SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

ข่าว MotoGP อัพเดทล่าสุด

  • All Posts
  • MOTOGP
Francesco Bagnaia กับ คำพูด Jorge Lorenzo ที่ว่า “ถูกต้อง”

การขับเคี่ยวในโลกของความเร็วระดับสูงสุดอย่าง MotoGP ไม่เคยปรานีใคร แม้แต่ผู้ที่เคยเถลิงบัลลังก์แชมป์โลกมาแล้วก็ตาม ล่าสุด Francesco “Pecco” Bagnaia ยอดนักบิดชาวอิตาเลียนได้ออกมาเปิดใจถึงสถานการณ์ที่ยากลำบากเกี่ยวกับ อนาคตของ Francesco Bagnaia ใน MotoGP โดยเจ้าตัวยอมรับว่าการเจรจาสัญญาฉบับใหม่สำหรับฤดูกาล 2027 อาจไม่ราบรื่นอย่างที่คิด ผลจากฟอร์มการเล่นที่ลุ่มๆ ดอนๆ ในปีที่ผ่านมา จนต้องยกประโยคเด็ดของตำนานอย่าง Jorge Lorenzo ขึ้นมาตอกย้ำความจริงที่เจ็บปวด ยอมรับความจริงอันโหดร้ายในตลาดนักแข่ง Bagnaia ยอมรับว่าฤดูกาล 2025 ที่ผ่านมาคือฝันร้ายในฐานะนักบิดทีมโรงงาน Ducati เมื่อเขาต้องดิ้นรนอย่างหนักกับตัวรถ GP25 จนทำได้เพียงอันดับที่ 5 ในตารางคะแนนสะสม สวนทางกับเพื่อนร่วมทีมใหม่อย่าง Marc Marquez ที่คว้าแชมป์โลกไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี สถานการณ์นี้ส่งผลโดยตรงต่อ สถานการณ์สัญญา Pecco Bagnaia ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเขาได้อ้างถึงคำพูดของ Jorge Lorenzo ที่ว่า “ในโลกของการแข่งขัน คุณจะถูกจดจำเพียงแค่ผลงานในเรซล่าสุดที่คุณทำเท่านั้น” ซึ่ง Pecco ยืนยันว่ามันเป็นสิ่งที่ “ถูกต้อง” และหลีกเลี่ยงไม่ได้ สงครามชิงเก้าอี้และข่าวลือการย้ายทีม เมื่อก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของเครื่องยนต์ 850 ซีซี ในปี 2027 กระแสข่าวลือในพิทเลนเริ่มหนาหูขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการที่ชื่อของดาวรุ่งมหัศจรรย์อย่าง Pedro Acosta ถูกโยงเข้ากับทีมโรงงาน Ducati อย่างหนัก เพื่อเข้ามาแทนที่ตำแหน่งของ Bagnaia หากเขายังไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ในต้นฤดูกาล 2026 นี้ สิ่งนี้ทำให้ ตลาดนักแข่ง MotoGP 2027 เริ่มระอุตั้งแต่นกนกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำ ขณะเดียวกันก็มีข่าวว่า Aprilia คู่แข่งคนสำคัญกำลังจับตามองสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิดและพร้อมที่จะดึงตัวแชมป์โลกชาวอิตาเลียนไปร่วมทัพหากเขาตัดสินใจอำลาค่ายสีแดง สัญญาณบวกจากการทดสอบที่ Sepang แม้จะมีความกดดันมหาศาล แต่ในการทดสอบ Sepang Test ล่าสุดที่เพิ่งผ่านพ้นไป Bagnaia ดูจะมีความสุขมากขึ้นกับรถ GP26 รุ่นปรับปรุงใหม่ โดยเฉพาะในการทำ Sprint Simulation ที่เขาสามารถทำความเร็วได้ดีกว่า Marc Marquez และตามหลัง Alex Marquez เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ฟอร์มการเล่นที่กระเตื้องขึ้นนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญในการกอบกู้ อนาคตของ Francesco Bagnaia ใน MotoGP ให้กลับมาอยู่ในทิศทางที่ควรจะเป็นอีกครั้ง โดยเจ้าตัวกล่าวว่า “เรายังคงมีการพูดคุยกันอยู่ แต่มันชัดเจนว่าฤดูกาลที่แย่แบบปีที่แล้วสามารถทำให้คุณไปอยู่ในจุดที่เสียเปรียบในการเจรจาได้” บทสรุปของแชมป์โลกที่ต้องพิสูจน์ตัวเองใหม่ ท้ายที่สุดแล้วบทพิสูจน์ของ Pecco จะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในรายการเปิดสนามที่ประเทศไทยช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ หากเขาสามารถกลับมาคว้าชัยชนะและแสดงความสม่ำเสมอได้เหมือนช่วงปี 2023-2024 กระแส ข่าวลือ Pedro Acosta ย้ายไป Ducati ก็อาจจะซาลงไป แต่ถ้าผลงานยังคงวนเวียนอยู่กลางตาราง เราอาจได้เห็นการโยกย้ายทีมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ MotoGP เพราะในโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วใบนี้ พื้นที่สำหรับคนล้มเหลวนั้นแทบจะไม่มีเหลืออยู่เลย ไม่ว่าคุณจะมีดีกรีเป็นแชมป์โลกกี่สมัยก็ตาม

  • All Posts
  • MOTOGP
Aprilia MotoGP 2027 พร้อมบู๊ มีแผน B แผน C ล่าความสำเร็จ

วงการ MotoGP กำลังก้าวเข้าสู่ “พายุที่สมบูรณ์แบบ” (Perfect Storm) ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เมื่อกฎระเบียบทางเทคนิคชุดใหม่ในปี 2027 กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าของการแข่งขันไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งการลดขนาดความจุกระบอกสูบเหลือ 850cc การปรับลดระบบแอโรไดนามิก และการจำกัดอุปกรณ์ช่วยการทรงตัว (Ride Height Device) สิ่งเหล่านี้ทำให้นักแข่งระดับแถวหน้าทุกคนต่างเริ่มมองหา “บ้านหลังใหม่” ที่มั่นใจได้ว่าจะส่งมอบรถที่แข่งขันได้ในยุคใหม่นี้ และหนึ่งในค่ายที่ส่งเสียงดังที่สุดในตอนนี้คือ Aprilia Racing ค่ายรถจากเมืองโนอาเล่ ประเทศอิตาลี Massimo Rivola ซีอีโอผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลของ Aprilia Racing ได้ออกมาส่งสัญญาณที่ชัดเจนและแฝงไปด้วยความกดดันถึงคู่แข่งว่า พวกเขาไม่ได้เดินเกมรับอีกต่อไป แต่กำลังเป็น “ผู้คุมเกม” ในตลาดนักบิดปี 2027 โดยยืนยันว่าทีมมีแผนการรองรับในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นแผน B หรือ แผน C หากเป้าหมายแรกไม่เป็นไปตามที่วางไว้ การปักหมุดความมั่นคงกับ Marco Bezzecchi หมากตัวแรกที่ Aprilia เดินได้อย่างสวยงามคือการต่อสัญญามัลติเยียร์กับ มาร์โก เบซเซคคี (Marco Bezzecchi) ศิษย์เอกของ Valentino Rossi ที่ย้ายจากทีม VR46 มาสู่บ้านหลังใหม่อย่างเต็มตัว เบซเซคคีไม่เพียงแต่นำพรสวรรค์และความเร็วมาให้ทีม แต่เขายังนำเอาความมั่นใจมาสู่โปรเจกต์ของอาพริเลียด้วย Rivola ระบุว่า Bezzecchi คือเสาหลักของทีมที่ปักหมุดไว้ถึงปี 2027 เรียบร้อยแล้ว “มาร์โกคือชิ้นส่วนสำคัญที่เราไม่ต้องกังวลอีกต่อไป” Rivola กล่าว การมีนักบิดระดับท็อปอยู่ในมือหนึ่งคน ทำให้ Aprilia อยู่ในสถานะที่ได้เปรียบในการเจรจา (Upper Hand) เพราะพวกเขาสามารถเลือกที่จะ “รอ” หรือ “รุก” ในตลาดนักบิดคนที่สองได้อย่างใจเย็น โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเสียเปรียบเหมือนค่ายอื่นที่ยังเคว้งคว้างเรื่องไลน์อัป “แผน B และ แผน C” คืออะไร? และทำไมต้องมี? ในอดีต อาพริเลียมักถูกมองว่าเป็น “ทีมทางเลือก” ของนักบิดที่ผิดหวังจาก Ducati หรือค่ายญี่ปุ่น แต่ปัจจุบัน RS-GP ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นรถที่สามารถคว้าชัยชนะใน Sprint และ Main Race ได้ในสนามที่หลากหลาย ความเชื่อมั่นนี้เปลี่ยนมุมมองของ Rivola ต่อตลาดนักบิดไปโดยสิ้นเชิง “เรามีแผนสำรองมากมาย” Rivola เผย “แผน B และ แผน C ไม่ได้หมายถึงนักบิดเกรดรอง แต่หมายถึงนักบิดระดับโลกที่เราติดต่อไว้ในกรณีที่แผน A ไม่จบลงตามเป้า” สื่อมวลชนสาย MotoGP วิเคราะห์ว่า แผนการเหล่านี้อาจรวมถึง: การดึงตัวนักบิดเบอร์ 1 ของค่ายอื่น: หาก Ducati หรือ KTM มีปัญหาภายใน หรือไม่สามารถจัดสรรงบประมาณได้ลงตัว อาพริเลียพร้อมจะยื่นข้อเสนอมหาศาลเพื่อดึงตัวนักบิดระดับแชมป์โลกมาเสริมทัพ การปั้นสายเลือดใหม่จาก Moto2: อาพริเลียเริ่มมองหานักบิดดาวรุ่งที่มีสไตล์การขี่เข้ากับรถยุคใหม่ 850cc ซึ่งต้องการความแม่นยำและการคุมคันเร่งที่นุ่มนวลกว่ารถ 1000cc ในปัจจุบัน ความร่วมมือกับทีมดาวเทียม: แผนสำรองของอาพริเลียยังรวมถึงการบริหารจัดการนักบิดในทีม Trackhouse Racing เพื่อให้แน่ใจว่าจะมี “ตัวเลือกที่พร้อมที่สุด” ขยับขึ้นสู่ทีมโรงงานได้ทันที รถแรงคืออำนาจต่อรองที่ยิ่งใหญ่ที่สุด Massimo Rivola เน้นย้ำประโยคหนึ่งที่น่าสนใจว่า “หากเราโชว์ให้เห็นว่า RS-GP คือรถที่รวดเร็ว แผน B ก็จะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าแผน Z” ประโยคนี้สะท้อนความจริงที่ว่า ใน MotoGP ยุคปัจจุบัน “รถ” มีส่วนสำคัญเทียบเท่าหรือมากกว่า “คน” อาพริเลียทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับแผนก R&D เพื่อพัฒนาอากาศพลศาสตร์และเฟรมรถแข่งที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเฟรมที่ดีที่สุดในกริด เมื่อรถมีความเร็ว นักแข่งที่กำลังจะหมดสัญญาหรือไม่มีความสุขกับทีมเดิมจะเดินเข้ามาหาทีมเอง นี่คือจุดที่ Rivola ใช้เป็นไพ่ตายในการเจรจาปี 2027 เขาไม่ต้องอ้อนวอนนักบิด แต่เขากำลังสร้าง “พื้นที่แห่งผู้ชนะ” เพื่อให้นักบิดมาแย่งชิงกันเอง ความท้าทายเครื่องยนต์ 850ซีซี และกลยุทธ์ของอาพริเลีย การเปลี่ยนผ่านในปี 2027 ไม่ใช่แค่เรื่องของการลดซีซี แต่เป็นเรื่องของ “การเริ่มต้นจากศูนย์” ในหลายๆ ด้าน ค่ายรถที่มีความยืดหยุ่นสูงอย่างอาพริเลีย ซึ่งถนัดในการทำรถที่เลี้ยวได้ดีและมีเสถียรภาพ อาจจะได้เปรียบมากกว่าค่ายที่เน้นพลังดิบอย่าง Ducati Rivola มองว่านักบิดที่จะมาอยู่ใน “แผน” ของเขาต้องมีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับกฎใหม่นี้ ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลและความเร็วในการเรียนรู้คือสิ่งสำคัญ แผน B และ แผน

Francesco Bagnaia

Francesco Bagnaia หลังจบการทดสอบ Sepang Test 2026 กับประเด็นร้อนเรื่องสัญญาใหม่ ย้ำชัดเป้าหมายคือทีมโรงงานเท่านั้น ท่ามกลางกระแสย้ายค่ายปี 2027