
R1300GS Adventure ดีไซน์ใหม่ ให้คุณไปได้ไกลกว่า
เปิดตัวมาตามนัดกับ BMW R1300GS Adventure ที่ไม่เพียงแค่เพิ่มออปชันเหมือนที่ผ่าน ๆ มา แต่ครั้งนี้มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่เพิ่มเติมเข้ามาด้วย และก็เพื่อให้ไบเกอร์สายลุยหรือสายทัวริ่งไปได้ไกลขึ้น ไปได้สบายขึ้น อย่างเหนือระดับ
ไฮไลท์เด่นของเจ้า GSA แบบที่เรานิยมเรียกกันย่อ ๆ โมเดลนี้คือการออกแบบเพื่อให้สามารถขับขี่เดินทางได้ไกลยิ่งขึ้น และลุยไปได้ไกลยิ่งกว่า ตัวรถก็เลยจะมีถังน้ำมันขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 30 ลิตรจากเดิม 19 ลิตร เพื่อให้เดินทางได้ไกลยิ่งขึ้นนั่นเอง
ซึ่งการดีไซน์ให้มีถังน้ำมันที่ใหญ่ขึ้นไปจากโมเดลพื้นฐานแล้ว สำหรับโมเดลนี้ก็ดูแปลกตากว่าที่ผ่าน ๆ มาทุกครั้ง มันโดดเด่นออกมาจากโมเดลพื้นฐานมาก ๆ โดยถังน้ำมันอลูมิเนียมนั้นถูกออกแบบมาให้มันดูบึกบึนแข็งแรงทนทาน ไม่ทำให้ซับซ้อนโดยไม่จำเป็น แต่เลือกที่จะใช้งานวัสดุที่ดีและใช้งานได้จริง
นอกจากนี้จะมีเรื่องของระยะยุบของช่วงล่างที่เพิ่มมากขึ้นอีก 20 ม.ม. เพื่อให้สอดคล้องกับเรื่องของน้ำหนัก และชิลด์หน้าที่ปรับเปลี่ยนมาใหม่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น รวมถึงแผ่นกันลมบริเวณด้านข้าง ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยป้องกันและสภาพอากาศเลวร้ายได้ดีขึ้น ทั้งยังทำให้มีเสียงลมกวนน้อยลงอีกด้วย
ดังนั้นน้ำหนักของตัวรถก็เลยจะหนักขึ้นเป็น 269 กิโลกรัม (รวมของเหลวและน้ำมัน 90%) เพิ่มขึ้นจากโมเดลพื้นฐานมา 32 กิโลกรัม จากขนาดของถังน้ำมันที่เพิ่มขึ้นและออปชันเสริมที่เพิ่มเติมเข้ามานั่นเอง
ทั้งนี้ยังมีเรื่องของระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มเข้ามา คือ ระบบ Dynamic Suspension Adjustment หรือระบบโช้คปรับไฟฟ้าอัตโนมัติที่ปรับปรุงใหม่มาให้อีกด้วย (DSA) ซึ่งจะสามารถปรับความหนืด ความแข็ง และชดเชยโหลดได้โดยอัติโนมัติ โดยจะสัมพันธ์กับโหมดการขับขี่ที่เลือกไว้ด้วย

โดยระบบ ASA ที่ว่านี้จะมีโหมดการชิฟต์เกียร์ 2 โหมดด้วยกันคือ โหมด M หรือแมนวลสำหรับให้ผู้ขับขี่ได้เข้าเกียร์เอง ส่วนโหมด D คือโหมดอัตโนมัติ ระบบจะคำนวณหาจุดที่จะเปลี่ยนเกียร์เองด้วยระบบควบคุมเครื่องยนต์ และมีตัวกลไกควบคุมระบบคลัตช์และกลไกการเปลี่ยนเกียร์ด้วยระบบไฟฟ้าที่ทำงานโดยอาศัยเซ็นเซอร์ต่าง ๆ และระบบควบคุมเครื่องยนต์
ประโยชน์ก็คือ ไม่ว่าจะโหมดไหนก็จะสามารถเปลี่ยนได้อย่างสมู้ทราบลื่นไร้การสะดุด ทำให้เร่งความเร็วได้ดีมีประสิทธิภาพหรือว่าขับขี่ได้นิ่งเสถียร มีสมดุลดี และแน่นอนว่าทำให้ขับขี่ได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงในกรณีที่สถานการณ์การขับขี่นั้นยากลำบาก การที่ไม่ต้องคอยควบคุมคลัตช์ก็ช่วยลดความยากลำบากลงไปด้วย
ทั้งนี้ระบบดังกล่าวนี้จะสามารถเลือกติดตั้งกับโมเดลสแตนดาร์ดที่จะจำหน่ายในปี 2025 เป็นต้นไปได้อีกด้วย
ส่วนเรื่องขุมพลังยังคงเป็นเครื่องบ็อกเซอร์ 2 สูบนอนเช่นเดิม โดยให้กำลังสูงสุดที่ 145 แรงม้าที่ 7,750 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 149 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ ซึ่งถือว่าทรงพลังที่สุดในตระกูล GS แล้ว เคลมอัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ไว้ที่ 3.4 วินาที และท็อปสปีดไม่ได้ระบุชัดเจนทว่าจะได้เกิน 200 กม./ชม. อย่างแน่นอน
![]() |
![]() |
ขณะที่ระบบกันสะเทือนเองก็จะเหมือนเดิม ด้านหน้าจะเป็นระบบกันสะเทือนแบบ EVO telelever ขณะที่ด้านหลังจะเป็นสวิงอาร์มเดี่ยวร่วมกับโช้คหลังเดี่ยวแบบ EVO Paralever มีระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกคู่พร้อมคาลิเปอร์เบรกแบบ 4 ลูกสูบที่ด้านหน้า และดิสก์หลังเดี่ยวกับคาลิเปอร์เบรกแบบลูกสูบคู่ที่ด้านหลัง ส่วนล้อจะเป็นล้อแบบล้อซี่แบบไม่ต้องใช้ยางใน มาพร้อมยางขนาด 120/70 R19 และ 170/60 R17 หน้าหลังตามลำดับ

สุดท้ายนี้เรื่องของสนนราคาค่าตัวนั้นเริ่มต้นที่ 22,335 ยูโรหรือคิดเป็นเงินไทยก็ราว ๆ 881,000 บาท ซึ่งเมื่อลองดีดลูกคิดเคาะเครื่องคิดเลขแล้ว มาจำหน่ายในบ้านเราก็น่าจะเริ่มต้นที่ราว ๆ 1,275,000 บาทโดยประมาณ
แท็กที่เกี่ยวข้อง
MOTOGPJorge Martin ข้อมือหัก! ถูกประกาศ Unfit หลังล้ม Australian GP 2026 สะเทือนศึกชิงแชมป์โลก MotoGP
DucatiMarc Marquez MotoGP 2026 ชนะ Sprint ออสเตรเลีย พลิกขึ้นนำแชมป์โลก หลัง Jorge Martin พลาดล้ม
ข่าวมอเตอร์ไซค์Aegis Rider Vision หมวกกันน็อก AR แสดงแผนที่บนถนน ราคา 6 หมื่นบาท มีกล้อง 3 ตัว พร้อม HUD 1080p
Honda Newsไม้คิว เกียรติศักดิ์ ท็อป 10 Practice ทะลุ Q2 ครั้งแรก Moto3 ออสเตรเลีย 2026
ข่าวมอเตอร์ไซค์EICMA 2026 รวมข่าวลือรถใหม่กว่า 20 รุ่น BMW Honda Yamaha KTM และ Kawasaki
HondaHonda Fireblade ใหม่ โผล่ลายพรางที่ Jerez จับตาก้อง สมเกียรติ กับอนาคต CBR1000RR-R ปี 2027
ข่าวมอเตอร์ไซค์MotoGP ส่ง 4 นักบิดโชว์รถแข่งใน F1 United States Grand Prix 2026 ที่ COTA
SuzukiSuzuki GSX-8R คว้าแชมป์ British Sportbike 2 ปีซ้อน พิสูจน์ความแรงเครื่อง 776 ซีซี