เกิดเหตุการณ์อุบัติเหตุบนท้องถนนที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ใช้รถพลังงานใหม่ (NEV) ในประเทศจีน เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2026 ที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับรถยนต์ซีดานปลั๊กอินไฮบริดยอดฮิตระดับเบสต์เซลเลอร์อย่าง BYD DM-i ซึ่งต้องเผชิญกับอุบัติเหตุชนซ้อนคันถึง 3 คันรวด บนช่องทางเดินรถหลักของถนนวงแหวนรอบที่ 3 ในเขตจินหนิว เมืองเฉิงตู ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้ตัวรถอย่างรุนแรงจนได้รับความเสียหายอย่างหนักและวอดเหลือเพียงโครงเหล็ก
ลำดับเหตุการณ์เฉียดตาย และการตัดสินใจที่ช่วยชีวิต
ตามรายงานของสื่อท้องถิ่นจีนที่อ้างอิงข้อมูลจากกรมตำรวจจราจรเขตจินหนิว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีความระทึกขวัญเป็นอย่างมาก
-
จุดเริ่มต้นของการปะทะ: ผู้เห็นเหตุการณ์และกล้องหน้ารถระบุว่า รถ BYD Qin Plus DM-i สีขาว ซึ่งติดป้ายทะเบียนสีเขียว (สัญลักษณ์รถยนต์พลังงานใหม่ในจีน) ได้ถูกรถยนต์อีกคันพุ่งชนท้ายเข้าอย่างจังด้วยความเร็วสูง ส่งผลให้ตัวรถกระเด็นไปกระแทกกับรถคันหน้า กลายเป็นการชนซ้อนคัน 3 คันรวด
-
เปลวไฟปะทุอย่างรวดเร็ว: หลังจากเกิดการปะทะบริเวณด้านท้ายรถได้เพียงไม่กี่วินาที กลุ่มควันและประกายไฟได้เริ่มลุกไหม้ขึ้นจากบริเวณส่วนหลังของรถ ซึ่งเป็นจุดที่มักจะมีการติดตั้งถังน้ำมันและสายไฟแรงสูง
-
วินาทีหนีตาย: โชคดีที่ระบบถุงลมนิรภัยของรถทำงานตามปกติเพื่อลดแรงกระแทก ประกอบกับคนขับและผู้โดยสารยังมีสติและระบบปลดล็อกประตู/หน้าต่างยังพอทำงานได้ในเสี้ยววินาทีแรก พวกเขาจึงรีบปีนหนีออกมาทางหน้าต่างรถได้ทันเวลาอย่างหวุดหวิด ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามเข้าไปเผาผลาญทั่วทั้งห้องโดยสาร
-
ความเสียหาย: สุดท้ายแล้วตัวรถถูกไฟเผาวอดจนเหลือเพียงโครงเหล็กสีดำตอตะโก อย่างไรก็ตาม นับเป็นความโชคดีอย่างยิ่งที่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากรถ BYD Qin Plus DM-i คันนี้
ในขณะเดียวกัน สภาพและความปลอดภัยของผู้โดยสารในรถอีก 2 คันที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุครั้งนี้ ทางการได้เข้าช่วยเหลือและเร่งนำส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เจาะลึกความปลอดภัย: แบตเตอรี่ หรือ ถังน้ำมัน?
[แนะนำตำแหน่งใส่รูปที่ 2: ภาพกราฟิกโครงสร้างการวางแบตเตอรี่ Blade Battery และถังน้ำมันของรถ BYD ปลั๊กอินไฮบริด – ชื่อไฟล์สำหรับ SEO: byd-phev-structure-battery-fuel-tank.jpg]
เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เกิดการตั้งคำถามในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวางเกี่ยวกับความปลอดภัยของรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เนื่องจาก BYD DM-i เป็นรถที่ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบผสมผสาน นั่นหมายความว่า ภายในรถคันเดียวมีทั้งถังน้ำมันเชื้อเพลิงและชุดแบตเตอรี่แรงดันสูง (Blade Battery) ติดตั้งอยู่
-
มาตรฐาน Blade Battery: ตามปกติแล้ว BYD ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยของแบตเตอรี่ประเภท LFP (Lithium Iron Phosphate) หรือที่เรียกว่า Blade Battery ซึ่งผ่านการทดสอบการเจาะทะลุ (Nail Penetration Test) โดยไม่เกิดการระเบิดหรือไฟลุกไหม้
-
ความเสี่ยงจากการชนท้ายรุนแรง: อย่างไรก็ตาม ในกรณีของรถ PHEV เมื่อถูกชนท้ายอย่างรุนแรงจนโครงสร้างยุบตัว ถังน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่บริเวณค่อนไปทางด้านหลังอาจเกิดการฉีกขาดหรือรั่วซึมได้ ดังนั้น เมื่อน้ำมันรั่วไหลไปเจอกับประกายไฟจากการเสียดสีของโลหะ หรือระบบไฟแรงสูงที่ลัดวงจรจากการชน ก็สามารถทำให้เกิดไฟลุกท่วมอย่างรวดเร็วได้เช่นกัน ซึ่งกลไกนี้แตกต่างจากอาการ Thermal Runaway ของแบตเตอรี่ไฟฟ้าล้วนอย่างสิ้นเชิง

การสืบสวนเชิงลึก และก้าวต่อไปของวงการ EV
[แนะนำตำแหน่งใส่รูปที่ 3: ภาพแคปเจอร์จากวิดีโอไวรัลขณะที่รถกำลังถูกไฟลุกท่วม โดยมีควันพวยพุ่ง – ชื่อไฟล์สำหรับ SEO: byd-qin-plus-fire-video-viral-china.jpg]
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรและหน่วยดับเพลิงได้รีบเข้าควบคุมพื้นที่ ฉีดน้ำดับไฟ และระบายการจราจรที่ติดขัดให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติ นอกจากนี้ วิดีโอเหตุการณ์ไฟไหม้ได้ถูกเผยแพร่และกลายเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดียอย่าง Weibo ของจีนอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ถึงมาตรฐานโครงสร้างซับแรงกระแทกของรถยนต์ในปัจจุบัน
ถึงแม้ว่าลำดับเหตุการณ์การชนและการหลบหนีของผู้โดยสารจะมีความชัดเจน แต่ทว่าสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดต้นเพลิงยังคงเป็นปริศนา ปัจจุบัน ทางกรมตำรวจจราจรท้องถิ่น ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมยานยนต์และทีมเทคนิคจากค่าย BYD กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบซากรถอย่างละเอียด
ท้ายที่สุด บทสรุปของการสืบสวนครั้งนี้จะมีความสำคัญอย่างมากต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ เพราะมันจะช่วยชี้ชัดว่าไฟเริ่มต้นจากส่วนใด เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างความปลอดภัยของรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ให้สามารถปกป้องชีวิตผู้โดยสารจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com
























