SuperBike x SuperDrive ข่าวรถยนต์ รีวิวรถไฟฟ้า รีวิวมอไซค์ ราคารถ ข่าวรถ EV Cars

Honda Giorno+ 2026

ในชั่วโมงนี้หากจะพูดถึงรถจักรยานยนต์ออโตเมติกที่มียอดจดทะเบียนสูงที่สุดและกลายเป็นแฟชั่นไอเทมที่วัยรุ่นต้องมี คงหนีไม่พ้น Honda Giorno+ 2026 ที่เพิ่งทำการอัปเดตโฉมใหม่ไปเมื่อช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา ด้วยการนำเสนอเฉดสีใหม่ถึง 7 สี ที่ได้รับการคัดสรรมาแล้วว่า “ตรงใจ” คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความแตกต่างและความพรีเมียมในเวลาเดียวกัน

การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนสีแฟริ่งเท่านั้น แต่เป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ “New High Style Setter” ที่ได้ศิลปินสุดฮอตอย่าง “เจฟ ซาเตอร์” มาเป็นพรีเซนเตอร์ต่อเนื่อง เพื่อสะท้อนความเป็นตัวตนที่หลากหลายของวัยรุ่นยุค 2026 ที่ไม่ได้มองว่ามอเตอร์ไซค์เป็นแค่พาหนะ แต่คือส่วนหนึ่งของ Lifestyle และการบ่งบอกรสนิยมผ่านการตกแต่งรถในสไตล์ของตัวเอง

สรุปทำไมวัยรุ่นถึงเลือก Giorno+ 2026

หัวใจสำคัญที่ทำให้รถรุ่นนี้ครองตลาดคือ “ความลงตัว” ระหว่างงานดีไซน์สไตล์โมเดิร์นคลาสสิกกับสมรรถนะของเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว ขนาด 125 ซีซี ที่ให้พละกำลังเหลือเฟือสำหรับการใช้งานในเมืองและการออกทริปใกล้ๆ พร้อมฟังก์ชันใช้สอยที่ครบครัน โดยเฉพาะพื้นที่เก็บของใต้เบาะที่ใหญ่เกินตัวถึง 30 ลิตร ตอบโจทย์การแบกสัมภาระในชีวิตประจำวันของวัยเรียนและวัยทำงาน

7 เฉดสีใหม่และการดีไซน์ที่พรีเมียมกว่าเดิม

สำหรับการอัปเกรดในปี 2569 ไทยฮอนด้าได้แบ่งรุ่นย่อยออกมาเป็น 2 รุ่นหลักคือ รุ่น ABS และรุ่น CBS โดยมีความโดดเด่นของคู่สีดังนี้:

Honda Giorno+ 2026

  • รุ่น ABS (ราคาแนะนำ 68,700 บาท): มาพร้อมสี เทา-น้ำตาล, เหลือง-น้ำตาล, ดำ-น้ำตาล และขาว-น้ำตาล โดดเด่นด้วยเบาะสีน้ำตาลและ Emblem Giorno+ สีรมดำที่ดูแพงขึ้นอย่างชัดเจน

Honda Giorno+ 2026

  • รุ่น CBS (ราคาแนะนำ 63,700 บาท): มาพร้อมสี ฟ้า-ดำ, เขียว-ดำ และเทา-ดำ เน้นความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวด้วยคู่สีตัดกันอย่างลงตัว

ดีไซน์ไฟหน้าแบบ LED และกรอบไฟหน้าสีดำใหม่ช่วยเพิ่มมิติให้ตัวรถดูดุดันและทันสมัยขึ้น ซึ่งเป็นจุดที่วัยรุ่นสายแต่งรถมักจะหยิบมาปรับเปลี่ยนเป็นอันดับแรกๆ ทำให้การออกรถเดิมๆ จากศูนย์ก็แทบจะไม่ต้องทำอะไรเพิ่มก็ดูหล่อแล้ว

สมรรถนะเครื่องยนต์ eSP+ 125 ที่ไว้ใจได้

หัวใจหลักอย่างเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ คืออาวุธลับที่ทำให้ Giorno+ เหนือกว่าคู่แข่งในคลาสเดียวกัน อัตราเร่งที่สมูทและประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 52.6 กิโลเมตรต่อลิตร ทำให้เป็นรถที่ขี่สนุกและไม่เป็นภาระเรื่องค่าน้ำมัน นอกจากนี้ ระบบเบรก ABS ในล้อหน้ายังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในสภาวะถนนที่คาดเดาไม่ได้ ซึ่งถือเป็นฟีเจอร์ที่วัยรุ่นสมัยนี้ให้ความสำคัญมากกว่าในอดีต

มุมมองภาพรวมตลาด การเปลี่ยนผ่านจากรถครอบครัวสู่รถแฟชั่น

ในปี 2569 เราเห็นแนวโน้มชัดเจนว่าตลาดรถจักรยานยนต์ครอบครัว (Wave Series) เริ่มถูกแชร์ส่วนแบ่งโดยรถกลุ่ม Modern Automatic มากขึ้น พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจากการเน้นความทนทานเพียงอย่างเดียว มาเป็นการเน้นภาพลักษณ์และสังคม (Community) สังเกตได้จากกลุ่มคลับ Giorno+ ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว มีการรวมตัวมิตติ้งและแลกเปลี่ยนแนวทางการแต่งรถกันอย่างคึกคัก ส่งผลให้มูลค่าการขายต่อและการหาอะไหล่แต่งทำได้ง่ายและยั่งยืนกว่ารุ่นอื่นๆ

Honda Giorno+ 2026

คำถามที่คนมักสงสัย (FAQ)

1. Honda Giorno+ 2026 ต่างจากรุ่นปีก่อนๆ ตรงไหนบ้าง? จุดเปลี่ยนหลักคือ 7 เฉดสีใหม่ การปรับสี Emblem เป็นสีรมดำ และการเปลี่ยนสีเบาะรวมถึงรายละเอียดของกรอบไฟหน้าที่ทำให้รถดูพรีเมียมขึ้น ส่วนสเปกเครื่องยนต์ยังคงเป็น eSP+ 125 ซีซี 4 วาล์วที่เสถียรที่สุดในขณะนี้

2. ส่วนสูงเท่าไหร่ถึงจะขี่ Giorno+ ได้สบาย? ตัวรถมีความสูงเบาะเพียง 780 มม. ซึ่งถือว่าเข้าถึงง่ายมาก สำหรับวัยรุ่นหรือผู้หญิงที่มีส่วนสูงประมาณ 155-160 ซม. สามารถวางเท้าได้มั่นใจ ตัวรถมีน้ำหนักเบาเพียง 118 กก. ทำให้การเข็นหรือมุดในที่แคบทำได้ง่าย

3. การรับประกันและศูนย์บริการเป็นอย่างไร? ฮอนด้ามีการรับประกันเครื่องยนต์ 3 ปี หรือ 30,000 กม. และระบบหัวฉีด 5 ปี หรือ 50,000 กม. พร้อมศูนย์บริการ Wing Center ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการซ่อมบำรุงระยะยาว

เสียงสะท้อนจากผู้ใช้งานจริง

“จากที่ขี่รุ่นปีก่อนแล้วขยับมาใช้ตัวปี 2026 รู้สึกว่าสีสันใหม่ทำออกมาได้พรีเมียมขึ้นมาก โดยเฉพาะสีเทา-น้ำตาลที่ดูแพงเหมือนรถฝั่งยุโรป เครื่องยนต์ 4 วาล์วขี่สนุกกว่าเครื่อง 2 วาล์วเดิมเยอะมากเวลาเร่งแซง” – หนึ่งในสมาชิกกลุ่ม Giorno+ Thailand Club กล่าวถึงความรู้สึกหลังการใช้งาน

นอกจากนี้ยังมีเสียงสะท้อนเรื่องพื้นที่เก็บของใต้เบาะที่สามารถใส่หมวกกันน็อกแบบเปิดหน้าได้เต็มใบ บวกกับช่องจ่ายไฟ USB ที่หน้ารถ ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องมือถือแบตหมดเวลาใช้งาน Google Maps ซึ่งตอบโจทย์ชีวิตเด็กมหาลัยและไรเดอร์ยุคใหม่เป็นอย่างดี

สรุป

Honda Giorno+ 2026 ไม่ได้เป็นเพียงแค่มอเตอร์ไซค์ แต่คือ “ตัวแทน” ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสมบูรณ์แบบทั้งดีไซน์และฟังก์ชัน ด้วยระดับราคาที่จับต้องได้และเครือข่ายศูนย์บริการที่แข็งแกร่ง จึงไม่แปลกใจเลยที่รถรุ่นนี้จะยังคงครองใจวัยรุ่นในปี 2569 ได้อย่างเหนียวแน่น

หากคุณไม่อยากพลาดอัปเดตเทรนด์รถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่หรือแนวทางการแต่งรถสุดล้ำ อย่าลืมกดติดตามข่าวสารได้ที่เว็บไซต์ Superbikemag แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ที่สดใหม่และลึกที่สุดสำหรับคนรักสองล้อ

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

บทความยอดนิยม

ข่าวล่าสุด

Honda Giorno+ 2026 ถึงเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ตอบโจทย์วัยรุ่นที่สุด

Honda Giorno+ 2026

ในชั่วโมงนี้หากจะพูดถึงรถจักรยานยนต์ออโตเมติกที่มียอดจดทะเบียนสูงที่สุดและกลายเป็นแฟชั่นไอเทมที่วัยรุ่นต้องมี คงหนีไม่พ้น Honda Giorno+ 2026 ที่เพิ่งทำการอัปเดตโฉมใหม่ไปเมื่อช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา ด้วยการนำเสนอเฉดสีใหม่ถึง 7 สี ที่ได้รับการคัดสรรมาแล้วว่า “ตรงใจ” คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความแตกต่างและความพรีเมียมในเวลาเดียวกัน

การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนสีแฟริ่งเท่านั้น แต่เป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ “New High Style Setter” ที่ได้ศิลปินสุดฮอตอย่าง “เจฟ ซาเตอร์” มาเป็นพรีเซนเตอร์ต่อเนื่อง เพื่อสะท้อนความเป็นตัวตนที่หลากหลายของวัยรุ่นยุค 2026 ที่ไม่ได้มองว่ามอเตอร์ไซค์เป็นแค่พาหนะ แต่คือส่วนหนึ่งของ Lifestyle และการบ่งบอกรสนิยมผ่านการตกแต่งรถในสไตล์ของตัวเอง

สรุปทำไมวัยรุ่นถึงเลือก Giorno+ 2026

หัวใจสำคัญที่ทำให้รถรุ่นนี้ครองตลาดคือ “ความลงตัว” ระหว่างงานดีไซน์สไตล์โมเดิร์นคลาสสิกกับสมรรถนะของเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว ขนาด 125 ซีซี ที่ให้พละกำลังเหลือเฟือสำหรับการใช้งานในเมืองและการออกทริปใกล้ๆ พร้อมฟังก์ชันใช้สอยที่ครบครัน โดยเฉพาะพื้นที่เก็บของใต้เบาะที่ใหญ่เกินตัวถึง 30 ลิตร ตอบโจทย์การแบกสัมภาระในชีวิตประจำวันของวัยเรียนและวัยทำงาน

7 เฉดสีใหม่และการดีไซน์ที่พรีเมียมกว่าเดิม

สำหรับการอัปเกรดในปี 2569 ไทยฮอนด้าได้แบ่งรุ่นย่อยออกมาเป็น 2 รุ่นหลักคือ รุ่น ABS และรุ่น CBS โดยมีความโดดเด่นของคู่สีดังนี้:

Honda Giorno+ 2026

  • รุ่น ABS (ราคาแนะนำ 68,700 บาท): มาพร้อมสี เทา-น้ำตาล, เหลือง-น้ำตาล, ดำ-น้ำตาล และขาว-น้ำตาล โดดเด่นด้วยเบาะสีน้ำตาลและ Emblem Giorno+ สีรมดำที่ดูแพงขึ้นอย่างชัดเจน

Honda Giorno+ 2026

  • รุ่น CBS (ราคาแนะนำ 63,700 บาท): มาพร้อมสี ฟ้า-ดำ, เขียว-ดำ และเทา-ดำ เน้นความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวด้วยคู่สีตัดกันอย่างลงตัว

ดีไซน์ไฟหน้าแบบ LED และกรอบไฟหน้าสีดำใหม่ช่วยเพิ่มมิติให้ตัวรถดูดุดันและทันสมัยขึ้น ซึ่งเป็นจุดที่วัยรุ่นสายแต่งรถมักจะหยิบมาปรับเปลี่ยนเป็นอันดับแรกๆ ทำให้การออกรถเดิมๆ จากศูนย์ก็แทบจะไม่ต้องทำอะไรเพิ่มก็ดูหล่อแล้ว

สมรรถนะเครื่องยนต์ eSP+ 125 ที่ไว้ใจได้

หัวใจหลักอย่างเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ คืออาวุธลับที่ทำให้ Giorno+ เหนือกว่าคู่แข่งในคลาสเดียวกัน อัตราเร่งที่สมูทและประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 52.6 กิโลเมตรต่อลิตร ทำให้เป็นรถที่ขี่สนุกและไม่เป็นภาระเรื่องค่าน้ำมัน นอกจากนี้ ระบบเบรก ABS ในล้อหน้ายังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในสภาวะถนนที่คาดเดาไม่ได้ ซึ่งถือเป็นฟีเจอร์ที่วัยรุ่นสมัยนี้ให้ความสำคัญมากกว่าในอดีต

มุมมองภาพรวมตลาด การเปลี่ยนผ่านจากรถครอบครัวสู่รถแฟชั่น

ในปี 2569 เราเห็นแนวโน้มชัดเจนว่าตลาดรถจักรยานยนต์ครอบครัว (Wave Series) เริ่มถูกแชร์ส่วนแบ่งโดยรถกลุ่ม Modern Automatic มากขึ้น พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจากการเน้นความทนทานเพียงอย่างเดียว มาเป็นการเน้นภาพลักษณ์และสังคม (Community) สังเกตได้จากกลุ่มคลับ Giorno+ ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว มีการรวมตัวมิตติ้งและแลกเปลี่ยนแนวทางการแต่งรถกันอย่างคึกคัก ส่งผลให้มูลค่าการขายต่อและการหาอะไหล่แต่งทำได้ง่ายและยั่งยืนกว่ารุ่นอื่นๆ

Honda Giorno+ 2026

คำถามที่คนมักสงสัย (FAQ)

1. Honda Giorno+ 2026 ต่างจากรุ่นปีก่อนๆ ตรงไหนบ้าง? จุดเปลี่ยนหลักคือ 7 เฉดสีใหม่ การปรับสี Emblem เป็นสีรมดำ และการเปลี่ยนสีเบาะรวมถึงรายละเอียดของกรอบไฟหน้าที่ทำให้รถดูพรีเมียมขึ้น ส่วนสเปกเครื่องยนต์ยังคงเป็น eSP+ 125 ซีซี 4 วาล์วที่เสถียรที่สุดในขณะนี้

2. ส่วนสูงเท่าไหร่ถึงจะขี่ Giorno+ ได้สบาย? ตัวรถมีความสูงเบาะเพียง 780 มม. ซึ่งถือว่าเข้าถึงง่ายมาก สำหรับวัยรุ่นหรือผู้หญิงที่มีส่วนสูงประมาณ 155-160 ซม. สามารถวางเท้าได้มั่นใจ ตัวรถมีน้ำหนักเบาเพียง 118 กก. ทำให้การเข็นหรือมุดในที่แคบทำได้ง่าย

3. การรับประกันและศูนย์บริการเป็นอย่างไร? ฮอนด้ามีการรับประกันเครื่องยนต์ 3 ปี หรือ 30,000 กม. และระบบหัวฉีด 5 ปี หรือ 50,000 กม. พร้อมศูนย์บริการ Wing Center ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการซ่อมบำรุงระยะยาว

เสียงสะท้อนจากผู้ใช้งานจริง

“จากที่ขี่รุ่นปีก่อนแล้วขยับมาใช้ตัวปี 2026 รู้สึกว่าสีสันใหม่ทำออกมาได้พรีเมียมขึ้นมาก โดยเฉพาะสีเทา-น้ำตาลที่ดูแพงเหมือนรถฝั่งยุโรป เครื่องยนต์ 4 วาล์วขี่สนุกกว่าเครื่อง 2 วาล์วเดิมเยอะมากเวลาเร่งแซง” – หนึ่งในสมาชิกกลุ่ม Giorno+ Thailand Club กล่าวถึงความรู้สึกหลังการใช้งาน

นอกจากนี้ยังมีเสียงสะท้อนเรื่องพื้นที่เก็บของใต้เบาะที่สามารถใส่หมวกกันน็อกแบบเปิดหน้าได้เต็มใบ บวกกับช่องจ่ายไฟ USB ที่หน้ารถ ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องมือถือแบตหมดเวลาใช้งาน Google Maps ซึ่งตอบโจทย์ชีวิตเด็กมหาลัยและไรเดอร์ยุคใหม่เป็นอย่างดี

สรุป

Honda Giorno+ 2026 ไม่ได้เป็นเพียงแค่มอเตอร์ไซค์ แต่คือ “ตัวแทน” ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสมบูรณ์แบบทั้งดีไซน์และฟังก์ชัน ด้วยระดับราคาที่จับต้องได้และเครือข่ายศูนย์บริการที่แข็งแกร่ง จึงไม่แปลกใจเลยที่รถรุ่นนี้จะยังคงครองใจวัยรุ่นในปี 2569 ได้อย่างเหนียวแน่น

หากคุณไม่อยากพลาดอัปเดตเทรนด์รถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่หรือแนวทางการแต่งรถสุดล้ำ อย่าลืมกดติดตามข่าวสารได้ที่เว็บไซต์ Superbikemag แหล่งรวมข้อมูลยานยนต์ที่สดใหม่และลึกที่สุดสำหรับคนรักสองล้อ

GoKart SuperBike

ชื่นชอบทีมกีฬาที่มีสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ เช่น Ducati Lenovo และสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ข่าวล่าสุด

รีวิวมอเตอร์ไซค์

ราคาและสเปครถมอเตอร์ไซค์

ข่าวรถยนต์

ราคาและสเปครถยนต์

รถไฟฟ้า