
Triumph Tiger 1200 ใหม่ 158 แรงม้า เบาะต่ำสุด 790 มม. เรดาร์คู่ ไทยยืนยัน Rally Pro และ Rally Explorer เปิดราคา Motor Expo 2026

Triumph Tiger 1200 รุ่นใหม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมยกระดับรถจักรยานยนต์ Adventure Touring เรือธงจากอังกฤษในหลายด้าน โดยเฉพาะเครื่องยนต์สามสูบ T-Plane ที่เพิ่มกำลังเป็น 158 แรงม้า ช่วงล่างกึ่งแอ็กทีฟ SHOWA EERA HEIGHTFLEX ระบบเรดาร์ Bosch หน้าและหลัง รวมถึงหน้าจอสัมผัส 7 นิ้วที่รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
สิ่งที่น่าสนใจสำหรับตลาดไทยคือ Triumph Motorcycles ยืนยันว่าจากรถทั้งหมด 4 รุ่นในตลาดโลก ประเทศไทยจะจำหน่ายเฉพาะ Tiger 1200 Rally Pro และ Rally Explorer เท่านั้น พร้อมเตรียมนำรถคันจริงมาเปิดตัวและประกาศราคาในงาน Motor Expo 2026 ระหว่างวันที่ 2–13 ธันวาคม 2569 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่กำลังเครื่องยนต์ เพราะ Triumph ปรับล้อหน้ามาเป็นขนาด 19 นิ้วและล้อหลัง 17 นิ้วในทุกรุ่น พร้อมระยะยุบช่วงล่าง 200 มม. ทั้งหน้าและหลัง รวมถึงระบบลดความสูงเบาะอัตโนมัติ 30 มม. เพื่อให้ควบคุมรถแอดเวนเจอร์ขนาดใหญ่ได้ง่ายขึ้น
สำหรับผู้ที่เคยรู้สึกว่า Tiger 1200 เป็นรถที่ต้องใช้ความมั่นใจพอสมควรเวลาเข็นหรือจอด รุ่นใหม่ดูเหมือน Triumph จะรับฟังเสียงผู้ใช้จริงอย่างจริงจัง เพราะคราวนี้วิศวกรไม่ได้เพิ่มแต่แรงม้า แต่ยังพยายามลดความยุ่งยากในชีวิตประจำวันด้วย
Tiger 1200 รุ่นใหม่มีทั้งหมด 4 รุ่นสำหรับตลาดโลก ได้แก่ GT Pro, Rally Pro, GT Explorer และ Rally Explorer แต่ Triumph ยืนยันว่าจะนำเข้ามาทำตลาดประเทศไทยเพียง Rally Pro และ Rally Explorer เท่านั้น
กลุ่ม GT ใช้ล้ออะลูมิเนียมหล่อ เน้นการเดินทางบนถนนเป็นหลัก ส่วนกลุ่ม Rally ใช้ล้อซี่ลวดแบบยึดซี่ล้อจากด้านข้าง พร้อมอุปกรณ์ปกป้องและโหมดขับขี่สำหรับเส้นทางออฟโรดเพิ่มเติม
| รุ่น | ถังน้ำมัน | รูปแบบล้อ | จำหน่ายในไทย |
|---|---|---|---|
| GT Pro | 20 ลิตร | ล้ออะลูมิเนียมหล่อ | ไม่อยู่ในแผนที่ประกาศ |
| Rally Pro | 20 ลิตร | ล้อซี่ลวด | ยืนยัน |
| GT Explorer | 30 ลิตร | ล้ออะลูมิเนียมหล่อ | ไม่อยู่ในแผนที่ประกาศ |
| Rally Explorer | 30 ลิตร | ล้อซี่ลวด | ยืนยัน |
การทำตลาดเฉพาะรุ่น Rally ทำให้ผู้ซื้อไทยมีทางเลือกระหว่างถังน้ำมัน 20 และ 30 ลิตรเป็นหลัก แต่ยังต้องพิจารณาอุปกรณ์แตกต่างกันระหว่างสองรุ่นด้วย




Triumph Thailand ยืนยันว่าจะประกาศราคา Tiger 1200 Rally Pro และ Rally Explorer รุ่นใหม่เป็นครั้งแรกในงาน Thailand International Motor Expo 2026 ระหว่างวันที่ 2–13 ธันวาคม 2569 โดยยังไม่มีตัวเลขราคาขายไทยในเอกสารเปิดตัวล่าสุด
งานจัดขึ้นที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 เมืองทองธานี ซึ่งผู้สนใจจะได้เห็นรถคันจริงและติดตามรายละเอียดอุปกรณ์สำหรับประเทศไทย
| รายการ | ข้อมูล |
|---|---|
| รุ่นเปิดตัวในไทย | Rally Pro และ Rally Explorer |
| กำหนดประกาศราคา | งาน Motor Expo 2026 |
| ช่วงจัดงาน | 2–13 ธันวาคม 2569 |
| สถานที่ | อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 |
| ราคาขายไทย | ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ |
| การเปิดจองและส่งมอบ | รอรายละเอียดจาก Triumph Thailand |
ถึงแม้ข้อมูลราคาต่างประเทศจะเผยแพร่แล้ว แต่ไม่ควรนำมาแปลงเป็นราคาขายไทยตรง ๆ เพราะมีทั้งเรื่องอุปกรณ์เฉพาะตลาด โครงสร้างภาษี และนโยบายผู้จัดจำหน่าย
สำหรับผู้กำลังวางงบซื้อรถ น่าจะต้องอดใจรอถึงงาน Motor Expo อีกเล็กน้อย ก่อนตัดสินว่าราคาของรุ่น Rally Pro หรือ Explorer คุ้มค่ากับอุปกรณ์ที่ได้รับเพียงใด

เครื่องยนต์สามสูบ T-Plane ของ Tiger 1200 รุ่นใหม่ให้กำลังสูงสุด 158 แรงม้า ที่ 9,250 รอบต่อนาที เพิ่มขึ้น 8 แรงม้าจากรุ่นก่อน พร้อมปรับแรงบิดในรอบต่ำและความนุ่มนวลของการส่งกำลังให้เหมาะกับการเดินทางและการควบคุมรถความเร็วต่ำ
Triumph ปรับปรุงชิ้นส่วนเครื่องยนต์หลายรายการ ตั้งแต่ฝาสูบ ลูกสูบ วาล์วไอดีและไอเสียที่มีน้ำหนักเบาลง ระบบฉีดเชื้อเพลิง และระบบไอเสีย
นอกจากนี้ยังมีการปรับอัตราทดเกียร์ 1, 2 และ 3 เพื่อให้ตอบสนองได้ดีขึ้น ขณะที่เพลาข้อเหวี่ยง เพลาสมดุล และรูปทรงเพลาลูกเบี้ยวก็ได้รับการพัฒนาเพื่อลดความกระด้างในการทำงาน
| รายการ | สเปกหรือการเปลี่ยนแปลง |
|---|---|
| เครื่องยนต์ | สามสูบ T-Plane |
| พิกัดเครื่องยนต์ | 1,200 ซีซี ตามข้อมูลประชาสัมพันธ์ |
| กำลังสูงสุด | 158 แรงม้า |
| รอบกำลังสูงสุด | 9,250 รอบ/นาที |
| กำลังที่เพิ่ม | 8 แรงม้า |
| ระบบเกียร์ | 6 สปีด |
| การปรับอัตราทด | เกียร์ 1–3 ใหม่ |
| ขับเคลื่อนล้อหลัง | Shaft Drive |
| แรงบิดสูงสุดตัวเลขใหม่ | เอกสารที่ได้รับยังไม่ระบุ |
ความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้จึงไม่ใช่แค่เพิ่มกำลังสูงสุด แต่ยังเกี่ยวข้องกับจังหวะเดินคันเร่งและการควบคุมรถในเมืองหรือบนเส้นทางแคบด้วย
ระบบ SHOWA EERA HEIGHTFLEX ใหม่สามารถลดความสูงของเบาะลง 30 มม. โดยอัตโนมัติขณะรถเข้าใกล้จุดหยุดนิ่ง และจะปรับกลับสู่ระดับการขี่ที่เหมาะสมเมื่อเริ่มเคลื่อนตัวตามเงื่อนไขที่ระบบรองรับ
ระบบอาศัยการควบคุมแรงดันไฮดรอลิกของช่วงล่างหลัง ร่วมกับข้อมูลความเร็วและการเบรก เพื่อปรับความสูงรถให้เหมาะสม
จุดเด่นคือทำงานได้ไม่ว่าจะขี่คนเดียว มีผู้โดยสาร หรือบรรทุกสัมภาระ โดยมีระบบพรีโหลดอัตโนมัติช่วยรองรับน้ำหนักที่แตกต่างกัน
ช่วงล่างยังเลือกความหนืดได้ 3 ระดับ ได้แก่ นุ่ม ปานกลาง และแข็ง ผ่านปุ่มควบคุมเฉพาะ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโหมดการขี่ทั้งระบบ
สำหรับการใช้งานจริง นี่คืออุปกรณ์ที่ช่วยลดความยุ่งยากในจังหวะหยุดรถ โดยเฉพาะรถแอดเวนเจอร์ขนาดใหญ่ที่ผู้ขี่ต้องคำนึงถึงทั้งน้ำหนักและความสูง

ความสูงเบาะต่ำสุด 790 มม. เป็นตัวเลขที่ Triumph ระบุเมื่อใช้เบาะนั่งแบบ Low Seat ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริม ร่วมกับระบบลดความสูงอัตโนมัติ HEIGHTFLEX ในขณะที่รถหยุดนิ่ง ไม่ใช่ความสูงเบาะมาตรฐานทุกคันขณะขับขี่
เบาะมาตรฐานสามารถปรับความสูงได้สองระดับ ต่างกัน 20 มม. ขณะที่ Low Seat ลดความสูงลงได้อีก 20 มม.
เมื่อนำมารวมกับการลดระดับ 30 มม. ของระบบช่วงล่างอัตโนมัติ จึงได้ค่าต่ำสุดตามที่ผู้ผลิตระบุ
รายละเอียดสำคัญคือ
อีกหนึ่งฟังก์ชันที่ Triumph เพิ่มเข้ามาคือ Centre Stand Assist ซึ่งใช้ช่วงล่างช่วยยกส่วนท้ายของรถเพื่อลดแรงที่ต้องออกเมื่อใช้งานขาตั้งคู่
อุปกรณ์ลักษณะนี้อาจไม่หวือหวาเท่าแรงม้าหรือเรดาร์ แต่สำหรับรถขนาดใหญ่ที่เดินทางพร้อมกล่องสัมภาระเต็มคัน ถือว่าเป็นรายละเอียดที่ผู้ใช้จริงน่าจะสังเกตเห็นความแตกต่าง
Tiger 1200 รุ่นใหม่ทั้งสี่รุ่นเปลี่ยนมาใช้ล้อหน้า 19 นิ้วและล้อหลัง 17 นิ้ว พร้อมระยะยุบช่วงล่าง 200 มม. ทั้งด้านหน้าและหลัง โดย Triumph ระบุว่าการปรับนี้เน้นให้รถคล่องตัวและขี่สนุกบนถนนมากขึ้น ขณะยังรักษาความสามารถบนเส้นทางออฟโรด
กลุ่ม GT ใช้ล้ออะลูมิเนียมหล่อ ส่วน Rally ใช้ล้อซี่ลวดแบบยึดซี่ล้อจากด้านข้างซึ่งเหมาะกับการใช้งานแบบแอดเวนเจอร์
| รายการ | ข้อมูลรุ่นใหม่ |
|---|---|
| ล้อหน้า | 19 นิ้ว ทุกรุ่น |
| ล้อหลัง | 17 นิ้ว ทุกรุ่น |
| ระยะยุบช่วงล่างหน้า | 200 มม. |
| ระยะยุบช่วงล่างหลัง | 200 มม. |
| โช้คหน้า | 49 มม. |
| โช้คหลัง | Monoshock ปรับพรีโหลดอัตโนมัติ |
| รุ่น GT | ล้ออะลูมิเนียมหล่อ |
| รุ่น Rally | ล้อซี่ลวด |
สำหรับสายออฟโรด การเปลี่ยนขนาดล้อเป็นหนึ่งในประเด็นที่ควรทดลองขี่ เพราะแม้ Triumph จะระบุว่ารถยังรองรับเส้นทางสมบุกสมบัน แต่บุคลิกของการบังคับเลี้ยวและการผ่านอุปสรรคย่อมต้องประเมินจากการใช้งานจริง
Tiger 1200 ใหม่ติดตั้งระบบเบรก Brembo Stylema ทำงานร่วมกับแม่ปั๊มเบรก Magura HC1 และมี Triumph Shift Assist รุ่นล่าสุดสำหรับเปลี่ยนเกียร์ขึ้นลงโดยไม่ต้องใช้คลัตช์ภายใต้เงื่อนไขการใช้งานที่เหมาะสม
รถมีโหมดการขี่สูงสุด 8 โหมด ขึ้นอยู่กับรุ่น ได้แก่ Road, Rain, Eco, Sport, Off-road, Rider สองรูปแบบ และ Off-road Pro ที่มีเฉพาะรุ่น Rally
แต่ละโหมดปรับการทำงานของคันเร่ง ABS ระบบควบคุมการลื่นไถล และแรงหน่วงเครื่องยนต์ให้เหมาะกับการใช้งาน
รายละเอียดเหล่านี้มีความสำคัญสำหรับผู้ที่ใช้รถทั้งในเมืองและระหว่างเดินทาง เพราะช่วยให้เลือกบุคลิกรถได้ตามสภาพถนนโดยไม่ต้องตั้งค่าทุกระบบใหม่ทีละรายการ

Tiger 1200 รุ่นใหม่ใช้หน้าจอสัมผัส TFT ความละเอียดสูงขนาด 7 นิ้วจาก Bosch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมการนำทาง ฟังเพลง และแอปพลิเคชันที่ระบบรองรับ
ผู้ขี่สามารถใช้หน้าจอสัมผัสเมื่อรถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่ำกว่า 2 กม./ชม. และเปลี่ยนไปใช้ชุดสวิตช์บนแฮนด์ระหว่างการขับขี่ได้
ระบบยังรองรับคำสั่งเสียงผ่าน Siri หรือ Google Gemini ตามสมาร์ตโฟนที่เชื่อมต่อ โดยการใช้งานเต็มรูปแบบต้องมีชุดหูฟัง Bluetooth ที่รองรับ
| อุปกรณ์ | รายละเอียด |
|---|---|
| หน้าจอ | TFT สัมผัส HD 7 นิ้ว |
| ผู้พัฒนาระบบ | Bosch |
| การเชื่อมต่อ | Apple CarPlay / Android Auto ไร้สาย |
| มาตรฐานหน้าจอ | IP6K9K |
| หน้าจอสัมผัสระหว่างเคลื่อนรถ | ต่ำกว่า 2 กม./ชม. |
| ช่องชาร์จโทรศัพท์ | USB-C สูงสุด 15W |
| ช่องเก็บโทรศัพท์ | กันน้ำและมีพัดลมระบายความร้อน |
Triumph ยังออกแบบช่องเก็บโทรศัพท์ไว้บริเวณส่วนบนของถังน้ำมันพร้อมระบบระบายความร้อนและช่อง USB-C ซึ่งเป็นรายละเอียดที่น่าสนใจสำหรับการเดินทางไกลในอากาศร้อน
Triumph ติดตั้งเรดาร์ Bosch ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมระบบ Advanced Rider Assistance Systems หรือ ARAS เพื่อช่วยเพิ่มการรับรู้สภาพจราจรและสนับสนุนการควบคุมรถ โดยไม่ได้เปลี่ยนรถให้เป็นระบบขับขี่อัตโนมัติ
ระบบที่ผู้ผลิตระบุประกอบด้วย
| ระบบ | หน้าที่หลัก |
|---|---|
| Adaptive Cruise Control | ช่วยรักษาความเร็วและระยะห่างจากรถคันหน้า |
| Overtake Assist | ช่วยปรับการทำงานเพื่อรองรับจังหวะแซงตามเงื่อนไข |
| Curve Speed Control | ช่วยจัดการความเร็วในโค้งเมื่อใช้โหมดที่รองรับ |
| Group Ride Assist | ช่วยรักษาระยะห่างระหว่างขี่ร่วมกลุ่ม |
| Riding Distance Assist | ช่วยป้องกันการเข้าใกล้รถคันหน้ามากเกินไป |
| Emergency Brake Assist | เพิ่มแรงดันเบรกเมื่อผู้ขี่เบรกหนักและมีความเสี่ยงชน |
| Forward Collision Warning | เตือนความเสี่ยงการชนด้านหน้า |
| Blind Spot Assist | เตือนรถในจุดอับสายตา |
| Rear Distance Warning | เตือนเมื่อรถด้านหลังตามมาใกล้เกินไป |
ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ Forward Collision Warning ซึ่งสามารถแจ้งเตือนผ่านหน้าจอและส่งสัญญาณสั่นผ่านแป้นเบรกหลังตามข้อมูลที่ Triumph ระบุ
ส่วนระบบ Blind Spot Assist ใช้ไฟเตือนที่กระจกมองข้าง เพื่อช่วยให้ผู้ขี่รับรู้รถที่อยู่ในพื้นที่อับสายตา
ต้องเน้นว่าระบบทั้งหมดช่วยลดภาระบางส่วนของผู้ขี่ แต่ไม่ได้ทดแทนการสังเกตถนน การใช้เบรก หรือการตัดสินใจของผู้ขี่เอง
Tiger 1200 ใหม่ได้รับการปรับรูปลักษณ์รอบคัน ทั้งถังน้ำมัน แผงครอบหม้อน้ำ บังโคลนหน้า และชิลด์บังลม พร้อมโคมไฟหน้า LED Projector ใหม่ที่รองรับ Adaptive Cornering Light
ระบบไฟจะเปิดชุดแสงสว่างเพิ่มเติมตามระดับการเอียงรถที่ 15 และ 30 องศา เพื่อเพิ่มการมองเห็นบริเวณด้านในของโค้ง
ไฟหน้ายังมีมอเตอร์ปรับระดับลำแสงอัตโนมัติให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนความสูงของช่วงล่าง ขณะที่ชุดสวิตช์แฮนด์มีไฟส่องสว่างสำหรับใช้งานกลางคืน
ด้านท้ายใช้ชุดไฟ LED อเนกประสงค์ซึ่งรวมไฟเลี้ยวและไฟท้ายไว้ในชุดเดียว ทำให้ส่วนท้ายมีเส้นสายเรียบขึ้นกว่ารูปแบบไฟท้ายกลางแบบเดิม
ความแตกต่างสำคัญระหว่างรุ่นที่จะทำตลาดไทยอยู่ที่ความจุถังน้ำมันและชุดอุปกรณ์เดินทาง โดย Rally Pro มีถัง 20 ลิตร ส่วน Rally Explorer มีถัง 30 ลิตร และเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานหลายรายการ
| รายการ | Rally Pro | Rally Explorer |
|---|---|---|
| ถังน้ำมัน | 20 ลิตร | 30 ลิตร |
| ล้อ | ซี่ลวด | ซี่ลวด |
| โหมด Off-road Pro | มี | มี |
| แฮนด์ | สเปก Pro | สูงและกว้างกว่า Pro อย่างละ 10 มม. |
| TPMS | ไม่ระบุว่าเป็นมาตรฐานในเอกสารที่ได้รับ | มี |
| การ์ดเครื่องยนต์ส่วนล่าง | ตรวจรายละเอียดอุปกรณ์ไทย | มี |
| การ์ดเครื่องยนต์ส่วนบน | ตรวจรายละเอียดอุปกรณ์ไทย | มี |
| การทำตลาดประเทศไทย | ยืนยัน | ยืนยัน |
หากเน้นการเดินทางทั่วไป Rally Pro มีจุดเด่นเรื่องถังขนาดเล็กกว่า ส่วน Rally Explorer เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความถี่ในการแวะเติมเชื้อเพลิงและเพิ่มอุปกรณ์สำหรับทริประยะไกล
อย่างไรก็ตาม ระยะทางที่วิ่งได้ต่อหนึ่งถังยังต้องใช้ข้อมูลอัตราสิ้นเปลืองของรุ่นใหม่ประกอบ ไม่ควรคำนวณเป็นระยะทางรับรองจากความจุถังเพียงอย่างเดียว
Triumph ระบุสีตัวถังแยกตามรุ่นทั้ง 4 รุ่น โดยรุ่นที่จะทำตลาดไทยคือ Rally Pro และ Rally Explorer ซึ่งมีตัวเลือกสีตามเอกสารเปิดตัวดังนี้
| รุ่น | สีตัวถัง |
|---|---|
| GT Pro | Sapphire Black, Aluminium Silver/Pacific Blue |
| GT Explorer | Aluminium Silver/Pacific Blue, Granite |
| Rally Pro | Matt Khaki Green, Ash Grey |
| Rally Explorer | Ash Grey/Sapphire Black, Matt Khaki Green |
สีเหล่านี้เป็นข้อมูลจากเอกสารการเปิดตัวระดับโลก ส่วนสีที่เปิดรับจองจริงในประเทศไทยควรตรวจสอบจาก Triumph Thailand อีกครั้งเมื่อประกาศราคา
Triumph ระบุระยะเข้ารับการบำรุงรักษาตามกำหนดสูงสุดทุก 16,000 กิโลเมตร พร้อมระบบขับเคลื่อนเพลาซึ่งช่วยลดงานดูแลโซ่สำหรับผู้ที่เดินทางไกล
นอกจากนี้ยังมีชุดกล่องสัมภาระ Evo ที่พัฒนาร่วมกับ GIVI โดยกล่องท้ายรุ่นใหม่มีความจุ 58 ลิตร รองรับหมวกกันน็อกสองใบ และมีตัวเลือกกล่องขนาด 42 ลิตร รวมถึงกระเป๋าข้างและอุปกรณ์เสริมสำหรับทัวริ่ง
ระยะบำรุงรักษาดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องตรวจเช็กส่วนอื่นระหว่างทาง ผู้ใช้ยังต้องปฏิบัติตามคู่มือและข้อกำหนดบริการของผู้ผลิต
Tiger 1200 ใหม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการรถแอดเวนเจอร์ทัวริ่งขนาดใหญ่สำหรับเดินทางไกล แต่ให้ความสำคัญกับการควบคุมรถที่ความเร็วต่ำ ความสะดวกของระบบเชื่อมต่อ และเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขี่
คู่แข่งในตลาดระดับใกล้เคียง ได้แก่ BMW R 1300 GS, Ducati Multistrada V4 และ KTM 1390 Super Adventure ซึ่งมีแนวทางเครื่องยนต์และอุปกรณ์ต่างกัน
| รุ่น | เครื่องยนต์ | จุดที่ควรเปรียบเทียบ |
|---|---|---|
| Triumph Tiger 1200 | สามสูบ T-Plane | HEIGHTFLEX และเรดาร์ Bosch |
| BMW R 1300 GS | Boxer สองสูบ | ความคล่องตัวและอุปกรณ์ทัวริ่ง |
| Ducati Multistrada V4 | V4 สี่สูบ | สมรรถนะและระบบช่วยขี่ |
| KTM 1390 Super Adventure | V-Twin สองสูบ | บุคลิกแอดเวนเจอร์สมรรถนะสูง |
สิ่งที่ยังต้องรอคือราคาขายไทย น้ำหนักพร้อมใช้งาน และความรู้สึกเมื่อลงขี่จริง เพราะต่อให้มีแรงม้าสูงหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ครบ ก็ไม่ได้ยืนยันว่ารถคันนั้นจะเหมาะกับผู้ขี่ทุกคน
New Tiger 1200 เป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่ที่เน้นทั้งสมรรถนะและความง่ายในการใช้งาน ด้วยกำลังสูงสุด 158 แรงม้า ช่วงล่าง HEIGHTFLEX ลดความสูงรถอัตโนมัติ ล้อหน้า 19 นิ้วทุกรุ่น และระบบเรดาร์ Bosch หน้า-หลัง พร้อมหน้าจอเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนที่ครบขึ้น
สำหรับประเทศไทย Triumph ยืนยันจำหน่ายเพียง Rally Pro และ Rally Explorer โดยมีถังน้ำมัน 20 และ 30 ลิตรตามลำดับ และกำหนดประกาศราคาอย่างเป็นทางการในงาน Motor Expo 2026
จุดที่น่าติดตามมากที่สุดจึงไม่ใช่เพียงราคาขาย แต่รวมถึงความรู้สึกในการควบคุมรถที่เปลี่ยนไปจากล้อหน้า 19 นิ้วและระบบปรับความสูงใหม่ด้วย
ติดตาม ข่าวมอเตอร์ไซค์ และ รีวิวมอไซค์ เพื่อดูรายละเอียดเมื่อรถรุ่นใหม่เปิดตัวในประเทศไทย
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com
มี 4 รุ่นทั่วโลก ได้แก่ GT Pro, Rally Pro, GT Explorer และ Rally Explorer
สองรุ่น คือ Rally Pro และ Rally Explorer ตามประกาศ Triumph
158 แรงม้า ที่ 9,250 รอบต่อนาที เพิ่มขึ้น 8 แรงม้า
แท็กที่เกี่ยวข้อง
SuzukiSuzuki GSX-8 Race สปอร์ตสายสนามรุ่นใหม่จากเครื่อง GSX-8S มีโอกาสเกิดจริงแค่ไหน?
New BikeFlying Flea S6 โผล่ทดสอบในอินเดีย Royal Enfield Scrambler ไฟฟ้า ลุ้นเปิดตัวธันวาคม 2026
ZXMOTOZXMOTO MX450 รถโมโตครอส 450 ซีซี 54 แรงม้า ออปชันแน่นเกินราคา
ข่าวมอเตอร์ไซค์ZXMOTO MX450 สร้างสถิติโลก ขี่มอเตอร์ไซค์บนน้ำ 40.74 กม. ปิดตำนานความฝัน 17 ปี
ข่าวมอเตอร์ไซค์Moto Morini Corsaro Sport 750 สปอร์ต V-Twin 96 แรงม้า เตรียมทำตลาด พร้อมเบรก Brembo
KawasakiKawasaki ZX-10R 2027 เปิดตัวรุ่น Race Only ราคา 2.09 ล้านเยน ไม่มี ABS และห้ามวิ่งถนน
ZONTESZontes 703R 2026 เน็กเก็ต 3 สูบ 102 แรงม้า ออปชันแน่นเกินราคา
New BikeKIDEN KD150-C ครุยเซอร์ 150 ซีซี 19 แรงม้า ถังใหญ่ 16.5 ลิตร พร้อมออปชันเกินตัว