การขยับตัวครั้งสำคัญของ Xpeng (เสี่ยวเผิง) ในปี 2569 เริ่มต้นขึ้นอย่างดุดันด้วยการเปิดเผยภาพลักษณ์อย่างเป็นทางการของ Xpeng GX รถยนต์ครอสโอเวอร์ระดับเรือธง (Flagship Crossover) ที่ถูกวางตำแหน่งให้เป็นคู่แข่งโดยตรงกับเจ้าตลาดอย่าง Aito M9 และ Li Auto L9 โดยการกลับมาครั้งนี้ Xpeng ไม่ได้เดินเกมด้วยรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) เพียงอย่างเดียว แต่ส่งระบบขยายระยะทางหรือ EREV เข้ามาปิดจุดอ่อนเรื่องความกังวลในการเดินทางไกล ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงที่สุดในตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมปัจจุบัน
ดีไซน์ระดับ Luxury ในสไตล์ Range Rover
จากภาพชุดแรกที่เปิดเผยออกมา Xpeng มาพร้อมกับสัดส่วนตัวถังขนาดมหึมาด้วยความยาวกว่า 5.2 เมตร เส้นสายภายนอกเน้นความเรียบหรูแต่ทรงพลัง เสา A และ B มีความลาดเอียงสอดรับกับหลังคาพาโนรามาขนาดใหญ่ ซึ่งนักวิจารณ์หลายคนลงความเห็นว่ามีทิศทางการออกแบบที่คล้ายคลึงกับ Range Rover รถเอสยูวีหรูระดับโลก
นอกจากสัดส่วนที่ดูสง่างามแล้ว GX ยังเลือกใช้การออกแบบไฟหน้าแบบ 2 ชั้น (Two-storey lights) และท้ายรถแบบฝาท้ายแยกเปิด (Two-piece tailgate) ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่พบได้ในรถยนต์ระดับ Ultra-luxury เท่านั้น การตัดสินใจตัดเซนเซอร์ LiDAR บนหลังคาออกแล้วเปลี่ยนมาใช้ระบบ Vision-based ADAS ยังช่วยให้ตัวรถมีเส้นสายที่คลีนและถูกต้องตามหลักอากาศพลศาสตร์มากยิ่งขึ้น
เทคโนโลยี Kunpeng Super Electric System และการชาร์จระดับ 5C
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Xpeng โดดเด่นกว่าใครคือระบบขับเคลื่อน EREV รุ่นล่าสุดที่ใช้ชื่อว่า “Kunpeng Super Electric System” ซึ่งเป็นการควบรวมประสิทธิภาพของมอเตอร์ไฟฟ้าแรงสูงเข้ากับเครื่องยนต์ปั่นไฟขนาด 1.5 ลิตร โดยระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรีดระยะทางการวิ่งรวมให้ได้มากกว่า 1,000 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน CLTC)
ยิ่งไปกว่านั้น Xpeng ยังได้ใส่เทคโนโลยีการชาร์จระดับ 5C เข้ามาในรถรุ่นนี้ ซึ่งเป็นระดับการชาร์จที่เร็วที่สุดในปัจจุบัน ทำให้การชาร์จแบตเตอรี่จาก 10% ถึง 80% อาจใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที เป็นการพิสูจน์ว่ารถระบบ EREV ก็สามารถมีเทคโนโลยีการจัดการพลังงานที่ยอดเยี่ยมได้ไม่แพ้รถ BEV แท้ๆ
ห้องโดยสาร 6 ที่นั่งและการวางตำแหน่งในตลาดโลก
ภายในห้องโดยสารของ รถครอสโอเวอร์เรือธง EREV รุ่นนี้ถูกคาดการณ์ว่าจะมาในรูปแบบ 6 ที่นั่ง (2+2+2) ที่เน้นความสบายของเบาะแถวสองเป็นหลัก พร้อมติดตั้งหน้าจออัจฉริยะทั่วทั้งคัน และระบบ AI ล่าสุดจาก Xpeng ที่สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติ การวางตำแหน่งทางการตลาดของ GX นั้นชัดเจนว่าต้องการดึงลูกค้าจากค่ายรถยุโรปและค่ายรถจีนระดับบนที่ต้องการความหรูหราพร้อมความสะดวกสบายในการเดินทางไกล
สำหรับประชาชนไทยที่กำลังรอคอย ต้องจับตาดูว่านโยบายการจัดเก็บภาษีรถยนต์ในปี 2569 จะมีการจำแนกรถกลุ่ม EREV ออกจากรถ Hybrid ทั่วไปอย่างไร หากภาครัฐยังมองว่ารถที่มีเครื่องยนต์ปั่นไฟคือรถสันดาป ราคาของ GX ในไทยอาจจะสูงเกินเอื้อม แต่หากมีการสนับสนุนในฐานะรถยนต์พลังงานใหม่ เราอาจจะได้เห็นการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในเซกเมนต์รถหรู 7 ที่นั่งอย่างแน่นอน
บทสรุปของ Xpeng GX กับก้าวต่อไปของแบรนด์
การเปิดตัว Xpeng ในครั้งนี้คือการประกาศว่า Xpeng พร้อมแล้วที่จะข้ามขีดจำกัดจากการเป็นเพียงแบรนด์เทคโนโลยี มาเป็นแบรนด์หรูระดับ Flagship อย่างเต็มตัว ด้วยดีไซน์ที่เข้าถึงง่ายแต่แฝงด้วยความซับซ้อนของวิศวกรรม EREV ยุคใหม่ ทำให้ GX กลายเป็นรถที่น่าจับตามองที่สุดรุ่นหนึ่งในปี 2569 นี้
อ้างอิงข้อมูลจาก : Xpeng Motors , CarNewsChina




