Yamaha ยอมรับ ฝืนต่อไม่ไหว! ถ้าไม่ยอมทิ้งสูบเรียง ก็เตรียมตัว ‘รั้งท้าย’
ในการก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ของ MotoGP ปี 2027 ที่มีการปรับลดขนาดเครื่องยนต์ลงเหลือ 850cc หลายคนอาจสงสัยว่าทำไม Yamaha ค่ายรถที่ยึดมั่นในเครื่องยนต์แบบ 4 สูบเรียง (Inline-4) มาอย่างยาวนาน ถึงต้องยอมทิ้งอัตลักษณ์เดิมแล้วหันไปพัฒนาเครื่องยนต์แบบ V4 อย่างเต็มตัว ล่าสุด Paolo Pavesio บอสใหญ่ของ Yamaha Racing ได้ออกมาเฉลยคำตอบที่ทำให้แฟนความเร็วต้องตาสว่าง
กฎแอโรไดนามิก: กำแพงที่เครื่องยนต์สูบเรียงก้าวข้ามไม่ได้
แม้ในกฎกติกาจะไม่ได้ระบุว่า “ห้ามใช้เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง” แต่ในทางปฏิบัติ กฎด้านอากาศพลศาสตร์ใหม่ที่จะเริ่มใช้ในปี 2027 คือตัวตัดสิน Pavesio ระบุว่าการที่ความกว้างของแฟริ่งด้านหน้าต้องลดลงถึง 50 มม. ทำให้พื้นที่ในการติดตั้งอุปกรณ์เสริมอย่าง “ปีก” (Wings) และการจัดการช่องลมต่างๆ ทำได้ยากมากหากยังใช้เครื่องยนต์ Inline-4 ที่มีความกว้างของเสื้อสูบค่อนข้างมาก
เขากล่าวอย่างชัดเจนว่า “ด้วยกฎเหล่านั้น เครื่องยนต์ V4 จึงกลายเป็นเรื่องบังคับ” เพราะโครงสร้างของเครื่องยนต์รูปตัว V มีความเพรียวบางกว่า ช่วยให้นักออกแบบสามารถจัดสรรพื้นที่ด้านข้างเครื่องยนต์เพื่อรีดประสิทธิภาพด้านแอโรไดนามิกได้สูงสุดตามเทรนด์การแข่งสมัยใหม่
จากแผนสำรองสู่ทางรอดหลัก: การทดสอบที่ Sepang
ความเอาจริงเอาจังของ Yamaha เห็นได้ชัดจากการเริ่มทดสอบเครื่องยนต์ V4 ตัวต้นแบบตั้งแต่ช่วงต้นปี 2026 โดยผลการทดสอบที่ Sepang Shakedown ล่าสุดถือว่าน่าประทับใจ เมื่อ Jack Miller สามารถพารถ Yamaha ขุมพลัง V4 ทำเวลาขึ้นไปรั้งอันดับต้นๆ ของตารางได้ตั้งแต่วันแรกๆ แม้จะยังเป็นช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาก็ตาม
นี่คือการวางหมากที่ชาญฉลาดของ Yamaha ที่ยอมขยับตัวก่อนกฎปี 2027 จะมาถึง เพื่อเก็บข้อมูลและสร้างความคุ้นเคยให้กับนักแข่งและทีมช่าง เพราะการเปลี่ยนเลย์เอาต์เครื่องยนต์หมายถึงการต้องออกแบบแชสซี (Chassis) และการกระจายน้ำหนักใหม่ทั้งหมด หากรอไปเปลี่ยนในปี 2027 เลย พวกเขาอาจจะไล่ตามคู่แข่งยุโรปไม่ทัน
บทสรุป: สิ้นสุดยุคสมัย หรือก้าวใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่า?
การที่ Yamaha ต้องยอมรับความจริงและปรับตัวตามเทคโนโลยีโลกแสดงให้เห็นถึงความกระหายที่จะกลับมาคว้าแชมป์โลกอีกครั้ง แม้จะต้องแลกด้วยการทิ้งตำนานเครื่องยนต์สูบเรียงที่สร้างชื่อให้กับรุ่น M1 มาหลายทศวรรษ แต่นี่คือโลกของการแข่งขันที่ใครช้า…คนนั้นแพ้ ในยุคที่อากาศพลศาสตร์สำคัญพอๆ กับแรงม้า V4 คือคำตอบสุดท้ายที่ Yamaha ปฏิเสธไม่ได้อีกต่อไป



