Skip to main content

SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าวการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • ข่าวแข่งขัน
มันดีทั้งคู่ !? Ducati คิดหนักเอาเครื่องไหนลง Buriram Test 2025

มันดีทั้งคู่ !? Ducati คิดหนักเอาเครื่องไหนลง Buriram Test 2025 Buriram Test 2025 การทดสอบอย่างเป็นการทางครั้งสุดท้ายก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเปิดฉากแล้วในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ แต่ดูเหมือนว่าทางค่ายยักษ์ใหญ่จากประเทศอิตาลีอย่าง ‘Ducati’ จะยังคงตัดสินใจเลือกเครื่องยนต์สำหรับลงทดสอบไม่ได้ เพราะสเปคของเครื่องยนต์ทั้งปี 2024 และ 2025 เองก็มีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมทั้งคู่  สองนักบิดดาวดังของทีม เจ้าของแชมป์โลก 8 สมัย ‘มาร์ก มาร์เกซ’ และเจ้าของแชมป์โลก 3 สมัย ‘เป้กโก้ บัญญาย่า’ ได้ลงทดสอบเครื่องยนต์ทั้งสองแล้ว และทั้งคู่เองก็ทราบดีว่าการคว้าแชมป์ของทั้งคู่จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกเครื่องยนต์ในครั้งนี้ @ducaticorse go fast. go far. go together. TEAMWORK 🤝🔴 #SepangTest #ForzaDucati #DucatiLenovoTeam #Ducati ♬ suono originale – Ducati Corse มาร์กยังไม่มั่นใจเครื่องยนต์ GP25 มาร์ก ได้ออกมาเผยว่าตอนนี้ทางทีมวิศวกรของทีมกำลังวิเคราะห์อย่างหนัก และมันเป็นเรื่องที่ยากเพราทางทีมเองก็มีเครื่องที่ดีที่สุดที่พร้อมใช้งานอยู่แล้ว  “มันไม่ใช่แค่เครื่องยนต์อย่างเดียว แต่มันรวมทั้งของหลายๆ สิ่งที่อยู่ในเครื่องยนต์นี้ และตอนนี้วิศวกรของทีมเรายังพอมีเวลาที่จะคิดวิเคราะห์ พวกเราทำการทดสอบหลายรอบ ทั้งผมและเป้กโก้ (ฟรานเชสโก บัญญาญา)” “เราต้องมั่นใจให้ได้ 100% ว่าเครื่องยนต์สำหรับปี 2025 นั้นดีกว่าอย่างชัดเจน และตอนนี้เรายังไม่แน่ใจ ดังนั้นเราต้องรอ เพราะทีมของพวกเราไม่อยากที่จะเสี่ยงโดยไม่จำเป็น” “เพราะเครื่องยนต์เดิมของทีม Ducati (เครื่องยนต์ที่ใช้ในปี 2024) พวกเขาสามารถคว้าชัยได้ถึง 19 สนามจากการแข่งขัน 20 สนาม นั่นก็เรื่องที่พิสูจน์ด้วยตัวมันเองแล้วว่าเครื่องยนต์นั้นมีความยอดเยี่ยมมากขนาดไหน แต่ก็แน่นอนว่า วิศวกร และทีมผู้ผลิตเองก็ต้องการให้มีการพัฒนาที่ดียิ่งขึ้นเสมอ แต่ถ้ามันยังไม่แน่นอน 100% การถอยกลับไปใช้ของเดิมอาจจะเป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่า แต่เครื่องยนต์สำหรับปี 2025 ก็มีข้อดีบางอย่างอยู่ ดังนั้นเรายังต้องพยายามทำความเข้าใจให้ชัดเจนต่อไป” บัญญาย่ามองว่าเครื่องยนต์ใหม่นี้ ยังขาดบางสิ่งบางอย่างอยู่ ทีมเมทของมาร์ก อย่าง เป้กโก้ บัญญาย่า ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับเครื่องยนต์ทั้งคู่นี้ว่า โมเดลปี 2024 ก็เป็นเครื่องที่มีอายุมากกว่า 1 ปีแล้ว แต่เครื่องยนต์ใหม่ของปี 2025 ก็ยังขาดบางสิ่งบางอยู่ “ความจริงก็คือ GP24 เป็นรถที่ยอดเยี่ยมและทำงานได้ดีมาก แต่มันเป็นเครื่องยนต์ที่เราใช้งานมาหนึ่งฤดูกาลแล้ว ส่วน GP25 นั้น เครื่องยนต์ดูดีมาก การส่งกำลังก็ยอดเยี่ยม แต่ก็ยังขาดบางอย่างอยู่”  “ดังนั้น นี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่าย และเรายังคงต้องใช้เวลาสองวันในประเทศไทยเพื่อทำความเข้าใจให้มากขึ้น” ทางด้านของผู้จัดการทีม Ducati Lenovo ‘ดาวิเด้ ทาร์โดซซี่’ มีความคิดเห็นเกี่ยวกับเครื่องยนต์ใหม่ไปในทิศทางเดียวกับเจ้าของแชมป์โลก 8 สมัย และเผยว่าหลังจากเสร็จสิ้นการทดสอบที่เซปัง ประเทศมาเลเซียทางทีมก็มีความเอนเอียงจะไปใช้เครื่องยนต์ในปี 2024 มากกว่า  “เครื่องยนต์ปี 2025 มีศักยภาพที่ดีมาก แต่สุดท้ายแล้ว กฎระเบียบบังคับให้เราต้องเล่นอย่างรอบคอบ เพราะเครื่องยนต์นี้จะต้องถูกใช้ไปอีกสองปี”  “ดังนั้น ในตอนนี้ สมดุลยังคงเอนไปทางเครื่องยนต์ปี 2024 มากกว่าปี 2025 แต่การตัดสินใจครั้งสุดท้ายจะเกิดขึ้นที่ประเทศไทย” ทีม Ducati Lenovo จะลงทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายในรอบบุรีรัมย์ เทส ระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ และจะลงแข่งขันในนัดเปิดสนามของฤดูกาล 2025 ที่สนามเดียวกัน ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ จะเครื่องใหม่ หรือเครื่องเก่า แฟน ๆ Ducati รอดูได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เปโดร อคอสต้า เชื่อ ไลน์อัพปีนี้จะพา KTM กลับสู่ความยิ่งใหญ่

เปโดร อคอสต้า เชื่อ ไลน์อัพปีนี้จะพา KTM กลับสู่ความยิ่งใหญ่ เปโดร อคอสต้า นักบิดจากทีมโรงงานของ KTM อย่าง ‘Redbull KTM Factory Racing’ ออกมาเผยว่า การที่ทีมเก่าของเจ้าตัวอย่าง ‘KTM Tech3’ ที่มีการดึงนักแข่งประสบการณ์สูงสองรายเข้ามาร่วมทีมอย่าง ‘The beats’ เอเนีย บาสเตียนินี่ และ มาร์เวอริค บีญาเลส เชื่อว่าจะเป็นการสร้างไลน์อัพที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ให้กับแบรนด์จากออสเตรียรายนี้  ในการแข่งขันฤดูกาล 2025 ทีมแข่ง KTM ทั้งทีมโรงงาน และทีมรองมีการเผยไลน์อัพนักแข่งที่มีความน่าสนใจไม่น้อย โดยทีมโรงงานมีสองนักบิดอย่าง แบรด บินเดอร์ และเปโดร อคอสต้า และในส่วนของทีมรองอย่าง Redbull KTM Tech3 ได้แก่เอเนีย บาสเตียนินี่ และมาร์เวอริค บีญาเลส ซึ่งไลน์อัพถ้าดูจากชื่อชั้นก็ต้องยอมรับว่าไม่ธรรมดา เพราะนักแข่งแต่ละคนก็มีประสบการณ์การแข่งมาแล้วมากมาย มาเวอริค บีญาเลส คว้าชัยในการแข่งขันแต่ละสนามมาแล้วถึง 26 ครั้ง ทางด้านของ ‘The Beast’ หรือเอเนีย บาสเตียนินี่ ก็สามารถคว้าชัยในการแข่งขันแต่ละสนามมาได้ถึง 13 ครั้ง อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของทีม Ducati ที่ครองความยิ่งใหญ่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงทำให้ ‘BabyShark’ มั่นใจว่าประสบการณ์ต่าง ๆ ของพวกเขาจะสามารถช่วยทีมได้  “พวกเขาจะช่วยเราได้แน่นอน” “เรามีไลน์อัพที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของ KTM และผมจะบอกว่าเราเป็นไลน์อัพที่แข็งแกร่งที่สุดในการแข่งขันฤดูกาลนี้ มันเป็นความจริงที่พวกเขายังไม่มีประสบการณ์มากนักกับ KTM แต่ในอีกแง่หนึ่ง ตัวอย่างเช่น มาเวอริค (บีญาเลส) ชนะการแข่งขันกับสามผู้ผลิตมาแล้ว ส่วน (เอเนีย) บาสเตียนินี มีข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับ Ducati อยู่ในหัวของเขา และเขาก็สามารถทำเวลาได้ดีมากในช่วงสองปีที่ผ่านมา” “ดังนั้นผมคิดว่า ด้วยประสบการณ์และความรู้ทั้งหมดของพวกเขา พวกเขาจะช่วยชี้แนวทางให้เราว่าต้องปรับปรุงอะไร และเราต้องทำอะไรเพื่อก้าวกระโดดครั้งใหญ่ และเมื่อเราปรับแนวทางตามสิ่งที่เขาแนะนำ เราก็น่าจะสามารถพัฒนาไปได้อย่างก้าวกระโดด ผมคิดว่ามันจะเป็นผลดีสำหรับเรามาก” Redbull KTM Factory Racing และ Redbull KTM Tech3 จะลงทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายในการทดสอบ Buriram Test ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ และจะลงแข่งขันในนัดเปิดสนามกับการแข่งขัน ThaiGP25 ที่สนามเดียวกันในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ เหล่าสาวก KTM ห้ามพลาด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jack Miller รู้สึกว่าเข้ากันกับรถ Yamaha แล้ว

Jack Miller รู้สึกว่าเข้ากันกับรถ Yamaha แล้ว Jack Miller นักบิดจากทีม Prima Pramac Yamaha ได้ออกมาเผยว่า ตัวแข่งของทางค่ายอย่าง Yamaha YZR-M1 เหมือนเป็นรถของเขาแล้ว หลังจากที่เจ้าตัวต้องเผชิญกับความยากลำบากในการปรับตัวเข้ากับรถของค่ายส้อมเสียงที่บาร์เซโลนาเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยผลงานการลงทดสอบรถรอบล่าสุดในการทดสอบที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซียนักบิดสัญชาติออสเตรเลียรายนี้สามารถทำเวลาจนติด 10 อันดับของหัวตารางได้ในการทดสอบสองวันแรก และจบการซ้อมในวันสุดท้ายด้วยอันดับที่ 12 ซึ่งหลังจากที่เสร็จสิ้นในโปรแกรมการทดสอบที่ประเทศมาเลเซีย เขาได้ออกมาเผยว่า ตัวเขานั้นรู้สึกดีกับรถ จริงที่เมื่อเปลี่ยนรถก็ต้องใช้เวลาปรับตัวกับมัน แต่ตอนนี้เขารู้สึกดีกับรถ และคิดว่าตัวแข่งคันนี้เหมือนเป็นรถของเจ้าตัวแล้ว “ผมรู้สึกดี ตอนนี้ผมนั่งบนรถและออกตัวในตอนเช้า บางครั้งโดยเฉพาะเมื่อคุณเปลี่ยนผู้ผลิต มันอาจต้องใช้เวลาสักหน่อย เพราะเมื่อคุณออกจากพิทส์ ถังน้ำมันอาจติดขา แฮนด์อาจแตกต่างไป และต้องใช้เวลาปรับตัวให้เข้ากับสิ่งที่เป็นปกติ “แต่นี่เป็นสิ่งที่ปรับตัวเข้ากับได้ค่อนข้างง่าย เมื่อผมตั้งแฮนด์ในตำแหน่งที่ถูกต้อง และปรับพักเท้าให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม “ถังน้ำมันให้ความรู้สึกดีมาก มันไม่มีส่วนที่นูนหรือขรุขระอะไรเลย ขาของผมไม่รู้สึกเจ็บ ซึ่งในอดีตเคยเป็นปัญหาเมื่อคุณนั่งในท่าที่ไม่เข้ากับตัวรถ ขาของคุณอาจไม่แนบสนิท และอาจเกิดจุดกดทับที่สร้างความไม่สบายได้ ตอนนี้ร่างกายของผมรู้สึกดีกับตัวรถ และเมื่อผมออกตัวในตอนเช้า ผมรู้สึกว่า ‘อ่า นี่คือรถของผม’ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมหลังจากเพียงแค่ห้าวันของการขี่” “เมื่อคุณไปยังสนามใหม่ ๆ มันย่อมต้องใช้เวลามากกว่าปกติในการปรับตัว เมื่อเทียบกับการมีประสบการณ์มาก่อนบนรถคันเดิม แต่ผมไม่ได้รู้สึกกดดันอะไร” แจ็ค มิลเลอร์ และทีม Prima Pramac Yamaha จะลงทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายในรอบ Buriram Test ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 12-13 กุมพาพันธ์ และต่อด้วยการแข่งขันในนัดเปิดสนามในการแข่งขัน ThaiGP25 ที่สนามเดียวกัน ในช่วงระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ แฟน ๆ แจ็ค มิลเลอร์ และทีม Yamaha ห้ามพลาด อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 LCR Honda เปิดตัว ‘ก้อง-ซาร์โก้’ ลุย MotoGP 2025

2025 LCR Honda เปิดตัว ‘ก้อง-ซาร์โก้’ ลุย MotoGP 2025 2025 LCR Honda เผยโฉมทีมแข่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งการเปิดตัวทีมทำการเปิดที่ ศูนย์ขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า Honda Safety Riding Park Bangkok ถนนรามคำแหง ประเทศไทย บรรยากาศเต็มไปด้วยเหล่าแฟนคลับที่มาต้อนรับแสนอบอุ่น พร้อมรอชมการเปิดตัวสองนักบิดอย่าง ‘ก้อง-สมเกียรติ จันทรา’ นักบิดชาวไทยคนแรกที่ได้แข่งขันในเมเจอร์สูงสุด และจอมเก๋าอย่างโยฮันน์ ซาร์โก้ ซึ่งการเข้ามาร่วมทีม LCR Honda ของสมเกียรติ จันทราในฤดูกาลนี้ จะเข้ามาแทนที่ของ ‘พ่อนาค’ ทาคาอากิ นาคากามิ ที่ได้ประกาศรีไทร์จากการแข่งขัน แล้วขยับบทบาทของตัวเองขึ้นไปเป็นเทสไรเดอร์ให้กับทีมโรงงาน Honda ที่จะทำงานร่วมกับอดีตแชมป์โลก Moto2 สองสมัย ‘โยฮันน์ ซารโก้’ ในการแย่งชิงโพเดียมเพื่อทวงความยิ่งใหญ่กลับสู่ทีมฮอนด้าอีกครั้ง RC213V ลวดลายใหม่ เป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่ทางอิสระอย่าง LCR จะควบเจ้า RC213V ในการไล่ล่าโพเดียมในการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2025 ซึ่งตัวแข่งของทั้งสองนักบิดอย่าง ‘โยฮันน์ ซาร์โก้’ และ ‘สมเกียรติ จันทรา’ ก็จะมีสีสัน และลวดลายของแต่ละคันที่มีความแตกต่างกันออกไป RC213V ของโยฮันน์ ซาร์โก้ ในฤดูกาลนี้ก็จะคงเน้นไปที่สีขาว และสีเขียวตามปกติ แต่จะมีเฉดสีแดงที่เพิ่มเติมขึ้นมาในบริเวณส่วนหน้าของตัวรถ พร้อมวิงก์เล็ตที่มีการปรับขนาดให้ดูเล็กลง ด้านข้างมาพร้อมโลโก้แบรนด์น้ำมันเครื่อง Castrol ที่เป็นสปอนเซอร์ให้กับทางซาร์โก้ และด้านท้ายมีการปรับบางส่วนเพื่อให้สามารถขับขี่ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ถัดมากับตัวแข่งของ ‘สมเกียรติ จันทรา’ รูปแบบของตัวถังมีความคล้ายคลึงกับของซาร์โก้ทุกประการ จะแตกต่างกันเพียงแค่สีสัน และลวดลายกราฟิกเท่านั้น ซึ่งตัวแข่งของ ‘เจ้าก้อง’ ตัวรถจะเน้นไปที่สีแดง และสีขาวเป็นหลัก ด้านข้างมาพร้อมกับโลโก้แบรนด์น้ำมันเครื่อง Idemitsu ที่จะเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ให้กับก้อง สมเกียรติ ก้อง สมเกียรติพร้อมสู้เพื่อแฟน ๆ นักบิดชาวไทยออกมาเผยว่าเจ้าตัวนั้นรู้สึกตื่นเต้น พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าในการแข่งขันฤดูกาล 2025 ที่กำลังใกล้จะเปิดฉากในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ เจ้าตัวจะทำผลงานให้เต็มที่ที่สุด และขอบคุณแฟน ๆ ชาวไทยที่สนับสนุนเจ้าตัวมาโดยตลอด ยอมรับว่าในช่วง Shakedown Test ลงซ้อมหนักมาก แต่ก็เพื่อที่จะได้นำข้อมูลมาบอกกับทีมงานให้ได้มากที่สุด  รู้สึกตื่นเต้น กับการที่ทีม LCR ได้เปิดตัวในบ้านเรา ในปีนี้ผมจะสู้และทำผลงานให้ดีที่สุด อยากขอบคุณแฟนๆ ชาวไทยที่สนับสนุน และเป็นกำลังใจในทุกๆ เรซ ยอมรับช่วงเช็คดาวน์เทสต์ร่างกายหนักมาก หลังไม่ได้จับรถมานาน ทำให้ร่างกายดาวน์ลง แต่มาในช่วงออฟฟิเชียลเทสต์ มาปรับตัวเก็บรายละเอียดได้และมาบอกทีมงานให้มากที่สุด โยฮันน์ ซาร์โก้ และก้อง สมเกียรติ จะลงทดสอบอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายในการทดสอบ ‘Buriram Test’ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต ระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์นี้ ก่อนที่จะลงแข่งขันในสนามแรกกับการแข่งขัน ThaiGP25 ในสนามเดียวกัน ซึ่งจะทำการแข่งขันระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ แฟน ๆ ก้อง สมเกียรติ และผู้รักในกีฬามอเตอร์สปอร์ตบอกเลยห้ามพลาด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Honda คลิก รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 WorldSBK bimota ม้ามืดจากอิตาลี เปิดตัวแล้ว

2025 WorldSBK bimota ม้ามืดจากอิตาลี เปิดตัวแล้ว 2025 WorldSBK bimota เผยโฉมแล้วสำหรับทีมแข่งขันน้องเก่าหน้าใหม่ ค่ายผู้ผลิตในอิตาลีพร้อมหวนลงศึกสังเวียนอีกครั้งในฤดูกาล 2025 พร้อมสองนักแข่งที่คุ้นหน้าคุ้นตาอย่าง Alex lowes และ Axel Bassani รวมถึงตัวแข่งลวดลายใหม่ในโฉมสีขาว แดงและดำ ตัดแต้มน้ำเงินเล็กน้อย พร้อมเหล่าสปอนเซอร์ไม่ว่าจะเป็น Motul, Showa และ Square Bricks Offices ในรุ่นของ Bimota KB998  โดยรุ่นดังกล่าวเป็นการคอลแลปร่วมกันระหว่างแบรนด์อิตาลีกับค่ายรถคาวาซากิ ซึ่งบิโมต้ากับค่ายเขียวนั้นมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกันมาอย่างเนิ่นนาน นอกจากโฉมตัวแข่งแล้ว โฉมโมเดลที่มีขายยังคอลแลปร่วม เปิดตัวมาขายหลากหลายรุ่นเช่นกัน โดยเจ้า Bimota KB998 มาพร้อมพื้นฐานเครื่องยนต์ Kawasaki ZX-10R กับหัวใจสี่สูบเรียง ซึ่งเป็นเครื่องระดับตำนานที่พาทีมคว้าแชมป์โลกมาแล้วมากมาย   ซึ่งล่าสุดยังได้สร้างผลงานอย่างเฉิดฉายด้วยผลเวลาซ้อมดีสุดกับท็อป 3 ตลอดรอบการเทสทั้งในสนามเฆเรซและปอร์ติเมาที่ผ่านมาอีกด้วย  Alex Lowes กล่าวว่า “ก่อนอื่นเลย ผมชอบสีของรถปี 2025 มาก! ผมตื่นเต้นมากที่ได้เห็นว่า Bimota และ Kawasaki จะทำอะไรได้บ้างในปีนี้ ทีมงานทุกคนทุ่มเทอย่างมากเพื่อให้โครงการนี้เริ่มต้นขึ้น ผมซาบซึ้งมาก ผมรู้สึกดีตั้งแต่ได้ลองขี่รอบแรก เป้าหมายของผมคือสานต่อจากปี 2024 และคว้าผลการแข่งขันที่ดีที่สุดให้ได้” Axel Bassani เผยว่า “วันนี้เรานำเสนอรถแข่งใหม่ ทีมแข่งใหม่ และทุกอย่างใหม่หมด มันพิเศษมากเพราะเราจัดงานที่ บ้านเกิดของผม” “นี่เป็นการผจญภัยครั้งใหม่สำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็น Kawasaki, Bimota และพวกเราในฐานะนักแข่ง สีของรถแข่งปีนี้เป็นแนว Old School แต่ก็มีความร่วมสมัย ผมคิดว่าทุกคนจะชอบลวดลายนี้มาก..ผมหวังว่าเราจะสามารถ แสดงศักยภาพของทีมและสู้เพื่ออยู่แถวหน้าของการแข่งขัน เราต้องการสร้างการแข่งขันที่ยอดเยี่ยม เก็บผลลัพธ์ที่ดี และสนุกไปกับมัน!” การเปิดตัว Bimota KB998 Rimini และทีม Bimota by Kawasaki Racing Team (BbKRT) ถือเป็น ก้าวสำคัญของ Bimota ในการกลับเข้าสู่เวที WorldSBK ร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Kawasaki ทีมแข่งตั้งเป้าหมาย ขึ้นโพเดียม และหวังว่าจะสามารถสร้างประวัติศาสตร์บทใหม่ให้กับ Bimota ในโลกของซูเปอร์ไบค์ระดับโลก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

ก้อง สมเกียรติรับ ยังต้องพัฒนาการขี่ให้มากกว่านี้

ก้อง สมเกียรติรับ ต้องพัฒนาการขี่ให้มากกว่านี้ ก้อง สมเกียรติ จันทรา นักบิดจากทีม LCR Honda ได้ออกมาเผยว่าเขานั้นต้องพัฒนา และเรียนรู้ในการขับขี่เจ้า RC213V ให้มากกว่านี้ เพราะการขับขี่ในระดับ MotoGP นั้นแตกต่างกับตอนขี่ Moto2 โดยสิ้นเชิง เพราะมันมีความแตกต่างกันอยู่หลายจุด  “พวกเรามีเวลาสามวันสำหรับการทดสอบในรอบ Shakedown Test แต่ผมนั้นได้มีโอกาสลงซ้อมแค่สองวันเท่านั้น และรถของผมที่ใช้ซ้อมเป็นรถใหม่ทั้งหมดเมื่อเทียบกับการซ้อมที่บาร์เซโลน่า เนื่องจากทีมของผมอยากให้ผมได้เริ่มทดสอบกับรถปี 2025 และเปรียบเทียบว่ามันแตกต่างกับรถปี 2024 อย่างไรบ้าง” ในการทดสอบวันแรกในรอบ Shakedown Test ก้อง สมเกียรติก็ได้ทำการเช็ครายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวรถ เรียนรู้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ของตัวรถ รวมไปถึงการทดลองในการใช้ตัวช่วยต่าง ๆ โดยเจ้าตัวยังบอกอีกว่าสิ่งที่ยากที่สุดตอนนี้คือการควบคุมความเร็ว และการคำนวนในจุดที่ต้องหยุดรถด้วย เพราะมันมีความแตกต่างจากตอนขี่ Moto2 โดยสิ้นเชิง “ในการทดสอบวันแรกที่ผมได้พบกับรถใหม่ ผมก็เริ่มจากการตรวจเช็ครายละเอียดต่าง ๆ และพยายามเรียนรู้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ของตัวรถ” “ผมพยายามใช้ตัวช่วยของรถในจุดที่จำเป็น เพราะเมื่อผมเทียบกับทาคา (ทาคาอากิ นาคากามิ) เมื่อปีที่แล้ว ยังมีบางจุดที่ผมช้ากว่าเขาในการใช้ตัวช่วยที่ล้อหลัง แต่ผมคิดว่าตอนนี้พวกเรากำลังก้าวไปในทิศทางที่ดีขึ้น” “สำหรับผมตอนนี้ สิ่งที่ยากที่สุดคือการใช้ความเร็ว รวมไปถึงจุดที่ต้องหยุดรถด้วย เพราะตอนนี้ผมเปลี่ยนมาใช้เบรกคาร์บอน ทำให้จุดเบรกของผมแตกต่างจาก Moto2 และความเร็วในการเข้าโค้งนั้นก็แตกต่างจากตอนที่ขี่ Moto2 ด้วย” เวลาที่ทำได้ดีที่สุดต่อรอบของ ก้อง สมเกียรติ ใน Shakedown Test2025 การซ้อมวันที่ 2 2:01.028 การซ้อมวันที่ 3 2:00.550   ก้องจะลงทดสอบ RC213V อย่างเป็นทางการอีกครั้งในการทดสอบรอบ Sepang Test ที่ประเทศมาเลเซีย ในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะแข่งขันในโฮมเรซเป็นสนามแรกระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Honda HRC Castrol โรงงานฮอนด้า พร้อมล่าโพเดียมแล้ว

Honda HRC Castrol โรงงานฮอนด้า พร้อมล่าโพเดียมแล้ว Honda HRC Castrol ทีมจากค่ายฮอนด้าเปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการ โดยการเปิดตัวทีมแข่งหนนี้ มาพร้อมกับภารกิจสำคัญคือการไล่ล่าความสำเร็จให้กับทางฮอนด้าอีกครั้ง หลังจากที่พวกเขาห่างคำว่าแชมป์โลกตั้งแต่ฤดูกาล 2019  การเปิดตัวทีมแข่งประจำฤดูกาล 2025 มาพร้อมกับสองนักบิดคู่ขวัญอย่างโจอัน เมียร์ และลูก้า มารินี่ ที่พร้อมเค้นฟอร์มเก่งในการพาทีมโรงงานฮอนด้ากลับสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง หลังจากที่มาร์ก มาร์เกซได้ออกจากทีมไป RC213V ที่ไม่มี Repsol อาจจะแปลกหูแปลกตาไม่น้อยสำหรับลายของ ‘ตัวแข่ง’ ที่จะใช้แข่งขันในฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะมาถึง เมื่อแบรนด์น้ำมันเครื่องจากประเทศสเปนอย่าง ‘Repsol’ ได้ออกมาประกาศยุติการสนับสนุนทีมโรงงานฮอนด้า หลังจากที่ทั้งสองแบรนด์ร่วมงานกันมานานกว่า 30 ปีตั้งแต่ปี 1995 เมื่อแยกทางไปทีมก็ต้องเดินหน้าไปต่อ โดยทางฮอนด้าได้ประกาศความร่วมมือร่วมแบรนด์น้ำมันเครื่องจากสหราชอาณาจักร อย่าง ‘Castrol’  โดยตัวแข่งอย่าง ‘RC213V’ มาพร้อมกับลวดลาย และสีสันใหม่ชนิดที่ว่าทิ้งลวดลายเก่าแบบหมดจด ซึ่งลวดลายใหม่ในครั้งนี้มาพร้อมกับสีแดงที่เป็นเอกลักษณ์จากทางฮอนด้าพร้อมคาดตัวอักษรสีขาว มาพร้อมกับโลโก้แบรนด์น้ำมันเครื่อง Castrol บริเวณแฟริ่งด้านล่างของตัวรถ ด้านบนบริเวณถังน้ำมันมีสีน้ำเงินมาตัดสลับบ้างเล็กน้อย บริเวณวิงก์เล็ตด้านหน้ามีขนาดที่ลดลงจากฤดูกาลก่อน พร้อมกับด้านท้ายที่มีการปรับดีไซน์ใหม่เพื่อการขับขี่ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น Joan Mir และ Luca Marini พร้อมสู้เพื่อฮอนด้า สองนักแข่งของทีมอย่างโจอัน เมียร์ และลูก้า มารินี่ ก็ออกมาเผยว่าพวกเขาประทับใจในลวดลายใหม่ของรถแข่ง RC213V ที่จะใช้ในฤดูกาล 2025 ที่จะมาถึงนี้พร้อมทั้งบอกว่าพวกเขานั้นตั้งเป้าในฤดูกาลใหม่ พร้อมทุ่มเทการซ้อมมากยิ่งขึ้น Joan Mirr : “ก่อนอื่นเลย ผมต้องบอกว่ารถจักรยานยนต์ดูน่าทึ่งมาก สีใหม่ดูแตกต่างจากที่เราเคยเห็นในอดีต แต่ก็มีความแข็งแกร่งและมันจะเป็นความสุขที่ได้สวมใส่ ผมเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำงานต่อไปเพื่อพัฒนารถจักรยานยนต์ ทีมงาน และตัวเราเอง มันจะเป็นการเริ่มต้นปีที่เข้มข้น ทันทีที่มีการทดสอบสองครั้งหลังจากฤดูหนาว แต่สิ่งนี้จะช่วยให้เรากลับมาอยู่ในจังหวะได้อย่างรวดเร็ว ผมรอคอยที่จะได้เห็นสิ่งที่วิศวกรของเราและพันธมิตรใหม่ของเราที่ Castrol ได้ทำงานร่วมกันในช่วงฤดูหนาว” Luca Marini : “มันยอดเยี่ยมมากที่ได้มาที่จาการ์ตา, อินโดนีเซีย เพื่อเปิดเผยสีใหม่เหล่านี้ – คนที่นี่มีความหลงใหลในมอเตอร์ไซค์, MotoGP และ Honda อย่างมาก ตั้งแต่ฤดูกาล 2024 เราได้เรียนรู้มากมาย และเราสามารถจบฤดูกาลได้ดีขึ้น การพัฒนาต่อไปยังคงเป็นเป้าหมายหลักของฤดูกาล 2025 นี้ ผมรู้ดีว่าทุกคนในโครงการนี้ทำงานหนักแค่ไหน และผมมุ่งมั่นที่จะทำให้ดีที่สุดบนแทร็กเพื่อช่วยเหลือ ทุกๆ ปีที่แล้วเราก็ได้เห็นความก้าวหน้า และผมมั่นใจว่าเราจะทำได้เช่นเดียวกันในปีนี้ในสีสันที่สวยงามเหล่านี้” มุมอื่น ๆ ของ RC213V   สองนักแข่งอย่างโจอัน เมียร์ และลูก้า มารินี่ จะลงทดสอบ RC213V กับทางฮอนด้าในการซ้อมรอบ Shakedown Test จนถึงวันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะลงทดสอบอีกครั้งในรอบ Sepang Test ในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์นี้ RC213V จะกดเวลาได้ดีขนาดนั้น แฟน ๆ ฮอนด้าห้ามพลาด อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

2025 Shakedown Test วันแรก Pol Espargaro กดเวลาดีสุด

2025 Shakedown Test วันแรก Pol Espargaro กดเวลาดีสุด 2025 Shakedown Test ผ่านพ้นวันแรกไปเป็นที่เรียบร้อย เหล่านักทดสอบรถของแต่ละค่ายก็ได้ทำการตั้งใจขับขี่กันอย่างเข้มข้น เพราะต้องการที่จะหาจุดที่จะต้องแก้ไข และปรับปรุงให้ได้มากที่สุด เพื่อที่ต้องการให้ ‘ตัวแข่ง’ ของแต่ละทีมสามารถรีดประสิทธิภาพขณะแข่งขันให้ออกมายอดเยี่ยมอย่างมากที่สุด  โดยเหล่านักทดสอบรถในแต่ละคนก็สามารถกดเวลาได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะในรายของอดีตแชมป์โลก Moto2 ในปี 2013 อย่าง ‘ Pol Espagaro’ จากค่ายไร่ส้ม KTM ที่สามารถกดเวลาได้ดีสุดที่ 1:59.691 นาทีต่อรอบ ตารางเวลาดีที่สุด Shakedown Test วันแรก (รอบเวลา 18.00 นาฬิกา) ผู้ขับขี่ ทีม (รถที่ใช้ทดสอบ) เวลาที่ทำได้ Pol Espargaro KTM Test Rider (RC16) 1:59.691 Ai Ogura Trackhouse Aprilia (RS-GP25) 1:59.862 Takaaki Nakagami Honda Test Rider (RC213V) 1:59.888 Dani Pedrosa KTM Test Rider (RC16) 1:59.926 Fermin Aldeguer Gresini Ducati (GP24) 2:00.053 Andrea Dovizioso Yamaha Factory Racing (YZR-M1) 2:00.881 Andrea Dovizioso Yamaha Factory Racing (YZR-M1) 2:01.207 Michele Pirro Ducati Test Rider (GP25) 2:01.383 Andrea Dovizioso Yamaha Factory Racing (YZR-M1) 2:02.330 Lorenzo Savadori Aprilia Test Rider (RS-GP25) 2:03.782   ตารางเวลาดีที่สุด Shakedown Test วันแรก (รอบเวลา 17.00 นาฬิกา) ผู้ขับขี่ ทีม (รถที่ใช้ทดสอบ) เวลาที่ทำได้ Pol Espargaro KTM Test Rider (RC16) 1:59.691 Takaaki Nakagami Honda Test Rider (RC213V) 1:59.888 Dani Pedrosa KTM Test Rider (RC16) 1:59.926 Ai Ogura Trackhouse Aprilia (RS-GP25) 2:00.524 Fermin Aldeguer Gresini Ducati (GP24) 2:00.583 Andrea Dovizioso Yamaha Factory Racing (YZR-M1) 2:00.881 Andrea Dovizioso Yamaha Factory Racing (YZR-M1) 2:01.207 Michele Pirro Ducati Test Rider (GP25) 2:01.383 Andrea Dovizioso Yamaha Factory Racing (YZR-M1) 2:02.983 Lorenzo Savadori Aprilia Test Rider (RS-GP25) 2:03.782   ตารางเวลาดีที่สุด Shakedown Test วันแรก (รอบเวลา 16.00 นาฬิกา) ผู้ขับขี่ ทีม

Pramac Racing 2025 ม่วงมาแต่ไกล พร้อมคว้าชัยในฤดูกาล 2025

Pramac Racing ม่วงมาแต่ไกล พร้อมคว้าชัยในฤดูกาล 2025 เรียกได้เป็นอีกทีมที่เก่งกาจไม่แพ้ทีมโรงงานเลย สำหรับทีมเซทเทิลไลท์อย่าง Pramac Racing 2025 ที่พึ่งพามาร์ตินคว้าแชมป์โลกฤดูกาล 2024 ไปหมาด ๆ ครั้งนี้เปิดตัวมาพร้อมลุคใหม่ด้วยตัวแข่งค่ายเลือดน้ำเงินอย่าง Yamaha YZR-M1 พร้อมและสองนักแข่งอย่าง Miguel Oliveira #88 และพ่อหนุ่ม 4 King อย่าง Jack Miller #43 คู่หูคนใหม่ สำหรับการมาครั้งใหม่ของมิเกล โอลิเวร่า จากแทร็กเฮ้าส์ อาพริเลีย สู่ทีมพรามัคนั้นเป็นประสบการณ์อะไรที่ค่อนข้างใหม่และเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ทว่าแจ็คนั้น เจ้าตัวเคยร่วมงานกันมาแล้วในช่วงฤดูกาล 2018 – 2020 ซึ่งจบฤดูกาลสุดท้ายกับทีมได้สวยในอันดับที่ 7 กับ 132 คะแนน ปีนี้ได้ Alpine เป็นสปอนเซอร์และร่วมพัฒนา พร้อมตัวแข่งเวอร์ชันใหม่ที่มาในลวดลายผสมผสานระหว่างทีมแข่งและค่ายรถ ดูสวยงามในสไตล์ปราแมค เรซซิ่ง และที่สำคัญกับสปอนเซอร์รายใหม่ที่พึ่งเซ็นร่วมสนับสนุนทีมแข่งไปแบบสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อไม่กี่สัปดาห์นี้อย่าง Alpine (อัลไพน์) แบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์สมรรถนะสูงจากฝรั่งเศส ที่จะมาร่วมพัฒนาเทคโนโลยีรถแข่งร่วมกับทีมซึ่งถือว่าเป็นทีมที่น่าจับตาไม่น้อยเลยทีเดียว  กับทีมเก่าในคราบรถใหม่ คงเป็นอะไรที่แฟน ๆ ต่างให้ความสนใจ ว่าทีมนี้นั้นจจะสามารถพานักบิดคว้าแชมป์โลกอีกครั้งได้หรือไม่ โดยสามารถชมการเทสครั้งแรกที่สนามเซปัง มาเลเซียในวันที่ 5 – 7 ก.พ.นี้ แฟน ๆ สามารถติดตามชมและเป็นกำลังใจให้กับนักแข่งกันได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Monster Energy Yamaha MotoGP2025 ส้อมเสียงมาแล้ว !

Monster Energy Yamaha MotoGP2025 ส้อมเสียงมาแล้ว ! Monster Energy Yamaha MotoGP2025 เผยโฉมแล้วอย่างเป็นทางการ อีกหนึ่งทีมที่แฟน ๆ หลายคนต่างรอคอยไม่แพ้ค่ายใหญ่ในอีกหลาย ๆ ค่ายใน MotoGP ซึ่งในหนนี้ยังคงนำทัพโดยเจ้าของแชมป์โลกหนึ่งสมัยอย่าง ‘ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่’ ควงคู่มากับทีมเมทคนเดิมอย่าง อเล็กซ์ รินส์ ที่ในฤดูกาลนี้พร้อมทวงความยิ่งใหญ่กลับคืนสู่ทีมโรงงานอีกครั้ง  โดยการไล่ล่าโพเดียมประจำฤดูกาลนี้ ทั้งคู่จะควบรถแข่ง Yamaha YZR-M1 ที่ยังคงคลุมโทนสีสันเดิม สวยงามตระกาลตา โดดเด่นด้วยสัญลักษณ์จากเครื่องดื่มชูกำลัง ‘Monster Energy’ พร้อมสีน้ำเงินตัดสลับสีดำเพื่อเพิ่มความดุดัน ด้านหน้ารถมาพร้อมหมายเลขคู่ใจจากฤดูกาลก่อน ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่ ยังคงมากับหมายเลข 20 และอเล็กซ์ รินส์ มากับรถหมายเลข 42  แต่ในเรื่องของผลงานการแข่งขันที่ต้องยอมรับว่าค่ายส้อมเสียงกับฤดูกาล 2024 ในการแข่งขัน MotoGP นั้นไม่มีโอกาสได้กลับไปยืนบนโพเดียมเลย ซึ่งผลงานที่ดีที่สุดของฟาบิโอ กวาร์ตาราโร่คือการจบในอับดับที่ 6 และอเล็กซ์ รินส์ จบในอันดับที่ 8 ที่สนามประเทศอินโดนีเซียในฤดูกาล 2024 ที่ผ่านมา แม้การจับคู่ของดูโอ้ทีมโรงงานในฤดูกาลที่สอง จะยังคงสามารถดึงความน่าสนใจในวงการมอเตอร์สปอร์ตได้ไม่น้อย แฟน ๆ ค่ายส้อมเสียงสามารถเอาใจช่วย แล้วลุ้นว่าในฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะเปิดฉากนี้ นักบิดจากทีมโรงงานค่ายส้อมเสียงจะสามารถโชว์ผลงานให้แฟน ๆ ประทับใจได้หรือไม่ ต้องมาลุ้นกัน โดยทีมโรงงานยามาฮ่าจะลงทดสอบในรอบ Shakedown Test ในระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะลงซ้อมอีกครั้งในรอบเซปัง เทส ระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์นี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Brad Binder มองว่า KTM ไม่ได้ห่างจาก Ducati มากขนาดนั้น

Brad Binder มองว่า KTM ไม่ได้ห่างจาก Ducati มากขนาดนั้น Brad Binder นักบิดจอมเก๋าจากทีมโรงงาน KTM ได้ออกมาเผยหลังจากงานเปิดตัวทีมแข่งจากแบรนด์ KTM เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมาว่า ช่องว่างในช่วงเวลาต่อรอบที่ KTM ตามหลัง Ducati ในการแข่งขัน MotoGP ไม่ได้ห่างมากขนาดนั้น  ถึงแม้ว่ารถจากค่าย Ducati จะมีช่วงเวลาที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขัน MotoGP เมื่อฤดูกาล 2024 ด้วยการคว้าชัยได้ถึง 19 สนามจากการแข่งขันทั้งหมด 20 สนาม พร้อมกับการคว้าแชมป์ประเภททีม และแชมป์ผู้ผลิตด้วยคะแนนที่ขาดลอย “ผมคิดว่ามันแตกต่างกันไปในแต่ละสนาม ซึ่งในบางสนามผมคิดว่าเราสามารถสู้ได้ และเราเองก็มีโอกาสในการคว้าโพเดียม แต่ในบางสถานการณ์ผมก็มองว่าเราก็เจอโจทย์ที่ยากอยู่พอสมควร แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ถ้าคุณลองดูตัวเลข และวิเคราะห์ช่องว่างต่อรอบในเวลาที่ทำได้ ผมรู้สึกว่าเราก็ไม่ได้ห่างจาก Ducati มากขนาดนั้น”  “จริงที่แต่ก่อนอาจจะดูห่างกันมากในเรื่องของช่องว่าง และประสิทธิภาพ แต่ถ้ามองในความเป็นจริงถ้าพวกเราทำการปรับปรุงเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละจุดสุดท้ายแล้วช่องว่างตรงนั้นก็จะหายไปเอง” ตารางคะแนนทีมแข่งประจำฤดูกาล 2024 ทีม คะแนน Ducati Lenovo Team 884 คะแนน Prima Pramac Racing 681 คะแนน Gresini Racing MotoGP 565 คะแนน Aprilia Racing 353 คะแนน Pertamina Enduro VR46 Racing Team 318 คะแนน Red Bull KTM Factory Racing 304 คะแนน Red Bull GASGAS Tech3 242 คะแนน Monster Energy Yamaha MotoGP Team 144 คะแนน Trackhouse Racing 141 คะแนน LCR Honda 86 คะแนน Repsol Honda Team 35 คะแนน   จากตารางคะแนน ‘รูปแบบทีม’ ด้านบน ทางด้านของ Ducati Lenovo Team สามารถทำคะแนนได้ถึง 884 คะแนน และทางด้านของทีมโรงงาน KTM สามารถทำคะแนนได้เพียง 304 คะแนนเท่านั้น ทีม คะแนน Ducati 722 คะแนน KTM 327 คะแนน Aprilia 302 คะแนน Yamaha 124 คะแนน Honda 75 คะแนน   และตารางนี้คือตารางคะแนนของ ‘ผู้ผลิต’ ซึ่งก็ยังคงเป็นแบรนด์รถจากค่ายอิตาลีที่สามารถคว้าแชมป์ได้อีกเช่นเคยด้วยคะแนนรวม 722 คะแนนจากคะแนนเต็ม 728 คะแนน คิดเป็น 99% และอันดับที่สองตกเป็นของ KTM สะสมคะแนนได้ 327 คะแนน คิดเป็น 44% โดยช่องว่างระหว่างอันดับที่ 1 และอันดับที่ 2 ห่างกันถึง 395 คะแนนซึ่งก็ถือว่าเป็นช่องว่างที่มีความห่างไม่น้อยเลยทีเดียว จากนั้นนักบิดสัญชาติแอฟฟริกาใต้รายนี้ยังเผยอีกว่าในการแข่งขัน ThaiGP25 ที่จะเปิดฉากในช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ เขาหวังว่าตัวเขาจะมีฟอร์มที่ดีที่สุดในช่วงชีวิตของเขา  “เมื่อเราลงแข่งที่ไทย ผมอยากฟอร์มการแข่งอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดในชีวิตของผม” “พวกเขาทุกคนรวมไปถึงทีมงานเร่งทำงานอย่างหนักให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะได้ไต่อันดับขึ้นไป และสามารถต่อสู้กับกลุ่มหัวตารางให้ได้อย่างมากที่สุด” ผลงานที่ดีที่สุดของ KTM ในการแข่งขัน MotoGP 2024 สนามที่ทำการแข่งขัน นักแข่ง อันดับที่ทำได้ สนามลูเซลอินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศกาตาร์ Brad Binder 2 สนามมันดาลิกาอินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศอินโดนีเซีย Pedro Acosta 2

KTM Factory Racing Team MotoGP2025 ไร่ส้ม มาแล้ว !

KTM Factory Racing Team MotoGP2025 ไร่ส้ม มาแล้ว ! KTM Factory Racing MotoGP 2025 เผยโฉมแล้วอย่างเป็นทางการกับค่าย ‘ไร่ส้ม’ อีกหนึ่งทีมในการแข่งขันฤดูกาล 2025 ที่มีความน่าสนใจไม่น้อย เพราะไลน์อัพที่เปิดเผยมาก็ทำให้หลายคนตั้งหน้าตั้งตารอในการเผยโฉมทีมแข่ง และแล้วก็ได้เวลาเผยโฉมทีมแข่งของทีมโรงงานที่เป็นการจับคู่กันระหว่าง Brad Binder และ Pedro Acosta เจ้าของรางวัล Rookie of the year 2024 เริ่มที่ Brad Binder นักบิดจอมเก๋ามากประสบการณ์ของทีม กับการเข้าสู่ฤดูกาลที่หกของเจ้าตัวกับทีมโรงงาน KTM โดยเจ้าตัวนั้นตั้งเป้าหมายในฤดูกาลนี้ว่าจะสู้เพื่อโพเดียมให้เต็มที่ที่สุด “มันบ้ามากที่คิดว่านี่เป็นฤดูกาลที่หกของผมใน MotoGP แล้ว พูดตามตรง ปี 2024 เป็นปีที่ผมได้เรียนรู้มากที่สุด พอเข้าสู่ปี 2025 ผมรู้สึกว่ามันทำให้ผมเป็นนักแข่งที่ดีขึ้นมาก เป้าหมายของผมในฤดูกาลนี้คือการนำสิ่งที่เรียนรู้มาใช้และก้าวไปอีกขั้น เพื่อต่อสู้กับกลุ่มผู้นำ เราอยู่ไม่ไกลเกินไป เราจบอันดับที่ 2 ในแชมป์ประเภทผู้ผลิต ดังนั้นเหลือเพียงอีกหนึ่งทีมที่เราต้องแซงหน้าไปให้ได้ เมื่อผมเห็นว่าทุกคนที่โรงงานทำงานหนักแค่ไหน และพลังที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด มันชัดเจนว่าเรากำลังมุ่งหน้าไปสู่จุดนั้น” ‘Baby Shark’ Pedro Acosta กับการก้าวเข้าสู่ทีมโรงงานครั้งแรกของเจ้าตัว โดยดาวรุ่งแดนกระทิงดุรายนี้ออกมาเผยว่าเขานั้นได้เรียนรู้วิธีควบคุมรถที่ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งยังสามารถปรับตัวให้เข้ากับการแข่งขัน MotoGP และมองว่าการได้ขึ้นมาแข่งในนามของทีมโรงงานเป็นฝันที่แท้จริงของตัวเขา “แน่นอนว่า ปี 2024 เป็นปีที่ดี และเรายังมีเป้าหมายบางอย่างที่เก็บไว้ ผมได้เรียนรู้วิธีควบคุมการแข่งขันและปรับตัวให้เข้ากับ MotoGP การได้มาร่วมทีมโรงงานหลังจากผ่าน Moto3 และ Moto2 ถือเป็นความฝันที่เป็นจริง นอกจากนี้ การมีแบรดเป็นเพื่อนร่วมทีม และช่วยกันพัฒนารถแข่งจะเป็นจุดแข็งที่ดีมาก มันเป็นประโยชน์ที่เขามีประสบการณ์มากในคลาสนี้ และผมคิดว่าเราจะทำงานร่วมกันได้ดี สองปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับปี 2025 คือการควอลิฟาย และช่วงรอบแรกของการแข่งขัน ปีที่แล้วเรามีความเร็วพอที่จะแข่งเพื่อลุ้นโพเดียมหรือชัยชนะ แต่เรายังมีปัญหาในรอบควอลิฟาย ดังนั้นสองจุดนี้จะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราต้องปรับปรุงในฤดูกาลนี้” RC16 ของทีม KTM Factory Racing ไม่เพียงแค่ทีมโรงงาน แต่ในการเปิดตัวครั้งนี้ยังเปิดตัวพร้อมกับทีมที่สองของผู้ผลิตอย่าง KTM Tech3 ที่ชูโรงโดย ‘The beats’ เอเนีย บาสเตียนินี่ ควงคู่มากับ ‘Top Gun’ มาเวอริค บีญาเลส ที่ย้ายมาจากทีมโรงงาน Aprilia เอเนีย บาสเตียนินี่ นักบิดคนใหม่ของทีมได้ออกมาเผยว่าเขานั้นรู้สึกตื่นเต้นในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง อีกทั้งยังประทับใจกับตัวรถ RC16 เพราะสามารถเข้าโค้งได้อย่างยอดเยี่ยม และระบบเกียร์ที่ตอบสนองไวทันใจ “ผมรู้สึกตื่นเต้นมากสำหรับฤดูกาลนี้ เราต้องเริ่มต้นอย่างใจเย็น เพราะสิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจกับตัวรถและทีม แต่ผมมีแรงจูงใจ และคิดว่าประมาณการแข่งขันที่สามหรือสี่ เราจะสามารถแข่งขันได้อย่างจริงจัง เมื่อผมได้ลองขี่รถ ผมก็เข้าใจถึงศักยภาพของมันทั้งหมด มันน่าประทับใจมากที่สามารถเข้าโค้งได้อย่างสุดขอบ และระบบเกียร์ก็เร็วมาก มันเร็วสุดๆ เลย ดังนั้น ใช่ครับ ผมประทับใจมากจริงๆ” มาเวอริค บีญาเลส เผยว่าเจ้าตัวนั้นใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กในการสวมชุดแข่งของ KTM และยังเผยเพิ่มเติมเกี่ยวกับความรู้สึกของรถ RC16 ว่า เมื่อได้ขับขี่แล้วรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน เพราะเป็นรถที่เจ้าตัวชื่นชอบอย่างมาก  “การได้สวมชุดแข่งของ Red Bull KTM รู้สึกดีมาก ตั้งแต่เด็ก ผมเห็นพวกเขาในมอเตอร์ครอสและการแข่งขันมาตลอด… ดังนั้น นี่คือทีมในฝันของผม ความคิดแรกของผมเกี่ยวกับ KTM RC16 คือ ‘ว้าว นี่มันสุดยอด มันเร็วมาก!’ ผมจำได้ว่าที่มอนต์เมโล่ มันเร็วสุดๆ และนี่เป็นสิ่งสำคัญในยุคใหม่ของ MotoGP เพราะการแข่งขันส่วนใหญ่มักจะตัดสินกันใน 5-6 รอบแรก ปีแรกที่คุณเปลี่ยนไปใช้รถใหม่ คุณต้องมีสมาธิตลอดเวลา และเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ ทุกครั้งที่คุณลงสนามแข่งใหม่ มันให้ความรู้สึกแตกต่างจากปีก่อนๆ อย่างสิ้นเชิง คุณต้องมีแนวคิดที่เปิดกว้างและโฟกัสให้มาก ดังนั้น เป้าหมายของผมคือการมีสมาธิและทำผลงานให้ดีที่สุด สิ่งที่ดีคือทันทีที่ผมขึ้นขี่ KTM มันให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน มันเป็นรถที่ผมชอบและเข้ากับสไตล์การขี่ของผม โดยเฉพาะตอนเข้าโค้ง นี่เป็นเรื่องสำคัญมากจริงๆ” RC16 จากทีม KTM Tech3 นักแข่งทั้ง 4 รายนี้จะควบ RC16 ลงซ้อมอย่างเป็นทางการที่การซ้อมในรอบเซปัง เทส ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซียในวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ และจะลงแข่งขันในนัดเปิดสนาม ThaiGP25 ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ถึง

Shakedown Test2025 ค่ายไหนส่งใครทดสอบบ้าง ?

Shakedown Test2025 ค่ายไหนส่งใครทดสอบบ้าง ? Shakedown Test2025 ที่สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย กำลังจะเริ่มเปิดฉากอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 31 มกราคมที่จะถึงนี้ โดยการทดสอบรอบนี้จะเป็นการทดสอบเฉพาะกลุ่มเทสไรเดอร์ และเหล่านักแข่งหน้าใหม่ที่จะขึ้นมาแข่งขันใน MotoGP ฤดูกาล 2025 เป็นครั้งแรก  โดยการทดสอบในรอบ Shakedown Test ที่กำลังจะเปิดฉากขึ้นจะเป็นการทดสอบเพื่อให้เหล่าเทสไรเดอร์ และทีมช่างของแต่ละทีมได้ทำการวิเคราะห์ และพิจารณาในข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับตัวรถ ก่อนที่จะส่งต่อรถให้กับนักแข่งของแต่ละทีม เพื่อให้สามารถแข่งขันในช่วงเรซจริงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ Honda และ Yamaha ร่วมจอยในรอบ Shakedown Test ซึ่งการทดสอบในรอบนี้ทางฝั่งค่ายญี่ปุ่นอย่าง ฮอนด้า และยามาฮ่า ก็จะได้สิทธิพิเศษในการลงทดสอบ ที่สามารถนำนักแข่งลงไปร่วมทดสอบได้ในรอบ Shakedown ที่ค่ายญี่ปุ่นสามารถทำเช่นนี้ได้เพราะรถแข่งจากค่ายญี่ปุ่นทั้งสองแบรนด์สามารถทำคะแนนได้อยู่ในอันดับสุดท้าย และรองสุดท้าย ทางฝั่งฮอนด้าสามารถทำคะแนนได้เพียง 75 คะแนน และยามาฮ่าทำได้เพียง 124 คะแนน ซึ่งหมายความว่าทั้งคู่ยังไม่สามารถทำคะแนนได้ถึง 35% ของคะแนนรวมทั้งหมดตลอดซีซันที่ 728 คะแนน (แบ่งเป็น (คะแนนการแข่งวันอาทิตย์ 25 คะแนน) x (20 สนาม)) + ((การแข่งขันในวันเสาร์ 12 คะแนน) x (20 สนาม)) และไม่สามารถขึ้นโพเดียมได้เลยในตลอดซีซั่น 2024 ที่ผ่านมา ด้วยเหตุนี้ทั้งสองค่ายจึงทำให้เข้าเงื่อนไขดังกล่าว เพื่อให้ผู้ผลิตทั้งสองรายสามารถพัฒนารถที่ใช้แข่งขัน เพื่อให้สามารถต่อสู้กับรถแข่งทางฝั่งยุโรปได้อย่างสูสี นักแข่งหน้าใหม่ลงครบ  และการซ้อมรอบนี้จะรวมไปถึงเหล่านักแข่งหน้าใหม่ที่ได้ขึ้นมาแข่งขันใน MotoGP2025 เป็นฤดูกาลแรกได้แก่ ไอ โอกูระ จากทีม Trackhouse Racing, เฟอร์มิน อัลเดเกร์ จากทีม Gresini Racing และสมเกียรติ จันทรา จากทีม LCR Honda  นอกเหนือจากสามรายที่ได้กล่าวไปเมื่อข้างต้นแล้วนั้น ก็ยังมีเหล่าเทสไรเดอร์ หรือนักทดสอบรถแข่งของแต่ละค่าย โดยส่วนใหญ่จะเป็นอดีตที่เคยมีผลงานยอดเยี่ยมมาก่อน ในช่วงที่ตัวเองแข่งขัน ร่วมลงทดสอบในรอบนี้อีกด้วย ดังนี้ ค่าย Ducati Michele Pirro (มิเคเล่ ปีร์โร) นักทดสอบหลักของทีม Ducati (อดีตแชมป์โลกรุ่น 125 ซีซีในปี 2004) Fermin Aldeguer (เฟอร์มิน อัลเดเกร์) นักแข่งหน้าใหม่สังกัดทีม Gresini Racing ค่าย Aprilia Lorenzo Savadori (โลเรนโซ ซาวาดอรี) นักทดสอบหลักของทีม Aprilia Ai Ogura (ไอ โอกูระ) นักแข่งหน้าใหม่สังกัดทีม Trackhouse Racing ค่าย KTM Dani Pedrosa (ดานี่ เปโดรซ่า) นักทดสอบหลักของทีม KTM (อดีตแชมป์โลกรุ่น 250 ซีซีในปี 2005 ปัจจุบันทำหน้าที่หัวหน้าทีมทดสอบ) Pol Espargaro (โปล เอสปาร์กาโร) นักทดสอบของค่าย KTM (อดีตแชมป์โลก Moto2 ปี 2013) ค่าย Yamaha Andrea Dovizioso (อันเดรีย โดวิซิโอโซ) นักทดสอบของทีม Yamaha (อดีตแชมป์โลกรุ่น 125 ซีซี) Augusto Fernandez (อากุสโต้ เฟร์นันเดซ) นักทดสอบของค่าย Yamaha (แชมป์โลก Moto2 ปี 2022) Fabio Quartararo (ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร) นักแข่งสังกัดทีม Monster Energy Yamaha MotoGP Alex Rins (อเล็กซ์ รินส์) นักแข่งสังกัดทีม Monster Energy Yamaha MotoGP Jack Miller (แจ็ค มิลเลอร์) นักแข่งสังกัดทีม Prima

2025 Bennetts British Superbike ศึกคนเถื่อน ฤดูกาลใหม่ มาแล้ว

2025 Bennetts British Superbike ศึกคนเถื่อน ฤดูกาลใหม่ มาแล้ว เข้าสู่ช่วงฤดูกาล 2025 กับอีกหนึ่งรายการแข่งขันสองล้อสุดเดือดจากสหราชอาณาจักรอย่าง Bennetts British Superbikes Calendar 2025 พร้อมเผยปฎิทินการแข่งขันตลอดทั้งฤดูกาล ทั้งหมด 11 สนาม ปักหมุดวันให้พร้อม!! ปฏิทินแข่งขัน BSB ฤดูกาล 2025 Round Date Circuit Official Test  6-7 เมษายน Circuito de Navarra, สเปน Official Test  18-19 เมษายน Donington Park (GP Circuit), สหราชอาณาจักร Official Test  23-24 เมษายน Oulton Park, สหราชอาณาจักร 1 3-5 พฤษภาคม Oulton Park, สหราชอาณาจักร 2 16-18 พฤษภาคม Donington Park (GP Circuit), สหราชอาณาจักร 3 20-22 มิถุนายน Snetterton, สหราชอาณาจักร 4 4-6 กรกฎาคม Knockhill, สหราชอาณาจักร 5 25-27 กรกฎาคม Knockhill, สหราชอาณาจักร 6 8-10 สิงหาคม Thruxton, สหราชอาณาจักร 7 23-25 สิงหาคม Cadwell Park, สหราชอาณาจักร 8 5-7 กันยายน Donington Park (GP Circuit), สหราชอาณาจักร 9 19-21 กันยายน TT Circuit Assen, เนเธอร์แลนด์ 10 3-5 ตุลาคม Oulton Park, สหราชอาณาจักร 11 17-19 ตุลาคม Brands Hatch (GP Circuit), สหราชอาณาจักร   ตัวตึงที่น่าจับตามองในฤดูกาลนี้ ไคล์ ไรด์ (Kyle Ryde) – แชมป์ BSB 2024 จากทีม OMG GRILLA Yamaha Racing ทอมมี่ ไบรด์เวลล์ (Tommy Bridewell) – อดีตแชมป์ปี 2023 จากทีม BeerMonster Ducati แบรดลีย์ เรย์ (Bradley Ray) – อดีตแชมป์ปี 2022 ที่อาจกลับมาแข่งขันอีกครั้ง การชิงแชมป์เมื่อฤดูกาล 2024 ที่ผ่านมา รวมถึงนักแข่งที่มาร่วมแข่งขันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอดีตนักบิดจากโมโตจีพี หรือ WorldSBK กับกฎการแข่งขันสุดเดือด โดยออกแบบให้ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีในตัวรถ อาทิการห้ามใช้ระบบแทร็กชันคอนโทรล จึงต้องอาศัยทักษะความสามารถของนักแข่งล้วน ๆ ประกอบกับสนามที่จัดแข่งขันล้วนเป็นสนามที่ได้รับการรองรับในระดับสากล หรือแม้กระทั่งบางสนามก็เคยแข่งขันในรายการระดับโลก อาทิ Brands Hatch, Donington Park, และ TT Circuit Assen ซึ่งเต็มไปด้วยความเร็วและความท้าทาย โดยมีรุ่นแข่งขันทั้งหมดประกอบไปด้วย British Superbike Championship (BSB) รุ่นซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี ซึ่งเป็นรุ่นใหญ่สุด  British Supersport Championship รุ่นรองลงมาที่ใช้เครื่องยนต์พิกัด 600 – 700 ซีซี แบบเดียวกับการแข่งขันรุ่น SuperSport ใน WSBK British Superstock

VR46 มองว่า Ducati GP25 คืออาวุธที่แท้จริง

VR46 มองว่า Ducati GP25 คืออาวุธที่แท้จริง VR46 ที่พึ่งเปิดตัวไปหมาด ๆ เมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา สองนักแข่งของทีมอย่าง “Diggia” ฟาบิโอ ดิ จานนันโตนิโอ และ “แฟรงกี้” ฟรานโก้ มอร์บิเดลลี่ ก็ได้มีโอกาสในการขับขี่ตัวแข่งจากค่าย Ducati อย่าง Desmosedici GP โดย Diggia จะได้ใช้สเปคเดียวกับทีมโรงงาน ได้แก่ Desmosedici GP25 และมอร์บิเดลลี่จะได้ใช้ในสเปครองลงมาอย่าง Desmosedici GP24  ในการเปิดตัวทีมที่ผ่านมา หลังจากเผยโฉมรถใหม่ที่จะใช้แข่งขันในฤดูกาลหน้าที่กำลังจะมาถึง มอร์บิเดลลี่ ได้ตอบคำถามกับสื่อเกี่ยวกับตัวรถ GP24 หลังจากที่เจ้าตัวเคยใช้ลงแข่งขันในการแข่งขันฤดูกาล 2024 ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่ามันเป็นรถแข่งที่ยอดเยี่ยม “GP24 มันเป็นรถแข่งที่ยอดเยี่ยม เพราะมันถูกพัฒนามาอย่างดี อีกทั้งรถคันนี้มันสามารถทำความเร็วได้อย่างน่าเหลือเชื่อ และสามารถคว้าชัยชนะได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ลงแข่งขัน ดังนั้นผมเลยเชื่อมั่นในรถแข่ง GP24 คันนี้”  และในรายของฟาบิโอ ดิ จานนันโตนิโอ ก็ได้ออกมาเผยถึงความรู้สึกที่เจ้าตัวจะได้ใช้รถที่มีการพัฒนามากถึง 2 ปีอย่าง GP25 (เดิมเจ้าตัวใช้ GP23 ในการแข่งขันเมื่อฤดูกาล 2024) โดยเจ้าตัวรู้สึกประทับใจ และมองว่า GP25 ที่จะได้ใช้แข่งขันนี้มันจะกลายเป็นอาวุธที่น่ากลัวอย่างแท้จริง “สำหรับผม ถือว่ามันเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่จาก GP23 เพราะผมได้ใช้เทคโนโลยีที่พัฒนามาถึงสองปี เพราะฉะนั้นการขับขี่ครั้งนี้มันจะเป็นความท้าทายใหม่อย่างแน่นอน แน่นอนว่าในช่วงแรกคงต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจถึงพัฒนาการของ GP25 และคงต้องดูว่าอะไรที่ใช้ได้ หรือใช้ไม่ได้”  “อย่างไรก็ตาม ผมว่า GP25 ที่ดูคาติมอบให้ผม ผมคิดว่ามันจะเป็นอาวุธที่น่าสนใจอย่างแท้จริง เพราะตัวแข่งคันนี้มันถูกพัฒนามาจาก GP24 แน่นอนว่าโฉมเก่าก็เป็นรถที่ยอดเยี่ยมมากอยู่แล้ว และยิ่งได้รับการพัฒนาในโฉมนี้มันก็จะดีมากยิ่งขึ้นไปอีก และนี่มันจะเป็นความท้าทายใหม่ที่ผมจะต้องมีสมาธิอย่างมากกับรถคันนี้” โดยในการแข่งขันฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะเปิดฉากนี้จะมีนักแข่งเพียงสามรายเท่านั้นที่ได้ใช้รถ Ducati Desmosedici GP25 ได้แก่สองหนุ่มจากทีมโรงงาน Ducati Lenovo อย่าง มาร์ก มาร์เกซ และฟรานเชสโก้ บัญญาย่า และฟาบิโอ ดิ จานนันโตนิโอ จากทีม VR46  “ดิกเจีย” จะควบ GP25 ลงซ้อมอีกครั้งอย่างเป็นทางการในรอบที่สนามเซปัง ประเทศมาเลยเซียในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ และแข่งขันนัดเปิดสนามในรายการ ThaiGP ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคมนี้ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Prima Pramac จับมือ Alpine ลุย MotoGP2025

Prima Pramac จับมือ Alpine ลุย MotoGP2025 Prima Pramac อดีตทีมต้นสังกัดของแชมป์ MotoGP หนล่าสุดได้ประกาศจับมือกับอัลไพน์ แบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์สมรรถนะสูงจากประเทศฝรั่งเศส โดยการประกาศจับมือหนนี้อาจนำมาซึ่งความร่วมมือด้านการพัฒนาในด้านของเทคโนโลยีรถแข่ง ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในการแข่งขันระดับ MotoGP เปาโล แคมปิโนติ หัวหน้าทีมของพราแม็ก ได้ออกมาเผยว่าตนนั้นรู้สึกยินดีที่จะได้จับมือกับอัลไพน์ อีกทั้งยังมีความเชื่อว่าทั้งสองแบรนด์จะสามารถจับมือกันไปได้อย่างราบรื่นเพราะมีทัศนคติที่มีความคล้ายคลึงกัน “ผมมีความภูมิใจอย่างมากที่ทีมของเรา (พราแม็ก) ได้เริ่มต้นจับมือกับอัลไพน์ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในการแข่งขันมาอย่างยาวนาน”  “นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้ผลิตในการแข่งขันชั้นนำระดับโลกได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการแข่งขัน MotoGP และการที่พวกเขา (อัลไพน์) เลือก พวกเราในการพัฒนาการแข่งขัน MotoGP มันเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าพวกเราเชื่อมั่นในวิธีการทำงานของพวกเรามาโดยตลอด ทั้งสองแบรนด์ถือเป็นแบรนด์ที่เต็มไปด้วยแพชชั่นการแข่ง และหลงใหลในความท้าทาย” อันโตนิโอ ลาบาเต้ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย และการตลาดของทาง Alpine ได้ออกมาเผยว่า การร่วมมือกันในครั้งนี้จะเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่สำหรับลูกค้า และแฟน ๆ วงการมอเตอร์สปอร์ต อีกทั้งในทีมของพราแม็กยังแสดงให้เห็นอีกว่าทีมนั้นมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งได้พิสูจน์ว่าตัวเองเป็นหนึ่งในทีมที่มีความทะเยอะทะยาน  “นอกเหนือจาก Formula 1 และ World Endurance Championship แล้ว Alpine ยังเสริมสร้างการมีส่วนร่วมในวงการมอเตอร์สปอร์ตด้วยการเข้าร่วมการแข่งขัน MotoGP World Championship ร่วมกับทีม พราแม็ก ความร่วมมือนี้จะสร้างประสบการณ์ใหม่สำหรับลูกค้าและแฟน ๆ ที่หลงใหลในมอเตอร์สปอร์ต ทั้งอัลไพน์และ พราแม็กพวกเราทั้งคู่ต่างมีค่านิยมร่วมกัน และที่สำคัญที่สุดคือจิตวิญญาณเดียวกัน ความหลงใหลในสมรรถนะ” “พราแม็กยังแสดงให้เราเห็นอีกว่า พวกเขานั้นเติบโตมากขึ้น ซึ่งเหมือนกับเป็นการพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นทีมที่ยังเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน” ความร่วมมือนี้ยังรวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านแอโรไดนามิก การจัดการพลังงาน และวัสดุศาสตร์ขั้นสูง โดยทีมวิศวกรจากทั้งสองฝ่ายจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด และการร่วมมือระหว่างพราแม็กและ อัลไพน์นับเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญของวงการมอเตอร์สปอร์ต การผสานความเชี่ยวชาญจากทั้งสองโลกไม่เพียงสร้างมิติใหม่ในการพัฒนาเทคโนโลยี แต่ยังเปิดศักราชใหม่ของนวัตกรรมการแข่งขันในศึก MotoGP 2025 โดยการเซ็นสัญญาหนนี้จะเป็นการเซ็นสัญญาระยะยาว ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 2025 เป็นต้นไป แต่ในส่วนของการรายละเอียดการสนับสนุนครั้งนี้แม้จะไม่มีการเผยข้อมูลตัวเลขออกมาอย่างเป็นทางการ แต่การประกาศจับมือการครั้งนี้ ถือเป็นก้าวยิ่งใหญ่ครั้งสำคัญของทีมพราแม็ก อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Öhlins พัฒนาโช้คอัพสำหรับ Ducati Lenovo 2025

Öhlins พัฒนาโช้คอัพสำหรับ Ducati Lenovo 2025 Öhlins แบรนด์โช้คอัพคู่ใจของทีม Ducati Lenovo 2025 ยอดทีมประจำศึกการแข่งขัน MotoGP เจ้าของแชมป์ประเภทนักแข่ง 3 สมัย โดยทีมนี้ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ ของการแข่งขันได้เพราะการทีมมุ่งพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมต่าง ๆ ของตัวรถ Desmosedici GP ที่เปลี่ยนจาก “ตัวแข่งธรรมดา” เป็น “ตัวแข่งที่มีจุดประสงค์ในการไล่ล่าโพเดียม” ไม่เพียงแค่การพัฒนาเครื่องยนต์ให้มีความยอดเยี่ยม แอโร่ไดนามิกที่เหนือชั้น ที่ช่วยให้รถมีความเสถียรมากขึ้นขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง แต่อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจไม่น้อยก็เป็นระบบช่วงล่างที่ได้รับการพัฒนา ซึ่งเดิมทีเป็นโช้คอัพรุ่น TSB46 Carbon Front Fork ที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในการแข่งขัน MotoGP เพราะทางผู้ผลิตได้เล็งเห็น และเข้าใจว่าการแข่งขัน MotoGP  เป็นสนามแข่งขันที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นและความกดดันสูง ทั้งจากทีมแข่งและสภาพการแข่งขันที่ต้องการความสมบูรณ์แบบอย่างมาก โดยมีช่องว่างให้ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการเหล่านี้ผู้ผลิตจึงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีระบบกันสะเทือนอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์สำหรับการแข่งขันที่มีความแม่นยำสูงและสมรรถนะในระดับสูง โช้คอัพ Öhlins – MotoGP™ Fork Bottoms โช้คอัพด้านหน้าเจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดเป็นโช้คอัพแบบ UP-Side down ที่ถูกออกแบบดีไซน์ใหม่ จุดที่แตกต่างจากตัวก่อนหน้าเป็นการตัดซับแทงค์ออกไป โดยโช้คต้นนี้จะถูกนำไปใช้ลงสนามในการแข่งขัน MotoGP กับ DUCATI LENOVO TEAM   แม้จะพึ่งเปิดตัวทีมไปไม่นาน โช้คอัพเจนใหม่ของทีมโรงงานก็เผยโฉมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยโช้คอัพคู่นี้คาดการณ์ว่าจะถูกติดตั้ง และนำลงไปทดสอบในช่วงทดสอบ Winter test ที่กำลังจะมาถึงนี้ และไม่เพียงแค่โช้คอัพคู่นี้ แต่ในช่วงนี้ก็เตรียมพบกับเทคโนโลยีช่วยเหลือการแข่งขัน หรือของแต่งระดับเทพตัวใหม่ที่จะออกมาเผยโฉมอีกเรื่อย ๆ โดยโช้คอัพคู่หน้าเจเนอเรชั่นใหม่คู่นี้ อยู่ในขั้นตอนการประกอบขั้นสุดท้าย ก่อนนำไปทดสอบการใช้งานต่อไป เรียกได้เลยว่าเข้าโค้งหนนี้ Ducati Lenovo จัดให้แบบเนียนกริ๊บชนิดที่ว่าแฟน ๆ ต้องตกตะลึงอย่างแน่นอน  อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Rookie 2025 อาจตกเป็นของดาวรุ่งแดนกระทิงดุ ?

Rookie 2025 อาจตกเป็นของดาวรุ่งแดนกระทิงดุ ? Rookie 2025 หรือ Rookie of the year 2025 รางวัลสำหรับนักแข่งที่ขึ้นมาขับขี่ในการแข่งขันระดับสูงสุดเป็นฤดูกาลแรก แล้วสามารถทำผลงานได้ออกมาอย่างยอดเยี่ยม หรือเรียกให้เข้าใจง่าย ๆ ว่าเป็นรางวัลสำหรับมือใหม่ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น โดยในฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะมาถึงนี้ก็จะมีดาวรุ่งหน้าใหม่ขยับจาก Moto2 ขึ้นมาขับขี่ใน MotoGP ถึงสามคนได้แก่ ไอ โอกูระ, เฟอร์มิน อัลเดเกร์ และสมเกียรติ จันทรา  ซึ่งสามชื่อที่ได้กล่าวไปเมื่อข้างต้น ดูผิวเผินเหมือนว่านักบิดสัญชาติญี่ปุ่นจะดูมีความหวือหวามาเป็นอันดับต้น ๆ อาจเป็นเพราะว่าเจ้าตัวสามารถคว้าแชมป์รายการ Moto2 ได้ในหนล่าสุด และการแข่งขันในฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะเปิดฉากในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ทั้งสามก็ต่างได้ขึ้นไปกับต้นสังกัดต่าง ๆ ดังนี้ นักแข่ง สังกัดทีม รถที่ใช้แข่งขัน ไอ โอกูระ Trackhouse Racing  Aprilia RS-GP25 เฟอร์มิน อัลเดเกร์ Gresini Racing Ducati Desmosedici GP25 สมเกียรติ จันทรา LCR Honda RC213V   พอได้ทราบถึง ‘รถแข่งที่ใช้ทำการแข่งขัน’ ของทั้งสามคน เหมือนว่าด้านของนักบิดดาวรุ่งจากแดนกระทิงดุ ‘เฟอร์มิน อัลเดเกร์’ จะดูมีความน่าสนใจมากกว่าสองคนที่เหลือ เพราะศักยภาพของ Ducati Desmosedici หลาย ๆ คนที่ติดตามการแข่งขัน MotoGP ก็น่าจะทราบกันดีกว่ารถจากค่ายนี้มันไม่ธรรมดา การรันตีผลงานในฤดูกาล 2024 ที่สามารถคว้าชัยได้ถึง 19 สนามจากการแข่งขันทั้งหมด 20 สนาม อีกทั้งยังคว้าแชมป์ทีม และแชมป์ผู้ผลิตด้วยคะแนนที่สูงลิ่ว  และรถของ ‘ท่านก้อง’ ดูเหมือนว่าจะเสียเปรียบที่สุดในตาราง เพราะ RC213V จากค่ายปีกนกถูกยกให้เป็นรถที่ต้องพัฒนาอีกมาก และตามหลังคู่แข่งอยู่หลายช่วงตัว ตางคะแนนทีม และตารางคะแนนผู้ผลิตก็เป็นทางฮอนด้าที่เหมาอันดับสุดท้ายในตารางคะแนนไปทั้งคู่ ผลงานการทดสอบที่บาร์เซโลนา หลังจากปิดฤดูกาล 2024 ในการแข่งขัน Moto2 เป็นทางด้านของไอ โอกูระที่สามารถคว้าแชมป์โลก Moto2 ได้ด้วยคะแนน 274 คะแนน ทิ้งห่างเฟอร์มิน อัลเดเกร์ที่จบในอันดับที่ 5 ของตารางคะแนน ซึ่งทั้งคู่มีคะแนนห่างกันถึง 92 คะแนน และในรายของสมเกียรติ จันทรา จบในอันดับที่ 12 เก็บคะแนนได้ 104 คะแนน  โดยหลังจากปิดฤดูกาลนักแข่งหน้าใหม่ทั้งสามคนก็ได้ทำการลงทดสอบรถใหม่กับต้นสังกัดใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าทั้งสามก็ล้มเทกระจาดทั้งหมด ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร เพราะการขยับมาขับขี่ในรถที่มีซีซีสูงขึ้นก็ย่อมมีการควบคุมที่ยากลำบากมากกว่า ต้องใช้ทักษะ และเรียนรู้กับตัวรถจึงจะสามารถรีดประสิทธิภาพของรถได้ออกมามากที่สุด  ผลเวลาที่ทำได้ของทั้งสามคนในการทดสอบที่สนามบาร์เซโลน่า เฟอร์มิน อัลเดเกร์ สามารถทำเวลาได้ดีที่สุด รองมาเป็นไอ โอกูระ และสมเกียรติ จันทรา จบในอันดับสุดท้าย นักแข่ง เวลาต่อรอบเร็วที่สุด เฟอร์มิน อัลเดเกร์ 01:40.56 ไอ โอกูระ 01:40.94 สมเกียรติ จันทรา 01:41.29   แฟรงกี้ คาร์เคดี้ จากมาร์ก สู่ เฟอร์มิน สำหรับเฟอร์มิน อัลเดเกร์ ไม่เพียงแค่ Ducati ที่จะมาเป็นตัวแปรของตัวในการสรรค์สร้างผลงานที่ยอดเยี่ยม แต่ ‘หัวหน้าทีมช่าง’ ก็มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน เฟอร์มินเข้าร่วมแข่งขันภายใต้ทีม Gresini Racing ที่มี ‘แฟรงกี้ คาร์เคดี้’ เป็นหัวเรือของแผนกทีมช่าง ซึ่งแฟรงกี้เองก็เคยทำงานร่วมกับแชมป์โลก 8 สมัยอย่าง ‘มาร์ก มาร์เกซ’ จึงมีความน่าสนใจว่าหัวทีมช่างรายนี้อาจแบ่งปันเทคนิคบางสิ่งบางอย่างให้กับดาวรุ่งหน้าใหม่รายนี้ก็เป็นได้ ไอ โอกูระ กับการปรับตัวในการแข่งขัน MotoGP ความสม่ำเสมอของไอ โอกูระเป็นจุดแข็งของเจ้าตัวที่ทำให้เขาสามารถคว้าแชมป์ Moto2 ฤดูกาลล่าสุดได้ แต่เจ้าตัวก็ออกมายอมรับว่าเขาก็ยังต้องปรับตัวกับการแข่งขัน MotoGP แม้ว่าจะทำงานภายใต้การควบคุมของ ‘ดาวิเด บริวิโอ’ ผู้จัดการทีม Trackhouse Racing ที่เคยมีประสบการณ์ในการปั่นนักแข่ง MotoGP มากมายไม่ว่าจะเป็น โจอัน เมียร์, อเล็กซ์ รินส์ และมาเวอริค บีญาเลส 

YAMAHA WSBK 2025 เปิดตัวทีมแข่ง ลุยศึกโปรดักท์ชัน 2025

YAMAHA WSBK 2025 เปิดตัวทีมแข่ง ลุยศึกโปรดักท์ชัน 2025 เมื่อฤดูกาลแข่งขัน WorldSBK 2025 ใกล้จะเริ่มต้นขึ้น ทีมต่าง ๆ ก็พร้อมทยอยเปิดตัวทีมออกมาให้สาธารณชนได้เห็นกันแล้ว ล่าสุดฝั่งค่ายรถเลือดสีน้ำเงินอย่าง Yamaha ได้เผยโฉมลวดลายใหม่สำหรับทีม Pata Maxus Yamaha และ GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team พร้อมที่จะดวลศึกโปรดักท์ชันการแข่งขันสำหรับฤดูกาลนี้ พร้อมไลน์อัพนักบิดฝั่งเลือดน้ำเงินนำโดย Jonathan Rea และ Andrea Locatelli (Pata Maxus Yamaha) และพ่อหนุ่มรูปงามอย่าง Remy Gardner และ Dominique Aegerter (GYTR GRT Yamaha WorldSBK Team) โดยการกลับมาในครั้งนี้ อาจเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่ยังคงเอกลักษณ์ด้วยพื้นเฉดสีฟ้า พร้อมการเพิ่มแถบสีโทนอ่อนบริเวณแฟริ่งด้านหน้าของรถ Yamaha R1 และแน่นอนชุดนักแข่งด้วยเช่นกัน  Andrea Dosoli ผู้จัดการฝ่ายมอเตอร์สปอร์ต ยามาฮ่า มอเตอร์ ยุโรป กล่าวว่า “ปี 2025 ถือเป็นก้าวสำคัญของ Yamaha ในการฉลองครบรอบ 10 ปีนับตั้งแต่การมาครั้งแรกในปี 2016 พร้อมกับการเป็นพันธมิตรกับ Pata Snack มาเป็นเวลา 10 ปีเช่นกัน แม้ว่าผลลัพธ์ในปี 2024 จะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แต่ความทุ่มเทและความร่วมมือจากวิศวกร ทีมงาน YME นักแข่ง และทีมแข่งของเรายังคงเหนียวแน่นตลอดมา”  “ในช่วงฤดูหนาว ทุกคนได้ทำงานอย่างหนักเพื่อยกระดับสำหรับฤดูกาล 2025 และความก้าวหน้าจากการทดสอบในฤดูหนาวก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เราในการเตรียมพร้อมสำหรับปีนี้ การแข่งขันใน WorldSBK มีความเข้มข้นและระดับสูงมาก เราจึงตื่นเต้นที่จะได้สัมผัสการแข่งขันที่ดุเดือดและตื่นเต้นอีกครั้งในปีนี้” Niccolo Canepa ผู้จัดการด้าน Road Racing ของ Yamaha Motor Europe กล่าวว่า “เป็นสถิติที่น่าประทับใจที่เรามีนักแข่งแชมป์โลกถึง 5 คนที่ใช้รถ R1 ในการแข่งขันความสำเร็จของ Jonathan Rea เป็นที่ประจักษ์อยู่แล้วในฐานะนักแข่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ แม้ว่าปีที่แล้วเขาจะเผชิญความท้าทาย แต่ความมุ่งมั่นและความแข็งแกร่งของเขานั้นไม่มีใครเทียบได้ และประสบการณ์ 1 ปีของเขากับ R1 จะมีบทบาทสำคัญในฤดูกาลนี้ สำหรับ Andrea Locatelli กำลังเข้าสู่ฤดูกาลที่ 5 หลังจากแสดงศักยภาพที่โดดเด่น เราเชื่อมั่นว่าเขาจะต่อยอดความสำเร็จของเขาต่อไป” “ความต่อเนื่องถือเป็นสิ่งสำคัญในการแข่งขัน โดย Remy Gardner และ Dominique Aegerter ยังคงอยู่กับทีมต่อเนื่องเป็นฤดูกาลที่ 3 ทีมของเรามีความพร้อมที่ดี ทั้งสองคนแสดงศักยภาพที่ยอดเยี่ยมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เรายังรู้สึกตื่นเต้นกับการที่ Yamaha Motoxracing Team ขยายทีมมาใช้รถ 2 คันในฤดูกาล 2025 โดยมี Tito Rabat แชมป์ Moto2 ปี 2014 และ Bahattin Sofuoglu นักแข่งชาวตุรกีผู้มากความสามารถ ทีมของเราทุกคนได้ทำงานอย่างเต็มที่ และเรารอคอยที่จะเริ่มต้นฤดูกาล 2025 ที่น่าตื่นเต้นนี้” เปิดประเดิมทีมแข่งเป็นที่เรียบร้อย สำหรับค่ายส้อมเสียง พร้อมการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่และพร้อมพิสูจน์ฝีมือในฤดูกาล 2025 นี้ ต้องมาลุ้นกันว่าทางทีมนั้นจัดเต็มขนาดไหนต้องมาชมการแข่งขันสนามแรกที่ ฟิลิป ไอซ์แลนด์ วันที่ 23-25 ก.พ. 68 นี้ อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

วาเลนตีโน รอสซี วางเป้าหมายของ VR46 ฤดูกาล 2025

วาเลนตีโน รอสซี วางเป้าหมายของ VR46 ฤดูกาล 2025 วาเลนตีโน รอสซี นายใหญ่ของทีมรองค่าย Ducati อย่าง VR46 Racing Team ที่เจ้าตัวออกมาเผยว่าตัวเขานั้นคาดหวังไว้อย่างสูง สำหรับการรีดฟอร์มเก่งในการไล่ลาโพเดียมของทีมประจำฤดูกาล 2025 ที่กำลังจะเปิดฉากในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้  “ผมคาดหวังกับทีมในการแข่งขันฤดูกาล 2025 ไว้สูงมาก เพราะในฤดูกาลนี้ทีมของเราเหมือนเป็นทีมรองในอันดับสองที่ใช้รถจากค่าย Ducati ในการแข่งขัน ดังนั้นผมเองก็หวังว่าเราจะสามารถต่อสู้เพื่อโพเดียม และชนะการแข่งขัน และหากเป็นไปได้ ผมเองก็หวังที่จบตำแหน่งสูง ๆ ในตารางคะแนน หรือเรียกง่าย ๆ ว่าผมอยากให้ทีมนั้นติดท็อปไฟว์ในการแข่งขันทุกสนาม”  “เรามีความสุขอย่างมากที่มีนักแข่งสัญชาติอิตาลีถึงสองคนในทีม ผมคิดว่าเราสามารถแข่งขันได้อย่างแข็งแกร่ง” อีกทั้ง ‘พ่อหมอ’ ยังออกมาเผยถึงฟรานโก้ โมบิเดลี นักบิดคนใหม่ล่าสุดของทีม ว่าการที่ทีมได้ตัวของ ‘แฟรงกี้’ เข้ามาอยู่ในทีมถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะแฟรงกี้เองก็เป็นอดีตเด็กปั้นจากอะคาเดมีของ VR46 Riders Academy และเคยพาอะคาเดมี่นี้ได้แชมป์โลก Moto2 ในฤดูกาล 2017  “การได้โมบิเดลี่เข้ามาอยู่ในทีมถือเป็นสิ่งที่พิเศษมากสำหรับเรา เพราะเขาเองเป็นนักแข่งที่เติบโตมาจากอะคาเดมีของเรา และเราก็อยู่เคียงข้างกันมาตลอดในอาชีพของเขา ดังนั้นการได้เข้ามาอยู่ในทีมก็เหมือนเป็นการเติมเต็มส่วนที่ขาดให้สมบูรณ์ และเราหวังว่าเราจะเป็นทีมที่แข็งแกร่งมากขึ้น” สองนักบิดของทีมอย่าง ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ และฟรานโก้ โมบิเดลลี่ จะขับขี่รถจากค่าย Ducati ลงแข่งขันในฤดูกาลนี้ โดยในรายของฟาบิโอจะขับขี่รถสเปคเดียวกันกับทีมโรงงานอย่าง Ducati GP25 และแฟรงกี้จะขับขี่ในสเปครองลงมาอย่าง Ducati GP24 โดยรายละเอียดกราฟิกของรถถูกออกแบบให้โดดเด่นด้วยสีเหลืองสะท้อนแสง และสีขาว รวมถึงหมายเลข 46 ที่อยู่เป็นกรอบล้อมรอบหมายเลขของนักแข่งทั้งสองคน “ผมมีความสุขมากกับลวดลายใหม่ เราเดินตามแนวคิดของปีที่แล้วร่วมกับ Aldo Drudi ผู้ออกแบบคนสำคัญของผม และรถแข่งสีเหลืองสะท้อนแสงนี้ก็เหมือนเป็น ‘รถของเรา’ และตอนนี้ที่เพิ่มลวดลายพระอาทิตย์และพระจันทร์รวมถึงเลข 46 มันยิ่งพิเศษมากขึ้น” โดยทีมของพ่อหมอจะเริ่มลงทำการทดสอบอีกครั้งในการทดสอบที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซียในระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ และจะลงแข่งขันในนัดเปิดสนามรายการ ThaiGP 2025 ในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Bimota jerez test 2025 ความท้าทายครั้งใหม่และโอกาสในการพัฒนา

Bimota jerez test  ‘ความท้าทายครั้งใหม่และโอกาสพัฒนา’ ในการแข่งขัน World Superbike (WSBK) ฤดูกาล 2025 ที่จะมาถึง เราอาจจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของทีม Bimota กับการเปิดตัวรถใหม่ KB998 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อลุยสนามอย่างเต็มตัว โดยหนึ่งในนักแข่งที่รับหน้าที่ในการทดสอบและพัฒนารถแข่งคันใหม่อย่าง Axel Bassani พร้อมทำการลงซ้อมสนามแรกใน Bimota jerez test 2025 อักเซล บาสซานี ผู้ได้รับความไว้วางใจจากทีมบีโมต้า กล่าวถึงการทดสอบรถแข่งที่สนามเฆเรซในสเปน โดยทางทีมพยายามที่จะพัฒนาระบบต่าง ๆ ของตัวรถ แม้ว่าผลทดสอบจากการขี่ในสภาพอากาศที่แตกต่างกันจะเผยให้เห็นถึงจุดที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติมมากมาย Bimota jerez test 2025 การทดสอบครั้งแรกและข้อมูลที่ได้ @worldsbk Both Bimota by Kawasaki Racing Team riders Axel Bassani and Alex Lowes stormed into the TOP 3 this morning! 🔥 Day 2 of testing is halfway through ⏱️🛠️ #WorldSBK #motorcycle #motorsport #racing #sportsontiktok ♬ original sound – WorldSBK โดยการทดสอบที่เฆเรซ บาสซานีทำเวลาได้ดีที่สุดเป็นอันดับที่ 5 (Day1 แทร็กแห้ง) ด้วยผลเวลา 1.39.463 นาที (52 laps) และอันดับที่ 4 (Day2 แทร็กเปียก) กับผลเวลา 1.54.426 นาที (36 laps) ในท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน ซึ่งเขาสามารถนำหน้าเพื่อนร่วมทีมอย่าง Alex Lowes ได้ในการทดสอบครั้งนี้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาและทีมจะไม่เผชิญกับความท้าทายในปีนี้ หลังจากการทดสอบครั้งแรกของปี 2025 ที่เฆเรซ บาสซานี กล่าวว่ามีหลายจุดที่จักรยานยนต์ยังต้องพัฒนา โดยเฉพาะในด้านของการขับขี่ใน Wet Track เขาเน้นว่าการทดสอบในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ทีมสามารถรวบรวมข้อมูลและเข้าใจถึงข้อดีและข้อเสียของตัวรถในทุกสภาพการขี่ ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่มีค่ามากสำหรับการพัฒนาในระยะยาว “มันเป็นการทดสอบที่ดีสองวัน แต่เราได้ทำแค่ครึ่งวันในวันแรกและวันที่สอง..เราไม่ได้ทำรอบเยอะมาก แต่เราก็ได้รับข้อมูลบางอย่างซึ่งถือว่ามีความสำคัญมาก” “ในสภาพแห้งมันดีอยู่ แต่ก็มีความยากหน่อยเพราะลมแรงมาก ซึ่งทำให้การขี่ไม่ง่าย” เขากล่าวเสริม “แต่ในสภาพอากาศเปียกเราต้องทำงานหนักมาก เพราะมันเป็นครั้งแรกที่เราได้ทดสอบในสภาพนี้ เราต้องพัฒนาให้ดีขึ้นทุกด้าน เพราะมันยังใหม่หมดเลย” การขี่ในแทร็กเปียกจึงเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนารถจักรยานยนต์สำหรับการแข่งขัน เพราะสภาพแวดล้อมนี้มักเกิดขึ้นได้บ่อยในระหว่างการแข่งขันจริง ซึ่งสามารถส่งผลต่อประสิทธิภาพของตัวรถได้ ดังนั้นทางทีมจะต้องพัฒนาการเซ็ตติ้งของเจ้า KB998 ให้สามารถทำงานได้ดีทั้งในสภาพอากาศที่แตกต่างกัน ความท้าทายด้านการตั้งค่าช่วงล่าง การเซ็ตติ้งช่วงล่างเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่นักแข่งและทีมงานกำลังพัฒนา โดยเฉพาะโช้คหลัง ซึ่งเขาเผยว่าการปรับเซ็ตยังไม่เป็นไปที่ต้องการจากการขี่ในช่วงทดสอบที่ผ่านมา “ที่ด้านหลัง ผมยังไม่ได้ความรู้สึกที่ต้องการ..เราได้ลองอะไรหลายอย่างและร่วมกับ Showa เพื่อหาวิธีแก้ไข เพราะตอนนี้เรายังประสบปัญหามากในการขี่ให้เร็ว” แม้ว่าในช่วงทดสอบนี้จะยังมีหลายสิ่งที่ต้องปรับปรุง แต่เจ้าตัวมองบวกและมั่นใจว่าเขาและทีมบิโมต้าสามารถพัฒนาตัวแข่งได้อย่างเต็มที่ในอนาคต “พื้นฐานไม่เลวและเวลาในรอบก็ไม่เร็วมาก แต่ก็ไม่ช้าเกินไป ผมคิดว่าเรามีหลายจุดที่สามารถทำงานและพัฒนาได้” โดยการพัฒนาเจ้า KB998 ในการแข่งขันฤดูกาล 2025 จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับทั้งตัวนักแข่งและทีมที่จะพิสูจน์ศักยภาพของจักรยานยนต์รุ่นนี้ในการแข่งขันระดับโลก ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับทีมเท่านั้น แต่ยังเป็นการเพิ่มความมั่นใจในการต่อสู้เพื่อคว้าแชมป์ในอนาคต อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Jonathan Rea โชว์จ่าฝูงแทร็กฝน ลุยเทสแพ็คเกจชิ้นใหม่

Jonathan Rea โชว์จ่าฝูงแทร็กฝน ลุยเทสแพ็คเกจชิ้นใหม่ ต่อด้วยการเทสในวันที่สองของรอบการซ้อมครั้งแรกของฤดูกาล 2025 จากทางฝั่ง WorldSBK ซึ่งนอกเหนือจากนักบิดทางฝั่งดูคาติแล้ว อีกหนึ่งคนที่จะไม่กล่าวเลยก็ไม่ได้กับอดีตแชมป์โลก 6 สมัยอย่าง Jonathan Rea ก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมไม่น้อยเช่นเดียวกัน โดยทำเวลาต่อรอบดีที่สุดถึงแม้ฝนจะตกซึ่งเป็นอุปสรรคสำหรับการขับขี่ในสนามก็ตาม โดยผลการซ้อมที่ปรากฎอยู่ในไทม์ชีตกับเวลา Best Lap ที่ 1.53.058 นาที จากการซ้อมตลอดทั้งวันของเจ้าตัว (40 Lap) แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะที่ดีของตัวแข่งโปรดักท์ชันทางค่ายอย่าง Yamaha R1 “คุณต้องใช้วัตถุดิบที่ดีทั้งหมดเพื่อทำเค้กที่ดี ผมคิดว่าที่ดีที่สุดยังไม่ได้มา เรายังมีวัตถุดิบอื่นๆ ที่จะตามมาในสัปดาห์และเดือนต่อๆ ไปของฤดูกาล” “เรากำลังพยายามปรับปรุงมอเตอร์ไซค์ทั้งระบบ ซึ่งรวมถึงเครื่องยนต์ แชสซี อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนโดยรวม…เรื่องร่างกายก็เช่นกัน ผมพยายามลดน้ําหนักในช่วงพักการแข่งขันเพื่อรวมทุกอย่างปรับเข้าด้วยกัน” โจนาธานกล่าว ส่วนทีมเมทหนุ่มร่วมค่าย Andrea Locatelli นั้นประสบอุบัติเหตุตั้งแต่โค้ง 1 เมื่อช่วงเช้า แต่โชคดีที่เจ้าตัวไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร ยังสามารถลงซ้อมต่อได้และจบด้วยผลเวลาดีสุดเป็นอันดับที่ 10 ที่ 1.55.429 นาที (19 Lap)  Paul Denning หัวหน้าทีมของยามาฮ่า ได้ออกมาเผยว่า แพ็กเกจชิ้นใหม่ที่นำมาปรับกับรถยามาฮ่านั้น สังเกตุได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง คาดว่าฤดูกาลนี้ทางทีมคงมีทิศทางที่ดีขึ้น ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีอีกหนึ่งค่าย หลังจากที่เงียบหายไปค่อนข้างนานสำหรับฤดูกาลที่ผ่านมา เรามาลุ้นกันว่าแชมป์โลกคนนี้จะสามารถกลับมาทวงบัลลังก์บนการแข่งขันได้อีกครั้งหรือไม่ ใคร ๆ ที่ติดตามสามารถชมการแข่งขันสนามแรกได้ในวันที่ 23-25 ก.พ. 68 นี้ ที่สนามแข่งขันฟิลิปส์ ไอซ์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย  อ่านข่าวอื่นๆ จาก Yamaha คลิกที่นี่ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

เป้กโก้ มอง มาร์กมีทักษะการขับขี่ที่น่าสนใจ

เป้กโก้ มอง มาร์กมีทักษะการขับขี่ที่น่าสนใจ เป้กโก้ ฟรานเชสโก้ บัญญาย่า และมาร์ก มาร์เกซสองนักบิดจากทีมโรงงานดูคาติที่ทั้งคู่รวมกันมีแชมป์มากถึง 11 สมัย โดยเป้กโก้ได้ออกมาเผยว่าทีมเมทแชมป์โลก 8 สมัยของเจ้าตัวนั้นมีทักษะการขับขี่ที่มีความน่าสนใจ และเป้กโก้เองก็เคยศึกษาการขับขี่ของมาร์ก มาร์เกซอีกด้วย  โดยจุดที่เป้กโก้ประทับใจ และต้องการศึกษาจากการขับขี่ของมาร์ก มาร์เกซ ได้แก่การขับขี่บนแทร็กที่มีความลื่นได้อย่างยอดเยี่ยม และวิธีการเข้าโค้งของแชมป์โลก 8 สมัยซึ่งก็เป็นจุดที่น่าสนใจไม่น้อย “มาร์กมีสองทักษะที่ผมประทับใจมาก อย่างแรกคือวิธีในการขับขี่บนแทร็กที่ลื่น เขาสามารถหาเทคนิคการขับขี่บนสนามแข็งประเภทนั้นได้อย่างยอดเยี่ยม และสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือวิธีการเข้าโค้งซ้ายของเขา เขาทำอะไรบางอย่างที่แตกต่างจากคนอื่นทั้งหมด ผมลองพยายามแล้ว แต่ทุกครั้งที่ผมทำ ผมมักจะเสียการควบคุมที่ล้อหน้า ดังนั้นผมต้องเรียนรู้การขับขี่ของเขา” นโยบายนักบิดต้องแบ่งปันข้อมูลกัน นโยบายของทางดูคาติมีการเผยว่านักบิดต้องมีการแบ่งปันข้อมูลซึ่งกันและกันภายในทีม อีกทั้งทางดูคาติยังมีการจัดทำรายงานหลังการแข่งขันสำหรับนักบิดแต่ละคน โดยในรายงานดังกล่าวจะมีการระบุถึงจุดแข็ง และจุดอ่อนเพื่อช่วยพัฒนาผลงานการขับขี่  “ปกติผมจะดูข้อมูลของนักบิดดูคาติที่มีการแข่งขันสูงทั้งหมด เพราะนักบิดหลายคนทำสิ่งที่แตกต่างกันได้ดี ดังนั้นมันสำคัญและน่าสนใจที่จะดูวิธีที่นักบิดคนอื่นใช้ทำเวลาต่อรอบ ตัวอย่างเช่น การแข่งขันที่สนามเฆเรซเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งผมก็เรียนรู้จากมาร์กในการเข้าโค้งที่ 7 และ 8” ซึ่งแน่นอนว่าการเรียนรู้จากการขับขี่ในนักแข่งระดับท็อปเป็นที่มาร์ก มาร์เกซเห็นด้วย เพราะตัวเขาเองก็ได้ดู และเรียนรู้การขับขี่จากเป้กโก้ และมาร์ติน ที่ทั้งสองเป็นนักบิดที่เร็วที่สุดในการแข่งขันเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา  “แน่นอนว่าคุณต้องดูนักบิดดูคาติระดับท็อปทั้งหมด และเมื่อปีที่แล้ว โดยเฉพาะครึ่งแรกของฤดูกาล ผมดูสิ่งที่เป็กโกและมาร์ตินทำเยอะมาก เพราะทั้งสองคนเป็นนักบิดที่เร็วที่สุด แต่โดยเฉพาะเป็กโก เพราะเขาอยู่ในทีมโรงงาน เพื่อพยายามเข้าใจการตั้งค่า จากนั้นในครึ่งหลังของฤดูกาลมันก็เปลี่ยนไป เพราะผมเริ่มทำในแบบของตัวเองมากขึ้น เพราะผมเริ่มเข้าใจตัวรถและสิ่งที่ผมต้องการดีขึ้น แต่มันเป็นกลยุทธ์ที่ดีของดูคาติที่แบ่งปันข้อมูลระหว่างนักบิดทุกคน เพราะแบบนี้การพัฒนาก็ง่ายขึ้น” เป็นอีกหนึ่งคู่จากทีมโรงงาน Ducati ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘เต็งแชมป์’ ตั้งแต่ยังไม่เริ่มการแข่งขันในฤดูกาล 2025 โดยมาร์ก และเป้กโก้จะจับมือพาทีมโรงงานสร้างความยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าอันดับหนึ่งในทุกโพเดียมได้หรือไม่ เหล่าสาวกต้องติดตาม โดยการแข่งขันนัดเปิดสนามในการแข่งขัน Thai GP จะเปิดฉากในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก

Nicolo Bulega กดเวลาอันดับ 1 ซ้อมแรก ในเฆเรซ

Nicolo Bulega กดเวลาอันดับ 1 ซ้อมแรก ในเฆเรซ เมื่อฝั่งโมโตราดนั้นฉลองการเป็นแชมป์โลก WSBK อย่างสุดชื่นมื่น อีกฝากฝั่งหนึ่งนั้นก็ได้แอบซุ่มซ้อมอย่างเงียบ ๆ เพื่อรอแค้นชำระในศึกการแข่งขันที่กำลังมาถึง อย่าง Nicolo Bulega (Aruba.it Racing – Ducati) พ่อหนุ่มรูปงามจากอิตาลี รองแชมป์โลก WSBK เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา โดยล่าสุดเจ้าตัวได้ทำการลงซ้อมครั้งแรกที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปน พร้อมกดเวลาต่อรอบดีสุดด้วยเวลา 1.38.731 นาที กดเวลาโหด เหมือนโกรธใครมา Andrea Iannone Scott Redding’s @worldsbk New season, new upgrades, and plenty of work ahead! 💪 The first 2025 test is officially underway at Jerez! 🛠️ #WorldSBK #motorcycle #motorsport #racing #sportsontiktok ♬ original sound – WorldSBK ขึ้นสู่ตำแหน่งอันดับ 1 มาอย่างง่ายดาย และเป็นคนเดียวที่สามารถทำได้ (หรืออาจเป็นเพราะแรงแค้น) ต่อด้วยอันดับ 2 อย่าง Andrea Iannone (Team Pata GoEleven) 1’39.181 นาที และ Scott Redding’s (MGM BONOVO Racing) เวลา 1’39.280 นาที โดยสามอันดับบนหัวตารางในรอบซ้อม ล้วนเป็นทีมแข่งจาก Ducati ทั้งสิ้น ซ้อมแรก อันดับสวย ส่วนนักบิดทีมน้องใหม่ที่กำลังเป็นที่สนใจจากแฟน ๆ อย่าง Bimota by Kawasaki Racing Team โดย Axel Bassani สามารถปิดผลงานได้ดีด้วยผลอันดับการซ้อมที่ 5 กับเวลา 1’39.463 นาที และนับเป็นตัวแข่งพลังสูบเรียงรุ่นเดียวที่สามารถติดท็อป 5 ไปได้ ในขณะที่คู่หูทีมเมทแชมป์โลกอย่าง Alvaro Bautista จบเวลาการซ้อมเป็นอันดับที่ 8 ทำเวลาตีคู่มาพร้อมกับ Alex Lowes หรือเจ้าตัวแค่มาวอร์มในสนามเล่น ๆ อันนี้ก็ไม่แน่ใจเช่นกันครับ ผลอันดับการซ้อม Nicolo Bulega (Aruba.it Racing – Ducati) 1’38.731 นาที Andrea Iannone (Team Pata GoEleven) 1’39.181 นาที Scott Redding (MGM BONOVO Racing) 1’39.280 นาที Garrett Gerloff (Kawasaki WorldSBK Team) 1’39.332 นาที Axel Bassani (bimota by Kawasaki Racing Team) 1’39.463 นาที Danilo Petrucci (Barni Spark Racing Team) 1’39.548 นาที “แล้วบังโต..ไปไหน” หากใครกำลังถามหาแชมป์โลกคนปัจจุบันอย่าง โทปรัค ราซกัตลิโอกลู แล้วหล่ะก็ ต้องอาจรอถึงการแข่งขันสนามแรกเลยหล่ะครับ เพราะว่าเจ้าตัวนั้นพึ่งประสบอุบัติเหตุจากการลงขี่ทางฝุ่นไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และเข้ารับผ่าตัดรักษานิ้วชี้ข้างขวา ซึ่งต้องใช้ระยะเวลารักษาตัวซักพักทีเดียว ก็ภาวนาขอให้เจ้าตัวหายไว ๆ แล้วกลับมาลงสนามในเร็ว ๆ นี้ โดยการแข่งขันสนามแรกจะจัดขึ้นวันที่ 21-23 ก.พ. 68 ที่ฟิลิป ไอซ์แลนด์ ออสเตรเลีย เตรียมรอชมกันได้เลย อ่านข่าวอื่นๆ คลิกที่นี่ รับชมวิดีโอการทดสอบรถต่างๆ ของเราคลิก