
ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร แชมป์โลกโมโตจีพีปี 2021 ออกมาชี้หากองค์กรจัดแข่งคิดจะก๊อปปี้รูปแบบ F1 ในปี 2027 ก็ควรลดจำนวนสปรินต์เรซให้เท่า F1 เพื่อความปลอดภัยและลดภาระของนักบิด

การเปลี่ยนแปลงกติกาและรูปแบบการแข่งขันศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือ MotoGP นับตั้งแต่ฤดูกาล 2023 เป็นต้นมา ด้วยการบรรจุโปรแกรมการแข่งขันรอบสั้น หรือ สปริ้นท์เรซ (Sprint Race) เข้าไปในวันเสาร์ของทุกๆ สัปดาห์การแข่งขัน (Full-season Sprint Format) ได้กลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างเผ็ดร้อนในพิตเลนมาโดยตลอด ล่าสุดยอดนักบิดชาวฝรั่งเศส อดีตแชมป์โลกปี 2021 อย่าง ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร สปริ้นท์เรซ (Fabio Quartararo) จากสังกัด Monster Energy Yamaha ได้ออกมาแสดงทัศนะตรงไปตรงมาว่า ถึงเวลาแล้วที่ผู้จัดควรทบทวนโครงสร้างนี้ และปรับลดจำนวนการแข่งสปริ้นท์ลงให้มีความใกล้เคียงกับศึกรถยนต์สูตรหนึ่งอย่าง Formula 1 ซึ่งเป็นรายงาน ข่าวมอไซค์ ที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง
ในการให้สัมภาษณ์ล่าสุดกับสื่อมวลชนสายมอเตอร์สปอร์ตระดับสากล กวาร์ตาราโร ได้ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบทางกายภาพและจิตวิทยาที่นักบิดทุกคนต้องแบกรับจากการลงสนามสู้ศึกสปริ้นท์เรซที่มีระยะทางครึ่งหนึ่งของเรซจริงในวันเสาร์ตลอดทั้ง 20 กว่าสนามในปฏิทิน
ประเด็นหลักที่กวาร์ตาราโรหยิบยกขึ้นมาวิเคราะห์ ประกอบด้วย:
“สำหรับผม การแข่งสปริ้นท์เรซทุกสนามมันมากเกินไปจริงๆ หากเรามองไปที่ Formula 1 พวกเขาจัดแข่งสปริ้นท์เรซเพียงแค่ 6 สนามต่อปีเท่านั้น ซึ่งนั่นทำให้สปริ้นท์เรซของ F1 ดูมีความพิเศษ น่าติดตาม และน่าตื่นเต้นมากๆ แต่ใน MotoGP เรากลับต้องลงแข่งสปริ้นท์ทุกสนามในวันเสาร์ และแข่งเมนเรซต่อในวันอาทิตย์ มันสร้างภาระต่อร่างกายของนักบิดอย่างมหาศาล”
— ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร (Fabio Quartararo) เปิดใจถึงระบบการแข่งขันปัจจุบัน
การหยิบยกเอาโมเดลการบริหารจัดการของ Formula 1 ขึ้นมาเปรียบเทียบถือเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ในศึก F1 ผู้บริหารเลือกที่จะบรรจุโปรแกรม F1 Sprint ไว้เพียง 6 สนามต่อฤดูกาล (จากปฏิทินทั้งหมด 24 สนาม) โดยเลือกเฉพาะสนามที่มีสถาปัตยกรรมเอื้อต่อการแซงและการทำกลยุทธ์
กลยุทธ์ดังกล่าวของ F1 ช่วยสร้างผลลัพธ์ที่ดีในสองมิติ:
เพื่อให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตที่กำลังติดตามข่าวสารและเปิดตรวจเช็กข้อมูลสเปกรถในหน้า ราคาและสเปครถยนต์ สามารถสแกนอ่านรายละเอียดความแตกต่างได้อย่างสะดวก ด้านล่างนี้คือตารางสรุปข้อมูลเปรียบเทียบ:
| หัวข้อการเปรียบเทียบ | รูปแบบการแข่งของ MotoGP | รูปแบบการแข่งของ Formula 1 |
| จำนวนสนามที่จัด Sprint Race | จัดทุกสนาม (100% ของปฏิทินการแข่งขัน) | จัดเพียง 6 สนาม ต่อฤดูกาล (จาก 24 สนาม) |
| ภาระต่อร่างกายนักแข่ง/นักบิด | สูงมาก เสี่ยงบาดเจ็บสะสมตลอดทั้งปี | เหมาะสม มีช่วงเว้นว่างให้ร่างกายได้ฟื้นฟู |
| การให้คะแนนสะสม (Points) | อันดับ 1–9 (12 คะแนนสำหรับผู้ชนะ) | อันดับ 1–8 (8 คะแนนสำหรับผู้ชนะ) |
| คุณค่าและเสน่ห์ของอีเวนต์ | กลายเป็นโปรแกรมปกติในวันเสาร์ | เป็นโปรแกรมพิเศษที่แฟนๆ เฝ้ารอคอย |
การควบคุมกำลังเครื่องยนต์ อัตราเร่ง และแรงกดอากาศในจังหวะการเปิดคันเร่งรอบสั้นของตัวแข่ง MotoGP ยุคปัจจุบัน ถือเป็นงานหนักเชิงวิศวกรรมที่ไม่ต่างจากหัวข้อวิเคราะห์สมรรถนะที่เรามักจะพบบ่อยๆ ในบทความ รีวิวมอไซค์ สายสปอร์ตทางเรียบ รวมถึงการต่อยอดระบบจัดการกระแสไฟความดันสูงในหน้าเพจ ข่าวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ยุคใหม่
แม้ว่าข้อเสนอของ กวาร์ตาราโร จะได้รับการสนับสนุนจากนักบิดในพิตเลนหลายคน เช่น อเล็กซ์ รินส์ (Álex Rins) และนักบิดรุ่นเก๋าที่มองเรื่องสวัสดิภาพเป็นหลัก แต่ในฝั่งของ ดอร์น่า สปอร์ตส์ (Dorna Sports) ผู้ถือลิขสิทธิ์จัดแข่งขัน MotoGP ยังคงมองว่า ระบบสปริ้นท์เรซทุกสนามคือตัวดึงดูดยอดผู้ชมถ่ายทอดสดในวันเสาร์ และช่วยเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมบริเวณสแตนด์สนามแข่งได้อย่างก้าวกระโดดนับตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา
ทว่า การถกเถียงเรื่องความสมดุลระหว่าง “มูลค่าทางธุรกิจ” และ “สวัสดิภาพของนักบิด” จะยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ที่สมาคมทีมแข่ง (IRTA) และสมาคมนักแข่งต้องนำเข้าไปหารือกับผู้จัดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังเตรียมเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านกติกาเครื่องยนต์ใหม่ขนาด 850cc ในปี 2027
ประเด็นความปลอดภัยทางวิศวกรรมและสวัสดิภาพของนักแข่งลักษณะนี้ ถือเป็นสาระสำคัญระดับเดียวกับที่เราพบเห็นได้ในรายงานฝั่งสี่ล้อผ่านหน้า ข่าวรถยนต์ หรือบทความทดสอบในหน้า รีวิวรถยนต์ ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ขับขี่เป็นอันดับแรก
บทสรุปทัศนวิสัยจากข้อเสนอของ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร สปริ้นท์เรซ แสดงให้เห็นถึงมุมมองของนักบิดอาชีพที่ต้องเผชิญกับความกดดันและขีดจำกัดทางร่างกายบนสนามแข่งจริง การออกมาเรียกร้องให้ MotoGP ปรับลดจำนวนสปริ้นท์เรซลงให้ใกล้เคียงกับ Formula 1 ไม่ใช่การปฏิเสธความบันเทิงของแฟนๆ แต่เป็นการมองหา “จุดสมดุล” ที่จะช่วยให้นักบิดสามารถโชว์ฟอร์มได้เต็มสมรรถนะ โดยไม่เสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บรุนแรง และยังทำให้เรซสปริ้นท์กลายเป็นอีเวนต์ที่ทรงคุณค่าอย่างแท้จริง
แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตคิดเห็นอย่างไรกับประเด็นนี้? สามารถเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันต่อได้นะครับ!
อย่าลืมกดติดตามและเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันต่อได้ที่เพจ Superbike X Superdrive แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ ที่อัปเดตรวดเร็ว และ สามารถติดตามข่าวสารและบทความเพิ่มเติมได้อย่างครบถ้วนที่ www.superbikemag.com
A: กวาร์ตาราโร มองว่าการลงแข่งสปรินต์เรซทุกสนามสร้างความเครียดและเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บจากการออกสตาร์ตมากเกินไป หากฝ่ายจัดจะนำรูปแบบการคัดเลือกแยกแบบ F1 มาใช้ ก็ควรลดจำนวนสปรินต์เรซลงให้เท่ากับ F1 ด้วย
A: ในปัจจุบัน โมโตจีพี บรรจุสปรินต์เรซไว้ในทุกสุดสัปดาห์การแข่งขัน (22 สนาม = 22 สปรินต์) ทำให้นักแข่งต้องออกสตาร์ตแข่งขันรวมกันถึง 44 ครั้งต่อฤดูกาล
A: ฝ่ายจัดกำลังพิจารณาเพิ่มรอบคัดเลือก (Qualifying) แยกต่างหากสำหรับการแข่งขัน สปรินต์เรซ คล้ายกับรูปแบบ Sprint Shootout ของศึก Formula 1
แท็กที่เกี่ยวข้อง
Ducatiบทพิสูจน์แห่งการไถ่บาป! Nicolo Bulega ผงาดคว้าแชมป์โลก WorldSBK ฤดูกาล 2026 อย่างยิ่งใหญ่
F1แลนโด นอร์ริส F1 จี้ FIA สั่งแบน โคลาปินโต เหตุชนบากู
Honda Newsก้อง สมเกียรติ เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ ลุยศึกสนาม 10 อิตาลี
MOTOGPสัญญา MotoGP สนามปอร์ติเมา ได้ไปต่อยาวถึงปี 2029
MOTOGPอัปเดตดราม่า MotoGP! Toprak Razgatlioglu สุดทนปัญหา Grip เผยฝืนแข่งจบเพราะ “ให้เกียรติ Yamaha”
F1ออล เจแปน 2026 โอกายามะ “ไบร์ท-โรม” แท็กทีมล่าชัยชนะคลาส J-GP3
F1อัปเดต แพ็กเกจใหม่ Williams F1 จะปังหรือแป้กในศึกบากู GP?
Ducatiประเด็นร้อน MotoGP นักบิด VR46 เตือนเพิ่ม Sprint Qualifying เสี่ยงทำลายสุขภาพนักแข่ง