
ฮอนด้า ตอนนี้กำลังมุ่งพัฒนาตัวแข่งของทางค่ายอย่าง RC213V ซึ่งอเล็กซ์ เอสปาร์กาโร่รับ หลังปี 2027 การกลับมาของฮอนด้าคราวนี้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ฮอนด้า ตอนนี้กำลังมุ่งพัฒนาตัวแข่งของทางค่ายอย่าง RC213V ซึ่งอเล็กซ์ เอสปาร์กาโร่รับ หลังปี 2027 การกลับมาของฮอนด้าคราวนี้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

กิจกรรมดี ๆ จาก SuperBikeMag ที่ปิดสนามแข่งแล้วเปิดโอกาสให้เหล่านักบิดมาลองกระแทกคันเร่งหากเป็นกลุ่มผู้คนที่รักในการขี่รถจักรยานยนต์ เสพติดความเร็ว หรือมองว่าความเร็วคือเรื่องท้าทาย หรือเป็นผู้ที่ชอบในการเทโค้งแบบนักแข่งในระดับการแข่งขัน MotoGP หรืออยากจะพัฒนาทักษะการควบคุมรถให้ประสิทธิภาพมากยิ่ง จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ กิจกรรม Trackday ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จะให้เหล่าไบค์เกอร์ได้ทำในสิ่งที่พึงปราถนาด้วยความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ หรือมือเก๋า ซึ่งในบทความนี้จะมาเล่าให้ผู้อ่านได้รู้จักกับกิจกรรมการขี่รถ Trackday ว่ามันคืออะไร แล้วมันควรค่าแก่การไปขี่อย่างไร ? Trackday คืออะไร Trackday (แทร็คเดย์) คือกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้กับเหล่ายอดนักบิด หรือเหล่าไบค์เกอร์ที่ชื่นชอบในความเร็ว ได้นำรถจักรยานยนต์คู่ใจของตัวเองเข้าไปลองขับขี่ในสนามแข่งขันจริง ๆ ซึ่งจุดประสงค์ของกิจกรรมนี้ไม่ใช่การนำรถเพื่อไปแข่งขันกับผู้อื่น แต่มันคือกิจกรรมสำหรับการ ‘ฝึกทักษะการขับขี่’ ให้กับผู้ที่ชื่นชอบในการขี่รถจักรยายนต์ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกควบคุมรถ หรือพัฒนาการความสามารถในการขับขี่ของตัวเอง โดยที่ไม่ต้องกังวลในเรื่องของอันตรายที่จะเกิดจากสภาพแวดล้อมบนถนนสาธารณะ กิจกรรมการขี่แทร็คเดย์แน่นอนว่าจะต้องขับขี่ในสนามแข่งที่ได้มาตรฐานเท่านั้น อาทิ สนามพีระเซอร์กิต พัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งพ้อทย์หลัก ๆ จะเป็นการจัด Route การขับขี่ให้ผู้ขับขี่ได้เข้าใจไลน์การขับขี่ เข้าโค้ง ฝึกเบรก รวมไปถึงการเข้าใจพฤติกรรมการขับขี่ของตัวเองมากขึ้น และที่สำคัญมันสามารถขับขี่ ‘ได้อย่างเต็มพิกัด’ มากกว่าการไปขับขี่บนถนนสาธารณะ อาจจะมีข้อสงสัยสำหรับบางท่านว่ากิจกรรมนี้มันต่างจากการแข่งขันทั่ว ๆ ไปยังไง มันต่างตรงนี้ครับ ‘แทร็คเดย์’ ไม่ใช่การแข่งขัน ไม่มีการจับเวลา ไม่เน้นการแซงหรือขับเบียดกัน ขับขี่กันแบบมิตรภาพ และที่สำคัญ ‘เน้นความปลอดภัยเป็นหลัก’ กิจกรรมนี้เหมาะกับใคร ? อ่านมาถึงตรงนี้ก็น่าจะเกิดข้อสงสัยไม่น้อยว่า ‘แล้วกิจกรรมนี้มันเหมาะกับใคร’ กิจกรรมการขี่ Trackday อาจจะดูเป็นมิตรอย่างมากกับเหล่านักบิดมือใหม่ที่ต้องการฝึกทักษะการขับขี่อย่างจริงจัง ที่ต้องมีการเรียนรู้ว่าขี่เร็วอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่เพียงแค่เหมาะกับมือใหม่ แต่วัยเก๋าที่ต้องการจะรื้อวิชา หรืออยากจะขับขี่เล่น ๆ ก็มักจะมีให้พบเห็นอยู่ทั่วไป สมัครขี่รายการ Trackday ต่างจากมาขี่เองคนเดียวยังไง ? พัฒนาทักษะการขับขี่ ไม่ได้แค่เปิดแทร็คให้ขยี้คันเร่งกันอย่างสนานมือเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นการ ‘ขี่เร็วและคุมให้ได้’ ซึ่งประโยชน์ของกิจกรรมนี้ไม่ใช่เพียงแค่ขี่เร็วแล้วให้คุมรถอยู่ แต่ผู้ขับขี่ยังได้ฝึกการเข้าโค้งอย่างถูกต้อง การวางน้ำหนัก การเบรกก่อนเข้าโค้ง และการเร่งออกจากโค้ง 2. ปลอดภัยจากความเสี่ยงบนถนนจริง แน่นอนว่าบนถนนสาธารณะมันมีไว้ให้สำหรับการเดินทาง และการสัญจรไปมาเพียงเท่านั้น การที่จะนำม้าศึกไปเทสต์ความเร็วสูงสุด หรือการเรียนรู้ทักษะการขับขี่ก็อาจจะดูเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยน่าประทับใจสักเท่าไหร่สำหรับผู้ขับขี่ท่านอื่น ๆ การขับขี่ใน ‘สนามแข่ง’ จึงเป็นทางเลือกที่ดี และปลอดภัยมากที่สุดสำหรับผู้ที่อยากซ้อม 3. เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ ‘แค่เอารถลงไปขี่ มันจะได้เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ได้ยังไง?’ จริงที่กิจกรรม Trackday อาจจะเป็นสนามที่ให้แค่ขี่รถเล่น แต่นัยแฝงมันคือการ ‘แลกเปลี่ยนประสบการณ์’ การขับขี่ของเหล่าผู้ขับขี่แต่ละคนแบบจริง ๆ ไม่ใช่ไลฟ์โค้ชที่มีแต่ทฤษฎี แต่นี่คือสถานที่แห่งการแลกเปลี่ยนแนวทางการขับขี่ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงทันที ผู้ขับขี่บางคนก่อนมาขี่กิจกรรมแทร็คเดย์อาจจะขี่รถในสนามไม่เป็น หรือไม่เข้าใจ แต่พอได้มาลองแลกเปลี่ยน หรือได้รับคำแนะนำจากมือเก๋าที่มาขับขี่ก็อาจจะกลับไปพร้อมแนวทางดี ๆ แบบล้นกระเป๋า 4. เข้าใจพฤติกรรมของ ‘รถ’ และ ‘ผู้ขับขี่’ มากยิ่งขึ้น การได้ขับขี่ในสนามเหมือนเป็นโรงเรียนเข้าใจพฤติกรรม ‘รถ’ และ ‘ผู้ขับขี่’ โดยแท้ เพราะการขับขี่ในสนามแข่งที่ได้มาตรฐานผู้ขับขี่จะได้สัมผัสกับ ‘ขีดจำกัด’ ของรถทั้งช่วงล่าง ยาง เบรก และพละกำลังของเครื่องยนต์โดยที่ไม่มีสิ่งกวนใจแม้แต่นิดเดียว ไม่เพียงแค่รถ แต่ยังสามารถเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้ขับขี่ได้อย่างแท้จริง ว่าตัวเองมีสไตล์การขับขี่แบบไหน สายตะบี้ตะบันขี่, สายขี่เรื่อย ๆ, สายยกลึกเบรกหนัก ก็สามารถรู้ได้จากการขับขี่ในสนาม 5. Session การขับขี่แบบกลุ่ม เป็นกิจกรรมที่เน้นการขับขี่พร้อมเก็บประสบการณ์บนสนามแข่งเป็นหลัก แน่นอนว่าการแข่งขันที่เน้นการใช้ความเร็ว และกดเวลาก็สามารถตัดออกไปได้เลย ซึ่งบรรยากาศการขับขี่ใน Session ของแทร็คเดย์มันก็จะมีกลุ่มผู้นำแล้วก็ขี่ตาม ๆ กันไป ซึ่งข้อดีหลัก ๆ เลยก็คือผู้ขับขี่ที่มาคนเดียวสามารถศึกษาไลน์การขับขี่จากคนที่มีระดับเหนือกว่าเราได้ เพราะการได้สังเกตแนวทางการขับขี่ของผู้ขับขี่คนอื่น ๆ เปรียบเป็นคีย์ลัดในการศึกษาชั้นดี และเป็นการประเมินได้อีกว่าเราอยู่ในกลุ่มผู้ขับขี่ประเภทไหน (หัวตาราง, กลางตาราง หรือแนวรั้งท้าย) 6. พร้อมช่วยเหลือ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ อุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์เป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ และสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ถ้ามองในมุมของคนโลกสวยมันก็คือมนต์เสน่ห์ของการขี่รถสองล้อ ซิ่งบ้าง ล้มบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าให้ดีถ้ามันไม่เกิดขึ้นน่าจะเป็นเรื่องที่ดีอยู่ไม่น้อย แน่นอนว่าอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ให้เกิดได้แม้จะระมัดระวังมากแค่ไหนก็ตาม ซึ่งความเสี่ยงดังกล่าวถ้าอยากขี่รถแล้วไปขี่เองข้างนอกที่ถนนหลวง หรือพื้นที่สาธารณะถ้าเกิดอุบัติเหตุมันไม่ได้เกิดแค่กับผู้ขับขี่ แต่มันอาจจะพาผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น ๆ เดือดร้อนไปด้วย แต่ถ้ามาขับขี่ในงาน ‘SuperBikeMag Trackday&Trophy’ ทางทีมงานพร้อมดูแลอย่างเต็มระบบ มีรถพยาบาลพร้อมแสตนบาย เพราะตระหนักถึงเรื่องความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่ง 7. บรรยากาศเต็มไปด้วยผู้ที่ชื่นชอบสิ่งเดียวกัน สถานที่ที่มีคนชอบสิ่งเดียวกัน แล้วมาอยู่รวมกัน น่าจะเป็นสิ่งที่มีความสุขอยู่ไม่น้อย เพราะกิจกรรม ‘ขี่แทร็คเดย์’ มันจะกลายเป็นกลุ่มคอมมูนิตี้สำหรับสายสองล้อ แน่นอนว่านอกจากจะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่ในแทร็คแล้ว แต่มันจะกลายเป็นพื้นที่สำหรับแลกเปลี่ยนสิ่งดี ๆ และเป็นประโยชน์เกี่ยวกับเรื่องของสองล้อให้กันและกัน 8. แบรนด์สินค้าให้เลือกสรรเพียบ

Toprak เกือบคว้าชัยทริปเปิ้ลเรซ ในศึก WorldSBK ที่ฝรั่งเศส จบกันไปแล้วกับศึกการแข่งขันรถโปรดักชันระดับโลกสุดเดือดอย่าง WorldSBK ที่สนาม Magny-Cours ประเทศฝรั่งเศสเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มาสรุปผลกันดีกว่าว่าแต่ละเรซใครเป็นอย่างไรกันบ้างครับ WorldSBK Race 1: การแข่งขันในเรซที่ 1 โพลแมน Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) ออกตัวได้ดีและรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้ในช่วงทางตรง แต่ไม่ทันไร Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) ก็เปิดฉากรุกไล่ทันที แต่ก็เสียจังหวะไปในตอนที่เขาถูกกดดันให้ต้องป้องกันไม่ให้ Alex Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) ที่อยู่อันดับ 3 ขณะนั้นเสียบเข้ามา กระทั่งในแล็ปที่ 4 Toprak ก็สามารถที่จะแซงแชมป์โลก 6 สมัยได้ ขณะเดียวกันนั้น Michael Ruben Rinaldi (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) ก็ไต่ไล่ขึ้นมาอันดับที่ 4 ตามหลัง Lowes ต่อมาเป็น Andrea Locatelli (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) ที่สามารถแซงนักแข่งของ Ducati ขึ้นมาในแล็ปที่ 13 โดยที่นักแข่งหน้าใหม่ชาวอิตาลีพยายามที่จะย่นระยะห่างกับกลุ่มที่รั้งตำแหน่งโพเดียมอยู่ก็สามารถทำได้ในที่สุด เนื่องมาจาก Alex Lowes เกิดล้มไปและทำให้ต้องรีไทร์ไปแม้ว่าจะเหลือการแข่งขันอีกเพียง 5 แล็ปเท่านั้น ด้าน Toprak รักษาตำแหน่งได้ดี และไม่มีอะไรผิดพลาดก็สามารถเข้าเส้นเป็นอันดับ 1 นำหน้า Jonathan อยู่ถึง 4.4 วินาที และมี Andrea Locatelli จบที่อันดับ 3 WorldSBK Race 1 Standings: อันดับ รายชื่อนักแข่ง 1 T. Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) 2 J. Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) 3 A. Locatelli (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) 4 M. Rinaldi (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) 5 M. van der Mark (BMW Motorrad WorldSBK Team / BMW M 1000 RR) 6 Á. Bautista (Team HRC / Honda CBR1000 RR-R) 7 A. Bassani (Motocorsa Racing / Ducati Panigale V4 R)

Pirelli เตรียมยางฝนสูตรใหม่ รับศึก WSBK ที่ Magny-Cours สุดสัปดาห์นี้เตรียมพบกับการแข่งขัน WorldSBK สนามที่ 8 ที่ Magny-Cours ประเทศฝรั่งเศส ค่ายยางตัว P ยาวเหยียดแจงชัด เตรียมยางฝนสำหรับล้อหน้าสูตรใหม่สำหรับการแข่งขันในรุ่น WorldSBK ไว้รอ ทั้งสูตรมาตรฐานและสูตรกำลังพัฒนา ขณะที่ในรุ่น WorldSSP จะมีเพียงสูตรมาตรฐานเท่านั้น หลังจากผ่านการแข่งขันไปแล้ว 21 เรซ ตารางคะแนนรวมในคลาส WorldSBK ก็เกิดปรากฎการณ์ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน จากการที่ Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) และ Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) มีคะแนนเท่ากันที่ 311 คะแนน โดยอันดับถัดมาเป็นของ Scott Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) ที่มี 273 คะแนน ซึ่งไม่ห่างกันมาก และมีโอกาสลุ้นแชมป์ทุกคน ขณะที่ในพิกัด WorldSSP เป็น Dominique Aegerter (Ten Kate Racing Yamaha / Yamaha YZF R6) นำหัวตารางด้วยคะแนน 257 คะแนน นำห่าง Steven Odendaal (Evan Bros. WorldSSP Yamaha Team / Yamaha YZF R6) ถึง 47 คะแนน ส่วนรุ่น WorldSSP300 มี Adrian Huertas (MTM Kawasaki / Kawasaki Ninja 400) นำเป็นอันดับ 1 ที่ 129 คะแนน นำอันดับ 2 อย่าง Tom Booth-Amos (Fusport – RT Motorsports by SKM – Kawasaki / Kawasaki Ninja 400) อยู่ 11 คะแนนเท่านั้น สำหรับสนาม Nevers Magny-Cours นั้นเป็นสนามที่เปิดให้ใช้มานานกว่า 60 ปีแล้ว โดยเปิดขึ้นครั้งแรกในปี 1960 ซึ่งเป็นสนามที่มีความยาว 4.411 กม. มีโค้งขวา 9 โค้งและโค้งซ้าย 8 โค้ง พร้อมกับโค้งแคบสุดที่รัศมีเพียง 5 เมตร และโค้งกว้างสุดที่ 474.45 ม. และทางตรงยาวหน้าเส้นวัดได้ 250 ม. ความชันสูงสุดของสโลปขึ้นอยู่ที่ 2.38% และลาดลงสูงสุดที่ 2.68% สนามแห่งนี้ยังมีจุดเด่นที่การที่นักแข่งต้องลดความเร็วกะทันหันจากนั้นเร่งความเร็วอีกครั้ง ทั้งตัวแทร็กยังมีทางตรงความยาวปานกลางกระจายตัวไปทั่วพร้อมกับความชันที่เปลี่ยนแปลงไปมาหลายจุด รวมถึงมีโค้งหักศอก (Adelaide) ซึ่งเป็นจุดที่ต้องใช้เบรกหนักที่สุดในบรรดาสนามแข่งระดับนานาชาติทั้งหลาย ที่ดันไปอยู่กับทางตรงที่ทำความเร็วได้มาก ตัวพื้นผิวแทร็กค่อนข้างเรียบเนียนแบบทั่ว ๆ ไป ให้การยึดเกาะไม่มากนัก โดยเฉพาะเวลาที่อุณหภูมิต่ำและเปียกชื้น ยิ่งไปกว่านั้นในบางจุดนักแข่งจะต้องเบรกในขณะที่กำลังลงเนินซึ่งทำให้ยางหน้านั้นรับความเครียดมากกว่าปกติอีกด้วย สูตรยางสำหรับการแข่งขันในรุ่น WorldSBK และ WorldSSP สำหรับพิกัด WorldSBK นักแข่งจะมียางหน้าและยางหลังให้เลือก 5 สูตรและ 6 สูตรตามลำดับ ซึ่งมีทั้งยางสลิก ยางกึ่ง และยางฝน ยางสลิกสำหรับยางหน้าจะมีให้เลือก 2 สูตรคือ ยาง SC1 สูตรมาตรฐานและยาง

Toprak มาแรง แซงขึ้นหัวตารางหลังจบศึก Navarra จบกันไปแล้วกับศึกดวลรถแข่งที่มีพื้นฐานมาจากรถโปรดักชันหรือการแข่งขัน WorldSBK กับสนามแห่งใหม่ Navarra (ประเทศสเปน) ที่จัดขึ้นเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งก็เป็นสนามที่ 7 แล้วของฤดูกาล 2021 ซึ่งถือว่าสนามนี้แข่งขันกันสนุกตื่นเต้นเร้าใจกว่าที่คิด เพราะทุกคนล้วนต้องเจอกับแทร็กแห่งใหม่ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครเคยเจอกับสนามนี้มาก่อน หนทางเดียวที่จะทำความคุ้นเคยกับแทร็กนี้ได้มีเพียงช่วงเวลาฝึกซ้อมเท่านั้น WorldSBK Race 1: เป็น Scott Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) ที่ออกตัวจากกริดที่ 2 และขึ้นนำทันที แต่ในช่วงแล็ปแรกนั้น Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) ที่ออกตัวจากโพลโพซิชันได้แซงเขาขึ้นมานำแทน ด้านหลังที่ตามมาเป็น Andrea Locatelli (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) กับเพื่อนร่วมทีม Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1), Alex Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR), Tom Sykes (BMW Motorrad WorldSBK Team / BMW M 1000 RR) และ Chaz Davies (Team GOELEVEN / Ducati Panigale V4 R) เกาะกลุ่มกันมา ในช่วงแล็ปที่ 6 เป็นนักแข่งจากดูคาติที่สามารถแซงขึ้นมานำและทิ้งห่างนักแข่งคู่หูจากยามาฮ่าเกือบ 3 วินาที และเมื่อการแข่งขันผ่านไปราว ๆ 2 ใน 3 ของเรซ Scott ก็ยังคงโชว์ความดุดันได้อยู่ แถมยังยืดระยะห่างจากอันดับ 2 และ 3 ที่ตอนนี้กลายเป็น Rea และ Toprak ที่เพิ่งจะ มาแรง แซงเพื่อนร่วมทีมมา กระทั่งแล็ปสุดท้ายอันดับโพเดียมก็ยังไม่เปลี่ยนไป จบเรซเป็น Scott Redding ขึ้นโพเดียมตำแหน่งสูงสุด ตามมาด้วย Jonathan Rea และ Toprak Razgatlioglu ทำให้คะแนนของแต่ละคนสูสีและทุกคนต่างมีสิทธิ์ลุ้นแชมป์โลกกันได้ทั้งนั้น WorldSBK Race 1 Standings: อันดับ รายชื่อนักแข่ง 1 S. Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) 2 J. Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) 3 T. Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) 4 A. Locatelli (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) 5 A. Lowes (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR)

สรุปผล WSBK ที่ Czech Toprak คว้าชัย 2 เรซ พร้อมชัยชนะของ Redding ในเรซ 2 สรุปผล WSBK ที่ Czech หรือที่สาธารณรัฐเช็คเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กับการแข่งขันที่สนาม Most ซึ่งจัดเป็นครั้งแรกกับสนามใหม่แห่งนี้ ผลการแข่งขันนั้นเป็นที่น่าตกใจอย่างยิ่ง เรียกได้ว่าหัวใจแทบหยุดเต้นกันเลยทีเดียว Race 1 Toprak Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF-R1) ออกสตาร์ทจากกริดที่ 2 ได้ดีมีแชมป์โลกอย่าง Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) และ Scott Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) ตามบี้แบบติด ๆ และกลายเป็นกลุ่มนำ 3 คน พร้อมผลัดกันขึ้นนำไปมา ห่างจากกลุ่มนำ 2 วินาที มี Michael Ruben Rinaldi (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) และ Andrea Locatelli (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) กำลังดวลกันเพื่อแย่งอันดับที่ 4 หลังจากนั้นไม่นาน Redding มีโอกาสขึ้นนำและเริ่มทิ้งห่างคู่แข่งอีก 2 คน จนกลายเป็นผู้ชมมานั่งลุ้นกันว่าใครจะได้โพเดียมอันดับที่ 2 แทน เมื่อการแข่งขันมาถึงช่วงกลางเรซ กลายเป็นว่านักแข่งชาวตุรกีหรือ Razgatlioglu สามารถแซง Rea ขึ้นมารั้งอันดับ 2 และจากนั้น Rea ก็ล้มไปที่สุดทางตรงก่อนจะกลับเข้าแข่งอีกครั้งในอันดับที่ 11 ตามหลัง นักแข่งเยอรมัน Marvin Fritz (IXS-YART Yamaha / Yamaha YZF R1) ที่ได้ไวลด์การ์ดเข้ามาแข่งในรอบนี้ ทำให้ตอนนี้ Andrea Locatelli เขยิบมาอยู่บนโพเดี้ยม โดยมี Rinaldi กับ Axel Bassani (Motocorsa Racing / Ducati Panigale V4 R) และ Garrett Gerloff (GRT Yamaha WorldSBK Team / Yamaha YZF R1) ที่ตามหลังอยู่ 3 วินาที พร้อมดวลกันแย่งอันดับที่ 4 และด้วยความเร็วของบัง Toprak ก็ทำให้ Redding ต้องลำบาก โดยทั้งคู่ต่างก็ทำให้คนดูแทบช็อกด้วยกันดวลกันจนแล็ปสุดท้ายก่อนที่ชัยชนะจะตกเป็นของ Razgatlioglu ที่เฉือนเอาชนะไปแบบเพียง 0.04 วินาทีเท่านั้น และอันดับที่ 3 เป็นของ Andrea Locatelli ผลการแข่งขัน Race 1: อันดับ นักแข่ง 1 T. Razgatlioglu (Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK / Yamaha YZF R1) 2 S. Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale

Rea ทำแฮตทริก ที่ Assen การันตีสมรรถนะยางสูตรใหม่จาก Pirelli ถือเป็นครั้งที่ 2 สำหรับการที่ Jonathan Rea ทำแฮตทริก ได้ในอาชีพการเป็นนักแข่งรถของเขา หลังจากที่สามารถคว้าชัยในเรซที่ 2 ในศึก WorldSBK ที่ TT Circuit of Assen ในเนเธอแลนด์ ซึ่งเป็นสนามที่ 5 ของฤดูกาล 2021 โดยการแข่งขันในเรซแรกนั้นชัยชนะตกเป็นของแชมป์โลก 6 สมัยซึ่งเลือกใช้ยางสูตรใหม่จาก Pirelli ที่ใช้โค้ดเนมว่า A0721 SC1 ในยางหน้า และยาง A0557 SCX ในยางหลัง ใส่ให้กับ Kawasaki ZX-10RR ของเขา และก็สามารถทำเวลาทิ้งห่างอันดับ 2 ถึง 2 วินาที โดยอันดับ 2 ตกเป็นของ Scott Redding จาก Ducati และอันดับ 3 คือ Toprak Razgatlioglu จาก Yamaha โดยเรซแรกมีสถิติที่น่าสนใจดังนี้ สถิติเวลาแล็ปที่ดีที่สุด : Scott Redding (ARUBA.IT Racing – Ducati / Ducati Panigale V4 R) ทำเวลา 1’34.654 ในแล็ปที่ 2 สูตรยางหน้าที่มีคนเลือกใช้มากที่สุดคือ A0721 SC1 มีเลือกใช้ 9 คนจากนักแข่งทั้งหมด 20 คน สูตรยางหลังที่มีคนเลือกใช้มากที่สุดคือ A0557 SCX มีเลือกใช้ทั้งหมด 11 คนจากนักแข่ง 20 คน สถิติความเร็วสูงสุดที่ทำได้คือ 297.5 กม./ชม. โดย Álvaro Bautista (Team HRC / Honda CBR1000 RR-R) ในแล็ปแรก ชัยชนะที่ 2 ของ Jonathan มาจากการแข่งขันในรอบ Superpole ที่ค่อนข้างเข้มข้นจากการที่ต้องออกตัวเป็นผู้ตามและพยายามแซง Michael Ruben Rinaldi จาก Ducati ที่ออกตัวได้ดีอยู่หลายครั้งและทำสำเร็จได้ในแล็ปที่ 3 การแข่งขันนั้นดุเดือดมากในแล็ปสุดท้าย โดย Andrea Locatelli จาก Yamaha สามารถแซง Scott Redding ที่ตามเป็นอันดับ 3 ต่อหลัง Rinaldi จาก Ducati และ Razgatlioglu จาก Yamaha และดวลกันเพื่อแย่งที่ 2 อย่างเข้มข้นกระทั่งนักแข่งเข้าเส้นโดย Yamaha เป็นฝ่ายที่เข้าเส้นไปก่อนทั้งคู่ แต่ทว่านักแข่งจากยามาฮ่าทำผิดกฎแทร็กลิมิตเลยโดนปรับอันดับตกลงไป 1 อันดับ กลายเป็น Jonathan รั้งอันดับ 1 ตามมาด้วย Rinaldi และ Razgatlioglu และ Locatelli สถิติที่น่าสนใจในรอบ Superpole มีดังนี้ สถิติเวลาแล็ปที่ดีที่สุด : Jonathan Rea (Kawasaki Racing Team WorldSBK / Kawasaki ZX-10RR) ทำเวลา 1’34.634 ในแล็ปที่ 6 สูตรยางหน้าที่มีคนเลือกใช้มากที่สุดคือ A0721 SC1 มีเลือกใช้ 12 คนจากนักแข่งทั้งหมด 19 คน สูตรยางหลังที่มีคนเลือกใช้มากที่สุดคือ A0557 SC1 มีเลือกใช้ทั้งหมด 13 คนจากนักแข่ง 19 คน สถิติความเร็วสูงสุดที่ทำได้คือ 289.5 กม./ชม. โดย

Nakasuga ซิวชัยครั้งที่ 60 และผงาดขึ้นครองบัลลังก์รุ่นใหญ่ ออลเจแปน สมัยที่ 10 Katsuyuki Nakasuga #7 ดาวบิดจอมเก๋าสังกัด Yamaha Factory Racing Team ควบรถแข่ง R1 ลวดลายพิเศษเฉลิมฉลองปีที่ 60 ของยามาฮ่าบนเวทีเวิลด์กรังด์ปรีซ์ เหมาแชมป์ เจเอสบี 1000 จากการชิงชัยในสนามล่าสุดที่ ซูซูกะ คว้าชัยที่ 60 เกมรุ่นใหญ่ ผงาดขึ้นครองบัลลังก์แชมป์สมัยที่ 10 ศึก MFJ Superbike All Japan Road Race Championship สนามที่ 5 ของฤดูกาล 2021 ดวลความเร็วระหว่างวันที่ 17-18 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ณ Suzuka Circuit ซึ่งมีระยะทางต่อรอบ 5.821 กิโลเมตร โดยเกมในรุ่นใหญ่อย่าง JSB 1000 มีกำหนดชิงชัยทั้งสิ้น 2 เรซ สำหรับการแข่งขันที่ซูซูกะนั้น คัตซึยูกิ Katsuyuki Nakasuga ดาวบิดจอมเก๋าสังกัด Yamaha Factory Racing Team ลงทำการแข่งขันภายใต้รถแข่งยามาฮ่า YZF-R1 ลวดลายพิเศษในวาระเฉลิมฉลองปีที่ 60 ของ ทีมแข่งค่ายยามาฮ่า บนเวทีเวิลด์จีพี ซึ่งเป็นลวดลายเดียวกัน YZR-M1 กับที่ Cal Clutchlow คาล ใช้ลงทำการทดสอบในการแข่งขัน MotoGP และสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม บิดคว้าแชมป์ทั้ง 2 เรซจากการแข่งขันที่ Suzuka ซึ่งเท่ากับว่า Nakasuga ซิวชัยครั้งที่ 60 ในเกมรุ่น JSB 1000 ของ ดาวบิดจอมเก๋าวัย 39 ปี ส่งผลให้ นากาซึกะ #7 เก็บแต้มทิ้งห่างคู่แข่งถึง 78.5 คะแนน ขณะที่เหลือการแข่งขันเพียง 3 เรซ ทำให้มีแต้มทิ้งห่างจนสามารถผงาดขึ้นครองบัลลังก์แชมป์สมัยที่ 10 ในเกมรุ่นท็อปบนเวทีออลเจแปนได้อย่างยิ่งใหญ่ โดยไม่ต้องดูผลการแข่งขันอีก 3 เรซที่เหลือ ทั้งนี้ Katsuyuki ถือเป็นหนึ่งในยอดนักบิดประจำค่ายส้อมเสียง ได้รับโอกาสเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ ศึก MotoGP โดยใช้สิทธิไวลด์การ์ดลงบิดทั้งในรุ่น 250 ซีซี และ MotoGP โดยเคยทำผลงานที่ดีที่สุดคือการซิ่งคว้าอันดับ 2 จากการชิงชัยที่ Valencia ในปี 2012 ซึ่งเป็นโพเดี้ยมแรกและโพเดี้ยมเดียวของ นากาซึกะ บนเวที MotoGP อ่านข่าว Yamaha อื่นๆ คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ThaiGP 2021 ยกเลิกแล้วหลังโควิดระบาดหนักจน Dorna ออกประกาศ สดๆ ร้อนๆ และน่าจะเป็นเรื่องที่ต้องบอกเลยว่าเซ็งมากๆ กับแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตชาวไทย หลังล่าสุดทาง FIM, IRTA และ Dorna Sport ต้องออกมาประกาศยกเลิกการแข่งขัน OR Thailand Grand Prix ซึ่งเดิมทีจะต้องจัดการแข่งขันสนามที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ในวันที่ 15 – 17 ตุลาคมนี้ แม้ว่าจะมีความพยายามจากหลายๆ ฝ่ายๆ อย่างเต็มที่ แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ทำให้ต้องยกเลิกการแข่งขันไป ทั้งนี้การแข่งขัน MotoGP จะกลับมาจัดที่ไทยอีกครั้งในปี 2022 และตอนนี้กำลังจะมีการพิจารณาที่จะจัดรายการทดแทนอยู่ โดยจะมีการอัปเดตให้ทราบในโอกาสถัดไป อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ทีมแข่ง F.C.C. TSR Honda France สร้างผลงานมาสเตอร์พีซกระหึ่มวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก หลังนำสุดยอดซูเปอร์สปอร์ตไบค์รุ่นใหม่ล่าสุด Honda CBR1000RR-R ผงาดคว้าแชมป์ศึกดวลความอึด 12 ชั่วโมง รายการใหญ่อย่าง FIM Endurance World Championship 12 Hours of Estoril 2021 ที่สนามเอสโตริล ประเทศโปรตุเกศ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับทีม F.C.C. TSR Honda France ถือเป็นทีมแข่งอิสระระดับชั้นนำของโลกที่มีชื่อเสียงในวงการเวิลด์เอ็นดูรานซ์มาอย่างยาวนาน โดยได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากแบรนด์ Honda ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีของรถแข่ง โดยเฉพาะซูเปอร์ไบค์รุ่นล่าสุดอย่าง Honda CBR1000RR-R ที่กำลังเริ่มสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นในการแข่งขันระดับโลกหลายรายการ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

R1 ตัวแข่งสีพิเศษ ครบรอบ 60 ปีการเข้าร่วมแข่งขันระดับโลกของ Yamaha และที่คุณกำลังเห็นอยู่นี้คือ Yamaha YZF-R1 ตัวแข่งสีพิเศษเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีที่ Yamaha Motor ได้เข้าร่วมการแข่งขันในระดับโลกหรือ WorldGP นั่นเองครับ โดย Katsuyuki Nakasuga จะเป็นคนควบรถแข่งคันนี้แข่งขันในศึก All Japan Road Race Championship 2021 โดย Katsuyuki Nakasuga จะควบรถแข่งสุดพิเศษคันนี้ลงแข่งในศึก All Japan Road Race Championship 2021 3 เรซด้วยกัน โดยจะเป็นเรซที่ 5 – 7 ในฐานะนักแข่งของ Yamaha Factory Racing Team โดยสีพิเศษนี้จะเป็นการระลึกถึงลวดลายกราฟิกที่มีแถบสีแดงพาดอยู่บนตัวรถสีขาวบนรถแข่ง YZR500 (0W48) ที่ลงแข่งขันในพิกัด 500 ซีซีในปี 1980 ซึ่งรถลวดลายพิเศษในโอกาสฉลองครบรอบ 60 ปีที่ยามาฮ่าได้เข้าร่วมการแข่งขันระดับโลกนั้นก็เป็นคันที่ 2 ถัดมาจาก YZR-M1 ที่เคยเผยโฉมในการซ้อม MotoGP อย่างเป็นทางการที่กาตาร์ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ส่วนที่น่าสนใจนอกจากลวดลายกราฟิกแล้ว ของแต่งที่ใช้ในการแข่งขัน ก็จะมีชุดของแต่งบางชิ้นที่ไม่ค่อยคุ้นตานัก อาทิ โช้คจาก KYB ที่ส่วนใหญ่เรามักจะเห็นเป็น Ohlins หรือท่อจาก ofa FG Titanium ซึ่งก็เป็นท่อแบรนด์ญี่ปุ่นที่ก็ค่อนข้างจะแปลกตาเลยทีเดียวครับ งานนี้สาวกคนใดอยากแต่งตามก็ลองๆ ไปส่องดูได้นะครับ อ่านข่าว Yamaha อื่นๆ ได้ที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ก้อง สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดไทยจากโครงการ Honda Race to the Dream สร้างผลงานดีที่สุดของปีนี้ ผงาดคว้าอันดับ 9 ในศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก Moto 2 สนาม 7 รายการ คาตาลัน จีพี ขณะ อเล็กซ์ มาร์เกซ นักบิดสแปนิชจาก แอลซีอาร์ ฮอนด้า ขยับผลงานคว้าท็อป 11 ในศึกโมโตจีพี ที่บาร์เซโลน่า ประเทศสเปน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี 2021 สนาม 7 รายการ คาตาลัน กรังด์ปรีซ์ ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมา ที่เซอร์กิต เดอ บาร์เซโลน่า-คาตาลุนญ่า ประเทศสเปน ชิงชัยทั้งสิ้น 24 รอบสนาม มาร์ค มาร์เกซ นักบิดสแปนิช จาก เรปโซล ฮอนด้า ออกสตาร์ทเรซนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการทะยานจากกริดที่ 13 ขึ้นมารั้งอันดับ 9 ก่อนจะขยับขึ้นมาถึงท็อปไฟว์ภายใต้ร่างกายที่ยังไม่สมบูรณ์ ทว่าแชมป์โลก 8 สมัยกลับต้องพลาดล้มออกจากการแข่งขันอย่างน่าเสียดาย เช่นเดียวกับทีมเมทอย่าง โปล เอสปาร์กาโร ที่ล้มไปก่อนหน้านั้น โดยนักบิดฮอนด้าที่ผลงานดีที่สุดคือ อเล็กซ์ มาร์เกซ จาก แอลซีอาร์ ฮอนด้า ที่บิดเข้าป้ายในอันดับ 11 ตามด้วยทีมเมทอย่าง ทาคาอากิ นาคากามิ นักบิดญี่ปุ่น ในอันดับ 13 ผ่าน 7 สนามแรกของปีนี้ นาคากามิ รั้งอันดับ 11 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ มีทั้งสิ้น 31 คะแนน ตามด้วย เอสปาร์กาโร ในอันดับ 12 มี 29 คะแนน ส่วน อเล็กซ์ มาร์เกซ ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 14 มี 25 คะแนน ขณะที่ มาร์ค มาร์เกซ รั้งอันดับ 18 มี 16 คะแนน ส่วนการแข่งขันในรุ่นโมโตทูชิงแชมป์โลก ถือเป็นหนึ่งในเรซที่แฟนทั่วโลกให้ความสนใจและติดตามอย่างใกล้ชิด โดยนักบิดไทยหนึ่งเดียวที่ลงบิดเต็มฤดูกาลอย่าง “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา จากสังกัด อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ได้ออกตัวจากกริดที่ 9 มีลุ้นท็อปเท็นเต็มตัว สมเกียรติ เริ่มเกมได้ดีแต่เสียจังหวะร่วงลงไปถึงอันดับ 14 ในช่วง 3 รอบแรก อย่างไรก็ดีนักบิดไทยค่อยๆ รักษาขีดการต่อสู้ที่ดี ก่อนจะขยับขึ้นมาจบการแข่งขันในอันดับ 9 ซึ่งเป็นอันดับที่ดีที่สุดในปีนี้นับตั้งแต่เปิดฤดูกาล เก็บเพิ่ม 7 แต้ม ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 20 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ มีทั้งสิ้น 11 คะแนน ทั้งนี้ ศึกโมโตจีพี 2021 สนามถัดไปจะมีขึ้นในวันที่ 18-20 มิถุนายนนี้ ที่ซัคเซนริง เซอร์กิต ประเทศเยอรมนี ในรายการเยอรมัน กรังด์ปรีซ์ แฟนความเร็วสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของนักบิดฮอนด้าได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : fb.com/aphondaracingth อ่านข่าว Honda อื่นๆ ที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ปั๊ม Brembo รุ่นใหม่จากสนามแข่ง WSBK มันอะไรยังไง ไปดู แบรนด์ต่างๆ ที่มีส่วนร่วมในการแข่งขัน Superbike World Championship นั้นล้วนแล้วแต่แสวงหาหนทางที่จะริเริ่มหรือพัฒนาสิ่งต่างๆ เพื่อที่จะรีดเอาสมรรถนะของรถออกมาให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะคว้าชัยชนะในศึกการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ที่ใช้รถโปรดักชันมาให้ได้นั่นเอง และเพื่อการนี้หลายๆ ค่ายจึงได้เลือกใช้ระบบเบรกจาก Brembo ระบบเบรกจากอิตาลีที่คอยซัพพอร์ตวัสดุและชิ้นส่วนต่างๆ ให้กับนักแข่งในรายการนี้มาเข้าสู่ปีที่ 34 แล้ว ในการทดสอบช่วงก่อนเริ่มฤดูกาลการแข่งขันนั้น หลายๆ ค่ายรถต่างขยับกริดขึ้นลงไปมา ไม่ว่าจะ Ducati, Kawasaki, Yamaha หรือ Honda ต่างก็พยายามที่จะทดลองคาลิเปอร์เบรกใหม่จากทาง Brembo เพื่อที่จะเพิ่มสมรรถนะด้านการเบรกในทุกๆ สภาวะ แต่ไม่ใช่แค่นั้น มันยังรวมไปถึงสมรรถนะในทางตรงอีกด้วย เนื่องจากคาลิเปอร์ใหม่นี้ออกแบบมาป้องกันแรงฉุดที่จะเกิดขึ้นจากการสัมผัสกันระหว่างผ้าเบรกและจานเบรก ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดแรงกระทำอันไม่พึงประสงค์จนมาลดความเร็วของรถลง นอกจากนี้คาลิเปอร์เบรกยังช่วยให้นักแข่งสามารถปรับแรงเบรกที่จะป้อนเข้าสู่ลูกสูบเบรกได้อีกด้วย ไม่ใช่แค่เพียง ปั๊ม Brembo รุ่นใหม่จากสนามแข่ง WSBK ยังมีนวัตกรรมในส่วนของจานเบรกอีกด้วย โดยมีการพัฒนาจานเบรกขึ้นมา 3 ประเภทเพื่อใช้ในการแข่งขันในปี 2021 โดยเฉพาะ ประเภทแรกเป็นจานโลหะขนาด 338.5 ม.ม.สำหรับการใช้งานในสนามที่ต้องการเบรกหนักๆ และ อีกประเภทเป็นจานโลหะขนาด 336 ม.ม.สำหรับใช้ในสนามที่ใช้เบรกน้อยลง นอกจากนี้ยังมีจานเพิ่มพิเศษอีกประเภทคือจานโลหะแบบเพิ่มตัวระบายอากาศไว้ เพื่อที่จะเพิ่มสมรรถนะในการระบายความร้อนของตัวจานเบรกโดยเพิ่มพื้นที่แลกเปลี่ยนความร้อนกับอากาศ ซึ่งจะเหมาะกับสนามที่ต้องเบรกหนักมากๆ อย่าง Donington Park, Circuit de Barcelona-Catalunya และ Circuit de Nevers Magny-Cours นั่นเอง ถัดมาสำหรับจุดสำคัญอย่างเรื่องการออกจากโค้งที่ถือว่าเป็นจุดสำคัญจุดนึงที่จะช่วยให้ทำเวลาได้ดีในการแข่งขัน WSBK หรือว่าการเตรียมตัวที่จะแซงคู่แข่งในสนามก็เป็นจุดที่สำคัญมากๆ เช่นกัน ในส่วนนี้ทางแบรนด์ระบบเบรกนั้นได้คำนึงถึงส่วนนี้เช่นกัน โดยมีการผลิตปั๊มบนซึ่งจะมีปุ่มที่แฮนด์บาร์ด้านซ้ายที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับการส่งกำลังแรงบิดของเครื่องยนต์ขณะเร่งความเร็ว นอกจากนี้ยังระบบอื่นๆ เช่นปั๊มแบบกดและดึง ซึ่งใช้นิ้วโป้งหรือนิ้วชี้ในการควบคุมขึ้นอยู่กับความต้องการของนักแข่ง ปั๊มเบรกนี้จะต้องติดต่างต่างออกเล็กน้อยหากต้องการการใช้งานด้วยนิ้วชี้ จะต้องหมุนไป 180 องศาเมื่อเทียบกับแบบที่ต้องใช้นิ้วโป้ง แต่ทั้งสองแบบมีเป้าหมายเดียวกันคือเพิ่มองศาการเบรกและกริพที่มือเบรกขณะกำลังลดความเร็ว นอกจากนี้ทางแบรนด์เองก็ไม่ได้พัฒนาแต่เรื่องของเบรก ในฤดูกาลนี้ล้อ Marchesini ที่อยู่ในเครือเดียวกันกับทางแบรนด์เอง มีนักแข่งเลือกใช้ลงสนามราว 70% ก็มีการพัฒนา ใช้ล้อฟอร์จอลูมิเนียมที่ช่วยลดน้ำหนักของรถแข่ง และยังช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุมทั้งในตอนเร่งความเร็วและเข้าโค้งอีกด้วย โดยล้อนั้นสำหรับด้านหน้าจะมีให้เลือก 2 แบบคือแบบ 5 ก้านตัว Y และแบบ 7 ก้าน ขณะที่ด้านหลังนั้นจะมีเพียงแบบเดียวคือแบบ 7 ก้าน อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Rea กับแชมป์ 7 สมัยติด ไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน Rea กับแชมป์ 7 สมัยติด ในศึก WorldSBK ปี 2021 คงไม่ง่าย เพราะมีนักแข่งอีกมากมายที่มีสิทธิ์ต่อกรกับเขา ในปีนี้ทุกสายตาจากคู่แข่งในศึก WorldSBK จะต้องจับจ้องไปที่ Jonathan Rea จากทาง Kawasaki Racing Team WorldSBK เพื่อที่จะแย่งชัยชนะมา และป้องกันไม่ให้เขาได้แชมป์ติดต่อกัน 7 สมัยรวด แต่ใครบ้างที่มีสิทธิ์มีฝีมือมากพอที่จะต่อกรกับเขา? Scott Redding จากทีม Aruba.It Racing – Ducati นักแข่งเพื่อนร่วมชาติกับแชมป์โลก 6 สมัย เคยไล่บี้แชมป์มาแบบทุกสนามเมื่อฤดูกาลที่แล้วทั้งๆ ที่เป็นฤดูกาลแรกของเขา และในปีนี้เขาก็น่าจะดีกว่าเดิมอย่างแน่นอนจากประสบการณ์ที่มากขึ้น ปีที่แล้วเขาชนะมาได้ทั้งหมด 5 เรซ กับได้ยืนบนโพเดียมอีก 14 ครั้ง รวมถึงเคยได้สตาร์ทจากตำแหน่งโพล 1 ครั้ง ดังนั้น Redding ก็ถือว่ามีฝีไม้ลายมือมากพอแน่นอน ครับ คนต่อมาเป็น Michael Ruben Rinaldi เพื่อนร่วมทีมของ Redding ซึ่งเคยร่วมกันกับแชมป์โลก 6 สมัยอีกหนึ่งคนทำดวลเดือดในศึก Teruel Round ที่สนาม MotorLand Aragon ผลคือทั้งสามคนสูสีกันมากๆ และได้ยืนบนโพเดียมด้วยกัน และปีนี้เขาย้ายมาอยู่ทีมโรงงานกับทาง Ducati แล้ว แน่นอนว่าก็ต้องมีแนวโน้มที่จะสู้ในศึกครั้งนี้ได้ดีขึ้นแน่ ที่เหลือคือเขาจะรักษาความคงเส้นคงวาไว้ได้หรือไม่? ต่อมาคือ Toprak Razgatlioglu จากทาง Pata Yamaha with BRIXX WorldSBK เจ้าหนูตัวแรงที่เคยฟัดกับ Jonathan มาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มเข้ามาแข่ง WorldSBK เขาเคยคว้าชัยชนะ 2 เรซแรกในชีวิตของเขาที่ Magny-Cours in 2019 และศึกดวลเดือดอีกครั้งในรอบ Estoril เมื่อปี 2020 ก็เป็นเขาที่สามารถเอาชนะมาได้ จากการดวลกันและสถิติเวลาการซ้อมของสองคนนี้ก็จะเห็นได้ว่านักแข่งตุรกีผู้นี้มีสิทธิ์ต่อกรกับแชมป์โลกอย่างแน่นอน ถัดมาถือเป็นม้ามืดตัวใหม่ เขาก็คือ Garrett Gerloff จาก GRT Yamaha WorldSBK Team หลังจากที่โชว์ฝีไม้ลายมือหวดคันเร่งในตอนทดสอบที่ Circuit de Barcelona-Catalunya ทำสถิติเวลาเร็วสุดในฐานะนักแข่งจากยามาฮ่า และกลายเป็นการดวลกันกับ Jonathan บนตารางเวลา แม้ว่าจะตกเป็นรองกลายเป็นอันดับที่ 2 ก็ตาม แต่นั่นก็เป็นการแสดงให้เห็นว่า Gerloff เองก็มีสิทธิ์ในศึกนี้ได้เช่นกัน ถัดมาอีก ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็น Alex Lowes เพื่อนร่วมทีมของเขาเอง นี่จะเป็นฤดูกาลที่ 2 ของเขากับทีมกรีนแล้ว นักแข่งอังกฤษผู้นี้เคยชนะมาแล้ว 1 เรซกับยืนโพเดียมมาอีก 4 ครั้งเมื่อปีที่แล้ว และจากการทดสอบกับ ZX-10RR คันใหม่นี้เขาก็ทำเวลาได้ดีมากๆ เลยทีเดียว ฤดูกาลนี้อาจจะเป็น Lowes ที่เข้ามาเบียดแบ่งแต้มไปจากแชมป์โลกก็เป็นได้ นอกจาก 5 คนนี้แล้ว ก็ยังมีนักแข่งคนอื่นๆ ที่น่าจับตามอง ไม่ว่าจะเป็น Alvaro Bautista จาก Team HRC ที่เคยบี้กับ Rea มาตลอดปี 2019 หรือจะเป็น Chaz Davies ที่ตอนนี้ย้ายทีมมาอยู่กับ Team GoEleven ก็เคยดวลกันมานานมากแล้ว และได้เป็นรองมาหลายครั้งหลายหน หรือจะเป็น Tom Sykes จากทาง BMW Motorrad WorldSBK Team ที่เคยเป็นทางเพื่อนร่วมทีมและเป็นคู่กัดกันมานาน งานนี้ก็ต้องมาลุ้นกันยาวๆ ครับว่าศึกในปี 2021 นี้ใครจะเป็นแชมป์ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ไอ โอกุระ เปิดใจหลังจบศึก Thai GP 2026 ยอมรับความเร็วหายไปดื้อๆ พร้อมเดินหน้าวิเคราะห์ข้อมูลกับทีมงานเพื่อเตรียมแก้มือสนามหน้า

Ducati และ Michelin เปิดเผยสาเหตุ Marc Marquez ยางแตกที่สนามช้างฯ บุรีรัมย์ พบสาเหตุล้อแม็กระเบิดเพราะกระแทกเคิร์บแรงบวกอากาศร้อนจัด

เปโดร อคอสตา MotoGP 2026 อีกหนึ่งฤดูกาลที่เจ้าตัวต้องเร่งเค้นฟอร์มตามคำแนะนำของ ดานี เปโดรซา เตือน KTM ต้องเร่งพัฒนาเพื่อรั้งตัวยอดนักบิด

วงการ MotoGP ต้นปี 2026 ร้อนระอุยิ่งกว่ายางซอฟต์ เมื่อมีกระแสข่าวลือหนาหูจากฝั่งยุโรปว่า แบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Red Bull กำลังซุ่มเจรจาดีลประวัติศาสตร์

Ducati Lenovo 2026 เปิดตัวทีมแข่งอย่างเป็นทางการ เจาะลึกเทคโนโลยีรถแข่ง GP26 ลายร้อยปี พร้อมคู่หู มาร์เกซ-บันยาญ่า ลุยศึกชิงแชมป์โลก

โทปรัค ราซกัตลิโอกลู MotoGP 2026 ยอมรับตามตรง ปีแรกอาจยังไม่เห็นโพเดี้ยม ลั่นขอเวลาปรับตัวและเรียนรู้สนาม ก่อนท้าชิงแชมป์ปี 2027

เจาะลึกกลยุทธ์ Aprilia 2026 พัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ละเอียดถึง 0.0001g และแอโรไดนามิกรุ่นใหม่ หวังส่ง Jorge Martin คว้าแชมป์ MotoGP

ฮอนด้า ทดสอบ MotoGP 2027 เซปัง กับตัวแข่งโปรโตไทป์ปี 2027 เครื่องยนต์ 850 ซีซี และยาง Pirelli เมื่อวันที่ 15-16 ม.ค. 2569

นักแข่ง HRC เผย Honda ใน WorldSBK ยังไม่ตาย Iker Lecuona และ Xavi Vierge 2 นักแข่ง HRC เผย Honda ใน WorldSBK ยังไม่ตาย หลังจากที่ทั้งสองคนได้เข้าทดสอบส่วนตัวของทางฮอนด้าที่บาร์เซโลนา และพบว่ารถมีสมรรถนะที่ดีขึ้นมาก สถานะในตอนนี้ของค่ายปีกนกถือว่าเป็นค่ายที่ช้าที่สุดในการแข่งขัน WorldSBK แต่หลังจากการทดสอบส่วนตัวของทางค่ายก็เหมือนจะส่งสัญญาณที่ดีว่ามีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด หลังจากสองนักแข่ง Iker Lecuona และ Xavi Vierge สัมผัสได้ถึงความพยายามของทีมงานจาก HRC Lecuona เล่าว่า “โดยรวมแล้ว มันออกมาดีนะ แต่เหมือนอย่างที่เคย เวลาคุณทดสอบตามลำพังน่ะมันยังเปรียบเทียบกับค่ายอื่นไม่ได้ เช้าวันจันทร์เราอาจจะโชคไม่ดีเนื่องจากเดิมทีเราจะได้มีโอกาสได้ขี่กับทาง Kawasaki กับ Alex Lowes แต่ว่าฝนดันเทลงมา และเราก็อยากจะทดสอบรถแบบแห้ง ๆ” “พอวันอังคารเราก็ทดสอบกันตามลำพัง แทร็กเองก็ค่อนข้างสกปรกเนื่องจากพายุเมื่อวันจันทร์และอากศตอนบ่ายก็ร้อนโคตร ๆ เราคอนเฟิร์มเลยว่าวิธีที่เราทดสอบกันที่ Cremona จากนั้นก็ที่ Misano พบว่าทดสอบแบบเซ็ตติ้งแบบ Misano นั้นคือเซ็ตติ้งที่ถูกต้อง” “เราไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ให้ได้ลอง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นไปในเรื่องการเซ็ตติ้งขั้นพื้นฐาน เช่น เรื่องของโช้คหน้า บาลานซ์ของรถและระบบอิเล็กทรอนิกส์ และเราเองก็ไม่ได้ทดสอบหลาย ๆ แล็ป แต่อย่างน้อย ๆ ที่เราทดสอบมันก็ออกมาดี” “มันมีข้อมูลดี ๆ สำหรับให้ทางญี่ปุ่นไปวิเคราะห์และนำไปพัฒนา เราพยายามรักษาระดับความเร็วในการแข่งของเราเอาไว้ และเวลาทดสอบที่เร็วที่สุดของเราก็ทำได้เหมือนตอนแข่งซูเปอร์โพล แต่เวลาแข่งจริง ๆ เราคงต้องไปพิสูจน์กันที่ Donington Park” Lecuona เสริมอีกว่า “การทดสอบครั้งแรกที่ Cremona เป็นการทดสอบที่สำคัญมาก ๆ จากนั้นเราไปทดสอบที่ Misano และเราก็ยืนยันได้ว่าทิศทางที่เรากำลังมุ่งหน้าพัฒนานั้นถูกต้อง เราเร็วขึ้น และเราก็มั่นใจในตัวรถขึ้นมาก ๆ ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกคุ้นเคยกับรถและล้มน้อยลบง แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือผมสามารถไปให้ถึงลิมิตของผมได้มากขึ้น” “โอกาสที่เรามีในตอนนี้มันเปิดกว้างมากกว่าที่เคย และนั่นทำให้ผมรู้สึกมั่นใจขึ้น ตอนทดสอบที่ Misano ผมฟิตดี ผมคิดว่าผมจะต้องพยายามให้มากขึ้น แต่มันก็ออกมาดีผิดคาด และที่ Cremona ผมได้ลองวิ่งยาว ๆ ดูและมันก็ดี อาจจะไม่ 100% แต่มันดีจริง ๆ” Vierge เผยว่า “ผลทดสอบออกมาดี และทีมงานก็ทำงานได้เยี่ยมมาก ๆ พวกเขาตัดสินใจได้ดีกับการเลือกที่จะซ้อมในวันต่อมา แม้ว่าเราจะมีนักแข่งที่ช้ากว่าใช้แทร็กร่วมกันกับเรา เราจำเป็นจะต้องใช้แทร็กที่แห้งเพื่อทดสอบอะไรหลาย ๆ อย่างและหาหนทางพัฒนารถ และในส่วนนี้นี่เองที่มันมีผลออกมาในแง่บวก ผมรู้สึกว่าผมสู้กับคนอื่น ๆ ได้ เวลาแล็ปของผมดีขึ้นมาก แล้วก็มีบางช่วงที่ผมรู้สึกแตกต่างออกไปโดยที่เราไม่ได้ทำอะไรกับรถมากนัก” “นี่คือสิ่งที่เราต้องทำความเข้าใจ แต่มันก็ทำให้เราสับสนได้ง่ายเช่นกัน ในสถานะที่เรายืนอยู่ในตรงนี้ เราได้ผลลัพธ์ที่ดีและไม่ดี และสิ่งที่แย่ที่สุดสามารถเกิดขึ้นได้ถ้าคุณไม่เข้าใจว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น โชคดีที่เรามีทีมที่ยอดเยี่ยมและหน้าที่ของผมก็จบลงด้วยดี แต่ยังไงเสียมันก็ยังต้องทุ่มเททำงานกันอีกมาก เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและหาคำตอบให้กับคำถามที่เกิดขึ้นของเรา” สรุปแล้วก็คือว่ามีการพัฒนาที่ดีขึ้นจากปากคำยืนยันจากตัวนักแข่ง แต่สถานการณ์จริงในการแข่งขันจริง ๆ มันจะออกมาเป็นอย่างที่พวกเขายืนยันมั้ย เราต้องรอไปพิสูจน์ผลงานของ CBR1000RR-R กันที่ Donington Park ที่อังกฤษในวันที่ 12 – 14 กรกฎาคมนี้กัน อ่านข่าวอื่นๆ จาก Honda คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Toprak โดนปรับเงิน หลังฉลองชัยไวไปหน่อย ล่าสุดมีแหล่งข่าวระบุว่า Toprak โดนปรับเงิน หลังฉลองชัยชนะไวไปหน่อย ระหว่างการแข่งขันในเรซที่ 2 ที่ Misano ประเทศอิตาลี แฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตน่าจะทราบข่าวกันดีอยู่แล้วว่าบังโต Toprak Razgatlioglu อดีตแชมป์โลก WorldSBK จากตุรกี ได้ทำการเหมาชัยชนะทั้งสามเรซจากการแข่งขันสนามที่ 4 ที่ Misano World Circuit ประเทศอิตาลี เหตุเกิดเมื่อบังแกฉลองชัยเร็วไปหน่อย เพราะเฮียแกทำสต็อปปี้ หรือว่ายกล้อหลัง ฉลองชัยชนะก่อนที่จะเข้าเส้นชัยในเรซที่ 2 ด้วยความดีใจที่เหมาะชัยชนะในสนามนี้มาได้ พาให้เขาและ BMW ขึ้นหัวแถวตารางคะแนนสะสม แต่ Race Director ไม่ใจดีด้วย ถึงแม้ว่าจังหวะที่เขาฉลองชัยนั้นจะไม่ได้มีคู่แข่งอยู่ใกล้ก็ตาม แต่การที่เขาขับขี่ผาดโผนหรืออันตรายก่อนที่การแข่งขันจะจบลง มันผิดกติกา และแน่นอนว่าเขาโดนโทษปรับเงิน โดยโดนไปปรับไปทั้งหมด 500 ยูโร หรือเกือบ ๆ 20,000 บาท สำหรับข่าวนี้อาจจะดูเป็นเรื่องตลก แต่อีกนัยนึงก็แสดงให้เห็นถึงความเข้มงวดทางผู้จัดผู้ดูแลได้เหมือนกัน แต่ทางแชมป์โลกปี 2021 ผู้นี้ก็กล่าวว่าคงไม่เลิกฉลองชัยชนะด้วยท่าสต็อปปี้แบบที่เห็นนี้อยู่แน่นอน แต่จะไปทำตอนที่ธงตราหมากรุกสะบัดให้ผมแล้วเท่านั้น อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ส่อง BMW M1000RR รถแข่ง WSBK 2021 มีของเล่นอะไรใหม่ ในบทความนี้เราก็ได้รวบรวมภาพมุมต่างๆ ของ BMW M1000RR ของ Tom Syke ที่ลงขับขี่ที่ทดสอบในสนาม Circuit de Barcelona-Catalunya ก่อนที่การแข่งขันจะระเบิดศึกขึ้นจริงในเดือนพฤษภาคมนี้ ว่าแต่มีอะไรใหม่บ้างไปดูกันครับ หากดูในภาพชุดที่นำมาให้ดูนั้นที่เด่นที่สุดเลยก็จะเป็นระบบเบรกจากทาง Nissin ทั้งคาลิเปอร์เบรกด้านหน้าและด้านหลัง ร่วมกับสายเบรกจาก Hel ซึ่งก็จะแตกต่างจากรถแข่งส่วนใหญ่ที่มักจะใช้ของทาง Brembo ซึ่งก็จะแปลกตาอยู่พอสมควรครับ ยิ่งเป็นรถแข่งจากยุโรปด้วย แต่กับใช้ระบบเบรกจากทาง Nissin ซึ่งเป็นของญี่ปุ่นครับ ในส่วนที่เด่นอีกจุดก็จะเป็นสวิงอาร์มวิงก์เล็ตด้านหน้า และท่อไอเสียแบรนด์ยอดนิยม Akrapovic ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นของใหม่ แต่ในส่วนของเครื่องยนต์นั้นถูกซ้อนเอาไว้ใต้แฟริ่ง ทำให้เราไม่สามารถเห็นอะไรมากนัก ส่วนระบบกันสะเทือนนั้นก็เป็นของ Ohlins ซึ่งก็เป็นที่นิยมในรายการแข่งขันอยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไรใหม่หากมองจากภายนอก และสุดท้ายยางที่ใช้ก็จะเป็น Pirelli Diablo Superbike SC0 ซึ่งเป็นยางสลิกที่ใช้ในการแข่งขัน WordSBK นั่นเอง นอกจากนี้ก็จะเป็นรายละเอียดปลีกย่อยเล็กๆ น้อยๆ เช่น ควิกชิฟเตอร์ โซ่ สเตอร์ และพาร์ทคาร์บอนต่างๆ ตลอดจนถึงกันล้มแคร้งครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Rea ควบ ZX-10RR ทำสถิติเร็วกว่า Crutchlow ที่ขี่รถแข่ง MotoGP ล่าสุดที่อารากอน ประเทศสเปนได้มีการจัดการซ้อมของการแข่งขันระดับโลก 2 รายการทั้ง WorldSBK และ MotoGP ซึ่งเป็นโอกาสที่หาได้ยากมากๆ ที่จะได้เห็นการแข่งขันทั้ง 2 รายการมาขับขี่ทดสอบในสนามและช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งทำให้เกิดการเปรียบเทียบศักยภาพของรถโปรดักชันที่ถูกทำเป็นรถแข่ง และรถแข่งแท้ๆ ที่เป็นรถต้นแบบอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็ค่อนข้างจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่อากาศไม่ค่อยดีนักในช่วงเช้า ทว่าในช่วงบ่ายสภาพอากาศค่อยๆ ดีขึ้น และสิ่ งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้นเมื่อแชมป์โลก WorldSBK 6 สมัย Jonathan Rea ควบ ZX-10RR ที่ Motorland ทำสถิติเวลาแล็ปดีที่สุดไว้ที่ 1’49”338 นาที หลังจากลงขับขี่ไปทั้งหมด 65 แล็ป ซึ่งดีกว่าเวลาที่ทาง Cal Crutchlow ซึ่งควบ Yamaha M1 ที่เป็นรถแข่ง MotoGP แม้จะเร็วกว่าเพียงไม่กี่เสี้ยววินาที แต่นี่ก็เหมือนจะแสดงให้เห็นถึงความสามารถของ Rea และสมรรถนะของ Kawasaki ได้เป็นอย่างดี ขณะที่ Crutchlow ไม่สามารถกดเวลาให้ต่ำไปกว่า 1’49”460 นาทีได้ และทำสถิติเวลาได้เป็นอันดับที่ 2 ขณะที่อันดับที่ 3 ตกเป็นของ Alex Lowes นักแข่ง WorldSBK จาก Kawasaki อีกเช่นกัน ซึ่งช้ากว่าเพียงไม่กี่เสี้ยววินาทีเช่นกันเมื่อเทียบกับ Crutchlow ถัดมาอีกเป็น Dani Pedrosa เทสต์ไรเดอร์ MotoGP ของ KTM เองก็ลงแทร็กไป 42 แล็ปและกดเวลาดีที่สุดได้ที่ 1’49”912 นาที รั้งอันดับที่ 4 ในการซ้อมครั้งนี้ ถัดมาอันดับที่ 5 มาเป็นสถิติเวลาของฝั่ง WorldSBK อีกครั้ง โดยเป็นของ Garret Gerloff ที่ควบ Yamaha R1 ทำเวลาไปที่ 1’50”557 นาที ซึ่งคงต้องบอกว่านักแข่งอเมริกันจากทาง Yamaha GRT Team นั้นน่าจะเน้นไปที่การซ้อมมากกว่าการทำเวลามากกว่า และน่าจะเป็นแบบเดียวกันกับทาง Andrea Locatelli จากทาง Pata Yamaha ที่ทำเวลามาเป็นอันดับ 6 นอกจากนี้ก็ยังมี Nozane จาก Yamaha GRT และ Ponsson จาก Yamaha Alstare อย่างไรก็ตามจะมีการทดสอบวันที่ 2 และเป็นวันสุดท้ายอีก 1 วันซึ่งก็ต้องมาดูกันว่าสถิติเวลาจะเป็นอย่างไรกันต่อครับ สถิติเวลาที่ Aragon เมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา 1- Rea (Kawasaki) 1’49”338 2- Crutchlow (Yamaha MotoGP) 1’49”460 3- Lowes (Kawasaki) 1’49”470 4- Pedrosa (KTM MotoGP) 1’49”912 5- Gerloff (Yamaha GRT) 1’50”557 6- Locatelli (Yamaha PATA) 1’51”550 7- Nozane (Yamaha GRT) 1’52”254 8- Ponsson (Yamaha Alstare) 1’52”946 ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆ ที่รถแข่ง MotoGP ที่มีน้ำหนักเบากว่าและแรงมากกว่ากลับทำเวลาได้ไม่ดีกว่ารถโปรดักชันที่นำมาทำรถแข่ง ทั้งนี้ส่วนนึงอาจจะเป็นที่ฝีมือการขับขี่ก็เป็นได้ แต่ทว่านักแข่งจากทาง Kawasaki อย่าง Alex Lowes เองก็เพิ่งย้ายมาขี่ ZX-10RR เมื่อตอนปี 2020 นี้เอง เพื่อนๆ นักบิดช่วยผมคิดทีครับว่ามันเป็นเพราะอะไรกันแน่? อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ชมโฉมหน้า CBR1000RR-R FIREBLADE รถแข่ง WorldSBK ประจำปี 2021 ก่อนที่จะเริ่มทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งแรกของปีที่ Montmeló ประเทศสเปน ทาง Team HRC ก็ได้ทำการเปิดเผยโฉม CBR1000RR-R FIREBLADE รถแข่ง WorldSBK ประจำปี 2021 ของสองนักแข่ง Alvaro Bautista และ Leon Haslam ให้ได้ชมกัน โดยปีนี้ก็ถือเป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกันแล้วที่ทางทีมโรงงานเข้ามาทำทีมลงแข่งในรายการนี้ โดยการเปิดตัวครั้งนี้เป็นไปในรูปแบบของเวอร์ชวลพรีเซนเทชันจากทาง Team HRC เผยแพร่ผ่านทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ของทาง HRC ซึ่งถ่ายทำกันในโรงรถของทีม เผยให้เห็นโฉมหน้า 2021 CBR1000RR-R FIREBLADE คันงาม นอกจากนี้ผู้ชมจะได้ฟังคอมเมนต์และความคาดหวังของสมาชิกคนสำคัญในทีม ในฐานะที่พวกเขาได้เตรียมพร้อมที่จะสู้ศึกในการแข่งขันระดับโลกด้วยรถโปรดักชันอีกด้วย เท็ตซึฮิโระ คุวาตะ ผู้อำนวยการ HRC และผู้จัดการทั่วไปแผนกการจัดการแข่งขันจากยังได้ส่งข้อความบอกให้เห็นถึงว่าการแข่งขันนั้นสำคัญกับทาง Honda มากขนาดไหน ทางค่ายได้พยายามอย่างหนักและต่อเนื่องเพื่อที่จะพัฒนารถให้ดีขึ้นในทุกๆ ด้าน โดยเข้าร่วมการแข่งขันในระดับนานาชาติ โดยมีแนวคิดว่าเจ้าไฟร์เบลดคันนี้คือรถที่ออกแบบมาเพื่อการแข่งขันและวาดลวดลายในสนาม ทางคุวาตะเองยังได้กล่าวอีกว่าการพัฒนาทั้งในส่วนของรถและการจัดการบริหารทีมนั้นเสร็จสิ้นตั้งแต่ในช่วงฤดูหนาวแล้ว และเขาก็ได้มอบหมายงานต่อให้กับผู้จัดการทีมคนใหม่อย่าง Leon Camier แล้วอีกด้วย การผันตัวจากนักแข่งมาเป็นผู้จัดการทีมนั้นถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักแข่งชาวอังกฤษผู้นี้ เขาเป็นคนที่กระตือรือร้นและมีส่วนให้โปรเจกต์การพัฒนารถของทางวิศวกรจาก HRC นั้นสำเร็จได้ด้วยดีและยังทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทั้งๆ ที่มีอุปสรรคอย่างปัญหาเรื่องโรคระบาด Covid-19 เข้ามาเพิ่มเติม ด้านของสองนักแข่งต่างก็ยินดีที่มี Camier อดีตนักแข่งที่เคยแข่ง SBK มาเหมือนกันกับ Leon Haslam มาร่วมงาน หลังจากการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงในช่วงฤดูหนาวที่มีทั้งขี่มินิไบค์ยันขี่เอ็นดูรานซ์จบลง Haslam ก็พร้อมที่จะกลับมาขี่ม้าศึกของเขาอีกครั้ง พร้อมยังบอกอีกว่าเขาสามารถขึ้นไปยืนแถวหน้า ด้วยประสบการณ์และการเติบโตจากปีที่แล้วได้อย่างแน่นอน ทางด้าน Alvaro Bautista เองก็ได้แชร์ความรู้สึกในช่วงที่เขาฝึกซ้อมช่วงฤดูหนาวให้ฟังด้วยอีกว่า เขาฝึกมาทั้งร่างกายและจิตใจเพื่อที่จะอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น ความประทับใจแรกของเขาได้จากการที่รถดีขึ้นด้วยฝีมือของวิศวกร ฟีลลิ่งเองก็ดี และเป้าหมายของเขาในตอนนี้ก็คือทุ่มสุดตัวและพยายามที่จะคว้าชัยมาให้จงได้ งานนี้แฟนๆ Honda ก็เตรียมตัวชมผลงานการซ้อมอย่างเป็นทางการได้เลย แล้วการแข่งขันก็จะเบิดศึกกันในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ครับ อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

R1 ตัวแข่ง WorldSBK แอบทำแฟริ่งด้านหน้าใหม่ในช่วงการทดสอบที่ Misano การแข่งขัน WorldSBK นั้นใกล้จะเริ่มต้นเข้าไปทุกทีแล้วครับ และแน่นอนว่าก่อนจะเริ่มต้นฤดูกาลก็จะต้องมีการทดสอบรถแข่งคันใหม่ของแต่ละค่ายก่อนเสมอ โดยในครั้งนี้จะเป็นการทดสอบที่สนาม Misano World Circuit “Marco Simoncelli” ซึ่งคราวนี้เราพามาชมรถ Yamaha R1 ตัวแข่งของทางค่ายส้อมเสียงกันบ้างว่าแอบใส่อะไรใหม่ๆ ในรถแข่งของพวกเขาบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าส่วนใหญ่จะเป็นความลับ เราก็ได้แต่แอบส่องจากภายนอกกันก็เท่านั้นครับ จากภาพที่รวบรวมมาก็จะเผยให้เห็นถึงเจ้าตัวแรงจากยามาฮ่านั้นมีการปรับเปลี่ยนในส่วนของแฟริ่งด้านหน้าใหม่เล็กน้อย โดยคุณจะเห็นได้ว่ามีช่องแอร์อินเทคใหม่ ที่น่าจะออกแบบมาให้สามารถรับอากาศเข้าระบบได้เร็วและมากขึ้นนั่นเอง แฟนๆ ก็คงต้องมาดูกันว่าฤดูกาลนี้ยามาฮ่าจะสามารถแย่งแชมป์โลกมาจากค่ายเขียวได้หรือไม่กันครับ อ่านบทความ Yamaha อื่นๆ คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ล่าสุดก็มีภาพจากทางยักษ์เขียวปล่อยออกมาเผยให้เห็นว่า Kawasaki Ninja ZX-10RR รถแข่งคันใหม่ของแชมป์โลก WorldSBK มีปีกที่ท้ายรถด้วย บทความนี้เราก็เลยรวบรวมภาพมุมต่างๆ ของรถแข่งของ Jonathan Rea แชมป์โลก 6 สมัยรวดจากศึก WorldSBK มาให้ชมกันว่าวิงก์เล็ตหรือปีกที่ว่ามันเป็นอย่างไร สำหรับการแข่งขันมอเตอร์ไซค์แล้วรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นั้นอาจจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญซึ่งส่งผลต่อสมรรถนะของรถ เวลา ความเร็ว จนถึงความพ่ายแพ้หรือชัยชนะได้เลย ดังนั้นเราจึงมักจะเห็นค่ายรถหลายๆ ค่ายพยายามที่จะสร้างมอเตอร์ไซค์ที่เร็วที่สุดในโลกออกมา โดยเฉพาะกับรายการ WorldSBK ที่เป็นรถโปรดักชันซึ่งขายให้กับคนทั่วไปนี่ล่ะครับ ดังนั้นเมื่อเราเห็นเทคโนโลยีหรืออะไรใหม่ๆ ในสนาม เราก็อาจจะได้เห็นเทคโนโลยีเหล่านั้นกับรถทั่วไปที่เราสามารถเป็นเจ้าของได้ด้วยนั่นเอง นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจและจับตามองอย่างมากครับ ซึ่งในภาพก็จะเป็นรถของ Rea จากทีม KRT WorldSBK ที่ได้ทำการทดสอบที่สนาม Autodromo Internacional do Algarve เผยให้เห็นปีกหรือวิงก์เล็ตเล็กๆ ที่ท้ายรถ ซึ่งอาจจะช่วยสร้างแรงกดที่ล้อหลัง เพื่อช่วยสร้างความเสถียรขณะเบรกก็เป็นได้ครับ ก็นับว่าเป็นรายละเอียดเล็กๆ แต่ในการแข่งขันจริงๆ เราอาจจะไม่ได้เห็นมันอีกก็ได้นะครับ หรือเราอาจจะเห็นมันอีก ถ้ามันได้ผลดีจริงๆ สำหรับแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตที่ติดตามการแข่งขัน WorldSBK ก็เตรียมเชียร์กันได้เลยครับ การแข่งขันสนามแรกจะระเบิดศึกกันที่สนาม MotorLand Aragon ในวันที่ 21 – 23 พฤษภาคมนี้ครับ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Yamaha สนับสนุนทีม Vinales Racing Team ในศึก WorldSSP300 ในปี 2021 ล่าสุดก็มีความคืบหน้ามากขึ้นกับทีมแข่งน้องใหม่ในวงการ โดยมีการออกมาประกาศว่าทาง Yamaha สนับสนุนทีม Vinales Racing Team ที่ก่อตั้งโดย Angel พ่อของบีญาเลสนักแข่งภายใต้สังกัดทีมโรงงานในศึก MotoGP โดยจะใช้รถ R3 ที่ติดตั้งชุดแต่งซิ่ง GYTR ลงแข่งขันในศึก WorldSSP300 2021 โดยมี 2 นักแข่งหนุ่มอย่าง Kevin Sabatucci และ Dean Berta Viñales ลูกพี่ลูกน้องของ Maverick เป็นผู้ขับขี่ โดย Satabucci นั้นเป็นนักแข่งอิตาลีที่ไม่ใช่คนอื่นคนไกล เขาเคยแข่งในรายการนี้มาก่อนแล้วโดยได้รับการซัพพอร์ตจากโปรแกรม bLU cRU โดยปีก่อนหน้านี้เขาสามารถคว้าโพเดียมมาได้ตั้งแต่เปิดตัวที่ Imola และสามารถคว้าชัยชนะครั้งแรกได้ที่ Donington Park เมื่อปี 2019 ส่วนในปีที่แล้วเขาก็มักจะรั้งอยู่ในกลุ่มหัวแถวเสมอ และสามารถจบการแข่งขันแบบมีคะแนนมาได้ถึง 8 ครั้งในฤดูกาล 2020 ทางด้าน Berta นั้น นี่คือครั้งแรกของการเข้ามาแข่งขันในรายการนี้ โดยเขาเคยลงแข่งในศึก European Talent Cup 2019 และ 2020 โดยสสามารถทำอันดับได้ดีที่สุดคืออันดับที่ 13 ที่ Estoril เมื่อปีกลาย นักแข่งชาวสเปนผู้นี้จะมีอายุได้ 15 ปี เมื่อการแข่งขันฤดูกาลนี้เริ่มต้นแล้ว แต่ตอนนี้เขาก็ทำผลงานได้ประทับใจตั้งแต่เด็กแล้วล่ะครับ อ่านบทความ Yamaha อื่นๆ คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก