SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

เปรียบเทียบ Ativ กับ City
สงครามยอดขายในพิกัดรถยนต์นั่งขนาดเล็กระดับพิกัด B-Segment และ Eco Car ในประเทศไทยเดินทางเข้าสู่ยุคหักเหลี่ยมโหดครั้งสำคัญที่สุด ทันทีที่ทางฮอนด้าประเทศไทยได้ทำการเปิดตัวรถยนต์พิมพ์นิยมเวอร์ชันปรับโฉมใหญ่หรือ Honda City Big Minorchange ออกสู่สายตาประชาชนด้วยการปรับกลยุทธ์ยัดระบบความปลอดภัยขั้นสูงมาให้ครบตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น พร้อมหั่นราคาพิเศษท้าชน ส่งผลให้แชมป์เก่าที่เคยนอนมาอย่างโตโยต้ายาริสเอทีฟต้องขยับแนวรบ นำเสนอสถาปัตยกรรมพลังงานทางเลือกพ่วงความสปอร์ตในรหัสตัวแต่งไฮบริด GR ลงสนาม เพื่อเป็นทางเลือกหลักให้แก่กลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาพาหนะคู่ใจคันใหม่ การทำบทความ เปรียบเทียบ Ativ กับ City ในรอบนี้ จึงเป็นการสรุปข้อมูลเชิงประจักษ์เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถจำแนกสเปกและตัดสินใจควักเงินในกระเป๋าได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

รื้อผังโครงสร้างขุมพลัง: ความดิบของเทอร์โบ ปะทะ ความสมูทของระบบสองมอเตอร์ไฟฟ้า

ก่อนจะไปเจาะลึกตารางรุ่นย่อยและราคาจำหน่าย สิ่งแรกที่ผู้ซื้อต้องทำความเข้าใจและสลัดความเชื่อแบบเดิมๆ ทิ้งไปคือ เรื่องของ “สมรรถนะการขับขี่ทางวิศวกรรม” รถทั้งสองค่ายในยุคปัจจุบันไม่ได้วิ่งอืดอาดเหมือนรถอีโคคาร์เครื่องยนต์บล็อกเล็กในอดีตอีกต่อไป แต่พวกมันถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์และระบบวิศวกรรมขุมพลังระดับก้าวหน้า โดยแบ่งกลุ่มอารมณ์การขับขี่ออกเป็น 3 รูปแบบหลักอย่างชัดเจน ดังนี้:

1. ขุมพลังเบนซิน 1.2 ลิตร ดั้งเดิมของ Toyota Ativ (Sport, Smart, Premium, Premium Luxury)

เน้นความทนทาน เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ดูแลรักษาสบายกระเป๋าตามสไตล์พิมพ์นิยมของค่ายสามห่วง ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร Dual VVT-i มอบพละกำลังสูงสุด 94 แรงม้า พ่วงเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i เหมาะสำหรับคนที่เน้นใช้งานในเมือง ขับเรื่อยๆ มาเรียงๆ ไม่ชอบความหวือหวา

2. ขุมพลังเบนซิน 1.0 ลิตร VTEC TURBO ของ Honda City (รุ่นย่อย S)

สำหรับสายซิ่งเท้าขวาหนักที่ยังคงรักในกลิ่นอายเครื่องยนต์สันดาปภายในแท้ๆ รหัสนี้มอบพละกำลังสูงสุดถึง 122 แรงม้า พร้อมแรงบิด 173 นิวตันเมตร ซึ่งอัตราเร่งแซงช่วงต้นและกลางมีความจี๊ดจ๊าดดุดัน ขับสนุกเร้าใจเกินพิกัดตัวรถไปมาก มักเป็นที่ชื่นชอบของวัยรุ่นและกลุ่มคนที่นิยมเปิดเช็กหน้าข้อมูล ข่าวรถยนต์ สายสปอร์ตเป็นประจำ

3. ระบบ Full Hybrid ของทั้งสองค่าย (Ativ HEV VS City e:HEV)

นี่คือสมรภูมิหลักที่ห้ำหั่นกันด้วยตัวเลขอัตราประหยัดน้ำมันและความอัจฉริยะของกล่องสมองกล:

  • Toyota Yaris ATIV HEV (รวมรุ่น GR Sport): เลือกใช้งานเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร รหัส 2NR-VEX ทำงานผสานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า มอบพละกำลังรวมทั้งระบบที่ 111 แรงม้า จับคู่เกียร์ e-CVT ชูจุดเด่นเรื่องความประหยัดน้ำมันที่เคลมจากโรงงานสูงลิบลิ่วถึง 26.3 – 29.4 กิโลเมตรต่อลิตร เลยทีเดียว!

  • Honda City e:HEV (รุ่นย่อย V, SV, RS): ใช้สถาปัตยกรรมมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว (ตัวหนึ่งปั่นกระแสไฟ อีกตัวขับเคลื่อนล้อ) พ่วงเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Atkinson Cycle โดยตัวมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนมีพละกำลังสูงถึง 109 แรงม้า พร้อมแรงบิดพุ่งกระฉูดระดับ 253 นิวตันเมตร มอบฟีลลิ่งการดึงกระชากที่ใกล้เคียงกับรถยนต์ไฟฟ้า 100% ตอบสนองไวทันใจกว่าระบบไฮบริดของค่ายสามห่วงอยู่เล็กน้อย

เจาะลึกไม้เด็ด Toyota Yaris ATIV HEV GR Sport ตัวแต่งสายพันธุ์ซิ่ง

สำหรับผู้บริโภคที่ตั้งคำถามเข้ามาหนาหูเกี่ยวกับรหัสตัวท็อปอย่าง HEV GR Sport ของค่ายโตโยต้า แอดมินต้องขอชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาเพื่อสยบความเข้าใจผิดของใครหลายคนว่า รุ่นนี้ไม่ได้มีการปรับแต่งฝาสูบหรือเพิ่มแรงม้าให้แรงขึ้นกว่ารุ่นไฮบริดปกติแต่อย่างใด (เครื่องยนต์ยังคงมีพลังรวม 111 แรงม้าเท่าเดิม) แต่สิ่งที่คุณจะได้กลับคืนมาในงบประมาณเจ็ดแสนปลายคือ ระบบแชสซีส์และช่วงล่างระดับมอเตอร์สปอร์ต

ความพิเศษของชุดแต่ง GR Sport: ตัวรถได้รับการติดตั้งชุดสปริงและโช้คอัพที่ได้รับการเซ็ตติ้งอัปเกรดค่าความหนืดพิเศษสไตล์ Gazoo Racing, การปรับน้ำหนักพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า (EPS) ให้มีความเฉียบคมแม่นยำลดระยะฟรี, ล้ออัลลอยปัดเงาสีทูโทนดีไซน์เฉพาะรุ่นขนาด 16 นิ้ว, พ่วงด้วยชุดสเกิร์ตรอบคันและสปอยเลอร์หลังสีดำเงา มอบอารมณ์การสาดโค้งที่เกาะหนึบแน่นตึงตัง มั่นใจได้ในย่านความเร็วสูง แตกต่างจากฟีลลิ่งของรุ่นพรีเมียมลักชัวรีปกติอย่างเห็นได้ชัด

สรุปผังตารางรุ่นย่อยและโครงสร้างราคาจำหน่ายอัปเดตล่าสุด

เพื่อให้มองเห็นภาพรวมของงบประมาณในการวางแผนทางการเงินสำหรับการเปรียบเทียบข้อมูลในหน้าตาราง ราคาและสเปครถยนต์ ด้านล่างนี้คือตารางแจกแจงราคาทุกรุ่นย่อยของทั้งสองค่าย (ข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการ ณ ปัจจุบัน ซึ่งฝั่งฮอนด้ามีราคาพิเศษลดลงกระหน่ำตลาดในช่วงเปิดตัวโฉมบิ๊กไมเนอร์เชนจ์ยาวไปจนถึงปลายเดือนกันยายนนี้)

ตารางราคาจำหน่ายเปรียบเทียบหมัดต่อหมัด (หน่วย: บาท)

ฝั่งแบรนด์สามห่วง: Toyota Yaris ATIV (โฉมปกติ / ไฮบริด GR) ฝั่งค่ายปีกนก: Honda CITY Big Minorchange (เวอร์ชัน Hatchback)
• รุ่น 1.2 Sport CVT : 569,000 • รุ่น 1.0 Turbo S CVT : 599,000 (ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว)
• รุ่น 1.2 Smart CVT : 599,000 • รุ่น e:HEV V (ไฮบริดตัวเริ่มต้นใหม่) : 659,000
• รุ่น 1.2 Premium CVT : 679,000 • รุ่น e:HEV SV : 729,000
• รุ่น 1.2 Premium Luxury CVT : 709,000 • รุ่น e:HEV RS (ตัวท็อปไฮบริดสปอร์ต) : 779,000
• รุ่น 1.5 HEV PREMIUM (ไฮบริดปกติ) : 729,000 (หมายเหตุ: หากเป็นเวอร์ชันท้ายตัด Hatchback ของ City ราคาจะบวกเพิ่มขึ้นรุ่นละ 10,000 บาท)
• รุ่น 1.5 HEV GR SPORT (ช่วงล่างแต่ง) : 779,000

หากเราสังเกตความเคลื่อนไหวจากตารางราคา จะเห็นได้ชัดเจนว่าฮอนด้าจงใจส่งรุ่นย่อยใหม่อย่าง e:HEV V ออกมาสกัดดาวรุ่งในราคาเพียง 659,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่ารุ่นไฮบริดเริ่มต้นของโตโยต้าอยู่เป็นแสน! ถือเป็นการเปิดประตูให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงระบบขับเคลื่อนสองมอเตอร์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้นในงบประมาณที่สบายกระเป๋าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ระบบความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวก: ใครให้เยอะกว่ากัน?

เรื่องของระบบช่วยเหลือการขับขี่จัดเป็นหัวข้อสำคัญที่ผู้ซื้อในกลุ่มครอบครัวนำมาพิจารณามากที่สุด การปรับโฉมครั้งใหญ่ของฮอนด้าส่งผลให้ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING (อาทิ ระบบเบรกอัตโนมัติป้องกันการชน, ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน, และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ) ถูกติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน “ทุกรุ่นย่อย” ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นราคาห้าแสนกลางๆ ถือเป็นการทลายกำแพงความตระหนี่ถี่เหนียวที่ค่ายรถยนต์มักจะกั๊กออปชันเหล่านี้ไว้เฉพาะตัวท็อปพรีเมียม

ขณะที่ฝั่ง Toyota Yaris Ativ โดดเด่นเรื่องการใส่อุปกรณ์กระจุกกระจิกที่โดนใจคนชอบความล้ำสมัยในห้องโดยสาร เช่น ชุดหน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัลขนาดใหญ่, ระบบไฟ Ambient Light สร้างบรรยากาศภายในปรับได้หลากหลายเฉดสี, แผงควบคุมระบบปรับอากาศพ่วงตัวกรองฝุ่น PM 2.5 รวมถึงชุดกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Panoramic View Monitor) ที่ช่วยให้การกะระยะถอยจอดในห้างสรรพสินค้าทำได้อย่างสะดวกสบายไร้กังวล ซึ่งหากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบเทรนด์แฟชันของเล่นไอทีอัจฉริยะแบบเดียวกับที่มีรายงานในเพจข่าวสาร ข่าวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ยุคใหม่ ฝั่งโตโยต้าจะมอบความตื่นตาตื่นใจในห้องโดยสารให้คุณได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

สรุปข้อแนะนำการเลือกซื้อสไตล์ “คำไหนคำนั้น” สำหรับผู้บริโภค

บทสรุปทัศนวิสัยจากการจัดทำเนื้อหา เปรียบเทียบ Ativ กับ City สามารถจำแนกทิศทางการตัดสินใจซื้อตามพฤติกรรมการใช้งานในชีวิตประจำวันของท่านได้ดังต่อไปนี้:

  • เลือกซื้อ Toyota Yaris Ativ หากคุณ: ชอบความคุ้มค่าของพื้นที่ห้องโดยสารตอนหลังที่เปิดโล่งโปร่งสบาย, ชื่นชอบดีไซน์ล้ำสมัยออปชันหน้าจอและไฟสร้างบรรยากาศสวยงามแพรวพราว, หรือต้องการความมั่นใจในย่านความเร็วสูงจากระบบช่วงล่างแบบมอเตอร์สปอร์ตในรุ่น HEV GR Sport ยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อแลกกับความนิ่งเสถียรของแชสซีส์ที่มั่นใจได้ยาวนาน

  • เลือกซื้อ Honda City หากคุณ: เป็นสายซิ่งที่รักความแรงของเครื่องยนต์เทอร์โบ, ต้องการความประหยัดและอัตราเร่งแซงที่กระฉับกระเฉงสไตล์รถยนต์ไฟฟ้าจากระบบ e:HEV สองมอเตอร์, และที่สำคัญคือต้องการความคุ้มค่าระดับสูงสุดจากรุ่นย่อยเริ่มต้นอย่าง e:HEV V ที่มอบระบบความปลอดภัยมาตรฐานโลกมาให้ครบถ้วนในพิกัดราคาที่เป็นมิตรต่อสมุดบัญชีธนาคาร

สำหรับสายซิ่งสองล้อที่คุ้นเคยกับการเปิดอ่านข้อมูลเชิงลึกในหน้า ข่าวมอไซค์ หรือชื่นชอบการเปิดดูเนื้อหาบทความ รีวิวมอไซค์ เป็นประจำ แต่อยากจะขยับขยายงบประมาณมาหาพาหนะสี่ล้อติดแอร์เพื่อดูแลคนที่คุณรัก รถยนต์ทั้งสองค่ายนี้จัดเป็นจุดเริ่มต้นในการเข้าสู่วงการสี่ล้อที่ดีและปลอดภัยไร้ปัญหาจุกจิกกวนใจยามใช้งานในระยะยาว ซึ่งรายละเอียดการขับขี่ทางลึกแบบจับเวลาต่อรอบในแทร็กทดสอบ ทางทีมงานของเราจะรีบสรุปข้อมูลและนำเสนอในรูปแบบบทความรายงาน รีวิวรถยนต์ ภาคสนามฉบับเต็มให้ทุกท่านได้รับชมกันในลำดับต่อไปครับ

อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com

Big SuperBike

Formula1, MotoGP and Automotive

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

SuperBikemag x SuperDrivemag ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

เปรียบเทียบ Ativ กับ City ทุกรุ่นย่อย

เปรียบเทียบ Ativ กับ City
สงครามยอดขายในพิกัดรถยนต์นั่งขนาดเล็กระดับพิกัด B-Segment และ Eco Car ในประเทศไทยเดินทางเข้าสู่ยุคหักเหลี่ยมโหดครั้งสำคัญที่สุด ทันทีที่ทางฮอนด้าประเทศไทยได้ทำการเปิดตัวรถยนต์พิมพ์นิยมเวอร์ชันปรับโฉมใหญ่หรือ Honda City Big Minorchange ออกสู่สายตาประชาชนด้วยการปรับกลยุทธ์ยัดระบบความปลอดภัยขั้นสูงมาให้ครบตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น พร้อมหั่นราคาพิเศษท้าชน ส่งผลให้แชมป์เก่าที่เคยนอนมาอย่างโตโยต้ายาริสเอทีฟต้องขยับแนวรบ นำเสนอสถาปัตยกรรมพลังงานทางเลือกพ่วงความสปอร์ตในรหัสตัวแต่งไฮบริด GR ลงสนาม เพื่อเป็นทางเลือกหลักให้แก่กลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาพาหนะคู่ใจคันใหม่ การทำบทความ เปรียบเทียบ Ativ กับ City ในรอบนี้ จึงเป็นการสรุปข้อมูลเชิงประจักษ์เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถจำแนกสเปกและตัดสินใจควักเงินในกระเป๋าได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

รื้อผังโครงสร้างขุมพลัง: ความดิบของเทอร์โบ ปะทะ ความสมูทของระบบสองมอเตอร์ไฟฟ้า

ก่อนจะไปเจาะลึกตารางรุ่นย่อยและราคาจำหน่าย สิ่งแรกที่ผู้ซื้อต้องทำความเข้าใจและสลัดความเชื่อแบบเดิมๆ ทิ้งไปคือ เรื่องของ “สมรรถนะการขับขี่ทางวิศวกรรม” รถทั้งสองค่ายในยุคปัจจุบันไม่ได้วิ่งอืดอาดเหมือนรถอีโคคาร์เครื่องยนต์บล็อกเล็กในอดีตอีกต่อไป แต่พวกมันถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์และระบบวิศวกรรมขุมพลังระดับก้าวหน้า โดยแบ่งกลุ่มอารมณ์การขับขี่ออกเป็น 3 รูปแบบหลักอย่างชัดเจน ดังนี้:

1. ขุมพลังเบนซิน 1.2 ลิตร ดั้งเดิมของ Toyota Ativ (Sport, Smart, Premium, Premium Luxury)

เน้นความทนทาน เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ดูแลรักษาสบายกระเป๋าตามสไตล์พิมพ์นิยมของค่ายสามห่วง ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร Dual VVT-i มอบพละกำลังสูงสุด 94 แรงม้า พ่วงเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i เหมาะสำหรับคนที่เน้นใช้งานในเมือง ขับเรื่อยๆ มาเรียงๆ ไม่ชอบความหวือหวา

2. ขุมพลังเบนซิน 1.0 ลิตร VTEC TURBO ของ Honda City (รุ่นย่อย S)

สำหรับสายซิ่งเท้าขวาหนักที่ยังคงรักในกลิ่นอายเครื่องยนต์สันดาปภายในแท้ๆ รหัสนี้มอบพละกำลังสูงสุดถึง 122 แรงม้า พร้อมแรงบิด 173 นิวตันเมตร ซึ่งอัตราเร่งแซงช่วงต้นและกลางมีความจี๊ดจ๊าดดุดัน ขับสนุกเร้าใจเกินพิกัดตัวรถไปมาก มักเป็นที่ชื่นชอบของวัยรุ่นและกลุ่มคนที่นิยมเปิดเช็กหน้าข้อมูล ข่าวรถยนต์ สายสปอร์ตเป็นประจำ

3. ระบบ Full Hybrid ของทั้งสองค่าย (Ativ HEV VS City e:HEV)

นี่คือสมรภูมิหลักที่ห้ำหั่นกันด้วยตัวเลขอัตราประหยัดน้ำมันและความอัจฉริยะของกล่องสมองกล:

  • Toyota Yaris ATIV HEV (รวมรุ่น GR Sport): เลือกใช้งานเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร รหัส 2NR-VEX ทำงานผสานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า มอบพละกำลังรวมทั้งระบบที่ 111 แรงม้า จับคู่เกียร์ e-CVT ชูจุดเด่นเรื่องความประหยัดน้ำมันที่เคลมจากโรงงานสูงลิบลิ่วถึง 26.3 – 29.4 กิโลเมตรต่อลิตร เลยทีเดียว!

  • Honda City e:HEV (รุ่นย่อย V, SV, RS): ใช้สถาปัตยกรรมมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว (ตัวหนึ่งปั่นกระแสไฟ อีกตัวขับเคลื่อนล้อ) พ่วงเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Atkinson Cycle โดยตัวมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนมีพละกำลังสูงถึง 109 แรงม้า พร้อมแรงบิดพุ่งกระฉูดระดับ 253 นิวตันเมตร มอบฟีลลิ่งการดึงกระชากที่ใกล้เคียงกับรถยนต์ไฟฟ้า 100% ตอบสนองไวทันใจกว่าระบบไฮบริดของค่ายสามห่วงอยู่เล็กน้อย

เจาะลึกไม้เด็ด Toyota Yaris ATIV HEV GR Sport ตัวแต่งสายพันธุ์ซิ่ง

สำหรับผู้บริโภคที่ตั้งคำถามเข้ามาหนาหูเกี่ยวกับรหัสตัวท็อปอย่าง HEV GR Sport ของค่ายโตโยต้า แอดมินต้องขอชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาเพื่อสยบความเข้าใจผิดของใครหลายคนว่า รุ่นนี้ไม่ได้มีการปรับแต่งฝาสูบหรือเพิ่มแรงม้าให้แรงขึ้นกว่ารุ่นไฮบริดปกติแต่อย่างใด (เครื่องยนต์ยังคงมีพลังรวม 111 แรงม้าเท่าเดิม) แต่สิ่งที่คุณจะได้กลับคืนมาในงบประมาณเจ็ดแสนปลายคือ ระบบแชสซีส์และช่วงล่างระดับมอเตอร์สปอร์ต

ความพิเศษของชุดแต่ง GR Sport: ตัวรถได้รับการติดตั้งชุดสปริงและโช้คอัพที่ได้รับการเซ็ตติ้งอัปเกรดค่าความหนืดพิเศษสไตล์ Gazoo Racing, การปรับน้ำหนักพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า (EPS) ให้มีความเฉียบคมแม่นยำลดระยะฟรี, ล้ออัลลอยปัดเงาสีทูโทนดีไซน์เฉพาะรุ่นขนาด 16 นิ้ว, พ่วงด้วยชุดสเกิร์ตรอบคันและสปอยเลอร์หลังสีดำเงา มอบอารมณ์การสาดโค้งที่เกาะหนึบแน่นตึงตัง มั่นใจได้ในย่านความเร็วสูง แตกต่างจากฟีลลิ่งของรุ่นพรีเมียมลักชัวรีปกติอย่างเห็นได้ชัด

สรุปผังตารางรุ่นย่อยและโครงสร้างราคาจำหน่ายอัปเดตล่าสุด

เพื่อให้มองเห็นภาพรวมของงบประมาณในการวางแผนทางการเงินสำหรับการเปรียบเทียบข้อมูลในหน้าตาราง ราคาและสเปครถยนต์ ด้านล่างนี้คือตารางแจกแจงราคาทุกรุ่นย่อยของทั้งสองค่าย (ข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการ ณ ปัจจุบัน ซึ่งฝั่งฮอนด้ามีราคาพิเศษลดลงกระหน่ำตลาดในช่วงเปิดตัวโฉมบิ๊กไมเนอร์เชนจ์ยาวไปจนถึงปลายเดือนกันยายนนี้)

ตารางราคาจำหน่ายเปรียบเทียบหมัดต่อหมัด (หน่วย: บาท)

ฝั่งแบรนด์สามห่วง: Toyota Yaris ATIV (โฉมปกติ / ไฮบริด GR) ฝั่งค่ายปีกนก: Honda CITY Big Minorchange (เวอร์ชัน Hatchback)
• รุ่น 1.2 Sport CVT : 569,000 • รุ่น 1.0 Turbo S CVT : 599,000 (ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว)
• รุ่น 1.2 Smart CVT : 599,000 • รุ่น e:HEV V (ไฮบริดตัวเริ่มต้นใหม่) : 659,000
• รุ่น 1.2 Premium CVT : 679,000 • รุ่น e:HEV SV : 729,000
• รุ่น 1.2 Premium Luxury CVT : 709,000 • รุ่น e:HEV RS (ตัวท็อปไฮบริดสปอร์ต) : 779,000
• รุ่น 1.5 HEV PREMIUM (ไฮบริดปกติ) : 729,000 (หมายเหตุ: หากเป็นเวอร์ชันท้ายตัด Hatchback ของ City ราคาจะบวกเพิ่มขึ้นรุ่นละ 10,000 บาท)
• รุ่น 1.5 HEV GR SPORT (ช่วงล่างแต่ง) : 779,000

หากเราสังเกตความเคลื่อนไหวจากตารางราคา จะเห็นได้ชัดเจนว่าฮอนด้าจงใจส่งรุ่นย่อยใหม่อย่าง e:HEV V ออกมาสกัดดาวรุ่งในราคาเพียง 659,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่ารุ่นไฮบริดเริ่มต้นของโตโยต้าอยู่เป็นแสน! ถือเป็นการเปิดประตูให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงระบบขับเคลื่อนสองมอเตอร์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้นในงบประมาณที่สบายกระเป๋าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ระบบความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวก: ใครให้เยอะกว่ากัน?

เรื่องของระบบช่วยเหลือการขับขี่จัดเป็นหัวข้อสำคัญที่ผู้ซื้อในกลุ่มครอบครัวนำมาพิจารณามากที่สุด การปรับโฉมครั้งใหญ่ของฮอนด้าส่งผลให้ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING (อาทิ ระบบเบรกอัตโนมัติป้องกันการชน, ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน, และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ) ถูกติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน “ทุกรุ่นย่อย” ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นราคาห้าแสนกลางๆ ถือเป็นการทลายกำแพงความตระหนี่ถี่เหนียวที่ค่ายรถยนต์มักจะกั๊กออปชันเหล่านี้ไว้เฉพาะตัวท็อปพรีเมียม

ขณะที่ฝั่ง Toyota Yaris Ativ โดดเด่นเรื่องการใส่อุปกรณ์กระจุกกระจิกที่โดนใจคนชอบความล้ำสมัยในห้องโดยสาร เช่น ชุดหน้าจอเรือนไมล์ดิจิทัลขนาดใหญ่, ระบบไฟ Ambient Light สร้างบรรยากาศภายในปรับได้หลากหลายเฉดสี, แผงควบคุมระบบปรับอากาศพ่วงตัวกรองฝุ่น PM 2.5 รวมถึงชุดกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Panoramic View Monitor) ที่ช่วยให้การกะระยะถอยจอดในห้างสรรพสินค้าทำได้อย่างสะดวกสบายไร้กังวล ซึ่งหากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบเทรนด์แฟชันของเล่นไอทีอัจฉริยะแบบเดียวกับที่มีรายงานในเพจข่าวสาร ข่าวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ยุคใหม่ ฝั่งโตโยต้าจะมอบความตื่นตาตื่นใจในห้องโดยสารให้คุณได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

สรุปข้อแนะนำการเลือกซื้อสไตล์ “คำไหนคำนั้น” สำหรับผู้บริโภค

บทสรุปทัศนวิสัยจากการจัดทำเนื้อหา เปรียบเทียบ Ativ กับ City สามารถจำแนกทิศทางการตัดสินใจซื้อตามพฤติกรรมการใช้งานในชีวิตประจำวันของท่านได้ดังต่อไปนี้:

  • เลือกซื้อ Toyota Yaris Ativ หากคุณ: ชอบความคุ้มค่าของพื้นที่ห้องโดยสารตอนหลังที่เปิดโล่งโปร่งสบาย, ชื่นชอบดีไซน์ล้ำสมัยออปชันหน้าจอและไฟสร้างบรรยากาศสวยงามแพรวพราว, หรือต้องการความมั่นใจในย่านความเร็วสูงจากระบบช่วงล่างแบบมอเตอร์สปอร์ตในรุ่น HEV GR Sport ยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อแลกกับความนิ่งเสถียรของแชสซีส์ที่มั่นใจได้ยาวนาน

  • เลือกซื้อ Honda City หากคุณ: เป็นสายซิ่งที่รักความแรงของเครื่องยนต์เทอร์โบ, ต้องการความประหยัดและอัตราเร่งแซงที่กระฉับกระเฉงสไตล์รถยนต์ไฟฟ้าจากระบบ e:HEV สองมอเตอร์, และที่สำคัญคือต้องการความคุ้มค่าระดับสูงสุดจากรุ่นย่อยเริ่มต้นอย่าง e:HEV V ที่มอบระบบความปลอดภัยมาตรฐานโลกมาให้ครบถ้วนในพิกัดราคาที่เป็นมิตรต่อสมุดบัญชีธนาคาร

สำหรับสายซิ่งสองล้อที่คุ้นเคยกับการเปิดอ่านข้อมูลเชิงลึกในหน้า ข่าวมอไซค์ หรือชื่นชอบการเปิดดูเนื้อหาบทความ รีวิวมอไซค์ เป็นประจำ แต่อยากจะขยับขยายงบประมาณมาหาพาหนะสี่ล้อติดแอร์เพื่อดูแลคนที่คุณรัก รถยนต์ทั้งสองค่ายนี้จัดเป็นจุดเริ่มต้นในการเข้าสู่วงการสี่ล้อที่ดีและปลอดภัยไร้ปัญหาจุกจิกกวนใจยามใช้งานในระยะยาว ซึ่งรายละเอียดการขับขี่ทางลึกแบบจับเวลาต่อรอบในแทร็กทดสอบ ทางทีมงานของเราจะรีบสรุปข้อมูลและนำเสนอในรูปแบบบทความรายงาน รีวิวรถยนต์ ภาคสนามฉบับเต็มให้ทุกท่านได้รับชมกันในลำดับต่อไปครับ

อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com

Big SuperBike

[email protected]

Formula1, MotoGP and Automotive