ได้ทดสอบในช่วงพรีเทสต์ก่อนเปิดฤดูกาล โดยสิ่งสำคัญในการเทสครั้งนี้ก็คือ ยางหลังซุปเปอร์ซอฟต์รุ่น SCX ที่จัดเตรียมไว้สำหรับรุ่น Moto2 ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดีมาก ๆ โดยหลังทดสอบครั้งแรกก็สามารถทำสถิติเวลาต่อรอบดีสุด สำหรับ SCX อย่างที่รู้กันก็คือเป็นยางที่นิยมใช้ในการแข่งขันเวิร์ลซูเปอร์ไบค์มาหลายปีแล้ว ซึ่งสำหรับการเทสในครั้งนี้เราก็ได้รับการยืนยันแล้วว่า หากใช้อย่างเหมาะสม ยางรุ่นนี้จะให้ข้อได้เปรียบในแง่ของการยึดเกาะได้อย่างดีเยี่ยม โดยเวลาของ Canet ทำลายสถิติเดิมที่ทำไว้ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเร็วขึ้นมากกว่า 1 วินาที ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างชัดเจน นอกจาก Canet แล้ว โครงสร้างของยางรุ่นดังกล่าวยังได้รับการยอมรับจากนักแข่ง อีกทั้งเรายังได้ฟีดแบคที่ดีในส่วนล้อใหม่ขอบ 3.5 นิ้ว ซึ่งเป็นสเปคที่ใส่กับยางเราได้ ในความเป็นจริง เราได้เห็นการสึกหรอที่สม่ำเสมอ นับเป็นสัญญาณว่ามันจะช่วยให้นักขับสามารถใช้ศักยภาพของการยึดเกาะและความคล่องตัวของยางได้อย่างเต็มที่ ด้วยการจัดสรรเทียบเท่ากับปีที่แล้ว สถิติที่ดีที่สุดของสนามแห่งนี้ก็ถูกทำลายลงด้วย Best Record สำหรับรุ่น Moto3 นับว่าเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นว่าทีมแข่งแต่ละทีม ใช้ประสบการณ์จากการใช้ยาง SC1 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Augusto Fernandez นักทดสอบจากค่าย Yamaha เตรียมลงแข่งขันแทน Jonathan Rea ทีไ่ด้รับอาการบาดเจ็บจากการซ้อมที่ออสเตรเลีย

WorldSBK Australian Round 2025 ดูคาติ เหมารวดหัวแถว นิโคโล่ บูเรก้า นักบิดทัพหน้าชาวอิตาลีสังกัดทีมโรงงานดูคาติ โชว์ฮอตฟอร์มซ้อมแรกในเช้าวันศุกร์สำหรับ WorldSBK Australian Round 2025 พาตัวแข่ง Ducati Panigale V4R ทะยานไทม์แล็ป พร้อมจัด Best Record ดีสุดทั้ง 2 Sessions ขึ้นนำอันดับท็อปหัวแถวของตาราง สร้างโมเมนตั้มให้กับทีมอีกครั้ง เรียกได้ว่ากลับมาพร้อมความมั่นใจโดยเฉพาะค่ายแดงอย่างดูคาติ ที่สามารถคว้าท็อป 4 อันดับ Free Practice ด้วยตัวแข่ง V4R ตลอดทั้ง 2 Sessions นำโดยดาวรุ่งว่าที่แชมป์โลก Nicolo Bulega ทำเวลาดีสุดเกือบทุบสถิติปีก่อนด้วยเวลา 1:28.790 นาที (คนเดียวที่สามารถจบการซ้อมด้วยเวลา 1:28 ) ตามด้วยนักบิดมากฝีมืออย่าง Andrea Lannone (+ 0.367) อดีตแชมป์โลก 2 สมัย Alvaro Bautista (+0.593) และ Danilo Petrucci (+0.622) Toprak จบอันดับ 5 เกือบหลับแต่กลับมาได้ หากใครถามหาแชมป์โลกคนล่าสุดอยู่หล่ะก็ ในวันนี้ฟอร์มเจ้าตัวอาจยังไม่เข้ามือสำหรับ Toprak Razgatlioglu จบอันดับรวมที่ 5 สำหรับ Free Practice ด้วยเวลาดีสุด 1:29.599 นาที) แถมยังโชว์โลว์ไซต์ในโค้ง 4 (FP1) เรียกได้ว่า เกือบหลับแต่กลับมาได้ ส่วนทีมเมทอย่าง Micheal van der Mark จบอันดับรวมที่ 13 ไปด้วยเวลา 1:30.059 นาที Domimique Aegerter โชว์ฟอร์มดีสุดให้กับค่ายส้อมเสียง Domimique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) หนึ่งเดียวที่สามารถจบอันดับการซ้อมดีสุดจากฝั่งส้อมเสียง ด้วยอันดับ 6 (Best Lap ด้วยเวลา 1:29.739 นาทีใน FP1) ตามด้วย Andrea Locatelli เก็บท็อป 10 ด้วยเวลา 1:29.849 นาที สำหรับ Remy Gardner จบอันดับ 17 และ Tito Rabat อันดับ 19 Alex Lowes นำทัพฝั่ง Bimota ต่อด้วยทางฝั่ง Bimota ขึ้นนำโดย Alex Lowes จบอันดับรวมที่ 9 ส่วน Axel Bassani จบอันดับที่ 22 และ Ei Bocia ทำเวลา 1:29.916 นาที คว้าอันดับ 11 ไปครอง สำหรับ Garreat Gerloff นักบิดรายเดียวจาก Kawasaki ทำเวลาดีสุด 1:30.193 นาที จบอันดับที่ 15 ฮอนด้ายังต้องปรับตัว สำหรับค่ายปีกนกยังถือว่าต้องทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง Xavi Vierge ทำเวลาตามหลัง Gerloff ติด ๆ โดยเวลาห่างเพียง 0.012 นาที จบอันดับ 16 ส่วนทีมเมทอย่าง Iker Lecuona ตามหลัง Vierge อยู่สองอันดับ และปิดท้ายด้วย Tarran Mackenzie (PETRONAS MIE Racing Honda) รวมถึงรุกกี้หน้าใหม่อย่าง Zaqhwan Zaidi เก็บสองอันดับสุดท้ายในรอบการซ้อมของวันศุกร์นี้ เตรียมตัวชมการแข่งรอบ Race 1 ในวันเสาร์ได้เลย

มาเวอริค บีญาเลส มั่นใจ! ปรับตัวกับ KTM ได้ดีขึ้นทุกวัน มาเวอริค บีญาเลส นักแข่งรายใหม่ล่าสุดจากทีม Redbull KTM Tech3 ออกมาเผยว่าการทดสอบในช่วง Pre-Season Test ของการแข่งขัน MotoGP ในช่วงที่ผ่านมานั้น มันกำลังแสดงให้เห็นว่าตัวเขากับรถแข่ง RC16 สามารถเข้ากันได้ดี และมีการพัฒนาได้ดีมากยิ่งขึ้น แม้ในการทดสอบ Pre-Season Test ที่จังหวัดบุรีรัมย์เมื่อวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สมรรถนะของ KTM RC16 เหมือนจะมีปัญหาการสึกของยางอย่างรุนแรงในการวิ่งทดสอบระยะยาวที่สนามบุรีรัมย์ โดยยางจะมีปัญหา แต่ก็ไม่สามารถกระทบกับฟอร์มการขับขี่ของ ‘TopGun’ ได้ เพระาดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะสามารถพัฒนาลีลากับขับขี่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในวันสุดท้ายของการทดสอบ ด้วยการขี่ RC16 ของทีม Redbull KTM Tech3 ขึ้นมาจบในอันดับที่ 9 ของตารางเวลารวมในการทดสอบวันสุดท้าย โดยบีญาเลสมองว่ากาปรับตัวเป็นไปได้ดี และคิดว่าการขับขี่ของเจ้าตัวเข้าใกล้กับดาวรุ่งของทีมอย่าง เปโดร อคอสต้า ไปทีละก้าว “การปรับตัวของผมกับรถเป็นไปได้ดี อีกทั้งพวกเรายังเข้าใกล้กับ KTM คันที่เร็วที่สุดไปทีละก้าวทุกวัน ซึ่งผมมองว่ามันไม่ง่ายอย่างแน่นอน มันเป็นรูปแบบการขับขี่ที่แตกต่างออกไปมาก แต่ถึงอย่างไรก็ตามแต่ ผมมองว่าตอนนี้พัฒนาการก็กำลังเกิดขึ้น” “ดังนั้นทุกครั้งที่ผมขี่ ผมก็รู้สึกดีขึ้นเรื่อย ๆ กับตัวรถ” “ตอนนี้พวกเรากำลังจริงจังกับการจำลองการสปรินท์ระยะยาว และได้ทดลองขี่แบบ flying lap ถึงสองรอบเพื่อให้ผมสามารถเข้าใจตัวรถได้ดีมากยิ่งขึ้น” บีญาเลสยังเสริมอีกว่าการทดสอบที่บุรีรัมย์ในครั้งนี้ดูเป็นไปในทางบวกมากกว่าการทดสอบแรกที่สนามเซปัง เพราะเจ้าตัวมีเวลามากพอที่จะทำความเข้าใจในตัวแข่ง RC16 มากขึ้นเรื่อย ๆ “ผมพอใจกับการทดสอบครั้งนี้มากกว่าครั้งก่อน (ที่สนามเซปัง)” “ซึ่งการพอใจครั้งนี้มันทำให้ผมสามารถขี่รถได้เร็วขึ้น อีกทั้งทีมยังมีแรงจูงใจสูงมาก พวกเขาสามารถทำงานได้ดีจริง ๆ โดยเฉพาะการเลือกสิ่งที่ถูกต้องในการทดสอบ เพราะพวกเราพยายามโฟกัสกับสิ่งที่ต้องปรับปรุงอยู่เสมอ และคิดว่าในช่วงแรกของฤดูกาลจะเป็นช่วงของการปรับตัว” “ดังนั้นผมจึงต้องอดทน และเชื่อมั่นในกระบวนการนี้ต่อไป” บีญาเลสจะลงแข่งขันอย่างเป็นทางการกับทีม Redbull KTM Tech3 ในการแข่งขันนัดเปิดสนาม MotoGP ในรายการ PT Grand Prix of Thailand 2025 ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

สองล้อฝันสลาย Nürburgring ห้ามมอเตอร์ไซค์ลงขับขี่ด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัย Nürburgring (นูร์เบอร์กริง) สนามที่ได้รับตำแหน่ง ‘โหดสุด’ แห่งวงการรถซิ่ง โดยสนามนี้ตั้งอยู่ที่เมืองเนือร์บวร์ค ประเทศเยอรมนี เป็นสนามที่เหล่าผู้หลงใหลในความเร็วทั้งสี่ล้อ และสองล้อเองก็ต่างที่จะใฝ่ฝันนำรถของตัวเองเข้าเหยียบพื้นที่นั่นสักครั้ง แต่สำหรับชาวไบค์เกอร์น่าจะทำได้แค่จินตนาการแล้ว เพราะประกาศล่าสุดของสนามแข่งในตำนานแห่งนี้จะเปิดให้เฉพาะรถยนต์เท่านั้น โดยให้เหตุผลด้านความปลอดภัย นูร์เบอร์กริงออกกฎใหม่ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ที่คาดว่าน่าจะสะเทือนชาวสองล้อไม่น้อย โดยเป็นครั้งแรกที่สนามแข่งขันชื่อดังของเยอรมนีแห่ง ‘สั่งห้ามมอเตอร์ไซค์เข้าร่วมการแข่งขันด้วยรถสาธารณะ’ หรือ Touristenfahrten Touristenfahrten คืออะไร Touristenfahrten (อ่านว่า “ทัวริสเทนฟาร์เทน”) เป็นคำในภาษาเยอรมันแปลตรงตัวว่า การขับขี่ของนักท่องเที่ยว โดยกิจกรรมนี้คือการที่สนามแข่งแห่งนี้จะมีช่วงเวลาที่เปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถนำรถส่วนตัวมาขับบนสนามได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นนักแข่งมืออาชีพ โดยการวิ่งต่อรอบจะไม่มีการจับเวลาอย่างเป็นทางการ ซึ่งหมายความว่าผู้ขับขี่ที่เข้ามาร่วมกิจกรรมนี้สามารถขับขี่ได้อย่างไม่ต้องรีบร้อนอะไร เก็บประสบการณ์ในสนามได้เต็มที่ หรือจะอยากทดลองการทำเวลาต่อรอบก็ย่อมทำได้ แต่ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัย อาทิ ไม่ขับขี่แบบอันตราย หรือการแซงแบบผิดกฎ ซึ่งการเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวนี้สามารถร่วมได้ทั้งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ เพียงแค่เสียค่าธรรมเนียมต่อรอบเพียง 30 ยูโร ตีเป็นเงินไทยราว ๆ 1,1000 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ก็สามารถร่วมสร้างตำนานบนสนามแข่งแห่งนี้ได้แล้ว และที่สำคัญต้องปฏิบัติตามกฎของสนามแข่ง สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของกิจกรรมนี้ได้ที่นี่ (คลิ๊ก) สั่งห้ามมอเตอร์ไซค์ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย จากคลิปวิดีโอด้านบน ถ้าดูแล้วก็คงไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรต่อ และกิจกรรมนี้สำหรับชาวสองล้อคงต้องสิ้นสุดไว้เพียงเท่านี้เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัยที่สนามมีต่อนักท่องเที่ยวทุกคน เพราะการลงขับขี่ในสนามแต่ละรอบ รถยนต์ และรถจักรยานยนต์จะลงสนาม และขับขี่พร้อมกัน และแน่นอนว่าเกิดอุบัติเหตุนับครั้งไม่ถ้วนสำหรับรถยนต์ และรถยนต์จักรยานยนต์ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเหตุให้ต้องยกเลิกในการให้รถจักรยานยนต์ลงขับขี่ในกิจกรรมนี้ “พลวัตการขับขี่ที่แตกต่างกันระหว่างรถสองล้อและสี่ล้อ อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและเพิ่มความเสี่ยง โดยเฉพาะสำหรับนักบิดมอเตอร์ไซค์ เพื่อให้ประสบการณ์ขับขี่ปลอดภัยขึ้นสำหรับทุกคน ตั้งแต่นี้ไป รถยนต์และมอเตอร์ไซค์จะถูกแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง” ซึ่งหมายความว่าหลังจากนี้เป็นต้นไปการขับขี่ด้วยรถสาธารณะภายในสนามจะถูกเปิดให้เฉพาะรถยนต์เพียงเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรก็ตามแต่เหล่าไบค์เกอร์ทั้งหลายก็ยังสามารถขับขี่บนสนามได้ แต่จะถูกจำกัดให้เข้าร่วมเฉพาะการขับขี่แบบ ‘Guided Rides’ หรือการขับขี่แบบมีผู้ดูแลภายใต้การฝึกอบรมที่จัดขึ้นโดยมืออาชีพเท่านั้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Pirelli วางแผนอาวุธ ลุยสนามแรก WSBK 2025 Pirelli วางแผนอาวุธ สนามแรก..พร้อมยืนยันผลลัพธ์อันยอดเยี่ยมสำหรับยางที่ใช้ในการทดสอบ Pre-Season Test ที่ฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ พร้อมโชว์ผลงานเด่นกับ Best Lap ดีที่สุดโดย Nicolo Bulega (WorldSBK) และ Bendsneyder (WorldSSP) จากข้อมูลการทดสอบ Pre-Season Test ที่สนามฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ที่ผ่านมา นักแข่งส่วนใหญ่สามารถจบเวลาต่อรอบด้วยดี ด้วยการใช้ยางหน้ามิเดียม SC1 และยางฮาร์ด SC2 จับคู่ยางซอร์ฟด้านหลัง SC0 รวมถึงยางมิเดียมโปรโตไทป์ 2 รุ่นใหม่ D0286 และ D0922 ในขณะที่รุ่น WorldSSP ใช้เนื้อยางเช่นเดียวกันก็คือ SC1 มิเดียม และยางฮาร์ด SC2 ส่วนยางหลังเป็นรุ่นพัฒนาเฉพาะอย่าง A1128 มิเดียมเพียงออปชันเดียว ยางโปรโตไทป์ D0922 ลงทดสอบครั้งแรก New rear for WorldSBK สำหรับเจ้า D0922 เป็นยางหลังรุ่นโปรโตไทป์ที่ใช้ทดสอบที่นี่เป็นครั้งแรก เมื่อเปรียบเทียบกับยาง SC1 มิเดียมและ D0286 (เปิดตัวครั้งแรกไปเมื่อปีที่แล้ว) ทั้งสองรุ่นจะมีโครงสร้างและเนื้อยางต่างกัน โดยยาง D0922 คุณสมบัติให้ความทนทานพิเศษ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการแข่งขันที่จะต้องรีดสมรรถนะยางให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งนักแข่งต่างพึ่งพอใจ และชื่นชอบความเสถียรภาพของยางรุ่นนี้ Bulega – Bendsneyder สุดยอดนักบิด No.11 กับ Best Lap ด้วยยาง Pirelli Nicolo Bulega Bo Bendsneyder สุดคึกคักสำหรับการเทสทดสอบเมื่อช่วงปลายวีคที่ผ่านมา โดย 2 นักบิดคู่คลาสที่ขึ้นนำหัวแถวอย่าง Nicolo Bulega #11 (Aruba.it Racing – Ducati) เหมาอันดับหัวตารางพร้อมผลเวลาทดสอบดีสุดที่ 1:28.680 นาที ใน Session 3 ส่วนอีกคนที่ทำเวลาดีสุดในคลาสรองลงมาก็คือ Bo Bendsneyder #11 (MV Agusta Reparto Corse) รุ่น WorldSSP กับผลเวลาดีสุดที่ 1:31.595 นาทีใน Session 4 การแข่งขันแบบ Flag-to-Flag เนื่องด้วยผิวแทร็กที่ปรับสภาพใหม่ ทางผู้จัดอย่างดอร์น่าจึงได้ประกาศสำหรับการแข่งขันแบบ Flag-to-Flag โดยนักแข่งทุกคนจะต้องเข้าพิทในระหว่างแข่งขันเพื่อเปลี่ยนยาง และยางที่ใช้จะต้องรองรับการสวิงของอุณหภูมิที่รวดเร็ว ทุกการตัดสินใจจะเป็นตัวกำหนดว่าใครจะใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ และใครจะพลาดโอกาสสำคัญ Pirelli แสดงความพึงพอใจต่อการทดสอบและผลงานของทีมและนักแข่ง โดยกล่าวว่า : “เราพอใจกับงานที่ทีมและนักแข่งทำในระหว่างการทดสอบสองวัน แม้จะทราบดีว่า การแข่งขันจะถูกจัดขึ้นในรูปแบบ Flag-to-Flag ซึ่งนักแข่งต้องเข้าพิทเพื่อเปลี่ยนยาง แต่นักแข่งหลายคนยังคงใช้ยางเดิมวิ่งต่อไปได้นานเกินกว่าจำนวนรอบที่กำหนดสำหรับการแข่งขันจริง แม้ว่าจะไม่ได้วิ่งต่อเนื่องกันตลอด แต่พวกเขายังสามารถเข้าและออกจากพิทได้อย่างต่อเนื่องเพื่อทดสอบยางในสถานการณ์ต่าง ๆ” “โซลูชันยางทั้งหมดที่เราให้ทดสอบ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามี สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ไม่มีสัญญาณของการสึกหรอผิดปกติ ซึ่งเป็นเหตุผลที่เรายืนยันให้ใช้ยางเหล่านี้ในการแข่งขันจริง ควรสังเกตว่าอุณหภูมิของแทร็กในช่วงสองวันนี้ค่อนข้างต่ำ แต่เราทราบดีว่า ความร้อนที่ฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ สามารถส่งผลต่อสมรรถนะของยางได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม เรารวบรวมข้อมูลที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะเกี่ยวกับยางหลังรุ่นใหม่ D0922 ซึ่งนักแข่งไม่เคยใช้มาก่อน และพวกเขาต่างชื่นชมสำหรับความเสถียรที่เพิ่มมากขึ้น” เราอาจได้เห็นสถิติใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในสนามนี้ รวมถึงสนามอื่น ๆ อีกมากมายด้วยยางพีเรลลี หากใครที่ต้องการความเร็ว แรงและการยึดเกาะที่ยอดเยี่ยม ยางรุ่นนี้..เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ “เราขายยางที่เราใช้แข่ง เราแข่งด้วยยางที่เราขาย” อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jorge Martin คิดว่าการแข่ง 4 สนามแรกแค่น้ำจิ้ม Jorge Martin นักแข่งแชมป์โลกสมัยล่าสุดที่ย้ายไปเข้าร่วมทีมโรงงานค่าย Aprilia Racing โดยปัจจุบันเจ้าตัวนั้นอยู่ช่วงระหว่างพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ หลังจากที่เขาได้เกิดอุบัติเหตุระหว่างการซ้อมที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซียในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากที่ทดสอบได้เพียง 13 รอบเท่านั้น อาการบาดเจ็บอย่างรุนแรงของ ‘มาร์ติเนเตอร์’ ทำให้เจ้าตัวต้องเข้ารับการผ่าตัด และพลาดการสอบอย่างเป็นทางการในรอบสุดท้ายที่สนามจังหวัดบุรีรัมย์ แต่ก็เหมือนได้อย่างเสียอย่าง ขณะที่ทีมเมทของมาร์ตินอย่าง ‘Marco Bezzecchi’ สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมได้รอบ FP4 ด้วยเวลาต่อรอบดีสุดที่ 1:29.060 นาที จบด้วยอันดับ 1 ของตาราง โดยผู้จัดการทีมของ Aprilia อย่าง Paolo Bonora เผยว่า หลังจากที่ฆอร์เก้ มาร์ตินได้รับบาดเจ็บที่สนามเซปัง ทำให้ทางทีมต้องมีการปรับแผนการซ้อมใหม่ทั้งหมด แต่ก็โชคดีที่เบซเซคคี่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และนักทดสอบก็ยังเค้นประสิทธิภาพเพื่อปรับแต่งบางอย่างเพื่อให้เข้ากับสไตล์การขี่ของมาร์ตินได้อีกด้วย “หลังจากที่ Jorge ได้รับบาดเจ็บที่เซปัง เราต้องปรับแผนใหม่ทั้งหมด เรามีหลายอย่างที่ต้องทดสอบ และโชคดีที่เราสามารถทำงานทั้งหมดเสร็จสิ้นตามแผน เราผ่านรายการทดสอบที่ยาวนานของเราได้สำเร็จ” “Marco ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เขาสามารถกำหนดเซ็ตอัพพื้นฐาน ทั้งในส่วนของอิเล็กทรอนิกส์และแชสซีได้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ การมี Lorenzo Savadori (นักบิดทดสอบของ Aprilia) มาช่วย ยังทำให้เราสามารถปรับแต่งทุกอย่างให้กับ Jorge ได้อีกด้วย” “ตอนนี้เรากำลังรอ Jorge กลับมา เพราะจำเป็นที่เขาจะต้องได้รับเซ็ตอัพพื้นฐานที่เราค้นพบในช่วงฤดูหนาว เราหวังว่าในสนามแรก เขาจะสามารถปรับตัวและสร้างความมั่นใจกับตัวรถได้อย่างรวดเร็ว” “ขณะนี้ แผนการฟื้นตัวทางการแพทย์ของเขาอยู่ภายใต้การควบคุมทั้งหมด อาการของเขาดีขึ้นทุกวัน และเราตั้งตารอที่จะได้เขากลับมาร่วมทีมโดยเร็วที่สุด” และผู้จัดการทีมของ Aprilia เองก็ยอมรับว่าการที่พลาดการทดสอบไปหลายร้อยรอบสนามนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะเอากลับมาได้ง่าย ๆ ดังนั้นทางทีมจะยึดถือว่าการแข่งในนัดเปิดสนามทั้ง 4 สนาม (สนามประเทศไทย, สนามอาร์เจนติน่า, สนามประเทศสหรัฐอเมริกา และสนามประเทศการ์ตาร์) จะถือว่าเป็นสนามสำหรับทดสอบของแชมป์โลกคนล่าสุด “พูดตามตรง เรามองว่าสี่สนามแรกที่แข่งนอกยุโรปเป็นเหมือนการทดสอบสำหรับ Jorge เพราะเขาพลาดโอกาสทดสอบที่เซปังและบุรีรัมย์” “ใน MotoGP เมื่อนักแข่งเปลี่ยนจากรถคันหนึ่งไปสู่อีกคันหนึ่ง พวกเขาต้องใช้เวลาในการสร้างความมั่นใจ มันจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อช่วยเขา” “เราสังเกตเห็นว่า Marco สามารถปรับตัวเข้ากับรถได้อย่างรวดเร็วที่บุรีรัมย์ ซึ่งทำให้เรามั่นใจยิ่งขึ้นว่าเราจะสามารถส่งมอบรถที่ดีให้กับ Jorge ได้” การแข่งขัน MotoGP ประจำฤดูกาล 2025 จะเริ่มเปิดฉากการแข่งขันอย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 นี้ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

กฏการแข่ง motogp และ wsbk ที่คุณอาจ(ไม่)รู้ เคยสังเกตไหมหล่ะครับ ว่าการแข่งขันสองล้อระดับเวิร์ลคลาสที่หลาย ๆ คนรู้จัก และได้รับการยอมรับจากแฟน ๆ ทั่วโลกทั้งศึกโปรโตไทป์ MotoGP และโปรดักท์ชัน WorldSBK ที่จัดขึ้นโดยผู้จัดเจ้าเดียวกันอย่าง ดอร์น่า สปอร์ต ซึ่งในประเด็นนี้ คุณผู้ชมอาจรู้จักกันหมดแล้ว ดังนั้น เรามาเจาะจุด กฏการแข่ง motogp และ wsbk ความต่างระหว่างตัวแข่งของทั้งสองรายการว่ามีข้อกฎการแข่งที่คุณอาจไม่รู้ จะมีเรื่องอะไรบ้าง ? ระบบกันสะเทือน (Active) – ช่วงล่างปรับแต่งเองโดยผู้ขับขี่ MotoGP : แบน ไม่อนุญาตให้ใช้ เพื่อลดความยุ่งยากและกลไกความซับซ้อน ทางดอร์น่าจึงไม่อนุญาตให้ทีมแข่งขันใช้ระบบช่วงล่างที่สามารถปรับแต่งเองได้โดยผู้ขับขี่ หรือที่เราเรียกง่าย ๆ ว่าโช้คไฟฟ้านั่นแหล่ะ ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีสำหรับการเก็บข้อมูลเชิงลึกในการแข่งขัน ให้ฝ่ายเทคนิคของแต่ละทีมได้แก้โจทย์ปัญหาต่าง ๆ ภายใต้เวลาที่จำกัด WSBK : ถึงแม้ว่าการแข่งขันเวิร์ลซูเปอร์ไบค์จะกำหนดให้ใช้สเปคตัวแข่งเวอร์ชันโรงงาน แต่ทว่าในเรื่องของช่วงล่างไฟฟ้าที่ติดมาให้อยู่แล้วในบางรุ่นอย่าง CBR1000RR-R SP หรือ Ducati Panigale V4R ก็ถูกแบนเช่นเดียวกัน ให้ใช้ช่วงล่างที่ปรับด้วยเครื่องมือเท่านั้น เครื่องยนต์ 2 จังหวะ MotoGP : (แบน) จากตำนานตัวแข่ง 2 จังหวะถูกยกเลิกใช้แข่งขันไปเมื่อปี 2002 และทดแทนด้วยสเปคเครื่องยนต์ใหม่ ด้วยปริมาตรกระบอกสูบ 990 ซีซี 4 จังหวะ เพื่อลดมลพิษทางอากาศและสอดคล้องกับเทคโนโลยีใช้งานบนท้องถนน *โดยปัจจุบันได้มีการลดสเปคสำหรับตัวแข่งขันในปี 2027 โดยลดปริมาตรกระบอกสูบซีซีจากเดิม 1,000 ซีซี ลดลงเหลือเพียง 850 ซีซี เพื่อลดมลพิษทางอากาศ ซึ่งทำลายสุขภาพและยังเป็นการลดต้นทุนให้กับแบรนด์ค่ายรถอีกด้วย WSBK : ถึงแม้จะถอดรูปแบบการแข่งขันรถ 2 จังหวะจากศึกตำนานอันโด่งดังอย่าง Formula TT แต่ World SuperBike Championship หรือ WSBK นั้นสร้างปฐมบทเรื่องราวด้วยตัวแข่ง 4 จังหวะอย่างเครื่องยนต์ V-Twin ของค่ายดูคาติ อาพริเลีย และฮอนด้า และตัวแข่งคลาส 750 ซีซี 4 เม็ดเรียงจากผู้ผลิตญี่ปุ่น จนกระทั่งปรับขึ้นมาเป็นรุ่น 1,000 ซีซีในปัจจุบัน ระบบ Seamless gearbox ระบบส่งกำลัง Seamless-Shift Transmissions หรือระบบเกียร์แบบไร้รอยต่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเชนเกียร์+/- อย่างสเถียรโดยไม่ต้องรอรอบและไม่ต้องกำคลัตช์ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวได้ถ่ายทอดถอดแบบมาจากโมโตจีพี ในเทคโนโลยีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ควิกชิฟเตอร์ แอสซิสต์สลิปเปอร์คลัตช์ MotoGP ในรายการโมโตจีพีอนุญาตให้ใช้ในการแข่งขัน WSBK แบน ให้ใช้ชุดเกียร์ที่ติดตั้งมาจากโรงงานเท่านั้น คันเร่งไฟฟ้า กับ ระบบแทร็คชันคอนโทรล MotoGP ไม่อนุญาตให้ใช้คันเร่งไฟฟ้า แต่ระบบแทร็คชันคอนโทรลอนุโลมให้ใช้บางส่วนเท่านั้น (อยู่ภายในการควบคุม) WSBK สามารถใช้ได้เฉพาะเวอร์ชันที่ติดตั้งจากโรงงานเท่านั้น วิงก์เล็ต -เทคโนโลยียอดฮิตที่นิยมใช้ในปัจจุบัน MotoGP อนุญาตให้ใช้ แต่ปีกชิ้นส่วนต่าง ๆ ต้องยึดติดกับแฟริ่งกับตัวรถเท่านั้น WSBK ให้ใช้ปีกวิงก์เล็ตเฉพาะเวอร์ชันที่ติดตั้งมาจากโรงงาน ไม่สามารถติดในส่วนอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ สูตรน้ำมันเบนซิน (ห้ามใช้สารเชื้อเพลิงที่มีสารตะกั่ว) MotoGP : เพื่อลดมลพิษทางอากาศ ในปี 2024 โมโตจีพีได้เปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงสังเคราะห์และเชื้อเพลิงชีวภาพ ทดแทนเชื้อเพลิงที่มีสารตะกั่วซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพร่างกาย *และมีแนวโน้มที่จะยกเลิกการใช้น้ำมันมาจากฟอสซิล อาจจะเป็นน้ำมันไบโอฟิวหรือไม่ก็เป็นน้ำมันสังเคราะห์ที่เป็นเชื้อเพลิงสะอาด 100% ในอนาคต WSBK : มีการปรับเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงที่ไม่ได้มาจากแหล่งฟอสซิล 40% ในปัจจุบันและคาดว่าจะมีการปรับมาใช้เชื้อเพลิงพลังงานสะอาดในเร็ว ๆ นี้ ระบบจุดเบิด Screamer ทางดอร์น่าได้ยกเลิก ให้ใช้เครื่องยนต์ที่จุดระเบิดแบบ Screamer ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่กระจายการจุดระเบิดที่สม่ำเสมอ (ให้กำลังในรอบสูง) ซึ่งส่งผลให้ตัวรถนั้นควบคุมได้ยากและกินเนื้อยาง จึงให้ปรับมาใช้การจุดระเบิดแบบ Big Bang ซึ่งให้การควบคุมที่ง่ายกว่า MotoGP : แบน WSBK : แบน จากเบรกคาร์บอน MotoGP : อนุญาตให้ใช้จานคาร์บอน (เฉพาะสนามแห้ง) ส่วนสนามเปียกให้ใช้เป็นจานดิสก์เบรก (เนื้อโลหะ)

ทำไม Ducati เลือกใช้ GP24 แทน GP25 ในฤดูกาล MotoGP 2025? การแข่งขัน MotoGP เปรียบเสมือนเวทีสูงสุดของการแข่งขันสองล้อ ที่ต้องปะทะกันด้วยเทคโนโลยีและกลยุทธ์ระดับสูง โดยดูคาติหนึ่งในเจ้าแห่งสนามในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้สร้างความประหลาดใจให้กับแฟน ๆ ว่า ทำไม Ducati เลือกใช้ GP24 แทน GP25 ที่เป็นรถรุ่นใหม่สุดสำหรับการแข่งขันฤดูกาล 2025 นี่จึงเป็นคำถามที่ค้างคาใจแฟนความเร็วทั่วโลกว่าทำไม ดูคาติถึงเลือกขี่ตัวแข่งเวอร์ชันเก่าที่เคยใช้งานมาแล้ว แทนที่จะเป็นโฉมใหม่..เพราะอะไรหล่ะ ? เรามาเจาะลึกถึงเหตุผลและผลกระทบของการตัดสินใจนี้กัน ปัญหาของ GP25 ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ GP25 กับความไม่แน่นอน : แม้ว่า GP25 จะเป็นตัวแข่งรุ่นใหม่ แต่จากการทดสอบที่ เซปังและบุรีรัมย์ กลับพบว่าตัวแข่งรุ่นนี้ยังไม่สามารถคุมตัวเองได้ดีพอเหมือน GP24 นักแข่งระดับแชมป์โลกอย่าง Francesco Bagnaia เปรียบเปรยว่าขับ GP25 เหมือนจับเสือมือเปล่า เพราะยังเดาทางไม่ถูกว่ามันจะกระโจนไปทางไหน Marc Márquez ที่เพิ่งเข้ามาร่วมทีมก็ยังต้องปรับตัวราวกับต้องฝึกใหม่ ทำให้ GP25 ยังเสมือนเป็นสัตว์ร้ายที่ยังไม่ยอมเชื่องกับนักขี่ของมัน เครื่องยนต์ของ GP25 ต้องลับให้คมกว่านี้ : ตามกฎของโมโตจีพี เครื่องยนต์ที่เลือกใช้ในปี 2025 และ 2026 จะถูก “แช่แข็ง” ไม่สามารถปรับแต่งได้จนกว่าจะถึงปี 2027 ดังนั้นหากเลือกใช้ GP25 ที่ยังไม่คมพอ ดูคาติอาจต้องทนใช้ดาบทื่อไปอีกสองปี นอกจากนี้ เสียงตอบรับจากนักแข่งก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า GP24 ยังให้ฟีลลิ่งการขับขี่ที่มั่นคงกว่า ทำไม Ducati ถึงเลือกขี่ตัวแข่งเดิม? GP24 เป็นรถแข่งที่ผ่านสมรภูมิมาแล้ว ซึ่งต่างจาก GP25 ที่ยังไม่เคยลงสนาม เพราะฉะนั้นดูคาติจึงรู้จุดแข็งจุดอ่อนของ GP24 เป็นอย่างดี และสามารถปรับแต่งให้สมบูรณ์ได้มากขึ้น อีกทั้งนักแข่งไม่ต้องเสียเวลาปรับตัวให้เข้ากับรถใหม่ ทำให้สามารถลงสนามได้อย่างเต็มที่ตั้งแต่เริ่มฤดูกาล ดูคาติไม่ได้ตัดสินใจเพียงลำพัง แต่ให้ความสำคัญกับเสียงของนักแข่งเช่นกันอย่าง บัญญาญ่ายังยืนยันว่า GP24 ให้ความรู้สึกที่มั่นใจกว่า ขณะที่มาร์เกซย่อมเห็นด้วยว่าการเริ่มต้นด้วย GP24 จะช่วยให้เขาโชว์ฟอร์มได้เร็วขึ้น แทนที่จะต้องใช้เวลาปรับตัวไปกับ GP25 GP25 ขอเวลาลับให้คมกว่านี้ แม้ว่า GP24 จะถูกเลือกให้ใช้แข่งขันในปีนี้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า Ducati จะทิ้ง GP25 ไปเสียทีเดียว ทีมวิศวกรกำลังลับดาบ GP25 ให้แหลมคมพอจะเชือดคู่แข่งในอนาคต GP25 อาจถูกนำมาใช้จริงในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล หรือกลายเป็นอาวุธลับในปี 2026 ก็เป็นไปได้ ผลกระทบของการตัดสินใจนี้ต่อ MotoGP 2025 Ducati ยังครองบัลลังก์แห่งความเร็ว : การเลือกใช้ GP24 ทำให้ดูคาติยังคงรักษาความต่อเนื่องของฟอร์มแชมป์ไว้อย่างเหนียวแน่น ซึ่ง GP24 พิสูจน์แล้วว่าเป็นรถที่เร็วและเสถียร นักแข่งสามารถลงสนามด้วยความมั่นใจตั้งแต่วันแรก โอกาสของคู่แข่งเริ่มปรากฏ : แม้ดูคาติจะเลือกความปลอดภัย แต่คู่แข่งก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ ทั้ง Yamaha, KTM และ Aprilia ต่างพัฒนาตัวแข่งของตัวเองเช่นกัน อย่าง Yamaha ซุ่มพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่ที่อาจให้แรงม้ามากขึ้น KTM และ Aprilia ก็พัฒนาแอโรไดนามิกใหม่เพื่อเพิ่มความเร็วและการเข้าโค้ง เพราฉะนั้น GP25 จึงอาจเป็นอาวุธลับที่รอวันปลดปล่อย ใครบ้างที่ได้ใช้ GP สเปคปี 25 Francesco Bagnaia Marc Marquez Fabio Di Giannantonio แล้ว GP25 จะได้ใช้ช่วงไหน ? ดูคาติอาจเปิดตัว GP25 ในช่วงท้ายฤดูกาล หรือใช้เป็นรากฐานสำหรับปี 2026 หากสามารถปรับปรุงปัญหาต่าง ๆ ได้ อย่างไรก็ตามดูคาติยังคงพัฒนา GP25 ต่อไป สำหรับโฉม GP24 จากทีมโรงงานยังคงได้รับการอัปเดตเทคโนโลยีและระบบช่วงล่างในล่าสุด ซึ่งส่วนนี้จะมาเติมเต็มสมรรถนะและแก้ไขจุดบกพร่องได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หรือนี่อาจจะเป็นดูคาติ GP24 Pro max ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน… อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Thailand motogp test 2025 มาร์กสุดคึก !! กดเวลาท็อปตาราง หวิดเฉือนสถิติแชมป์โลก อาพริเลียสร้างผลงานใหม่ Honda Yamaha KTM ลุยพัฒนาต่อ

GP24 มันมีของ ! Marc Marquez กดเวลาดีสุดซ้อมบุรีรัมย์ เทสต์ 2025 วันแรก เปิดฉากอย่างเป็นทางการ กับการซ้อมในรอบ บุรีรัมย์ เทสต์ 2025 เรียกได้ว่าเข้มข้น ดุเดือด สมกับเป็นการซ้อมรอบสุดท้ายก่อนเปิดการแข่งขันในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยนักแข่งเจ้าของหมายเลข 73 จากทีม Gresini Racing อย่าง Alex Marquez ที่ควงตัวขี่ Ducati Desmosedici GP24 สามารถกดเวลาได้ดีสุดในการซ้อมวันแรกที่ 1:29.184 นาที ทางด้านของอันดับที่สองตกเป็นของ ‘มาร์เกซผู้น้อง’ Alex Marquez นักบิดจากทีม Gresini Racing ที่งัดฟอร์มเก่ง สามารถทำเวลาต่อรอบได้ดีที่สุดที่ 1:29.649 และอันดับที่สามได้แก่ Franco Morbidelli นักแข่งจากทีม VR46 Racing Team ที่สามารถกดเวลาต่อรอบดีสุดอยู่ที่ 1:29.683 นาที ทางด้านของฮีโร่ชาวไทย อย่าง ‘ก้อง-สมเกียรติ’ ที่ได้ควบ RC213V ลงซ้อมในการซ้อมรอบ Buriram Test สามารถทำเวลาต่อรอบได้ที่สุดอยู่ที่ 1:31.208 รั้งอันดับที่ 20 ของตาราง ตารางเวลาหลังจบการทดสอบวันแรก ชื่อนักแข่ง สังกัด เวลาที่สามารถทำได้ (นาที) Marc Marquez Ducati Lenovo Team 1:29.184 Alex Marquez Gresini Racing 1:29.649 Franco Morbidelli VR46 Racing Team 1:29.683 Marco Bezzecchi Aprilia Racing 1:29.794 Pedro Acosta Redbull KTM Factory Racing 1:29.904 Luca Marini Honda HRC Castrol 1:29.928 Johann Zarco LCR Honda 1:29.961 Pecco Bagnaia Ducati Lenovo Team 1:30.028 Brad Binder Redbull KTM Factory Racing 1:30.041 Jack Miller Prima Pramac Yamaha 1:30.047 Joan Mir Honda HRC Castrol 1:30.067 Alex Rins Monster Energy Yamaha MotoGP 1:30.206 Fabio Quartararo Monster Energy Yamaha MotoGP 1:30.233 Fermin Aldeguer Gresini Racing 1:30.373 Ai Ogura Trackhouse Racing MotoGP 1:30.453 Enea Bastianini KTM Tech3 1:30.461 Miguel Oliveira Prima Pramac Yamaha 1:30.738 Maverick Vinales KTM Tech3 1:30.827 Raul Fernandez Trackhouse Racing MotoGP 1:30.975 Somkiat Chantra LCR Honda 1:31.208 รอบซ้อมอย่างเป็นทางการของบุรีรัมย์ เทสจะลงซ้อมอีกครั้งในวันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป โดยการซ้อมในรอบนี้จะไม่มีการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการ หากไม่อยากพลาดข่าวสารก็ติดตาม SuperBike Thailand

2025 Buriram Test ครั้งสุดท้ายก่อนเปิดการแข่งขัน MotoGP25 2025 Buriram Test การทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายก่อนเริ่มการแข่งขันฤดูกาล 2025 อย่างเป็นทางการในช่วงปลายกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งการทดสอบครั้งนี้จะเป็นโอกาสสุดท้ายสำหรับทีม และนักแข่ง MotoGP ในการทดสอบรถแข่งก่อนที่การแข่งขันสนามแรกของฤดูกาลกำลังจะเริ่มขึ้น หลากหลายค่ายเองก็มีเรื่องต่าง ๆ ให้คิด และพิจารณาต่าง ๆ ค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง ‘Ducati’ ที่ตอนนี้กำลังคิดว่าจะใช้เครื่องยนต์ปี 2024 หรือ 2025 สำหรับการลงแข่งฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าเครื่องยนต์ของทาง Ducati เองก็มีพละกำลัง และเทคโนโลยีที่ค่ายอื่นยากที่จะตามทัน อีกทั้งยังการันตีความสำเร็จมากมายในการแข่งขันฤดูกาลที่ผ่านมา และมีข่าวจากวงในมาว่าตอนนี้เครื่องยนต์ของโมเดล GP25 ยังขาดอะไรบางอย่าง ซึ่งอาจจะหมายถึงความไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ก็เป็นได้ ทางด้านของค่ายรถ Yamaha เองนั้นก็สามารถสร้างความประหลาดใจได้ในการทดสอบในรอบเซปัง เทสที่ผ่านมา นักบิดเจ้าของหมายเลข 20 อย่าง ‘แฟ้บ’ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ สามารถกดเวลาได้ติดอันดับ Top 3 ตลอดการซ้อมในวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งหลายคนมองว่ามีความเป็นไปได้ที่ทีมจากค่ายส้อมเสียงนี้จะมาเป็นม้ามืดของฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะเปิดฉากในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ วันที่ลงทำการซ้อม เวลาที่สามารถทำได้ดีที่สุด รอบการซ้อมเซปัง เทสในวันที่ 1 01:57.5550 นาที (อันดับที่ 1) รอบการซ้อมเซปัง เทสในวันที่ 2 01:57.3240 นาที (อันดับที่ 2) รอบการซ้อมเซปัง เทสในวันที่ 3 01:56.7240 นาที (อันดับที่ 3) ทางฝั่งของทีม Aprilia จะไม่มีแชมป์โลกคนล่าสุดอย่าง ‘ฆอร์เก้ มาร์ติน’ ร่วมลงทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้าย ทีม VR46 จะไม่มี ‘ดิเจีย’ ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ และ Trackhouse Racing จะไม่มี ราอูล เฟอร์นันเดซ ซึ่งทั้งสามคนที่ได้กล่าวไปนั้นได้รับอาการบาดเจ็บจากการซ้อมในรอบเซปัง เทสที่ผ่านมา ตารางเวลาการทดสอบรอบ Buriram Test วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 10.00 – 18.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 10.00 – 18.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยการซ้อมในรอบนี้จะไม่มีการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการ หากแฟน ๆ ถ้าไม่อยากพลาดข่าวสารก็ติดตาม SuperBike Thailand ไว้ได้เลยจะรายงานให้ทราบในทุกเหตุการณ์แน่นอน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

มันดีทั้งคู่ !? Ducati คิดหนักเอาเครื่องไหนลง Buriram Test 2025 Buriram Test 2025 การทดสอบอย่างเป็นการทางครั้งสุดท้ายก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเปิดฉากแล้วในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ แต่ดูเหมือนว่าทางค่ายยักษ์ใหญ่จากประเทศอิตาลีอย่าง ‘Ducati’ จะยังคงตัดสินใจเลือกเครื่องยนต์สำหรับลงทดสอบไม่ได้ เพราะสเปคของเครื่องยนต์ทั้งปี 2024 และ 2025 เองก็มีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมทั้งคู่ สองนักบิดดาวดังของทีม เจ้าของแชมป์โลก 8 สมัย ‘มาร์ก มาร์เกซ’ และเจ้าของแชมป์โลก 3 สมัย ‘เป้กโก้ บัญญาย่า’ ได้ลงทดสอบเครื่องยนต์ทั้งสองแล้ว และทั้งคู่เองก็ทราบดีว่าการคว้าแชมป์ของทั้งคู่จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกเครื่องยนต์ในครั้งนี้ @ducaticorse go fast. go far. go together. TEAMWORK 🤝🔴 #SepangTest #ForzaDucati #DucatiLenovoTeam #Ducati ♬ suono originale – Ducati Corse มาร์กยังไม่มั่นใจเครื่องยนต์ GP25 มาร์ก ได้ออกมาเผยว่าตอนนี้ทางทีมวิศวกรของทีมกำลังวิเคราะห์อย่างหนัก และมันเป็นเรื่องที่ยากเพราทางทีมเองก็มีเครื่องที่ดีที่สุดที่พร้อมใช้งานอยู่แล้ว “มันไม่ใช่แค่เครื่องยนต์อย่างเดียว แต่มันรวมทั้งของหลายๆ สิ่งที่อยู่ในเครื่องยนต์นี้ และตอนนี้วิศวกรของทีมเรายังพอมีเวลาที่จะคิดวิเคราะห์ พวกเราทำการทดสอบหลายรอบ ทั้งผมและเป้กโก้ (ฟรานเชสโก บัญญาญา)” “เราต้องมั่นใจให้ได้ 100% ว่าเครื่องยนต์สำหรับปี 2025 นั้นดีกว่าอย่างชัดเจน และตอนนี้เรายังไม่แน่ใจ ดังนั้นเราต้องรอ เพราะทีมของพวกเราไม่อยากที่จะเสี่ยงโดยไม่จำเป็น” “เพราะเครื่องยนต์เดิมของทีม Ducati (เครื่องยนต์ที่ใช้ในปี 2024) พวกเขาสามารถคว้าชัยได้ถึง 19 สนามจากการแข่งขัน 20 สนาม นั่นก็เรื่องที่พิสูจน์ด้วยตัวมันเองแล้วว่าเครื่องยนต์นั้นมีความยอดเยี่ยมมากขนาดไหน แต่ก็แน่นอนว่า วิศวกร และทีมผู้ผลิตเองก็ต้องการให้มีการพัฒนาที่ดียิ่งขึ้นเสมอ แต่ถ้ามันยังไม่แน่นอน 100% การถอยกลับไปใช้ของเดิมอาจจะเป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่า แต่เครื่องยนต์สำหรับปี 2025 ก็มีข้อดีบางอย่างอยู่ ดังนั้นเรายังต้องพยายามทำความเข้าใจให้ชัดเจนต่อไป” บัญญาย่ามองว่าเครื่องยนต์ใหม่นี้ ยังขาดบางสิ่งบางอย่างอยู่ ทีมเมทของมาร์ก อย่าง เป้กโก้ บัญญาย่า ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับเครื่องยนต์ทั้งคู่นี้ว่า โมเดลปี 2024 ก็เป็นเครื่องที่มีอายุมากกว่า 1 ปีแล้ว แต่เครื่องยนต์ใหม่ของปี 2025 ก็ยังขาดบางสิ่งบางอยู่ “ความจริงก็คือ GP24 เป็นรถที่ยอดเยี่ยมและทำงานได้ดีมาก แต่มันเป็นเครื่องยนต์ที่เราใช้งานมาหนึ่งฤดูกาลแล้ว ส่วน GP25 นั้น เครื่องยนต์ดูดีมาก การส่งกำลังก็ยอดเยี่ยม แต่ก็ยังขาดบางอย่างอยู่” “ดังนั้น นี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่าย และเรายังคงต้องใช้เวลาสองวันในประเทศไทยเพื่อทำความเข้าใจให้มากขึ้น” ทางด้านของผู้จัดการทีม Ducati Lenovo ‘ดาวิเด้ ทาร์โดซซี่’ มีความคิดเห็นเกี่ยวกับเครื่องยนต์ใหม่ไปในทิศทางเดียวกับเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัย และเผยว่าหลังจากเสร็จสิ้นการทดสอบที่เซปัง ประเทศมาเลเซียทางทีมก็มีความเอนเอียงจะไปใช้เครื่องยนต์ในปี 2024 มากกว่า “เครื่องยนต์ปี 2025 มีศักยภาพที่ดีมาก แต่สุดท้ายแล้ว กฎระเบียบบังคับให้เราต้องเล่นอย่างรอบคอบ เพราะเครื่องยนต์นี้จะต้องถูกใช้ไปอีกสองปี” “ดังนั้น ในตอนนี้ สมดุลยังคงเอนไปทางเครื่องยนต์ปี 2024 มากกว่าปี 2025 แต่การตัดสินใจครั้งสุดท้ายจะเกิดขึ้นที่ประเทศไทย” ทีม Ducati Lenovo จะลงทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายในรอบบุรีรัมย์ เทส ระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ และจะลงแข่งขันในนัดเปิดสนามของฤดูกาล 2025 ที่สนามเดียวกัน ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ จะเครื่องใหม่ หรือเครื่องเก่า แฟน ๆ Ducati รอดูได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก